จากค่ำคืนถึงเช้า…ประชาชนพร้อมใจรอถวายน้ำสรงพระบรมศพ แน่นถนนหน้าพระลาน

14 ตุลาคม 2559 เช้าแรกของประชาชนคนไทยที่ไม่เหมือนเดิม นับจากการประกาศการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559  เวลา 15.52 น.

ทั้งนี้ประชาชนชาวไทยจากทั่วสารทิศต่างพากันมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก ที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2559 จนถึงขณะนี้ และในเวลาเดียวกันด้านฝั่งพระนคร บริเวณถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวังก็ได้มีประชาชนมารอถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์กันตั้งแต่เช้าของวันที่ 14 ตุลาคม 2559 โดยช่วงเวลาประมาณ 02.00 ของวันดังกล่าว ทางสำนักงานโยธากรุงเทพมหานครได้ทำการปรับพื้นผิวหน้าถนนใหม่เพื่อความสะดวกต่อการเคลื่อนพระบรมศพมายังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

และในขณะนี้ประชาชนที่เดินทางมาก็ทยอยกันต่อแถวเพื่อรอเข้าไปถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศกันอย่างเนืองแน่น

king06

king01

king14

king20

king18

king21

king32

king33

king05     king35 king31

king22 king07

king30

king04

king19


สำนักพระราชวังเผยแพร่กำหนดการ พระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 17.00 น. โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นเสด็จขึ้นทางบันไดพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จเข้าในพระฉาก ซึ่งพระบรมศพบรรทมอยู่บนพระแท่น

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงรับหม้อน้ำพระสุคนธ์ โถน้ำขมิ้น และโถน้ำอบไทยจากเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายสรงที่พระอุระพระบรมศพ จากนั้นทรงหวีเส้นพระเจ้าขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วหักพระสางนั้น วางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่

เสด็จฯ ไปประทับพระราชอาสน์ที่นอกพระฉาก เลขาธิการสำนักพระราชวัง กราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเข้าไปทรงวางซองพระศรี บรรจุดอกบัวและธูปเทียน ทรงรับแผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ ทรงรับพระชฎาห้ายอดเจ้าพนักงาน วางข้างพระเศียร

ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 10 นายเชิญหีบพระบรมศพ มีตำรวจหลวงนำ 4 นาย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯตามพระบรมศพ ทรงยืนที่หน้าพระราชอาสน์ เสด็จฯไปทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ

จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ เสด็จฯทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เสด็จฯ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุุโมทนา ออกจากพระที่นั่งแล้ว เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์เที่ยวละ 10 รูป จำนวน 9 เที่ยว ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร ทำปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 9 เที่ยว เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธรูปที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้น เสด็จฯไปหน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทลงทางบันไดมุขกระสัน ด้านทิศเหนือ เสด็จฯกลับ

keyboard_arrow_up