เมคอัพโทนสีแดง

ทริคการแมตช์เมคอัพโทนสีแดงกับชุดไทยให้เจ้าสาวสวยปัง

เมคอัพโทนสีแดง เป็นสีที่เจ้าสาวสายหวานอาจมองว่าไม่ใช่ แต่สำหรับสายมั่นนั้นบอกเลยว่าเป็นสีที่ช่วยส่งให้ลุคดูสง่างาม มีความเป็นนางพญา เสริมออร่าเจ้าสาวให้ดูโดดเด่นที่สุดในงาน เจ้าสาวที่ทำงานหนักต่อเนื่องจนผิวโทรมแบบกู้ไม่ทัน กลัวถึงวันแล้วจะดูซูบซีด เรียวปากสีแดงนั้นถือว่าช่วยชุบชีวิตดึงความสนใจจากผิวที่ไม่พร้อมได้เป็นอย่างดี เฉดสีแดงที่เหมาะกับชุดไทยเป็นไปได้ทั้งสีแดงสดสุดคลาสสิก สีแดงอมส้มที่จะไปได้ดีกับชุดที่มีงานปักสีทอง ส่วนแดงก่ำงามสง่าดูสุขุมเหมาะกับงานพิธีการ

ทริคการแมตช์เมคอัพโทนสีแดงกับชุดไทยให้เจ้าสาวสวยปัง

Color Matching Ideas

เรียวปากสีแดงแน่นอนว่าไปกันได้ดีกับชุดไทยในโทนสีแดง ยิ่งจับคู่ลูกเล่นเป็นสีแดงเดียวกับชุดที่ใส่ก็ยิ่งทำให้ลุคเจ้าสาวดูมีพลังปังขึ้นอีก นอกจากนั้นสีในโทนอุ่นอย่างสีทอง น้ำตาล ครีม ก็จับคู่กับสีแดงได้อย่างเหมาะเจาะ สีโทนเย็นที่อยู่ในเฉดสีอ่อนอย่างสีเงิน เทาอ่อนนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่จะจับคู่กับเมคอัพโทนสีแดง แต่ต้องระวังสีที่จะแข่งกันอย่างสีน้ำเงิน สีฟ้าสด สีเขียว หากไม่ใช่สายแฟฯที่สามารถแมตช์น้ำหนักและเลือกคู่สีเก่งจริงจะดูพังได้ง่าย

Tips

เมื่อเลือกแล้วว่าอยากแต่งหน้าในโทนสีแดง เจ้าสาวต้องระวังอย่าเล่นใหญ่ใช้สีแดงพร้อมกันทั้งตาแก้มปาก หากไม่อยากดูเป็นนางโชว์มากกว่าเจ้าสาว เลือกจับคู่เรียวปากสีแดงกับดวงตาในโทนนู้ด น้ำตาล ทอง หรือเลือกลูกเล่นอายแชโดว์โทนสีแดงจับคู่กับเรียวปากสีนู้ดหรือพีชจะดูกลมกล่อมลงตัวกว่า เรื่องที่เจ้าสาวปากแดงจะต้องเตรียมตัวมากกว่าคนอื่นสักหน่อยคือการดูแลเรียวปากให้ชุ่มฉ่ำตลอดช่วงเวลา ก่อนวันสำคัญอัดลิปบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นพร้อมการสครับอย่างต่อเนื่องให้เรียบเนียน เพราะเรียวปากสีแดงโดดเด่นมีสิทธิ์จะโชว์ริ้วรอยลอกเป็นขุยออกมาชัดเป็นพิเศษหากดูแลไม่ดีพอ


คุณแม่จิตทิพย์

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประกาศ ลิซ่า และ คุณแม่จิตรทิพย์ ลูกกตัญญู-แม่ดีเด่น

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567 โดย คุณแม่จิตรทิพย์ บรู๊ชวายเลอร์ ได้รับการคัดเลือก “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567” และ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่ได้รับการคัดเลือก”ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่”

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567” ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ แยกตึกชัย ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยภายในงานจะมีการมอบรางวัลให้กับแม่ดีเด่นแห่งชาติ และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่

โดยในปีนี้สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้เชิดชูเกียรติ คุณแม่จิตรทิพย์ บรู๊ชวายเลอร์ ที่ให้ได้รับการคัดเลือก “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567” และ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่ได้รับการคัดเลือก”ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” ในโอกาสงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

คุณแม่จิตทิพย์

อย่างที่ทราบกัน ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล วัย 27 ปี เป็นศิลปินเชื้อชาติไทยที่ตอนนี้มีชื่อเสียงระดับโลก แต่กว่าที่เธอจะเดินมาถึงในจุดยี้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมานับไม่ถ้วน แต่หนึ่งคนที่เป็นดั่งลมใต้ปีกของเธอก็คือคุณแม่จิตทิพย์ที่เป็นกำลังใจของลิซ่า

คุณแม่จิตทิพย์

โดยเว็บไซต์ koreaboo  ได้เปิดเผยว่า ศิลปินสาวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้ (ELLE KOREA) ถึงวิธีการพูดที่แสนพิเศษของคุณแม่ ที่มีความหมายกับเธอมากๆ ลิซ่าถูกสัมภาษณ์ในคำถามที่ว่า “คำพูดอะไรที่ทำให้ลิซ่ามีความสุขที่สุด?” ซึ่งเธอได้ตอบว่า คำพูดที่ทำให้เธอมีความสุขนั้นเป็นคำพูดที่มีจากพ่อกับแม่ของเธอนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของคุณแม่ เป็นเหมือนกับการจุดประกายความสุขให้กับเธอ  ลิซ่าเล่าว่าสิ่งที่แม่มักจะถามเธอเสมอก็คือ “มีความสุขกับชีวิตไหม?” แม้จะเป็นคำถามที่เรียบง่าย แต่ก็สะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะนั่นเป็นคำถามไม่ง่ายอย่างที่คิด ทว่าคำถามของแม่กลับทำให้เธอมีความสุขจริงๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมคำถามเหล่านั้นจึงนำความสุขมาให้กับเธอ “ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่มันก็รู้สึกดี”

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร ม้ามืดโชนแสง เวที มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2024

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร ม้ามืดโชนแสง เวที มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2024 คือผลผลิตของครอบครัวชนชั้นกลางที่เต็มไปด้วยความอนุรักษนิยม คุณแม่รับข้าราชการ คุณพ่อเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้วัยเด็กของบุกเติบโตด้วยการเลี้ยงดูของคุณป้าและคุณลุงซึ่งมีอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก วัยเด็กของมุกเรียบง่ายแต่กลับหล่อหลอมให้มุกมีความรับผิดชอบและรักในวิถีชีวิตของชาวอีสานซึ่งอาชีพหลักคือการทำการเกษตร ทำนา ปลูกพืชหมุนเวียน เลี้ยงสัตว์ ตลอดจนศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การทอเสื่อ ทอผ้า และเครื่องจักสาน ทำให้บุกสนใจที่จะผลักดันและต่อยอดโครงการกระบวนการผลิตข้าวที่ยั่งยืนแบนองค์รวม InclusiveSustainableRiceLandscape (ISAL) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนพัฒนาสิ่งแวดล้อมโลก (GlobalEnvironment Facility: GEF) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเกษตรกรและพัฒนาสภาพแวดล้อมโลก

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“สิ่งที่มุกตกผลึกได้ในชีวิตคือการเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง และเชื่อว่าชีวิตจะต้องดีขึ้นได้หากเราศรัทธาและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ครอบครัวของมุกเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่หลังจากที่มุกค้นพบว่ามุกมีน้องชายต่างมารดาอีกหนึ่งคน ทำให้ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล คุณพ่อทำร้ายร่างกายคุณแม่และมุก ส่งผลให้ทั้งสองแยกทางกัน คุณแม่ที่เข้าสู่ภาวะเครียดทำให้ด่าทอและทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องอาศัยพลังกายและพลังใจเป็นอย่างมาก ถึงจะผ่านจุดนั้นมาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้มุกเรียนรู้ว่า เราทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตเป็นครั้งแรก ไม่มีใครรู้ว่าสูตรสำเร็จของชีวิตคืออะไร แต่รู้แน่ว่าความพยายามพลังใจและความรักที่มีต่อตัวเองคือเกราะป้องกันที่แข็งแรงที่สุด”

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร

ความสุขของคุณคืออะไร

“ความสุขของบุกคือการได้เรียนรู้เรื่องราวหรือความรู้ใหม่ๆ จากหนังสือมนุษย์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าการพูดคุยกับบุคคลอื่นจากหลากหลายภูมิหลังของชีวิต ความสุขของมุกคือการได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ร่วมหัวเราะ ร้องไห้ไปกับเรื่องราวของชีวิต สัมผัสถึงความเป็นมนุษย์และโอบกอดกันด้วยรอยยิ้ม ภานา คราบน้ำตาและเสียงหัวเราะ”

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2024

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“การนั่งเรือใหญ่ข้ามฟากไปเกาะเต่าอาจจะฟังดูนำตื่นเต้นและเป็นความกรงจำที่แสนหวาน แต่สำหรับบุกและคุณแม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้าย กันทีที่มุกและคุณเม่เดินทางถึงเคาะ ร้านค้าก็เริ่มปิดตัว นักท่องเที่ยวบนเกาะเริ่มกักตุนอาหารและน้ำดื่ม เพื่อรองรับพายุที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาไกด์ผู้นำเที่ยวประกาศให้กลุ่มท่องเที่ยวของมุกรีบขึ้นเรือ และเดินทางกลับสู่กำเรือใหญ่ก่อนที่พายุจะเข้าและเราอาจติดค้างอยู่บนเกาะ กว่าระหว่างทาง คลับมีฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรงนักท่องเที่ยวเริ่มมีอาการเมาคลื่น เสียงอาเจียน เสียงร้องไห้ และเสียงสวดภาวนาด้วยภาษาต่างๆ ดังเคล้าอ้อมกอดของแม่และยาเแก้เมาเรือบรรเทาความทรมาน ได้บ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือมุกอยู่ในเรือนี้กับบุคคลที่สำคัญที่สุดอีกคนหนึ่งในชีวิต หากเกิดอะไรขึ้น มุกไม่ใครอยู่ไกลให้เป็นห่วง”

มุก-กานต์ฤทัย ทัศบุตร มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2024

“Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“สำหรับมุก ‘Beyond universe” คือมากกว่าจุดสิ้นสุดของจักรวาล บุกมองไปถึง endlesspassibilly ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนๆ นิ่ง และสามารถทำให้คิด movement หรือแรงขับเคลื่อนในสังคมได้ หลายๆ คนอาจจะพูดว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรยิ่งใหญ่ได้อย่างไร แต่สำหรับมุกทุกๆ คนคือ part of the universe คือส่วนหนึ่งของจักรวาล เพราะฉะนั้นทุกๆ การกระทำของเราก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่าแล้วก็ความตั้งใจ ดังนั้นบุกจึงพยายามใช้ชีวิตให้ go above and beyond และไม่มีดกั้นตัวเองด้วยความกลัวหรือกฎเกณฑ์ พร้อมท้าทายสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ”

MUT Ubon Ratchathani

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความสำคัญอย่างไรกับคุณ

“สำหรับบุกการก้าวข้ามขีดจำกัตของตัวเองคือการเพิ่มโจทย์ใหม่ให้กับชีวิต เปรียบเสมือนคำถามที่เราไม่รู้คำตอบ และบางครั้งความท้าทายที่มุคมอบให้กับตัวเองก็ยากเสียจนมุกคิดว่มุกไม่รู้แม้กระทั่งวิธีที่จะทำให้มันประสบความสำเร็จเสียด้วยซ้ำกว่าด้วยความกระตือรือร้นความสม่ำเสมอ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือความกล้า กล้าที่จะลองผิดลองถูก กล้าที่จะไม่รู้กล้าที่จะพยายาม ที่คือสิ่งที่ทำให้บุกเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการใช้ชีวิตของมุกบนโลกในนี้ ผลงานของการข้ามขีดจำกัดของมุก คือการที่บุกทำตัวเองให้เป็นที่รู้จัก สร้างรายได้ ทำให้กรอบครัวและเครือญาติภูมิใจ แต่สิ่งที่เป็นเหมือนรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่เด็กผู้หญิงในครอบครัวของมุกยึดความมั่นใจของบุกเป็นต้นแบบ บุกกล้าพูดว่า มุกคือคนที่สร้างแรงกระเพื่อมและทำลายความอนุลักษณ์นิยมที่กดขี่เพศหญิง แม้จะส่งผลเล็กๆ ในวงเพื่อน ครอบครัวและเครือญาติ แต่บุกก็ภูมิใจ และมองว่านี่คือ”

MUT Ubon Ratchathani

ก้าวที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

“แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไรแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตในชีวิตของมุกคือความเสียใจและความเจ็บปวดที่บุกได้รับในวัยเด็ก บุกอยากให้มุกในช่วงชีวิตที่ เป็นผู้ใหญ่ได้สนุกให้เต็มที่ ได้หัวเราะให้สุดเสียง และได้พูดในสิ่งที่ต้องการ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตในชีวิตคือมุกต้องการที่จะเป็นบุคคลต้นแบบ มุกยินดีที่จะให้คำปรึกษา คำปลอบโยนและกำลังใจแก่คนที่กำลังประสบกับปัญหาในชีวิต แต่การที่บุกจะทำเช่นนั้นได้ ตัวมุกเองต้องก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวด และปัญหาทุกอย่างของบุกไปให้ได้ก่อน ความคิดข้างต้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงขึ้นดีที่ทำให้มุกพัฒนาตัวเองและก้าวข้ามขอบเขตของปัญหาในชีวิตของตนเองไปได้อย่างแข็งแกร่งและเต็มภาคภูมิ”

มุก MUT Ubon Ratchathani

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาล ในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปไช้ในอนาคตอย่างไรประสบการณ์

“การประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไรประสบการณ์ ในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ในครั้งนี้ของบุกจะสอนมุกในเรื่องของ Growth mindset หรือทัศนคติ รวมไปถึงแนวความคิดที่พัฒนาและเติบโตไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องในทุกๆ การแข่งขันไม่ได้หมายความว่าคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดคือคนอื่นสำหรับบุกคู่แข่งที่น่กลัวที่สุดคือตัวของมุกเอง ทำอย่างไรเราจะพัฒนาโดยที่ไม่กดดันตัวเอง ไม่กดขี่ลดคุณค่าของคบอื่น เรียนรู้ที่จะถ่อมตนในทุกๆ ชัยชนะ และยอมรับที่จะโอบกอดความพ่ายแพ้บุกเคยพูดไปข้างต้นว่าเราทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตเป็นครั้งแรก ไม่มีใครรู้ว่าสูตรสำเร็จของชีวิตคืออะไร แต่มุกเชื่อว่าการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ในครั้งนี้จะได้ให้แบบแปลนหลักในการใช้ชีวิตที่กรงคุณค่า และเปี่ยมด้วยความกรงจำอย่างแน่นอนค่ะ”

ภาพและข้อมูลจาก MUT Ubon Ratchathani 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

มาร์โค บรูชไวเลอร์

คุณพ่อของลิซ่า BLACKPINK มาร์โค บรูชไวเลอร์ เชฟดังระดับโลก

ทำความรู้จักมาร์โค บรูชไวเลอร์ (Marco Brüschweiler) เชฟอาหารดังระดับโลก ในฐานะคุณพ่อของ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” 

าร์โค บรูชไวเลอร์

ในบรรดาครอบครัวของ “แบล็กพิงก์” BLACKPINK พ่อและแม่ของ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ปรากฏตัวหน้ากล้องมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการ “BLACKPINK HOUSE” ทั้งสองได้เข้าร่วมในฐานะแขกพิเศษที่มาสร้างเซอร์ไพร้ส์ให้กับกลุ่มสาวๆ ไม่เพียงเท่านั้นคุณพ่อของเธอยังได้โชว์การทำอาหารไทยรวมถึงของโปรดของลิซ่า ชีสฟองดูให้กับ “แบล็กพิงก์” ได้รับประทานด้วย ซึ่งสาวๆ ต่างออกปากชมว่าอร่อยไม่หยุด และจากรายการนี้เองทำให้เราได้รู้ภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาของคุณพ่อลิซ่า

มาร์โค บรูชไวเลอร์

มาร์โค บรูชไวเลอร์ (Marco Brüschweiler) เป็นเชฟชาวสวิตเซอร์แลนด์ เขาจบการศึกษาในระดับปริญญาโทในปี 1989  และเป็นเชฟชื่อดังที่ Sun City Casino ในแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองจากคณะกรรมการว่าเป็นเชฟระดับโลก ปัจจุบันเป็นผู้จัดการด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องอาหารที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจร้านอาหารแก่ผู้ลงทุนผู้มีศักยภาพในการลงทุนและจัดสรรการรับสมัครหาเชฟไทยทั่วโลก (ข้อมูลเพิ่มเติม @nyplsm)

อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่ก็เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก ลิซ่ารักคุณพ่อของเธอมากๆ ซึ่งแฟนคลับหลายคนก็ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เพราะคุณพ่อจะมาให้กำลังใจลิซ่าทุกครั้งที่เดินทางกลับมาทำงานที่เมืองไทย น่ารักจริงๆ ครอบครัวนี้

าร์โค บรูชไวเลอร์

าร์โค บรูชไวเลอร์


ข้อมูลจาก  koreaboo

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

https://praew.com/people/asian-people/318883.html

ลิซ่า สมฉายา QUEEN OF SOLD OUT สร้อยหินสีรูปพระจันทร์เสี้ยวขายเกลี้ยง

แบรนด์คู่บุญส่งโค้ตตัวละ 6 แสนบาทให้ ‘ลิซ่า Blackpink’ ถ่ายภาพทีเซอร์คัมแบ็ก

ลิซ่า BLACKPINK

คุณแม่จิตทิพย์ ลมใต้ปีกแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ ลิซ่า BLACKPINK

คุณแม่จิตทิพย์ ผู้หญิงธรรมดาที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ ลิซ่า BLACKPINK แม่ผู้เปรียบเสมือนลมใต้ปีก คอยเคียงข้างและช่วยผลักดันความฝันตั้งแต่ก้าวแรก

คุณแม่จิตทิพย์

การที่เด็กคนหนึ่งจะก้าวเดินตามเส้นทางฝันของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่าก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เพราะพ่อแม่คือแรงผลักดันที่ดีที่สุด ที่ช่วยให้ลูกทำตามความฝันได้สำเร็จ  และในโลกใบนี้มีคนดังจำนวนไม่น้อย ที่ค้นพบความฝันของตัวเองตั้งแต่เด็ก และมีโอกาสทำในสิ่งที่ใจคิดเพราะได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ จนตอนนี้ประสบความสำเร็จกลายคนดังระดับโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือศิลปินสาวขวัญใจวัยรุ่นที่กวาดหัวใจแฟนๆ ทั่วโลก ลิซ่า -ลลิษา มโนบาล

ตั้งแต่เด็กๆ เด็กหญิงป๊อกแป๊ก (ชื่อเดิมของลิซ่า) ชื่นชอบในการร้องเพลงและการเต้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าโรงเรียนจะจัดกิจกรรมอะไรเธอมักจะเข้าร่วมด้วยเสมอ  ซึ่งลิซ่าโชคดีที่ไม่ได้เดินตามความฝันเพียงลำพัง เพราะเธอมีคุณแม่จิตทิพย์ที่เหมือนลมใต้ปีกคอยอยู่เคียงข้างและช่วยผลักดันความฝันของเธอตั้งแต่ก้าวแรก ไม่ว่าจะเรียนร้องหรือเรียนเต้นคุณแม่ก็สนับสนุนเธอเป็นอย่างดี

ลิซ่า BLACKPINK

นอกเหนือจากการผลักดันด้านความสามารถแล้ว คุณแม่ยังเป็นกำลังใจที่สำคัญของลิซ่าด้วย โดยเว็บไซต์ koreaboo  ได้เปิดเผยว่า ศิลปินสาวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้ (ELLE KOREA) ถึงวิธีการพูดที่แสนพิเศษของคุณแม่ ที่มีความหมายกับเธอมากๆ

คุณแม่จิตทิพย์

ลิซ่าถูกสัมภาษณ์ในคำถามที่ว่า “คำพูดอะไรที่ทำให้ลิซ่ามีความสุขที่สุด?” ซึ่งเธอได้ตอบว่า คำพูดที่ทำให้เธอมีความสุขนั้นเป็นคำพูดที่มีจากพ่อกับแม่ของเธอนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของคุณแม่ เป็นเหมือนกับการจุดประกายความสุขให้กับเธอ  ลิซ่าเล่าว่าสิ่งที่แม่มักจะถามเธอเสมอก็คือ “มีความสุขกับชีวิตไหม?” แม้จะเป็นคำถามที่เรียบง่าย แต่ก็สะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะนั่นเป็นคำถามไม่ง่ายอย่างที่คิด ทว่าคำถามของแม่กลับทำให้เธอมีความสุขจริงๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมคำถามเหล่านั้นจึงนำความสุขมาให้กับเธอ “ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่มันก็รู้สึกดี”

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าลิซ่าจะค้นพบแล้วว่านั่นคือวิธีพูดที่ชาญฉลาดจองคุณแม่ ที่จะทำให้เธอได้สัมผัสกับความรักและความห่วงใย เพราะคำถามนั้นเป็นคำถามของเหล่าแม่ๆ มักต้องการจะยืนยันว่าลูกๆ มีความสุขหรือเปล่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสุขของพ่อแม่ก็คือ ต้องการอยากจะเห็นลูกมีความสุขนั่นเอง


ข้อมูล : koreaboo ภาพจาก : IG @nurara9 , ***สามารถแจ้งลิขสิทธิ์ภาพได้ทาง INBOX 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่นี่

คุณพ่อของลิซ่า BLACKPINK มาร์โค บรูชไวเลอร์ เชฟดังระดับโลก

สาวน้อยมหัศจรรย์ในศตวรรษที่ 21 “ลิซ่า” BLACKPINK ไอดอลของเด็กไทย

เผยภาพแคมเปญ MUGLAR X GENTLE MONSTER ผลงานคอลแลบเบเรชั่น จากสองแบรนด์ดังระดับโลก

หลอมลวมงานศิลป์อันสร้างสรรค์ และ นวัตกรรมล้ำสมัย กับการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด การคอลแลบเบอเรชั่นจากสองแบรนด์ระดับโลก  มูแกลร์ (MUGLER) และ เจนเทิล มอนสเตอร์ (Gentle Monster) การร่วมมือกันของแบรนด์ห้องเสื้อระดับตำนานและ แบรนด์แว่นตาระดับโลก ได้กลายเป็นผลงานคอลแลบเบอเรชั่น ในคอลเลกชั่น The Mugler X Gentle Monster  ถูกผสานร่วมกันระหว่าง มรดกของ มูแกลร์ ‘spiral’ รูปทรงเกลียวอันเป็นเอกลักษณ์อันร่วมสมัย ผสานรายละเอียดสุนทรียภาพตามแบบฉบับของ เจนเทิล มอนสเตอร์ เกิดเป็นผลลัพธ์ที่ได้ สองรูปทรงพิเศษ สร้างความโดดเด่น ในคอลเลกชั่นนี้ ประกอบด้วย แว่นตารุ่น Spiral 01 งานดีไซน์สุดล้ำ รูปทรงเรขาคณิต สื่อถึงพลังอันเข้มข้นจากการที่ได้แรงบันดาลใจจากการสำรวจแว่นตา รุ่น ‘Fourmis’ อายแวร์รุ่นแรกของมูแกลร์ ที่เคยถูกนำเสนอครั้งแรกผ่าน คอลเลกชั่นเสื้อผ้าชั้นสูง (Haute Couture collection) ในปี 1998 คอลเลกชั่น ‘Les Insectes’ พร้อมเปิดตัวควบคู่ไปกับ แว่นตารุ่น ‘Spiral 02’ ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบอันร่วมสมัย ผสานกับรายละเอียดเส้นขอบนูนและโลโก้โครเมี่ยมที่ขาแว่น ทำให้แว่นตารุ่น ‘Spiral 01’ และ ‘Spiral02’ สะท้อนถึงความแม่นยำและศิลปะที่ถูกนำมานิยามตัวตนของผลงานการร่วมมือในครั้งนี้ สร้างมาตราฐานใหม่ให้กับวงการอายแวร์ รวมถึงคอลเลกชั่นนี้ยังถูกขยายจิตวิญาณทางนวัตกรรมไปสู่ การดีไซน์ แพคเกจที่ผ่านการสำรวจ ทั้งรูปทรงในแบบ ออแกนิค และ โครงสร้าง ถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันทันสมัย และล้ำหน้า จากการร่วมมือกันใครครั้งนี้ รวมถึงได้ถ่ายทอดภาพแคมเปญเพื่อบอกเล่าถึงขอบเขตการออกแบบอันมุ่งมั่น ร่วมกับนางแบบระดับโลกอย่าง Colin Jones และ Georgia Palmer สองไอค่อนคนสำคัญที่ถูกนำเสนอมุมองผ่านเลนส์ของ Theo Liu ครีเอทีฟคนดังจาก มูแกลร์ เพื่อสดุดีถึงผลงานการร่วมมือกันครั้งในอดีตของ ของผู้ก่อตั้งและนักออกแบบระดับตำนาน Manfred Thierry Mugler และช่างภาพคนสำคัญ Helmut Newtown ผู้ล่วงลับ

โดยผลงานคอลแลบเบอเรชั่นในครั้งนี้จะถูกวางจำหน่ายในวันที่ 18 กรกฎาคม ทั้งทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ MUGLER และ Gentle Monster พร้อมกันทั่วโลก รวมถึงมีอีเวนท์พิเศษภายในร้านเจนเทิล มอนสเตอร์ที่ โซล และเซี่ยงไฮ้ โดยงานจัดแสดงชั่วคราวนี้จะแสดงให้เห็นถึงงานออกแบบ อัตลักษณ์อันทรงพลังของทั้งสองแบรนด์ผ่าน การเคลื่อนไหวของโครงสร้างงานศิลปะเชิง จลนศิลป์ (Kinetic) ถ่ายทอดความกล้าหาญและพลวัตของแบรนด์ มูแกรล์ และ เจนเทิล มอนสเตอร์ได้อย่างชัดเจน

Mugler – Spiral 01 C1
Mugler – Spiral 01 M01
ลิปไก่ทอดซอสเกาหลี 'Korean Spicy Chicken Oil Tint' คอลแลบ BEAUTRIUM X BONCHON สวยเผ็ดลิมิเต็ดสไตล์เกาหลี

ลิปไก่ทอดซอสเกาหลี ‘Korean Spicy Chicken Oil Tint’ คอลแลบ BEAUTRIUM X BONCHON สวยเผ็ดลิมิเต็ดสไตล์เกาหลี

ครั้งแรกในไทยของสุดยอด 2 แบรนด์ดังที่มาคอลแลบกันระหว่าง ‘BEAUTRIUM’ บิวตี้รีเทลระดับชั้นนำ แหล่งรวมสินค้าบิวตี้ไอเทมยอดนิยม กับ ‘BONCHON’ แบรนด์ไก่ทอดสไตล์เกาหลีอันดับ 1 ผนึกกำลังดันเทรนด์ K-Beauty ด้วยการเปิดตัวลิปทินท์รุ่น Limited Edition ‘Korean Spicy Chicken Oil Tint’ ในแคมเปญ K – Beauty Fest

‘Korean Spicy Chicken Oil Tint ลิปไก่ทอดซอสเกาหลี’ เป็นการรวมถึงจุดแข็งของทั้งสองธุรกิจมาผสานผสานเข้าด้วยกัน นั่นก็คือบิวตี้ไอเท็มอย่างลิปสติกและเมนู Signature ของบอนชอนอย่างไก่ทอด Hot Spicy ซึ่งเป็นการจับคู่ที่มาจากเอกลักษณ์ของสินค้าแต่ละแบรนด์ได้อย่างลงตัว อีกทั้งลิปเป็นประเภทสินค้าที่เข้าถึงง่าย และมีคนใช้เยอะที่สุด เมื่อนำมาผสมผสานกับไก่ทอดซอสเกาหลีของบอนชอน นอกจากสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคแล้ว อีกด้านนึงยังทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการคอลแลบข้ามขั้วระหว่างธุรกิจความงามและธุรกิจอาหาร 

นอกจากนี้ Korean Spicy Chicken Oil Tint  ไม่ได้เป็นเพียงลิปที่เติมเต็มสีสันสดใสให้กับริมฝีปากเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมคุณสมบัติที่บำรุงริมฝีปากให้อวบอิ่ม นุ่มนวล และดูอ่อนเยาว์ ด้วยส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันแมคคาเดเมีย และสารสกัดจากผลอะโวคาโดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอี ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น และฟื้นฟูริมฝีปากให้กลับมานุ่มชุ่มชื้นและเปล่งปลั่ง นอกจากการพัฒนาตัวลิปทินท์ให้ตอบโจทย์สายเกา ทางบิวเทรี่ยมและบอนชอนยังได้สร้างสีสันแปลกใหม่ด้วยการออกแบบแพ็กเกจจิงของลิปทินท์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนสั่งไก่ทอดบอนชอนมาทานที่บ้าน เป็นกิมมิคสุดน่ารักที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้รับอย่างแน่นอน

พิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฏาคม 2567 เป็นต้นไป เมื่อช้อปสินค้าที่ BEAUTRIUM ครบ 999.- ที่ สาขา Siam Square Flagship Store เท่านั้น รับฟรี!!

ต่อที่ 1: รับสิทธิ์เป็นเจ้าของลิปสุดพิเศษ Korean Spicy Chicken Oil Tint สินค้ารุ่น Limited Edition มูลค่า 399.- บาท (มีจำนวนจำกัด)

ต่อที่ 2: 100 ท่านแรก รับ Bonchon Discount Voucher 100 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดทานในร้าน Bonchon เท่านั้น ทุกสาขา พร้อมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษ รับสิทธิ์กิจกรรมหมุนวงล้อร่วมสนุกรับรางวัลจาก Bonchon เพียงโชว์ใบเสร็จช้อปไม่มีขั้นต่ำ ตั้งแต่วันที่ 12 – 23 กรกฏาคม 2567 ที่ BEAUTRIUM สาขา Siam Square Flagship Store เท่านั้น

Photo: Courtesy of Brands


ทำความรู้จัก 15 ศิลปินรุ่นใหม่ Gen 3 – 4 จากค่ายดูมันดิ

ระวังโดนตกไม่รู้ตัว! ❤️#PraewDigitalCover แท็คทีม 15 ศิลปินรุ่นใหม่ Gen 3 – 4 จากค่ายดูมันดิ “โทมัส, ก้อง, เก่ง, น้ำปิง, เติ้ล, เฟิร์สวัน, ลาเต้, คิม, เจ็ม, ตี๋ตี๋, โอม, เจเจ, แพทจิ, ป๋อ และอู่อู๋” มาเสิร์ฟความฟิน ในแฟชั่นเซ็ตพิเศษ พร้อมพาทุกคนไปทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น ในคอลัมน์ Praew Favor นิตยสารแพรว ก.ค. 67

โทมัส – ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์

IG https://www.instagram.com/thomaschungmanirat/

“ภายนอกผมอาจจะดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด แต่ถ้าสนิทกันแล้ว ผมเป็นคนจอย ๆ นะครับ ชอบอยู่กับเพื่อน ชอบทำกิจกรรม คือมี 2 โหมด ทั้งแอ็กทีฟและชอบอยู่นิ่ง ๆ เป็นคนเงียบ ๆ ที่ชอบทำกิจกรรม แต่ชอบที่สุดคือ เล่นกีฬา”

1 คำ = ตัวเอง / โทมัส = กีฬา

ก้อง – ก้องภพ จิโรจน์มณี

IG https://www.instagram.com/kongjiro/

“ก้องมีเอเนอร์จี้เยอะครับ เป็น Extrovert ชอบเข้าสังคม และเป็นสายกิจกรรมด้วยครับ เล่นกีฬา งานโรงเรียน ทำทุกอย่างเลย และอีกอย่างที่ชัดเจนมากๆ คือ ชอบกิน โดยเฉพาะพวกของหวานเย็นๆ อย่าง บิงซู น้ำแข็งใส และขนมรสสตรอเบอร์รี่ครับ”

1 คำ = ตัวเอง / ก้อง = นักกิน

เก่ง – หฤษฎ์ บัวย้อย

IG https://www.instagram.com/harit_keng/

“ผมดูนิ่ง ๆ ดูภายนอกคนมักจะนึกว่าหยิ่ง แต่จริง ๆ ผมไม่รู้จะเข้าหาเขายังไง ซึ่งพอเข้าวงการบันเทิงก็ต้องปรับตัวให้กล้าคุย กล้าเล่นมากขึ้น”

1 คำ = ตัวเอง / เก่ง = เก่ง

น้ำปิง – นภัสกร ปิงเมือง

IG https://www.instagram.com/nampingster/

“น้ำปิงเป็น Ambivert ครับ คือมีส่ว่นผสมของเอกซ์โทรเวิร์ต กับอินโทรเวิร์ต เวลาอยู่นอกบ้านชอบพูดคุย ถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็คือ น้องหมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ชอบให้คนเล่นด้วย เฮอาสนุกสนานเต็มที่ แต่พอถึงบ้านจะชอบอยู่คนเดียว”

1 คำ = ตัวเอง / น้ำปิง = Bunny Retriever

เติ้ล – มติมันท์ ศรีบุญเรือง

IG https://www.instagram.com/tle_mtm/

“ถ้าตั้งใจทำอะไร ผมจะมีเพสชั่นกับสิ่งนั้นและชอบเรียนรู้ครับ อย่างสมัยเด็กถ้าวิชาไหนไม่เข้าใจ ผมจะอัดเสียงแล้วกลับมาย้อนฟัง ผมชอบเติมเต็มตัวเอง เพราะเราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง”

1 คำ = ตัวเอง / เติ้ล = เกร๋

เฟิร์สวัน – วรรณกร เรืองรัตน์

IG https://www.instagram.com/firstone.wnk/

“สวัสดีครับ เฟิร์สวัน เกิด 1 สิงหาคม และเป็นลูกคนที่ 1 ครับ (ยิ้ม) ถ้ามองจากภายนอกผมเป็นคนสดใสร่าเริง แต่สมัยเด็กจะมีความเนิร์ด ชอบเล่นเกมคนเดียว ไม่ชอบออกนอกบ้าน แต่พอโตขึ้นมีสังคมมาขึ้น ได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ กลายเป็นว่าตอนนี้เวลาอยู่กับเพื่อนสนิทจะพูดไม่หยุดเลยครับ”

1 คำ = ตัวเอง / เฟิร์สวัน = สุดหล่อ

เจ็ม – เจษฎา จันทร์มะโน

IG https://www.instagram.com/gems.jsd/

“เป็นคนสบาย ๆ ขี้เล่นครับ บางวันอยากออกไปเจอผู้คน บางวันก็เก็บตัว เวลาว่างชอบดูหนัง ดูซีรี่ส์แนวดราม่า หรือมีพลังวิเศษเหนือจริง”

1 คำ = ตัวเอง / เจ็ม = มาริโอ้

ตี๋ตี๋ – วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ

IG https://www.instagram.com/twnpich/

“ผมชอบลองทำอะไรใหม่ ๆ โดยจะไม่คิดไปก่อนว่าเราทำไม่ได้ ก่อนหน้านี้ผมขี้อายมาก ถ้าต้องพูดหน้าชั้นเรียน ผมจะจื่นเต้น มือสั่น ซึ่งจุดเปลี่ยนคือ ตอนเข้าวงการ ผมชอบที่ได้มอบความสุขให้คนอื่น เมื่อมีโอกาสได้ลองจึงทลายความกลัว เปลี่ยนเป็นความสนุก”

1 คำ = ตัวเอง / ตี๋ตี๋ = น่ารัก

ลาเต้ – ธนรรถชล จันทร์แก้วอมร

IG https://www.instagram.com/latte.tnc/

“ผมค่อนข้างชิลๆ สบายๆ ครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องงานก็อาจมีมุมซีเรียสบ้าง ผมถือคติว่า ‘ทำทุกอย่างให้เต็มที่ก่อน แต่ถ้าเจอปัญหาที่เหนือการควบคุมของเรา ก็ต้องปล่อยครับ’ ส่วนเวลามีเรื่องเครียดผมจะหากิจกรรมอย่างอื่นทำแทน อย่างดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือไม่ก็ออกกำลังกาย เพื่อให้สมองได้พักไปคิดเรื่องอื่นแทน”

1 คำ = ตัวเอง / ลาเต้ = COOL

คิม – พงศธร สิทธิพันธุ์

IG https://www.instagram.com/kkim_pst_/

“ผมมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนแรง อาจเพราะภาพที่โพสต์ในไอจี แต่จริง ๆ ผมชิล ใจเย็นมาก ผมรักธรรมชาติ เพราะเกิดที่เชียงราย โตมากับสวน ไร่ นา งานดิเรกของผมคือ ปลูกต้นไม้ครับ”

1 คำ = ตัวเอง / คิม = ต้นไม้

โอม – ธนกฤต เจียมจรรยา

IG https://www.instagram.com/ohmkrit/

“ผมคิดว่าตัวเองเหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมรับสิ่งใหม่ และมองโลกแง่บวก อย่างเวลาเจออุปสรรค ผมจะมองหามุมดี ๆ ในเรื่องนั้น เราไม่จำเป็นต้องจมอยู่แต่กับสิ่งไม่ดี”

1 คำ = ตัวเอง / โอม = หมาน้อย, หมาเด็ก

เจเจ – รัชพล พรพินิต

IG https://www.instagram.com/jj_rcp/

“ผมมี 2 มุม คือร่าเริงแจ่มใส แต่อีกมุมคือ ผมสามารถอยู่คนเดียวได้เป็นสัปดาห์ ใช้เวลาไปกับการแต่งเพลง ผมชอบเพลงเศร้า เพราะอินกับความรักที่ผิดหวัง และผมชอบไปดูหนังคนเดียว ส่วนใหญ่เป็นแนวแอ็กชั่น คอมเมดี้”

1 คำ = ตัวเอง / เจเจ = เยี่ยมไปเลอ

แพทจิ – จิรชาติ บุษปวนิช

IG https://www.instagram.com/chira_patt/

“ผมน่าจะตรงกับคำว่า แปลก ครับ ผมชอบทำอะไรที่แตกต่าง ชอบไปนอนใต้เตียงเพราะมันอุ่น ชอบทำเสียงแปลกๆ บางทีก็นิ่ง บางทีก็ดีด แต่เวลาอยู่คนเดียวจะสบาย ๆ ชิล ๆ และชอบพูดกับตัวเอง ส่วนเวลาอยู่ข้างนอกชอบใส่หูฟัง อยู่เงียบ ๆ แตเวลาอยู่กับเพื่อนสนิท ผมค่อนข้างกวนๆ ครับ”

1 คำ = ตัวเอง / แพทจิ = ใบไม้แช่แข็ง

ป๋อ – ศุภการ จิรโชติกุล

IG https://www.instagram.com/porsuppakarn/

“นิ่ง แต่ไม่ตลอดครับ ถ้าอยู่กับคนไม่คุ้นเคย ก็จะเงียบๆ แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนก็จะเฮฮา สนุกสนาน และถ้าเจอคนที่เขาส่งเอเนอร์จี้ดี ๆ ให้ ก็จะปรับตัวได้เร็วขึ้นครับ”

1 คำ = ตัวเอง / ป๋อ = นิ่ง

อู่อู๋ – ธนภูมิ เศรษฐสิทธิกุล

IG https://www.instagram.com/auautnp/

“เฟรนด์ลี่ แต่พูดไม่ค่อยเก่งครับ จะพูดมากกับคนที่สนิท (ยิ้ม) ตอนเด็กผมอยากเป็นนักบอล แต่พอช่วงที่อ่านหนังสือเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย เริ่มสนใจ K-pop ก็เริ่มฝึกเต้น เต้นให้หม่าม้าให้ดู หม่าม้าก็เลยแอบส่งออดิชั่น และตอนนี้ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเป็นนักแสดงเต็มตัวครับ”

1 คำ = ตัวเอง / อู่อู๋ = เฟรนด์ลี่

พบกับ 15 ศิลปินค่ายดูมันดิ พร้อมทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น

กับแฟชั่นและสัมภาษณ์ในคอลัมน์ Praew Favor นิตยสารแพรว ก.ค. 67

  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • สไตล์เอดิเตอร์ : A.Y.Styled
  • แต่งหน้า ทำผม : PPKMAKEUP , Chanyanuch_wk , moly_makeup , ninumpss_mua
  • ผู้ช่วยช่างภาพ : ภาดร ขจรฤทธิ์
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : นฤมล น้ำแก้ว, จันทร์จิรา วังอาจ
  • เรื่อง : Fai, Minim, Mind, รินรดา
ชุดพิธีการโอลิมปิก

ส่องแฟชั่น ชุดพิธีการโอลิมปิก 2024 สง่างาม มีสไตล์ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์

นับถอยหลังสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 หรือ โอลิมปิกฤดูร้อน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หลายคนตั้งตารอชมพิธีเปิดสุดอลังการแล้ว แต่อีกหนึ่งในไฮไลท์ของงานในปีนี้ ซึ่งหลายๆ ประเทศได้ทยอยเปิดตัวกันบ้างแล้วคือ ชุดพิธีการที่เหล่านักกีฬาจะสวมใส่เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ และ ในวันที่ 28 สิงหาคม สำหรับการแข่งขันพาราลิมปิก

อย่างที่รู้กันว่าปีนี้เจ้าภาพคือ ฝรั่งเศส ประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของแฟชั่น เราจึงได้เห็น LVMH เข้ามามีบทบาทในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทรังก์สำหรับใส่คบเพลิง เหรียญรางวัล หรือจะเป็นชุดพิธีการของนักกีฬาฝรั่งเศส ซึ่งปีนี้ออกแบบโดย Berluti  นอกจากชุดของฝั่งเจ้าภาพจะน่าสนใจ สมกับเป็นมหานครแฟชั่น ประเทศอื่นๆ ก็โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน

ส่องแฟชั่น ชุดพิธีการโอลิมปิก 2024 สง่างาม มีสไตล์ ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์

ฝรั่งเศส

berluti

สำหรับชุดพิธีการของนักกีฬาเจ้าภาพในปีนี้ออกแบบโดย Berluti ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ว่าจะเป็น ทักซิโด้ เสื้อเชิ้ต เข็มขัด ผ้าพันคอหรือผ้าเช็ดหน้า และรองเท้า โดยชุดทั้งหมดจะถูกบรรจุอยู่ในกระเป๋าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

berluti

ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บจากผ้าวูล ขณะที่ปกทักซิโด้ลวดลายสีน้ำเงิน และสีแดงตัดเย็บจากผ้าฝ้ายผสมผ้าไหม ชุดอันสง่างามนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ธงชาติฝรั่งเศส” อีกหนึ่งดีเทลเล็กๆ ที่เมซงให้ความสำคัญคือ กระเป๋าสูท และผ้าพันคอที่ทำจากเศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ เรียกได้ว่าเป็นชุดพิธีการที่เต็มไปด้วยสไตล์ ความสง่างาม ความยืดหยุ่น และความสบาย

สหรัฐอเมริกา

Ralph Lauren

นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นเวลา 9 ปีแล้วที่ Ralph Lauren ออกแบบชุดพิธีการเปิด และปิดให้กับนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก และสำหรับโอลิมปิกฤดูร้อนในปีนี้ แบรนด์ได้นำแฟชั่นสไตล์อเมริกันและชุดกีฬาสไตล์เรียบหรู มาสู่กรุงปารีส โดยทาง Ralph Lauren เผยว่าคอลเล็คชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก “เมืองเจ้าภาพที่เต็มไปด้วยพลังและมีชีวิตชีวา” แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณรักชาติที่สะท้อนออกมาในเฉดสีแดง ขาว และน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์”

Ralph Lauren

David Lauren หัวหน้าฝ่ายแบรนด์และนวัตกรรมของ Ralph Lauren บอกกับ CNN ในงานเปิดตัวคอลเล็คชั่นนี้ว่า “เรารู้สึกภูมิใจมากที่ได้ออกแบบชุดให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา เราต้องการให้บรรดานักกีฬาก้าวออกไปบนเวทีระดับโลกด้วยความรู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นทูตของวัฒนธรรมอเมริกัน ความเป็นผู้นำของอเมริกัน และน้ำใจนักกีฬาของอเมริกัน” 

นักกีฬาทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะสวมเสื้อเบลเซอร์สีกรมท่า ดีไซน์คลาสสิคของ Ralph Lauren ที่มีรายละเอียดสีแดงและสีขาว จับคู่กับเสื้อเชิ้ตอ็อกซ์ฟอร์ดลายทาง เน็คไทถักสีกรมท่า และกางเกงยีนส์ผ้าเดนิมสีอ่อนทรงสอบ

ออสเตรเลีย

(Photo by Matt King/Getty Images)

ชุดพิธีการของประเทศออสเตรเลียในปีนี้ออกแบบโดย Sportscraft ดีไซน์ของชุดได้รับแรงบันดาลใจจาก ฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก โดยมีลวดลายพิมพ์สีออมเบรในโทนสีเขียวและทองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระอาทิตย์ตกในเมืองปารีส และเป็นครั้งที่ 10 แล้วที่ชุดพิธีการของนักกีฬาออสเตรเลียได้รับการออกแบบโดย Sportscraft ที่ร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิกออสเตรเลีย รวมถึงรองเท้าได้สั่งทำพิเศษจาก Volley

แคนาดา

Summer McIntosh นักว่ายน้ำชาวแคนาดาในแจ็คเก็ตพิธีเปิดทีมแคนาดาจาก Lululemon

อีกหนึ่งประเทศที่เปิดตัวชุดพิธีการ และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือ แคนาดา โดยปีนี้นักกีฬาจะได้สวมชุดจากแบรนด์ Lululemon ซึ่งจะเป็นสปอนเซอร์ตั้งแต่ชุดพิธีเปิด ชุดขึ้นโพเดียม ชุดสื่อมวลชนไปจนถึงดีไซน์พิธีปิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงเหนือ

Luluelmon ได้พัฒนาผ้าแจ็คการ์ดชนิดใหม่ โดยทอเส้นใยทั้งหมดเป็นชิ้นเดียวสำหรับชุดกีฬาโอลิมปิกโดยเฉพาะ ผ้าแจ็คการ์ดได้รับการออกแบบให้ระบายอากาศ และระบายเหงื่อได้ดี ขณะที่แจ็คเก็ตพิธีเปิดของทีมแคนาดามาในโทนสีแดงสดทอลวดลายใบเมเปิ้ลสัญลักษณ์ของแคนาดา

มองโกเลีย

สง่างาม โดดเด่น ไม่เหมือนใคร สำหรับชุดพิธีการของประเทศมองโกเลีย ซึ่งได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ Michel & Amazonka 

ชุดพิธีการนี้ประดับด้วยสัญลักษณ์ประจำชาติ และสัญลักษณ์โอลิมปิก รวมถึงธงขาว 9 ผืน คบเพลิงโอลิมปิก สัญลักษณ์โอลิมปิก ณ กรุงปารีส สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และกัวมารัล (กวางในตำนาน) ซึ่งทั้งหมดถูกปักอย่างประณีตด้วยด้ายสีทอง

อินเดีย

 Tasva

ชุดพิธีการแข่งขันโอลิมปิกของประเทศอินเดียในปีนี้ได้รับการออกแบบโดย Tarun Tahiliani และ Tasva นักกีฬาทีมชาติอินเดียจะสวมชุด kurta bundi  ส่วนนักกีฬาหญิงจะสวมชุดผ้าซารีที่เข้าชุดกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าอิคัต หรือ ผ้ามัดหมี่ที่มีแถบธงสามสีของประเทศอินเดีย


“ทองมา” ตอบแทนสังคมไทยผ่าน 45 องค์กรทั่วประเทศ มอบ “ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ กรรมการ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริจาคเงินส่วนตัวในนาม “ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์” ประจำปี 2567 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ให้กับสถาบันการศึกษา มูลนิธิ โรงพยาบาลและองค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ จำนวน 45 องค์กร รวมเป็นเงิน 48.5 ล้านบาท โดยแบ่งการสนับสนุนเป็นองค์กรด้านศาสนา 7 หน่วยงาน ด้านการศึกษา 22 หน่วยงาน และ ด้านสังคม 16 หน่วยงาน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมพิธีมอบทุนฯ  ณ  อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ซึ่งเงินบริจาคส่วนนี้จะช่วยสนับสนุนการทำงานขององค์กรต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายทองมาได้มอบ “ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์” ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปีนี้นับเป็นปีที่ 15 โดยได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา การศึกษา และสังคม ผ่านมูลนิธิ สถาบันการศึกษา และองค์กรต่าง ๆ  ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 112 องค์กร ทั่วประเทศ รวมถึงในเนปาล เป็นยอดเงินบริจาครวมทั้งสิ้นมากกว่า 522 ล้านบาท ตามเจตนารมณ์ที่ต้องการทำนุบำรุงศาสนา สนับสนุนทุนการศึกษา และช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

เปิดตัว TUMI เซ็นทรัลเวิลด์ สโตร์โฉมใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร

ทูมี่ แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์และการเดินทางชั้นนำระดับโลก เปิดตัว TUMI เซ็นทรัลเวิลด์ สโตร์โฉมใหม่ ใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับมาตรฐานแบรนด์ไปสู่ระดับลักส์ชัวรี

TUMI เซ็นทรัลเวิลด์ สโตร์ นับเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ถึง 174 ตารางเมตร  และ เป็นสาขาแรกในประเทศที่ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ที่สร้างความเรียบหรู และทันสมัย เป็นพื้นที่ที่เชื้อเชิญให้ลูกค้าดื่มด่ำไปกับแบรนด์ และ เข้าถึง  DNA  ของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ โดยทุกรายระเอียดภายในร้านตั้งแต่ ด้านหน้าร้านไปจนถึงพื้นกระเบื้อง ล้วนได้รับการออกแบบใหม่อย่างพิถีพิถันด้วยดีไซน์ที่นุ่มนวล ผ่านชุดตกแต่งสีขาวเทาที่มีความทันสมัย พร้อมทั้งผสมผสานวัสดุระดับพรีเมียมอย่างหินอ่อนธรรมชาติสีขาว กระเบื้อง เหล็ก หนัง และหินสังเคราะห์โคเรียน เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศอันน่าอภิรมย์ เฉกเช่นการออกเดินทางไปสำรวจคอลเลกชันและไลฟ์สไตล์ชั้นนำจาก TUMI

บลู – พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ และดัง – ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ
เลิฟ – ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร

ด้วยพื้นที่โปร่งสบายและดูสดใหม่นี้ ได้รวมเอาหน้าจอ LED รูปตัว L ที่คอยเป็นดังหน้าต่างที่พาทุกคนเข้าสู้โลกของ TUMI  อีกทั้งผนังแม่เหล็กที่ทำขึ้นจากไทเทเนียมเมทัลลิก ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดรวมโฟกัสอันโดดเด่นที่เป็นสเหมือนการแสดงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างนสรรค์นวัตกรรมสำหรับกระเป๋าเดินทางเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิด TUMI เซ็นทรัลเวิลด์ สโตร์ TUMI จึงได้เปิดตัวสินค้าใหม่จากคอลเลกชัน Fall/Winter 24 โดยมีเซเลบริตี้คนดังอย่าง บลู – พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ, ดัง – ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ และ เลิฟ – ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย


ข้อมูลและภาพ: TUMI

Smeg Galileo แรงบันดาลใจจากบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ สู่ศิลปะการทำอาหารสไตล์อิตาลี

SMEG แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวชั้นนำจากประเทศอิตาลี จัดงาน “Smeg Galileo Launch 2024” เปิดตัวสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวชั้นนำจากอิตาลี ที่ครั้งนี้เป็นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของเตาอบที่มีชื่อว่า “GALILEO” โดยนำเสนอผ่านศิลปะการปรุงอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งจาก เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ จาก Elements, Inspired by Ciel Bleu ห้องอาหารเจ้าของมิชลินสตาร์หนึ่งดาว ที่มาร่วมรังสรรค์เมนูอาหาร 6 คอร์ส จากเตา Omnichef เพื่อแสดงถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันเป็นเลิศของเตาอบ โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ซาร่า เล็กจ์, วัจณา เจริญสมสมัย, พรรษมน พจนประพันธ์, สธน ตันตราภรณ์ และณฐรัช พูนทรัพย์มณี มาร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ณ SMEG ชั้น 1 Gaysorn Village

คุณวันชัย สวนศิลป์พงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด  ร่วมกับคุณธนัชพร สวนศิลป์พงศ์ ผู้อำนวยการแบรนด์สินค้า บริษัท เพ็น เค อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า งานเปิดตัวครั้งนี้เป็นการแนะนำเตาอบซีรีส์ใหม่ Smeg Galileo ให้กับลูกค้า และคนทั่วไป ได้รับรู้และเกิดความสนใจในความสามารถของเตาอบและประสบการณ์การทำอาหารที่ไม่เหมือนใคร ผ่านอาหารที่สร้างสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษผ่านเตาอบ Galileo รุ่น Omnichef ที่ผสมผสานการปุรงอาหารแบบดั้งเดิม (traditional) การปรุงอาหารผ่านไอน้ำ (Steam) และไมโครเวฟ (Microwave)  เข้าด้วยกัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะช่วยให้คุณทำอาหารหลากหลายเมนูได้พร้อมกันในผลิตภัณฑ์เดียว ด้วยการรังสรรค์เมนูอาหาร รสชาติ และเทคนิคใหม่ ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SMEG ในเทคโนโลยีการทำอาหารและศิลปะการทำอาหาร 


ภายในงาน เริ่มต้นขึ้นด้วยการพาเหล่าเซเลบริตี้นักชิม นำโดย ซาร่า เล็กจ์, วัจณา เจริญสมสมัย, พรรษมน พจนประพันธ์, สธน ตันตราภรณ์ และณฐรัช พูนทรัพย์มณี เยี่ยมชมโชว์รูมและสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ของเตาอบ Galileo รุ่น Omnichef จากนั้นแขกทุกท่านได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ความอร่อยอย่างต่อเนื่องด้วยมื้อกลางวันสุดพิเศษ โดยแต่ละเมนูล้วนผ่านการรังสรรค์ทั้งหน้าตาและรสชาติ โดยเชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ จาก Elements, Inspired by Ciel Bleu ที่ดึงรสชาติวัตถุดิบชั้นดีที่ผ่านเทคนิคการปรุงจากเตาอบของ SMEG

เริ่มต้นด้วย Dry Aged Haranaka Chutoro ที่เชฟใช้ปลาทูน่าส่วนท้องละลายในปากเสิร์ฟคู่กับไข่หอยเม่นบาฟุน และซอสสูตรพิเศษผสมโนริสาหร่าย ช่วยเพิ่มกลิ่นอายของท้องทะเล เป็นการเรียกน้ำย่อยชั้นดี, ต่อด้วยฟัวกราส์ Jean Larnaudie Foie Gras

อีกจานที่เป็นไฮไลท์ของงาน Galileo Multicooking Technology Signature Dish เมนูปลาอะมาได กับเนื้อปลาทะเลสีขาวละเอียดที่อ่อนนุ่ม อบอย่างสมบูรณ์แบบที่อุณหภูมิสูง 180 องศา แสดงถึงการควบคุมความร้อนที่แม่นยำของเตาอบ Omnichef ในโหมดดั้งเดิม ผสานกับความอร่อยของกุ้งลอบสเตอร์ที่ชุ่มฉ่ำ ผ่านการปรุงด้วยไอน้ำอย่างพิถีพิถัน เพื่อรักษารสชาติและความอ่อนโยนตามธรรมชาติ เข้ากันอย่างลงตัวกับใบโอบะกรอบที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งอบด้วยฟังก์ชันไมโครเวฟ และแครอทที่นึ่งและอบพร้อมกัน แสดงถึงความสามารถของเตาอบในการผสมผสานวิธีการทำอาหารอย่างไร้รอยต่อ

ถัดไปเป็นเมนู Chiang Mai Zucchini Flower ดอกซูกินี ที่อัดแน่นด้วยชีสและกลิ่นหอมจากทรัฟเฟิล โดยจานหลักมีให้เลือกระหว่าง Saddle Of Lamb, Dry Aged Mikandai หรือ Nagasaki Wagyu A5 Striploin

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง Okayama Shimizu White Peach รสชาติหวานอมเปรี้ยวของเนื้อผลไม้จับคู่กับคัสตาร์ดเลมอนจากชะอำผสมกับเลมอนเวอบีน่าเสิร์ฟบนทาร์ตอัลมอนด์

หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์ผ่านเตาอบ Smeg Galileo รูปแบบใหม่ สามารถเข้าชมได้ที่  Smeg Thonglor Sukhumvit Soi 55, Smeg Emsphere ชั้น 2, Smeg Gaysorn village ชั้น 1, Smeg Central Embassy ชั้น 4, Emporium Department Store, Central Department Store และ Paragon Department Store


ข้อมู,และภาพ: Smeg

ตามเทรนด์ไม่พัก! Louis Vuitton ปล่อยไอเท็มใหม่ พวงกุญแจน้อง Vivienne 8 ดีไซน์

ตามเทรนด์มาติดๆ หลังจากปรากฏการณ์ห้อยตุ๊กตากับกระเป๋า ล่าสุด Louis Vuitton ปล่อยพวงกุญแจน้อง Vivienne 8 ดีไซน์ ราคาตัวละ 47,100 บาท

นอกจากเหล่า Art Toy ยอดฮิตอย่าง Labubu, Cry Baby, Molly, Skullpanda, Hirono และอื่นๆ อีกมากมาก แฟชั่นแบรนด์ระดับไฮเอนด์อย่าง Louis Vuitton ก็มีฟิกเกอร์ตุ๊กตาแสนน่ารักเป็นของตัวเองเช่นกัน โดยเมซงได้เปิดตัวคาแร็เตอร์ดังกล่าวตั้งแต่ปี 2017 ปล่อยไอเท็มมากมายตั้งแต่ของแต่งบ้าน ของสะสม ไปจนถึงแฟชั่นไอเท็มชิ้นต่างๆ ให้ผู้คนได้จดจำ

สำหรับครั้งนี้ Louis Vuitton ก็ต้องตามเทรนด์แฟชั่นที่ปัจจุบันหลายคนฮิตนำตุ๊กตาหรือ Art Toy มาประดับกระเป๋า จึงเกิดเป็นคอลเล็คชั่น ‘Vivienne Fashionista’ ที่มีทั้งหมด 8 ดีไซน์ให้ได้เลือกสะสมโดยแต่ละตัวเป็นงานคราฟต์ที่ผสมผสานระหว่างหนังลูกวัวและการตกแต่ง Monogram Flower ด้วยขนเฟอร์นุ่มฟูรอบใบหน้า สวมต่างหู LV และถือกระเป๋าโลหะสีทองใบจิ๋วเลอค่า อีกทั้งยังมาพร้อมหีบไม้ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ลวดลายโมโนแกรมอะไหล่ไว้สำหรับเก็บ Key Ring นี้อีกด้วย เห็นความหรูหราแตะตาขนาดนี้ ค่าตัวน้องสูงถึง 47,100 บาทเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าสมราคาของคาแร็คเตอร์จากแบรนด์ระดับโลก


ข้อมูลและภาพ: Louis Vuitton

เมื่อการอู้งานซื้อชานมเม้าท์กับโต๊ะข้างๆก็เป็นหนึ่งใน worklife balanced …พบกับหลากวิธีรับมืออาการเบิร์นเอาท์เบิร์นใจของคนวัยทำงาน

ภาวะเครียดจากการทำงาน ถ้าสะสมนานๆ จะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นอกจากจะหงุดหงิด ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ความสัมพันธ์ย่ำแย่ อาจจะส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้าไม่รู้ตัว วันนี้ ดร.แพมปรมา มุทิตาภรณ์ ผู้ก่อตั้ง A List Vision ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา จะมาแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตรงใจ

เราจะรู้ได้ยังไงว่ากำลังเบิร์นเอาท์?

      “เบิร์นเอาท์ประกอบด้วย 4 อาการสำคัญ หนึ่งคือ อารมณ์ จะมีความหงุดหงิด หดหู่ ไม่พอใจ เช่น บางครั้งกำลังขับรถใกล้ถึงที่ทำงาน จู่ๆ เกิดความรู้สึกหงุดหงิด อย่างบอกไม่ถูก นั่นคือสัญญาณบอกว่า คุณไม่อยากเข้าออฟฟิศ

      สองคือ พฤติกรรม จากคนที่ชอบคุยเล่น ชอบอยู่กับเพื่อน จู่ๆ ก็อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากคุยกับใคร เริ่มไม่มีสมาธิการทำงาน นอนไม่หลับ หรือจากคนที่กินได้ปกติก็กลายเป็นกินน้อยลง รวมถึงคิดวิตกกังวลเกี่ยวกับงานตลอดเวลา

      สามคือ ความคิด เริ่มคิดลบ มีอคติ ระแวง สงสัย ไม่เชื่อใจคนอื่น รวมถึงไม่เชื่อใจตัวเองว่าเราก็มีศักยภาพ

      และสุดท้ายคือ ร่างกาย ข้อสังเกตชัดๆ คือพนักงานออฟฟิศ มักจะป่วยคืนวันอาทิตย์กับเช้าวันจันทร์  ไม่ว่าจะเป็นปวดหัว ปวดท้อง เพราะเขารู้ว่าวันจันทร์ เป็นวันที่ต้องกลับไปทำงานอยู่ในที่เดิมๆ

      เพราะฉะนั้น เมื่อประเมินได้แล้วว่า ฉันกำลังจะเบิร์นเอาท์ ต้องรีบ Selfcare ตัวเองโดยด่วน

Self Care ง่ายๆ มีวิธีไหนบ้าง

       วิธีที่ง่ายที่สุดนะคะ แค่มาถึงที่ทำงาน จัดโต๊ะทำงานใหม่ ก็นับว่าเป็นการดูแลตัวเองแล้ว เพราะเป็นวิธีจัดการความยุ่งเหยิงและจัดระเบียบการทำงานของตัวเองรูปแบบหนึ่ง

      ต่อมาคือ ต้องรู้จักขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ถ้าไม่ไหวต้องพูดออกมาค่ะ สุดท้ายคือต้องดูแลร่างกาย นอนให้ไว กินให้ดี ทำสมาธิบ้างก็ได้

มนุษย์ออฟฟิศจะมี work life balanced ได้จริงๆ ไหม

      “หลายคนถามเยอะมาก ว่ามันจะเป็นไปได้จริงหรือที่ชีวิตเราจะมีคำว่า work life balanced  คนทำงานหลายคนเข้าใจผิดว่า การขยันทำงานแบบไม่พัก  แล้วค่อยพักตอนไปเที่ยวทีเดียวนั่นเรียกว่าบาลานซ์แล้ว ที่จริงไม่ใช่นะ วิธีนี้เรียกว่า work hard play hard แต่ไม่ใช่บาลานซ์  เพราะบาลานซ์ที่แท้จริง คือการบาลานซ์ในทุกๆ วัน

      “ถ้าถามว่า การบาลานซ์ที่เราทำได้ในที่ทำงานมีอะไรบ้าง การอู้งานก็คือการบาลานซ์อย่างหนึ่ง เดินไปซื้อชานมไข่มุก เม้าท์กับเพื่อนโต๊ะข้างๆ หรือโทรศัพท์หาเพื่อน ก็นับว่าใช่ เพราะมนุษย์เราไม่สามารถนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา  แนะนำว่า ทุกๆ  2 ชั่วโมง ควรต้องเบรค 15 นาที เป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายกลับมาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  แต่ถ้าคุณนั่งหน้าคอมยาวๆ 8 ชั่วโมงโดยไม่พัก ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะเบิร์นเอาท์

ต้องใช้ชีวิตในสังคมที่ toxic ควรมีวิธีรับมือยังไงคะ

      วิธีง่ายที่สุดคือ ต้องตั้งข้อสังเกตว่า เวลาที่เราเห็นคนนี้ท็อกซิก เขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกที่รู้จักกันหรือเปล่า หรือเขาเพิ่งเป็นทีหลัง แนะนำให้ถามว่า มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า หรือมีอะไรให้ช่วยไหม

      นอกจากนี้อยากให้มองมุมกลับ อาจจะไม่ใช่เขาที่ท็อกซิก แต่เป็นเราที่อ่อนไหวง่ายเกินไป เขาอาจจะมีนิสัยอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร แต่ช่วงนี้เราดันมีเรื่องไม่สบายใจ เวลาใครพูดอะไรมา ก็รู้สึกกระทบใจง่าย เพราะฉะนั้นต้องถามใจตัวเองด้วย 

      แต่ถ้าเราสำรวจตัวเอง และพบว่าฉันสบายดี ไม่มีเรื่องกวนใจ แต่กลายเป็นเขาที่ท็อกซิกมาเนิ่นนาน ต้องรู้จัก วางขอบเขต ทุกอย่างเราควบคุมได้ด้วตัวเองนะคะ เขาจะท็อกซิกใส่เราหรือไม่ ขึ้นกับว่า เราอนุญาติให้เขาทำแบบนั้นหรือเปล่า ถ้าเราขีดเส้นเป็น เวลาคุยกับเขา ต้องคุยเรื่องงาน และให้คิดเสมอว่า เอาเรื่องงานให้รอดก่อน ส่วนนิสัยหรือเรื่องส่วนตัวให้เลี่ยงไปเลย เพราะฉะนั้นต้องใช้สติในการพูดคุย

เมื่อมนุษย์ออฟฟิศรับบทเป็นเดอะแบกของครอบครัว ต้องเจอปัญหารอบด้านพร้อมกัน ทั้งเงิน งาน ความรัก ฯลฯ  มีวิธีจัดการปัญหายังไง

      คุณสมบัติหนึ่งของเดอะแบก คือความอดทน เมื่อเจอปัญหาใหญ่บางทีเขาจะรู้สึกผิดและไม่กล้าพูดออกไป ไม่กล้าปฏิเสธคน โดยเฉพาะคนที่เป็นเดอะแบกของครอบครัว เขาจะให้ครอบครัวก่อน แต่ไม่ให้ตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องเริ่มจากการปรับมายด์เซ็ตของตัวเอง ต้องรู้จักอนุญาติให้ตัวเองมีความสุขก่อนและถึงแม้เราจะเป็นคนดี เราก็สามารถปฏิเสธคนอื่นได้ อยากให้คุณลองนึกเล่นๆ ว่า ในชีวิตนี้ แคร์ใครมากที่สุด บางคนเอาครอบครัวขึ้นก่อน เพราะฉะนั้นลองตั้งคำถามว่า แล้วเราอยู่ตรงไหน?

      เวลาเรียงลำดับความสำคัญ แนะนำให้เรียงเป็นแถวหน้ากระดาน ไม่ใช่แถวตอน เพราะทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน เราต้องไม่ทอดทิ้งตัวเอง และคุณสามารถเป็นเดอะแบกได้ โดยที่ตัวเองก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่าคนอื่น

อยากหยุดเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับชีวิตคนอื่นในโลกออนไลน์ ต้องทำยังไง?

      ที่จริงการจะตัดสินว่า เราด้อยหรือไม่ ขึ้นกับใจของคุณ ไม่ได้อยู่ที่โซเชียล แต่ที่โซเชียลมีส่วนเพราะอัลกอรึทึมต่างๆ เข้ามากระตุ้นความต้องการของเรา  เช่น เราชอบไถดู กระเป๋า กระเป๋าก็มาให้เห็นเรื่อยๆ ยิ่ง เห็นคนอื่นมี เราก็ยิ่งอยากได้ ถ้าไม่ได้ก็อาจจะรู้สึกแย่ และถ้าเรายิ่งดูซ้ำๆ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี จะเห็นได้ว่า ไม่มีใครทำคุณ นอกจากตัวคุณเอง

      เพราะฉะนั้น เราจะรู้สึกดีหรือไม่ดี ขึ้นกับการเซ็ตอัพความคิดของตัวเอง ทุกอย่างอยู่ในมือของคุณ เราคอนโทรลได้ เพราะเราเป็นคนใช้มือถือ ไม่ใช่มือถือมาใช้เรา

วิธีสร้างความรู้สึกดีๆให้กับตัวเองตั้งแต่ตื่นเช้า

      “แนะนำให้ตื่นก่อนเวลาสัก 15 นาที เช่น ปกติคุณตื่น 8.00 แนะนำให้ตื่น 7.45 น. แล้วจะรู้ว่า 15 นาที ก็มีความหมาย และจะช่วยเซ็ตมู้ดแอนด์โทนของชีวิตไปทั้งวัน ให้ 15 นาทีนี้ ทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำ จะจัดเตียง กินอาหารเช้า  มองออกนอกหน้าต่างโดยไม่ต้องทำอะไรเลยก็ยังได้  มันคือช่วงเวลาพิเศษของคุณ แต่ถ้าวันไหนคุณตื่นสาย เร่งรีบ ไม่มีเวลาให้ตัวเอง สังเกตไหมว่าจะหงุดหงิดไปทั้งวัน คุณจะรู้สึกว่า วันนี้รถติดกว่าเดิม ทั้งๆ ที่รถก็ติดอย่างนี้ทุกๆ วัน สาเหตุคือความรู้สึกลนลาน ลองเพิ่มเวลาให้ตัวเองดูค่ะ

      ถ้าทำไม่ได้ทุกวัน เริ่มจากอาทิตย์ละวันก็พอ แล้วจะเห็นความต่าง


เรื่อง: Fai

หลักพันถึงแสน 3 กระเป๋าใบโปรดของคุณหนู ‘PHARITA’แห่ง BABYMONSTER

แฟชั่นสนามบินคุณหนู ‘PHARITA‘แห่ง BABYMONSTER ทำเราใจสั่นอยู่เสมอ ครั้งนี้จึงอยากพาส่อง 3 กระเป๋าใบโปรดที่ราคาหลักพันจนถึงแสน

เริ่มต้นใบแรกด้วยราคาเบาๆ จ่ายแล้วขนหน้าแข้งไม่ร่วงเท่าไหร่กับ Charles & Keith ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยสะพายกระเป๋ารุ่น Daki Belted Fur-Trim Curved Bag – Multi มาแล้ว แต่ช่วงนี้ดูเหมือนกระเป๋าใบโปรดจะเป็น Dou Double Chain Hobo Bag กระเป๋าสะพายหนังสีดำใบใหญ่ที่ดูแล้วทั้งเบสิกและทันสมัย มาพร้อมสายโซ่เพิ่มความหรูหราให้ไอเท็ม แต่ราคายังน่ารักเพราะอยู่ที่ 3,590 บาทเท่านั้น

ใบต่อมาราคาอาจจะกระโดดจากใบแรกพอควร เพราะนี่คือ Chanel ‘Lambskin Chain Leather Handbag’ สีชมพูหวานแหววเหมาะกับคุณหนูภริตาสุดๆ จากที่ส่องดูรุ่นนี้หาไม่ได้ในช้อปอีกแล้ว และราคาส่งต่อในเว็บไซต์มือสองก็สูงถึง 210,000 บาททีเดียว

มาถึงกระเป๋าใบสุดท้ายที่สะพายบ่อยไม่แพ้กันกับไอคอนิกแบรนด์อย่าง Lady Dior ขนาด Mini ลวดลายเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Black Strass Cannage Satin ที่มาพร้อมอะไหล่สีเงิน แมตช์ง่ายอละเข้ากับทุกลุค เมื่อเทียบกับอะไหล่สีทองแล้วสีนี้จะเบสิกมากกว่า สำหรับราคาอยู่ที่ประมาณ 180,000 บาท หลังจากนี้จะมีกระเป๋าใบไหนมาให้เราได้ส่องอีก รอติดตามแฟชั่นสนามบินของคุณหนูภริตาไปด้วยกันนะคะ


ภาพ: Newsen และ sedailystar

อัญญ่า-สโรชา อุรัจฉัท

ทำความรู้จักสาวอีสานแท้ๆ อัญญ่า – สโรชา อุรัจฉัท MUT อุดรธานี

ทำความรู้จักสาวอีสานแท้ๆ อัญญ่า-สโรชา อุรัจฉัท MUT อุดรธานี ที่เชื่อว่าอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จะช่วยทำให้เราเติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น

อัญญ่าเป็นคนไทยอีสานแท้การใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่เด็ก ทำให้มองเห็นว่าแต่ละคนแต่ละพื้นที่มีโอกาสไม่เท่าเทียมกัน แต่ครอบครัวอัญญ่าให้ความสำคัญเรื่องการศึกษามากโอกาสของอัญญ่าจึงเริ่มต้นจากการได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศ เม็กซิโก ตอนอายุ 16 ปี ประสบการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต ทำให้เริ่มมีความกล้าและมีความมั่นใจมากขึ้น และที่สำคัญมันทำให้มีมุมมองการใช้ชีวิตและวิธีคิดที่เปลี่ยนไป อัญญ่าเชื่อว่าทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตเราในแต่ละช่วงเวลาล้วนแล้วเต่เป็นบทเรียน และประสบการณ์ที่ทำให้คนทุกคนแตกต่างกันออกไป วันนี้อัญญ่าจึงอยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้แสวงหาโอกาสและสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง หากเราพยายามมากพอที่จะเรียนรู้ ทุกอย่างคือโอกาสอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาจะช่วยทำให้เราเติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น หากเราตั้งใจและเต็มที่กับทุกอย่างที่เราทำ อัญญ่าเชื่อว่าเราจะสร้างคุณค่าให้กับตนเองและคนรอบข้างในสังคมได้อย่างแน่นอน

อัญญ่า-สโรชา อุรัจฉัท

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต คือการไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน และสิ่งที่อยากทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือใหญ่ในชีวิต ถ้าเราตั้งใจที่อยากจะทำมันให้สำเร็จ เราต้องเดินหน้าต่อ ไปอัญญ่าเคยหางานที่แคนาดาอยู่ห้าเดือน ทั้งเหนื่อย ท้อ และกดดัน มีหลาย ๆ ครั้งที่ถามตัวเองว่าเราทำอะไรอยู่ หรือจริง ๆ แล้วเราจะทำไมได้ เพราะส่งใบสมัครงานเกินร้อยบริษัท ผิดหวังกับการถูกปฏิเสธไม่รู้กี่ครั้ง จนสุดท้ายวันที่บริษัทที่แคนาดาโทรมาบอกว่าผ่านสัมภาษณ์เป็นวันที่ดีใจมาก มองย้อนกลับไปในช่วงลาที่ผ่านมา ถือว่าเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่ได้ใช้ความพยายาม ความอดทน และเชื่อใจ ในศักยภาพของตนเอง การได้ทำงาน ในต่างประเทศ เคย เป็นเป้าหมายที่ใหญ่มากสำหรับอัญญ่าทำมันได้สำเร็จผ่านมาถึงวันนี้ อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตแต่นั่น เป็นเหตุการณ์ที่สอนให้ไม่ยอมแพ้กับความฝัน และสอนให้เข้าใจ ในคุณค่าของตัวเอง ทุกคน มีความแตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนกัน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบ เทียบกับ ใครเพราะในโลกใบนี้มี อัญญ่าเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่จะต้องสู้กับตัวเองเพื่อไป ให้ถึงความฝันและเป้าหมาย”

ความสุขของคุณคืออะไร

 “ความสุขของอัญญ่าคือการได้สร้างรอยยิ้ม และพลังบวกให้กับตัวเองและคนรอบข้างในแบบที่เราทำได้ ทุกคนมีหน้าที่และสิ่งที่ต้องต่อสู้ในแต่ละวันต่างกันออกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้มีโอกาสพูดคุย ให้กำลังใจ หรือช่วยคลายความกังวลกับคนรอบตัว มันทำให้รู้สึกมีความสุขที่ได้ช่วยสร้างความสบายใจให้กับคนเหล่านี้เพราะสุดท้ายแล้ว อัญญ่าเชื่อว่าความสุขของชีวิตอยู่ที่วิธีคิดและมุมมอง”

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“ตอนที่อัญญ่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เคยโดนเพื่อนหัวเราะเละล้อเลียนเพราะพยายามจะสื่อสารภาษาอังกฤษและเป็นกับเขาแต่ออกสำเนียงเพี้ยนและใช้แกรมม่าผิด มันเป็นเรื่องตลกสำหรับเพื่อน แต่มันคือการทำลายความมั่นใจของเรา เพราะนั่นคือความพยายามและความตั้งใจของอัญญ่า หลายครั้งที่ต้องใช้ความอดทนและความพยายามในการปรับตัวเพื่อต่อสู้กับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเองช่วงเวลานั้นสอนให้ อัญญ่ารู้จักให้กำลังใจตัวเอง เพราะเรานี่แหละที่รู้ดีว่าตัวเองผ่านอะไรมา กว่าจะมาเป็นอัญญ่าในทุกวันนี้ จงรัก ภูมิใจ และเห็นคุณค่าของตัวเองในแบบที่เราเป็น”

“Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“สำหรับอัญญ่า Beyond Universe คือการเป็นมากกว่านางงาม การเห็นคุณค่าของตัวเองในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความสามารถ มีศักยภาพ และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง Mis Universe คือเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทำตามความฝัน เละให้คุณค่าของคนไม่ใช่แค่จากรูปลักษณ์กายนอก แต่รวมไปถึงทัศนคติ ความคิด ความสาม ารถ เละความตั้งใจที่จะทำเพื่อสังคม ผู้หญิงที่สามารถเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนได้ มัน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าตัวคุณ “It’s beyond you, it’s beyond universe””

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความ สำคัญอย่างไรกับคุณ

“การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองทำให้เราพัฒนาตัวเองในรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอช่วยตอกย้ำให้เราเชื่อและศรัทธาในศักยภาพตัวเองเมื่อผ่านขีดจำกัดนั้นไปได้ อัญญ่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเอง เพราะอัญญ่าเชื่อว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น เมื่อไหร่ที่ข้ามผ่านสิ่งเหล่านั้นได้ มันจะคุ้มค่า อัญญ่าอยากเห็นตัวเองที่ดีกว่าเดิมในทุก ๆ วัน วันนี้เราไม่ใช่คนในวงการ แต่ตัดสินใจมาประกวด มันคือการก้าวข้ามความกลัวและขีดจำกัดของตัวเอง เพื่อดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมา ถ้าเราผ่านขีดจำกัดนั้นมาได้ มันจะทำให้เรามีกำลังใจและเดินหน้าไปสู่เป้าหมายต่อไป”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“เมื่อไหร่ที่อัญญ่าหลับตาจะเห็นภาพตัวเองในอนาคต เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มั่นใจ จริงใจ และไม่เคยหยุดเปล่งประกาย เธอเป็นผู้หญิงที่ศรัทธาในตัวเองและก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง และทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้เพื่อตัวเธอเองและคนรอบข้าง I see that woman in my head and know it’sme on the other side offear. That’s my inspiration.”

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไร

“การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเวที Miss Universe Thailand ทำให้ได้รู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้นในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งของสังคม ช่วยทำให้อัญญ่ามีประสบการณ์และมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม การที่เราสามารถก้าวข้ามขอบเขตของตัวเองได้ คือการเข้าใจและปลดล็อกศักยภาพในตัวเองออกมา วันนี้อัญญ่าได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การเชื่อมั่นในทีม และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้ ที่สำคัญอัญญามองเห็นถึงปัญหาในเรื่องของการศึกษา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม ถ้าเราร่วมมือกันพัฒนาและร่วมสร้างโอกาสทางด้านการศึกษา ชาก็จะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้ ดังนั้นจะใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ เละมุมมองต่าง ๆ ในชีวิตที่ตัวเองมี มาพัฒนาและช่วยเหลือสังคมในแบบที่อัญญ่าทำได้ แม้เราจะไม่สามารถช่วยเหลือคนทั้งโลกได้ แต่เราสามารถแบ่งปันและช่วยเหลือคนที่อยู่รอบข้างเราได้เสมอ”

ภาพและข้อมูลจาก MUT Udon Thani 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

หนึ่งวันกับ “เซอร์ พอล สมิธ” พาเที่ยวกรุงเทพฯ ในมุมที่ต่างออกไป

“Bangkok” เมืองหลวงประเทศไทยที่ติดอันดับต้นๆ ของเมืองที่น่ามาเที่ยวที่สุดในโลก เพราะด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรม อาหารการกิน เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล ตลอดจนความมีน้ำใจของคนไทย

สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างปักหมุดอยากมาเยือนกรุงเทพฯ สักครั้ง เช่นเดียวกับ Sir Paul Smith (เซอร์ พอล สมิธ) ดีไซเนอร์ระดับโลก และผู้ก่อตั้ง Paul Smith (พอล สมิธ) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษ ที่เดินทางมาร่วมเปิดแฟล็กชิปสโตร์สาขา Central Embassy และไม่พลาดที่จะยลโฉมกรุงเทพฯ

วันนี้จะพาไปตามรอยเที่ยวกรุงเทพฯ ย่านเมืองเก่า วันเดย์ทริป ของ Sir Paul Smith ผ่านภาพยนตร์สั้นเพียง 2 นาที ที่จะทำให้เราเห็นกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่างออกไป พร้อมกับได้รู้จักรูทีนของดีไซเนอร์ผู้คิดนอกกรอบอยู่เสมอ

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยสีสันของดอกไม้ และชีวิตของผู้คน แห่ง ปากคลองตลาด

เปิดเรื่องด้วย Sir Paul Smith นอนอยู่บนลังกระดาษที่วางเรียงรายบนพื้น ณ ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่ง ภาพพ่อค้า แม่ค้า ที่ตื่นแต่เช้าออกมาจัดเรียงดอกไม้ ภาพคนเข็นรถ เพื่อคอยบริการลูกค้าที่มาเลือกซื้อดอกไม้ ภาพดอกไม้นานๆ ชนิด ดอกบัว ดอกดาวเรือง  และภาพวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรือที่แล่นผ่านไป สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยที่เชื่อมโยงกับสายน้ำ

ภาพแสงแดดสีส้มยามเช้า นกกำลังบินเรียบแม่น้ำ คนกำลังเข็นรถข้ามสะพานพุทธ พระสงฆ์ออกบิณฑบาต รถเมล์ รถตุ๊กตุ๊ก ที่กำลังจอดรับผู้โดยสาร สื่อถึงการเริ่มต้นเช้าวันใหม่และวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยในเมืองหลวงแห่งนี้

Sir Paul Smith เล่าถึงรูทีนในทุกๆ เช้า ว่า “ฉันมีความสุขที่จะตื่นเช้า เหมือนนกที่ตื่นเช้ามากๆ ฉันตื่นตี 5 เพื่อมาว่ายน้ำ ซึ่งฉันทำมาหลายปีแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ต้องเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจอันสงบ เพื่อที่คุณจะได้ตั้งสติและมองเห็นสิ่งที่จะทำในวันข้างหน้า และฉันไปทำงานประมาณ 6 โมงเช้า และโดยปกติสิ่งแรกที่ฉันทำคือติดแผ่นไวนิลไว้บนโต๊ะ และเมื่อถึง 7 โมง ครึ่ง วันของฉันก็เต็มไปด้วยพลัง ชีวิต และความยุ่งวุ่นวาย”

เสน่ห์ของเมืองไทย ผ่านร้านขายแสตมป์ แกลเลอรี่ร่วมสมัย ร้านอาหารเช้าที่เปิดมากว่า 91 ปี

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยหลายคนอาจไม่ค่อยได้นึกถึง ร้านขายแสตมป์และเหรียญ อย่าง “ร้านเซียว เซียะ กี่” ร้านแสตมป์แห่งแรกของย่านเจริญกรุงที่เปิดมาแล้วกว่า 80 ปี การได้นั่งดูแสตมป์เก่าที่มีลวดลายหลากหลาย การเดินชมของเก่า งานอาร์ต ณ  ATT 19  ที่นำตึกเก่าที่มีอายุถึง 120 ปี มาบูรณะใหม่ ล้วนสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทยตามกาลเวลา

ภาพยนตร์สั้นนี้ยังทำให้ได้เห็นถึงกิจจกรรมโปรดของ Sir Paul Smith กับการเขียนโปสการ์ดเกือบทุกเช้า และความสนุกของการได้เลือกปากกา โปสการ์ดที่เลือก และการสร้างสรรค์ลวดลายโดยสามารถเลือกที่จะวาดภาพอะไรก็ได้ลงไป

ปิดท้ายทริป ณ ออนล๊อกหยุ่น ร้านอาหารเช้าเก่าแก่สไตล์ฝรั่งปนจีนที่เปิดมากว่า 91 ปี สถานที่ที่ Sir Paul Smith นั่งเขียนโปสการ์ด พร้อมจิบกาแฟ

Sir Paul Smith กล่าวทิ้งท้ายว่า “ประเด็นคือกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านเมืองเก่าที่เราอยู่ตอนนี้เป็นการผสมผสานระหว่างโปสเตอร์เก่าๆ ตึกแปลกๆ ที่มีสิ่งสวยงามอย่างดอกไม้ และฉันยังย้ำในสิ่งที่ฉันพูดอยู่เสมอว่า คุณสามารถหาแรงบันดาลใจได้จากทุกสิ่ง”


แอนอลิส-ทวีธาร ไกรกรรดิ

บทเรียนชีวิตของ แอนอลิส-ทวีธาร ไกรกรรดิ MUT ตราด

อลิส เป็นคนที่รู้จักคำว่าผิดหวังและสมหวังเป็นอย่างดี จากประสบการณ์ที่เคยได้รับ แต่ทั้งสองคำนี้ทำให้คำว่า “โอกาส” มีความหมายและทรงคุณค่า ทำให้อยากจะส่งต่อโอกาสนี้ให้แก่ผู้อื่น โดยเริ่มจากการให้ การให้ที่ไม่ได้หมายถึงแค่เงินทอง อาจเป็นการเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ อย่างการส่งต่อความปรารถนาดี กำลังใจไปยังผู้อื่น อลิอยากให้ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับโอกาสพื้นฐานที่ควรจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน เช่น โอกาสทางการศึกษาที่จะสามารถต่อยอดไปยังการมีอาชีพการงานที่มั่นคง เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น หรือโอกาสที่จะเดินตามความฝันของตนเอง เพราะอลิสเชื่อว่าหากเราให้สิ่งที่เรียกว่าโอกาสแก่คนที่มีความฝัน ไม่ว่าผลจะดีร้ายยังไง แต่การได้ลองพยายามทำอะไร สักอย่างเพื่ออนาคตที่ดี สิ่งนั้นคุ้มค่าเสมอทุกโอกาส ทุกความฝันมีคุณค่า

แอนอลิส-ทวีธาร ไกรกรรดิ

บทเรียนที่ดีที่สุดของชีวิต

“บทเรียนที่ดีที่สุดของอลิสคือ ได้เรียนรู้ว่าการออกจาก Comfort zone เป็นหนทางสู่ความสำเร็จจากประสบการณ์ตรงของคุณพ่อที่สมัยหนุ่มกล้าริเริ่มลองทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ เหตุเพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องพบ เจอความลำบากใด ๆ ดังนั้นคุณพ่อจึงพร่ำสอนเสมอว่าอย่ากลัวการล้มเหลว ไม่ว่าจะล้มอีกกี่ครั้งขอแค่ใจสู้เราจะผ่านมันไปได้ และสิ่งสำคัญที่คุณอยู่ตลอดคือ มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม จงเป็นผู้ให้ที่ดีแล้วชีวิตจะมีความสุข โดยห้ามมองข้ามความลำบากหรือความพยายามของใคร เพราะเราไม่สามารถตัดสินคนจากสิ่งภายนอกที่เราเห็นได้”

ความสุขของคุณคืออะไร

ความสุขของอลิส คือการที่เห็นคุณค่าในตัวเอง และได้เห็นตัวเองประสบความสำเร็จอย่างที่วาดฝันไว้ แม้ว่าหนทางบางครึ่งมันไม่ได้ราบรื่นแต่เมื่อเชื่อมั่นในตัวเอง และพยายามสู้จนเอาชนะอุปสรรคที่เข้ามาได้ มันฉะเป็นช่วงเวลาที่อลิสมีความสุขทุกครึ่งที่นึกถึง โดยเฉพาะดอนเห็นรอยยิ้มของคุณพ่อ คุณแม่ ที่ส่งยิ้มให้ลูกสาวคนนี้อยู่เสมอ บุคคลที่คอยให้กำลังใจไม่ว่าอลิสต้องการทำอะไร พวกท่านมอบโอกาสให้อลิสได้ลองทำสิ่งที่ชอบเสมอ ไม่เคยกดดัน และยังสอนให้อลิสเป็นผู้ให้แก่คนที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือลำบากกว่าเรา ถ้าการให้นั่นไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อน

แอนอลิส-ทวีธาร ไกรกรรดิ

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม

“เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสมัยเต็ก ตอนนั้นอลิสอยากได้ตุ๊กตาบลายร์มาก แต่ด้วยมันมีราคาสูงมากสมัยนั้น คุณพ่อเลยให้สัญญาว่าถ้าหากอลิสสอบไต้ที่ 1 ในเทอมนี้จะซื้อให้ จากเด็กเรียนปานกลาง อลิสจึงต้องตั้งใจเรียนและมุ่งมั่นมาก ๆ ในทุกวันสิสจะทบทวนบทเรียน อ่านหนังสือทำแบบฝึกหัดเสมอ จนวันที่ประกาศผลสอบ ผลออกมาว่าอลิสสอบได้ที่ 1 ความรู้สึกตอนนั้นตื้นตันมากว่าตัวเราทำได้ ความพยายามที่ทำมาทั้งหมดมันเห็นผล มีความสุขที่ทำให้คุณพ่อสมหวัง และที่สำคัญคือ อลิสได้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ พรแสวงที่สร้างขึ้นจากใจที่มุ่งมั่น พัฒนาตัวเองเสมอ คือพรสวรรค์ของตัวเรา”

“Beyond Universe” สำหรับคุณคืออะไร

“Beyond Universe สำหรับอลิส คือการได้ก้าวผ่านจุดที่คิดว่าตัวเองทำไมได้แต่แท้จริงอลิสสามารถทำมันได้ ผ่านความมุ่งมั่น ตั้งใจ และรักในสิ่งที่อยากจะเป็น แต่ก็พร้อมที่จะเรียนรู้เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น แม้สิ่งนั้นจะยากแค่ไหน การเปลี่ยนแปลงทุกย่างก้าวย่อมเป็นส่วนสำคัญในการค้นหาตัวเองเพื่อที่จะดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของอลิสออกมาและนำมาส่งเสริมชีวิตและสังคมโดยรวมให้ดียิ่งกว่าเดิม”

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มีความ สำคัญอย่างไรกับคุณ

“การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมีความสำคัญกับอลิสในหลาย ๆ ด้าน ทั้งทักษะการคิดวิเคราะห์ การจัดการอารมณ์ ช่วยให้อลิสได้เรียนรู้ว่าในแต่ละสถานการณ์เราควรจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรอย่างเป็นระบบ มันเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดดจากจุดที่สิสไม่เคยกล้าก้าวข้ามมาก่อน การกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยนั้นช่วยเปิดโลกทัศน์ของลิสให้กว้างขึ้นและหลากหลายมิติ จนอลิสภูมิใจที่ตัวเองยอมรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อการเดิบโตขึ้น ในทุกวัน จนประสบความสำเร็จในอนาคต”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร

“คุณพ่อและคุณแม่ เป็นแรงบันดาลใจที่ช่วยให้อลิสกล้าที่จะลองเผชิญ หน้ากับสิ่งใหม่ ๆ พร้อมที่จะลองรับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต พวกท่านคอยสนับสนุนให้อลิสได้ทำในสิ่งที่ชอบ หรือ ลองในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทั้งยังค อยากให้กำลังใจเสมอแม้ว่าบางครั้งอลิสจะล้มเหลว พวกท่านก็ไม่เคยดุด่า มีแต่คอยพยุงให้อลิสลุกสู้ใหม่อยู่เสมอ จนทำให้อลิสเป็นคนกล้าที่จะลงมือทำ ท้าทายศักยภาพเดิม ๆ ของตัวเอง”

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด Miss Universe Thailand 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไร

“ประสบการณ์ ที่จะได้รับจากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวดMiss Universe Thailand 2024 ครั้งนี้ ทำให้อลิสเป็นคนที่เข้มแข็งมากกว่าที่เคยอดทน และสู้กับสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามา พัฒนาตัวเองไป แบบก้าวกระโดดในทุกวัน ฝึกพัฒนาตัวเอง ในด้าน ที่อ่อน อย่างทักษะการพูด ทักษะการเดินที่ตัวเองไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อลิสได้เรียนรู้ว่าการก้าวข้ามขอบเขตสิ่งที่เราเคยกลัวและไม่กล้าลองทำ จะสร้างความมั่นใจให้ตัวเองให้ไม่กลัวกับการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะคิดอะไรขึ้น ในอนาคต ขอแค่อลิสทำมันให้เต็มที่และดีที่สุด สิ่งนั้นต้องออกมาดีแน่นอนและกายภาคหน้าลิสจะนำเอาประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมดจากการประกวดมาปรับใช้ ในชีวิตประจำวันและการงาน เพื่อที่หวังว่าเมื่อมีคนมองมาจะเห็นอลิสเป็นแรงบันดาลใจใน การก้าวข้ามขอบเขตความกลัวของตัวเองค่ะ”

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่