เอิร์น – จิรวรรณ เส้นเสียงอักเสบ หมองดใช้เสียง แต่รักลูกจึงอยากพูดกับเขาให้ได้มากที่สุด

ยังจำกันได้หรือเปล่า อ๊ะ…อาย, เคยไหม เพลงฮิตคุ้นหูของอดีตนักร้อง เอิร์น – จิรวรรณ เตชะหรูวิจิตร จากนักร้องสาวหน้าใสในวันนั้นที่มีคุณแม่คอยดูแล ใส่ใจในเรื่องการทำงานและการเรียนควบคู่กันจนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันสาวเอิร์นได้กลายเป็นคุณแม่ลูกสองคอยเลี้ยงดู น้องดี – น้องดวิณ และสนับสนุนให้ลูกชายทั้งสองได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นลูกมีพัฒนาการในทุกๆ วัน 

แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสพบสาวเอิร์น – จิรวรรณ ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ ไลฟ์เซ้นท์ ณ ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยแต่ก่อนสาวเอิร์นหน้าตาสวยสดใสเช่นไร ปัจจุบันก็เป็นเช่นเดิม และดูท่าจะสวยขึ้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกเข้ามาก็อาจไม่เชื่อว่านี่เป็นคุณแม่ลูกสองที่มีอายุ 35 ปีแล้ว

หากได้ติดตามชีวิตครอบครัวของสาวเอิร์น หลายคนน่าจะได้เห็นโมเมนต์น่ารัก อบอวลไปด้วยความสุขระหว่างสาวเอิร์น และลูกชายทั้งสอง น้องดี – ดวงดิช และน้องดวิณ – ดวงเดช ชัยรุ่งเรือง รวมถึงความหวานกับสามี คุณดราฟ – ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง อยู่เสมอๆ ซึ่งการได้มานั่งคุยกับสาวเอิร์นก็ทำให้เรารู้ว่าพลังของความเป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะทำให้รู้ว่าอดีตนักร้องสาวนั้นเกิดอาการเส้นเสียงอักเสบในช่วงที่มีลูกคนแรก เนื่องจากใช้เสียงผิดประเภท โดยปัจจุบันก็ยังต้องคอยดูแลรักษา และถึงแม้คุณหมอจะเตือนให้ลดการใช้เสียง แต่สาวเอิร์นก็ยังรักที่จะสอนลูก พูดคุยกับลูกบ่อยๆ รวมถึงเมื่อปีที่แล้วเธอยังขึ้นร้องเพลงใน The Next Venture Concert 2016 อีกด้วย เรียกว่าทั้งรักลูกและคิดถึงการร้องเพลง ไม่รอช้า ไปอัพเดตชีวิตของสาวเอิร์นจากบทสัมภาษณ์นี้กันเลยค่ะ…

คุณพ่อคุณแม่ของสาวเอิร์น
คุณแม่กับหลานชาย น้องดี

ตลอดชีวิตเวลาจะทำอะไรมีคุณแม่คอยอยู่เคียงข้างตลอด ตอนนี้เป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงคุณแม่ได้มีการแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ

เอิร์น: จริงๆ แล้วต้องบอกว่าคุณแม่ (จิตรา เตชะหรูวิจิตร) เป็นเหมือนทุกอย่างของเราเลยค่ะ ตั้งแต่เอิร์นยังเป็นลูก ยังอยู่ในวงการ คุณแม่ก็คอยดูแลตลอด ด้วยความที่ตอนนั้นเราเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ค่อนข้างจะเด็ก เพราะฉะนั้นการที่เราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในวงการ ทำงานได้และเรียนไปด้วยโดยที่ทั้งสองอย่างบาลานซ์กันโอเค ก็ได้คุณแม่คอยดูแลใกล้ชิดทุกอย่างค่ะ และเอิร์นสนิทกับคุณแม่ เวลามีอะไรจะสามารถคุยกับคุณแม่ได้ทุกเรื่อง จนกระทั่งพอมีแฟนหรือมีอะไรทุกครั้งก็จะปรึกษาคุณแม่ค่ะ อย่างตอนที่เรามีลูก รู้ว่าตั้งท้อง แน่นอนว่าคนที่ปรึกษาเยอะที่สุดก็คือคุณแม่ แต่ว่าโชคดีที่เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย ก็เลยหาข้อมูลด้วยตัวเองด้วยและถามคุณแม่ด้วย ก็ได้ประสบการณ์ที่คุณแม่บอกเรา แล้วเราได้นำมาใช้กับชีวิตความเป็นแม่ของเราจริงๆ อย่างนี้ค่ะ

ถึงจะมีลูกชาย แต่ก็มีแฟชั่นการแต่งตัวคู่กับลูกชายด้วย 

เอิร์น: ใช่ๆ จริงๆ สมัยก่อนคุณแม่เป็นคนชอบแต่งตัว เราก็ไม่รู้หรอก แต่เราได้ยินมาจากคุณแม่ อย่างเสื้อผ้าส่วนใหญ่ คุณแม่จะตัดเอง อย่างสมัยก่อนจะเป็นแนวระบายๆ เยอะๆ ซึ่งคุณแม่จะตัดชุดให้เราเข้ากับชุดคุณแม่เหมือนกัน ซึ่งเราจะมีความรู้สึกว่า อุ้ย ไม่เอา ไม่ชอบใส่กระโปรงระบายอะไรขนาดนี้ แต่พอมาปัจจุบันอยากจะใส่เหมือนตอนนั้น มันจะมีอยู่ช่วงนึงที่เรารู้สึกไม่เอาๆ เหมือนใส่มาเยอะ คุณแม่ก็ตัดให้เราใส่ เราก็ไม่เอาๆ จนกระทั่งมาปัจจุบันก็อยากจะเป็นเหมือนตอนนั้น ไม่รู้ว่ามันมาจากตอนไหน ก็อยากจะใส่ชุดคู่กับลูก แล้วเป็นแนวระบายๆ หน่อยอย่างนี้ค่ะ ก็เลยเป็นจุดริเริ่มของการทำเสื้อผ้า (แบรนด์ Earn Chira MOMMY & KIDS Boutique) ซึ่งถ้าพูดตรงๆ เราก็ไม่เน้นขายมาก แต่เราอยากทำในสิ่งที่เราอยากใส่คู่กับลูก แล้วเราก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าคู่กับลูกชาย ชุดลูกชายโอเคแล้วละ น่ารัก หล่อ แต่บางทีคุณแม่ดูน้อยไปนิดนึง ก็ขอดีเทลเพิ่มนิดนึงก็แล้วกัน ก็เลยทำมาในแบบที่เป็นตัวเรา ใส่แมตช์กับลูกชายได้

คุณดราฟได้ช่วยคุณเอิร์นเลี้ยงลูกชายอย่างไรบ้าง

เอิร์น: ตอนนี้คนโต น้องดี – ดวงดิช 3 ขวบกว่า เขาชอบทำกิจกรรมเหมือนคุณพ่อ ชอบเล่นกีฬา ชอบนั่งรถเที่ยว ดูโน่นดูนี่ กินลมอะไรอย่างนี้ เขาก็จะไปกับคุณพ่อบ่อยมาก เหมือนบางทีเอิร์นอยู่บ้านก็จะดู 2 คนใช่ไหมคะ ดูคนเล็กด้วย คือ น้องดวิณ พอพ่อเขากลับมาจากที่ทำงาน แม้เขาจะทำงานเยอะ พอกลับมาถึงเขาก็จะพาพี่ดีออกไปข้างนอกและไปทำกิจกรรมอะไรแบบแมนๆ ของเขา แล้วก็กลับเข้าบ้าน เขาก็จะดูแลลูกๆ ประมาณนั้น แต่ตอนพี่ดีเด็กๆ เขาก็จะช่วยอาบน้ำ ช่วยอะไรด้วย คือพี่ดราฟก็จะทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนที่เอิร์นทำได้ค่ะ แต่เรื่องความละเอียดอ่อนก็อาจจะน้อยกว่า เราก็เลยเหมือนกับถ้าเรื่องความสะอาด เรื่องโภชนาการ เรื่องความละเอียดอ่อนก็จะเป็นแม่ค่ะ

มีวิธีดูแลตัวเองในช่วงก่อนหรือหลังมีลูกอย่างไรบ้างคะ 

เอิร์น: ต้องบอกว่าช่วงนี้ดูแลตัวเองน้อย มีเวลาดูแลตัวเองน้อย เพราะเหมือนกับว่าเราทุ่มเวลาให้ลูก แต่ในส่วนหนึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราเล่นกับลูก อยู่กับลูกอะค่ะ ทำให้สุขภาพจิตภายในเราดี มีความสุขทุกวัน เวลาทำอะไรกับลูก เขาก็จะมีอะไรน่ารักๆ มีพัฒนาการขึ้นมา ยิ่งคนเล็ก (น้องดวิณ) เขาเพิ่ง 1 ขวบ 1 เดือน ก็จะมีพัฒนาการอะไรแปลกๆ ที่เราเห็นก็จะมีความสุขทุกวัน ส่วนคนโต (น้องดี) ก็จะช่างพูด ช่างอ้อน พอเราอยู่กับเขา เราก็มีความสุข

อีกอย่างหนึ่งที่ได้จากลูกเลยก็คือ ลูกคนโตเขาทำแอ๊คทิวิตี้เยอะ ชอบออกไปทำกิจกรรม เล่นกีฬาเอ๊าต์ดอร์ เราก็ต้องติดตามไปดูความปลอดภัย กลัวลูกล้ม กลัวนั่นกลัวนี่ ก็เลยได้เกี่ยวกับการเผาผลาญไปด้วย เพราะจริงๆ เอิร์นเป็นคนที่ไม่มีระเบียบในการออกกำลังกายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเรามีลูกก็เหมือนกับว่าทุกวันเด็กเขาก็อยากจะออกไปข้างนอก เราก็ต้องออกไปตามเขา ปกติถ้าอากาศร้อน เอิร์นเลือกได้ก็จะอยู่ในห้องแอร์ แต่ว่าพอมีลูก ลูกจะเหงื่อแตกแค่ไหนเขาก็ชอบ ขอออกข้างนอก เราก็เลยมีความรู้สึกว่าต้องออกไปกับเขา ก็ได้เบิร์น ได้เหงื่อออก ได้โน่นได้นี่อย่างนี้ค่ะ ก็ได้ตามลูกเลยค่ะ

น้องดี เด็กชายขาลุย
น้องดวิณและแม่เอิร์น

จะได้มีโอกาสเห็นคุณเอิร์นกลับมาร้องเพลงให้แฟนๆ ได้ฟังกันอีกไหมคะ

เอิร์น: จริงๆ ก็คิดถึงนะคะ แต่ว่าเอิร์นต้องออกตัวก่อน เพราะว่าเวลาที่เราขึ้นคอนเสิร์ต เราจะเสียงเปลี่ยน เพราะว่าเอิร์นเป็นเส้นเสียงอักเสบ อยากจะรักษาเหมือนกัน แต่มันก็รักษาไม่ได้ คือเส้นเสียงอักเสบเกิดจากเราใช้เสียงผิดประเภท ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อลูกคนโตอายุประมาณ 6 เดือนค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็เลยเหมือนกับว่าน่าจะเกิดจากการที่เราเล่นกับลูกด้วย อาจจะออกเสียงผิดลักษณะ ทำให้ช่องเสียงของเราปกติมันจะมีลักษณะเป็นเส้นตรงเลย และปิดกันสนิท แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเส้นเสียงเราไม่ปิดสนิทค่ะ มีลมผ่าน ทำให้เสียงเราแหบ คือวันหนึ่งสมมุติว่าถ้าเอิร์นใช้เสียงเยอะอย่างนี้ หรืออย่างตอนที่ออกคอนเสิร์ต The Next Venture เมื่อปีที่แล้ว กลับมาคือจะเสียงหาย แหบมาก เหมือนกับว่ามันมีลมผ่านเยอะค่ะ แล้วก็ได้ไปปรึกษาคุณหมอ ตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นหวัดลงคอ เพราะเสียงหาย แต่เอ๊ะ! เป็นมา 3 สัปดาห์ก็ไม่หาย แล้วก็ไม่มีอาการหวัดอย่างอื่นร่วม ก็เลยไปหาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าเป็นเส้นเสียงอักเสบ รักษาได้อย่างเดียวคือต้องผ่าตัด แต่ผ่าตัดไม่การันตีว่าจะหายขาด เนื่องจากว่ามันเป็นเส้นที่เล็กมาก เพราะฉะนั้นถ้าผ่าแล้วมีรูนิดเดียว กลายเป็นว่าจะไม่มีวันหาย กลายเป็นว่าจะมีลมผ่านอยู่ตลอดเวลา คุณหมอเลยบอกว่าทางที่ดีก็คือให้ใช้เสียงน้อยๆ สมมุติถ้าวันไหนใช้เสียงน้อยๆ ได้สัปดาห์นึง เสียงก็จะกลับมาเกือบจะเหมือนเดิม

ภาพคุณเอิร์นตอนเด็ก รู้เลยว่าลูกชายทั้งสองลูกใคร อิๆ

ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ผ่าตัด?

เอิร์น: ไม่ผ่าค่ะ เพราะกลัวว่ามันจะเป็นอย่างนั้นไปตลอดเลย แล้วก็ยังไม่ได้ใช้เสียงน้อยลง เพราะต้องพูดกับลูกทุกวัน เพราะเด็กเขามีพัฒนาการ แล้วเอิร์นเชื่อว่าเขาก็รับรู้ เข้าใจในสิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราสอน

แล้วมีวิธีดูแลตัวเองด้านนี้เป็นพิเศษอย่างไรบ้างคะ

เอิร์น: ดื่มน้ำเยอะๆ ค่ะ จริงๆ เราจะรู้สึกได้เลยว่าถ้าวันไหนที่เราไม่ได้ใช้เสียงเยอะ ดื่มน้ำเยอะ แล้วก็นอนพอ เสียงก็จะโอเคอย่างนี้ เสียงก็จะไม่ได้แย่มาก แต่ถ้าวันไหนพูดเยอะๆ แล้วนอนดึก ก็จะรู้สึกได้เลยว่าตื่นขึ้นมาเสียงจะแหบ บางทีพูดๆ อยู่เสียงหายไปเลย ซึ่งเราก็ต้องรักษาตัวเองไป

วางแพลนอนาคตให้ลูกชายทั้งสองอย่างไรบ้างคะ ปล่อยอิสระตามที่เขาชอบเลยหรือเปล่า

เอิร์น: ตอนนี้น้องดีเรียนที่โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวบ้านสามี และตอนนี้เอิร์นก็เข้าไปดูแลที่นี่เต็มที่เลย คือโรงเรียนค่อนข้างจะตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่สอนระบบสาธิต แล้วมีเรื่องการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน ก็เลยดูว่าถ้าตรงนี้เขาสามารถมีคอนเวอร์เซชั่น ใช้การสื่อสารระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้ดี ก็ให้เขาเรียนแบบนี้ไปจนถึงม.6 เลยค่ะ แต่ถ้าเรื่องความชอบก็ตามเขาทุกอย่าง เอิร์นจะเป็นคนไม่กดดันหรือเร่งเร้าอะไรเขา เพราะด้วยความที่เอิร์นและสามีโตมาแบบที่คุณพ่อคุณแม่เปิดอิสระให้เรามีความคิดเป็นของตัวเอง ชอบแบบไหนก็ปล่อยให้ไปตามแบบนั้น เอิร์นก็เลยจะปล่อยให้เขาได้ทำทุกอย่างตามที่เขาชอบค่ะ

น้องดี ลูกชายคนโต ออร่าความหล่อกระจายแต่เด็ก
คุณแม่สวย ลูกชายหล่อ น่ารักเชียว

ใส่ใจดูแลลูกชายเหมือนที่ตัวเองได้รับมาจากคุณแม่ เป็นการถ่ายทอดความรักจากรุ่นสู่รุ่นแท้จริงเลยนะเนี่ย…


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @earnie_chirawan @earn_chira

keyboard_arrow_up