“น้ำตาล – ชลิตา” เฉยปมดราม่าย้ายจาก “มมส.” มาเป็นเฟรชชี่ที่ “มศว” เพราะเครือเดียวกัน!

ดูเหมือนว่าหลายคนจะยังข้องใจไม่เลิกสำหรับกรณีการย้ายสถานศึกษาของ “น้ำตาล – ชลิตา” Miss Universe Thailand 2016 จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามมาเรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ล่าสุดสาวงามออกมาเปิดปากแล้วว่าเธอต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารและสอบนานพอสมควร ส่วนที่โอนหน่วยกิตได้เพราะเป็นเครือเดียวกัน

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เช่นเดียวกับเหล่าคนดัง แม้หาเงินได้มากมาย แต่ก็ไม่ละทิ้งเรื่องของการเรียน แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ทุกคนก็พยามที่จะฝ่าฟันไปให้ได้ เหมือนกับ “น้ำตาล – ชลิตา ส่วนเสน่ห์” Miss Universe Thailand 2016 ที่ต้องดร็อปเรียนที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) เนื่องจากต้องทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้เธอขาดเวลา ล่าสุดเธอจึงตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการโอนหน่วยกิตย้ายมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่าใช้เส้นสาย โดยเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา Miss Universe Thailand 2016 ได้เผยว่าเธอต้องใช้เวลานาน 2 – 3 เดือนในการเตรียมเอกสารและสอบ ส่วนที่สามารถโอนหน่วยกิตย้ายมาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะเป็นเครือเดียวกันนั่นเอง

“น้ำตาล – ชลิตา”

หลายคนยังข้องใจเกี่ยวกับการย้ายมหาวิทยาลัย?
“จริงๆตาลทำเรื่องย้ายมาก่อนที่จะเปิดเทอมประมาณ 2 – 3 เดือน เพราะอาจารย์ทางนู้นบอกว่าถ้าไม่มีเวลาจริงๆ อยากให้ย้ายมาตรงนี้ เพราะจะได้สะดวก จะได้ทำงานและเรียนไปด้วย ในเมื่อเรามีโอกาสการทำงาน เราก็ทำควบคู่กันไปก็ได้ คือมหาวิทยาลัยมหาสารคามเคยเป็นเครือเดียวกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาจุลชีววิทยา คล้ายๆกัน เลยลองไปปรึกษาอาจารย์ดูว่าหนูต้องทำยังไงบ้าง เลยได้คำแนะนำมาว่าอย่างแรกคือยื่นเรื่องของเกรดว่าเราอยู่ในมาตรฐานที่เขากำหนดไหม และต้องโอนอะไรไปบ้าง”

ภาพจาก @namtanlitaa, @noom_piyachat

มีข่าวลือว่าใช้เส้นการเป็นนางงามเข้าเรียน?
“ไม่ค่ะ ทุกอย่างเป็นไปตามสเต็ป เรามีการคุยกับคณบดีทั้งสองมหาวิทยาลัยและดูว่าต้องยื่นอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่า ‘ตาล’ มีชื่อเสียงแล้วได้เข้าเลย คนอื่นไม่เห็นว่าก่อนหน้านี้เราต้องวิ่งเตรียมตัวยังไงบ้าง กับกระแสดราม่าก็มีมาเรื่อยๆ ไม่รู้จะนอยด์ทำไม เพราะนอยด์ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา สู้เราทำหน้าที่ตรงนี้สำเร็จในหน้าที่ของเราดีกว่า”

มีคนมองว่า “น้ำตาล” เนรคุณสถานศึกษาเก่า ทั้งๆที่เขาสนับสนุนเรามาตั้งแต่ต้น?
(หัวเราะ) “คือทุกคนก็สนับสนุนหมด ถามว่าอยากไปเรียนที่เดิมไหม เราก็อยาก แต่เพราะเรามีหน้าที่การงานที่ต้องทำ มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ และเราไม่ได้อยากทิ้งการเรียน คิดว่าถ้าทำควบคู่กันน่าจะดี เพื่อนและอาจารย์ทุกคนเข้าใจหมดเลยค่ะ แค่ตอนแรกที่กลับมาไม่มีเวลาไปคุยหรืออะไรเลย ซึ่งอาจารย์ได้บอกผ่านเพื่อนมาว่าถ้าเรามีเวลาก็รีบไปดำเนินเรื่อง เพราะจะได้เสร็จไปเป็นเรื่องๆ และก่อนที่จะเปิดเทอม 2 – 3 เดือนก็ให้เพื่อนช่วยในเรื่องของเอกสาร”

พอย้ายมาถือว่าเราเป็นนักศึกษาปีไหน?
“ตอนนี้ปีไหนไม่สำคัญแล้วค่ะ เพราะต้องมาดูว่าโอนได้เยอะไหม อย่างของปี 1 โอนได้หมด ส่วนปี 2 โอนได้แค่บางตัว เพราะที่นี่เขาบังคับเก็บวิชาพื้นฐานของเขา เราก็ต้องกลับไปเรียนของเขาอันใหม่ด้วย แต่วิชาเลือกเกือบหมดค่ะ ก็อาจจะจบช้ากว่าเพื่อน แต่ไม่ได้มีปัญหา ขอให้เราได้เรียนแค่นั้นก็ดีแล้ว”

เห็นภาพไปรับน้องมาด้วย เป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็อบอุ่นมากค่ะ เหมือนตัวเองเป็นเฟรชชี่ อันนี้เป็นงานอัตลักษณ์ซึ่งทาง มศว จัดทุกปีอยู่แล้ว ถ้าไม่เข้าคือจะไม่จบ พอได้ไปก็สนุกดีค่ะ ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดีและรู้สึกอบอุ่นค่ะ”

keyboard_arrow_up