Hermès Birkins

เหตุใด Hermès Birkin จึงมีมูลค่ามากกว่า ทองคำ ในยุคโควิด-19

Alternative Textaccount_circle
event
Hermès Birkins
Hermès Birkins

ในขณะที่ Rolex นาฬิกาแบรนด์หรูทำรายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตัดภาพมาที่ Hermès Birkin ยังคงมีราคาเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ก็ตาม

มีรายงานว่าจำนวน Hermès Birkins ที่ถูกขายต่อในตลาดยังคงมีราคาสูง สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย สิ่งที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับกระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิ้นก็คือ ราคาของมันยังคงแข็งแกร่ง แม้ในช่วงที่มีสินค้าล้นตลาด ซึ่งดูเหมือนว่าหลักทางเศรษฐศาสตร์อย่าง อุปสงค์และอุปทาน จะใช้ไม่ได้กับราคาของกระเป๋าใบนี้

ตามรายงานทางการเงิน Nikkei หนึ่งในร้านค้าหรูมือสองที่เก่าแก่ที่สุดในฮ่องกง ย่านสถานีมิลาน รายงานว่ามูลค่าของ กระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้แบรนด์หรูยักษ์ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสอย่างแอร์เมสแทบจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แถมยังมีอาการดีกว่าแบรนด์ไฮเอนด์ต่างๆ ในตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ซึ่งตามรายงานทางการเงินล่าสุด แอร์เมสทำยอดขายไตรมาสแรกได้ 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 1.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน และรายได้จากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ลดลง 7.7 เปอร์เซ็นต์ การลดลงนี้น้อยกว่ากลุ่มสินค้าหรูหราจากแบรนด์คู่แข่งในเครือ LVMH และ Kering ซึ่งทั้งคู่มียอดขายลดลงร้อยละ 15 หรือมากกว่าในช่วงสามเดือนแรกของปี 2020

ในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 กระเป๋าแอร์เมส ไม่ได้เพียงแค่บ่งบอกถึงสถานะของผู้ใช้  แต่ยังเป็นการลงทุนที่ตัวสินค้ายังคงมูลค่าได้ดี แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ แอร์เมสมีวิธีจัดการอย่างไร กับสถานการณ์เช่นนี้ไปดูกัน

เหตุใด Hermès Birkin จึงมีมูลค่ามากกว่า ทองคำ ในยุคโควิด-19

สินค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การตลาดที่ยอดเยี่ยม

Hermès Birkins

แอร์เมส เบอร์กิ้น ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบ สี และรุ่นที่แตกต่างกันเพื่อให้กระเป๋าแต่ละใบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นการที่คุณจะเดินเข้าไปซื้อเลยขอบอกว่าเป็นไปได้ยาก แม้คุณจะมีเงินที่จะเหมาได้ทั้งร้านก็ตาม ด้วย waiting list ที่ยาวเป็นหางว่าวประกอบช่วงโควิด-19 ที่ทางแอร์เมสหยุดผลิตสินค้าชั่วคราว การสั่งจองจึงล่าช้าออกไปอีก

ความพิเศษนี้ ทำให้ราคากระเป๋าในตลาดหลักและตลาดรองโดยเฉพาะในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อช็อปแอร์เมสที่จีนถูกเปิดขึ้นอีกครั้งในกวางโจว ปรากฎว่าแอร์เมสทำยอดขายทำลายสถิติสูงถึง 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน นอกจากนี้ทางฝรั่งเศสยังได้ทำการส่งรุ่นหายากซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Hermès Himalaya มาล่อตา ล่อใจเพื่อให้เศรษฐีชาวจีนและผู้บริโภคสินค้าหรูหราออกจากบ้านเพื่อควักกระเป๋าจ่าย

แอร์เมส เบอร์กิ้น หัวใจสำคัญของแบรนด์

กระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิ้น เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญแบรนด์ ซึ่งยอดขายโดยรวมของแอร์เมสมาจากกระเป๋ารุ่นนี้ที่สร้างรายได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของแบรนด์ ทั้งนี้เว็บไซต์ Baghunter รายงานว่ามูลค่าเฉลี่ยของการขายคืนเบอร์กิ้นเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา บ่งชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในเบอร์กิ้น สามารถสร้างกำไรมากกว่าทองคำ Baghunter ยังตั้งข้อสังเกตว่าตอนนี้ เบอร์กิ้นยังถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนน้อยที่สุดอีกด้วย

จีนตัวแม่แห่งเอเชีย ที่ทุ่มไม่อั้นกับแอร์เมส

ทุกๆ ปีเอเชียยังคงเป็นตลาดที่ทำกำไรมากที่สุดสำหรับแอร์เมส ในขณะที่ทั่วโลกกำลังดิ้นรนเพื่อฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ แต่ช็อปแอร์เมสทั้ง 11 แห่งในจีนกลับฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

ยอดขายที่โดดเด่นของ Hermès ซึ่งเกิดจากการเปิดให้บริการอีกครั้งของกวางโจว อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากทางแบรนด์ไม่ได้วางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์ เพราะนับตั้งแต่แอร์เมสเข้าสู่ตลาดจีนเมื่อปี 2539 ทางแบรนด์ได้สร้างวิสัยทัศน์ที่หรูหรา ซึ่งยืนยันถึงอุดมคติของงานฝีมือและความพิเศษเฉพาะตัว รวมถึงแนวคิดนี้ยังได้รับการเสริมจากการจัดร้านที่หรูหรา และ การสั่งจองสินค้าที่ต้องใช้เวลานานกว่าปกติ
สิ่งที่แอร์เมสใช้คือกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของแบรนด์ ทุกข้อความของแคมเปญต้องสื่อถึงคุณค่าหลักของแบรนด์ นอกจากนี้แอร์เมสยังใช้การตลาดดิจิทัลและใช้กลยุทธ์ดิจิทัลที่สร้างสรรค์หลายอย่างในภาคโซเชียลมีเดีย
ตัวอย่างที่แอร์เมสใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียคือการเปิดตัว Twilly d’Hermès ที่ Cha House ของเซี่ยงไฮ้ ในปี 2019 ซึ่งทางแบรนด์ได้จัดป๊อปอัพ และ แฟลชเซลล์ขึ้นที่งาน ซึ่งสองวันก่อนงานเริ่มแอร์เมสได้สร้างแคมเปญดิจิทัลบน WeChat เพื่อให้ผู้ติดตามทำการจองออนไลน์ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการเปลี่ยนเส้นทางการเข้าชมออนไลน์ไปยังกิจกรรมออฟไลน์

เรียบเรียงจาก : www.scmp.com

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up