ชุดว่ายน้ำสีนีออน

แซ่บสะท้อนแสง! ไคลีย์ เจนเนอร์ จับลูกสาวแมทช์ ชุดว่ายน้ำสีนีออน รับลมทะเล

คุณแม่คนดัง ไคลีย์ เจนเนอร์ จัดแฟชั่น ชุดว่ายน้ำสีนีออน คู่กับลูกสาวสุดรัก Stormi ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งลุคของคุณแม่และคุณลูกที่น่ารักมากๆ

หลังจากไคลีย์เปิดเผยว่าได้คลอดลูกสาว น้อง Stormi ไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ใช้เวลาไม่น้อยที่คุณแม่สุดแซ่บจะยอมโพสต์ภาพลูกของเธอลงบนโซเชียลให้แฟนๆ ได้ยลโฉมความน่ารัก แต่ในตอนนี้แฟนๆ ไม่ต้องรอนานแล้ว เพราะคุณแม่ไคลีย์ขยันอัพเดทความเคลื่อนไหวของลูกน้อย ที่มีทั้งภาพนิ่งและวิดีโอให้แฟนๆ ได้ชมกันอยู่บ่อยครั้ง ส่วนจำนวนไลค์ก็ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน โดยเฉพาะรูปแฟชั่นคู่แม่ลูก อย่างชุดสีชมพูติดปีกผีเสื้อ , ชุดสุดระยิบระยับด้วยคริสตัลทั้งตัว ผู้คนก็ให้ความสนใจฟาดไลค์ไปที่สิบกว่าล้าน และคอมเม้นท์อีกนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าลงภาพคุณแม่คู่กับคุณลูกทีไร จะมีแฟนๆ เข้ามาชมความน่ารักของ Stormi เพียบ!

 ชุดว่ายน้ำสีนีออน

 ชุดว่ายน้ำสีนีออน

ล่าสุดคุณแม่ไคลีย์ก็พาลูกสาวที่ใกล้จะครบ 1 ขวบในวันที่ 1 ก.พ. นี้ ไปพักผ่อนที่ทะเลพร้อมกับเพื่อนสนิทของเธอ Jordyn Woods นางแบบชาวผิวสี โดยทั้งสามคนใส่ชุดว่ายน้ำสีเขียวนีออนเหมือนกัน ทำให้เราได้เห็นแฟชั่นของสองแม่ลูกอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เห็นมาสักพักใหญ่ ซึ่งสาวไคลีย์เลือกบิกินี่สุดเซ็กซี่ สีเขียวสะท้องแสงจาก White Fox Swim ส่วนลูกสาวเธอได้เลือกเป็นชุดวันพีชในเฉดสีเดียวกันให้ Stormi ใส่ และเพื่อนซี้ก็มาในชุดวันพีชสีเขียวนีออนเช่นกัน

ซึ่งวันเกิดในปี 2019 จะถือเป็นวันเกิดปีแรกของ Stormi รับรองว่าเราจะได้เห็นแฟชั่นน่ารักๆ ที่คุณแม่ไคลีย์เตรียมจัดแจงไว้ให้ลูกสาวอย่างแน่นอน

ชุดว่ายน้ำสีนีออน

ชุดว่ายน้ำสีนีออน

ชุดว่ายน้ำสีนีออน

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดโพยตามหา รองเท้าหนังงู สไตล์เดียวกับคุณแม่สุดฮ็อต ไคลีย์ เจนเนอร์

 แบรนด์ทั้งตัว! ไคลีย์ เจนเนอร์ ฟาดลุคแซ่บ ด้วยไอเท็มราคาหลักหมื่นทุกชิ้น

เจ้าแม่สายเปย์! ไคลีย์ เจนเนอร์ ซื้อกระเป๋าแบรนด์หรูเซอร์ไพร้ส์แฟนคลับ

เปิดคลังแสง! กระเป๋า ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

ชื่อถูกค้นหากว่า 2 ล้านครั้ง! ‘ไคลีย์ เจนเนอร์’ ขึ้นแท่น ‘ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น’ ปี 2018

เปิดบ้านหลังใหม่! ไคลีย์ เจนเนอร์ ควักเงินซื้อร่วมกับแฟนหนุ่ม มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

เปิดตัว Falcon! อาดิดาส จับมือ ไอคอนแห่งยุค ไคลีย์ เจนเนอร์ ออกสนีกเกอร์เอาใจสาวๆ


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@kyliejenner

ไอติม-พริษฐ์

พลิกอีกด้าน “ไอติม-พริษฐ์” ลูกผู้ชายสายการเมือง ตอบเรื่องหัวใจตรงไปตรงมา

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่คึกคักขึ้นทุกวินาที ถ้าเอ่ยถึงทำเนียบนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง เชื่อว่าจะต้องมีชื่อของ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” ติดโผเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งด้วยโปรไฟล์ที่เป๊ะในทุกๆ ด้าน ทั้งการศึกษา ชาติตระกูล และหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ อาจทำให้หลายคนรู้จักหนุ่มคนนี้เพียงด้านเดียว และคิดว่าเขาต้องเป็นแบบนั้นหรือทำแบบนี้เท่านั้น แต่ความจริงแล้วเขายังมีมุมมองชีวิตอีกด้านที่น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน วันนี้ แพรวดอทคอม จึงจะพาไปเจาะลึกถึงก้นบึ้งหัวใจของลูกผู้ชายสายการเมืองคนนี้กันค่ะ

ไอติม-พริษฐ์

เพื่อให้คนอื่นรู้จักตัวตนของเรามากขึ้น อยากบอกใครๆ ว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร

ผมว่าผมมีสองด้าน ถ้าโหมดทำงาน ผมเป็นคนจริงจังมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียน ตอนทำงานที่บริษัทเอกชน หรือตอนนี้ที่มาทำงานการเมือง ซึ่งน่าจะเป็นด้านที่สื่ออาจจะคุ้นเคยกับผมมากกว่า แต่ในชีวิตส่วนตัว ผมว่าผมเป็นคนไร้สาระพอสมควรเลย คือเวลาพัก ผมก็พักจริงเลย ไร้สาระ ขี้เล่น กวนคน เกรียนๆ หน่อย อย่างตอนที่ผมทำงานที่บริษัทเอกชน มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ตอนนั้นยังไม่รู้จักกัน แต่เขาบอกว่าเคยเห็นผมให้สัมภาษณ์มาก่อน แล้วพอได้รู้จักกันปุ๊บ เขาก็ตกใจว่าพริษฐ์เป็นคนแบบนี้หรอ แล้วก็มีอีกคนที่เมื่อก่อนยังไม่รู้จักผมดี เขาคิดว่าถ้าจะเข้ามาคุยกับผมได้ ต้องไปตามข่าวการเมืองต่างประเทศมาก่อน จนช่วงหลังเขาเพิ่งมารู้ว่าไอติมเป็นคนไร้สาระ คุยง่าย เข้าถึงง่าย

มีแนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง

ผมใช้ชีวิตเพื่อที่ว่าในอนาคตจะไม่รู้สึกเสียดาย ผมคิดภาพตัวเองตอนแก่ๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ชายทะเลหรือภูเขา แล้วมองกลับมาถึงชีวิตในอดีต จะไม่มีจุดไหนที่รู้สึกเสียดาย เช่น น่าจะทำอย่างนั้น แต่ไม่ได้ทำ น่าจะตัดสินใจอย่างนั้น แต่ไม่ได้ตัดสินใจอย่างนั้น ผมอยากใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า ทำให้ช่วงนี้ได้นอนน้อยหน่อย ก็กลัวว่าจะไม่มีวันที่เป็นคนแก่นั่งอยู่เหมือนกันนะครับ (หัวเราะ)

ได้แนวคิดในการใช้ชีวิตมาจากไหน

ตั้งแต่เด็กแล้ว ผมเป็นคนที่ทำอะไรต้องให้เต็มร้อย ผมอาจจะกดดันตัวเองมากกว่าที่คนอื่นมากดดันด้วยซ้ำ อย่างบางทีผมทำอะไรได้ดี 90% แล้ว แต่ผมจะไปมอง 10% ที่ยังทำได้ไม่ดีพอมากกว่า ทำให้มีความกดดันตัวเองอยู่เยอะ ซึ่งน่าจะเป็นแรงกดดันจากตัวเองมากกว่าครอบครัวหรือสิ่งอื่นๆ นะครับ

นักการเมืองถือว่าเป็นอาชีพในฝันไหม

ผมอยากทำมาตั้งแต่เด็กครับ สำหรับงานทางการเมือง โดยผมเริ่มสงสัยตั้งแต่ตอนอายุ 11 ขวบ เพราะผมเห็นป้ายหาเสียงระหว่างนั่งรถไปโรงเรียน แล้วผมก็จะถามว่าคนพวกนี้เป็นใคร เลือกยังไงระหว่างเบอร์ 1 กับเบอร์ 5 ซึ่งพอได้ทุนไปเรียนที่อังกฤษตอนอายุ 13 ปี ครึ่งชีวิตผมอยู่ที่อังกฤษ อีกครึ่งชีวิตผมอยู่ที่ไทย ทำให้เด็กที่ขี้สงสัยอยู่แล้วเริ่มมีการเปรียบเทียบ ทำไมระบบการปกครองเหมือนกัน แต่ทำไมประเทศหนึ่งมีความเหลื่อมล้ำน้อย ส่วนอีกประเทศหนึ่งมีความเหลื่อมล้ำเยอะ ที่อังกฤษทุกคนส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ใครไม่สบายก็ไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน คุณภาพของโรงเรียนและโรงพยาบาลเท่ากันทั่วประเทศ แต่เมื่อตัดภาพมาที่ไทย พอโรงเรียนมีชื่อเสียงเปิดในกรุงเทพฯปุ๊บ คนแห่ไปแย่งกันสมัคร หรือตอนผมไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็มีคนไข้หลายคนที่ยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อที่จะเข้ามารักษาที่นี่เพราะคิดว่าถ้ารักษาที่นี่จะหายมากกว่าไปรักษาที่อื่น ผมจึงเริ่มสนใจอยากกลับมาพัฒนาบ้านเมือง เก็บสั่งสมประสบการณ์ที่ได้จากต่างประเทศและจากการเรียนโดยตรง ซึ่งผมเรียนสาขาปรัชญาการเมืองเศรษฐศาสตร์

ถ้าถามว่าจำเป็นต้องทำงานการเมืองไหม ก็ไม่จำเป็นครับ แต่ผมมองว่าถ้าเข้ามาทำงานการเมืองจะมีข้อได้เปรียบ 2 อย่างในการพัฒนาประเทศ อย่างแรกคือเราสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้เร็วกว่า อย่างที่สองคือนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เจ้านายคือประชาชน ดังนั้นความสำเร็จของผมในอาชีพนี้จึงขึ้นอยู่ที่ว่าผมทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากแค่ไหน ซึ่งถ้าวันไหนผมทำได้ไม่มากพอ ประชาชนก็จะไล่ผมออกเอง

ครอบครัวให้การสนับสนุนกับอาชีพนี้หรือเปล่า

ครอบครัวทำใจมาตั้งแต่เด็กครับ ผมบอกอย่างนี้ดีกว่า ถ้าถามว่าสนับสนุนไหม ก็ไม่นะครับ คุณพ่ออยากให้ผมเป็นหมอ เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นหมอ คุณตาคุณยายเป็นหมอ ส่วนคุณแม่ค่อนข้างให้อิสรภาพว่าอยากทำอะไรก็ได้ แต่ไม่เคยมีใครบอกว่าไปเป็นนักการเมืองเถอะนะลูก มีคุณยายเคยกังวลครับ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคุณยายเห็นคุณอภิสิทธิ์แล้วกังวล ว่ามันเป็นงานที่กดดันนะ แต่มันเป็นอาชีพที่ผมชอบครับ ผมเรียนมาทางนี้ ผมทำงานมาทางนี้ และผมก็เดินมาทางนี้ตลอด

ไอติม-พริษฐ์

นอกจากเรื่องงานแล้ว ความฝันที่อยากทำคืออะไร

ผมอยากเห็นลิเวอร์พูลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครับ ซึ่งปีนี้ผมคิดว่าน่าจะได้นะ และถ้าตอนนี้ผมเป็นคนแก่ที่มองกลับไปในอดีต อย่างเดียวที่ผมเสียดายมากที่สุดตอนอยู่มหาวิทยาลัยที่อังกฤษ คือผมไม่เคยไปแอนฟีลด์ สนามของลิเวอร์พูล เพราะเมืองอยู่ไกล ตั๋วก็ราคาสูง เพื่อนที่เชียร์ลิเวอร์พูลเหมือนกันก็ไม่มี และผมก็ยุ่งกับงาน แต่ว่าผมเคยไปดูลิเวอร์พูลที่สนามอื่น ผมเคยเชียร์ลิเวอร์พูลในดงเชลซี ซึ่งผมก็ต้องเก็บอาการนิดหนึ่ง แต่ว่าความฝันคืออยากเห็นลิเวอร์พูลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครับ

คิดว่าอายุ 26 ปี กับการลงสมัคร ส.ส. เร็วไปหรือเปล่า

ตอนเด็กๆ ผมไม่เคยคิดว่าจะลงสมัคร ส.ส. ตอนอายุเท่าไหร่นะครับ คิดมากกว่าว่าเราต้องพร้อมระดับไหนถึงจะเข้ามาทำงานตรงนี้ ซึ่งผมรู้สึกว่าผมต้องพร้อมในการที่ต้องมีความรู้ในเชิงทฤษฎีที่ได้จากการเรียนระดับหนึ่ง ผมต้องมีประสบการณ์การทำงานระดับหนึ่งที่รู้ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งผมก็ได้จากการทำงานภาคเอกชน ผมต้องเข้าใจปัญหาของประเทศระดับหนึ่ง ซึ่งพอผมลาออกจากบริษัทเอกชนปุ๊บ ผมก็ทำรายการทีวีของผมที่ไปติดตามชีวิตของคนหลากหลายอาชีพทั่วประเทศไทย มีการลงพื้นที่พบปะประชาชน มีการเข้าไปเป็นทหาร ซึ่งผลพลอยได้คือผมได้เรียนรู้ปัญหาของประชาชนที่แท้จริง เพราะไม่น่าจะมีโอกาสดีกว่านี้อีกแล้วที่ผมจะได้ใช้ชีวิตกับคนนับร้อย กินข้าวทุกมื้อพร้อมกัน หม้อเดียวกัน บางทีก็อาบน้ำขันเดียวกัน หรืออย่างเพื่อนๆ ที่เขาเจอปัญหาหลากหลายมาก ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะฉะนั้นพอทุกอย่างมารวมกันปุ๊บ ผมก็รู้สึกว่าผมพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้ามาทำตรงนี้ โดยไม่ได้มองถึงอายุ แต่ถ้าพูดตรงๆ ทุกวันนี้ที่ผมทำงานอยู่ บางทียังแอบคิดเลยว่าฝันอยู่หรือเปล่า เพราะรู้สึกว่าได้รับโอกาสจากทั้งพรรค ประชาชน สื่อมวลชน ไม่เคยคิดว่าจะได้รับโอกาสนี้ในตอนอายุ 26 ปี แต่จะนำไปสู่การได้รับโอกาสจากประชาชนให้เข้าไปพูดแทนไหม ก็ต้องรอดู แต่ถ้าได้รับ ผมก็พร้อมครับ

ทำไมตัดสินใจสมัครเป็นทหารเอง

มี 2 เหตุผลครับ เหตุผลแรกคือผมต้องการแสดงให้เห็นถึงความชัดเจนและความโปร่งใส เพราะเรารู้กันอยู่ว่าการจับใบดำใบแดง บางทีคนที่ได้ใบดำก็ไม่ได้ได้เพราะโชค ผมจึงต้องการแสดงความชัดเจนตรงนั้น ซึ่งการให้ผมไปเป็นทหาร ผมก็ไม่เห็นด้วยนะ แต่ผมก็ไปเป็น อย่างที่สองคือผมต้องการวางแผนชีวิต อย่างที่ผมบอกว่าผมเป็นคนจริงจังกับงาน ผมจึงวางแผนก่อนเข้าไปเป็นทหารว่า 6 เดือนที่ผมหายไป จะทำยังไงให้งานไม่ขาดหายไปด้วย ยังจำได้เลยในวันที่ไปรายงานตัว ผมเคลียร์งานจนถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ

ตอนเป็นทหารรู้สึกลำบากไหม

ผมว่าผมปรับตัวเร็วกว่าคนอื่นนะครับ ถ้าเทียบกับเพื่อนที่เข้าไปด้วยกัน ในกองร้อยผมมี 70 คน ผมว่าผมปรับตัวเร็วมาก ทั้งในเชิงร่างกายที่แม้ผมจะไม่ได้เล่นกีฬาที่แข็งแรงอะไรมากก็ตาม แต่เพื่อนๆ หลายคนมีปัญหาสุขภาพร่างกายไม่ค่อยโอเค อย่างที่สองคือเรื่องวินัย การอยู่ไกลบ้าน มีอะไรให้ทานก็ทาน ให้นอนแบบไหนก็นอน ให้ทำอะไรก็ทำ ผมน่าจะได้ประสบการณ์นี้มาจากตอนที่อยู่โรงเรียนประจำชายล้วนที่อังกฤษ เรียกว่าผมผ่านการไกลบ้านมาแล้ว เมื่อตัดภาพไปที่เพื่อนผม ซึ่งหลายคนไม่เคยอยู่นอกบ้านมาก่อน จำได้ว่าคืนวันแรกมีคนร้องไห้กันเยอะมาก หลายคนนอนไม่หลับ พอฝึกใกล้จะเสร็จมีผู้กองถามว่า ไหนยอมรับมาซิ มีใครนอนหลับบ้างในคืนวันแรก ผมก็ยกมือ ก็มีอยู่ไม่กี่คนครับ จาก 70 คน มีประมาณ 5 คน ผมจำได้ว่าผมหลับ เพราะคืนวันก่อนผมนอนแค่ 2 ชั่วโมง เพราะผมเคลียร์งานทั้งหมดเลย ถ้าถามว่าอารมณ์ตอนนั้นคืออะไร คือง่วงครับ

ตอนเป็นทหารคิดถึงใครมากที่สุด

ครอบครัวครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้เรียนรู้กับตัวเองเหมือนกันนะ คือก่อนที่ผมจะเข้าไปเป็นทหาร ผมเครียดกับเรื่องงานมาก คิดว่าจะทำยังไงให้สิ่งที่ผมอยากจะสร้างถูกประสานต่อ ผมก็เลยใช้ทุกวินาทีกับงาน ที่เข้าไปตอนแรกๆ ก็กังวลเรื่องงาน แต่พอผ่านไปสัก 2-3 อาทิตย์ สิ่งที่คิดถึงคือครอบครัว ยังจำได้ว่าก่อนเข้าไปพ่อแม่ชวนไปทานข้าว แต่ผมก็บอกว่าไม่ได้ เพราะผมต้องทำงาน ก็รู้สึกเสียดายนะ รู้สึกอยากจะทานข้าวกับพ่อแม่พี่ชายอีกสักมื้อหนึ่ง

ไอติม-พริษฐ์

ตอนนี้ทำงานหนักขนาดนี้ มีเวลาให้กับเรื่องอื่นบ้างไหม

ผมบ้าบอลมากครับ ถ้าถามว่าเวลาว่างผมทำอะไร ส่วนมากจะหมกมุ่นกับบอล คือผมเป็นแฟนคลับลิเวอร์พูล ผมทั้งดูบอล พยายามเตะบอล ก็จะหมกมุ่นกับบอล นอกจากนี้ผมมีเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งสมัยก่อนตอนผมทำงานอยู่บริษัทเอกชน ผมจะบินกลับมาไทยทุกเย็นวันศุกร์ ผมก็จะกินข้าวกับเพื่อนกลุ่มนี้ทุกเย็นวันศุกร์เลย แต่ช่วงหลังๆ ยอมรับว่าไม่ค่อยได้เจอบ่อยขนาดนั้น ส่วนเรื่องความรักก็ต้องบอกว่าสงสารคนที่จะมาเป็นคู่ผมตอนนี้นะครับ เพราะว่าผมมีเวลาไม่เยอะ (หัวเราะ)

คิดว่าความรักสำคัญกับชีวิตไหม

สำคัญนะครับ เพราะเวลาผมมีแฟน ผมมองว่าเหมือนเราซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน เราช่วยเป็นเก้าอี้ให้ซึ่งกันและกัน ในเชิงที่ว่าถ้าวันไหนที่ใครล้ม อีกคนหนึ่งก็จะช่วยรองรับไว้ ผมจำได้ว่าเวลาที่เหนื่อยๆ จากการทำงาน บางทีผมก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าแค่ได้กินข้าวดูหนังในคืนวันศุกร์ ผมไม่ได้ต้องการความรักที่หวือหวา แค่ต้องการคนสักคนหนึ่งที่สามารถนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน โดยไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้นะ แล้วผมไม่เบื่อ ผมรู้สึกสบายใจ ซึ่งหายากนะครับ (ยิ้ม)

ชอบผู้หญิงแบบไหน

ผมเป็นคนไม่มีสเป็คครับ ทุกคนถามผมเรื่องสเป็คสาว ผมตอบไม่ได้จริงๆ คือผมคิดว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่านะครับ ซึ่งจะให้ลดสิ่งนั้นเป็นลักษณะหรือคุณสมบัติต่างๆ คงไม่ค่อยได้ แต่ผมให้โจทย์ตัวเองตรงนี้เลยว่า คนๆ นั้นถ้าเรานั่งอยู่ในห้องเดียวกันกับเขา โดยที่ไม่ต้องทำอะไร ผมจะรู้สึกสบายใจไหม หรืออีกอย่างคือผมคบกับใครที่ผ่านมา จะมีความรู้สึกว่าคุยกันแปบเดียว แต่รู้สึกเหมือนเรารู้จักเขามานานแล้ว คุยแล้วถูกคอกัน ถูกใจกัน นั่นแหละที่เป็นตัวชี้วัด ซึ่งถ้าจะให้ผมบอกสเป็ค ก็ยากครับ แต่ขอเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ คนที่คุยกันแล้วรู้สึกว่ารู้จักกันมานาน

ถ้าถามถึงแม่ของลูกล่ะ ต้องเป็นอย่างไร

คำถามพวกนี้ผมไม่เคยคิดถึงขนาดนั้นเลยนะครับ (หัวเราะ) แต่ถ้าถามถึงแม่ของลูกผม เขาต้องเป็นคู่ชีวิตผมได้ และผมคิดว่าคู่ชีวิตผมต้องเป็นทั้งคนรัก เพื่อนสนิท และที่ปรึกษาครับ

เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน

ถ้าจริงจังแบบที่ไม่ใช่ตอนเด็กๆ ก็ 3 คนครับ คนแรกคือตอนเป็นนักเรียนม.ปลาย คนที่สองจริงๆ จังๆ คือที่มหาวิทยาลัย แล้วคนที่สามก็คือที่เพิ่งผ่านไป

ไอติม-พริษฐ์

ปัญหาหนักสุดในชีวิตคืออะไร

เอาจริงๆ นะครับ คือผมเป็นคนจริงจังกับความรักนะ เวลาผมคบกับใคร ผมไม่เคยปิดกั้นตัวเองว่าจะไม่นำไปสู่อนาคตที่ไกล อย่างความรัก 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็ใช้เวลาปรับตัวอยู่ระดับหนึ่งกว่าชีวิตจะกลับมาปกติได้ ทั้งคนที่คบกันที่อังกฤษ คนนั้นเป็นคนฮ่องกง คือก็พอรู้อยู่นิดหนึ่งแล้วว่าอาจจะต้องมีวันนั้น เพราะแต่ละคนอาจจะต้องกลับประเทศตัวเอง ทำใจมานิดหนึ่งแล้วแหละ แต่พอวันนั้นมาถึงก็ยากที่จะปรับตัว ซึ่งเขาบอกว่าเขาอาจจะย้ายมาได้นะ ถ้าผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำงานการเมือง เพราะเขาอยากมีชีวิตที่มีความเป็นส่วนตัว เขาไม่ชอบการเมืองเลย พอเขาโยนโจทย์นี้มาให้ ผมก็ชะงักเหมือนกันนะ แต่ผมคิดว่าถ้าผมให้สัญญาไปตอนนั้น ก็กลัวว่าจะทำไม่ได้ตามสัญญา ซึ่งคนที่จะเสียไม่ใช่ผมแต่เป็นเขา จึงตัดสินใจว่าให้สัญญาไม่ได้ ทำให้ต้องจบกันไป ตอนนั้นก็เป๋อยู่สักพักหนึ่งครับ

ส่วนครั้งสุดท้ายก็เป๋อยู่พักหนึ่ง เพราะด้วยนิสัยที่แตกต่างกันระดับหนึ่งครับ คือพอรู้อยู่แล้วว่าเรามีความแตกต่างกันบ้าง แต่ผมนึกว่าภายในความแตกต่างนั้นเราจะสามารถอยู่คู่กันได้ ทั้งความชอบที่แตกต่างกัน มีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกันนิดหนึ่ง เอาเป็นว่ามีหลายอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งเขาอาจจะมองว่าทำให้ไปต่อไม่ได้ครับ

มีวิธีจัดการกับความเสียใจนั้นอย่างไรบ้าง

เวลาเลิกรากับแฟนผมก็ไม่ต่างจากวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่ง ก็พยายามอยู่กับบอลครับ ช่วงนั้นผมดูบอลทุกนัดเลย (หัวเราะ) เพราะผมเชื่อจริงๆ ว่าบอลไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่สำหรับผมบอลเป็นการบำบัด เพราะใน 90 นาทีนั้น ผมจะลืมทุกเรื่องไปหมดเลย ซึ่งผมเคยเห็นโปสเตอร์หนึ่งที่คนอังกฤษแชร์ในโซเชียล เขาถ่ายรูปลูกของเขาที่เป็นลูคีเมียขณะกำลังนั่งดูบอลที่สนาม แล้วเขาก็เขียนแคปชั่นว่า 90 นาทีนั้นเป็น 90 นาทีเดียวที่ลูกของเขาลืมว่ากำลังเป็นลูคีเมียอยู่ สะเทือนใจนะ และผมก็เข้าใจ แม้ปัญหาที่ผมมีจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับปัญหาที่เด็กคนนั้นต้องเจอ แต่การดูบอลทำให้ผมลืมมันได้จริงๆ ถึงจะยากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันไม่มีวันลืมหรอกครับ แต่ว่าเราก็ต้องเดินหน้าต่อไป อะไรที่มันไม่เวิร์คก็ไม่กลับไป และสิ่งสำคัญคือเราได้บทเรียนอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้รักษาความสัมพันธ์ให้ดีที่สุดกับคนต่อไป ซึ่งความรักทุกครั้งที่ผ่านมา ผมได้บทเรียนที่รู้ว่าตัวเองต้องปรับปรุงอะไรเสมอ

ตอนนี้พร้อมที่จะมีความรักครั้งใหม่หรือยัง

ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยครับ ปัจจัยแรกคือเขาพร้อมจะรู้จักผมหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมต้องยอมรับเลยว่าผมงานยุ่งมาก ซึ่งการที่จะเข้ามามีสัมพันธ์กับคนที่ทำงานการเมือง ก็มีหลายอย่างที่อาจจะต้องทำใจ เพราะงานการเมืองเป็นงานที่ออกสู่สาธารณะค่อนข้างเยอะ ใช้เวลานอกสถานที่เยอะ อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนในตาราง เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในทางกลับกันผมก็ไม่ต้องการมีความรักเพียงแค่อยากจะมีความรัก ไม่ต้องการมีแฟนเพียงแค่อยากจะมีแฟน แต่ต้องดูด้วยว่าคนๆ นั้นเป็นใคร นิสัยใจคอตรงกันหรือเปล่า ถูกใจกันหรือเปล่า

ด้วยโปรไฟล์ต่างๆ ที่ตัวเองมี ทำให้รู้สึกกดดันในการใช้ชีวิตไหม

ผมไม่กดดันนะครับ เพราะตอนผมใช้ชีวิตที่อังกฤษ มาเลเซีย ศรีลังกา หรือประเทศไหนก็ตาม ไม่เคยมีใครมาตีตราว่าผมเป็นลูกหลานใคร ไม่เคยมีใครมาตีตราว่าผมจะต้องใช้ชีวิตแบบไหน หรือมาตีกรอบอะไรกับผม ซึ่งผมแปลกใจอย่างหนึ่ง เรียกว่าอึดอัดมากตอนที่ไปเป็นทหาร คือผมจะเจอคนที่อาจจะรู้จักผมผ่านสื่อแบบผิวเผิน พอเห็นว่าผมเป็นลูกหลานนักการเมือง ก็จะบอกว่าไอติมกินอย่างนี้ได้เหรอ ไอติมอยู่อย่างนี้ได้เหรอ ผมก็แปลกใจว่าทำไม เพราะผมก็กินอยู่อย่างนี้มาตลอด และที่แปลกที่สุดคือไอติมกินข้าวเหนียวได้เหรอ (หัวเราะ) ผมจึงคิดว่าเราอย่าเพิ่งตีกรอบคนดีกว่าครับ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม อย่าคิดว่าเขาจะต้องเป็นคนแบบนี้ นิสัยแบบนี้ หรือใช้ชีวิตแบบนี้ เพียงเพราะว่าเขามาจากพื้นฐานไหน เพราะการใช้ชีวิตจริงๆ กับต้นทุนในชีวิตที่เราโดนโยนมามันต่างกัน มันไม่จำเป็นต้องเหมือนกันครับ


 

ภาพ : Chakkaphong Nutalai

ติดตามบทสัมภาษณ์ด้านการเมืองของ ไอติม-พริษฐ์ ได้ที่รายการแพรวทอล์ค

นกแอร์

นกแอร์ ปรับบริการ เพิ่มน้ำหนักกระเป๋า ยกเว้นค่าธรรมเนียม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้น

นกแอร์ ปรับบริการใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้นกว่าเดิม
เพิ่มน้ำหนักกระเป๋า – ยกเว้นค่าธรรมเนียม เต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

สายการบิน นกแอร์ ปรับบริการครั้งใหญ่ ต้อนรับปีใหม่ เพิ่มความคุ้มค่าให้เลือกบินสบายๆ ตามไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น เพิ่มน้ำหนักกระเป๋าให้บัตรโดยสาร Nok X-Tra (บินสบาย) และ Nok MAX (บินเพลิดเพลิน) จาก 15 กก. เพิ่มขึ้นป็น 20 กก. พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงเวลาเดินทาง

นายประเวช องอาจสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สายการบินนกแอร์ ได้ปรับเปลี่ยนการให้บริการใหม่ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้โดยสารให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าเดิม ให้เลือกบินสบายๆ ในราคาเบาๆ กับบัตรโดยสารทุกประเภท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 สำหรับบริการที่มีการปรับเปลี่ยน เป็นดังนี้

  1. บัตรโดยสารประเภทบินสบาย (Nok X-tra)และบินเพลิดเพลิน (Nok MAX) เส้นทางภายในประเทศ ปรับน้ำหนักจากเดิมที่ได้รับ 15 กิโลกรัม เพิ่มเป็น 20 กิโลกรัม
  2. โดยที่บัตรโดยสารประเภทบินเพลิดเพลิน (Nok MAX)ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงการเดินทางโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง (แต่ยังคงต้องเสียค่าส่วนต่างราคาตั๋ว -ถ้ามี)
  3. ปรับเวลาการซื้อNok Premium Seat ของทุกช่องทาง (ยกเว้นเคาน์เตอร์เช็คอิน) จากเดิมที่ 4 ชั่วโมง เป็น 3 ชั่วโมง ล่วงหน้าก่อนเวลาเดินทาง สำหรับเคาน์เตอร์เช็คอินยังคงเดิมคือสามารถซื้อขณะทำการเช็คอินได้
  4. สำหรับบัตรโดยสารประเภทบินเบาๆ (Nok Lite)ผู้โดยสารยังสามารถซื้อน้ำหนักกระเป๋า Nok Baggage เริ่มต้นที่ 15 กิโลกรัม ทั้งการซื้อพร้อมบัตรโดยสาร หรือซื้อหลังจากซื้อบัตรโดยสารแล้ว ได้เช่นกัน

โดยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้โดยสาร ให้ทุกการเดินทางบนเที่ยวบินของนกแอร์มีแต่รอยยิ้ม สามารถตรวจสอบรายละเอียด หรือข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้ที่ www.nokair.com หรือติดต่อ Call Center โทร. 1318

กระเป๋า TB Bag จาก Burberry

หรูหราน่าสอย! เช็คลิสต์ความพิเศษ กระเป๋า TB Bag จาก Burberry ก่อนเสียตังค์เปย์

กระเป๋า TB Bag จาก Burberry เป็นหนึ่งในผลงานการออกแบบแรกภายใต้การทำงานของ Riccardo Tisci ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Burberry โดยชื่อกระเป๋า TB Bag ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Thomas Burberry กระเป๋า TB Bag ปรากฏให้เห็นครั้งแรกบนรันเวย์คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2019 ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นแรกในการทำงานของ Riccardo Tisci ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Burberry โดยชื่อกระเป๋า TB Bag ใช้ตัวย่อซึ่งได้มาจากชื่อผู้ก่อตั้งแบรนด์ Burberry นั่นก็คือ Thomas Burberry

กระเป๋า TB Bag จาก Burberry

โลโก้

ฮาร์ดแวร์โลโก้ตัวอักษร TB ที่ประดับอยู่บนตัวกระเป๋าทำด้วยมือผลงานช่างจากอิตาลี และเป็นดั่งการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Burberry ด้วยการนำเอาชื่อย่อของผู้ก่อตั้งแบรนด์ Thomas Burberry มาใช้ รูปแบบของโลโก้ตัวอักษร TB นั้นใช้รูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ในการสร้างสรรค์ลายพิมพ์ผ้า ผ้าพันคอ และแอคเซสเซอรี่ทั้งหมดของแบรนด์

ดีไซน์

ตัวกระเป๋าได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย สายกระเป๋าสามารถถอดออกได้ และยังสามารถใช้ในรูปแบบกระเป๋าสะพายไหล่หรือสะพายคาดลำตัว หรือถือในแบบคลัทช์ ภายในบุด้วยหนังมีหลายช่อง ทั้งช่องกระเป๋าด้านหน้าและช่องกระเป๋าซิปด้านหลัง มีให้เลือกในหลากหลายเฉดสีและสไตล์ พร้อมด้วยฮาร์ดแวร์โลโก้ TB

เฉดสี

กระเป๋า TB Bag ขนาดกลางสีดำประดับด้วยฮาร์ดแวร์โลโก้ TB สีทอง มีวางจำหน่ายแล้วในขณะที่คอลเล็กชั่นเต็มจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป คอลเล็กชั่นกระเป๋า TB Bag จะมีให้เลือกหลากหลายเฉดสีและสไตล์ รวมไปถึงกระเป๋าคาดเอวและกระเป๋าคลัทช์อีกด้วย

กระเป๋า TB Bag ขนาดเล็ก มีให้เลือกถึง 14 เฉดสีทั้งในแบบสายหนังหรือสายโซ่ ได้แก่ สีดำ , สีน้ำตาลมอลต์ , สีแดงเข้ม , สีชมพู , สีน้ำตาลเข้ม , สีน้ำผึ้ง , สีน้ำตาลเมล็ดลินิน , สีทูโทน

กระเป๋า TB Bag ขนาดกลาง มีให้เลือกถึง 10 สี ทั้งในแบบสายหนังหรือสายโซ่ ได้แก่ สีน้ำตาลมอลต์ , สีแดงเข้ม , สีน้ำตาลเข้ม , สีน้ำผึ้ง , สีน้ำตาลเมล็ดลินิน , สีทูโทน

กระเป๋า TB Bag จาก Burberry

กระเป๋า TB Bag จาก Burberry

กระเป๋า TB Bag แบบคาดเอว มีให้เลือก 5 เฉดสี ในแบบสายหนังหรือสายโซ่ เช่น สีน้ำตาลมอลต์ , สีดำ , สีเขียวพิสตาชิโอ , สีวานิลลา

กระเป๋า TB Bag แบบคลัทช์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำผึ้ง ตัวกระเป๋าประดับด้วยฮาร์ดแวร์สีทองอ่อน , ผ้าแคนวาส ประดับด้วยหนังสีน้ำตาลมอลต์ และฮาร์ดแวร์สีเงิน

แมททีเรียล 

กระเป๋า TB Bag ทั้งหมดทำจากหนังลูกวัวอ่อนนุ่มในแบบ Made In Italy การันตีถึงคุณภาพในการตัดเย็บ ใช้กรรมวิธีการฟอกหนังแบบการฟอกโครม (Chrome Tanned) เพื่อให้สีกระเป๋าติดทนนาน ในส่วนริมกระเป๋านั้นใช้การเพนท์ด้วยมือ ฮาร์ดแวร์โลโก้ TB นั้นทำด้วยมือและมีบานพับสามารถปิดเปิดได้สะดวก

 

“บิ๊กตู่” พลิกกลับมานำ คุณหญิงสุดารัตน์ ผลโพลประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกฯ

“บิ๊กตู่” อับดับ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ อันดับ 2  ผลโพลความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6)”  

เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6)” โดยครั้งก่อนนี้ผลโพลออกมาว่า “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” มาเป็นอันดับ 1 ขณะที่นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” มาเป็นอันดับ 2 แต่ว่าผลโพลล่าสุดมีการพลิก โดย “พลเอกประยุทธ์” กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 26.20 ตามมาด้วย “คุณหญิงสุดารัตน์” ร้อยละ 22.40

โดยก่อนหน้านี้นิด้าโพลได้เคยเผยผลสำรวจในหัวข้อ “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน” มาแล้วถึง 5 ครั้ง ซึ่ง 4 ครั้งแรกอันดับ 1 เป็นชื่อของ “พลเอกประยุทธ์” ขณะที่ครั้งที่ 5 เป็นชื่อของ คุณหญิงสุดารัตน์ เท่านั้น

คุณหญิงสุดารัตน์

และผลโพลในครั้งนี้นอกจากทั้ง 2 ท่านที่กล่าวไปแล้ว ยังมีคนอื่นๆ ที่ได้คะแนนโหวตด้วย อันดับ 3 ร้อยละ 11.56 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 4 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อันดับ 5 ร้อยละ 7.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อันดับ 6 ร้อยละ 7.28 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 7 ร้อยละ 3.28 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย อันดับ 8 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อันดับ 9 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล และอันดับ 10 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น นายวิษณุ เครืองาม

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล 10 อันดับแรก พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 32.72 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 24.16 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 3 ร้อยละ 14.92 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 11.00 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่ อันดับ 5 ร้อยละ 5.76 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 0.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ อันดับ 9 ร้อยละ 0.56 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย และอันดับ 10 ร้อยละ 0.52 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

สำหรับปัญหาที่อยากให้นายกคนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.80 ระบุว่า ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 21.96 ระบุว่า ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ร้อยละ 8.92 ระบุว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 4.80 ระบุว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ ร้อยละ 3.44 ระบุว่า ปัญหาการควบคุมราคาสินค้า ร้อยละ 2.16 ระบุว่า ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในปัจจุบัน ร้อยละ 2.08 ระบุว่า ปัญหาการว่างงานและแรงงานนอกระบบ ร้อยละ 1.56 ระบุว่า ปัญหาด้านสุขภาพการรักษาพยาบาล และการคุ้มครองความเสี่ยงของผู้บริโภค ร้อยละ 2.16 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ปัญหาด้านการคมนาคม ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาด้านราคาน้ำมัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และมลพิษทางอากาศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า การส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และร้อยละ 0.12 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

ด้านความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.88 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 32.28 ระบุว่า เชื่อมั่น ร้อยละ 9.80 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.04 ไม่ระบุ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการไปลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) ของประชาชน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 98.40 ระบุว่า ไปลงคะแนนรองลงมา ร้อยละ 1.08ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.52 ระบุว่า ไม่ไปลงคะแนนในจำนวนของผู้ที่ระบุว่า จะไปลงคะแนน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.62 ระบุว่า ไปลงคะแนนในวันเลือกตั้งรองลงมา ร้อยละ 6.34 ระบุว่าไปลงคะแนนเสียงล่วงหน้า และร้อยละ 0.04 ระบุว่า ไม่แน่ใจ


ข้อมูลจาก : http://nidapoll.nida.ac.th/

ลูกเกด

47 ปีแต่ความสวยไม่สะเทือน! เปิดทริคแต่งหน้า ดูแลผิวและหุ่นฉบับ “ลูกเกด – เมทินี”

ช่วงนี้ละครเรื่องสงครามนักปั้นกำลังเข้มข้น ดีกรีความแซ่บนั้นร้อนแรงแบบตาต่อตากันเลยทีเดียว และหนึ่งในนักแสดงหลักที่เด่นมากในเรื่องนี้อย่างคุณแอล ที่รับบทโดย “ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม” นางแบบสายสตรองตัวแม่ของวงการแฟชั่น และนักแสดงมากความสามารถของวงการบันเทิงไทยก็แสดงฝีไม้ลายมือให้น่าติดตามไม่น้อย แต่อีกเรื่องน่าสนใจคือปีนี้อีกไม่กี่เดือนพี่ลูกเกดจะอายุ 47 ปีแล้ว แต่ความสวยแซ่บ หน้าเป๊ะ หุ่นปัง ทรวดทรงสุดเซ็กซี่นั้นทำให้ดูอ่อนกว่าวัยมากๆ ซึ่ง แพรวดอทคอม มีเคล็ดลับสวยสตรองกว่าวัยฉบับพี่เกดมาฝากค่ะ

“การแต่งหน้าสำคัญนะ เพราะเปลี่ยนลุคเราได้ตลอด แต่ต้องเน้นที่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น ถ้าแต่งตาเยอะต้องปากนู้ด ถ้าจะทาปากสีสดๆ ก็แต่งตาเบาๆ การแต่งหน้าที่เหมาะสมกับวัยจะช่วยลดอายุได้ เกดชอบบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก เพราะอ่อนโยนต่อผิว ออกกำลังกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะโยคะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และชอบต่อยมวย เพราะเบิร์นได้ทุกสัดส่วน ต่อยมานานก่อนที่เขาจะฮิตกันอีก ส่วนเรื่องอาหาร มื้อกลางวันกินได้เต็มที่ เพราะได้ใช้พลังงาน แต่จะไม่กินอาหารหลังหกโมงเย็น”

ไม่ยอมตกเทรนด์นะจ๊ะ พี่ลูกเกดก็ขุดรูปเก่าย้อนไป 10 ปี มาเล่น 10 Years Challenge ด้วย เห็นชัดเลยถึงอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ายิ่งดูแลตัวเองดีก็ยิ่งสวยเป๊ะขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน จนแทบเดาอายุไม่ออกเลยค่ะ

47 ปีแต่ความสวยไม่สะเทือน! เปิดทริคแต่งหน้า ดูแลผิวและหุ่นฉบับ ลูกเกด เมทินี

ถือเป็นทริคสั้นๆ ง่ายๆ แต่ถ้าทำได้ก็สวยไม่โป๊ะแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องเมคอัพ อย่าลืมนะคะถ้าชอบแต่งหน้าเข้มก็แต่งแค่จุดใดจุดหนึ่งบนใบหน้าก็พอ ถ้าแต่งเยอะทั้งหน้าอาจจะแย่งซีนกันหมด แล้วจะหาความสวยไม่เจอนะจ๊ะ xoxo


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ IG : metinee

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หุ่นสวยราวกับนางแบบไม่ยาก “ลูกเกด – เมทินี” แนะทริคฟิตแอนด์เฟิร์มไว้อวดบอดี้แสนแซ่บ

มาไกลหรือสวยไม่เปลี่ยน! เหล่าคนดังร่วมเทรนด์ฮิต ขุดรูป 10 Year Challenge เพียบ

อวดทรวดทรงองค์เอว 12 อันดับคุณแม่ดูแลตัวเองเริ่ดเว่อร์ มีลูกแล้วแต่หุ่นเป๊ะไม่เคยเปลี่ยน!!

ผิวสวยสมวัยไม่ยาก! แชร์ทริคดูแลผิวให้ถูกวิธีตามช่วงอายุระหว่าง 20-50 ปี

เทรนด์ยกกระชับกับ 7 วิธีปรับรูปหน้าตามสภาพผิว แก้ปัญหากรอบหน้าไม่คมชัดและอื่นๆ

ความจริงแล้ว คอลลาเจน ดีกับสาวๆ ยังไง ทำไมบางคนทาน บางคนทา บางคนฉีด

5 เคล็ดลับฉบับกูรูเมคอัพ แต่งปากแมตต์ ให้สวยเด้งช่วงหนาวนี้

10 สเต็ปดูแลผิวก่อนนอนของน้องแมวเทา Catriona Gray นางงามจักรวาล 2018

ยืนหนึ่งเรื่องผิวสวย! ลียองเอ แห่งแดจังกึม 47 ปีแล้ว แต่ยังสวยอมตะหน้าเด็กไม่มีเปลี่ยน

 

 

‘เจอชายในฝัน แต่คงต้องพรีเซ้นท์ตัวแรงหน่อย เพื่อให้เป้าหมายรู้ตัว’ ดูดวงรายวัน 21 มกราคม 2562

ดูดวงรายวัน 21 มกราคม 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  หากกำลังคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก็อย่าคาดหวังว่า จะมีคนมาช่วย แม้ว่าจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือแล้วก็ตาม จึงเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะคุณต้องลุยงานเองคนเดียว หากทำสำเร็จ ก็จะได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานอย่างมาก

การเงิน :  จะมีคนมาเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน ซึ่งคุณก็จะให้ไปเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ก็เสี่ยงต่อการไม่ได้คืน

ความรัก : วันนี้คุณพยายามเรียกร้องให้คู่สนใจหรือรับฟังคุณบ้าง แต่เขาก็มีทิฐิและเชื่อมั่นตัวเองสูงมาก ยึดติดอยู่กับความคิดของตัวเอง จนเมื่อหมดทางจริงๆ คุณก็ต้องปล่อยให้เขาทำตามที่ใจต้องการ    คนโสด คุณอาจได้พบชายในฝันอย่างไม่ตั้งใจ แต่คงต้องพรีเซ้นท์ตัวเองหนักหน่อย เพราะเป้าหมายอาจยังไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบมองอยู่

สุขภาพ :  ระวังเกิดอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ทำให้ปวดหลังค่อนข้างมาก

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน : ก็เช่นกันที่จินตนาการของคุณยากยังที่จะบังคับให้อยู่ในกรอบ แต่วันนี้เรียกว่าโชคดี เพราะผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด และผู้บังคับบัญชาสนับสนุนส่งเสริมให้คุณได้ทำตามที่จิตนาการไว้ แต่คงต้องแอบช่วยนิดหนึ่ง เพราะหากโจ๋งครึ่มมาก เกรงว่าคนอื่นจะเม้าท์ได้

การเงิน : จะได้เงินจากผู้ใหญ่และบริวาร โดยเฉพาะจากธุรกิจสถานบริการ หรือสถานบันเทิง

ความรัก : คุณอาจตัดสินอยู่ด้วยกันเร็วเกินไปจึงต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะคุณเอาใจยากเดาใจลำบาก เดี๋ยวก็อ่อนหวาน ใส่ใจคนรักดี แต่บางทีก็สนใจเรื่องอื่นมากกว่า ยิ่งหากต้องการอยู่ด้วยกันตลอดเวลาคงต้องคิดหนัก คนโสด  คนรักเก่าพยายามจะขอกลับมาคืนดี แต่คุณไม่แน่ใจว่า จะไปต่อกันรอดไหม เพราะได้ข่าวมาว่าเขาเจ้าชู้เหลือเกิน

สุขภาพ  : ช่วงนี้คุณสรรหาแต่อาหารเลิศรส ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ จึงควรระวังโรคที่มาพร้อมกับความอ้วน เช่น ไขมันอุดตัน คอเรสเตอรอลสูง

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณเริ่มต้นวันทำงานวันแรก ด้วยการเดินทางไปติดต่อประสานงานในสถานที่ที่แปลกใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีแต่ปัญหาและอุปสรรครออยู่ แม้ต้องใช้เวลาแต่ก็คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับ แต่หากคุณแก้ปัญหาในทางลับ ไม่ตรงไปตรงมา จะยิ่งทำให้เกิดความผิดพลาดมากขึ้น

การเงิน : จะได้เงินจากการติดต่อประสานงาน หรือเกี่ยวกับยานพาหนะ แต่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะจะทำให้หน้าที่การงานมัวหมอง

ความรัก :  วันนี้อาจมีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายสร้างปัญหาวุ่นวายใจให้กับครอบครัว ด้วยการบิ้ลท์ว่า คู่มีกิ๊ก ซึ่งมีแนวโน้มสูงเสียด้วย จึงมีผลให้คุณอาจต้องจำกัดอิสรภาพหรือตั้งกฎเกณฑ์ข้อผูกมัดขึ้น จึงนำมาซึ่งอารมณ์ฉุนเฉียว ขี้หงุดหงิดและโมโหง่าย กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนโสด อาจเป็นความรักที่ซ่อนเร้นทุกรูปแบบ ตั้งแต่แอบรักคนที่มีเจ้าของแล้ว จนถึงเก็บกระเป๋าไปอยู่ด้วยกันเลย

สุขภาพ :   รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะหน่อยนะคะ เพราะวันนี้คุณเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ ทำให้ท้องเสียและลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  คุณอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานออกแบบตกแต่งภายในอาคารสถานที่ หรือที่เกี่ยวกับงานช่างทุกประเภท ซึ่งเป็นโครงการที่คุณกับทีมทุ่มเทอย่างมาก แม้จะมีอุปสรรคขวากหนาม แต่ก็ไม่หวั่น เพราะมีความหวังที่จะปลุกโครงการที่เคยซบเซาให้กลับมาบูมขึ้นให้ได้

การเงิน :  ช่วงแรกอาจติดขัด เพราะต้องใช้เงินลงทุน แต่คุณจะมีโชคจากการทำงานนอกบ้าน สามารถสร้างรายได้จากผลงานของตัวเอง

ความรัก : เป็นคนซื่อสัตย์และจริงใจ ให้ความสำคัญกับความรักมาก อาจเรียกว่าบูชาความรักก็ได้ ซึ่งคู่ที่อยู่วันนี้ก็ถือว่าเป็นคู่ที่ส่งเสริมกันในหน้าที่ที่การงาน ความรัก และอนาคตได้อย่างดี แต่ วันนี้คุณเรียกร้องและคาดหวังจากคู่สูงมากจนอาจทะเลาะกันได้ คนโสด วันนี้ดูใจกันไปก่อน ซึ่งคุณก็ชอบที่จะคบกันแบบเพื่อนมากกว่าเป็นแฟน

สุขภาพ : หากคุณเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่น ระวังอาจติดเชื้อ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการขับถ่าย ควรใส่ใจเรื่องความสะอาดด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : เริ่มต้นทำงานวันแรกก็เรียกว่าเป็นวันแห่งการเดินทางเลยค่ะ เพราะคุณต้องไปติดต่อประสานงานในสถานที่ที่แปลกใหม่ซึ่งมีการแข่งขันสูง อาจต้องเข้าไปพีชชิ่งงาน  หรือประมูลงาน ซึ่งคุณพยายามต่อสู้ให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมนัก ระวังก่อนที่จะตกปากรับคำหรือเซ็นสัญญากับใคร ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาดได้

การเงิน : มีโอกาสได้รับเงินพิเศษจากงานพิเศษ จากงานที่เกี่ยวกับยวดยานพาหนะ แต่ก็ระวังอย่าเชื่อคำพูดที่มีหลักการมาชักชวนให้ไปลงทุน อาจถูกหลอกได้

ความรัก :  วันนี้คุณอาจต้องต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตัวเองบ้าง เพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกจำกัดความคิด อิสรภาพมากเกินไป จนคุณกลายเป็นคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดกับเรื่องราวไร้สาระ ซึ่งทำให้ชีวิตรักไม่ราบรื่นเท่าที่ควร  คนโสด คุณมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม น่ารัก น่าเอ็นดู แต่ก็สุดโต่งคือ หากรักก็รักมากมาย แต่หากเบื่อ หน้าก็ไม่อยากจะมองเลย

สุขภาพ  : บิ๊กคลีนนิ่งบ้างหรือยังคะ ยิ่งตอนนี้มีปัญหาเรื่องฝุ่นด้วย จึงควรทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ให้สะอาดด้วย เพราะไม่เช่นนั้นอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้และหวัดเรื้อรัง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  วันเริ่มต้นวันทำงานวันแรกของสัปดาห์ คุณอาจได้เดินทางไปติดต่องานในสถานที่ที่แปลกใหม่ อาจเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ หรืองานบริการ วันนี้จินตนาการของคุณยากนักที่จะบังคับให้อยู่ในกรอบ จึงเตรียมทั้งแผน A แผน B แผน C เพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ข้างหน้า

การเงิน :  อาจถูกคำพูดที่ดูมีหลักการชักชวนให้ไปลงทุนในธุรกิจกลางคืน ก็อย่าหลงเชื่อ

ความรัก : คุณอาจตัดสินใจอยู่กินกันเร็วไปจนไม่ทันได้ศึกษานิสัยใจคอกันให้มากกว่านี้ คุณจึงอาจไม่รู้ว่า คู่เคยมีอดีตรักมาก่อนหรือเปล่า วันนี้อาจมีการนัดกันไปทานข้าวกันก็ได้ คนโสด แฟนเก่าอาจติดต่อมา แต่ยังเป็นในทางลับ เพราะเขายังมีคู่อยู่

สุขภาพ : ระวังลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และกระเพาะอาหารจะมีปัญหาอันเนื่องมาจากความเครียด ไม่ปล่อยวาง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  วันนี้คุณนั่งบนหลังเสือแล้วจะลงจากหลังเสือไม่ได้ แม้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาที่ทำให้คุณต้องผิดหวังเสียใจ แต่คุณก็พยายามไฟล์ทอย่างไม่เกรงกลัวใคร ก็ถือว่าโชคดีเพราะผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ คนใกล้ชิด และผู้บังคับบัญชาก็ให้ความเมตตาด้วยดี

การเงิน :  ได้จากผู้ใหญ่และบริวาร วันนี้ทำธุรกิจส่วนตัวดีกว่าทำงานประจำ

ความรัก : คุณเป็นสาวสตรอง สามารถดูแลตัวเองจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะฉะนั้นเมื่อมีคู่ คุณจึงอาจกดดันและคาดหวังคู่ว่า ครอบครัวต้องประสบความสำเร็จทัดเทียมกับคนอื่น จึงค่อนข้างเครียด   คนโสด คุณเอาใจยากเดาใจลำบาก เดี๋ยวก็อยากมีแฟน เดี๋ยวก็อยากทำงาน แต่หากเจอคนถูกใจ ก็สามารถลืมทุกอย่างได้หมด

สุขภาพ  : คุณอาจต้องทานข้าวกับลูกค้าบ่อยจนน้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว ระวังเบาหวาน ไขมัน คอเรสเตอรอลด้วยนะคะ

ชุดแต่งงานเรียบหรู ในลุคที่ดูชวนฝันให้ว่าที่เจ้าสาวเพอร์เฟ็กต์ในวันวิวาห์

แต่งงานครั้งเดียวสาวๆ ก็ต้องอยากที่จะสวยที่สุด แบบที่กลับมาดูรูปตัวเองอีกกี่ทีก็ยังยิ้มได้ทุกครั้ง แพรว wedding เลยมีแบบ ชุดแต่งงานเรียบหรู ที่จะชวนให้เจ้าสาวสวยชวนฝันในลุคสุดเพอร์เฟ็กต์ในวันสำคัญมาฝาก

และมีบางเรื่องที่เราอยากบอกให้เจ้าสาวได้รู้ เพื่อเตรียมตัวรับมือให้ดีก่อนจะเข้าร้านไปลองชุดแต่งงานในฝันตามนี้

1. กินให้อิ่ม
2. พาเพื่อนไปด้วย
3. แต่งหน้าจัดเต็มไปเลย
4. เชื่อคำแนะนำของพนักงานร้านชุด
5. ลองชุดหลายๆ แบบ
6. อย่าเอาแต่ยืนนิ่ง ขยับตัวด้วย
7. ลองถามหาส่วนลดได้นะ

อ่าน จัดไปแบบไม่กั๊ก 11 เรื่องที่ไม่มีใครเคยบอกก่อนไปลองชุดแต่งงาน คลิกเลย!

เครดิต : Ananya Wedding Dress โทร. 0-2064-5149, 08-2823-6624
ไลน์ : ANANYA2222, 08-2823-6624
เฟซบุ๊ก : Ananya Wedding Dress
ไอจี : @ananya_wedding_dress
อีเมล : [email protected]

a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a

Stray Kids

ประมวลภาพความน่ารักของหนุ่มๆ Stray Kids ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีจากแดนกิมจิ

แผลงศรรักนำทางเด็กหลง Stray Kids พบแสงสว่างจากแฟนคลับไทย ดีต่อใจไร้ข้อกังขา สมราคาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีแดนกิมจิ

Stray Kids

ทำเอารอบอาณาบริเวณของธันเดอร์โดมเนืองแน่นไปด้วยแฟนคลับสายเกาหลี! จนต้องสงสัยว่า.. เก้าหนุ่มรุกกี้บอยกรุ๊ป Stray Kids  (สเตรย์คิดส์) คือศิลปินหน้าใหม่จริงหรือ? เพราะเห็นเหล่า “สเตย์” (STAY ชื่อแฟนดอม, ชื่อเรียกแฟนคลับของสเตรย์คิดส์) มารวมตัวกันมากมายไม่ใช่เล่นๆ เลย และหนนี้คือผลงานดีต่อใจลำดับที่สองของปี 2019 จากผู้จัดอันดับท็อปเมืองไทยอย่าง บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (Four One One Entertainment Co.,Ltd.) นำทีมโดยบิ๊กบอส กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ และทีมงานมือฉมัง จับมือผนึกกำลังร่วมทำงานอีกครั้งกับต้นสังกัดยักษ์ใหญ่แห่งประเทศเกาหลีใต้ เจวายพี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (JYP Entertainment) นำพาน้องใหม่สาย K-POP เจ้าของรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากนานาสถาบันอันทรงเกียรติแห่งแดนกิมจิ มาพบปะแฟนๆ ชาวไทยพร้อมกับไลฟ์เพอร์ฟอร์แมนซ์โชว์ชุดใหญ่ในงาน “สเตรย์คิดส์ อันเวล ทัวร์ ‘ไอ แอม …’ อิน แบงคอก” (Stray Kids UNVEIL TOUR ‘I am …’ in BANGKOK)

Stray Kids

18:00 น. ตรงเป๊ะตามเวลาที่ระบุบนบัตร เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มต้อนรับ บังชาน (BANG CHAN), อูจิน (WOOJIN), ลีโน (LEE KNOW), ชางบิน (CHANGBIN), ฮยอนจิน (HYUNJIN), ฮัน (HAN), เฟลิกซ์ (FELIX), ซึงมิน (SEUNGMIN) และ ไอเอ็น (I.N) ซึ่งปรากฏตัวบนเวทีภายใต้แสงไฟสีเพลิงส่งให้บรรยากาศในฮอลล์ร้อนแรงขึ้นอย่างเฉียบพลัน จากนั้นเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ทำให้หัวใจเต้นรัวในเพลง HELLEVATOR ก็เริ่มต้นขึ้น แค่เพลงแรกก็สะกดคนดูจนอยู่หมัด ลุยต่อไม่รอช้ากับ Grrr 총량의 법칙 (BEWARE), AWAKEN และ DISTRICT 9 จัดมาเต็มๆ แบบ BEAT เน้นๆ เอฟเฟ็กต์ปังๆ จากโปรดักชั่นแสงสีเสียง ที่ โฟร์ วัน วันฯ เสิร์ฟแน่นๆ แบบไม่มีหวงเครื่องกันเลย แน่นอนว่าเสียงเชียร์ของแฟนคลับอย่างชาว STAY ยังดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นโชว์เปิดตัวที่มีพลังทำลายล้างสูงจริงๆ

Stray Kids

จากนั้นทั้ง 9 หนุ่มก็เริ่มต้นแนะนำตัวกับแฟนคลับชาวไทยพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แจกให้ไม่อั้น “คิดถึงเราไหมครับ สวัสดีปีใหม่ครับ (พูดภาษาไทย) วันนี้คือวันแรกของ UNVEIL TOUR ในต่างประเทศ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาทัวร์ที่เมืองไทยครับ” พวกเขาบอกเล่าความรู้สึกที่ได้มาพบกับทุกคนที่เมืองไทย ก่อนจะพูดถึงการแสดงเมื่อสักครู่ว่า “เราเปิดโชว์ด้วย HELLEVATOR ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายสำหรับเรามาก ส่วนเพลง AWAKEN นั้นพวกเราตั้งใจนำมาโชว์ให้กับแฟนๆได้ชมกันเป็นครั้งแรกด้วยครับ ในปีที่แล้วพวกเราได้ออกอัลบั้มซีรีส์ I AM ประกอบด้วย I AM NOT, I AM YOU, I AM WHO ซึ่งพวกเราได้สื่อสารกับทุกคนผ่านทั้งสามอัลบั้มอย่างมีความสุข ดังนั้นเราจึงทำโชว์บนเวทีครั้งนี้ด้วยเพลงจากอัลบั้มเหล่านี้ครับ ในอัลบั้ม I AM NOT เราพยายามที่จะใส่ความคิดเห็นของพวกเราลงไปให้มากที่สุดครับโดยเฉพาะเพลง DISTRICT 9 เป็นเพลงที่สื่อความเป็น สเตรย์คิดส์ได้ดีที่สุดครับ”

สเตรย์คิดส์

สนุกต่อไม่รอแล้วนะ กับจังหวะดนตรีของเพลง MIRROR ซึ่ง สเตรย์คิดส์ บอกว่าเป็นอีกเพลงที่สื่อถึงอัลบั้ม I AM NOT ได้ดีที่สุดเช่นกัน เหล่าแฟนๆ ต่างก็กระชับมือแน่นและเริ่มสะบัดโบกแท่งไฟ ไม่รอแล้วเช่นกัน นาทีนั้นหนุ่มๆ เผยโชว์สุดเจ๋งโดยการเต้นแบบประจันหน้าและประสานทุกจังหวะเข้ากันเป๊ะ ดูราวกับเป็นการเต้นเพียงลำพังอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ก่อนจะขยับออกมาที่เวทีด้านหน้าให้แฟนๆ ในโซนนั้นได้ยลความหล่อเหลา รวมถึงสัมผัสการร้องเพลงและการเต้นอันทรงพลังในเพลง 불면증 (Insomnia) และ VOICES ที่ทำเอาผู้ชมในฮอลล์แทบหยุดหายใจ

Stray Kids

เปลี่ยนบรรยากาศพักเบรกไปพูดคุยกันอีกครั้ง “เรานำเพลงในสามอัลบั้มมารวมไว้ในทัวร์ครั้งนี้ที่ชื่อว่า UNVEIL โดยทุกเพลงคือสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารกับแฟนๆทุกคนครับ เวลาเราได้อ่านข้อความจากแฟนๆ เรารับรู้ถึงความกังวลของทุกคนและเลยอยากบอกว่าความสับสนกังวลใจเปรียบเหมือนเสียง..เราจึงแต่งเพลง VOICES ขึ้นมาเพื่อสื่อไปถึงทุกคนว่าไม่ต้องสนใจเสียงเหล่านั้นและลองถอยออกมาหนึ่งก้าว โดยหวังว่าเพลงนี้จะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนได้ พวกเรายังมีอีกหนึ่งเพลงที่คิดว่าถ้าทุกคนได้ฟังแล้ว จะทำให้ความกังวลหายไปเลย ร้องไปด้วยกันนะครับ (ภาษาไทย)”

Stray Kids

จากนั้นพวกเขาชวนให้ฮัมท่อนฮุกของเพลง MY PACE ไปด้วยกันในสไตล์ต่างๆ ทั้งน่ารัก เซ็กซี่ ดุดัน ชาวร็อก เรื่องแบบนี้บอกเลยว่า แฟนคลับไทยถนัด จัดให้ไม่มีกั๊ก!! ว่าแล้วก็ฮึมฮัมตามไป ไม่ว่าหนุ่มๆ จะเร่งสปีดเบอร์ไหน STAY ไทยก็เอาอยู่!! และเมื่อเพลง MY PACE ดังขึ้น พวกเขาก็กลับเข้าสู่การโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์สลับแจกมินิฮาร์ทให้ทุกคนได้หวีดรัวๆ ถัดมาเป็นคิวของ 편 (MY SIDE) เพลงที่แฟนๆ จัดเซอร์ไพรส์แรกสำหรับ สเตรย์คิดส์ จนพวกเขาต้องร้อง WOW! ให้กับโปรเจ็กต์ NIGHT SKY โดยทะเลแสงไฟดวงเล็กๆ ส่องระยิบระยับราวกับหนุ่มๆ ทั้งเก้าได้ร้องเพลงอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว ทำเอาหนุ่มๆ ยิ้มแก้มปริพร้อมกับขอบคุณทุกคนที่มอบความสุขให้พวกเขา “เพลง MY SIDE มีเนื้อเพลงที่ดีต่อใจ และเพลงนี้ยังมีความหมายยิ่งขึ้นเมื่อได้ร้องต่อหน้า STAY ครับ เสียงเชียร์และกำลังใจทำให้พวกเรามีพลังมากขึ้นและมีความสุขมากๆ รักนะจุ๊บๆ” แล้วจึงเข้าสู่เพลง I AM YOU ที่พวกเขาบอกว่า YOU ก็คือ STAY ที่คอยอยู่เคียงข้างกัน

Stray Kids

ต่อด้วยคลิปวิดีโอที่พาทุกคนย้อนไปสู่ช่วงเวลาแห่งความพยายามของพวกเขาผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อโชว์ที่ดีที่สุดมอบให้คนที่สำคัญที่สุดของพวกเขาอย่าง STAY ได้ภาคภูมิใจ แล้วสามหนุ่ม บังชาน, ฮยอนจิน, ซึงมิน ก็กลับมาอีกครั้งในสเปเชียลสเตจพร้อมเพลงสุดละมุน 4419 ตามด้วย ลีโน, ชางบิน, เฟลิกซ์ มาพร้อมความเท่ในเพลง GLOW ปิดท้ายด้วยเพลง SCHOOL LIFE ซึ่งมี อูจิน, ฮัน, ไอเอ็น มาแจกความสดใส ก่อนที่สมาชิกอีก 6 คนจะขึ้นมาสมทบแบบฟูลทีมเป็นการส่งท้าย

แต่ก่อนที่ทั้ง 9 หนุ่มจะได้บอกความในใจของตนเองกลับเจอเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่จากแฟนๆ ด้วยคลิปวิดีโอที่เล่าเรื่องรักแรกพบของ STAY นั่นคือสเตรย์คิดส์และการเฝ้ารอที่จะมอบความรักให้กับพวกเขาในงานนี้ พร้อมกับชูป้ายกระดาษข้อความภาษาเกาหลีแปลได้ว่า “ฉันจะทำให้เธอสว่างไสวมากยิ่งขึ้น” มาถึงตรงนี้หนุ่มๆ กลั้นน้ำตาไม่ไหว ร้องไห้หนักมาก ประกาศศักดาการยืนหนึ่งของแฟนคลับไทยว่าเรื่องเซอร์ไพรส์ไว้ใจเรา!

Stray Kids

ถึงคิวหนุ่มๆ ทั้งเก้าได้บอกกล่าวความรู้สึกของจริง พวกเขาซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง การได้ยืนท่ามกลางประกายแสงจากทุกคนที่รายล้อมอยู่รอบๆ เพื่อทำให้ สเตรย์คิดส์ ส่องประกายนั้นมันช่างเหมือนความฝันที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมเลย การได้มองจากบนเวทีไปเห็นแฟนๆ ทุกคนตรงหน้าทำให้รู้สึกว่าพวกเขาคือคนที่มีความสุขที่สุดในโลก และพวกเขาก็สว่างไสวที่สุดเมื่ออยู่กับแฟนๆ ขอบคุณที่มอบช่วงเวลาที่แสนวิเศษให้ ขอบคุณที่ทำให้ตารางทัวร์ของสเตรย์คิดส์ เริ่มต้นอย่างสวยงามที่ประเทศไทย ความตั้งใจของพวกเขาคือการมอบความสุขให้แฟนๆ ทุกคน แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าพวกเขาเองเป็นฝ่ายได้รับความสุขมากมายเหล่านี้ ด้วยพลังและความรักที่ได้รับจากทุกคน พวกเขาสัญญาจะตั้งใจทำงานเพื่อเป็น สเตรย์คิดส์ ที่เติบโตก้าวหน้าต่อไป

Stray Kids

ปิดฉากช่วงสุดท้ายทั้ง 9 หนุ่มและแฟนคลับทั้งฮอลล์ร่วมสนุกไปด้วยกันในเพลง 갑.분.싸 (Awkward Silence), GET COOL, YAYAYA และสั่งลาด้วยโปรเจ็กต์จากแฟนๆ กับการแปรอักษรเป็นพยัญชนะ “SKZ” (ชื่อย่อของวง Stray Kids) ในเพลง잘하고 있어 (Grow Up) ให้ทุกคนได้เก็บทุกวินาทีในวันนี้ไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามไปพร้อมประโยคแสนอบอุ่นจาก สเตรย์คิดส์ ที่บอกได้เลยว่า TOUCH หัวใจสุดๆ “STAY….YOU MAKE Stray Kids STAY” โดยไม่ลืมที่จะผลัดกันโชว์สกิลภาษาไทยมัดใจแฟนๆ อาทิเช่น “ดีใจที่ได้มาประเทศไทย, รัก STAY ชาวไทย, รักนะครับ STAY, อยู่ด้วยกันนานๆ นะ” ทำเอาแฟนๆ สามัคคีตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นกันทั้งฮอลล์

Stray Kids


 

ชุดแต่งงานเรียบหรู 2019 จากแบรนด์ Monique Lhuillier พร้อมราคาที่ต้องร้องว้าว!!

แบบชุดแต่งงานในฝันของเจ้าสาวแต่ละคนก็แตกต่างกันไปแล้วแต่บุคลิกใครบุคลิกมัน จะสวยหวาน สวยแซ่บ หรือสวยลื๊มมมมม แต่เจ้าสาวทุกคนต้องสวย! และคววามสวยนั้นจะต้องสวยแบบไร้กาลเวลาอมตะฆ่าไม่ตายด้วย เพราะฉะนั้น ชุดแต่งงานเรียบหรู 2019 จากแบรนด์ Monique Lhuillie จะช่วยให้เจ้าสาวสวยหรูดูอมตะ และนี่คือคอลเลคชั่นสวยๆ ของแบรนด์ ที่เรานำมาให้พร้อมราคาที่บอกเลยไม่ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

คอลเลคชั่น “Selena” ชุดแต่งงานเกาะอกผ้าไหมออแกนซ่าสีงาช้าง แมตช์กับกระโปรงทรงบอลกาวน์ลุคนุ่มนวลที่ดีเทลการจับเดรปที่ตัวกระโปรง เสริมด้วยผ้าทูลโอลไหล่พิมพ์ลายอ่อนหวานพร้อมชายลากยาวไปกับกระโปรง ชุดแต่งงานราคา $9,500 หรือราว 300,000 บาท และผ้าโอบไหล่ราคา $1,500 หรือราว 47,000 บาท

คอลเลคชั่น “Regina” ชุดแต่งงานแบบเข้ารูปสีนู้ดตัดเย็บจากผ้าลูกไม้เนคไลน์แบบคอวี พร้อมเข็มขัดสไตล์ peplum ให้ลุคสวยหรู ชุดแต่งงานราคา $5,300 หรือราว 160,000 บาท และเข็มขัดราคา $550 หรือราว 17,000 บาท

คอลเลคชั่น “Adaline” ชุดแต่งงานสไตล์แอนทีคผ้าลูกไม้สีงาช้างแบบเมทัลลิคพร้อมเนคไลน์แบบคอวี ช่วงล่างเป็นกระโปรงทรงเอไลน์ที่ประยุกต์มาจากกระโปรงสไตล์ godet ราคา $11,900 หรือราว 370,000 บาท

คอลเลคชั่น “Larissa” ชุดแต่งงานแบบเกาะอกตัดเย็บจากผ้าไหมสีขาวพร้อมประดับไข่มุกสุดหรูบนผ้าทูล และใช้เทคนิคการปักลูกไม้แบบ appliqué ด้วยมือสุดประณีต แมตช์กับกระโปรงทรงทรัมเป็ตให้ลุคดูเซ็กซี่ ราคา $6,900 หรือราว 200,000 บาท

คอลเลคชั่น “Everest” ชุดแต่งงานทรงเกาะอกผ้าไหมสีขาวเสริมด้วยผ้าทูลเพื่อให้ชุดดูนุ่มนวล พร้อมกระโปรงทรงบอลกาวน์โดดเด่นด้วยการเล่นเลเยอร์ให้เป็นชั้นดูสวยหวาน ราคา $13,900 หรือราว 440,000 บาท

คอลเลคชั่น “Westwood” ชุดแต่งงานผ้าไหมสีขาวพร้อมเนคไลน์แบบคอวีให้ลุคดูทันสมัย โดดเด่นด้วยลวดลายดอกไม้สีสันสดใสบนผ้าทูลที่ใช้เทคนิคการปักแบบ appliqués สุดอ่อนหวานไล่มาตั้งแต่ช่วงตัวเสื้อจนถึงกระโปรง ราคา $10,500 หรือราว 330,000 บาท

คอลเลคชั่น “Willow” ชุดแต่งงานผ้าไหมสีขาวตัวชุดด้านในเป็นสีนู้ดเพื่อให้ลูกไม้บนชุดดูโดดเด่น ช่วงบนเป็นชุดแต่งงานแบบโอบไหล่จับคู่กับกระโปรงทรงทรัมเป็ตทิ้งชายกระโปรงลากยาว ให้ลุคอ่อนหวานและเซ็กซี่อยู่ในชุดเดียวกัน ราคา $5,990 หรือราว 180,000 บาท

ส่งตรงจากรันเวย์! แฟชั่นผ้าปิดปากเก๋ๆ ของ Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป

เปิดฉากโชว์ลำดับที่ 4 บนรันเวย์ปารีสแฟชั่นวีคสำหรับบุรุษ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาด้วย Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป กับไอเท็มผ้าปิดปากเก๋ๆ ที่เห็นแล้วต้องอยากได้

ปารีสแฟชั่นวีคไม่เคยหลับไหล ล่าสุดโชว์วันที่ 5 (19 มกราคม 2562) ช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงปารีส ซึ่งตรงกับช่วงประมาณหกโมงเย็นของไทย Andrea Crews แบรนด์สุดชิคก็ได้เปิดรันเวย์ขึ้น พร้อมแฟชั่นเก๋ๆ ที่เตรียมมาเสิร์ฟอย่างอัดแน่น ส่วนรันเวย์ไม่ได้หวือหวา มาในแบบเรียบๆ คุมโทนสีเข้มๆ มีความสลัวนิดๆ แต่เสื้อผ้าก็ไม่จมหายไปกับรันเวย์ เพราะสีสันแสบใช่เล่น มีความนีออน ความโดดเด่นของโทนสีอยู่ไม่น้อย

ซึ่งถ้าพูดถึง Andrea Crews หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่จะบอกว่านางเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในปารีส และได้ collaboration กับแบรนด์ดังๆ มาแล้วมากมาย เช่น Vans , Schott NYC , ยูนิโคล่ และใน Paris fashion week men’s 2019 ก็เป็นการฉายเดี่ยวบนรันเวย์อีกครั้ง กับคอลเล็คชั่น Menswear F/W 2019-2020 ที่ยังไม่ทิ้งความเก๋ของแบรนด์ นอกจากสีสันของเสื้อผ้าจะสะดุดตาแล้ว อีกหนึ่งไอเท็มที่เชื่อว่าถ้าคนไทยได้เห็นต้องพุ่งเป้าเช่นกัน นั่นก็คือ หน้ากาก ที่ตอนนี้กลายเป็นไอเท็มจำเป็นของบ้านเราไปแล้ว เนื่องจากปัญหามลพิษ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ซึ่งสามารถเข้าไปยังระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอดและกระแสเลือดได้โดยตรง ก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกาย

แม้หน้ากากบนรันเวย์ของ Andrea Crews จะเป็นแฟชั่นที่ทำออกมาสำหรับหน้าหนาว แต่จากที่เหล่านายแบบ นางแบบใส่ออกมาแล้ว แลดูหนาแน่น ปลอดภัย อาจจะช่วยป้องกันมลพิษได้ดี หากใครอยากหาหน้ากากที่นอกจากจะช่วยกันฝุ่นได้แล้ว ยังมีความเก๋และเท่ ก็เล็งๆ Andrea Crews ไว้ได้เลย

 

ส่งตรงจากรันเวย์! แฟชั่นผ้าปิดปากเก๋ๆ จาก Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป

 

Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป

Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป

Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป

Andrea Crews เจ้าแห่งการคอลแลป

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไอเท็มที่ขาดไม่ได้! แนะนำ หน้ากาก N95 ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายต่อร่างกาย

 สีสันกระแทกตา! กระเป๋า Louis Vuitton บนรันเวย์ Paris fashion week men’s 2019 จี๊ดได้ใจ

เครื่องหัวแน่น! ซูมไอเท็มยอดฮิตใน Paris Fashion Week Men’s 2019 ที่ทุกแบรนด์ต้องมี

สแกนไอเท็มเด็ด! 12 กระเป๋าแบรนด์ดัง น่าฟาดบนรันเวย์ Milan Fashion Week Men’s 2019

ยิ่งกว่านำเทรนด์! รวม 3 แบรนด์สุดล้ำ ออกไอเดียฟาดรันเวย์ Paris Fashion Week

สับขาลุยน้ำ! ไคอา เกอร์เบอร์ โมเดลดาวรุ่ง นำทีมบนรันเวย์ YSL ใน Paris Fashion Week

คนดังเต็มรันเวย์! แฟชั่นโชว์ Miu Miu Croisiere 2019 จัดให้ผู้ชมใกล้ชิดนางแบบสุดๆ


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Getty Images

เริ่ดกว่าใคร! “น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร” เซเลบผู้ใส่ชุดผ้าท้องถิ่น ตะลุยเช็คอินต่างแดน

เวลาไปเที่ยวแต่ละคนคงมีเป้าหมายหรือมิชชั่นที่แตกต่างกันไป บางคนเน้นเช็กอินแลนด์มาร์ค บางคนรักที่จะชิมอาหารอร่อย หรือบางคนเทใจให้การช็อปปิ้ง แต่สำหรับ “คุณน้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร” เจ้าของรีสอร์ตในเมืองเชียงใหม่และนักสะสมผ้าตัวยง เป้าหมายของเขาอยู่ที่การได้ใส่ชุดผ้าท้องถิ่นที่ออกแบบเองไปถ่ายภาพกับสถานที่ต่างๆ จนถึงตอนนี้ชุดที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกถูกนำพาไปเช็คอินสถานที่ในประเทศต่างๆ มาไม่ต่ำกว่า 100 แห่งแล้ว!

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
เสื้อคลุมทำจากผ้าโบราณที่เขียนเทียนด้วยเทคนิคบาติก ตัดเป็นชุดทูนิก และใช้ผ้าสีครีมมาแต่งขอบแขน ส่วนท่อนล่างเป็นผ้าทอมัดหมี่ครามจากสกลนคร @ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

MY PASSION : ผ้าท้องถิ่น

ก่อนที่คุณน้อยจะนำความชอบเรื่องการแต่งตัวและการท่องเที่ยวมาผสมผสานเข้าด้วยกัน มีจุดเริ่มต้นมาจากความชอบในผ้าท้องถิ่น

“ผมสะสมผ้าท้องถิ่นโบราณมากว่าสิบปีแล้วครับ เริ่มจากผมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จากนั้นเปิดรีสอร์ต ‘สวนดอยเฮ้าส์’ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งรวมผ้าหายากทั้งของไทยและเพื่อนบ้าน แต่ความที่ผมไม่ได้เป็นผู้รู้เรื่องผ้า ช่วงแรกจึงเพียงซื้อมาสะสมไว้ ผ้าที่เห็นแล้วตัดสินใจซื้อทันทีมักจะเป็นผ้าท้องถิ่นที่มีลวดลายแปลกตา โดยเฉพาะผ้าโบราณของชนเผ่าต่างๆ

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
ใช้ผ้าปักมือทั้งผืนมาตัดเป็นชุดคลุม กุ๊นขอบด้วยสีขาวครีมเข้ากับเส้นฝ้ายที่ปักลาย คล้องคอด้วยผ้าเช็ดของลื้อเมืองเงิน @เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

“อย่างผ้าพื้นเมืองของพม่ามีผ้าที่เรียกว่าลุนตยา เป็นผ้าของผู้หญิงและผ้าปะโซของผู้ชาย คนพม่ามาเห็นยังทึ่งเลยว่าผ้าสวยๆ แบบนี้มีอยู่ที่เชียงใหม่ด้วย อย่างผ้าปะโซที่ผมมีเป็นลวดลายหายาก พวกเรขาคณิต สีส้มสด สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง ที่ให้ความรู้สึกโมเดิร์น ร่วมสมัย ส่วนผ้าลุนตยา แม้จะเป็นของผู้หญิง แต่สามารถนำมานุ่งเป็นโสร่งได้สวย โดยเฉพาะสีเขียวขี้ม้าที่ให้ความรู้สึกโก้ ไม่ได้ดูเฟมินีนจัด

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
เสื้อคลุมตัวยาวประยุกต์มาจากผ้าพิมพ์ลายโบราณย้อมครามผืนใหญ่ ตกแต่งช่วงปกเสื้อและปลายแขนด้วยผ้าห่อของผืนเล็กที่ได้มาจากร้านขายของมือสองที่ประเทศญี่ปุ่น @สะพานไม้ที่ดงป่าไผ่ ประเทศญี่ปุ่น

“ในการสะสมผ้า เรื่องหนึ่งที่ผมเชื่อมาตลอดก็คือ บางทีผ้าก็เลือกเจ้าของ อย่างครั้งหนึ่งผมกับเพื่อนค้นผ้าออกมาดูด้วยกัน ผมเห็นผืนหนึ่งสวยมาก แต่เพื่อนไม่เห็น จนพอได้ผ้าชิ้นนี้กลับมาแล้วเพื่อนถามว่าได้มายังไง เขายืนยันว่าตอนเลือกเขาไม่เห็น

“หรืออีกครั้งตอนมีคนมาเสนอขายผ้าลื้อเมืองเงิน ซึ่งเป็นผ้าโบราณหายากที่ผมชอบมากและสะสมมานาน แต่ครั้งนั้นเขาเสนอราคาค่อนข้างสูง ผมจึงต้องตัดใจ จากนั้นประมาณครึ่งปีมีคนมาเสนอขายผ้าผืนนี้อีกครั้งในราคาที่ผมสามารถซื้อได้ ซึ่งเห็นปุ๊บผมจำได้ทันที เพราะด้วยลวดลายที่โดดเด่นและตำหนิของผ้า ทำให้รู้สึกว่าในที่สุดเขาก็กลับมาอยู่กับเรา

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
เสื้อทูนิกตัวนอกทำจากผ้าลินินสีเบจ ใส่คู่กับโสร่งผ้าลายมัดหมี่ของอีสาน ด้านในสวมเสื้อลินินขาว @ประเทศไทย

“ที่ผมชอบผ้าลื้อเมืองเงิน เพราะไม่เพียงมีความสวยงาม แต่ยังมีความเป็นมาน่าสนใจด้วยครับ คือชาวลื้อในเมืองชัยปุระ ประเทศลาวสมัยก่อนแม่จะสอนลูกสาวให้ทอผ้าเตรียมไว้ให้สามีในอนาคตทำเป็นผ้าพาดไหล่ หรือที่เรียกว่าผ้าเช็ด กับย่ามใบเล็กๆ ที่ผู้ชายใช้คล้องคอสำหรับใส่บุหรี่หรือของใช้จุกจิกของตัวเอง เมื่อหญิงสาวเจอชายที่รักก็จะนำผ้าเช็ดและย่ามฝีมือตัวเองไปมอบให้ ซึ่งหากผู้ชายเลือกย่ามของผู้หญิงคนไหนคล้องคอไว้ ถือเป็นสัญญาณตอบรับว่าเขาเลือกเธอแล้ว และเขาจะใช้ผ้าเช็ดผืนนี้ไปตลอดชีวิต จะเห็นว่านอกจากความสวยงามของผ้ายังเต็มไปด้วยเรื่องราว ความหมายที่ลึกซึ้งและโรแมนติก

“เวลาที่ผมได้ผ้าโบราณมาจะดูแลอย่างดี โดยเริ่มจากใช้น้ำยาอย่างดีในการซักเพื่อขจัดคราบสกปรกต่างๆ จากนั้นนำไปผึ่งลมให้แห้งโดยมีเทคนิคคือ ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำ เพื่อไม่ให้สีของผ้าตกหรือไหลลงมาหากัน พอเริ่มแห้งก็นำมารีด แล้วใช้กรรไกรตัดด้ายส่วนที่ชำรุดออกทำให้ได้ผ้าที่มีสีและสภาพสวยงามดังเดิม”

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
เสื้อคลุมแบบญี่ปุ่นตัวสั้น สีมัสตาร์ด ทำจากผ้าที่ใช้เทคนิคแบบชิโบริ คือการมัดขมวดปมผ้าด้วยวิธีเฉพาะแล้วรัดให้แน่นด้วยเชือก จากนั้นนำไปย้อม ซึ่งเมื่อแกะรอยมัดออกจะเกิดเป็นลวดลายที่ละเอียดสวยงามทั่วผืน คุณน้อยนำมาประยุกต์ใส่คู่กับชุดผ้าลินินสีเข้ากัน @เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

MY INSPIRATION : ชุดหนึ่งเดียวในโลก

ด้วยความสนใจและชื่นชอบเรื่องแฟชั่น การแต่งตัว คุณน้อยจึงนำผ้าที่สะสมไว้มาทำให้เป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง โดยออกแบบและตัดเย็บเองทั้งหมด เพื่อเติมความพิเศษให้ การเดินทาง

“เริ่มจากเวลาไปท่องเที่ยวกับคุณแม่และครอบครัวที่ประเทศต่างๆ ผมอยากให้ทริปเหล่านั้นของเรามีอะไรพิเศษกว่าการถ่ายภาพเพื่อเก็บเป็นความทรงจำ

“วันหนึ่งจึงเริ่มนำผ้าที่สะสมไว้มาเย็บด้วยแพตเทิร์นง่ายๆ เนื่องจากผมชอบแต่งตัว แม้จะไม่เคยทำงานหรือเรียนด้านแฟชั่น แต่ชอบอ่านหนังสือแฟชั่น จึงทำให้ซึมซับมาบ้าง จึงคิดต่อยอดจากโจทย์ที่เรามีคือ จะนำผ้าที่สะสมไว้สร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าหรืองานศิลปะได้อย่างไร ซึ่งถ้านำไปให้ช่างตัด ก็ไม่แน่ใจว่าจะอธิบายให้ช่างรู้ความต้องการทั้งหมดของเราได้ไหม

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
นำผ้าทอของจังหวัดน่านมาประยุกต์เป็นชุดโดยจับองค์ประกอบสีให้เข้ากัน คือ สีแดง ดำ ขาว และสวมผ้าทอของลาวอีกชั้น @ปราสาทแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

“จากคนที่เย็บผ้าไม่เป็นเลย ก็อาศัยถามผู้รู้ ทำเท่าที่ความสามารถมี เย็บชุดง่ายๆ โดยนำผ้าผืนนี้เย็บติดกับผืนนั้น หรือการพับซ้อนเพื่อทำให้เกิดรูปทรง และเริ่มมิกซ์แอนด์แมตช์ นำผ้าลายนั้นมาจับคู่กับอีกผืนเพื่อต่อลายให้ มีความสวยงาม ชุดเก่งของผมคือเสื้อคลุมตัวยาว ซึ่งผมออกแบบและเลือกผ้าจากความชอบ โดยประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์และคาแร็คเตอร์ของตัวเอง

“ส่วนตัวผมเคารพงานของบุคคลทุกคน ไม่ว่าผ้านั้นจะเป็นของชนเผ่าไหนหรือประเทศอะไร ผมจะพยายามไม่ตัดผ้าเพื่อให้คงสภาพเป็นผืนไว้อย่างนั้น ถือเป็นการอนุรักษ์ผ้าไปด้วย จึงใช้การเย็บแบบหลวมๆ ไม่แน่นหนา เหมือนการตัดเย็บทั่วไป เพื่อสามารถเลาะด้ายออกให้ชุดกลับมาเป็นผ้าผืนเหมือนเดิม ยกเว้นว่าถ้าตัดผ้าแล้วจะทำให้ได้ชุดที่ดีขึ้น ได้ลายผ้าที่แปลกตา ช่วยเสริมให้ผ้าดูโดดเด่นและมีคุณค่ายิ่งขึ้น ก็ต้องยอมแลกบ้างครับ”

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
ชุดทำจากผ้าทอของภาคใต้ โดยนำมาตัดเป็นชุดยาวที่มีจุดเด่นอยู่ที่พู่ บริเวณชายผ้านำผ้าที่มีการย้อมไล่โทนสีมาตัดและปักทำเป็นรูปงูพันรอบลำตัว @จังหวัดเชียงใหม่

MY JOURNEY : แฟชั่น & ท่องเที่ยว

อีกหนึ่งความชอบของคุณน้อยคือ การเดินทางท่องเที่ยว ยิ่งเมื่อได้ต่อยอดนำชุดที่ออกแบบเองไปสวมใส่และถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ราวกับ ผลงานศิลปะเคลื่อนที่ได้ ก็ยิ่งสร้างความสุขให้มากขึ้น

“ผมรู้สึกว่าทุกชุดที่ผมทำเป็นเหมือนการสร้างสรรค์งานศิลปะ และเมื่องานชิ้นนั้นได้อยู่ในสถานที่ที่ส่งเสริมกัน ยิ่งทำให้ผ้ามีความโดดเด่นงดงามขึ้น ทุกครั้งที่กลับมาดูภาพถ่ายจะได้ความรู้สึกที่พิเศษและเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ ครับ

“ในการเดินทางทุกทริปผมชอบใส่เสื้อกับกางเกงสะดอ หรือกางเกงทรงหลวมคล้ายกางเกงเลที่นุ่งแบบทบซ้ายทบขวาแล้วรัดด้วยเข็มขัดเงินเป็นชุดหลัก ส่วนชุดผ้าท้องถิ่นที่ทำส่วนใหญ่เป็นชุดยาวถึงเข่าแบบทูนิก ที่สามารถสวมทับชุดลำลองที่ใส่อยู่ได้เลย ถ้าเป็นช่วงที่อากาศหนาวจะเตรียมตุ้มหรือผ้าทอไว้คลุมทับเพื่อคลายหนาวอีกชั้นด้วย

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
กิโมโนตัวนี้สร้างสรรค์ขึ้นจากผ้า 3 ชิ้นต่างชนิดกัน คือ ผ้าไหมแก้ว ผ้าไหมน้อย และผ้าซิ่น แต่สิ่งที่เหมือนกันโดยบังเอิญคือ เป็นเทคนิคการทอแบบมัดหมี่ @เมืองเกียวโตประเทศญี่ปุ่น

“การเดินทางแต่ละครั้งผมจะพับแยกชุดไว้เป็นชุดๆ เพื่อให้หยิบออกมาใช้ได้สะดวกและไม่ยับ โดยแต่ละวันจะแบ่งชุดใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก 2-3 ชุด ลากไปตามที่ต่างๆ เมื่อถึงสถานที่นั้นก็เลือกว่าชุดไหนเข้ากับบรรยากาศโดยรอบที่สุด แล้วนำออกมาใส่ถ่ายภาพ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง จึงต้องเตรียมไปเผื่อเลือก

“บังเอิญว่าชุดที่เตรียมไปมักจะเข้ากับสถานที่โดยไม่ได้นัดหมาย (หัวเราะ) ทั้งสีและลวดลายช่วยเสริมให้ภาพถ่ายออกมาดูกลมกลืน และความที่ผ้ามีลวดลายสวยงามอยู่แล้ว จึงเตะตาคนที่เห็น โดยเฉพาะคนที่ชอบสะสมผ้า นี่เองที่ทำให้การไปเที่ยวของผมดูแปลกตาขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนุกกับการสร้างสรรค์ชุดใหม่ๆ สำหรับการเดินทางทุกครั้ง

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
ชุดทำจากผ้าไหมพิมพ์ลายเทพเจ้าที่ได้มาจากวัดในเมืองเกียวโต ที่มีความเป็นมาเกี่ยวกับเทพเจ้าแห่งพายุและลม@ประเทศญี่ปุ่น

“อย่างตอนไปเที่ยวเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เรามีแพลนไปที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ วัดเก่าแก่ของที่นั่น เผอิญว่าผมนำผ้าเขียนเทียนของชาวเขาในประเทศจีน ยาวประมาณ 6–7 เมตร หน้าแคบประมาณคืบกว่าไปด้วย ตอนนั้นก็คิดว่าทำอย่างไร อยากใช้ผ้าผืนนี้คลุมจังเลย แต่เพราะเป็นผ้าหน้าแคบจึงต้องมีชุดด้านในที่เข้ากัน ผมจึงเลือกใส่ชุดอินดิโกสีน้ำเงินเข้มไปยืนตรงทางเข้าวัดที่เป็นเสาไม้สีส้มๆ ทุกอย่างออกมาเข้ากันอย่างลงตัว เสริมให้ชุดดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากๆ หรืออีกครั้งที่เป็นผ้าจากเมืองเกียวโต ได้มาจากวัดที่มีความเป็นมาเกี่ยวกับเทพเจ้าแห่งพายุหรือเทพเจ้าแห่งลม และบังเอิญว่าวันที่ผมใส่ชุดนี้มีลมและฝนพอดี ทำให้ชุดดูพลิ้วไหวเข้ากับเรื่องราว ภาพจึงสวยขึ้นอีก

“ทริปแรกๆ ผมคิดว่าเป็นความบังเอิญที่ชุดของเราเข้ากับสถานที่นั้นพอดี แต่พอบ่อยเข้าก็รู้สึกว่าอาจเป็นความโชคดีหรือพรหมลิขิต (ยิ้ม) และผมจะใส่ 1 ชุดต่อ 1 สถานที่เท่านั้น จึงทำให้ได้ภาพไม่ซ้ำกันเลย ส่วนใหญ่ผมชอบเที่ยวประเทศแถบเอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เวียดนาม พม่า หรือภูฏาน ไม่ค่อยได้ไปแถบยุโรป เพราะไปกับคุณแม่ ท่านอายุเยอะแล้ว การเดินทางไกลจึงค่อนข้างเป็นอุปสรรค และส่วนตัวผมก็ชอบเอเชียมากกว่า ทั้งบรรยากาศ วัฒนธรรม แถมยังเข้ากับลายผ้าที่มีอีก (ยิ้ม)

น้อย-ธรรมนิติ์ ภูวเสถียร
ชุดยาวทำจากผ้าทอสีขาวทั้งผืน สวมทับเสื้อลินินสีดำเข้าชุดกับกางเกงสะดอ และใช้เครื่องโลหะมาตัดเป็นเสื้อเกราะคาดลำตัว @วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน

“จนถึงตอนนี้ผมมีชุดที่สร้างสรรค์ไว้กว่า 100 ชุด เดินทางไปกว่า 100 สถานที่ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะแบ่งให้คนอื่นๆ ได้ชมความงามของผ้า เหล่านี้ด้วย จึงจัดเป็นนิทรรศการ ‘นิรมิตภูษา มนตราเมืองเงิน’ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็นนิทรรศการลักษณะแฟชั่นโชว์แบบนิ่ง คือการใช้หุ่น โดยผมต้องการให้ผู้ชมได้ต่อยอดมุมมองใหม่ๆ ได้เห็นว่าผ้าโบราณหรือผ้าท้องถิ่นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทำเป็นชุดต่างๆ ได้จริง รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ พวกผ้าเช็ดย่ามที่หาชมยาก ก็นำมาจัดแสดงให้ได้ชมกันด้วยครับ เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครได้ใช้ความรัก ความชอบส่วนตัวไปต่อยอดเป็นอะไรบางอย่างที่น่าภาคภูมิใจได้อีก”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 942

แป้งโกะ - จินตนัดดา

เมาท์สาวน่ารัก “แป้งโกะ – จินตนัดดา” นักเดินทางตัวยงที่มีเพื่อนซี้เป็นกล้องถ่ายรูป

หากใครติดตามอินสตาแกรม @wonderingpango ของ “แป้งโกะ – จินตนัดดา” จะเห็นว่านักร้องเสียงดีคนนี้รักการเดินทางและการถ่ายรูป “กล้อง” จึงเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่เธอพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเรามาคุยกับเพื่อนคนนี้ของแป้งโกะกันเถอะ!

แป้งโกะ - จินตนัดดา

แป้งโกะมีกล้องถ่ายรูปกี่ตัว

พวกเรามีสมาชิกทั้งหมด 20 ตัว มีทั้งกล้องฟิล์ม กล้องดิจิทัล กล้องโลโม่ กล้องโพลารอยด์ กล้องกระดาษ แป้งโกะหลงใหลการถ่ายรูปมาก เธอชอบถ่ายทุกแนว ทั้งภาพวิว ผู้คน วิถีชีวิต ฯลฯ สำหรับแป้งโกะ ภาพถ่ายเป็นเหมือนสมุดบันทึกเรื่องราวน่าสนใจ เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแป้งโกะ เพราะไม่ว่าเธอไปไหน จะพาเราไปด้วยเสมอ

แต่แป้งโกะไม่ใช่สาวหวานที่ทะนุถนอมกล้องเท่าไร เรียกว่าใช้งานเราแบบอึดถึกเลยละ โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ เธอจะสะพายกล้องติดไว้กับตัว (จนเราลืมไปแล้วว่ากระเป๋าใส่กล้องหน้าตาเป็นอย่างไร) เพราะเธอคิดว่าอาจมีภาพดีๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ

กล้องถ่ายรูปของแป้งโกะ

ทริปไหนที่แป้งโกะประทับใจที่สุด

น่าจะเป็นทริปเดินขึ้นภูเขา Annapurna Base Camp ประเทศเนปาล แป้งโกะชอบเปิดรูปในทริปนั้นดูบ่อยๆ ต้องเล่าย้อนกลับไปนิดว่า แป้งโกะรู้จักที่นั่นครั้งแรกจากเว็บไซต์พันทิป เธอเห็นรูปภาพหุบเขาที่สวยงาม และพูดตั้งแต่วันนั้นว่าอยากไป ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน พี่ภูริ หิรัญพฤกษ์ ก็บังเอิญชวนแป้งโกะไปเที่ยวที่นั่น เธอจึงตอบตกลงโดยไม่ปรึกษาใคร และไม่ดูด้วยว่าสภาพร่างกายจะไหวไหม

Annapurna Base Camp ประเทศเนปาล

แล้วไหวไหม

ก็ต้องบอกว่าสะบักสะบอมทั้งคนและกล้อง (หัวเราะ) โชคดีว่าช่วงนั้นแป้งโกะออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายฟิตพอสมควร แต่กว่าจะไปถึงที่หมายก็ใช้เวลาเดิน 8 – 9 วัน ถ้าเราจำไม่ผิดคือเดินขึ้น 7 วัน เดินลงอีก 2 วัน โดยใช้เวลาเดินเท้าตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 6 โมงเย็น แต่แป้งโกะไม่มีปัญหาเรื่องการปีนป่ายเท่าไร มีบ้างที่ตื่นมาแล้วปวดขา แต่ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเธอเป็นนักเดินทางสายอุปกรณ์ดีเด่น เตรียมทั้งที่รัดเข่า ครีมนวด และแผ่นแปะแก้ปวดอีกสารพัดยี่ห้อ เรียกว่าพร้อมกว่านี้ก็คือรถพยาบาลแล้วละ จะมีช่วงขาเดินลงที่เธอซนไปหน่อย เพราะใช้วิธีวิ่งลงมาจนข้อเท้าแพลง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ปัจจัยที่โหดกว่าคือสภาพอากาศที่หนาวจัดขนาด -25 องศาเซลเซียส! เราแอบสังเกตว่าช่วง 3 วันสุดท้ายแป้งโกะไม่ได้อาบน้ำเลย ซึ่งปกติเธอไม่เป็นแบบนี้นะ แสดงว่าหนาวมากจริงๆ

เรื่องกินกับนอนล่ะ เป็นอย่างไร

เรื่องกินไม่ต้องเป็นห่วงเลย แป้งโกะชอบเครื่องเทศอยู่แล้ว อาหารเนปาลจึงเข้าปากแบบสุดๆ เมนูที่เธอชอบคือ “ดาบัด” หรือแป้งที่กินกับเครื่องแกงแบบต่างๆ แป้งโกะกินทุกวันจนน้ำหนักขึ้น

ส่วนเรื่องที่พัก ตลอดเส้นทางจะมีหมู่บ้านอยู่เป็นระยะ ซึ่งมีโรงแรมขนาดเล็กๆ บริการนักเดินทางอยู่ด้วย ทุกคนจะซุกตัวอยู่ในถุงนอนเรียงกันอยู่ในห้อง โดยแป้งโกะแปะถุงร้อนที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นไว้เต็มถุงนอน เรื่องอุปกรณ์เสริมไว้ใจเธอได้จริงๆ

แป้งโกะ - จินตนัดดา

ตอนไปถึงหุบเขาที่เห็นรูปจากพันทิป แป้งโกะฟินแค่ไหน

มาก-ก-ก-ก-ก-ก จุดนั้นอยู่ห่างจากเบสแคมป์ที่ต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 2 วัน เป็นหมู่บ้านที่ชื่อว่าหิมาลายา สภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยโขดหิน พื้นขรุขระเหมือนดาวอังคาร แต่สวยมากจริงๆ

นิว - ชัยพล

อ้อ! เราลืมบอกว่าทริปนั้นมี นิว – ชัยพล ไปด้วย ขณะที่ทุกคนเดินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่แป้งโกะกับนิวอยู่จุดนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง เธอถ่ายรูปไม่หยุดเลย เดี๋ยวปีนไปโขดหินก้อนนี้ เดินไปโขดหินก้อนนั้น แต่เธอไม่ได้ถ่ายรูปอย่างเดียวนะ แป้งโกะนั่งเฉยๆ ดูวิวอยู่เกือบชั่วโมง เธอบอกว่าเวลาไปเที่ยว เธออยากได้ภาพสวยๆ กลับมา ขณะเดียวกันก็อยากสัมผัสบรรยากาศรอบตัวให้เต็มอิ่มด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะได้กลับไปที่นั่นอีกหรือเปล่า

วันที่ไปถึงเบสแคมป์ เธอยิ้มกว้างมากด้วยความตื้นตันใจที่สามารถเดินขึ้นมาด้วยเท้าของตัวเองได้ เหมือนทำมิชชั่นอะไรสักอย่างสำเร็จ เราเห็นเธอยืนมองวิวคนเดียวอยู่นานเลยละ

แป้งโกะชอบเที่ยวคนเดียวด้วยใช่ไหม

ใช่แล้ว แต่เธอจะไปประเทศที่รู้สึกว่าปลอดภัย เช่น ญี่ปุ่นที่ไปคนเดียว 4 – 5 ครั้ง แต่ถ้ารวมที่ไปกับคนอื่นก็เกิน 20 ครั้ง แป้งโกะรักประเทศนี้มาก ถ้าไปคนเดียว เธอจะไปทุกที่ที่อยากไป อยู่ในสถานที่ที่อยากอยู่นานๆ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะรอ อยากถ่ายรูปเยอะแค่ไหนก็ได้ รวมถึงถ่ายรูปตัวเองด้วย

แป้งโกะ - จินตนัดดา

ขอเมาท์ว่าเวลาแป้งโกะตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเอง เธอจะแอ๊คชั่นเหมือนตั้งใจเผลอนิดๆ บางทีแกล้งเดินไปทางนั้นบ้าง นั่งตรงนี้บ้าง บางทีก็มีแบบ อุ้ย หันมามองกล้องพอดี ทั้งที่ความจริงเซตติ้งทั้งนั้น นอกจากนี้เธอยังชอบถ่ายเซลฟี่ตัวเองตามสถานที่ต่างๆ จึงมีทั้งรูปสวยๆ และรูปแบบหน้าเบลอแต่ฉากหลังชัด ซึ่งอย่างหลังนี่มีเยอะมาก ถึงขนาดที่เธอรวมเป็นอัลบั้มไว้ในเฟซบุ๊ก แป้งโกะบอกว่ารูปเบลอก็เป็นความทรงจำอีกแบบที่แปลกดี เราไม่จำเป็นต้องถ่ายอะไรที่ตั้งใจหรือชัดเจนเสมอไป แล้วทุกครั้งที่แป้งโกะเข้าไปดูอัลบั้มนี้ เธอจะรู้สึกดีและคิดถึงความสนุกที่เกิดขึ้นในวันนั้นทุกที

แป้งโกะ - จินตนัดดา

แป้งโกะรักกล้องถ่ายรูปแค่ไหน

รักนะ แต่เป็นรักแบบให้ดูแลตัวเอง (หัวเราะ) เธอเคยทำอุปกรณ์หายด้วย อย่างตอนไปเที่ยวภูเขาไฟโบรโม ประเทศอินโดนีเซีย แป้งโกะเผลอทำฝาครอบเลนส์หล่นไปในปากปล่องภูเขาไฟ ตอนนั้นเธอเซ็งมาก แต่สักพักก็รู้สึกว่าเจ๋งดีแฮะ เพราะเวลาเพื่อนถามว่าฝาเลนส์หายไปไหน เธอจะบอกด้วยความภูมิใจว่าอยู่ในปากปล่องภูเขาไฟ ประมาณว่าหายแบบไม่ธรรมดา

ส่วนวีรกรรมที่พิสูจน์ว่าแป้งโกะรักกล้องมากคือ ตอนไปเที่ยวกาญจนบุรีกับพี่สิงโต นำโชค และพี่ว่าน – ธนกฤต ตอนนั้นเธอรีบวิ่งไปถ่ายพระอาทิตย์ตกดินที่เนินเขา แต่ดันสะดุดหกล้มจนเราลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ตอนนั้นคิดว่าคงเจ็บตัวแน่ๆ แต่ปรากฏว่าแป้งโกะกระโดดพุ่งตัวทแยงมุม 45 องศาแล้วรับเราไว้ได้ เรียกเสียงฮือฮาได้จากทุกคน พี่ว่านยังแซวมาถึงวันนี้ว่า ถ้าไม่ใช่นักร้อง แป้งโกะยึดอาชีพผู้รักษาประตูฟุตบอลได้เลย เห็นด้วยนะ แต่ทางที่ดีอย่าทำเราลอยคว้างอีกเลย มันเสียว!


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 942

ภาพ : @wonderingpango

‘มีแต่รักรีเทิร์น แถมวันนี้ก็กำลังอ่อนไหวกับคนใหม่ด้วย เลือกยากละทีนี้’ ดูดวงรายวัน 20 มกราคม 2562

ดูดวงรายวัน 20 มกราคม 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

 ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  วันนี้แม้คุณจะอยู่ในช่วงพักผ่อนในวันหยุด หรือลาพักร้อน แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีคนคอยแทงข้างหลังหรือกำลังเลื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่ ทำให้งานเข้า จากจะนอนพักสบายๆ กลายเป็นความกดดัน ต้องลุกมาใช้พลังกายและพลังสมองอย่างหนัก เพื่อให้งานผ่านไปด้วยดี

การเงิน : หลีกเลี่ยงจากเงินใต้โต๊ะหรือเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง เพราะจะสร้างปัญหาตามมา

ความรัก : วันนี้คุณพบว่า จากความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกัน ทำให้คู่เริ่มมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือไม่แน่คุณอาจได้เจอคนใหม่ที่ส่งเสริมหน้าที่การงาน และสามารถช่วยหาทางออกให้กับปัญหาครอบครัวก็ได้  คนโสด คุณยังไม่หยุดนิ่งกับใครเลย วันนี้อาจเป็นมือที่สามของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

สุขภาพ : หากเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ระวังอาหาร และการใช้ของร่วมกันกับบุคคลอื่น เพราะอาจติดเชื้อไวรัส หรือภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน : วันนี้จินตนาการของคุณยากที่จะบังคับให้อยู่ในกรอบ จึงส่งผลกระทบให้งานบางชิ้นอาจต้องปิดจ็อบเร็วกว่ากำหนด ทำให้คุณต้องเลือกทางเดินชีวิตใหม่ เช่น ศึกษาต่อ หรือปลีกวิเวกไปอยู่กับตำรับตำรา หรือไม่ก็ปฏิบัติธรรม

การเงิน : ระวังถูกหลอกให้ลงทุน ไม่ควรค้ำประกัน หรือให้คนใกล้ชิดกู้ยืมเงิน เพราะอาจถูกเชิดได้

ความรัก : อาจเพราะคุณแต่งงานกันโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของผู้ใหญ่ จึงทำให้เกิดปัญหากับผู้ใหญ่อย่างรุนแรง จนคุณก็เริ่มสับสน ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี  คนโสด  วันนี้คุณอาจสับสน เพราะคนรักเก่าก็ขอกลับมาคืนดี ขณะที่คุณก็กำลังอ่อนไหวกับผู้ใหญ่ต่างชาติที่มีบุคลิกภูมิฐาน แต่ท่าทางจะมีแนวโน้มมาทางคนใหม่มากกว่า

สุขภาพ  : ระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกาย ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ มีปัญหา ควรทานผักและผลไม้บำรุงเลือดเช่น ทับทิม แก้วมังกร สตรอเบอร์รี่ กล้วย และแตงโม

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : วันนี้ก็ยังเกี่ยวข้องกับงานทางด้านอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร หรือที่ดิน ซึ่งคุณปรารถนาถึงความสำเร็จอย่างแรงกล้า ระวังอาจถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือมีคดีความจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับการแย่งชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจและเรื่องส่วนตัว จึงควรหาเพื่อนหรือลูกน้องที่รู้ใจมาร่วมงานก็จะสามารถสร้างผลงานที่ดีและโดดเด่นได้ในอนาคต

การเงิน : เช่นเดิม ไม่ควรให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน เพราะอาจต้องแบกรับภาระหนี้สินแทน

ความรัก :  คุณเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ สิ่งที่มาคู่กันคือทิฐิมานะและความเชื่อมั่นในตัวเอง เวลามีปัญหาหรือไม่เข้าใจกัน คุณมักคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วก็ไม่หันหน้าเข้าหากันด้วย จึงยากที่จะกลับมาคืนดีกัน คนโสด มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม มนุษยสัมพันธ์ดี จึงมีคนเข้าหามากมาย คู่ที่เหมาะสมน่าจะเป็นผู้ใหญ่ เพราะสามารถให้ความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ

สุขภาพ :   ระวังเรื่องสายตาหน่อยนะคะ ไปตรวจเช็คหน่อยก็ดี เพราะตระกูลต้อเริ่มมาแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  เตรียมใจหน่อยนะคะว่า วันนี้อาจไม่มีใครอยู่ร่วมแก้ปัญหาและอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามากับคุณเลย เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องใช้เทคนิค สติปัญญา และความสามารถในการประนีประนอม ผ่อนปรน และต่อรอง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การเงิน :  คุณอาจต้องเสียเงินเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ หรือหมดไปด้วยเรื่องของการพนัน

ความรัก : คุณแบกรับภาระเรื่องราวของบริวาร คนรัก คนใกล้ชิดไว้มาก วันนี้จะมีปัญหาค่อนข้างหนักหน่วงเข้ามาให้คุณต้องแก้ไข โดยที่ไม่มีใครช่วยคุณเลย วันนี้จึงควรปล่อยวางบ้าง  คนโสด ดูใจกันไปก่อนนะคะ รอให้ผ่านวันนี้ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่

สุขภาพ : ไม่ควรยืนหรือเดินนานๆ ระวังสะโพกและต้นขาอาจบาดเจ็บ เนื่องจากข้อและเอ็นเสื่อม

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  จะมีจ็อบเข้ามาจากการแนะนำของเพื่อนผู้หญิง แต่ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ เพราะวันนี้มีการแข่งขันสูง คุณอาจต้องเข้าไปพีชชิ่งงาน  หรือประมูลงาน ซึ่งคุณพยายามต่อสู้ให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมนัก

การเงิน : มีโอกาสได้รับเงินพิเศษจากงานพิเศษ

ความรัก :  วันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกอาจมีปัญหา เพราะมีการแย่งชิงตัวกัน ซึ่งคุณก็พยายามทำทุกวิถีทางโดยไม่แยแสว่าจะถูกหรือผิด  คนโสด ความรักอาจพัฒนาจากเด็กรุ่นน้องจนกลายเป็นคนรักก็ได้ แล้วเป็นรักแท้เสียด้วย

สุขภาพ  :  ระวังเรื่องระบบน้ำในร่างกายมีปัญหา เช่น น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำย่อย รวมถึงน้ำในหูไม่เท่ากัน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้คุณได้ทำงานที่มีความยุ่งยาก และต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะเห็นผล คุณจึงต้องทุ่มกายถวายชีวิตให้กับงานโดยไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องส่วนตัวเลย ควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วย เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจเหนื่อยคนเดียว

การเงิน :  ช่วยเหลือคนอื่นมากจนตัวเองเดือดร้อน แต่คุณก็จะได้ผู้ใหญ่หรือเพื่อนให้การช่วยเหลือตลอด

ความรัก : คุณอยู่กับครอบครัวที่มีกรอบปรเพณีเคร่งครัด ประกอบกับวันนี้งานยุ่งมากจนไม่มีเวลาดูแลครอบครัว เพราะฉะนั้นจึงอาจมีปัญหากันได้ คนโสด มีแนวโน้มว่า หากเจอคนที่ไม่ถูกใจก็อาจครองความโสดตลอดไป

สุขภาพ : ระวังระบบย่อยอาหาร กระเพาะ และลำไส้มีปัญหา ทำให้มีอาการปวดหรือเสียดท้องได้ง่าย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  วันนี้คุณได้รับโครงการใหญ่ระดับประเทศ เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ช่วยเหลือ หรืองานบุญงานกุศล แต่มีการแข่งขันสูง อาจมีการแย่งชิง กดดันในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา โดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรมนัก

การเงิน :  อาจได้เงินพิเศษตอบแทนจากงานพิเศษ แต่ก็จะหมดไปกับการทำบุญทำกุศล ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก

ความรัก : คุณอาจแต่งงานกันด้วยความเหมาะสมหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะชาติตระกูล แต่ในเรื่องของความรักอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวกันเยอะมาก เพราะต่างคนต่างก็มีโลกส่วนตัวสูง คนโสด คุณมาจากครอบครัวที่ดี เพราะฉะนั้นหากจะมีแฟนก็ต้องแข่งขันกันหน่อย

สุขภาพ  :  ออกจากบ้านวันนี้อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยนะคะ เพราะอาจมีปัญหาในเรื่องไซนัส และโพรงจมูกอักเสบ

สวารอฟสกี้ สำหรับเทศกาลตรุษจีน

ไอเท็มต้อนรับโชคดี สวารอฟสกี้ จัดของขวัญมงคลเพื่อเทศกาลตรุษจีน

ต้อนรับความโชคดีเข้าสู่ปีหมูทองด้วยคอลเล็คชั่นสุดเจิดจรัสจาก สวารอฟสกี้ สำหรับเทศกาลตรุษจีนนี้

ไม่มีอะไรที่จะอธิบายเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับช่วงตรุษจีนได้ดีไปกว่าพลุและดอกไม้ไฟสุดอลังการ ความรักและความอบอุ่นของครอบครัวที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส และจบด้วยช่วงเวลาแห่งการให้ ที่มาพร้อมกับคอลเล็คชั่นสุดระยิบระยับต้อนรับปีกุนจากสวารอฟสกี้ ที่ขอร่วมอวยพรให้ทุกคนพบกับความมั่งคั่ง มีความสุขและเปี่ยมไปด้วยโชคลาภตลอดทั้งปีใหม่นี้  

สำหรับปีหมูทองนี้ สวารอฟสกี้ภูมิใจนำเสนอคอลเล็คชั่นที่ร่วมมือกับ Central Academy of Fine Arts ในกรุงปักกิ่ง รังสรรค์คอลเล็คชั่นสุดวิจิตรบรรจงเพื่อเฉลิมฉลองความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีหมู ด้วยชิ้นงานฝีมือสุดประณีตและเป็นมงคล ที่จะสื่อความรักและความหวังดีให้กับบุคคลอันเป็นที่รักในเทศกาลตรุษจีนนี้

CHINESE ZODIAC – PIG

เจ้าหมูทอง PIG สัญลักษณ์แห่งการมองโลกในแง่ดีและความซื่อสัตย์สุจริต เป็นชิ้นงานลิมิเต็ด อิดิชั่นที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการมอบเป็นของขวัญสำหรับเทศกาลตรุษจีนนี้ ชิ้นงานสุดระยิบระยับประกอบไปด้วยเหลี่ยมเจียระไนคริสตัลสวารอฟสกี้สีทอง ซึ่งเป็นสีมงคล ถึง 698 เหลี่ยม ฐานคริสตัลออกแบบเป็นทรงโค้งมนที่ได้แรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะจีนของ Huang Jade พร้อมประดับด้วยโลโก้สวารอฟสกี้ และเมื่อนำปีนักษัตรทั้ง 12 มาประกอบเข้าด้วยกัน จะเกิดเป็นทรงกลมที่สื่อถึงชีวิตที่ยั่งยืนและเป็นนิรันดร์

 

ZODIAC – DETERMINED PIG

Determined Pig ออกแบบโดย Hiroshi Yoshii ศิลปินชื่อดังจากญี่ปุ่น ผู้อยู่เบื้องหลังหลากหลายการ์ตูนดิจิทัลและคาแร็คเตอร์ 3D โดยคาแร็คเตอร์หมูถูกออกแบบมาให้มีความขี้เล่นและน่ารักด้วยคริสตัลสีชมพูที่เจียระไนออกมาอย่างงดงาม ที่ไม่ว่าใครก็ต้องหลงรัก และยังเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความมุ่งมั่น เหมาะเป็นอย่างยิ่งแก่การมอบเป็นที่ระลึกสำหรับคนเกิดในปีนักษัตรหมู

 

LITTLE PIG BAG CHARM

เฉลิมฉลองปีหมูด้วยพวงกุญแจหมูติดปีกสีโรสโกลด์ระยิบระยับสุดน่ารัก ประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้สีชมพูที่ใช้เทคนิคการติดคริสตัลแบบ Pointiage®  และเหรียญสลักสัญลักษณ์หงส์ของสวารอฟสกี้ที่ห้อยอยู่บนสายพวงกุญแจ ซึ่งสามารถห้อยติดกับกระเป๋าหรือกุญแจได้

 

PIG ORNAMENT

ชิ้นงานเกิดจากการนำสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมในทวีปเอเชียมานำเสนอในรูปแบบที่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นผลงานสัญลักษณ์หมูคริสตัลสีชมพูสุดน่ารักที่ผ่านการเจียระไนกว่า 298 เหลี่ยม จากคริสตัลสีชมพูสุดระยิบระยับ ประดับด้วยพู่แบบจีน เหมาะสำหรับการตกแต่งเพื่อให้เทศกาลตรุษจีนนี้สดใสมากยิ่งขึ้น

 

SPARKLING DANCE RING and NECKLACE

นับเป็นครั้งแรกของการนำนวัตกรรม “คริสตัลเริงระบำ” มาประดับบนแหวน โดย Sparkling Dance Ring ประกอบไปด้วยคริสตัลสุกสว่างทรงกลม ประดับบนฐานโลหะทรงกลมสามมิติเคลือบโรสโกลด์ ด้วยเทคนิคการฝังคริสตัลแบบพาเว่ และ Sparkling Dance Necklace ที่จี้ประดับด้วยคริสตัลสีแดง ล้อมรอบด้วยคริสตัลสีขาวสุกสว่างประดับมือด้วยเทคนิคพาเว่ ประกอบลงบนฐานโลหะทรงกลมสามมิติเคลือบโรสโกลด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคริสตัลเริงระบำ ถือได้ว่าเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ควรมีไว้ครอบครองสำหรับลุคประจำวันอันเจิดจรัส

 

HULU

ความเชี่ยวชาญในประกายแห่งคริสตัลอันเจิดจรัสได้ถูกนำเสนอด้วยสัญลักษณ์มงคล “น้ำเต้า” ด้วยเหลี่ยมเจียระไนถึง 202 เหลี่ยม ชิ้นงานนี้เจียระไนจากคริสตัลใสบริสุทธิ์ แซมด้วยคริสตัลสีทองซึ่งเป็นสีแห่งความมั่งคั่ง นอกจากนี้ผลไม้ยังเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและการเริ่มต้นใหม่ในวัฒนธรรมจีน และน้ำเต้ายังสื่อความหมายถึงความสุขและความโชคดี ทั้งยังช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่อยู่รอบตัวได้อีกด้วย

 

ERA JOURNEY WATCH

นาฬิกา Era Journey ในรูปโฉมใหม่ งดงามยิ่งขึ้นด้วยการผสมผสานตัวเรือนเคลือบสีโรสโกลด์และสายหนังแท้สีแดงทับทิม นับว่าเป็นเครื่องประดับเหนือกาลเวลาที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ประดับประดาด้วยคริสตัลอันเจิดจรัสรอบหน้าปัด และหน้าปัดสีชมพูทับทิมทรงกลมขนาด 38 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร และผลิตที่สวิสเซอร์แลนด์

 

ปุยฝ้าย

ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร์ เปิดใจถึงอาการเสี่ยงเป็นอัมพาตตลอดชีวิต

โลดแล่นอยู่ในวงการมาสักพักใหญ่ สำหรับ นักร้อง นักแสดงสาว ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร์ ที่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เจ้าตัวงานรุมสุดๆ มีละครถึง 7 เรื่อง แต่ดูเหมือนว่าสุขภาพของเธอจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะเธอเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจนเสี่ยงเป็นอัมพาตตลอดชีวิต โดยเธอเปิดเผยผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31

เห็นว่าช่วงนี้รับงานเยอะมากๆ เลย?

“7 เรื่อง ทำงานเหมือนบ้านจะถูกยึด คือมีละคร พิธีกรประจำ 2 รายการ ร้องเพลง อีเว้นท์ ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาตั้งใจว่าจะรับละครปีละ 5 เรื่อง แล้วมันหนักมาก ก็บอกตัวเองว่าต้องลดลง แต่พอเบรกตัวเองปุ๊บผู้ใหญ่ก็บอกว่าเล่นเถอะ บทนี้ต้องเป็นเรา”

ปุยฝ้าย

เห็นบอกว่าวัยเด็กลำบากมาก?

“เราไม่ได้พูดประเด็นวัยเด็กหรือไปเล่าให้ใครฟังเยอะ เพราะเราไม่เคยเก็บเรื่องวัยเด็กมาเป็นปม”

เล่าให้ฟังหน่อย มันลำบากขนาดไหน?

“เราเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ค่อนข้างไม่สุขสบาย พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เราอายุ 1 ขวบ ซึ่งช่วงแรกจะอยู่กับพ่อ แต่คุณแม่ก็มาลักพาตัวจากโรงเรียนไปอยู่ที่อื่น แล้วมาเจอพ่ออีกทีตอน 10 กว่า”

ตอนนั้นชีวิตเป็นยังไง ถึงขั้นอดมื้อ กินมื้อไหม?

“มันไม่ถึงกับอดมื้อกินมื้อ สมัยที่แม่ขายลูกชิ้นทอด แล้วเราไม่สามารถกินนมแม่ได้ เพราะแม่ตัวเล็กเราตัวใหญ่ พอเราดูดนม เราดูดแรงมาก หัวนมแม่หลุดแล้วเป็นแผลมีเลือดกับหนอง หมอเลยห้ามกิน เราโตมาด้วยน้ำเต้าหู และขนมจีนคลุกน้ำปลากับลูกชิ้น”

ได้กินแค่นั้นมันมีผลต่อร่างกายหรือเปล่า?

“พอโตมาเรารู้สึกว่าเราป่วยง่าย แต่ตัวใหญ่ได้ขนาดนี้ถือว่าเจ๋งมากแล้ว”

เรียกว่าเป็นจุดที่ต่ำสุดในชีวิตไหม?

“มันก็มีนะคะ แต่เราอาจจะจำไม่ได้ว่ามันเหลือเงินเท่าไหร่ คืออยู่ห้องเช่าห้องเล็กๆ กับแม่ แล้วแม่ทำแหมม ทำไส้กรอกขาย แล้วมีมอเตอร์ไซค์อยู่คันหนึ่ง ทุกวันนี้แม่ก็รัก เพราะมันเป็นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพจริงๆ แล้วช่วง 17-18 เริ่มประกวดร้องเพลง แม่เขาก็บอกว่าอยากมีรถยนต์สักคันขับพาลูกมาประกวดร้องเพลง คือเมื่อก่อนเวลาฝ้ายมาประกวดต้องนั่งรถทัวร์มาเอง และหลังจากนั้นแม่ทำงานขายเพจเจอร์ และฝ้ายก็เรียนโรงเรียนเทศบาลใกล้แม่ เวลาไปกลับจะได้สะดวก ชีวิตมันต่อสู้มาแบบนี้ตลอด ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะฉะนั้นอะไรที่เราช่วยได้ เราก็ช่วยเต็มที่ แล้วฝ้ายโชคดีมากที่ไม่ได้เอาอะไรเหล่านั้นมาเป็นปมในใจ เราจะบอกตัวเองเสมอว่ามันต้องดีขึ้น”

ปุยฝ้าย

สถานะของหัวใจเป็นอย่างไร?

“อยากมีผัวมาก โสดมา 2 ปีครึ่งแล้ว ก็มีคนมาจีบบ้าง”

แล้วคนที่เอา 7-8 หลักมากองหน้าบ้านยังมาอยู่หรือเปล่า?

“มี เราต้องเจอทั้งสายเปย์ ไม่เปย์ สายแปลก สายเปย์ ส่วนมากจะมาจากทำงาน เราเจอคนหลากหลายวัย หลายเพศ สายเปย์นี่ทุ่มเทสุดฤทธิ์ รวมๆ เป็นล้าน พวกกระเป๋า รองเท้า อะไรแบบนี้”

แล้วที่มาจีบมีตรงสเป็คบ้างไหม?

“มีนะ แต่เขาอาจจะไม่ชอบเรา แต่บางคนก็มาแบบดีเลย แต่ไม่โสด ฝ้ายชอบผู้ชายคิดบวก อยากได้คนที่ค่อนข้างนิ่งๆ แล้วเขาสามารถพูดอะไรแล้วฝ้ายฟังเขา แต่ฟังเพราะสิ่งที่เขาพูดเขาทำได้จริงๆ ถามว่าเข็ดกับคนในวงการมั้ย ไม่เข็ดค่ะ คนดีๆ ไม่เจ้าชู้ก็มี”

เห็นว่าป่วยจนเสี่ยงเป็นอัมพาตเลย?

“คือจากหมอนรองกระดูกข้อที่ 4-5-6 มันแตก แล้วมันปลิ้นออกมากดเส้นประสาท ฝ้ายเป็นมา 7 ปีแต่ไม่เคยรู้ตัว อาการเหมือนนอนตกหมอน ฝ้ายก็กินยาคลายกล้ามเนื้อ แล้วสังเกตแล้วมันไม่ดีขึ้น กลับไปกินอีก 2 เม็ดตื่นมามันปวดสะท้านมาก อะไรที่สะเทือนมันเจ็บมาก มันก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วว่าฝั่งซ้ายมันตึงๆ ชาๆ ก็เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาล พอหมอตรวจหมอบอกว่าหินปูนทับเส้นประสาท รักษาด้วยการกายภาพ แต่มันเริ่มมาทางขวาก็เลยไปตรวจอย่างละเอียด ปรากฏว่าหมอนรองกระดูกมันแตก หมอบอกอยากให้ผ่าตัดก่อนที่จะเดินไม่ได้ คือมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราถือน้ำร้อนอยู่ แล้วอยู่ๆ มือก็หมุนกลับมาราดตัวเอง ช็อคไป 10 วิก็วิ่งเข้าห้องน้ำเอาน้ำราดเสร็จแล้วก็ไปกองถ่ายเอาน้ำแข็งประคบ ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว เราก็คิดว่าเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราต้องยอมรับและรักษาตามอาการ เพราะเครียดไปก็ไม่หาย”

ปุยฝ้าย


ข้อมูลจาก : คุยแซ่บshow ทางช่อง one31

Forever on Vacation

ที่นี่คือสุดจัด! จากใจ “แพท Forever on Vacation” บล็อกเกอร์สายเที่ยวที่หลงรักสิ่งสวยงาม

 

เมื่อให้ “แพท – พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา” บล็อกเกอร์สาวสวยปังทุกช็อตแห่งเพจ Forever on Vacation โหวตเลือกสถานที่ที่สุดในใจ บล็อกเกอร์สายไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบดื่มด่ำอยู่กับโมเมนต์ต่างๆ ในสถานที่สุดสวยทั่วโลก จึงขอออกตัวเลยว่า เพราะเธอชอบเสพความสวยงาม จึงขอเต็มอิ่มกับบรรยากาศในโรงแรมหรู ชิมอาหารดีๆ จัดดิสเพลย์สวยๆ ท่ามกลางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมงดงาม โดยไม่ลืมเก็บประสบการณ์ใหม่ๆ ไปในตัว จะบอกว่าเธอเป็นสาวสวยสายลักชัวรี่ที่รักความแอดเวนเจอร์นิดๆ ก็ไม่ผิดนัก และนี่คือที่สุดในใจที่เธอคัดมาเพื่อชาวแพรวโดยเฉพาะ

Forever on Vacation

หรูหรากลางป่าเขาที่ Canadian Rockies แคนาดา

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงาม แต่ยังเต็มอิ่มไปด้วยความหรูหรา แพทขอยกให้ Canadian Rockies ที่ประเทศแคนาดา “เป็นหนึ่งในสถานที่ที่แพทชอบมากค่ะ เรียกว่าที่นั่นมีวิวธรรมชาติที่สวยที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเห็นมา จากเมืองไทยอาจไปยากหน่อย เพราะต้องนั่งเครื่องบินไปลงแวนคูเวอร์ แคนาดา แล้วบินต่อไปที่ Calgary International Airport จากนั้นก็เช่ารถขับต่อไปเที่ยวได้สบายๆ เพราะถนนดี ขับง่าย ทุกอย่างสะดวกสบาย

“Canadian Rockies เป็นเหมือนกับอุทยานแห่งชาติที่มีจุดชมวิวเยอะๆ เราก็ค่อยๆ ขับรถตามทางที่เขาบอกไปดูทีละจุด เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ทุ่งอะไรต่อมิอะไร ไม่ต้องเดินเลยค่ะ คือจอดรถแล้วก็ลงไปดูได้เลย แต่เนื่องจากกินพื้นที่กว้างมาก ควรพักอยู่สัก 3 – 4 คืนกำลังดี ค่อยๆ ละเลียดชมวิวไปทีละจุด

“ครั้งที่แพทไปเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามมาก ไฮไลต์คือ Lake Louise ทะเลสาบสีฟ้าสดที่เหมือนเทน้ำผสมสีลงไป มีภูเขาสูงอยู่ด้านหลัง รายล้อมด้วยป่าที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดง สวยอลังการเหมือนสวรรค์เลยค่ะ แพทเคยไปสวิตเซอร์แลนด์มา บอกเลยว่าสู้ที่นี่ไม่ได้

Lake Louise
บรรยากาศสีสันจากธรรมชาติที่สวยบาดใจ ณ Lake Louise ประเทศแคนาดา

Lake Louise

“แล้วครั้งนั้นแพทได้ไปนอนโรงแรม Fairmont ที่เป็นปราสาทติดกับริมทะเลสาบเลย แค่เปิดหน้าต่างก็จะเห็นวิวทะเลสาบสีฟ้าสวยมากๆ แถมยังได้อภิสิทธิ์จากการเป็นแขกของโรงแรมในการไปพายเรือเล่นในทะเลสาบตั้งแต่เช้า ก่อนที่นักท่องเที่ยวทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปพายเรือ ทำให้เราได้รูปสวยๆ แบบไม่ต้องแย่งกับใคร เรียกว่าเป็นการอยู่กลางป่ากลางเขาแบบหรูหรา ที่พักดี และมีอาหารอร่อยๆ ดีๆ ให้กินทุกมื้อ แถมยังมีร้านอาหารมิชลินหนึ่งดาว Post Hotel ซ่อนอยู่แถวนั้นด้วย ฟินมาก”

Fairmont Hotels & Resorts
โรงแรม Fairmont ที่อยู่ติดกับทะเลสาบ

Once in a Lifetime กระโดดร่มที่ออสเตรเลีย

เห็นแพทเป็นนักท่องเที่ยวสายสวยๆ แต่จะบอกว่ามุมแอดเวนเจอร์ของเธอก็มีนะ “แพทมีลิสต์ว่าอะไรที่อยากทำกับสถานที่ที่อยากไปก่อนตาย ซึ่งตอนนี้มีเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือการกระโดดร่ม และได้ทำแล้วที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ซึ่งบอกเลยว่ามันมาก-ก-ก

Forever on Vacation

“ซึ่งจริงๆ เราก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ตัวติดกันไปกับอินสตรักเตอร์ฝรั่งที่คอยบอกว่าเราต้องทำอะไรและพากระโดดลงมา ตอนแรกก็คิดว่าจะเสียว แต่ก็ไม่นะคะ คนละเรื่องกับเล่นรถไฟเหาะเลย ไม่น่ากลัว กลัวแค่ตอนแรกที่ทำใจว่าจะกระโดดออกมาจากเครื่องบินนั่นแหละ (หัวเราะ) แต่จริงๆ ครูเป็นคนพาโดด พอกระโดดลงมาแล้วก็มีแต่ลมตีหน้า ไม่ได้หวาดเสียวอะไร วิวก็ดีกว่ารถไฟเหาะเยอะ เห็นปุยเมฆขาวๆ กับผืนน้ำกว้างๆ ด้านล่างสวยมาก เป็นประสบการณ์ที่สนุกและประทับใจมากค่ะ เสียดายว่าแค่แป๊บเดียวก็ถึงพื้น อ้าว เงินหมื่นของฉันหมดแล้วเหรอ (หัวเราะ) ลงมาแล้วอยากจะขึ้นไปอีก!”

Forever on Vacation

Forever on Vacation

Great Places to Stay

เมื่อพูดถึงที่พัก แพทยิ้มหวานเล่าว่า “แพทมีแพสชั่นกับการเลือกโรงแรมที่พักมากค่ะ เวลาว่างจะชอบหาข้อมูลโรงแรมสวยๆ เก๋ๆ มีจุดเด่นเฉพาะตัว เคยหาว่าโรงแรมหรูระดับต้นๆ ของโลกมีอยู่ที่ไหนบ้าง เชื่อไหมคะว่าอยู่ในอินเดียเสียครึ่งหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือ SUJÀN Rajmahal ที่ชัยปุระในอินเดีย ซึ่งแพทเคยไปแล้ว ชอบมาก-ก-ก เดิมเป็นวังเก่า แล้วนำมารีโนเวตเป็นโรงแรม บรรยากาศจึงมีความหรูหรา ความขลัง และความอลังการของวังแบบดั้งเดิม ให้นึกภาพเหมือนเราเข้าไปในวังแวร์ซายแล้วได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นด้วย นึกออกไหมคะว่าจะฟินขนาดไหน

SUJÁN Rajmahal Palace
ความอลังการสุดเว่อร์วังของโรงแรม SUJÀN Rajmahal ที่อินเดีย

“เริ่มจากมีรถม้ามารับที่ประตูเข้าไปที่ตัวโรงแรม พอถึงแล้วก็มีมาลัยดอกไม้มาคล้องคอต้อนรับและเจิมหน้าผาก เชื่อว่าจะทำให้เราโชคดี ซึ่งก็ใช่เลย เพราะความโชคดีของทริปนั้นคือ เดิมเราจองห้องธรรมดาราคา 2 หมื่นกว่าบาทไว้ แต่พอไปถึง เขาก็พาเดินชมห้องต่างๆ ไล่ไปตั้งแต่ล็อบบี้ พาไปดูรูปเจ้าของวังและความเป็นมา ห้องน้ำ ห้องกินข้าว ไปจนถึงห้องพักที่ใหญ่ที่สุด คืนละ 4 แสนบาท ซึ่งสวยและใหญ่อลังการมาก พอชมเสร็จ เขาบอกว่าคืนนี้ยูนอนที่นี่แหละ โอ๊ย…กรี๊ดมาก ซึ่งเขาให้นอนเพราะอะไร จนถึงวันนี้แพทก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน

SUJÁN Rajmahal Palace

SUJÁN Rajmahal Palace

“คือห้องใหญ่ขนาดที่ว่ากดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีจากบนเตียงไม่ได้ เพราะสัญญาณไปไม่ถึง (หัวเราะ) แล้วเตียงก็สูงจนต้องปีนขึ้นไป เราจึงต้องปีนจากเตียงลงมากดรีโมตทีวี สรุปว่าห้องใหญ่มากจนไม่ต้องออกไปเที่ยวไหน ถ่ายรูป กินข้าว ใช้ชีวิตอยู่ในห้องนั่นแหละ

“แล้วการบริการของที่นี่คือสุดจริงๆ ทำอะไรให้ได้ เขาทำหมด อีกนิดก็จะอุ้มเราแล้ว อย่างตอนค่ำๆ ที่พนักงานจะมาเปิดเตียงให้ ที่นี่มีพนักงานสองคนมาพร้อมเตารีดค่ะ มาถึงก็ขออนุญาตเข้าห้องอย่างสุภาพเรียบร้อย เสร็จแล้วก็เสียบปลั๊ก แล้วรีดเตียงให้เรียบอย่างจริงจัง รู้สึกเหมือนเป็นมหารานี (หัวเราะ) ประทับใจมาก”

SUJÁN Rajmahal Palace
บริการรีดเตียงในโรงแรมสุดหรูที่อินเดีย

 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 942

เจมส์ - จิรายุ

ชิลอินเจแปนกับ “เจมส์ – จิรายุ” สโลว์ไลฟ์ที่โทโฮคุ สไตล์หนุ่มสายธรรมชาติ

เจมส์ – จิรายุ ตั้งศรีสุข กับสไตล์เที่ยวสายชิลเบอร์สิบ แค่มีแบ็กกราวนด์เป็นวิวธรรมชาติสวยๆ กับกล้องดีๆ สักตัว แล้วเดินเก็บความประทับใจไปเรื่อยๆ เท่านี้เขาก็แฮ็ปปี้สุดๆ

“ผมชอบเที่ยวแนวธรรมชาติผสมกับความแอดเวนเจอร์หน่อยๆ ประเทศหนึ่งที่ตอบโจทย์ผมมากคือญี่ปุ่นครับ ไปมาครบทุกฤดูแล้ว ชอบตอนใบไม้เปลี่ยนสีที่สุด เพราะวิวสวยมาก มีช่วงหนึ่งที่ผมมีโอกาสไปอยู่ญี่ปุ่นยาวหลายวันหน่อย เพราะไปถ่ายรายการ Tabi Japan with James Jirayu ได้ไปขลุกอยู่แถวโทโฮคุ (Tohoku) อยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว วิว และวัฒนธรรมดีหมด โดยเฉพาะธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมเก่าๆ ที่เขาอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวอย่างเราได้เห็นกัน”

ธรรมชาติดีงามที่ “อาโอโมริ”

“จังหวัดอาโอโมริขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติสวยงาม ช่วงที่ผมไปตรงกับหน้าหนาวพอดี แต่ไม่ว่าจะหนาวอย่างไร บอกเลยว่าห้ามพลาดการไปเดินที่ตลาดเช้า ‘ทะเทะฮานะกัมเปกิ’ เขาเปิดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เช้ามืดจนถึง 9 โมงเช้า ขายพวกผักสด อาหารทะเล รวมทั้งขนมด้วย อย่างไทยากิก็อร่อย แป้งดีมากๆ อาหารทะเลอร่อยหลายอย่าง ผมได้ชิมปลากินดาระกับหอยเชลล์ย่าง คงด้วยความสด รสชาติจึงอร่อยจริง ที่ติดใจอีกอย่างคือซุปฮาจิโนเฮะเซมเบ้ เป็นซุปซอสถั่วเหลืองโซยุ รสเค็มๆ มีผัก เห็ด เสิร์ฟมาพร้อมขนมเซมเบ้ เป็นขนมข้าวกรอบแผ่นหนาๆ ผมลองกัดตอนยังกรอบๆ กัดไม่เข้านะ แต่พอลงไปอยู่ในน้ำซุปกลายเป็นหนึบๆ นุ่มๆ อร่อยดี

เจมส์ - จิรายุ
เอนจอยกับอาหารทุกมื้อ

“อย่างที่บอกว่าธรรมชาติที่นี่สวยงาม โดยเฉพาะที่ลำธารโออิราเสะ ไกด์พาผมนั่งรถบัสประมาณ 40 นาทีไปเมืองฮาจิโนเฮะ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในจังหวัดอาโอโมริ ไกด์บอกว่าถ้าเดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดจะเจอน้ำตกโชชิโอตะกิที่สวยมากๆ แต่ต้องใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมง ซึ่งผมเดินได้ ไม่มีปัญหา สิ่งที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและไม่เหนื่อยตลอดทางคือกลิ่นหวานๆ จากใบไม้ มีแปลกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ หิมะก็ตกลงมา แต่สุดท้ายก็เดินขึ้นไปจนได้เจอน้ำตกโชชิโอตะกิ ความรู้สึกที่เห็นน้ำตกล้อมรอบด้วยบริเวณที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีแดงมันสวยมาก-ก-ก-ก จริงๆ

เจมส์ - จิรายุ
วิวข้างทางระหว่างไปหาน้ำตก สวยมาก

“ผมจบวันนั้นด้วยการกลับไปแช่อนเซ็นครั้งแรกในชีวิตที่โรงแรม ‘ชึตะอนเซ็น’ ความรู้สึกคืออุ่นๆ โล่งๆ แบบบอกไม่ถูก (หัวเราะ) ที่นี่ก่อตั้งมากว่าร้อยปีแล้ว สไตล์การตกแต่งยังคงคล้ายๆ สมัยโบราณ ทั้งรูปแบบและการใช้ไม้เก่า จึงให้ความรู้สึกเหมือนผมเดินอยู่ในซีรี่ส์ญี่ปุ่นเก่าๆ เขาว่าสรรพคุณน้ำแร่ที่นี่ช่วยรักษาโรคทางผิวหนังได้ด้วยนะ”

Oirase Stream
บรรยากาศหนาวๆ ยามฝนปรอย

เก็บแอ๊ปเปิ้ลยักษ์ที่ฮิโรซากิ

“ผมมีโอกาสนั่งรถไฟญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกตอนจะไปเมืองฮิโรซากิที่อยู่ในจังหวัดอาโอโมริ ก่อนหน้านั้นนั่งรถบัสตลอด เลยได้รู้อะไรบางอย่างคือ ตอนจะก้าวขึ้นรถไฟที่จอดอยู่ในชานชาลา แต่พบว่าประตูปิด ไกด์บอกว่ารถไฟญี่ปุ่นมีปุ่มให้กดเปิดประตูเฉพาะเวลาจะขึ้น – ลง เพื่อให้ข้างในรถไฟอุ่นตลอดเวลา เพราะอากาศหนาวมาก

“ผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองฮิโรซากิคือแอ๊ปเปิ้ลครับ ผมได้บุกไปถึงสวนฮิโรซากิที่ผลิตแอ๊ปเปิ้ลได้มากที่สุด มีหลายสายพันธุ์ เขาให้ลองเก็บแอ๊ปเปิ้ลกับผู้ดูแลสวนด้วย บอกเลยว่าพอได้ชิม ทั้งๆ ที่แอ๊ปเปิ้ลไม่ใช่ผลไม้ที่ชอบที่สุด แต่พอกัดคำแรก รสชาติมันหวานกรอบอร่อยมาก กัดทีกลิ่นหอมเข้าจมูก และลูกใหญ่มากด้วย บางลูกใหญ่จนไม่รู้จะกัดยังไง

เจมส์ - จิรายุ
ให้รูปเป็นพยาน แอ๊ปเปิ้ลที่นี่ใหญ่มาก

“ใกล้ๆ สวนมีโรงแรมชื่อ ‘แอ๊ปเปิ้ลแลนด์’ มีบริการให้แช่อนเซ็นกับลูกแอ๊ปเปิ้ลเป็นสิบๆ ลูกในบ่อด้วย เห็นเขาว่าช่วยเรื่องผิวพรรณและทำให้สดชื่น ที่แน่ๆ คือพอเราลงไปแช่แล้วได้กลิ่นหอมของแอ๊ปเปิ้ลตลอดเวลา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก

“อีกสถานที่ที่ทำให้ผมทึ่งคือปราสาทฮิโรซากิ เป็นอีกสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าถ่ายรูปสวย เหตุผลสำคัญคือที่นี่มีต้นซากุระสวยที่สุดในประเทศ แต่น่าเสียดายว่าตอนที่ผมไปดอกซากุระยังไม่บาน แถมกำลังอยู่ระหว่างการจัดเคลื่อนย้ายปราสาท เพราะต้องบูรณะฐานหินของปราสาท หมายถึงมันไม่มีปราสาทตั้งอยู่ เพราะถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว (หัวเราะ) คือผมงงมากว่าเขาย้ายปราสาทยังไง ได้คำตอบจากไกด์ว่าเขาใช้แม่แรงค่อยๆ ยกปราสาทไปวางไว้ในสวนข้างๆ โดยใช้เวลาเคลื่อนย้ายกว่า 2 เดือน คือนวัตกรรมเขาเจ๋งมาก แล้วกว่าจะย้ายกลับที่เดิมก็อีกหลายปี ผมเลยได้ไปถ่ายปราสาทในสวนแทน คิดอีกมุมก็ถือเป็นโชคดีนะที่ผมได้เห็นปราสาทในมุมที่ต่างออกไป ไม่ใช่ในที่ที่มันควรอยู่” (หัวเราะ)

เจมส์ - จิรายุ
รูปคู่ในตำนานระหว่างเจมส์และปราสาทฮิโรซากิ

ชมมรดกโลกที่อิวะเตะ

“อีกสถานที่ที่ต้องขอเล่าคือ วัดชูซอนจิที่จังหวัดอิวะเตะ สวยมาก สมกับที่ได้รับเลือกเป็นมรดกโลก ต้องชื่นชมที่เขาอนุรักษ์เมืองเก่าไว้ได้อย่างดี ข้างในวัดมีวิหารที่สร้างด้วยทองคำชื่อว่า ‘คอนจิคิโด’ ที่รวบรวมศิลปะทางศาสนาพุทธของญี่ปุ่นเอาไว้ ซึ่งทุกอย่างเป็นทองคำ สวยมากๆ ใต้พระพุทธรูปเก็บร่างของเจ้าเมืองที่เป็นคนสร้างวัดไว้ด้วย แปลกที่พอเข้ามาอยู่ในนี้แล้ว ผมรู้สึกได้รับพลังมากมาย เหมือนได้รับจิตวิญญาณบางอย่างของคนญี่ปุ่นกลับมาด้วย”

วัดชูซอนจิ (Chusonji Temple)
ใต้ฐานพระพุทธรูปเป็นที่บรรจุร่างของคนในตระกูลฟูจิวาระ ผู้สร้างวัดแห่งนี้

เยี่ยมหมู่บ้านโบราณที่จังหวัดฟุกุชิมะ

“นักท่องเที่ยวสายศิลปวัฒนธรรมต้องชอบโออุจิจูกุ เมืองเก่าที่เขายังอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี บ้านทุกหลังยังดูเป็นบ้านโบราณ หลังคาสีน้ำตาล ตัวบ้านสีครีมคล้ายๆ กัน มีบางหลังที่ดัดแปลงเป็นร้านขายอาหารหรือของฝากให้นักท่องเที่ยว ถนนของหมู่บ้านมีลำธารสายเล็กๆ ตัดผ่าน ซึ่งน้ำยังใสสะอาดจนชาวบ้านนำพืชผักไปล้างได้ ถ้าอยากรู้จักประวัติศาสตร์ที่นี่ให้ดียิ่งขึ้น ข้างในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์แสดงพวกจาน ชาม เสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอยในการใช้ชีวิตในสมัยโบราณให้ดูด้วย ผมว่าที่นี่ชิลและสบายมาก เหมือนเราอยู่บนภูเขาสักที่ ได้ยินเสียงธารน้ำไหล บรรยากาศเงียบสงบ ผมเดินเล่นจนถึงช่วงเย็น เงียบมาก เหมือนไม่มีคนอยู่ เหมาะกับใครที่อยากมาพักเงียบๆ สวยๆ แนะนำเลยครับ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ (Ouchi-Juku)
หมู่บ้านโออุจิจูกุสวยมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว

“อีกสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อมากของที่นี่คือโซบะ ซึ่งที่นี่ไม่ใส่เนื้อสัตว์เลย รสชาติจืดๆ หน่อย แต่เขามีวิธีการกินที่แปลกคือ ใช้ต้นหอมญี่ปุ่นมาคีบเส้นโซบะแทนตะเกียบ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชิน เส้นหล่นตลอด ต้องก้มหน้าลงไปใกล้ๆ ไกด์เล่าให้ฟังว่า เขาเชื่อกันว่ากินวิธีนี้จะมีชีวิตยาวนานเหมือนความยาวของต้นหอม

เจมส์ - จิรายุ
รูปนี้ต้องมี เซลฟี่กับสาวญี่ปุ่น

“แล้วด้วยความหนาวเย็นขั้นสุดของจังหวัดฟุกุชิมะจึงมีอนเซ็นเยอะ หลังจากที่ชมหมู่บ้านโบราณเสร็จแล้ว ช่วงค่ำผมเดินทางต่อไปที่เมืองไอซึกาวามัตสึซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เพื่อมาที่หมู่บ้านฮิกาชิยามะ อายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอนเซ็น ที่โด่งดังมากๆ เลยก็คือมุไคทะกิ เป็นโรงแรมเก่าแก่ที่มีอนเซ็นแบบไพรเวต เป็นอ่างเล็กๆ เหมาะกับคนไทยที่ขี้อาย ไม่กล้าลงแช่บ่อรวม แต่ถ้าใครไม่ติดเรื่องอาย เขาก็มีบ่อรวมขนาดใหญ่ให้บริการด้วย”

บินพาราไกลเดอร์ที่จังหวัดยามางาตะ

“ประสบการณ์ตื่นเต้นสุดๆ ของผมที่ญี่ปุ่นคือได้ไปลองบินพาราไกลเดอร์ (เป็นอุปกรณ์เครื่องเล่นที่ช่วยให้เหมือนบินได้ มีร่มอันใหญ่กางอยู่ข้างบน สามารถเล่นคนเดียวได้ แต่ถ้าไม่เชี่ยวชาญจะบินพร้อมกับเจ้าหน้าที่) ที่นันโย สกายพาร์ค เมืองนันโย ที่ตัดสินใจลองเพราะข้อมูลบอกว่าวิวที่นี่สวยมาก เหมาะกับการเล่นพาราไกลเดอร์ พอตัดสินใจไปแล้ว เพิ่งมารู้สึกเสียวตั้งแต่ขับรถขึ้นเขาไป เพราะกลัวความสูง ตอนที่เขาให้ซ้อมนั่งพาราไกลเดอร์ในห้องยังกลัวเลย ยิ่งพอตอนเดินขึ้นไปเตรียมตัวต้องบิน ก็ถามตัวเองว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง เจ้าหน้าที่ปลอบใจว่าไม่ต้องกลัว เขาบินไปกับผมด้วย แต่ด้วยวิวข้างหน้าที่เคว้งคว้าง ข้างล่างเป็นเนินสูง คือถ้าตกลงไปคงหายสาบสูญ ตอนนั้นเริ่มอยากกลับบ้าน ขาสั่นเลย คิดว่าถ้าเกิดน็อกไปกลางอากาศจะเป็นยังไง

“วิธีการเล่นคือ หลังจากที่สวมอุปกรณ์แล้ว เจ้าหน้าที่บอกให้ออกแรงเยอะๆ วิ่งเร็วๆ ลงเนินไปเรื่อยๆ จากนั้นร่มก็จะลอย และยกตัวเราลอยขึ้นบนฟ้า แล้วเจ้าหน้าที่จะเป็นคนบังคับควบคุมทิศทางทั้งหมดครับ ซึ่งพอตัวลอย ความรู้สึกกลัวกลับหายไปเลย คงเพราะวิวข้างหน้าที่สวยมาก มองลงข้างล่างทั้งเมืองขาวโพลนด้วยหิมะ สุดยอดอะ บรรยากาศดี สวยโคตรๆ สวยน้ำตาไหลเลย อากาศดีด้วย มีแดดหน่อยๆ ประทับใจมาก”

เจมส์ - จิรายุ
ประสบการณ์เล่นพาราไกลเดอร์ครั้งแรกในชีวิต

กล้องคู่กาย

“ผมชอบถ่ายรูป มันเป็นเรื่องของการเก็บโมเมนต์ดีๆ ไว้กับตัว และชอบดูรูปที่ตัวเองถ่ายเก็บไว้ โดยเฉพาะรูปพอร์เทรต ผมชอบสแน็ปว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ เขามีอารมณ์แบบไหน ชอบเก็บภาพคนที่กำลังคุยกันหรือกำลังหัวเราะ เลยกลายเป็นกิจกรรมยามว่างที่ชอบ ตอนนี้ผมใช้กล้องของฟูจิครับ เป็นกล้องตัวเล็กๆ เลนส์เดียวก็เอาอยู่ ไม่ต้องขนเลนส์ไปเปลี่ยนเลย เมื่อก่อนผมขนอุปกรณ์ไปแบบจัดเต็มมาก ผลที่ได้คือปวดเมื่อยเกินเหตุ ที่สุดแล้วผมว่าสิ่งที่สำคัญกว่ากล้องคือรูปที่เราบันทึกไว้มากกว่าครับ

“ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเองเท่าไหร่ ตั้งใจกับตัวเองไว้ว่าปีใหม่นี้จะไปเที่ยวอย่างน้อยปีละทริป เพราะอยากไปเก็บประสบการณ์ดีๆ ด้วยตัวเองดูสักครั้ง”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 942