จัดการบ้านรก 5 ขั้นตอน เก็บเรียบแต่ยังหาของเจอ วิธีนี้ช่วยได้

ปัญหาของเยอะ ไม่รู้จะเก็บอะไรไว้ตรงไหนจนบ้านรก บางทีก็อ้างว่าถ้าเก็บเป็นระเบียบเดี๋ยวหาของไม่เจอบ้างละ มันจะไม่คุ้นเคยบ้างละ แต่ถ้ามัวคิดแบบนี้ งูจะเลื้อยเข้ามาอยู่ซะก่อนนะ ทางที่ดีหาวิธีจัดการบ้านรก จัดระเบียบข้าวของกันดีกว่า 5 ขั้นตอนนี้ช่วยได้เยอะ

จัดประเภทสิ่งของ แบ่งข้าวของเครื่องใช้ของคุณออกเป็นแต่ละประเภทตามที่คุณเห็นว่าเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดกลุ่มตามประเภทกิจกรรม ความถี่ในการใช้งาน หรือแม้กระทั่งแบ่งตามเจ้าของ สำหรับบ้านที่อยู่ร่วมกันหลายๆ คน แต่ไม่ควรมีหลายประเภทเกินไปนัก

ลดจำนวนสิ่งของ ของที่คุณไม่ได้ใช้แล้ว หรือชำรุด เสื่อมสภาพแล้ว ควรนำไปบริจาค ขาย หรือทิ้ง

จัดที่ให้สิ่งของ หาที่อยู่ให้สิ่งของที่คุณแบ่งประเภทไว้ให้มีที่ประจำ เก็บไว้ในบริเวณที่คุณต้องใช้ของเหล่านั้น อาจติดป้ายไว้ให้ชัดเจน ช่วยให้หาของได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

นับและวัดขนาด นับจำนวนและวัดขนาดสิ่งของในแต่ละประเภท เพื่อให้รู้ว่าแต่ละสิ่งต้องการพื้นที่จัดเก็บขนาดเท่าใดบ้าง

เลือกตัวช่วยในการจัดเก็บ อุปกรณ์ที่นำมาใช้จัดเก็บต้องพอดีกับลักษณะสิ่งของ พื้นที่ที่มี และรสนิยมความชอบของคุณ

แนวทางการจัดเก็บของใช้ง่ายๆ สำหรับส่วนต่างๆ ในบ้าน

ทางเข้าบ้าน

พื้นที่จุดนี้มักจะแคบและมีบริเวณจำกัด ส่วนมากมักใช้เป็นที่เก็บรองเท้าหรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ก่อนออกจากบ้าน ตู้เก็บรองเท้า หรือม้านั่งที่จัดเก็บรองเท้าไว้ข้างใต้ได้ จะช่วยให้บริเวณนี้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย หากใช้ตู้ที่มีหน้าบานเป็นกระจกจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น หรือจะติดตะขอเกี่ยวที่กำแพงเพื่อใช้แขวนเก็บจักรยานหรือรถเข็นเด็ก ก็ช่วยให้คุณมีพื้นที่จัดเก็บของเพิ่มขึ้น

ห้องน้ำ

ห้องส่วนตัวที่สุดในบ้าน และเป็นที่เก็บของใช้ส่วนตัวของแต่ละคน จึงควรแบ่งแยกตามเจ้าของ เพื่อให้ทุกคนหยิบใช้ได้สะดวก ตู้เก็บของเหนืออ่างล้างหน้าเป็นที่เก็บของใช้ชิ้นเล็กๆ ที่คุณใช้ประจำ เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน และเครื่องสำอาง เลือกตู้ที่มีหน้าบานเป็นกระจกจะช่วยประหยัดเนื้อที่ สำหรับลิ้นชักในแต่ละชั้นอาจแบ่งตามสมาชิกในบ้าน เพื่อแยกเก็บของใช้ส่วนตัวของแต่ละคน ใช้ถาดหรือที่กั้นในลิ้นชัก จะช่วยเสริมในการจัดของให้เป็นระเบียบ ชั้นวางของในห้องน้ำเหมาะจะใช้เก็บผ้าขนหนู

ห้องครัว

เมื่อคุณสามารถจัดระเบียบสารพัดเครื่องปรุงและอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ คุณก็จะสนุกกับการทำอาหารได้มากขึ้น ตู้เก็บอาหารที่อยู่สูงมักจะมีความลึก 60 เซนติเมตร ทำให้เอื้อมหยิบสิ่งที่ต้องการได้ยาก ลองเปลี่ยนมาใช้ที่จัดเก็บที่สามารถดึงออกมาได้ หรือแบบลิ้นชัก จะช่วยให้หยิบสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ส่วนพื้นที่ว่างระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับตู้เก็บของด้านบนสามารถติดราวแขวนเอาไว้ที่ใต้ตู้ได้ เพื่อแขวนเครื่องครัวที่คุณใช้บ่อยๆ

ตู้เสื้อผ้า

การจัดเก็บเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นเรื่องใหญ่ของใครหลายคน การจัดแยกประเภทอาจเริ่มจากแบ่งว่าชิ้นไหนแขวน ชิ้นไหนพับ เป็นขั้นตอนที่จะทำให้คุณรู้ว่าต้องการพื้นที่จัดเก็บแค่ไหน จากนั้นแบ่งตามประเภท เช่น เสื้อ กางเกง ประเภทการใช้งาน เช่น ชุดทำงาน ชุดไปรเวท ชุดกีฬา หรืออาจเพิ่มเติมด้วยการแบ่งตามสีเสื้อผ้า วัสดุ หรือตามช่วงฤดูกาล เลือกตู้แบบมีราวแขวน เพื่อใช้แขวนเสื้อผ้าที่มีความยาว และลิ้นชักสำหรับเสื้อผ้าที่พับเก็บ ชิ้นไหนที่คุณไม่ค่อยได้ใช้ ให้เก็บไว้บนชั้นที่อยู่สูงสุด

ห้องนั่งเล่น

เป็นห้องที่สำคัญ ช่วยสร้างความประทับใจแรกแก่แขกที่มาเยือน ที่จัดวางของโชว์ควรจะเป็นตู้ เพื่อกันฝุ่นและเก็บให้พ้นมือเด็กๆ สามารถเพิ่มความสวยงามอลังการด้วยชั้นวางที่เป็นแผ่นกระจก หรือมีหลอดไฟอยู่ภายในตู้ ชั้นวางของแบบเปิดเหมาะสำหรับของที่คุณใช้บ่อย ส่วนชั้นวางหรือตู้เก็บหนังสือควรใช้บานปิดทึบ เพื่อซ่อนของจำพวกหนังสือ นิตยสาร ของเล่น และเกมที่ไม่ได้หยิบมาใช้บ่อยนัก

มุมทำงาน

ปัจจุบันเราทำงานที่บ้านกันมากขึ้น และการหาพื้นที่จัดวางคอมพิวเตอร์ พริ้นเตอร์ และที่เก็บเอกสารก็มักเป็นปัญหา ตู้เก็บหรือชั้นวางเอกสารจึงเป็นผู้ช่วยสำคัญ ชั้นวางที่สูงและแคบจะสามารถจัดวางเข้ามุมได้ หากเป็นชั้นเตี้ยก็เหมาะที่จะวางใต้หน้าต่าง หรือจะเป็นชั้นขนาดเล็กก็ใช้วางใต้โต๊ะได้

 

keyboard_arrow_up