YG Blackpink

2024 ปีทองของ BLACKPINK หลังไม่ได้ต่อสัญญา YG งานเดี่ยวจะมีอะไรบ้าง?

หลังจากมีข่าวว่า 4 สาว “BLACKPINK” เจนนี่ จีซู ลิซ่า และโรเซ่ ตัดสินใจไม่ได้ต่อสัญญางานเดี่ยวกับ YG Entertainment จึงดูเหมือนว่าในปี 2024 นี้เราน่าจะได้เห็นกิจกรรมเดี่ยวของพวกเธอกันมากขึ้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในยุคนี้ BLACKPINK ถือเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ใหญ่ที่สุดของ K-pop และยังเป็นหนึ่งในวงที่ร่ำรวยที่สุดในวงการเพลง ซึ่งจากข้อมูลของ Celebrity Net Worth เจนนี่ จีซู ลิซ่า และโรเซ่ ต่างก็มีมูลค่าสุทธิประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (710,100,000 ล้านบาท)

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมกลุ่มในฐานะสมาชิก BLACKPINK จะลดบาทลง โดยในแถลงการณ์เกี่ยวกับการต่อสัญญา YG ระบุว่า BLACKPINK มีแพลนที่จะออกอัลบั้มใหม่ และทัวร์รอบโลก โดยเสริมว่า “ เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ BLACKPINK เปล่งประกายยิ่งขึ้นในตลาดเพลงระดับโลก”

มีรายงานว่ากำไรของคอนเสิร์ต Born Pink World Tour ของ BLACKPINK ที่ออกทัวร์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 จนถึง กันยายน 2023 ครองตำแหน่งสูงสุดในรายการ 10 อันดับแรกของทัวร์เคป็อปที่ทำรายได้สูงสุดประจำปี 2566 ของ Billboard Boxscore ด้วยมูลค่า 148.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.2 ล้านล้านบาท

หลายปีที่ผ่านมาผลงานเดี่ยวของ 4 สาว BLACKPINK ได้เป็นที่ประจักษ์ในแง่ของการเป็น ศิลปินเดี่ยว แบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือ การเป็นนักแสดงของ จีซู และ เจนนี่ แต่ในปีนี้งานของพวกเธอจะยกระดับขึ้น รวมไปถึงรายได้ที่ตามมาอย่างมหาศาล

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล

สื่อต่างประเทศโดย South China Morning Post รายงาน นอกจากการเป็นแอมบาสเดอร์แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Bulgari, Celine และ Mac แต่ดูเหมือนจะมีข่าวลือเผยแพร่ออกมาว่า ลิซ่าจะเข้าวงการการแสดงในปีนี้ด้วย โดยสื่อทั่วโลกคาดเดาว่าเธอจะร่วมแสดงใน The Walking Dead ในซีซั่นหน้า 

ข่าวลือดังกล่าวมาจากมีผู้พบเห็นลิซ่าเดินทางระหว่างกรุงโซลและปารีส ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์นี้ และในเดือนพฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา เธอถูกพบเห็นในการแข่งขันฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกร่วมกับ นักแสดงจาก Walking Dead นอร์แมน รีดัส และหลังจากนั้นไม่นานรายการทีวีได้เริ่มติดตามลิซ่า จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป

เจนนี่ คิม

อีกหนึ่งข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ เมื่อ เจนนี่ คิม ได้ออกมาประกาศผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี 2023 โดยเจนนี่ออกมาเปิดเผยว่า เธอได้เปิดตัวค่ายเพลงใหม่ Odd Atelier (OA) ซึ่งจะจัดการโปรเจ็กต์เดี่ยวของเธอทั้งหมด

นอกจากนี้เจนนี่ยังมีผลงานด้านการแสดง โดยเธอได้ร่วมเล่นในซีรีส์เรื่อง The Idol ทางช่อง HBO ร่วมกับลิลลี่-โรส เดปป์ รวมถึงเธอยังร่วมเป็นนักแสดงหลักของรายการวาไรตี้โชว์ Apartment 404 ทางช่อง TVN ซึ่งมีกำหนดออนแอร์ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้อีกด้วย

โรเซ่ (พัค แชยอง)

จะเรียกเธอว่าเจ้าแม่แอมบาสเดอร์ก็ว่าได้สำหรับ โรเซ่ ที่ปัจจุบันเป็นแอมบาสเดอร์ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Sulwhasoo กระเป๋าเดินทาง Rimowa ไปจนถึงแบรนด์ลักชัวรี่อย่าง Saint Laurent และ Tiffany & Co. และในปีนี้เราคงได้เห็นผลงานงานเดี่ยวของเธอกันมากขึ้นอย่างแน่นอน

คิม จีซู

จีซู พี่ใหญ่ของสาวๆ ปัจจุบันจีซูเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ Dior, Cartier และล่าสุดขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ALO YOGA เรียกได้ว่างานปังไม่หยุด

ทั้งนี้มีรายงานจากสื่อเกาหลีใต้ว่า จีซูกำลังเปิดบริษัท Blisoo ภายใต้บริษัทของพี่ชาย คิมจองฮุน เพื่อดูแลด้านผลงานเดี่ยวของเธอ ขณะที่ในด้านการเป็นนักแสดง จีซูได้รับเล่นบทนำในซีรีส์เกี่ยวกับซอมบี้เรื่อง Influenza คู่กับพระเอกหนุ่ม พัคจองมิน โดยซีรีส์เรื่องนี้คาดว่าจะมีทั้งหมด 9 ตอน และสิ้นสุดการถ่ายทำในช่วงเดือนพฤษภาคม 2024 ส่วนแฟนๆ จะได้ดูกันเมื่อไหร่ต้องคอยติดตาม


ประเดิมโอต์ กูตูร์ ‘ใหม่ ดาวิกา’ ในไฟนอลลุคบนรันเวย์ Giambattista Valli

ปิดจบฟินาเล่! เมื่อ ‘ใหม่ ดาวิกา‘ ได้รับเชิญให้เป็นแขกคนสำคัญ เดินแบบส่งท้ายรันเวย์ลุคเจ้าสาว Giambattista Valli

กลายเป็นหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงของ ‘ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่’ เมื่อเธอได้รับเชิญจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Giambattista Valli ให้ไปเดินแบบใน Final Look ประจำคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2024 ในเดรสเจ้าสาวสีขาวสุดอลังการ อัดแน่นไปด้วยดีเทลสุดประณีต และโดดเด่นด้วยระบายกระโปรงที่ฟูฟ่องเต็มรันเวย์ เสริมความสวยแบบเท่ด้วยชุดท่อนบนที่ดีไซน์เป็นคอปก ส่งให้ลุคนี้มีความสง่างามชวนหลงไหล โดยลุคดังกล่าวที่เธอสวมใส่ยังเป็นลุคสุดท้าย หรือที่เราเรียกว่า ฟินาเล่ นั่นเอง ต้องขอปรบมือให้กับนักแสดงของเราจริงๆ กับความสามารถการเดินแบบที่ล้นเหลือและสร้างความสนใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้


รูปภาพ: Instagram @davikah

วิมานสีทอง

วิมานสีทอง ละครหักมุม ที่ลุ้นเอาใจช่วยทุกคนยกเว้น! พระเอก

ออกอากาศทางช่อง ONE31 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับละครดราม่ารสแซ่บจากบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน เรื่อง วิมานสีทอง ผลงานใหม่ของค่าย พอดีคำ ที่ขึ้นชื่อเรื่องบทโทรทัศน์ที่เข้มข้นถึงใจ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่เพียบพร้อม ทั้งฐานะ หน้าตา แต่กลับมีภูมิหลังในชีวิตที่เต็มไปด้วยไฟแค้น โดยการปรากฏตัวของเขาครั้งนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว คือเข้ามาในชีวิตของ 3 สาวตระกูลวรทิพย์ เพื่อปั่นหัวให้เกิดไฟสงคราม

ด้วยในช่วงนี้หลายคนกำลังสนใจ วันนี้ แพรวดอทคอม จึงขอถือโอกาสมารีวิว 5 ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้ ให้ทุกคนได้ลุ้นไปตามกัน

5 ความน่าสนใจละครดราม่ารสแซ่บวิมานสีทอง

1.ละครในตำนานที่ได้รับความนิยม

สำหรับละครเรื่องวิมานสีทองของช่อง ONE31 ไม่ได้เกี่ยวกับ วิมานสีทอง เวอร์ชั่นหนังใหญ่ แต่เป็นจากนวนายายเรื่อง “วิมานไฟ” จากบทประพันธ์ของ “กฤษณา อโศกสิน” ซึ่งในปี 2548 ออกอากาศในชื่อ เล่ห์ภุมเรศ โดยเอ็กแซ็กท์-ซีเนริโอนำแสดงโดย ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์,นุสบา ปุณณกันต์,พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร และ อรจิรา แหลมวิไล ซึ่งถือเป็นละครที่โด่งดังมากๆ ในยุคนั้น

อรจิรา แหลมวิไล
วิมานสีทอง

2.เคมีใหม่ๆ

ความใหม่ของเรื่องนี้ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถอีกก้าวของพระเอกหนุ่มฮ็อต ฟิมล์-ธนภัทร กาวิละ ผู้รับบท ภุมเรศ ที่ได้ลองจับคู่จิ้นกับนักแสดงใหม่ๆ ไม่ว่าจะ ฟีลจีบรุ่นพี่ เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบท หนึ่งหรือ ทาทอง ฟีลจีบรุ่นเดียวกันประกบคู่กับ เดียร์น่า ฟลีโป รับบท สอง หรือ โรยทอง รวมถึง ฟีลเต๊าะรุ่นน้อง นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ รับบทน้องเล็ก  รินทอง เรียกว่าสไตล์ให้ไม่ซ้ำ

ไม่เพียงเท่านั้นละครยังมีนักแสดงฝีมือเก๋าร่วมประชันบทบาทเพียบไม่ว่าจะเป็น  ดวงตา ตุงคะมณี,พลวัฒน์ มนูประเสริฐ,จักรกฤษณ์ อำมรัตน์,นาตยา จันทร์รุ่ง ฯลฯ

3. ดำเนินเรื่องรวดเร็ว ห้ามเผลอพลาดสักตอนเดียว

อาจเคยได้ยินบ่อยๆ ว่า “ดูแค่ตอนแรกกับตอนจบก็เข้าใจ” แต่กับละครเรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น! วิมานสีทองเปิดเรื่องมาได้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากบอกเล่าความรักความผูกพันของ 3 สาวตระกูลวรทิพย์, ภูมิหลังของเหล่านักแสดงนำที่เคยพบกันในอดีต จุดการล้มละลายและเสียชีวิตจนก่อเกิดเป็นความแค้น จัดเต็มทุกดราม่าแบบใส่ไม่ยัง จนคิดว่าใส่มาขนาดนี้อีกหลายตอนที่เหลือจะเล่าเรื่องอย่างไรกันล่ะนี่

วิมานสีทอง

4.พล็อตเรื่องหักมุม ที่ลุ้นเอาใจช่วยทุกคนยกเว้น! พระเอก

จากการสัมภาษณ์นักแสดงทำให้คาดเดาคร่าวๆ ได้ว่าละครจะดำเนินเรื่องไปแบบหันเหลี่ยมเฉือนคม ฟิมล์-ธนภัทร นอกจากจะสวมบทพระเอกแล้วก็ยังสวมบทร้ายไว้กลายๆ โดยเขาจะหว่านล้อมให้สามสาวตกหลุมพรางความรักจนแตกหักกัน ขณะในทางตรงกันข้ามผู้ชมคงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น นั่นทำให้เป็นที่มาของการที่เราจะต้องเอาใจช่วยทุกคนยกเว้นเอาใจช่วยพระเอก!

ธนภัทร กาวิละ

5.การพลิกบทบาทสองนักแสดง

หากพูดถึงบทบาทที่หินที่สุดคงหนีไม่พ้นบทของพระเอก ฟิมล์-ธนภัทร ที่ในเรื่องนี้ต้องแสดงคาแรคเตอร์ที่หลากหลาย เนื่องจากการทำให้สาวทั้งสามคนตกหลุมรักนั้นเขาต้องแสดงเสน่ห์ที่แตกต่างกัน นั่นทำให้ฟิมล์ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้เข้าถึงบทบาทในละคร

ขณะที่ เจี๊ยบ-พิจิตตรา ซึ่งมักรับบทคนใจเย็นและอ่อนโยนมาตลอด เรื่องนี้เธอเปลี่ยนคาแรคเตอร์ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะด้วยบทของ ทาทอง เป็นพี่ใหญ่ ดังนั้นจึงมีนิสัยดุดันไม่เกรงใจใคร มีความคิดเป็นของตัวเอง นั่นทำให้ภาพของพี่เจี๊ยบในเรื่องนี้แตกต่างไปจากที่เราคุ้นชิน

สำหรับสงครามรัก ที่เต็มไปด้วยแรงแค้นครั้งนี้ จะลงเอยอย่างไร และใครคือผู้ชนะที่แท้จริง ตามลุ้นได้ วิมานสีทอง ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

SCOPE โชว์ความสำเร็จ SCOPE LANGSUAN ผลตอบรับดีโกยยอดขายกว่า 60% 

SCOPE เผยบทสรุปความสำเร็จตลอดปี 2566 ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีในสเกลเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม International Premium โดยโครงการ SCOPE Langsuan โกยยอดขายกว่า 60% รวมมูลค่ากว่า 5,863 ล้านบาท พร้อมสร้างสถิติราคาขายคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตรที่สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวโครงการล่าสุด ‘SCOPE Thonglor (สโคป ทองหล่อ)’ คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี High-Rise 32 ชั้น ที่ห้องทั้งหมด 18 ยูนิต จะมาในรูปแบบเพนต์เฮาส์ทุกยูนิต นับเป็นการเปิดปรากฏการณ์ใหม่ในแวดวงอสังหาฯ ไทย ซึ่งสามารถสร้างยอดขายแล้วกว่า 55% ตั้งแต่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ สะท้อนความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลุ่ม HNWI ที่มีต่อแบรนด์ภายใต้ SCOPE COLLECTION ได้เป็นอย่างดี

คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เปิดเผยว่า “สโคป มุ่งเน้นการออกแบบและตกแต่งที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมียมด้วยมาตรฐานระดับโลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในสเกลแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่มีคุณภาพในการพัฒนาโครงการทัดเทียมโครงการที่อยู่อาศัยระดับสากล เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความเป็น International Premium โดยทุกโครงการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Life at its Finest ที่มอบความสำคัญใน 4 ด้านของการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต ได้แก่ ทำเล (Location) การออกแบบ (Design) บริการ (Service) และความเป็นส่วนตัว (Privacy) ทำให้ทุกโครงการในเครือสโคปได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีฐานลูกค้าประจำที่เหนียวแน่น และเกิดอัตราการซื้อซ้ำจากลูกค้ากลุ่มเดิม โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ SCOPE Langsuan (สโคปหลังสวน) และ SCOPE Promsri (สโคปพร้อมศรี) สองโครงการระดับอัลติเมต ลักซ์ชัวรี และลักซ์ชัวรี ในปี 2566 ทำให้แบรนด์ SCOPE COLLECTION เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างสูง เนื่องจากลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์แห่งการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ อันเกิดจากความพิถีพิถันในการพัฒนาแนวคิดการออกแบบ และความพรีเมียมของวัสดุในทุกองค์ประกอบของโครงการ และจดจำสโคปได้ในฐานะแบรนด์ที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับโครงการอสังหาระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีในระดับสากล 

โดยโครงการ SCOPE LANGSUAN (สโคปหลังสวน) โครงการระดับ อัลติเมต คลาส ตั้งอยู่บนทำเลหลังสวน หนึ่งใน Prime Location ของเมืองไทยที่มีราคาที่ดินต่อตารางเมตรสูงที่สุด (1 ล้านบาท/ตร.ม.) ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60% รวมมูลค่ากว่า 5,863 ล้านบาท พร้อมสร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติราคาขายคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตรที่สูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยราคาขายสูงกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยห้องเพนต์เฮาส์ Sold Out ทั้ง 4 ยูนิตหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน นอกจากนั้น มูลค่าการขายต่อของ สโคป หลังสวน ยังพุ่งขึ้นสูงในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะห้องขนาดใหญ่ 2-3 Bedroom เป็นที่ต้องการของตลาด ในส่วนของ SCOPE PROMSRI (สโคปพร้อมศรี) คอนโดมิเนียม Low-Rise ระดับลักซ์ชัวรีบนทำเลที่รายล้อมด้วยสีสันแห่งไลฟ์สไตล์อย่างซอยพร้อมศรีย่านพร้อมพงษ์ (สุขุมวิท 39) ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าด้วยอัตราค่าเช่าประมาณ 1,000 บาทต่อตารางเมตร

“และในวันนี้ สโคปภูมิใจนำเสนอโครงการใหม่ล่าสุด SCOPE THONGLOR (สโคปทองหล่อ) ปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งวงการอสังหาฯ ไทย กับโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงบนถนนสุขุมวิท ติดบีทีเอสทองหล่อ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท คอนโดฯ High – Rise 32 ชั้น 18 ยูนิต ที่จะมาในรูปแบบเพนต์เฮาส์ 100% มาพร้อมความพิเศษของการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในที่ยกระดับมาตรฐานของที่อยู่อาศัยในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับอินเตอร์เนชั่นแนลโดยดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Thomas Juul-Hansen ผู้เปลี่ยนโลกดีไซน์ด้วยการออกแบบเชิงคุณภาพ และความใส่ใจในรายละเอียด โดยยูนิตเริ่มต้นของโครงการมาในรูปแบบเพนต์เฮาส์ทั้งชั้นขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องพาวเดอร์ และ 2 ลิฟต์ส่วนตัว ที่มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 415 ตร.ม. ซึ่งมีกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 200 ล้านบาท โดยโครงการ SCOPE THONGLOR พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและรสนิยมลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้มีความมั่งคั่งสูงหรือ Young High Net Worth Individuals    ที่ต้องการครอบครองที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง ไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพของโครงการที่คัดสรรวัสดุที่ได้มาตรฐานระดับสากล และการออกแบบระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่างด้วย Space กว้างขวาง ไม่ต่างจากการอยู่อาศัยในบ้านเดี่ยว ให้คุณได้เต็มที่กับทุกตารางนิ้วในที่พักอาศัย สามารถเป็นเจ้าของวิว 360 องศาของทองหล่อได้ในทุกๆ   ยูนิต รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายจากทำเลที่ตั้งบนถนนสุขุมวิท ห่างจากบีทีเอสทองหล่อเพียง 0 เมตรประหยัดเวลาในการเข้าถึงสถานที่รอบข้าง รายล้อมด้วยไลฟ์สไตล์เดสทิเนชั่นครบครันทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงบริการ Concierge service ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง และ Facilities ที่ครบครัน คิดมาให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตในทุกมิติเหนือกว่าที่คุณจะจินตนาการ ที่สำคัญยังมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดในทุกยูนิตกับ Private Lift ที่มีมาให้ถึง 2 ตัวในทุกยูนิต ทำให้โอกาสจะพบเจอเพื่อนบ้านเป็นแบบ Meet by choice, not by chance” 

“ปัจจุบัน สโคป ทองหล่อ มียอดขายแล้วถึง 10 ยูนิต จาก 18 ยูนิต คิดเป็น 55% ของจำนวนยูนิตอยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งได้รับความสนใจตั้งแต่ช่วงที่โครงการยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ นับเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลุ่ม HNWI ที่เชื่อมั่นในแบรนด์สโคป ในฐานะผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตรฐานระดับอินเตอร์เนชั่นแนล โดยมีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ (ตุลาคม 2567) โดยในปี 2567 SCOPE ตั้งเป้ายอดขายรวมทุกโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท” คุณยงยุทธ กล่าวทิ้งท้าย

หยุดแตกตื่น ! ศัลยแพทย์ชื่อดังเตือนกรุ๊ปเลือดไม่ใช่สาเหตุแผล “คีลอยด์”   

จากกรณีสังคมออนไลน์แชร์ภาพหญิงสาวท่านหนึ่งสักคิ้วแล้วเกิดคีลอยด์-แผลเป็นนูน จนเป็นที่ฮือฮา ส่งผลให้หลายคนวิตกกังวลและหาสาเหตุว่าทำไมแค่สักคิ้วจึงเกิดเป็นแผลคีลอยด์ได้  สิ่งที่น่าตกใจคือมีการส่งต่อข้อมูลเรื่อง “กรุ๊ปเลือดที่เป็นแผลเป็นง่าย” นั่นคือ กรุ๊ปเลือดเอ  และกรุ๊ปเลือดเอก็มีโอกาสจะเป็นแผลเป็นมากกว่ากรุ๊ปเลือดอื่นๆ สาเหตุเพราะคนเลือดกรุ๊ปเอ มีสารแอนติเจนเอมากกว่าคนอื่น และสารแอนติเจนเอนี้ส่งผลให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย ทำให้ชาวเน็ตแตกตื่นและมีความกังวลเป็นอย่างมาก   

ในเรื่องนี้  นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด เผยว่าจากการวิจัยทางการแพทย์ มีการตั้งสมมติฐานว่ากรุ๊ปเลือดเอ และ เอบี  มีสารแอนติเจนเอ ที่มี enzyme ที่สร้างสารที่เรียกว่า GAGs หรือ Glycosaminoglycans (ไกลโคสะมิโนไกลแคน) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับสารที่มีอยู่ในคีลอยด์ แต่งานวิจัยนั้นเป็นเพียงงานวิจัยเดียวเท่านั้น  ในทางกลับกันงานวิจัยที่ได้รับการรับรองอีกหลายตัวมีผลทางสถิติอย่างมีนัยยะสำคัญว่าเลือดกรุ๊ปเอ หรือ เอบี  ไม่มีผลต่อการเกิดแผลคีลอยด์  โดยการศึกษาหรือหาข้อสรุปทางด้านการวิจัยต้องดูเปรียบเทียบกันอีกหลาย 10 งานวิจัย และมีผลการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 1,000 คนขึ้นไปถึงจะเป็นงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ  ซึ่งในขณะนี้ยังคงสรุปไม่ได้ว่าคนเลือดกรุ๊ปเอเป็นกลุ่มคนที่เกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่ายว่าคนเลือดกรุ๊ปอื่น  

นพ.ธนัญชัยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจัยหลักที่จะส่งเสริมให้เกิดแผลคีลอยด์ตามข้อมูลงานวิจัย ที่น่าเชื่อถือได้นั้น มีอยู่ด้วยกัน 4 ปัจจัย     

1. ด้านเชื้อชาติ  เช่น คนแอฟริกา  หรือ คนผิวดำ จะมีโอกาสเกิดคีลอยด์ได้มากกว่าคนผิวขาว  

2. ด้านพันธุกรรม  สังเกตว่าถ้าบิดามารดาเป็นคีลอยด์ได้ง่ายเมื่อเรามีแผลเกิดขึ้นโอกาสที่จะเกิดคีลอยด์ก็จะสูงกว่าคนทั่วไป  

3.บริเวณที่เกิดแผลคีลอยด์ได้ง่าย  เช่น ใบหู หน้าอก และไหล่ ยกตัวอย่างเช่น แผลผ่าตัดบริเวณหน้าอก หรือใบหู มีโอกาสเกิดเกิดคีลอยด์มากกว่า บริเวณหน้าท้อง เป็นต้น

4. ระดับการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ แผลที่มีการบาดเจ็บมาก แผลที่หายช้า หรือ แผลที่มีการอักเสบติดเชื้อ ในระยะยาวมีโอกาสเกิดแผลคีลอยด์ได้มากกว่า

นอกจากนี้ นพ.ธนัญชัย  ยังเผยอีกว่าการรักษาปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่ทำการรักษาคีลอยด์ให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่จะเป็นการทำการรักษา แบบ Multimodality  หรือที่เรียกว่าการรักษาแบบผสมผสาน โดย
1. First line treatment การรักษาอันดับแรก คือการใช้ยาฉีด (Steroid), การใช้แผ่นลดรอยแผลเป็น (Silicone Sheet) หรือการใช้ยาทาแผลเป็น  

2. Second line treatment หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้นแพทย์จะพิจารณารักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฉายแสง การใช้เลเซอร์  หรือ การตัดก้อนคีลอยด์ออก ร่วมกับการฉีดยา 

นพ.ธนัญชัย  ฝากทิ้งท้ายว่าการเลือกเสริมความงามนั้น ควรเลือกสถานที่ที่ได้มาตรฐานรวมไปถึงตรวจสอบความปลอดภัยจากวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อความสวยที่ปลอดภัยในระยะยาว  

ข้อมูลอ้างอิง : Abas MT, Bayaki S. Is There an Association between Keloids and Blood Groups?. ISRN Dermatol. 2012; 2012: 750908. doi: 10.5402/2012/750908  

Karina DP, David P. The relationship between blood type and the formation of keloid post wound. Jurnal Rekonstruksi & Estetik. 2012; 1(1).  

http://journal.unair.ac.id/RE@the-relationship-between-blood-type-and-the-formation-of-keloid-post-wound-article-4256-media-74-category-3.html 

‘สัปดาห์นี้รักทุกคนเท่ากัน แต่ดวงได้พบเด็กกับผู้มีบารมีที่จะมาส่งเสริม จะใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 22-28 มกราคม 2567

‘สัปดาห์นี้รักทุกคนเท่ากัน แต่ดวงจะได้พบเด็กกับผู้มีบารมีที่จะมาส่งเสริม จะใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 22-28 มกราคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  ดูเหมือนชาวอาทิตย์จะหายใจไม่คล่องทั้งเดือนเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้หากคุณอยู่ในสายงานหรือธุรกิจด้านการบริการ เช่น  ร้านอาหาร เครื่องดื่ม โรงแรม สปา แอร์โฮสเตส หรือสินค้าและบริการสำหรับเด็ก สัปดาห์นี้มีโอกาสสูงมากที่จะแบกรับความกดดัน ความคาดหวังจากผู้ใหญ่ เจ้าของงาน หรือเจ้านายที่ต้องการงานหรือผลประกอบการที่ดี ขณะที่ความเชื่อมั่นของคุณก็ยังแรงอยู่ เพราะฉะนั้นจึงควรใช้สมองและสติให้เยอะๆ  หากเกิดความขัดแย้งขึ้น ที่สุดแล้ว คุณนั่นล่ะที่จะเดือดร้อน เป็นทุกข์ จนถึงขั้นท้อแท้ต่อโชคชะตาเลยทีเดียว  

การเงิน  :  สัปดาห์นี้ก็ยังต้องใช้ความสามารถทั้งแรงกายแรงใจ และความเหน็ดเหนื่อยเข้าแลกกว่าจะหาเงินได้ เพราะฉะนั้นกว่าจะใช้เงินแต่ละบาท คุณจะคิดแล้วคิดอีก เป็นไปได้ว่าจะมีรายจ่ายที่เกิดจากเด็กๆ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินใต้โต๊ะ สินบน หรือส่วย เพราะจะทำให้หมดเนื้อหมดตัวได้  

ความรัก  :   สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะทุ่มเทความรักให้กับสามีและลูกน้อยเต็มสตรีม พร้อมๆ กันนั้นก็ปะปนมากับความคาดหวังที่สูงจนกลายเป็นถูกคุณกดดันกันไปหมด จึงเป็นไปได้ที่จะเกิดปากเสียงกันได้ง่ายมาก  คนโสด จริงๆ แล้วสัปดาห์นี้คุณจะยังไม่อยากจริงจังกับใคร รักทุกคนเท่ากัน แต่เป็นไปได้ว่าจะมีเหตุให้คุณได้พบกับเด็กและผู้ที่มีบารมีสามารถส่งเสริมและเป็นที่พึ่งให้กับคุณได้  

สุขภาพ  :  เป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่คุณจะเครียดและกดดันกับทุกๆ เรื่องที่เข้ามา จนมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาทางระบบประสาทความดัน ไมเกรน จนไปถึงระบบย่อยอาหาร เช่น โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก โรคกระเพาะ มาครบเลย หากเป็นอยู่แล้ว ต้องระวังจะพัฒนากลายเป็นโรคร้ายที่รักษายากขึ้น

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้ดูเหมือนโอกาสต่างๆ จะเริ่มนิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง นักดนตรี คอนเสิร์ต สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ หากคุณเสนองานหรือโครงการไปแล้ว หรืออยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอ นอกจากคุณควรจะเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ยังต้องระวังตัวเองด้วย เพราะมีโอกาสที่งานหรือโครงการนั้นๆ จะไม่ผ่านการพิจารณาง่ายๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องทำงานที่นอกเหนือจากความรับผิดชอบ หรือตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นให้มากๆ   

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินเข้ามาตลอดๆ สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมาจากเงินเทางานเทา แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะหากชะงักก็ถึงกับชักหน้าไม่ถึงหลังเลยทีเดียว  

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์แห่งความลุ่มหลงของคุณเลยทีเดียว ไม่ว่าจะหลงในบุคคลหรือกิจกรรมอะไรก็ตาม ซึ่งเป็นไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่อความรักความสัมพันธ์กับชีวิตคู่ของคุณ  คนโสด ก็ยังคงเจ้าชู้อยู่นะคะ แต่สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมาพร้อมกับความหลงใหลแบบหัวปักหัวปำเลยทีเดียว ต้องระวัง อย่าให้ครอบครัวชาวบ้านเขาเดือดร้อนล่ะ!  

สุขภาพ  :  สำหรับนักดื่ม สายปาร์ตี้ ก็อย่าดื่มหนักมากนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีด้วยแล้ว มีโอกาสที่คุณจะได้รับภัยที่ซ่อนอยู่ในโลกกลางคืน ความมึนเมา ซึ่งจะทำให้สุขภาพทรุดโทรม และมีปัญหาเรื้อรังตามมา

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    เป็นสัปดาห์ที่คุณจะได้ใช้ปฏิภาณและไหวพริบ และความคล่องตัวมาใช้กับการทำงาน เป็นไปได้ที่คุณจะมีโอกาสได้พบช่องทางใหม่ๆ ในการทำงานหรือดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมาในสายความคิดสร้างสรรค์ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน ดีไซเนอร์ สถาปนิก ฯลฯ รวมถึงทางด้านวิชาการ หรือหากใครที่ทำงานทางด้านนี้อยู่แล้ว ก็มีโอกาสที่ผลงานที่สร้างสรรค์มานานจะประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับคุณ แต่ทางที่ดีไม่ควรเป็นซูเปอร์วูแมน โชว์ของ หรือโชว์ออฟเกินกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อเซฟตัวเองไว้ในกรณีที่งานหรือธุรกิจเกิดผิดโผขึ้น

การเงิน  :  ในช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะสามารถหาเงินได้จากหลายๆ ช่องทาง นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่โชคลาภใหญ่ๆ แบบมรดกจะวิ่งเข้ามาชน ขณะเดียวกันคนรอบข้างก็จะมองว่า คุณเป็นนางฟ้าของพวกเขาเลยทีเดียว

ความรัก  :  ก็ยังมีความไม่มั่นใจ ความคลางแคลงใจ จนถึงไม่กล้าตัดสินใจอยู่ในแววตาของคุณนะคะ ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่ความรักความสัมพันธ์ของคุณจะยังคงต้องการเวลาในการศึกษาและปรับความเข้าใจอีกมากเลย คนโสด ก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเคยผิดหวังกับความรักมาแล้ว สัปดาห์นี้จะยังคงระแวงและระวัง ไม่กล้าตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาด ก็ไม่ต้องรีบค่ะ ปล่อยให้เวลารักษาทุกอย่าง

 สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้หากใครขี้โรคอยู่แล้วยิ่งต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีเลย ไม่ควรหักโหมทำงานหนัก เพราะมีโอกาสที่คุณจะเจ็บป่วยจนถึงขั้นนอนให้น้ำเกลือ อวัยวะที่ควรให้ความสำคัญคือในช่องท้อง และมดลูก

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :  หากสัปดาห์ที่ผ่านมามีบางเหตุการณ์ที่ทำให้คุณตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาปต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้ทฤษฏีและวิชาการขั้นสูง รวมถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ เป็นพิเศษ เช่น อาจารย์ นักวิชาการ นักค้นคว้า วิจัย นักการศาสนา แพทย์ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน เป็นไปได้ว่าจะส่งผลต่อเนื่องมาถึงสัปดาห์นี้ เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้รับข่าวเซอร์ไพร์สที่ทำให้ถึงกับนั่งไม่ติด ต้องเร่งหาทางออกอย่างรีบด่วนเลยทีเดียว

การเงิน  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะมีเงินเข้ามาให้ใช้แบบสบายๆ เลยทีเดียว เป็นไปได้ว่าจะเป็นผลมาจากทีมงานและผู้บังคับบัญชา แต่หากไม่มีสติ สามารถเข้ามือขวาแล้วออกมือซ้ายง่ายๆ เลย

ความรัก  :   ช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าทั้งคุณและคู่จะถูกผู้ใหญ่คุมความประพฤติแจ จนไม่สามารถออกนอกสายตาไปได้เลย ก็เป็นแฟมิลี่วีคไปนะคะ  คนโสด  จริงๆ เป็นสัปดาห์แห่งเสน่ห์ของคุณเลยนะคะ มีหนุ่มๆ มากมายเข้ามาขอพักพิงความใจเย็น อารมณ์ดีจากคุณ ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะเข้ามาช่วยดูแล เพราะกลัวคุณจะถูกหลอก เพราะคุณมีโอกาสคล้อยตามโดยง่ายด้วย

สุขภาพ  :  ต้องระวังเรื่องขาและข้อด้วย มีโอกาสที่เก๊า รูมาตอยด์ นิ้วล็อค จะถามหา จนถึงเส้นเอ็นได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกโรคทางช่องปากและทางเดินหายใจ ซึ่งจะส่งผลไปถึงระบบย่อยอาหาร

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลป์ งานเย็บปักถักร้อย งานฝีมือ เป็นช่วงสัปดาห์ที่ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของคุณจะบรรเจิดเลยทีเดียว เป็นไปได้ว่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ จากความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูงมาก เป็นไปได้ที่จะทำให้คุณร่วมงานกับคนอื่นได้ยาก เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้ควรรับงานเอง หรือไม่ก็ทำธุรกิจของตัวเองเลย

การเงิน  :   มีโอกาสที่คุณจะได้ซื้อ-ขาย หรือให้เช่าบ้าน คอนโด อสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ไม่ควรใจดี เชื่อใจใครง่ายๆ เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะถูกหลอก ถูกโกง ถูกกู้หนี้ยืมสิน จนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก  :  ที่ผ่านมาแม้คุณจะทะเลาะกันอย่างไรก็ยังคงอดทน อยู่ดูแลกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปยาวๆ แต่สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าความคิดคุณจะเปลี่ยน กลายเป็นว่าสามารถดูแลตัวเองได้ แม้จะไม่มีคู่อยู่ด้วยก็ตาม  คนโสด เป็นไปได้ที่จะกลับมาสติแตกวนไป เป็นสัปดาห์ที่คุณมีโอกาสที่จะรับมือกับแฟนเก่า ทั้งของตัวเองและของแฟนคุณ ซึ่งครั้งนี้คุณก็ไม่ยอมเสียด้วยสิ

 สุขภาพ   :  ต้องระวังเรื่องเลือดลมที่จะทำงานไม่ปกติ เลือดจาง มีโอกาสวิงเวียนศีรษะหน้ามืด เป็นลมวูบโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกต่อมน้ำเหลืองต่างๆ และปอดบวมด้วย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   เป็นสัปดาห์ที่คุณมีโอกาสได้เข้าไปทำงานหรือร่วมหุ้นทำธุรกิจกับญาติสนิทมิตรสหายผู้หญิง  ในงานที่ต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกในการแสดงออก เช่น โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานบันเทิง จนถึงสินค้าและบริการที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล มูลนิธิ ประชาสงเคราะห์ ฯลฯ แต่คาดว่าคงเหนื่อย เพราะเป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้ความคิดและจินตนาการของคุณจะบรรเจิดมาก จนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้ราบรื่น

การเงิน  :  เป็นสัปดาห์ของการทำบุญ ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งในงานและนอกงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับญาติสนิทมิตรสหายผู้หญิงที่คุณพร้อมจะจ่ายให้พวกเธอตลอดๆ  

ความรัก :   สัปดาห์นี้คุณก็ยังมีโอกาสที่จะอยู่กับญาติผู้หญิง เพื่อนหญิง แต่ใช่ว่าใจคุณจะนิ่ง เพราะคุณก็ยังอดจะห่วงและหวงคู่ครองคุณไม่ได้ จนต้องมาแสดงตัวบ้างเป็นบางเวลา คนโสด  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะได้ใช้เวลาอยู่กับผู้หญิงมาก อาจเป็นไปได้ทั้งญาติหรือเพื่อน ซึ่งเป็นไปได้ที่คุณจะหวงจนไม่ยอมให้พวกเธอไปให้เวลาใครนอกจากคุณ  

 สุขภาพ  :   อยู่กันตามประสาผู้หญิงก็คงต้องระวังเรื่องน้ำหนักด้วย  เพราะมีโอกาสที่ระดับไขมัน เบาหวาน ความดันจะไม่ปกติ นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงต่อเลือดจาง น้ำในหูไม่เท่ากัน และภูมิแพ้ด้วย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สัปดาห์นี้จะทำอะไรต้องคิดให้ดีนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับความถูกต้องและกฎหมาย เช่น ทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ ที่ปรึกษากฎหมาย ตำรวจ หรือกำลังเกี่ยวข้องกับวงการนี้ด้วยแล้ว มีโอกาสที่คุณจะตกกระไดพลอยโจนทำงานหรือธุรกิจที่ตัวเองไม่ได้เลือก ไม่ถนัด เพราะติดที่สัญญาหรือเงื่อนไขข้อตกลงที่ทำกันไว้ ที่สุดแล้วมีโอกาสที่คุณจะพ่ายแพ้หรือไปต่อไม่ได้  

การเงิน  :  หากกำลังจะร่วมหุ้นลงทุนกับคู่รักหรือเพื่อนสนิท สัปดาห์นี้ควรชะลอไว้ก่อน แม้ว่าดูฟอร์มแล้วจะดี เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกหลอก ถูกฉ้อโกง เป็นหนี้สิน จนที่สุดแล้วก็ต้องแตกหักกันไปแบบไม่ดีด้วย  

ความรัก  :   หนักแน่นค่ะ สัปดาห์นี้ท่องไว้เลย เพราะมีโอกาสที่คนนอกจะเข้ามาทำดีกับคุณและครอบครัว แต่จริงๆ แล้วเขาไม่หวังดีต่อทรัพย์สินและสมาชิกในครอบครัวคุณอย่างที่พูดไว้ เป็นไปได้ว่าจะมีคดีความเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  คนโสด   อย่าเพิ่งคาดหวังหรือตั้งมาตรฐานสูงใดๆ เลยค่ะสัปดาห์นี้ เพราะมีโอกาสที่คนเก่าจะยังตัดไม่ขาด คนใหม่ก็ไปได้ไม่สุด  

สุขภาพ   :   อย่าลืมให้ความใส่ใจดูแลเรื่องการขับถ่ายด้วยนะคะ เพราะมีความเสี่ยงที่กระเพาะปัสสาวะและกรวยไตจะมีปัญหาแบบไม่ธรรมดา หากมีอาการผิดปกติ ควรไปหาหมอ

Van Cleef & Arpels

ซูมอินเครื่องประดับหรูชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟ! ไฮไลท์จากงานนิทรรศการ Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love in Seoul

แพรว พาไปชมผลงานการรังสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงอันวิจิตรตระการตา ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษ ในงานนิทรรศการ Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love ณ D Museum กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ (งานจัดถึง 14 เมษายน 2024) ที่รวบรวมเครื่องประดับและศิลปวัตถุล้ำค่าที่หาชมได้ยากกว่า 300 ชิ้น นับตั้งแต่เมซงได้สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ. 1906 และผลงานต้นแบบอีกมากมาย ภายใต้การรังสรรค์ของ  Alba Cappellieri  ภัณฑารักษ์คนดัง ร่วมด้วย Johanna Grawunder นักออกแบบงานตกแต่งเชิงสถาปัตย์ภายในพื้นที่จัดงาน และ Michal Batory มาร่วมออกแบบงานกราฟิกด้วย เรียกว่าเต็มอิ่มจุใจสุดๆ ทั้งผลงานเครื่องประดับและการจัดแสดง แสง สี เสียง

Van Cleef & Arpels
Van Cleef & Arpels
Van Cleef & Arpels

โดยนิทรรศการ Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ “กาลเวลา” (Time) ที่โชว์ “ความเป็นเลิศ” ในกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับและวัตถุล้ำค่าของแบรนด์ ที่เกี่ยวพันกับบริบทของสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัย อย่าง ตลับแป้งประตูชัยสีทอง, กล่องไฟแช็คเสาว็องโดม, เครื่องประดับซ่อนเวลา “ลูโด” รุ่นบานพับปิดหน้าปัด, กระเป๋ากล่อง “มิโนดิเอร” กลัดดอกกุหลาบป่า ที่ถือเป็นต้นแบบกระเป๋าคลัทช์ในปัจจุบัน รวมถึงสร้อยคอสายซิป ผลงานชิ้นไอคอนิกตลอดกาลของเมซง

ตลับแป้งประตูชัย (Arc de Triomphe powder compact) ปี ค.ศ. 1945
สร้อยแผงคอ (Collaret) ตัวเรือนแพลทินัมฝังเพชรงานดีไซน์แบบ Art Deco ใช้เพชรกว่า 673 เม็ด ส่วนเพชรกลมเม็ดกลางขนาดใหญ่ถึง 6 กะรัต
เข็มกลัดนางระบำปีที่มีท่วงท่าเต้นรำอันอ่อนช้อยเสมือนจริง ค.ศ. 1942  

“ถัดมาคือ “ธรรมชาติ” (Nature) แหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ Van Cleef & Arpels ได้หยิบเอารูปทรง เส้นสาย ลวดลาย และสีสันหลากหลายเฉดจากธรรมชาติ รวมถึงอัญมณีน้ำงามเลอค่าและโลหะทั้งหลายมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับชิ้นงามรูปพืชพรรณใบไม้ ดอกไม้ ไปจนถึงสิงสาราสัตว์ที่เปี่ยมสุขท่ามกลางธรรมชาติอันบริบูรณ์

เข็มกลัดปักษาสวรรค์ (Bird of Paradise clip) ปี ค.ศ. 1942
เข็มกลัดผีเสื้อ ปี ค.ศ. 1982
เข็มกลัดดอกรักเร่ ปี ค.ศ. 1956

สุดท้าย เรื่องราวอันทรงพลังที่กลายมาเป็นจุดกำเนิดของเมซง  อันเกิดจาก “ความรัก” (Love)  ‘อัลเฟร็ด แวน คลีฟ’ และ ‘เอสแต็ลล์ อารเปลส์’ คู่สมรส ผู้ก่อตั้งเมซงแห่งนี้ ใน ค.ศ. 1960 นิทรรศการครั้งนี้จึงได้รวบรวมผลงานเกือบ 30 ชิ้น อย่าเข็มกลัด, แหวน, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ, เทียร่า ตลอดจนของตกแต่งใช้งาน และอื่นๆ อีกมากมายที่เปรียบเสมือนของสื่อรักอันทรงคุณค่า และตำนานความรักสุดโรแมนติก

เข็มกลัดนกคู่รัก (Lovebirds brooch) ปี ค.ศ. 1945
เข็มกลัดโรมิโอกับจูเลียต ประมาณปี ค.ศ. 1951

กระซิบว่าเครื่องดับชิ้นไฮไลท์บางชิ้นในนิทรรศการนี้ อยู่ในคอลเล็คชั่นส่วนตัวของนักสะสมตัวยงในแถบบ้านเราเสียด้วย ตามไปดูกันเลย

Highlighted Pieces เครื่องประดับชิ้นพิเศษจากคอลเล็คชั่นส่วนบุคคล

หนึ่งในไฮไลท์ของงานที่ถือว่าหาชมได้ยากยิ่ง คือบรรดาเครื่องประดับชิ้นพิเศษ ที่อยู่ในคอลเล็คชั่นส่วนบุคคลของลูกค้าระดับวีไอพีของแบรนด์ ที่มีการนำมาจัดแสดงแบบเฉพาะกิจในงานนี้ แพรว ขอหยิบเครื่องประดับสามชิ้นไฮไลท์ มาให้ได้ชมความงดงามตระการตาแบบที่สุดกัน

Nuit d’équateur necklace, 2009 จากคอลเล็คชั่นส่วนตัวของคุณ Laddavone Savankham

Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love

สร้อยคอระย้าประดับอัญมณีน้ำงามจากคอลเล็คชั่น Les Voyages Extraordinaires High Jewelry collection ปี 2009 เส้นนี้ บรรยายถึงความเขียวชะอุ่มของธรรมชาติในป่าเขตร้อน ผ่านมรกตน้ำเม็ดงามระย้าแทนใบไม้เขียวขจีในป่าเขตร้อน ประดับด้วยเหล่าตัวลีเมอร์ (สัตว์จำพวกลิงชนิดหนึ่ง) ที่กำลังโหนกิ่งไม้ กวัดแกว่งหางท่ามกลางไม้เลื้อยประดับเพชรเปล่งประกาย ปิดท้ายความงดงามด้วยรูเบลไลต์ (Rubellites) ทัวร์มาลีนสีแดงคล้ายทับทิมแกะสลักแทนดอกไม้เขตร้อนแสนเอ็กซอติก

Romeo and Juliet clips, 2022 จาก Romeo & Juliet High Jewelry collection จากคอคเล็คชั่นส่วนตัวของคุณอภิชัย ตั้งวงศ์ศิริ  

Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love

เข็มกลัดคู่สองชิ้น รูป “โรมิโอ” และ “จูเลียต” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมแห่งความรักอมตะนิรันดร์กาล โดยทั้งสองชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Romeo & Juliet High Jewelry collection (2019) โดดเด่นด้วยงานศิลป์ฝีมือเลิศแบบสามมิติ ที่สามารถถ่ายทอดท่วงท่าอันงดงามของหนุ่มสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก เสื้อผ้าอาภรณ์ประดับอัญมณีน้ำงาม โดยโรมิโอแต่งกายด้วยสีฟ้ากระจ่างใสจากเซฟไฟร์และเทอร์ควอยส์ เสริมด้วยผ้าคลุมทำจากทองและเยลโล่ไดมอนด์ และดาบประดับเพชร ส่วนจูเลียตนั้นสวมชุดยาวแขนพองสวยหวานในสีชมพูจากพิงค์เซฟไฟร์ ทับทิมและเพชร เครื่องประดับศรีษะและรองเท้าทำจากอัญมณีน้ำงาม โดยในเซ็ตนี้ โรมิโอกำลังหยิบยื่นช่อดอกไม้ให้กับหญิงสาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นของทั้งคู่ กลายเป็นเครื่องประดับชิ้นงามที่เฉลิมฉลองให้กับความรักอันผลิบาน

Atours Mystérieux transformable necklace, 2022 จากคอลเล็คชั่นส่วนตัวของคุณจรรยา สว่างจิตร

Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love

สร้อยคอเพชรสลับทับทิมประดับพู่ทับทิมระย้าแบบซ่อนหนามเตย ตัวเรือนเกลียวประดับดัดแปลงวิธีสวมใส่ได้นี้ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องประดับชิ้นโฟกัสของงานนิทรรศการ โดดเด่นด้วยเทคนิกการสร้างสรรค์และเพชรรูปทรงวงรีเม็ดเดี่ยวน้ำงาม ขนาด 79.35 กะรัต ที่ถือเป็นเพชรชิ้นดาวเด่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและความสมบูรณ์สูงสุดจาก คอลเล็คชั่น 2022 Legend of diamonds – 25 Mystery Set Jewels High Jewelry collection โดยเพชรเม็ดนี้มีความขาวสว่างที่ให้ความสมบูรณ์ระดับ D ผสมผสานกับความกระจ่างใสหมดจรดราวหยดน้ำ หรือที่เรียกว่าเพชร Type 2A คือมีความบริสุทธิ์สูงสุดเชิงเคมีที่หาได้ยาก (ทางแบรนด์กระซิบว่า เพชรเม็ดนี้ใสชนิดที่หากนำลงไปแช่ในน้ำก็จะให้ความใสชนิดกลืนไปกับน้ำเลยทีเดียว) ประกอบกับลูกเล่นการเจียระไนแบบเหลี่ยมเกสรจึงเสริมให้ตัวเพชรเล่นแสงเปล่งประกายเจิดจรัสได้สุดพลัง

ส่วนวงขดเกลียวเพชรสลับทับทิมของตัวเรือนสร้อยคอ ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องประดับที่เป็นแบบฉบับผลงานประวัติศาสตร์ของ Van Cleef & Arpels สองชิ้นที่เคยทำไว้ในยุค 1930s นั่นคือ การหยิบลูกเล่นการใช้รัตนชาติสองสี มาจากสร้อยคอปกเสื้อ Collerette necklace (ก็อลเลอแร็ตต์) และทรวดทรงโค้งเว้าได้สัดส่วนสมมาตร จากผลงานสร้อยคอเพชรคู่บารมีสมเด็จพระราชินีนาซลีแห่งอียิปต์ นำมาซึ่งสร้อยเพชรทับทิมที่สวมสบายกระชับลำคอ ที่ใช้การประกอบชิ้นส่วนปล้องข้อต่อสลับสับหว่างกันต่อเนื่องตลอดเส้น ทำให้ตัวเรือนโอบกระชับต้นคอได้พอดี ซึ่งต้องอาศัยการคำนวณอย่างแม่นยำและใส่ใจในรายละเอียดการทำอย่างยิ่งยวด นอกจากนี้สร้อยคอยังสามารถพลิกแพลงดัดแปลงการสวมใส่ได้ โดยจี้เพชรเม็ดกลางนั้นสามารถปลดออกเพื่อนำไปร้อยเข้ากับสร้อยคอสายโซ่ได้อีกเส้น

บอกคำเดียวว่า ตื่นตาตื่นใจ


แตกต่างเกินคาด! เปิดภาพสเก็ตช์ชุด ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ บนเวที Miss Global 2023

เกิดเป็นกระแสบนโลกโซเชียล เมื่อ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว‘ ปรากฏตัวบนเวที Miss Global 2023 พร้อมเดรสสีดำที่ผิดคาดไปจากภาพสเก็ตช์

เวทีที่ได้รับกระแสความนิยมไม่แพ้ใครในตอนนี้น่าจะเป็น Miss Global ซึ่งในการประกวดครั้งนี้ ตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง “กานต์ ชนนิกานต์” ก็ได้คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อย แพรวขอแสดงความยินดีอีกครั้งด้วยนะคะ

โดยหนึ่งไฮไลท์ของการประกวด Miss Global 2023 คือ แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe ที่ได้รับเชิญให้มาเป็นพิธีกรบนเวทีแห่งนี้ ซึ่งเธอได้ปรากฏตัวในชุดราตรีหลากหลายชุด แต่มีหนึ่งชุดที่เกิดกระแสในทิศทางตรงข้ามกับชุดอื่นๆ นั่นคือเดรสสีดำสุดยูนีคที่ออกแบบโดย Oliva Kong จากประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ดีไซน์เนอร์อย่าง Oliva Kong ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพสเก็ตช์ที่เล่าถึงแรงบันดาลใจต่างๆ ในการครีเอทชุดไม่ว่าจะเป็นโครงชุดหรือรายละเอียดปลีกย่อย เมื่อภาพดังกล่าวถูกส่งต่อผ่านโซเชียล จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ว่าแท้จริงแล้วดีไซน์ของชุดนั้นค่อนข้างสวย แต่อาจมีจุดอ่อนในการเลือกวัสดุในการตัดเย็บทำให้ภาพรวมแตกต่างไปจากสิ่งที่คิดไว้


ภาพ: Miss Global 2023 และ Oliva Kong

สเต็ปเดียวเอาอยู่ยาวๆ CHY Double Beauty Puff แป้งไฮบริดสุดเริ่ด บางเบาแต่ปกปิดดี

เทรนด์เมคอัพช่วงนี้ ขอบอกเลยว่างานผิวมาแรง โดยเฉพาะงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติสไตล์ makeup no makeup ที่สายแต่งหน้าต่างรู้กันดีว่าไม่ง่าย เพราะเห็นงานผิวสวยเนียนเบอร์นั้น กว่าจะฟินิชผิวได้ก็ต้องแลกมาด้วยสารพัดขั้นตอน ตั้งแต่สกินแคร์ ไพรเมอร์ ไปจนถึงรองพื้น

ดังนั้น Praew Survey รอบนี้ จึงขอป้ายยาไอเท็มช่วยชีวิตสาวๆ แบบสเต็ปเดียวเอาอยู่ยาวๆ กับแป้งผสมรองพื้นตัวดัง CHY Double Beauty Puff ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแป้งไฮบริดที่ตอบโจทย์สาวๆ ยุคนี้ได้แบบเริ่ดมาก

ความดีงามของ CHY Double Beauty Puff คือน้องเป็นแป้งไฮบริด หรือแป้งผสมรองพื้นที่หลายคนรู้จัก ซึ่งมาพร้อมกับเนื้อสัมผัสที่บางเบาสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่เรียบเนียนด้วยนวัตกรรมการปกปิดแบบรองพื้น อีกทั้งยังติดทนยาวนานเช้าจรดเย็นโดยที่สีแป้งไม่ดร็อประหว่างวัน และให้ฟินิชผิวแบบโปร่งใส ไม่หนักผิว สวยเนียนดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงยังช่วยควบคุมความมันเริ่ด ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและฝุ่น PM2.5 เรียกว่าเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราสุดๆ

นอกจากนี้ CHY Double Beauty Puff ยังโดดเด่นด้วย 3 คุณสมบัติเริ่ด คือ 12 Hours Soft Matte Finish ล็อกผิวแมตต์และติดทนยาวนาน 12 ชั่วโมง , Blurring Effect ช่วยเบลอริ้วรอย รูขุมขน และจุดบกพร่องต่างๆ ทันที และ Smoothing Effect ช่วยอัพผิวเรียบเนียน แลดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอ

ด้วยความที่ CHY Double Beauty Puff ขึ้นชื่อว่าเป็นแป้งไฮบริดที่ตอบโจทย์สาวๆ ยุคนี้ที่ต้องการความรวดเร็วทันใจ น้องจึงมาพร้อมกับความใช้ง่าย โดยเนื้อแป้งมีความแน่น ไม่ร่วงเป็นฝุ่นผง เวลาทาก็เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ ไม่ตกร่อง ช่วยให้สาวๆ ประหยัดเวลาแต่งหน้าไปได้เยอะเลยทีเดียว ซึ่งน้องมีให้เลือกใช้ 4 เฉดสีด้วยกัน คือ

  • เบอร์ 0 VANILLA LIGHT
  • เบอร์ 1 NATURAL BEIGE
  • เบอร์ 2 MEDIUM SAN
  • เบอร์ 3 GOLDEN TAN

สาวๆ ที่อยากได้แป้งไฮบริดCHY Double Beauty Puff มาตอบโจทย์ชีวิตให้ง่ายขึ้น พร้อมอัพงานผิวสวยสไตล์ธรรมชาติ ก็สามารถตามไปช้อปออนไลน์กันได้เลยที่พิกัด : FACEBOOK , INSTAGRAM , TIKTOK , LAZADA และ LINE OA 

เปิดบ้านหรู + คลังรถมูลค่ามหาศาล! ของนักธุรกิจสาวเก่งดีกรีนางงาม “ดร.กันธิชา ฉิมศิริ”

แพรว มีโอกาสมาเยือนบ้านพักสุดหรูที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ภายในโครงการ Che Elpend ที่เขาใหญ่ เจ้าของคือนักธุรกิจหญิงมากความสามารถที่มีดีกรีความงามระดับคว้ามงมิสซิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 คนแรกของประเทศไทย “คุณยุ้ย – ดร.กันธิชา ฉิมศิริ” เจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งเป็นนักสะสมตัวจริง ทั้งซูเปอร์คาร์ คลาสสิกคาร์ และงานศิลปะ

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

นอกจากโปรไฟล์เก่ง สวย และรวยมากแล้ว เธอยังเป็นสาวมากพลัง เมื่อคิดจะทำอะไร เธอจะทุ่มเทและพยายามจนสามารถแตะมือถึงความสำเร็จสูงสุด เธอบอกกับ แพรว ว่าตั้งแต่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ทำให้เธอได้ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองอีกหลากหลายด้าน

เปิดบ้านหรู + คลังรถมูลค่ามหาศาล! ของนักธุรกิจสาวเก่งดีกรีนางงาม “ดร.กันธิชา ฉิมศิริ”

“จุดเริ่มต้นมาจากเมื่อก่อนยุ้ยอยู่ในกลุ่มรถคลาสสิก มักจะชวนกันขับรถไปเที่ยวที่หัวหินบ่อยๆ จนทำให้ยุ้ยได้เพ้นต์เฮ้าส์เนื้อที่กว่า 350 ตารางเมตรที่หัวหิน (หัวเราะ) จากนั้นเริ่มเปลี่ยนทิศการเดินทาง เพื่อนบอกว่าอยากไปขับรถเที่ยวที่เขาใหญ่ แล้วตอนเช้าค่อยถ่ายรูปเล่นกัน เราก็ขับตามไป ขากลับเพื่อนชวนแวะมาดื่มกาแฟที่โครงการ Che EIpend ซึ่งเพื่อนอีกคนเป็นเจ้าของ ทีแรกตั้งใจแค่ว่าอยากมานั่งคุยและถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กกันตามประสา แล้วเพื่อนก็พูดว่าช่วยซื้อที่ดินไว้สักหนึ่งแปลงนะ ตอนนั้นยังไม่คิดว่าจะซื้อ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาไว้ทำอะไร แต่อยากช่วยเพื่อน วันนั้นสามี (Alexander Pape เจ้าของแบรนด์ Schwarzkopf) และลูกชาย (Master Nicolos Pape) มาด้วยกันพอดีจึงช่วยกันเลือก จนได้มาหนึ่งแปลงติดภูเขา พื้นที่ประมาณ 1 ไร่

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“พอกลับถึงกรุงเทพฯก็เริ่มออกแบบบ้านทันที โดยยุ้ยเลือกอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ที่รู้จักกันมานานคือคุณอาร์ต – อยุทธ์ มหาโสม แห่ง Ayutt and Associates design (AAd) เขาเห็นว่ายุ้ยมีรถเยอะ ทั้งคลาสสิกคาร์และซูเปอร์คาร์รวมแล้ว 10 กว่าคัน ทุกค้นจอดไว้ที่กรุงเทพฯ ต้องฝากจอดอยู่ตามที่ต่างๆ คุณอาร์ตจึงแนะนำให้ทำที่จอดรถใต้ดินแทนการทำที่จอดรถที่ชั้น 1 แบบบ้านทั่วไป ด้วยบ้านที่เขาใหญ่สามารถสร้างได้ไม่เกิน 15 เมตรหรือตึกสูง 2 ชั้นเท่านั้น หากทำที่จอดรถในชั้น 1 จะทำให้มีห้องไม่พอสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“พอปรึกษาสามี เขาก็แนะนำให้สร้างพื้นที่ส่วนตัวของยุ้ยไว้ตรงชั้นใต้ดิน คือมีทั้งห้องแต่งหน้า ห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นของลูก และที่จอดรถ สำหรับชั้น 1 จะเป็นห้องรับแขกขนาดใหญ่ และห้องพักสำหรับแขกที่เราสร้างไว้ 2 ห้องนอน อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“ส่วนโซนชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนตัว มี 3 ห้องนอน เป็นของสามี ยุ้ย และลูก ซึ่งห้องนอนของยุ้ยจะมีวอล์กอินคลอเสต แต่ทุกวันนี้เสื้อผ้าก็ค่อยๆ ลามไปไว้ที่ห้องแขกบ้าง ห้องลูกบ้าง (หัวเราะ)  ส่วนอีกห้องเป็นห้องทำงานของยุ้ย

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“หลังจากสร้างเสร็จเรียบร้อยก็ซื้อที่ดินเพิ่ม คือพื้นที่สนามหญ้าในปัจจุบัน รวมกันแล้ว 3 ไร่ ปกติเราจะไม่ค่อยได้เดินทางมาพักสักเท่าไหร่ เพราะอยู่กรุงเทพฯเป็นหลัก แต่พอช่วงโควิด-19 ระบาด จึงขนครอบครัวมาอยู่ที่เขาใหญ่กันหมด แล้วตัดสินใจซื้อบ้านต่อจากเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆ ไว้ด้วย เพราะคิดว่าเมื่อลูกโตขึ้นน่าจะอยากมีพื้นที่ส่วนตัว”

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

ค้นพบพรสวรรค์

“ช่วงที่อยู่บ้านหลังนี้ยุ้ยมีเวลาเยอะ จึงเริ่มเขียนหนังสือเกี่ยวกับกุญแจไขความสำเร็จ Heart to Heart เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้คนที่คิดไม่ออกว่าชีวิตจะเดินไปเส้นทางไหน หรือฉันยังขาดอะไรบ้างถึงจะประสบความสำเร็จ”

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

แล้วเธอยังได้ค้นพบว่าตัวเองสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงหนึ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์

“ระหว่างที่เขียนเรื่อง Heart to Heart ยุ้ยอยากทำงานศิลปะเพื่อทำเป็นปกของหนังสือ ยุ้ยวาดรูปหัวใจด้วยสีน้ำมัน จากนั้นลวดลายต่างๆ ก็ออกมาให้วาดได้ทุกวัน ยุ้ยผสมสีขึ้นมาเอง เชื่อว่าคงไม่มีหลักสูตรไหนสอน เพราะบางอย่างเกิดขึ้นจากการทดลอง อย่างคอลเล็คชั่น Snow และ Super Star ที่ใช้โฟมและวิธีมิกซ์สี ซึ่งยุ้ยไม่ได้เรียนศิลปะที่ไหน แต่มาจากจินตนาการส่วนตัวอย่างเดียวเลยค่ะ

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“จากนั้นจึงขยับขยายไปสู่ศิลปะที่เรียกว่า String Art  เป็นงานศิลปะที่ใช้เส้นไหมและหมุดนำมาเรียงร้อยจนเกิดผลงานเป็นลวดลายเรขาคณิต ภาพสัตว์ ฯลฯ ในเมืองไทยยุ้ยยังไม่ค่อยเห็นคนทำงานแนวนี้มากนัก ยุ้ยเริ่มจากซื้อเส้นไหมมาทดลองทำประมาณ 700 ม้วน เพื่อลองสี ทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ใช้ความรู้สึกและมุมมองในศิลปะเป็นหลัก ชั้นตอนที่ยากที่สุดคือการคัดเลือกเส้นไหม จะต้องเป็นเส้นที่สวยและเรียบเนียนที่สุด โดยยุ้ยใช้เวลาทำต่อชิ้นผลงานประมาณ 1 คืน ซึ่งต้องใช้สมาธิอย่างมาก เพราะมีการคำนวณจำนวนไหมอย่างละเอียด ถ้าพลาดไปแค่เส้นเดียว ภาพที่ออกมาจะไม่บาลานซ์กันทันที ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยุ้ยทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานศิลป์นี้ เพราะยุ้ยเชื่อว่าถ้าเราไม่ทุ่มเท งานก็จะไม่อลังการ

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“พอทำงานศิลปะออกมามากๆ จึงตัดสินใจใช้พื้นที่ที่ซื้อเพิ่มจากเพื่อนบ้านมาตกแต่งให้เป็นบ้านศิลปะ สำหรับจัดวางผลงานภาพสีน้ำมันและงาน String Art ทั้งหมด เพื่อต้อนรับแขกและแฟนคลับที่แวะมาเยี่ยมเยือนกันตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยุ้ยยังนำผลงานมาตกแต่งไว้ในชีวิตประจำวันด้วยการใสกรอบติดผนังตามห้องต่างๆ หรือทำเป็นโต๊ะรับแขก ภายในเวลา 3 ปี ยุ้ยสามารถสร้างงานไม่ต่ำกว่า 500 ผลงาน ถือว่าเป็น Special Gift ของตัวเองจริงๆ”

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

ขยายอาณาจักร

“ช่วงที่ยุ้ยเก็บตัวทำงานศิลปะอยู่บ้านที่เขาใหญ่ เพื่อนยุ้ยที่เป็นเจ้าของโครงการยอมขายที่ดินฝั่งตรงข้ามให้อีกหนึ่งแปลง เพราะยุ้ยอยากจะสร้างเป็น Academy ไว้ที่ชั้นบนเพื่อเปิดให้เช่า มีทั้งสตูดิโอและห้องอัดเสียง ส่วนบริเวณชั้นล่างทำเป็นที่จอดชูเปอร์คาร์คอลเล็คชั่นส่วนตัว ยุ้ยตั้งใจให้ภายในอาคารนี้มี 3 ไอเท็มที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของยุ้ยให้ผู้คนที่มาเยือนได้สัมผัส คือซูเปอร์คาร์  ผลงานศิลปะ และประติมากรรม

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“สำหรับการออกแบบยังคงยกหน้าที่ให้คุณอาร์ต โดยเน้นความเป็นโมเดิร์นอย่างชัดเจน สร้างเป็นอาคารกระจกทั้งหลัง ซึ่งต้องสั่งทำขึ้นมาเป็นขนาดพิเศษ ทำเอาตอนที่คุณอาร์ตส่งใบเสนอราคามาแอบตกใจเล็กน้อย” (หัวเราะ) คุณยุ้ยกระซิบว่าราคา 7 หลักเลยทีเดียว

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“เรื่องสีของบ้านยุ้ยก็ให้ความสำคัญ อย่างห้องรับแขกชั้น 2 ยุ้ยเลือกทำ String Art เป็นโทนสีฟ้าแล้วนำมาใส่กรอบติดผนังห้อง และทำเป็นโต๊ะสำหรับรับแขกอีกด้วย เพราะสีฟ้าเป็นโทนสีที่ทำให้รู้สึกสบายตา หรืออย่างกระจกยุ้ยเลือกติดฟิล์มกันร้อนสีเขียว เพราะวิวภูเขาตรงหน้าเป็นสีเขียว เพื่อให้เรามองทุกอย่างได้ชัดเจนเหมือนไม่ได้ติดฟิล์ม”

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

ตอบโจทย์ตัวเอง + ฮวงจุ้ย

ด้วยสไตล์ของบ้านที่มีความโมเดิร์น แต่คุณยุ้ยยืนยันว่าทำตามหลักฮวงจุ้ยแบบถูกทุกข้อ

”ยุ้ยศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยด้วยตัวเองค่ะ โดยมีคุณอาร์ต อินทีเรียร์ดีไซเนอร์เป็นที่ปรึกษา อย่างต้นมั่งมี 4 ต้น ที่ยุ้ยนำมาปลูกไว้หน้าบ้าน เพื่อจะได้มีเงินทองไหลมาเทมา ตอนแรกห้องนอนยุ้ยอยู่ด้านในฝั่งขวาของบ้าน เพราะเป็นมุมที่ยื่นออกไปเห็นภูเขาแบบเต็มๆ ตา แต่ความที่เราเป็นพ่อแม่ ห้องนอนต้องใหญ่กว่าของลูก ยุ้ยจึงสลับมาอยู่ห้องด้านหน้าที่ใหญ่กว่า ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนของน้องนิโคลัส

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“ส่วนประติมากรรมปลาทองบนระเบียงชั้นสอง ตามหลักฮวงจุ้ยถ้าบ้านไหนมีปลาทองจะทำให้มีความร่ำรวย ถ้าจะเลี้ยงปลาท่องตัวเป็นๆ ก็สงสารคนงาน ไหนจะต้องดูแลบ้าน รถ สวน และยังต้องให้อาหารปลาอีก จึงใช้วิธีซื้อประติมากรรมปลาทองมาวางไว้แทน”

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

เรื่องความสวยงามและความลงตัวยังคงเป็นหัวใจหลักของการตกแต่งอาณาจักรแห่งนี้ 

“ตั้งแต่ด้านหน้าของอาคาร Academy ยุ้ยตั้งใจวางพระพิมเนศไว้บริเวณสวน เพื่ออยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของธรรมชาติและให้ผู้คนได้สักการะ ซึ่งยุ้ยซื้อมาจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ วันนั้นเพื่อนชวนมานอนบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อไปเลือกซื้อสิงโตหินแบบเดียวกับที่ตั้งอยู่หน้าบ้านยุ้ยที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสิงโตหน้ายิ้ม เพื่อให้ทุกครั้งที่มองเราจะรู้สึกสบายใจและมีความสุข เพื่อนจึงอยากได้บ้าง พาไปดูหลายร้านแล้ว เพื่อนไม่ยอมซื้อสักที ยุ้ยหันไปเห็นพระพิฆเนศองค์นี้ในร้านหนึ่งแล้วชอบมาก จึงซื้อมาทันทีในราคา 200,000 บาท แล้วยังได้หินมูราโน่สีม่วงมาอีก 3 ก้อน เพราะคนขายบอกว่าอิทธิพลของหินหรือพลอยถือเป็นพลังงานดี เมื่อนำมาไว้ในบ้านก็จะได้รับพลังงานดีๆ ไปด้วย สรุปวันนั้นยุ้ยหมดไปหลายแสนเลยค่ะ (หัวเราะ)

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“ตอนแรกบริเวณสนามตั้งใจว่าจะวางผลงานประติมากรรม แต่คุณอาร์ตแนะนำว่าอยากให้มีต้นไม้ เพื่อไม่ให้แดดเข้ามาในบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วให้ปลูกต้นไม้ตรงฝั่งอาคาร Academy โดยเฉพาะต้นใหญ่ตรงทางขึ้น เพื่อเป็นการบังบ้านจากเพื่อนบ้านให้มีความไพรเวตยิ่งขึ้น

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“หลายคนสงสัยว่าทำไมตรงสนามหญ้าทำเป็นเนินฮิลล์ เป็นเทคนิคในการวางพื้นที่ เพราะที่ตรงนี้ติดภูเขา เราอยากให้ภาพวิวตรงสนามรับต่อเนื่องมาจากภูเขาแล้วค่อยลงมาตรงพื้นสนามหญ้า คือทำให้ระดับสายตาการมองวิวต่อเนื่องกับภูเขา

ดร.กันธิชา ฉิมศิริ

“สำหรับบ้านศิลปะ ยุ้ยตั้งใจเพ้นต์กำแพงและตัวตึกให้เป็นรูปหัวใจ เพราะยุ้ยเขียนหนังสือ Heart to Heart เวลาคนที่เข้ามาชมบ้านศิลปะต้องเดินผ่านกำแพง อยากให้เขารู้สึกว่าคุณต้องใช้หัวใจติดต่อและสัมพันธ์กับผู้คนนะ ความจริงอยากจะเพ้นต์บ้านทั้งหลังเลยนะคะ เพื่อให้เป็น The Only One Kaoyai (หัวเราะ) เวลายุ้ยส่งพลังดี ๆ ออกไปโดยผ่านทุกอย่างในบ้านหลังนี้ อยากให้คนที่มาเห็นรู้สึกและสัมผัสได้ค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 997

Midi-Bob ทรงผมที่เหล่าคนดังเริ่มทำตั้งแต่ต้นปี

Midi-Bob เทรนด์ทรงผมสุดคูลของเหล่าคนดังรับปี 2024 สวยสับไม่สั้นและยาวเกินไป

Midi-Bob ทรงผมที่ฮ็อตมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2024 คนดังจำนวนหนึ่งได้ทำทรงนี้แล้ว ดังเช่น Selena Gomez ตัดความยาวผมสีน้ำตาลของเธอให้เป็นทรงMidi-Bob ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม ลุคใหม่ที่ดูสวยงามและดูเติบโตขึ้น ซึ่งMidi-Bob สามารถจัดทรงได้หลายวิธีแต่เน้นความยาวเลยช่วงไหล่ เช่น แสกกลาง หรือแสกข้างและปลายโค้งงอเบาๆ ด้าน Penélope Cruz ยังได้เปิดตัวมิดิบ๊อบลุคใหม่ของเธอในงาน Governors Awards ด้วยเฉดสีคาราเมลเข้มข้นเพิ่มมิติให้กับสไตล์ใหม่ของเธอ และ Claire Danes  ก็จับคู่ผมบ๊อบสั้นกับสไตล์ Old Hollywood และเดรสสไตล์วินเทจ Balmain สำหรับรางวัล Emmys ได้อย่างเข้ากันไม่มีที่ติ

Midi-Bob ถูกกำหนดความยาวตามชื่อเลย แทนที่จะเป็นผมบ๊อบสไตล์อิตาลี (Italian bob) ที่มีความยาวแค่ประมาณคาง สไตล์Midi-Bobนี้กลับยาวเลยไหล่ แม้ว่าจะใช้ได้กับทุกรูปหน้าและเส้นผม แต่ก็ต้องแน่ใจว่าผมคุณมีความยาวที่เหมาะสม เพื่อความเก๋ หากได้ตัดหรือจัดสไตล์อย่างถูกต้อง

“ผมทรงMidi-Bobจะต้องตัดปลายทื่อ ฉันมักจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าด้านข้างยาวกว่าด้านหลัง เพื่อให้มีน้ำหนักเทที่ด้านหน้า สิ่งที่ไม่ต้องการก็คือเส้นผมสะบัดสั้นกว่าช่วงไหล่” – Luke Hersheson ช่างทำผม

Midi-Bobเจาะเข้าสู่เทรนด์ทรงผมและความงามแบบมินิมอลลิสต์ในปีนี้ “สไตล์เรียบง่ายที่มีความยาวปานกลาง เลยไหล่สามารถแสกกลางหรือด้านข้าง หรือไว้หน้าม้า และการรวบผมทัดใบหู ทำให้ลุคดูเรียบง่ายแต่เท่ – Luke Hersheson ช่างทำผม

BEVERLY HILLS, CALIFORNIA – JANUARY 10: Selena Gomez Celebrates the Launch of Rare Beauty’s Find Comfort Body Collection on January 10, 2024 in Beverly Hills, California. (Photo by Stefanie Keenan/Getty Images for Rare Beauty)

หากเปรียบเทียบทรงผมเท่ากับการไม่แต่งหน้าแล้วยังดูดี Midi-Bobคือทรงผมที่สมบูรณ์แบบในการเติมความสดชื่นให้สไตล์ของคุณ โดยไม่ต้องยกเครื่องลุคปัจจุบันใหม่มากนัก

Photo: Getty Image


วี (V)

วี (V) จากเด็กหนุ่มลูกชาวสวน สู่ความจรัสแสงในฐานะศิลปินระดับโลก

การมีความฝันเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยให้เราขับเคลื่อนไปสู่สิ่งที่ตัวเองปรารถนาได้ แต่ไม่ว่าความฝันนั้นจะหน้าตาเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำเลยคือการดูถูกความฝัน ไม่ว่าจะเป็นของคนอื่นหรือของตนเอง เพราะทุกคนมีสิทธิ์ทำตามความฝัน หากไม่ท้อแท้หรือหมดใจในระหว่างทางต้องไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน วันนี้ แพรวดอทคอม จึงมีบทความที่เติมพลังใจมาให้ทุกคนได้อ่านกัน กับเรื่องราวชีวิตของศิลปินระดับโลก วี หรือ คิมแทฮยอง สมาชิกวง BTS ศิลปินเคป๊อปที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งกว่าที่จะยืนบนสเตจอย่างสง่างามในวันนี้ เขาต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาไม่น้อยเลยทีเดียว

วี (V)

คิมแทฮยอง หรือสเตจเนม วี เป็นหนึ่งในสมาชิกของวง บอยแบนด์เกาหลีใต้ชื่อดัง BTS ภายใต้สังกัด Big Hit Entertainment นักร้องหนุ่มเกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 1995 เขาเป็นพี่คนโต มีน้องสาว 1 คน และน้องชาย 1 คน โดยบ้านเกิดของเขาอยู่ที่เมืองแดกู ซึ่งเป็นครอบครัวเกษตรกร โดยเจ้าตัวเคยเปิดเผยว่า “หากไม่ได้เป็นศิลปิน เขาอยากที่จะทำสวน เหมือนกับคุณพ่อและคุณย่า ทุกอย่างที่พวกท่านทำมันดูวิเศษ” แม้เวลาผ่านไปจนตอนนี้นักร้องหนุ่มก็ยังไม่ล้มเลิกความฝันที่จะเป็นฟาร์มเมอร์

วี (V)

วีใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องตั้งแต่เรียนอยู่เกรด 6 ซึ่งคุณพ่อก็เชื่อมั่นและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ โดยเขาเริ่มต้นเรียนแซกโซโฟนในโรงเรียนมัธยมต้น กระทั่งช่วงฤดูร้อนปี 2011 วีได้พาเพื่อนไปออดิชั่นกับค่าย Big Hit Entertainment น่าแปลกใจที่แม้เขาจะมีความฝันแต่กลับไม่เลือกออดิชั่น ทว่าโอกาสก็มาแบบไม่ทันตั้งตัวในครั้งนั้นสตาฟได้เสนอให้เขาลองออดิชั่นดูเหมือนกัน เขาแสดงความสามารถทั้งร้องเพลง เต้น บีตบ็อกซ์ แรป และเล่นแซกโซโฟน และไม่น่าเชื่อเขาจะสามารถผ่านการคัดเลือกและยังเป็นคนเดียวจากแดกูอีกด้วย

วีเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเป้าหมายเมื่อตอนเข้าวงการ โดยเขาได้บอกว่า “จริงๆ ความฝันของผมแค่ต้องการเป็นเด็กฝึก ไม่ได้คิดมากมายไปกว่านั้น เพราะผมอาศัยอยู่ในชนบท เลยคิดว่าทุกคนที่อยู่ที่โซลคือคนที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นแค่ได้มาเป็นเด็กฝึกหัดที่โซลก็ดีใจแล้ว” ซึ่งจากบทสัมภาษณ์นี้ทำให้เราเห็นว่าเขาไม่กล้าคิดถึงความฝันการเป็นนักร้องเพราะมาจากชนบท

ทั้งนี้คำปลอบโยนจากคุณพ่อและกำลังใจจากเพื่อนๆ สมาชิก ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้วีอยากที่จะพิชิตความฝันต่อ “ตอนแรกผมก็ตามน้ำไป แต่พอได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมรู้สึกว่าต้องทำงานให้หนักขึ้น เพราะอยากจะดีเท่าๆ กับทุกคนจะได้ไม่เป็นภาระ ”

อย่างไรก็ตามนอกจากชื่อเสียงในฐานะสมาขิกวง BTS แล้ว ในแง่บุคคล วี ก็ได้รับความนิยมสูงเช่นเดียวกัน เขาเป็นศิลปิน K-Pop ที่ใช้เวลา 8 เดือน ในการสร้างยอดผู้ติดตาม Instagram ถึง 50 ล้าน followers จนได้บันทึก Guinness World Records โดยปัจจุบันเขามีจำนวนผู้ติดตาม 66.6 followers อีกด้วย

ครั้งแรก MCM เปิดตัว CARA DELEVINGNE และ XU MEEN ใน SS 24

MCM แบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติเยอรมัน เปิดตัวแคมเปญฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2024 เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน SS24 Campaign โดยได้คาร่า เดเลวีญ (Cara Delevingne) นางแบบและนักแสดงชื่อดังสาวชาวอังกฤษที่ทลายกำแพงทุกขีดจัดกัดและอีกหนึ่งนายแบบชาวเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จอย่างซุมิน (Xu Meen) ร่วมนำเสนอไลฟ์สไตล์เพื่อคนยุคใหม่ ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และช่วยเติมเต็มชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์อันสดใหม่

ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญ SS24 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคลในวงการแฟชั่นและผู้มีพรสวรรค์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ร่วมกับช่างภาพระดับตำนานอย่างช่างภาพคาร์ล เทมป์เลอร์ Craig McDean, สไตลิสต์ (Karl Templer), ช่างแต่งหน้าแพท แมคแกรธ (Pat McGrath)และช่างทำผมกุยโด ปาเลา (Guido Palau) สร้างสรรค์ผลงานอันมหัศจรรย์ภายใต้แนวคิดของ ฟาเบียน บารอน (Fabien Baron). ถือกำเนิดอัตลักษณ์แบบใหม่ที่มีความโดดเด่นผสมผสานกับแฟชั่นสุดคลาสสิกตามแบบฉบับ MCM

คอลเลกชัน SS24 ได้7แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ นำเสนองานออกแบบเครื่องหนังและเครื่องประดับที่เป็นนวัตกรรมแบบใหม่ ตลอดจนรองเท้าที่มีดีไซน์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นสไตล์ที่สามารถสวมใส่ได้ตลอดเวลาและทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชุดลำลองและชุดทำงาน 

ในขณะเดียวกัน MCM มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันแบรนด์ไปข้างหน้าผ่านผลงานการออกแบบที่หลากหลาย ได้แก่ กระเป๋าโท้ต (Visetos Diamond Tote), กระเป๋าสะพาย (Aren Shoulder Bag), กระเป๋าเป้เทนนิส (Stark Tennis Backpack), กระเป๋าสะพายข้างเทนนิส (Tennis sling bag) และกระเป๋าถือ (Ella Boston) ตลอดจนเสื้อผ้าและรองเท้าที่หลากหลาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MCM Store ทั้ง 4 สาขา

-MCM สาขา Siam Paragon: 02-610-9999

-MCM สาขา EmQuartier: 02-003-6016

-MCM สาขา Iconsiam: 02-288-0818

-MCMสาขา Central Embassy: 02-160-5915

หรือทางออนไลน์ได้ที่ LINE: @MCMTHAILAND FB: MCMTHAILANDOFFICIAL และ IG: @MCMTHAILAND @mcmthailand  #MCMThailand #MCMWorldwide

ดื่มด่ำบรรยากาศ พักผ่อนแบบร่วมสมัยที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง

ดื่มด่ำบรรยากาศ พักผ่อนแบบร่วมสมัยใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง

คงจะดีไม่น้อยหากเราได้พักผ่อนกายใจอันแสนเหนื่อยล้าในที่พักระดับหรูหราที่ผสมผสานระหว่างบรรยากาศอันแสนสงบงดงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ล้ำค่ายาวนานกว่า 700 ปีของเมืองล้านนาเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว หากคุณอยากลองสัมผัสประสบการณ์ที่ครบครันตามว่าเราขอแนะนำให้คุณได้มาลองพักที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง (InterContinental Chiang Mai The Mae Ping) โรงแรมระดับ 5 ดาว สุดลักชูรีที่พร้อมตอบรับทุกความคาดหวังด้านคุณภาพการให้บริการและสร้างประสบการณ์อันสุดแสนประทับใจได้ตั้งแต่แรกพบ

ห้องพักและห้องสวีท ตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง มีห้องพักไว้คอยบริการหลากหลายรูปแบบ จำนวนรวมกว่า 240 ห้อง ทั้งห้องพักแบบคลาสสิก (Classic) ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. หรือจะขยับมาเป็นห้องพรีเมียม (Premium) สุดหรูหรา พื้นที่ 43 ตร.ม. และห้องสวีท (Suite) ที่ทั้งครบครันและสะดวกสบายมากที่สุด บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 165 ตร.ม.

ให้คุณได้พักผ่อนเอนกายภายในห้องพักไปพร้อมๆ กับการดื่มด่ำงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าอย่าง “งานช่างสิบหมู่” ทั้งงานจิตรกรรม งานแกะสลัก งานหล่อแม่พิมพ์ งานตีโลหะและฉาบปูน ฯลฯ ที่ถูกสะท้อนผ่านรายละเอียดการตกแต่งภายในรวมไปจนถึงเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผนังและฉากกั้นไม้แกะสลัก เฟอร์นิเจอร์สร้างจากไม้กลึงขึ้นรูปด้วยมือ โคมไฟและผ้าดีไซน์ท้องถิ่น ที่ล้วนรับเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าพักได้อย่างลงตัว พร้อมรับชมวิวทิวทัศน์อันแสนงดงามของเมืองเก่าเชียงใหม่และดอยสุเทพแบบเต็มตาได้จากทุกห้อง

ห้องอาหารและล็อบบี้หลากสไตล์ สุดหรูหรา

ที่โรงแรมแห่งนี้ให้ความสำคัญกับทุกๆ จุดสัมผัสประสบการณ์ของผู้เข้าพัก หลังจากดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของห้องพักที่ทั้งงดงาม สะดวกสบายและชมวิวทิวทัศน์เมืองใหญ่จนหนำใจ สิ่งต่อไปที่ขาดเสียไม่ได้คือ การลองลิ้มชิมรสกับอาหารหลากสไตล์หลายรสชาติที่ทางโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง มีให้เลือกสรรได้ตามความชอบ

เริ่มจาก คำ ล็อบบี้ เลาจ์ พื้นที่สำหรับการผ่อนคลายที่สามารถแวะมาได้ตลอดทั้งวัน เลาจ์แห่งนี้ถูกตกแต่งไว้ด้วยโคมไฟโปร่งแสงสื่อถึงเทศกาลโคมยี่เป็งประเพณีอันเลื่องชื่อของเมืองเชียงใหม่ ให้คุณดื่มด่ำไปกับกาแฟรสเยี่ยมและขนมอบสูตรพิเศษได้ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงยามบ่าย ส่วนในช่วงเย็นจะถูกแปลงโฉมเป็นบาร์ (Bar) ที่คลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีพร้อมบริการค็อกเทลเลิศรสและเครื่องดื่มอื่นๆ จากบาร์เทนเดอร์ระดับมืออาชีพ 

พลาดไม่ได้กับ เดอะ กาด ล้านนา ห้องอาหารกึ่งบาร์เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน พร้อมเสิร์ฟอาหารเหนือแบบต้นตำรับที่รังสรรค์โดยทีมเชฟมากฝีมือ ทุกจานอาหารเน้นความสดใหม่และการนำเสนอวัตถุดิบที่ดีที่สุดของแต่ละฤดูกาล 

ปิดท้ายด้วย หงส์ ไชนีส เรสเตอรองท์ แอนด์ สกาย บาร์ ห้องอาหารจีนสไตล์เสฉวน กวางตุ้งและไต้หวัน พร้อมคราฟต์ค็อกเทลสูตรพิเศษจากมิกโซโลจิสต์ (Mixologist) มากความสามารถ ให้เราได้เพลิดเพลินไปกับอาหารจีนและเครื่องดื่มรสเยี่ยมพร้อมรับชมทิวทัศน์ของดอยสุเทพจากชั้นดาดฟ้าของโรงแรม

นอกไปจากความหรูหราโอ่อ่าของบรรยากาศห้องพัก รวมไปจนถึงห้องอาหารและล็อบบี้หลากสไตล์แล้วนั้น ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง แห่งนี้ยังมีโปรแกรม อินไซเดอร์ โลเคชั่น (Insider Location) ที่เหล่าพนักงานคอนเซียจพร้อมให้ข้อมูลและแนะนำทริปท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่แบบฉบับคนพื้นถิ่น ที่คราวนี้ขอแนะนำให้ขึ้นบอลลูนชมบรรยากาศรอบเมืองเชียงใหม่ และพระอาทิตย์ยามเช้า ปิดท้ายด้วยมื้ออาหารเช้าแบบปิคนิค และแชมเปญสุดพิเศษในบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ “ห้วยตึงเฒ่า” ซึ่งตั้งอยู่ในเขต อ.แม่ริม ไม่ใกล้ไม่ไกลจากดอยสุเทพ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาให้คุณได้มาสูดอากาศอันแสนสดชื่นได้แบบเต็มปอด พร้อมดื่มด่ำไปกับวิวทิวทัศน์อันแสนสงบและงดงามของอ่างเก็บน้ำ ผืนป่าและท้องนาสีเขียวขจี พลาดไม่ได้กับจุดเช็กอินยอดฮิตหุ่นฟางคิงคองขนาดยักษ์ที่มีความสูงตั้งแต่ 4-8 เมตร โดยแต่ละตัวจะมีบันไดให้เราขึ้นไปถ่ายภาพได้แบบใกล้ชิด นอกไปจากนี้ที่ห้วยตึงเฒ่ายังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ลองทำอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการป้อนอาหารแกะ ให้อาหารปลา พายเรือแคนูหรือปั่นจักรยานน้ำในอ่างเก็บน้ำ ซิปไลน์ รถ ATV หรือเดินทางไกล รับรองได้ว่าสนุก จบครบได้ในสถานที่เดียว

ให้การพักผ่อนหย่อนใจในเมืองเชียงใหม่เต็มไปด้วยความสะดวก ครบครัน พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนสงบที่ผสมผสานเข้ากับความงดงามของศิลปวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างตัวได้ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง (InterContinental Chiang Mai The Mae Ping) โรงแรมระดับ 5 ดาว สุดลักชูรี่ ให้ทริปเชียงใหม่ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม


เจ้าสาวเอวสับ! นัตตี้ นันทนัท สวยสง่าในชุดวิวาห์ POEM

เอวสับเป็นเอกลักษณ์! เมื่อ นัตตี้ นันทนัท อยู่ในลุคเจ้าสาวจาก POEM แบรนด์ในฝันของผู้หญิงหลายคน

เปลี่ยนสถานะเป็นที่เรียบร้อยกับ นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล หนึ่งในสมาชิกช่อง Youtube: GoyNattyDream Channel ที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 กับ แมน-ณัฐภูมิ เหล่าสถิรวงศ์ ณ โรงแรม LA CHAPELLE Bangkok โดยภายในงานก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากคู่บ่าวสาวและแขกคนสำคัญที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงาน

โดยหนึ่งไฮไลท์ที่จะลืมพูดถึงไม่ได้คือลุคของเจ้าสาวโดยเฉพาะลุคแรกที่แต่งตาสโมคกี้อายจัดเต็ม และยังสวมชุดวิวาห์จาก POEM อีกด้วย ทำให้กลายเป็นลุคที่ดึงดูดสายตาสุดๆ เพราะอย่างที่รู้กันว่าเอกลักษณ์ชุดแบรนด์นี้ช่วยขับสรีระของผู้สวมใส่ให้โดดเด่นมายิ่งขึ้น เหมือนกับช่วงบนชุดนัตตี้ที่มาในรูปแบบของคอร์เซ็ตรัดเอวให้เป็นเอว อกให้เป็นอก อีกทั้งกระโปรงผืนยาวยังถูกผ่าข้างและแหวกสูงมาถึงต้นขาทำให้ช่วงขาดูเรียวงามอีกด้วย เห็นแล้วก็ยกให้เป็นชุดแต่งงานที่สวยที่สุดชุดหนึ่งเลยทีเดียว


ภาพ: Instagram @kengnaruemityarn, @minddmakeup และ @icepadie

ซูมดีเทลความประณีตระดับกูตูร์ของ L’Astelle “LA GOUTTE DE ROSÉE” เรดี้ทูแวร์ 2024

เอ่ยชื่อ L’Astelle (ลาสเทล) แบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยดีไซเนอร์ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ เชื่อว่าสาวแพรวต้องนึกถึงลวดลายงานปักที่มีรายละเอียดซับซ้อน ผสานดีไซน์ และคัตติ้งสุดความประณีตของชุดราตรีและชุดเจ้าสาว

ซูมดีเทลความประณีตระดับกูตูร์ของ L’Astelle “LA GOUTTE DE ROSÉE” เรดี้ทูแวร์ 2024

ล่าสุด ลาสเทล ได้เผยผลงานคอลเล็คชั่นเรดี้ทูแวร์ 2024 ภายใต้แรงบันดาลใจ LA GOUTTE DE ROSÉE (ลากุตต์ เดอ โคร เซ่) ความงดงามของหยดน้ำเมื่อแสงอาทิตย์ส่องผ่านจนเห็นความงดงามที่เหมือนฝัน ทั้งในยามเช้าและช่วงแสงอาทิตย์ลาลับ ณ กรุงปารีส เมืองแห่งศิลปะและแฟชั่นที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติก ปรากฎเป็นชุดกลางวันไปจนถึงชุดออกงานกลางคืน ในโทนสี Sunrise และ Sunset อย่าง สีม่วง สีเหลือง และสีดำ โดดเด่นด้วยลวดลายการปักตามแบบฉบับของลาสเทล ที่ผสานกลิ่นอายกูตูร์เข้ากับซิลูเอตเรียบโก้แฝงไปด้วยเทคนิคการเดรปผ้า และซิลูเอตอันหลากหลายของเนื้อผ้าที่อยู่ทรงมีน้ำหนัก ไปจนถึงเนื้อผ้าที่บางเบา สวมใส่สบาย เพิ่มมิติลุ่มลึกให้คอลเลกชัน

จาก Custom made (Couture) สู่การรังสรรค์คอลเล็คชั่นเรดี้ทูแวร์ 2024

เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ L’Astelle กล่าวว่า “เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญและท้าทายอยู่ไม่น้อย ด้วยเสียงตอบรับจากลูกค้าที่มาตัดชุด ซึ่งแต่ละชุดใช้ระยะเวลาการตัดเย็บอย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากงานดีไซน์เจนประสานงานกับทีมดีไซเนอร์อังกฤษ ส่วนงานปักส่งปักที่บูทีคในประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะส่งกลับมาตัดเย็บและฟิตติ้งที่เมืองไทย ด้วยระยะเวลาและดีไซน์ของชุดที่เน้นออกงานและชุดเจ้าสาว ลูกค้ามีรีเควสให้แบรนด์ทำชุดที่ใส่ได้ในหลายโอกาส คือใส่ทำงานและออกงานได้ สิ่งนี้จุดประกายให้เกิดคอลเล็คชันเรดี้ทูแวร์ โดยเน้นดีไซน์ที่หลากหลายทั้ง เดรสยาว เดรสสั้น เกาะอก เสื้อครอป รวมถึงเซ็ตสูท และชุดราตรีที่มีดีไซน์สามารถสวมใส่ได้ทั้งกลางวันและงานกลางคืน โดยมีให้เลือก 3 ขนาด คือ S M และ L”

คอลเล็คชั่นเรดี้ทูแวร์ 2024 ที่มีกลิ่นอายความหรูหราแบบกูตูร์ DNA ของ L’Astelle

L’Astelle แบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ ที่ใส่ใจรายละเอียดการรังสรรค์ความงามของชุด Custom Made ที่มีความซับซ้อน ใส่ใจรายละเอียดของวัสดุ เช่น คริสตัล ลูกปัด ผ้าและลูกไม้ล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะลายปักอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของลาสเทลที่ยังคงปรากฎซิลูเอตในคอลเล็คชั่นเรดี้ทูแวร์ 2024

“ส่วนตัวเจนหลงใหลในความประณีต รายละเอียดอันซับซ้อน และเทคนิคต่างๆ ของงานแฟชั่นชั้นสูงกูตูร์ ดังนั้น ลาสเทลจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบลายปัก และการเลือกวัสดุ เช่น ขนนกนำเข้าจากฟาร์มที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ การเก็บขนจะใช้วิธีหวีนำขนที่ร่วงมาคัด จึงทำให้ปริมาณขนที่ใช้ได้มีน้อย

สำหรับคอลเลกชันเรดี้ทูแวร์ ลาสเทลยังให้ความสำคัญกับการออกแบบลวดลาย และการส่งปักด้วยมือกับบูทีคที่มีประสบการณ์ตามมาตรฐานของแบรนด์แบบ 1 ต่อ 1 ชุด เพียงแต่ลดทอนเทคนิค ดีเทล และระยะเวลาในการผลิตที่จะแตกต่างจากชุด Custom made (Couture)”


เปิดวาร์ป20 คลินิกความงามชั้นนำ ผู้รันวงการงานผิวด้วย “Regenerative Biostimulator” เทรนด์ใหม่ฟื้นฟูผิวสู่ความ Young

“ONE OF A KIND” STORY BY
THE TOP BEAUTY & AESTHETIC CLINICS

พญ.ศรินทิพย์ สุนทรัช
THE CLOVER CLINIC

“หนึ่งในความสุขของแพทย์ด้านความงามคือการได้ช่วยปรับภาพลักษณ์ภายนอกของลูกค้าให้เป็นที่พึงพอใจ หมอเชื่อว่าความมั่นใจจะช่วยเยียวยาจิตใจซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ภาพลักษณ์ที่สวยงามดูอ่อนกว่าวัยจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้มีความสุข

“ยิ่งหมอมีประสบการณ์ทำงานยาวนานขึ้นก็พบว่านวัตกรรมความงามตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายและดูเป็นธรรมชาติ แบบเกินคาด อย่างล่าสุด The Clover Clinic ได้เพิ่มนวัตกรรมใหม่ Regenerative Biostimulator ที่ก้าวล้ำไปอีกสเต็ป ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินด้วยตัวเอง แถมทำครั้งเดียวได้ผลลัพธ์ถึง 5 ประการกับการดูอ่อนกว่าวัย ไม่ว่าจะเป็นการเติมอาหารเข้าสู่ผิว ลดริ้วรอยร่องลึก เพิ่มความชุ่มชื้น กระตุ้นให้ผิวยืดหยุ่นแข็งแรง ที่สำคัญดูอ่อนกว่าวัยขึ้นด้วย”

               

นพ.ณัฐภัทร มีนชัยนันท์
ALPHA MEDICAL CLINIC

“หัวใจสำคัญในการทำงานของ Alpha Medical Clinic คือมุ่งเป้าใช้สิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับผู้ใช้บริการของเราตามความเป็นจริงและได้มาตรฐาน USFDA หรือ อย.สหรัฐอเมริกา

“นอกจากนี้เราเน้นไปที่ผลลัพธ์ของการดูแลรักษาเป็นสำคัญมากกว่าปัจจัยอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีใบหน้า ผิวพรรณ และสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมทั้งภายในและภายนอก เรามีการใช้การออกแบบ 3D (3 มิติ) หรือ Virtual Reality เข้ามาช่วยการรักษาเฉพาะบุคคลของเรา จึงทำให้ดูแลผู้ใช้บริการแต่ละท่านได้รับสิ่งที่เหมาะสมมากขึ้นตามปัญหาของแต่ละบุคคล รวมทั้งเราได้พัฒนาทั้งเทคนิคและวิธีการที่ทันสมัย รวมถึงอัพเดตนวัตกรรมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัย และได้รับความงามที่น่าพอใจในทุก ๆ ครั้งที่มารักษา

                “อย่างล่าสุดกับ Regenerative Biostimulator ตัวใหม่ที่เข้ามาในประเทศไทยล่าสุดในปี 2023 – 2024 เป็นกลุ่มการฉีดใต้ชั้นผิวประเภทสารเติมเต็มที่ทำมาจากแคลเซียมที่เหมือนมวลกระดูกของเรา จึงมีความโดดเด่นอยู่ที่ความหนืดและยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยในการช่วยพยุงใบหน้าได้ยาวนานและความปลอดภัยดูเป็นธรรมชาติ จึงทดแทนสารเติมเต็มอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี”

               

พญ.ปริญญา และ นพ.ทรงวุฒิ วิริยะศิริวัฒนะ
PHAKWAN CLINIC

พญ.ปริญญา “ที่พาขวัญคลินิกเราให้ความสำคัญกับผู้ใช้บริการควบคู่ไปกับเรื่องความปลอดภัย ในฐานะหมอที่มีประสบการณ์ด้านความงามมามากกว่า 10 ปี เราใส่ใจทุกเคส ตั้งแต่การประเมินใบหน้าและภาพรวมเพื่อส่งเสริมความมั่นใจให้ผู้มาใช้บริการ ให้คำปรึกษาแนะนำแนวทางในการรักษาอย่างจริงใจ และอีกหนึ่งความประทับใจที่ผู้ใช้บริการบอกต่อกันคือการที่เราสร้างความสบายใจด้วยการพูดคุยอย่างเป็นกันเองระหว่างหมอกับผู้ใช้บริการ เพื่อให้ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการรายบุคคลมากที่สุด ให้ทุกคนมีความมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเองจริง ๆ โดยไม่ต้องตามมาตรฐานของใคร”

นพ.ทรงวุฒิ “นอกจากนี้เรายังใส่ใจกับการใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานระดับโลก พร้อมกับพัฒนาความรู้และทักษะของหมออยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การรักษาออกมาถูกใจ ปลอดภัย และทันสมัย อย่างศาสตร์การดูแลและฟื้นฟูผิวกลุ่ม Regenerative Biostimulator ที่มีส่วนประกอบของ CaHA ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยตาข่ายผิวใหม่ 5 ประการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ดูกระชับเฟิร์ม ผิวดูสุขภาพดีและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ไม่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ผู้ใช้บริการจึงดูดี เป็นตัวของตัวเองได้อย่างมั่นใจและสบายใจครับ”

               

คุณจิรัชยา วังส์ด่าน
GNL CLINIC

“ต้องบอกว่าถึงวันนี้หมดยุคแล้วที่จะสวยแบบคนอื่น   หลายคนจึงเลือกที่จะสวยแบบเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดูอ่อนกว่าวัยพูดง่าย ๆ ว่าเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด จีเอ็นแอลจึงใส่ใจกับการเฟ้นหาทางเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นใจและความงามให้กับผู้ใช้บริการได้พึงพอใจจริง ๆ สมกับความตั้งใจของเราที่ว่า ‘ไม่สวยไม่ให้กลับบ้านนะคะ’

“ซึ่งเทคโนโลยีด้านความงามที่ถือเป็นฮีโร่ตัวสำคัญในการกระตุ้นความ Young ที่น่าสนใจมาก ๆ ในตอนนี้คือ Regenerative  Biostimulator เป็นสารกระตุ้นการสร้างเส้นใยตาข่ายผิวใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้รอบด้าน คือทำให้เฟิร์มกระชับขึ้นไปพร้อม ๆ กับมีความชุ่มชื้นดูสุขภาพดีขึ้น ที่สำคัญยังปลอดภัย ประหยัดเวลา เพราะสามารถอยู่ได้นานกว่า 24 เดือน ไม่ต้องมาเติมบ่อย ๆ จึงเป็นที่นิยมและไว้วางใจทั้งกับแพทย์ความงามและผู้ใช้งานจริงด้วยค่ะ เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้บริการที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่ยังต้องการ ดูแลตัวเองให้ได้ครบถ้วนเหมือนเดิม มาทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยไปพร้อม ๆ กับดูสุขภาพดีไปนาน ๆ กันนะคะ”

               

พญ.ธัญธารีย์ วรรณรัตน์กิตติ และ นพ.ธนากร ศิวิชัย
THANTHAREE CLINIC

พญ.ธัญธารีย์ “ด้วยวิสัยทัศน์ของคลินิกที่ต้องการให้บริการตรวจรักษาโรคผิวหนังและความงามแบบพรีเมียมและทันสมัย เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด บวกกับประสบการณ์ทางด้านความงามกว่า 12 ปีในการให้บริการตรวจรักษาโรคผิวหนังและความงามแก่ผู้ใช้บริการชาวไทยและต่างชาติที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวในภาคใต้ ธัญธารีย์คลินิกจึงให้ความสำคัญกับการตรวจรักษา ทุ่มเทดูแลผู้ใช้บริการอย่างเต็มที่ด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี รวมถึงการคัดสรรเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสหรัฐอเมริกาไปพร้อม ๆ กับการอัพเดตเทคโนโลยีความรู้และเครื่องมือด้านความงามให้ทันสมัยอยู่ตลอด เพื่อมอบทางเลือกใหม่ ๆ ให้ผู้มาใช้บริการ”

นพ.ธนากร “หนึ่งในเทคโนโลยีความงามยุคนี้ที่ต้องพูดถึงคือ Regenerative Biostimulator ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยย้อนวัยให้กับผิวด้วยสาร CaHA ที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อไปพร้อม ๆ กับการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน อีลาสติน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวโดยรวมในระยะยาวให้ดูยกกระชับขึ้น ริ้วรอยดูจางลง นอกจากนี้ผิวยังดูกระจ่างใสและแข็งแรงขึ้นด้วย ดังนั้นหมอจึงมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีตัวหนึ่งที่ช่วยให้ใบหน้าเราดูอ่อนกว่าวัย”

               

พญ.สุวประวีณ์ ริ้วเหลือง ตั้งสากล
VV LIFE CLINIC

ที่ Vv Life Clinic เราเน้นตอบโจทย์ความงามแบบองค์รวม จากประสบการณ์ 18 ปีในการเปิดคลินิก เราให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความดูดีและดูอ่อนกว่าวัย โดยเริ่มต้นแก้ไขจุดบกพร่องตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างตรงจุด

“แน่นอนว่าเรามีการอัพเดตเทรนด์ความงามอยู่เสมอ ทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี เลเซอร์ และการบริการ ล่าสุดเราเป็น 1 ใน 20คลินิกในประเทศไทยที่พร้อมให้บริการ Regenerative Biostimulator นวัตกรรมความงามที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย พร้อมสร้างเส้นใยตาข่ายผิวใหม่ ผลคือผิวดูเฟิร์มกระชับ แลดูอ่อนกว่าวัยยาวนานถึง 2 ปี ที่สำคัญสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพที่มีความปลอดภัย ผ่านมาตรฐาน อย.จากทั้งยุโรป อเมริกา และไทย”

               

นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช
THE RITZ CLINIC

“สำหรับริทงานที่คลินิกเป็นมากกว่าการดูแลผิวพรรณ ความงาม แต่เป็นการใส่ใจในการบริการและมาตรฐานคุณภาพระดับสากลครับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผลิตภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ต่าง ๆ เพราะความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก โดยเรานำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาผสานเข้ากับองค์ความรู้ของแพทย์เสมอ

“อย่างปัจจุบันก็มีนวัตกรรมใหม่อย่าง Regenerative Biostimulator ที่ช่วยเติมเต็มการชะลอความเสื่อมของผิวให้มีทางเลือกในการรักษามากยิ่งขึ้น

“และอีกเรื่องที่คลินิกเราใส่ใจมากคือการฝึกอบรมแพทย์ พนักงาน และเจ้าหน้าที่พยาบาลเป็นประจำ อัพเดตข้อมูล เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ รวมถึงเทรนด์ความงามอยู่เสมอ เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการทุกท่านครับ”

               

คุณขจร และ พญ.ศิริอาภา เสริมศักดิ์ศศิธร
LUMILUX CLINIC

“การมีผิวสวยสุขภาพดีเป็นความปรารถนาของทุกคนที่ใส่ใจดูแลตัวเอง เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจซึ่งจะช่วยจุดประกายทุกสิ่งในชีวิต แต่แม้จะดูแลเป็นอย่างดี ผิวก็ยังเสื่อมสภาพจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้น อาหารการกิน มลภาวะ ความเครียด พักผ่อนไม่พอ รวมถึงการขยับใบหน้าเพื่อแสดงอารมณ์ เหล่านี้เราอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยง แต่ชะลอได้ หากเร่งดูแลแต่เนิ่น ๆ

“ปัจจุบันมีทางเลือกมากมายสำหรับการชะลอความเสื่อมของผิว ที่กำลังได้รับความสนใจคือ Regenerative Biostimulator การฟื้นฟูผิวด้วยการกระตุ้นการสร้างเส้นใยให้เซลล์ผิวกลับไปทำงานดี มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน กระตุ้นหลอดเลือดเล็ก กระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงผิว ตอบโจทย์เรื่องการดูแลตัวเองแบบทำครั้งเดียวได้ผลหลายอย่าง

“เริ่มต้นปีด้วยการเพิ่มความมั่นใจ เสริมความกล้าที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จกันนะคะ”

               

คุณชัญญา ประนิช Business Development Director
SPARSHA BEAUTY AND SLIM

“คงไม่มีใครอยากดูแก่ ผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย หรือต่อให้อายุจะเพิ่มมากขึ้น ก็ยังอยากดูแลผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งสมัยนี้ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด การที่เราจะปกป้องและดูแลผิวให้ดูอ่อนกว่าวัยไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยหลายวิธีอย่างนวัตกรรมล่าสุด  Regenerative Biostimulator ศาสตร์ใหม่ของการย้อนวัยผิวที่ช่วยเติมเต็มการชะลอความเสื่อมของผิวให้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น แบบลงลึกในระดับเซลล์

“ซึ่งเน้นซ่อมแซม ฟื้นคืนสุขภาพผิวภายในและภายนอกที่เสื่อมโทรมตามวัยให้กลับมาดูดีอีกครั้งด้วยการสร้างเซลล์เส้นใยตาข่ายผิวในชั้นผิวหนังที่ดีต่อสุขภาพผิวแบบครบองค์รวม ทั้งสยบปัญหาผิวแก่เหี่ยวย่น เติมร่องลึกให้เต็ม ผิวฉ่ำขึ้น กระตุ้นคอลลาเจน เพื่อผิวแลดูอ่อนกว่าวัยอีกครั้ง จึงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนและน่าพึงพอใจยิ่งกว่าที่เคย แถมคงผลลัพธ์โดยเฉลี่ยอยู่ได้นาน 24 เดือน หรือ 2 ปี เรียกว่าคุ้มค่ามากกับเวลาการดูอ่อนกว่าวัยที่ยืนยาวขึ้น”

               

พญ.อัญชลี อมรรุ่งมีธรรม และ พญ.อมล สิงห์สกุล
ANJALI CLINIC

                “ปัญหาตามวัยที่เพิ่มขึ้นของคนทั่วไปคือริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา ร่องแก้ม และรอยย่นอื่น ๆ ในบริเวณต่าง ๆ ที่ชวนให้เสียความมั่นใจ บางคนเริ่มมีริ้วรอยแม้อายุยังไม่ถึงเลข 3 เพราะคอลลาเจนใต้ผิวเราไม่เหมือนกัน รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด พักผ่อนน้อย อาหาร รังสียูวีจากแสงแดด ฉะนั้นการดูแลผิวจึงต้องให้คุณหมอช่วยดูแลอีกหนึ่งสเต็ป ปัจจุบันมีเทคโนโลยี ที่ช่วยกู้ผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย เมื่อผิวเริ่มส่งสัญญาณความไม่ปกติ เราไม่ต้องรอให้ปัญหาผิวเกิดขึ้นหรืออายุมากขึ้นแล้วค่อยทำ

“หลายคนอาจนึกถึงสารเติมเต็มที่ช่วยปรับรูปหน้า แต่ตอนนี้กระแสการดูแลผิวให้ดูอ่อนกว่าวัยด้วย Regenerative Biostimulatorกำลังมาแรง เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าแก้ไขได้ตรงจุด เห็นผลลัพธ์ และอยู่ได้นานขึ้น โดยไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ ให้เสียดายทั้งเงินและเวลา หลังทำแล้วผิวจะดูอ่อนกว่าวัยจนใคร ๆ อาจเดาอายุไม่ถูก”

'อีฮโยริ' เผยหน้าสด

เซ็กซี่ควีน ‘อีฮโยริ’ เผยหน้าสด ตอกย้ำความงามไม่จำเป็นต้องพึ่งฟิลเตอร์หรือเมคอัพ

ไอดอลเคป็อปมักถูกคาดหวังให้สมบูรณ์ แต่ไอดอลหญิงจำนวนมากขึ้นกลับไม่แต่งหน้าและเผยให้เห็นความงามตามธรรมชาติดังดังเช่น เซ็กซี่ควีนแห่งวงการ K-Pop อีฮโยริ (Lee Hyori) ยังคงแสดงความงามและความสามารถของเธอเสมอ และไม่เคยพลาดที่จะดูสวยเสน่ห์และแสดงออกถึงความเป็นซูเปอร์สตาร์

โดยล่าสุดเธฮสร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อเธอโพสต์รูปภาพและวิดีโอที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับหิมะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพถ่ายแรกทำให้ชาวเน็ตทึ่ง เพราะเป็นภาพเธอไม่ต้องหน้าเลย และแสดงให้เห็นภาพที่เป็นธรรมชาติของเธอในการเซลฟี่ และเป็นเรื่องปกติบนใบหน้าที่ไม่ได้แต่งหน้า ดังนั้น ริ้วรอย รอยตำหนิ และความผิดปกติบนผิวหนังจึงมองเห็นได้ชัดเจนในภาพถ่าย

เมื่อภาพถูกโพสต์ ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมความมั่นใจและความงามตามธรรมชาติของเธอ พิสูจน์ให้เห็นว่าความงามไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับฟิลเตอร์หรือการแต่งหน้า อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างชื่นชมภาพเซลฟี่ที่มั่นใจของเธอว่า “ฉันเชียร์ความมั่นใจของเธอในการแสดงรูปลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติ” “ฉันชอบรูปลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติของเธอ” “ภาพถ่ายที่เป็นธรรมชาติที่สุด” และ “สวยในแบบของเธอ” ฯลฯ

Photo: lee_hyolee