เลิกดราม่ากับอดีต! แอม – ช่า ปลงชีวิตคู่ ความรักที่ดีต้องไม่มี “หายนะ”

ผ่านมรสุมชีวิต และความรักมาหลายรูปแบบ ข่าวคราวไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน แต่สำหรับแอม – เสาวลักษณ์ ลีละบุตร และมาช่า วัฒนพานิช ก็ยังคงเป็นขวัญใจของคนฟังเพลงมาทุกยุค นานๆ ทั้งคู่จะแวะเวียนมาให้แพรวดอทคอมได้สัมภาษณ์สักที Exclusive Talk วันนี้เลยขอมานั่งเม้าท์กับทั้งสองคนหน่อยว่าตอนนี้ชีวิตและจิตใจมีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง

เท่าที่ทราบพี่ช่ากับพี่แอมรู้จักกันมานานมาก ไปสนิทกันตอนไหน

มาช่า : คือพี่ช่าปลื้มพี่แอมแต่เด็กแล้ว เราก็แอบไปยืนดูเขา คือสมัยนั้นเขาฮ็อตมาก แต่พี่แอมเป็นคนที่น่ารักมากตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ คือคนกรี๊ดเขาเยอะ

พี่แอม : น่าจะเริ่มมาจากตอนที่เราเห็นกันผ่านสื่อ รู้เรื่องราวของกันและกันจากตรงนั้นมาก่อน เจอบ้างไม่เจอบ้าง แต่พอรู้จักกันแล้ว คือเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เข้าใจกันเพราะทำอาชีพเดียวกัน เวลาเจอข่าวลือ ความยากในการวางตัวอะไรต่างๆ เราสามารถเข้าใจกันได้ไม่ยากเลย อย่างบางทีพี่มองเห็นข่าวของเขาก็รู้สึกแทนเหมือนกัน เราเข้าใจหัวอกเดียวกัน น่าเป็นห่วง เห็นใจเหมือนกันนะ เจอเรื่องราวอะไรแบบั้น  แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้รู้จักกันจริงๆ ก็เอาใจช่วยนะว่าเออเด็กคนนี้เจอเรื่องหนักนะ แต่ตอนนั้นไม่ได้มีโอกาสที่จะพูดให้กำลังใจกันอะไรมาก แต่พอเริ่มมาเจอกันจริงจังครั้งแรก ตอนนี้ช่าเขาเจอข่าวที่ทำให้เขารู้สึกดาวน์มากๆ และตอนนั้นเราอยู่กันที่ลานจอดรถสองคน มันก็สองจิตสองใจนะ เพราะเราก็ไม่อยากไปยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ในความรู้สึกของเราที่มองเขามาตลอด พี่ค่อนข้างแน่ใจว่าเขาเป็นคนโดดเดี่ยว และก็มั่นใจว่าเขาไม่มีใคร วันนั้นไม่รู้อะไรที่พี่กล้าเดินเข้าไปเพื่อให้กำลังใจเขา โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารีแอคของเขาจะเป็นไง พอเห็นเขาน้ำตาเริ่มไหล เลยเกิดความรู้สึกอยากจะรู้จัก อยากจะคุย จนยาวมาถึงวันนี้

มาช่า : คือเราก็จะมีบางวันที่ใครบางคนแย่ เราก็ช่วยกันดึง แต่ถ้าแย่ทั้งคู่ ก็ต่างคนต่างก็เออไม่ไหวว่ะ เราให้กำลังใจกันทุกเรื่อง คือพี่ช่ากับพี่แอมทำงานด้วยกันมานานจนเป็นพี่น้องกัน มันไม่รู้จะปิดบังอะไรกันแล้ว ยิ่งแต่ก่อน คือติดพี่แอมมาก ตั้งแต่พี่ช่าออกอัลบั้มที่สองแล้ว พี่แอมเขาน่ารักและคอยสอนเราตลอด เราก็ติดเขามาก จนพี่แอมเขาบอกว่าเราต้องหัดดูแลตัวเองได้แล้ว ติดกันมาหลายปีแล้ว คือพี่ช่าพอมีปัญหาอะไรจะเล็กหรือใหญ่ก็โทรขอคำปรึกษาจากพี่แอมตลอด จนพี่เขาบอกโตแล้ว แก้ปัญหาได้เองแล้วนะ (หัวเราะ) จนตอนนี้คือถ้าไม่สุดจริงๆ  คือก็จะคิดเองแก้เอง เพราะจริงๆเราสองคนก็ไม่มีอะไรที่ต้องปิดกันแล้ว รู้กันทุกเรื่อง

พี่แอม : เขาต้องรู้ด้วยตัวเอง บางครั้งดื้อ อยากลอง ก็ต้องปล่อย เพราะเขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี บางทีเราก็บอกไปว่าเห้ย… มันไม่น่าจะดีนะ แต่เขาเป็นคนไว้ใจคน ไม่คิดอะไร แต่พี่เป็นคนขี้ระแวงไง

มาช่า :  คือพี่แอมเขาผ่านอะไรมาก่อน เขาก็จะเตือนว่าระวังนะ แต่พี่ช่าบางทีก็แบบ เห้ยไม่หรอกมั้ง พี่แอมคิดมากไปหรือเปล่า พอผ่านถึงจุดนึงก็ถึงรู้ว่าเออ สิ่งที่พี่แอมเตือน จริงๆมันก็ใช่นะ

พี่แอม : พี่ก็จะเฉยๆ ไม่พูดอะไร ไมมีการโทรไปซ้ำเติมใดๆ เพราะรู้ว่าเดี๋ยวเขาก็โทรมาหาเอง

ปีนี้มีคอนเสิร์ตคู่กันด้วย

มาช่า : ใช่ค่ะ คอนเสิร์ตนี้โชคดีที่ได้เล่นกับพี่แอม เลยไม่ได้ตื่นเต้นตกใจมาก เพราะเป็นคนคุ้นเคยอยู่แล้ว และเพลงพี่ช่ากับพี่แอมคือเยอะมากด้วย เลยต้องมาคิดเยอะว่าจะเอารูปแบบยังไง จะร้องเพลงอะไรกันดีบ้าง ซึ่งก็คงเป็นเพลงดังๆ ที่มีคนชอบ เราก็พยายามให้แฟนๆ โหวตว่าอยากฟังเพลงอะไรที่ไม่ใช่เพลงดังบ้าง เพราะเราออกเพลงกันเยอะมาก นึกไม่ออกเลยว่าจะเอาเพลงอะไรมาร้องดี บางเพลงก็ยังมีลืมไปแล้ว เพราะมันนานมาก

พี่ช่าจำเพลงตัวเองได้หมดทุกเพลงไหม

มาช่า : ถ้าเปิดขึ้นมาปุ๊ปก็จำได้นะ ไม่ได้ลืมหรอก แต่จะมีบางเพลงที่เราไม่ได้ร้องบ่อย ก็อาจจะต้องรื้อฟื้นบ้าง

ขึ้นคอนเสิร์ตด้วยกันล่าสุดกี่ปีมาแล้ว

มาช่า : เราก็เล่นด้วยกันมาเยอะมาก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เรามีคอนเสิร์ตคู่กัน

มีเพลงที่ชอบของกันและกันบ้างไหม

พี่แอม : พี่ชอบเพลงเซอร์ๆ ของช่ามากกว่า อาจไม่ใช่เพลงโปรโมทนะ แต่เป็นเพลงที่เขาใส่ความเป็นตัวเองน่ะพี่ชอบ ไม่จำเป็นต้องมีกรอบว่ามันจะแมสไหมอะไรแบบนี้มากกว่า

ความรักของทั้งคู่ตอนนี้เป็นไงบ้าง

มาช่า : พี่ค่อนข้างสบายๆ อ่ะ เดี๋ยวนี้รักแบบกว้างๆ ไม่ได้ซีเรียสมาก เมื่อก่อนเราเด็ก คิดมาก รักมาก เสียใจมาก เดี๋ยวนี้อยู่คนเดียวก็รู้สึกสบายดี คือไม่ได้ปิดกั้นนะถ้าเราต้องเจอใคร แต่เราไม่ขวนขวายอะไรมากมายแล้ว ใช้เวลาดูแลตัวเองเยอะอยู่ ทำชีวิตให้เป็นรูทีน บ้านก็ต้องดูแล มองกว้างๆ ไม่ได้จดจ่อกับเรื่องความรัก แต่ถ้าเจอใครที่ใช่ก็ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ยัง และพี่แอมเขาก็จะออกความคิดเห็นว่ารู้สึกไงบ้าง

พี่แอม : เป็นเพื่อนกันดีที่สุด คือสำหรับพี่ชั่วโมงนี้มักจะพูดเสมอ ง่ายที่สุดเลยคือ รักกันมันไม่สำคัญเท่าอยู่ด้วยกันได้หรือเปล่า มันต้องเป็นมนุษย์ที่อยู่ด้วยกันได้ อยู่ร่วมกันได้และไม่เกิดหายนะ (หัวเราะ) คือสังเกตไหมว่าบางคู่รักกันม๊ากมาก แต่มีดราม่ารายวันมีเรื่องทุกวัน คืออยากอยู่กับใครที่อยู่แล้วมันมีแต่ความสันติ สบายใจ ชีวิตของเรามันเจออะไรมาเยอะแล้ว เหนื่อยแล้ว ต้องทำงานทำการรับผิดชอบชีวิต คำว่ารักนี่ไม่สำคัญเท่าต้องใจดีต่อกัน มีเมตตาต่อกันคือสำคัญมาก

เราต้องมองว่าคนเราอยากให้คนอื่นได้อย่างใจเรา จนเราลืมนึกถึงตัวเองว่าเราก็ไม่ได้อย่างใจเขาเหมือนกัน คือมันไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์หรอก ความรักสำหรับพี่ทุกวันนี้มันคือความเหนื่อย เอาเป็นแบบความเป็นมิตรต่อกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ อะลุ่มอล่วยกัน ทำอะไรผิดพลาด ก็ให้อภัยกัน เจ็บไข้ได้ป่วยก็มีความใส่ใจที่จะดูแลกัน คือหลีกเลี่ยงหายนะทั้งปวง (หัวเราะ) ถามว่าจำเป็นที่จะต้องรักกันมากไหม ไม่หรอก… เพราะว่าพี่เลยวัยนั้นมาแล้ว รักกันมากไปมันก็ไม่พอดี ไม่ต้องรักกันมาก รักมากแล้วเดือดร้อน เรียกร้อง อยากเป็นเจ้าของ คาดหวัง อยากอย่างงั้นอย่างงี้

เหมือนเป็นเนื้อเพลงที่พี่แอมแต่งเลย

พี่แอม : คือพี่ก็ใกล้จะบวชแล้วล่ะ ก็อยากให้ชีวิตมีความปกติมากที่สุด อย่างที่บอกอย่างอื่นไม่สำคัญเลย สูงต่ำดำขาว นามสกุลอะไร แต่เราอยู่กับใครแล้วมันโอเคไหม มันรบกวนการใช้ชีวิตของเราไหม…

 

 

สมกับเป็นดอกไม้เหล็กจริงๆ สำหรับพี่แอม ส่วนพี่ช่าเองก็ดูสบายตัวขึ้น นี่แหละความสุขที่แท้จริงของทั้งสองคน…

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up