10 คลินิกความงามชั้นนำ แชร์ความประทับใจที่มีต่อ Pure BIM Hydrating Gel Mask

ในยุคที่การทำสวยตามบิวตี้คลินิกเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ชีวิตคนรักสวยจะขาดไม่ได้ การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการอย่างมืออาชีพจึงสำคัญเช่นกัน หมดยุคพักหน้านานๆ จนเสียงาน นับ 1 2 3 ดีดนิ้ว เราต้องพร้อมสวย!

Pure BIM Hydrating Gel Mask หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ มาสก์นนกุล ถือเป็นผลิตภัณฑ์มาสก์ที่เหล่ากูรูความงามยอมรับว่าคอนเซ็ปต์ชัดเจนและเข้าเทรนด์จนต้องพูดถึง หลายคนที่เป็นสายบินไปทำหัตถการถึงยานแม่ที่เกาหลีคงคุ้นเคยกับ Pure BIM Hydrating Gel Mask ที่อยู่เคียงคู่กับโรงพยาบาลและคลินิกความงามระดับท็อป เพราะเขาเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากประเทศเกาหลีที่ออกแบบมาเพื่อปลอบประโลมผิวในช่วงที่เปราะบาง พร้อมคืนความชุ่มชื้นและลดรอยแดงให้กับผู้ทำหัตถการหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ คลื่นเสียง หรืองานที่ใช้เข็ม

นอกจากนี้ Pure BIM Hydrating Gel Mask ยังจัดเป็นมาสก์สเตอริไลซ์เพียงแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ผ่านการฆ่าเชื้อแบบ 100% จึงปลอดภัยกับผิวที่บอบบาง มาสก์เจลแผ่นใส ให้สัมผัสนุ่มละมุนอ่อนโยน มอบความรู้สึกสบาย ช่วยปลอบประโลมให้ผิวสงบด้วยสารสกัดเข้มข้นจากสาหร่ายทะเลลึกกลุ่มสีน้ำตาล ที่ถูกยกให้เป็น Super Nutritious สำหรับดูแลผิวพรรณ

และนี่คือหลากหลายความประทับใจใน Pure BIM Hydrating Gel Mask จาก 10 คลินิกความงามชั้นนำ

พญ.ลวิตรา ภาพิบูลสถาพร
คุณสุริศา ภาพิบูลสถาพร
LAWITRA THE AESTHETIC CLINIC

“หมอเริ่มใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask ด้วยตัวเองก่อนแล้วตกหลุมรักทันที เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในกรรมวิธีรูปแบบการผลิตที่มีความสดใหม่ รวมถึงส่วนผสมที่ไม่เหมือนใครอย่าง ‘โซเดียมอัลจิเนต’ ที่ช่วยลดอาการอักเสบ แดง ทำให้ผิวชุ่มชื้น ยิ่งผู้รับบริการที่มีแผลจากการทำหัตถการหรือเลเซอร์ถือว่าตอบโจทย์

“หรือหลายคนที่มีผิวแพ้ง่าย ไวต่อการเกิดสิวและสารต่างๆ ที่มีในท้องตลาด ส่วนใหญ่จะกลัวการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลังทำหัตถการ เพราะผิวอยู่ในช่วงเซ้นสิทีฟ แต่พอใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask ฟีดแบ็กที่ได้รับคือใบหน้ารู้สึกเย็นสบาย คล้ายผิวอยู่ในอากาศติดลบ อาการแดงและรอยต่างๆ ก็ค่อย ๆ ลดลง ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาดีขึ้น”

พญ.ชนิศา ชํานาญวาด
CHANISA CLINIC

“โดยปกติหลังทำหัตถการหมอมักไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรเลย หรือหากใช้ก็ต้องเลือกให้มาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนด้วย เพราะหลังเลเซอร์ผิวถูกเปิด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีอะไรแปลกปลอมเข้าไปจะทำให้อุดตันหรือติดเชื้อได้ แต่ความที่ Pure BIM Hydrating Gel Mask เป็นสเตอริไลซ์มาสก์ ไม่มีส่วนผสมของสารแปลกปลอมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง จึงลดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ

“สำหรับใครที่ชอบการดูแลปรนนิบัติผิวเป็นพิเศษ แม้ไม่ได้ทำหัตถการใดๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน แต่ชี้เป้าเป็นพิเศษสำหรับคนที่ชอบทำหัตถการแล้วไม่อยากให้ใครรู้ว่าไปทำอะไรมา แนะนำให้ลองใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask สัก 2 – 3 วัน ส่วนใหญ่ออกไปเฉิดฉายได้อย่างมั่นใจ ไม่มีโดนทักค่ะ”

พญ.ชาลินี เพียรธนภาคย์
REALS AESTHETIC CENTER

“Pure BIM Hydrating Gel Mask ตอบโจทย์เรื่องการปลอบประโลมผิวหลังการทำหัตถการต่างๆ  แน่นอนว่าการทำสวยต้องมีการฉีดที่ทำให้เกิดรอยแดงหรือรอยเข็ม รวมไปถึงความรู้สึกแสบร้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับพวกนวัตกรรมยกกระชับอย่างอัลเทอราปี หลังทำอาจทิ้งความรู้สึกร้อนผ่าวไม่สบายตัวได้ มาสก์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask จะช่วยทำให้ผิวสงบ รู้สึกสบายผิว ลดรอยแดงและอุณหภูมิผิวลงได้ ซึ่งนั่นส่งผลถึงการช่วยลดดาวน์ไทม์ด้วย

“เราเห็นเคสที่มอบผลลัพธ์อันน่าทึ่งกับการทำ Vital Injector ซึ่งความที่เราฉีดละเอียดทั่วทั้งใบหน้า รอยเข็มจึงเกิดขึ้นเต็มพื้นที่ เมื่อใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask หลังทำ ปรากฏว่ารอยเข็มจางลง รอยแดงก็ค่อยๆ ลดลง ในกลุ่มที่ทำ Pico Laser เช่นกัน บางครั้งอาจมีเอฟเฟ็กต์ผิวแห้ง คัน หรือเป็นตุ่ม ซึ่งหากปล่อยให้ผิวแห้งแบบนั้นนานๆ ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ดีเท่าที่ควรหรืออาจมีผลเสียอื่นๆ ตามมา ซึ่งผลลัพธ์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask ช่วยดูแลผิวหลังทำหัตถการได้ดี”

คุณปิยวัช ไตรถวิล
คุณบุณยาภรณ์ รอดประจง
BEGLAM CLINIC

“ยอมรับว่าครั้งแรกที่รู้จัก Pure BIM Hydrating Gel Mask เราไม่ได้คาดหวัง คิดว่าคงเหมือนมาสก์ทั่วไป พอมีคนแนะนำ พูดถึงความดีงามให้ฟังมากๆ เข้าจึงลองดู ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นทำให้เลิกคิดว่าราคาสูงไปเลย เพราะคุ้มค่าจริง เมื่อนำมาใช้ที่ Beglam Clinic ลูกค้าก็ชอบมาก แทบทุกรายกลับมาขอซื้อซ้ำ

“ส่วนใหญ่ที่คลินิกนิยมใช้หลังทำ Pico Laser และงานหัตถการแทบทุกชนิด บางหัตถการทำไปแล้วมีเอฟเฟคท์หน้าร้อน ไม่สบายผิว มาสก์นี้ถือว่าเป็นตัว Add-on ที่ช่วยปลอบประโลมให้ผิวฟื้นฟูได้ดี อย่างพวกงานฉีดผิวที่มีรอยเข็ม Pure BIM Hydrating Gel Mask ช่วยลดการติดเชื้อและรอยเข็ม แค่ไม่กี่วันก็ใช้หน้าได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นนาน”

พญ.ปุนญนันท์ บุญชญา
DREMA CLINIC AESTHETICS & LASER

“ในขั้นตอนหลังทำเลเซอร์เราเลือกใช้มาสก์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask มาเป็นตัวช่วย เพราะตามที่คนส่วนใหญ่ที่เคยทำเลเซอร์รู้กันดีว่าอาจเกิดรอยแดง ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการพักฟื้น แต่หากใช้มาสก์ตัวนี้ควบคู่ไปด้วย ผิวจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น รวมถึงหัตถการกลุ่มฉีดต่างๆ ที่อาจทิ้งรอยเข็ม ก็ช่วยได้ดีเช่นกัน

“ทั้งนี้เพราะมาสก์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask มีคุณค่าของส่วนผสมอย่าง Sodium Alginate หรือสารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูผิว พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้ผิว ดังนั้นนอกจากการใช้หลังทำเลเซอร์แล้ว เรายังสามารถใช้เป็นสกินแคร์รูทีนที่บ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งความที่เป็น Hydrogel Mask จึงมีอีกหนึ่งข้อดีคือใช้ง่าย ไม่เหนอะหนะ ไม่เลอะเทอะ ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลผิวหรือต้องการบู๊สต์ผิวแบบเร่งด่วน เชื่อว่าน่าจะถูกใจค่ะ”

พญ. รุ่งทิวา ศิริวัฒนเกตุ
SILVERINE CLINIC

“ช่วงนี้ถือเป็นยุคทองของนวัตกรรมความงาม ทำให้หมอมีโอกาสสัมผัสกับโปรดักต์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่รู้สึกประทับใจคือมาสก์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask จากเกาหลีที่มีคุณสมบัติโดดเด่น

“ข้อดีหลักๆ คือเป็นมาสก์แบบสเตอริไลซ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยเทคโนโลยี Electron Beam จึงสามารถใช้กับผิวที่มีแผล ผิวที่เป็นสิว หมดห่วงเรื่องการติดเชื้อ และที่สำคัญคือการใช้หลังทำเลเซอร์ เพราะมาสก์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask มีคุณสมบัติในการช่วยลดอุณหภูมิผิวได้ดี รวมถึงยังช่วยปลอบประโลมผิวที่เผชิญแสงแดดหนักๆ ได้ด้วย อีกทั้งหลังทำหัตถการอื่นๆ ที่อาจทิ้งรอยแดงจากเข็ม มาสก์ตัวนี้ก็เป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูผิว ผู้รับบริการส่วนใหญ่ที่ได้ลองใช้รู้สึกประทับใจและซื้อซ้ำกันเรื่อยๆ เพราะสามารถใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีอีกด้วย”

พญ.ทอฝัน ตรีวัฒนกูล
THORFUN CLINIC

“Thorfun Clinic เราใส่ใจและพิถีพิถันสุดๆ กับทุกขั้นตอน ขอยกตัวอย่างเคสหลังการทำเลเซอร์ที่อาจจะรู้สึกร้อนผิว หมอใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask ช่วยปลอบประโลมผิวให้ผู้รับบริการเสมอ เพราะมาสก์ตัวนี้มีคุณสมบัติในการช่วยลดอุณหภูมิผิว รวมถึงยังช่วยลดพวกรอยเข็มหรือรอยแดงได้ดี

“อีกข้อดีที่สำคัญมากๆ คือมาสก์ของ Pure BIM Hydrating Gel Mask เป็นแบบสเตอริไลซ์ ดังนั้นหลังทำหัตถการที่มีการเปิดผิวจึงสามารถวางลงบนผิวได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อ ส่วนใครที่มีปัญหาผิวโทรม ผิวแห้งเป็นขุย หรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด มาสก์ตัวนี้ก็ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี ที่สำคัญคือช่วยฟื้นฟูผิวได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย โดยใช้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของการบำรุงผิวในชีวิตประจำวันได้เลย ซึ่งหมอทดลองกับตัวเองแล้ว ขอบอกเลยว่าตกหลุมรักค่ะ”

คุณณปภัช จันทร์แก้ว
TIMELESS CLINIC

“ที่ Timeless Clinic เราใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อมล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวได้ล้ำลึกกว่ามาสก์ทั่วไปถึง 10 เท่า หลังจากนำมาใช้หลังทำหัตถการ รู้สึกว่าผลลัพธ์ดีแบบเห็นชัด ผู้ใช้บริการสบายผิวมากขึ้น ยิ่งหัตถการอย่างเลเซอร์ยิ่งช่วยลดอาการอักเสบ ระคายเคือง คืนความชุ่มชื้น และลดรอยแดงได้ดี เหมือนเป็นตัวเสริมประสิทธิภาพในการรักษา ผู้ใช้บริการก็แฮปปี้มากขึ้น

“ทุกเสียงต่างบอกว่ามาสก์ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นและลดรอยแดงต่างๆ แถมผิวยังมีความเปล่งปลั่ง เพราะไฮโดรเจลมาสก์อุดมด้วยคุณค่าของสารสกัดเข้มข้นจากสาหร่ายทะเลลึกกลุ่มสีน้ำตาลที่ถูกยกให้เป็นซูเปอร์นิวทริเชียสสำหรับดูแลผิวพรรณ มีความสามารถเรื่อง Self-Regenerating และ Anti-Inflammation ทำให้คืนความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ทั้งช่วยปรับอารมณ์และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ได้ผลลัพธ์ที่แฮปปี้ไปพร้อมๆ กัน ยิ่งถ้าชอบแต่งหน้า หลังใช้มาสก์ยิ่งแต่งหน้าติดผิวดีขึ้น ผิวดู Glass Skin อิ่มฟูและฉ่ำโกลว์ คุณภาพของผิวสมดุลและยืดหยุ่นดีขึ้น โดยเกือบทุกหัตถการจะมีมาสก์ตัวนี้ช่วยดูแลผิวหลังทำอยู่แล้ว แต่ที่เซอร์ไพรส์คือ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ต่างก็เลือกซื้อกลับไปใช้ดูแลผิวเพิ่มเติมต่อที่บ้าน”

พญ.ภาวิตรา สุนทรรักษ์
นพ.ชลธิศ ศิริมหาชัย
BAMBINI CLINIC

“อีกหนึ่งไฮไลท์ไอเท็มฮ็อตที่ช่วยทั้งฮีลผิวและฮีลใจผู้ใช้บริการหลังทำหัตถการคือ Pure BIM Hydrating Gel Mask นวัตกรรมล่าสุดจากเกาหลี ด้วย Pure BIM Technology ผลิตและฆ่าเชื้อสเตอริไลซ์ ไม่มีสารกันเสีย พาราเบน แอลกอฮอล์ และน้ำหอม ผ่านเทคโนโลยี Electron Beam จึงสามารถใช้หลังการทำเลเซอร์หรือหัตถการความงามต่างๆ  นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการเบิร์นผิวแสบร้อนจากเลเซอร์ พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าสบายขึ้น รวมทั้งบรรเทาอาการปวดระบมจากการฉีดยาบางชนิดที่อาจทำให้เกิดเลือดออกจุดเล็กๆ จนดูไม่สบายผิว

“โดยตัว Pure BIM Hydrating Gel Mask ออกแบบมาให้เข้ากับรูปหน้า สามารถแยกชิ้นทั้งส่วนบนกับส่วนล่าง  ใช้เวลาน้อย มาสก์ครั้งละประมาณ 20 – 30 นาที ถ้าเทียบระหว่างผู้ใช้มาสก์กับไม่ใช้หลังทำหัตถการ พบว่าหลังใช้มาสก์ตัวนี้มีผลตอบรับในทิศทางที่ดี ดาวน์ไทม์ลดลง รู้สึกดูแลผิวหน้าได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง สามารถแปะมาสก์กลับบ้านได้เลย บางคนติดใจ ขอซื้อไปใช้เพิ่มเติมที่บ้านด้วย เพราะนอกจากลดระบมผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย เป็นเหมือนมาสก์บำรุงผิว”

พญ.ธนัฏฐา ชินกิจการ
NATSU CLINIC

“หมอเลือกใช้ Pure BIM Hydrating Gel Mask หลังทำหัตถการเพื่อปลอบประโลมผิว ซึ่ง Pure BIM Hydrating Gel Mask สะอาด ปลอดเชื้อ ผ่านการสเตอริไลซ์ และยังช่วยล็อกตัวยาให้ผิวหน้าดูดซึมได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้ความชุ่มชื้นด้วย ปกติเวลาแผลเปิดหรือมีเลือดออกจะไม่เอาอะไรไปแปะ เพราะต้องระวังเชื้อโรคเข้า ปล่อยให้ผิวค่อยๆ ฟื้นตัวเอง บางที่อาจใช้แค่ผ้าก๊อซสะอาดช่วยซับหรือปิดไว้ แต่ก็จะรู้สึกเจ็บระบม พอมีมาสก์ตัวนี้เข้ามาช่วยปรับสมดุลผิวหลังทำหัตถการ เหมือนมีตัวช่วยประคบเย็น ลดอุณหภูมิผิว พวกอาการอักเสบต่างๆ ก็ฟื้นตัวได้ดีขึ้น

“กลายเป็นของที่ต้องมี! ฟีดแบ็กจากผู้ใช้บริการแตกต่างไปจากตอนไม่มีมาสก์ชัดเจนมาก และไม่จำเป็นว่าต้องใช้หลังทำหัตถการเท่านั้น แต่ใช้บำรุงผิวเพิ่มความชุ่มชื้นในชีวิตประจำวันได้ด้วย เหมือนปกติที่ใช้มาสก์ผิวก่อนนอน หรือตอนออกแดดร้อนมากๆ ก็ใช้มาสก์แปะทับลดอุณหภูมิผิวได้เลย ค่อนข้างใช้งานอเนกประสงค์หลายอย่าง”

วันนี้ Pure BIM Hydrating Gel Mask พร้อมเสิร์ฟแล้วที่ประเทศไทยในคลินิกความงามชั้นนำ เพื่อผลลัพธ์ผิวสวยสุดปังหลังทำหัตถการ

มังคุด วงศ์ชนก ชีวะศิริ

ยลโฉมเครื่องประดับชิ้นพิเศษสุดของเซเลบนักสะสม “คุณมังคุด – วงศ์ชนก ชีวะศิริ”

หากเอ่ยถึงความอลังการของเครื่องประดับน้ำงามและนักสะสม คงขาดชื่อ “คุณมังคุด – วงศ์ชนก ชีวะศิริ” ไปไม่ได้ ดังนั้น แพรว จึงไม่พลาดชวนเธอคัดชิ้นพิเศษที่มีคุณค่าทางใจมาให้ทุกคนชมแบบแสบตากันเลยทีเดียว

“มังคุดชอบเครื่องประดับเพชรกับมรกต ถ้าสังเกตจะเห็นว่าใส่มรกตบ่อย แต่ครั้งนี้ขอเลือกเฉพาะชิ้นที่มีคุณค่าทางใจ อย่างสร้อยเพชรที่สวมใส่ถ่ายรูปกับ แพรว เส้นนี้รักมาก เพราะอยู่กับมังคุดมาตั้งแต่เด็กๆ ได้มาเกือบจะ 30 ปีแล้ว จำไม่ได้จริงๆ ว่าเพชรกี่กะรัต แต่เป็น D Color เกือบทั้งหมด คุณพ่อซื้อให้จากร้าน Siba New Yok เป็นร้านเก่าแก่ เสียดายว่าปัจจุบันปิดไปแล้วนะคะ เราไปเจอตอนเดินทาง เห็นว่าเครื่องเพชรเขาสวยมาก จึงซื้อมาหลายชิ้นเพราะประทับใจมาก ยิ่งพอร้านปิดไปแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่ามีคุณค่า จึงเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงคุณพ่อ โดยเส้นนี้มังคุดจะใส่เฉพาะในโอกาสสำคัญเท่านั้น

มังคุด วงศ์ชนก ชีวะศิริ

“อีกชิ้นคือแหวนเพชรขนาด 30 กะรัต เพชรด้านบนเป็นเอเมอรัลด์คัตที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะเคยเป็นแหวนของคุณพ่อที่ท่านใช้มาตลอด เนื่องจากท่านชอบแต่งตัวและใส่เครื่องประดับชิ้นใหญ่ๆ วงนี้ท่านใส่ไปทำงานเป็นปกติ กระทั่งคุณพ่อไม่อยู่แล้ว มังคุดก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ไซส์แหวนก็ยังเก็บไว้เหมือนเดิม วันไหนแต่งตัวไปงานแล้วนึกถึงก็จะหยิบมาใส่ที่นิ้วชี้ หลวมหน่อย แต่ใส่ได้

มังคุด วงศ์ชนก ชีวะศิริ

“ส่วนคุณแม่ท่านชอบเครื่องประดับแนวผู้หญิง มีความเฟมินีน อย่างสร้อยเพชรประดับแซปไฟร์ (ไพลิน) ระย้าที่นำมาให้ แพรว ดูวันนี้ คุณแม่ได้จากร้าน Siba New York เช่นกัน ราคาประมาณ 10 ล้านเหรียญ จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้คือไพลิน มาจากเหมืองแคชเมียร์ของอินเดีย ซึ่งเป็นแหล่งพลอยหายากและมีไพลินที่ดีที่สุดในโลก สังเกตว่าสีไพลินจะสวยและแปลกมากเหมือนกำมะหยี่ ต่างจากไพลินซีลอนจากศรีลังกาซึ่งสีจะออกน้ำเงินฟ้า หรือไพลินจากกาญจนบุรีที่สีเข้มจนเหมือนดำไปเลย แต่ปัจจุบันเหมืองนี้ปิดไปนานแล้วนะคะ ไพลินเหล่านี้จึงกลายเป็นของหายาก สร้อยเส้นนี้จึงกลายเป็นเส้นที่มีความพิเศษด้วยดีไซน์ ขนาด และตัวอัญมณีที่หาไม่ได้แล้ว และมังคุดยังเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงคุณแม่ด้วย เพราะท่านชอบไพลิน นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มังคุดนำออกมาถ่ายรูป (ยิ้ม)

มังคุด วงศ์ชนก ชีวะศิริ

“ย้อนกลับไปมังคุดเริ่มชอบเครื่องประดับตั้งแต่อาย 20 ต้นๆ คงเป็นความเคยชินที่เห็นคุณพ่อคุณแมใช้ของเหล่านี้มาตลอด ซึ่งแต่ละคนแต่ละรุ่นก็มีความชอบไม่เหมือนกัน อย่างคุณแม่กับมังคุดก็คนละสไตล์ เพียงแต่พอคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่แล้ว เราก็หยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์บ้างในบางสไตล์ที่รู้สึกว่าไปกันได้ หรือบางชิ้นก็ต้องนำไปปรับเปลี่ยนแบบใหม่บ้าง เพราะไม่ได้จริงๆ (หัวเราะ)

“ความจริงเวลาแต่งตัวในชีวิตประจำวันมังคุดจะไม่ค่อยใส่เครื่องประดับเท่าไร เพราะเคยล้างมือแล้วถอดวางไว้ ปรากฎว่าลืม เสียใจมาก หรือวันก่อนกำลังถอดนาฬิกาประดับหินมาลาไคต์กับเพชรอยู่แล้วทำหลุดจากมือหล่นลงพื้น หน้าปัดมาลาไคต์แตก โอ้โฮ… ต้องส่งไปซ่อมที่สวิต จนป่านนี้ยังซ่อมไม่ได้เลย แต่เวลาออกงานสไตล์มังคุดต้องชิ้นใหญ่จัดเต็ม อยากใส่ชิ้นไหนก็ใส่ ไม่ค่อยแคร์สายตาคน ไม่สนใจว่าใครพูดอะไร เมื่อชอบที่จะเป็นแบบนี้ เราก็ต้องรับแรงปะทะให้ได้ด้วย มังคุดมองแค่ว่าเราแต่งตัวสวยๆ เยอะๆ ก็คงไม่เป็นไร

“สไตล์เราจึงต้องครบ สร้อย ต่างหู แหวน ยิ่งถ้าชุดใหญ่ หมายถึงถ้าใส่ชุดราตรีสวยๆ  เครื่องประดับก็จะใหญ่ตาม อาจใส่สร้อยคอ 3 – 4 เส้นเรียงกันไปเลย แล้วแต่อารมณ์ แต่บางทีใส่ชุดใหญ่แล้วเดินยาก ก็จะลดลงมาเหลือชุดค็อกเทลเบาๆ หรือบางทีก็หยิบจิเวลรี่ชิ้นใหญ่ใส่กับเสื้อกล้ามก็มี เพราะเพชรไม่จำเป็นต้องแต่งกับชุดใหญ่เสมอไป ส่วนนาฬิกามังคุดก็ชอบนะ โดยเฉพาะนาฬิกาผู้ชาย ยิ่งเรือนไหนเพชรแพรวพราวยิ่งชอบ ปกติมังคุดไม่ใส่นาฬิกาผู้หญิงเพราะหน้าปัดเล็ก ชอบหน้าปัดใหญ่ๆ อย่างนาฬิกา Patek Philippe ต้อง 38 – 40 ขึ้นไป แล้วตอนนี้กำลังฮิตใส่ชุดผ้าไทยกัน ช่วงหลังเราเริ่มไปทำบุญเยอะ จึงอยากใส่ชุดผ้าไทยกับเครื่องประดับไทยดูบ้าง อย่างพวกสร้อย สังวาล กำไล อุบะ เข็มขัด ฯลฯ ซึ่งก็มีของคุณแม่บ้าง กับมังคุดไปสั่งทำไว้บ้าง เป็นจิเวลรี่ล็อตใหม่ที่กำลังหาและเก็บสะสมอยู่ แต่ก็สงสัยด้วยว่าเราต้องใส่ชุดไทยกับจิเวลรี่ไทยอย่างเดียวเหรอ อยากลองใส่จิเวลรี่ไทยกับเสื้อยืดหรือกางเกงบ้าง จะแปลกไหม ได้แต่คิดนะ ยังหาโอกาสใส่ไปงานไม่ได้ (ยิ้ม)

“ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งจิเวลรี่ ส่วนใหญ่มังคุดเลือกร้านประจำ เพราะไว้ใจได้มากกว่า ไม่กล้าซื้อร้านสะเปะสะปะ ส่วนใหญ่ที่ซื้อประจำจะเป็นแบรนด์ Graff, Tifany & Co., Bulgari, Louis Vuitton High Jewelry and Watch, David Morris,  Scavia และ Harry Winston ซึ่งไม่ต้องถามแล้วว่าของจริงหรือเปล่า แล้วแต่ละแบรนด์ก็มีคาแร็คเตอร์และสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เห็นแล้วรู้ว่าของแบรนด์ไหน ส่วนแบรนด์ไทยก็มีบ้าง แต่จะซื้อดีไซน์ที่เขาออกแบบเอง มีสั่งทำบ้างนิดหน่อยค่ะ

“เวลาช้อปปิ้งจิเวลรี่มังคุดตัดสินใจเร็วมากนะ เพราะรู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน บางทีเดินผ่านหน้าร้าน อุ๊ย สวยจัง ถ้าเข้าไปลองแล้วใช่ เจรจาราคาได้ก็จบ ไม่ค่อยอ้อยอิ่งลองแล้วลองอีก อาจเพราะหนึ่งเรารู้ว่าชอบอะไร แล้วเราก็ดูของจริงของปลอมออกประมาณหนึ่ง กับเลือกร้านที่ไว้ใจอย่างที่บอกไป ถ้าไม่แน่ใจจะไม่ซื้อเลย แม้กระทั่งเวลาแบรนด์ส่งรูปมาให้ดู ไม่ว่าในรูปจะสวยแค่ไหน แต่มังคุดต้องขอไปลองก่อน ถ้าต้องบินไปดูของจริงก็อาจจะไป เพราะถ้าไม่เห็นของจริงหรือได้ลองก่อนจะวิเคราะห์ไม่ได้ว่าสวยยังไง เข้ากับเราไหม ถ้าดูแล้วไม่เหมือนที่คาดไว้ หรือไม่เข้ากับคอเราก็ไม่ซื้อนะ เพราะของแพงก็ต้องคิดเยอะเป็นธรรมดา จ่ายเงินแล้วไม่ได้ดั่งใจ เราจะทำยังไงต่อได้ล่ะ นั่งร้องไห้อย่างเดียว คือมังคุดซื้อเพราะชอบเครื่องประดับ  ไม่ได้ซื้อเพราะการลงทุน ดังนั้นต้องชอบและเข้ากับเราจริงๆ จึงจะซื้อ ไม่ได้คิดจะขายต่อ รวมถึงของที่ได้มาตั้งแต่สมัยเด็กและของคุณพ่อคุณแม่ก็ยังเก็บไว้หมด

มังคุด วงศ์ชนก ชีวะศิริ

“กฎของมังคุดอีกข้อคือไม่อยากซื้อของมือสองหรือของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ต่อให้เป็นของใหม่ เราจองไว้แล้ว แต่ถ้ามีการนำไปให้ดาราใส่ออกงานวันโชว์หรืออะไรแบบนี้ เราก็จะขอเปลี่ยนไปซื้อชิ้นอื่น ไม่ชอบให้ใครมาใช้ของที่เราจะซื้อ เพราะราคาไม่ถูก จึงอยากได้ของมีค่ามาอยู่กับเรา แต่พวกของประมูลก็มีบ้างนะคะ พวกกำไลเพชรจากศตวรรษที่ 15 หรือเหรียญโบราณของกษัตริย์โรมัน เราก็เช็กประวัติก่อนว่ากษัตริย์องค์นี้ชื่ออะไร ถ้าโหดเหี้ยมมากก็ไม่ซื้อ กลัวเอามาแล้วเขาใจร้าย (หัวเราะ) ที่ผ่านมาจึงยังไม่เคยเจอเรื่องร้ายๆ หรือเรื่องแปลกที่มาจากเครื่องประดับชิ้นใหญ่ๆ

“สำหรับมังคุดเครื่องประดับคือความสุขและความสนุก แค่เห็นก็สุขใจ เห็นที่ไหนก็ต้องเดินเข้าไปหา เวลาว่างก็จะชอบนั่งดูจิเวลรี่เพลินๆ ยิ่งถ้าได้ไปร้านเพชรนะ จะมีความสุขมากเลย ยังอิจฉาเจ้าของร้านเพชรที่ได้นั่งอยู่ในห้องที่มีแต่อัญมณี ถือเป็นพลังธรรมชาติที่ดีที่สุดในโลก สังเกตสิว่าเจ้าของร้านเพชรส่วนใหญ่จะดูไบรท์สว่างสดใส เป็นอาชีพที่ยังไงคนขายก็ดูสวย หล่อ อารมณ์ดี (หัวเราะ) เพราะเขาซึมขับพลังเหล่านี้ไว้กับตัว คือมังคุดคิดว่าอัญมณีเหล่านี้มีพลังในตัวเอง เพราะมาจากแผ่นดินและธรรมชาติที่สะสมมาหลายร้อยหลายพันปี ดังนั้นนอกจากเครื่องประดับแล้ว  มังคุดก็จะมีพวกหินคริสตัลหรือหินธรรมชาติอยู่ด้วยนะ พวกโรสควอร์ตซ์อะไรแบบนี้ คือไม่ถึงกับเชื่อว่าหินแต่ละชนิดมีพลังช่วยเรื่องความรักหรืออะไรได้ แค่ชอบและเชื่อว่าเขามีพลังตามธรรมชาติที่ทำให้เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ อย่างเวลาใส่เพชรใส่มรกตก็จะรู้สึกดี ยิ่งมรกตใส่แล้วรู้สึกเหมือนโชคดี มีพลัง เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะคะ

“ดังนั้นหากมีเครื่องประดับแล้วมีความสุข ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ครอบครองเขา มังคุดเองสะสมเพราะมีความสุข ไม่ได้คิดเรื่องส่งต่อให้ลูกหลานด้วย ถ้าลูกชอบ รับไปได้เลย แต่ถ้าลูกไม่ชอบ ก็แม่ชอบ จะทำไม (หัวเราะ) และไม่สนใจว่าต้องใส่เครื่องประดับสีอะไรจะถูกโฉลก เพราะแบบนั้นโอกาสใส่จะน้อยลง มังคุดเลือกที่จะเปิดรับทุกอย่าง ใส่ได้ทุกแบบ เพราะเครื่องประดับคือสิ่งที่เราชอบจริงๆ ค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 999

'ต้าเหนิง' ขึ้นแท่น Dior Beauty Ambassador ประจำประเทศไทย

ปังไม่หยุด ‘ต้าเหนิง’ ขึ้นแท่น Dior Beauty Ambassador ประจำประเทศไทย

Dior Beauty ประกาศแต่งตั้งนางแบบและนักแสดงสาวชื่อดัง ‘ต้าเหนิง – กัญญาวีร์ สองเมือง‘ เป็นทูตความงามประจำประเทศไทย (Dior Beauty Ambassador) ครอบคลุมทั้งด้านสกินแคร์ เครื่องสำอาง และน้ำหอม ตอกย้ำความเป็นไอคอนผู้ทรงอิทธิพลในโลกของความงามและแฟชั่น

จุดเริ่มต้นก่อนเธอจะกลายเป็นบุคคลสำคัญในวงการแฟชั่นและความงามนั้น เริ่มต้นเข้าวงการจากการเข้าร่วมประกวด ‘Miss Teen Thailand ในปี 2012’ และ ‘Thai Supermodel Contest ในปี 2013’ และเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ในปี 2014 โดยระหว่างทางที่อยู่ในวงการบันเทิงจนถึงปัจจุบัน เธอได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมายเพื่อต่อยอดความสนใจส่วนตัวอย่างการขึ้นเป็น CEO บริษัท QOW Entertainment ในปี 2022 บริษัทเอเจนซี่สำหรับบริหารและดูแลศิลปินต่างๆ ในวงการบันเทิง

และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมเรื่อยมา ส่งผลให้เธอกลายเป็นไอคอนแห่งความงามตลอดระยะเวลาที่เธออยู่ในวงการนี้ และเธอยังสร้างความประทับใจเมื่อปรากฏตัวขึ้นในนิทรรศการ DIOR J’ADORE ที่ปารีส และมีบทบาทสำคัญในแคมเปญ New Rouge Dior ในประเทศไทยด้วย ซึ่งเผยให้เห็นออร่าความมีชีวิตชีวา ความมั่นใจ และความสง่างาม ผ่านตัวเธอ

นอกจากนี้เธอยังได้เปิดใจเกี่ยวกับการได้รับเลือกเป็น Dior Beauty Ambassador ประจำประเทศไทย ว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับครอบครัว Dior Beauty ในฐานะทูตความงามด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง และน้ำหอม ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลด้านความงามของฉัน และความงามที่แท้จริงที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน และหวังว่าการเดินทางบทบาทใหม่ที่เพิ่มมาในครั้งนี้จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้”

Photo: Courtesy of Brand


เข้าตากรรมการ! เปิดลุคโปรด ‘ชมพู่ อารยา’ บนรันเวย์โอต์ กูตูร์ CHANEL

เปิดลุค No. 15 บนรันเวย์โอต์ กูตูร์ CHANEL ที่ตกหัวใจของ ‘ชมพู่ อารยา’ ไปเต็มๆ

เมื่อถึงช่วงแฟชั่นวีคยังไงก็ต้องติดตามอินสตาแกรมของ ‘ชมพู่ อารยา’ ไว้ให้ดี เพราะเธอเป็นหนึ่งในเซเลบริตี้ไทยที่ได้รับเชิญจากแบรนด์ระดับโลกต่างๆ ให้ไปร่วมงาน ซึ่งที่ผ่านไปไม่นานคือ CHANEL กับคอลเล็คชั่นโอต์ กูตูร์ Spring/Summer 2024 ในชื่อ ‘The Button’

สำหรับคอลเล็คชั่นโอต์ กูตูร์ Spring/Summer 2024 จาก CHANEL จัดแสดงขึ้นที่ GRAND PALAIS ÉPHÉMÈRE ในกรุงปารีส ออกแบบโดย VIRGINIE VIARD ด้วยการนำกระดุมที่มีประโยชน์ในการใช้สอยและเหมือนเป็นเครื่องประดับมาผสมผสานเข้ากับโลกแห่งบัลเล่ต์และการเต้นรำ ไอเท็มชิ้นต่างๆ โดดเด่นด้วยสีชมพูและสีขาวในสไตล์ของศิลปะสีน้ำแสดงออกถึงความสง่างาม อิสรภาพ และความแม่นยำในทุกการเคลื่อนไหว เผยให้เห็นความประณีตของทักษะความชำนาญในงานฝีมือผ่าน ชุดเดรสยาว กระโปรงสั้นทรงตรง จั๊มพ์สูท ผ้าทูลล์ พลีท ลูกไม้ ดอกไม้ และโบว์ให้ความรู้สึกอ่อนหวานและเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิง

หลังจากแฟชั่นโชว์จบ เหมือนแม่ชมของเราก็ถูกตาต้องใจกับลุคหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งเธอได้เผยไว้ใน Reel ของ พลอยชวพร เพื่อนซี้สายแฟ(ชั่น) ว่าชอบลุค No.16 เป็นพิเศษ ยิ่งมีโอกาสได้ลองใส่จริงหลังม่านความชอบก็ยิ่งทวีคูณขึ้น สำหรับไอเท็มดังกล่าวเป็นเสื้อเบลาส์แขนยาว คอสูงตกแต่งลูกไม้ พร้อมจัมพ์ปลายแขนและชายเสื้อ โดดเด่นด้วยน่ารักผ่านโทนสีสันเหมือนลูกกวาด พอเห็นแบบนี้แล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่ชมถึงตกหลุมรัก


รูปภาพ: Instagram @chomismaterialgirl, @ploychava และ chanel

เปรี้ยวแซ่บตามอายุ! แชร์ไอเดียแฟชั่นวันเกิดของ พั้นช์ 4EVE

คอสตูมให้เต็ม 10 ส่วนท่าโพสต์ให้เต็ม 100! เปิดแฟชั่นลุควันเกิดของ ‘พั้นช์ 4EVE’ ที่ยิ่งโตยิ่งทวีคูณความแซ่บ

ถึงแม้จะเป็นทรนด์มาสักพักแล้วกับการเข้าสตูดิโอถ่ายรูปในวันเกิดเพื่อเก็บเป็นความทรงจำในทุกๆ ปี ของเหล่าเซเลบริตี้ แต่เราก็ไม่เคยเบื่อเลยที่จะได้เห็น เพราะอยากรู้ว่าแต่ละคนนั้นมาในคอนเซ็ปต์อะไร เหมือน พั้นช์ 4EVE’ ที่ยิ่งโตความแซ่บก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เพราะล่าสุดเพิ่งโพสต์แฟชั่นเซ็ตอายุครบ 20 ปีที่เห็นแล้วถึงกับต้องกุมใจ

โดยในเซ็ตนี้มีทั้งหมด 2 ลุค ไม่ว่าจะเป็นบอดี้สูทลูกไม้ที่ตะโกนความเซ็กซี่ออกมาตรงๆ เมื่อแมตช์เข้ากับบู๊กคู่ยาวแล้วยิ่งทำให้ลุคที่ว่าเปรี้ยวขึ้นกว่าเป็นไหนๆ ส่วนอีกลุคลดความเซ็กซี่ขึ้นมาหน่อยแต่ยังไม่ทิ้งความเก๋เพราะหากสังเกตให้ดีกิมมิกนั้นอยู่ที่ปกเสื้อที่ถูกดีไซน์มาให้ยาวกว่าปกติ สร้างความโดดเด่นให้กับไอเท็ม และอีกอย่างที่ลืมพูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ ท่าโพสต์ ที่แต่ละรูปครีเอทสมกับเป็นพั้นช์สุดๆ


รูปภาพ: Instagram @ppunnch

อีดงอุค

หล่อกร้าวใจไม่เคยเปลี่ยน ‘อีดงอุค’ กับทริคดูแลหุ่นฟิตแบบรูทีน

อีดงอุค นักแสดงหนุ่มชื่อดังชาวเกาหลีใต้ที่มักจะแสดงด้านขี้เล่นและมีชีวิตชีวาในรายการวาไรตี้ เบื้องหลังต่างๆ ฯลฯ แต่อย่าลืมว่าโอปป้าที่จริงนั้นหล่อเหลือร้ายมาก ด้วยตาสองชั้นที่ลึก จมูกโด่งคมสัน กรามที่สมบูรณ์แบบ ผิวขาว และริมฝีปากสีชมพู ไม่ต้องพูดถึงว่าเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งเพียงใด เขาหล่อ รูปร่างดี และสูงโปร่งมากจนดูไม่เหมือนคนจริงๆ ด้วยซ้ำ

ซึ่งการดูแลรูปร่างนั้น จุดเปลี่ยนคือสมัยที่เขายังเป็นทหาร เขามีส่วนสูง 185 เซนติเมตร และหนัก 86 กิโลกรัม และเพื่อที่จะลดน้ำหนักได้สำเร็จระหว่างฝึกทหาร เขาไม่เพียงแต่ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดเท่านั้น แต่ยังยืนวิ่ง 10 กิโลเมตรทุกวัน รวมถึงเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ ร่วมกับการควบคุมอาหารลดเนื้อสัตว์ ทำให้เขาลดน้ำหนักไปได้ถึง 16 กิโลกรัมในตอนนั้น

และเขายังเผยอีกว่าเขาเริ่มมีนิสัยชอบออกกำลังกายตั้งแต่นั้นมา เขามักจะขี่จักรยานทุกครั้งที่มีเวลาว่าง นอกจากนี้ เขายังใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่เพื่อออกกำลังกายในเวลาที่ไม่ได้ถ่ายซีรีส์หรือรายการใดๆ แม้ว่าความอยากอาหารของเขาจะไม่ลดลง แต่เขาก็รักษาสมดุลในการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยสม่ำเสมอเพื่อจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงและไม่ลงพุง

Photo: eedongwook_official


“พญ.อาทิตยา เม่งศิริ” Atita Clinic แชร์ทริคอัพสวยตามเทรนด์ + พารู้จักหัตถการมาแรง

เทรนด์ความงามยุคนี้ ถือเป็นที่มาของหลากหลายนวัตกรรมความงาม ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความสวยอย่างตรงจุด แต่ด้วยความหลากหลายเช่นนี้ ก็อาจทำให้สาวกบิวตี้ตัดสินใจเลือกยาก ดังนั้น Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว จึงขอพาไปพบกับ “คุณหมอนุ่น – แพทย์หญิงอาทิตยา เม่งศิริ” แพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงาม โดยเฉพาะการปรับรูปหน้าและการดูแลผิวพรรณ รวมถึงยังเป็นแพทย์ผู้ก่อตั้งคลินิกความงามอย่าง Atita Clinic เพื่อเจาะลึกถึงเทรนด์ความงามแห่งยุค พร้อมทำความรู้จักกับหัตถการมาแรง ซึ่งถือเป็นคีย์ของความงามที่ยั่งยืน

ปรับตามเทรนด์ ตอบโจทย์ตรงจุด

จากประสบการณ์เกือบ 20 ปีของหมอ ทำให้เห็นว่าเทรนด์ความงามมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ อย่างตอนนี้เป็นยุคของความสวยสร้างได้แบบทำน้อยแต่ได้มาก คือ เลือกทำเท่าที่จำเป็น แต่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน รวมถึงต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพราะคนสมัยนี้ค่อนข้างใจร้อน ดังนั้น Atita Clinic จึงมีการปรับโปรแกรมการรักษาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการในปัจจุบัน อย่างสมัยก่อนจะมีแค่พวกทรีตเม้นต์ แต่พอมาถึงยุคนี้จะเน้นไปที่หัตถการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฉีด หรือการใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมไปเลย

“ความชำนาญของ Atita Clinic คือ เรื่องการปรับแต่งดีไซน์ใบหน้า ซึ่งดูแลโดยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่สำคัญ คือ เน้นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดแบบเคสต่อเคส เพราะเราเข้าใจดีว่าผู้รับบริกาแต่ละคนมีความต้องการหรือความกังวลที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ”

เทรนด์ความงามแห่งยุค

“เทรนด์ความงามยอดนิยมในปัจจุบัน คือ การปรับรูปหน้าและการดูแลสุขภาพผิว โดยเทรนด์ส่วนใหญ่ตอนนี้จะไปทางเกาหลีเป็นหลัก และมีไปทางสาย ฝ. บ้างเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะอิงอยู่บนพื้นฐานความงามแบบคนเกาหลีหรือดาราเกาหลี เพราะคนไทยดูซีรีส์เกาหลีกันมากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์งานผิวแบบสาวเกาหลี เช่น ผิวใสโกลว์ รูขุมขนเรียบเนียน ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ถือว่ามาแรงมาก ๆ ค่ะ

“ความแตกต่างระหว่างเทรนด์ความงามยุคนี้กับในอดีตคือความเป็นธรรมชาติ อย่างเมื่อก่อนจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่นิยมความเกินธรรมชาติ เช่น หน้าเรียวเวอร์ๆ คางยาวๆ ตาโตๆ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว สมมติว่าถ้าทำอะไรมา ก็ต้องไม่เปลี่ยนแปลงมากจนเกินไป อย่างรูปหน้าจะเน้นความอิ่ม ส่วนผิวจะเน้นความใส คือเน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลักนั่นเอง”

หัตถการมาแรง รูปหน้าสวยเข้ารูป งานผิวปังเข้ารอบ

“ถ้าเป็นเรื่องการปรับรูปหน้าและความเฟิร์มกระชับ หลัก ๆ จะเป็นการใช้เครื่องมือที่มาแรง คือ โปรแกรมUlthera ซึ่ง Atita Clinic ใช้เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดเลย นั่นคือ รุ่น SPT ช่วยในการยกกระชับ พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ถึงชั้น SMAS ดังนั้น นอกจากจะช่วยยกกระชับแล้ว ยังช่วยเรื่องผิวใสควบคู่ไปด้วย พูดง่าย ๆ คือ ตอบโจทย์เทรนด์ความงามยุคนี้แบบคูณสองเลยทีเดียว

“ส่วนการฉีดที่กำลังนิยม คือ สารเติมเต็ม Belotero Revive จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสารเติมเต็มเกี่ยวกับงานผิวตัวแรกในโลกที่มีส่วนผสมของ Glycerol ที่มีคุณสมบัติในการช่วยอุ้มน้ำไว้ที่ผิว รวมถึงช่วยเติมเต็มในระดับกระดูก เพื่อช่วยในการปรับรูปหน้า ซึ่งเหมาะสำหรับเคสที่กระดูกเริ่มทรุดตัว ทำให้เกิดร่องลึก หรือหน้าตอบมาก ๆ โดยจุดเด่น คือ อยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน ต่อการฉีด 1 ครั้ง และไม่ต้องกังวลเรื่องรอยเข็มหลังทำ เพราะในการฉีดจะใช้เข็มเบอร์ 32 ซึ่งเล็กมาก ๆ ทำให้ไม่เกิดรอยช้ำ

“มาถึงนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับงานผิว ขอยกให้กับสารเติมเต็ม Rediesse ซึ่งเป็นศาสตร์ฟื้นฟูผิวแบบใหม่ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิว ตั้งแต่อีลาสติน คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ไปจนถึงน้ำเลี้ยงเซลล์ จึงช่วยให้ผิวใส แลดูอ่อนเยาว์ และช่วยเรื่องความเฟิร์มได้ด้วย โดยผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 2 ปี

“นอกจากนี้ที่ต้องพูดถึง คือ สารลดเลือนริ้วรอย Xeomin หรือโบเจนใหม่ ที่หลายคนรู้จักกันอยู่แล้วว่าช่วยเรื่องริ้วรอย และช่วยในการปรับรูปหน้า ซึ่งหัตถการทั้งหมดนี้ Atita Clinic ได้รับการอบรมอย่างถูกต้อง และได้รับใบ Certificate จากบริษัท Merz Aesthetics ที่นำเข้าโดยตรงเลยค่ะ”

มุ่งมั่นคัดสรรสิ่งที่ดี

“หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Atita Clinic ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่อ้างอิงอยู่บนความเป็นธรรมชาติ ไม่ดูปลอมโป๊ะ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการ คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือให้เหมาะสมกับปัญหาของผู้รับบริการแต่ละคน โดยเน้นย้ำเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยเป็นหลัก อย่างผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ เราจะเลือกใช้ที่มีมาตรฐานระดับสากลหรือระดับโลก เช่น US FDA ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่มีอยู่ในโปรแกรม Ulthera, สารเติมเต็ม Belotero Revive และสารลดเลือนริ้วรอย Xeomin

“อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หมอเน้นย้ำกับผู้รับบริการอยู่เสมอ คือ ก่อนตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เพราะปัจจุบันมีทั้งการสร้างรีวิวปลอม การใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือปลอม รวมถึงหากแพทย์ไม่ได้รับการอบรมที่ถูกต้องจากบริษัทที่นำเข้าผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือโดยตรง ก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้น การตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยผู้รับบริการสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ Merz Aesthetics ก็จะพบรายชื่อคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือแท้อย่างถูกต้อง ซึ่งแน่นอนว่ามีชื่อ Atita Clinic อยู่ด้วย เพราะเราเชื่อว่าความสวยที่อ้างอิงอยู่บนความปลอดภัยจะเป็นความสวยที่ยั่งยืนค่ะ”  

Atita Clinic มี 7 สาขา ได้แก่

สาขาสยามสแควร์

สาขาปิ่นเกล้า

สาขาซีคอน ศรีนครินทร์

สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา

สาขาซีคอน บางแค

สาขารัชดา-สุทธิสาร

สาขา La Villa อารีย์

เว็บไซต์ : www.atitaclinic.com

เฟซบุ๊ก : ATITA CLINIC

สวยหรูราคาหลักพัน! มัดรวมกระเป๋า 3 ดีไซน์ของ โบว์ เมลดา

คัดแล้ว 3 ใบเน้นๆ! ส่องดีเทลกระเป๋า Taryn, Enola และ Moon Infinite ในแคมเปญใหม่ของ โบว์ เมลดา

LYN ต้อนรับซีซันใหม่ด้วยไอเท็มกระเป๋า คอลเล็คชั่น Spring 2024 ที่มาพร้อมการออกแบบสุดเทรนดี้ที่จะช่วยอัพเกรดลุคสุดชิคพร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้หญิงทันสมัยทุกคน โดยความพิเศษนี้ถูกถ่ายทอดผ่านภาพลักษณ์ของ โบว์-เมลดา สุศรี นักแสดงสาวที่มากความสามารถ ทั้งยังพ่วงตำแหน่งนางแบบและนักร้อง เป็นตัวแทนของผู้หญิงเปี่ยมพร้อมด้วยความสามารถรอบด้านกับคาแรคเตอร์ของสาวยุคใหม่ที่กล้าแสดงออกอย่างมั่นใจโดยไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นส่วมผสมชั้นดีที่จะช่วยปรุงแต่งให้แคมเปญโดดเด่นพร้อมสะกดทุกสายตา

เริ่มต้นด้วย Taryn กระเป๋าสะพายไหล่รูปทรงเกือกม้าที่ได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์สุดคล่องแคล่วของมิวส์สาวคนล่าสุด ไซส์กระเป๋าทรงกะทัดรัดที่พร้อมจะดูแลสัมภาระของผู้หญิงทุกคนให้ปลอดภัย มาพร้อมซิปรูดคาดทับด้วยสายกระเป๋าแม่เหล็กประดับโลโก้โลหะสีทอง ที่ช่วยมอบสัมผัสหรูหราให้กับทุกลุคแฟชั่น สายสะพายไหล่ถูกออกแบบให้สอดรับกับสรีระของผู้หญิง พร้อมเสริมความโดดเด่นด้วยชาร์มกระเป๋าฮาร์ดแวร์โลโก้โลหะสีทองสุดเรียบหรู สามารถนำมาสไตล์ลิ่งกับเสื้อผ้าไม่ว่าจะในวันสบายสุดชิล หรือลุควันทำงานที่ต้องการความเป็นทางการ และลุคเดทไนท์ที่ต้องการความสวยโดดเด่นเป็นพิเศษ มีให้เลือกถึง 6 สี ไล่เรียงตั้งแต่สีขาว-ดำคลาสสิค สีสันสดใสอย่างสีเขียว และสีชมพู ไปจนถึงวัสดุพิเศษอย่างผ้าเดนิม รวมถึงวัสดุสานสีเบจ

อีกหนึ่งไอเท็มที่คือกระเป๋า Enola กระเป๋าโฮโบสะพายไหล่ทรงเกือกม้า โดดเด่นด้วยเทคนิคบุลายฟันปลา ซิปรูดเปิดปิดกระเป๋า หูหิ้วทรงโค้งมนเข้าไหล่ที่สามารถปรับระดับความยาวได้ มาพร้อมตกแต่งฮาร์ดแวร์โลโก้โลหะ ดีไซน์แคชชวลที่ถูกออกแบบมาให้เป็นเอเวอรี่เดย์แบค ขนาดกระเป๋ากำลังพอเหมาะจุสัมภาระได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ลิปสติก ตลับแป้ง และกระเป๋าสตางค์ขนาดเล็ก สามารถนำมาแมทช์กับเสื้อผ้าลำลองหรือลุคออกไปชิลกับเพื่อนสาวที่ช่วยครีเอทแฟชั่นให้ไม่จำเจ

กระเป๋าใบสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดคือ Moon Infinite กระเป๋าจากคอลเล็คชั่นอินฟินิท ที่มาพร้อมเทคนิคปั๊มลายโลโก้โค้งมนทั่วตัวกระเป๋าผสมผสานเข้ากับดีไซน์คลาสสิคใช้งานง่าย เสริมด้วยฮาร์ดแวร์โลโก้โลหะพร้อมมอบสไตล์การใช้งานสุดลักชูรี และสายกระเป๋าโซ่ยาวถอดปรับระดับได้ สามารถนำมาสไตล์ลิ่งเป็นกระเป๋าสะพายไหล่หรือกระเป๋าสะพายข้างครอสบอดี้ ฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลาย มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ตั้งแต่สีขาวและดำ โทนสีใช้งานง่าย หรือจะสีสดใสอย่างสีส้มและสีเหลือง

DIOR CAPTURE TOTALE HYALUSHOT ไอเท็มใหม่

ไอเท็มใหม่ รับปีมังกร Dior Capture Totale Hyalushot เซรั่มช่วยลดเลือนริ้วรอยเฉพาะจุด

ไอเท็มใหม่ รับปีมังกร Dior Capture Totale Hyalushot เซรั่มช่วยลดเลือนริ้วรอยเฉพาะจุด

เชื่อว่าทุกคนต่างก็อยากมีผิวที่ดูอ่อนวัย กระชับ ปราศจากร่องลึก ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันคือการฉีดกรดไฮยาลูรอนิก อย่างไรก็ตามวิธีการรักษานี้ก็มีข้อเสีย เช่น อาจรู้สึกถึงความเจ็บปวด และมักต้องใช้เงินจำนวนมากหากต้องการของแท้ที่ปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้วกรดไฮยาลูรอนิกเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติภายในร่างกายของเรา เป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการรักษาความอ่อนเยาว์และเสน่ห์ของผิว มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มปริมาณ และฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก โมเลกุลที่ชื่นชอบน้ำนี้ผลิตขึ้นภายใต้ผิวหนัง มีความสามารถโดดเด่นในการกักเก็บน้ำได้เกือบ 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง ด้วยการฟอร์มตัวให้เป็นเจลที่หนาแน่น ทำให้มั่นใจได้ถึงความชุ่มชื้นที่ยั่งยืน คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ทำให้กรดไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีชื่อเสียงในธุรกิจความงามทางการแพทย์

ในขณะที่กรดไฮยาลูรอนิกมีบทบาทสำคัญสำหรับผิว แต่ก็มีอายุขัยที่จำกัดอย่างมากเมื่ออยู่ในผิวหนังชั้นนอก โดยอยู่ได้ไม่เกินสามชั่วโมง นอกจากนี้ การสังเคราะห์จะลดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยปัญหาเหล่านี้จึงเกิดสกินแคร์ ไอเท็มใหม่ ล่าสุดรับปี 2024 DIOR CAPTURE TOTALE HYALUSHOT ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิวฉบับเข้มข้น ปฏิบัติการ 3 ขั้นตอนด้วยส่วนผสมสำคัญสามอย่าง

  • สูตรพิเศษเฉพาะของดิออร์ประกอบด้วยกรดไฮยาลูรอนิก 2 ชนิดที่ได้รับการจดสิทธิบัตร* ให้ความเข้มข้นเทียบเท่ากับการฉีดโดยผู้ชำนาญการ (*สิทธิบัตรหมายเลข FR2113302)
  • สูตร Hyalushot ผสมผสาน Pullulan หรือโพลีแซคคาไรด์ เพื่อคงความยืดหยุ่นและความคล่องตัวตามธรรมชาติของผิว
  • ด้วยแรงบันดาลใจจากโลกแห่งความงามทางการแพทย์ การออกแบบที่หรูหราของ Capture Totale Hyalushot จึงทั้งทันสมัยและใช้งานได้จริง ท่อทรงเรียวที่มีปลายบางเฉียบ ช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมายริ้วรอยต่างๆ ทั้ง 8 ประเภทได้อย่างแม่นยำ

แกะลุค 6 สาวคนดังร่วมถ่ายทอดไอเท็ม DG Women Pre-Spring 2024

ซูมอินลุคของสาว 6 คนดัง แอน ทองประสม, มาร์กี้ –  ราศี บาเล็นซีเอก้า จิราธิวัฒน์, โบ – เมลดา สุศรี, ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, จูเน่ – เพลินพิชญา โกมาลาชุน และ แอลลี่ – อชิรญา นิติพน ที่ร่วมถ่ายทอดความสดใสผ่านไอเท็ม DG Women คอลเล็คชั่น Pre-Spring 2024

6 สาวโดดเด่นด้วยเครื่องประดับ, รองเท้า และ กระเป๋าสุดไอคอนิกตั้งแต่รุ่น #DGDevotionBag, #DGSicilyBag, #DGGirlsBag และ #DGBag ที่เลือกนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์ได้อย่างลงตัว ตามสไตล์ของแต่ละคน

สำหรับคีย์ของคอลเลคชั่นนี้ คือการนำเสนอเอกลักษณ์แก่นแท้ของเฮ้าส์ โดยหยิบหยกเรื่องราว 4 คอลเล็คชั่น นำมาสร้างสรรค์ ได้แก่ DNA, Flower Power, Black Sicily และ Flowering นำไปสู่ผลงานที่ชวนให้หลงใหล มีเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนใคร


เปิดใจ 4 นักแสดง ซีรีส์ “The Sign ลางสังหรณ์” พร้อมแฟชั่นเซ็ตพิเศษ

ร้อนแรงตั้งแต่เปิดตัว สำหรับซีรีส์วายแนวบู๊แอคชั่นแฟนตาซี The Sign ลางสังหรณ์ ที่นำแสดงโดย “บิลลี่ – ภัทรชนน อ่อนสอาด, เบ้บ – ธนทัต พรรณวิริยะกุล, แทค – พงศกร สุเกียง, ภูม – ณัฐภาสน์ ตันติเสถียรชัย”

            กับเรื่องราวความรักความผูกพันและพันธนาการความรัก ความเชื่อทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับพญาครุฑและพญานาค รวมถึงเรื่องราวของคดีปริศนาที่ต้องถูกแก้ไขด้วยหน่วยสืบสวนพิเศษ

            และก่อนจะไปลุ้นกับบทสุปสุดท้ายของซีรีส์เรื่องนี้ แพรว ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “บิลลี่, เบ้บ, แทค และภูม” ถึงการทำงาน ความท้าทาย และอีกก้าวของการเติบโตในฐานะนักแสดง

Billy & Babe

“เรื่องนี้เรา 2 คน เตรียมตัวหนักมากๆ ตั้งแต่การถ่ายทำ ทั้งเวิร์คช้อป ฝึกซ้อมคิวบู้ และพอผลงานออนแอร์แล้วได้เห็นกระแสตอบรับจากผู้ชม รู้สึกดีใจมากๆ ครับ” เบ้บ

“เช่นกันครับ พอได้เห็นกระแสตอบรับจากผู้ชม บอกเลยว่าเกินคาดมากครับ เพราะพวกเราทุกคนตั้งใจและทุ่มเทกับซีรีส์เรื่องนี้มากๆ” บิลลี่

ยังจำวันแรกที่รู้จักกันได้ไหม

บิลลี่     “ย้อนกลับไปวันแรกที่เจอกัน ช่วงแรกยังนิ่งทั้งคู่ แบบว่ายังดูๆ กันอยู่ แต่ตัดภาพมาตอนนี้เหมือนคนสรวล 2 คน (หัวเราะ) ผมชอบเวลาทำงานด้วยกันคือ เบ้บเป็นคนที่สู้มาก ไม่มีงอแงเลย แม้ว่าซีนจะโหดขนาดไหน เบ้บก็สู้เต็มที่ จึงทำให้เรามีพลัง จับมือสู้ไปด้วยกัน ดีใจครับที่ได้พาร์ทเนอร์ที่พร้อมสู้ไปด้วยกันแบบเบ้บ”

เบ้บ     “ลางสังหรณ์ เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของผม ต้องขอบคุณพี่บิลลี่ที่คอยช่วยหลายๆ เรื่อง ซึ่งอย่างที่พี่บิลลี่บอกว่า ช่วงรู้จักกันแรกๆ อาจจะยังไม่ได้คุยกันมากนัก แต่พอทำงานด้วยกัน เหมือนเราได้โตไปพร้อมกับตัวละคร ทำให้สนิทกันมากขึ้น ผมมองว่าตอนนี้เป็นช่วงที่มีความสุขมากๆ อย่างเวลาที่เรามีปัญหา ต้องการคำปรึกษา ผมดีใจที่มีเขาอยู่ข้างๆ นะ”

บิลลี่     “ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน ดูใจ เรียนรู้ และพัฒนาความสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆ ครับ” (ยิ้ม)

ตั้งแต่รู้จักกันมาจนถึงตอนนี้ คิดว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

          เบ้บ     “จังหวะและไดนามิกการพูดครับ เมื่อก่อนเขาจะพูดน้ำเสียงโมโนโทน เหมือนแบบเอาอารมณ์ทั้งหมดไปใช้การกับแสดง แต่ชีวิตจริง บิลลี่โมโนโทน ครับ (หัวเราะ) แต่เวลาผมเล่าเรื่อง จะมีการเกริ่น มีขึ้นเสียง ลงเสียง เพื่อให้เรื่องสนุก ซึ่งผมว่าเขาติดสิ่งนี้จากผมไปนะ เริ่มมีลูกเล่น มีคำสร้อย” (หัวเราะ) 

            บิลลี่    “กลับกันครับ ผมว่าเบ้บสุขุมมากขึ้นจากตอนแรก เพราะช่วงแรกเบ้บพลังงานเยอะมากเหมือนเด็ก ซึ่งผมว่าน้องก็ค่อยๆ ซึมซับความนิ่งจากผมไป”  

ถ้ามองปี 2023 ที่ผ่านมา อะไรคือ เรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดคะ

            บิลลี่     “น่าจะเป็นการได้แสดงซีรีส์ ลางสังหรณ์ ครับ เพราะว่าได้ลองทำอะไรเยอะมากในฐานะนักแสดง และได้ทำทุกอย่างที่ผมอยากลองเล่น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงบู้ โหยสลิง เพราะผมเรียนเทควันโด เวลาดูหนังแอคชั่น ก็อยากลองแสดงแบบนั้นบ้าง รวมถึงการได้รับบทเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ก็เป็นหนึ่งบทบาทที่อยากแสดง ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำทั้งหมดที่อยากทำเลยครับ”

          เบ้บ     “ตื่นเต้นที่สุดคือ การได้เห็นผลงานของตัวครับ (ยิ้ม) การแสดงเรื่องนี้ ทำให้ผมก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองเยอะมาก เพราะมีหลายอย่างมากๆ ที่ถ้าไม่ได้แสดงเรื่องนี้ ในชีวิตนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำแน่ๆ รวมถึงการทำงานแบบเต็มตัว ที่ทำให้เบ้บ มีวินัย มีความรับผิดชอบ และโตขึ้นเยอะมากในปีที่ผ่านมา”

มีเรื่องที่ยากหรือท้าทายที่สุดไหม

          บิลลี่     “ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดของผมคือ การเติบโตไปอีกขึ้นของการเป็นนักแสดง ด้วยบทบาท คาแรคเตอร์ การตีความ การเข้าใจโลกของ ลางสังหรณ์ เพื่อตีความและถ่ายทอดออกมาให้เข้าถึงบทบาทมากที่สุด”

            เบ้บ     “สำหรับเบ้บน่าจะเป็นเรื่องการจัดการตัวเอง ทั้งเรื่องเวลา วินัย และความรับผิดชอบ เพราะเป็นปีที่มีหลายเรื่องเกิดขึ้น และทุกอย่างเกิดก็ขึ้นเร็วมาก อย่างเรื่องการออกกำลังกาย ก่อนหน้านี้เบ้บ ไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ด้วยบทบาทในเรื่องนี้ เราจำเป็นต้องดูแลตัวเอง ฟิตร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งทำให้เราต้องมีวินัยในตัวเองเพิ่มขึ้นเยอะมาก”

ในฐานะที่เป็นพาร์ทเนอร์ทำงานด้วยกันมา อยากบอกอะไรกันและกัน

          เบ้บ     “เราไม่เคยบอกอะไรกันแบบนี้เลย (ยิ้มเขิน) เบ้บและบิลลี่ คือต่างกันมาก ทั้งนิสัย การใช้ชีวิต ยอมรับว่าช่วงนี้ก็ตกใจเหมือนกันนะ คือด้วยความเป็นบิลลี่ เขาจะมีความสุขุม นิ่ง มีความเป็นผู้ใหญ่ ทำอะไรตามแพลนของตัวเอง เหมือนคนที่ผ่านชีวิตมาเยอะ ทำให้ความยืนหยุ่นในชีวิตเขาน้อย แล้วช่วงแรกผมโทรหาเขาตอนดึก คุยกับเขา 2-3 ชั่วโมง ซึ่งผมก็ลืมคิดไปว่าคนปกติเขาคงไม่คุยกันนานขนาดนี้ และบางทีเวลาผมเจออะไร ก็จะโทรเล่าให้เพื่อนฟังทันที ขนาดเดินอยู่แล้วเจอน้องหมาน่ารัก ก็ต้องโทรเล่าให้เพื่อนฟัง” (หัวเราะ)

          บิลลี่     “บอกเลยว่าตอนนั้นช็อคจริงครับ” (หัวเราะ)

            เบ้บ     “แค่ช่วงแรกครับ หลังจากนั้นเราก็ปรับตัวเข้าหากัน ก็เลยเปลี่ยนเป็น..ถ้าเจอเรื่องอะไรแล้วอยากเล่า ก็แก้ปัญหาด้วยการพูดเป็น voice message ส่งไป แบบว่าขอเล่าก่อนนะ เดี๋ยวลืม ส่วนเขาจะมาเปิดฟังตอนไหนก็แล้วแต่เขา (หัวเราะ)

“อ่ะ…กลับมาที่คำถามก่อน (หัวเราะ) สิ่งที่อยากบอกบิลลี่คือ อยากขอบคุณที่เดินทางและสู้มาด้วยกัน ขอบคุณที่เราเปิดใจเข้าหากัน ทำให้การทำงานออกมาดีและมีความสุข” (ยิ้ม)

            บิลลี่    “อย่างที่บอกว่าด้วยความที่เราเติบโตมาไม่เหมือนกัน นิสัย ความชอบ ไม่เหมือนกัน ก็อยากขอบคุณที่เราเปิดใจเข้าหากัน ขอบคุณที่เราเปิดรับตัวตนของอีกฝ่ายและค่อยๆ ปรับเข้าหากัน แม้จะเจอเรื่องอะไร ก็พยายามจับมือเดินไปด้วยกัน แฮปปี้มากครับ และขอบคุณที่มีเบ้บเป็นคู่ เป็นไฟท์เตอร์ที่สู้ไปด้วยกันครับ

“และแม้ว่าผมจะพูดไม่เก่ง แต่ก็อยากให้รู้ว่า ผมอยู่ข้างๆ เขาเสมอครับ (ยิ้ม) ซึ่งเขาก็มีวิธีให้กำลังใจผมในแบบของเขาเหมือนกัน ดีใจครับที่เราคอยดูแลกันและกัน”

ถ้าต้องนิยามความแตกต่างของ “บิลลี่ – เบ้บ” เปรียบได้กับอะไรคะ

            บิลลี่     “เส้นตรง กับเส้นหยักที่มีความสวิงขึ้นลงๆ” (หัวเราะ)

            เบ้บ     “ถ้าในมุมเบ้บนะ บิลลี่เป็น หิน ส่วนเบ้บเป็น น้ำ แต่ช่วงหลังเบ้บเริ่มเป็นน้ำร้อน ทำให้หินเริ่มละลาย” (หัวเราะ)

Tack & Poom

นิยามปี 2023 ในมุมของแทคและภูม

แทค “แทคคิดว่าตัวเองมีความรับผิดชอบมากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทของการทำงาน หรือพาร์ทการเรียน เพราะมีหลายอย่างที่เราไม่เคยทำ แต่ก็ได้ทำในปีที่ผ่านมา จึงต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

ภูม       “สำหรับภูม ปี 2023 เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเติบโตครับ เป็นปีที่โตขึ้นเยอะมาก มีเรื่องราวใหม่ๆ มีอุปสรรค มีปัญหา ที่ท้าทายตัวเองเข้ามาเยอะมาก และได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน ทำให้ผมต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งมุมมองความคิด ทักษะ ความสามารถ เพราะต้องโฟกัสทั้งเรื่องาน เรื่องเรียน ก็ถือเป็นอีกปีที่เติบโตและมีความรับผิดชอบขึ้นเยอะเลยครับ”

เรื่องที่ท้าทายที่สุดในปีที่ผ่านมา

แทค     “สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือ การที่ได้ทำงานกับนักแสดงรุ่นใหญ่ครับ ตื่นเต้นมากครับ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยเห็นพี่ๆ แต่ในทีวี พอได้เจอตัวจริง ต้องทำงานกันด้วย ก็รู้สึกกดดันตัวเองมากอยู่ครับ กลัวจะทำพี่เสียเวลา แต่อีกมุมก็เป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ ซึ่งพอได้เห็นผลงานของตัวเองก็ภูมิใจนะครับ”

ภูม       “น่าจะเป็นการที่ได้รับโอกาส ได้แสดงซีรีส์เรื่องแรกนี่แหละครับ การทำงานครั้งแรกทำให้เราต้องเตรียมตัวหนักมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงที่เราไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย หรือว่าด้านร่างกายที่ต้องฟิตขึ้นมากๆ เนื่องจากเรารับบทเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ร่างกายต้องแข็งแรง เราก็ต้องดันตัวเองให้ไปถึงตรงนั้นให้ได้ แม้ว่าเวลาจะค่อนข้างจำกัด แต่ก็สู้เต็มที่ครับ”

เรื่องที่ภูมิใจที่สุด

แทค     “สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือ การได้เล่นซีรี่ย์ลางสังหรณ์ครับ แม้ว่าจะค่อนข้างกดดัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจฟูคือ ผลตอบรับจากผู้ชม ดีใจที่หลายๆ คนได้รับความสุขจากเสียงหัวเราะของหมวดเข็ม ดีใจและใจฟูมากๆ ครับรู้สึกว่าหายเหนื่อยเลยครับ”

ภูม       “ภูมิใจกับตัวเองครับ ที่แม้จะเจอปัญหา เจออุปสรรค หรือการเปลี่ยนแปลง เรียกว่าเป็นปีที่ครบรสมากๆ แต่เราก็ผ่านทุกอย่างมากได้ และทำได้ดีที่สุดในมุมของตัวเองแล้ว ภูมิใจที่สามารถจัดการตัวเองได้ครับ”

จากวันแรกที่เข้าวงการมาจนวันนี้ คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

แทค     “สติครับ … คือก่อนหน้านี้เวลาเจอปัญหา ผมค่อนข้างอารมณ์ร้อนครับ แต่พอเริ่มทำงาน ทำให้รู้ว่า สติเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ถ้าเราไม่มีสติ ทุกอย่างอาจจะจบได้ครับ”

ภูม       “อย่างแรกที่เห็นได้ขัดเจนคือ ตารางชีวิตในแต่ละวันเปลี่ยนไป มุมมอง ความคิด ที่มีการคิดทบทวน ไตร่ตรองมากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย ซึ่งผมได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานเยอะมาก ทั้งจากผู้ใหญ่ที่เราทำงานด้วย ก็พยายามเรียนรู้และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองครับ”

ในฐานะที่เป็นพาร์ทเนอร์ทำงานด้วยกันมา อยากบอกอะไรกันและกัน

แทค     “อยากบอกภูมว่า ขอบคุณมากๆ ที่เป็นพลังบวกให้ผมตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน เรื่องเรียน แล้วก็หลายๆ เรื่องในชีวิต ผมรู้สึกว่าผมกับภูมมีอะไรที่คล้ายกันหลายอย่างมาก อาจจะเพราะอยู่ช่วงวัยเดียวกัน

“และภูมิเป็นคนขยันมาก ทำให้ผมขยันตามไปด้วย เขาเป็นแรงผลักดันในการทำอะไรหลายอย่าง ถ้าภูมสู้เราก็ต้องสู้! ห้ามถอย ต้องสู้ไปด้วยกันครับ และด้วยความที่เราสองคนเป็นนักแสดงหน้าใหม่ ไม่เคยผ่านการแสดงซีรีส์มาก่อน ก็รู้สึกดีใจครับที่ได้เขาเป็นพาร์ทเนอร์ในการทำงาน ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีเขาอยู่ข้างๆ ตลอด ทำให้ทุกอย่างมันลงตัวและดีไปหมด ก็อยากขอบคุณเขาครับ”

ภูม       “สิ่งที่ประทับใจในตัวแทคคือ ความจริงใจครับ เขาเป็นคนที่จริงใจมากๆ เราสัมผัสได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำ เขาไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไร เขาทำด้วยใจจริงๆ ชื่นชมเขาครับ

“ในสายตาภูม แทคมีพัฒนาเพื่อขึ้นตลอด จากวันแรกถึงวันนี้เห็นเลยว่า เขามีความเป็นมืออาชีพเพิ่มขึ้นเยอะมาก ทั้งมุมมอง ความคิด ก็โตขึ้นมาก เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจในตัวเขามากๆ ครับ และอยากจะบอกตรงนี้ว่า ภูมภูมิใจในตัวแทคมาก เหมือนเราเติบโตมาพร้อมๆ กัน วัยเท่ากัน เริ่มต้นทำงานพร้อมกัน ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เทคนิคการทำงาน รวมถึงเราจะแชร์ประสบการณ์ที่แต่ละคนเจอ เพื่อนำไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

“และนอกเหนือเวลางาน เราก็ชวนกันไปออกกำลังกาย คุยกันได้ทุกเรื่อง แทคเป็นเพื่อนสนิทมากๆ คนหนึ่งของภูม ก็อยากขอบคุณที่แทคเป็นส่วนนึงในชีวิตภูมิ…เติบโตไปด้วยกันนะ” (ยิ้ม)

ติดตามชมบทสรุปสุดท้ายพร้อมกัน “ลางสังหรณ์ FINAL EPISODE” ในโรงภาพยนตร์ 11 กุมภาพันธ์ นี้ ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน เปิดจำหน่ายบัตรวันเสาร์ที่ 13 มกราคม นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น เป็นต้นไป ทาง Thaiticketmajor.com   
#TheSignลางสังหรณ์ #idolfactoryTH 

  • ดูแลเสื้อผ้า : กฤษณะ สัจจาเจริญชัย
ยิป-พัชรดา

ยิป-พัชรดา ผู้เข้าประกวด Miss Tiffany Universe 2024 ดีกรีเลขา เอ-ศุภชัย

ใกล้เข้ามาแล้วกับผลการประกวด มิสทิฟฟานี่ ครั้งที่ 25 (Miss Tiffany 25th) โดยได้ประกาศผลผู้เข้ารอบจากการออดิชั่นตัวจริง 30 คนสุดท้าย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดสาวงามเพียงหนึ่งเดียวในไทย และได้ครอบครองมงกุฎอันทรงคุณค่าแห่งเวท

Miss Tiffany ’s Universe ซึ่งหลังจากการเก็บตัวเพื่อการฝึกอบรมในหลักสูตรการพัฒนาตัวเองและเสริมสร้างทักษะ อาทิ เวิร์กช็อปความงาม การร้องเพลงและการเต้น การเสริมบุคลิกภาพและการพูด เพื่อทำให้ผู้เข้าประกวดสามารถดึงศักยภาพของตันเองออกมานำเสนอได้อย่างโดดเด่นที่สุด

ยิป-พัชรดา

และวันนี้จึงอยากจะขอแนะนำ หนึ่งในผู้เข้าประกวดที่ผ่านการคัดเลือกในรอบ 30 คนสุดท้าย นั่นก็คือ ยิป พัชรดา ทองนาค หมายเลข 30 อายุ 26 ปี เป็นคนจังหวัดชลบุรี เป็นคนพัทยาโดยกำเนิด จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ปัจจุบันทำงานเป็นเลขาของคุณเอ ศุภชัย ศรีวิจิตร

โดย ยิป-พัชรดา ได้กล่าวเปิดใจถึงการเข้าประกวดมิสทิฟฟานี ในครั้งนี้ว่า“เป็นความฝันของหนูตั้งแต่เด็กแล้ว หนูเป็นคนพัทยา เป็นคนพื้นที่เกิดที่พัทยาเห็นโรงละครทิฟฟานี่มาตั้งแต่เด็กเลย แล้วสนใจด้านการแสดงด้วย อยากจะมาประกวดนานแล้ว แต่ด้วยความไม่พร้อมในหลายๆอย่างจนมาปีนี้หนูคิดว่าตัวเองมีความพร้อมแล้ว มีความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย หนูเตรียมตัวกับการประกวดมาหนึ่งปีเต็ม คุยกับพี่เอ ศุภชัย พี่เค้าก็สนับสนุน ผลักดัน คอยซัพพอร์ต ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา ตอนช่วงเก็บตัวตอนนี้ ก็จะโทรเล่าให้พี่เอฟังตลอด พี่เค้าก็จะให้คำแนะนำต่างๆ เป็นเหมือนโค้ชของหนูด้วย หนูก็ตั้งใจทำเต็มที่มากๆ อยากเข้ารอบได้เป็นหนึ่งในสามของผู้เข้าประกวดในครั้งนี้ โดยมีเป้าหมายว่าอยากจะเข้าไปช่วยผลักดันองค์กรให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และสามารถทำงาน ทำหน้าที่เพื่อสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะในวงการบันเทิงที่หนูได้สัมผัสอยู่ เพราะได้ทำงานอยู่กับพี่เอ ศุภชัย มาหลายปีแล้ว ยังไงก็ฝากเชียร์ ฝากเป็นกำลังใจให้หนูด้วยค่ะ”

ร่วมส่งกำลังใจให้ ยิป-พัชรดา ในการประกวดรอบพรีลิมินารี่ ประกวดชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และ การประกวด Miss Tiffany 25th รอบไฟนอล ในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา

มะเร็งตับ

ตรวจคัดกรองและรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซี เพิ่มโอกาสรักษา ‘มะเร็งตับ’ ให้หายขาดจริงหรือไม่

ตามที่มีสื่อออนไลน์ให้ข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ตรวจเจอเพียงสองเดือนแล้วเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลล่าสุดพบว่าปัจจุบันประเทศไทยพบจำนวนผู้เสียชีวิตจาก มะเร็งตับ สูงประมาณ 16,000 รายต่อปี โดยสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเนื่องมาจากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระยะแสดงอาการแล้ว มักจะเป็นระยะท้ายของโรค ซึ่งมะเร็งตับจะเริ่มแสดงอาการเมื่อมีภาวะตับวายเกิดขึ้น โดยเมื่อถึงภาวะดังกล่าวถือเป็นระยะที่ยากต่อการรักษาให้หายขาด มีโอกาสเสียชีวิตสูง

โดยความเสี่ยงสำคัญของ มะเร็งตับ ได้แก่ ภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง และภาวะตับแข็ง จากทุกสาเหตุ อย่างไรก็ตามหากตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีและซีได้เร็ว ก็จะสามารถได้รับการรักษา และตรวจคัดกรองหามะเร็งตับได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้

ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังและตับอักเสบซีเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไม่ค่อยแสดงอาการ บางรายอาจพบค่าการอักเสบของตับสูงเกินเกณฑ์จากผลตรวจสุขภาพนำไปสู่การสืบค้นหาไวรัสตับอักเสบบีตามมา ซึ่งหากมีภาวะตับอักเสบต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับตามมาได้

ในปัจจุบันผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังและไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง เมื่อเข้ารับการตรวจรักษาจะได้รับการประเมินโดยแพทย์ 2 ประการ ประการแรก คือประเมินข้อบ่งชี้การกินยาต้านไวรัส โดยประโยชน์ของการกินยาต้านไวรัสในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ จะช่วยลดอัตราการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับตามมาในอนาคตได้ ประการที่สอง แพทย์จะทำการตรวจคัดกรองมะเร็งตับด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ตับและเจาะเลือดดูสารบ่งชี้มะเร็ง(Tumor marker) ที่ชื่อ Alpha fetoprotein โดยประโยชน์ที่สำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งตับ ช่วยทำให้เพิ่มโอกาสการตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มแรกในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ

ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการรักษาตามแต่ระยะของโรค อาทิ การผ่าตัดรักษา การจี้ด้วยไฟฟ้า และอื่นๆ ให้มะเร็งตับระยะเริ่มแรกหาดขาดได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งตับอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ จึงกำหนดนโยบายกระทรวงสาธารณสุขด้านมะเร็งครบวงจรในการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง สำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 ในสถานพยาบาลใกล้บ้านทั่วประเทศโดยตั้งเป้าหมายคัดกรอง 1 ล้านรายภายในปีงบประมาณ 2567 โดยมีทีม Cancer Warriors ผลักดันให้มีการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรังรายใหม่ให้ได้เข้ารับการรักษาและตรวจคัดกรองมะเร็งตับตามมาตรฐานอีกด้วย

Source: กรมการแพทย์
Photo: Pexels


Breathe Pilates เปิดตัวสตูดิโอระดับพรีเมียมแห่งแรกในกรุงเทพฯ

Breathe Pilates (บรีธ พิลาทิส) สตูดิโอพิลาทิสอันดับ 1 จากสิงคโปร์ ประกาศเปิดตัวสาขาแรกในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ พร้อมแล้วที่จะนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมในรูปแบบกลุ่มย่อยและแบบไพรเวท ในราคาที่เข้าถึงได้ Breathe Pilates มีความโดดเด่นในฐานะผู้นำของอุตสาหกรรมฟิตเนส ที่มุ่งมั่นในการสนับสนุนทุกคนในการค้นหาและบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพตามแบบฉบับของตัวเอง 

Breathe Pilates ตั้งอยู่ชั้น 4 ของอาคารเอราวัณแบงค๊อก ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม เดินทางสะดวก ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยทางสตูดิโอเน้นการเรียนแบบกลุ่มย่อย ในหนึ่งคลาสสามารถรองรับได้สูงสุดที่ 8 คน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าเรียนทุกคนจะได้รับความใส่ใจอย่างเต็มที่ในทุกคลาส 

อีกหนึ่งความโดดเด่นของ Breathe Pilates คือ การเป็นศูนย์รวมผู้สอนพิลาทิสมืออาชีพระดับแนวหน้า ซึ่งมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านคลินิกบำบัด และพิลาทิสสำหรับคุณแม่ก่อนคลอด ที่สำคัญ Breathe Pilates ยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมสำหรับ STOTT Pilates ในสิงคโปร์และกรุงเทพฯ ซึ่งตอกย้ำปณิธานสู่ความเป็นเลิศในการสอนพิลาทิสได้เป็นอย่างดี โดยที่นี่ถือเป็นศูนย์ฝึกอบรมผู้สอนพิลาทิสแห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่เปิดสอนหลักสูตรการฝึกอบรมผู้สอนพิลาทิสโดยใช้ภาษาไทย เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย 

หัวใจของ Breathe Pilates คือการเป็นสตูดิโอสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเคยหรือไม่เคยผ่านการเล่นพิลาทิสมาก่อน ผู้เริ่มต้นเล่นพิลาทิสเป็นครั้งแรก จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นอย่างแน่นอน 

Breathe Pilates มีคลาสที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง Reformer และ Tower อันเป็นการผสมผสานองค์ประกอบที่ดีที่สุดของทั้งสองศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยชั้นเรียน Reformer Foundation จะเน้นที่การสร้างความสมดุลของร่างกาย ความแข็งแกร่ง และความคล่องตัว ขณะที่ชั้นเรียน Fat Blast จะผสมผสานหลักการของพิลาทิสเข้ากับการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันแบบไดนามิก และชั้นเรียน Stretch Pilates จะเน้นการออกกำลังกายเบาๆ แต่ช่วยยืดกล้ามเนื้อระดับลึก ส่งเสริมความยืดหยุ่น และลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย 

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ชั้นเรียนพิลาทิสของคุณแม่ก่อนคลอดที่ Breathe นั้นแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษโดยผู้สอนและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมากประสบการณ์ คลาสนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและกล้ามเนื้อหลัง เพื่อให้มั่นใจว่าการตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และการฟื้นตัวของคุณแม่จะเป็นไปอย่างราบรื่น 

สำหรับผู้ที่สนใจการออกกำลังกายแบบฟื้นฟู Breathe Pilates มีชั้นเรียนพิลาทิสคลินิกบำบัด ซึ่งสอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Rehabilitative Pilates ที่ผ่านการรับรอง โดยผู้สอนเฉพาะทางเหล่านี้จะประเมินสภาพร่างกายของนักเรียนแต่ละคนก่อน เพื่อให้แน่ใจว่ากิจกรรมต่างๆ ถูกปรับให้เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคลของนักเรียน ทั้งนี้ คลาสดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การดูแลแบบตัวต่อตัว ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การบำบัดฟื้นฟูร่างกาย และการป้องกันการบาดเจ็บ 

Breathe Pilates พร้อมแล้วที่จะต้อนรับคนกรุงเทพฯ เข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดของพิลาทิส นั่นคือ การผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง การสอนระดับพรีเมียม ที่ตั้งเดินทางสะดวกสบาย และชั้นเรียนที่มีความหลากหลาย ได้แล้ววันนี้ที่สตูดิโอแห่งใหม่ของ Breathe Pilates ที่จะมามอบนิยามใหม่ให้กับฟิตเนส ยังใจกลางกรุงเทพมหานคร

realme C67 เตรียมปฏิวัติวงการ! กล้อง 108 ล้านพิกเซล

realme เล่นใหญ่แบบไม่กั๊กสเปก! เตรียมเปิดศักราชใหม่แบบจัดหนักกับมือถือรุ่นเริ่มต้นที่พร้อมท้าชนด้วยประสิทธิภาพขั้นสุดกับ realme C67 และเพื่อตอกย้ำว่าเรียลมีเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนที่เข้าใจในทุกไลฟ์สไตล์และตอบโจทย์ในความต้องการของคนรุ่นใหม่ เรียลมีจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้นให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้เรียลมีจึงมาพร้อมเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ชื่นชอบและมักจะพบแต่ในสมาร์ตโฟนระดับแฟล็กชิปมาสู่สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับเทคโนโลยีอันทันสมัยในราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ โดย realme C67 ชูจุดเด่นกล้อง 108MP พร้อมเทคโนโลยีซูมอินเซ็นเซอร์ 3 เท่า (In-sensor Zoom) โดยไม่เสียรายละเอียด ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีในมือถือตัวท๊อปเท่านั้น โดยสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวนับว่าเป็นครั้งแรกและดีที่สุดในตระกูล C ซีรีส์พร้อมทั้งยังเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ดีที่สุดในเซกเมนต์อีกด้วยเช่นกัน

realme C67 น้องใหม่แห่งตระกูล realme C Series เจ้าของฉายาแชมป์เปี้ยนสมาร์ตโฟน ได้ปฏิวัติวงการมือถือกลุ่ม Entry-level กับฟีเจอร์กล้องที่มาเหนือแบบจัดเต็มระดับแฟล็กชิป โดยมาพร้อมเทคโนโลยีที่ผสานการทำงานของเซ็นเซอร์ Samsung S5KHM6 ขนาด 1.67 นิ้ว เข้ากับเซ็นเซอร์ ISOCELL HM6 ทำให้ถ่ายภาพได้สวยสดใส ง่ายดาย และแม่นยำยิ่งขึ้น แถมจับภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัดและมี noise ลดลง จึงทำให้การถ่ายภาพในยามค่ำคืนนั้นง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมฟิลเตอร์ภาพถ่ายแนวสตรีทรูปแบบใหม่มากมาย ที่จะทำให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพได้ตลอดทั้งวัน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเขย่าวงการใน realme C67 คือการใช้ชิปเซ็ตระดับ 6 นาโนเมตร โดยใช้ซีพียูรุ่น Snapdragon 685 และลำโพงสเตริโอคู่ครั้งแรกใน C ซีรีย์ที่ดังกระหึ่มรอบทิศทางบนตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 7.59 มม. และที่สำคัญ realme C67 ยังมาพร้อมประสิทธิภาพกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 เป็นรุ่นแรกใน C-series พร้อมกับ mini capsule 2.0 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ได้ทุกรูปแบบอย่างแท้จริง! 

เตรียมสัมผัสสุดยอดประสบการณ์แชมป์เปี้ยนสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในเซกเมนต์กับ realme C67 พร้อมกันในวันที่ 24 มกราคมและวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 มกราคมเป็นต้นไป เกาะติดข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ จาก realme Thailand ผ่านช่องทาง

เกาะติดข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ จาก realme Thailand ผ่านช่องทาง

Facebook: (https://www.facebook.com/realmeTH)

Instagram: (https://www.instagram.com/realme_thailand)

Tiktok: (https://www.tiktok.com/@realme_thailand)

Twitter: (https://twitter.com/realmeTH)

Youtube: (https://www.youtube.com/@realmeThailandTH)

โรงแรมโอเรียนเต็ลเรสซิเดนซ์กรุงเทพฯจัดพิธีทำบุญครบรอบ 12 ปี

คุณนิจพร จรณะจิตต์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อิตัลไทย กรุ๊ป พร้อมด้วยคุณวลัยทิพย์ พิริยะวรสกุล รองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทย กรุ๊ป คุณวุฒิเวช เวชชบุษกร รองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายการเงินบริษัทในเครือฯ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คุณพรทิพย์ สว่างจิต รองประธานกรรมการฝ่ายสนันสนุนการบัญชีโรงแรม ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คุณแฮโรลด์ โอลายา ลีออน รองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และ คุณพรทิพย์ ภิบาลวงษ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี ของโรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ วันที่ 23 มกราคม 2567 โดยมีผู้บริหารและพนักงานร่วมในพิธี

ภายในงานได้มีการจัดพิธีพราหมณ์ บวงสรวงสักการะบูชาพระสยามเทวาธิราชซึ่งเป็นเทพยดาศักดิ์สิทธิ์ที่อภิบาลรักษาประเทศไทย ศาลตายายพระภูมิเจ้าที่ประจำโรงแรม ณ บริเวณทางเข้าโรงแรม และถวายเครื่องสักการะพระบรมรูปกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน พระบิดาแห่งการก่อสร้างไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กรรวมถึงบุคลากรภายในโรงแรม 

นอกจากนั้นยังมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพล ถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 9 รูป โดยผู้บริหาร พนักงาน และแขกผู้เข้าพักในโรงแรม ณ ห้องเพลย์ รูม ณ ชั้น 4 ของโรงแรม พร้อมปิดท้ายด้วยการตัดเค้กเฉลิมฉลองกับการครบรอบปีที่ 12 ของโรงแรม

เว็บไซด์: https://www.oriental-residence.com/
เฟสบุ๊คเพจ: https://www.facebook.com/OrientalResidenceBKK
อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/orientalresidencebkk
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-125-9000

ต้อนรับปีมังกรกับ Franck Muller คอลเล็คชั่น “Vanguard Slim Skeleton”

แพรวพาไปซูมอินทุกดีเทลของเรือนเวลาแห่งปีมังกร ที่สุดของความหรูหรากับ Franck Muller คอลเล็คชั่น “Vanguard Slim Skeleton”

ต้อนรับปีมังกรกับ Franck Muller คอลเล็คชั่น “Vanguard Slim Skeleton”

Frank Muller เปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษต้อนรับวันตรุษจีน พร้อมด้วยสัญลักษณ์ของสัตว์ประจำจักรราศีจีนของปีนั้น ๆ และในปีนี้ Franck Muller เผยโฉม 2 คอลเล็คชั่นพิเศษต้อนรับปีมังกร 2024 ทั้ง Cintrée Curvex Ryoko Kaneta Dragon Limited Edition และ Vanguard Dragon Slim Skeleton Limited Edition

สำหรับรุ่น Cintrée Curvex Ryoko Kaneta Dragon Limited Edition ออกแบบร่วมกับศิลปินชาวญี่ปุ่นชื่อดัง เรียวโกะ คาเนตะ (Ryoko Kaneta) ที่เรือนเวลาใหม่นี้นำเสนอแนวคิดอันแปลกใหม่มาสู่มังกรแห่งตำนาน

ขณะเดียวกันที่สัตว์สัญลักษณ์นี้ได้ถูกถ่ายทอดตามประเพณีในฐานะตัวแทนของความสง่าผ่าเผยและทรงอำนาจ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง รุ่งโรจน์ และสุขภาพที่ดี จึงเป็นดั่งสัตว์สัญลักษณ์เชิงศิลป์ซึ่งตีความขึ้นใหม่ผ่านซีรีส์ของเด็กสาวที่ดูราวกับตุ๊กตาอันเป็นผลงานเอกลักษณ์ของคาเนตะ ผลิตขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจะมีจำหน่ายในจำนวนจำกัดพิเศษเพียง 500 เรือน  

นอกจากนี้ยังเผยโฉมสามเรือนเวลาพิเศษภายใต้แนวคิดของตำนานแห่งมังกรในผลงานรุ่นใหม่ของ Vanguard Dragon Slim Skeleton Limited Edition ที่ประกอบด้วยนาฬิกาประดับอัญมณีสามเวอร์ชันจากคอลเล็คชั่น Vanguard Slim Skeleton

โดยนาฬิกาเหล่านี้ยังบรรจุไว้ด้วยโรเตอร์ออกแบบขึ้นพิเศษซึ่งตกแต่งด้วยงานแกะสลักรูปมังกรที่เลื้อยรอบและเสมือนกำลังปกป้องกลไกดั่งเป็นผู้อารักขาแห่งตำนาน โดยรังสรรค์ขึ้นเพียงรุ่นละ 10 เรือน และจะมีจำหน่ายเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่บูติก Franck Muller เท่านั้น


1 ชุด 2 ดีไซน์! เปิดเดรสเจ้าสาวลายทานตะวัน-ดอกกุหลาบ ‘นัตตี้ นันทนัท’

ใส่ใจทุกรายละเอียด! Landmee’ Love Story ผู้อยู่เบื้องหลังเดรสเจ้าสาวลายทานตะวัน-ดอกกุหลาบของ ‘นัตตี้ นันทนัท

ครั้งก่อนเราขึ้นยานแม่กันไปแล้วกับชุดแต่งงาน POEM ของเจ้าสาวป้ายแดง นัตตี้ นันทนัท ที่เรียกเสียงอื้ออึงจากผู้คนได้มากมาย เพราะเป็นเดรสวิวาห์ที่ใส่แล้วเสริมเสน่ห์ของผู้หญิงสุดๆ บทความนี้เราจึงพาทุกไปเปิดอีกหนึ่งชุดเจ้าสาวที่ให้ความรู้สึกคนละขั้ว และยังแฝงรายละเอียดไว้มากมาย

ชุดแต่งงานที่เราพูดถึง เดรสเจ้าสาวลายทานตะวัน-ดอกกุหลาบ ที่ได้แบรนด์ไทยดีไซเนอร์อย่าง Landmee’ Love Story มาเป็นผู้ออกแบบและตัดเย็บให้ โดยดีไซน์ของชุดจะเน้นในสไตล์อ่อนหวานจากลายผ้าที่เป็นดอกกุหลาบและทานตะวัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนตัวคู่บ่าวสาว อีกทั้งยังมีความเรียบร้อย เพราะชุดสามารถใส่ได้ 2 แบบจะเปิดหรือปิดไหล่ก็ได้ และสุดท้ายยังแฝงความสนุกสนานด้วยการปักคำความหมายดีๆ ไว้ทั่วทั้งชุด

สำหรับ Landmee’ Love Story ถึงแม้จะเป็นไลน์น้องใหม่ที่ขยายออกมาจาก Ready to Wear ของ Landmee’ เพื่อเจ้าสาวโดยเฉพาะ ก็ยังสามารถคงคุณภาพและเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้อย่างดี ทั้งความเฟมีนีนปนด้วยความสนุกสนาน และความประณีตของดีเทลที่บรรจงตัดเย็บกับมือทั้งสิ้น ถือเป็นน้องใหม่ในวงการ Wedding Dress ที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อย


รูปภาพ: Instagram @nattynantana และ @nunwila