รู้ไว้จะได้ไม่ยุ่ง! 9 ข้อ อย่ามองข้าม ‘นายหญิงทักษอร’ สะใภ้ใหญ่แห่งโบนันซ่า

นาที่นี้ข่าวที่มาแรงที่สุดตลอดสองวันที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นเรื่องคู่รักลูกหนึ่งที่ขาเตียงกำลังสั่นคลอนอย่าง แอฟ-ทักษอร และสงกรานต์ เตชะณรงค์ เรื่องจริงเป็นไง จะใช่เรื่องมือที่สามหรือเปล่า ก็คงไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ทางด้านฝ่ายชายก็ออกมาย้ำชัดแล้วว่ามีปัญหาจริง แต่ไม่ใช่เรื่องมือที่สาม ที่สำคัญเขายังประกาศว่าไม่มีทางเลิกกับ นายหญิงทักษอร สะใภ้ใหญ่แห่งโบนันซ่าแน่นอน

“แอฟ ทักษอร” ทุกคนรู้จักผู้หญิงคนนี้มานานตั้งแต่เข้าวงการบันเทิง จนแต่งงานไปเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเตชะณรงค์ เจ้าของอาณาจักรโบนันซ่าเขาใหญ่ เธอเป็นผู้หญิงที่ทุกคนรักใคร่ เป็นลูกสะใภ้ที่พ่อแม่สามีและพี่น้องของหนุ่มสงกรานต์รักมาก คำว่า นายหญิงแห่งโบนันซ่า ก็คงไม่มีใครเหมาะเท่ากับเธออีกแล้ว

ตอนนี้แม้ว่าชีวิตคู่ของสาวแอฟอาจจะสั่นคลอนไปบ้าง หลายคนพยายามหาสาเหตุว่าคืออะไร ทะเลาะเพราะไม่เข้าใจกัน หรือเพราะปัญหามือที่สามก็ยังไม่มีใครรู้ความจริง แต่เอาเป็นว่าด้านหนุ่มสงกรานต์เขาก็พูดแล้วว่าไม่มีทางเลิกกับ “แม่ของลูก” อย่างแน่นอน ชัดเจนขนาดนี้ไม่ใช่ว่าหนุ่มสงกรานต์เพิ่งจะมาพูด แต่เขาประกาศมาตั้งแต่ตอนแต่งงานแล้ว ที่สำคัญใครที่มองสาวแอฟแค่ผิวเผินว่าแค่ความสวย เรียบร้อยเป็นกุลสตรีถึงมัดใจบ้านฝ่ายชายได้อยู่หมัด คงต้องบอกว่าให้คิดใหม่ เป็นสะใภ้ใหญ่แห่งโบนันซ่า มีหรือจะอ่อนแอ!

  1. แอฟเคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารแพรวไว้ว่า เรื่องสาวๆ ของหนุ่มสงกรานต์นั้น ตั้งแต่คบกันมาเขาก็ไม่เคยนอกลู่นอกทาง ที่สำคัญแอฟว่าคนเราคบกันแล้ว ต่างต้องทําให้อีกฝ่ายสบายใจ แค่ทํางานก็เหนื่อยแล้ว ถ้าต้องมานั่ง หึงหวงหรือทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงอีก แอฟคงไม่เลือกเขาหรอกค่ะ”(สงกรานต์ยืนยันหนักแน่น) “มีภรรยาเป็นถึงนางเอกระดับประเทศ ขนาดนี้ ผมไม่คิดจะไปมีใครอีกแล้วครับ”(เขินหน้าแดงกันทั้งคู่)
  2. แอฟมาจากครอบครัวเล็กๆที่เลี้ยงดู อย่างใกล้ชิด ขณะที่หนุ่มสงกรานต์มาจากครอบครัวคนจีนทําธุรกิจ มีการแข่งขันกันตลอดเวลา พอโตขึ้นหน่อยก็ถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ คุณพ่อเลี้ยงแบบปล่อยให้เรียนรู้ผิดถูกด้วยตัวเอง เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นความต่างของทั้งคู่ พอมาอยู่ร่วมกันย่อมมีปัญหาทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดา แต่หนุ่มสงกรานต์ก็บอกว่าพยายามปรับตัวเข้าหากันครับ แต่ถ้าปรับไม่ได้ ก็ต้องเข้าใจว่าเขาเป็นเเบบนี้ เเล้วยอมรับให้ได้
  3. แอฟเล่าว่าส่วนมากทะเลาะกันด้วยเรื่องหยุมหยิม ถ้าฝ่ายชายใจร้อน แอฟจะพยายามนิ่ง ใจเย็น เเต่บางครั้งเเอฟ ก็ปรี๊ดเหมือนกัน แต่แอฟก็คิดว่าเราต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าตอนเป็นแฟนหรือแต่งงานแล้ว เพราะแน่นอนว่าจะต้องมี เรื่องใหม่ๆเข้ามาเสมอ เมื่อเรารักกันก็ควรต้องพยายามเข้าใจ อีกฝ่ายหนึ่งแล้วปรับตัว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราหมดความพยายาม ที่จะปรับตัวเข้าหากัน ชีวิตคู่คงต้องจบ

4.แอฟไม่ค่อยซีเรียสว่าเขาต้องกลับบ้านกี่โมง เพราะเชื่อใจ ยอมรับว่าช่วงแรกๆพอตื่นขึ้นมาแล้ว เห็นเขานอนอยู่ข้างๆ บอกตามตรงว่า รู้สึกไม่เชื่อตัวเอง อย่างวันแรกที่แต่งงานยังงงๆอยู่เลย ตกลงเราแต่งงานแล้ว ใช่ไหม(หัวเราะ) หลายคนอาจบอกเหตุผลที่เลือกแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง เพราะเขาเป็นคนดี คงหาใครดีเท่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ซึ่ง แอฟคงไม่กล้าตอบแบบนั้น เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ทุกวันนี้เขาคือคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุดค่ะ

5. สาเหตุหลักๆที่แอฟเปิดโอกาสให้หนุ่มสงกรานต์ อาจเพราะต่อยอดมาจากที่เเอฟรู้จักกับเเจน (น้องสาวสงกรานต์) ซึ่งการที่เเจนกล้านําเสนอพี่ชายให้เเอฟรู้จัก เเสดงว่าเขาต้องกลั่นกรองมาเเล้วว่าพี่ชายโอเค บวกกับเพื่อนๆช่วยเชียร์ด้วย ซึ่งถ้าไม่ได้กลุ่มเพื่อนสนิทกับน้องเเจนช่วยชงช่วยเชียร์อาจไม่มีวันนี้นะคะ

6. ถึงแอฟเรียบร้อยมาก เเต่หนุ่มสงกรานต์ก็เล่าว่า เวลาที่เจ้าตัวออกไปเล่นกีฬาเเอดเวนเจอร์ อย่าง ขี่ม้า ขับฮาร์เลย์ หรือพายเรือเเคนู แอฟก้พร้อมจะไปด้วย นั่งซ้อนฮาร์เลย์ ขับขึ้นเขาใหญ่ตามกันไปเป็นขบวนก็ไม่เคยมีบ่น

7. เวลาที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ อย่างวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะออกไปไหน แอฟจะเป็นขับรถให้แทน เพราะหนุ่มสงกรานต์ไม่ชอบบรรยากาศรถติดในกรุงเทพฯ แต่แอฟชินแล้ว จึงรับหน้าที่ขับรถประจํา

8. แม้ว่าหนุ่มสงกรานต์จะไม่ใช่ผู้ชายที่โรแมนติกสักเท่าไหร่ แต่ก็มีช็อตเวอร์ไพร้ส์ให้สาวแอฟประทับใจได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เขาแอบไปสั่งทำแหวนแบบเดิมที่สาวแอฟทำหายไป โดยหนุ่มสงกรานต์แอบสวมให้ตอนที่ออกไปขี่ม้าด้วยกันดูพระอาทิตย์ที่เขาใหญ่ ถือเป็นบรรยากาศที่สาวแอ๊ฟรู้สึกดีมาก แม้ว่าจะไม่ได้มีดินเนอร์หรูอะไรเลยก็ตาม

9. แม้อีกคนจะเรียบร้อย อีกคนจะชอบลุยๆ แต่ก็มีเรื่องที่คล้ายกันมากเหมือนกัน โดยเฉพาะการทำงาน ซึ่งหนุ่มสงกรานต์ถึงขั้นออกปากว่า เรามีความมุ่งมั่นเหมือนกัน เวลาจะทําอะไรต้องเต็มที่ แอฟเองก็ทํางานเต็มที่ไม่เคยขาด ไม่เคยสาย เหมือนอย่างตอนที่เริ่มทําหมู่บ้าน เขาก็เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ตลอด แล้วสิ่งที่ผมทึ่งคือ ช่วงที่เขา ถ่ายละคร2เรื่อง ทํางาน7วัน บางวันถ่ายถึงตีสอง แล้วต้องตื่นตีสี่ เพื่อออกมากองถ่ายอีก ทําแบบนี้อยู่เกือบปี ทําให้ผมรู้สึกว่า ตัวเองต้อง ขยันมากกว่าเขา และมีครั้งนึงผมไปเยี่ยมคุณตาแอฟที่โรงพยาบาล ท่านอายุเก้าสิบกว่าแล้ว เห็นคุณยายคอยดูแลประคบประหงมไม่ห่าง แววตา ที่ท่านมองกันยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

“ถ้าโชคดี ผมก็อยากเป็นตาสงกรานต์อยู่กับยายแอฟที่มีหลานๆ แวะเวียนกันมาเยี่ยม แค่คิดก็มีความสุขแล้วครับ”

เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ : นิตยสารแพรว

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up