EAT CLEAN STYLE by YANEE อร่อยฟินเฟร่อ ไม่ต้องเจอแต่จืดชืด

EAT CLEAN STYLE by YANEE อร่อยฟินเฟร่อ ไม่ต้องเจอแต่จืดชืด
EAT CLEAN STYLE by YANEE อร่อยฟินเฟร่อ ไม่ต้องเจอแต่จืดชืด

ระยะนี้ มีแต่คนนิยมกินคลีน แพรวดอทคอม จึงคัดเลือกเมนูคลีนๆ รสชาติอร่อยฟินเฟร่อ สไตล์คุณญาณี จงวิสุทธิ์ มานำเสนอ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังทำกินอร่อยได้แบบง่ายๆ …บอกเลยว่างานนี้ต้องจัดกันหน่อย!

1. ผัดไทยเส้นมะละกอ 

EAT CLEAN1

สมัยก่อนอยากกินผัดไทย แต่ไม่อยากกินเส้น จนมีวันหนึ่งนานมาแล้ว น้องเล็ก – ดวงกมล ศรัทธาทิพย์แนะนำว่า ทำไมไม่ลองขูดมะละกอใส่ลงไปละ เท่านั้นแหละ ญาณีนึกขึ้นได้ เฮ้ย…จริงว่ะ ลองทำดูสิ เส้นมะละกอเหนียวๆ รสชาตินัวๆ จึงเป็นที่มาของผัดไทยเส้นมะละกอ ที่คุณญาณีกล้าพูดว่าทำกินก่อนใคร

เครื่องปรุง

1. กระเทียมสับ / หอมแดงซอยสับเล็กๆ ฝอยๆ/ ไชโป๊  ส่วนมากไชโป๊จะหวานเจี๊ยบและเค็มปิ๊ด เพราะฉะนั้นพอซอยเสร็จให้แช่น้ำ ยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ถ้าชิมแล้วหวานเค็มปิ๊ดปั๊ดไป ก็เอาลงแช่น้ำอีก

2. กุ้งแห้ง/ เต้าหู้  ปกติผัดไทยใช้เต้าหู้เหลือง แต่ญาณีไม่อยากกินเค็มมาก ใช้เต้าหู้ขาวแล้วกัน นำมาหั่นเต๋าใหญ่ เต๋าเล็กแล้วแต่ศรัทธา

3. เส้นมะละกอซอย/ ถั่วงอก/ กุยช่าย  หั่นเป็นต่อนๆ เหมือนที่เห็นตามร้านผัดไทย และเตรียมเผื่อไว้กินเป็นเครื่องเคียงด้วยนะคะ

วิธีทำ 

1. ใส่น้ำมันลงไป ถ้าอยากโลว์แฟตไม่ต้องใส่เยอะ เปิดไฟกลาง พอร้อนฉ่าๆ โยนกระเทียมและหอมแดงซอยสับเล็กๆ ฝอยๆ ลงไป ตามด้วยไชโป๊ กุ้งแห้ง เต้าหู้

2. จากนั้นเร่งไฟแรง ใส่เส้นมะละกอสับลงไปให้ฉ่า เพราะพวกผักต้องทำระยะเวลาสั้นๆ มั่นใจและไว ไม่อย่างนั้นผักสลบ (ผักเป็นสีเขียวๆดำๆ) ถ้าไม่มั่นใจ ไฟไม่ต้องแรงมาก

3. น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บหอมๆ ลงไปคลุกเคล้า ถ้ายังไม่เค็ม ลุยน้ำปลาเลย ถ้าชอบพริกป่นโปรยลงไปเลย แต่ถ้าใครไม่กินเผ็ดแยกได้ ใส่ถั่วงอกและกุยช่าย เพราะสุกง่ายมาก โรยถั่วคั่วเอง ปิดเตา จบ

เมนูนี้แนะนำให้ทำทานใน 1 วัน อย่าเก็บ ถ้าทิ้งไว้นานหลังจากผัดเสร็จ เห็นมีน้ำออกมาเยอะ ไม่ต้องตกใจ น้ำผักจะออกมาเอง เวลาตักทาน เอียงๆ ให้สะเด็ดน้ำหน่อย ตักทานแห้งๆ อร่อยแน่นอน

2. เต้าหู้ผัดซ้อสงา

Eat CLEAN2

ด้วยความที่ดิฉัน ชอบกินเต้าหู้ จึงเป็นที่มาของเมนูเต้าหู้ผัดซอสงา แต่ขอบอกว่าการเลือกเต้าหู้ให้อร่อยต้องแล้วแต่โชคชะตาวาสนา ถ้าเจอเต้าหู้แข็งมากๆ หมายความว่าเขาใส่แป้งเยอะ ทำให้เปรี้ยว  แนะนำให้ต้มในน้ำเดือดก่อน ค่อยนำมาทำอาหาร แต่ถ้าดูนิ่มนวล อ่อนหวาน จึงจะอร่อยเด็ด

เครื่องปรุง 

1. เต้าหู้อร่อยๆ 

2. น้ำมัน / กระเทียมสับ/ ซอสงาสีขุ่นของญี่ปุ่น (สำหรับจิ้มกับชาบู)/ งาคั่ว/ ต้นหอม หั่นประมาณหนึ่งนิ้ว แล้วแต่อัธยาศัยบ้านใครบ้านมัน

วิธีทำ 

1. เทน้ำมันลงกระทะ โยนกระเทียมสับลงไป ไฟอาจโฉ่ฉ่านิดหนึ่ง เจียวกระเทียมกับน้ำมันจนหอม

2. หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นพองาม ลงผัดกับกระเทียม ลดเป็นไฟกลาง เดี๋ยวเต้าหู้ติดกระทะแล้วแตก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เพราะรสชาติเข้ากันได้ อารมณ์กลมกลืนมากกว่า

3.ใส่ซอสงาลงไป (เมนูนี้ ไม่ใส่น้ำตาลนะคะ เพราะซอสงามีความหอมหวานอยู่แล้ว) เติมน้ำลงไปนิดหน่อย อยากได้น้ำอิลกฉกแฉกแค่ไหนเรื่องของคุณ แต่เมนูนี้ต้องปริ่มๆ น้ำนิดหน่อย ไม่ใช่แห้งกั้ก เต้าหู้จะติดกระทะ

4. พอทุกอย่างได้ที่ตามต้องการ ชิมดู แล้วคุณจะรู้เองว่าหอมอร่อยขนาดไหน จากนั้นโปรยงาที่คั่วและบุบนิดหน่อยลงไป (เพราะงาเมื่อถูกทุบจะหอม) โปรยมากน้อยแค่ไหน เชิญตามสบาย โรยต้นหอมที่หั่นเป็นต่อนๆ ลงไป หรือจะเอาพริกขี้หนูสไลซ์ลงไปคลุกด้วยพอให้เผ็ดปะแล่มๆ ก็ได้

3.ข้าวต้มปลาญาณี

Eat Clean3

สมัยดิฉันและพี่ชายเด็ก ๆ เลิกเรียนกลับถึงบ้าน อย่างแรกที่พวกเราตักกินกันเอร็ดอร่อยคือ  ข้าวต้มปลาอินทรีสูตรป้า ซึ่งเธอใส่ขึ้นฉ่าย ขิง และเต้าเจี้ยว รวมในน้ำแกง พวกเรากลับถึงบ้านก็ตักน้ำแกงใส่หม้อ โยนข้าวลงไปต้ม เวลาจะกินแค่ปรุงรสนิดหน่อย ด้วยการใส่พริกน้ำส้มที่มีอยู่ในครัวป้า…อร่อยที่สุด

เครื่องปรุง 

1. ปลาอินทรี  ดิฉันพิสูจน์แล้วว่า เมื่อนำปลาอินทรีหนังดำทำข้าวต้ม ช่างให้รสชาตินัว เนื้อแข็งแต่นิ่มนวล ไม่แข็งกระด้างเหมือนปลาอินทรีหนังขาว

2. ขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือขึ้นฉ่ายไทย/ ตังฉ่าย/ ขิงซอย/ รากผักชี/ กระเทียม/ น้ำปลา/ ซีอิ๊วขาว/ พริกไทย/ เต้าเจี้ยว

วิธีทำ 

1. เมื่อได้ปลาอินทรีมาปั๊บ ให้หั่นเป็นต่อน ๆ ขนาด 1 นิ้วกำลังสวย คุณจะกินกี่คนก็กะปริมาณซื้อปลาอินทรีเอาเอง ดิฉันไม่ชอบพุงปลา จึงเลือกต่อนหลังพุงแทน จากนั้นแล่กระดูกตรงกลางและครีบข้างๆ ออก เก็บไว้ต้มเป็นน้ำสต๊อก

2. นำปลาอินทรีที่หั่นเรียบร้อยแล้วลวกพอสะดุ้งแป๊บเดียว ออกแนวกึ่งดิบมากกว่าสุก เพื่อลอกหนังปลาออกง่าย แต่ถ้าคุณไม่แคร์หนังปลา ไม่ต้องลวก

3. นำก้างและครีบที่ลอกออกลงต้มในน้ำ ทำเป็นน้ำสต๊อก ให้เดือดจนหอมๆ ค่อยนำก้างปลาและครีบให้น้องแมวกินต่อ จากนั้นนำน้ำสต๊อกเทใส่หม้อตามปริมาณที่จะกิน โยนรากผักชีที่ล้างสะอาดแล้ว 2 – 3 รากหรือมากกว่านั้น ตามแต่ปริมาณคนกินและความชอบ ทุบพอบุบๆ ใส่ลงไปเพื่อให้ได้กลิ่นหอม

4. โยนกระเทียมที่ปอกเป็นกลีบๆ ลงหม้อ ส่วนจะใช้กระเทียมกลีบเล็กหรือใหญ่ แล้วแต่ความชอบ แต่ถ้าเป็นกระเทียมกลีบเล็กจะหอมกว่ากลีบใหญ่

5. เมื่อน้ำเริ่มเดือดเข้าที่เข้าทาง ให้ปรุงรสเบาๆ เริ่มจากใส่ตังฉ่ายก่อน กรุณาล้างน้ำให้สะเด็ด สักสองน้ำเพื่อลดความเค็ม เติมเต้าเจี้ยวลงไป ถ้าขาดรสอะไรค่อยเติมน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ปรุงรสอะลุบตุ้บตั้บ  ชิมจนถูกใจ อย่าขาดพริกไทยนะคะ จากนั้นค่อยๆ หยิบชิ้นปลาลงไป ขยุ้มขิงซอยละเอียดลงไป ตามด้วยขึ้นฉ่ายสับเป็นชิ้นๆ โยนลงไปให้เปื่อยสุกในน้ำซุป

7. เวลาจะกิน แค่นำน้ำแกงลงหม้อ ใส่ข้าวลงไปต้ม ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูซอยน้ำส้ม ก่อนเสิร์ฟโรยกระเทียมเจียว แค่นี้รสชาติก็นัวแล้ว

รูปพี่ตุ๊ก ญาณี

Yanee’s Tip

การทำอาหารทุกอย่างที่เกี่ยวกับปลา ห้ามคนเด็ดขาด เดี๋ยวเขาโกรธเราแล้วจะปล่อยกลิ่นคาวออกมา ส่วนการทำข้าวต้มปลา อย่าปล่อยให้น้ำเดือดพล่าน เพราะจะทำให้เนื้อปลาแตก ไม่สวย ควรให้เดือดแต่พองาม

keyboard_arrow_up