แกะรอยแฟชั่นไอเท็มหายาก จากลุคแซ่บของเซเลบสาว “เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย”

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย
เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

สำหรับ 5 ลุคแซ่บๆ ที่จะได้เห็นกันต่อไปนี้ คือผลจากความหลงใหลในไฮแฟชั่นชิ้นงามที่สะสมมาตั้งแต่ยังเป็นวัยทีนของเซเลบริตี้สาว “เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย” จนนำมาซึ่งแรร์ไอเท็มชิ้นปังจากลักซ์ชัวรี่แบรนด์ระดับโลกที่หาชมได้ยาก หรือแม้กระทั่งไม่มีผลิตอีกแล้วในปัจจุบัน พร้อมเรื่องราวสุดแซ่บของสาววัยรุ่นที่พุ่งตรงจัดชุดโดนใจทันทีที่เห็น จนไม่แปลกใจเลยที่ในวันนี้เธอจะเป็นหนึ่งในเซเลบที่แซ่บสุดในจักรวาล ผู้ไม่เคยทำให้ผิดหวังในความเผ็ด เด็ด และเซ็กซี่ แต่แฝงไปด้วยรสนิยมหรูหรา

ลุค 1 เทรนช์โค้ทคอลเล็คชั่นสปริง Thierry Mugler

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“ชุดนี้รักมาก ใส่ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวคลับเมมเบอร์ ปกติหน้าคลับจะมีคนต่อคิวยาวเลยใช่ไหม แต่นี่ผู้จัดการเดินมาแหวกทางให้เชอร์รี่เข้าได้เลย ไม่ต้องรอคิว เพราะเสื้อตัวนี้ นี่กว่าจะยอมส่งซักทำใจนานมาก เพราะกลัวเฟอร์หลุด เพิ่งส่งซักเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ พอดีเมื่อ 4 ปีที่แล้วพกไปใส่เที่ยวที่อังกฤษด้วย แล้วจู่ๆ ฝนตก บังเอิญมีหนุ่มคนหนึ่งขับรถสปอร์ตมารับ แต่ไม่มีร่ม เราก็ถอดเสื้อโค้ทมาคลุมศีรษะแล้ววิ่งไปที่รถ ระหว่างที่วิ่งก็ได้ยินคนแถวนั้นตะโกนว่า “บียอนเซ่ๆ” (หัวเราะ) คือเห็นเร็วๆ แต่หลังจากนั้นเฟอร์ฟูๆ ของเราก็เหี่ยวลงไป ต้องไปส่งซักแห้งจึงได้ฟื้นกลับมา วันนี้หยิบมาแมตช์กับเครื่องประดับคอสตูมจิเวลรี่ของน้องพอช Porshz Jewelry ซึ่งเป็นแบรนด์โปรด แล้วก็ได้แว่นตาเก๋ๆ อันนี้มา”

ลุค 2 High Shoulder Pad Suit : Giorgio Armani

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“เป็นเสื้อสูทยุค 88-90 ทำจากผ้าวูลที่สวยมาก แมตช์เข้ากับเข็มขัดลายเสือ แว่นแคตอายส์ลายเสือ และรองเท้าส้นสูงหัวแหลมของ Giuseppe Zanotti จุดเด่นอยู่ที่ส้นเป็นกระลายเสือสูง 8 นิ้ว เป็นคู่ที่นางเอกในหนังเรื่อง In Time ใส่วิ่งหนีอะไรสักอย่างทั้งเรื่อง หายากมาก ถือว่าเป็นรองเท้า Giuseppe Zanotti คู่แรกที่ซื้อ ซึ่งพอแมตช์ทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วดูเปรี้ยวปรี๊ดมาก แรงบันดาลใจของชุดนี้มาจากลุคของคุณแม่สมัยสาวๆ เคยเห็นคุณแม่ใส่เสื้อแจ็กเก็ตหนังปกตั้ง กระโปรงสอบ รองเท้าส้นสูงหัวแหลม แว่นแคตอายส์ ลายเสือ ผมฟู ขับรถสปอร์ตมารับลูกที่โรงเรียน เป็นภาพติดตา จึงอยากมีภาพตัวเองในลุคแบบนี้บ้าง แล้วก็หยิบกระเป๋าแต่งหน้ากับหีบเดินทางของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งเป็นของคุณแม่กับคุณยายมาถ่ายด้วย จะได้คอมพลีท”

ลุค 3 Evening Gown : Oscar de la Renta

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“เป็นชุดจากคอลเล็คชั่นกูตูร์ที่นางแบบใส่เดินบนรันเวย์ เชอร์รี่ไม่ได้ไปดูโชว์ แต่เห็นจากในรูปแล้วสะดุดตา กระทั่งวันหนึ่งไปนิวยอร์กแล้วบังเอิญเห็นชุดนี้แขวนอยู่ รู้สึกว่า “ตายแล้วๆ” ชุดผ้าไหมทาฟต้าจับระบายแล้วซ้อนผ้าเป็นเลเยอร์ เป็นงานฝีมือที่ประณีตมาก แล้วปกติเชอร์รี่ไม่ชอบเสื้อผ้าสีๆ แต่สีม่วงนี้สวยมากและเป็นสีโปรดด้วย ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าตรงระบายของชุดมีความเซอร์ปนอยู่ คือชายกระโปรงไม่เท่ากัน บางชิ้นสั้น บางชิ้นยาว บางชิ้นดูรุ่งริ่ง แต่พอใส่ปุ๊บแล้วมันพอดีกับเราเลย รักมาก อีกอย่างชุดนี้เชอร์รี่ได้มาประมาณปี 2011-2012 ซึ่งเป็นยุคที่ออสการ์ เดอ ลา เรนต้า ดีไซเนอร์ของแบรนด์ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้ว ชุดนี้จึงยิ่งมีค่ามาก จึงนำออกมาถ่ายรูปกับ แพรว เพื่อรีทริบิวต์ให้เขาค่ะ”

ลุค 4 Dress : Dolce and Gabbana

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“ความพิเศษของชุดนี้คือ เป็นชุดที่ใส่ในงานหมั้นค่ะ คือเคยแต่งงาน แต่เลิกกันไปแล้ว ฉะนั้นไม่พูดถึงเนอะ (ยิ้ม) แต่ชุดนี้เป็นหนึ่งในชุดที่ชอบมาก จึงอยากนำมาใส่อีกครั้ง ตอนนั้นตั้งใจให้งานออกมาในธีม The Great Gatsby เพราะเชอร์รี่ชอบหนังเรื่องนี้มาก จึงปิ๊งชุดนี้ที่สุด ชอบที่เป็นเดรสลูกไม้สีขาว แต่ปักด้วยคริสตัลสีเขียวเข้ม ดูคลาสซี่มาก ก็ใส่เป็นชุดที่สองในวันนั้น คือใส่ทั้งหมด 3 ชุด ชุดแรกเป็นชุดสวมแหวน เสร็จแล้วใส่ชุดนี้ ปิดท้ายด้วยชุด Wrap Dress สีทองของ DVF วันนี้หยิบมาใส่อีกครั้ง แต่ดัดแปลงไม่ให้ดูเป็น Evening Dress แบบเดิม โดยนำมาแมตช์กับบู๊ตอาวองการ์ดสีม่วงส้มและแว่นกันแดดสีชมพูของน้องโชน ปุยเปีย (Shone Puipia)”

ลุค 5 Fur Coat : Sonia Rykiel

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“ตัวนี้ได้มาตอนไปทำลอนดอนแฟชั่นวีค จำปีไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่าเราได้ไปทำแบ็คสเตจกับแบรนด์ผมระดับโลก Percy & Reed ซึ่งเขาทำแฟชั่นวีคให้หลายแบรนด์มาก ส่วนเราเพิ่งได้ไปทำแบ็คสเตจเป็นครั้งแรก ก็คิดว่าฉันต้องมีเสื้อผ้าที่เปรี้ยว เดินผ่านช้อปของ Sonia Rykiel ก็ปิ๊งทันที เป็นเฟอร์ทำจากขนหมาป่า ขนมิ้งค์ และขนกระต่ายผสมกัน แต่เรียงสีออกมาเป็นริ้วๆ สวยมาก จำได้ว่าวันนั้นรูดบัตรเครดิตไม่ผ่าน เพราะช้อปปิ้งมาเยอะ ก็ไปกดเงินมานับ ยังไม่พออีก เพราะเกินจำนวนที่แบงก์จำกัดให้กดต่อวัน ก็บอกเขาว่ารุ่งขึ้นจะมารับของพร้อมนำเงินสดมาจ่ายเพิ่มนะ พอถึงเวลาเขาถึงกับต้องล็อกประตูหน้าร้านเพื่อนับเงินสดของเรา เพราะเงินปอนด์เยอะมาก แต่ขอไม่บอกจำนวนนะคะ”


 

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 938

keyboard_arrow_up