THAI Textile : A Touch of Thai การเดินทางของผ้าไทย @ โตเกียว-โอซาก้า-ฟุกุโอกะ

ปัจจุบันความสวยงามและเสน่ห์ของผ้าไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองไทยเท่านั้น แต่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทางกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียวสถานกงสุลใหญ่ณนครโอซาก้า และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะประเทศญี่ปุ่น จัดโครงการ THAI Textile : A Touch of Thai เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นรู้จัก และนำเสนอผ้าไทยในมุมมองใหม่ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยสู่สากล”

โดยนำเสนอเครื่องแต่งกายสไตล์สปอร์ต และ Street Fashion ในรูปแบบแฟชั่นโชว์ โดยมีชุดผ้าไทยจาก สำนักงานศิลปวัฒนธรรม, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และปิดท้ายด้วยชุดฟินาเล่ ที่ออกแบบโดย ประภากาศอังศุสิงห์ดีไซเนอร์แบรนด์ Hook’s ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากผ้า Assajan Silk (อัศจรรย์ซิลล์) ผ้าไหมแนวคิดใหม่ ที่ใช้ไหมทอกับเส้นใยรีไซเคิลแอนตี้แบคทีเรีย (Perma) นวัตกรรมใหม่ที่คิดค้นโดยคนไทย

อีกทั้งภายในงานได้จัดนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของผ้าไทย เริ่มด้วยโซนราชินีกับผ้าไทย นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย โดยการส่งเสริมการทอผ้าไทยเพื่อเป็นอาชีพให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ตามด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยประเภทต่างๆ เช่น ขิดจกยกมัดหมี่แพรวา และผ้าไหมแนวใหม่ที่นำนวัตกรรมการทอผ้าไทยร่วมกับเส้นใยยับยั้งแบคทีเรีย เพื่อเป็นการต่อยอดตลาดผ้าไทยในสากล และขยายตลาดผู้บริโภคให้กว้างขึ้น โดยได้นำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เข้ามาใช้ แสดงภาพ 3 มิติ ผ่านทางสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในโซนต่างๆ

คุณบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงงานครั้งนี้ว่า “กระทรวงการต่างประเทศดำเนินนโยบายการทูตวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างความนิยมไทยในต่างประเทศ รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์โดยเฉพาะในระดับประชาชน โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้ “โครงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ” ในลักษณะ Roadshow ตั้งแต่ปี 2557 อาทิ การจัดแสดงโขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง การแสดงนาฏศิลป์และสาธิตทางวัฒนธรรม

คุณบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

“การดำเนินโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยชาวต่างประเทศในทุกภูมิภาคของโลกได้ “รู้จัก” ประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม และมีผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรี มีจิตใจที่เปิดกว้าง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว กระทรวงการต่างประเทศจึงได้เริ่มพิจารณาแนวทางและเนื้อหาของวัฒนธรรมไทยที่ต้องการจะเผยแพร่อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้ชาวต่างประเทศได้รู้จักประเทศไทยอย่างลึกซึ้งมากกว่าเดิม และหวังว่าจะนำไปสู่การ “ชื่นชม” และ “ชื่นชอบ” ประเทศไทยในที่สุด

“ปัจจุบัน กระแสความนิยมผ้าไทยไม่ได้เป็นเพียงเฉพาะกลุ่มอีกต่อไปแล้ว หากแต่กลายมาเป็นความนิยมในกระแสหลักสำหรับทุกเพศและทุกวัย มีการส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาส ทั้งในลักษณะย้อนยุค และในลักษณะประยุกต์ให้เข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย ผ้าไทยไม่ได้เป็นของโบราณที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่มีความ “เก๋” เฉพาะตัวที่ควรค่าแก่การส่งเสริมและอนุรักษ์

“คนไทยมีความรักและภาคภูมิใจในผ้าไทย ซึ่งมีความงดงาม มีเอกลักษณ์ ถักทอด้วยภูมิปัญญาของชาวไทย สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น กระทรวงการต่างประเทศจึงได้นำผ้าไทยมาเป็นหัวข้อหลักในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในปี 2562 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการอนุรักษ์ผ้าไทย และเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์อันดีงามของไทย และเพื่อส่งเสริมความนิยมผ้าไทยในต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไป”

งาน THAI Textile : A Touch of Thai ถือเป็นอีกหนึ่งงานแห่งความภูมิใจ ที่ได้เผยแพร่ของดีออกสู่ต่างประเทศ และทำให้เห็นว่า “ผ้าไทย” ไม่ได้จำกัดอยู่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่สามารถเฉิดฉายไปได้ทั่วโลก

keyboard_arrow_up