ชีวิตเลือกได้สไตล์ กะละแมร์

ชีวิตเลือกได้สไตล์ กะละแมร์
ชีวิตเลือกได้สไตล์ กะละแมร์

ถ้าให้เราเลิกทำงานเราก็อยู่ได้แบบสบายเพราะเรามีการวางแผนเรื่องเงินไว้เรียบร้อยแล้ว อยากใช้ของลักซ์ชัวรี่เราก็จะเอาเงินไปทำงานและเอากำไรตรงนั้นมาซื้อของลักซ์ชัวรี่ที่อยากได้ มันเหมือนกับซื้อของให้รางวัลตัวเอง

กะละแมร์ พิธีกรสาวมั่น ที่นอกจากจะวางแผนการทำงานให้ตัวเองได้อย่างไม่มีบกพร่อง เธอยังเป็นคนที่วางแผนอนาคตชีวิตตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม เธอมองว่าปัจจัยเรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ จึงเริ่มเรียนรู้การวางแผนชีวิตด้านการเงินตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการ

เห็นนักแสดงหลายๆ คนบอกว่าถ้าคุยกับแมร์ต้องถามเรื่องเงิน
(หัวเราะ) แมร์เป็นคนชอบวางแผนการเงินค่ะ แม่เป็นคนที่สอนให้เรารู้จักการเก็บออม รู้จักประหยัด ไม่ให้ลูกฟุ้งเฟ้อ ถ้าอยากได้อะไรลูกก็ต้องเก็บเงินซื้อเอง แม่จะให้สิ่งที่เป็นพื้นฐานคือปัจจัย 4 แต่ถ้าอยากได้กล่องดินสออันที่มันน่ารักมากขึ้น ทั้งๆ ที่มีแม่มีให้อยู่แล้ว อยากได้รองเท้ากีฬาที่มันสวยกว่านี้ลูกก็ต้องเก็บเงินซื้อเอง แม่จะสอนให้เรารู้จักค่าของเงินและทำงานเพื่อให้ได้เงินมา จึงทำให้เราคิดเสมอว่าถ้าเราไม่มีเงินเราก็จะไม่ซื้อ คือจะไม่ยอมไปกู้หนี้ยืมสิน รูดบัตรใช้เงินอนาคตทั้งๆ ที่ไม่มีเงินจ่าย อย่างรถเราก็ต้องเก็บเงินกว่าจะซื้อได้ สิ่งเดียวที่ยอมผ่อนคือบ้าน เพราะว่าบ้านมันมีดอกเบี้ยที่สามารถนำไปหักภาษีได้ จึงทำให้เราคิดก่อนใช้มากขึ้น เรามีเป้าใหม่ในชีวิตว่าในอนาคตเราอยากเห็นชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร อยากใช้ชีวิตแบบไหน เราจึงมีเป้าหมายในการออมเงินของเรา อย่างเมื่อก่อนเราจะไม่ซื้อของแพงเลย เพราะว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะซื้ออะไรเหล่านั้น จึงเก็บอย่างเดียว ได้เงินมาตัดออกไปเลย 80 เปอร์เซ็นต์

ทำแบบนี้มานานไหมคะ
ประมาณ 10 กว่าปี ของชีวิตการทำงาน เราทำงานก่อนเรียนจบด้วยซ้ำ ก็เลยจ่ายค่าเทอมเอง ได้เงินมาเราก็มีวินัยในการออม ตั้งแต่ปี 1 เราก็เริ่มออมด้วยการฝากเงินให้เท่าๆ กันทุกเดือนซึ่งมันก็เป็นการสร้างวินัยอย่างหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว คุยเรื่องเงินเรื่องทองได้ เข้าใจเรื่องภาษี การลงทุน หาความรู้เรื่องการเงิน เพราะเรารู้สึกว่าทุกคนสามารถหาความรู้เรื่องการเงินได้ ทุกวันนี้เราเอาเงินไปกระจายการลงทุนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหุ้น ทอง กองทุน ของทุกอย่างที่มีมูลค่า ถ้าให้เราเลิกทำงานเราก็อยู่ได้แบบสบายเพราะเรามีการวางแผนเรื่องเงินไว้เรียบร้อยแล้ว อยากใช้ของลักซ์ชัวรี่เราก็จะเอาเงินไปทำงานและเอากำไรตรงนั้นมาซื้อของลักซ์ชัวรี่ที่อยากได้ มันเหมือนกับซื้อของให้รางวัลตัวเอง

ทุกวันนี้มีสิ่งของล่อตาล่อใจเยอะ มีวิธีจัดการยังไงคะ
รู้จักการพอ มีแล้วเราก็ต้องพอ คือไม่ใช่ว่ามีแล้วมีอีกอยากได้นั่นได้นี่มันก็ไม่รู้จักพอ ถ้าพอเมื่อไหร่ก็รวยเมื่อนั้น

เครดิตรูป: