สนีกเกอร์ คู่แรกของแบรนด์ดัง

หน้าตาเป็นแบบไหน? ย้อนชม 8 สนีกเกอร์ รุ่นเดอะ คู่แรกของแบรนด์ดัง

สนีกเกอร์ คู่แรกของแบรนด์ดัง
สนีกเกอร์ คู่แรกของแบรนด์ดัง

เผยโฉม 8 สนีกเกอร์ คู่แรกจากแบรนด์ดัง ที่เหล่าสาวกอาจไม่เคยเห็น กว่าจะพัฒนาหน้าตาของรองเท้าให้เป็นแบบที่เราเห็นกันอย่างทุกวันนี้ ก็ต้องผ่านคู่แรกมาก่อน

สนีกเกอร์ถือเป็นไอเท็มที่หลายๆ คนชื่นชอบ ชนิดที่ว่าจะต้องมีติดบ้านกันเลยทีเดียว อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสักหนึ่งคู่ ที่จะคอยเป็นคู่เก่งให้เราใส่ลุยไปได้ทุกที่ ซึ่งแต่ละคนจะมีแบรนด์โปรดในดวงใจไม่เหมือนกัน และไม่ว่าแบรนด์ลูกรักจะออกรองเท้ามากี่รุ่นก็พร้อมจะละลายทรัพย์ในกระเป๋าได้ในทันที ยิ่งบางคนเป็นนักสะสมสนีกเกอร์ด้วยแล้ว พวกคอลเล็คชั่นหายากหรือรุ่นลิมิเต็ดก็ต้องรีบคว้าเอามาไว้ในอ้อมอกกันเลยล่ะ

แต่นักสะสมสนีกเกอร์ตัวยง หรือแฟนรองเท้าสนีกเกอร์รู้กันหรือเปล่าว่า กว่าสนีกเกอร์ของแต่ละแบรนด์จะมีหน้าตาอย่างที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้ รองเท้ารุ่นแรกของแต่ละแบรนด์มีดีไซน์ยังไง เหมือนหรือแตกต่างจากรุ่นซิกเนเจอร์ในปัจจุบันของแบรนด์หรือเปล่า วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว สำหรับสาวกสนีกเกอร์ผู้ชื่นชอบความคล่องตัวทั้งหลาย มาเช็คกันหน่อยว่ารองเท้ารุ่นแรกของแบรนด์โปรดคุณ หน้าตาเป็นยังไง

หน้าตาเป็นแบบไหน? ย้อนชม 8 สนีกเกอร์ รุ่นเดอะ คู่แรกของแบรนด์ดัง

Adidas ปี 1936

เมือง Herzogenaurach ประเทศเยอรมนี เป็นเมืองที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่ง สำหรับกีฬาทุกประเภท โดยมีสองพี่น้อง Adolf และ Rudolf Dassler ที่เกิดและเติบโตที่นั่น ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรง ทั้งสองจึงได้สร้างรองเท้ากีฬาคุณภาพดีขึ้นมา ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1936 ในกรุงเบอร์ลิน นักกรีฑาชาวผิวสี เจสซี โอเวนส์ ได้ร่วมแข่งขันวิ่งด้วยรองเท้าของ Dassler และเขาได้รับรางวัลเหรียญทองถึง 4 เหรียญ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพลังของรองเท้ากีฬาที่มีคุณภาพจาก Dasslers แต่ภายหลังสองพี่น้องไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ Adolf Dassler จึงแยกออกมาก่อตั้งแบรนด์ Adidas

Onitsuka Tiger ปี 1949

Onitsuka Tiger ถือเป็นผู้ผลิตรองเท้าที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และไอเท็มแรกของแบรนด์คือรองเท้าบาสเกตบอล ที่มีรูปแบบคล้ายรองเท้าฟางสานโบราณ ซึ่งรูปแบบดีไซน์นี้ได้ถูกต่อต้านและไม่เป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย ทำให้คุณโอนิซูกะต้องกลับไปสู่กระบวนการออกแบบอีกครั้ง เพื่อให้รูปแบบของรองเท้าสามารถตอบสนองการใช้งานของนักกีฬาได้อย่างคล่องตัว ทั้งในการออกตัวและหยุดการเคลื่อนไหวในสนามกีฬาระหว่างการแข่งขัน โดยการเสริมรอยนูนและเพิ่มช่องว่างไว้ใต้พื้นรองเท้าบาสเกตบอล จากดีไซน์ที่คุณโอนิซูกะออกแบบใหม่นี้ สามารถทำให้รองเท้าของเขามีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ในปี 1955 บริษัทมียอดการค้าที่สูงขึ้นและสามารถขยายสาขาได้สูงถึง 500 สาขาทั่วญี่ปุ่น

Nike ปี 1970

ในปี 1970 โค้ช บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ทดลองทำพื้นรองเท้ายางจากเครื่องอบขนมวาฟเฟิลของภรรยา ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำหรับรองเท้ากีฬา ที่พื้นรองเท้าเป็นแบบที่เห็นในทุกวันนี้ ถัดมาในปี 1971 บาวเวอร์แมนจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ที่ชื่อว่า Nike Inc. ในปีถัดมา BRS Inc. และ Onitsuka Tiger ได้แยกบริษัทออกจากกัน อันเนื่องจากความขัดแย้งกันทางธุรกิจ ในปีนี้เองได้ออกแบรนด์ไนกี้เพื่อเจาะกลุ่มนักกีฬากรีฑาในโอลิมปิก ต่อมาในปี 1981 BRS Inc. และ Nike Inc. ได้รวมบริษัทเข้าด้วยกัน

Reebok  ปี 1895

รีบอค ก่อตั้งขึ้นในปี 1895 ที่เมืองโบลตัน ประเทศอังกฤษ โดยนายเจ.ดับเบิลยู. ฟอสเตอร์ และลูกชาย ได้ตั้งชื่อแบรนด์ว่า เจ.ดับเบิลยู. ฟอสเตอร์ แอนด์ ซันส์ (J.W. Foster and Sons) ต่อมาในปี 1958 โจและเจฟฟ์ ฟอสเตอร์ หลานชายของผู้ก่อตั้งได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น รีบอค อย่างในปัจจุบัน โดยคำว่า รีบอค นั้นมาจากภาษาแอฟริคานส์  “รีบอคสีเทา” ซึ่งเป็นสัตว์กีบจำพวกแอนทีโลป และในปี 2005 ได้รวมกิจการกับ Adidas จนประสบความสำเร็จ สามารถถือสัญญาในสโมสรบาสเกตบอลและเบสบอลเอาไว้ได้

Keds ปี 1892

บริษัท U.S. Rubber ได้ผลิตรองเท้าผ้าใบที่มียางเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทำให้รองเท้าสวมใส่สบายมากยิ่งขึ้น ในช่วงแรกหลายคนจะเรียก Keds ว่า sneakers ซึ่งแปลได้ว่า พื้นรองเท้าที่เป็นยาง สามารถเดินได้โดยไม่มีเสียง ต่างจากรองเท้าแบบเดิมๆ  แต่หลังจากรองเท้ารุ่นแรกออกมา กว่าที่ Keds จะเป็นที่นิยมก็เข้าสู่ปี 1916 ซึ่งรองเท้าของแบรนด์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันก็ยังคงใช้ความร้อนในการผสานยางและผ้าเข้าด้วยกัน

Converse All Star ปี 1917

รองเท้าที่โดดเด่นนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1917  ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแบรนด์ เมื่อได้ออกรองเท้ารุ่น All-Star ออกมา ก็ไปเตะตานักบาสเกตบอลชื่อดัง Chuck Taylor และเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมทำงานด้วย ในส่วนของการเป็นพรีเซ็นเตอร์โปรโมทรองเท้า All-Star เมื่อต้องเข้าร่วมการแข่งขันบาสเกตบอล ทำให้ Converse All-Star เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในกลุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลและวัยรุ่นในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

Puma ปี 1952

หลังจากที่พี่น้องได้แตกหักกันในปี 1948  Rudolf ก็หันไปสร้างแบรนด์ Puma และได้เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลหรือรองเท้าสตั๊ดขึ้น โดยรองเท้ารุ่น Super Atom ของพูม่าได้เปิดตัวเมื่อปี 1952 ความพิเศษคือตัวปุ่มสตั๊ดเป็นสกรู สามารถหมุนถอดเปลี่ยนได้

Vans ปี 1966

VANS รุ่น AUTHENTIC #44 เกิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งขึ้นโดย Paul Van Doren ช่างผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตรองเท้ามากว่า 20 ปี เขามีความรักและชื่นชอบในรองเท้าเป็นอย่างมาก ทำให้เขาต้องการผลิตรองเท้าที่มีความทนทานต่อทุกสภาพการใช้งานและมีราคาไม่แพง ซึ่งรองเท้าคู่แรกของ Vans คือ Vans #44 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Authentic

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ก่อนซื้อต้องเช็ค! กระเป๋า Celine Micro Belt Bag ไอเท็มขายดี มีแล้วไม่ผิดหวัง

ขึ้นแท่นคุณแม่ลูกสอง รวม 6 ชุดคลุมท้อง ‘แอน แฮทธาเวย์’ สวยสะพรั่งทุกลุค

Sold out แน่! อาดิดาส ปล่อย สนีกเกอร์ หนังสีขาว ดึง Blackpink ร่วมคอลเล็คชั่น

เคารพวัฒนธรรม ‘ดัชเชสเคท’ สวมชุดตามจารีต เยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ

ใครว่าใช้แต่ของแพง! ‘ดัชเชสเมแกน’ สวมต่างหูหลักร้อย ในทริปทัวร์แอฟริกาใต้

ยอมจ่ายเพื่อความปัง! 7 ลุคที่แพงที่สุดของ ‘เมลาเนีย ทรัมป์’ สตรีหมายเลขหนึ่ง

ลูกค้าวีไอพี ‘ตั๊ก-บงกช’ สวย คม เฉียบ หรูหราด้วยเครื่องประดับจาก Versace

เฉพาะไทยเท่านั้น! Disney x anello ออกลายแลนด์มาร์ค 5 ประเทศ 5 ดีไซน์


ภาพและที่มา : theidleman.com , soleseek.co.uk , retrobok.com , th.wikipedia.org

keyboard_arrow_up