“แหม่ม คัทลียา” เผยบท “ภัสสร” ในละคร “เลือดข้นคนจาง” ไม่ต่างจากชีวิตจริง

"ภัสสร"
"ภัสสร"

“แหม่ม คัทลียา” ผู้รับบท “ภัสสร” ในละคร  “เลือดข้นคนจาง” เผยถึงบทที่ได้รับว่า ไม่ต่างจากชีวิตจริง เท่าไหร่นัก

“ภัสสร”

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เราคงเคยได้ยินคำ คำนี้กันมาบ่อยแล้ว เพราะละครส่วนใหญ่ก็มักจะสร้างมาจากเรื่องจริง และที่กำลังอิน และเรตติ้งกระฉูดในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น ละคร “เลือดข้นคนจาง” ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเรื่องราวก็ว่าด้วยความขัดแย้งกันของคนในครอบครัว ตระกูล จิระอนันต์ จนเกิดเป็นคดีความ และสืบหาว่าใครเป็นคนฆ่าประเสริฐ

“ภัสสร”

ในขณะที่เรื่องราวกำลังเข้มข้น นักแสดง ที่มีส่วนร่วมในละครเรื่องนี้ ต่างก็พากันแจ้งเกิดไปตามๆ กัน โดยเฉพาะนักแสดงหน้าใหม่ แต่สำหรับหน้าเก่าแต่เก๋าประสบการณ์ อย่าง คุณแม่ลูก 3 แหม่ม คัทลียา กระจ่างเนตร์ ผู้รับบท “ภัสสร” ก็ได้เผยถึงชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งเธอเป็นลูกครึ่งอังกฤษ-จีน โดยมีพ่อเป็นชาวอังกฤษและแม่เป็นลูกคนจีนที่อพยพจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีส่วนสำคัญทำให้การแสดง ละคร “เลือดข้นคนจาง” ที่เธอรับบทภัสสรผ่านไปได้ด้วยดี โดยแหม่มเล่าให้ฟังว่า ครอบครัวอากงอาม่าเลี้ยงลูกเหมือนกับในละครเรื่องนี้คือ ลูกชาย หลานชาย จะได้รับทุกอย่างก่อนและมากกว่าลูกสาว หลานสาว เสมอ

“ภัสสร”

“จริงๆ แล้ว คุณแม่ก็มาจากครอบครัวที่เป็นคนจีน คุณตาคุณยายเนี่ยเป็นคนจีนเลย ตอนคุณตาเสียก็มีพิธีกงเต็กอย่างที่เห็นในละคร ซึ่งตอนคุณตาเสียเราก็อายุ 10 ขวบ เราก็ผ่านมาแล้ว พอตรุษจีนก็ต้องไปขอแต๊ะเอีย ไปรับซองจากคุณตาคุณยาย เราก็จะเร็วมาก แต่เร็วยังไงก็ไม่เคยทันพี่ๆ ที่เป็นญาติ หรือพี่วิลลี่ แล้วก็พอเปิดซองเงินมา ผู้ชายก็จะได้มากกว่าเรา มันมีอยู่จริงในครอบครัวคนจีนค่ะ คุณตาก็คงคิดว่าลูกชายเนี่ยก็จะต้องเป็นคนที่สืบทอด แล้วก็เป็นผู้นำครอบครัวผู้หญิงก็ต้องเป็นฝ่ายดูแลข้างหลัง”

“ภัสสร”

อย่างไรก็ตาม เมื่อโตขึ้น เธอจึงได้รับการสั่งสอนจากครอบครัวให้เข้าใจบริบททางวัฒนธรรมจีน ว่าลูกชายจะต้องเป็นผู้สืบสกุล และเป็นหัวหน้าครอบครัว เปรียบกับการออกรบ ผู้ชายก็ต้องเป็นนักรบ ส่วนผู้หญิงก็ต้องอยู่หลังบ้านเตรียมเสบียงอาหาร แต่เมื่อมีครอบครัวของตัวเองจึงปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกให้ร่วมสมัยมากขึ้น และไม่มีกงสีเหมือนสมัยอากงอาม่า

“ภัสสร”

แหม่มยังเผยต่ออีกว่า “รู้สึกปลื้มมากที่ละครเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม ความสำเร็จของละครมาจากทีมงานที่ตั้งใจทำงานอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ และคนเขียนบทละคร ใช้ประสบการณ์จากหลายคดีความของตระกูลใหญ่ๆ รวมทั้งเรื่องราวของครอบครัวพี่ย้งเอง คือ ฉากอาม่าคีบปูให้ลูกชาย เป็นต้น และอีกเทคนิคหนึ่งของผู้กำกับคือการแจกบทให้กับนักแสดงในเฉพาะฉากของตนเองเท่านั้น ทำให้นักแสดงจะไม่รู้เรื่องของบ้านอื่นๆ เวลาเข้าฉากด้วยกันจะมีความสดและการปะทะกันที่สมจริงมากขึ้น”

“ภัสสร”

ทั้งนี้ “แหม่ม คัทลียา” ยังฝากขอบคุณแฟนละครที่ติดตามชมว่า “แหม่มได้อ่านทุกกระแสในโลกออนไลน์ หลายความเห็นทำให้แหม่มและพี่ย้งอึ้งไปเลย เพราะคนดูจับสังเกตเก่งมาก จนบางรายละเอียดบางฉาก พี่ย้งเองก็คิดไม่ถึง เวลาไปข้างนอกก็มักจะมีคนถามว่าใครเป็นคนฆ่าประเสริฐ แหม่มก็จะตอบเขาไปว่าพี่ย้งนั่นแหละเป็นคนฆ่า (หัวเราะ)”


ภาพจาก IG @mcintosh

keyboard_arrow_up