ตั๊ก-บงกช ทนไม่ไหว!เคยคิดเลิกเจ้าสัวบุญชัยอภิมหาเศรษฐีไทย

 ตั๊ก-บงกช ควงสามีเจ้าสัวบุญชัยและลูกชายน้องข้าวหอม อัพเดทชีวิตครอบครัว ก่อนเผยเรื่องช็อกเคยคิดอยากเลิกราสามีอภิมหาเศรษฐี พร้อมเผยเสียใจที่สุดในชีวิต เมื่อแม่จากไปตลอดกาล

ครอบครัว เบญจรงคกุล ให้สัมภาษณ์ในรายการ รายการคุยแซ่บShow ทางช่องONE31

อดีตนางเอกดัง ตั๊ก -บงกช เบญจรงคกุล ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว ได้ควงสามีมหาเศรษฐีหมื่นล้าน เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล มาเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องONE31ถึงเรื่องมรสุมชีวิตที่ต้องเสียคุณแม่ผู้เป็นที่รักไปอย่างแม่ไม่มีวันกลับ รวมถึงการเปิดใจถึงข่าวลือแต่งงานเพราะหวังเงิน อยากเป็นหนูตกถังข้าวสาร

ขอย้อนถามไปถึงข่าวลือที่เคยได้ยินหน่อยว่าถ้าตั๊กไม่มีแม่ ตั๊กก็จะไม่มีวันได้แต่งงานกับคุณบุญชัย?
ตั๊ก : ไม่จริงค่ะ ตั๊กมีนักธุรกิจมาจีบเยอะมาก แม่ไม่เคยให้ยุ่งเลย  อยากจะให้ทำงาน

ทำไมเขาถึงหวงเราขนาดนั้น ?
ตั๊ก : ตั๊กไม่รู้เหมือนกัน แม่คงอยากให้ตั๊กอยู่กับแม่ตลอด ไม่อยากให้อยู่กับใคร

หรือว่าคุณแม่ไม่อยากให้เราเจ็บเหมือนท่านหรือเปล่า ?
ตั๊ก : อาจจะใช่ วันที่คุณบุญชัยไปขอตั๊ก แม่ยังบอกเลยว่าอย่าแต่ง อย่าหมั้นเลย เพราะหนังเรื่องจันดาราก็สร้างชื่อเสียงให้กับเราแล้วเรากำลังจะมีละครกับอีกช่องนึงด้วย ตอนนั้นเราสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม่ไม่ได้ต้องการให้ตั๊กแต่งงานกับคุณบุญชัย มีแต่บอกว่าอย่าเพิ่งแต่งให้ใช้ชีวิตเป็นสาวไปก่อน เรียนรู้กันไปก่อน

ย้อนกลับไปตอนแม่ป่วย นานหรือเปล่าก่อนที่ท่านจะจากเราไป ?
ตั๊ก : ประมาณ 1 ปี 7 วันนั้นแม่เส้นเลือดในสมองตีบ เราเลยพาส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ แต่โรงพยาบาลใกล้ๆไม่มีเครื่องมือที่จะรักษาแม่ได้ ซึ่งคนเป็นเส้นเลือดในสมองตีบต้องใช้เวลารักษาเร็วมาก แม่ชี้ไปที่หัวตลอด ส่วนตั๊กร้องไห้เป็นเด็กเลย แม่พูดออกมาว่า อย่าร้องไห้ แม่ไม่เป็นอะไร นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ได้ยิน

แม่เล็ก-ธนาภา และ ตั๊ก-บงกช

นาทีแรกที่ทราบข่าวคุณแม่เสียเราคิดอะไร?
ตั๊ก :  คือวันนั้นเป็นวันเกิดตั๊กด้วย จำได้เป็นวันที่ 15 เมษายน แม่มีอาการเลือดไหลในลำไส้ พยาบาลโทรมาว่าจะให้เรียกรถเพราะว่าแม่เลือดออกเยอะมาก ตั๊กบอกว่าให้เรียกรถพยาบาลเลย ทีนี้แม่ตั๊กมีกรุ๊ปเลือด AB เนกาทีฟซึ่งหายาก ทางโรงพยาบาลบอกว่าเลือดมีไม่พอ เลยให้มอเตอร์ไซด์วิ่งไปเอาที่สภากาชาดไทย ระหว่างที่เราเดินทางเจ้าหน้าที่ก็ถามว่าจะปั๊มหัวใจไหม ด้วยความที่เราเคยปั๊มแล้วหัวใจแม่กลับมาเต้นเราเลยบอกว่าปั๊มค่ะ พอเราไปถึงทางโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ให้เรานั่งรออยู่ด้านนอก แต่ด้วยความที่เรารู้สึกว่าเขาทำอะไร ทำไมดูวุ่นวายจัง เลยเดินตรงเข้าไปในห้องเลย พยาบาลก็ห้ามไม่ให้เข้า พอไปถึงเตียงแม่เราเห็นภาพทุกคนรุมแม่  แล้วเราก็มองเลือด แล้วมองแม่ แม่ถูกปั๊มหัวใจอยู่ตลอด เราแหงนดูมอนิเตอร์ แต่ไม่มีเคลื่อนอะไรเลย ตาแม่ลืมอยู่ เลือดไหลออกจากปาก จมูก หู เรารู้แล้วว่าแม่ทวารแตก ตั๊กทรุดลงนั่ง นั่งอยู่ซักพัก น้องข้าวหอม วิ่งเข้ามาหาตั๊ก ข้าวหอมเป็นเด็กที่เห็นการเจ็บ การตายตั้งแต่เค้ายังไม่สี่ขวบเลย ตั๊กเลยบอกให้ไปไหว้ยายที่เตียง ไปหอมยายสิ พอเขาเดินไปจับมือยาย เขาบอกว่ายายตัวเย็น เราร้องไห้กอดลูก อีกมือนึงก็จับแม่ แล้วพูดกับแม่ว่า แม่หนูขออโหสิกรรมนะ ถ้ากรรมใดที่หนูเคยทำให้แม่เสียใจ ทุกข์ใจ แม่อโหสิกรรมให้ได้ไหม พี่ใหญ่ก็บอกว่าให้เราเอาเสื้อมาเปลี่ยนให้แม่เพราะเดี๋ยวแม่จะตัวแข็ง แล้ววันนั้นเป็นวันสงกรานต์ รถติด ทำให้เรานึกถึงวันที่แม่เล่าว่าวันที่เค้าคลอดตั๊ก เค้านั่งอยู่บนสามล้อเจ็บท้องมาก รถก็ติด คนเค้าเล่นน้ำกัน แล้ววันนั้นเราไปเอาเสื้อผ้าให้แม่คนเล่นน้ำกัน รถติดมาก ทำให้เรานึกถึงวันที่แม่เล่าให้ฟัง เราคิดว่าชีวิตตบหน้าเราขนาดนี้เลยหรอ

คุณแม่สุดที่รักของตั๊ก

ถ้ามีโอกาสได้บอกลาแม่ อยากจะบอกอะไรแม่ ?
ตั๊ก :  อยากบอกแม่ว่า ตั๊กไม่รู้ว่าแม่จะจากตั๊กไปเร็วขนาดนี้ ถ้าหากรู้ ตั๊กจะใช้เวลาอยู่กับแม่มากกว่านี้ ชาติหน้าถ้ามีจริง ถ้าตั๊กได้เกิดมาอีก ขอเกิดเป็นลูกแม่และตั๊กขอตั้งจิตอธิษฐานจะไม่ทำให้แม่ต้องช้ำใจ เสียใจ ด้วยเรื่องอะไรทั้งนั้น ขอให้ตั๊กมีปัญญาตั้งแต่เด็ก ตั๊กจะได้ไม่เดินทางผิด แม่จะได้ไม่ต้องปวดหัวเพราะตั๊ก แม่จะได้ภูมิใจในตัวตั๊กตั้งแต่เด็กๆ

ตอนนี้ชีวิตเค้าเหลือแค่พี่คนเดียว ?
คุณบุญชัย : ครับ มีเวลาเหลือเท่าไหร่ก็จะสอนให้เค้ารู้จักชีวิต รู้จักความเข้มแข็งในทุกด้าน เพราะว่าเค้าจะต้องเป็นโค้ชให้กับข้าวหอมต่อไป ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เค้ากังวล นอกจากพวกโซเชียลมีเดีย
ตั๊ก : ตั้งแต่เราแต่งงานเรารู้ว่า พี่ใหญ่เป็นที่พึ่งให้กับลูกๆของเค้าเอง เราเองก็ไม่อยากเป็นภาระ อันไหนเราทำได้ เราก็ทำ เราตัดสินใจเองได้เราก็ทำ เพราะเรารู้ว่าพี่ใหญ่เค้าก็รับผิดชอบเองเยอะ พอเราเรียนธรรมะ เรารู้เลยว่าสุดท้ายแล้วเราไปแค่เราคนเดียว วันที่แม่ตั๊กไปเนี่ย เราใส่สร้อย แหวน นาฬิกาให้แม่ คนที่จะเอาแม่เข้าโลงเค้าบอกว่าเอาออกเถอะ เราก็รู้สึกว่ามนุษย์เราเอาไรไปไม่ได้เลย นอกจากความดี บุญ คือจากนี้ไปเราไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากให้เรามีความสุข

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะแก้ไขอะไรที่เกี่ยวกับแม่ไหม ?
ตั๊ก :  เคยคิดว่าอยากย้อนเวลากลับไป แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ถ้าคิดว่าจะทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด ตั๊กคิดว่าจะเลี้ยงลูกให้ดี จะดำเนินชีวิตคู่ให้แข็งแรง คือตั๊กเคยมาปรึกษาแม่ตอนนั้นตั๊กมีปัญหาเรื่องความห่างของอายุ ว่าหนูไม่ไหวแล้ว หนูอยากจะเลิก แม่บอกว่าตั๊กลองคิดดูนะว่าผู้ชายคนไหนจะมาเอาผู้หญิงที่มีลูกแล้ว เป็นหม้าย คำว่าแม่หม้ายของผู้หญิงไทยเรื่องใหญ่นะ

ชีวิตตอนก่อนแม่จะเสีย ตอนนั้นแม่อยากให้เราเป็นดารา  ?
ตั๊ก :  ตั๊กเคยถามแม่เหมือนกันว่าทำไมมั่นใจจังว่าตั๊กจะเป็นดาราได้ เพราะว่าตอนนั้นตั๊กอยากเป็นทหารหญิงมากกว่า ซึ่งแม่ก็บอกว่าแกจะต้องเป็นดารา ความฝันแม่คืออยากให้ตั๊กเข้าวงการบันเทิงเพราะว่าเขาชอบ แล้วอีกอย่างคือแม่เค้าชอบไปหาอาจารย์ชะอุ่ม ซึ่งเป็นโหรที่อยู่ในวังแล้วเกษียณออกมาเพราะอายุมากแล้ว

เขาฟันธงว่าไง ?
ตั๊ก :  เขาบอกว่าตั๊กมีดวงดาวสี่ดวงเป็นคนที่ไม่เป็นดาราก็เป็นนางงาม ถ้าเป็นดาราก็จะดังเป็นพลุแตกเลย

เห็นว่าเมื่อก่อนแม่ยอมขายร้านเพื่อตามไปดูแลตั๊กเลย ?
ตั๊ก :  ตอนนั้นแม่เปิดร้านอาหารตามสั่ง เป็นร้านเล็กๆ เราจะเป็นคนไปส่งอาหารที่ตึกนักศึกษาด้านหลัง แม่บอกว่าวันนี้เขาเรียกตั๊กไปแคสติ้งโฆษณาแต่โทรมาฉุกเฉินมาก แต่แม่ซื้อผัก ซื้อหมู ซื้อปลา ซื้อไก่ไว้หมดแล้ว แต่แม่ต้องปิดร้านเพื่อพาไปแคสติ้ง ตอนเราไปถึงก็พบว่ามีแต่ลูกครึ่ง หุ่นดีมา ขาเรียว ซึ่งเราขาใหญ่มาก แล้วเขาจะให้เราไปแคสเกี่ยวกับครีม แต่ก็ได้นะ

ใช้เวลาแคสนานมั้ยกว่าจะได้บทเด็ดๆ ?
ตั๊ก :  หลายปีพี่ แล้วเงินที่เดินทางไปแคสติ้ง แม่ต้องไปยืมเงินคนอื่นมา แต่ไม่บ่นเลย ไม่ท้อเลย ถึงท้อก็ไม่เคยพูด แต่ตั๊กแอบร้องไห้  การพาตั๊กไปแคสแต่ละครั้งแม่ต้องปิดร้านของที่ร้านเน่า ขาดทุน บางทีต้องย้ายที่อยู่เพราะติดค่าเช่าหลายเดือน ตั๊กเคยบอกแม่ว่าไม่ไปแล้ว แม่ก็ใช้ไม้แขวนเสื้อตี และบอกกับเราว่าให้ไปเพราะจะทำให้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว ลึกๆที่ตั๊กไม่อยากไปแคสเพราะบางทีถูกว่าต่อหน้าคนอื่นเนื่องจากเล่นไม่ได้ ซึ่งวันที่โดนตีคือวันที่แคสติ้งบางระจัน แต่พอกลับมาบ้านไม่กี่วันทีมทงานโทรมาบอกว่าตั๊กได้เล่นนะ หลังจากนั้นจึงมีงานแสดงเข้ามาเรื่อยๆ แม่เลยเลิกปิดร้านอาหารตามสั่งเพื่อมาดูแลตั๊กอย่างเดียว

ถามเรื่องน้ำหนักหน่อยตอนนี้กลับมาหุ่นดีแล้ว ?
ตั๊ก :  ยัง (หัวเราะ) คือจริงๆแม่เสียไม่นาน ตั๊กรู้สึกว่าอาการซึมเศร้า เพราะภาพในอดีตมันทำให้เรายิ่งนึกถึงแม่ พี่ใหญ่เตือนสติบอกว่าตั๊กยังมีลูกมีครอบครัว ถ้าเป็นแบบนี้ลูกจะพึ่งใคร ตั๊กขอพี่ใหญ่ไปบวชที่อินเดีย พี่ใหญ่บอกว่าถ้าตั๊กไปแล้วลูกล่ะ ตั๊กต้องตั้งสตินะ เพราะยังไงวันนึงคนเราต้องตาย พอตั้งใจจะลุกขึ้นกลับมีอาการบ้านหมุน ตาฝ้าฟาง ไปหาหมอ หมอให้ทานยาแก้เครียด แต่มันมีสเตียรอยด์ทำให้อยากกินข้าว ตอนนั้นกินหนักเลย รู้ตัวอีกทีหัวใจเต้น มือสั่น เหงื่อออกแต่หนาว เลยกลับไปหาหมออีกครั้ง ซึ่งหมอบอกว่าตั๊กใกล้จะเป็นเบาหวานแล้ว ถ้ายังไม่ลดน้ำหนักหรือไม่ลดการกินน้ำตาล เพราะตอนที่ตรวจมัน 400 ซึ่งคนปกติไม่เกิน 120 หมอเลยจะจ่ายยาเบาหวานให้เรากิน แต่เราไม่อยากทาน เพราะถ้ากินต้องกินไปตลอดชีวิต เลยถามหมอว่ามีทางอื่นให้เลือกไหม หมอจึงบอกให้เราออกกำลังกายและควบคุมอาหาร เลิกกินหวาน ตอนนี้น้ำหนักเลยลงมาเหลือ 60 จาก 87 กิโลกรัม

เห็นว่าช่วงชีวิตนึงเคยคิดว่าจะเลิกกับพี่ใหญ่ ?
ตั๊ก :  ค่ะเป็นเพราะว่าอายุเราห่างกันมากค่ะ แม้กระทั่งยาสีฟันเราก็ใช้กันคนละยี่ห้อ แปรงสีฟันเราก็ยังความเห็นไม่ตรงกัน ขนาดหมอนเราก็ยังนอนต่างกัน เราก็เลยมาคิดว่าเราต่างกันมากจริงๆนะ

เรื่องแค่นี้หรอที่คิดอยากจะเลิกกับเค้า ?
ตั๊ก :  ก็มีเรื่องใหญ่ๆนะ ตั้งแต่เรามาเป็นภรรยา ด้วยความที่เราอายุน้อยกว่าทำให้เสียเปรียบในเรื่องการตัดสินใจ เช่นเรื่องเลี้ยงลูก เพราะพี่ใหญ่จะให้คนสนิทมาอยู่กับเรา ตั๊กคิดว่าเราเป็นแม่อุ้มท้องมา9เดือน ลูกยังอยู่ในท้องได้เลยทำไมจะเลี้ยงไม่ได้ แต่พี่ใหญ่กลับพูดว่า ตั๊กเพิ่งจะมีลูกคนเดียว แต่พี่มีลูกมาแล้ว 5 คน พี่มีประสบการณ์ เลยรู้สึกว่าการออกความเห็นทำให้เสียงเราตกลง

แล้วปัญหาตอนนี้ดีรึยัง ?
ตั๊ก :  ดีขึ้นเพราะเรามองในมุมดีคือพี่ใหญ่เป็นห่วงเรา ที่สำคัญคือเขามีพระคุณกับเรา อย่างตอนที่ท้องมีอาเจียนตอนกลางคืนเขาก็เช็ดอ้วกให้ นวดขาให้เราตอนเป็นตะคริว ทำให้เราลืมเรื่องบางเรื่องไปได้เลยค่ะ

keyboard_arrow_up