ย้ง-ทรงยศ ตอกกลับ “ถ้าระบบเซ็นเซอร์ยังเป็นแบบนี้ เราจะไปถึงวันที่ผู้กำกับไม่กล้าทำอะไร นอกจากหนังรักหน่อมแน้ม”

ย้ง-ทรงยศ ตอกกลับ “ถ้าระบบเซ็นเซอร์ยังเป็นแบบนี้ เราจะไปถึงวันที่ผู้กำกับไม่กล้าทำอะไร นอกจากหนังรักหน่อมแน้ม”
ย้ง-ทรงยศ ตอกกลับ “ถ้าระบบเซ็นเซอร์ยังเป็นแบบนี้ เราจะไปถึงวันที่ผู้กำกับไม่กล้าทำอะไร นอกจากหนังรักหน่อมแน้ม”

ในวันที่หนังไทยเจอปัญหาเรื่องเซ็นเซอร์ (อีกแล้ว) แพรวชวนคุณๆ ย้อนอดีตที่เราได้คุยกับ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในคอลัมน์ Talk around by Mr.Praew เมื่อเดือน พฤษภาคม ปี 2554 อยากบอกว่า หลายคำตอบในวันนั้นยังใช้ได้ดีในวันนี้ อ่านแล้วก็ช่วยเชียร์หนังไทยกันต่อไปด้วยจ้า!

Unqqtitled1“เรื่องน่าอึดอัดใจที่สุดของคนทำหนังไทยคือ เรื่องจัดเรตและเซ็นเซอร์ ผมไม่ได้กลัวที่หนังถูก

ตัดฉากหรือห้ามฉาย แต่กลัวว่าพอคนทำหนังโดนแบบนั้นบ่อยๆ ทั้งเขาและผู้กำกับคนอื่นๆ จะเซ็นเซอร์ตัวเองด้วยการไม่ทำหนังลักษณะนั้นอีก กลายเป็นว่าทุกคนไม่มีอิสระทางความคิด ทำงานด้วยความกลัว แล้วการจัดเรตทุกวันนี้ก็ไม่มีมาตรฐาน เช่น ถ้ามีฉากพระวิ่งอยู่ในหนังดราม่า รับรองไม่ผ่านเซ็นเซอร์เพราะพระวิ่งไม่ได้ แต่ในหนังตลกพระวิ่งหนีผีได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นเรื่องไม่จริงจัง

“ผมอยากให้กลับไปดูหนังไทยในอดีตที่มีฉากเลิฟซีนจูบจริง โป๊จริงกว่านี้ ถ้าระบบเซ็นเซอร์กับจัดเรตติ้งยังปิดหูปิดตาคนดูขนาดนี้ ผมเชื่อว่า เราจะไปถึงวันที่ผู้กำกับไม่กล้าทำอะไร นอกจากหนังรักหน่อมแน้ม เหมือนการเบลอบุหรี่ในละครโทรทัศน์ที่เราถามกันเองว่า เด็กไทยโง่ขนาดไมรู้จริงๆ หรือว่า นั่นคือบุหรี่

“ถ้าอยากให้หนังไทยพัฒนา เราต้องพัฒนาทั้งระบบ ตั้งแต่คนทำ ภาครัฐฯ สถาบันการเรียนการสอน จนถึงคนดูหนังไทยส่วนใหญ่ที่ยังไม่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ผิดจากความคุ้นชิน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หนังดีหลายเรื่องไม่มีคนดู หลายครั้งผมได้ยินคนพูดว่า ไม่ดูหนังไทย เช่น ตอนไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีน้องบอกว่า คิดไม่ออกว่า มีหนังไทยเรื่องไหนดีบ้าง ผมจึงไล่ชื่อหนังไทยเรื่องต่างๆ เขาบอกว่าดู โหมโรง ไม่ดู รักแห่งสยาม เพราะเป็นหนังเกย์ ไม่ดู กอด เพราะเป็นหนังคนสามแขน ไม่เชื่อว่ามีจริง ผมจึงบอกว่า หนังสามเรื่องนี้ได้รางวัลจากหลายสถาบัน ซึ่งอาจพอบอกได้ว่า เป็นหนังดี เพราะฉะนั้นน้องอาจต้องถามตัวเองว่า อะไรคือหนังดีในแบบที่อยากเห็น แล้วลุกขึ้นมาทำให้สำเร็จ เช่นเดียวกับทุกฝ่ายที่อยากให้วงการหนังไทยพัฒนา

“แค่พูดเฉยๆ คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง”

Flashback story by MR.PRAEW

keyboard_arrow_up