แสบซนซ่า! นี่แหละตัวตนของ “ปัญ” ฉลามน้อยแห่ง BNK48

ปัญ
ปัญ

ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร อีกหนึ่งสาวน้อยมหัศจรรย์แห่งวงเกิร์ลกรุ๊ปสุดคิวต์ BNK48 ที่มีดีกรีความน่ารักสดใสระดับล้าน พร้อมพกพาความมั่นใจและความแสบซนซ่ามาเต็มพิกัด จนมัดใจเหล่าโอตะได้แบบไม่มีหลุด ซึ่งแพรวดอทคอมเชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ จึงจะพาไปล้วงลึกตัวตนของสาวน้อยคนนี้กัน

แสบซนซ่า! นี่แหละตัวตนของ “ปัญ” ฉลามน้อยแห่ง BNK48ปัญ

ความแสบซนซ่าของ ด.ญ.ปัญ

ตอนเด็กๆ หนูซนมากค่ะ ชอบแต่งตัวเหมือนพี่ชาย ใส่กางเกงสามส่วนหรือห้าส่วน เสื้ออุลตร้าแมน รองเท้าสาน เวลาโพสถ่ายรูปก็เป็นท่านี้ (เอามือไขว้กันเป็นท่าอุลตร้าแมน) คนอาจจะคิดว่าหนูซนเพราะมี พี่ชาย แต่ความจริงมาจากตัวหนูเองนี่แหละ (หัวเราะ) อย่างเวลาถ่ายรูปกับพี่ชาย พี่ชายจะนั่งเรียบร้อยแบบนี้ (ทำท่านิ่งๆ) แต่หนูจะกอดคอเขาแล้วทำหน้าแสบๆ ซ่าๆ อย่างนี้ (ทำท่าหน้าย่นให้ดูแล้วหัวเราะ) ดูรูปแล้วรู้เลยว่านิสัยใครเป็นอย่างไร ดังนั้นวีรกรรมในบ้านจึงมาจากหนูเป็นหลัก ครั้งหนึ่งคุณพ่อไปไดรฟ์กอล์ฟแล้วพาหนูไปด้วย พอเห็นพ่อตีกอล์ฟ หนูก็วิ่งตามลูกไป แล้วมันไม่ใช่สนามกอล์ฟไงคะ มันเป็นที่ไดร์ฟกอล์ฟ! กลายเป็นทั้งสนามกรี๊ดกันใหญ่ว่าเด็กมาจากไหนไม่รู้

ส่วนกับเพื่อนๆ หนูก็มีวีรกรรมเยอะนะคะ อย่างสมัยอนุบาล พ่อเล่าให้ฟังว่า พ่อหวงหนูมาก ไม่ให้ใครโดนตัวเลย แล้วมีอยู่วันหนึ่งมีเพื่อนมาจุ๊บ ซึ่งพ่อสอนว่าถ้าใครมาจุ๊บนะ ให้ต่อยไปเลย หนูก็เลยต่อยเขาจริงๆ โดยที่แม่เขาก็นั่งอยู่ตรงนั้น คือเชื่อฟังพ่อไง แต่หนูจำอะไรไม่ได้เลย อีกทีสมัยประถมมีเพื่อนผู้ชายมาจั๊กจี้ หนูพูดแล้วไม่ฟัง หนูก็เตะเลย ครั้งที่สองมีเพื่อนเอาตุ๊กแกปลอมมาแกล้ง คือหนูกลัวจิ้งจกกับตุ๊กแกไงคะ หนูก็ตกใจแบบ ฮึ่ย! แล้วก็เตะจนเข่ากับขาเขาช้ำไปเลย

 

เรื่องเรียนก็เก่งใช่ย่อย

สมัยเรียนประถมที่โรงเรียนสองภาษา ปัญได้เป็นหัวหน้าห้องมาตลอด เพราะหนูตั้งใจเรียน ทั้งๆ ที่กลับบ้านก็ไม่อ่านหนังสือนะคะ แต่หนูไม่คุมเพื่อนนะ ใครอยากทำอะไรก็ทำ แค่ถึงเวลาก็เรียน หน้าที่ของเราก็คือบอกให้เพื่อนทำความเคารพคุณครู แจกสมุดงาน เป็นตัวแทนนำพูด

พอเข้าชั้นมัธยม หนูย้ายไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ มีเพื่อนเยอะและหลากหลาย เลยไม่ได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว แต่จะเป็นตำแหน่งรองๆ ลงมา ช่วงนั้นหนูสนิทกับเพื่อนผู้ชาย จะออกแนวห้าวๆ หน่อย เน้นทำกิจกรรมเยอะ ไปเข้าค่าย เล่นกีฬาทุกอย่าง ทั้งบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฟุตบอล แล้วก็เต้นเชียร์ในวันสปอร์ตเดย์ด้วย แต่หนูอยู่ถึงแค่ ม.2 ก็สอบเทียบและสอบเข้ามหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด คณะบริหารธุรกิจ ระหว่างประเทศ ตอนอายุ 14 ย่าง 15 ปี ต้องเรียนปรับพื้นฐานอยู่เทอมหนึ่ง แต่ช่วงแรกหนูไม่ได้บอกใครเลยว่าอายุเท่าไร ยกเว้นมีใครมาถาม หนูเรียนได้นะคะ แค่รู้สึกว่าช่วงแรกยากหน่อย เพราะเราไม่ได้เรียนวิชาพื้นฐานบางอย่าง เช่น บัญชี บิสเนส มาร์เก็ตติ้ง เวลาเรียนก็เน้นเลกเชอร์ เราต้องตั้งใจฟังมาก มีการบ้านทุกวิชา ทุกคลาส พยายามเต็มที่ค่ะปัญ

เรื่องหนักที่สุดในชีวิต

ปัจจุบันนี่แหละค่ะ เพราะต้องเรียนด้วย ทำงานไปด้วย แล้วหนูเรียนมหาวิทยาลัยนานาชาติ ครูก็เป็นฝรั่ง เวลาขอลาไปทำงานเขาไม่เก็ต คือคุณจะลาก็ได้ แต่ครบ 5 ครั้งก็แค่ตก จะยื่นจดหมายอะไรก็ไม่รับ เพราะฉะนั้นจึงยากมาก เพราะบางทีเราต้องไปทำงานของกลุ่ม หนูจึงต้องยอมดร็อปไปหนึ่งเทอม เพราะอยากทุ่มเทให้ BNK48 ซึ่งผลที่ได้ก็ดีจริงๆ เป็นช่วงขาขึ้นของวง แล้วหนูเองก็ได้พัฒนาหลายอย่าง จึงไม่เสียดาย ที่ดร็อป ตอนนี้พอกลับมาเรียนอีกครั้งก็พยายามแบ่งเวลา อย่างวันนี้ก็ไปเรียนก่อนตอนเช้า แล้วค่อยมาเจอ แพรว เพราะใจก็อยากจบเร็วๆ นะคะ อยากให้แฟนคลับมางานรับปริญญาของเราด้วย

 

แรงบันดาลใจสู่การเป็นสมาชิก BNK48

ปัญเข้ามาใน BNK48 จากความชอบในการเต้นฮิปฮ็อปสมัยเด็กๆ เคยเห็นชุดบัลเลต์แล้วชอบ แม่ก็เลยให้เรียนบัลเลต์ พอเรียนได้ถึงเกรดสอง บอกแม่ว่าไม่อยากเรียนแล้ว แม่บอกว่าให้เรียนๆ ไป ก็ทนเรียนไปจนถึงเกรด 7 อีกเกรดเดียวก็จบแล้วนะ แต่ก็เลิก แล้วตอนนั้นพี่ชายไปเรียนฮิปฮ็อป ก็เลยไปเรียนด้วย ตอนแรกแค่ชอบเต้น ชอบร้องเพลง ไม่ได้อยากเป็นนักร้อง แต่เกือบทุกคนที่ไปเรียนที่นั่นก็เรียนเพราะอยากเป็นศิลปิน เราก็ซึมซับจากเขามา เริ่มฝึกซ้อมจริงจัง และลองสมัครเข้ามาร่วมทีม BNK48 จนผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ ถ้าพูดตรงๆ ไม่คิดว่าจะได้นะคะ แต่คิดว่าอยากทำให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากขายหน้าถ้าไม่ทำเต็มที่

 

เลขนำโชคของปัญ

2 ค่ะ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรพิเศษ สมมุติเวลาอยู่ทีมกีฬาโรงเรียน เขาถามว่าอยากเลือกเสื้อเบอร์อะไร หนูก็จะ 2 ตลอด ถ้ามีคนเลือก 2 แล้ว หนูก็จะ 12 คือแค่สองเลขนี้ตลอด จำไม่ได้ด้วยว่าเพราะอะไร อาจเพราะเป็นเลขประจำตัวสมัยก่อนและรู้สึกถูกชะตากับเลขนี้ ใช้แล้วโชคดีปัญ

เรื่องที่เปลี่ยนแปลงที่สุดตั้งแต่เป็นสมาชิก BNK48

พูดเก่งขึ้นค่ะ ความจริงเมื่อก่อนก็พูดเก่งอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้จักกันจะไม่คุยเลย แต่เดี๋ยวนี้จะกล้าคุยกับทุกคน เพราะต้องเจอคนใหม่ๆ ตลอดเวลา ตั้งแต่ออกไปแนะนำตัวกับพี่ๆ สื่อมวลชน เจอแฟนคลับเหมือนได้ทำลายกำแพงนั้นลง เพราะถ้ายังมีกรอบก็คงไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง อย่างเวลาจับมือแฟนคลับ ถ้าเป็นแต่ก่อนจับมือแล้วหนูคงเงียบ แต่ตอนนี้สามารถทักทายได้โดยไม่ได้เฟค เพราะรู้สึกสบายใจจริงๆ ล่าสุดหนูเพิ่งได้เป็นกัปตันทีมบีทรี (BIII) คือทีมที่ได้ขึ้นโชว์เธียเตอร์ (โรงละครของวง BNK48) เห็นพี่เฌอบอกว่าหนูเป็นกัปตันที่เด็กที่สุดในประวัติศาสตร์ของ 48 กรุ๊ปด้วย ซึ่งหน้าที่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบ สมมติว่าพี่เฌอซึ่งเป็นกัปตันของวงไม่ว่าง เราก็ต้องทำหน้าที่เลือกสมาชิกขึ้นไปแสดงแทนบนเวทีในวันนั้น รวมถึงการตัดสินใจอื่นๆ เช่น แสดงเพลงอะไร หนูต้องตัดสินใจและคุยกับครูเยอะ ยอมรับว่าหนักใจนะ เพราะชีวิตของคนที่เหลือมันขึ้นอยู่กับเรา แต่อีกมุมก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้โตขึ้นด้วย

 

ความรักความผูกพันกับเพื่อนๆ BNK48

ช่วงแรกๆ เพื่อนๆ บอกว่าปัญหยิ่ง เพราะชุดที่เราใส่วันออดิชั่นเป็นเสื้อเอวลอยกับกระโปรง ทาตาดำกับเล็บดำ ก็เลยดูแรง แล้วความที่เคยเรียนเต้นมาก่อน ตอนวอร์มก็เต็มที่ทุกท่า แล้วหนูจะหน้านิ่งๆ เหมือนหยิ่ง แต่พอผ่านไปสักพัก ได้รู้จักกันก็พบว่าเราติงต๊องนี่นา (หัวเราะ) ตอนนี้หนูสนิทเกือบทุกคน อย่างพี่เนยเคยบอกว่าไม่คิดว่าจะสนิทกับปัญได้ ไม่คิดว่าหนูจะเป็นคนที่เขาคุยด้วยได้ แต่ทุกวันนี้เราสนิทกัน คือไม่ได้รู้สึกว่าเป็น แค่เพื่อนร่วมวงแล้ว แต่เป็นเพื่อนในชีวิตจริงที่คุยได้ทุกเรื่อง

 

อยากแปลงร่างเป็นพระเอกในดวงใจ

ปัญอยากเป็นโกคู (พระเอกในการ์ตูน ดราก้อนบอล) อยากปล่อยพลังคลื่นเต่า หนูชอบดูมากเลย อยากรู้ว่าถ้ามีพลังออกจากมือจะเป็นอย่างไร เวลาแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าจะเจ็บหรือเปล่า เวลาผมตั้งแล้วเปลี่ยนสีได้จะเป็นอย่างไร แถมยังได้ต่อสู้กับเทพแห่งการทำลายล้างแบบมันสุดยอดไปเลย

 

“ปัญ” ในวันที่อายุ 48

คงเลี้ยงครอบครัว พ่อแม่ แล้วก็เลี้ยงลูก คือหนูชอบเด็ก อยากมีลูก แต่ไม่อยากท้อง (หัวเราะ) ชอบดูรายการเลี้ยงเด็กแบบ The Return of Superman, Oh My Baby ชอบเด็กมาก โดยเฉพาะฝาแฝด หนูอยากเล่นสิ่งที่กำลังเล่นตอนนี้กับลูก เช่น สเกตบอร์ด ไอซ์สเกต กีตาร์ปัญ

มุมที่คนไม่ค่อยรู้

แฟนคลับอาจคิดว่าหนูเจ้าน้ำตา ร้องไห้ง่าย แต่จริงๆ ไม่ใช่เลยนะ ร้องไห้กับบางเรื่องเท่านั้น แต่มาร้องไห้กับเรื่องที่เกี่ยวกับ BNK เยอะสุดละ ทุกคนจึงคิดว่าร้องไห้เก่งจัง เช่น งานจับมือที่แฟนคลับมาจับมือก็รู้สึกซาบซึ้งมาก คงเพราะรู้สึกตื้นตันมากจริงๆ ค่ะ

ส่วนเรื่องความกลัวนี่มีหลายระดับ เริ่มจากกลัวผี กลัวมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยเจอนะคะ อย่างบ้านผีสิงนี่หนูไม่เข้าเลย เคยเข้าครั้งแรกที่ดรีมเวิลด์กับพี่ชาย หนูใช้วิธีหลับตาตลอดทาง ทำให้ไม่เห็นอะไร ครั้งที่สองคือตอนถ่ายรายการกับ BNK48 Show คือโดนบังคับให้เข้าบ้านผีสิง กลัวมากจนร้องไห้เหมือนจะตาย ฮือ…ถึงหนูจะหลับตาก็เถอะ แต่ยังมีเสียงไงคะ แค่นี้ก็แย่แล้ว ถ้าเจอในชีวิตจริงคงหัวฟู (หัวเราะ)

ที่กลัวกว่าผีคือจิ้งจก เพราะเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ถ้าเจอผีเรายังหลับตาได้ ท่องนะโมก็ได้ แต่จิ้งจกมันอยู่ตรงนั้นเลย ต่อให้หลับตามันก็จะเข้ามาไง แล้วถ้ามันไต่ขึ้นมาบนตัวล่ะ…ไม่เอาน้า แต่ที่กลัวสุดๆ คือตุ๊กแก คือคำว่า “จิ้งจก” หนูไม่กลัวนะ แค่กลัวตัวมัน แต่ตุ๊กแกนี่ แค่อ่านคำว่า “ตุ๊กแก” ต. เต่า – สระอุ – ไม้ตรี หนูก็กลัวแล้วอะ น่ากลัวมากเลย (หัวเราะ)

 

 

สามารถติดตามอ่านเรื่องราวฉบับเต็มของปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร  ได้ที่นิตยสารแพรว ฉบับที่ 929 วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 (หน้า 83-85)

keyboard_arrow_up