เจาะลึกความสำเร็จ หนุ่มวัย 31 ปี จากพนักงานออฟฟิศสู่นักธุรกิจอสังหาฯ

คุณคณิน จิตติวัฒนพงศ์ เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โครงการหมู่บ้านจัดสรร, ธุรกิจพัฒนาที่ดินรูปแบบให้เช่าพื้นที่การค้าและที่อยู่อาศัยธุรกิจห้องพักให้เช่ารายวัน-รายเดือนในพื้นที่เมืองชลบุรีและศรีราชา รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีธุรกิจอยู่ในมือไม่น้อยเลยทีเดียว

ทั้งนี้การจะประสบความสำเร็จในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งว่าเป็นเรื่องยากแล้ว แต่การนั่งคุมบังเหียนธุรกิจที่มีความหลากหลายในเวลาเดียวกันนั้นยากกว่า และยิ่งไปกว่านั้นช่วงอายุที่จะประสบความสำเร็จไปจนถึงขั้นนี้ได้ ต้องใช้เวลาและประสบการณ์มากพอสมควร แต่มีนักธุรกิจหนุ่มท่านหนึ่งที่ฝ่าฝันทุกปัญหาจนตอนนี้สามารถดูแลธุรกิจหลายรูปแบบให้อยู่หมัดได้ในวัยเพียง 31 ปีเท่านั้น

แน่นอนว่าเรามีเคล็ดลับของเขาคนนี้มาฝากกันแบบจัดเต็ม ถ้าคุณพร้อมย่นระยะเวลาแห่งความสำเร็จให้ใกล้เข้ามาแล้วก็ไปเรียนรู้เส้นทางสู่นักธุรกิจมืออาชีพจากเขากันเลย

ศึกษาข้อมูลอย่างเดียวไม่พอ…ต้องลงมือทำถึงจะรู้จริง

ตอนที่ตัดสินใจเปลี่ยนสายจากพนักงานบริษัทไปเป็นเจ้าของกิจการ ก็เริ่มด้วยการทดลองค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โปรเจคแรกที่จะทำก็เป็นโปรเจคเล็กๆ เป็นเหมือนโฮมออฟฟิศ อาคารพาณิชย์อยู่ที่บางแสน ด้วยความที่ผมเป็นหน้าใหม่ในวงการนี้ มันก็มีเรื่องที่ให้เรียนรู้ค่อนข้างเยอะมาก แต่มันก็เหมือนเปิดโอกาสให้ผมรู้จักธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองหาข้อมูล แล้วก็ลงมือทำด้วยการลงไปอยู่กับ พนักงานขาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หรือแม้กระทั่งพูดคุยเจรจากับลูกค้า ทำให้ผมเรียนรู้ได้เร็วขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง มันก็สามารถตัดสินใจได้เลยโดยที่ไม่ต้องสอบถามคนอื่น ส่วนตัวผมเป็นคนชอบเรียนรู้แล้วก็ทำธุรกิจด้วยตัวเองก่อน  เพราะเมื่อผมทำได้แล้ว ทุกอย่างมันคือเรื่องของการจัดระบบงานและตารางต่างๆ รวมไปถึงการวางระบบเพื่อตรวจสอบว่าตอนนี้ธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง ต้องมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งหลายๆ ธุรกิจที่ผมทำในช่วงแรก ผมยอมรับว่าผมทำด้วยตัวเองทั้งหมด แต่หลังจากที่ดำเนินไปซักระยะหนึ่งและวางระบบไว้ดีแล้ว ผมก็อาจจะมอบความไว้วางใจให้หุ้นส่วนทำ และมีการตรวจสอบด้วยตัวเองอาทิตย์ละครั้งหรือสองอาทิตย์ครั้ง ถ้าเป็นไปตามที่ผมวางไว้ ก็จะทำให้ผมมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น

เมื่อเทรนด์โลกเปลี่ยน…เราต้องปรับเพื่อความอยู่รอด
ต้องยอมรับว่าช่วง 2 ปีที่แล้ว กับ 5 ปีที่แล้วมันไม่เหมือนกัน ธุรกิจนี้คือปัจจุบันมันต้องมีการปรับตัวหลายอย่าง ซึ่งตรงนี้มันเหมือนเป็นการสอนให้เรียนรู้ว่าธุรกิจทุกอย่างมันต้องมีการปรับตัว มีการแข่งขัน แล้วก็ต้องรู้จักเรียนรู้คู่แข่ง จนถึงลูกค้าของเราที่จะเป็น Gen ใหม่ไปเรื่อยๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปกติผมจะมีโปรเจคใหม่ต่อ หลังจากที่โปรเจ็คท์เดิมจบแล้วเสร็จสิ้นในปีต่อปี แต่ตอนนี้ผมได้ชะลอการขึ้นโปรเจ็คท์ใหม่ไว้ประมาณ1 ปี เพราะเรามาพิจารณาธุรกิจปัจจุบันนี้แล้วพบว่าสภาพเศรษฐกิจและอัตราการแข่งขันหลายๆ อย่าง รวมถึงทำเลที่เรามีอยู่ อาจจะยังไม่เหมาะที่จะเริ่มโปรเจ็คท์ใหม่ ณ เวลานี้ ผมจึงปรับเปลี่ยนเป็นลักษณะการให้เช่า หรือทำเป็นไลน์ธุรกิจอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร หรือเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ซึ่งเหมาะกับช่วงเวลานี้มากกว่า

หัวใจของธุรกิจไม่ใช่ผลกำไร …. แต่เป็นความซื่อสัตย์ต่อตนเองและลูกค้า
ผมมองว่าต้องมีความซื่อสัตย์ในการทำงานต่ออาชีพของเราและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า แล้วก็พยายามทำทุกอย่างโดยไม่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว คนทั่วไปอาจจะมอง แต่ในเรื่องของกำไรกับต้นทุน เช่น ราคาเท่าไหร่ บ้านพื้นที่เท่าไหร่ หน้ากว้างกี่เมตร พื้นที่กี่ตารางวา ซื้อมาแล้วจะขายต่อได้กำไรไหม แต่ผมมองว่าหัวใจของธุรกิจนี้คือเรื่องของการเพิ่มคุณค่าให้กับบ้านและให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ามากกว่า  เช่น บ้านของเรามันไม่เหมือนกับที่อื่นตรงไหนบ้าง บ้านของเราเป็นสามชั้น มันอาจจะไม่เหมาะกับคนสูงอายุก็จริง แต่มันจะเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ใช้พื้นที่ในบ้านได้เยอะๆ บ้านของเราไม่มีสวน แต่ว่าเราสามารถที่จะเปลี่ยนพื้นที่สวนมาเป็นพื้นที่อย่างอื่นก็ได้ สไตล์ของบ้านอาจจะไม่ได้เป็นโมเดิร์น แต่มันเป็นความมีความเป็นโมร็อคโคเข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างความแตกต่างและเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดใหม่ๆ เป็นช่วงอายุยี่สิบกว่า สามสิบกว่า ที่ริเริ่มจะซื้อบ้านหลังแรกซึ่งการแนะนำอย่างใส่ใจและอัดแน่นด้วยดีเทล เป็นเหมือนการเปิดไอเดียให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ดังนั้นถ้าเรามีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่นำเสนอต่อลูกค้าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ บอกกับลูกค้าอย่างซื่อสัตย์ ทั้งนี้การการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจของตัวเองเป็นสิ่งที่ควรคำนึง เพราะจะส่งผลดีในระยะยาว มากกว่าการมานั่งเครียดเรื่องผลตอบแทน หรือเรื่องของกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถสร้างคุณค่าและมุมมองใหม่ๆ กับกลุ่มลูกค้าได้เลย

ถ้าอยากคุมธุรกิจมากกว่าหนึ่ง…ธุรกิจต่อไปควรเริ่มจากความสุข
สิ่งสำคัญเลยคือต้องสนุกกับการทำงาน  ผมมองว่าธุรกิจทุกๆ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้เรามีความสุขไหม ถ้ามีความสุขดี ไปต่อได้ ผมทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาเพื่อขาย ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยงสูง แต่มีผลกำไรตามมาค่อนข้างมาก แต่ความสุขของการทำงานมันอาจจะหาซื้อไม่ได้  ผมจึงหันมาจับอีกหนึ่งธุรกิจที่นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์  นั่นก็คือ ร้านอาหาร ซึ่งผมก็พบว่าจริงๆ แล้วผลกำไรของมันไม่ได้มากหรอก แต่ผมกลับรู้สึกว่าผมมีความสุขกับการทำงาน รู้สึกเหมือนกับว่าผมไม่ได้กำลังเปิดร้านอาหาร แต่เหมือนผมอยู่ในบ้านมากกว่า เพราะผมเข้าไปจัดการทุกอย่างในร้านให้เหมือนกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา งานนี้เหมือนเป็นการผ่อนคลายจากงานอสังหาฯ ที่ผมเครียดซึ่งเป็นงานหลักของแค่นี้ผมก็จะไม่รู้สึกว่าผมทำงานหลายๆ อย่างเลย แต่กำลังจัดการแต่ละอย่างเหมือนกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เพียงแค่เรามีความสุขกับการลงมือทำ เราจะทำกี่อย่างก็ได้

ต่อยอดทรัพย์สินให้งอกเงย…ทำได้ง่ายด้วยการลงทุน
นอกจากเรื่องทำธุรกิจอสังหาฯ แล้ว ผมมองว่าการลงทุนในกองทุนรวมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการที่จะทำให้เงินงอกเงย เพราะ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก ง่ายกว่าหุ้นด้วยซ้ำในความรู้สึกผมนะ แต่คนส่วนใหญ่อาจจะยังกลัวเพราะ ยังไม่มีคนให้ความรู้ นอกจากเราจะทำงาน เราควรให้เงินเราทำงานไปพร้อมๆ กันได้ ดังนั้นเราควรจะเปลี่ยนทรัพย์สินที่เรามีให้มันงอกเงยด้วยวิธีง่ายๆ คือเรื่องของการลงทุน ไม่จำเป็นจะต้องเป็นหลักหมื่นหรือหลักแสน จริงๆ หลักพันมันก็เริ่มได้แล้ว ถ้าเราเริ่มตั้งแต่วันนี้มันก็จะงอกเงยเร็ว แต่ถ้าเรามัวแต่รอ กว่าจะไปศึกษาใช้เวลามันก็อาจจะเหมือนผมที่เสียเวลามาสี่ห้าปี โดยที่ไม่ได้ทำอะไรกับเงินที่ค้างอยู่ในบัญชีเงินฝากเลย อย่าง TMB เป็นที่แรกที่ผมเข้าไปศึกษาเรื่องการลงทุน ผมได้พูดคุยกับที่ปรึกษาการลงทุนของ TMB ด้วยตัวเอง แล้วก็เริ่มศึกษามาตลอด จนพบว่าจริงๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว แล้วเท่าที่ผ่านมาคือผมได้ทดลองและศึกษาลงทุนในกองทุนนี้ ก็พบว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เงินที่ผมลงทุนไว้ก็ให้ผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ผมวางไว้ เพราะระหว่างทาง TMB จะมีคำแนะนำช่วยปรับพอร์ตตามสถานการณ์ให้เราตลอด ทำให้ผมตัดสินใจลงทุนได้อย่างสบายใจ และช่วยให้ผมมีเวลาไปโฟกัสกับการบริหารธุรกิจได้มากขึ้น  ดังนั้นสำหรับผม ผมมองว่าถ้ายังมีโอกาสก็ให้เริ่มหันมาลงทุนกันได้แล้ว เพราะมันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับเราได้

นี่แหละเคล็ดลับที่ไม่ธรรมดาของธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้ หวังว่าเรื่องราวของเขาจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้ใครๆ หลายๆคนที่อยากจะหันมาจับธุรกิจของตัวเอง ให้เริ่มกล้าคิด กล้าทำ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้

 

ขอขอบคุณ คุณคณิน​ จิตติวัฒน​พงศ์ สมาชิก TMB WEALTH BANKING
สนใจบริการที่ปรึกษาด้านการลงทุน เพิ่มเติม www.tmbbank.com/TMBADVISORY/wb1

keyboard_arrow_up