ปุ๊ ป๊อด ปาน 3 ศิลปินตัวจริง เพราะเคมีตรงกัน ความสัมพันธ์จึงเกิด!

แล้วแฮ็ปปี้กับช่วงเวลาไหนมากที่สุดคะ

ปานทำหน้านึก “ตอบลำบาก มันเป็นเรื่องของเวลามากกว่า เพราะเราก็จะมองว่าตอนนี้สบายที่สุด หลายคนอาจจะมองว่าเป็นขาลง แต่ปานมองว่าเป็นการปลดล็อกตัวเองจากอะไรหลายๆ อย่าง จากการที่เราไม่ยึดติดกับอะไรมากกว่า ทำให้เราเบาสบายโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ ก็ทำงานไปตามหน้าที่ด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็ถามตัวเองตลอดว่ามีความสุขกับหน้าที่ แล้วยังดีใจที่ได้ทำอยู่หรือเปล่า สาระสำคัญอยู่ตรงนี้แหละ ดังนั้นช่วงเวลาของชีวิตที่ผ่านๆ มามีทั้งเจ็บปวด เหนื่อยล้า ท้อแท้ แต่อย่าลืมว่าถ้าไม่มีช่วงเวลานั้นก็จะไม่มีวันนี้ เราได้เรียนรู้ ทุกช่วงเวลาเป็นช่วงเวลาที่ดีทั้งนั้น

ป๊อดแซว “ปานพูดไปหมดแล้ว รวมเล่มเรียบร้อย

พี่ปุ๊เสริม “ใช่แล้ว เห็นด้วยทุกอย่าง บอกไม่ได้ว่าช่วงไหนดีที่สุด ทุกช่วงเวลาสร้างให้เรามีวันนี้ แล้วสาระของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียง เงินทอง เราได้มันมาดีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ความสุข เพราะความสุขจริงๆ คือการได้มาพบปะน้องๆ ที่ยังไม่ลืมกัน เรามีโอกาสได้ไปยืนอยู่กับเขา มีแฟนเพลงที่ยังคอยอุปถัมภ์ดูแลจิตใจ คอยเป็นห่วงเป็นใย มีค่ามากจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ มันต้องสั่งสมมาเรื่อยๆ แม้มีช่วงหนึ่งที่เหมือนว่าจะถูกลืม แต่ก็กลายเป็นว่าเรายังไม่หายไปจากจิตใจเขา

เป็นการรวมตัวกันทำงานที่ดูเข้าขากันมากๆ

ปานสารภาพ “แปลกมาก เราแทบไม่ต้องทำอะไรกันเลย

ป๊อดยิ้มรับก่อนตอบ “ใช่ๆ แล้วผมเป็นฝ่ายสัมภาษณ์ที่ปุ๊มากกว่า คือสนใจชีวิตแกมาก เพราะมีช่วงที่ออกจากวงการแล้วก็ไปรับใช้พระเจ้าด้วยการร้องเพลงในโบสถ์ ซึ่งเราก็สนใจในวิถีพวกนี้ ยังคุยกันไม่จบเลย

พี่ปุ๊เล่าบ้าง “ปกติเราไม่ค่อยได้เจอกันไง ส่วนมากก็จะเจอทักทายนิดๆ หน่อยๆ ตามงาน เลยรู้สึกว่าการร่วมงานครั้งนี้ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น

ป๊อดเล่าต่อ “แต่ปานก็ชวนผมทำบุญบ่อยนะ ผมสนใจธรรมะแต่ไม่ค่อยแสดงออก ไม่อยากให้มีคนมาคาดหวังว่าเราเป็นคนธรรมะธัมโม เพราะเราก็อยากจะใช้ชีวิตแบบโลดโผนโจนทะยานบ้าง (หัวเราะ)

พี่ปุ๊แนะ “ก็ยังได้อยู่ ของแบบนี้เป็นเรื่องของข้างในมากกว่า

keyboard_arrow_up