โต้กลับไฮโซซูซี่! “วิทย์ – ภูธฤทธิ์” ตัดสินใจพูดความจริงเพื่อลูกสาว

วิทย์ – ภูธฤทธิ์เผย กับไฮโซซูซี่  – หทัยเทพแยกกันอยู่นานแล้ว แจงคนรักใหม่ น้องอุ้ย ไม่ใช่หลาน ยืนยันสานสัมพันธ์หลังจากแยกกันอยู่กับภรรยา แจงสาเหตุตัดสินใจโต้กลับคนรักเก่า เพราะหวั่นลูกโตมาอาจมีปัญหา

ไฮโซซูซี่ – หทัยเทพ

จากกรณีที่ไฮโซชื่อดัง “ซูซี่ – หทัยเทพ ธีระธาดา” ไปเปิดใจในรายการ Club Friday SHOW ทั้งยังได้พูดถึงสาเหตุที่เลิกรากับอดีตคนรักว่านอกใจไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่น จึงทำให้ตนตัดสินใจเลิก จากเรื่องนี้เอง คนเลยโยงไปถึงนักแสดงละครจักรๆวงศ์ๆ วิทย์ – ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล ที่เพิ่งเลิกรากับไฮโซสาวไปก่อนหน้านี้

วิทย์ – ภูธฤทธิ์

โดยเมื่อวานนี้ 6 ก.ย. 60 ด้านนักแสดงหนุ่มได้โพสต์อินสตาแกรมโชว์หลักฐานการคืนทรัพย์สิน พร้อมข้อตกลงกับภรรยาคนดัง ไฮโซซูซี่ – หทัยเทพ และบอกว่าที่ผ่านมาไม่อยากตอบโต้อะไร และต้องออกมาปกป้องชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งยังเปิดตัวลูกสาววัย 6 เดือนด้วย งานนี้กลายเป็นกระแสสังคม เกิดคำถามหลายๆ เรื่องตามมา ล่าสุดวิทย์ – ภูธฤทธิ์ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในรายการคุยเช้า Show ทางช่อง one 31 ที่มีพีเค – ปิยะวัฒน์, ธัญญ่า – ธัญญาเรศ และเอมมี่ – อมลวรรณ เป็นพิธีกร

ล่าสุดมีภาพอุ้มเด็กออกมา ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นลูกของวิทย์?

“จริงครับ น้องเบลล่า – สุทิดา อายุ 6 เดือน เพิ่งเกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ชื่อผมเป็นคนตั้งเอง ไปดูวันเกิดเขา เขาเกิดวันศุกร์ มันเป็นชื่อที่เพราะดี และมันมีความหมายสำหรับคนที่เกิดวันศุกร์ สาเหตุที่เพิ่งมาโพสต์ตอนนี้เนี่ย เพราะว่าสถานภาพของเรามันยังไม่เคลียร์ในสายตาของหลายๆคน ใจจริงก็อยากจะทำเหมือนพ่อแม่มือใหม่ที่มันเห่อลูกบ้าง แต่ด้วยความที่เรายังไม่เคลียร์เท่าไหร่ เลยยังไม่อยากทำอะไรออกไป”

ให้สัมภาษณ์ในรายการคุยเช้า Show

แล้วคุณไปมีลูกตอนไหน?
“ประมาณเกือบๆ 2 ปี เป็นช่วงที่เราอยู่กันคนละบ้านแล้ว เป็นคาบเกี่ยวสักประมาณ 3 กะพริบตามั้ง” (หัวเราะ)

“น้องอุ้ย” คุณแม่ของน้องเบลล่าคือใคร และเพราะคุณแม่ของน้องเบลล่าหรือเปล่าที่ทำให้เลิกกับภรรยาเก่า?
“เขาไม่ได้อยู่ในวงการ เป็นน้องที่ไปเจอเขาตอนที่เรากลับไปพักที่บ้านที่ต่างจังหวัด ความสัมพันธ์กับแม่น้องเบลล่ามันเป็นช่วงคาบเกี่ยวของการจะมีเรื่อง แต่มันไม่ใช่สาเหตุหลักๆ ไม่รู้จะพูดยังไงดี คือคนเราอยู่ด้วยกันสองคนอาจจะมีเรื่องกันบ้าง ระหองระแหงกันมาบ้าง”

ก่อนที่จะมีลูกกับคุณแม่น้องเบลล่า คุณเลิกกับภรรยาเก่าดีหรือยัง?

“ก็แยกกันอยู่ครับ แต่ยังไม่ได้หย่า ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ยังอยู่ในข้อตกลง จริงๆแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไง คือไม่ได้จดทะเบียนกัน”

เหตุผลที่ไปต่อกันไม่ได้กับคนเก่าเป็นเพราะพี่อยากมีลูก แต่อีกฝ่ายไม่อยากและไม่สามารถหรือเปล่า?

“จริงๆแล้วความที่อยากมีลูกเนี่ย มันเกิดจากวัยของเราที่มันเปลี่ยนไป คือตอนที่เราคบกับคนเก่าอยู่มันก็ 20 ต้นๆ มันก็อีกแบบนึง มันก็เป็นช่วงทำงาน 30 มันก็อีกแบบนึง 40 มันก็อีกแบบนึง พอ 50 มันก็อีกแบบนึง มันก็ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาเยอะ ตัวเราเองก็มองว่าถ้าเรามีลูกสักคนมันก็คงจะดี มันก็เป็นความคิดของเราเอง มันก็ต้องยอมรับสภาพ คือก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะมี มันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าช่วงที่พอระหองระแหงกับคนเก่าแล้วแยกตัวออกมาอยู่ มันก็มีอะไรหลายๆอย่างที่เข้ามาโดยที่เราก็ไม่ได้ตั้งใจ ”

ตอนนี้ยังรักยังห่วงคนเก่าอยู่ไหม?

”ปกติแล้วผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเขา ก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าคนเราพอถึงจุดๆนึงมันก็มีเส้นทางของตัวเอง เพียงแต่ว่าเรื่องที่มันจะต้องแยกทางกันอยู่ มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนที่มันไม่สามารถที่จะอธิบายได้ ถ้าถามว่า ณ ตอนนี้คุยกันไหม ก็เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับคุยอะไรกันมาก เพราะเขาก็มีเส้นทางของเขา ซึ่งเรารู้ๆกันอยู่”

ตอบแบบตรงๆแมนๆนะพี่ พี่วิทย์เคยนอกใจภรรยาเก่าหรือไม่?

“ก็มีบ้างตามประสาผู้ชาย มันเป็นเรื่องของตั้งแต่หนุ่มๆมาแล้ว คือมันอาจจะเคยมีว่อกแว่กบ้างเมื่อสมัยก่อนๆ ก็มีติดๆมาบ้าง แต่มันก็ค่อยๆหายไป ผมไม่ใช่เจ้าชู้เรี่ยราด เราไม่ได้เจ้าชู้แบบจะไปจีบเขา เราเป็นคนขี้เล่นมากกว่า ชอบสนุกสนาน เวลาอยู่ในกองถ่ายเราก็เล่นไปหมด มันก็กลายเป็นบุคลิกประจำตัวไป”

อีกประเด็นที่ค่อนข้างแรง พี่วิทย์เคยเอาหลานตัวเองมาทำเมียด้วยเหรอ?

“ไม่ใช่หลาน เป็นเพื่อนของน้องสาว ที่เป็นประเด็นนี้มันเป็นคำพูดที่อีกฝ่ายเข้าใจผิด ผมมีหลานอยู่คนเดียวที่ตอนนี้อายุประมาณ 20 ชื่อน้องนิ เป็นลูกของพี่สาว เป็นหลานแท้ๆ เรื่องนี้เขามโนเอง ไม่ใช่หลานตัวเองหรือหลานภรรยาอะไรทั้งนั้น คือพูดไปเรื่องมันก็ยาว เขามโนเอาเอง มันเป็นข้อความที่แชตโทรศัพท์ ถ้าพูดง่ายๆภาษาบ้านๆคือมันเป็นคำพูดหลังไมค์ เขาเอาไปตีความเองว่าเราไปมีอะไรกัน แต่จริงๆไม่ใช่ เขาเข้าใจผิด”

อีกประเด็นนึงคือ พี่เคยมีอะไรกับคนใช้ที่บ้านจริงหรือเปล่า?

“เรื่องนี้มัน 15 ปีแล้ว ก็มีบ้าง คือคนเราวันนึง 24 ชั่วโมงมันก็ผ่านอะไรมาบ้าง อาจจะจังหวะที่มันผิดไป ที่มันพลาดไป มันก็แค่เสี้ยวเดียวของชีวิต”

ประเด็นที่พี่วิทย์โพสต์ลง IG กับข้อความทั้งหมด เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของเราหรือเปล่า?

“คือสิ่งที่สังคมได้รับรู้ กระแสข่าวที่มันพาดพิงมาถึงตัวเราเนี่ย มันก็แรงพอสมควร เราอยากจะเคลียร์ตัวเองในบางจุด คือไม่อยากให้ลูกเติบโตมาแบบที่ยังมีใครสงสัยในตัวพ่อ ถึงเวลาที่พ่อต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตัวพ่อและศักดิ์ศรีของหนูที่จะเติบโตมาอย่างสง่างาม เพราะพ่อเองก็มีศักดิ์ศรีและความสง่างามมาตลอด”

ณ จุดไหนถึงตัดสินใจโพสต์ตัวนี้ขึ้นมา?

“คือเรามามองว่าถ้าเกิดว่าตัวเราไม่เคลียร์ ต่อไปถ้าน้องโตมา น้องเขาจะมีปัญหากับสังคม เพราะว่าข่าวที่ออกไปมันอยู่ชั่วกาลนาน 20 ปี 30 ปี มันก็ดึงออกมาดูได้ว่าพ่อทำไมเป็นคนแบบนี้ เรื่องความมีศักดิ์ศรีหรือความสง่างาม คนที่อยู่ใกล้เราเขาถึงจะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง แต่คำพูดบางคำที่มันไปถึงตำบลนั้น จังหวัดนี้ ซึ่งเขาไม่เคยเห็นตัวจริงของเรา เขาจะไม่เข้าใจ คือเหมือนผมเป็นคนของสังคมในส่วนนึง ก็มีแสดงละครเท่าที่เห็น ตัวจริงๆของผม คนที่อยู่ใกล้ๆเท่านั้นถึงจะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง”

พี่คิดว่าตัวเองเป็นคนเจ้าชู้ไหม และในฐานะที่เราเป็นพ่อ กลัวบ้างไหมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตหรือกระแสสังคมในตอนนี้มันจะมีผลกับลูกเราในอนาคต?

“ถึงตอนนั้นก็คงจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ว่าปัจจุบันดีที่สุด ในอดีตที่ผ่านมาผมพูดได้เต็มปากว่าผมไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ผมทำดีมาโดยตลอด ประคองตัวในสถานภาพที่เราเป็นมาโดยตลอด 25 ปี หรือตั้งแต่หนุ่มๆมา ไม่เคยทำอะไรเลวร้ายทั้งนั้น แต่ถามว่าชีวิตเคยผ่านผู้หญิงมาไหม มันก็ผ่านมาทั้งนั้น อายุ 18 – 19 เที่ยวผับมันก็ต้องมีบ้าง แต่ไม่เคยทำร้ายจิตใจใคร ไม่เคยทำอะไรเลวร้าย เราก็ถือว่าเราก็มีศักดิ์ศรีพอสมควร เราไม่เคยขอใครกิน และเราก็ไม่เคยให้ใครเลี้ยงดูเรา”

พี่อยากให้สังคมเข้าใจอะไรเรา ก่อนที่เขาจะตัดสินพี่ พี่อยากจะบอกอะไรสังคม?

“สิ่งแรกเลยที่เราโพสต์ออกไปคือเราต้องอยู่กับความเป็นจริง เพราะเรามีลูกแล้ว ถ้าเกิดว่าเราอุ้มลูกเราไปตามที่ต่างๆ แล้วคนที่เขาไม่รู้เรื่อง เขาจะหาว่าเราอุ้มลูกใคร ไปแอบมีเมีย มีลูกตอนไหน แล้วจังหวะที่มันเป็นข่าวอยู่ สังคมไม่รู้เพราะคำพูดบางคำตัดสินคนคนนึงไม่ได้หรอก แต่สิ่งที่มันทำไปได้ประมาณนึงคือเราไม่ได้อะไรกับคนเก่าแล้วนะ คนละบ้านแล้วนะ แยกทางกันแล้วนะ คุณเองก็เปิดเผยของคุณไปแล้ว ในส่วนของเราอยากจะเปิดเผย เรายังไม่พร้อม แต่จังหวะนี้มันคงต้องบอกกล่าวกันแล้ว”

สุดท้ายที่ออกมาโพสต์เอกสารการหย่าต้องการอะไร?

“คนบางคนอาจจะไม่เข้าใจในตัวผม เพราะว่าภาพตัวผมกับภาพอีกคนมันต่างกันมาก อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้วนะ”

keyboard_arrow_up