สวยสะกด 4 ราชนิกุลแห่ง บุลการี สวมเครื่องประดับชั้นสูงคอลเล็คชั่น Mediterranea

เป็นอีกครั้งที่ 4 แบรนด์แอมบาสเดอร์แห่งแบรนด์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง “บุลการี” ลิซ่า BLACKPINK, แอนน์ แฮททาเวย์, ปริยังกา โจปรา และ Zendaya ได้โคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง

โดยตัวแม่ทั้ง 4 ได้มาร่วมงานจัดแสดงที่สุดแห่งเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงคอลเล็กชั่น Mediterranea High Jewelry และ High-End Watches ซึ่งจัดขึ้นที่ พิพิธภัณฑ์ พาลาซโซ ซอแรนโซ ฟาน เอเซล กรุงเวนิส ประเทศอิตาลีต้องบอกเลยว่าพวกเธอสวยสะกด จนไม่อาจละสายตาขณะสวมอัญมณีคอลเล็คชั่น Mediterranea

สวยสะกด 4 ราชนิกุลแห่ง บุลการี สวมเครื่องประดับชั้นสูงคอลเล็คชั่น Mediterranea

ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 เหมือนเช่นเคย สำหรับ ลิซ่า BLACKPINK ในลุคเจ้าหญิง มีความเป็นสตรีชั้นสูง โดยลิซ่ามาในชุดราตรีสีดำปาดไหล่จากแบรนด์ Antonio Riva Milano ลิซ่าสวมสร้อยคอ Acanthus Emerald และ นาฬิกา Serpenti Misteriosi Pallini High Jewellery secret watch

ขณะที่ แอนน์ แฮททาเวย์ สวยสง่าดุจเจ้าหญิงอาหรับในชุดเดรสสีทอง ไล่โทนสีเงินจาก Atelier Versace ss23 แอนน์สวมเครื่องเพชรประดับอัญมณีสีชมพูขนาดใหญ่ พร้อมกับแหวน Bulgari ‘Trombino’ Burma Ruby and Diamond Ring

ถัดมากับลุคเจ้าหญิงอินเดีย ปริยังกา โจปรา ที่ปรากฏตัวในลุคคัสตอมของ Miss Sohee Spring 2023 Couture เสื้อครอปปาดไหล่แขนยาว แมชต์กับกระโปรงที่มีกลิ่นอายของบอลลีวูดซึ่งมีเครื่องประดับที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงจาก Bulgari

ปิดท้ายที่ Zendaya ในลุคเรียบหรู สวมชุดราตรีสีดำจากแบรนด์  Richard Quinn โดดเด่นด้วยสร้อบคอ Serpenti ที่มองแล้วเหมือนต้องมนต์สะกด


Finch Cover

ฟินช์ (Finch) เปิดปรากฏการณ์ใหม่สู่ไนท์ไลฟ์กลางมหานคร สัมผัสบริการอาหารสุดพรีเมียม ดื่มด่ำกับซิกเนเจอร์ดริงก์รสเยี่ยม โดยมิกโซโลจิสต์ระดับโลก และอีเวนต์เอ็นเตอร์เทนสุดปังตลอดค่ำคืน

แฮงก์เอาต์อย่างเหนือระดับกับสถานบันเทิงสุดอลังการแห่งใหม่ย่านสุขุมวิท 11 เติมเต็มห้วงเวลาสุดประทับใจที่จะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ยามค่ำของคุณไปตลอดกาล!

เปิดตัวแล้วอย่างอลังการกับสถานบันเทิงยามค่ำแห่งใหม่ในย่านสุขุมวิท 11 ของกรุงเทพฯ “ฟินช์ แบงคอก (Finch Bangkok)” พร้อมบริการมื้ออาหารนานาชาติระดับพรีเมียม เครื่องดื่มซิกเนเจอร์รสเยี่ยมโดยมิกโซโลจิสต์ชื่อดัง และรายการความบันเทิงอีกมากมายให้คุณเลือกสนุกสนานได้ในทุกโอกาส มอบประสบการณ์ไนท์ไลฟ์สุดประทับใจ ทั้งสำหรับหนุ่มสาวสายปาร์ตี้ สายดื่มและกลุ่มนักชิมผู้นิยมสรรหาอาหารเลอรสตัวจริง

นายดิภัค มิชรา ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟินช์ อินเตอร์ จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า “ฟินช์คือจุดหมายปลายทางใหม่ของประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม พร้อมเสริฟความเหนือระดับในทุกมื้ออาหารนำสู่ลูกค้าอย่างเลิศรส รวมถึงการสร้างสรรค์วัฒนธรรมการดื่ม และรายการความบันเทิงยามค่ำคืนชั้นเยี่ยมในย่านสุขุมวิท 11 โดยฟินช์ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในความสุนทรีย์แห่งชีวิต เอาใจคนวัยหนุ่มสาวด้วยบรรยากาศที่สวยงามทันสมัย เพื่อเป็นศูนย์รวมของสายปาร์ตี้กินดื่ม และบรรดาผู้ที่ชื่นชอบบริการอาหารรสเลิศในกรุงเทพฯ ให้มาสัมผัสกับสุดยอดประสบการณ์รูปแบบใหม่ ซึ่งเกิดจากความทุ่มเทสร้างสรรค์นวัตกรรมละความเป็นเลิศ

ฟินช์ แบงคอก มีมูลค่าการลงทุนกว่า 75 ล้านบาท  ซึ่งแบรนด์ฟินช์เองได้ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้วในประเทศอินเดีย โดยมีสาขาทั้งในมุมไบ ชานดิการ์ และลุธิอาณา สำหรับ ฟินช์ แบงคอก ถือเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทยังมีแผนขยายสาขาอื่นๆ ไปทั่วภูมิภาค “เราเลือกทำเลย่านสุขุมวิท 11 ของกรุงเทพฯ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มหัศจรรย์และผู้คนก็รักความอิสระ อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองทันสมัยที่คึกคักตลอดวัน รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม และเปี่ยมด้วยเสน่ห์จนเป็นที่หลงใหลของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังได้ฉายาว่าเป็นสวรรค์แห่งอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำตืนอันยอดเยี่ยม และแหล่งบันเทิงชั้นนำอีกมากมาย ถือเป็นแหล่งการลงทุนครั้งสำคัญทั้งธุรกิจอาหารและบาร์เครื่องดื่ม” นายดิภัค มิชรา กล่าว

ฟินช์ แบงคอก นำเสนอธีมการตกแต่งที่สวยงามทันสมัยในทุกรายละเอียด โดยนำแรงบันดาลใจมาจากสีสันที่สดใสของนกฟินช์ ผ่านการผสานโทนสีแดงที่สนุกสนานร้อนแรงเข้ากับโทนสีน้ำเงินที่สงบเยือกเย็นได้อย่างกลมกลืน แต่งแต้มด้วยโทนสีดำเพิ่มความรู้สึกล้ำลึกและโดดเด่น เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน ผู้มาเยือนจะได้ตื่นตากับดิสเพลย์รูปกรงนกฟินช์จำลองอันน่าหลงใหล เสมือนการเปิดประสบการณ์ยามค่ำคืนรูปแบบใหม่อันยากจะลืมเลือน การออกแบบภายในมอบความประทับใจด้วยโซฟาธีมกรงนกพร้อมตกแต่งด้วยกระจกสีรูปนกฟินช์ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สวยแปลกตาและหรูหราไม่ซ้ำใคร

ผู้มาเยือนฟินช์จะได้สัมผัสความประทับใจแรกทั้งจากรูปแบบการตกแต่งที่สวยงาม ดนตรีชั้นเยี่ยม และบริการที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัย หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ประสบการณ์อาหารรสเลิศหลากเมนู ซึ่งจับคู่กับเครื่องดื่มรสเยี่ยมได้อย่างลงตัว ทั้งม็อกเทล ซิกเนเจอร์ค็อกเทล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมาย และสุดท้าย จะได้ประทับใจไปกับไลฟ์มิวสิคซึ่งทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ฟินช์มุ่งมั่นมอบประสบการณ์มื้ออาหารและการสังสรรค์ระดับพรีเมียมแก่ผู้มาเยือน ผ่านการผสมผสานเทรนด์สมัยใหม่ บริการอาหาร และวัฒนธรรมการดื่มชั้นสูง ซึ่งลูกค้าจะได้เพลิดเพลินไปกับศาสตร์การผสมเครื่องดื่มของมิกโซโลจิสต์ชื่อดังอย่างใกล้ชิด และสัมผัสกับศิลปะแห่งเครื่องดื่มชั้นเลิศซึ่งไม่เหมือนที่ใดในกรุงเทพฯ ในขณะที่รายการอาหารหลัก (Culinary Discovery) คัดสรรเมนูรสเลิศมาจากทั่วทุกมุมโลก ปรุงอย่างประณีตด้วยวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ดีที่สุด และแต่ละจานถูกจัดวางมาอย่างสวยงามเพื่อเติมเต็มประสบการณ์มื้ออาหารชั้นเลิศให้สมบบูรณ์แบบ จนทำให้คุณอดไม่ได้ที่จะต้องแชร์ลงโซเชียลมีเดียแก่เพื่อน ๆ ของคุณ

เมนูแนะนำ ได้แก่ Mutton Rogan Josh เมนูเนื้อสุดชุ่มฉ่ำที่ปรุงด้วยเครื่องเทศจากแคชเมียร์ กระเทียมรสเข้มข้น และน้ำเกรวีที่หอมยั่วใจ เมนูขึ้นชื่ออย่าง Delhi 6 Chicken Curry เสิร์ฟพร้อมขนมปังพารานธาสไตล์มาลาบารี ซ้อสมินต์ และสลัดหัวหอมรสเลิศ เมนูนี้ยังถือเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวเดลีอีกด้วย ลูกค้ายังจะได้อิ่มอร่อยกับเมนู JD Wings สุดร้อนแรง ปีกไก่ชั้นดีหมักด้วยซ้อสแสนอร่อยสูตรลับของฟินช์และเผาให้หอมกรุ่นด้วยวิสกี้แจ็ค เดเนียล หรือเติมความสดชื่นด้วยเมนู Karela Salad ที่ปรุงด้วยผักสดหลากชนิดทั้งมะระ หัวหอม พริก และซ้อสมะขาม และพลาดไม่ได้กับเมนูที่แปลกใหม่อย่าง Activated Charcoal Dumplings ไส้บล็อกเคอรี่และอัลมอนด์ และ Indo-Chinese Chilli Paneer ที่ผสานความอร่อยของคอตเทจชี้สเข้ากับเครื่องเทศหลากชนิดทั้งพริก ขิง พริกไทย และต้นหอม สำหรับเมนูชื่อดังอย่าง Chicken Tikka Our Way มอบความอร่อยถึงใจด้วยเนื้อไก่หมักในซ้อสพริกพีริพีริและผักชีรสจัดจ้าน นำมาปรุงด้วยเตาดินเผาแบบโบราณและเสิร์ฟพร้อมซ้อสโยเกิร์ตและหัวหอมมาซาลา ส่วนเมนู Moroccan Soya Kebab ซึ่งปรุงจากถั่วเหลือง เมล็ดคูสคูส มินต์ เครื่องเทศจากโมร็อกโค และชี้ส เสิร์ฟพร้อมขนมปังพิตา ซ้อสซัดซีจี และซ้อสฮัมมุส ก็ถือเป็นอีกจานเด่นที่สายฟิวชันต้องไม่พลาด รวมถึงเมนู Palak Patte Ki Chaat ซึ่งเป็นผักโขมทอดกรอบเคลือบด้วยแป้งกรัม โปะหน้าด้วยเครื่องราดชัตนีย์และครีมโยเกิร์ต นับเป็นของว่างชั้นเยี่ยมสำหรับรับประทานคู่กับทับทิมสด และที่ขาดไม่ได้กับเมนูของหวานที่น่าลิ้มลองอย่าง Master Chef Big Bang ที่อลังการด้วยช็อกโกแลตก้อนกลมใหญ่สอดไส้บราวนี่ไวท์ช็อกโกแลต ถั่วและผลไม้ พร้อมซ้อสแสนอร่อยหลากชนิดทีทุกคนต้องติดใจ

ฟินช์ (Finch) เปิดปรากฏการณ์ใหม่สู่ไนท์ไลฟ์กลางมหานคร สัมผัสบริการอาหารสุดพรีเมียม ดื่มด่ำกับซิกเนเจอร์ดริงก์รสเยี่ยม โดยมิกโซโลจิสต์ระดับโลก และอีเวนต์เอ็นเตอร์เทนสุดปังตลอดค่ำคืน

เมื่อพูดถึงการสังสรรค์ยามค่ำ ฟินช์พร้อมนำเสนอประสบการณ์อาหารมื้อดึกชั้นเลิศเพื่เติมเต็มไนท์ไลฟ์ที่สนุกสนานของหนุ่มสาวชาวกรุงเทพฯ ให้สมบูรณ์แบบด้วยเมนูอาหารรสเลิศหลากชนิด โดยตั้งแต่เวลา 1.00-4.00 น. จะนำเสนอฟินช์ซัปเปอร์เมนู (Finch Supper Menu) ซึ่งตอบโจทย์สายหิวมื้อดึกและนักชิมที่มองหาอาหารรสเด็ดยามดึก เพื่อยกระดับอาหารยามค่ำให้น่าประทับใจ อาทิ เมนู Gucchi Biryani ซึ่งเป็นส่วนผสมรสชาติเข้มข้นจากข้าว เห็ดมอเรลจากหิมาลายัน เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ ผักหลากชนิดผ่านเครื่องปรุงรสและสมุนไพรของอินเดีย เมนู Tandoori Chicken อีกหนึ่งเมนูยอดฮิต นำไก่หมักโยเกิร์ตและเครื่องเทศ มาย่างจนสุกหอมได้ที่ด้วยเตาทันดูร์แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีTom Yum Kung (ต้มยำกุ้ง) เมนูสุดฮิตของคนไทยที่ปรุงด้วยกุ้งสดใหม่ ซ้อสต้มยำรสเด็ด เห็ด น้ำกะทิ พริกขี้หนู และมะนาวที่ให้รสเปรี้ยวจัดจ้านและกลิ่นหอมที่แตกต่างอย่างน่าพึงพอใจ ไปจนถึง Chicken Cashew Nut  (ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์) อีกหนึ่งจานโปรดของหลายคน มอบความอร่อยจากกระเทียม หัวหอม พริกหวาน และไก่ผัด เสริมความกรุบกรอบด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และสุดท้ายกับเมนู Crystal Dumplings ซึ่งใช้วัตถุดิบหลากหลาย (เกาลัด ผักกวางตุ้ง และถั่วงอก) นำมาปรุงอย่างมีศิลปะเพื่อมอบรสชาติอันน่าประทับใจ

เมนูเครื่องดื่มของฟินช์คืออีกหนึ่งไฮไลต์ที่จัดอยู่แถวหน้าในบรรดาบาร์เครื่องดื่มของกรุงเทพฯ  มิกโซโลจิสต์ฝีมือเยี่ยมพร้อมนำเสนอแฮนด์คราฟต์ค็อกเทลหลากเมนู ซึ่งแต่ละแก้วนำเสนอรูปลักษณ์ที่สวยงามพร้อมรสชาติแสนอร่อยอันโดดเด่น ให้คุณเพลิดเพลินกับการดื่มอย่างมีศิลปะที่จะหาจากบาร์อื่น ๆ ไม่ได้นอกจากที่ฟินช์ สุขุมวิท 11 แห่งนี้

เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ได้แก่ Bird Cage ที่สวยสะกดทุกสายตาด้วยส่วนผสมของแอลกอฮอล์สีบลูอากาเว่และสีส้ม น้ำผึ้งสีชมพูโรสแมรี่ และก้อนน้ำแข็งสีสันสดใส เมนู Song Bird  ผสานน้ำเครื่องเทศแบบอินฟิวส์ วอดก้า ลิ้นจี่ และเสาวรสแช่ในไวน์ขาว บิตเทอร์ และไม้ซีดาร์รมควันเพื่อเพิ่มความหอมหวานครบสูตร หรือเลือกจากเมนูอื่น ๆ ทั้ง Bird Nest ไวน์แดงแช่ผลไม้ผสมวิสกี้รมควันและลูกเกดหวานฉ่ำ และเมนู Harmony: Ice Series ที่ผสานยินโทนิกหลากรสชาติ ไปจนถึง Cuban Mojito และ Singapore Sling เพื่อเติมเต็มความสนุกสนานของการสังสรรค์อย่างเต็มอารมณ์

สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สามารถลิ้มลองเครื่องดื่ม Temptation ที่เป็นส่วนผสมของเนื้อเสาวรส มินต์ มะนาวฝาน และโซดาที่ซาบซ่าถึงใจ หรือเติมความสดชื่นกับเมนู Pleasure ที่ใช้แอปเปิลเขียว แตงกวา และจิงเจอร์เบียร์หรือเอล หรือดับกระหายด้วย Desire ผสานเปปเปอร์มินต์ มะพร้าว สับปะรด และบลูคูราโซ และอีกหนึ่งเมนูที่จะทำให้คุณหลงใหลอย่างแน่นอนกับ Seduction ด้วยส่วนผสมที่กลมกลืนของลิ้นจี่ น้ำมะนาว ใบมินต์ และน้ำเชื่อมวานิลลา มอบรสชาติหอมหวานอมเปรี้ยวสดชื่นอย่างน่าพึงพอใจ

อีเวนต์ความบันเทิงถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนฟินช์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงไลฟ์มิวสิกจากศิลปินเดี่ยวทุกแนวเพลง วงดนตรีชื่อดัง ดีเจจัดเต็มสุดเอเนอจี้ และอีเวนต์ดนตรีชั้นเยี่ยมอีกมากมายไปจนถึงงานเพลงย้อนยุคด้วยเทคโนโลยีแสงสีเสียงที่ทันสมัยโดนใจคอเพลงทุกแนว ทั้งการผ่อนคลายสบาย ๆ กับดนตรีสดของวงโปรดหรือการแดนซ์กระจายสไตล์ปาร์ตี้สุดมันส์ ฟินช์ แบงคอก พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่โดนใจให้ทุกท่านตลอดค่ำคืน พร้อมบริการอาหารและเมนูเครื่องดื่มโดยมิกโซโลจิสต์ฝีมือเยี่ยม ครบจบที่เดียวทั้งกิน ดื่ม ผ่อนคลาย สังสรรค์ และสนุกสนานแนวปาร์ตี้ กับแหล่งแฮงก์เอาต์ระดับพรีเมียมที่จะมอบความประทับใจให้ทุกท่านที่มาเยือน

อาดิดาสจับมือบาเยิร์น มิวนิค เปิดตัวเสื้อสโมสร Cover

อาดิดาสจับมือบาเยิร์น มิวนิค เปิดตัวเสื้อสโมสร คอลเลกชันใหม่ล่าสุดประจำฤดูกาล 2023/24 ภายใต้ธีม “MUNICH IS RED AND WHITE”

อาดิดาสเผยโฉมเสื้อฟุตบอลชุดเหย้าสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ประจำฤดูกาล 2023/24 ในลวดลายสีแดงและสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกนำมาตีความใหม่ เพื่อป่าวประกาศถึงตัวตนและความมุ่งมั่นในการกลับมาสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในฤดูกาล 2023 ที่กำลังจะมาถึง

เสื้อฟุตบอลในคอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดแข่งขันฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี ซึ่งสะท้อนผ่านดีไซน์อันเรียบง่ายของตัวเสื้อสีขาว คาดแถบสีแดงเข้มบริเวณแขนเสื้อพร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์แบบบริเวณคอเสื้อด้วยข้อความ “Rot & Weiß ein Leben lang” ในภาษาเยอรมัน ที่แปลว่าแดงและขาวคือสีแห่งชีวิต อ้างอิงจากกฎข้อหนึ่งของสโมสรที่ว่าเสื้อฟุตบอลของบาเยิร์น มิวนิคจะต้องประกอบไปด้วยสีแดงและสีขาว

อาดิดาสจับมือบาเยิร์น มิวนิค เปิดตัวเสื้อสโมสร คอลเลกชันใหม่ล่าสุดประจำฤดูกาล 2023/24 ภายใต้ธีม “MUNICH IS RED AND WHITE”

ลิซ่า แดทซ์ (Lisa Datz) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ ของอาดิดาส ฟุตบอล กล่าวว่า “การผสมผสานระหว่างสีแดงและสีขาวได้นำเสนออัตลักษณ์ของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ที่มีมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยสีเหล่านี้สื่อถึงความเป็นตัวตน ความมั่นใจที่แน่วแน่ รวมไปถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ โดยเราตั้งใจที่จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของสีที่มีต่อสโมสรผ่านเสื้อฟุตบอลใหม่ล่าสุดในคอลเลกชันนี้ และเราก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นมันในสนามไปพร้อมกับแฟนๆ เฉกเช่นเดียวกับความตั้งใจในการส่งต่อเรื่องราวความสำเร็จของสีแดงและสีขาวต่อไปด้วยกัน”  

ด้านเทคโนโลยีของเสื้อชุดเหย้าสำหรับการแข่งขันจริงนี้ ถูกผลิตขึ้นด้วยเนื้อผ้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี HEAT.RDY ที่มอบความเย็นสบายให้ผู้เล่นตลอดการแข่งขัน ในขณะที่เสื้อฟุตบอลสำหรับแฟนบอลมาพร้อมกับเทคโนโลยี AEROREADY ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยซับเหงื่อ และมอบความรู้สึกแห้งสบาย นอกจากนี้ เสื้อแข่งขันเหย้าทั้งสองเวอร์ชันยังถูกผลิตขึ้นจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นของอาดิดาสที่จะช่วยลดการใช้พลาสติกอย่างสิ้นเชิงภายในสิ้นปี 2024 ด้วยการใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลแทนที่โพลีเอสเตอร์บริสุทธิ์ในผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส

โธมัส มุลเลอร์ (Thomas Müller)กองหน้าของ บาเยิร์น มิวนิค กล่าวว่า “สีแดงและสีขาวเป็นสีที่อยู่คู่กับผมมาตลอดชีวิต ซึ่งเรื่องราวความสำเร็จของเอฟซี บาเยิร์น มิวนิค ที่ผ่านมา ได้ถูกบอกเล่าผ่านดีไซน์ของเสื้อสโมสรคอลเลกชันนี้แล้ว”

ลีน่า มากูลล์ (Lina Magull) นักเตะของสโมสรฟุตบอลหญิง บาเยิร์น มิวนิค กล่าวเสริมว่า “เมื่อนึกถึงบาเยิร์น ภาพของสีแดงและสีขาวก็จะปรากฎขึ้นมาในความคิดของทุกคนทันที แม้แต่ห้องนอนของฉันในวัยเด็กก็ยังตกแต่งด้วยสีสันเหล่านี้เช่นเดียวกัน ซึ่งความฝันของฉันคือการสวมใส่เสื้อฟุตบอลสีแดงขาวลงสนามให้ได้ ซึ่งเสื้อสโมสรตัวใหม่นี้ได้ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนานและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกัน และพวกเราก็อยากจะส่งมอบความงดงามของสีเหล่านี้ให้ทุกคนได้เห็น”

ทั้งนี้ เสื้อแข่งขันเหย้าของเอฟซี บาเยิร์น มิวนิค คอลเลกชันล่าสุดจะถูกสวมใส่ลงสนามเป็นครั้งแรกในแมทช์การแข่งขันกับอาร์เบ ไลป์ซิก ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 โดยเสื้อฟุตบอลทั้งแบบ Authentic และ Replica จะวางจำหน่ายในราคา 4,600 บาท และ 2,900 บาท (ตามลำดับ) รวมถึงเครื่องแต่งกายอื่นๆ ที่พร้อมวางจำหน่ายล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน และ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th และอาริ ฟุตบอล ก่อนเปิดจำหน่ายเพิ่มเติมในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ที่ ซูเปอร์สปอร์ต และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ

ร่วมพูดคุยและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook www.facebook.com/adidasTH และ Instagram @adidasthailand และ @adidasfootball หรือที่แฮชแท็ก #adidasfootball และ #adidasThailand

Menarini Aesthetics Thailand Cover 1

‘หมออาร์ม’ นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ นำทัพเสริมความแกร่งให้วงการบิวตี้ เปิดตัว Visual Aesthetics Methodology and Curriculum 2023 จาก Menarini Aesthetics Thailand

เรียกว่าเดินหน้าเต็มกำลัง เพื่อมอบสิ่งดีๆ ให้กับวงการบิวตี้อย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ Menarini Aesthetics Thailand ที่เกิดขึ้นจากการจับมือกันของบริษัท เอ.เมนารินี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทยาชั้นนำจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยและพัฒนายาและเครื่องมือแพทย์มาอย่างยาวนาน ร่วมกับบริษัท RELIFE Menarini Group ผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลกจากประเทศอิตาลี พร้อมได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย

โดยก่อนหน้านี้ Menarini Aesthetics Thailand ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในกลุ่มสารเติมเต็ม HA Dermal Fillers หรือ ‘ฟิลเลอร์อิตาลี’ จนกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในแวดวงความสวยความงาม โดยเฉพาะชาวมิลเลนเนียลที่รักการดูแลตัวเอง พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ ‘ฟิลเลอร์อิตาลี’ ในปี 2023 นั่นคือ ‘พรีม รณิดา เตชสิทธิ์’ นักแสดงสาวสวย ลูกครึ่งไทย-อิตาลี ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่รักการดูแลตัวเองตามคอนเซ็ปต์ The Better Version of Yourself

จากความมุ่งมั่นของ Menarini Aesthetics Thailand ในการพัฒนา Medical Education เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเวชศาสตร์ความงามในประเทศไทย และส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ในการดูแลรักษาที่ดีมากยิ่งขึ้น และล่าสุดกับการเปิดตัว Visual Aesthetics Methodology and Curriculum ครั้งแรกของปี 2023

Menarini Aesthetics Thailand 1

โดย Visual Aesthetics Methodology ได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงามชื่อดัง ‘คุณหมออาร์ม หรือ นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์’ The Master of Aesthetics ในประเทศไทย และ The Master of Menarini Aesthetics Faculty ประเทศไทยและระดับภูมิภาค Asia-Pacific ในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ผ่าน Visual Aesthetic Academy (VA Academy) พร้อมได้รับความสนใจจากเหล่าแพทย์ความงามมือดีแห่งยุคในการเข้าร่วมทีม Menarini Aesthetics Faculty เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเป็นกำลังสำคัญให้กับแวดวงเวชศาสตร์ความงามต่อไป รวมถึงเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นและปลอดภัยให้กับคนไข้

Menarini Aesthetics Thailand 2

ทั้งนี้ ‘คุณหมออาร์ม หรือ นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์’ ได้เปิดใจถึงเป้าหมายของ Visual Aesthetics Methodology ว่า

“หัวใจสำคัญของการเสริมความงามยุคนี้ อันดับแรกคือเรื่องนวัตกรรมที่มีส่วนสำคัญมาก โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถช่วยตอบโจทย์ผลลัพธ์ เช่น ฟิลเลอร์อิตาลีที่ใช้ XTRTM Technology ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติเฉพาะ ให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจในการเติมเต็ม ยกกระชับ และปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ คีย์หลักของความสวยจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพหรือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ อันดับที่สองคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งต้องมีทักษะที่ดี มีประสบการณ์ สามารถวิเคราะห์ใบหน้าของคนไข้ได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

“ดังนั้น Visual Aesthetics Curriculum 2023 จาก Menarini Aesthetics Thailand ครั้งนี้ ผมจึงมุ่งเน้นในการสอนคุณหมอให้อ่านใบหน้าของคนไข้ได้อย่างถูกต้องและรักษาได้อย่างปลอดภัย โดยผมเรียกกระบวนการเหล่านี้ว่า Visual Aesthetics Academy โดยพยายามสร้างแนวคิดความงามที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกใบหน้า และการออกแบบความงามเฉพาะบุคคล พร้อมสอนให้คุณหมอมี Expert Eyes คือมองออกว่าคนไข้แต่ละคนต้องการอะไร หรือต้องรักษาจุดไหนเป็นพิเศษ โดยจะไม่ทดลองบนใบหน้าของคนไข้ แต่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าทำอะไรแล้วจะออกมาสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

Menarini Aesthetics Thailand 2

“ผมเชื่อว่า Visual Aesthetic Academy จะช่วยยกระดับมาตรฐานการฉีดฟิลเลอร์ให้สูงมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากแพทย์ผู้ให้การรักษา คือสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของคนไข้ได้ทั้ง 3 ข้อ หนึ่งคือเรื่องประสิทธิภาพ สองคือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และสามคือความปลอดภัย ดังนั้น Visual Aesthetic Academy จึงเป็นเหมือนกับแผนที่ช่วยให้คุณหมอเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงก้าวสุดท้ายคือผลลัพธ์ที่สวย ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติ”

นอกจากความรู้แบบจัดเต็มและอัดแน่นจากคุณหมออาร์มแล้ว Menarini Aesthetics Thailand ยังพาไปทำความรู้จักกับ 7 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามมือดีแห่งยุค ซึ่งเข้าร่วมทีม Menarini Aesthetics Faculty ประเทศไทย ใน Visual Aesthetics Curriculum 2023 ครั้งนี้ด้วย

ดร.นายแพทย์ภัสรเทพย อนุรักษ์ไพบูลย์

Menarini Aesthetics Thailand 3

“ในการดูแลรักษาคนไข้ แพทย์ต้องประเมินแบบรายบุคคล เริ่มจากถามความต้องการของคนไข้ก่อน เพราะทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเองอยู่ในใจ จากนั้นจึงให้คำแนะนำที่เหมาะสม และทำการรักษาตามแผนที่วางไว้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดี”

แพทย์หญิงอุษา วชิรธาราภาดร

Menarini Aesthetics Thailand 4

“ในยุคที่การแพทย์ก้าวหน้าไปมาก นอกจากการดูแลรักษาสุขภาพให้ยืนยาวแล้ว ผู้คนยังให้ความสนใจในการรักษาความอ่อนเยาว์และการทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ซึ่งวิธีการมีอยู่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการฉีดฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยม ถ้าถามถึงหัวใจสำคัญของการฉีดฟิลเลอร์ ก็ต้องยกให้กับการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ดี เช่น ฟิลเลอร์อิตาลีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ควบคู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ”

นายแพทย์กรานต์ โสภณปฏิมา

Menarini Aesthetics Thailand 5

“ผมเปรียบการเสริมความงามเหมือนกับการตัดเสื้อสูท คือต้องเลือกใช้ผ้าเนื้อดีควบคู่กับช่างฝีมือดี ดังนั้นในการเสริมความงามจึงต้องอาศัย 2 องค์ประกอบหลัก หนึ่งคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพ สองคือการทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ ฝีมือ และศิลปะในการรักษา”

นายแพทย์หริรักษ์ อาจอำนวยวิภาส

Menarini Aesthetics Thailand 6

“หัวใจสำคัญของความงามยุคนี้คือความเป็นธรรมชาติ หรือการดูดีขึ้นในรูปแบบของตัวเอง ซึ่งถ้าอยากได้ความเป็นธรรมชาติ การเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อเนียนที่ผสานเข้ากับผิวของมนุษย์ได้ดีอย่างฟิลเลอร์อิตาลี ก็นับว่าตอบโจทย์มากๆ”

แพทย์หญิงพรศญาพัชร์ ลิขิตธรรมกูล

Menarini Aesthetics Thailand 8

“ในการเสริมความงามมีหัวใจสำคัญอยู่ 2 ข้อ หนึ่งคือการเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ สองคือการเลือกใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ดีมีมาตรฐาน เพราะหมอที่เก่งแต่ไม่มีเครื่องมือที่ดี ก็เปรียบเสมือนกับหมอผ่าตัดที่มีมีดไม่คม”

แพทย์หญิงปัณณ์ธีรา อรุณศิริธนภรณ์

Menarini Aesthetics Thailand 7

“ความงามเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนมีความสวยเฉพาะตัวอยู่แล้ว ดังนั้นหมอจึงมีหน้าที่ในการช่วยเสริมสร้างความงามของคนไข้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเสริมจุดเด่นและปรับแก้จุดด้อยที่เขารู้สึกไม่มั่นใจด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีและทำให้คนไข้สวยขึ้นในแบบฉบับของตัวเอง”

นายแพทย์กฤติมุข วิเศษธนากร

Menarini Aesthetics Thailand 9

“คนสมัยนี้ต้องการดูแลตัวเองมากขึ้น เพื่อคงความสวยและความอ่อนเยาว์ ซึ่งโจทย์สำคัญคือการรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ด้วย ดังนั้นนอกจากความเชี่ยวชาญเรื่องกายวิภาคของใบหน้า ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของแพทย์แล้ว การอัปเดตเทคโนโลยีความงามใหม่ๆ และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความงามอย่างเป็นธรรมชาติให้กับคนไข้”

ทั้งหมดนี้คือความสำเร็จก้าวแรกของ Visual Aesthetics Curriculum ในปี 2023 ซึ่ง Menarini Aesthetics Thailand สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจจริง เพื่อพัฒนา Medical Education และเพิ่มศักยภาพด้านเวชศาสตร์ความงามในประเทศไทย ที่สำคัญคือส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ในการดูแลรักษาที่ดีมากยิ่งขึ้นตามคอนเซ็ปต์ The Better Version of Yourself ดูดีขึ้นในแบบที่เป็นตัวเอง

เชอรี่ เข็มอัปสร

เจาะสไตล์ “เชอรี่ เข็มอัปสร” ในวัย 40+ พลิกจากสายแฟจ๋า ช้อปเก่งเบอร์สิบ สู่ความเรียบง่าย

หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงสักพักใหญ่ๆ เลย สำหรับนางเอกมากความสามารถ “เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ” ที่ตัดสินใจเฟดจากงานในวงการ แล้วไปทรงอย่างลุยอยู่ในแวดวงสิ่งแวดล้อม และปลุกปั้นแบรนด์ “สิริไท” ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์อินทรีย์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมชุมชนผู้ผลิตที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม จนติดตลาดจากการบอกกันปากต่อปาก วันนี้เธอกลับมาอีกครั้งในฐานะนางเอกของละครเรื่องใหม่ “ลมเล่นไฟ”

เชอรี่ เข็มอัปสร

แพรว มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอถึงเรื่องราวการเดินทางที่มีทั้งความทุกข์ ความสุข ความท้าทาย เสียงหัวเราะ และน้ำตา ที่ล้วนเป็นรสชาติชีวิตและเป็นวิตามินที่เสริมให้เชอรี่ในวัย 42 ปี ณ วันนี้มีจิตใจที่เข้มแข็ง หนักแน่น ทว่าเบาสบายกว่าเดิม รวมถึงเรื่องสไตล์การแต่งตัว ที่เธอเคยบอกว่าแต่ก่อนเป็นสายแฟชั่นจ๋า ช้อปปิ้งกระจาย โดยถ้าเทียบตอนนั้นกับตอนนี้คือคนละเบอร์กันแบบจาก 10 สู่ 1 เลยทีเดียว

เชอรี่ เข็มอัปสร

เจาะสไตล์ “เชอรี่ เข็มอัปสร” ในวัย 40+ พลิกจากสายแฟจ๋า ช้อปเก่งเบอร์สิบ สู่ความเรียบง่าย

เรื่องสไตล์การแต่งตัว จำได้ว่าเชอรี่เคยบอกว่าแต่ก่อนเป็นสายแฟชั่นจ๋า ช้อปปิ้งกระจาย ถ้าเทียบตอนนั้นกับตอนนี้เปลี่ยนไปมากแค่ไหน ?

“โอ้โฮ คนละเบอร์เลย (หัวเราะ) คือเมื่อก่อนว่างเป็นช็อปปิ้ง เครียดก็ช็อปปิ้ง เบื่อก็ช็อปปิ้ง ขอให้ได้ช็อป แล้วสมัยหนึ่งเคยทำร้านเกี่ยวกับเสื้อผ้าด้วย ต้องคอยอัพเดตเทรนด์ อะไรมาใหม่ อะไรสวย ก็ต้องคอยดู แม้จะไม่ใช่คนตามเทรนด์มาก แต่ชอบของสวยงามงานดีไซน์และของคุณภาพดีเป็นทุนเดิมก็จะช็อปหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋า แต่ก่อนถ้าอยากได้ใบไหนต้องพุ่งเลย แต่ตอนนี้เฉยๆ แล้ว เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกอยากได้ ถ้าให้เทียบนะ สมัยก่อนน่าจะช้อปปิ้งประมาณเบอร์ 10 ตอนนี้น่าจะเหลือไม่ถึงเบอร์ 2

เชอรี่ เข็มอัปสร
เชอรี่ เข็มอัปสร

“ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เน้นกางเกงกับเสื้อเชิ้ตเป็นหลัก เพราะแต่งตัวได้เร็ว ใส่สบาย คล่องตัว แล้วยังดูเรียบร้อย มีกางเกงยีนที่ใส่ประจำ เหล่านี้เป็นชุดคลาสสิกที่วนกลับมาใส่ได้เรื่อยๆ แต่เราปรับตัวไม่ได้ในทันทีหรอกนะคะ เหมือนพอเรารู้คุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ค่อยๆ เปลี่ยนมายด์เซต เมื่อก่อนอาจจะใส่ใจว่าจะแต่งตัวแบบไหนอย่างไร แต่ตอนนี้การแต่งตัวไม่ใช่เรื่องหลักแล้ว น่าแปลกที่มันทำให้การแต่งตัวของเชอรี่ง่ายขึ้น รู้สึกว่าจะใส่เสื้อซ้ำ กางเกงซ้ำก็ได้ ไม่สนใจเลย เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน นอกจากว่าจะเป็นงานสำคัญ ต้องแต่งตัวเพื่อให้เกียรติงานจริงๆ เราก็จะไปหาเสื้อผ้าเดิมที่ดีๆ แล้วมิกซ์แอนด์แมตช์ใหม่ จับเข้าคู่กับทรงผมอีกแบบ รวมถึงเลือกแมตช์กับกระเป๋าและรองเท้าที่ต่างออกไปก็ดูต่างแล้ว หรือบางครั้งเชอรี่ก็นำผ้าไทยเข้ามาผสมผสานในชุดด้วย กลายเป็นความสนุกอีกแบบในโลกแฟชั่นของเชอรี่”

เชอรี่ เข็มอัปสร
เชอรี่ เข็มอัปสร

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 993

ภาพ : @cherrykhemupsorn

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นักแสดงหญิงเกาหลี

ใครคือแชมป์? 5 อันดับคนสวยที่สุด ในหมู่ นักแสดงหญิงเกาหลี ที่มีอายุ 40+

เมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดเผยผลสำรวจคนดังชายและหญิงอายุระหว่า 10-60 ปี จำนวน 300 คน เกี่ยวกับความคิดเห็นในหัวข้อ “คุณคิดว่าใครคือนักแสดงหญิงที่สวยที่สุดในใจคุณ ในบรรดา นักแสดงหญิงเกาหลี ที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป” ซึ่งผลปรากฏว่า ซนเยจิน คือผู้ที่ได้รับโหวตเป็นอันดับ 1 ขณะที่ คิมซอนฮี จอนจีฮยอน ซงฮเยคโย และ ฮันกาอิน ได้รับเลือกตามลำดับ

5 อันดับคนสวยที่สุด ในหมู่ นักแสดงหญิงเกาหลีที่มีอายุ 40+

ซนเยจิน (24.6%)

ซนเยจิน นักแสดงหญิงวัย 41 ปี หวานใจของาพระเอก ฮยอนบิน นอกจากฐานะนักแสดงแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอยังเพิ่งกลายเป็นคุณแม่ด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอยังคงรักษารูปร่างที่สง่างามได้เป็นอย่างดี

คิมซอนฮี (21.0%)

คุณแม่ของลูกสาววัย 14 ปี คิมซอนฮี นักแสดงสาววัย 45 ปี ความสวยของเธอโดดเด่นตั้งแต่วัยเยาว์ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 16 ปี มีผลงานดังมากมาย รวมถึงยังเคยติดหนึ่งใน 20 คนดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลี จากนิตยสาร Forbes Korea อีกด้วย

จอนจีฮยอน (20.0%)

เจ้าของฉายายัยตัวร้ายและเป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล จอนจีฮยอน นักแสดงสาววัย 41 ปี คุณแม่ลูกสองที่ยังดูดีไม่เปลี่ยน โดยเมื่อไม่นานมานี้เธอได้เข้าร่วมอีเว้นต์หนึ่ง และแม้ว่าครั้งนั้นจะถูกสื่อถ่ายภาพซูมเห็นคางสองชั้นและริ้วรอย แต่โดยรวมความงามของเธอยังคงไร้ที่ติ

ซงฮเยคโย (18.7%)

นักแสดงสาววัย 41 ปี ซงฮเยคโย แม้ในซีรีส์ “Dark Glory” เธอจะไม่ได้ดูสดใสเท่าไหร่เพราะบทบาทที่ได้รับ แต่เมื่อเธอก้าวขึ้นรับรางวัล Baeksang Arts Awards ในฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม กลับเฉิดฉายสุดๆ ใครจะคิดว่าสาวสวยคนนี้อายุเข้าหลักสี่แล้ว

ฮันกาอิน (12.0%)

นักแสดงหญิงวัย 41 ปี เธอฮันกาอิน เป็นที่รู้จักในนาม “ความงามตามธรรมชาติของเกาหลี” แต่งงานกับนักแสดง ยอนจองฮุน เมื่ออายุ 23 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อาชีพการงานของเธอกำลังเฟื่องฟู ทั้งสองแต่งงานกันมานานเกือบ 18 ปี และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็หวานชื่นและรักกันเสมอ ปัจจุบันเธอให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน หลายเป็นครอบครัวที่มีความสุขมากๆ

เทศกาลหนังเมืองคานส์

ประชันความปัง! ส่องลุค 4 ดาวเด่นฝั่งเอเชีย ณ เทศกาลหนังเมืองคานส์

‘เทศกาลหนังเมืองคานส์‘ ถือเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ใหญ่ที่คนทั่วโลกรอคอย โดยเฉพาะคอภาพยนตร์และแฟชั่นเพราะเราจะได้เห็นคนดังทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการบันเทิงจากทั่วมุมโลกตบเท้าเข้ามาร่วมงานพร้อมคอสตูมสุดอลังการ ซึ่งในปีนี้งานจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 16-27 พฤษภาคม ณ ประเทศฝรั่งเศส

บอกแล้วว่างานนี้มีคนดังจากทั่วโลกมาร่วมงาน เพราะฉะนั้นจากฝั่งเอเชียก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ซึ่งหลายคนก็เป็นดาวที่เจิดจรัสอยู่บนพรมแดงแห่งนี้มาเนิ่นนาน

เริ่มต้นด้วยดาวเด่นแห่งภาคพื้นเอเชียที่ไม่ว่าจะปรากฏบนพรมแดงที่ไหนเธอก็แต่งตัวไม่เคยพลาดกับ ‘ฟ่านปิงปิง’ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีพรมแดง ในครั้งนี้เธอสวมชุดของแบรนด์ Christopher Bu ซึ่งเป็นแบรนด์ประจำที่เธอมักใส่ร่วมงานพรมแดง ความน่าสนใจของชุดอยู่ที่ภาพวาดหมึกลวดลายเสือและต้นไผ่สีเขียวที่มีการตัดเย็บด้วยมืออย่างประณีต ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเครื่องประดับศีรษะที่เป็นรูปใบไผ่และเครื่องประดับมรกตเม็ดโต

คนที่สองขาดไปไม่ได้กับ ‘ชมพู่ อารยา’ ที่ถึงแม้จะเดินพรมแดงของเทศกาลหนังเมืองคานส์มาเท่าไหร่แต่กระแสก็ยังดีอย่างไม่มีตก ในปีล่าสุด 2023 กับ CANNES Film Festival ครั้งที่ 76 เธอยังคงคอนเซ็ปต์ความอลังการ โดยปีนี้เลือกใส่เป็นเดรสชมพูสีหวานจาก Jean Paul Gaultier ในคอลเล็คชั่น Spring 2022 Couture ที่โดดเด่นด้วยคอร์เซ็ตและกระโปรง Ball Gown ขนาดยักษ์ สำหรับเครื่องประดับเป็นของ BVLGARI

คนที่สามกับนักแสดงหน้าหวานอย่าง ‘กวนเสี่ยวถง’ ในลุคสุดตราตรึงที่ระยิบระยับด้วยคริสตัลบริเวณหน้าอกรวมถึงดีเทลระบายของกระโปรงที่เรียงเป็นชั้นอย่างสวยงาม ก่อนปิดลุคด้วยเครื่องประดับจาก FRED ที่มาเพิ่มความหรูหราได้อีกเป็นเท่าตัว

และปิดท้ายด้วย ‘กงลี่’ ราชินีแห่งภาพยนตร์จีนที่ใครหลายๆ คนยกย่อง ความอลังการในคอสตูมของเธอก็ไม่คนไหนในบอดี้สูทแขนยาวสีดำที่เย็บติดกับกับกระโปรง เป็นลุคที่ดูเรียบๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าเมื่อผ่านไปอีก 10 ปีแล้วย้อนมาดู ลุคนี้จะกลายเป็นลุคที่ Timeless มากที่สุด ซึ่งคอสตูมนี้เป็นผลงานของ ALAÏA

ภาพ : Getty Images, Instagram @chomismaterialgirl, @bingbinf_fan และ @ericgao_

‘ปลงไม่ไหว ไม่ว่าจะมีคู่หรือโสดก็ตาม ยุทธการตาต่อตา ฟันต่อฟัน ต้องเข้าแล้ว ใครกัน ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายวัน 17 พฤษภาคม 2566

‘ปลงไม่ไหว ไม่ว่าจะมีคู่หรือโสดก็ตาม ยุทธการตาต่อตา ฟันต่อฟัน ต้องเข้าแล้ว’

ดวงรายวัน 17 พฤษภาคม 2566

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับสายกฎหมาย เช่น นักกฎหมาย ทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ ฯลฯ  ด้วยสติปัญญาที่เฉียบคม ความรับผิดชอบที่ดีเยี่ยม และความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะได้เข้าไปทำงานทางด้านศิลปะศิลปิน ความสวยงาม ซึ่งก็มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้อย่างงดงาม

การเงิน  :    หากคุณกำลังจะลงทุนร่วมกับคนรักหรือคู่ครอง วันนี้มีโอกาสโชคดี ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน เงินทองไหลมาเทมา

ความรัก  :  หากคุณตั้งมาตรฐานในชีวิตคู่ไว้สูงมาก เป็นไปได้ว่าจะตั้งอยู่บนหลักการและความเหมาะสมของการสร้างครอบครัวที่ดีมากกว่าความรักความสัมพันธ์ โดยที่วันนี้คุณก็สามารถจะบริหารจัดการ ทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้านได้อย่างลงตัว   คนโสด  เช่นกัน คุณตั้งมาตรฐานของแฟนไว้สูงมาก ต้องประพฤติปฏิบัติอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม แล้วด้วยเสน่ห์และความเป็นผู้นำของคุณ คนนั้นๆ น่าจะเป็นช้างเท้าหลังมากกว่าเท้าหน้า

สุขภาพ  :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้ปวดเสียดท้อง แล้วหากยังคงกลั้นต่อไป ก็มีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ จนถึงเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดในที่สุด

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ก็ยังมีโอกาสที่คุณจะไม่กล้าตัดสินใจใดๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ ด้วยแล้ว เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะมีความคิดและจินตนาการที่ว้างไกล มีโอกาสได้ทำงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ออร์แกไนซ์ สื่อมวลชน และงานวิชาการ แต่เพราะความไม่มั่นใจทำให้คุณรู้สึกอึดอัดไปหมด ทั้งบรรยากาศการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย จนอยากลาออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

การเงิน  :   จริงๆ คุณโชคดีมีโอกาสได้ลาภลอย จนถึงได้รับมรดกเลยนะเนี่ย แต่ด้วยความใจดีใจบุญ วันนี้คุณมีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก  :  หากพื้นฐานทางครอบครัวและชีวิตคู่ของคุณมีความสุขดี วันนี้ไม่ควรจับผิด หรือไม่มั่นใจใดๆ เพราะมีโอกาสที่ความคิดจะเป็นจริงในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจของคู่คุณ ซึ่งเป็นไปได้สูงมากกว่าจะนำไปสู่ความหึงหวง และปรับความเข้าใจกันไม่ได้ คนโสด  ท่าทางความรักความสัมพันธ์ของคุณจะไม่ได้ไปต่อแล้ว เพราะเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะหึงหวง จนถึงปรับความเข้าใจกันไม่ได้

สุขภาพ  :   มีโอกาสที่คุณจะใช้การรับประทานอาหารเพื่อบำบัดความเครียด ความโกรธ โมโห และความหึง ก็นับว่าดี แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด ของหวานเพราะจะทำให้น้ำหนักขึ้น

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณกำลังอึ้งกับข่าวเซอร์ไพร์สที่เข้ามาจนนั่งไม่ติด ก็อย่าเพิ่งตื่นตกใจ เพราะยิ่งดิ้นรนหาทางออกก็มีโอกาสผิดพลาดมากขึ้น วันนี้จากความเป็นอัจฉริยะของคุณที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคนิคแทกติก สามารถพลิกแพลงกลยุทธ์ทำงานได้หลากหลาย รวมถึงเซ้นส์ที่แม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดสร้างสรรค์ที่ดี สามารถทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม หรือศิลปะศิลปินได้เลย มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงด้วย  

การเงิน  :   ก็ยังมีโอกาสที่จะร่ำรวยเงินทองอยู่นะคะ แม้วันนี้คุณจะพยายามประหยัด อะไรไม่จำเป็นก็ไม่จ่ายแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะเข้ามือขวาออกมือซ้ายทันที

ความรัก :  หากรักและทุ่มเทให้กับคู่ชีวิตมาก เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะยอมเหนื่อยคนเดียว ดูแลทั้งงานในบ้านและนอกบ้านคนเดียวเสร็จสรรพ แต่ก็พยายามอย่าไปจู้จี้หรือกดดันเขามากล่ะ แทนที่จะดีกลับกลายเป็นความร้าวฉานซะงั้น  คนโสด  หากคุณรักใครก็จะทุ่มเทให้หมดหัวใจ ก็ต้องระวังจะถูกหลอกได้ง่ายๆ ยิ่งวันนี้คุณมีเสน่ห์และพลังทางเพศสูงด้วย ก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นเท่านั้น

สุขภาพ   :  มีโอกาสที่คุณจะเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือกระดูก บริเวณข้อเข่า หรือข้อเท้ามีโอกาสบาดเจ็บ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปได้ว่าจะมาจากน้ำหนักตัวที่มากขึ้น จนถึงเป็นเก๊า รูมาตอยด์ นิ้วล็อค

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :  นับเป็นวันแห่งความหวังใหม่ของคุณ เพราะมีโอกาสสูงมากที่คุณจะได้บุกเบิกเริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ จนถึงได้โยกย้ายเปลี่ยนแปลงหน่วยงานหรือตำแหน่งงานไปสู่ที่ที่มั่นคงขึ้น โดยมีผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดให้การส่งเสริมสนับสนุนให้คุณได้ทำตามที่ตั้งใจด้วย ซึ่งวันนี้คุณควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย รวมถึงพยายามจับจังหวะและโอกาสมากกว่าจะใช้อารมณ์ฝืนทำไป

การเงิน   :  ก็ยังคงปวดศีรษะกับรายจ่ายจนต้องบริหารจัดการการเงินอย่างเหนื่อย วันนี้ก็พอจะเบาใจเบาตัวขึ้นหน่อย เพราะผู้ใหญ่ช่วยเหลือ โดยคุณก็สามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ

ความรัก  :   จริงๆ แล้วคุณไม่ชอบที่จะถูกปิดกั้นเสรีภาพ ไม่ชอบถูกภายใต้การควบคุมของใคร ดังนั้น วันนี้คุณจึงมีโอกาสที่จะทำตามใจตัวเอง โดยออกไปหว่านเสน่ห์กับคนอื่นเสียเลย คนโสด  เช่นกัน คุณชอบมีชีวิตที่เป็นอิสระ นอกจากนั้นยังเอาใจยากเดาใจลำบากอีกด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้หากใครจะคาดหวังที่จะได้ใช้เวลากับคุณ ก็อาจผิดหวัง

สุขภาพ  :  หากคุณกำลังเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร วันนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สดสะอาดไม่ถูกสุขลักษณะ รสจัด เพราะมีความเสี่ยงที่อาหารจะเป็นพิษ ท้องเสีย จนถึงมีพยาธิเลยทีเดียว

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   เป็นไปได้ว่าจากความกดดันต่างๆ มีโอกาสที่จะงวดลงจนถึงขั้นที่ไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลป์ ด้วยแล้ว วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดและจินตนาการที่ล้ำเลิศ จนแสดงออกนอกเหนือจากหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือปฏิบัติตัวเป็นซูเปอร์วูแมน ซึ่งแทนที่จะดีขึ้น แต่เป็นไปได้ว่าคุณจะคุมตัวเองไม่ได้ จึงควรทำงานที่เป็นอยู่ให้ดีก่อนดีกว่า

การเงิน  :  ไม่สามารถเก็บเงินไว้กับตัวได้นาน ยิ่งวันนี้หากคุณพยายามที่จะเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่นด้วยแล้ว มีโอกาสที่จะถูกหลอกถูกโกงจนถึงขั้นวิกฤติเลยทีเดียว

ความรัก  :  หากชีวิตคู่เคยสร้างความเจ็บช้ำให้กับคุณมาแล้ว แม้คุณจะพยายามต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามกันมาจนได้อยู่ด้วยกันยาวนานถึงวันนี้ แต่เป็นไปได้ว่าความสับสน ลังเล ไม่ไว้ใจ จะกลับมาหลอกหลอนคุณถึงขั้นที่ไม่สามารถไปต่อกันได้อีก  คนโสด   มีโอกาสที่แฟนเก่าจะกลับมาคืนดี แต่เพราะคุณเจ็บแล้วจำ ถ่านไฟเก่าจึงไม่สามารถจะกลับมาลุกได้อีก

สุขภาพ   :  มีโอกาสที่ระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลือง และต่อมไร้ท่อต่างๆ โดยรวมไปถึงประจำเดือนที่จะมีปัญหา วันนี้มีความเสี่ยงที่จะไม่ธรรมดา ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่บำรุงเลือด รวมถึงวิตามินด้วย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :    สำหรับหัวหน้างาน หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน หรือหัวหน้าทีม วันนี้คุณมีโอกาสได้บุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ หรือถูกโยกย้ายปรับเปลี่ยนไปอยู่ในหน่วยงานที่ท้าทาย มีการแข่งขันสูง ถูกจริตคุณ แต่ก็ควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเป็นไปได้ที่งานจะสะดุดหยุดลงกลางคัน ซึ่งสุดท้ายแล้วคุณนั่นละที่จะทุกข์ วิตกกังวล จนถึงขั้นท้อแท้ในที่สุด

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะมีช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ตลอดๆ แต่วันนี้เป็นไปได้ว่าแม้คุณจะเหน็ดเหนื่อยหาเงินมาได้มากแค่ไหน แต่คนอื่นก็นำไปใช้หมด

ความรัก :  คุณให้ความสำคัญกับความรักความสัมพันธ์ของครอบครัวอย่างมาก จนกลายเป็นคาดหวังความสำเร็จไว้สูง จนวันนี้เป็นไปได้สูงมากว่าคุณจะให้เวลากับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัวเสียแล้ว  คนโสด  หากคุณเป็นพลังหลัก ทั้งในบ้านและที่ทำงาน วันนี้แม้คุณจะมีเสน่ห์สะดุดตาสะดุดใจผู้คนที่ได้พบปะพูดคุยกับคุณมากมายเพียงไร แต่ก็น่าเสียดายว่า คุณไม่มีเวลามากพอที่จะจริงจังกับใคร ก็อาจเป็นได้แค่เพื่อนคุยคลายเครียด  

สุขภาพ  :  หากคุณหักโหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนนอนหลับเพียงพอ รวมถึงรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา เมื่อรวมกับภาวะเครียด จึงมีโอกาสที่ร่างกายจะมีปัญหาไปเสียทุกระบบ ทั้งภูมิแพ้ ปวดศีรษะ และระบบย่อยอาหาร  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจบันเทิง เช่น นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งคุณมีความคิดเป็นของตัวเองมากจนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น ดังนั้น หากเป็นไปได้จึงควรรับงานเอง หรือทำธุรกิจของตัวเองจะดีกว่า

การเงิน  :   คุณสามารถหาเงินได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับร่ำรวย แต่วันนี้คุณจะมีโอกาสร่ำรวยจากเงินเทางานเทา แต่หากหลวมตัวไปแล้ว มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ไม่สิ้นสุด

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าวันนี้จะอยู่คนละขั้วกับการปลงคือ เชื่อมั่นในตัวเองมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธการตาต่อตา ฟันต่อฟัน เมื่อคู่คุณออกเที่ยวและมีกิ๊กได้ คุณก็ออกเที่ยวและมีกิ๊กได้เช่นกัน    คนโสด  คุณมีอุดมคติและอุดมการณ์ล้ำยุคทันสมัยมาก เพราะฉะนั้นวันนี้มีโอกาสจะเจ้าชู้กับคนที่มีคู่แล้วด้วย

สุขภาพ   :  สำหรับนักดื่ม นักปาร์ตี้ สังสรรค์ วันนี้ควรดื่มอย่างมีสติ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้หากประมาท ดื่มแล้วไม่ควรขับ หากดื่มติดกันนานๆ ร่างกายก็จะทรุดโทรมได้น้า…

แจ็คสัน หวัง

แจ็คสัน หวัง เปิดตัวแคมเปญกระเป๋าเดินทาง หลุยส์ วิตตอง “Horizons Never End”

แจ็คสัน หวัง แบรนด์แอมบาสเดอร์ Louis Vuitton นั่งอยู่บนทรังก์ Louis Vuitton ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอด Arc de Triomphe (ประตูชัยฝรั่งเศส) ผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย ฌ็อง ชาลแกร็ง ซึ่งมีฉากหลังเป็นวิวของกรุงปารีส ท่ามกลางแสดงอาทิตย์อัสดง โดยแคมเปญนี้ถูกถ่ายโดย Glen Luchford ช่างภาพแฟชั่นและผู้สร้างภาพยนตร์

สำหรับคอลเล็คชั่นกระเป๋าเดินทาง Horizon ออกแบบโดย Marc Newson ดีไซเนอร์ชื่อดังที่ทพร่วมงานกับ Louis Vuitton มาตั้งแต่ปี 2014 โดยคอลเล็คชั่นแรกที่เขาออกแบบคือ “Celebrating Monogram” เปิดตัวด้วยกระเป๋าแบ็คแพ็ค “the ultimate contemporary backpack” รวมไปถึงสิ่งของจำเป็นสำหรับการเดินทางอีกมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กระเป๋าเดินทางล้อลาก Horizon Soft ที่ทำจากผ้าถัก (Knit) ในปี 2019

©LOUIS VUITTON, Photography by Glen Luchford

หลังจากนั้นในปี 2022 Marc Newson ได้เปลี่ยนโฉมกระเป๋าเดินทางรุ่น Pégase ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยตัวกระเป๋าผลิตจากหนังลูกวัว Taiga อันเป็นเอกลักษณ์ของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งมีทั้งลวดลายแบบ Monogram หรือ  Damier


กำไล Cartier Love

กำไล Cartier Love สัญลักษณ์แห่งความรักและความผูกพัน

หนึ่งในเครื่องประดับเป็นอันสัญลักษณ์ของแบรนด์ คาร์เทียร์ ที่มีอายุมามากกว่า 50 ปี และ ยังคงเป็นที่นิยมมาต่อเนื่องจวบจนถึงปัจจุบันคือ กำไล Cartier Love (Cartier Love bracelet)

กำไล Cartier Love สัญลักษณ์แห่งความรักและความผูกพัน

Cartier Love bracelet ยังเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่มีผู้ค้นหามากที่สุดใน Google ซึ่งประวัติของเครื่องประดับรุ่นนี้เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยกำไล Cartier Love ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 โดย Aldo Cipullo นักออกแบบชาวอิตาลี

จุดเด่นของ Cartier Love bracelet คือเวลาใส่และถอดต้องใช้ไขควงอันเล็กที่ให้มาด้วยนำไปขันสกูรที่อยู่บนกำไล และเมื่อใส่กำไลพอดีที่ข้อมือ จึงจำเป็นต้องให้ผู้อื่น (คนรัก) เป็นคนขันให้ โดยการขันนั้นสื่อถึงความรักแท้ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นเจตนาที่ทางแบรนด์ออกแบบให้กำไลเปรียบเหมือนกับสัญลักษณ์แห่งความรักที่มั่นคง เกาะเกี่ยวทั้งคู่ไว้ด้วยกัน

ทั้งนี้นิตยสาร Harpers Bazaar ได้ให้ข้อมูลว่า “เชื่อกันว่าโรงพยาบาลในนิวยอร์กต้องเก็บไขควง Love ขนาดเล็กไว้ในวอร์ด หากเกิดเหตุการณ์จำเป็นต้องถอดสร้อยข้อมือในกรณีฉุกเฉิน”

ขณะที่ ปิแอร์ เรนเนโร ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์ สไตล์ และมรดก ได้กล่าวถึงความสำเร็จของ Cartier Love bracelet ว่า “สำหรับผม Cartier Love bracelet ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นเนื่องจากการผสมผสานระหว่างมิติต่างๆ มากมาย อันดับแรกคือ การออกแบบ ที่เชื่อมโยงกับความหมายของกำไล อย่างที่สองคือ สัญลักษณ์ ที่สามารถมองเห็นได้ทันทีผ่านแนวคิดง่ายๆ

เนื่องจากเป็นเครื่องประดับที่โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นไอคอนิคประจำแบรนด์ Cartier Love bracelet จึงมีบุคคลสำคัญจากหลายวงการที่ใส่เป็นจำนวนมาก อาทิ ดยุกและดัชเชสแห่งวินด์เซอร์, เอลิซาเบธ เทย์เลอร์, ริชาร์ด เบอร์ตัน, อาลี แม็กกรอว์, สตีฟ แม็กควีน, โซเฟีย ลอเรน, คาร์โล ปอนติ และ เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ที่สวมกำไล Cartier Love ขึ้นปกนิตยสาร TIME ในปี 2020 


cover VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM

เจาะความเริ่ด VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM เซรั่มที่มีสารสกัดจากเพชร

หากพูดถึง “เพชร” เชื่อว่าทุกคนคงยอมรับความเลอค่าในแง่ของการเป็นอัญมณี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสารสกัดจากเพชรมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณด้วย ดังนั้นภารกิจป้ายยาไอเท็มเด็ดรอบนี้ แพรว จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM เซรั่มที่มีสารสกัดจากเพชรกันค่ะ

แต่ก่อนจะไปถึงความเริ่ดของ VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM แพรว ขอเล่ากระบวนการทำงานของสารสกัดจากเพชรให้ฟังกันก่อน

สารสกัดจากเพชร หรือ MVP Diamond Sirt Powder ทำงานด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเพชรเป็นเกราะป้องกันผิว มีคุณค่าของเปปไทด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านริ้วรอยที่เกิดจากการออกซิเดชั่นและแสงยูวี ผสานกับ SIRT สารเปปไทด์สังเคราะห์ขนาดเล็กที่ออกฤทธิ์คล้ายกับเอนไซม์ Sirturin ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์จาก Stress ทำให้เซลล์มีอายุยาวนานขึ้น จึงได้รับการขนานนามว่า “โปรตีนอายุวัฒนะ” ซึ่งช่วยป้องกันการทำลาย DNA ของเซลล์จากภาวะเครียดจากรังสียูวี ต่อต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์ ทำให้เซลล์ผิวมีอายุยาวนานขึ้น และช่วยเติมเต็มผิวให้อิ่มฟู แลดูเรียบเนียน

คราวนี้มาถึงความเริ่ดของ VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM ที่นอกจากจะมีไฮไลท์เป็นส่วนผสมของสารสกัดจากเพชรแล้ว เขายังมีคุณค่าของสารสกัดอื่นๆ มาเสริมพลังด้วย ได้แก่ Bakuchiol สารสกัดจากเมล็ด Babchi ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใส, Mandarin Clear สารสกัดจากส้มแมนดารินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ, Aquatide เปปไทด์ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ, Phytospherix สารไกลโคเจนที่ได้จากพืช ซึ่งมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นผิวลงลึกถึงชั้น Dermis, Sodium Hyaluronate สารเติมความชุ่มชื้นให้ผิว, วิตามิน B3 และวิตามิน E ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

ที่สำคัญอีกอย่างคือ VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM มีองค์ประกอบของ X50 Photoglow Solution ซึ่งเป็นสารสกัดนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า The Cosmetic Drone for skin radiance ถือเป็นระบบการนำส่งสารที่ทันสมัย สามารถนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์เป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง จึงให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผิวพรรณ

ทั้งหมดนี้คือความอัดแน่นของ VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM เซรั่มที่มีสารสกัดจากเพชร ซึ่งผสานการทำงานกับหลากหลายสารสกัดที่มีประสิทธิภาพ จึงสามารถช่วยบำรุงผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก ไม่ว่าจะเป็น Bakuchiol ที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอย ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่าง แลดูอ่อนเยาว์ และมีเปปไทด์ที่ช่วยฟื้นฟูให้ผิวแลดูมีชีวิตชีวา เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน รวมถึงมีวิตามิน B3 และวิตามิน E ที่ช่วยควบคุมความมัน และฟื้นฟูความหมองคล้ำ

เรียกว่าจัดเต็มความเริ่ดเอาไว้แบบแน่นๆ สาวรักผิวที่ปรารถนาผิวใสออร่าไม่ควรพลาด โดยสามารถหาซื้อ VARI SKIN DIAMOND AURA SERUM ได้เลยที่ lin.ee/dLROXjy

ดัลกอม

สมฐานะหมาไอดอล! จีซู BLACKPINK ให้กระเป๋า Dior เป็นของขวัญเจ้า ‘ดัลกอม’

ดูๆ ไปแล้วเรายังวาสนาดีน้อยกว่าเจ้า ‘ดัลกอม‘ สัตว์เลี้ยงแสนรักของ จีซู BLACKPINK ที่นอกจากจะเกิดมาแล้วได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับไอดอลแล้ว เจ้าของก็ยังเปย์ของขวัญให้แบบไม่หยุดพัก จะมีอะไรที่น่าอิจฉาไปมากกว่านี้อีกคะ?

ส่องดีเทลกระเป๋า Dior ใบใหม่ของ ดัลกอม ของขวัญวันเกิดจากทาสคนสวย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดัลกอมได้รับของขวัญสุดหรู เพราะก่อนหน้านี้เจ้าขนปุกปุยยังเคยได้กระเป๋าผ้าแคนวาสของ Dior ที่สกรีนชื่อ DALGOM คาดไว้ตรงกลางกระเป๋าตัวใหญ่ๆ พร้อมกับมีการ์ดลายมือเขียนแนบมาว่า ‘นี่เป็นของขวัญสำหรับดัลกอม’ อีกทั้ง Burberry ยังเคยส่งปลอกคอมาให้อีก ถือว่าเป็นน้องหมาที่มีไลฟ์สไตล์หรูมากจริงๆ

และล่าสุดเจ้าดัลกอมก็เพิ่งได้กระเป๋า Dior จาก คิมจีซู เป็นของขวัญวันเกิดแบบหมาดๆ ซึ่ง Dior Hit the Road Pet Carrier Bag มีราคาสูงถึง $3,200 หรือประมาณ 108,000 บาทเลยทีเดียว

โดยกระเป๋าใบนี้เป็นไอเท็มใหม่ในคอลเล็คชั่น Spring 2023 ตัดเย็บด้วยผ้า jacquard Dior Oblique สีเบจและสีดำ มีช่องซิปขนาดใหญ่ทำให้ได้ช่องใส่ที่กว้างขวาง ด้านข้างทำจากหนัง Cannage Cosmos ช่วยระบายอากาศได้ดี และนอกจากนี้ยังมีทั้งที่จับและสายสะพายจากหนังลูกวัวให้เราเลือกใช้ได้ตามความต้องการ


ภาพ : dior.com และ @sooyaaa__

เป๊ก ผลิตโชค

อัพเดตชีวิต “เป๊ก – ผลิตโชค” เติบโตด้วยเสียงเพลง ความรัก และพลังบวก

ถือเป็นนัดสำคัญประจำปีของ แพรว กับ “เป๊ก – ผลิตโชค อายนบุตร” ที่จะต้องอัพเดตชีวิตกันในทุกปี ถ้าใครยังจำสัมภาษณ์คราวที่แล้วได้ (มกราคม 2565) เป๊กบอกว่าเขากำลังเตรียมตัวทำเพลงใหม่อยู่ และตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาเรียกเสียงกรี๊ดของแฟนๆ อีกครั้ง กับซิงเกิ้ลล่าสุด Touch My Body

อัพเดตชีวิต “เป๊ก – ผลิตโชค” เติบโตด้วยเสียงเพลง ความรัก และพลังบวก

กลับมารอบนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

“ตื่นเต้นมากครับ เพราะผลิตไม่ได้ปล่อยเพลงใหม่มาประมาณ 2 ปีแล้ว ดีใจที่มีผลงานให้แฟนๆ ได้ฟังกัน ซึ่งเราเตรียมงานกันมาสักพักใหญ่แล้วครับ แต่ด้วยสถานการณ์หลายอย่างไม่ลงตัว ทำให้ขยับไทม์ไลน์มาเรื่อยๆ หลายเพลงที่เตรียมไว้ก็ปรับแก้จนคัดเลือกได้เพลงที่ดีที่สุด ชอบที่สุด มาลงตัวที่เพลง Touch My Body สำหรับปล่อยออกมาเป็นเพลงแรกครับ (ยิ้ม) และแน่นอนว่าปีนี้จะได้เห็นคอนเสิร์ตพิเศษหลายคอนเสิร์ตเลย ต้องรอติดตามนะครับ”

การทำงานครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาไหมคะ ทราบว่าก่อนหน้านี้ต้องทำงานกันแบบ Work From Home

“ใช่ครับ ต่างนิดหน่อย อย่างก่อนหน้านี้เราก็ทำเพลงจากที่บ้าน พี่ๆ ในทีมส่งไฟล์เพลงมาให้ฟัง และถ้าใครอยากปรับแก้ตรงไหนก็จะส่งเมลตอบโต้กันไปมา แต่พอสถานการณ์ดีขึ้นก็ได้กลับมาเจอหน้ากัน ได้ซ้อม ได้เข้าห้องอัดเหมือนเดิมครับ”

เป๊ก ผลิตโชค

ในส่วนของสไตล์เพลง เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรบ้างคะ

“มีความโตขึ้นแน่นอนครับ อาจไม่ได้เป็นเพลงที่สดใสเท่าตอนวัยรุ่น ซึ่งแต่ละเพลงของผลิตจะบอกถึงอารมณ์และชีวิตในช่วงนั้นว่าตอนที่ทำเพลงเรากำลังทำอะไร หรือรู้สึกอะไรอยู่ (ยิ้ม)

“เพลง Touch My Body ไอเดียเริ่มต้นมาจากพี่เอกวง Season Five ไกด์ทำนอง เราช่วยกันคิดว่าเนื้อเพลงควรเป็นแนวไหน ก่อนจะมาลงตัวที่ Touch My Body ที่มีทั้งความสนุกและเซ็กซี่นิดๆ ซึ่งต่างจากที่ผ่านมาที่ส่วนใหญ่เป็นเพลงช้าๆ ซึ้งๆ ประมาณว่าถ้าอยากจะ Touch ก็เข้ามา Touch สิ เข้ามาเลย อนุญาตนะ (ยิ้ม) และเพลงนี้มีท่าเต้นด้วยนะครับ ต้องติดตามนะ”

อีกเรื่องที่แฟนๆ เป็นห่วงคือสุขภาพตอนนี้เป็นอย่างไรคะ

“ตอนนี้โอเคแล้วครับ (ยิ้ม) ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ ก่อนหน้านี้เวลาไปโรงพยาบาลก็เจอนุชที่เป็นคุณหมอ ก็ต้องกระซิบว่าอย่าไปบอกใครนะว่าผลิตมาหาหมอ เพราะกลัวแฟนๆ จะเป็นห่วง แต่ตอนนี้สบายใจได้แล้ว แข็งแรงพร้อมทำงานครับ”

เป๊ก ผลิตโชค

ตอนนี้ตารางชีวิตแน่นมากไหมคะ

“ตอนนี้เป็นช่วงที่กลับมาลุยงานเต็มตัว ทั้งเตรียมงานเพลง เข้าห้องอัด ซ้อมเต้น รวมถึงถ่ายงานอื่นๆ ก็ค่อนข้างแน่นเหมือนกันครับ จึงเป็นช่วงติดบ้าน ไม่ค่อยออกไปไหน ถ้าอยากเจอเพื่อนๆ ก็จะชวนมาเล่นน้ำ ปาร์ตี้กันที่บ้านแทน ตอนนี้ถ้ามีเวลาก็อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกบ้านบ้าง”

ความซ่าซนลดน้อยลงบ้างไหมคะ

“ฮ่าๆ ไม่เลย ข้างในยังซ่าเหมือนเดิมครับ (หัวเราะ) สปาร์กลิ้งสุดๆ เพียงแต่ลุคภายนอกอาจจะดูเรียบร้อยขึ้น เพราะด้วยโอกาสเรื่องงานที่ได้รับมา บางงานก็ต้องดูนิ่งขึ้น เรียบร้อยขึ้น”

แล้วมุมมองหรือแพสชั่นในการทำงานเปลี่ยนไปไหมคะ

“ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้นิ่งขึ้นนะครับ…นิดๆ (หัวเราะ) ส่วนความชอบหรือแพสชั่นในการทำงานยังเหมือนเดิมครับ ยังรักในการร้องเพลงไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่สไตล์เพลงอาจจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ตามอารมณ์ความรู้สึกในช่วงนั้น

“และก่อนหน้าก็มีโอกาสได้ไปทำงานใหม่ๆ ด้วย อย่างทำธุรกิจของตัวเอง ทั้งน้ำหอม Colour Soul และเครื่องประดับแบรนด์ ALYANA ที่มีคอลเล็คชั่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ (ยิ้ม) อีกอย่างคือรู้สึกว่าตัวเองมีไฟและเป้าหมายในการทำงานมากขึ้น”

เป๊ก ผลิตโชค

ถ้าเปรียบชีวิตตอนนี้เป็นเพลง คิดว่าเป็นสไตล์ไหนคะ

“แทงโก้ครับ ลุยๆ รัวๆ จัดเต็มเลย (หัวเราะ) เพราะกำลังรู้สึกสนุกมากๆ ทั้งการทำงานเพลงและการใช้ชีวิต”

ขอ 3 อย่างที่สื่อถึงความเป็น “เป๊ก – ผลิตโชค” คิดว่ามีอะไรบ้างคะ

“อันแรกหมวกครับ เพราะเป็นสิ่งที่คนเห็นแล้วนึกถึงผลิต อย่างที่สองทะเล เพราะชอบมากเป็นชีวิตจิตใจ สามารถไปได้บ่อยไม่มีเบื่อ ทะเลช่วยเยียวยาให้หายเหนื่อย รู้สึกสบายใจเวลาได้อยู่กับแสงแดด เสียงคลื่น ได้เติมวิตามินให้ผิวบ้าง ทำให้ร่างกายมีเอเนอร์จี้ครับ

“หรือบางช่วงไม่มีเวลาไป ขอแค่สระว่ายน้ำกลางแจ้งก็โอเคแล้วนะ ได้สัมผัสแสงแดด รับพลังจากแสงอาทิตย์ ใช้ชีวิตอยู่เอ๊าต์ดอร์บ้าง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวตัวซีดอยู่ในห้องนอนครับ และสามคืออาหารครับ (หัวเราะ) เพราะชอบชิมโน่นชิมนี่ตลอดเวลา แค่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปลงในอินสตาแกรม แต่กินอยู่ตลอด

ครับ”

เป๊ก ผลิตโชค

อีกอย่างที่หลายคนนึกถึงน่าจะเป็นเรื่องแฟชั่น สไตล์การแต่งตัว

“ไม่ขนาดนั้นครับ (ยิ้ม) ช่วงนี้เน้นมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นหลัก เพราะไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ามาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่แฟนๆ จะส่งมาให้ ซึ่งบอกเลยว่าแฟนๆ รู้ใจผมมากครับ ช่วงหลังจึงเน้นมิกซ์แอนด์แมตช์ตามของที่มี เพราะอยากใส่ให้ได้ครบทุกชิ้นที่แฟนๆ ส่งมา อยากถ่ายรูปให้ดูว่าเราใส่ของเขาแล้วนะ (ยิ้ม) มีทุกสไตล์ ใส่ได้ทุกแนวเลย บางวันขาบาน บางวันขาสั้น แล้วแต่โอกาส แล้วแต่งานและรูปร่างเราช่วงนั้นด้วย” (หัวเราะ)

ฝากความคิดถึงถึงแฟนๆ หน่อยค่ะ

“อยากบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้หายไปไหนนะครับ ที่ไม่ค่อยได้โพสต์ ไม่ได้แปลว่าไม่คิดถึงนะ (ยิ้ม) ยังคิดถึงแฟน ๆ ทุกคนเหมือนเดิม แล้วเจอกันนะครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 993

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

SCOPE Promsri Cover

SCOPE Promsri พร้อมแล้ว! คอนโดฯ Low-Rise Hi-Spec ที่สุดแห่งความเหนือระดับบนสุดยอดทำเลใจกลางสุขุมวิท ตอบโจทย์ลูกค้า “International Premium” โดดเด่นด้วยดีไซน์หรู พร้อมคุณภาพและบริการมาตรฐานโลก

เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้ชมอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ SCOPE Promsri (สโคป พร้อมศรี) ที่สุดของคอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น เหนือระดับด้วยทำเลใจกลางสุขุมวิทที่เชื่อมต่อทำเลที่แพงที่สุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้า International Premium โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดหรูเหนือกาลเวลา พร้อมคัดสรรวัสดุคุณภาพ Luxury Premium จากแบรนด์ดัง เนรมิตความแตกต่างเฉพาะตัว ด้วยพื้นที่ ส่วนกลางและบริการในรูปแบบ Serviced Residence มาตรฐานโลก ตอกย้ำวิสัยทัศน์รังสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ประเมินค่ามิได้

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เปิดเผยว่า SCOPE (สโคป) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ที่ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบเดิม โดยมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมียมมาตรฐานระดับโลก พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ ที่มากกว่าการอยู่อาศัย สำหรับ “SCOPE Promsri” นับเป็นโครงการที่ตอกย้ำการสร้างที่พักอาศัยอย่างมีรสนิยมโดยจับกลุ่มลูกค้า “International Premium” ซึ่งต้องการที่พักอาศัยในรูปแบบ Luxury Premium โดยสโคปได้พัฒนาโครงการอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งเรื่องทำเลที่เป็นสุดยอดทำเลใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท เชื่อมต่อทำเลที่แพงที่สุด อาทิ พร้อมพงษ์ (สุขุมวิท 39)-ซอยกลาง (สุขุมวิท 49)-ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า พร้อมศรี  คือใจกลางของโซนไลฟ์สไตล์ของสุขุมวิท โดยเฉพาะที่ตั้งของโครงการ อยู่ตรงข้ามกับ The Racquet Club และห่างจาก Tops Fine Food เพียงไม่ถึง 100 เมตร และ UFM Fuji ห่างไปเพียง 130 เมตร จึงตอบโจทย์ทั้งผู้อยู่ อาศัยรวมทั้งผู้เช่าชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

SCOPE Promsri พร้อมแล้ว! คอนโดฯ Low-Rise Hi-Spec ที่สุดแห่งความเหนือระดับบนสุดยอดทำเลใจกลางสุขุมวิท ตอบโจทย์ลูกค้า “International Premium” โดดเด่นด้วยดีไซน์หรู พร้อมคุณภาพและบริการมาตรฐานโลก

นอกจากนี้ SCOPE Promsri ยังเป็นโครงการคอนโดฯ ขนาด 1 ห้องนอน มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 28-35 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดห้องที่ได้รับความนิยมและมีความต้องการสูง โดยเฉพาะรูปแบบหรือดีไซน์และคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในโครงการถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด อาทิ การออกแบบผนังกระจกเต็มพื้นที่ความกว้างความยาว และความสูง พร้อมม่านไฟฟ้าอัตโนมัติ, อุปกรณ์ครัวจาก Miele แบรนด์ชั้นนำจากเยอรมนี และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ fully-furnished package ที่ยากจะหาโครงการไหนเทียบเคียงได้ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส Ligne Roset เตียงและที่นอนคุณภาพพรีเมียมระดับโรงแรมหรู ตอกย้ำแนวคิดของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่พักอาศัยของโครงการภายใต้แบรนด์ SCOPE ที่เน้นให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดและพร้อมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนกลางของ SCOPE Promsri ยังถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ ใหม่ของคอนโดมิเนียม 8 ชั้น โดยเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ส่วนกลาง เป็นการร่วมออกแบบจัดวางกับทีมดีไซน์ของ Ligne Roset แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกที่มีอายุเก่าแก่ถึง 160 ปีจากประเทศฝรั่งเศสที่เนรมิตทุกตารางนิ้วให้ออกมางดงามเหนือกาลเวลา ในส่วนของ health and wellness โครงการได้จับมือกับ TechnoGym แบรนด์เครื่องออกกำลังกาย​สัญชาติอิตาเลียน​ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในการพัฒนาฟิตเนส โดยใช้อุปกรณ์ ระดับ top-shelf ของ TechnoGym 100% พร้อมกับซาวน่า และห้อง Biotanical Private Onsen จำนวน 2 ห้อง และ Rooftop Lounge & Barbecue พื้นที่สำหรับแฮงค์เอาท์และปาร์ตี้สังสรรค์ ที่เนรมิตบรรยากาศได้ไม่แพ้ Rooftop Bar แห่งไหนในสุขุมวิท รวมทั้งไฮไลท์ของโครงการ Moonlight Jacuzzi ซึ่งอยู่บริเวณกลางสวนบนชั้น ดาดฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย จะเห็นได้ว่าส่วนกลางที่ทางโครงการมอบให้ เป็นส่วนกลางที่เหนือระดับกว่ามาตรฐานคอนโดฯ low rise ทั่วไปในตลาดอย่างเห็นได้ชัด ทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจคิด และทำเพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้โครงการยังคงตอกย้ำความเป็น Pet-friendly ด้วยพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อให้ผู้พักอาศัยที่มีสัตว์เลี้ยงและไม่มีสัตว์เลี้ยงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

“ทั้งนี้การบริการถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการทุกโครงการของ SCOPE โดย SCOPE Promsri นั้น ได้มอบความพิเศษของการพักอาศัยในทุกช่วงเวลา จึงมาพร้อมบริการที่เหนือระดับไม่แตกต่างจากโรงแรมหรู อาทิ พนักงานต้อนรับส่วนหน้า เจ้าหน้าที่เปิดประตูและอำนวยความสะดวกในการยกของถึงหน้าประตู  บริการเครื่องดื่มกาแฟฟรี จาก SCOPE X Roots และบริการแม่บ้านทำความสะอาดห้องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เหล่านี้เองทำให้ SCOPE Promsri นั้นเทียบเท่า Serviced Residence อันนำมาสู่ผลตอบแทนค่าเช่าที่สูงกว่า คอนโดมิเนียมที่ไม่มีบริการ โดยเฉพาะจากตลาดผู้เช่าญี่ปุ่นทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว” นายยงยุทธ กล่าวทิ้งท้าย

“SCOPE Promsri” เปิดให้ชมอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้น 7.7 ล้านบาท ห้อง fully-furnished ขนาด 32-35 ตารางเมตร พร้อมโปรโมชั่นฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอนสอบถามรายละเอียดและติดต่อเข้าชมห้องตัวอย่างได้ที่ โทร. 02-821-5664 หรือ https://scopepromsri.com

Tale of the Nine Tailed 1938

ย้อนกาลเวลา ซูลลุควินเทจของ ‘รยูฮงจู’ ในซีรีส์ Tale of the Nine Tailed 1938

เรื่องราวความแฟนตาซีเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในซีรีส์เรื่อง Tale of the Nine Tailed 1938 เมื่อ ‘อียอน’ ที่รับบทโดยอีดงอุคได้ย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1938 และได้พบกับน้องชายอย่าง อีรัง ซึ่งรับบทโดยคิมบอม ซึ่งทั้งคู่ได้มีความสัมพันธ์ที่แตต่างจากยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก และถึงแม้ว่าอียอนจะพยายามกลับไปในช่วงเวลาที่ตนจากมามากเท่าไหร่ โชคชะตากลับไม่เป็นใจมากเท่านั้น เมื่อเขาต้องพบกับเพื่อนเก่าที่แปรพักต์กลายเป็นศัตรู นอกจากนี้ยังต้องเจอกับอุปสรรคอีกมากมายที่เข้ามาขัดขวาง

ซูลลุควินเทจของ ‘รยูฮงจู’ Tale of the Nine Tailed 1938

นอกเรื่องมาไกลนี่พาร์ทแฟชั่นหรือรีวิวซีรีส์กันแน่ พ้อยท์หลักของเราไม่ได้อยู่ตรงนั้นแต่อยู่ที่แฟชั่นสุดวินเทจที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้นั่นเอง

ด้วยความที่เนื้อเรื่องเป็นการย้อนกลับไปอดีต เสื้อผ้าหน้าผลและเมคอัพก็เปลี่ยนไปตาม หากให้เห็นชัดที่สุดคงเป็นตัวละครที่ชื่อว่า ‘รยูฮงจู’ รับบทโดย คิมโซยอน หญิงงามเจ้าของร้านอาหารในแถบคยองซองและเป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งสี่ขุนเขาหลัก คอสตูมของเธอเต็มไปด้วยความงดงามของฮันบก แม้กระทั่งชุดธรรมดาก็สวยสะดุดตาไม่แพ้กัน

ในส่วนของฮันบกคงไม่ต้องพูดอะไรเยอะเพราะแค่ชุดก็อลังการมากพอแล้ว ทั้งเสื้อและกระโปรงที่ถูกจับคู่สีกันมาอย่างดียิ่งรวมกับเมคอัพสีจัดจ้านของ รยูฮงจูแล้วยิ่งทำให้ชุดนี้คอสตูมนี้โดดเด่นมากขึ้น

นอกจากนี้คอสตูมชุดธรรมดาๆ ก็ถูกแมตช์ชิ่งไว้ได้ลงตัวเหมือนกับเบลเซอร์สีแดงตัวยาวที่จับคู่กับกระโปรงคาดแถบแดง จาก Bell & Nouveau รวมถึงยังมีกระเป๋า รองเท้า และหมวกที่คุมโทน ดำ-แดง ไว้ได้อย่างดี

เรื่องพร็อพอย่าให้ขาดเมื่อมาสไตล์วินเทลผู้ดีแบบนี้ถุงมือยาวสีดำจะขาดไปได้อย่างไร ก่อนแมตช์คู่กับหมวกในเดรสผ้าทวีตลายขาว-ดำ

ขอจบลุคสุดท้ายด้วยลูกไม้สีขาวในเดรสฟูฟ่องที่สามารถสลัดกระโปรงกลายเป็นกางเกงขาสั้นได้ บอกเลยว่าลุคนี้มีกิมมิกสุดๆ โดยทั้งหมดนี้มาจากแบรนด์ L.JOY

ภาพ : TVN และ @sysysy1102

เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล

จัดโต๊ะปาร์ตี้สไตล์ เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล กับเซตเครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี

ใครว่าจานไม่สำคัญ! ตามพาซูมดีเทลการจัดโต๊ะปาร์ตี้ สไตล์ เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล กับเซตเครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี จากประเทศอิตาลี

จัดโต๊ะปาร์ตี้สไตล์ เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล กับเซตเครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี

ขึ้นชื่อว่า เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล บอสใหญ่แห่ง ALIST ต้องตามติดมาด้วยคำว่า “Luxury” และแน่นอนว่า เมื่อ คุณเอ ดนัย จะจัดปาร์ตี้ สังสรรค์ กับเพื่อนๆ ทั้งที ไม่ธรรมดาแน่นอน วันนี้จะพาไปชมไลฟ์สไตล์การจัดปาร์ตี้สุดหรูที่บ้าน สรไกรกิติกูล ที่ได้รับคำชมว่า สวย หรูหรา โดนใจผู้มาเยือน

คุณเอ ดนัย เจ้าของบ้านตกแต่งสไตล์ British บอกว่า “ปกติ จัดปาร์ตี้ที่บ้านช่วงคริสต์มาส เหมือนฉลองส่งท้ายปี แต่ถ้าเคลียร์คิวกันได้ก็อยากนัดสังสรรค์กัน และทุกครั้งเพื่อนๆ ก็จะชอบเซตโต๊ะอาหาร”

“การจัดโต๊ะอาหารให้ดูสวยงาม เซตจาน ชาม ก็เปรียบเสมือน เวลาเราแต่งตัวยังต้องเลือกชุด กระเป๋า รองเท้า รถ ในแบบที่ตัวเองชอบ และเข้ากับไลฟ์สไตล์ แอคเซสซอรีบนโต๊ะอาหารก็เหมือนกัน จานสวยๆ ช่วยเพิ่มความน่าทานให้อาหารและยังสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เช่นกัน”

ตัวตนของ เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล

สิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวเอง นอกจาก เสื้อผ้า หน้าผม แล้ว บ้าน ถือเป็นสถานที่สำคัญที่เราสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไป เช่นเดียวกับบ้านของคุณเอ ดนัย ซึ่งคุณเอ เล่าว่า “มีประสบการณ์ทำบ้านมาหลายหลังกว่าจะค้นหาสไตล์การตกแต่งบ้านที่อยู่แล้วใช่ตัวเรามากที่สุด นั่นก็คือ British Style บ้านที่มีดีเทลในทุกมุม”

“บ้านหลังแรกที่ได้ออกไอเดียแต่งเองคือ คอนโดแถวสุขุมวิท ซึ่งตกแต่งสไตล์มินิมอล เรียบๆ พอแต่งเสร็จรู้เลยว่าไม่ชอบ พอภรรยา (คุณออม ดิษยา สรไกรกิติกูล) ท้องน้องอิ่มเอม ก็ย้ายมาบ้านที่ทองหล่อ หลังปัจจุบัน แต่ด้วยความเร่งรีบทำให้ดีเทลของ พื้น ฝ้า ยังไม่ใช่สิ่งที่เราชอบก็เลยมาใส่ใจดีเทลในการตกแต่ง ทั้ง เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้านมีตั้งแต่อายุเกือบร้อยปี บ้างชิ้นเราเห็นมาตั้งแต่เราเกิด ก็นำมาตกแต่งมีทั้งวินเทจและโมเดิร์น”

และแน่นอนว่าหนึ่งในของแต่งบ้านที่สะท้อนถึงตัวตนของคุณเอและสะท้อนรสนิยมบนโต๊ะอาหาร นั่นคือ  Ginori 1735 แบรนด์ลักซ์ชัวรีเครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี จากประเทศอิตาลี

ทำไมต้อง Ginori 1735

เพราะความสวยของร้านที่สะกดให้ เอ ดนัย ชื่นชอบและเริ่มสะสมจาน ชาม ของแบรนด์จิโนรีแต่กว่าจะได้ครอบครองครบเซตไม่ใช่เรื่องง่าย

“รู้จักแบรนด์จิโนรีครั้งแรก ต้องย้อนไปเมื่อ 9 ปีก่อน ตอนนั้นบินไปดูงานที่อิตาลี เมือง Florence ระหว่างเดินเล่นในเมืองก็เห็นร้านนึง ที่ดูสะดุดตาเรามากพอเดินเข้าไปชอบการแต่งร้าน ชอบการเซตโต๊ะโดยเฉพาะลวดลายของจาน ที่ให้ความรู้สึกความเป็นจีน แต่ก็มีกลิ่นอายของอิตาลี เป็นการผสมผสานระหว่างความวินเทจกับความโมเดิร์น ซึ่งครั้งนั้นไม่ได้ซื้อกลับมาด้วย ผ่านไป 6 ปี กลับมาเจอร้านนี้ที่มิลาน ก็ตัดสินใจสะสม เริ่มจาก คอลเลกชันคลาสสิก Oriente Italiano เครื่องเคลือบพอร์ซเลนของ จิโนรี เป็นงานคราฟต์ วาดด้วยมือ ใช้เวลาผลิตนานทำให้กว่าจะสะสมครบจำนวนใช้เวลาถึง 4 เดือน เดินทางไปกลับ กรุงเทพฯ-มิลาน 3 ทริป แต่คุ้มค่าการรอคอย”

ความพิเศษบนโต๊ะอาหาร

นอกจากดอกไม้ประดับโต๊ะ จาน เป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะสร้างความพิเศษบนโต๊ะอาหารได้ เช่นเดียวกับ โต๊ะอาหารขนาด 24 ที่นั่ง ของบ้าน สรไกรกิติกูล ที่จะเปิดต้อนรับแขกคนสนิทปีละครั้ง สองครั้ง เท่านั้น 

สีสันที่ถูกนำมามิกซ์และการแมตช์ลวดลายของจานแต่ละใบ ดึงดูดสายตา พร้อมกับอาหารที่ถูกจัดเสิร์ฟอย่างพิถีพิถัน ซึ่งคุณเอ บอกว่า “จัดปาร์ตี้ อาหารต้องดี แต่จานก็ต้องสวยเช่นกัน อย่าง สปาเกตตีล็อบสเตอร์ บีฟ เวลลิงตัน ถูกจัดวางอยู่บนจานคอลเลกชัน Il Viaggio di Nettuno ลวดลาย เนปจูน เทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมัน และ ซาราเซีย เทพีแห่งน้ำทะเล ภรรยาของเนปจูน ซึ่งเป็นคอลเลกชันที่แบรนด์ร่วมมือกับ ลุค เอ็ดเวิร์ด ฮอลล์ ศิลปินชาวอังกฤษที่เป็นที่รู้จักในระดับสากลได้รับฉายาว่าอัจฉริยะแห่งโลกการออกแบบภายใน 


พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

10 เรื่องหลากหลายแง่มุม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย

เปิดเรื่องราวหลากหลายแง่มุม ครอบครัว มุมนักเขียน แด๊ดดี้ผู้น่ารัก หนุ่มโสดในฝัน ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย ที่อายุน้อยที่สุดในรอบ 70 ปี

1. ครอบครัว

“ทิม พิธา” เกิดวันที่ 5 ก.ย. 2524 เป็นลูกชายของ “พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับ “ลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นพี่ชายของ “เทียน ภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์” และเป็นคุณพ่อของ “น้องพิพิม ด.ญ.พิพิม ลิ้มเจริญรัตน์”

2.การศึกษา

พิธาเข้าเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จากนั้นไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ 7 ปี จากนั้นเมื่อกลับประเทศไทยได้ศึกษาจนสำเร็จปริญญาตรี สาขาการเงิน (ภาคอินเตอร์) เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยเขายังได้สำเร็จการศึกษาปริญญาโท 2 ใบ โดยใบที่ 1 ด้านการเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ จาก John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (เป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ได้ทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) และ จบปริญญาโทใบที่ 2 ด้านการบริหารธุรกิจ MIT Sloan School of Management สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

3.ชีวิตในต่างแดน

พิธา ยอมรับว่าในวัยเด็กเขาค่อนข้างเกเร จึงถูกครอบครัวส่งไปประเทศนิวซีแลนด์ โดยพักอาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ โดยก่อนไปโรงเรียนเขาจะรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์ เก็บสตรอว์เบอร์รี หรือบางวันก็ส่งนม

4.จุดเปลี่ยนชีวิต

ในวัย 25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เรียนปริญญาโทปีแรก พิธา ต้องดรอปเรียนเนื่องจากการเสียชีวิตของ “คุณพ่อพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์” ทำให้ชีวิตต้องรับช่วงสานกิจการแทนคุณพ่อ บริษัทซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด นั่งแท่นตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ  บริษัทน้ำมันดิบรำข้าวใหญ่ หลังจากที่ผ่านวิกฤต 2 ปี จากบริษัทที่มีหนี้สิน 170 ล้านบาท เขาสร้างความเติบโตให้กับบริษัทมูลค่าเป็น 1,00ล้านบาท กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวรายใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

5.สนามการเมือง

ชีวิตของ พิธา เกี่ยวข้องกับการเมืองมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากบิดาของเขาเคยเป็นอดีตที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และยังเป็นหลานชายของ “ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยหลังจากจบปริญญาตรีเขาได้เข้าทำงานในกระทรวงพาณิชย์ ทำงานร่วมกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

6. ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30

โดยในปี 2562 เขาได้เข้าสู่การเมืองเต็มตัวกับพรรคอนาคตใหม่ และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกที่ลงรับเลือกตั้ง โดยในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เขาสร้างความน่าสนใจ ด้วยการเสนอแก้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำแจกแจงปัญหาโครงสร้างภาคเกษตรกรรมไทยอย่างละเอียด จนได้รับการเสียงชมเชย

ต่อมาในปี 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้กรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ทำให้ พิธา ถูกเลือกมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล และเมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2566 พรรคก้าวไกล จึงส่งชื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมาล่าสุดพรรคได้รับคะแนนอย่างถล่มทลาย และกลายเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย ที่มาอายุน้อยที่สุดในรอบ 70 ปี

7.หนุ่มโสดในฝัน

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า พิธา เคยเป็น 1 ใน 50 หนุ่มโสดในฝัน CLEO Most Eligible Bachelors ปี 2008 และยังเคยขึ้นปกประกบคู่กับนักแสดงหนุ่ม โทนี่ รากแก่น และ  มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2017  ที่ตอนนั้นอายุเพียง 16-17 ปี  แม้จากวันนั้นถึงวันนี้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่ความฮ็อตของ พิธา ยังไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะแฮชแท็ก #ส้มรักพ่อ กลายเป็นไวรัลทั่วบ้านทั่วเมือง

8.ชีวิตครอบครัว

ทิม- พิธา ได้คบหากับนักแสดงหญิงเจ้าของผลงาน หนีตามกาลิเลโอ “ต่าย – ชุติมา ทีปะนาถ” เป็นเวลา 4 ปี และได้แต่งงานกันในวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 หลังจากแต่งงาน 3 ปี ต่ายได้ตั้งท้องและคลอดลูกสาว “น้องพิพิม ด.ญ.พิพิม ลิ้มเจริญรัตน์” ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันหลายปีกระทั่งปี 2561 ได้ตัดสินใจหย่า โดยทั้งสองได้สิทธิในการเลี้ยงดูลูกเท่าๆ กัน

 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

9.แด๊ดดี้ผู้ใส่ใจ

ถึงจะทำงานหนักแต่ พิธา ไม่ลืมที่จะใส่ดูแลลูกสาว น้องพิพิม เสมอ โยในทุกๆ วันเขามักจะอ่านนิทานดีๆ ให้กับลูกได้ฟัง โดยในช่วงที่ครอบครัวแตกแยกและต้องอธิบายให้ลูดเข้าใจเขาเลือกที่จะหยิบนิทานเรื่องThe only philosophy of marriage: the crocodile and giraffe story มาจูนความคิดพื่อให้เข้าใจวถึงสถานะของครอบครัวที่แม้แตกต่างแต่กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้

 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  01

10.มุมนักเขียน

พิธา มีผลงานการเขียนหนังสือหลายเล่ม อาทิ “ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน” คือหนังสือที่ตกผลึกมาจากการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนกว่า 3 ปีของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บอกเล่าเรื่องราวซึ่งบ่มเพาะให้เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพผ่านหนังสือเล่มนี้ “ความรัก คือการตกหลุมรักหลายๆ ครั้ง : My One Month Honeymoon” เล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวในเมืองแห่งมนต์เสน่ห์และความโรแมนติก เป็นเสมือนไดอะรี่ฮันนีมูน (Honeymoon Recollections) ที่อบอวลไปด้วยความรัก Dear Me, ด้วยรักจากอนาคต เป็นเรื่องราวที่จะจุดประกายความคิดและเป็นแรงบันดาลใจ จากเหล่าคนดังและเซเลบริตี้ 38 คน ที่เขียนจดหมายถึงตัวเองในอดีต เพื่อทบทวนชีวิต รวมถึงส่งต่อความรู้สึก ประสบการณ์ และกำลังใจไปยังผู้อ่าน Miss You โปรเจกต์พิเศษ ที่ชวนนักเขียนและนักวาดจำนวน 15 คน มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความคิดถึงในมุมมองของตัวเอง

 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  02
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

เช็คอาการของ ‘มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ’ ภัยเงียบที่พบไม่บ่อยแต่อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ถือเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แม้พบได้ไม่บ่อยแต่อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพศชาย การตรวจพบในระยะเริ่มแรกจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากพบปัสสาวะเป็นเลือด มีประวัติสูบบุหรี่ กลุ่มเสี่ยงที่มีประวัติสัมผัสสารกลุ่มอะโรมาติกเอมีนเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ก็จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยพบเจอโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้

เช็คอาการของ ‘มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ‘ ภัยเงียบที่พบไม่บ่อยแต่อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง

ระบบทางเดินปัสสาวะของคนเรา ภายในจะถูกบุไว้ด้วยเยื่อบุที่มีความจำเพาะต่อระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ของเสียในปัสสาวะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในกระแสเลือด โดยเยื่อบุดังกล่าวจะบุตลอดทางเดินปัสสาวะซึ่งได้แก่ กรวยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะตามลำดับ หากมีการเกิดมะเร็งของเยื่อบุระบบทางเดินปัสสาวะก็สามารถเกิดขึ้นในอวัยวะที่กล่าวมาข้างต้น แต่มากกว่าร้อยละ 90 มักพบในเยื่อบุของกระเพาะปัสสาวะ หรือเรียกว่า มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ข้อมูลล่าสุดจากการรวบรวมของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (Cancer in Thailand Vol.10 2016-2018) พบผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 2,497 คน เฉลี่ยวันละ 7 คน คิดเป็นร้อยละ 2 ของมะเร็งทั้งหมด โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3 ถึง 4 เท่า แต่ที่น่ากังวลคือเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงเกือบร้อยละ 20 ซึ่งการตรวจพบและได้รับการรักษาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้

โดยอาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะคือ อาการปัสสาวะเป็นเลือด โดยเฉพาะในรายที่ไม่พบอาการปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วยจะพบว่ามีความเสี่ยงในการพบมะเร็งกระเพาะปัสสาวะสูงขึ้น หากมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลามอาจทำให้มีอาการปวดท้องน้อย ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง น้ำหนักลด ขาทั้งสองข้างบวม ปัสสาวะออกน้อยหรือปัสสาวะลำบากได้

ในปัจจุบันพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่ความสัมพันธ์ต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมีหลากหลาย แต่ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการสูบบุหรี่ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ 2 ถึง 6 เท่า โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณและระยะเวลาที่สูบบุหรี่ และต้องใช้เวลาถึง 15 ปีหลังการหยุดสูบบุหรี่เพื่อที่จะลดความเสี่ยงให้เท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ สารเคมีอีกชนิดที่พบว่าเป็นสารก่อมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะคือสารเคมีจำพวกอะโรมาติกเอมีน (aromatic amines) ซึ่งเป็นสารเคมีที่พบในอุตสาหกรรมพลาสติกและเคมี เช่น สีย้อม ยาง โฟม ยาฆ่าแมลง นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในมลพิษจากสิ่งแวดล้อมเช่นการเผาไหม้ของน้ำมันดีเซล ยาง ยาสูบ เป็นต้น หรือการอักเสบระคายเคืองจากก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ การใส่ท่อปัสสาวะเป็นเวลานาน การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปหรือของหมักดอง ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เช่นกัน

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะทำการตรวจในผู้ที่มีอาการที่ต้องสงสัย โดยอาการที่พบบ่อยที่สุดคือปัสสาวะเป็นเลือด ซึ่งมีโอกาสร้อยละ 20 ที่จะพบมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ การตรวจวินิจฉัยปัจจุบันอาศัยการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะร่วมกับการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการทำอัลตร้าชาวน์อวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป

สำหรับการรักษาในปัจจุบัน วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความลึกของมะเร็งว่าลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ โดยถ้ามะเร็งยังอยู่ภายในชั้นเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ กล่าวคือยังไม่ลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ การรักษาคือการผ่าตัดผ่านทางกล้องส่องกระเพาะปัสสาวะเพื่อตัดก้อนมะเร็งของจากเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ (TUR-BT : Transurethral Resection of Bladder tumor) ซึ่งการผ่าตัดดังกล่าวจะทำการผ่าตัดผ่านกล้องโดยใส่อุปกรณ์ผ่านทางท่อปัสสาวะ ทำให้ไม่มีแผลหลังผ่าตัด และอาศัยการพักรักษาที่โรงพยาบาลค่อนข้างสั้น หลังผ่าตัดผู้ป่วยยังสามารถปัสสาวะทางท่อปัสสาวะปกติได้ แต่ถ้ามะเร็งกระเพาะปัสสาวะเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างและลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ การรักษาจะเป็นการผ่าตัดเพื่อเอากระเพาะปัสสาวะและต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงออก ร่วมกับการทำช่องปัสสาวะเทียมทางหน้าท้องแบบถาวร หรือการนำลำไส้มาทำเป็นกระเพาะปัสสาวะเทียม

นอกจากนี้การได้รับการรักษาร่วมได้แก่ การใส่ยาเคมีบำบัดในกระเพาะปัสสาวะ การใส่วัคซีนเชื้อวัณโรคชนิดเชื้อเป็นในกระเพาะปัสสาวะ การให้เคมีบำบัดทางเส้นเลือด การฉายแสง หรือการให้ยามุ่งเป้า (targeted therapy) ก็มีบทบาทในลดอัตราการเกิดเป็นโรคซ้ำ และเพิ่มโอกาสการหายของโรคได้

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง งดการสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ อาหารหรือเนื้อสัตว์แปรรูป หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส จะทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งร้าย และมีสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการหาความรู้เพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผ่านทางเว็บไซต์ส่งเสริมความรอบรู้ สู้ภัยมะเร็ง https://allaboutcancer.nci.go.th/ เว็บไซต์ต่อต้านข่าวปลอมโรคมะเร็ง https://thaicancernews.nci.go.th/_v2/ facebook :


ข้อมูล : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ