แบงค์-ธิติ เล่าการทำงานกับ 4 ปู่ใน ป๋าซ่าพาซิ่ง ทั้งคิดสานต่อทำโรงแรมที่ขอนแก่น

แบงค์-ธิติ
แบงค์-ธิติ

 แบงค์-ธิติ ชีวิตทำงานกับบทบาท พิธีกรเดี่ยว และอนาคตต่อไป

ความคิดโตขึ้นตามลำดับ และดูท่าจะโตเกินวัยทีเดียว สำหรับ แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ นักแสดงวัยรุ่นวัย 21 ปี ที่โด่งดังมาจากซีรีส์วัยรุ่นเรื่อง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 

จากผลงานเรื่องแรกมาถึงปัจจุบันก็นับเป็นเวลา 4 ปี มีผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามกันมากมาย อาทิ ซีรีส์ ภาพยนตร์ โฆษณา อีกทั้งยังได้ไปเล่นละครสั้นของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงคว้ารางวัลผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลของญี่ปุ่นประจำปี 2018 มาครอง และผลงานล่าสุดในฐานะ พิธีกรเดี่ยว ที่ต้องทำงานร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือถึง 4 ท่าน ในรายการ “ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers” ที่กำลังจะได้ดูกันนี้ โดยตอนแรกออนแอร์วันที่ 23 เมษายน 2561 เวลา 20.30 น. ทางช่อง True4U ก็เป็นอะไรที่ท้าทายนักแสดงคนรุ่นใหม่อย่างหนุ่มแบงค์มากทีเดียว

Exclusive Talk วันนี้จึงจะขอเดินทางไปยัง The Street Ratchada เพราะมีนัดคุยกับหนุ่มแบงค์-ธิติ ซึ่งเขาจะมาเล่าถึงการทำงานในบทบาท พิธีกรเดี่ยวครั้งแรก ที่ต้องทำงานร่วมกับนักแสดงรุ่นใหญ่มากๆ อย่าง พ่อดม-อุดม ทรงแสง อายุ 82 ปี, อาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา อายุ 71 ปี, พ่อตุ่ม-ชลิต เฟื่องอารมณ์ อายุ 70 ปี และน้าแอนนา ชวนชื่น (เอนก อินทะจันทร์) อายุ 65 ปี ซึ่งเทปแรกก็ต้องพากันไปท่องเที่ยวที่นิวซีแลนด์แบบไม่มีสคริปต์ถึง 15 วัน นอกจากนี้หนุ่มแบงค์ยังได้มาอัพเดทชีวิตของเขาที่คิดสานต่อธุรกิจโรงแรมของครอบครัวที่ขอนแก่นอีกด้วย

แบงค์-ธิติ

ประเดิมพิธีกรเดี่ยวครั้งแรก ในรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง (Grandpas Over Flowers)

แบงค์: ใช่ครับ ก่อนหน้านี้ก็จะมีของเกมออฟทีนส์ (Game of Teens) เป็นพิธีกรรับเชิญ แต่อันนี้เหมือนว่าเราได้มาเป็นไกด์ เป็นตัวหลักที่ได้มาดำเนินรายการ แต่ต้องบอกก่อนว่า มันไม่ใช่พิธีกรที่มาคอยแนะนำสถานที่ต่างๆ ที่เราไปเที่ยว ซึ่งผมจะรับบทหน้าที่เป็นไกด์มากกว่าครับ เพราะรายการนี้เป็นรายการเรียลลิตี้มากกว่าที่จะเป็นรายการโทรทัศน์ทั่วไปที่มีพิธีกร ก็เลยรู้สึกว่า มันคงไม่ใช่พิธีกรเดี่ยว เพราะทุกคนก็เหมือนได้รับหน้าที่ของตัวเองในการนำเสนอ เพราะมันเป็นเรียลลิตี้ ก็จะเห็นผมเป็นคนพาเที่ยวมากกว่าครับผม

แบงค์-ธิติ แบงค์-ธิติ

ในรายการไม่มีสคริปต์ด้วย มีการเตรียมตัวในแต่ละภารกิจที่ได้มาแต่ละครั้งอย่างไร

แบงค์: ใช่ๆ ครับ ก็จริงๆ เหมือนว่าเราต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตัวเองเลย เพราะเมื่อเราเจอกับปัญหา หรือว่ามิชชั่นต่างๆ ที่ทางรายการให้มาอย่างนี้ เราก็ต้องทำตามนั้น จริงๆ แล้วมิชชั่นหลักเลยคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ทั้ง 4 ปู่ ได้เที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ แล้วมีความสุขกับทริปนี้ให้มากที่สุด จริงๆ ก็จะได้เห็นเป็นคาแร็คเตอร์ของตัวเองในทุกๆ คนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง 4 ปู่ หรือว่าเป็นคาแร็คเตอร์ของผมเอง ที่ประเดิมด้วยการไปใช้ชีวิตที่นิวซีแลนด์

มี 4 ปู่นี้เป็นปู่เมนหลักประจำรายการ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

แบงค์: ทั้ง 4 ปู่นี้จะเป็นปู่หลักเลยครับ ไปพร้อมกันทีเดียว แต่ละคนก็จะมีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันไป ก็จะได้เห็นหลายๆ มุมของทั้งสี่ปู่ และตัวผมด้วย

แบงค์-ธิติ

เป็นรุ่นเล็กปะทะรุ่นใหญ่แบบนี้ เวลาทำงานร่วมกัน รู้สึกประหม่าหรือเปล่า

แบงค์: โห ตอนแรกเกร็งมากเลยครับ เพราะว่าเราเคยเห็นเขาอยู่ในทีวีมาตั้งนานแล้วใช่ไหมครับ ทั้งอาหนิง-นิรุตต์ อาตุ่ม น้าแอนนา พ่อดมอย่างนี้ คือเราจะเห็นเขาอยู่ตามทีวีตลอด ซึ่งมันแปลกมากที่ผมไม่มีโอกาสได้เจอเขาก่อนหน้านี้เลยสักครั้งเดียว ก็ได้มาเจอกันในรายการนี้เป็นครั้งแรก ตอนแรกก็รู้สึกว่า โห เราจะรับมือกับเขายังไงเนี่ย เขาจะโอเคกับเราไหม หรือเขาจะมองเรายังไง ตอนแรกก็จะค่อนข้างเกร็ง แล้วพอเราอยู่ด้วยกันนานๆ ก็เริ่มละลายพฤติกรรมกันไปเรื่อยๆ ครับ ก็เลยเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แล้วก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้าแอนนา เราก็ได้เห็นมุกที่เขาเล่นในทีวี ก็มาเห็นเขาเล่นสดๆ ก็รู้สึกว่า เฮ้ย นี่แหละตำนานการเล่นมุกของจริงเนอะ (หัวเราะ) เราก็ได้รับรู้อะไรพวกนี้ครับ พอสนิทกันมากขึ้น หลังๆ เลยไม่เกร็งแล้วครับ ก็ใช้ชีวิตปกติ เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย

แบงค์-ธิติ

แล้วเหล่าปู่ได้มีสอนเรื่องอะไรพิเศษกับแบงค์บ้างไหน ในแบบผู้ชายสอนผู้ชายกันเอง

แบงค์: ครับ ส่วนมากก็จะสอนเรื่องของการอยู่ในสังคมบันเทิงอย่างนี้ เพราะแต่ละคนก็อยู่ในวงการนี้มา โห เยอะเหมือนกันเนอะ อย่างเช่น อาหนิง ก็อยู่มานานมาก เขาก็สอนว่าทำยังไงถึงจะมีคนรัก มีคนชอบ เราควรปฏิบัติตัวยังไง เวลาทำงานเราควรทำตัวยังไง อยู่ในสังคมเราควรปฏิบัติตัวยังไง ส่วนมากเขาก็จะแชร์เรื่องพวกนี้ให้ผมฟัง แล้วผมก็รู้สึกว่า มันดีที่มีผู้ใหญ่ ที่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน ที่อยู่ในวงการนี้มามากกว่าเรา ได้แบ่งปันเรื่องพวกนี้ให้กับเราครับ

แบงค์-ธิติ แบงค์-ธิติ

มารับบทเป็นไกด์นำคุณปู่เที่ยวแบบนี้ ส่วนตัวชีวิตจริงก็ชอบท่องเที่ยวอยู่แล้วด้วย

แบงค์: ใช่ๆ ผมรู้สึกว่า พอรายการเป็นรายการท่องเที่ยวอย่างนี้ ผมเลยรู้สึกสนุกกับมันมากๆ เพราะว่าโดยส่วนตัวเราเป็นคนที่ชอบเดินทาง หรือชอบไปเจออะไรใหม่ๆ ในชีวิตอยู่แล้ว แล้วรายการนี้ทำให้เราได้รับประสบการณ์ที่ใหม่มากๆ โดยเฉพาะการที่เราต้องมาเที่ยวกับสี่ปู่ (ยิ้ม) ซึ่งเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงจริงๆ เพราะเหมือนตอนแรกเขาบอกว่าเราจะได้ไปเที่ยวกับสาวๆ สี่คนอย่างนี้ครับ แต่สุดท้ายแล้วทำไมเราถึงได้มาเที่ยวกับสี่ปู่ ก็ถือว่าเป็นการพลิกเกมที่โหดร้ายเหมือนกัน แต่ว่าก็เป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตผมมากๆ ครับ ที่ได้ไปเที่ยวกับทั้งสี่ปู่นี้

แบงค์-ธิติ

ส่วนของผลงานด้านงานแสดง มีอะไรอัพเดทให้แฟนๆ ได้ติดตามกันบ้าง

แบงค์: ก็ตอนนี้ที่บอกได้นะครับ ก็จะมีเป็นของทางช่อง ONE31 ครับผม ซีรีส์ เมืองมายา Live ตอนที่ 5 เกมกลมายา ก็จะได้ชมกันครับ แล้วก็จะมีรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers นี้ครับ

ย้อนไปช่วงแรกที่เข้าวงการมา ตอนนี้ปรับตัวระหว่างเรียนกับทำงานไปด้วยได้มากน้อยอย่างไรบ้าง

แบงค์: ก็ยังไม่ค่อยได้มากครับ เพราะว่าเหมือนเราเรียนขึ้นชั้นปีที่สูงขึ้นใช่ไหมครับ ตอนนี้ก็ปี 3 งานมันก็จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับชั้นของมัน ก็เลยรู้สึกว่า มันก็ต้องแบ่งเวลาให้มากขึ้นกว่าเดิมอีก แล้วยิ่งช่วงนี้จะเป็นปีที่ต้องทำงานกลุ่มค่อนข้างเยอะ ต้องจัดรายการโทรทัศน์ เพราะว่าผมเรียนด้าน Broadcast (ที่วิทยาลัยนานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) เลยต้องแบ่งเวลาให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ เพราะเป็นงานกลุ่มด้วย เราจะขาดไปคนเดียวก็ไม่ได้ ก็ต้องคุยกับเพื่อนในกลุ่ม

แบงค์-ธิติ

ความสัมพันธ์กับครอบครัว มีโอกาสได้เจอกันบ่อยไหม เพราะแบงค์ก็เข้ามาทำงานและเรียนไกลบ้าน

แบงค์: โห ผมว่าช่วงนี้ค่อนข้างบ่อยเลยครับ เพราะว่าแม่จะขึ้นมาหาเราบ่อยมาก แล้วเราก็ไปขอนแก่นค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน ถึงทำงานเยอะ แต่ว่าเรื่องพวกนี้ผมรู้สึกว่า บางทีเราเหนื่อยๆ ก็อยากกลับไปเติมพลังให้กับตัวเองบ้าง ไปให้กำลังใจทั้งพ่อกับแม่ หรือว่าน้องที่กำลังใกล้สอบแล้ว ซึ่งพ่อกับแม่ก็ทำงานหนักด้วยในช่วงนี้ครับ เราก็เลยไปเจอเขาบ้าง

ส่วนตัวสนิทกับพ่อแม่อยู่แล้ว

แบงค์: ใช่ๆ

กิจกรรมยามว่างกับครอบครัว มักจะพากันไปท่องเที่ยว

แบงค์: จริงๆ ก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับ แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวบ่อยขนาดนั้น ส่วนมากจะกลับไปทานข้าวด้วยกันมากกว่า ถ้าเกิดไปเที่ยวก็คงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไกลๆ เพราะว่าทุกคนต้องรับผิดชอบงานของตัวเอง ทั้งตัวของผมด้วย พ่อแม่เขาก็ต้องดูแลธุรกิจที่ขอนแก่นด้วย ก็จะมีไปเที่ยวทะเลบ้าง หรือว่าไปอยุธยา ไปทำบุญด้วยกันบ้าง

แบงค์-ธิติ

ช่วงแรกที่เข้ามาทำงาน คิดว่าครอบครัวห่วงแบงค์อยู่แล้ว แล้วตอนนี้เขายังห่วงอะไรเราพิเศษไหม

แบงค์: จริงๆ เขาก็ห่วงเราเหมือนเดิมครับ ส่วนมากเขาจะห่วงเรื่องสุขภาพ เขาจะโทรมาตลอดเลยว่า ทานข้าวหรือยัง วันนี้รีบนอนนะถ้าพรุ่งนี้มีงานอย่างนี้ครับ แต่ด้วยความที่เราเป็นลูกผู้ชาย เราก็จะแบบว่า โอเค ไหวอยู่แล้ว เราไม่เคยทำให้เขาเห็นว่าเราเหนื่อย หรือว่าเราเป็นอะไร เพราะเราไม่อยากให้เขากังวลกับเรา เพราะเขาก็ต้องรับผิดชอบงานของเขา ซึ่งเรารู้สึกว่าเรายังไหวอยู่ เรายังมีแรงเยอะอยู่ ก็จะคอยบอกเขาว่าเราไหวนะ ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ เขาก็จะคอยถามเราอยู่ตลอดเวลา

แบงค์-ธิติ
ฝีมือถ่ายภาพอาหนิงของหนุ่มแบงค์

ย้อนกลับไปพูดถึงเนื้อเรื่องรายการปู่ซ่าพาซิ่งนิดนึง ต้องทำงานประกบคุณปู่ทั้งสี่ ภาพในหัวก่อนที่เราจะได้เจอ กับเมื่อได้สัมผัสทำงานร่วมกันแล้ว มีใครที่เราคิดว่าแตกต่างจากที่คิดไว้ไหม

แบงค์: ก็มีครับ เป็นอาหนิงครับ เพราะตอนแรกเราคิดว่าอาหนิงจะเป็นคนที่เข้าถึงยากมากๆ แน่เลย เราต้องเข้าหาเขายังไงดี หรือว่าเขาจะโอเคกับเราไหม ก็เป็นคนที่กังวลที่สุด แต่ว่าสุดท้ายแล้วพอเราอยู่ด้วยกันไปนานๆ เขาเป็นคนที่อ่อนโยนมากเลยครับ อาหนิงเป็นคนที่ใส่ใจ แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่แสดงออกมาให้เห็นในมุมนั้นเท่าไหร่ จะแอบๆ คอยเป็นห่วงเรา อย่างเช่น ตอนทานข้าว มันจะมีภารกิจหนึ่งที่ผมต้องกินข้าวแค่ 5 นาที ซึ่งมันไม่ทันอยู่แล้ว เขาก็บอกเคล็ดลับ คอยตักให้เราๆ ก็จะมีมุมน่ารักของเขา คือเขาจะคอยเป็นห่วงและคอยสอนผมเยอะมากเลยครับ

แบงค์-ธิติ

ผลงานที่ผ่านมา ได้ไปทำงานร่วมกับทีมญี่ปุ่นด้วย เล่าถึงการร่วมงานครั้งนี้หน่อย

แบงค์: ก็..ต่างประเทศที่ผมไปทำก็คือญี่ปุ่นใช่ไหมครับ ผมรู้สึกประทับใจมากๆ ครับ เพราะว่าทีมงานของญี่ปุ่น เขาทำงานกันแบบเป๊ะมากๆ ตรงต่อเวลามากๆ แล้วเขาละเอียดกับการทำงานมาก ไม่ว่าจะเป็น การเซตกล้อง หรือเวลาในเบรกดาวน์ เขาตรงเป๊ะมาก ต้องยอมรับในเรื่องนี้เลย แล้วเขาก็ใส่ใจกับนักแสดงทุกคนมากๆ สำหรับตัวผมเอง ผมรู้สึกเซอร์ไพร้ส์มากๆ ที่เขาดูแลผมดีมาก ตอนที่เดินทางไปถ่ายทำที่ซากะ ถึงจะเป็นละครสั้นแค่ชั่วโมงกว่าๆ แต่เขาก็ดูแลผมเป็นอย่างดีเลย ทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือเรื่องอื่นๆ รวมถึงนักแสดงที่เล่นด้วยอย่าง โมเนะ คามิชิราอิชิ เขาเฟรนด์ลี่มาก เขาเป็นนักแสดงญี่ปุ่น เหมือนเราก็ได้สื่อสารกัน พูดคุยกัน ก็ทำให้เห็นว่า แอคติ้งของคนญี่ปุ่นดีมากจริงๆ ซึ่งธรรมชาติของเขาทำให้ผมอยากเรียนรู้เรื่องของการแสดงเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ

เรื่องภาษา ปรับตัวลำบากไหม

แบงค์: จริงๆ ในเรื่องผมใช้ภาษาไทยครับ แต่ว่าระหว่างเซต คุยกันก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางมากกว่า ก็เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยมีปัญหา

ล่าสุดได้รับรางวัลผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลของญี่ปุ่น (Japan Expo Thailand Award 2018) ด้วย

แบงค์: ก็เป็นรางวัลผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลครับ รู้สึกดีใจมาก คือเราเป็นคนที่ชอบแชร์อะไรเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้ว เพราะโดยส่วนตัว ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เราชอบมากที่สุดในประเทศที่เราเคยไป แล้วเราโชคดี เรามีโอกาสได้ไปหลายจังหวัดของประเทศญี่ปุ่น ทั้งในตัวเมืองโตเกียว แล้วก็ไปที่ซากะ ที่เป็นภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราทำให้คนที่ติดตามเราได้เห็นวัฒนธรรม ประเพณี หรือสิ่งสวยงามต่างๆ ของประเทศนี้ เราก็เป็นคนที่มีสื่อโซเชียลอยู่ในมืออยู่แล้ว ก็ค่อนข้างที่จะแชร์บ่อย อาจจะทำให้เขาเห็น เขาก็เลยให้รางวัลนี้กับเรา ตอนแรกเราก็ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะได้รางวัลอะไร เพราะว่าเราก็แชร์ด้วยความชอบส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วพอเราได้รางวัลมา เราก็รู้สึกดีใจ เพราะอย่างน้อยเราได้ทำให้คนไทยได้เห็นว่า มุมสวยงามของประเทศญี่ปุ่นมีมากมายที่นอกจากตัวเมือง ซึ่งชนบทของเขาก็สวยงามและน่าประทับใจมากๆ ด้วยครับ อีกอย่างหนึ่งคือเราทำให้คนไทยได้เห็นเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นใช่ไหมครับ แล้วพอเราแชร์อะไรที่เกี่ยวกับประเทศไทย คนญี่ปุ่นที่ดูผ่านทางโซเชียลมีเดียของเราก็มีมากขึ้น ก็ดีใจครับ

แบงค์-ธิติ

อยู่ในช่วงอายุ 20 ต้นๆ มุมมองด้านการใช้ชีวิตแตกต่างจากเดิมก่อนที่เราจะมาทำงานอย่างไรบ้าง

แบงค์:  น่าจะเป็นการรับผิดชอบครับ การรับผิดชอบในชีวิต รู้สึกว่าพอเราเริ่มโตขึ้น จริงๆ ก็ไม่ได้โตมากขนาดนั้น แต่เป็นความคิดเราที่เรารู้สึกว่า เราอยากจะเป็นหัวหน้าครอบครัว อยากเป็นเสาหลักของครอบครัวที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่ให้ครอบครัวลำบาก ถ้าเกิดมีอะไรที่แบ่งเบาภาระได้ ก็จะช่วยเขา อีกอย่างหนึ่งคือเหมือนเราคิดโตขึ้น แล้วเราใกล้เรียนจบแล้ว ก็อยากกลับไปช่วบริหารธุรกิจครอบครัว โรงแรมแมมมอธ รีสอร์ทที่ขอนแก่น ก็เริ่มวางแพลนแล้วว่า เราควรจะไปศึกษาการทำงานจากตรงไหนก่อน แต่ว่าเรื่องการใช้ชีวิต ผมรู้สึกว่าผมยังอยากใช้ชีวิตให้เต็มที่เหมือนเดิม เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่แล้ว อยากพาตัวเองออกไปทำอะไรที่ไม่เคยทำ ทำอะไรใหม่ๆ เช่น การเดินทาง หรือทำอะไรก็ได้ที่สนุก เพราะผมรู้สึกว่าผมกลัว ที่อยู่ดีๆ เราตายไป เราจะมาเสียดายว่า เฮ้ย เรายังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลยวะ แต่ว่าเป็นในทางที่ดีนะ

คุณพ่อคุณแม่เคร่งไหมว่า แบงค์ต้องไปดูแลธุรกิจโรงแรมต่อจากเขา

แบงค์: จริงๆ ก็ไม่เลยครับ แต่เป็นความตั้งใจของเราเองมากกว่า เรารู้สึกว่าเราอยากทำ เพราะเราเห็นธุรกิจมาตั้งแต่ตอนที่มันยังไม่มีอะไร จนมาถึงตอนนี้มันก็ขยายใหญ่ขึ้น ก็เลยอยากทำให้มันดีขึ้น โดยที่เราเป็นคนบริหารเองครับ

แบงค์-ธิติ

เป้าหมายในวันข้างหน้า อยากทำอะไรในวงการบันเทิงเพิ่มอีกบ้าง

แบงค์: ก็อยากลองทำอะไรหลายๆ อย่างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที หรือว่ารับบทบาทใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยลอง ที่มันห่างไกลกับเรา เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมมักจะได้รับบทที่ค่อนข้างจะเป็นเด็กใสๆ ดูเป็นคนขี้แพ้ (loser) หน่อย แอบรักเขาแต่เขาไม่รักอะไรอย่างนี้ ก็อยากจะลองเปลี่ยนบทบาทตัวเองดูบ้าง ว่าถ้าเกิดเราได้เจอกับบทที่ใหม่กว่านี้ หรือว่าใหม่กับตัวเรากว่านี้ เราจะสามารถไปถึงขั้นนั้นได้หรือเปล่า

แล้วบทไหนที่อยากลองแสดงเป็นพิเศษ

แบงค์: ชอบทางด้านดราม่าอยู่แล้วครับ อยากเป็นแนวที่บทค่อนข้างเล่นลึกๆ หน่อย อย่างเช่น คนที่มีปัญหาทางบ้าน ติดยา เหมือนน้ำพุอย่างนี้ ที่ได้ใช้อารมณ์ในการเล่นค่อนข้างเยอะหน่อย จริงๆ ที่อยากเล่นบทนี้ เพราะอยากเข้าใจคาแรคเตอร์ของคนนั้น ว่าทำไมเขาถึงเป็นอย่างนั้น เพราะก่อนที่เราจะเล่นออกมาได้ เราก็ต้องไปศึกษาคาแรคเตอร์ของตัวนั้นก่อนใช่ไหมครับ ก็เลยจะทำให้เรารู้ว่า เพราะอะไร ทำไมถึงทำให้เขามาเป็นคนแบบนี้ หรือว่าทำไมเขาถึงมาติดยา เพราะอะไร ก็เลยอยากลองเล่นดูครับ

แฟนๆ จะได้ชมผลงานพิธีกรเดี่ยวครั้งแรกของแบงค์ ฝากผลงานกันหน่อย

แบงค์: ก็อยากฝากรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง นะครับผม ทางช่อง True4U (กด 24) นั่นเอง ก็จะออนแอร์ทุกวันจันทร์ เวลาสองทุ่มครึ่ง ก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ ก็จะได้เห็นความน่ารักๆ นะครับ ไม่ใช่ของผม (หัวเราะ) แต่เป็นของปู่ทั้งสี่คนนะครับ ก็จะได้เห็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆ อย่างการกระโดดร่ม การทำฟาร์ม การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันของเด็กและผู้สูงอายุต่างวัยกันจะเป็นอย่างไร ก็อยากให้ลองติดตามดูกันครับ

 

อย่าลืมติดตามผลงานหนุ่มรุ่นใหม่คนนี้กันด้วยนะจ๊ะ…

 


เรื่อง: กัญญาวีร์ วิมลรัตน์
สถานที่: The Street Ratchada
ภาพ: เอก True4U, IG @bank_thiti

keyboard_arrow_up