อดีตอีโก้แรง “พุทธอภิวรรณ” ผู้ประกาศข่าวดัง อมรินทร์ทีวี รักอาชีพเพราะช่วยสังคมได้

พุทธอภิวรรณ
พุทธอภิวรรณ

เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ชื่อของผู้ประกาศข่าว “พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี” สังกัดช่องอมรินทร์ทีวี ได้รับการจับตาและพูดถึงจำนวนมาก ตั้งแต่กรณีชื่อจริงนามสกุลที่แปลกไม่เหมือนใคร และฝีปากในการนั่งอ่านข่าว ที่พูดจาเสียงดังฉะฉาน ได้อารมณ์ ตรงไปตรงมา

พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี เดิมชื่อ วีรวัฒน์ เนียมนัด สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ปัจจุบันเป็นผู้ประกาศข่าวประจำรายการ ต่างคนต่างคิด และทุบโต๊ะข่าว คู่กับคุณจิตดี ศรีดี ทางช่อง Amarin TV (กด 34) โดยเขาได้รับการพูดถึงจากเสียงส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกันคือ เสนอข่าว วิเคราะห์ข่าวได้อย่างตรงไปตรงมา พูดจาน้ำเสียงดัง ฉะฉาน ได้อารมณ์ รวมถึงการซักคำถามใส่แขกผู้มาร่วมรายการต่างคนต่างคิด ก็ถามขยี้ได้ไม่ออกนอกประเด็น ซึ่งบางคำถามหลายคนก็อาจจะมองว่าดูแรงได้เช่นกัน

ฝีมือการทำงานเหล่านี้ได้ทำให้พุทธอภิวรรณได้รับรางวัลจากหลายเวทีในปี 2560 ได้แก่ รางวัลผู้ประกาศข่าวหรือพิธีกรรายการข่าวชายที่สุดแห่งปี 2016 จากเวที Daradaily The Great Awards ครั้งที่ 6 และรางวัลผู้วิเคราะห์ข่าวยอดเยี่ยมแห่งปี จากมายาอวอร์ด 2016 รวมถึงรายการ ต่างคนต่างคิด ยังได้รับรางวัลฐานันดร 4 ทองคำ ประเภทรายการโทรทัศน์ดีเด่น เมื่อปี 2557 ด้วย

แต่กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างนี้ พุทธอภิวรรณ เคยเผยว่าตนนั้นเคยเป็นคนมีอีโก้มากๆ มาก่อน ยังไม่รักและไม่เข้าใจในอาชีพ แค่ทำงานให้เสร็จไปเพื่อแลกเงินเดือน จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยน ทำให้มุมมองความคิดต่างๆ เปลี่ยนไป ซึ่งเขาได้มาเล่าเรื่องราวชีวิตผ่านรายการ ซีเคร็ด ความลับของชีวิต ทางช่อง Amarin TV เกี่ยวกับทุกๆ เรื่อง โดยในรายการได้มีประเด็นให้แง่คิดหลายเรื่อง แพรวดอทคอม จึงขอย่อยเรื่องราวช่วงอดีตเคยมีอีโก้ของคุณพุทธมาเล่าเพื่อให้ได้เรียนรู้กัน

พุทธอภิวรรณ เคยเป็นคนมีอีโก้สูงมาก มองคนอื่นไม่เก่ง และมองว่าตัวเราเก่งที่สุดในบริษัท เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรใหญ่ๆ งานใหญ่ๆ ผู้ใหญ่จะมอบหมายงานมาให้จึงคิดว่าเขามองว่าเราเก่งแน่ๆ จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนขณะนั่งสัมภาษณ์นักการเมืองออกรายการสด ซึ่งคุณพุทธก็รู้ตัวดีว่า สัมภาษณ์เขาแรงพอสมควร จนโดนเขาสวนกลับมาด่าว่า “คุณถามผม คุณรู้ข้อกฎหมายนี้หรือเปล่า คุณอธิบายหน่อยแล้วผมจะตอบคำถามของคุณ” จากรู้สึกตัวใหญ่เท่าเช้า นาทีนั้นพุทธกลับรู้สึกตัวค่อยๆ ลดลง เพราะไม่รู้ข้อมูลนี้จริงๆ วันนั้นเขาเดินออกจากห้องส่งพร้อมน้ำตาร่วง ความคิดที่เคยคิดว่า เราเก่งที่สุด เราแน่ที่สุด มันไม่ใช่ เราควรคิดว่าเราโง่ที่สุดเพื่อวันหนึ่งเราจะรู้ให้มากที่สุด หลังจากนั้นจากที่เคยทำการบ้านแบบหลวมๆ เพราะคิดว่าอ่านข่าวทุกวันอยู่แล้ว จึงพัฒนาปรับปรุงทำการบ้านมากยิ่งขึ้น และอยากทำงานได้ทุกสาย ไม่ว่าจะสายเศรษฐกิจ บันเทิง การเมือง ซึ่งเขาตั้งต้นเลยว่าเขาพร้อมเรียนรู้ทุกอย่าง เพื่อรับโอกาสต่างๆ ให้ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ จากที่ไม่เคยรักในอาชีพสื่อสารมวลชน ทำให้จบๆ เลิกงานเสร็จไปดื่มเหล้าต่อ รอรับเงินเดือนสิ้นเดือนก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้ไปลงพื้นที่จริงทำข่าวน้ำท่วม เห็นเด็กร้องไห้เรียกหาพ่อแม่ เห็นคนร้องไห้นอนกอดศพ เห็นบ้านเรือนที่จมน้ำไป มองไปทางไหนมีแต่ทะเลโคลนเต็มไปหมด จุดนั้นทำให้เขาตระหนักได้ว่า ตัวเขาและอาชีพที่เขาทำสามารถช่วยอะไรให้กับสังคมได้บ้าง เมื่อกลับมาทำข่าว รายงานข่าวออกไป แล้วได้กระแสตอบรับ คนนำของมาร่วมบริจาค เกิดปรากฏการณ์คนร่วมด้วยช่วยกัน ก็ทำให้เขาค้นพบว่า เขารักและเข้าใจในอาชีพนี้แล้ว และต้องการจะเป็นกระบอกเสียงเพื่อช่วยเหลือคนในสังคมให้ดีขึ้นต่อไป

ส่วนกระแสมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ เช่น พูดจาเสียงดัง ฟังแล้วเหนื่อย คุณพุทธเผยว่า ตัวเขาเป็นคนสไตล์นี้ ไม่สามารถเอาใจทุกคนได้ และในกรณีที่มีคนมองว่าแย่งคุณจิตดีพูดไปหมดนั้น คุณพุทธแจงว่า จริงๆ แล้วคุณจิตดีเขาก็พูดเสริมเยอะนะ เพราะบางทีตัวพุทธก็มีลืมเหมือนกัน ซึ่งถ้าใครได้ติดตามมาตลอดน่าจะสังเกตได้ว่า ช่วงหลังนี้ทั้งคุณพุทธและคุณจิตดีพูดจาทำข่าวได้ลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนหนึ่งเพราะเปิดรับฟังคำติคำชมมาปรับแก้ไขรายการให้ดีขึ้นด้วย

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ที่มา: ซีเคร็ต ความลับของชีวิต วันที่ 3 มี.ค. 59 (2/4) พุทธอภิวรรณ “เบื้องหลังผู้ประกาศฝีปากกล้า”
ภาพ: Twitter , IG @jitdee_sridee

keyboard_arrow_up