เจนนี่ BLACKPINK คือตัวแปรสำคัญ ที่ยอดขาย CHANEL สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด

1 ใน 100 คน หากให้พูดชื่อไฮแบรนด์สักชื่อคงหนีไม่พ้น CHANEL ตำนานอมตะที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ ค.ศ.1910 และปัจจุบันยังมีศิลปินระดับโลกอย่าง เจนนี่ BLACKPINK เป็นภาพลักษณ์และตัวแทนคนสำคัญให้กับชาเนล

เมื่อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วมารวมตัวกับคนดังระดับโลกก็ยิ่งทำให้ CHANEL กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง รวมถึงยังสามารถเจาะกลุ่มตลาดใหม่จากฐานแฟนของเจนนี่ได้อีกด้วย เนื่องจากเธอเป็นที่รู้จักในหมู่วัยรุ่นถึงวัยทำงานตอนต้น ที่พอมีกำลังซัพพอร์ตศิลปิน

อย่างในรายงานผลประกอบการยอดขายของ CHANEL ปี 2022 ได้ทำยอดขายไปกว่า 17,200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมากว่าปีก่อนหน้าถึง 17% โดย CEO ของแบรนด์ได้ออกมาเปิดเผยว่าทุกคอลเล็คชั่นของแบรนด์มีการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลัก แต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ คือ Fine Jewelry Coco Crush เป็นคอลเล็คชั่นที่ประสบความสำเร็จมากๆ ซึ่งในปีดังกล่าวเป็นปีที่แบรนด์ได้แต่งตั้งให้เจนนี่เป็น New Face Of Coco Crush และร่วมทำแคมเปญในไลน์นี้มาจนถึงปัจจุบัน สิ่งนี้จึงเหมือนเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้น

รัจวา คาลิด อัล ซาอีฟ

สมบูรณ์แบบทุกประการ ‘รัจวา คาลิด อัล ซาอีฟ’ ว่าที่ราชินีในอนาคตของ จอร์แดน

ทำความรู้จัก ‘รัจวา คาลิด อัล ซาอีฟ’ พระชายา เจ้าฟ้าชายฮุสเซน มกุฎราชกุมารแห่งจอร์แดน ว่าที่ราชินีในอนาคตของประเทศจอร์แดนที่ สมเด็จพระราชินีราเนียตรัสว่า ‘เป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบทุกประการ’

สมบูรณ์แบบทุกประการ ‘รัจวา คาลิด อัล ซาอีฟ’ ว่าที่ราชินีในอนาคตของ จอร์แดน

นับเป็นงานใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์แดน สำหรับพิธีอภิเษกสมรสที่จัดขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2023 ของ เจ้าฟ้าชายฮุสเซน มกุฎราชกุมารแห่งจอร์แดน กับพระคู่หมั้น รัจวา คาลิด อัล ซาอีฟ หรือ เจ้าหญิงรัจวา

โดยในพิธีในมี สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 และ สมเด็จพระราชินีราเนียแห่งจอร์แดน และสมาชิกพระราชวงศ์ต่างประเทศ ทรงร่วมพระราชพิธี ณ พระราชวังซาห์ราน กรุงอัมมาน ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ขณะที่พิธีอภิเษกสมรสในช่วงเย็นจัดขึ้นที่  ณ พระราชวังอัลฮุสเซนนิยา ซึ่งมีพระราชอาคันตุกะ และ แขกจากแวดวงต่างๆ มาร่วมงานถึง 4,000 คน

การนี้ เจ้าฟ้าชายฮุสเซน มกุฎราชกุมารแห่งจอร์แดน ทรงปรากฏพระวรกายในฉลองพระองค์เต็มยศประดับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขณะที่พระชายา เจ้าหญิงรัจวาสิริโฉมงดงามดุจเจ้าหญิงเทพนิยายในชุดแต่งงานสีขาวงาช้าง เสริมชายกระโปรงยาวจากแบรนด์โอตกูตูร์ Elie Saab ขณะที่ชุดแต่งงานในพิธีตอนเย็นทรงสวมชุดของแบรนด์ Dolce and Gabbana

หลังจากที่ทั้งสองพระองค์เข้าพิธีอภิเษกสมรสเสร็จในช่วงเช้าได้เสด็จขึ้นรถยนต์ Rolls-Royce Phantom V ปี 1968 ซึ่งสั่งทำพิเศษสำหรับพระราชินี สมเด็จพระราชินีไซน์ อัล-ชาราฟ ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็น พระปัยยิกา (ย่าทวด) ขององค์มกุฏราชกุมาร เพื่อทรงทักทายพสกนิกรที่มาร่วมมาแสดงความยินดี

สำหรับพระประวัติของ เจ้าหญิงรัจวา พระชันษา 29 ปี ทรงประสูติในวันที่ 28 เมษายน 1994 ทรงเป็นน้องคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 4 คนที่เกิดจาก Khalid bin Musaed bin Saif bin Abdulaziz Alseif และ Azza ภรรยา

พระบิดาของ เจ้าหญิงรัจวา ทรงเล่าเรียนในสาขาวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยเบรุตในนิวยอร์ก ก่อนจะก่อตั้ง El Seif Engineering Contracting ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทก่อสร้างชั้นนำของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่พระมารดามาจากตระกูล Al-Sudairi และเป็นลูกพี่ลูกน้องคนแรกของกษัตริย์ซัลมาน

ทั้งนี้ตระกูลฝั่งพระบิดาของเจ้าหญิงรัจวาเป็นลูกหลานของเผ่าเผ่าสุไบ และเป็นเจ้าผู้ครองแห่ง อัททาร์ ซุไดยาห์ และนายิด  ก่อนเริ่มต้นของรัชสมัยของ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลอาซิส อัล ซาอุด ผู้ทรงรวมชาติและสถาปนาราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียในปี 1932

เจ้าหญิงรัจวา ทรงเข้ารับการศึกษาในซาอุดีอาระเบียก่อนที่จะย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา โดยทรงศึกษาต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ และยังทรงพูดภาษาอาหรับ ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย 

นอกจากนี้ยังทรงศึกษาต่อด้าน Visual Communications ที่ Fashion Institute of Design and Merchandising ในลอสแองเจลิส จากนั้นได้ทรงทำงานต่อที่บริษัทสถาปัตยกรรมในลอสแอนเจลิส และทำงานให้กับสตูดิโอออกแบบ Designlab Experience ในริยาดเมื่อปีที่แล้ว

ด้านเส้นทางรักของทั้งสองพระองค์ เจ้าฟ้าชายฮุสเซนทรงเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Vogue อาระเบียว่า ทรงได้รับการแนะนำให้รู้จักกับพระชายาจากพระสหายร่วมมหาวิทยาลัย ทรงตรัสว่า ‘ผมได้พบกับรัจวาผ่านเพื่อนเก่าจากมหาวิทยาลัย ผมคิดว่าตัวเองโชคดี เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะได้พบผู้หญิงอย่างรัจวา’

ขณะที่ พระราชินีราเนียได้ตรัสถึง พระสุณิสา (ลูกสะใภ้) ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองก่อนพิธีอภิเษกสมรสว่า ‘ว่าที่เจ้าสาวที่อ่อนหวานและสวยงามที่สุด เธอคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคำอธิษฐานทั้งหมดของฉันที่มีต่ออัลลอฮ์’


ภาพ : Instagram : @rajwaofjordannews

Battle for Happiness

ชิงดีชิงเด่นกันเดือด 5 นักแสดงหลัก ซีรีส์ Battle for Happiness (ความสุขเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ) 

เริ่มสตรีมตอนแรกไปเรียบร้อยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำหรับซีรีส์เรื่อง Battle for Happiness (ความสุขเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ) แค่เห็นชื่อไทยก็พอจะรู้ได้ว่าพร้อมที่จะฟาดฟันกันตั้งแต่เริ่มเรื่อง ซีรีส์จะพาเราไปพบกับการต่อสู้เพื่อความสุขของคนที่ดูจะมีความสุขพร้อมสรรพอยู่แล้ว เรื่องราวของคุณแม่ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ไฮเพรสทีจราคาแสนแพงในเกาหลี พวกเธอส่งลูกๆ ไปเรียนยังโรงเรียนที่ดีที่สุด และต่างก็มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ดูเหมือนพวกเธอควรจะมีชีวิตที่มีความสุข แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังชิงดีชิงเด่นกันอย่างดุเดือดบนโลกโซเชียลเพื่อดูว่าใครจะมีความสุขมากกว่ากัน ท่ามกลางการฟาดฟันกันนั้นมีคุณแม่คนหนึ่งได้เสียชีวิต ต่อมา มีโฮ พนักงานธนาคาร ได้ก้าวเข้าสู่สังคมของคุณแม่ไฮโซด้วยจุดประสงค์บางอย่าง และเธอก็ได้พบกับโฉมหน้าที่แท้จริงของครอบครัวที่ดูเหมือนจะมีความสุขดี รวมถึงความจริงอันโหดร้ายในอดีต

ซีรีส์เปิดตัวมาอย่างน่าสนใจ แค่เริ่มเรื่องก็มีปมชวนให้เราอยากติดตาม เบื้องหน้ากลุ่มคุณแม่ใช้มิตรภาพฉาบหน้ายิ้มให้กันอย่างเสแสร้ง เบื้องหลังต่างวางแผน หักหลัง และเอาคืน มาทำความรู้จักตัวละครที่ตั้งใจใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการสร้างความสุขให้ตัวเองและทำลายความสุขคนอื่น 

จางมีโฮ (รับบทโดย อีเอล)
ผู้ช่วยผู้จัดการทีมการตลาดของธนาคารดีจีบี เป็นคนมีเหตุผล ชอบปลีกตัวอยู่คนเดียว ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ ทำให้มีความเหงาลึกๆ อยู่ข้างใน เธอรักษาระยะห่างจากคนรอบข้าง ไม่มีและไม่สร้างสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใคร เนื่องจากบาดแผลทางใจในวัยเด็ก มีโฮ มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับคุณแม่ในกลุ่มอพาร์ทเม้นท์ไฮเพรสทีจที่ตายไป ทำให้เธอได้เข้าสู่วังวนของคุณแม่ไฮโซกลุ่มนี้ เพื่อสืบหาความจริงที่ถูกซ่อนเร้น 

ซงจองอา (รับบทโดย จินซอยอน)
ผู้ก่อตั้งและ CEO ของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เธอมีความขัดแย้งอยู่ในตัว ทั้งอารมณ์ร้อนและเยือกเย็น เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง และเคยชินกับการเป็นผู้นำ นอกจากจะเป็นหัวหน้าในที่ทำงานแล้ว เธอยังเป็นหัวหน้าของกลุ่มคุณแม่ไฮโซในอพาร์ทเม้นท์ไฮเพรสทีจอีกด้วย รอบกายเธอไม่มีใครที่เธอรู้สึกว่าไว้วางใจหรือพึ่งพาได้แม้แต่คนเดียว เธอต้องดูแลคนมากมาย ทั้งสามีที่อายุน้อยกว่า ลูกชาย และน้องๆ ของเธอ เธอจึงต้องต่อสู้เพียงลำพังกับความเหงาที่ไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้

โอยูจิน (รับบทโดย พัคฮโยจู)
แม่บ้านเต็มเวลาและ Influencer ที่ใครๆ ต่างพากันอิจฉาชีวิตของเธอ เพราะเธอดูสมบูรณ์แบบและมีแต่ความสุข เธอได้รับการขนานนามว่า “สุดยอดคุณแม่” เพราะทำทั้งหน้าที่ภรรยาและแม่ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอมักจะโชว์ชีวิตดีๆ และโพสต์อวดความสุขของเธอบนโลกโซเชียลอยู่เสมอ ยูจิน เป็นผู้จุดไฟใน “การต่อสู้เพื่อความสุข” ระหว่างแม่ๆ ในกลุ่ม เบื้องหลังน้ำเสียงนุ่มนวล ท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มอ่อนหวาน เธอซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่เคยบอกใคร

คิมนายอง (รับบทโดย ชาเยรยอน)
คุณแม่เต็มเวลาที่ทั้งชีวิตของเธอมีแต่สามีและลูกสาวเท่านั้น ไม่ว่าสามีบอกอะไร เธอมักจะเชื่อและทำตามในสิ่งที่สามีบอก แม้เธอจะมีรูปร่างหน้าตาที่ดูน่ารัก ใสซื่อ แต่จริงๆ แล้วเธอเป็นคนขี้อิจฉา เธอรู้สึกอิจฉาทั้ง จองอา ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม และยูจิน สุดยอดคุณแม่ เธอเอาแต่พึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะสามี ทำให้เธอมีความนับถือตัวเองต่ำ ประหม่า อ่อนไหว และไม่กล้ายืนหยัดด้วยตัวเอง  

ฮวังจีเย (รับบทโดย อูจองวอน)
คุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วย และเธอเองก็ภูมิใจที่ได้ทำงานไปพร้อมๆ กับเลี้ยงลูกสาวของเธอ เธอเองไม่ค่อยชอบโลกโซเชียลมีเดียเท่าไหร่นัก แต่เธอใช้มันเพื่อเฝ้าติดตามคุณแม่คนอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เธอมีฐานะด้อยกว่าคุณแม่คนอื่น ทำให้เธออิจฉาคุณแม่เหล่านั้นที่ชีวิตดูสบายและมีพร้อม อย่างไรก็ตามเธอทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกสาวของเธอ ที่เธอรักมากกว่าใครๆ ในโลก

ร่วมลุ้นและสืบหาความลับที่ถูกปกปิด พร้อมกับติดตามการฟาดฟันของบรรดาคุณแม่ ที่ใช้โซเชียลมีเดียและผู้ติดตาม เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความสุขของตัวเองและทำลายความสุขของคนอื่น เพราะ..ความสุขเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ.. รับชมซีรีส์ Battle for Happiness (ความสุขเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ) ได้ ทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 22.00 น. ที่ Prime Video 


ฮ็อตแข่งกับอากาศ! เจาะ 6 Outfits เที่ยวฮาวายสไตล์ ‘ซอฮยอน’

แม้ประเทศไทยจะเข้าช่วงซัมเมอร์มานานแล้วแต่หลายๆ ประเทศก็เพิ่งถึงฤดูร้อนไปไม่นาน ซึ่งหากให้นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นทะเลและหมู่เกาะต่างๆ เหมือนกับ ‘ซอฮยอน‘ ที่เลือกไปฮาวาย

แน่นอนว่าเมื่อจัดทริปไปเที่ยวแบบนี้เรื่องเสื้อผ้าก็อย่าให้พลาดไปเป็นอันขาด ซึ่งเจ้าตัวก็จัดเต็มมาให้ครบทั้งแนวคัลเลอร์ฟูลและเดนิม พูดแบบนี้แล้วเราขอเริ่มต้นที่ลุคแรกกันเลยดีกว่ากับเสื้อคร็อปสีสันสดใสจาก CHANEL ยอดฮิตที่มักเห็นคนดังหลายคนหยิบมาใส่ในช่วงซัมเมอร์ ด้วยสีสันที่จี๊ดจ๊าดจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเหมาะกับเวลานี้จริงๆ โดยเธอนำไปแมทช์เข้ากับกางเกงเอวสูงขาสั้น ให้ลุคชิลๆ สบายๆ พร้อมจบลุคด้วยรองเท้าแบบ Slingback และกระเป๋าสีชมพูจากชาเนล

ลุคที่สองมาแบบสบายๆ เดรสลายพริ้นท์ไม่มีวันตกยุคสำหรับฤดูร้อน ถึงแม้ดีไซน์ของชุดจะมีความหวานอยู่บ้าง แต่การเลือกโทนสีแดง-ดำ ก็ช่วยเพิ่มระดับความฮ็อตได้มาอีกเป็นเท่าตัว

สายแซ่บต้องมุงลุคนี้กับมินิเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีน้ำเงิน มีอะไรที่จะเปรี้ยวกว่านี้อีกไหม? ดีไซน์ของชุดทำให้เห็นถึงสัดส่วนที่ชัดเจนเผยความเซ็กซี่อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีปลอกแขนที่ใส่แล้วให้ฟีลแบบ Y2K อีกด้วย ลุคนี้ไม่ว่าจะสาย ฝ. หรือเกา ยังไงก็รอดค่ะ

ลุคต่อไปมาแบบสบายๆ แต่ความสดใสเต็มพิกัดเมื่อสีชมพูโดดเด่นขนาดนี้ ซอฮยอนเลือกแมทช์เป็นเสื้อยืดสกรีนลายสีชมพูและกระโปรงทรงเอที่เดียวกันแต่เข้มกว่าหน่อย สร้างความโดดเด่นให้กับลุคด้วยทรงผม Wet Look ที่ดูแปลกตา

ไอเท็ม Sportswear ก็ไม่ควรพลาดสำหรับกาลมิกซ์แอนด์แมทช์ในช่วงซัมเมอร์ ยิ่งขนไปเที่ยวใส่ถ่ายรูปขณะอยู่บนเกาะบอกเลยว่าเก๋สุดๆ ค่ะ

สำหรับลุคสุดท้ายอัพเดตล่าสุดกับเดนิมทั้งชิ้นบนและล่าง โดดเด่นด้วยดีไซน์ Cut-Out ที่เว้าช่วงเอวและอกให้ลุคดูเซ็กซี่ เบาๆ หยิบแว่นและกระเป๋าหนังสีดำมาเพิ่มความคูล

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

แก๊งหมายักษ์ #โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก กับหลากหลายความอลวนที่เต็มไปด้วยความสุข

ทุกครั้งที่เห็นแก๊งน้องๆ ไซส์ยักษ์พันธุ์สแตนดาร์ดพูเดิลทั้ง 6 ตัวของ “ดุ๊ก – ภาณุเดช” ได้แก่ โคโค่, วอนโก้, บิงโก, ชาโดว์, คอสโม่ และฮิวโก้ ปรากฏตัวในนามแฮชแท็ก #โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก รู้สึกอยากเข้าไปกอดฟัด ยิ่งได้ฟังเรื่องเล่าถึงความฉลาดแสนซน ยิ่งอยากวาร์ปทะลุไอจีไปหาน้องๆ ณ บัดนาว

แก๊งหมายักษ์ #โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก กับหลากหลายความอลวนที่เต็มไปด้วยความสุข

ปะป๊าดุ๊กกับแก๊งหมายักษ์

“ก่อนจะเลี้ยงแก๊งนี้ ที่บ้านเลี้ยงสุนัขไทยพันทางเพศเมียชื่อคําเป่ย เป็นเจ้าบ้านตัวแรก ตอนนี้อายุกว่าสิบขวบแล้ว กระทั่ง 5 ปีก่อนเห็นคลิปสุนัขไซส์ยักษ์แล้วอยากเลี้ยงบ้าง บ๊อบ – หลานชายจึงช่วยหาข้อมูลให้ จนเจอสายพันธุ์สแตนดาร์ดพูเดิล (Stardard Poodle)

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

“ตัวแรกที่ได้มาคือโคโค่ เพศเมียสีน้ำตาล สั่งนำเข้ามาจากจีน เพราะในไทยไม่มีขาย ตอนน้ันดูจากรูป รู้สึกว่าโคโค่ตรงกับที่อยากได้มากที่สุด ปรากฏว่าพอมาถึงไทยน้องไม่ตรงปก โทรม ผอมแห้ง ดูป่วย จึงรีบพาไปหาหมอ วันนั้นสรุปคือเป็นลําไส้อักเสบ รักษาเป็นเดือนกว่าจะหาย ซึ่งช่วงที่รักษา ก็ทําให้ผมผูกพันกับโคโค่มาก เราดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ทุกวันนี้คือลูกรัก โคโค่ฉลาด เฟรนด์ลี่ น่ารัก พอเลี้ยงไปสักพักก็อยากหาเพื่อนให้เขา

“ตอนน้ันเข็ดกับการสั่งซื้อสุนัขนําเข้าจากเมืองจีน บ๊อบช่วยเสิร์ชหาจนเจอฟาร์มสแตนดาร์ดพูเดิลที่ประเทศรัสเซีย แล้วเลือกวอนโก้มาเป็นสามีของโคโค่

“ถัดจากวอนโก้ ซึ่งขนสีขาวก็อยากได้สีอื่นๆ อีก จึงเป็นที่มาของบิงโก เพศผู้สีครีม กับชาโดว์ เพศเมียสีซิลเวอร์ – เทา จากรัสเซียเช่นกัน

“พอมีขาว น้ำตาล และเทาแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าขาดสีดำ (ยิ้ม) จึงเป็นที่มาของคอสโม่ เพศเมีย และตัวสุดท้ายมาแบบบังเอิญที่สุดคือฮิวโก้ เพศผู้สีน้ำตาลอ่อน ตัวใหญ่ที่สุดในบรรดา 6 ตัว ทุกวันนี้หนักถึง 33 กิโลกรัม เขาเป็นลูกชายของ โคโค่กับวอนโก้ ที่จริงไม่ได้ตั้งใจให้เขามีลูกกันนะ แต่มีวันที่ผมเผลอแล้วโคโค่กับวอนโก้แอบนัดเจอกัน จากนั้นคลอดลูกออกมา 5 ตัว ประเมินแล้วว่าเลี้ยงไม่ไหว สุดท้ายเลือกเก็บฮิวโก้ไว้ เพราะชอบตั้งแต่ตอนที่ช่วยทำคลอดแล้ว ส่วน ที่เหลือก็หาบ้านให้เขาอยู่ ผมสกรีนครอบครัวที่รับไปเลี้ยงอย่างละเอียด โชคดีที่ได้บ้านที่รักและดูแลน้องๆ อย่างดีจนถึงวันนี้”

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

6 ตัว 6 คาแร็คเตอร์

“เริ่มจากโคโค่ พูดรู้เรื่องมากจนบางทีเผลอคิดว่าเป็นคนอยู่ในชุดพูเดิล (หัวเราะ) สามารถพาออกงานได้ รู้งาน เฟรนด์ลี่ รับแขก ยอมให้เด็กกอด ถ้าเห็นโซฟาจะกระโดดขึ้นนั่ง หากมีคนอยากถ่ายรูปด้วย โคโค่จะนั่งนิ่ง ทําให้ หลายคนประทับใจ นอกจากนี้โคโค่ค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกของผม ช่วงที่เครียด เขารู้นะ จะมานั่งอยู่ใกล้ๆ เหมือนนปลอบเรา ผมคุยกับเขาเยอะ เหมือนเราสื่อสารกันได้ และแม้จะเล่นกับเพื่อนเพลินขนาดไหน แตโคโค่ก็ไม่เคยลืมผม เขาจะเลี้ยวกลับมาหาเสมอ ต่างจากตัวอื่นๆ ที่เล่นเพลินแล้วลืมกันไปเลยก็มี

“ต่อมาคือวอนโก้ เป็นเด็กผู้ชายขี้เล่น แม้ทุกวันนี้จะเป็นพ่อแล้ว ก็ยังชอบเล่นของเล่น ขี้อ้อน ชอบมานอนเบียดข้างๆ ความที่ผมกับสุนัขนอนด้วยกันทุกวัน ตอนเช้าทุกตัวจะช่วยกันปลุกประมาณตี 5 ครึ่ง – 6 โมง  เพราะต้องเข้าห้องน้ำ ขอกินข้าว ถ้าผมยังไม่ตื่น วอนโก้จะดม เลียหลังหู เหมือนช่วยล้างหน้าล้างตาให้พ่อ ตอนกลางคืนเวลานอนดูทีวี วอนโก้จะมานั่งเบียดอยู่ข้างๆ หัว ซึ่งก่อนที่เขาจะเบียด เขาจะมองหน้าผมทำนองว่าขออนุญาตก่อน ถ้ายังไม่ตอบก็จะใช้เท้าเขี่ย หากผมไม่ว่าอะไรก็นั่งเลย

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

“ส่วนบิงโกชอบกอด จะยืนสองขาแล้วกอดเรา บางทีก็มองตาปริบๆ เหมือนพยายามคุยด้วย เขาเกรงใจโคโค่มาก เพราะรู้ว่าเป็นจ่าฝูง ถ้าโคโค่เล่นกับผมอยู่ บิงโกจะนั่งนิ่งอีกมุม แต่ถ้าเราหันไปมองหน้าเหมือนส่งสัญญาณให้ เขาก็พร้อมจะมากอด ที่ประจำของเขาบนเตียงนอนคือบนตัวผมอีกที (หัวเราะ)

“ขณะที่ชาโดว์เป็นเด็กพิเศษ เพราะมีปัญหาเรื่องระบบสมองตั้งแต่เด็ก จึงลุกลี้ลุกลน ชอบกระโดดโลดเต้น พอขึ้นมาบนเตียงจะมุดเพื่อซุก วิธีการที่จะทำให้เขานิ่งได้คือต้องลูบ ถ้าไม่ลูบจะมุดอยู่อย่างนั้น

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

“ตัวที่ห้าคือดอสโม่ ตัวเล็กที่สุดในบ้าน แม้จะเป็นเด็กผู้หญิงแต่แสบไม่เบา เช่น ถ้าเราจูงเขาอยู่ แล้วบังเอิญเห็นหมาตัวอื่น เขาพร้อมจะลุยเป็นตัวแรก เวลาเขาจะเข้ามากอดผม เขาจะดูจังหวะว่าโคโค่ยอมหรือเปล่า ถ้าโคโค่ไม่ว่าอะไร ก็วิ่งมาเลย

“ปิดท้ายที่ฮิวโก้เด็กยักษ์ ลูกรักแม่โคโค่ ติดแม่มาก ถ้าโคโค่มาเล่นกับผม เขาก็จะเข้ามากอด มานอนทับด้วย แล้วจากนั้นก็ไปหอมแม่กันสองตัว เขามีความซนพอๆ กับพ่อวอนโก้ แต่ก็ฉลาดไม่แพ้แม่ สามารถพาไปรับแขกได้ เคยพาคู่แม่ลูกไปออกงาน โคโค่จะนั่งนิ่ง ส่วนฮิวโก้นั่งแป๊บเดียว สักพักลงนอนเลย อารมณ์ประมาณว่าเมื่อไหร่จะถ่ายเสร็จ (หัวเราะ)

“ความที่ฮิวโก้เด็กมาก จึงพาเขาและแม่ไปเข้าโรงเรียน ฝึกพื้นฐานต่างๆ ด้วยกัน เช่น ขอมือ การนับเลขรอ 1 – 10 ซึ่งผมคิดว่าพอเขาเรียนเสร็จจะไปถ่ายทอดกันต่อเองในฝูง เพราะอย่างบางตัว เช่น วอนโก้กับบิงโกที่ผมฝึกเอง ไม่ได้ส่งไปเรียน แต่สังเกตได้จากเวลาเรียกเขารวมฝูงถ่ายรูป ตอนแรกทุกตัวจะตื่นเต้น วิ่งไปมาจนปวดหัว แต่พอเราเริ่มนับเลขเสียงดัง ทุกตัวจะรู้ว่าต้องอยู่ในท่านิ่ง จึงเดาว่าคงถ่ายทอดวิชากันอีกที

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

“แม้ฝูงนี้จะสนิทกัน แต่ก็มีฟัดกันเองบ้าง ต้องปราม ครูเคยบอกว่าหมากลัวเสียงดัง จึงต้องขึ้นเสียงดุกันบ้าง แต่ก็ไม่บ่อย เพราะหน้าที่หลักของผมคือเป็นของเล่นของหมาครับ คนที่ทำหน้าที่ดุและคุมระเบียบคือบ๊อบกับทีมแม่บ้าน

“กลับมาที่คำเป่ย ด้วยความเป็นหมาไทย อายุเยอะแล้ว มีสถานะเป็นคุณป้า เธอชอบความไพรเวต เคยพามาเล่นกับเด็กๆ บ้าง นอนในห้องแอร์บ้าง แต่ไม่ชอบ คำเป่ยชอบอยู่ข้างนอก วิ่งในทุ่งหรืออยู่ตรงสวน พอ 5 โมงจะวิ่งมารอที่ประตู แล้วพอกลับเข้าบ้านก็เลี้ยวเข้าห้องนอนเขา ซึ่งมีน้ำและพัดลมรอ”

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

แก๊งโคโค่งามเพราะหมั่นกรูมมิ่ง

“ผมดูแลพวกเขาพิเศษในทุกเรื่อง ทั้งอาหาร ความเป็นอยู่ เริ่มจากเรื่องขน ขนยาวก็จริงแต่ไม่ร่วง ไม่ติดตามโซฟา ต้องอาศัยหวีบ่อยๆ เพราะขนเขาหนาถึงสามชั้น และต้องหวีให้ถึงโคน ไม่อย่างนั้นจะเป็นสังกะตัง โดยมีทีมแม่บ้านและบ๊อบช่วยดูแลด้วย

“สำหรับแชมพู ผมทำแบรนด์เอง คือ Duc.co (ดูโคโค่) เพราะกลัวเขาแพ้ จึงทำแบรนด์แชมพูออร์แกนิก หมดห่วงเรื่องสารเคมี แต่ที่สำคัญกว่าคือความที่ตัวโต ขนยาว เวลาล้างต้องมั่นใจว่าออกหมด และประมาณเดือนกว่าๆ จะพาไปกรูมมิ่ง ตัดขน ตัดเล็บ นอกนั้นก็เสริมวิตามินและน้ำมันปลาเพื่อบำรุงขน เวลาอยู่บ้านจะเปิดแอร์ให้บ้าง แต่ไม่ถึงขนาดทั้งวัน ที่สำคัญกว่าคือต้องมีน้ำกับน้ำแข็งตั้งไว้ให้เขาเลีย

“ต่อมาคืออาหาร ผมไม่ให้อาหารคนเลย ยกเว้นบางกรณีที่เขาแอบขโมย แต่ก็เล็กน้อยมาก เน้นอาหารเม็ดคุณภาพดีวันละ 1 มื้อตอนเช้า มีให้อาหารเป็นรางวัลบ้าง แต่ไม่พร่ำเพรื่อ ครูฝึกเคยบอกว่าไม่ควรสปอยล์ด้วยการให้รางวัลเป็นอาหารทุกครั้งที่เขาทำอะไรได้ ไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีขนมให้ เขาจะไม่เชื่อฟัง เทคนิคคือคุยกับเขาเยอะๆ มีคนบอกว่าถ้าอยากให้หมาฉลาดต้องคุยด้วยบ่อยๆ เวลาคุยกับหมาผมครีเอตภาษาหมาของตัวเอง ทำเสียงสอง เสียงสามบ้าง พูดอะไรไม่รู้เรื่องบ้าง แค่อยากคุยด้วย มองตาเขาแล้วก็สื่อสารออกไป

“เรื่องออกกำลังกายก็จำเป็น ผมจะปล่อยให้เขาวิ่งในสนามหลังบ้าน ไม่ให้วิ่งในบ้าน เพราะมันลื่น เดี๋ยวสะโพกเสีย นานๆ ครั้งก็จงออกไปวิ่งข้างนอกบ้าง

“ส่วนพื้นที่การเลี้ยง ส่วนใหญ่เขานอนในห้องผม เฟอร์นิเจอร์ที่บ้านจึงไม่โดนทำลาย ถ้าจะมีของพังก็เล็กน้อย เช่น โมตทีวีเพราะเขาหยิบไปเล่น ผมจะไม่ปล่อยไปส่วนอื่นของบ้านถ้าไม่จำเป็น เพราะที่บ้านเป็นสตูเช่าถ่ายละครด้วย เวลามีกองมาทำงานก็จะย้ายพวกเขาไปบ้านอีกหลังซึ่งเป็นออฟฟิศ เปิดประตูเดินทะลุกันนิดเดียวก็ถึง เขาจะวิ่งเรียงแถวเหมือนขบวนฝูงม้าแข่ง ไปโดยไม่มีใครจูง แค่ช่วยเปิดประตูให้ พอกองเลิกงาน 4 ทุ่ม เขาจะวิ่งกลับมาที่ห้องเอง เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก”

โคโค่คือหมาของพี่ดุ๊ก

ลูกๆ รุมรัก

“แม้จะตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์โดนรุมแล้วเจ็บรุนแรง มีแค่ครั้งเดียวที่กำลังจูงทั้งฝูงออกนอกบ้าน ความที่กระตือรือร้นกันมาก พอเปิดประตูเขาพรวดออกไปจนเราล้มคะมำ นอกนั้นเป็นแผลข่วนเล็กน้อย เป็นการเตือนว่าถึงเวลาต้องตัดเล็บแล้วนะ กับบางช่วงที่เขาแย่งกันกอด รักพ่อมากจนเหยียบเท้าพ่อก็มี หลังๆ จึงรู้ว่าเวลาเปิดประตูห้องนอนต้องไม่เดินพรวดพราดเข้าไป จะยืนพิงประตู แล้วเขาจะค่อยๆ มาทีละตัว ไม่กระโจนใส่ แต่ถ้าช่วงไหนเขาคิดถึงมากๆ เวลานั่งที่เตียงจะรู้เลยว่าเดี๋ยวต้องจมไปในฝูง ทั้งรุมจูบ รุมฟัด

“การได้เลี้ยงพวกเขาทำให้ผมมีความสุข บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ คือบางทีก็วุ่นวายบ้าง แต่โดยรวมเราไม่เครียด ไม่เหงา เป็นความสุขใกล้ตัวที่คนเลี้ยงหมาจะเข้าใจ เขาต่างจากสัตว์อื่นตรงที่เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจเรา คุยรู้เรื่อง ปลอบเราได้ สนุกกับเรา ทำให้สุขภาพจิตดีด้วย แก๊งโคโค่จึงเป็นสีสันและความสุขในชีวิตครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 991

ภาพ : Duke Bhanudej

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

‘หากมีรักเก่าอยู่ คงต้องตัดให้ขาด พรุ่งนี้วันพระใหญ่ ไม่ควรผิดศีลข้อ 3 น้า…ใครกัน?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายวัน 2 มิถุนายน 2566

‘หากมีรักเก่าอยู่ คงต้องตัดให้ขาด พรุ่งนี้วันพระใหญ่ ไม่ควรผิดศีลข้อ 3 น้า…’

ดวงรายวัน 2 มิถุนายน 2566

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  หากคุณกำลังจะเดินทางไปประชุม อบรม หรือสัมมนา จนถึงขยายกิจการหรือขยายสาขา ยังต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนา งานบุญ สายธรรมะ  วันนี้คงต้องระวังตัวไว้หน่อย เพราะมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วยน้า

การเงิน  :   คุณก็ยังมีเงินเข้ามาให้ใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้หากได้เดินทางไปเจรจาผลประโยชน์ เป็นไปได้ว่าคุณจะไม่บวกเพิ่ม เท่าไหร่เท่านั้น ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส

ความรัก  :  คุณมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามนะ วันนี้จึงเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสได้พบคนถูกใจในระหว่างเดินทาง  แต่พรุ่งนี้วันพระใหญ่ จึงไม่ควรทำผิดศีลข้อ 3 ไม่…แม้แต่จะมอง  คนโสด  วันนี้จำเป็นต้องตัดรักเก่าให้ขาดสำหรับผู้ที่มีแฟนอยู่แล้ว เพราะพรุ่งนี้วันพระใหญ่ไม่ควรผิดศีลข้อ 3  

สุขภาพ  :  โรคชรามาเยือนแล้ว เช่น อัลไซเมอร์ กระดูกพรุน กระดูกเสื่อม นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่ระบบภูมิต้านทานโรคจะบกพร่อง ทำให้เลือดและน้ำเหลืองไม่ดี

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   หากงานหรือโครงการที่คุณเสนอไปยังไม่ผ่านการพิจารณา วันนี้ด้วยความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต จะเป็นพลังผลักดันให้คุณทำงานนี้สำเร็จ ได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือไม่ก็นำโครงการเดิมขึ้นมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่ก็ไม่ควรด้วยความก้าวร้าวโวยวาย เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง  

การเงิน  :   หากกำลังใช้เงินกับการดื่มกินจนเงินไม่พอใช้ วันนี้เป็นไปได้ว่าจะมีโชคจากการลงทุน แต่ก่อนจะรับปาก หรือเซ็นเอกสารสัญญา ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีโอกาสที่คุณจะเสียเปรียบ

ความรัก  :  ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับไปหลงใครหรือทุ่มเทให้กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจนไม่สนใจครอบครัว ซึ่งจริงๆ แล้วคุณรักครอบครัวมาก ทำทุกอย่างได้เพื่อพวกเขาล่ะ…ดูออก  คนโสด  กำลังหลงรักใครหรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งอย่างบ้าคลั่งอยู่หรือเปล่า วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเอาแต่ใจตัวเองมาก รักได้ ก็เกลียดได้ แล้วหากคุณเบื่อก็จะไม่มองหน้าเลยทีเดียว

สุขภาพ  :   สำหรับนักดื่ม แอนด์ เดอะแก๊ง จะไปดื่มฉลองวันศุกร์แห่งชาติล่ะก็ ควรดื่มอย่างมีสติ และดูสภาพร่างกายด้วย เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะแพ้อากาศจนหายใจไม่สะดวก  จามบ่อย หากเป็นไซนัสอยู่แล้ว ระวังจะกำเริบ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม ท่องเที่ยว อาหาร แอร์โฮสเตส สปา จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก วันนี้นับเป็นช่วงพีค วันศุกร์ต้นเดือน หยุดยาว 3 วันด้วย จึงมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันชิงดีชิงเด่น ในเรื่องของผลประโยชน์ และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง มีโอกาสที่จะเกิดการขัดแย้ง จนงานสะดุดหยุดลงกลางคัน แต่วันนี้นับว่าคุณมีโชคในเรื่องผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใหญ่ผู้หญิงที่เธอจะสนับสนุนส่งเสริม และเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้คุณเลยทีเดียว

การเงิน  :   ผู้ใหญ่ผู้หญิงอุปถัมภ์ ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่คุณจะใช้เงินกับเรื่องไร้สาระ ดังนั้น ก่อนจะลงทุนอะไรควรศึกษาการลงทุนให้ดี เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง

ความรัก :   วันนี้คุณมีความเป็นแม่สูง มีทั้งเป็นแม่ที่ใจดีมีเมตตา กับแม่ที่เอาแต่ใจ เป็นไปได้ว่าสมาชิกในครอบครัวจะอยู่กันพร้อมหน้า และก็มีความเสี่ยงสูงที่คุณจะมีปากเสียงกับลูก หรือเด็กในบ้านอย่างรุนแรงเลยทีเดียว  คนโสด  วันนี้ดวงนารีอุปถัมภ์อยู่กับคุณ หากกำลังดูแลเด็กกรุบๆ อยู่ ก็ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีโอกาสถูกมือดีแย่งไป  

สุขภาพ   :   สำหรับคุณแม่คนใหม่ที่เพิ่งผ่าคลอดมา วันนี้อย่ายกของหนัก หรือโหมงานหนัก เพราะเป็นไปได้ว่าแผลผ่าตัดจะกระทบกระเทือน รวมถึงผู้ที่เพิ่งผ่าตัดอวัยวะในช่องท้องก็เช่นกัน

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายเดินทาง เช่น โรงแรม ท่องเที่ยว อาหาร ดิลิฟเวอรี่ โลจิสติกส์ รวมถึงยานยนต์ ฯลฯ เป็นไปได้ว่าคุณจะมีโอกาสได้เดินทางไปขยายกิจการหรือขยายสาขา ยังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ยังรวมถึงงานออนไลน์ แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ ที่เกี่ยวกับศิลปะ ศิลปิน ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยความงาม จนถึงช่างอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร ไฮเทคโนโลยี โปรแกรมเมอร์ เป็นไปได้ว่าจะประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับคุณ

การเงิน   :   มีโอกาสที่จะเดินทางไปเจรจาเรื่องผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานที่เกี่ยวกับออนไลน์ มีโอกาสประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่อุปถัมภ์  

ความรัก  :  หากคุณไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะเพราะเรื่องงาน หรือญาติผู้ใหญ่ หรืออะไรก็ตาม ยิ่งหากแต่งงานกันมานานแล้ว เป็นไปได้ว่าวันนี้ความโหยหาอาทรจะลดน้อยลง แต่ความมีเสน่ห์ของคุณเวลาอยู่กับคนอื่นจะเพิ่มมากขึ้น  คนโสด  หากคุณใช้บริการแชทหาคู่มานาน หรือนิยมการแชทไลน์คุยกัน วันนี้มีโอกาสจะได้พบกันตัวเป็นๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเขาจะหลงเสน่ห์คุณมากด้วยล่ะ

สุขภาพ  :  หากกำลังเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเดินทางไกลด้วย ก็ควรรับประทานแต่พอดีๆ เพราะมีโอกาสที่ท้องไส้จะปั่นป่วน อาหารไม่ย่อย จนถึงเป็นโรคกระเพาะ

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะถูกมอบหมายให้รับผิดชอบงานคนเดียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อจะนำเสนองานหรือโครงการขึ้นพิจารณา ก็คงต้องทำใจหน่อย เพราะงานหรือโครงการนั้นๆ จะไม่ผ่านง่ายๆ  ถูกตีกลับมาแก้ใหม่ ซึ่งวันนี้จากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของคุณ หากตั้งใจทำจริงๆ ก็คงผ่านได้ไม่ยาก   

การเงิน  :   รายได้มาจากความขยัน ไม่เกี่ยงงาน หนักเอาเบาสู้ เพื่อให้ครอบคลุมกับรายจ่าย รวมถึงวันนี้คุณมีโอกาสเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินร้อนด้วยน้า…

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณทั้งสองคนจะบ้าทำงานอย่างหัวปักหัวปำ พรุ่งนี้วันพระใหญ่ ก็พากันไปทำบุญกันด้วยน้า…จะได้จิตใจสบายปล่อยวางบ้าง   คนโสด  เช่นกัน เป็นไปได้ว่าคุณกำลังบ้างานอย่างหนัก เพราะฉะนั้นหากมีแฟนก็คงต้องบ้างานตามกันไปล่ะ วันนี้ 

สุขภาพ   :   พลังเยอะ สามารถทำงานได้เต็มกำลัง โดยไม่ห่วงสุขภาพร่างกายของตัวเอง ยิ่งวันนี้หากจะไปดื่มสังสรรค์อีก ก็ควรดื่มบางๆ และช้าๆ เพราะมีโอกาสที่ร่างกายจะวูบ ปิดสวิทช์ไปเลย  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับพนักงานใหม่ นักธุรกิจหน้าใหม่ ที่กำลังอยู่ในช่วงทดลองงาน เป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาทดสอบทดลองตลอดๆ ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะไฟแรง กล้าลุย เสี่ยงเป็นเสี่ยงกันอย่างไม่กลัวใคร ก็ลุยไปเลย เพราะผู้ใหญ่สนับสนุนส่งเสริม รวมถึงเพื่อนร่วมงาน และผู้ใหญ่ก็เมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ แต่ที่ต้องระวังคือการตัดสินใจที่รวดเร็วไม่มีสติ และบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ ที่จะทำให้งานผิดพลาดได้อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น  

การเงิน  :  รายได้มาจากน้ำพักน้ำแรง วันนี้มีโอกาสที่จะมีโชคทางการลงทุน แต่ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินเทางานเทา เพราะมีโอกาสที่คุณจะเสียชื่อเสียงได้

ความรัก :   หากคุณกำลังตกเป็นข่าวเม้ามอยว่า กำลังมีความรักความสัมพันธ์แอบแฝงอยู่ เป็นไปได้ว่า ข่าวเก่ายังไม่เคลียร์ วันนี้มีโอกาสถูกใจผู้ใหญ่ที่ทำงานเดียวกันอีก ซึ่งคุณไม่แคร์ แม้จะไม่ถูกต้อง  คนโสด  ก็ยังทรงเสน่ห์ อารมณ์ร้อนแรงด้วย หากคุณถูกใจก็ไม่แคร์แม้ว่าจะไม่ถูกต้อง เป็นไปได้ว่าคนนั้นคือผู้ใหญ่ในที่ทำงานเดียวกันนี่ล่ะ

 สุขภาพ  :   ควรหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ดองๆ ไม่สดสะอาดถูกสุขลักษณะ รสจัด มีโอกาสที่จะอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะลื่นหกล้ม ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือกระดูก บาดเจ็บได้  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานในระบบการเงินการธนาคาร บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณมีความคิดและจินตนาการสุดโต่งมากจนยากที่จะร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกใส่ร้ายป้ายสี เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคุณ จากที่คิดว่าจะอยู่จนถึงเกษียณ เก้าอี้เริ่มไม่มั่นคงแล้ว มีโอกาสที่จะไปรับงานเอง หรือทำกิจการส่วนตัวด้วยนะเนี่ย

การเงิน  :  ทรัพย์สินเงินทองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้ไม่ควรเชื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผลมาก เพราะคุณมีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เจรจาผลประโยชน์กันไม่ลงตัว ถูกหลอกถูกโกง จนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก  :   ก็ยังมีโอกาสที่จะมีปัญหาเรื่องมือที่สามมาวุ่นวาย ซึ่งเป็นไปได้ว่าเรื่องจะยังเงียบอยู่ แต่คาดว่าด้วยท่าทีของคุณในวันนี้จะปิดไว้ไม่ได้นานน้า… คนโสด วันนี้ไม่เหงาแน่ เพราะมือที่สามมาให้เห็นตัวเป็นๆ เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะเงียบ ไม่เคลียร์ ปล่อยให้คาราคาซังไปก่อน     

สุขภาพ   :   ต้องระวังเรื่องภูมิแพ้อากาศ เป็นหวัด นอกจากนั้นเป็นไปได้ว่าจากที่คุณใช้งานร่างกายหนักเกินไป โดยไม่ดูแลรักษาสุขภาพ วันนี้มีโอกาสที่ระบบเลือดและต่อมน้ำเหลืองต่างๆ จะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้  

TRYLAGINA (ไตรลาจิน่า) Cover

ใหม่กรี๊ดลั่นกลางกองถ่าย ถ้าให้ใช้สคริปต์แบบนี้ ขอไม่รับงานนะคะ

ทำเอากองถ่ายรายการพิเศษทางช่องออนไลน์ “แบบใหม่ แบบไหน” ของแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว TRYLAGINA (ไตรลาจิน่า) หนาวๆ ร้อนๆ ทันที เมื่อ ใหม่ เจริญปุระ ลั่นเสียงดังกลางกองถ่าย ยืนยันเสียงแข็งเลยว่า “การมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ ต้องห้ามให้พี่พูดตามสคริปต์ แต่จะขอพูดเองตามความรู้สึกจริงที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์เท่านั้น”

โดยงานนี้ ใหม่ เจริญปุระ พูดตรงทุกประเด็น ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ดีจริง และไม่ถูกใจจริง คงไม่มารับงานนี้ให้เสียชื่อเสียงที่สะสมมายาวนานถึง 30 กว่าปีแน่นอน นอกจากนี้เจ้าตัวยังพูดติดตลกแซวทีมงาน จริงๆ ที่ไม่อยากให้ใช้สคริปต์ หรือไม่อยากให้ทีมงานเขียนบทให้พูด ก็เพราะสายตาไม่ดี มองไม่เห็นป้ายสคริปต์ต่างหาก นั่นยิ่งทำให้บรรยากาศถ่ายงานในวันนั้นสนุกสนานยิ่งขึ้น

ใหม่กรี๊ดลั่นกลางกองถ่าย ถ้าให้ใช้สคริปต์แบบนี้ ขอไม่รับงานนะคะ

สำหรับการกลับมารับงานพรีเซ็นเตอร์ครีมบำรุงผิวครั้งนี้ของ ใหม่ เจริญปุระ ถือเป็นการการันตีให้เห็นเลยว่า ใหม่ เจริญปุระ ต้องได้ใช้ผลิตภัณฑ์จริงก่อน และจะไม่มีวันพูดอวยสินค้า หากไม่ได้ถูกใจในผลิตภัณฑ์จริงๆ สามารถติดตามความรู้สึกประทับใจของ ใหม่ เจริญปุระ ที่ได้เผยให้ฟังแบบเต็มๆ ว่าหลงรักครีมบำรุงผิวที่เจ้าตัวได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพราะสาเหตุอะไรได้ในรายการ แบบใหม่ แบบไหน ทางช่องยูทูป
ชมคลิปรายการ แบบใหม่ แบบไหน ได้ที่ https://bit.ly/3MMfFAi

A SUMMER’S SOLSTICE Cover

125 SATHORN จับมือ 3 แบรนด์ดัง PICHITA, TEEMA RUCKSAJIT และ MISIS จัดงาน Exclusive Fashion Presentation by Art-Araya ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A SUMMER’S SOLSTICE”

ชวน Mix & Match ไอเทมจากคอลเลกชันสุดปังเพื่อครีเอตลุคสวย

ทั้งลุคกลางวัน กลางคืนแบบ Effortless Fashion ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ย่านสาทร

โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่แห่งใหม่ในย่านสาทร ร่วมกับ 3 แบรนด์แฟชั่นแนวไลฟ์สไตล์ชื่อดังทั้ง PICHITA, TEEMA RUCKSAJIT และ MISIS จัดงาน  “A SUMMER’S SOLSTICE” Exclusive Fashion Presentation โดยได้ “อาร์ต-อารยา อินทรา”  อินฟลูเอนเซอร์และกูรูแฟชั่นชั้นนำของไทยมารับหน้าที่สไตลิตส์ มิกซ์แอนด์แมตช์สามแบรนด้วยแนวคิดการเล่นสนุกกับแฟชั่นไม่ยึดติดกับแบบแผนเดิม ๆ เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันใหม่สุดคูลไม่ซ้ำใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวในย่านสาทรได้ตลอดวัน เช่นเดียวกับแนวคิดการออกแบบโครงการ 125 SATHORN

แบรนด์แรกที่สร้างความฮือฮาให้แขกเอ็กซ์คลูซีฟในงานคือ PICHITA โดดเด่นด้วยคอลเลกชั่นเสื้อผ้าในโทนสีสันที่เหมาะกับ Summer in The City เน้นการใช้ผ้า Silk หรือ Silk Blend เพื่อให้ใส่เบาสบายเหมาะกับอากาศร้อนในกรุงเทพ ด้วยเนื้อผ้ามีความพลิ้วไหวและหรูหรา สามารถใส่ไปเดินเล่นตอนกลางวันหรือไปทานข้าวร้านอาหารตอนกลางคืนก็ได้ “เสื้อผ้าของ PICHITA จะมีเอกลักษณ์คือใส่แล้วไม่เหมือนใครและ มีความ Chic + Cool ในตัวค่ะ” ฑาทิม รักษะจิตร แห่งแบรนด์ PICHITA กล่าว “สำหรับคอลเลกชั่นของงานวันนี้จะมีตั้งแต่ Hand-dyed Silk ombre ไล่สี Kimono, กางเกงเลลูกเล่นแบบผูกเอวจากด้านข้างทำจากผ้า Silk ทรง loose-fit, velvet bikini set ไว้แมตช์ข้างในเสื้อ, รองเท้า Summer loafer, Tunic dress หน้าสั้นหลังยาว และชุดเดรสยาวกลางคืนที่เหมาะกับ Summer Nights ทั้งหมดนี้คือการผสมผสานจับคู่ Lifestyle City Glam ของทางแบรนด์ PICHITA”

สถานที่จัดงานในครั้งนี้คือ 125 SATHORN Sales Gallery “PICHITA มองว่าคนที่อยู่ 125 SATHORN ต้องชอบไลฟ์สไตล์ที่ Happening คือมีความแอ็กทีฟ และมีเซนส์ด้านความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งของอาคารหรือแม้แต่เสื้อผ้าที่ส่วมใส่ ก็ต้องสามารถ support และเหมาะสมกับสไตล์ของคนกลุ่มนี้ได้เช่นกัน”

อีกหนึ่งแบรนด์เสื้อผ้าไทยที่สร้างสีสันให้กับวงการแฟชั่น และงาน A SUMMER’S SOLSTICE ได้อย่างน่าทึ่งก็คือ TEEMA RUCKSAJIT โดย ธีมา รักษะจิตร ดีไซเนอร์สาวคนเก่ง กล่าวว่า “แบรนด์ของเราเป็น Silk ทั้งหมดค่ะ ออกแนวสีสันที่ตอบโจทย์ทั้งใส่ทำงาน ไปดินเนอร์ช่วงค่ำ หรือแม้แต่ใส่เดินทางขึ้นเครื่องบินก็ยังได้ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของย่านสาทร ซึ่งมีทั้งโซนออฟฟิศและแหล่งสังสรรค์กินดื่มมากมายในย่านนี้ค่ะ”

สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเสื้อผ้า TEEMA คือลายพิมพ์ที่สีสันสนุกสนาน คัตติ้งที่สวยเนี้ยบ และเนื้อผ้าที่ใส่สบาย แต่ดูหรูหรามีสไตล์รับกับสีสันและบรรยากาศของสาทรที่คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง “คอลเลกชันที่เลือกมาในงานนี้จะเป็น Everyday Collection โดยเป็นแนวเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทุกวันจริง ๆ เช่น ลายสัตว์ ดอกไม้ที่จะแมตช์กับอะไรก็ได้ ใส่คู่กับสูท หรือยีนส์ได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สบาย ๆ เหมือนใส่ชุดอยู่บ้านแล้วเดินออกไปทานข้าวในร้านเก๋ ๆ ได้เลย เพราะด้วยคัตติ้งที่เนี้ยบและเนื้อผ้าที่มีความหรูอยู่ในตัว และมีความเก๋เหมือนกับสไตล์ของ 125 SATHORN เพราะการตกแต่งดูสบายตา แม้จะเรียบง่ายแต่มีความเก๋ที่ลงตัวค่ะ” ธีมา กล่าว

125 SATHORN จับมือ 3 แบรนด์ดัง PICHITA, TEEMA RUCKSAJIT และ MISIS จัดงาน Exclusive Fashion Presentation by Art-Araya ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A SUMMER’S SOLSTICE”

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ และทำให้คอลเลกชัน A SUMMER’S SOLSTICE สมบูรณ์แบบก็คือแบรนด์เครื่องประดับสุดชิคอย่าง MISIS ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องประดับเงินชุบทอง 18K นำเข้าจากอิตาลี ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 จนเป็นที่ชื่นชอบของดาราฮอลลีวู้ดและผู้มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงเซเลบเมืองไทยก็คุ้นเคยกับแบรนด์ MISIS เป็นอย่างดี เพราะนำเข้าไทยมากว่า 10 ปีแล้ว

ดร. ฐิติพร สถาวรมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซตเต้ เวอร์ทู ผู้นำเข้าแบรนด์เครื่องประดับแบรนด์ มิสซิส (MiSiS) จากอิตาลี กล่าวถึงแบรนด์ว่า “MISIS มีแท็กไลน์ว่า Live Your Nature แปลว่าไม่ว่าคุณจะมีธรรมชาติแบบไหน MISIS ก็มีจิวเวลรี่ที่ตอบโจทย์ธรรมชาติของคุณ โดยเราแบ่งคอลเลกชันเป็นดิน น้ำ ลม และไฟ ซึ่งนำองค์ประกอบในธรรมชาติมาดีไซน์ให้สอดคล้องตามธาตุแต่ละธาตุ สำหรับงาน A SUMMER’S SOLSTICE ครั้งนี้ คุณอาร์ตต้องการสอนมิกซ์แอนด์แมตช์ จึงดึง Product จากหลาย ๆ ธาตุมามิกซ์ให้เข้ากัน เป็นการนำเสนออีกมิติหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงการผสมผสานธาตุให้ออกมาสวยงามโดยไม่ต้องยึดติดกับธาตุใดธาตุหนึ่ง เรียกว่าเปิดโลกแฟชั่นไปอีกระดับทีเดียวค่ะ”

แบรนด์ MISIS ตอบโจทย์ธรรมชาติของผู้สวมใส่ได้หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับ 125 SATHORN ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยทุกคนได้เสมอตามแนวคิด You always find something matched your nature “ได้มีโอกาสมาห็นห้องตัวอย่างของ 125 แล้วรู้เลยค่ะว่าเอื้อต่อการตกแต่งได้หลายแบบจริง ๆ  คือไม่จำเป็นต้องเป็นคนชอบความเป็นเมืองอย่างเดียวถึงจะอยู่ 125 SATHORN ได้ เพราะที่นี่มีความไพรเวท มีพื้นที่สันทนาการ พื้นที่สีเขียวที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ คือทั้ง 125 SATHORN และ MISIS เป็นความหลากหลายที่ตอบโจทย์ธรรมชาติในตัวคุณได้ทุกรูปแบบ และก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ค่ะ”

อาร์ต-อารยา อินทรา อินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่นของเมืองไทย กล่าวว่า “แฟชั่นไม่มีถูกผิดค่ะ อาร์ตอยากเชียร์ให้ทุกคนลองผสมผสานเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่หลากหลาย โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง สำหรับธีม A SUMMER’S SOLSTICE ของวันนี้ อาร์ตเลือกใช้โปรดักต์จาก 3 แบรนด์ดัง ราคาน่ารัก เข้าถึงง่าย และคนไทยรู้จักกันดี ซึ่งคาแรกเตอร์ที่ทั้งสามแบรนด์นี้มีเหมือนกันคือเป็น Timeless and Easy Piece คือหยิบมาใส่ได้เรื่อย ๆ เรียกว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกด้านของย่านสาทรได้จริง ๆ ทั้งชุด ใส่ไปทำงาน ไปไดน์เอาต์นอกบ้าน หรือปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนในธีมสนุก ๆ ไปจนถึงการพักผ่อนส่วนตัวแบบ คูล ๆ สบาย ๆ แต่ไม่ดูโทรม เราอาจจะเรียกคอลเลกชันของงานในวันนี้ว่าเป็น Effortless Fashion ก็น่าจะได้ค่ะ คือสวย เก๋ เท่ แบบไม่ต้องพยายามมาก แต่ตอบโจทย์ทุกโอกาสในแบบฉบับที่เป็นตัวคุณได้จริง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับคาแรกเตอร์ของโครงการ 125 SATHORN ที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและโซนกินดื่มสังสรรค์ชั้นนำของกรุงเทพฯ แถมตัวอาคารออกแบบให้ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้อยู่อาศัยได้ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน หนุ่มสาวที่ชอบการสังสรรค์ คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือรักการรวมกลุ่มแฮงก์เอาต์ ก็จะสามารถค้นพบบ้านในฝันของคุณได้ที่โครงการ 125 SATHORN แน่นอนค่ะ”

ศวิตา เศรษฐาภรณ์ หนึ่งในแขกเอ็กซ์คลูซีฟ กล่าวหลังจบงาน A SUMMER’S SOLSTICE ว่า “ชอบทุกแบรนด์ที่นำมาจัดคอลเลกชันในวันนี้ค่ะ ซื้อไปหลายชิ้นเลย เพราะปกติสไตล์การแต่งตัวของเราก็ง่าย ๆ เหมือนงานในวันนี้อยู่แล้ว ส่วนแฟชั่นของคนย่านสาทร สำหรับเราคิดว่ามันต้อง Practical ด้วย เพราะดูมีสไตล์แบบบิสเนส แต่ก็คล่องแคล่ว เคลื่อนไหวง่าย เพราะมันหมดยุคแล้วกับอะไรที่ใส่สวยแต่ไม่สบาย คือเราต้องเป็นคนที่ใส่เสื้อผ้า ไม่ใช่ให้เสื้อผ้าใส่เรา และวันนี้ได้มาที่แกลเลอรีของ 125 SATHORN รู้สึกสบายๆ โคซี่ ดีไซน์และการตกแต่งดูดีและมองเพลินมาก ๆ แถมจัดฟังก์ชั่นในห้องต่าง ๆ ได้ลงตัวมาก ดูแล้วตอบโจทย์การอยู่อาศัยมาก ๆ ค่ะ”

โครงการ 125 SATHORN เปิดให้เยี่ยมชม Sales Gallery ที่อาคาร KRONOS Office Building ชั้น G สอบถามฝ่ายขายได้ที่หมายเลข +6691-125-8588 อีเมล [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.125sathorn.com

6 เฉดสีซ่อนความหมาย! Move with Love คอลเล็คชั่นใหม่ต้อนรับ Pride Month

Warrix ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month กับคอลเล็คชั่น “Move with Love” สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+)

เดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นเดือนแห่ง Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ โดยในปีนี้ วอริกซ์ ยังคงมุ่งมั่น พัฒนา และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ในด้านแฟชั่นอยู่เสมอ ปล่อยคอลเล็คชั่นพิเศษ “Move with Love” โดยได้นำสีรุ้งสัญลักษณ์แห่งความรักและความหวังมาเป็นลวดลาย ตอกย้ำแนวคิดในการมุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมทางเพศ (Equality) ความรัก (Love) ความภูมิใจทางเพศ (Pride) เพื่อผลักดันให้ทุกคนสามารถเปิดเผยตัวตนผ่านแฟชั่นได้ในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างเต็มที่

โดยคอลเล็คชั่น “Move with Love” ได้ถ่ายทอดความเป็นตัวตนของแบรนด์วอริกซ์ ที่มีจิตวิญญาณของความเป็นนักสู้ผ่านไอเท็มสุดคลาสสิกอย่างเสื้อยืด เสื้อแขนกุด สีขาวและสีดำ ที่มาพร้อมลวดลายโดดเด่นของสีรุ้ง ซึ่งดีไซน์แถบสีแสดงออกถึงความเป็นตัวตนเพื่อขับเคลื่อนความเท่าเทียมด้วยความรัก

โดยสีรุ้งทั้ง 6 เฉดสีนั้น มีความหมายเฉพาะตัว  

เริ่มจากสีแดง หมายถึงการต่อสู้หรือชีวิต สีส้มหมายถึงการเยียวยา สีเหลือง หมายถึงพระอาทิตย์ที่ส่องสว่าง สีเขียว หมายถึงธรรมชาติ สีน้ำเงิน หมายถึงความสามัคคี และสีม่วง หมายถึงจิตวิญญาณอันแน่วแน่ ทุกสีรวมกันเป็นสัญลักษณ์และสะท้อนความหลากหลายทางเพศ

อีซึงกิ

ความรักของ อีซึงกิ และภรรยา อีดาอิน ทำให้ คังโฮดง ซึ้งจนน้ำตาลไหล

หากถามว่า อีซึงกิ รักภรรยา อีดาอิน แค่ไหนก็ขอให้ดูใบหน้าของพระเอกหนุ่มที่พอพูดถึงคนรักทีไรก็มักจะปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ อย่างล่าสุดในรายการ Brother Ramyeon เขาได้เล่าถึงชีวิตรักของเขาอย่างมีความสุขกับรุ่นพี่ คังโฮดง ได้ฟัง

โดยเริ่มต้นรายการเขาได้ถ่ายภาพอาหาร เมื่อ คังโฮดง ถามว่าเขาถ่ายภาพเหล่านั้นไปทำไมเขาจึงตอบว่าส่งให้ภรรยาได้ดูว่าเขากำลังกินอะไรอยู่ จากนั้นคังโฮดงได้ถามว่าเขาเป็นคนขออีดาอินแต่งงานใช่ไหม เขาจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟัง

 “ตอนขอแต่งงานหลายคนบอกว่ามันยอดเยี่ยมมาก แต่จริงๆ ผมพูดออกไปโดยยังไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย แต่เพราะภรรยาของผมเธอเป็นคนดี ดังนั้นจึงคิดว่าเราจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกันอย่างมีความสุขเพราะเธอเป็นคนดีและเรายังมีอะไรหลายอย่างที่คล้ายๆ กัน”

อีซึงกิ

เมื่อได้ฟังเรื่องราว คังโฮดง น้ำตาไหล ก่อนบอกว่านี่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้าแต่เป็นน้ำตาแห่งความปลื้มใจ เพราะอีซึงกิกับคังโฮดงเป็นมากกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องในวงการบันเทิง เขารู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นอีซึงกิมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข

ฟอส บุ๊ค

คุยเอ็กซ์คลูซีฟ! สตอรี่ (ไม่) ลับ ของ “ฟอส & บุ๊ค” คู่จิ้นที่สนิทกันเกิ๊น!  

“ฟอส – จิรัชพงศ์ ศรีแสง” และ “บุ๊ค – กษิดิ์เดช ปลูกผล” คู่นี้ที่จริงรู้จักกันมานาน แต่เพิ่งมาสนิทกันในช่วงที่เข้าวงการบันเทิง ภายนอกดูมีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง บ้านอยู่ละแวกเดียวกัน เรียนที่เดียวกันตั้งแต่อนุบาล แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างต่าง กว่าจะจูนกันติดจนเป็นเพื่อนสนิทได้อย่างทุกวันนี้ก็ต้องผ่านการเสียน้ำตามาบ้าง ที่สุดด้วยเคมีเพื่อนซี้ ส่งให้ “ฟอส & บุ๊ค” แจ้งเกิดเต็มตัวเมื่อปีที่แล้วจากซีรี่ส์ ใครคืออองชองเต Enchante มาถึงปีนี้แฟนๆ จะได้ชมผลงานของพวกเขายาวไปตลอดปี ทั้งเรื่อง Only Friends เพื่อนต้องห้าม, Our Skyy 2 และล่าสุด ชอกะเชร์คู่กันต์ A Boss and a Babe ที่เพิ่งออกอากาศเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

คุยเอ็กซ์คลูซีฟ! สตอรี่ (ไม่) ลับ ของ “ฟอส & บุ๊ค” คู่จิ้นที่สนิทกันเกิ๊น!  

ทราบว่าคู่นี้รู้จักกันมาทั้งชีวิต แต่เพิ่งมาสนิทกันตอนเข้าวงการเหรอคะ

บุ๊ค “ใช่ครับ เราสองคนบ้านอยู่ใกล้กัน เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยม นั่งรถโรงเรียนคันเดียวกันกลับบ้าน อย่างสมัยมัธยมที่สารวิทยา ผมได้เป็นเดือนโรงเรียน ส่วนฟอสเป็นหนุ่มฮ็อต ป๊อปปูลาร์โหวต เรียกว่าเรารู้จักกัน แต่ไม่ถึงขนาดสนิท เพราะอยู่คนละแก๊ง”

ฟอส บุ๊ค

ถ้าให้วัดระดับความสนิทตอนนี้ เต็มสิบจะได้กี่คะแนน

บุ๊คหัวเราะ “11 เลยครับ”

ฟอสยิ้ม “ทุกวันนี้เราคุยกันได้ทุกเรื่อง แม้จะมีหลายเรื่องที่คิดไม่ตรงกันจนทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เป็นเฉพาะเรื่องงาน เพราะเราอยากให้ทุกอย่างออกมาดี ไม่ได้มีเจตนาร้าย คือความที่เราสองคนมีความคิดของตัวเองสูงมากจึงเถียงกันบ่อย แต่ทุกวันนี้ผ่านการปรับจูนความคิดไปทางเดียวกันมากขึ้นแล้ว”

บุ๊ค “ด้วยความเป็นเพื่อน เวลามีอะไรเราคุยกันตรงๆ กล้าแสดงความคิดเห็น จึงเหมือนเป็นไฟเจอกับไฟ บางครั้งมีความไม่ยอม ฟอสเลี้ยวซ้าย บุ๊คจะไปขวา ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองถูก บวกกับบุ๊คคิดมาก คิดเยอะ ขณะที่ฟอสคิดอะไรก็พูดออกมาตรงๆ พอเก็บกันไว้ แรกๆ เป็นประทัด นานเข้ากลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์ พอตู้มออกมาก็ทะเลาะกัน”

ฟอส “ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองถูกหรอกนะ แต่เวลาคุยกับบุ๊ค ถ้าเขาพูดอะไรสักอย่าง ผมมักจะชอบถามว่า มีทางอื่นอีกไหม แล้วถ้าเป็นแบบนี้หรือเป็นแบบนั้นแทนล่ะ เพราะรู้สึกว่าบางเรื่องไม่ได้มีคำตอบแค่ทางเดียว เราจะเถียงกันอย่างนี้บ่อยมาก เหมือนโต้วาทีเลยครับ”

บุ๊ค “บางครั้งถึงขั้นเสียน้ำตา คือพอทะเลาะกัน ข้อดีคือเราไม่เคยปล่อยทิ้งไว้นาน จะเคลียร์กันเลยว่าทำไมถึงพูดอย่างนี้ พอปิดท้ายด้วยคำว่าขอโทษ กอดคอกัน บุ๊คก็จะเสียน้ำตา เพราะมันซึ้ง”

ฟอสยิ้ม “บุ๊คมักจะบอกผมว่า ‘กูแคร์มึงมากนะเว้ยเพื่อน อาจจะทำให้ไม่พอใจบ่อย แต่แคร์มากๆ’ ผมเองก็รู้ว่าเขาแคร์ผม ไม่ว่ามีอะไรเราจะจับมือสู้ไปด้วยกัน ไม่ได้สู้ตัวคนเดียว”

ฟอส บุ๊ค

เรียกว่าในการทะเลาะก็มีเรื่องดี

บุ๊ค “ครับ สำหรับเราการทะเลาะไม่ใช่เรื่องแย่ บุ๊คได้เพื่อนสนิทจากการทะเลาะทุกครั้งเลย เหมือนเราได้รู้จักกันมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคิดทบทวนตัวเองด้วยว่าเราผิดตรงไหน เพราะถ้าปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ คงไม่มีวันเข้าใจกัน ต้องลองคิดกลับกันว่าถ้าเราเป็นเขาจะรู้สึกยังไงกับพฤติกรรมที่ตัวเองทำ ซึ่งบางอย่างที่เราทำอาจแรงไปจริงๆ”

ฟอส “ผมสารภาพเลยนะ ไม่อยากทะเลาะกับใคร เพราะเหนื่อยในการปรับความเข้าใจ เพราะฉะนั้นหากมีอะไร ผมชอบพูดรอบเดียวแล้วจบ เช่น ผมเป็นอย่างนี้นะ เข้าใจกันนะ แล้วผมเองก็เข้าใจง่าย ถ้ามีใครบอกอะไรสักอย่าง เขาพูดรอบเดียวก็รู้เรื่องแล้ว”

มีเรื่องใหนบ้างที่คู่นี้ไม่เถียงกัน

บุ๊ค “เพลงครับ เราชอบฟังแนวอินดี้เหมือนกัน บุ๊คชอบวงเขียนไขและวานิช, อภิรมย์ และบอย อิมเมจิ้น ส่วนฟอสชอบ Joji คือเราชอบฟังเพลงที่เล่าเนื้อหายาวๆ และมีความหมายคล้ายกัน”

ฟอส “นอกจาก Joji ก็ชอบวง Zweed n’ Roll, Safeplanet ชอบที่เนื้อเพลงมีความดาร์กๆ หน่อย”

ขอ 3 คำที่อยากมอบให้เพื่อน

บุ๊ค “3 คำที่นึกถึงฟอสคือ ใส่ใจ ตั้งใจ และคู่กัด”

ฟอส “สำหรับบุ๊คคือ ตั้ง – ใจ – มาก เพราะเวลาทำงานเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 993

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ต้อนรับ “Pride Month” ด้วยแรงบันดาลใจจากไอคอน LGBTQ+สู่โลกแห่งความบันเทิงบนหน้าจอ

ต้อนรับ “Pride Month” หรือเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ ขอแนะ 5 ไอคอนที่มีผลงานในวงการบันเทิงมาให้ได้ติดตามชม

เริ่มที่ “ทรอย ซีวาน” นักร้อง-นักแต่งเพลงหนุ่มมากความสามารถชาวออสเตรเลีย หนึ่งในตัวแทนศิลปิน LGBTQ+ คนสำคัญ ด้วยผลงานเพลงที่แสดงถึงตัวตนอย่างภาคภูมิใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายทั่วโลก กำลังมีผลงานกับ HBO ในซีรีส์สุดฉาว “The Idol” โดยมี The Weeknd หรือ Abel Tesfaye ควบตำแหน่งเป็นทั้งนักแสดง ผู้ร่วมเขียนบท และผู้บริหารฝ่ายการผลิตให้กับซีรีส์เรื่องนี้ เริ่มออกอากาศตอนแรก 5 มิ.ย. เวลา 21.00 น. ทางช่อง HBO หมายเลข 103

ต่อด้วย “เอซรา มิลเลอร์” เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนๆ และชาว LGBTQ+ ในฐานะนักแสดงฮอลลีวูดแถวหน้าที่เปิดตัวเป็น Queer และ Gender-Bending เขาคือส่วนผสมของทั้งชายและหญิง และมักถูกเรียกว่าเป็นคนที่ทลายกำแพงในด้านต่าง ๆ ผลงานที่ทำให้เรารู้จักเขาคือหนังฟอร์มยักษ์เรื่อง “Fantastic Beasts” รับบทเป็น “ครีเดนซ์ แบร์โบน” ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อมดและมีพลังออบสคูรัสร้ายกาจอยู่ในตัว ติดตามความสนุกในโลกเวทมนต์เรื่องนี้ทั้ง 3 ภาคได้ทาง HBO GO ผ่านบริการ 3BB GIGATV

มาที่ “เวลม่า ดิงค์ลีย์” หนึ่งในสมาชิกของแก๊งปราบผี สกูบี้-ดู ที่เปิดตัวเป็นเลสเบี้ยนอย่างเป็นทางการ สำหรับสกูบี้-ดู ถูกสร้างเป็นการ์ตูนออกมาหลายเวอร์ชั่นนับตั้งแต่ 1969 จนถึงปัจจุบัน และเคยถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ เวลม่า ถูกสร้างให้มีคาแรกเตอร์เป็นสาวแว่นผู้มีบทบาทเป็นมันสมองประจำกลุ่มนักสืบไขคดีลึกลับและเปิดโปงภูตผีปีศาจกำมะลอ แฟนๆ สามารถรับชมความสนุกแบบหลอนๆ กับแก๊งป่วนของพวกเขาได้ในการ์ตูนสกูบี้-ดู ทางช่อง Boomrerang Asia ช่อง 302 และทาง HBO GO

และ “สพันจ์บ็อบ สแควร์แพนส์ (SpngeBob Squarepants)” ที่ผู้สร้าง “สตีเฟน ฮิลเลนเบิร์ก” ออกมาพูดแล้วว่าตัวการ์ตูนนี้เป็น Asexual หรือตัวการ์ตูนที่ไม่ระบุเพศ โดยสตีเฟน วางคอนเซปต์ให้เรื่องนี้เป็นการ์ตูนคู่หูตลก และมีคาแรคเตอร์ที่แปลกที่สุด คือต้องมีความไร้เดียงสาแบบเด็ก และสดใสร่าเริงคล้ายกับชาร์ลี แชปลิน ทำให้การ์ตูนดูง่ายและสนุกสนาน สามารถดูเรื่องราวการ์ตูนคู่หูสุดฮา “สพันจ์บ็อบ สแควร์แพนส์ (SpngeBob Squarepants)” ทางข่อง Nickelodeon หมายเลข 303

เปลี่ยนอารมณ์มาที่กีฬาสายโหดอย่างกีฬามวยปล้ำ ที่นักปล้ำประกาศตัวเป็น LGBTQ+ ขณะที่ปล้ำให้กับสมาคม WWE อย่าง “ดาร์เรน ยัง” เป็นนักมวยปล้ำอาชีพคนแรกที่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ หรือ “ซอนย่า เดวิลล์” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักมวยปล้ำหญิงที่รักเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย และยังเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องเพศของเธอมาโดยตลอด ฯลฯ สำหรับแฟนมวยปล้ำสามารถติดความมันจากศึกมวยปล้ำแบบสะใจเสมือนนั่งติดขอบเวทีได้ในรายการศึกมวยปล้ำ RAW ทุกเช้าวันอังคาร และศึกมวยปล้ำ SmackDown ทุกเช้าวันเสาร์ ผ่านทางช่อง 3BB Sports One หมายเลข 401

ขอบคุณข้อมูลจาก : 3BB GIGATV ความบันเทิงที่เข้าใจคนไทย www.3bb.co.th/3BBGIGATV 


“ICONSIAM Love Proudly” Cover

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง PRIDE MONTH ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ “ICONSIAM Love Proudly” สนับสนุนนโยบายความหลากหลายและความเท่าเทียม เริ่มวันนี้ ถึง 30 มิ.ย. 66

ไอคอนสยาม สนับสนุนนโยบายด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม ร่วมฉลองเดือนแห่ง Pride Month ด้วยแคมเปญ “ICONSIAM Love Proudly” เมื่อช้อปปิ้งสินค้าและบริการต่าง ๆ ครบตามยอดที่กำหนด แลกรับ Siam Gift Card เพื่อดื่มด่ำกับประสบการณ์รับประทานอาหารใน 4 ร้านดังที่บรรยากาศสุดโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้ง Blue by Alain Ducasse, Fallabella Riverfront, HOBS และ James Boulangerie พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมหลากหลายความสุข ร่วมสร้างคอนเทนต์ให้สนุกกับพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจบนถนนสีรุ้งอันสดใส ณ ทางเข้าไอคอนสยาม บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า บริเวณเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M และชมความงดงามของสายน้ำตกหลากสีรุ้ง (Waterfall) ในโซนอลังการ ชั้น 6  และการแสดง “ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ธีมสีรุ้ง ที่ยาวที่สุดที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกิจกรรมรับของรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566

คุณสุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด  เปิดเผยว่า ไอคอนสยามดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดในการสร้างคุณค่าร่วมกัน โดยมุ่งสร้างและส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า เรามุ่งมั่นที่จะทำให้พื้นที่ของไอคอนสยามเป็นคอมมูนิตี้ของคนทุกกลุ่ม และสนับสนุนนโยบายด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม ที่ให้ความสำคัญต่อผู้คนที่มีความหลากหลายในทุกมิติ อาทิ เพศ เชื้อชาติ สุขภาพ เริ่มตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ศูนย์การค้าภายใต้แนวคิด อารยสถาปัตย์ (Universal Design) ซึ่งเป็นการออกแบบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการที่คำนึงถึงผู้คนทั้งมวล

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง PRIDE MONTH ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ “ICONSIAM Love Proudly” สนับสนุนนโยบายความหลากหลายและความเท่าเทียม เริ่มวันนี้ ถึง 30 มิ.ย. 66

ซึ่งไอคอนสยาม ได้รับรางวัลด้านอารยสถาปัตย์ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2018  โดยล่าสุดไอคอนสยามได้รับรางวัล  “แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2022  หรือ มหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 6 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“ไอคอนสยาม ร่วมฉลองเดือนแห่ง Pride Month ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกรูปแบบ (LGBTQIAN) ด้วยแคมเปญ  “ICONSIAM Love Proudly” ด้วยการเนรมิตพื้นที่ทางเข้าไอคอนสยามและไอซีเอส บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า และบริเวณเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M กลายเป็นพื้นที่สีรุ้งแบบจัดเต็มให้ทุกคนได้สนุกกับการถ่ายภาพและสร้างคอนเทนท์อย่างอิสระ   พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคู่รักเพลิดเพลินไปกับการแสดง “ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ที่ยาวที่สุดที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในธีมสีรุ้ง โดยสามารถชมได้ทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 19.00 น. และ 19.30 น.  นอกจากนี้ยังตื่นตาตื่นใจไปกับการชมความงดงามของสายน้ำตกหลากสีรุ้ง (Waterfall) ในโซนอลังการ ชั้น 6  ชมได้ทุกวันในเวลา 19.00 – 20.00 น.  ตลอดเดือนมิถุนายนนี้” คุณสุมา กล่าว

คุณสุมา กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้ทุกคู่รักได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดพิเศษในเดือนแห่ง Pride Month นี้ ไอคอนสยาม ต้อนรับทุกท่านกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการซื้อสินค้าและการใช้บริการในไอคอนสยาม สยามทาคาชิมายะ และ ไอซีเอส  (ตรงข้ามไอคอนสยาม)  เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 3,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ  โดยสามารถใช้ได้ที่ร้าน Blue by Alain Ducasse, Fallabella Riverfront, HOBS และ James Boulangerie เท่านั้น  ในส่วนของ ICS เมื่อช้อป ครบ 1,200 บาท แลกรับคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท พร้อมรับคูปองส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ตลอดเดือนมิถุนายนนี้  *สอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย

นอกจากนั้น ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแสดงความรักในแบบพลังบวกที่สร้างสรรค์ กับแคมเปญ “ICONSIAM Love Proudly” ให้ทุกคู่รักได้ร่วมฉลองและแสดงพลังความรักอย่างภาคภูมิใจในเดือน Pride Month กันได้ ง่ายๆ เพียงถ่ายรูปคู่กันแบบน่ารักที่ไอคอนสยาม พร้อมติด hashtag #ICONSIAMLOVEPROUDLY #PRIDEMONTH  และโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดีย แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 200 บาท ต่อ 1 คู่   ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2566 ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

กงฮโยจิน

เปิดชีวิตหลังแต่งงานของ นางเอกเกาหลี กงฮโยจิน กับสามีที่อายุน้อยกว่า10 ปี

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นางเอกเกาหลีใต้ กงฮโยจิน ได้แต่งานกับแฟนหนุ่มรุ่นน้อง เควิน โอ ที่ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งอีกไม่กี่เดือนจะครบปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าความสุขยังคงโอบล้อมพวกเขาเหมือนคู่แต่งงานใหม่

แต่ใครเลยจะไปคิดว่ากงฮโยจินผู้หญิงที่มีความสุขมากๆ หลังจากแต่งงาน ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนที่ไม่มีความตั้งใจที่จะแต่งงานมาก่อนในชีวิตเลย โดยเธอได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ผ่านรายการของ จองแจฮยอน  

เริ่มรายการ จองแจฮยอน  กล่าวทักทายนักแสดงสาวพร้อมกล่าวชื่นชมเธอว่า คุณสวยและเปล่งประกายมากๆ นางเอกสาวยิ้มตอบรับก่อนจะบอกว่า ต้องขอบคุณชีวิตแต่งงานที่มีความสุขของเธอ

“ต้องขอบคุณชีวิตแต่งงานที่มีความสุข ขอบคุณเควินโอ เราเข้ากันได้ดี นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันตัดสินใจออกเดตกับเขาและแต่งงาน จริงๆ แล้วฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะออกเดตกับใครง่ายๆ มันไม่ง่ายเลยนที่ฉันจะชอบใครสักคน”

“ที่ผ่านมาฉันไม่ประสบความสำเร็จด้านความรัก จนตัดสินใจว่าอยู่คนเดียวดีกว่า ความคิดนตอนนั้นฉันรู้สึกว่าแค่มีความสุขกับใครสักคนโดยไม่ต้องแต่งงาน การแต่งงานเป็นเรื่องที่ไม่ใช่สำหรับฉัน และคิดว่าจะไม่แต่งงานเด็ดขาด หลายๆ คนก็คงทราบดี แต่หลังจากที่ได้พบ เควิน โอ ความคิดก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาเหมือนกับเทวดาที่มาเปลี่ยนใจฉันและฉันบอกกับเขาว่าฉันอยากแต่งงาน”

สำหรับกงฮโยจิน และ เควินโอ ได้เปิดเผยความสัมพันธ์กับสาธารณชนเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ก่อนจะประกาศแต่งงานในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน การเดตของพวกเขาได้รับความสนใจอย่างมากก็เพราะว่าฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่าฝ่ายชาย 10 ปี

ซี ภูวรินทร์ คีแนน

ชีวิตที่ต้องยอมแลก! ของ “ซี – ภูวรินทร์ คีแนน” เพื่อเลือกเปลี่ยนเป็นตัวเอง

หลายคนน่าจะยังจำภาพของ “ซี – ภูวรินทร์ คีแนน หรืออาจคุ้นในชื่อ “มัณฑาวี” ด้วยลุคทอมบอยเท่ๆ กับเสียงเจ้าเสน่ห์ที่ทำให้สาวๆ กรี๊ดทั่วเมือง แต่เบื้องหลังภาพความสำเร็จเหล่านั้น ซีเคยผ่านการต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนักว่าจะเลือกเดินตามความฝันหรือความต้องการของสังคม

Born To Be Me

“ซีรู้ใจตัวเองว่าเราเหมือนเด็กผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก ห้าวมาตั้งแต่ประถม ไม่ชอบใส่กระโปรง แม่เคยพยายามให้ใส่ แต่ซีรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเองจริงๆ ที่ยอมมากสุดคือใส่เสื้อตัวเล็ก แต่ก็ยอมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

“อย่างเวลาไปโรงเรียนจะพยายามใส่ชุดพละ เพื่อจะได้ใส่กางเกง ที่จริงผิดกฎโรงเรียน แต่อาจารย์อนุโลม ส่วนครอบครัวช่วงแรกไม่เปิดรับ เพราะอยากให้ซีเป็นเด็กผู้หญิง เขาคิดว่าเราทำตัวตามรุ่นพี่ที่เป็นทอม แต่ที่จริงไม่ใช่ ซีรู้ตัวตั้งแต่เด็กว่า Born To Be มาเป็นแบบนี้ ไม่เคยมีช่วงเวลาสับสนทางเพศเลย

“ซีเปิดตัวว่าอยากเป็นผู้ชายตอนเรียนมัธยม เพราะเห็นสังคมเพื่อนเยอะขึ้น ตัดสินใจบอกกับที่บ้านว่าเราเป็นแบบนี้ ตอนนั้นที่บ้านปล่อยแล้วว่าคงเปลี่ยนหรือบังคับอะไรเราไม่ได้ จึงได้เปิดเผยตัวเองเต็มที่ เวลาใครถามก็กล้าบอกว่าตัวเองเป็นอะไร และเริ่มมีแฟนเป็นผู้หญิง เป็นแนวใสๆ เดินจับมือกลับบ้าน (ยิ้ม)

“แม้จะประกาศตัวว่าชอบผู้หญิง แต่ตอนนั้นก็ยังมีผู้ชาย โดยเฉพาะเกย์เข้ามาจีบเยอะ ซีเคยถามพี่สาวว่าทำไมผู้ชายชอบมาจีบจัง พี่บอกว่าเราอาจเหมือนเด็กผู้ชายตัวเล็ก (หัวเราะ) อย่างตอนเรียนมัธยมมีรุ่นพี่ผู้ชายที่โรงเรียนมาจีบจริงจัง ทั้งๆ ที่รู้ว่าซีไม่ใช่ผู้หญิงและมีแฟนแล้ว เคยพูดกับเขาตรงๆ ว่า ‘ไม่ได้ชอบผู้ชายนะ’ เขาก็ตอบว่า ‘ไม่เป็นไร รอได้’ ตอนแรกก็คิดว่าเขาพูดเล่น ปรากฏว่าจริงจัง เพราะตามจีบประมาณปีกว่า กระทั่งเขาเรียนจบก่อนและแยกย้ายไป

ซี ภูวรินทร์ คีแนน

“ช่วงก่อนเข้าวงการซีไม่เคยคิดมากเกี่ยวกับเพศสภาพของตัวเอง เพราะอยู่ในแวดวงเพื่อนๆ และครอบครัวที่ยอมรับตัวเราได้ กระทั่งมาเป็นศิลปินตอนอายุ 19 ค่ายเพลงกลัวว่าถ้าเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปจะส่งผลกระทบต่อแฟนคลับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็ก กลัวว่าซีจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี เด็กๆ อาจเปลี่ยนรสนิยมทางเพศตาม เพราะย้อนไปช่วงเวลานั้นยังไม่ค่อยมีใครเปิดเผยเรื่องนี้ ตอนนั้นซีเข้าใจค่าย จึงต้องปิดตัวพอสมควร และพูดคุยกันเยอะว่าต้องวางตัวอย่างไร

“หรืออย่างเนื้อเพลงก็ต้องคิดว่าจะแต่งอย่างไรให้ออกมาเป็นกลางมากที่สุด ไม่ใช่ชายหรือหญิงที่ชัดเจนเกินไป คือให้คนรู้จักตัวตนของซีด้วย โปรดิวเซอร์มาสัมภาษณ์ ให้ซีเล่าเรื่องราวชีวิต ทั้งความรัก ความรู้สึก ช่วงนั้นซีเพิ่งอกหักมา จึงกลายเป็นเพลง ‘ง่าย ๆ แต่เหงา’ เพลงแรกที่เปิดตัวแล้วดังเลย ซีอินกับเพลงนี้มาก อย่างตอนถ่ายเอ็มวีก็น้ำตาไหลออกมาจริงๆ ทั้งที่ผู้กำกับไม่ได้สั่ง

“นอกจากเรื่องเพลงก็ยังมีการวางตัว เช่น มีการถกเรื่องการใช้คำลงท้าย จะพูดว่า ‘ครับ’ ‘ค่ะ’ หรือ ‘ฮะ’ สุดท้ายก็เลือกลงท้ายว่า ‘ครับ’ เพราะรู้สึกเป็นตัวเองและสบายใจที่สุด ถ้าไม่พูดคำว่าครับ ก็ขอไม่พูดคำว่าอะไรเลยดีกว่า เพราะซีไม่เคยพูด ‘ค่ะ  ส่วน ‘ฮะ ก็ไม่ใช่ตัวเองแน่นอน แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเองแบบเต็มตัว แต่ซีรู้สึกขอบคุณตัวเองที่พยายามชัดเจนในวันนั้น เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีวันนี้”

ชีวิตที่ต้องยอมแลก! ของ “ซี – ภูวรินทร์ คีแนน” เพื่อเลือกเปลี่ยนเป็นตัวเอง

เปลี่ยนเป็นสิ่งที่ใช่

“ทุกวันนี้ซียังไม่ได้เปลี่ยนเป็นผู้ชายเต็มตัว แค่ตัดหน้าอกและฉีดฮอร์โมน เพื่อเปลี่ยนร่างกายให้ดูแข็งแรงขึ้น

“จุดเริ่มต้นคือออกกำลังกายมาก ทำงานหนัก ปาร์ตี้เยอะด้วย จนผอม สภาพดูไม่ดีเลย จึงอยากแข็งแรงขึ้น เริ่มด้วยการเล่นเวต กินแต่ไข่ ไก่ และโปรตีนอยู่ 3 ปี แต่กล้ามเนื้อก็ยังไม่ขึ้นเต็มที่ ซีคลุกคลีกับเทรนนอร์และนักเพาะกายต่างๆ จึงปรึกษาเรื่องการฉีดฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย เพื่อให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เขาบอกว่าฉีดได้ แต่เพียงเล็กน้อย เพราะซีกลัวว่าเสียงจะเปลี่ยนแล้วทำให้ร้องเพลงไม่ได้ ด้วยอาชีพนักร้องก็ยังอยากมีเสียงของตัวเองอยู่ สุดท้ายตัดสินใจฉีดเต็มที่ ปรากฏว่าผ่านไป 3 เดือนเสียงเปลี่ยนเป็นต่ำลงเรื่อยๆ จนร้องเพลงไม่ได้

“ช่วงนั้นลำบากและรู้สึกเฟลมาก เวลารับงานลูกค้ากลายเป็นร้องเพลงได้ไม่ดี เพราะปกติซีเสียงสูง โน้ตเพลงจะสูงหมด ต้องอาศัยการปรับคีย์ให้ต่ำลง ให้ร้องเป็นเสียงผู้ชาย แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ใช่ เพราะสไตล์เพลงของเราไม่ได้ใช้เสียงโทนนี้ ตอนนั้นต้องทำใจยอมรับ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร

พักงานเพลงทุกอย่าง ไม่รับงานเลย ตัดสินใจว่าในเมื่อร้องเพลงไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่สามารถนำเสียงเดิมกลับมาใช้ได้แล้ว ซีจึงเข้ายิมเปลี่ยนตัวเองเต็มที่ แต่ยังคิดถึงงานร้องเพลงมาก ยังอยากทำงานเพลง  เคยคุยกับโปรดิวเซอร์ว่าจะทำเพลงแนวใหม่ที่เป็นผู้ชายเลย เป็นแพลนที่วางไว้ในอนาคต

“ย้อนกลับมาที่เรื่องฮอร์โมน ทุกวันนี้ซีฉีดฮอร์โมนเองสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยฉีดที่หัวไหล่ต่อเนื่อง 3 เดือน และเว้น 1 เดือนเพื่อให้ร่างกายได้พัก ขับฮอร์โมนออกไปบ้าง ความเปลี่ยนแปลงที่ได้คือมีกล้ามและหนวด ซึ่งซีพอใจในรูปร่างและผิวพรรณของตัวเองแล้วนะ ไม่อยากดูเป็นผู้ชายที่หนวดหรือขนขึ้นดกเกินไป ยังอยากผิวดีอย่างนี้อยู่

ซี ภูวรินทร์ คีแนน

“สำหรับการตัดหน้าอก ซีคิดมานานหลายปีแล้วว่าอยากตัดออก เพราะชีวิตประจำวันต้องใช้เสเตย์รัดหน้าอก ช่วงที่เป็นนักร้องส่งผลกับการร้องเพลงมาก เพราะพอรัดแน่นทำให้หายใจลำบาก รู้สึกว่าร้องไปไม่สุด แต่ก็ยังไม่กล้าตัดออก เพราะไม่มั่นใจเรื่องของแฟนคลับ กลัวเขาทำตามและอาจจะกระทบกับงาน  แต่ความอยากมีมากกว่า พอครอบครัวยอมไฟเขียว ซีจึงไปตัดหน้าอกที่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต ตอนนั้นแอบทำเพราะกลัวเป็นข่าว ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานก็หาย คุณหมอเก่งมาก

“สำหรับซีมันเหมือนยกภูเขาออกจากอก รู้สึกดีมาก คำว่า ‘รู้อย่างนี้ทำนานแล้ว’ โผล่มาเลย ตอนนอนพักฟื้นซีอยากจะหายไวๆ อยากลุกขึ้นมาถอดเสื้อถ่ายรูป แล้วก็คิดรอยสักไว้เรียบร้อย เพราะหลังผ่าตัดจะมีแผลเป็น จึงเลือกลายสักเตรียมไว้เป็นประมาณชนเผ่า ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ แค่เป็นลายที่ชอบ มองนานๆ แล้วไม่เบื่อ หลังจากพักฟื้น ตอนได้ถอดเสื้อออกเป็นครั้งแรกฟินมาก มั่นใจสุดๆ ต่างจากชีวิตที่ต้องสวมเสื้อชั้นใน ตอนนั้นเขินและไม่เป็นตัวเองเลย

“ช่วงแรกก็ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งซีไปทะเลแล้วถอดเสื้อถ่ายรูป พอนักข่าวถาม เราตอบไม่ถูก แต่ก็ไม่อยากโกหก ที่สุดตัดสินใจบอกความจริง ซึ่งฟีดแบ็กไม่ได้แย่อย่างที่คิด และเรารู้สึกดีด้วยที่ได้เป็นตัวเองเต็มที่ ซีรู้สึกว่าคงพอแค่นี้กับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่มีโครงการทำอะไรเพิ่มแล้ว รู้สึกดีและพอใจในรูปร่างแล้วครับ” (ยิ้ม)

เชฟ VS ช่างผม

“ตอนนี้ซีย้ายมาอยู่ที่อังกฤษ คิดว่าจะอยู่ประมาณ 2 ปี เพราะอยากพักเรื่องงานเพลงไว้ก่อน เนื่องจากเสียงยังไม่เหมือนเดิม แต่ก็ยังคิดเรื่องการทำเพลงอยู่นะ แค่คิดว่าจังหวะยังไม่ใช่ บวกกับอยากหาประสบการณ์และอาชีพที่มั่นคงอย่างอื่นดูบ้าง สิ่งที่ซีกำลังสนใจมีอยู่สองเรื่องในตอนนี้ก็คืออยากเป็นช่างตัดผมและอยากเปิดร้านอาหารไทยเล็กๆ  เป็นแนว Take Away ให้เข้ากับยุคโควิด จึงมาลองทำงานที่ร้านอาหารไทย ซึ่งซีแฮ็ปปี้นะ มีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำอาหารให้คนอื่นทานแล้วได้รับคำชมว่าอร่อย ส่วนเรื่องเรียนตัดผม ซีใช้ช่วงเวลาว่างหลังจากงานที่ร้านอาหารลงคอร์สเรียน เป็นอีกอาชีพที่อยากทำมาตลอด เพราะชอบเซตผม และอยากทำผมให้คนอื่นบ้าง ซีคิดว่าคนเรามีความชอบได้หลายอย่าง การมาอยู่ต่างประเทศครั้งนี้ยังส่งผลดีกับตัวเอง อย่างน้อยถ้ากลับเมืองไทย ซีคงบรรลุเป้าหมายสักอย่าง อาจจะเป็นช่างทำผม หรือเปิดร้านอาหาร อยากฝากให้ติดตามครับ”

ซี ภูวรินทร์ คีแนน

รักไม่นิยามสถานะ

“เมื่อก่อนซีเจ้าชู้ มีแฟนเยอะ คบกันไม่นานก็เลิก แต่ทุกวันนี้มุมมองความรักโตขึ้น ถ้าให้พูดถึงความรัก ตอบได้ว่าไม่มีสถานะ เราเป็นเพื่อนร่วมทางที่แชร์ทุกอย่างด้วยกันได้ ทำให้ความรักครั้งนี้ยาวนานกว่าที่ผ่านมา เมื่อก่อนเวลาคบใคร พอมีคำว่าแฟนมันแสดงถึงความเป็นเจ้าของ เธอคือของเรา เราคือของเธอ จากนั้นปัญหาทุกอย่างก็เกิดขึ้น ทุกวันนี้ซีอายุ 34 แล้ว แค่รู้สึกว่าถ้าอยู่กับใครแล้วแฮ็ปปี้ก็อยู่กับเขา ทำให้เต็มที่ที่สุด การไม่นิยามว่าเป็นแฟนทำให้รู้สึกดีกว่าเดิม เพราะไม่ต้องคาดหวังมาก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  ซีคิดว่าความรักเกิดจากบางอย่างที่กำหนดให้คนสองคนได้เจอกัน อาจจะอยู่ด้วยกันในระยะเวลาที่สั้นหรือยาว ก็แล้วแต่ว่าเราพอใจกันมากแค่ไหน

“ซีเคยคิดเรื่องแต่งงานนะ อยากแต่งงานมากด้วย ซีสนับสนุนกฎหมายการแต่งงานแบบสมรสเท่าเทียม มันควรจะเป็นแบบนั้น เพราะมนุษย์เราเท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครด้อยกว่าหรือเหนือกว่า ทำไมผู้หญิงกับผู้ชายแต่งงานได้อย่างเดียวในเมื่อทุกเพศมีความรักเหมือนกัน

“ดีใจที่วันนี้สังคมเปิดมากขึ้น ถ้าสมัยก่อนสังคมยอมรับได้แบบนี้ ซีคิดว่าทุกอย่างจะดีกว่านี้ มองย้อนกลับไป ซีไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแบบอย่างที่ผิด เวลามีข่าว ซีบอกที่บ้านว่าไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าคนอื่นจะคิดยังไง ซีไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี ซึ่งสุดท้ายเขาก็ภูมิใจที่ซีได้เป็นนักร้อง ได้เป็นตัวเองอย่างทุกวันนี้

“สำหรับคนที่อยากเปิดตัว แต่ยังไม่กล้า ซีแนะนำว่าค่อยๆ พูด อย่างเพื่อนที่ทางบ้านบังคับให้ใส่กระโปรงจนต้องซ่อนกางเกงไว้ในกระเป๋าเพื่อมาเปลี่ยนข้างนอก ซีถามว่ามีความสุขเหรอที่ทำแบบนี้ แล้วแนะนำให้เขาค่อยๆ เปิดเผยตัวตนกับที่บ้านทีละนิด ที่สำคัญคืออย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาหรือปลีกตัวออกมาเพราะกลัวพ่อแม่ไม่ยอมรับ ยิ่งอยู่ในครอบครัวที่เคร่งมาก เราควรเป็นเด็กดี ไม่เกเร เพราะถึงวันหนึ่งเราก็ต้องเปิดตัวอยู่ดี ควรให้เขาค่อยๆ ยอมรับเรา

“ดีใจที่มีหลายคนบอกว่าซีช่วยนำร่องและเป็นกระบอกเสียงให้เขา เมื่อก่อนเคยคิดว่าการมีรอยสักที่หน้าอกจะดูรุนแรงเกินไปไหม แต่เมื่อเป็นความต้องการของตัวเอง เราเป็นอย่างนี้ คงไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 987

ภาพ : @zeezeez

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรงแรม-วอลดอร์ฟ-แอสโทเรีย-กรุงเทพ-ไทย-ดีไลท์-Cover

โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ แนะนำชุดน้ำชายามบ่าย “ไทย ดีไลท์”

 จากเสน่ห์แห่งความเป็นไทยสู่ชุดของคาวและขนมหวานชุดใหม่

พร้อมเสิร์ฟคู่ชาน้ำเงิน แบ็งคอก อินเลิฟ จากมาริยาจ แฟรส์ เปิดตัวครั้งแรก ณ ห้องอาหารพีค็อก อัลลีย์

โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ แนะนำชุดน้ำชายามบ่ายชุดใหม่ ไทย ดีไลท์ รับประทานคู่กับชาน้ำเงินสูตรพิเศษ แบ็งคอก อินเลิฟ จากมาริยาจ แฟรส์ แบรนด์ชาสุดพรีเมียมสัญชาติฝรั่งเศส เปิดตัวครั้งแรก และพร้อมเสิร์ฟที่ห้องอาหารพีค็อก อัลลีย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2566  

ชุดน้ำชายามบ่ายชุดนี้นำแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายอันทรงพลังของกรุงเทพฯ กอปรกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย ของคาวและขนมหวานแต่ละคำถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการทำที่ร่วมสมัย และปราณีต  โดยมาริยาจ แฟรส์ แนะนำให้รับประทานคู่กับชา แบ็งคอก อินเลิฟ ที่มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศส่วนประกอบสำคัญของชาน้ำเงินนี้

ของคาวขนาดพอดีคำถูกออกแบบขึ้นจากสูตรของว่างอาหารไทย ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบสุดพรีเมียมจากใน และต่างประเทศ รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคการทำอาหารแบบร่วมสมัย อาทิ เยลลี่แตงโมปลาแห้ง; ไก่สับผสมคาราเมล เครื่องเทศ และมูสสับปะรด แรงบันดาลใจจากอาหารไทยโบราณ ม้าฮ้อ; หมูฉีกอาจาดเยลลี่ และสลัดปูเมี่ยงคำ เป็นต้น คำหวานขนมไทย อาทิ ทับทิมกรอบ มูสมะพร้าว และซาเบล่ขนุน; เค้กใบเตยผสมมูสลอดช่องกะทิ จากเมนูลอดช่องน้ำกะทิชื่อดัง และเสน่ห์จันทน์ ขนมไทยโบราณจากถั่วเหลือง และไข่แดงเค็ม เป็นต้น

โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ แนะนำชุดน้ำชายามบ่าย “ไทย ดีไลท์”

“กรุงเทพฯมีอะไรให้คุณได้ตื่นเต้นได้ไม่รู้จบ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร” ชลิต กอบัวแก้ว หรือเชฟโต๊ด รองหัวหน้าเชฟบริหาร (Executive Sous Chef) กล่าวว่า “พวกเราอยากให้ทุกคนได้ลองชิมชุดน้ำชายามบ่ายที่หลากหลาย และมีสีสันชุดนี้ ของคาว และขนมหวานแต่ละคำล้วนถูกออกแบบ และรังสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจ และความภูมิใจในความเป็นไทย ด้วยรสชาติและกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ พร้อมวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงามทำให้อาหารไทยมีความโดดเด่นในระดับสากล ผมหวังว่าทุกคนที่ได้มาชิมชุดน้ำชายามบ่าย ไทย ดีไลท์ นี้จะชอบ และประทับใจครับ”

วิมลพร ชาญพานิชย์ มาริยาจ แฟรส์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ กล่าวถึงความพิเศษของชาสุดพรีเมียมในการเปิดตัวครั้งแรกนี้ “แบ็งคอก อินเลิฟ ชาน้ำเงินสูตรพิเศษนี้ หมายปลุกความมีชีวิตชีวาของคุณขึ้นจากสีสันอันสดใส และความสนุกสนานของเมืองหลวงแห่งนี้ ผ่านสีน้ำเงินของชา กลิ่นหอมหวานของคาราเมล ดอกกุหลาบ และเครื่องเทศ อาทิ ชะเอมเทศ ทางเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสในการแนะนำชาใหม่ตัวนี้ซึ่งเป็นการผสมผสานความแปลกใหม่ ดั้งเดิม และทันสมัยได้อย่างลงตัว และหวังว่าทุกคนจะชอบการจับคู่ชากับขนมในชุดนี้”

โรงแรม-วอลดอร์ฟ-แอสโทเรีย-กรุงเทพ-ไทย-ดีไลท์-3
โรงแรม-วอลดอร์ฟ-แอสโทเรีย-กรุงเทพ-ไทย-ดีไลท์-4
โรงแรม-วอลดอร์ฟ-แอสโทเรีย-กรุงเทพ-ไทย-ดีไลท์-5

ไทย ดีไลท์ ชุดน้ำชายามบ่าย พร้อมเสิร์ฟทุกวันระหว่างเวลา 13.00 น. – 17.00 น. ราคาชุดละ 2,500 บาท++ หรือ 2,943 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน รวม ชุดของคาวและขนมหวาน สโคนอบใหม่เสิร์ฟพร้อมครีมเนยสด แยมสตรอว์เบอร์รี และครีมเลมอน และชามาริยาจ แฟรส์ หรือกาแฟ (ร้อนหรือเย็น) หรือเลือกซื้อชุดแบบนำกลับบ้าน (Takeaway set) เพื่อมอบเป็นของขวัญในราคาเซตละ 1,900 บาทสุทธิ สำหรับ 1 ท่าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่ง โทร 02 846 8888 อีเมล [email protected]  หรือ LINE : @WaldorfAstoriaBKK

เยจี ITZY

วิธีที่ ‘เยจี ITZY’ รักษารูปร่างเพรียวบาง โดยไม่ต้องออกกำลังกายทุกวัน

เยจี ITZY ไอดอลสาวสวยที่มีรูปร่างเพรียวบางและเอวที่เล็กจนใครๆ ก็ต้องอิจฉา หลายคนจึงอยากรู้ว่าเธอมีวิธีรักษารูปร่างของเธอไว้ได้อย่างไรถึงเป๊ะตลอดเวลาเช่นนี้

วิธีที่ ‘เยจี ITZY’ รักษารูปร่างเพรียวบาง โดยไม่ต้องออกกำลังกายทุกวัน

เมื่อไม่นานมานี้ ทางนิตยสาร Elle Korea ได้ถามเธอเกี่ยวกับกิจวัตรการออกกำลังกายของเธอ ซึ่งเธอยอมรับว่า “ความจริงก็คือ ฉันไม่สามารถออกกำลังกายสม่ำเสมอได้เพราะตารางงาน” เธอมุ่งเน้นไปที่การคงน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่กำหนดเพื่อรักษารูปร่าง “ฉันชั่งน้ำหนักตัวเองในตอนเช้าและตอนกลางคืน” ฉะนั้น การควบคุมอาหารจึงช่วยเธอได้

แต่เธอตระหนักได้ว่าควรเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้น เธอจึงวางแผนที่จะหาเวลาไปยิมให้บ่อยขึ้น เพื่อกล้ามหน้าท้องแสนสวยของเธออาจจะได้กลับมาเต็มร้อย

https://youtu.be/f3-sOcpMexE


ภาพ : yeji.ltzy

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

PARASITIC : ONITSUKA

“PARASITIC : ONITSUKA” เมื่อรองเท้าผ้าใบผสานศิลปะ กลายเป็นผลงานประติมากรรม

“PARASITIC : ONITSUKA” นิทรรศการเดี่ยวจากผลงานใหม่ของศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น Izumi Kato (อิซุมิ กาโตะ) ขึ้นที่ Tiger Gallery™ โปรเจกต์อาร์ตแกลเลอรี เพื่อสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือระดับสากลภายในร้านแฟล็กชิป Onitsuka Tiger ในลอนดอน    

Kato มีชื่อเสียงโด่งดังจากภาพวาดและประติมากรรมของเขาที่เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ ลึกลับแต่เป็นที่รัก การสร้างสรรค์ผลงานของ Kato นั้นได้มอบรูปแบบทางวัตถุให้กับจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองญี่ปุ่น ด้วยบริเวณส่วนหัวที่เหมือนตัวอ่อน (embryo) สายตาที่จับจ้องมองไปในระยะไกล รูปร่างที่ยืดยาวและส่องสว่าง รูปร่างอันโดดเด่นและมีเสน่ห์ของผลงานของ Kato ทำให้นึกถึงโทเท็มโบราณ สิ่งมีชีวิตนอกโลกจากนิยายวิทยาศาสตร์ และสิ่งมีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์

สำหรับนิทรรศการที่ Tiger Gallery™ นี้ ศิลปินได้สร้างสรรค์ผลงานชุดพิเศษที่ผสมผสานประติมากรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเข้ากับรองเท้าผ้าใบรุ่นต่างๆ ของ Onitsuka Tiger ภาพวาดใหม่บนกล่องรองเท้า Onitsuka Tiger รวมถึงสื่อแบบผสมผสานที่แสดงความเคารพต่อแบรนด์ Onitsuka Tiger

ผลงานในนิทรรศการนี้เป็นวิวัฒนาการจากซีรี่ย์ผลงาน Plastic Model ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ของ Kato ซึ่งเป็นชุดงานประติมากรรมที่ผสมผสานฟิกเกอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขากับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป Kato กล่าวว่า     “ฉันทำงานโดยดูคุณภาพของวัสดุต้นฉบับและพิจารณาจากผลิตภัณฑ์พวกนั้น และงานนี้ถูกสร้างขึ้นในลักษณะเดียวกันโดยพิจารณาจากรองเท้าผ้าใบ”

Kato เติบโตในจังหวัดชายฝั่งชิมาเนะ (Shimane) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง Kato เริ่มคุ้นเคยกับนิทานพื้นบ้านลึกลับตั้งแต่อายุยังน้อย ลักษณะเฉพาะของผลงานของ Kato สามารถเชื่อมโยงกับความเชื่อที่ว่าทุกสิ่ง รวมถึงวัตถุต่างๆ เช่น หินและไม้ ล้วนมีสิ่งมีชีวิตลึกลับอาศัยอยู่

สำหรับ Kato การร่วมมือกับ Onitsuka Tiger เป็นการตัดสินใจที่ง่ายดาย เขากล่าวว่า “ผมใส่รองเท้าผ้าใบ Onitsuka Tiger มาตั้งแต่เด็กและเป็นแฟนตัวยงมาโดยตลอด จนถึงวันนี้ผมก็ยังคงสวมรองเท้าผ้าใบรุ่นที่เพิ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ของแบรนด์ ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่น ประเทศเกิดของผม Onitsuka Tiger เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาโดยตลอด ดังนั้นแนวคิดในการใช้วัสดุจากผลิตภัณฑ์ของ Onitsuka Tiger ที่ผมคุ้นเคยในงานศิลปะของผมจึงดูเป็นธรรมชาติ”

นิทรรศการนี้จะเปิดให้เข้าชมในวันที่ 17 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 22 กันยายน 2023 ที่บริเวณพื้นที่แกลเลอรี่ในร้านแฟล็กชิป Onitsuka Tiger Regent Street ในลอนดอน