อย่าวิตก…รู้ก่อน…เช็คก่อน มะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย…ดูแลและควบคุมได้

มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยและทั่วโลก ซึ่งการจะสู้กับมะเร็งได้ เราต้องรู้จักเขาก่อน และหากพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย ก็ไม่ต้องตกใจ หรือกังวลจนเครียด เพราะปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งรวมถึง การตรวจระดับยีน และการพัฒนาของยา เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโดย รองศาสตราจารย์นายแพทย์นรินทร์ วรวุฒิ อาจารย์พิเศษคณะแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า

ทำความรู้จักเธอ “มะเร็งเต้านม”

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นที่เต้านม มาจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง

  • ฮอร์โมนเพศหญิงจึงเป็นสาเหตุว่าโรคนี้เกิดขึ้นในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 1 ต่อ 100 คน
  • ความเสี่ยงจากพันธุกรรม
  • เข้าสู่หลัก 4 เมื่ออายุขึ้นหลัก 4 มะเร็งเต้านมอาจเริ่มมาทักทาย แต่จะชัดเจนในช่วง 50 ปีขึ้นไป และช่วงวัยทองจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะมะเร็งเต้านมต้องใช้เวลาประมาณ 5 – 10 ปี ในการกลายพันธุ์ของยีน จึงมักจะพบในคนไข้อายุประมาณ 50 ปี
  • อาหารเสริม เช่น กินฮอร์โมนเสริม ยาคุมกำเนิด เพราะมีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ที่กระตุ้นทำให้เนื้อเยื่อกลายพันธุ์เปลี่ยนเป็นมะเร็ง
  • ไลฟ์สไตล์มรณะ หรือการใช้ชีวิตของผู้คนยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานทั้งวัน รถติด ความเครียด ไม่ออกกำลังกาย กินอาหารไขมันสูง พวกปิ้งย่าง กินอาหารจานด่วน ความอ้วน นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ทั้งสิ้น ฉะนั้นควรดูแลตัวเองและออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4 ครั้ง

ระยะของ “มะเร็งเต้านม”

ในเต้านมของคนเรานั้น มีส่วนประกอบหลายอย่าง ตั้งแต่เซลล์ของต่อมน้ำนมที่ทำหน้าที่สร้างน้ำนมเพื่อเลี้ยงลูก, เซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือเซลล์ที่อยู่รอบๆ, เซลล์เส้นเลือด และเซลล์ภูมิคุ้มกัน แต่ส่วนใหญ่พบว่ามะเร็งเต้านมมากกว่าร้อยละ 90 เกิดขึ้นจากเซลล์ของต่อมน้ำนม ซึ่งแบ่งเป็นกลีบน้ำนม พบผู้ป่วยมะเร็งบริเวณนี้ 5% กับที่ท่อน้ำนมซึ่งเป็นส่วนที่เจอมะเร็งมากที่สุดถึง 95%

มะเร็งแบ่งเป็น 4 ระยะใหญ่ คือ

ระยะที่ 0-1 หรือ ระยะซ่อนเร้น อธิบายให้เห็นภาพคือ เหมือนคนปกติโดนผีดิบดูดเลือด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เซลล์แบ่งตัวเร็วขึ้น แต่ยังไม่แสดงออกมาภายนอก

ระยะที่ 2 ช่วงมะเร็งเริ่มสร้างอาณาเขตเพิ่ม ขยายไปยังต่อมน้ำเหลือง ซึ่งตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า งานเข้าแล้ว! เพราะต่อมน้ำเหลืองเป็นเสมือนทางด่วนที่จะขยายพันธุ์มะเร็งไปสู่อวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกาย ซึ่งส่วนที่ใกล้ที่สุดคือใต้รักแร้ และใต้ทรวงอก ฉะนั้นคนไข้ส่วนใหญ่จึงมักเจอก้อนเนื้อที่บริเวณนี้ จึงเป็นเหตุผลที่คุณหมอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคน สำรวจร่างกายด้วยการคลำเต้านมและต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะสามารถทำได้เองโดยไม่ต้องเสียสตางค์ซึ่ง 85% ของคนไข้ จะมาพบแพทย์เพราะคลำเจอก้อนเนื้อด้วยตัวเอง โดยไม่มีอาการเจ็บ

ระยะที่ 3 เมื่อมะเร็งขยายอาณาเขตไปยังอวัยวะส่วนอื่น จะเกิดอาการที่เป็นมากเฉพาะที่จนแสดงผลออกมาภายนอก

ระยะที่ 4 ระยะแพร่กระจาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ระยะสุดท้าย

มะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย…ดูแลและควบคุมได้

ในสมัยก่อนถ้ารู้ว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หรือระยะแพร่กระจาย คงต้องบอกว่าให้ทำใจ เพราะคือ การรักษาไปเรื่อยๆ จนกว่าโรคจะดื้อยาหรือแพ้ยาแล้วจึงเปลี่ยนยาไปเรื่อยๆ จึงทำได้แค่ยืดชีวิตคนไข้ ลดความทุกข์ทรมาน ทำให้โรคกำเริบช้าลง

แต่ตอนนี้หมอจะบอกว่าให้ทำใจดีๆ แต่เป็นความหมายว่าให้ทำจิตใจให้ดี ให้มีกำลังใจดี ไม่ต้องกังวลเพราะปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก ที่สามารถควบคุมมะเร็งระยะแพร่กระจายได้ เพียงแต่กายและใจต้องไปด้วยกัน ถ้ากายป่วย ใจป่วย นี่จบเลยนะ ฉะนั้นต้องใจสู้ อย่าท้อ อย่าเครียด ถึงจะชนะ ซึ่งมีคนไข้มะเร็งเต้านมหลายรายสามารถควบคุมโรคได้แม้ว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย การรักษามะเร็งเต้านมหลักๆ แบ่งเป็น ดูอาการ เจาะชิ้นเนื้อไปตรวจจากนั้นวิเคราะห์ว่าเป็นมะเร็งสายพันธุ์ไหน ระยะไหนและวางแผนการรักษา ดูว่าผ่าตัดได้ไหม ต้องผ่าแบบทั้งเต้า หรือตัดเฉพาะก้อนเนื้อแล้วฉายแสง

‘รักเต้าเท่าชีวิต หรือรักชีวิตไม่คิดถึงเต้า’ ถ้ารักชีวิตไม่คิดถึงเต้าก็ตัดทิ้งไปเลยแต่ถ้ายังรักเต้าก็ต้องผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้แล้วฉายแสงช่วยอีกแบบคือ รักษาด้วยการใช้ยา ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆคือ

‘มะเร็งเต้านมชนิดตอบสนองต่อฮอร์โมน’ ก็จะรักษาด้วยการยับยั้งฮอร์โมน เช่น กินยาต้านฮอร์โมน ฉีดยาต้านฮอร์โมน หรือตัดรังไข่

‘มะเร็งเต้านม HER 2’ จะเจอในคนไข้ประมาณ 20 – 25% ชนิดนี้ต้องใช้ยาต้านยีนมะเร็ง HER2 เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำหรือยับยั้งการแพร่กระจาย

‘มะเร็งสายพันธุ์ร้ายแรงที่สุด’ คือ ชนิดไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน และไม่ใช่ HER 2 เรียกว่า Triple negative ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือการทำคีโม แต่ด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ได้มีการพัฒนายาใหม่ๆ ขึ้น จึงเน้นการรักษาแบบ 2 รุม 1 คือ ทั้งเคมีบำบัด และการใช้ยาควบคู่ไปด้วย โดยจะเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง แต่ไม่มีพิษต่อเซลล์ปกติ จึงเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัด เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น และเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก

‘ใช้ยาตรงเป้า เข้าใจกลไก กายใจประสาน ผสมผสานการดูแล’ เพราะปัจจุบันมีการรักษาที่เรียกว่า Targeted therapy หรือยามุ่งเป้า ซึ่งเป็นยาที่รักษาโรคมะเร็งได้ผลตรงจุด คือ เข้าไปบล็อกมะเร็งให้ตาย เมื่อวิเคราะห์ได้ว่าเป็นมะเร็งตรงไหน ชนิดไหน อย่างไร ก็ใช้ยามุ่งเป้าให้ตรงจุด…แต่ที่สุดแล้วการรักษาต้องทำแบบบูรณาการ คือช่วยกันทุกอย่าง ทั้งคนไข้ ทีมแพทย์ และยาที่เหมาะสม

หมอขอเรียกหลักการในการพิชิตมะเร็งเต้านมให้เข้าใจง่ายๆ คือ

A (Advance Technology) เลือกใช้นวัตกรรมที่ดีที่สุดในขณะนั้น เหมือนเราไปรบในสงคราม ถ้าอาวุธเราดีก็มีโอกาสชนะได้

B (Best of the Best) อาวุธดีนักรบก็ต้องดี นั่นคือทีมแพทย์ที่เก่งและเข้าใจโรค เพื่อการรักษาที่ดีที่สุด เพราะแพทย์คนเดียวก็ไม่สามารถชนะศึกครั้งนี้ได้

C (Cure, Complete, Control) ทำให้มะเร็งหายขาด แต่ถ้าหายขาดไม่ได้ก็ต้องหายให้หมด หรืออยู่กันอย่างปรองดองไม่ทำร้ายกัน

D (Dream Team) ทีมแพทย์เก่ง + ยาดี + นวัตกรรมที่ใช่ ทุกอย่างต้องรวมพลังกันตั้งแต่ต้น โอกาสชนะก็มากขึ้น

(บทความประชาสัมพันธ์ : TH1809892597 (Version 1) October 2018)

keyboard_arrow_up