กู๊ดบายกลิ่นตัวแรงแฝงความอับชื้น…ผิวสุขภาพดีวันฝนพรำ

กู๊ดบายกลิ่นตัวแรงแฝงความอับชื้น…ผิวสุขภาพดีวันฝนพรำ
กู๊ดบายกลิ่นตัวแรงแฝงความอับชื้น…ผิวสุขภาพดีวันฝนพรำ

ฝนที่ตกติดต่อกันหลายวันแบบนี้ก็ทำเอาคนรอบตัวไม่สบายไปหลายคน ทั้งโรคทั่วไป และปัญหาโรคผิวหนัง หรือไม่ใช่โรคแต่มี กลิ่นตัว ที่แรงจนน่าเอือม หากไม่อยากป่วยก็ต้องเตรียมรับมือกันให้พร้อม เริ่มตั้งแต่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง กินอิ่มด้วยอาหารที่ครบคุณค่าทางโภชนาการ นอนหลับอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายก็คือการป้องกันค่ะ วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับแพทย์หญิงเพ็ญลดา ครุธโกษา (หมอแหวว) ว่าโรคผิวหนังอะไรที่พบบ่อยในสถานการณ์เปียกปอน ชุ่มฉ่ำ เฉอะแฉะแบบนี้กันบ้าง

1. โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา ไม่ว่าจะเป็นน้ำกัดเท้า หรือเชื้อราที่เท้า  กลาก เกลื้อน หรือที่เรามักเรียกว่าอาการคันในร่มผ้านั่นเอง ซึ่งเกิดได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เรียกว่าตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเล็บกันเลยทีเดียว จริงๆแล้วเชื้อราสามารถพบได้ในผิวหนังของคนปกติ แต่จะไม่ก่อโรคจนกว่าร่างกายเราจะสร้างสภาวะแวดล้อมให้ราเจริญเติบโตได้ นั่นก็คือการสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกชื้นอยู่เป็นระยะเวลานาน นอกจากความเปียกชื้นของเสื้อผ้าที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้ราเจริญเติบโตได้แล้ว การที่ผิวหนังเปียกชื้นเป็นเวลานาน ผิวจะอ่อนนิ่มกว่าปกติ ทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราสามารถรุกรานเข้าสู่ผิวหนัง ก่อให้เกิดโรคง่ายขึ้น

2. โรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการแพ้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูง จะทำให้ผิวหนังอ่อนแอง่าย ยิ่งคนที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังอยู่แล้วเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีกว่าเดิม ทำให้ผิวหนังอ่อนแอมากขึ้น อาจมีอาการกำเริบได้โดยไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน หรืออาจมาจากการที่สัมผัสน้ำฝนที่ผ่านการชะล้างทั้งจากมลพิษในอากาศ หรือน้ำที่ผ่านอาคารบ้านเรือนมาสัมผัสผิวของเราประกอบไปด้วยเชื้อโรค ฝุ่นละออง หรือสารเคมี ทำให้เกิดผื่นคันตามที่ต่างๆ อาจจะแค่ใบหน้าหรือทั่วทั้งร่างกายเลยก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากใบหน้าสัมผัสน้ำฝนแล้วมีอาการคัน อย่าอิดออดที่จะทำความสะอาดโดยเร็ว

3. ปัญหาสุขภาพผิวหนังอีกอย่างที่พบได้บ่อยในหน้าฝนคือ กลิ่นตัว แม้จะไม่ถึงขนาดเป็นโรค แต่ก็เป็นปัญหาที่น่ารำคาญอีกเรื่องที่จัดว่าใหญ่โตเลยทีเดียว อากาศร้อนทำให้เรามีเหงื่อออกมาก ร่วมกับความชื้นในอากาศมาก จะทำให้เหงื่อไม่ระเหยไปไหน เกิดความอับชื้น ก่อให้เกิดกลิ่นตัวได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ในหน้าฝนไม่ค่อยมีแสงแดด การซักเสื้อผ้าผึ่งแดดก็ไม่ค่อยแห้งสนิท ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับได้ ซึ่งหากบวก 2 อย่างเข้าด้วยกัน กลายเป็นกลิ่นมาดามหอมชื่นใจกันเลยทีเดียว คงไม่มีใครอยากนั่งใกล้คน กลิ่นตัวแรงเป็นแน่ แม้จะหน้าตาดีเท่าไหร่ก็ตาม เสียบุคลิกภาพอย่างแรง ระวัง “ผู้” จะยี๋เอานะจะบอกให้

4. สิ่งที่มาคู่กับฤดูฝนอีกอย่างคือ แมลงสัตว์กัดต่อย แมลงหลากหลายชนิดจะชุกชุมเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดก และอื่นๆ หากโดนกัดเข้าก็อาจก่อให้เกิดเป็นตุ่มร่วมกับอาการคัน พอคันแล้วก็ต้องเกา เมื่อเกาแล้วก็อาจเกิดแผลเป็นตามมาได้ แต่ถ้ามีอาการแพ้ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น สาวๆ ที่ไม่อยากขาลายต้องพกของจำพวกป้องกันแมลงไว้ในกระเป๋าบ้างก็ดี นอกจากนี้แมลงเหล่านี้ยังเป็นพาหะของโรคทางกายอีกหลายชนิดอีกด้วย

กลิ่นตัว

 

หากสัมผัสน้ำที่สกปรกหรือปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นอยู่เป็นระยะเวลานานควรจะ…

  1. หลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำน้ำหรือตากฝนเป็นเวลานาน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรพกอุปกรณ์กันฝนไว้บ้าง 
  2. สวมใส่เสื้อผ้าที่แห้งง่าย หรือถ้าตากฝน เมื่อถึงบ้านควรรีบทำความสะอาดร่างกายชำระล้างคราบสกปรกและสวมใส่เสื้อผ้าที่แห้งสบายทันที
  3. ใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดพิเศษ
  4. หากตากฝนจนผมเปียกควรสระผมเลย เนื่องจากในน้ำฝนอาจมีเชื้อไวรัสปนเปื้อนมาด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่เวลาเราตากฝนแล้วมักจะเป็นหวัด 

ผิวสวยรับสายฝนไม่ใช่เรื่องยาก การป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคนั้นง่ายกว่าการรักษาหลังจากที่เกิดโรคขึ้นแล้ว ซึ่งการป้องกันนี้ก็ง่ายมากๆ อย่างที่หมอได้แนะนำไปในข้างต้น แต่หากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว แนะนำพบแพทย์ดีกว่าการซื้อยาทาเองนะคะ เพราะการใช้ยาไม่ถูกวิธีอาจทำให้อาการเลวร้ายลงได้ หวังว่าคุณผู้อ่านทุกๆท่านจะสามารถผ่านฝนนี้ไปได้อย่างมีความสุข พร้อมกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และผิวสวยใสไร้ริ้วรอยเตรียมต้อนรับหน้าหนาวนะคะ

 

เรียบเรียง : Ppee_แพรวดอทคอม
ข้อมูล : Aime’ Clinic

ภาพ : Pexels

keyboard_arrow_up