เลอค่า! Dior Rose des vents คอลเล็คชั่นเรียกพลังแห่งดวงดาว สัญลักษณ์นำโชคของคริสเตียน ดิออร์

Dior กลับมาอีกแล้ว คราวนี้มาพร้อมกับคอลเล็คชั่นสุดกรี๊ดดดดด เพราะดีไซน์หรูหรา น่ารัก จะใส่ยังไงก็ไม่ดูป้าแน่นอน กับเครื่องประดับคอลเล็คชั่น Rose des vents

ทุกอย่างเกิดขึ้นที่เมืองกร็องวิลล์ (Granville) วิลล่าที่คริสเตียน ดิออร์ ใช้ชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลและสร้างโดยเจ้าของเรือ วิลล่าหลังนี้มีชื่อว่า เลส์ รุมส์ (Les Rhumbs) ตั้งตามชื่อของแผนภูมิทิศทางลม (Wind Rose หรือที่เรียกว่า ‘rose des vents’ ในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 32 ทิศ

ดังนั้นทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Rose des vents จึงสื่อถึงการเดินทาง จากที่ตั้งของวิลล่าแห่งนี้เมื่อทัศนวิสัยดีจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ The Channel Islands และเรือที่ลอยละล่องผ่านชายฝั่งที่สูงชัน โดยมีทวีปอเมริกาเป็นจุดหมายปลายทางต่อไป ส่วนสระน้ำหลังบ้านมีลวดลายวินด์โรสที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคที่ก้นสระและตั้งอยู่ท่ามกลางสวนซึ่งเป็นที่มาของความหลงใหลในดอกไม้ของกูตูริเยร์ท่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์รี่ฮาวธอร์น (Hawthorn) ดอกมิญอนแน็ตต์ (Mignonette) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกกุหลาบที่เขาชื่นชอบ

ต่อมาในกรุงปารีสผลจากการค้นพบดวงดาวลึกลับบนพื้นที่ถือว่าเป็นเครื่องลางแห่งโชคชะตา ทำให้คริสเตียน ดิออร์ ผู้ที่เชื่อในโชคลาง ตัดสินใจเปิดกูตูร์เฮ้าส์ของตัวเองขึ้นมา และหลังจากนั้นดวงดาวเดียวกันนี้ก็ถูกพกเป็นเครื่องลางนำโชคอยู่ในกระเป๋าของเขา และติดตัวเขาไปในการเดินทางท่องโลกและกลับมานำเสนอเป็นคอลเล็คชั่นต่างๆ ที่ดอกกุหลาบมักมีบทบาทสำคัญเสมอ

เรื่องราวทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมอยู่ในคอลเล็คชั่น Rose des vents โดยวิคทัวร์ เดอ คาสเทลลาน (Victoire de Castellane) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่งจิวเวลรีชั้นสูงของดิออร์ (Dior Joaillerie) เธอตั้งคำถามว่า “ฉันต้องการจะเริ่มต้นจากไอเดียของลวดลายเล็กๆ บนจี้ แล้วอะไรเล่าจะเป็นสัญลักษณ์เปรียบเปรยได้ดีไปกว่าเหรียญประดับห้อยคอ” “สัญลักษณ์ของการเดินทาง ที่บอกเล่าเรื่องราวของดวงดาวของคริสเตียน ดิออร์และแนวคิดในเรื่องเครื่องรางนำโชค รวมถึงดอกกุหลาบซึ่งเป็นดอกไม้ที่เขาโปรดปรานที่สุด เรื่องราวของแฟชั่นเฮ้าส์ดิออร์ทั้งหมดนั้นแฝงอยู่ในคอลเล็คชั่นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย”

จิวเวลรีทุกชิ้นแยบยลด้วยเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่กระซิบบอกอย่างแผ่วเบา ความเชื่อมโยงระหว่างเกลียวคลื่นและบทกวีแห่งมหาสมุทรหลอมรวมกันเป็นเกลียวเมล็ดข้าวสีทองที่รายล้อมบนเหรียญและคล้องด้วยสายโซ่ เผยให้เห็นหินประดับและวินด์โรสเคลื่อนไหวไปตามท่วงท่าของผู้สวมใส่ คอลเล็คชั่นนี้มีกำไลข้อมือและสร้อยคอทั้งแบบสั้นและยาวที่พัฒนามาจากลักษณะของจิวเวลรีสไตล์เหรียญโบราณ “Rose des vents เป็นอุปมาอุปไมยแห่งการสร้างสรรค์” วิคทัวร์ เดอ คาสเทลลาน อธิบาย “การสร้างสรรค์คือการแสวงหา เปลี่ยนแปลง และกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อออกเดินทาง การสร้างสรรค์คือผลพวงจากการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่ง”

ตัวอย่างเครื่องประดับ Dior จากคอลเล็คชั่น Rose des vents Dior 

สร้อยคอ

 

 

1

สร้อยข้อมือ

1

1

1

1

1

ในปีนี้คอลเล็คชั่นเต็มไปด้วยรายละเอียดมากขึ้น ในแง่ของจิวเวลรีมีทั้งมาลาไคท์สีเขียว สีนำโชคซึ่งปรากฏอยู่บนสร้อยคอสั้น โซทัวร์ (sautoir) หรือสร้อยคอเส้นยาว รวมถึงกำไลข้อมือ นอกจากนี้ยังมีชิ้นใหม่ๆ ที่ได้เพิ่มเข้ามา เช่น ต่างหูชิ้นเดี่ยวหรือเป็นคู่ แหวน และกำไลข้อมือสองชิ้น ส่วนชิ้นใหม่ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษคือกำไลข้อมือพิ้งค์โกลด์ตกแต่งด้วยหินอัญมณีห้อยประดับหลากสีและหลายขนาด รวมถึงสร้อยคอทองคำอันสื่อถึงการเดินทางข้ามขอบฟ้าอันระยิบระยับด้วยเพชร ไข่มุก หินลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) มาลาไคท์ เทอร์ควอยซ์ โอนิกซ์ พลอยตาเสือ (Tiger Eye) อัญมณีคาร์เนเลียน (Carnelian) และโอปอลสีชมพู

ต่างหู

1

1

1

1

แหวน

1

ส่วนชิ้นงานเรือนเวลา La Mini D de Dior มาพร้อมกับรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า La Mini D de Dior Rose des vents มีเอกลักษณ์อยู่ที่ดวงดาวแปดแฉกซึ่งเป็นสัญลักษณ์นำโชคของคริสเตียน ดิออร์ ปรากฏอยู่ตรงกลางหน้าปัดที่จะเคลื่อนคล้อยไปตามท่วงท่าของผู้สวมใส่ดั่งเข็มทิศที่พร้อมนำทาง นาฬิการุ่นนี้มีสามเวอร์ชั่น คือเหล็กตกแต่งด้วยเพชรและไข่มุกสีชมพู ไข่มุกสีขาวหรือมาลาไคท์ ส่วนหน้าปัดอันเรียวบางนั้นแต่งขอบด้วยลายรวงข้าว ห่วงร้อยสายและเม็ดมะยมฝังเพชร นับว่างานสร้างสรรค์เรือนเวลานี้สื่อให้เห็นถึงโลกแห่งความสนุกสนานและบทกวีของวิคทัวร์ เดอ คาสเทลลาน

 

ณ เมซงดิออร์ เรือนเวลาบอกเล่าเรื่องราว และใครเล่าจะพรรณนาได้ดีเยี่ยมไปกว่าวิคทัวร์ เดอ คาสเทลลาน ดังนั้นในปี 2003 ห้าปีหลังจากที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ผู้นี้สร้างสรรค์ไลน์จิวเวลรีชั้นสูง (Dior Joaillerie) ขึ้นมาก็ได้เนรมิตเรือนเวลาเรือนแรกขึ้นโดยมีชื่อว่า La D de Dior ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรือนเวลาของสุภาพบุรุษในยุค 70 เป็นชิ้นงานที่สื่อถึงความคลาสสิกได้อย่างประณีตและแยบยล

เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีเรือนนี้ค่อนข้างคล้ายกับเรือนเวลาของสุภาพบุรุษ เพื่อให้เธอรำลึกถึงเขายามเมื่อสวมใส่ และยังคงเอกลักษณ์ความบริสุทธิ์ของรูปทรงโครงสร้างแห่งเสน่ห์แบบแมสคิวลีน แต่เปี่ยมด้วยความเฟมินีนในขณะเดียวกัน มีเพียงเข็มเรือนเวลาไร้ซึ่งตัวเลขบอกเวลา และการเจาะใดๆ อันสื่อถึงความเรียบง่ายที่สุด และเป็นการผสมผสานความชำนาญของช่างผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาและจิวเวลรี

ด้านหลังของตัวเรือนปรากฏกลไกควอร์ซหรือการไขลานแบบ Zenith ตามมาตรฐานของกฎการสร้างสรรค์นาฬิกา ส่วนข้างหน้าปรากฏซิกเนเจอร์ของ Dior Joaillerie ที่ผสมผสานวัสดุทองคำ เพชร และหินอัญมณีตกแต่งเพิ่มความสวยงาม ที่ล้วนผ่านการคัดสรรขึ้นมาเพื่อความงามและคุณภาพ ทำให้แต่ละแบบมีเอกลักษณ์เป็นชิ้นงานลิมิเต็ด เอดิชั่น ต่อมาในปี 2009 วิคทัวร์ เดอ คาสเทลลาน ได้ออกแบบ La Mini D de Dior ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 19 มิลลิเมตร ซึ่งมีความงดงามอันตราตรึง และในปี 2017 ที่ผ่านมาเรื่องราวถูกขีดเขียนขึ้นมาอีกครั้งผ่าน La Mini D de Dior Rose des Vents.

 

keyboard_arrow_up