“THE BEST BRIDAL COUTURE” PRAEW THE BEST OF WEDDING 2022 Cover

Vanus Couture สุดยอดชุดแต่งงานระดับโอต์กูตูร์ ผู้คว้ารางวัล THE BEST BRIDAL COUTURE

ในลิสต์แบรนด์ชุดแต่งงานที่ได้รับความไว้วางใจจากเซเลบริตี้คนดังของเมืองไทยต้องมีชื่อ “Vanus Couture” แบรนด์ระดับต้นที่การันตีจากคนมีชื่อเสียงมากมาย นับเป็นเวลา 7 ปีที่แบรนด์วนัชกูตูร์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยคุณสรรค์ สุดเกตุ และคุณณภัทร์ นิยมแย้ม สามารถประสบความสำเร็จในวงการเวดดิ้งภายในระยะเวลาไม่นาน ชื่อเสียงและความไว้วางใจจากลูกค้านั้นล้วนมาจากผลงานที่สร้างสรรค์เหนือความคาดหมาย โดยมีหัวใจสำคัญของวนัชกูตูร์คือการใช้แพตเทิร์นการตัดเย็บแบบโอต์กูตูร์ตามสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ แล้วนำมาประยุกต์ให้ลงตัวกับงานออกแบบแต่ละชุด เพื่อให้เจ้าสาวได้สวมใส่ชุดที่สง่างามและทรงพลังที่สุด สมดั่งรางวัลการันตีที่ได้รับ “THE BEST BRIDAL COUTURE” จาก PRAEW THE BEST OF WEDDING 2022

ผลงานชุดแต่งงานสุดตระการตาทั้งชุดไทยและชุดแต่งงานสากลได้ปรากฏในงานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคุณก้อย – รัชวิน กับคุณตูน บอดี้สแลม, คุณสายป่าน – อภิญญา กับคุณวุฒิ – นันทวุฒิ, คุณตู่ – มาลีนนท์ กับคุณมาวิน ทวีผล, คุณใบเตย อาร์สยาม กับดีเจแมน – พัฒนพล, คุณมะปราง – วิรากานต์ กับสารวัตรชร, คุณนาตาลี เดวิส กับคุณนะ – อิทธิกร และคุณกร – ษิภูตา กับคุณเป้ วงมายด์ และผลงานในปี 2565 ที่เป็นที่กล่าวถึงกันอย่างล้นหลามคือชุดไทยและชุดแต่งงานสากลของคู่รัก คุณเวียร์ – ศุกลวัฒน์ กับคุณวิกกี้ ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงาม และคู่รักศิลปินอาร์ติสต์อีกคู่คือ คุณเนะ – อโณทัย อาร์ติสต์และยูทูบเบอร์ชื่อดัง กับคุณนต – ปณต แห่งวง getsunova ที่เป็นการผสมผสานงานออกแบบของคุณเนะลงบนผืนผ้าไหมที่นำมาตัดเย็บเป็นชุดไทย จนเป็นที่กล่าวขวัญในวงการชุดเจ้าสาวเป็นอย่างมาก

ความโดดเด่นที่ “วนัชกูตูร์” ถ่ายทอดแต่ละชุดออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ล้วนเกิดจากความใส่ใจ พิถีพิถันในรายละเอียดทุกขั้นตอนเฉกเช่นงานโอต์กูตูร์ หรือเสื้อผ้าชั้นสูงที่เต็มไปด้วยความสวยสุดประณีต ตั้งแต่การออกแบบชุดที่เริ่มจากการพูดคุยระหว่างดีไซเนอร์และเจ้าสาวให้ได้ทราบถึงแนววิถีและอัตลักษณ์ของเจ้าสาว เพื่อจะได้ออกแบบและค้นหาวัตถุดิบพรีเมียมในการตัดเย็บชุดออกมาเฉพาะบุคคล ซึ่งขั้นตอนการตัดเย็บจนถึงงานปักและงานรายละเอียดต่างๆ บนผืนผ้าและบนชุดรังสรรค์จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญแต่ละแขนง แต่ละสาขา เพื่อให้ได้ผลงานชุดที่ออกมาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ผลงานของวนัชกูตูร์จึงขึ้นชื่อทั้งชุดแต่งงานแบบสากลและชุดไทยที่โดดเด่นด้วยการครีเอตสร้างลายผ้าและการเลือกสีเส้นไหมเพื่อสร้างผ้าไหมขึ้นมาใหม่เฉพาะเจ้าสาวแต่ละท่าน

เรียกว่าการสร้างสรรค์งานฝีมือและรายละเอียดไม่ซ้ำใคร ครีเอตความเป็นอัตลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวให้เจ้าสาวแต่ละท่านงดงามโดดเด่นอย่างที่สุดในวันสำคัญ คือเป้าหมายสูงสุดของวนัชกูตูร์

Vanus Couture

1550, 1552 ปากซอยลาดพร้าว 50 ถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

โทร. 0-2002-4895, 0-2002-4896

Facebook : Vanus Couture

IG : @vanuscouture_official

Line : @vanuscouture

ซูมเบื้องหลังความสำเร็จ La Bella ... Cover

ซูมความสำเร็จสุดปัง La Bella ใส่สบายบนความสวย รองเท้าแบรนด์ไทยที่ขึ้นแท่นลูกรักสาวๆ

หากสาวๆ กำลังมองหารองเท้าคู่ใจ ที่ทั้งใส่สบายและใส่สวย เชื่อว่ารองเท้าที่ผสมผสานหลักสรีรศาสตร์และแฟชั่นเข้าด้วยกันอย่าง La Bella จะต้องเป็นหนึ่งในแบรนด์อันดับต้นๆ ที่สาวๆ ลิสต์เอาไว้ในใจอย่างแน่นอน Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว จึงขอพาไปพูดคุยกับ 2 ผู้บริหารหญิงเก่งแห่ง La Bella ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์เพื่อนซี้ที่มีแพชชั่นเดียวกัน “คุณแอน – ดร. บรินดา แฮนเซ่น” นักการตลาดออนไลน์ระดับท็อปของเมืองไทย และ “คุณนุช – พิรีพรรณ อนุพงษ์ไพบูลย์” นักธุรกิจสาวที่คลุกคลีอยู่ในวงการเครื่องหนังอย่างยาวนาน เพื่อเจาะลึกถึงเรื่องราวการปลุกปั้นแบรนด์จนประสบความสำเร็จแบบสุดปัง และความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์รองเท้าคุณภาพคับแก้ว ที่ขึ้นชื่อว่าใส่สบายบนความสวย จนขึ้นแท่นรองเท้าลูกรักของสาวๆ เพราะใส่แล้วติดใจจนต้องมีติดตู้

คุณแอน – ดร. บรินดา แฮนเซ่น” (ซ้าย) คุณนุช – พิรีพรรณ อนุพงษ์ไพบูลย์ (ขวา)

สตาร์ทจากแพชชั่น

คุณแอน : “จุดเริ่มต้นของ La Bella มาจากความตั้งใจของเราสองคน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่ทำธุรกิจด้วยกันอยู่แล้ว เรามีแพชชั่นร่วมกันว่า อยากทำรองเท้าที่ใส่สบาย ไม่ใช่แค่ใส่สวยหรืออินเทรนด์แฟชั่นอย่างเดียว แต่ต้องใส่สบายในระดับเดียวกับรองเท้าสุขภาพเลย อยากให้ทุกคนมั่นใจว่า ถ้าเป็นรองเท้าของแบรนด์นี้ ใส่สบายทุกคู่ ทุกรุ่นแน่นอน เพราะส่วนตัวแอนเป็นคนผิวบาง รองเท้ากัดง่าย พอปรึกษานุช จึงเกิดไอเดียกันว่า คงจะดีถ้าเราสามารถสร้างสรรค์รองเท้าที่ใส่สบายจริงๆ มาแก้ปัญหานี้ได้”

คุณนุช : “นับตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้ La Bella ใกล้จะเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ทุกความสำเร็จเกิดจากการช่วยกันของเราสองคน อย่างเรื่องการบริหารธุรกิจ เราจะปรึกษากัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำเสมอ แต่จะแบ่งหน้าที่หลักออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือส่วนของโปรดักต์ที่นุชเป็นคนดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งเรื่องดีไซน์ เลือกวัสดุ จนถึงทดลองใส่ด้วยตัวเอง อีกส่วนที่สำคัญมากๆ คือมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งแอนเป็นคนจัดการ เพราะเขาเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ มีประสบการณ์สูงมาก เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจดังๆ เยอะเลยค่ะ”

Key to Success 1 : Winning Product

คุณแอน : “แนวคิดของเราคือเริ่มต้นจากการไล่ล่าคุณภาพของสินค้าให้ดีที่สุดก่อน แล้วความสำเร็จเชิงธุรกิจจะตามมาเอง ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง Winning Product และการสื่อสารกับลูกค้าอย่างจริงใจ โดย Winning Product ของเราจะยึดคอนเซ็ปต์การเป็นรองเท้าที่ใส่สบายจริงๆ จนทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าใส่แบรนด์ไหนๆ ก็ไม่สบายเท่านี้ ต้องกลับมาซื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งจากโจทย์นี้เราจึงศึกษาหลักสรีรศาสตร์ที่ใช้ในรองเท้าสุขภาพ แล้วนำมาผสมผสานกับเทรนด์แฟชั่น เพื่อทำให้ La Bella เป็นรองเท้าที่ทั้งใส่สบายและใส่สวย จนกลายเป็น Winning Product ที่ดีที่สุดในตลาด และขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งที่แตกต่าง

“โดยในขั้นตอนการไล่ล่าคุณภาพของสินค้าให้ดีที่สุด นุชถือเป็นหัวเรือใหญ่ เพราะครอบครัวนุชเขาอยู่กับธุรกิจเครื่องหนังมายาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ดังนั้นเขาจึงสามารถเลือกสรรและเสาะหาแมททีเรียลที่ดีที่สุดมาได้ เวลามีงาน Exhibition เกี่ยวกับเครื่องหนังที่ต่างประเทศ นุชจะเดินทางไปตลอด อย่างงานที่อิตาลี นุชจะไปทุกปี ตรงนี้ถือเป็นความโชคดีของ La Bella ที่เป็นการต่อยอดธุรกิจจากที่ครอบครัวนุชเขาถนัดอยู่แล้ว ทำให้เราได้ใช้แมททีเรียลที่ดีไม่แพ้แบรนด์ระดับโลก ทั้งหนังแบบต่างๆ และวัสดุซับแรงกระแทกที่จะช่วยในการเดิน โดยจุดยืนของเราคือการคำนึงเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง หมายความว่าเราจะไม่ยอมลดคุณภาพของสินค้า เพื่อลดต้นทุนอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้นุชยังศึกษาหลักสรีรศาสตร์ที่ใช้ในรองเท้าสุขภาพ เพื่อค้นหาว่ารองเท้าแบบไหนที่ใส่แล้วเดินสบาย ไม่กัด ไม่เจ็บ ไม่เมื่อย รวมถึงดีไซน์รูปลักษณ์ให้แตกต่างจากรองเท้าสุขภาพทั่วไป คือมีความแฟชั่น ใส่ออกมาแล้วสวย ช่วยให้เท้าดูเรียว และแมตช์กับลุคต่างๆ ได้ง่าย”

คุณนุช : นอกจากที่แอนเล่าไป ในขั้นตอนการสร้างสรรค์รองเท้าทุกรุ่นของ La Bella นุชยังทดลองใส่เดินเยอะๆ ด้วยตัวเองก่อนที่จะปล่อยสินค้าออกไปขายเสมอ อย่าง Demo คู่แรก นุชใส่เดินเที่ยวดิสนีย์แลนด์ไปประมาณสองหมื่นกว่าก้าว ปรากฏว่าไม่เมื่อย ไม่กัดเลย ตอนนั้นรู้สึกใจฟูมาก ดีใจที่การสร้าง Winning Product ของเรามาถูกทางแล้ว”

Key to Success 2 : Sincere Marketing การตลาดแบบจริงใจ

คุณแอน : “ส่วนในการสื่อสารกับลูกค้า La Bella สื่อสารผ่านคาแร็คเตอร์ของแบรนด์ นั่นคือ Sincere หรือความจริงใจ ถ้าเปรียบ La Bella เป็นคนๆ หนึ่ง เรานิยามให้เป็นผู้หญิงนิสัยดี เฟรนด์ลี่ จริงใจ ซึ่งสะท้อนผ่านทุกอย่างที่เราสื่อสารถึงลูกค้า ตั้งแต่รูปถ่ายที่ดูสะอาดตา แคปชั่นเชิญชวนอย่างเป็นกันเองและจริงใจ ไปจนถึงการพูดคุยกับลูกค้าของแอดมินที่ได้รับคำชมเยอะมาก เพราะการเทคแคร์ที่ดีทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและเชื่อมั่นในแบรนด์ของเรา ดังนั้นคาแร็คเตอร์ของแบรนด์จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงทำให้การซื้อขายรองเท้าออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

“กลยุทธ์ Sincere Marketing ของเราอีกอย่าง คือรีวิวที่มาจากความรู้สึกจริงๆ ของผู้สวมใส่ที่เป็นคนมีชื่อเสียง เช่น คุณแอฟ-ทักษอร คุณพอลล่า เทเลอร์ รวมถึงพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดอย่างคุณคิมเบอร์ลี่ แอนน์ โวลเทมัส ที่มาบอกเล่าความใส่สบายแบบไม่มีสคริปต์ เราใช้วิธีถามความรู้สึกว่าใส่ La Bella แล้วประทับใจอะไร แล้วให้เขาเล่าไปตามธรรมชาติ ซึ่งทุกท่านจะพูดตรงกันว่า ใส่แล้วรู้สึกนุ่มเท้าและสบายมากๆ บางท่านพูดออกมาเองว่า ไม่เคยใส่รองเท้าอะไรสบายขนาดนี้ โดยเราเชื่อว่าสมัยนี้ลูกค้าดูออกว่าอะไรคือเรื่องจริง อะไรคือคำโฆษณา ซึ่งความเป็นธรรมชาตินี้เองเป็นความจริงใจที่ลูกค้าสัมผัสได้ และนำไปสู่การเปิดใจให้กับรองเท้า La Bella”

ยืนหนึ่งตลาดออนไลน์

คุณแอน : “หลายคนถามว่า ทำไมเราถึงขายรองเท้าออนไลน์ ด้วยความที่แอนเป็นนักการตลาดออนไลน์ มีประสบการณ์ในธุรกิจออนไลน์กว่า 10 ปี จากสิ่งที่เจอกับตัวเอง ทำให้แอนเชื่อว่าตลาดออนไลน์จะเติบโตโตมากในเมืองไทย บวกกับการขายออนไลน์มีข้อดี คือไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดหน้าร้าน ทำให้เราสามารถขายของที่มีคุณภาพดีเกินราคาไปไกลมาก ซึ่งแอนเชื่อว่าถ้าเราส่งการสื่อสารที่ดีไปถึงลูกค้าได้ ช่องทางออนไลน์ถือเป็นตลาดที่เหมาะกับยุคนี้

“สำหรับกระแสตอบรับในช่วงแรก ถือว่าดีเกินคาด เกิดการซื้อครั้งแรก เกิดการบอกต่อ และเกิดการซื้อซ้ำ ยอดขายโตเร็วมาก ทำให้เจอปัญหาเยอะทีเดียว เช่น แอดมินรับออเดอร์ไม่ทัน สินค้า Sold Out ไวมาก สินค้าขาดตลาด ซึ่งเราถือว่าเป็น Happy Problem ที่ทำให้เราเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้นค่ะ”

คุณนุช : “อีกสิ่งหนึ่งที่เราใส่ใจกันมากๆ ในการขายรองเท้าออนไลน์ คือการสร้างความมั่นใจและความสบายใจให้กับลูกค้า เพราะบางคนอาจไม่ไว้ใจการซื้อรองเท้าออนไลน์ เราจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เขา หากลูกค้าไม่ถูกใจสินค้า หรือหากลูกค้าเจอปัญหาซื้อผิดไซส์ เราก็มีใบเปลี่ยนสินค้าไปให้ทุกออเดอร์ หรือกรณีที่ลูกค้าอยากลองสินค้าก่อน ในช่วงแรกๆ เรามีบริการส่งแมสเซนเจอร์ไป ทำให้ลูกค้าประทับใจมากๆ ส่วนปัจจุบันเราเปิดโชว์รูมที่ออฟฟิศแถวพระราม 2 เพื่อรองรับลูกค้าที่อยากมาลองสินค้า ซึ่งจะมีสินค้าทุกรุ่น และมีเคาน์เตอร์ที่สยามพารากอนด้วย ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก ลูกค้าแฮ็ปปี้สุดๆ ทั้งลูกค้าหน้าใหม่และเจ้าประจำ หากใครไม่มั่นใจ อยากลองก่อน ก็สามารถไปที่ช็อปได้เลย ส่วนลูกค้าทางออนไลน์ก็ยังเหนียวแน่น เพราะเขาเชื่อมั่นในแบรนด์ว่าใส่สบายจริง นุ่มจริง ดีจริง”

รุ่นยอดนิยม & คอลเล็คชั่นใหม่

คุณแอน : “ด้วยความที่เราทำธุรกิจนี้บนพื้นฐานความรักและความสุข โลโก้ของ La Bella จึงออกแบบเป็นรูปหัวใจที่มีขาเล็กๆ เพื่อสื่อความหมายว่า อยากให้ทุกคนใส่รองเท้าของเราแล้วรู้สึกรักในการก้าวเดิน มีความสุขกับการก้าวเดินออกไปใช้ชีวิต โดยเราเน้นดีไซน์แบบ Everyday Wear แล้วสร้างความโดดเด่นด้วยบัคเคิ้ลดีไซน์ต่างๆ มีทั้งสไตล์ Casual และ Elegance ที่ใส่ง่าย ใส่สวย เหมาะกับทุกโอกาส 

“แต่ถ้าถามถึงรองเท้ารุ่นฮ็อตของ La Bella คงต้องยกให้กับ LB AMORE และ GISELA HEART ที่ถือเป็นรุ่นซิกเนเจอร์เลยก็ว่าได้ ซึ่งทั้งสองรุ่นมีกิมมิกที่สะท้อนความเป็น La Bella อย่าง LB AMORE ที่จะมีหัวใจเล็กๆ อยู่ในบัคเคิ้ล ส่วน GISELA HEART ก็จะดีไซน์บัคเคิ้ลเป็นรูปหัวใจอย่างสวยงาม”

คุณนุช : “สำหรับคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดคือ LB ELITE ที่มาพร้อมกับความใส่สบายเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือดีไซน์หรูหราขึ้น ซึ่งให้ความรู้สึก Elite และ Elegance โดยไฮไลท์ของคอลเล็คชั่นนี้คือเราได้เปิดตัว คุณคิมเบอร์ลี่ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย เพราะเธอถือเป็นลูกค้าตัวจริงที่ใส่รองเท้า La Bella จริงๆ แล้วชื่นชอบจริงๆ ซึ่งพอเรารู้ว่าเธอเป็นลูกค้าขาประจำ บวกกับสไตล์ของเธอที่สามารถสะท้อนอารมณ์ของคอลเล็คชั่นนี้ได้ดี เราจึงไม่ลังเลเลยที่จะยกตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์คอลเล็คชั่น Elite ให้กับผู้หญิงคนนี้”

เป้าหมายต่อไป

คุณแอน : “เราสองคนไม่เคยตั้งเป้ายอดขายให้กับ La Bella เราไม่ได้ใช้ตัวเงินเป็นเครื่องวัดความสำเร็จ แต่ใช้คุณภาพงานและความสุขในการทำธุรกิจเป็นเป้าหมาย โดยเป้าหมายของเราคือการที่ลูกค้าใส่รองเท้าของเราแล้วเดินสบายจริงๆ เพราะเราเชื่อว่าคุณภาพสินค้าที่ดีจะนำพาผลกำไรทางธุรกิจตามมาเองโดยธรรมชาติ มาถึงวันนี้เราถือว่า La Bella ไปไกลเกินเป้าหมายนั้นมากแล้ว สเต็ปต่อไปเราจึงคิดกันเอาไว้ว่า อยากเห็น La Bella ประสบความสำเร็จที่ต่างประเทศ ซึ่งคงทำให้เราสองคนรู้สึกฟินแบบสุดๆ เลยค่ะ”

ICONIC THERMAGE FLX FACELIFT TECHNIQUE Cover

THE KLINIQUE คว้าสุดยอดรางวัลบิวตี้แห่งปี 2 ปีซ้อน ขึ้นแท่นตัวจริงด้าน ‘เทอร์มาจ’

‘เทอร์มาจ’ จัดเป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวอีกหนึ่งชนิดที่ฮิตจนแทบทุกคลินิกต้องมี แต่ที่ดีเยี่ยมเห็นผลชัดเจนจนมงฯ ลงไปในปีนี้ ต้องยกให้โปรแกรม ThermageFLX Pro ของ THE KLINIQUE โดย ‘คุณหมอเติ้ล – นายแพทย์อดิรุจ ทองวัฒน์’ ที่มีแฟนๆ จองคิวกันยาวเหยียด ทั้งในหมู่คนรักสวยรักงามและเซเลบริตี้ เพราะเขามีดีทั้งอุปกรณ์ล้ำๆ และเทคนิคเฉพาะที่ทําให้ได้ใจคนอยากหน้าเป๊ะไปเต็มๆ

โปรแกรม ThermageFLX Pro คือนวัตกรรมที่ช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่ ยกกระชับผิว ไปพร้อมกับการสลายไขมัน จึงเหมาะกับคนที่มีแฟตเยอะ มีความหย่อนคล้อย แต่อยากมีรูปหน้าเรียว และกรอบหน้าที่สวยคมชัดขึ้น

โดยเครื่องเทอร์มาจที่ THE KLINIQUE เป็นรุ่นอัพเดทล่าสุดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยโดย US FDA ซึ่งนอกจากจะเห็นผลชัดเจนสูงสุดแล้ว ยังเนี้ยบถึงขั้นสามารถวิเคราะห์ความแตกต่างของผิวในแต่ละบริเวณเพื่อกำหนดปริมาณการส่งพลังงานลงสู่ผิวในแต่ละครั้งให้มีความจําเพาะสูงสุด แต่ยังมีอ่อนโยนเหมาะสมกับสภาพผิวของบุคคลนั้นๆ ซึ่งไม่เฉพาะแต่เรื่องรูปหน้าเท่านั้น เครื่อง ThermageFLX ยังมีหัวทิปสําหรับการรักษาแบบเจาะจงในแต่ละบริเวณ ทั้งผิวหนังตาและผิวรอบดวงตา ลําคอ แขน หน้าท้อง และเซลลูไลต์ต้นขา ช่วยให้เรียวกระชับได้ทุกสัดส่วน

ทีมแพทย์ของ THK KLINIQUE ที่มีความชํานาญด้านการยกกระชับปรับรูปหน้ามายาวนานกว่า 13 ปี จะมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความกังวลของคนไข้ที่ต้องการแก้ไขปรับปรุงรูปหน้า และสามารถวิเคราะห์ปัญหาของแต่ละเคสได้อย่างละเอียดแม่นยํา โดยใช้เทคนิคหลักทางกายวิภาคศาสตร์ขั้นสูง Advanced Facial Contouring Technique นํามาใช้ร่วมกับศาสตร์ความงาม เพื่อออกแบบการรักษาในแต่ละสัดส่วนของใบหน้าให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ปัญหายอดฮิตอย่างแก้มยุ้ยหรือเหนียงจึงเป็นปัญหาที่ THE KLINIQUE เชี่ยวชาญและเก็บให้เรียวเล็กยกกระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เป็นที่ยอมรับในวงการความงาม จนคว้ารางวัลการันตี ICONIC THERMAGE FLX FACELIFT TECHNIQUE จาก PRAEW ICONIC BEAUTY ถึง 2 ปีซ้อน ขึ้นแท่นเป็นตัวแม่ด้านเทอร์มาจอย่างแท้จริง

THE KLINIQUE

Call Center: 080-000-9800, 088-887-8900

LINE Official: @theklinique

Facebook: www.facebook.com/TheKliniqueMedicalClinic/

Instagram: www.instagram.com/theklinique/

Website: www.theklinique.com

Emily in Paris Season3

ปังตั้งแต่ยังไม่ฉาย! 5 คอสตูมจัดเต็มของนักแสดง Emily in Paris ซีซั่น 3

Bonjour! ค่ะทุกคน มีใครกำลังรอซีรีส์เรื่อง Emily in Paris Season 3 กันอยู่บ้างไหมคะ สำหรับใครที่รออยู่ เราใกล้จะได้ดูกันแล้วนะคะ เพราะซีรีส์กำลังจะลงจอในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ทาง Netflix แล้ว ซึ่งหากใครเป็นแฟนเรื่องนี้คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นของนักการตลาดสาวชาวอเมริกันที่ต้องมาใช้ชีวิตในกรุงปารีส และได้เพลิดเพลินไปกับฉากอันศิวิไลซ์ในเมืองสุดโรแมนติกแล้ว ยังเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนรักแฟชั่นแบบเรา ๆ ที่ได้เห็นคอสตูมแบบจัดเต็มให้กับนักแสดงทุกคน

แต่ก่อนที่เราจะไปเจาะแฟชั่นลุคในซีรีส์ เรามาส่องลุคของนักแสดงหญิงแต่ละคนในงาน The Emily In Paris Season 3 Premiere ที่ผ่านมา เป็นการเรียกน้ำย่อยกันก่อนดีกว่า เพราะแต่ละคนมากับลุคที่จัดเต็มสุด ๆ แถมมีบางคนที่เปลี่ยนลุคใหม่ต้อนรับซีซั่น 3 นี้เลยทีเดียว

Emily in Paris Season3-1

เริ่มต้นด้วยตัวละคร ‘Emily Cooper‘ แสดงโดย Lily Collin เธอมาในลุคใหม่ที่น่ารัก และขี้เล่นกว่าเดิมด้วยผมหน้าม้าใหม่กับเดรสมัดปม สีน้ำตาลคาราเมล ที่จะบอกว่าเบสิกก็ไม่ได้ เพราะด้วยดีไซน์ Cut-Out ข้างหน้าแล้วเรียกได้ว่าเซ็กซี่สุด ๆ ซึ่งชุดนี้มาจากแบรนด์ดังอย่าง Saint Laurent

Emily in Paris Season3-2

ต่อด้วยเพื่อนรักคนสนิทของ Emily นั่นคือ Mindy Park ที่แสดงโดย Ashley Park มาในเดรสสีทองปักเลื่อมสุดอลังการ จาก Valentino ที่สมกับคาแร็คเตอร์สุด ๆ เพราะในซีรีส์เธอต้องแสดงเป็นผู้หญิงที่รักในการร้องเพลง ถ้าชุดนี้อยู่ในฉากที่เธอต้องแสดงบนเวทีด้วยคงเฉิดฉายไม่เบา ยังไม่นับรวม Serpenti Viper Necklace จาก BVLGARI บนคอของเธอที่ดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี

Emily in Paris Season3-3

อีกหนึ่งตัวละครสำคัญกับ ‘Camille’ แสดงโดย Camille Razat เธอปรากฏตัวใน Jumpsuit รัดรูปสีเนื้อจาก Valentino เพิ่มขนนกบริเวณกางเกงเป็นกิมมิกให้กับชุด ก่อนทาลิปสติกสีแดงเพื่อให้ได้ลุคที่เซ็กซี่ขึ้นมาอีกหน่อย พอเห็นลุคนี้แล้ว เดาไม่ออกเลยว่าบทบาทของเธอในซีซั่นนี้จะแรงขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า

Emily in Paris Season3-4

ตัวละครต่อมา ‘Sylvie Grateau’ ที่ได้ Phillippine Leroy-Beaulieu มารับบทบาท ซึ่งในงานนี้เธอมาในลุคชิค ๆ กับเดรสสีดำดีไซน์โมเดิร์น ในทรงเกาะอกปาดเฉียง พร้อมกับถุงมือหนังที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ก่อนเพิ่มลูกเล่นให้ดูน่าสนใจด้วยการสวมรองเท้าบูทลายเสือดาวหัวแหลมคู่นี้เข้าไป จนขอยกให้เป็นแฟชั่นไอเท็มที่เด่นที่สุดในลุคนี้เลยค่ะ

Emily in Paris Season3-5

และตัวละครหญิงสุดท้ายที่เราจะพูดถึง คือ Madeline ที่แสดงโดย Kate Walsh มาในเดรสยาวสีเทาพร้อมดีเทล Cut-Out ข้างหน้าครึ่งขวา ถือว่าเป็นดีไซน์ที่กำลังมาแรงสุด ๆ กับการคัทเอาท์ที่ช่วยเพิ่มความเซ็กซี่ ก่อนเพิ่มความอลังการด้วยระบายผ้าขนาดใหญ่ สีดำ-เทา บริเวณข้างขวาของเดรส เป็นอีกหนึ่งคนที่จัดเต็มสุด ๆ ในรอบ Premiere จริง ๆ

Emily in Paris Season3-6

บทความนี้ถือเป็นน้ำจิ้มเบา ๆ ก่อนซีรีส์จะลงจอ แน่นอนว่าถ้าออนแอร์เมื่อไหร่ เราจะมาเจาะ Fashion Look ของแต่ละตัวละครกันอีกที เพราะฉะนั้นรอติดตามกันได้เลยนะคะ

รูปภาพ : Instagram @emilyinparis

ข้อมูล : www.bustle.com

Kris Wu

มีการคาดเดาว่า Kris Wu  อาจจะถูกฉีดไข่ให้ฝ่อเมื่อกลับบ้านเกิด

ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีคดีอื้อฉาวของ ดาราหนุ่มชื่อดัง คริส อู๋ ( Kris Wu ) หรือ อู๋อี้ฟาน ที่ล่าสุดถูกศาลจีนตัดสินจำคุก 13 ปี ในข้อหาข่มขืนผู้เยาว์และจัดเซ็กซ์หมู่ โดยรายงานยังบอกอีกว่าหลังจากที่ดาราหนุ่มรับโทษแล้ว เขาจะถูกเนรเทศกลับไปยังบ้านเกิดนั่นคือแคนนาดา

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่จบแค่นั้น เพราะล่าสุดมีการวิเคราะห์ว่าหลังจากที่เขารับโทษจำคุก 13 ปี และถูกขับออกจากจีน เมื่อกลับบ้านเกิดก็อาจจะถูกทำ Chemical castration การตัดอัณฑะด้วยสารเคมีเป็นการตัดอัณฑะโดยใช้ยากระตุ้นทางเพศเพื่อลดความต้องการทางเพศและกิจกรรมทางเพศ เนื่องตากแคนาดาเป็นประเทศที่เข้มงวดกับผู้ที่มีคดีล่วงละเมิดทางเพศ

Kris Wu

ทั้งนี้อู๋อี้ฟานถูกควบคุมตัวในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2021 หลังจากนักศึกษาชาวจีนวัย 18 ปีกล่าวหาว่าเขาชักจูงให้เธอและเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ซึ่งบางคนอายุต่ำกว่า 18 ปีมีเพศสัมพันธ์กับเขาถึง 3 คน นอกจากนี้เขายัง ผิดฐานรวมกลุ่มฝูงชนเพื่อกระทำการสำส่อนทางเพศในเดือนกรกฎาคม 2018 โดยโทษในฐานล่วงละเมิดทางเพศ ตัดสินจำคุก 11 ปี 6 เดือน ขณะที่โทษมั่วสุมจำคุก 1 ปี 10 เดือน ซึ่งเมื่อรวมทั้งสองคดีเข้าด้วยกัน ดาราหนุ่มจะมีโทษทั้งหมด 13 ปี 4 เดือน ทั้งนี้หลังจากพ้นโทษเขาจะต้องออกจากประเทศจีนภายในระยะเวลา 15 วัน

Kris Wu 01
ประเพณีพิธีเสกสมรส

ทำความรู้จัก 5 ข้อ ประเพณีพิธีเสกสมรส ราชวงศ์อังกฤษ ก่อนชมพระราชพิธีจริง

ประเพณีพิธีเสกสมรส ของราชวงศ์อังกฤษแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาบ้างแต่ก็ยังมีหลายๆ อย่างคงความเหมือนเดิม

แพรวพาไปทำความรู้จัก 5 ข้อ เกี่ยวกับธรรมเนียมประเพณีของ พิธีเสกสมรสราชวงศ์อังกฤษ ว่าเขามีดีเทลอะไรสำคัญให้คำนึงถึงบ้าง

ประเพณีพิธีเสกสมรส

แหวนแต่งงานทำจากทองคำเวลส์ (Welsh Gold)

เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาของราชวงศ์อังกฤษมานานร้อยปี ที่ธำมรงค์หรือแหวนแต่งงานจะทำจากทองคำเวลส์ (Welsh Gold) ไม่ว่าจะเป็นแหวนแต่งงานสมัยสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี, เจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเร็ต เคานต์เตสแห่งสโนวดอน, เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี และเจ้าหญิงไดอาน่าแห่งเวลส์ ก็ล้วนทำมาจาก Welsh gold เหมือนกัน ส่วนหน้าตาแหวนแต่งงานระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกนจะออกมาเช่นไร ต้องรอติดตามกันในวันพิธีเสกสมรส 19 พ.ค.นี้

ประเพณีพิธีเสกสมรส
ประเพณีพิธีเสกสมรส

นำกิ่งก้านของต้นไมร์เทิล (Myrtle) มาประดับเป็นช่อดอกไม้

ไมร์เทิล (Myrtle) เป็นต้นไม้หอมผลิดอกและใบอ่อนรับช่วงฤดูใบไม้ผลิ มีความหมายที่ดีที่รู้จักกันดีในนาม สมุนไพรแห่งความรัก แสดงถึงความรัก ความอุดมสมบูรณ์ ความไร้เดียงสา และเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน ซึ่งตามประเพณีจะนิยมนำไมร์เคิลมาประดับเป็นช่อดอกไม้ในรูปทรงโล่ ที่ร่วมกับดอกลิลลีป่า ดอกสวีทวิลเลียม เถาไม้เลื้อยและดอกไฮยาซินธ์ เห็นได้จากเจ้าสาวเชื้อราชวงศ์ต่างๆ ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่สมเด็จพระราชชนนีไปจนถึงดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

ประเพณีพิธีเสกสมรส

วางช่อดอกไม้บนสุสานของทหารไร้นาม

เกือบ 100 ปีมาแล้ว เอลิซาเบธ แองเจลา มาร์เกอริต โบวส์-ลีออน หรือที่รู้จักกันในนาม สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี พระองค์ทรงได้สร้างประเพณีพิธีเสกสมรสของราชวงศ์ที่สืบทอดต่อกันมานาน โดยพระองค์ได้เดินเข้าเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (ปัจจุบันเป็นโบสถ์ในนิกายแองกลิคัน ตั้งอยู่ทางตะวันตกของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ในนครเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ) ในวันแต่งงานของพระองค์ แล้วหยุดวางช่อดอกไม้ลงบนสุสานของทหารไร้นาม ด้วยท่าทางระลึกถึงพี่ชายคนโตของพระองค์นามว่า เฟอร์กัส (Fergus) ซึ่งเสียชีวิตในสงครามขณะรับราชการอยู่ในกองทัพ Black Watch ในปี ค.ศ.1915 และเพื่อเป็นการยกย่องต่อผู้เสียชีวิตนับล้านคนและผู้บาดเจ็บในสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วจึงเดินเข้าโบสถ์ ซึ่งพระองค์เป็นเจ้าสาวเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวที่เดินมาตามทางเดินโดยไร้ช่อดอกไม้ ตั้งแต่นั้นมาเจ้าสาวเชื้อพระวงศ์ต่างๆ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนด้วยการนำช่อดอกไม้วางไว้บนสุสาน

ประเพณีพิธีเสกสมรส

ฉายพระบรมฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการ

ธรรมเนียมพิธีเสกสมรสของเหล่าเชื้อพระวงศ์จะมีการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งมักจะฉายในระหว่างพระราชพิธีและห้องรับรองพระราชพิธี อย่างงานอภิเษกสมรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร และพระราชินีอเล็กซานดรา (ต่อมารู้จักกันในนามเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์) เป็นพระราชพิธีครั้งแรกนับจากมีการแนะนำเรื่องการถ่ายรูป และได้ใช้เครื่องมือบันทึกภาพไว้จำนวนมาก ส่วนภาพที่เป็นขาวดำมักจะนิยมใช้มือวาดแทน เพื่อแสดงความเป็นรูปลักษณ์ของภาพวาด สำหรับช่างภาพที่จะมาบันทึกภาพพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนนั้น ทรงได้เลือกช่างภาพที่รู้จักกันดีนามว่า Alexi Lubomirski มาเป็นช่างภาพทางการประจำงาน

ดอกไม้สีส้ม (Orange Blossom)

ดอกไม้สีส้มมักจะนิยมนำมาแมทช์รวมเข้ากับชุดเจ้าสาวในรูปแบบต่างๆ อย่างเมื่อตอนพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ กับควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ชุดแต่งงานของควีนเอลิซาเบธบริเวณรอบชายเสื้อคลุมได้มีการประดับประดาด้วยดอกไม้สีส้มที่ดีไซน์มาจากผ้า Tulle (ลักษณะเป็นตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา นิยมใช้มาทำผ้าคลุมหน้า และชุดแต่งงานมากที่สุด) ร่างเค้าโครงไว้ในเมล็ดไข่มุกและคริสตัล


ที่มาและภาพ: https://www.royal.uk/royal-wedding-traditions, https://www.nowtolove.com.au/royals/british-royal-family/royal-wedding-traditions-48441https://krupumbiokamonrat.wordpress.com/

5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโยคะ

5 ข้อควรรู้ก่อนเริ่มเล่น ‘โยคะ’ กิจกรรมยอดนิยมที่ช่วยทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น

โยคะ โดยทั่วไปจะผสมผสานระหว่างท่าทางของร่างกาย การฝึกหายใจ และการทำสมาธิ นักวิจัยกำลังศึกษาว่าโยคะสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพได้อย่างไร เนื่องจากการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับโยคะได้รวมคนเพียงจำนวนน้อยและไม่ได้มีคุณภาพสูง ในกรณีส่วนใหญ่สามารถพูดได้เพียงว่าโยคะมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยเฉพาะ หากกำลังคิดที่จะฝึกโยคะ นี่คือ 5 สิ่งที่ควรรู้

5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ โยคะ

1. การศึกษาชี้ให้เห็นว่า โยคะ อาจเป็นประโยชน์ต่อสภาวะสุขภาพหลายประการ รวมถึงอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดคอ และอาการวัยหมดระดู นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้ผู้คนลดน้ำหนักหรือหยุดสูบบุหรี่

2. โยคะอาจมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง การศึกษาแสดงให้เห็นว่าอาจช่วยให้ผู้คนจัดการกับความเครียด เสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี ปรับปรุงการนอนหลับและความสมดุล การฝึกโยคะเป็นประจำอาจเชื่อมโยงกับนิสัยการกินและการออกกำลังกายที่ดีขึ้น

3. โดยทั่วไปถือว่าโยคะเป็นกิจกรรมทางกายรูปแบบหนึ่งที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงเมื่อฝึกอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ การเล่นโยคะอาจทำให้คุณบาดเจ็บได้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ให้ฝึกโยคะภายใต้คำแนะนำของผู้สอนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การฝึกโยคะด้วยการศึกษาด้วยตนเองโดยไม่มีผู้ดูแลมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

4. โยคะอาจมีประโยชน์สำหรับเด็ก เป็นเครื่องมือในการจัดการความเครียดที่มีแนวโน้มดีสำหรับเด็ก และอาจเป็นประโยชน์สำหรับการลดน้ำหนักในเด็กที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน และลดความวิตกกังวล

5. ด้วยข้อควรระวังที่เหมาะสม โยคะจึงปลอดภัยในระหว่างตั้งครรภ์ เป็นเรื่องปกติที่จะออกกำลังกายเมื่อคุณตั้งครรภ์ แต่ควรได้รับการประเมินจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อให้แน่ใจว่าการออกกำลังกายนั้นปลอดภัยสำหรับคุณ กิจกรรมบางอย่าง เช่น โยคะ อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระหว่างตั้งครรภ์ (เช่น หลีกเลี่ยงการนอนหงายเป็นเวลานาน) โยคะอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับสตรีมีครรภ์ ซึ่งรวมถึงการลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า


ข้อมูล : nccih.nih.gov
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Praew Iconic Beauty 2022 AquaPlus Cover

ผนึกกำลังหน้าใส + ผิวเฟิร์มไปกับ AquaPlus ไอเท็มแสนดีเพื่อคนรักผิว

ไม่ว่าใครก็อยากหน้าเด็กและผิวดูสุขภาพดีกันทั้งนั้น ดังนั้นเรื่องการดูแลผิวก็ขาดไม่ได้เลยค่ะคุณขา.. สังเกตมั้ยคะว่า พอเริ่มอายุมากขึ้น ผิวเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ขาดความเปล่งปลั่งกระจ่างใส ถ้าใครกำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้ ตามมาหาตัวช่วยกันด่วนๆ

เมื่ออายุขึ้นเลข 3 ผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ บางคนที่ไม่เคยดูแลผิวเลย อายุ 20 กว่าๆ ปัญหาผิวรุมเร้าแล้วก็มี อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปค่ะ เรามีตัวช่วยเด็ดๆ มาแนะนำ ชิ้นแรกคือ AquaPlus Invigorating Firming Ampoule ที่เพิ่งได้รับรางวัล ICONIC AMPOULE FOR FIRMING SKIN ไปไม่นาน เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอยและผิวขาดความกระชับ

แอมพูล เข้มข้นสูตร Anti-Aging ช่วยลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับผิวหน้า บูสต์ผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสแบบด่วนๆ แถมยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าดูอิ่มฟูและกระจ่างใสได้ด้วย ความพิเศษนี้เกิดจากเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลีใต้ ออกแบบแอมพูลสูตรพิเศษเอกสิทธิ์ของแบรนด์ AquaPlus เท่านั้น

โดยแอมพูลจะทำหน้าที่เหมือนบูสเตอร์ผิว ช่วยจัดการปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด ผสานคุณค่าบำรุงจากสารสกัดธรรมชาติเข้มข้น เช่น Purple Vigor Complex™ สารสกัดเข้มข้นจากพืชสีม่วง 4 ชนิด , Stem Vector™ สารสกัดจากรวงข้าว , Jeju Volcanic Seawater น้ำแร่บริสุทธิ์ของชั้นหินลาวาจากเกาะเชจู เกาหลีใต้

ที่สำคัญยังไม่มีส่วนผสมของพาราเบน น้ำมัน และผ่านการทดสอบว่าไม่ทำให้ผิวระคายเคือง มั่นใจในความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวได้เลย สามารถใช้เดี่ยวๆ หรือทาหลังเซรั่มก็ได้ แล้วยังสามารถหยดผสมสกินแคร์ประเภทมอยส์เจอไรเซอร์ มาสก์ครีม และรองพื้น เพื่ออัพคุณค่าการบำรุงผิวก็ได้นะคะ เริ่ดมากพูดเลย

อีกชิ้นที่ลองใช้แล้วเลิฟมากคือ AquaPlus Skin-Enhancing Water Essence กับคอนเซปต์ง่ายๆ น้ำตบ หน้าใส ขวดเดียวจบ ครบทุกการบำรุงผิว” น้ำตบขวดนี้เป็นการรวมร่างของคุณค่าของโทนเนอร์และเอสเซนส์เข้าด้วยกัน โดยทำหน้าที่สำคัญ 3 อย่าง ได้แก่

  • ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมลดเลือนริ้วรอยและรอยสิว
  • รับมือปัญหาสิว ผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน ผิวจึงดูเรียบเนียน ช่วยป้องกันสิวอุดตันและคุมมัน
  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื่นและสุขภาพดี แล้วยังช่วยให้ผิวดูเปล่งประกาย กระจ่างใส ดูมีชีวิตชีวา

ดีงามขนาดนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบใช้สกินแคร์เยอะเยอะหลายขั้นตอน หรือจะพกไปเที่ยวขวดเดียวก็ง่ายๆสบายเลยค่ะ ผู้หญิงใช้ได้ ผู้ชายก็ใช้ดี มิน่าเลยคว้ารางวัล ICONIC SKIN BALANCING ESSENCE ไปครองแบบสวยๆ

2 ไอเท็มแสนดีขนาดนี้ ไปหาช้อป AquaPlus มาลองใช้กันเลยได้ที่ร้าน Watsons หรือจะช้อปออนไลน์ก็ได้

Website : https://www.aquaplus.co.th/

Facebook : AquaPlus

Line OA : @AquaPlusThailand

Instagram : AquaPlus_Thailand

Lazada : AquaPlus LazMall

Shopee : AquaPlus Shopee Mall

JD Central : AquaPlus

Konvy : AquaPlus  

‘มีดวงได้พบรักแท้และแน่นอน มีลุ้นเปิดศึกชิงรักหักสวาทกันด้วย เป็นใครต้องเช็ก!!’ ดวงรายวัน 8 ธันวาคม 2565

‘มีดวงได้พบรักแท้และแน่นอน มีลุ้นเปิดศึกชิงรักหักสวาทกันด้วย เป็นใครต้องเช็ก!!’

ดวงรายวัน 8 ธันวาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวขั้นเทพ เช่น นักธุรกิจ การค้าต่างประเทศ นักการเมือง การปกครอง นักการทูต จนถึงซินแส หมอดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นหน้าใหม่ มือใหม่ หรือพนักงานใหม่ด้วยแล้ว วันนี้คุณก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่จะจู่โจมเข้ามา โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งกับบุคคลอื่น ทางที่ดีควรใช้สติ สมอง มากกว่าอารมณ์ เพราะไม่เช่นนั้นจะส่งผลให้คุณท้อแท้และวิตกกังวลเอง

การเงิน  :  รายได้มาจากน้ำพักน้ำแรง ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานสีเทา เพราะมีโอกาสเสียชื่อเสียงได้ง่ายๆ

ความรัก  :   คุณยึดติดอยู่กับหลักการและเหตุผลของการมีชีวิตคู่ที่ดี หรือยึดกับขนมธรรมเนียมประเพณีจนกดดันทั้งคุณและคู่ให้เครียดเกินไปหรือเปล่า หากใช่ก็ควรผ่อนคลายก่อน เพราะวันนี้มีโอกาสที่จะมีสียงเม้าลอยมาว่า คู่คุณแอบไปมีความสัมพันธ์อื่น เดี๋ยวจะรับไม่ไหว คนโสด  มีโอกาสที่จะได้พบหรือร่วมงานกับหนุ่มตี๋ เกาหลี หรือญี่ปุ่น หากถูกใจก็ต้องเหนื่อยหน่อยล่ะ เพราะเขามี fc แน่นเลย

สุขภาพ  :  หากคุณเครียดหรือจริงจังกับชีวิต เป็นไปได้ว่าคุณจะปวดศีรษะไม่หาย จนถึงแพ้อาหาร จึงไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สะอาดถูกสุขลักษณะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะท้องเสียได้ง่ายๆ เลย  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น ตำรวจน้ำ ทหารเรือ ประมง อู่ต่อเรือ อาหารทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน เช่น โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานส่งเสริมการขายทุกประเภท วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะใช้ความรู้ ความสามารถ และบารมีในหน้าที่การงานของคุณทำงานอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

การเงิน  :   คุณสามารถหารายได้จากการทำงานได้มาก ด้วยอำนาจ วาสนา และบารมีของคุณ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน ไม่ว่าจะทางสังคมหรือส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามคุณก็สามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าวันนี้คู่คุณจะยอมรับและให้เกียรติคุณทั้งกับครอบครัว รวมถึงยังสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องงานด้วย ก็นับว่าสมกับความตั้งใจของคุณเลยทีเดียว  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับข้าราชการหรือผู้บริหารรุ่นน้องไฟแรงและจิตใจดี ซึ่งก็มีโอกาสที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปจนถึงขั้นแต่งงานเลยทีเดียว ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ เดี๋ยวจะพลาดที่เด็ดกว่า

สุขภาพ  :   วันนี้นอกจากคุณจะคุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยกับใครง่ายๆ แล้วยังดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก็อย่าประมาท เพราะวันนี้มีความเสี่ยงที่โรคภัยที่เป็นอยู่แล้ว แต่ไม่แสดงอาการจะส่งสัญญาณเตือน

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :    หากคุณเสนองานหรือโครงการอะไรไป หรือกำลังจะเสนองาน ก็ควรชะลอไว้ก่อน เพราะคาดว่าวันนี้จะมีผู้ที่อิจฉาริษยาคุณคอยจ้องที่จะกลั่นแกล้ง อาจเป็นในรูปแบบแทงข้างหลัง หรือใส่ร้ายป้ายสี จนงานยังไม่ผ่านการพิจารณาง่ายๆ ซึ่งมีความเสี่ยงที่คุณจะร้อนรุ่มและอึดอัดจนอยากลาออกเลยทีเดียว ก็ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งขยับตัว เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่

การเงิน  :  ไม่ดีเลย มีโอกาสที่เจรจาเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว ไปทวงหนี้ใครก็ไม่ได้ จนถึงของหาย จึงเป็นไปได้ว่าคุณจะเดือดร้อน เพราะเงินไม่พอใช้ มีความเสี่ยงที่จะเข้าไปยุ่งกับงานที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก :  หากคุณกำลังหลงใหลใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ระวังวันนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูกว่า คุณมีมือที่สามมาพัวพัน แล้วมีโอกาสที่จะปรับความเข้าใจกันไม่ได้ด้วยสิ  คนโสด  หากคุณกำลังหลงใหลใครอยู่ วันนี้ต้องระวังจะมีมือที่สามมายุ่งวุ่นวายกับความรักของคุณ เป็นไปได้ว่าจะทะเลาะกันด้วยความหึงหวงจนปรับความเข้าใจกันไม่ได้

สุขภาพ   :  ต้องระวังอารมณ์ด้านมืด เช่น ความหึงหวง ความโกรธแค้น พยาบาท ที่จะมีผลให้คุณปลดปล่อยพลังด้านลบออกมา มีความเสี่ยงที่คุณจะได้รับบาดเจ็บจากของแหลมของมีคมด้วย ต้องระวังอย่างมาก

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน เรียลเอสเตท อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้างต่างๆ วันนี้ก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่จะถาโถมเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความขัดแย้งกับบุคคลอื่น ซึ่งจะส่งผลให้คุณวิตกกังวลถึงท้อแท้ใจ จนมีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจไปเริ่มต้นงานใหม่เลย หรือโยกย้ายไปอยู่ในหน่วยงานอื่น ทางที่ดีควรใช้สติสมองให้มากกว่าอารมณ์  เพื่อป้องกันความผิดพลาดเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะซื้อ-ขายบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือไม่ก็ให้เช่า ซึ่งคุณประหยัดและเก็บออมเงินอย่างดี แต่จะสะดุดบ้างตรงที่ญาติพี่น้องมาขอยืมนี่ล่ะ แต่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็คืน  

ความรัก  :  หากคุณต้องการคู่ที่มาช่วยกันทำมาหากิน ซึ่งคุณก็คาดหวังความสำเร็จในชีวิตคู่สูง จนกลายเป็นกดดันทั้งคู่และตัวเอง แล้วหากคุณทุ่มเทก็จะสุดๆ วันนี้จึงควรระวังความผิดหวังไว้ด้วย คนโสด   มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับคนขยันทำงาน ซึ่งคุณคาดหวังว่าจะช่วยกันทำมาหากินสร้างเนื้อสร้างตัวสร้างครอบครัว แต่ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจแค่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก เพราะจริงๆ แล้วอาจไม่ใช่ก็ได้

สุขภาพ  :  คุณเครียดและจริงจังกับชีวิตมากไปหรือเปล่า เพราะวันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะเป็นนั่นเป็นนี่ ทั้งอุปาทานและเป็นจริง ทั้งปวดศีรษะ ไมเกรน แพ้อาหาร ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   หากคุณกำลังจะเริ่มต้นงานใหม่ หรือถูกโยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานไปอยู่ในที่ที่มั่นคงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจของครอบครัว คนรัก และคนรู้จัก ก็ควรเตรียมความพร้อมและวางแผนล่วงหน้าให้ดี เพราะมีโอกาสที่คุณจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมาย เป็นคดีความฟ้องร้องกันนะคะ วันนี้จึงควรเน้นที่เอกสารสัญญาให้เรียบร้อย

การเงิน  :   หากคุณทำงานกับครอบครัว วันนี้มีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะส่งเสริมและสนับสนุน โดยอยู่ในรูปของเงินปันผล หรือโบนัส    

ความรัก  :   หากคุณเพิ่งแต่งงานหรือเพิ่งกลับมาคืนดีกัน หากที่ผ่านมาคุณทุ่มเทให้กับความรักไปมาก แล้วหากความรักเคยทำให้คุณเจ็บช้ำมาก่อน วันนี้จึงเป็นไปได้ว่าคุณจะทำเอกสารสัญญาต่างๆ อย่างรัดกุม เพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย  คนโสด  หากคุณทุ่มเทให้กับความรักมากมาย ก็ต้องระวังหากผิดหวังคุณจะไม่สามารถที่จะรักใครได้อีกเลย ยิ่งหากคุณเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้ง่ายด้วย

สุขภาพ  :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ หากในกรณีรุนแรงมีความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางการเกษตร เช่น เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม โอทอป เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในสายงานบันเทิงเริงรมย์ งานศิลปะ ศิลปิน ความสวยงามด้วยแล้ว หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มือใหม่ หรือหน้าใหม่ด้วยแล้ว วันนี้เป็นไปได้ว่าจากความไฟแรงจะทำให้คุณมีความคิดและจินตนาการสูงมาก จนอาจหลุดเกินกรอบการปฏิบัติได้จริง จึงควรลดลงมาหน่อย  แล้วผลตอบแทนที่ได้รับจะคุ้มค่ากับความเหนื่อย

การเงิน  :  มีโอกาสที่จะได้เงินจากการซื้อ-ขายที่ดินทางการเกษตร ผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งควรมาจากการทำงานของคุณเอง ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้องหรือการเสี่ยงโชค นอกจากคุณจะเสียชื่อเสียงแล้ว ยังเสี่ยงที่จะถูกมิจฉาชีพหลอกอีกด้วย

ความรัก :   หากคุณกำลังมีชีวิตคู่ที่อบอุ่น ครอบครัวรักและดูแลเอาใจใส่คุณอย่างดี แต่จะมีพวกที่อิจฉาริษยาเม้ามอยว่า คุณแอบมีความสัมพันธ์อื่นอยู่ จะจริงหรือไม่ก็ต้องหนักแน่นไว้  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักแท้และแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นรักเก่าของคุณก็ได้ จะอย่างไรก็ตามต้องมีการเปิดศึกชิงรักหักสวาทกันล่ะ

สุขภาพ  :   วันนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่สุกๆ ดิบๆ ไม่สด สะอาด รสจัด เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะท้องเสีย จนถึงอาหารเป็นพิษ ลำไส้อักเสบ เป็นต้น

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :    หากคุณกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องรับงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ รวมถึงตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจทางการเกษตร เช่น เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม โอทอป ด้วยแล้ว วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะได้ทำงานในสายบันเทิงเริงรมย์ งานศิลปะ ศิลปิน ความสวยงาม ทางที่ดีควรคิดและจินตนาการให้อยู่ในหลักการที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง  แล้วคุณจะไม่เหนื่อย

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินเข้ามาให้ใช้ตลอดๆ ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าจะมาจากค่าเช่า หรือการเก็งกำไรในที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกมิจฉาชีพหลอกลวงในการลงทุน เช่น กู้ยืมเงิน การค้ำประกัน

ความรัก   :   มีโอกาสที่คู่คุณจะอยู่เหย้าเฝ้าเรือน และช่วยคุณทำมาหากินมากขึ้น ช่วงนี้ไม่ว่าคุณจะทำอะไร เขาก็จะตามคุณตลอดๆๆ   คนโสด  คุณมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมาก ทั้งแฟนเก่าแฟนใหม่เลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ขอเลือกคนที่ช่วยคุณทำมาหากินดีกว่า  

สุขภาพ   :   ระวังจะเกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกายและต่อมไร้ท่อต่างๆ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภูมิต้านทานโรคบกพร่อง เลือด และน้ำเหลืองไม่ดี เป็นไปได้ว่าจะเป็นมานานแล้ว โดยไม่ได้แสดงอาการ  

UNIQLO and MARNI Cover

UNIQLO and MARNI ความร่วมมือครั้งที่ 2 นำเสนอสีสันของฤดูหนาวที่ถักทอเข้ากับการผสมผสานของความเรียบง่ายและความคิดสร้างสรรค์ วางจำหน่าย 9 ธ.ค.นี้

UNIQLO and MARNI ความร่วมมือครั้งที่ 2 นำเสนอสีสันของฤดูหนาวที่ถักทอเข้ากับการผสมผสานของความเรียบง่ายและความคิดสร้างสรรค์ วางจำหน่าย 9 ธ.ค.นี้ พร้อมร่วมเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ไปกับออกแบบ – ชุติมณฑน์ และ จูเน่ – เพลินพิชญา

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวคอลเลคชันที่สองของ UNIQLO and MARNI โดยทั้งสองแบรนด์ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง โดยนำเสนอศิลปะและดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ไลฟ์แวร์ (LifeWear) ของยูนิโคล่ คือต้นแบบของตัดเย็บที่ประณีต ผสมผสานเทคโนโลยี และความเรียบง่าย รวมทั้งการใช้เนื้อผ้าและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ MARNI คอลเลคชันล่าสุดนี้ เกิดจากการผสมผสานปรัชญาการออกแบบของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน นำเสนอความอบอุ่นที่เปี่ยมไปด้วยความสบายสำหรับวันในฤดูหนาวนี้ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับการแต่งตัวในทุกๆ วันด้วยสีสันและความสนุกสนาน

UNIQLO and MARNI ความร่วมมือครั้งที่ 2 นำเสนอสีสันของฤดูหนาวที่ถักทอเข้ากับการผสมผสานของความเรียบง่ายและความคิดสร้างสรรค์ วางจำหน่าย 9 ธ.ค.นี้

ยูคิฮิโระ คัตซึตะ เจ้าหน้าบริหารระดับอาวุโสของบริษัทฟาสต์ รีเทลลิ่ง และหัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าวว่า “เราได้รับการตอบรับที่ดีจากคอลเลคชันแรกของ UNIQLO and MARNI จากซีซันแรก มีลูกค้าหลายๆ ท่านที่ใส่ชุดจากคอลเลคชันนี้ในทุกมุมเมือง ผมรู้สึกว่าคอลเลคชันนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนที่มองหาแฟชันที่ช่วยปลดปล่อยความรู้สึกที่ผ่านมา ธีมของคอลเลคชันที่สองจึงเสมือนความสุขสันต์จากการถูกโอบกอด ถ่ายทอดผ่านสินค้าของยูนิโคล่ที่เป็นที่รู้จักกันดี อย่างฮีทเทค (HEATTECH) และเสื้อถัก ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นอย่างมากท่ามกลางเสียงตอบรับของลูกค้าในช่วงฤดูหนาว รวมถึงเครื่องแต่งกายประเภทอื่นๆ ผมหวังว่าลูกค้าจะรู้สึกสนุกไปกับคอลเลคชันล่าสุดจาก UNIQLO and MARNI ที่เปี่ยมไปด้วยไอเทมคุณภาพสูง ความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกับการนำเอาศิลปะมาสอดแทรกลงบนเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน”

ฟรานเชสโก ริสโซ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ (Creative Director) ของ MARNI เผยว่า “ผมรู้สึกปลาบปลื้มมากที่จะได้เปิดตัวคอลเลคชันฤดูหนาวนี้ หลังจากที่ได้เปิดตัวคอลเลคชันที่แล้ว พวกเราสามารถยึดถือหลักการปรัชญาการออกแบบของยูนิโคล่ได้อย่างแน่วแน่ และส่งผ่านความงดงามในแบบฉบับ MARNI มาเป็นไลฟ์แวร์ (LifeWear) ที่ถูกออกแบบมาอย่างไร้ที่ติ ในคอลเลคชันนี้ ผมอยากมองให้ลึกในมุมความงดงามในช่วงยุค 60 และสนุกไปกับรูปแบบที่คุ้นเคย (cliché) ลายแพทเทิร์นยังคงสื่อสารแนวคิดของ MARNI ไปยังทุกคนเช่นเคย เพราะว่า ลายแพทเทิร์นเปรียบเสมือนคำพูดของเรา อันแสดงเอลักษณ์ของ MARNI  ในครั้งนี้พวกเราถ่ายทอดแพทเทิร์นสีสันลงบนเสื้อผ้า โดยไม่มีเรื่องของสรีระเป็นข้อจำกัด สร้างลูกเล่นอันซับซ้อนระหว่างลายปริ้นต์และร่างกายเพื่อเน้นรูปร่างมากยิ่งขึ้น”

กราฟิก สี และรูปทรงจากการผสมผสานรวมกัน

ความคิดสร้างสรรค์ของ MARNI โดดเด่นผ่านการเล่นเลเยอร์ ที่รวมเอาลายปริ้นต์กราฟิก สีสันที่สดใส และรูปทรงสามมิติเข้าด้วยกัน ไอเทมหลักสำหรับหน้าหนาวของยูนิโคล่อย่างฮีทเทคถูกนำมาตีความใหม่ด้วยลายปริ้นต์          สีจัดจ้านจากช่วงปี 60 และดีไซน์แบบคัลเลอร์บล็อค เสื้อดาวน์ตัวนอกในทรงโคคูนแบบหลวม (Voluminous Cocoon) ที่สามารถแต่งเล่นเลเยอร์กับเสื้อถักสีเขียวนีออน สีส้ม และสีเหลืองแชฟรอน ฮีทเทคที่โอบกอดร่างกาย  เสื้อดาวน์ตัวนอกที่คลุมท่อนบนอีกชั้น ช่วยปกป้องร่างกายให้ผู้สวมใส่รู้สึกอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว

คอลเลคชันที่น่าตื่นตาตื่นใจของการจับคู่ไอเทมต่างๆเข้าด้วยกัน

ไลน์อัพของไอเทมที่หลากหลายและมีสีสันที่แตกต่างกัน นำเสนอความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดสำหรับสไตล์ลิ่งในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อกั๊ก เสื้อสเวตเตอร์ หมวกไหมพรมที่คลุมได้ทั้งศรีษะ (Balaclava) ไอเทมหลักสำหรับหน้าหนาวนี้ ใช้การเทคนิคการถักแบบป๊อปคอร์น (Popcorn Knit) เพื่อเพิ่มความอบอุ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า คอลเลคชันนี้ยังประกอบไปด้วยถุงมือและผ้าคลุมไหล่ที่ทำมาจากผ้าถัก Mélange และผ้าแคชเมียร์ นอกจากนี้ยังมีถุงมือ หมวกไหมพรม (beanies) ซึ่งใช้เทคนิกการถักแบบเดียวกัน  การเลือกสรรไอเทมต่างๆ ในโทนสีที่หลากหลายและลาย แพทเทิร์นที่ต่างกันช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการหาของขวัญที่พิเศษสุดสำหรับช่วงเทศกาล

ผ้าพันคอฟุโรชิกิในสไตล์แบบภาพสลับลาย (Kaleidoscopic)

คอลเลคชันนี้นำเสนอผ้าพันคอฟุโรชิกิเนื้อผ้าไหมในลวดลายที่วาดด้วยมือ สวยงามและดึงดูดสายตา สัมผัสเรียบลื่นและนุ่มนวล มีคาแรคเตอร์มันเงา ความเลื่อมเงาของผ้าไหมเสริมให้รูปทรงต่างๆ มีความสวยงาม ผ้าพันคอ        ฟุโรชิกิเพิ่มสีสันโดดเด่นขึ้นเมื่ออยู่บนคอหรือเพิ่มลูกเล่นให้กับทรงผม การห่อผ้าแบบฟุโรชิกิเป็นการห่อสิ่งของด้วยผ้าญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สำคัญมายาวนาน เกิดเป็นเทคนิคการห่อผ้าในรูปแบบหลากหลายนับไม่ถ้วน  อาทิ เทคนิคการห่อผ้ารูปทรงแตงโมที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เหมาะสำหรับสิ่งของที่เป็นทรงกลม กลายเป็นกระเป๋าใบจิ๋ว ใช้ใส่ของชิ้นเล็กๆ อย่างกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงเทคนิคการห่อผ้าทรงกลีบดอกไม้ รังสรรค์ผูกปมที่สื่อถึงดอกไม้ เป็นเทคนิคการห่อของขวัญด้วยผ้าที่เพอร์เฟคสำหรับคนพิเศษ การใช้ผ้าพันคอฟุโรชิกิจึงไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงแค่นี้เท่านั้น ขึ้นอยู่กับจินตนาการของแต่ละคน

นอกจากนี้เพียงช้อปสินค้ายูนิโคล่ครบ 2,500 บาท ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 น. จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2565 เวลา 23.59 น  และมีคอลเลคชัน UNIQLO and MARNI อย่างน้อย 1 ชิ้น ในยอดการซื้อ ทั้งที่ร้านสาขา และออนไลน์สโตร์ จะได้รับสิทธิ์ร่วมเวิร์คช้อปสไตลิ่งการมิกซ์แอนด์แมตช์และเลือกสีสันที่เหมาะกับตัวคุณ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สี และ เซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับกูรูแฟชั่นที่จะมาร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจการแต่งตัว โดยเวิร์คช้อปจะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2565 ที่ New U – New UNIQLO Experience at Siam Square สยามสแควร์ ซอย 7 จำกัดเพียงรอบละ 20 คน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คยูนิโคล่ และสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฯ ผ่านทาง Google Form https://forms.gle/sEZTjfUj1h8jpRKm6 ได้ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป

ไลน์อัพและราคาสินค้า

ไอเทมผู้หญิง 16 ไอเทม และเครื่องแต่งกายอื่นๆ 10 ไอเทม

เสื้อตัวนอก฿3,990 – ฿6,990ฮีทเทค฿390 – ฿790
กางเกง / กระโปรง฿1,990ชุดเดรส฿1,990
เสื้อถัก฿990 – ฿4,990เครื่องแต่งกายอื่นๆ฿790 – ฿3,990
เรนาสโซ-มอเตอร์-เผยโฉม-Lamborghini-Urus-Performante-Cover

เรนาสโซ มอเตอร์ เผยโฉม Lamborghini Urus Performante อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน Thailand International Motor Expo 2022

  • พบกับมิติใหม่แห่งสุดยอดสมรรถนะซูเปอร์เอสยูวีเพื่อ “การขับขี่ที่เร้าใจ”
  • เสริมสมรรถนะด้วยดีไซน์อากาศพลศาสตร์แบบใหม่และลดน้ำหนักให้เบายิ่งขึ้น
  • มิติของรถถูกปรับให้มีความสูงลดลง กว้างขึ้น และน้ำหนักเบาลง 47 กิโลกรัม พร้อมกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 666CV
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 306 กม./ชม.
  • ปรับจูนโหมดการขับขี่เพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น และเสริมด้วยโหมด RALLY

เรนาสโซ มอเตอร์ (Renazzo Motor) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัวไอคอนิกความแรงใหม่ล่าสุดจากแบรนด์กระทิงดุ Lamborghini Urus Performante ปรากฏการณ์ใหม่แห่งสุดยอดสมรรถนะและสัมผัสการขับขี่แนวสปอร์ตในแบบฉบับซูเปอร์เอสยูวี ในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ระหว่างวันที่ 1– 12 ธันวาคม 2565 ณ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี บูธ B01-1 ด้วยรูปลักษณ์ที่สะท้อนถึงความหรูหราเหนือระดับของรถยนต์ Urus พร้อมสะกดทุกสายตาทั้งบนท้องถนน สนามแข่งขัน หรือแม้แต่บนเส้นทางสุดทรหด ซึ่งทำให้ Urus Performante คือมิติใหม่แห่งสุดยอดงานดีไซน์อันเปี่ยมพลัง ที่ผสานระบบวิศวกรรมยานยนต์ระดับซูเปอร์สปอร์ตไว้อย่างลงตัว นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดแสดง Lamborghini Huracán STO ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง ด้วยเครื่องยนต์ V10 แบบ NA ที่มาพร้อมรูปลักษณ์การออกแบบที่สวยงามอย่างน่าหลงใหล มาจัดแสดงร่วมด้วย

เรนาสโซ มอเตอร์ เผยโฉม Lamborghini Urus Performante อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน Thailand International Motor Expo 2022

งานเปิดตัว Lamborghini Urus Performante ได้รับเกียรติจาก ฟรานเชสโก้ สคาร์ดาโอนี่ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก   

ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี บินตรงแบบเอ็กซ์คลูซีฟมายังประเทศไทยเพื่อร่วมเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ โดยกล่าวว่า “เราภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอ Urus Performante ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญและสื่อมวลชนในกรุงเทพฯ ได้สัมผัสตัวจริงกันอย่างใกล้ชิดในวันนี้ Urus Performante คือการยกระดับสมรรถนะการขับขี่และรูปลักษณ์ที่หรูหราของรถยนต์เอสยูวีลัมโบร์กินีให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น โดยยังคงรักษามาตรฐานการใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่หรูหราสะดวกสบาย และผสานประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะการใช้งานบนท้องถนนประจำวัน แต่ยังมอบความโดดเด่นบนทุกเส้นทางด้วยดีไซน์อันหรูหราน่าประทับใจ จนถือเป็นเกณฑ์สมรรถนะใหม่ของวงการรถยนต์ระดับโลกเลยทีเดียว”

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า “หลังจากลัมโบร์กินีได้เผยโฉม Lamborghini Urus Performante พร้อมกันทั่วโลก เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ในวันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่สาวกกระทิงดุในเมืองไทยจะได้ยลโฉม Lamborghini Urus Performante คันจริงเป็นครั้งแรกกันอย่างใกล้ชิดในงาน Thailand International Motor Expo 2022  โดย Lamborghini​ Urus Performante เป็นสุดยอดสมรรถนะซูเปอร์เอสยูวีเพื่อการขับขี่ที่เร้าใจ ซึ่งเรามั่นใจว่าโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดนี้จะตอบโจทย์ทุกประสบการณ์การขับขี่และได้การตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ลัมโบร์กินีทั่วประเทศอย่างแน่นอน

สุดยอดงานออกแบบเพื่อสมรรถนะขั้นสูง

Urus Performante สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยดีไซน์แนวอากาศยานในทุกมุมมอง โดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์ด้านหน้า ด้วยฝากระโปรงและแผงกันชนขนาดใหญ่ที่เฉียบคม เพื่อสื่อถึงดีเอ็นเอสายพันธุ์ซูเปอร์สปอร์ตใน Performante อย่างเด่นชัดโดยยังคงแฝงกลิ่นอายแห่งความหรูหราภูมิฐานของรถยนต์ Urus ไว้อย่างกลมกลืน นอกจากนี้ Urus Performante ยังเน้นการใช้วัสดุคอมโพสิตในการผลิต ทำให้เป็นรถยนต์ที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มากที่สุดในรถยนต์เซกเมนต์เดียวกัน

“งานดีไซน์ที่ดุดันและโดดเด่นของ Urus Performante ผสานเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์ที่ปรับปรุงใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งทั้งสองด้านต่างช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะม่านอากาศบนแผงกันชนหน้ากับงานออกแบบแนวใหม่เพื่อมอบความสวยงามที่แตกต่าง รวมถึงฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา และการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในส่วนต่าง ๆ เกือบทั้งหมดซึ่งถือเป็นแบบฉบับการสร้างสรรค์รถยนต์ Performante ที่เป็นเอกลักษณ์ของลัมโบร์กินี ทำให้ Urus Performante คือซูเปอร์เอสยูวีที่ผสานความเป็นหนึ่งเดียวกับนักขับได้อย่างสมบูรณ์แบบ” มิตจา โบร์เคิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ กล่าว

Urus Performante มีการออกแบบเส้นสายบนฝากระโปรงให้ยาวต่อเนื่องลงมาถึงแผงกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และมาพร้อมช่องระบายลมวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีเดียวกับตัวรถ โดยลูกค้าสามารถเลือกแบบโชว์ลายคาร์บอนไฟเบอร์ได้ ทั้งยังสามารถเลือกหลังคาเป็นลายคาร์บอนไฟเบอร์ให้เหมือนกับซูเปอร์สปอร์ตคาร์ของลัมโบร์กินีอย่าง Huracán Performante และ Super Trofeo ได้ตามต้องการ

แผงกันชนหน้าและสปลิตเตอร์วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ถูกออกแบบให้มีเส้นสายใหม่ที่ดูดุดันกว่าเดิม ช่องดักอากาศสีดำด้านหน้าช่วยเสริมประสิทธิภาพการระบายความร้อนเครื่องยนต์พร้อมเพิ่มความดุดันแนวซูเปอร์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ม่านดักลมแบบใหม่นั้นทำให้อากาศไหลเข้าทางล้อหน้าได้มากขึ้น และผสานกับการออกแบบตรงช่องระบายลมบนฝากระโปรง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์พร้อมทำให้เครื่องยนต์เย็นลง ส่วนสปอยเลอร์ด้านหลังดีไซน์ใหม่ยังช่วยเพิ่มแรงกดด้านหลังของ Urus Performante ได้อีก 38%

การออกแบบสปริงใหม่ช่วยให้โครงแชสซีของ Performante ต่ำลงอีก 20 มม. และเพิ่มความกว้างฐานล้อขึ้นอีก 16 มม. ซุ้มล้อวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ สามารถจับคู่กับล้อน้ำหนักเบาขนาด 23 นิ้วหรือแบบมาตรฐาน 22 นิ้ว พร้อมน็อตไทเทเนียมและยาง Pirelli ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ

Urus Performante ลดความสูงลงเพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่บึกบึนด้วยการออกแบบกันชนหน้าและหลังขนาดใหญ่ ซึ่งเพิ่มความยาวตัวรถ 25 มม. การออกแบบด้านหลังมีความสวยงามไม่แพ้ด้านหน้าด้วยสปอยเลอร์ขนาดใหญ่และการออกแบบฟินสปอยเลอร์หลังที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Aventador SVJ ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มแรงกดให้ตัวรถ

กันชนหลังและดิฟฟิวเซอร์ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมกับท่อไอเสีย Akrapovic วัสดุไทเทเนียมน้ำหนักเบาเป็นมาตรฐาน ช่วยเพิ่มพลังเสียงที่กระหึ่มทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของลัมโบร์กินี และเสียงจะแตกต่างไปตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ยิ่งไปกว่านั้นการใช้ธีมสีทูโทนยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ Performante ให้โดดเด่นขึ้น จากการทำชิ้นส่วนอื่น ๆ ให้มีสีแตกต่างจากตัวรถ ทั้งมือจับประตูสีดำ ช่องระบายลมคาร์บอนไฟเบอร์เคฟลาร์บนฝากระโปรงและสปอยเลอร์ลิปคาร์บอนไฟเบอร์เคฟลาร์ เป็นต้น

การออกแบบห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วย Alcantara สีดำ Nero Cosmus เป็นมาตรฐาน พร้อมเบาะลายหกเหลี่ยมในสไตล์ “Performante Trim” นอกจากนี้ยังเลือกออปชันเสริมได้จากการตกแต่งด้วยหนัง และสีสันภายใน โดยสามารถเลือกสไตล์ “Performante Trim” ทั้งในส่วนประตู เส้นแนวหลังคา พนักพิง และด้านหลังเบาะคู่หน้า รวมถึงโปรแกรมการตกแต่งเฉพาะแบบ Ad Personam ของลัมโบร์กินีที่มีตัวเลือกวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ผิวด้านเพื่อการตกแต่งภายใน มือจับประตูสีแดง และขอบประตู Ad Personam พวงมาลัยมาตรฐานเป็น Alcantara สลับหนังสีดำตกแต่งด้วยโทนสีดำด้านให้เข้ากับห้องโดยสารธีมอลูมิเนียมชุบดำ สำหรับออปชั่น “Dark Package” จะสามารถเลือกการตกแต่งโทนสีดำด้านให้ครอบคลุมรายละเอียดของห้องโดยสารส่วนอื่น ซึ่งรวมถึงส่วนก้านของแผงควบคุมกลาง TAMBURO ที่ควบคุมฟังก์ชั่นทั้งปุ่มเปิด/ปิดเครื่องและตัวเลือกโหมดการขับขี่ต่าง ๆ ส่วนการแสดงผลกราฟิก HMI เป็นแบบใหม่ที่ออกแบบสำหรับ Urus Performante โดยเฉพาะ

สุดยอดระบบวิศวกรรมเพื่อการขับขี่ที่เหนือระดับ

“Urus Performante เปรียบเสมือนนักกีฬาน้ำหนักเบาที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง มาพร้อมรูปทรงที่แข็งแรงบึกบึน ดีไซน์สวยงามโดดเด่น เครื่องยนต์ V8 Twin Turbo และท่อไอเสียแบบสปอร์ตน้ำหนักเบา ที่ดึงดูดทุกคู่สายตาและมอบประสบการณ์สุดเร้าใจทั้งบนถนน ในสนามแข่งขัน หรือแม้แต่บนเส้นทางวิบาก ทำให้ Urus Performante เป็นสุดยอดเอสยูวีสำหรับนักขับซูเปอร์สปอร์ตคาร์ตัวจริง” รูเว็น โมห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค กล่าว 

Urus Performante มาพร้อมกับกำลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น 16CV สูงสุดที่ 666CV และลดน้ำหนักลง 47 กก. ทำให้มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังเครื่องยนต์ดีที่สุดในคลาสที่ 3.2 กิโลกรัม/แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.3 วินาที และเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนรถหยุดนิ่งได้ในระยะทางเพียง 32.9 เมตร Urus Performante สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 306 กม./ชม. พร้อมประสิทธิภาพการตอบสนอง การควบคุม และความเสถียรที่เหนือชั้น จากการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ โดยเพิ่มแรงกดรวมได้ 8%

ยาง Pirelli P Zero (ขนาด 258/40 R22 และ 325/35 R22) เป็นรุ่นมาตรฐานและยังมี Pirelli P Zero Trofeo R เป็นครั้งแรกสำหรับตระกูล Urus เพื่อให้สอดคล้องกับคาแรกเตอร์ของรถเอสยูวี ซึ่งเกิดจากการร่วมมือพัฒนากับลัมโบร์กินี ผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ได้ยางที่ใช้งานได้แบบอเนกประสงค์ดียิ่งขึ้น แต่ยังคงมอบประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมทั้งบนพื้นผิวแห้งและเปียก

สำหรับระบบบังคับเลี้ยว Urus Performante มอบสัมผัสใหม่แก่ผู้ขับให้รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์และท้องถนนมากขึ้น ด้วยการควบคุมที่ตอบสนองฉับไวและฟีลแบบสปอร์ตอันเร้าใจในทุกจังหวะการควบคุม การคาลิเบรตแบบใหม่ช่วยเพิ่มสัมผัสเชื่อมโยงกับพื้นถนนส่งผลให้การควบคุมแม่นยำและมอบการตอบสนองได้ทันที ระบบเลี้ยวล้อหลังที่ตอบสนองเร็วขึ้นยังช่วยเพิ่มความฉับไวในการเลี้ยว ไม่ว่าจะใช้โหมดการขับขี่บนถนนหรือออฟโร้ด

โหมดการขับขี่ที่ถูกออกแบบใหม่ทำให้ผู้ขับขี่ Urus Performante สามารถเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างได้ในทุกวัน โดยในโหมด STRADA ให้สัมผัสการขับขี่ที่หรูหราและสะดวกสบายด้วยการซับแรงที่นุ่มนวล ส่วนในโหมด SPORT นักขับจะได้เพลิดเพลินกับการตอบสนองที่ดุดันสะใจ ระบบเลี้ยวล้อหลังจะเพิ่มความคล่องตัวในความเร็วต่ำและเพิ่มความเสถียรเมื่อใช้ความเร็วสูง และด้วยการปรับช่วงล่างใหม่ยังเพิ่มความสนุกสนานทั้งในระหว่างการขับและทุกการเปลี่ยนเกียร์ การตั้งค่าแชสซีเพื่อเสริมฟีลการขับขี่แบบสปอร์ตยังครอบคลุมถึงการใช้สปริงเหล็กกล้าที่แข็งขึ้นและการปรับแต่งแดมเปอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองให้นักขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์

โหมด CORSA ใน Urus Performante ตอบโจทย์การแข่งขันอันดุเดือดด้วยประสิทธิภาพการควบคุมขั้นสูงสุด ทั้งความเสถียรเมื่อขับขี่ความเร็วสูง การเลี้ยวที่เสริมประสิทธิภาพด้วยเหล็กกันโคลงแบบแอ็กทีฟ พร้อมพลังเสียงสุดกระหึ่มของท่อไอเสียแบบสปอร์ตที่ทั้งนักขับและทุกคนในสนามจะได้รับรู้ถึงความเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ของลัมโบร์กินี

นอกจากโหมดการขับขี่มาตรฐานต่าง ๆ Urus Performante ยังมาพร้อมโหมดใหม่อย่าง RALLY เพื่อยกระดับการขับขี่แนวสปอร์ตที่สนุกสนานในแบบฉบับเอสยูวี และนำเสนออีกระดับของความตื่นเต้นเร้าใจในการวิ่งบนทางวิบาก โดยมีการเสริมสมรรถนะด้วยเหล็กกันโคลงและตัวซับแรง ซึ่งปรับปรุงให้สอดรับกับการทำงานของสปริงแม้วิ่งบนพื้นผิวขรุขระและหฤโหด ให้คุณสัมผัสมิติใหม่แห่งประสิทธิภาพซูเปอร์เอสยูวีสายพันธุ์สปอร์ตที่แท้จริง

สำหรับตลาดจีนจะได้รับการอัปเกรดเชิงเทคนิคใน Urus Performante รุ่นใหม่ โดยจะถูกตั้งค่ากำลังเครื่องยนต์ไว้ที่ 640CV ตามข้อกำหนด

Technical Data

CHASSIS AND BODY 
ChassisIntegral lightweight body in aluminum composite design
Body shellOuter skin made from aluminum and composite material
SuspensionMulti-link front and rear
Springs and dampersSteel springs and dampers, electromechanical active roll stabilization, electronic damper control
Electronic Stability Control (ESC)ESC/ABS characteristics can be adjusted via TAMBURO,
ESC can be deactivated
SteeringElectromechanical power steering, steering gear with different servotronic characteristics and Lamborghini Rear-wheel Steering (LRS), managed by the Tamburo drive modes
Steering wheel ratio13.3:1
BrakesFront and Rear carbon-ceramic brakes discs with front monoblock aluminum 10 piston brake calipers  and rear cast iron floating 1 piston brake calipers with integrated electric parking brake
Brake discsCarbon ceramic discs, ventilated Ø 440 x 40 mm front Ø 370 x 30 mm rear
Tires (standard)PIRELLI PZERO 285/40 ZR22 (front) – 325/35 ZR22 (rear)
Wheels (standard)10Jx22″ ET20 (front) 11,5Jx22″ ET14 (rear)
MirrorsElectrically controlled exterior mirrors
AirbagsUp to 8 Airbags: front driver and passengers airbag, front and rear side airbags, curtain airbag for head protection
ENGINE 
TypeEight -cylinder V, 90°
Displacement3.996 cm3
Bore / strokeØ 86 mm x 86 mm
Valve controlIntake and exhaust camshafts with continually variable adjustment
TurbochargerBi-turbo twin-scroll
Compression9.7: 1 
Max. power490 kW / 666 CV at 6,000 rpm
Max. torque850 Nm at 2,300-4,500 rpm
Emissions classEURO 6
Exhaust treatment4 catalyst with lambda regulation
Cooling systemWater cross flow cooling
Engine ManagementBosch   
DRIVETRAIN 
Type4WD with integrated front differential, central differential (Torsen) and active torque vectoring rear differential
Transmission8-speed automatic gearbox, characteristic depending on TAMBURO drive mode
PERFORMANCE 
Top Speed306 km/h
0–100 km/h3.3 s
0–200 km/h11.5 s
Braking (100-0 km/h)32.9 m
DIMENSIONS 
Wheelbase3,006 mm
Length5,137 mm
Width2,026 mm
Width (incl. ext. mirrors)2,181 mm
Height1,618 mm
Track front1,711 mm
Track rear1,718 mm
Kerb-to-kerb turning circle11.8 m – average value, variable due to dynamic condition, thanks to Lamborghini Rear-wheel Steering (LRS)
Weight (DIN)2,150 kg
Weight/power3.23 kg/CV 
Weight Distribution58% (front) – 42% (rear)
CAPACITIES 
Fuel85 liters
Trunk616 liters
CONSUMPTIONThe vehicle is not yet offered for sale and is therefore not subject to Directive 1999/94/EC. The fuel consumption and emissions data are in the type of approval stage
MIDO

Mido แนะเรือนเวลาหรู 5 เรือน 5 สไตล์ที่เหมาะเป็นของขวัญในวันสำคัญ

ในช่วงที่เทศกาลสำคัญกำลังจะเดินทางมาถึง หลายคนคงกำลังมองหาของขวัญสักชิ้นสำหรับเป็นรางวัลให้ตัวเองหรือมอบให้คนพิเศษในโอกาสสำคัญ ล่าสุดแบรนด์นาฬิกาหรู “มิโด” (MIDO) ได้เผยโฉมเรือนเวลาหรู 5 เรือน 5 สไตล์ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับเป็นของขวัญให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของแต่ละบุคคล

Mido แนะเรือนเวลาหรู 5 เรือน 5 สไตล์ที่เหมาะเป็นของขวัญในวันสำคัญ

Modern showcase with empty space pedestal on blue circle background. 3d rendering.

สำหรับเรือนเวลาหรู! 5 เรือน 5 สไตล์ นั้นประกอบไปด้วย คอมมานเดอร์ กราเดียนท์ เดนิม บลู (Commander Gradient Denim Blue) จากตระกูลคอมมานเดอร์ (Commander) หนึ่งในซีรีส์ยอดนิยมตลอดกาลของ “มิโด” (MIDO) ที่ได้การยอมรับจากเหล่าคนรักนาฬิกามาอย่างยาวนาน

สำหรับ คอมมานเดอร์ กราเดียนท์ เดนิม บลู (Commander Gradient Denim Blue) เป็นนาฬิกาที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา คลาสสิก และความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลม พร้อมแต่งพื้นผิวแบบขัดด้านสลับขัดมันที่บริเวณขอบเรือนเวลา ครอบด้วยแผ่นหน้าปัดอะคริลิคโปร่งแสงที่เผยให้เห็นถึงสีสันสโมคกี้บริเวณหน้าปัดในโทนสีน้ำเงินไล่เฉด และการทำงานของชุดจักรกลที่อยู่ภายใน ส่วนเข็มและหลักชั่วโมงถูกนำเสนอมาในสีเงินเพื่อให้รับกับเฉดสีของหน้าปัด พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) สีขาว

โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง และสามารถดำน้ำลึกได้ในระดับ 50 เมตร ด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นเรือนเวลาสำหรับหนุ่มที่ชื่นชอบในความหรูหราที่แฝงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ถัดมาที่ คอมมานเดอร์ โครโนกราฟ สเปเชียล เอดิชั่น (Commander Chronograph Special Edition) เรือนเวลาสำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบสไตล์คลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจการดีไซน์ตัวเรือนมาจากหอไอเฟล ด้วยขอบตัวเรือนที่มีความบางเป็นพิเศษ พร้อมหน้าปัดทรงกลมที่สะท้อนส่วนโค้งของสถาปัตยกรรมชิ้นเอกได้เป็นอย่างดี บนตัวเรือนสแตนเลสสตีลสีโรสโกลด์ โดดเด่นด้วยสีของหน้าปัดที่เป็นการไล่สีจากสีเทาแบบแอนทราไซต์ (Anthracite) อันโฉบเฉี่ยว ครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่เจียระไนให้เป็นสันเหลี่ยมเพื่อเพิ่มมิติให้กับตัวเรือนจับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลหรือสายผ้าสีเทาที่

สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 60 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง โดยสามารถดำน้ำลึกได้ในระดับ 50 เมตรพร้อมเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) สีขาว ไว้บริเวณหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกา เพื่อช่วยในการอ่านค่าเวลาได้ง่ายขึ้นในที่แสงน้อย

ต่อที่นาฬิกาจากคอลเลกชั่นทเวนตี้ เยียร์ส อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์ (20 Years Inspired by Architecture) กับเรือนเวลาดีไซน์สปอร์ต โอเชี่ยน สตาร์ อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์ (Ocean Star Inspired By Architecture) ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากความงดงามของประภาคารยูโรปาพ้อยท์ (Europa Point)

โดยทีมดีไซน์ได้หยิบยกนำคุณสมบัติด้านความทนทานและความปลอดภัยของประภาคารที่เปรียบเสมือนแสงนำทางของผู้คนในท้องทะเลมาถ่ายทอดบนเรือนเวลาที่มีดีไซน์อันโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บนตัวเรือนทรงกลมที่เพิ่มความโดดเด่นให้หน้าปัดสีฟ้าด้วยขอบเบเซิล (Bezel) ครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน โดยตำแหน่ง 12 นาฬิกา ถูกออกแบบให้เป็นรูปทรงประภาคารสีขาวสลับสีแดง ซึ่งทีมดีไซน์ยังได้สลักรูปประภาคารยูโรปาพ้อยท์ (Europa Point) ไว้บริเวณฝาหลังอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) สีขาวบนเข็มนาฬิกากับหลักเวลาบนหน้าปัด และสีส้มในส่วนปลายของเข็มวินาที ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ส่วนกลไกตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยระบบคาลิเบอร์ 80 ซึ่งเป็นกลไกสมัยใหม่ที่ถูกพัฒนาให้มีพลังงานสำรองสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง 

เรือนต่อมา โอเชี่ยน สตาร์ 200ซี ไทเทเนียม (Ocean Star 200c Titanium) นาฬิกาจากตระกูลโอเชี่ยน สตาร์ (Ocean Star) เรือนเวลาที่สะท้อนให้เห็นถึงดีไซน์อันแข็งแกร่งของ “มิโด” (MIDO) ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากโลกแห่งการดำน้ำ โดยหยิบยกลวดลายอันเป็นเอกลัษณ์อย่างลายเส้นรูปทรงคลื่นมาดัดแปลงผสมผสานให้เข้ากับหน้าปัดสีดำบนตัวเรือนไทเทเนียมที่ทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำทะเลและเหงื่อได้ดี โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นของนาฬิกาดำน้ำประสิทธิภาพสูงพิเศษด้านความแม่นยำและเที่ยงตรง ที่สามารถดำน้ำลึกได้ในระดับ 200 เมตร พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) สีขาว ที่ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายในที่แสงน้อย ส่วนกระจกหน้าปัดทำจากคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน และฝาหลังถูกสลักเป็นรูปปลาดาว พร้อมขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง ซึ่งทนทานในทุกสภาพแวดล้อม

 ปิดท้ายที่ มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก้ (Multifort Skeleton Vertigo) เรือนเวลาจากตระกูลมัลติฟอร์ต (Multifort) โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตที่ชวนให้หลงใหลด้วยหน้าปัดและฝาหลังแบบเปลือย สามารถมองเห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่อยู่ด้านใน ด้วยรายละเอียดการดีไซน์สุดประณีตบรรจง พร้อมลวดลายแนวตั้งบนหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้นสายเคเบิ้ลอันแข็งแกร่งของสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge)  ผสมผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ (Geneva Stripes) พร้อมเทคนิคการทำสีแบบแอนทราไซต์ (Anthracite) เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ทันสมัย โดยตัวเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) สีขาว พร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ช่วยป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าปัดทั้งสองด้าน โดยฝาหลังได้สลักโลโก้ ‘MIDO’ ไว้อย่างชัดเจน

เรียบโก้ด้วยสายรัดสแตนเลสสตีล และตัวล็อคแบบบานพับที่ทำจากเหล็กเคลือบซาติน อีกทั้งยังสามารถสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมดีไซน์ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ทุกยุคสมัย และฟังก์ชั่นการใช้งานก็ต้องตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน

นอกจากนี้ “มิโด” (MIDO) ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของแต่ละบุคคลอีกด้วย เริ่มจาก หนุ่มนักธุรกิจ หรือหนุ่มออฟฟิศที่ชื่นชอบความคล่องตัวและมีไลฟ์สไตล์อันโฉบเฉี่ยว นาฬิกาดีไซน์โมเดิร์นที่สะท้อนความคลาสสิกและความทันสมัยได้ในเรือนเดียวกัน นับเป็นไอเทมที่สามารถเติมเต็มความสมบูรณ์แบบได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเลือกเป็นนาฬิกาทรงกลมสายสแตนเลสสตีลที่มีความบาง โดดเด่นด้วยหน้าปัดแบบเปลือย (Skeleton) ที่โชว์ให้เห็นถึงวงจรการทำงานด้วยใน หรือเรือนที่มีการเล่นเฉดสีบริเวณหน้าปัด ซึ่งงานดีไซน์เหล่านี้จะสามารถนำเสนอให้เห็นถึงความโมเดิร์นได้เป็นอย่างดี

ต่อมาที่ หนุ่มนักกิจกรรม แน่นอนว่าฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นจึงควรเลือกนาฬิกาที่วัสดุมีความแข็งแรงและทนทานได้ในทุกสภาพแวดล้อม สามารถสำรองพลังงานได้อย่างน้อย 80 ชั่วโมง และสามารถอ่านค่าเวลาได้แม้ในที่แสงน้อย สำหรับงานดีไซน์หากเป็นคนที่ชื่นชอบความคลาสสิกอาจจะเลือกเป็นนาฬิกาสแตนเลสสตีล หรือถ้าเป็นหนุ่มรักดีไซน์ชอบความชิลล์ นาฬิกาสายผ้าถักก็สามารถตอบโจทย์ได้เช่นกัน

ปิดท้ายที่หนุ่มคลาสสิก ผู้ชื่นชอบในความภูมิฐาน นาฬิกาตัวเรือนทรงกลมสีโรสโกลด์ นับเป็นไอเทมที่ช่วยเสริมความสง่างามให้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าสายหนังสีน้ำตาลคืออีกหนึ่งแมททีเรียลที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของความคลาสสิก แน่นอนว่าสำหรับหนุ่มที่สวมใส่เรือนเวลานี้จะต้องเป็นคนที่หลงใหลในความเหนือกาลเวลาเป็นอย่างมาก


พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา

วิวภูเขาก็ได้ หาดทรายก็ดี “พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา” สวรรค์ลับบนเกาะลันตา

หลบไปชาร์จพลังกลางเกาะที่ให้วิวธรรมชาติทั้งภูเขาและทะเล “พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา” จ.กระบี่ สวรรค์ลับแห่งการพักผ่อนหนึ่งเดียวบนเกาะลันตา

สายรักธรรมชาติที่ชื่นชอบทั้งภูเขาและทะเลแต่เลือกไม่ได้ว่าจะไปพักผ่อนหย่อนความเครียดกันที่ไหนดี งั้นก็ปักหมุดแหล่งเที่ยวที่ให้ได้วิวทั้งสองอย่างจุกๆ เลยสิ และ แพรวดอทคอม ก็ขอชี้เป้าสวรรค์ลับแห่งการพักผ่อนหนึ่งเดียวบนเกาะลันตาที่ใครมาก็ต้องตกหลุมรักกับความธรรมชาติที่โอบล้อมอย่างแท้ทรู ความเงียบสงบที่หาได้ยากสำหรับคนเมือง ในการหลบมุมชาร์จพลังแบบเต็มแม็กซ์ในวันหยุดกันที่ พิมาลัย รีสอร์ทแอนด์สปา (Pimalai Resort & Spa)

บอกก่อนว่าการเดินทางจะใช้เวลาพอสมควรแต่รับรองว่าสวยคุ้มแน่นอน จากกรุงเทพฯ เครื่องบินลงสนามบินนานาชาติกระบี่ ต่อด้วยรถและเรือ มีท่าเรือ Pimalai Jetty ของรีสอร์ทเอง ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เรือ Speed Boat จากภูเก็ต ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง

สำหรับรีสอร์ทแบรนด์ไทยระดับ 5 ดาว แห่งแรกบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่บนอ่าวกันเตียง ซึ่งที่นี่ใหญ่มากๆ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 250 ไร่ ตั้งแต่ภูเขาจนถึงชายหาดติดทะเลอันดามันที่ทอดยาวด้านหน้ารีสอร์ทถึง 900 เมตรจุกๆ ล้อมรอบด้วยภูเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เรียกได้ว่าเป็นรีสอร์ทที่“เสมือนสวรรค์ลับแห่งการพักผ่อน” เหมือนเป็น “สวรรค์ลับกลางเกาะ” สมกับชื่อของรีสอร์ท “พิมาลัย” ภาษาอินเดียโบราณที่แปลว่า “A little patch of Heaven” ที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และยังสร้างชื่อเสียงให้กับ “เกาะลันตา” เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลกอีกด้วย

สไตล์การออกแบบ Low Rise Southern Style มีความกลมกลืนกับความสวยงามตามธรรมชาติและความเงียบสงบของภูเขาโดยรอบ มีตั้งแต่ห้องสวีทริมทะเล ไปจนถึงวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวริมผา ขนาดกว้างขวาง มองเห็นวิวธรรมชาติที่ล้อมรอบอย่างใกล้ชิด รวมถึงการตกแต่งที่กลมกลืนกับกลิ่นอายของไทยภาคใต้ และภายในรีสอร์ทครบวงจรด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาว พร้อมการบริการแบบไทยๆ ไม่ว่าจะ ท่าเรือส่วนตัว, ห้องอาหารและบาร์, ห้องอาหารที่ปรุงโดยเชฟมิชลิน, สปา, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 3 สระ, คิดส์คลับ, สนามเทนนิส และอื่นๆ อีกมากมาย

ส่วนห้องพักที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ Hillside Ocean View Pool Villa บ้านพักตากอากาศบนเนินเขาริมผา ท่ามกลางแมกไม้ ขนาดกว้างขวางมีพื้นที่ใช้สอยสะดวกสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่าวบากันเตียง ทะเลอันดามัน และป่าเขตร้อนอันเขียวชอุ่มโดยรอบ วิลล่าประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำขนาดใหญ่แบบซีทรู พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบอินฟินิตี้ขนาด 20 ตารางเมตร และศาลาไทยที่ให้บริการสปาส่วนตัว แยกโซนห้องนั่งเล่น ซึ่งมีมุมครัวและห้องน้ำขนาดเล็กอีกด้วย

 

อิ่มได้ทุกมื้อไม่ต้องกลัวหิว เพราะที่นี่มีห้องอาหาร 3 แห่งให้บริการทั้งสไตล์ไทยและตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น SPICE’N RICE ห้องอาหารไทยดั้งเดิมรวมถึงอาหารใต้รสเด็ด , RAK TALAY เมนูฟิวชั่นที่หลากหลายของร้านอาหารนี้ รวมถึง Surf and Turf Saturday Buffet ทุกค่ำคืนวันเสาร์อาหารทะเลปิ้งย่างสดใหม่พร้อมดนตรีสด และการแสดงไฟให้ชม เป็นแหล่งรวมตัวของคนในรีสอร์ทที่ครื้นเครง และ SEVEN SEAS ห้องอาหารตั้งอยู่บนเนินเขาสูง วิวสวยเกินจะบรรยาย มองเห็นทะเลอันดามันแบบสุดสายตา ข้างๆ เป็นหน้าผาสีเขียวที่ครึ้มไปด้วยไม้ใหญ่ ให้บริการอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฝรั่งเศส

   

ไม่ต้องกลัวเบื่อกลัวเหงา เพราะกิจกรรมสันทนาการแน่นๆ อาทิ  สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ศูนย์ดำน้ำ PADI Scubafish การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวป่าโกงกางฝั่งตะวันออก เดินป่าที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติเกาะลันตาทางทะเล อุทยานเกาะลันตา ชั้นเรียนทำอาหารไทย กิจกรรมกีฬ บริการเรือใบขนาดเล็ก เรือแคนู กระดานพายบอร์ด โรงเรียนสอนมวยไทย สนามเทนนิส ห่วงบาสเกตบอล เปตอง สนามแบดมินตัน ปิงปอง จักรยาน

สายนวดต้องลอง พิมาลัยสปา ตั้งอยู่ในหุบเขาที่เขียวชอุ่ม ศาลาเจ็ดยอด ตกแต่งด้วยหิน ไม้พื้นเมือง ไม้ไผ่ เหล็ก เชือก และเซรามิก ทางเดินไม้และชานชาลาเหนือลำธารเล็กๆ ที่คดเคี้ยวซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาคาร์พญี่ปุ่น รวมถึงศาลากลางแจ้งสำหรับการนวดแผนไทย และจากุซซี่กลางแจ้ง พร้อมซาวน่าสมุนไพร

นอกจากนั้น พิมาลัย ยังยึดมั่นในเรื่องการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการมากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาทิ โครงการรักษ์ลันตา ที่ร่วมกับภาครัฐในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ชีวิตและพืชพันธุ์ในผืนป่า รวมถึงปะการังในท้องทะเลอีกด้วย

ปักหมุด :  พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) 99 หมู่ 5 อ่าวบากันเตียง เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 81150 โทรศัพท์: 075 607 999 , อีเมล์: [email protected]www.pimalai.com


สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

  • เดินป่าจากอ่าวคลองจักร 2 ชั่วโมง ไปตามลำธารผ่านทุ่งหญ้าและป่าฝน ไปจนถึงน้ำตกขนาดเล็ก
  • เดินป่าที่อุทยานแห่งชาติ 2.5 กิโลเมตร เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นำผู้มาเยือนผ่านเขตรักษาพันธุ์ธรรมชาติที่น่าตื่นเต้น
  • ดำน้ำ เกาะห้า เกาะรอก เกาะไหง เกาะเชือก และเกาะมุก เพื่อชมถ้ำมรกต เกาะสวยงามที่สามารถเพลิดเพลินกับน้ำทะเลที่ใสสะอาด และชีวิตทางทะเลที่หลากหลาย
  • ดำน้ำลึก เกาะห้า เกาะบิดะ หินแดงและหินม่วง ศูนย์ดำน้ำของเราเปิดให้บริการตลอดปี
  • หมู่บ้านเมืองเก่าบนชายฝั่งตะวันออก หมู่บ้านที่เงียบสงบคุ้มค่าแก่การเยี่ยมชม เดือนมีนาคมมีเทศกาลลันตาลานตา
  • ทัวร์สำรวจป่าชายเลน ฟาร์มผีเสื้อ และฟาร์มกล้วยไม้
  • การท่องเที่ยวป่าโกงกางฝั่งตะวันออก
ป่าน-ณิชาภัทร

เจ้าแม่พรมแดง ป่าน-ณิชาภัทร ครีเอทลุคบาร์บี้ ร่วมงาน British Fashion Award

ไม่เคยทำให้ผิดหวัง!เจ้าแม่พรมแดงเมคอินไทยแลนด์ ป่าน-ณิชาภัทร์ สุภาพ ตัวแม่ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นตัวท๊อปของประเทศไทย และระดับอินเตอร์ ยืนหนึ่ง Met gala มาแล้วหลายปี ล่าสุดประกาศความปังอย่างต่อเนื่อง เป็นตัวแทนสาวแซ่บแห่งเอเชีย เข้าร่วมงานพรมแดงชื่อดังของยุโรป ในงาน British Fashion Award 2022 จัดโดย British Fashion Council ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ณ Royal Albert Hall กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเวทีดังระดับโลก ที่จัดขึ้นเพื่อประกาศรางวัลอันทรงเกียรติของวงการแฟชั่นระดับโลก   มีเหล่าบรรดาเซเลบคนดัง ในวงการแฟชั่นจากทั่วโลกมาร่วมตัวกัน โดยปีนี้รางวัลไฮไลท์ใหญ่ในงาน

สาขารางวัลนางแบบแห่งปี มงลงซูเปอร์โมเดลสาวระดับโลก Bella Hadid ส่วนอีกหนึ่งรางวัลใหญ่ รางวัลดีไซเนอร์แห่งปี ที่ปีนี้ตกเป็นของ Pierpaolo Piccioli หัวเรือใหญ่จากแบรนด์ Valentino ผู้สร้างสรรค์คอลเล็กชั่นสุดจดจำแห่งปี 2022 กับสี PP Pink Valentino ที่กลายเป็นสีแพนโทนที่ฮอตที่สุดในปี 2022

งานนี้ตัวแม่พรมแดง “ป่าน” ปรากฏโฉมกระทบไหล่คนดัง ด้วยชุดสีชมพูสีสันสะท้านโลก จากแบรนด์ Maison Valentino และเครื่องประดับหรูหราเครื่องเพชรจาก Piaget (เพียเจต์) มูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท ด้วยคอนเซปชัดเจน “Come on Barbie , Let’s go Party” ตุ๊กตาบาร์บี้มีชีวิต หน้าสวยเอเชียนลุคลงตัวเป๊ะๆ แถมยังเซ็กซี่ดูมดูม เรียกแสงแฟลชจากสื่อต่างประเทศจุกๆแน่นๆเช่นเคย ถือเป็นการทำการบ้านเลือกสีชุดและตีโจทย์แตก เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับดีไซเนอร์ที่สุดของโลกในปี2022

ป่าน-ณิชาภัทร
ป่าน-ณิชาภัทร 01
ป่าน-ณิชาภัทร 02
ป่าน-ณิชาภัทร 03
ป่าน-ณิชาภัทร 04
ร้านมิชลินสตาร์ Blue by Alain Ducasse Cover

Blue by Alain Ducasse ฉลอง 3 ปี ยิ่งใหญ่ “อลัง ดูคาส” บินลัดฟ้ามารังสรรค์มื้อพิเศษ

เรียกว่าจบลงไปอย่างน่าประทับใจ สำหรับงานเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปี ของ Blue by Alain Ducasse ร้านมิชลินสตาร์ ที่นำโดย มร. วิลฟริด ฮ็อคเกต (Mr. Wilfrid Hocquet) เอ็กเซกคิวทีฟเชฟ กับการต้อนรับการเดินทางมายังกรุงเทพฯอีกครั้งของเมนเทอร์เชฟ อลัง ดูคาส (Mentor Chef Alain Ducasse) ในโอกาสเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ The 3rd Anniversary Celebration Party ของ Blue by Alain Ducasse ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ชั้น M และชั้น 1 ไอคอนลักซ์ ไอคอนสยาม โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเชฟอลัง ดูคาส ร่วมเฉลิมฉลอง พร้อมด้วยทีมงานและแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 3 ปี  Blue by Alain Ducasse ได้นำเสนอคอร์สสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง ให้ทุกท่านได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารอันเลิศรส ในมื้อพิเศษ Four-Hand Lunch & Dinner จาก Mentor Chef Alain Ducasse และ Mentee Wilfrid Hocquet ซึ่งได้ร่วมกันรังสรรค์คอร์สอาหารมื้อกลางวันและมื้อค่ำเซ็ต 6 คอร์ส พบกับเมนูซิกเนเจอร์ BRITTANY BLUE LOBSTER เมนูอาหารในตำนานสูตรเฉพาะของ เชฟอลัง ดูคาส และ ALASKAN KING CRAB เสิร์ฟพร้อมกับคาเวียร์ หนึ่งในเมนูชื่อดังของเชฟวิลฟริด พร้อมด้วยอาหารฝรั่งเศสจานพิเศษ Pigeon Pithiviers ที่ทางร้านนำกลับมาเสิร์ฟอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพียงวันเดียวเท่านั้น

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธ เปิดเผยว่า “Blue by Alain Ducasse เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการทำตามคำมั่นสัญญาที่ผู้ร่วมลงทุนทั้งสามบริษัทได้ให้ไว้กับประเทศไทย ทั้งไอคอนสยาม สยามพิวรรธน์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซึ่งมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย และปรากฏการณ์แรกในมิติต่างๆ ให้เกิดขึ้นแก่คนไทยและคนทั่วโลก พร้อมยกระดับกรุงเทพฯให้เป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของโลก จนปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางที่มอบสุดยอดประสบการณ์ให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือนทุกคน

“Blue by Alain Ducasse ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2019  นอกจากการนำที่สุดแห่งประสบการณ์อาหารเลิศรสมายังกรุงเทพฯแล้ว ยังบรรลุเป้าหมายในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการคว้ารางวัลแห่งวงการอาหารระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรุงเทพฯเป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของโลกในฐานะจุดหมายปลายทางการรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งที่ไม่เหมือนใครของ Ducasse เช่นเดียวกับใน Monte Carlo ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ของเชฟ อลังดูคาส 

 “Blue by Alain Ducasse จะช่วยส่งเสริมภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ เช่น โรงแรมระดับไฮเอนด์หลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่จะมีตัวเลือกด้านประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งเพิ่มขึ้นสำหรับแขกที่มาเข้าพัก นอกจากนั้น ภัตตาคารแห่งนี้จะช่วยขับเคลื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาบนเวทีระดับนานาชาติในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกแห่งใหม่ ที่ดึงดูดผู้มาเยือนที่เป็นกลุ่มผู้นำทางความคิดเป็นจำนวนมากขึ้นให้มาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำสายสำคัญนี้”

เชฟอลัง ดูคาส เชฟชื่อดังระดับตำนาน เจ้าของรางวัลการันตีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และเป็นเมนเทอร์ผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เชฟระดับมิชลินสตาร์ทั่วโลกมาแล้วมากมาย  กล่าวว่า “Blue by Alain Ducasse เป็นเอกลักษณ์ของมหานครแห่งนี้ ด้วยเมนูอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่จะให้แขกทุกท่านได้เพลิดเพลินในบรรยากาศที่งดงาม พร้อมทัศนียภาพที่น่าประทับใจของแม่น้ำเจ้าพระยาในแบบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน”

เชฟดูคาสได้วางใจให้หัวหน้าเชฟ วิลฟริด ฮอคเกต หนึ่งในลูกทีม หรือ Mentee คนสำคัญของเขามากำหนดวิสัยทัศน์สำหรับ Blue และทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา ด้วยความเชื่อมั่นในเชฟวิลฟริด ฮอคเกต ผู้มากด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี กับการดูแลร้านอาหาร 3 ดาวมิชลิน Le Louis XV ในโรงแรมเดอปารีส มอนติคาร์โล ร้านอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดร้านหนึ่งของโลก ซึ่งจากความสำเร็จตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาของ Blue by Alain Ducasse เชฟวิลฟริดได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาทำหน้าที่หางเสือที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Blue By Alain Ducasse โดดเด่นด้วยบริการที่อบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมกับไวน์ลิสชั้นนำ ซึ่งได้รับรางวัลมากมายจากหลายสถาบัน โดยในปีแรกของการดำเนินงาน Blue ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ครั้งแรก ในฉบับที่ 4 ของ Michelin Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2021 และอยู่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน  นอกจากนี้ การตกแต่งภายในของ Blue ที่โดดเด่นทำให้ Blue ได้รับรางวัลสูงสุดในประเภท Fine Dining ในรายการ Best of Year Award ด้านการตกแต่งภายในยอดเยี่ยมสาขาไฟน์ไดนิ่ง จากนิตยสาร Interior Design ซึ่งเป็นนิตยสารระดับแนวหน้าของวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ รวมถึง Le French Design 100 รางวัลอันทรงเกียรติจาก Emmanuel Macron ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลด้านการออกแบบเพียงรางวัลเดียวในฝรั่งเศสที่ให้เกียรติผลงานระดับนานาชาติของนักออกแบบในโครงการออกแบบของพวกเขาทั่วโลก

สำหรับปีนี้ Blue สามารถเข้าไปอยู่ในลิสต์ร้านอาหาร อันดับที่ 25 ใน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย 2022 ซึ่งสนับสนุนโดย San Pellegrino และ Aqua Panna และล่าสุดกับรางวัลมิชลินสตาร์ 3 ปีซ้อน

ใครที่อยากตามไปสัมผัสสุดยอดประสบการณ์การรับประทานอาหารเลิศรสกับ Blue by Alain Ducasse สามารถสอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.065-731-2346 หรืออีเมล [email protected]

Deeplove “THE BEST UNIQUE SAVOIR-FAIRE” Cover

Deeplove ชุดแต่งงานที่รังสรรค์จากเทคนิคชั้นสูงทุกอณู ขึ้นแท่น THE BEST UNIQUE SAVOIR-FAIRE

“งานแต่งงาน” โมเมนต์สำคัญที่ทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็กต์ และ “ชุดเจ้าสาว” คือไฮไลต์ที่จะครีเอตความสวยสง่าจับตาให้เจ้าสาวโดดเด่นที่สุด อย่างที่ “Deeplove Wedding Studio” แบรนด์ชุดแต่งงานที่ผสานความคิดสร้างสรรค์และงานหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ จนขึ้นแท่นเป็นความพิเศษที่เจ้าสาวต่างเลือกเนรมิตลุคในช่วงเวลาแสนพิเศษ สมตำแหน่งเจ้าของรางวัล “THE BEST UNIQUE SAVOIR-FAIRE” จาก PRAEW THE BEST OF WEDDING 2022

ประสบการณ์ 18 ปีเป็นการยืนยันได้อย่างดีว่าผลงานของ Deeplove มากับความงดงามเหนือความคาดหมาย ไม่เพียงการออกแบบดีไซน์ที่ คุณเจี๊ยบ – ชยานิษฐ์ พฤฒพีระวิทย์ จัดเต็มไอเดียผลงานใหม่ๆ มาให้แปลกใจเสมอ แต่การสร้างสรรค์ชุดจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา โดยเฉพาะจุดเด่นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือการผสมผสานงานจิเวลรี่เข้าไปบนชุดแต่งงานได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งต้องอาศัยความประณีตละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ถือเป็นงานคราฟต์เทคนิคชั้นสูง (Savoir-Faire) จากช่างฝีมือเฉพาะด้านเท่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ในวงการเวดดิ้ง ชุดไทยยังนิยมใช้ลูกไม้เป็นองค์ประกอบ แต่ Deeplove กลับเห็นต่าง สร้างสรรค์สไบที่ทอจากทองแท้ โดยนำทองมารีดเป็นเส้นเฉกเช่นขั้นตอนการทำงานจิเวลรี่ ก่อนนำมาทอแทนเส้นไหม บวกกับงานช่างปักปีกแมลงทับที่เป็นงานฝีมือที่สืบทอดมาเป็นร้อยปี เนรมิตเป็นสไบสุดตระการตา ด้วยความละเอียดจึงต้องใช้ระยะเวลาถึงหนึ่งปีในการผลิต นับเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่สร้างชื่อให้กับ Deeplove สำหรับเจ้าสาวที่ต้องการครีเอตชุดสุดพิเศษที่ผสานงานจิเวลรี่ ไม่ว่าจะเป็นทองหรือกะไหล่ทองมาถักทอเป็นผ้าคลุม สไบ หรือผ้าเบี่ยง ควรวางแผนล่วงหน้าเป็นปี เพื่อให้เวลาช่างฝีมือสร้างสรรค์งานให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

ความหลงใหลในผ้าไทยของคุณเจี๊ยบยังต่อยอดไปถึงการสนับสนุนงานหัตถศิลป์ หัตถกรรมจากชุมชน โดยเฉพาะงานฝีมือจากสิ่งทอที่เกิดจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าทอยกดอกลำพูน ผ้าทอขิด ทอจก ทอมัดหมี่ ฯลฯ ที่เกิดจากภูมิปัญญาของช่างฝีมือในชนบท ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์และต่อยอดสู่วงการแฟชั่น มาออกแบบผสานเป็นชุดแต่งงานรูปแบบใหม่สไตล์โมเดิร์นไม่ซ้ำใคร

นอกจากชุดไทย ชุดแต่งงานแบบสากลของ Deeplove ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน แต่ละชุดมาพร้อมลูกเล่นในทุกรายละเอียด สะท้อนความยูนีคได้อย่างลงตัว ซึ่งต้องใช้เทคนิคพิเศษและการรังสรรค์จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกัน เพื่อครีเอตชุดแต่งงานสุดพิเศษที่ดูมีมิติและสวยแตกต่าง

โดย Deeplove เลือกใช้งาน Textile Design สร้างผืนผ้าขึ้นมาโดยเฉพาะด้วยเทคนิคชั้นสูงและช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญ นำชิ้นระบายผ้าทูล (Tull ) หลายร้อยหลาในเฉดสีชมพูไล่ระดับมาถักทอร้อยเรียงขึ้นด้วยมือล้วนๆ เกิดเป็นผืนผ้าที่มีลวดลายและสีสันดุจกลีบดอกไม้โปรยปรายอยู่บนชุด ก่อนจะนำมาตัดเย็บเป็นชุดทรงทรัมเป็ต (Trumpet) ด้านบนเข้ารูปไล่ลงมาเป็นช่วงกระโปรงบาน ไล่เฉดสีชมพูอ่อนและเข้มดุจกลีบดอกไม้

 เป็นชุดเจ้าสาวที่มากับความเฟมินีนและลูกเล่นตระการตา ด้วยรายละเอียดกระโปรงดุจดั่งดอกไม้ที่บานสะพรั่งในสวนสวย ซึ่งสร้างสรรค์จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญและเทคนิคขั้นสูง โดยการนำผ้าทูลระบายมาถักทอร้อยเรียงขึ้นเป็นลวดลายบนผืนผ้าดั่งกลีบดอกไม้ไล่เฉดมีมิติสะดุดตา ตอบโจทย์เจ้าสาวที่หลงรักความโรแมนติกหรูหรา ชุดนี้จะเนรมิตให้คุณเป็นดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยายที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร 

และทั้งหมดนี้คือความงดงามเพียงหนึ่งเดียวที่ Deeplove มอบให้เจ้าสาวสวยโดดเด่นน่าจดจำในวันสำคัญที่มีความหมายที่สุด

Deeplove Wedding Studio

ซอยอุดมสุข 49 ถนนสุขุมวิท 103

โทร. 0-2398-5739, 0-2399-1693, 09-5789-9556

www.deeplovewedding.com

Facebook : DeepLove ชุดแต่งงาน ชุดไทย

IG : @deeplove_official

Line : @deeplovewedding

Youtube : Deeplove Official

เวนดี้ Red Velvet

หน้าคิตตี้บอดี้มาเวล ‘เวนดี้ Red Velvet’ กับกล้ามท้องหนมปังก้อนสุดคิวต์ที่กำลังเป็นไวรัล

ทุกคนต้องการให้ เวนดี้ Red Velvet เลิกกิจวัตรการออกกำลังกายเพราะมันดูหนักเกินไป เมื่อเร็วๆ นี้  Red Velvet ได้โปรโมตเพลงไตเติ้ลล่าสุด “Birthday” จากอัลบั้ม  The ReVe Festival 2022 – Birthday สมาชิกทุกคนดูสวยงามและไร้ที่ติอย่างที่เคยเป็นมา

ต้องบอกเลยว่าไม่เพียงแต่เสียงอันน่าทึ่งของเธอที่ไพเราะน่าฟังเช่นเคย แต่ภาพลักษณ์ของเธอก็เพิ่มขึ้นไปอีกขั้นสำหรับการกลับมาครั้งนี้ ล่าสุด ภาพของเวนดี้ในลุคเสื้อครอปโชว์กล้ามหน้าท้องสุดสตรองก็กลายเป็นไวรัลสมฉายาหน้าคิตตี้บอดี้มาเวล

หน้าคิตตี้บอดี้มาเวล ‘เวนดี้ Red Velvet‘ กับกล้ามท้องหนมปังก้อนสุดคิวต์ที่กำลังเป็นไวรัล

เวนดี้เป็นกระบอกเสียงเกี่ยวกับการต่อสู้กับการลดน้ำหนักและเพิ่มน้ำหนักของเธอ การอดอาหารอันเจ็บปวดและนิสัยการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งโชคดีที่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเธอจะมีสุขภาพดีและมีความสุขกับรูปร่างของเธอ และเธอก็ดูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมด้วยหน้าท้องที่กระชับอย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งตารางการลดน้ำหนักของเวนดี้ ที่ทุกคนต้องการให้เธอเลิกกิจวัตรที่เคยทำคือ

  • มื้อเช้า บดกะหล่ำปลี แอปเปิ้ล น้ำ
  • มื้อเที่ยง น้ำฟักทอง
  • ออกกำลังกาย 2 ชม.ต่อวัน
  • โดดเชือก 10,000 ครั้ง
  • ซ้อมเต้น

เธอมีสไตล์ในชุดเสื้อครอปในหลายๆ เวที ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อของเธอก็โดดเด่น เห็นได้ชัดว่าเวนดี้ทำงานหนักและทุ่มเทมากแค่ไหนในการสร้างร่างกายของเธอ และมันก็ได้ผลจริงๆ

รูปร่างที่น่าประทับใจของเธอได้กลายเป็นหัวข้อในโพสต์ฟอรัมออนไลน์ที่ชื่อว่า “กล้ามท้องของเวนดี้มีจริงหรือ ?” โพสต์ดังกล่าวเต็มไปด้วยความคิดเห็นจากแฟนๆ ที่แสดงความชื่นชมและประหลาดใจสำหรับกล้ามเนื้อหน้าท้องที่หายากของเวนดี้

  • “แต่เวนดี้จริงจังมาก โดยปกติคนที่มีกล้ามเนื้อมากจะมีไขมันน้อยมาก คุณจะเห็นได้ว่านี่เป็นกรณีของเวนดี้ เธอน่าทึ่งมาก”
  • “ว้าว อะไรนะ? นี่มัน 6 แพ็คชัดๆ…”
  • “ว้าว การจัดการตัวเองในตำนานอย่างจริงจัง…นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นว่าไอดอลหญิงนั้นน่าประทับใจ”
  • “ใช่ yup ตั้งแต่เวนดี้เดบิวต์ เธอมีกล้ามท้องอยู่เสมอ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ เธอทำงานหนักมากขึ้น”
  • “ฉันดีใจที่เธอพบวิธีควบคุมอาหาร/การออกกำลังกายที่เหมาะกับการรักษาน้ำหนักของเธอหลังจากดิ้นรนมาหลายปี”
  • “ว้าว สาว ๆ คุณกำลังฝึกอะไรอยู่”
  • “เวนดี้คัมแบ็คครั้งนี้สดใส ฉันดีใจที่ช่วงนี้เธอดูสุขภาพดีขึ้นมากหลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น และเสียงร้องของเธอก็กินขาดในยุคนี้เช่นกัน ฉันดีใจที่เธอได้รับคำชื่นชมมากมาย”

เธอยังเป็นหัวข้อสนทนาบน Twitter โดยมีแฟนๆ แบ่งปันทวีตชื่นชมมากมายเกี่ยวกับหน้าท้องของเธออีกด้วย


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

SIRENA “THE BEST BRIDAL SHOES” Cover

รองเท้าเจ้าสาวดีกรียืนหนึ่ง SIRENA เจ้าของรางวัล THE BEST BRIDAL SHOES

รองเท้าเจ้าสาวเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่การที่จะหาคู่สวยที่ใช่ในทุกองค์ประกอบ ทั้งดีไซน์ คุณภาพ และสวมใส่สบาย ไม่ใช่เรื่องง่าย แพรว จึงอาสาพาไปค้นหารองเท้าเจ้าสาวในฝันที่ตรงใจ พร้อมสัมผัสความงดงามแบบตอบโจทย์ในทุกมิติกับแบรนด์ SIRENA เจ้าของรางวัล “THE BEST BRIDAL SHOES” จาก PRAEW THE BEST OF WEDDING 2022

จากจุดเริ่มต้นที่คุณศรินทร์ญา ตันติรุ่งโรจน์ชัย เจ้าของแบรนด์ SIRENA ซึ่งทำธุรกิจโรงงานรองเท้าส่งออกและคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้เป็นอย่างดี ต้องการหารองเท้าเจ้าสาวในแบบที่ใช่สำหรับตัวเองในวันแต่งงาน แต่เกือบสามสิบปีที่แล้ว ในประเทศไทย คำว่า “รองเท้าเจ้าสาว” ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สิ่งนี้ได้จุดประกายไอเดียและความมุ่งมั่นให้คุณศรินทร์ญาสร้างแบรนด์ SIRENA ขึ้นมา เพื่อให้เจ้าสาวทุกคนได้สวยที่สุดในวันสำคัญที่สุดของชีวิต

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา SIRENA ครองตำแหนง่ “แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวอันดับ 1 ในประเทศไทย” ไม่เพียงดีไซน์ที่ตอบโจทย์ในสไตล์เฟมินีน โรแมนติก สง่างาม และหรูหรา แต่รวมถึงคุณภาพยืนหนึ่ง ตั้งแต่ทีมออกแบบมากประสบการณ์ ซึ่งออกแบบให้กับแบรนด์รองเท้าแฟชั่นและรองเท้าแต่งงานชื่อดังในยุโรปทุกซีซั่นมาตลอดหลายสิบปี วัสดุชั้นเยี่ยมสั่งผลิตจากต่างประเทศ เช่น ผ้าไหมทำรองเท้าจากอิตาลี ซึ่งมีการทอเส้นถี่เป็นพิเศษ เนื้อสัมผัสมีความละเอียด มันเงา เรียบหรูและประณีตกว่าผ้าไหมทั่วไป อีกทั้งยังสวยคงทนกว่า ทีมช่างฝีมือมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการทำรองเท้าเจ้าสาวโดยเฉพาะ ได้รับการเทรนพิเศษจากศาสตราจารย์ด้านการทำรองเท้าชื่อดังชาวอิตาลีและอังกฤษ โดยการผลิตรองเท้าทุกคู่จะผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้ได้รองเท้าเจ้าสาวที่สวยงาม คงทน และถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ของเจ้าสาวฝั่งเอเชีย ที่สำคัญขึ้นชื่อในเรื่องสัมผัสนุ่มสบาย ซึ่งเจ้าสาวทุกคนฟีดแบ็กความประทับใจถึงความใส่สบาย ไม่เมื่อยทั้งที่ต้องยืนและเดินตลอดงาน

อีกรุ่นที่อยากแนะนำ “Monica” มาในดีไซน์รองเท้าหัวแหลมสไตล์รัดข้อ เสริมความหรูด้วยบักเคิลคริสตัลด้านหน้า ลงตัวกับผ้าไหมซาตินเนื้อดีจากอิตาลีโทนสีไอวอรี่ ด้วยความสูงส้น 3.9 นิ้ว ที่ออกแบบสโลปให้รับกับน้ำหนักเท้าด้านหน้าอย่างลงตัว ทำให้ใส่สบาย เป็นอีกคู่ที่อยากให้ว่าที่เจ้าสาวได้ไปลองสัมผัส

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนมาเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้าเจ้าสาว SIRENA ตั้งแต่คัตติ้งเนี้ยบที่มากับซิลลูเอตต์อ่อนหวาน สง่างามต่างจากทั่วไป และกลิ่นอายความเลอค่าแบบยุโรป ทุกคู่ของ SIRENA แฝงด้วยรายละเอียดที่สะท้อนความยูนีคของแบรนด์ ทั้งดีเทลงานปักจนถึงอะไหล่ประดับรองเท้าที่ออกแบบเอกซ์คลูซีฟเฉพาะ SIRENA ความสวยโดดเด่นในรายละเอียด มีเรื่องราวน่าประทับใจจากลูกค้าชาวสิงคโปร์ที่เห็นคนใส่รองเท้าของ SIRENA ที่อังกฤษแล้วตกหลุมรัก กระทั่งบังเอิญได้มาเจอผู้หญิงไทยคนหนึ่งใส่ที่ไทยก็จำได้ทันที จึงติดตามมาจนเจอ SIRENA ในที่สุด

รุ่น PERRY

ผลงานมาสเตอร์พีซระดับโลกที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือการได้รับความไว้วางใจให้สร้างสรรค์รองเท้าเพื่อนเจ้าสาว Flower Girls ในงาน Royal Wedding หรืองานอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทแห่งประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังได้รับเลือกไปร่วมแฟชั่นโชว์ในงาน International Fashion Week Milan ประเทศอิตาลี และได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยนำรองเท้าแต่งงานประดับคริสตัลของแบรนด์ไปจัดแสดงในงาน Swarovski ที่ดูไบ

รุ่น ANYA

หากใครมองหารองเท้าเจ้าสาว ขอแนะนำรุ่นไฮไลต์ “ANYA” รองเท้าประดับด้วยมุกปักมือทั้งหมด เหมาะกับเจ้าสาวที่มีสไตล์หวาน แต่แฝงความเปรี้ยวด้วยดีไซน์เปลือยหน้าโชว์เรียวเท้า ครีเอตให้เท้าดูเพรียวสวย คงความใส่สบายด้วยส้นรองเท้าแบบแท่งหนา ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี ทำให้ไม่เมื่อย รุ่นแนะนำอีกคู่คือ “PERRY” รุ่นเบสต์เซลเลอร์ตลอดกาล ด้วยดีไซน์เรียบหรูและคลาสสิกเหนือกาลเวลา ประดับด้วยคริสตัลเกือบ 350 เม็ดที่เรียงอย่างประณีตด้วยมือทุกเม็ด ดั่งหิมะวาววับที่โปรยปรายตลอดคู่ สะท้อนสปอตไลท์ระยิบระยับโดดเด่นสะดุดตา รุ่นนี้เป็นคัตชูส์หัวแหลมซึ่งจะช่วยพรางให้เท้าดูเพรียวสวย บวกกับความสูงส้นเกือบ 4 นิ้ว ยิ่งเสริมให้เจ้าสาวดูสูงสง่าเป็นอย่างยิ่ง และที่พิเศษสุดคือด้านในบุด้วยฟองน้ำซิกเนเจอร์ของ SIRENA ทำให้มีความนุ่มสบาย ใส่เดิน ใส่ยืนได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อย ไม่เพียงแค่สองรุ่นนี้ SIRENA ยังมีรองเท้าแต่งงานหลากสไตล์ รอให้คุณไปสัมผัส นอกจากนี้ยังมีบริการ Bespoke Service สามารถดีไซน์รองเท้าได้ตามคาแร็คเตอร์ของตัวเอง จนถึงการเลือกขนาดพิเศษและตัดตามสรีระเท้า เติมเต็มให้เจ้าสาวรู้สึกมั่นใจทุกย่างก้าว พร้อมเปล่งประกายความงามในแบบตัวคุณราวกับเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยาย

SIRENA

สาขา Holiday Inn สีลม โรงแรม Holiday Inn สีลม

เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 น. – 20.00 น.

โทร. 0-2266-8798

Facebook : sirenashoes

IG : @sirena_shoes

Line : @sirena