เชอร์รี่-ทิพย์ระวี

ชุดนี้รักมากกก! Issey Miyake Couture ของ “เชอร์รี่-ทิพย์ระวี” เจ้าแม่แรร์ไอเท็มแฟชั่น

ด้วยความหลงใหลในชิ้นงานแฟชั่นสุดหรู ทำให้ “เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย” เซเลบริตี้สาวสวยสุดแซ่บ แฟชั่นนิสต้าผู้มีเป็นแฟชั่นไอเท็มชิ้นหายากในครอบครองหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นไอเท็มจากแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ระดับโลกที่หาชมได้ยาก หรือแรร์ไอเท็มที่ไม่ผลิตอีกแล้วในปัจจุบัน แต่ถ้าถามหาความพิเศษ เธอยกให้กับจั๊มป์สูทของ Issey Miyake Couture ตัวนี้ แถมเธอยังบอกอีกว่าตั้งแต่ได้มายังไม่เคยใส่ไปอวดโฉมที่ไหนเลย นี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่เธอยอมนำออกมาใส่ให้ทุกคนได้เห็นกันแบบเต็มๆ

“จั๊มป์สูทของ Issey Miyake Couture ตัวนี้น่าจะทำขึ้นในยุค 80-90 ซึ่งไม่น่าจะหาได้แล้วในปัจจุบัน ความเก่าและโก้อยู่ในระดับเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ได้ เชอร์รี่ถูกใจตรงความเก๋ของแพตเทิร์นที่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาสวมใส่ได้ 3 แบบ คือ เป็นลุคเปิดไหล่เก๋ๆ แบบนี้ หรือจะติดกระดุมให้เป็นคอตั้งเท่ๆ หรือจะใส่แบบให้มีปีกด้านหลังก็ได้อีก อาจเพราะอิซเซ่ มิยาเกะ เป็นซูเปอร์แบรนด์เพียงไม่กี่แบรนด์ที่ดีไซเนอร์ยังทำแพตเทิร์นเอง จึงสามารถออกแบบชุดที่มีลูกเล่นขนาดนี้ได้ แถมยังทำจากผ้าไหมไทยที่ให้สีสวยสุดๆ คือเป็นสีน้ำตาลอมทอง เหลือบเขียวเหลือบทองเหมือนสีปีกแมลงทับ ซึ่งเชอร์รี่ชอบสีนี้มาก

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี

“แล้วความที่เป็นจั๊มป์สูทจึงสวมใส่ง่าย เดินเหินคล่องตัว แต่ให้ลุคที่หรูหราดูเต็ม สามารถใส่ไปงานกลางคืนได้ด้วย จึงกลายเป็นชุดโปรดที่เชอร์รี่รักมาก นอกจากดีเทลความพิเศษของการตัดเย็บ ที่มาของชุดก็ยังพิเศษมาก เชอร์รี่ได้มาจากพี่เมย์-ภัทรวรินทร์ ทิมกุล พี่สาวสุดที่รัก บังเอิญวันนั้นไปบ้านพี่เมย์ พอเห็นชุดนี้แล้วรู้สึกว่า Oh my god! คือสวยมาก ถูกใจจนต้องถามพี่เมย์ว่าขอลองได้ไหม คือไม่ได้ขอนะคะ แค่ลอง พอลองเสร็จ ปรากฏว่าใส่ได้พอดีเป๊ะแบบ Perfect Fit พี่เมย์จึงบอกว่า เชอร์รี่จ๋า ฉันรักเธอมาก ขอส่งต่อให้เชอร์รี่ เพราะพี่เมย์ใส่ไม่ได้แล้ว แต่ต้องสัญญาว่าจะรักษาชุดนี้ให้ดี

“ซึ่งบอกตามตรง ตั้งแต่ได้มาเชอร์รี่ไม่กล้าใส่ไปไหนเลย เพราะรักมาก เพิ่งหยิบมาใส่ให้ แพรว ถ่ายรูปวันนี้ (ยิ้ม) อยากบอกว่าเชอร์รี่จะรักษาชุดนี้ให้ดีที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นชุดที่มีมูลค่าในตัวเอง เพราะเป็นของ Issey Miyake Couture แล้ว ชุดนี้ยังมีค่าทางจิตใจมากๆ อีกด้วย”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 940


 

ติดตามคอนเท้นต์อื่นๆ ได้ที่

ทำไมต้องเป็นยีนส์! เผยที่มา ‘ไอเท็มยอดฮิตตลอดกาล’ เกิดขึ้นครั้งแรกที่ไหน

คู่เดียวในไทย มีไม่กี่คู่ในโลก! ซูมสนีกเกอร์รุ่นแรร์ไอเท็มของ “ป๊อป-นิธิทัศน์” สาวกตัวจริง

ตัวเดียวในโลก! THE HUSSAR เสื้อคลุมขนแกะดำของ Burberry เลิฟเวอร์ตัวจริง

เมย์ After You

แง้มกระเป๋าสตางค์ “เมย์ After You” สาวเก่งพันล้านกับวิธีใช้เงินที่ไม่เหมือนใคร

“เมย์-กุลพัชร์  กนกวัฒนาวรรณ” หรือที่ใครๆ ต่างพากันเรียกเธอว่า “เมย์ After You”  ซีอีโอสาวแห่งร้าน After You ที่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานความอร่อยจนใครๆ ก็ยอมต่อคิวยาวเหยียดเพื่อมานั่งกินฮันนี่โทสต์ จนขึ้นแท่นธุรกิจพันล้าน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสดีๆ ทั้งที แพรวดอทคอม จึงพลาดไม่ได้ที่จะพาไปดูกระเป๋าสตางค์ของนักธุรกิจสาวคนนี้ ซึ่งเธอยอมเปิดให้ทุกคนได้เห็นกันเป็นครั้งแรก พร้อมเล่าถึงวิธีการใช้เงินสุดชิล แต่แฝงด้วยวิธีคิดแปลกใหม่ตามสไตล์ของเธอ

เมย์ After You

กระเป๋าใส่บัตรก็พอ

“สมัยวัยรุ่นเมย์เคยมีกระเป๋าสตางค์ทรงยาว ตอนนั้น ชอบมากเพราะถือแล้วรู้สึกเท่ แต่พอโตขึ้นกลับรู้สึกว่ามันหนัก แล้วความที่ไม่ค่อยพกเงินสด ไม่รู้ว่าจะมีไว้ทำไม จึงเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าใส่การ์ดของ Cèline ซื้อจากเกาหลีเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ใช้ดีมาก สามารถเสียบการ์ดได้หลายช่อง พกง่าย น้ำหนักเบา แต่ก็ยังมีปัญหาว่าใส่เงินสดหรือเหรียญไม่ได้ สุดท้ายจึงใช้ กระเป๋าใส่เศษเหรียญของชาเนล ใบไม่ใหญ่มาก สามารถพับแบงก์ใส่ไว้ได้ด้วย จบเลย”

นักบัญชีส่วนตัวคือคุณแม่

“เงินทุกบาทที่ได้มาเมย์ยกให้คุณแม่ดูแลหมดเลยค่ะ เพราะที่บ้านเมย์มีกระเป๋าสตางค์เดียว คือ กระเป๋าสตางค์คุณแม่ ท่านจะคอยใส่เงินในบัญชีให้สม่ำเสมอ ดูแลเงินเก็บเงินลงทุนสำหรับกองทุนต่าง ๆ เพราะเราไม่ชอบวุ่นวายเรื่องตัวเลข บอกคุณแม่แต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเมย์จะหาเงินให้อย่างเดียวนะ แล้วที่เหลือจัดการเลย ซึ่งท่านไม่ได้ทำงานมานานแล้ว อาชีพหลักตอนนี้คือดูแลจัดการเรื่องเงินให้ลูกโดยเฉพาะ รวมทั้งดูแลเรื่องเครดิตการ์ดให้ด้วย เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ซื้อของมีราคา เมสเสจก็จะไปเด้งขึ้นที่โทรศัพท์คุณแม่ ท่านก็จะโทร.มาแซว ซื้ออีกแล้วนะ” (ยิ้ม)

ไม่พกเงินสด

“การโอนเงินผ่านแอพคือความสุขที่สุดในชีวิต (หัวเราะ) เพราะเมย์เป็นมนุษย์ไม่พกเงินสด เนื่องจากไม่ระมัดระวัง เช่น บางทีก็เผลอเปิดกระเป๋าไว้ ล่อตาล่อใจให้โดนขโมยมาก แม่จึงเตือนเสมอว่า ถ้าเงินหายไป ไม่ใช่ความผิดของคนขโมย แต่คือความผิดของเราที่ไปเปิดล่อให้เขาดู ซึ่งโชคดีที่ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้น เพราะเหตุนี้จึงพกเงินในกระเป๋าไม่เกิน 3,000 – 5,000 บาท ไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน นอกจากนั้นเมย์ใช้บัตรเครดิต ซึ่งเวลารูดบัตรก็จะได้สะสมพ้อยต์เอาไปแลกไมล์สำหรับการเดินทางได้ด้วย

“แต่ก็เคยมีเหตุการณ์ประเภทเงินขาดจนต้องควานหาทั่วรถเหมือนกันนะ ตอนนั้นเมย์อายุ 18 ยังไม่มี Easy Pass วันนั้นต้องอ้อนวอนเขาว่าขอกลับมาจ่ายได้ไหม เพราะเราไปกลับทางนี้ประจำ โชคดีที่เขาจำหน้าได้ เพราะยิ้มให้กันทุกวัน เลยรอดตัวไป”

เมย์ After You

ไม่สนโปรโมชั่น ไม่ง้อส่วนลด

“สไตล์เมย์จะไม่ตื่นเต้นกับส่วนลดหรือโปรโมชั่นใด ๆ ทั้งสิ้น จึงไม่ได้เป็นเหยื่อในการซื้อของลดราคา เราเอาเวลารอซื้อของเซลไปทำงานหาเงินเพื่อจะได้ซื้อของชิลๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะดีกว่า ในชีวิตจึงไม่เคยมีวัน Shopping Day ให้ตัวเอง เวลาซื้อของจะใช้เงินเหมือนผู้ชาย อยากได้ซื้อเลย ซื้อง่าย ซื้อเร็ว และจะไปห้างเพื่อจะไปซื้อของที่ต้องการเท่านั้น ไม่เดินเรื่อยเปื่อย พุ่งไปที่เป้าหมายเลย เงินจึงไม่ได้หมดเรี่ยร่ายตามทาง และชอบเดินซื้อของคนเดียวด้วยเพราะเร็วกว่า

“ความแปลกอีกอย่างหนึ่งของเมย์คือ เวลาช็อปปิ้งไม่เคยลองของ แม้จะไปถึงร้านก็เถอะ เช่น เห็นเสื้อตัวนี้สวย กะแล้วว่าใส่ได้ก็ซื้อเลย เพราะไม่ชอบเสียเวลาลอง เช่นเดียวกับเวลาซื้อของทางออนไลน์ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเรารู้จักตัวเองดีว่าไซส์อะไร แล้วของทุกชิ้นที่ซื้อเมย์ใช้จริง ใช้จนคุ้มด้วย ของใหญ่ๆ อย่างกระเป๋าก็ใช้เกิน 10 ปี หรือของชิ้นไหนที่ใช้กับแม่ได้ก็จะไม่ซื้ออีก เพื่อไม่ให้เกิดของซ้ำซ้อนและเปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ อย่างเสื้อผ้าก็ใส่ธรรมดาทั่วไปเลย จิเวลรี่หรือนาฬิกาก็ไม่ใส่ พอไม่มีความต้องการเยอะ จึงไม่ค่อยเสียเงิน”

บริหารธุรกิจ คุณภาพสำคัญที่สุด

“ช่วงแรกของการทำธุรกิจ เมย์ใช้หลักง่ายๆ ไม่ซับซ้อน อย่างเรื่องราคาเมนูต่างๆ เมย์จะตั้งราคาที่เหมาะสม โดยดูจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก เช่น เราตั้งไว้ 199 บาท จากนั้นค่อยไปคำนวณต้นทุน ถ้าปล่อยเมนูนี้ออกไปแล้วไม่ขาดทุนก็จะยึดราคาตามนั้น แต่ถ้าขาดทุนสูงเกินราคาที่ตั้งไว้ก็จะไม่ขายเลย ถ้าจะให้ไปลดคุณภาพวัตถุดิบเพื่อให้ได้ราคาถูกลง เรียกคนเข้าร้านมากขึ้น เมย์ไม่ทำเด็ดขาด เพราะความอร่อยเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ”

กิน + เที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์

“ในหนึ่งวันเมย์สามารถอยู่โดยไม่ใช้เงินเลยก็มี เช่น เวลามาทำงานก็กินข้าวของออฟฟิศ แต่เมย์จะหมดเงินไปกับอาหารเยอะสุด เพราะเราทำงานด้านนี้ ประกอบกับเอนจอยกับการกินของอร่อยๆ ด้วย ซึ่งเมย์กินได้ทั้งร้านหรูและข้างทาง อย่างเวลากินส้มตำชอบกินร้านที่เป็นเพิง เพราะอร่อยจริงและถูก ส่วนร้านหรูก็กินตามโอกาสสำคัญค่ะ แต่เอาตามตรงนะ ตั้งแต่มีไลน์แมนก็สะดวกสบายขึ้น สั่งมากินที่บ้านได้เลย จึงประหยัดเรื่องการกินข้าวข้างนอกได้อีก เพราะถ้าออกไปกินข้าวนอกบ้าน อย่างน้อยสตาร์ตที่ 1,000 บาทขึ้นไป

“อีกเรื่องที่เมย์พร้อมจ่ายคือการเดินทางค่ะ เรียกว่าไม่มีลิมิต ไม่ได้ตั้งงบ เพราะถือว่าซื้อประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้ตัวเอง หลักๆ จะหมดไปกับค่าโรงแรม ค่ากิน ตั๋วเครื่องบิน ส่วนเรื่องช็อป เวลาอยู่ต่างประเทศจะซื้อของเยอะกว่าตอนอยู่เมืองไทย ไม่ได้เป็นเพราะราคาของที่นั่นถูกกว่าหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะเรามีเวลาไปเดินดูของ รองลงมาคือใช้จ่ายไปกับสปานวดตัว เป็นเรื่องของการสปอยล์จิตใจตัวเองล้วนๆ”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 940

‘เริ่มต้นเดือนใหม่ทำท่าจะไฟล์ทเสียแล้ว เสียแรงเปล่า เพราะเขาไม่เหมาะสมกับท่าน!!’ ดูดวงรายวัน 1 ธันวาคม 2561

ดูดวงรายวัน 1 ธันวาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากท่านกำลังสร้างนวัตกรรมทางด้านงานศิลปะ ความสวยงาม ความบันเทิง ที่ยิ่งใหญ่ วันนี้ท่านจะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง

การเงิน :  จะได้รับเงินที่เกี่ยวกับงานศิลปะ หรือค่าเช่าที่ดิน หรือธุรกิจการค้าได้กำไร

ความรัก : ท่านมีความเป็นผู้นำในครอบครัวสูง ดูแลทั้งเศรษฐกิจในครัวเรือน และส่งเสริมหน้าที่การงานของคู่จนเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง แต่เสียอย่างเดียวคือ ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัวสูงจึงชอบตัดสินใจเองคนเดียว คนโสด น่าอิจฉาจริงๆ มีแต่คนอยากขออุปถัมภ์แล้วแต่ละคนก็จริงจังเสียด้วยสิ เลือกไม่ถูกละคราวนี้

สุขภาพ : แม้ช่วงนี้จะเอ็นจอยอีทติ้งจนน้ำหนักอาจขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ท่านทานไม่ค่อยถูกหลักโภชนาการเท่าไหร่ จึงควรระวังการขาดสารอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์         

การงาน : ท่านอยู่ในช่วงที่ต้องต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคอย่างหนักจนอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะท่านทำงานผิดพลาด และพยายามเรียกร้องให้ผู้ใหญ่หรือคนใกล้ตัวเห็นใจ แต่เขาก็ไม่สนใจจนอาจต้องปิดจ็อบอย่างไม่คาดคิด

การเงิน :  จะเสียเงินเพราะความไว้วางใจ แถมเป็นเงินที่ไม่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง

ความรัก : ระวังมีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย ใส่ไฟว่าคู่ท่านมีกิ๊ก ซึ่งก็มีเปอร์เซ็นต์สูงเสียด้วย เพราะกำลังอยู่ในช่วงงอนกันพอดี แม้ท่านพยายามที่ตามไปง้องอน แต่เขาก็ไม่กลับ  คนโสด  หากยังไม่ใครก็อย่าเพิ่งดิ้นรนมีเลยค่ะ วันนี้วี่แววไม่ดีเลย

สุขภาพ : เครียด จนอาจมีอาการอาหารเป็นพิษได้ ท้องเสีย และลำไส้อักเสบได้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านกำลังเข้าสู่สถานการณ์การแข่งขัน และถูกกดดันให้ทำเพื่อชัยชนะ โดยไม่สนใจความถูกต้องชอบธรม ระวังจะเป็นคดีความ ซึ่งท่านก็พยายามเรียกร้องความเห็นใจจากเจ้านายถึงสิ่งที่ท่านทำพลาดไป แต่ไม่เป็นผล

การเงิน : อาจได้รับเงินตอบแทนหรือได้จ็อบพิเศษ แต่อาจสูญเงินก้อนนี้ไปเพราะความไว้ใจ

ความรัก : ท่านมีมาตรฐานในการใช้ชีวิตคู่ค่อนข้างสูง คาดหวังสูง ซึ่งวันนี้มีเรื่องขัดใจ แม้ท่านจะตามไปงอนง้ออ้อนวอนให้กลับบ้าน เขาก็ไม่กลับ คนโสด ไม่ต้องไปแย่งชิงกับเขาหรอกค่ะ เพราะเขาไม่เหมาะสมกับท่านเลย

สุขภาพ : ดูแลระบบขับถ่าย โดยเฉพาะอย่ากลั้นปัสสาวะ จะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ก่อนตัดสินใจให้คิดทบทวน ชั่งน้ำหนักให้รอบคอบก่อนเพื่อจะได้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด วันนี้ควรเข้าหาผู้ใหญ่ผู้หญิง เขาจะนำโชคดีมาให้ท่าน จะได้รับความรักและความเมตตา ช่วยเหลือสนับสนุนส่งเสริมการงานจนได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

การเงิน : มีโชคในการทำธุรกิจร่วมกับหุ้นส่วน เพราะมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์

ความรัก : วันเสาร์ต้นเดือนถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มาอยู่พร้อมหน้าครอบครัว นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก คนโสด มีเสน่ห์เนื้อหอมจึงมีมาตรฐานในการเลือกคู่ชีวิตสูงมาก ซึ่งวันนี้ก็อยู่ไม่ไกลเกินฝัน

สุขภาพ :  ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร การเจ็บป่วยในช่องท้องและลำไส้

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : ท่านมีไอเดียบรรเจิดจนเพื่อนร่วมงานตามไม่ทัน เพราะฉะนั้นจะเป็นการดีกว่า หากทำงานคนเดียว หรือเป็นโครงการพิเศษ ท่านจะได้ทุ่มเทให้เต็มที่

การเงิน : อาจเสียเงินไปกับความสวยความงาม เครื่องประดับราคาแพง การเดินทางท่องเที่ยว

ความรัก :  ช่วงนี้งานยุ่งจนท่านไม่สนใจเรื่องอื่นใดเลย แม้แต่ตัวเอง เพราะฉะนั้นเรื่องครอบครัวคงต้องยกให้เป็นหน้าที่คู่ไปก่อน ส่วนท่านก็ขอทุ่มให้กับงานอย่างเดียว คนโสด ยังคงมีโอกาสเกิดความรักจากความใกล้ชิดได้ หรือไม่ก็แต่งกับงานอย่างเดียวเลย

สุขภาพ : ยังคงต้องระวังไข้หวัด ปอดบวมอยู่นะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : งานใหม่ที่ท่านกำลังริเริ่มกำลังตกอยู่ภายใต้การพิจารณาความดีความชอบอยู่ ขอให้ท่านใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ให้เต็มที่ หรืออาจหาคนมาช่วยก็จะทำให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

การเงิน : หมดไปกับการกินดื่มและเดินทางท่องเที่ยว

ความรัก : วันนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับหญิง ซึ่งท่านเจอกันในสถานที่เที่ยวกลางคืน คุยถูกคอกันตอนไปจนพัฒนาความสัมพันธ์กลายเป็นความชอบพอ คนโสด ท่านอาจมีความรักที่ซ่อนเร้นเปิดเผยไม่ได้ เพราะคนๆ นั้นเป็นเพศเดียวกัน

สุขภาพ : ไม่ควรดื่มหนักนะคะ เพราะอาจทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านยุ่งกับการติดต่อประสานงานตลอดทั้งวัน จนไม่สนใจเรื่องอื่นใดเลย เพราะฉะนั้นควรระวังคำพูดโดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ และก่อนเซ็นสัญญาหรือเอกสารใดๆ ควรดูให้ดี รวมทั้งควรเลือกเพื่อนร่วมงานที่ดีมีคุณภาพจะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การเงิน : สนใจแต่เรื่องงานมากกว่าค่าตอบแทน

ความรัก :  ช่วงนี้ท่านงานยุ่งจนไม่สนแม้แต่เรื่องของตัวเอง เพราะฉะนั้นคงต้องเป็นหน้าที่ของคนในบ้านที่จะต้องดูแลแทน คนโสด หากเป็นคนกันเอง ไม่ถือตัวก็คบได้ แต่หากต่างไปจากนี้ขออนุญาตไม่คบ

สุขภาพ : บิ๊กคลีนนิ่งกันค่ะ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ท่านอาจเกิดโรคภูมิแพ้ และหวัดเรื้อรัง

เนเชอรัล บายวัตสัน ไรซ์บราน แอนด์ ซอยบีน

คืนคุณค่าจากธรรมชาติให้ผิวอย่างอ่อนโยนกับ เนเชอรัล บายวัตสัน ไรซ์บราน แอนด์ ซอยบีน

วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาจากสารสกัดธรรมชาติ เนเชอรัล บายวัตสัน ไรซ์บราน แอนด์ ซอยบีน (Naturals by Watsons Rice bran and Soy bean) ที่วัตสันรังสรรค์มาสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย โดยมีความตั้งใจที่จะคืนธรรมชาติที่อ่อนโยนสู่ผิวหน้า ด้วยสารสกัดจากไรซ์บรานและซอยบีน ซึ่งไรซ์บรานหรือรำข้าว คือ ส่วนที่ได้จากการขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวสาร ประกอบด้วย เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าว รำข้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณหลายอย่างมาก คือช่วยลดความเครียด ทำให้ผ่อนคลายรวมทั้งเสริมสร้างด้านความจำให้ดีขึ้น ช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทให้ดีมากขึ้น ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส มีชีวิตชีวา ส่วนประโยชน์ของซอยบีนหรือถั่วเหลือง เป็นตัวช่วยในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูมีน้ำมีนวล ทำให้ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิวหนังได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นถั่วเหลืองยังช่วยในด้านของการลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ ให้ค่อยๆเลือนหายไป และเมื่อผสานคุณค่าของไรซ์บรานและซอยบีนเข้าด้วยกันแล้ว จะช่วยปลอมประโลมผิวได้อย่างดี จากสารสกัดธรรมชาติที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายหรือการแพ้แต่อย่างใด

โดย เนเชอรัล บายวัตสัน ไรซ์บราน แอนด์ ซอยบีน (Naturals by Watsons Rice bran and Soy bean) ประกอบไปด้วยสกินแคร์เพื่อการบำรุงผิวหน้า 4 ขั้นตอน ได้แก่

เนเชอรัล อิลลูมิเนทติ้ง คลีนซิ่ง สครับ สครับผิวเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนผิวหน้า ที่มาพร้อมกับเม็ดสครับละเอียด ที่จะช่วยสครับผิวได้อย่างอ่อนโยน และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

เนเชอรัล อิลลูมิเนทติ้ง เอสเซ้นส์ โลชั่น เอสเซ้นส์เนื้อบางเบา ไม่หนักหน้า ใช้ก่อนลงบำรุงตัวอื่นๆ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเตรียมรับการบำรุงขั้นตอนต่อไป และช่วยให้ครีมหรือเซรั่มที่ใช้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

เนเชอรัล อิลลูมิเนทติ้ง เซรั่ม เซรั่มสูตรเข้มข้นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ มาพร้อมกับเนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมซาบลงผิวรวดเร็ว และไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส และยังช่วยลดอายุผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย

เนเชอรัล อิลลูมิเนทติ้ง เดลี่ ครีม เดย์ครีมที่ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมเนรมิตให้ผิวดูเนียนนุ่ม แลดูสุภาพดีและไม่มันวาวระหว่างวัน

 

11 สไตล์ ชุดแต่งงาน ทั้งสวยหวาน สวยแซ่บ สวยยันอาฟเตอร์ปาร์ตี้กันไปเลย

ชุดแต่งงาน 2019 ที่ว่าที่เจ้าสาวสายแฟชั่นห้ามพลาด

ส่งตรงเทรนด์ ชุดแต่งงาน จาก New York Bridal Fall 2019ที่ปีนี้แต่ละแบรนด์ขนดีไซน์ที่หลากหลายมาประชันแบบไม่ยอมแพ้กันมีตั้งแต่หวานละมุนดุจเจ้าหญิง ไปจนถึงชุดแต่งงานที่พร้อมออกไปเวิร์คเอ๊าต์กับกลุ่มเพื่อนเจ้าสาว

PRINCESS SLEEVES

ดีไซน์ของแขนเสื้อกลายเป็นอีกจุดที่เหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงความสง่างามตามแบบฉบับของเจ้าหญิง มีทั้งความอ่อนหวานด้วยการเล่นกับความพองของเแขนแบบเจ้าหญิงในเทพนิยาย ในขณะที่แขนปลายกระดิ่งยาวเกือบจรดพื้นก็แสดงถึงเจ้าหญิงที่มีความเซ็กซี่เย้ายวน

LIKE A DREAM

ชุดแต่งงานสไตล์พองฟูยังคงได้รับความนิยมตลอดกาล ไม่เว้นแม้แต่ในปี 2019 แต่ซีซั่นนี้เพิ่มความหวานให้เจ้าสาวด้วยการใช้ผ้าซีทรูซ้อนทับ ไปมาเล่นเลเยอร์ รวมกับโทนสีอ่อนเจือจางจนได้ลุคที่ดูหวานฟุ้งราวกับอยู่ในความฝันเลยทีเดียว

ROYAL WEDDING FEVER

ชุดเจ้าสาวของดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์กลายเป็นเทรนด์สำาหรับชุดแต่งงานของสาวๆ ในปี 2019 ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชุดในโบสถ์หรือชุดในงานฉลอง แบรนด์ดังทั้งหลายต่างขนชุดในสไตล์เรียบไร้การปักและชุดเปิดไหล่มาเดินบนรันเวย์ให้คับคั่งกันไปหมด

  • UNLACING

ชุดสีขาวที่ไร้การปักและลูกไม้แต่โดดเด่นด้วยคัตติ้งและโครงชุดที่ชัดเจนกลายเป็นดาวเด่นของซีซั่นนี้ แม้แต่แบรนด์ที่เคยอลังการด้วย ลวดลายก็ยอมลดทอนเพื่อสอดรับกระแสที่มาแรงสุดๆ

  • HALTERS

แฟชั่นห่วงคล้องคอเปิดไหล่ที่เคยนิยมในยุค 90 หายไปนานจากรันเวย์เจ้าสาวกลับมาอีกครั้งเพราะกระแส Meghan Fever พร้อมลีลาของชุดที่หลากหลายมากขึ้น

 

HIGH & LOW

แม้ชุดสไตล์หน้าสั้นหลังยาวจะได้รับความนิยมน้อยลงในงานแต่งงาน แต่ในทางกลับกันก็ได้รับความนิยมมากขึ้นในงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เราจึงได้เห็นชุดหน้าสั้นหลังยาวและชุดที่เล่นระดับความยาวกระโปรงที่มีความสนุกมากขึ้นกว่าซีซั่นก่อน ๆ

ซูเปอร์ฟู้ด

“10 ซูเปอร์ฟู้ด” ส่งตรงจากยอดดอยสู่งาน “Royal Project Gastronomy Festival @Siam Paragon”

“ซูเปอร์ฟู้ด” นับเป็นสุดยอดอาหารที่เหล่าคนรักสุขภาพรู้กันดีว่ามีคุณประโยชน์มหาศาลเพียงใด แต่ผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ดส่วนใหญ่นั้นล้วนนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก จึงทำให้สุดยอดอาหารมีราคาที่กลุ่มผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย เพื่อสุขภาพที่ดีและการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ของคนไทย มูลนิธิโครงการหลวงจึงไม่เคยหยุดวิจัย เพื่อพัฒนาสายพันธุ์พืชผักและผลไม้ต่างๆ จนปัจจุบันโครงการหลวงเป็นแหล่งผลิตซูเปอร์ฟู้ด สุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพอย่างมากมาย

โดยเมื่อไม่นานนี้ มูลนิธิโครงการหลวง และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้จัดงานแถลงข่าว “รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล แอท สยามพารากอน” (Royal Project Gastronomy Festival @Siam Paragon) ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พร้อมนำคณะสื่อมวลชนไปร่วมชมแหล่งกำเนิดซูเปอร์ฟู้ดของเมืองไทย เพื่อเข้าถึงและเข้าใจถึงความเป็นมาเป็นไปของ “10 ซูเปอร์ฟู้ด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวเขา เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีของชาวเรา” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของการจัดงาน “รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล แอท สยามพารากอน” ที่จะนำผลผลิตสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ต่างๆ ของมูลนิธิโครงการหลวงมาจำหน่ายในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย ตั้งแต่วันนี้ – 7 ธันวาคม 2561 ณ พาร์ค พารากอน พร้อมร่วมชมนิทรรศการ “10 ซูเปอร์ฟู้ดจากโครงการหลวง” ตั้งแต่วันนี้ – 6 ธันวาคมนี้ ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับ “10 ซูเปอร์ฟู้ด” จากโครงการหลวงซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์หลักของการจัดงาน “รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล แอท สยามพารากอน” มีดังนี้

ข้าวกล้องดอย พันธุ์ข้าวท้องถิ่นของชนเผ่าพื้นที่สูง ผ่านกระบวนการปลูกและดูแลที่ปราศจากสารเคมี ปลูกในสภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ทำให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพดี โดยจะมี  2 สายพันธุ์ ได้แก่ “ข้าวกล้องเหลือง” พันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอและละว้า “ข้าวกล้องไก่ป่า” พันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอ มีสารแกมม่าโอไรซานอล ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ลดคอเรสเตอรอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ธาตุโปแทสเซียมช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย และธาตุเหล็กช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันโลหิตจาง

ซูเปอร์ฟู้ด
ข้าวกล้องดอย

ธัญพืช ซึ่งจะมีทั้ง “ควินัว” ซูเปอร์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมสูง เป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้แร่ธาตุและสารอาหารที่สำคัญอย่างกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายครบ 10 ชนิด เหมาะสมเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนสำหรับบุคคลที่แพ้โปรตีนจากสัตว์หรือธัญพืชบางชนิด รวมถึงการแพ้อาหารจากสัตว์ทะเล กลุ่มผู้บริโภคที่แพ้น้ำตาลแลคโตส กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน

ซูเปอร์ฟู้ด
ควินัว

“ถั่วแดงหลวง” อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบีหลายชนิด และเส้นใยอาหารทำให้อิ่มท้องนาน ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ทั้งยังมีธาตุเหล็กช่วยบำรุงโลหิต “ถั่วขาว” ธัญพืชที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี1 โฟเลต แมงกานีส  “เห็ดพอตโตเบลโล่” แหล่งโปรตีนธรรมชาติชั้นยอด ปราศจากไขมัน ไม่มีคอเรสเตอรอล ให้แคลอรี่ต่ำ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย “เห็ดปุยฝ้าย” หรือ “เห็ดยามาบูชิตาเกะ” เป็นเห็ดที่มีสรรพคุณทางยาสูง มีโพลีแซคคาไรด์ สามารถยับยั้งการเกิดและการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงระบบลำไส้ ทั้งยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้น ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย

ซูเปอร์ฟู้ด
เห็ดปุยฝ้าย

ผัก และสมุนไพร ได้แก่ “มะเชือเทศโครงการหลวง” เป็นมะเขือเทศพันธุ์เนื้อสีแดง เนื้อแน่น และ “มะเขือเทศเชอร์รี่” ผลเล็ก มีสารไลโคปิน ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดี สร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ผิวหนัง ช่วยป้องกันผิวเกรียมแดด ผลัดเซลล์ผิว ป้องกันโรคต้อกระจก ป้องกันการเกิดมะเร็งต่างๆ ทั้งยังมีวิตามินเอ บำรุงสายตา วิตามินไบโอฟลาโวนอยด์ เพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอย มีใยอาหาร ช่วยในระบบขับถ่าย มีเบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส และป้องกันเลือดออกตามไรฟัน “บร็อคโคลี่” อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง มีวิตามินซีสูง ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย วิตามินเอ บำรุงสายตา “กะหล่ำปลีแดง” มีวิตามินซีสูงกว่ากะหล่ำปลีเขียวถึง 2 เท่า มีสารเอนโทไซยานิน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง “ผักกาดหอมห่อ” หรือ “ผักกาดแก้ว” เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก และโฟเลตสูง ดีต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวในกระดูก “คะน้าฮ่องกง” มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง บำรุงสายตา ทั้งยังมีวิตามินซีและแคลเซียมสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ บำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

ผลไม้ ได้แก่ “ฟิก” หรือ “มะเดื่อฝรั่ง” ไฟเบอร์สูงมาก มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ลดปัญหาท้องผูก แคลเซียมสูงกว่าปลา 2 เท่า ช่วยบำรุงกระดูกและฟันวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา ให้พลังงานสูง ปราศจากไขมันและคอเรสเตอรอล “อาโวคาโดพันธุ์แฮส” อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือด มีวิตามินอีบำรุงผิวพรรณ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็งชนิดต่างๆ และโรคหัวใจ

ซูเปอร์ฟู้ด
อาโวคาโดพันธุ์แฮส

“กีวี” ผลไม้ช่วยลดความอ้วน เพราะมีไฟเบอร์จำนวนมากทำให้อิ่มเร็วและนาน มีวิตามินซีสูง รวมถึงโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย “เคปกูสเบอร์รี่” มีวิตามินซีสูงเป็น 2 เท่าของเลมอน ป้องกันไข้หวัด ภูมิแพ้ มีเปปตินและวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา รวมถึงสารแคโรทีนอยด์ ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ

ซูเปอร์ฟู้ด
เคปกูสเบอร์รี่

“เสาวรส” มีวิตามินเอและซีสูง ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ เหมาะกับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง มีแคโรทีนอยด์ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้สูงอายุ ช่วยฟื้นฟูตับและไตที่อ่อนแอ ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

เนื้อไก่ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ ได้แก่ “ไก่กระกระดูกดำ/ ไก่ดำตุ๋นยาจีน” ไก่พื้นเมืองมีต้นกำเนิดจากมองโกเลีย โปรตีนสูง แต่มีไขมัน คอเรสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และกรดไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำ ชาวจีนเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงเลือด และเป็นอาหารบำรุงสำหรับผู้สูงอายุ “ไก่เบรส/ ไก่เบรสรมควัน” ไก่พื้นเมืองจากประเทศฝรั่งเศส เนื้อไม่เหนียวมีไขมันในเนื้อมากกว่าไก่ชนิดอื่นๆ

ซูเปอร์ฟู้ด
เนื้อไก่เบรส

“ไก่ฟ้าคอแหวน” เป็นวัตถุดิบหายากและเป็นที่ต้องการของโรงแรมและเชฟทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือเนื้อมีไขมันแทรกน้อย ให้สัมผัสแน่น นุ่ม มีรสชาติดี “เนื้อไก่อินทรีย์โครงการหลวง” ไก่บ้านลูกผสม 3 สายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาให้ทนทานกับสภาพแวดล้อม เลี้ยงในพื้นที่อินทรีย์ ปล่อยให้ไก่มีอิสระและมีอาหารธรรมชาติในพื้นที่ ทำให้ได้ไก่เนื้อหนึบ
แน่น ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย มีไขมันน้อย เนื้อและหนังไม่แห้งจนเกินไป

ปลา และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลา ได้แก่ “ปลาเรนโบว์เทราต์” ปลาน้ำจืดเลี้ยงบนพื้นที่สูง ที่น้ำไหลและใสสะอาด เป็นปลารสชาติดี มีปริมาณกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 สูง สามารถลดปริมาณคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ปรับระบบการทำงานของสมองและประสาท ช่วยลดความจำเสื่อมและภาวะซึมเศร้า ป้องกันภาวะข้ออักเสบ

ซูเปอร์ฟู้ด
ปลาเรนโบว์เทราต์

“ปลาสเตอร์เจียน / ปลาสเตอร์เจียนรมควัน” เป็นปลาที่มีเนื้อแน่น กระดูกอ่อนที่เป็นคอลลาเจนธรรมชาติสามารถเคี้ยวได้ ไข่คาเวียร์ที่ได้จากปลาชนิดนี้เป็นไข่สีดำ ราคาขายกิโลกรัมละ 50,000 บาท เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่ประเทศไทยสามารถผลิตคาเวียร์ได้

ซูเปอร์ฟู้ด
ปลาสเตอร์เจียน

เครื่องดื่ม ได่แก่ “ชาเขียวอัสสัม” ผลิตจากชาป่า หรือชาพื้นเมืองที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปีขึ้นไป มีกลิ่นหอมธรรมชาติ สีของน้ำชาเป็นสีเขียวอมเหลือง รสนุ่ม อุดมด้วยกรดอะมิโนธีอะนีนมากถึง 60% ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้มีสมาธิดีขึ้น เพิ่มคุณภาพการหลับ “น้ำมะเขือเทศ 99%” รสชาติเข้มข้นอันดับ 1 ของไทย, “น้ำมะเชือเทศผสมน้ำผลไม้รวม 98% ม็อกเทล” “น้ำมะเขือเทศ 99% สูตรโซเดียมต่ำ” “น้ำมะเขือเทศผสมน้ำผักรวม 98% เวอร์จิน” มีวิตามินเอสูง ช่วยในการมองเห็น วิตามินซีช่วยต้านอนุมูลอิสระ สร้างเนื้อเยื่อในคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเอ็นกระดูกอ่อนคอลลาเจน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และมีไลโคปิน ยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง มีใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มกากในระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย เป็นแหล่งแคลเซียม ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

เครื่องปรุง ได้แก่ “น้ำผึ้งดอกกาแฟ” น้ำผึ้งบริสุทธิ์ 100% ที่ได้จากผึ้งที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติที่อาศัยอยู่ในสวนกาแฟของโครงการหลวงบนดอยสูง จัดเป็นอายุวัฒนะ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยเรื่องความจำ บำรุงหัวใจ และช่วยให้หลับสบายขึ้น “ซอสมะเขือเทศ” “มะเขือเทศทาขนมปัง” “มะเขือเทศเข้มข้น” ไม่ใช้วัตถุกันเสีย อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากวิตามินเอและซี “น้ำพริกเผาธัญพืชเห็ดหอม” มี 3 สูตรได้แก่ สูตรมังสวิรัติ สูตรเผ็ดมาก และสูตรเผ็ดน้อย

เฮลท์ตี้ สแน็ค ได้แก่ ซีเรียลบาร์ หรือธัญพืชชนิดแท่งรสผลไม้ อาหารว่างพลังงานต่ำ รับประทานเป็นมื้อเช้าหรือก่อนออกกำลังกาย อุดมไปด้วยธัญพืชและผลไม้อบแห้งจากโครงการหลวง เช่น สตรอว์เบอร์รี กล้วย สับปะรด แป้งโฮลวีต ข้าวดอยซ้อมมือ เมล็ดฟักทอง และน้ำเสาวรสเข้มข้นจากเสาวรสแท้

ซูเปอร์ฟู้ด
เฮลท์ตี้ สแน็ค

แล้วมาพบกับสุดยอดอาหารทรงคุณค่าของ “10 ซูเปอร์ฟู้ด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวเขา เพื่อสุขภาพที่ดีของชาวเรา” ได้ในงาน “รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล แอท สยามพารากอน” โดยตลาดนัดร่วมสมัยจำหน่ายผลิตผลโครงการหลวงจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 7 ธันวาคม 2561 ณ พาร์คพารากอน และนิทรรศการ “10 ซูเปอร์ฟู้ดจากโครงการหลวง” เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้ – 6 ธันวาคม 2561 ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ภายในงานยังสามารถพบกับเมนูอาหารพิเศษที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมของโครงการหลวง ที่ส่งตรงจากยอดดอยมารังสรรค์เป็นรายการอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยร้านอาหารชั้นนำจากโซนกูร์เมต์ การ์เด้น ชั้น G, ชั้น M และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจะจำหน่ายถึงวันที่ 23 ธันวาคมนี้

SIRIVANNAVARI

ความวิจิตรของผืนผ้าในแบรนด์ SIRIVANNAVARI ประดับสู่สาวงามจักรวาล

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ถ่ายทอดความวิจิตรของผืนผ้าในแบรนด์ SIRIVANNAVARI ประดับสู่สาวงามจักรวาลในชุดราตรีผ้าไหมไทย-ชุดว่ายน้ำ

เวทีประกวดสาวงามจักรวาลประจำปี 2018 นอกจากจะประดับประดาด้วยมวลหมู่ดาวทั้ง 95 ดวงจากทั่วทุกมุมโลกที่มีความสวย และความสามารถเปล่งประกายในแบบตนเองมารวมกันที่ประเทศไทยแล้ว ปีนี้ยังมีความงดงามที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่กลับมีคุณค่าทางใจมหาศาลต่อความรู้สึกคนไทยและคนต่างชาติอย่างพิเศษมากขึ้น เมื่อพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ หรือ เจ้าหญิงดีไซเนอร์ของคนไทย ได้ทรงตอบรับคำทูลเชิญของพอลล่าเอ็มชูการ์ต ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์สในการร่วมทรงออกแบบชุดราตรีผ้าไหมไทยให้สาวงามสวมใส่ในค่ำคืนงาน Thai Night และชุดว่ายน้ำ สำหรับสวมใส่ประกวดบนเวที Miss Universe 2018 ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และนับเป็นบทบาทสำคัญอันมีความหมายอย่างยิ่งต่อเวทีการประกวดนางงามจักรวาลในฐานะประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

SIRIVANNAVARI

การรังสรรค์ความวิจิตรของผืนผ้าจะเริ่มเฉิดฉายสู่สายตาคนทั่วโลกในค่ำคืนงาน Thai Night วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ที่ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ทุกคนจะปรากฏกายด้วยชุดราตรีที่ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยฝีมือ 19 ดีไซเนอร์ไทยในคอนเซ็ปต์ “มงคล” ไล่เรียงตามสีมงคลประจำวันของไทย จากวันจันทร์ไปจนถึงวันอาทิตย์ ได้แก่ สีเหลือง, สีชมพู,สีเขียว, สีส้ม, สีฟ้า, สีม่วง และสีแดง ซึ่งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งเนื่องจากพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าประทานชุดแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ในคอลเล็คชั่นที่ทรงออกแบบพิเศษ และทรงออกแบบตัดเย็บชุดราตรีจากผ้าไหมไทยด้วยพระองค์ให้แก่ เดมี ลีห์เนล ปีเตอร์ส มิสยูนิเวิร์ส 2017 และ โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ได้สวมใส่เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านผ้าไหมไทย

SIRIVANNAVARI

สำหรับชุดราตรีผ้าไหมไทยที่ พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯทรงประทานให้ เดมี ลีห์เนล ปีเตอร์ส มิสยูนิเวิร์ส 2017 นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รังสรรค์มาในรูปแบบชุดไทยเกาะอกแบบสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯสไตล์ยุโรป โดยเลือกใช้ผ้าไหมเรียบและผ้าไหมแพรวา ดีไซน์โดยใช้เทคนิค Draping ตกแต่งและจัดวางผ้าบนหุ่นโดยเน้นการจับผ้าให้มีความพลิ้วไหวสวยงาม และดูสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมการปักลงบนกระโปรงแนวกรีกให้ดูทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยในชุดช่วงบนกับความเป็นสากลในชุดช่วงล่างออกมาได้อย่างลงตัว

แบรนด์ SIRIVANNAVARI

ด้านชุดราตรีผ้าไหมไทยที่ทรงประทานให้ โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 สวมใส่ในค่ำคืน Thai Night มาในชุดโทนสีฟ้า เค้าโครงมาจากชุดในคอลเล็คชั่นที่มีการออกแบบตัดเย็บชั้นสูง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เช่นเดียวกัน ซึ่งได้ใช้เทคนิคการร้อยและปักลูกปัดแบบ Haute Couture มีการใช้ผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมแพรวามาผสมกัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการตัดเย็บผ้าไหมไทยโดยไม่ให้ความงดงามดั้งเดิมสูญเสียไป ทุกพื้นที่บนผืนผ้าของชุดยังได้ถ่ายทอดความเป็น “นกยูง” ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ที่เปรียบให้เห็นว่า นกยูงเป็นสัตว์ที่สะท้อนถึงความสง่างามและความอ่อนโยนในแบบผู้หญิงที่มีความสวยงามและโดดเด่นในรูปแบบของตัวเอง สังเกตได้จากกระดุม 19 เม็ด ที่ประดับเรียงเป็นแถวบริเวณด้านหลังชุด โดยประทับตราสัญลักษณ์แบรนด์ทุกเม็ดกระดุม หรือชายกระโปรงลากยาวได้ออกแบบเสมือนปีกนกยูงที่กำลังรอรำแพน มีดอกดวงหรือแววมยุราที่เล่นดีเทลด้วยการตัดเย็บผ้าสีฟ้า สีน้ำเงินอยู่ในพื้นที่วงกลม ล้อมรอบด้วยเส้นไหมให้ดูราวขนปีกนกยูง ซึ่งนับเป็นผลงานที่รังสรรค์ทุกรายละเอียดด้วยความประณีตอย่างสูง

SIRIVANNAVARI

SIRIVANNAVARI

SIRIVANNAVARI

SIRIVANNAVARI

อีกหนึ่งบทบาทที่ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเผยความมั่นใจให้แก่สาวงามในการประกวดนางงามจักรวาลนั่นคือ พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ยังได้ทรงออกแบบชุดว่ายน้ำให้แก่สาวงามจาก 95 ประเทศทั่วโลกได้สวมใส่ โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ “Across the Universe”

นำเสนอเรื่องราวการเดินทางข้ามไปยังจักรวาลดินแดนอันกว้างใหญ่ที่ไม่เคยรู้จัก เพื่อสำรวจเอกภพกลุ่มก๊าซที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศประกอบกันจนเป็นความงดงามจากแสงที่ส่องประกายจากดาวฤกษ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบอยู่ในเนบิวลา (Nebula) ทั้งหมดนี้ได้นำมาตีความผ่านสีสันบนชุดว่ายน้ำในโทนสีต่างๆได้อย่างพอดิบพอดี ไม่ว่าจะเป็นโทนสีส้ม โทนสีเขียว โทนสีเหลือง โทนสีแดง หรือโทนสีฟ้า ที่สะท้อนความงามของยูนิเวิร์สบนโลกใบนี้ที่มีความหลากหลายแต่แฝงไปด้วยเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ของผู้เข้าประกวดที่ได้เดินทางมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก มารวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้โดย “No Boundaries” และ “Unity” ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ได้ผสมผสานการรังสรรค์ในการออกแบบชุดว่ายน้ำผ่านลวดลายบนผืนผ้า โดยสื่อให้เห็นถึงความเท่าเทียมสำหรับเวทีประกวดนี้ที่ไม่มีเส้นกั้นขอบเขตว่าใครมาจากที่ใดหรือเชื้อชาติใด นั่นหมายถึงอัตลักษณ์ของความเป็นเอกภาพและความกลมเกลียวที่สุดแสนจะแยบยล

โดยการออกแบบชุดว่ายน้ำครั้งนี้ยังคงไว้ซึ่งความเป็นสากลที่สอดคล้องกับเวทีระดับโลก โดยได้รังสรรค์ออกมาทั้งหมด 2 แบบ โดยผู้ชมจะได้ชื่นชมสาวงามสวมใส่ชุดว่ายน้ำทั้งแบบวันพีซและทูพีซ ที่สลับสับเปลี่ยนดูละลานตาโดยแต่ละชุดมีรายละเอียดพิเศษที่เติมแต่งให้ชุดว่ายน้ำมีความสวยงามและวิจิตรยิ่งขึ้น อาทิ กระดุมสีทองทรงกลมที่ประทับลายพิมพ์นูนรูป “นกยูง” อันเป็นตราสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ หรือแม้แต่ผ้าคลุมชุดว่ายน้ำ (Scarf) ที่ลายผ้ายังคงคอนเซ็ปต์ “Across the Universe” ที่สอดคล้องไปกับชุดและสื่อถึงความงามของจักรวาลที่จะได้เห็นบรรดาสาวงามเดินออกมา เพื่ออวดโฉมบนเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ พร้อมชมทักษะการจับคู่สีต่างกันของชุดว่ายน้ำในการพรีเซ็นต์ชุดและนำเสนอตัวเองบนเวทีประกวดนางงามจักรวาล ประจำปี 2018 นี้ ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นความพิเศษที่จะทำให้ประวัติศาสตร์ไทยเต็มไปด้วยเรื่องราวอันมีคุณค่าที่จะอยู่กับคนไทยและคนต่างชาติไปตลอดกาล

SIRIVANNAVARI

SIRIVANNAVARI

SIRIVANNAVARI

SIRIVANNAVARI


 

ทีปิกา ปาทุโกณ นักแสดงบอลลีวู้ด สวยสง่าในชุดแต่งงาน 5 ชุด ตามแบบฉบับสาวภารตะ

ทีปิกา ปาทุโกณ นักแสดงบอลลีวู้ด สวยสง่า อลังการ ในชุดแต่งงาน 5 ชุด ฉบับสาวภารตะในพิธีแต่งงานตามแบบฉบับของชาวอินเดีย ณ ทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี

ได้ฤกษ์ลั่นระฆังวิวาห์อีกคู่แล้ว สำหรับนักแสดงระดับแนวหน้าของวงการบอลลีวู้ด ทีปิกา ปาทุโกณ และรันเวียร์ ซิงห์ ซึ่งทั้งคู่ได้จูงมือกันเข้าประตูวิวาห์ เมื่อวันที่14 และ 15 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมานี้เอง

ทีปิกา ปาทุโกณ

โดยพิธีแต่งงานของทั้งคู่นั้น จัดขึ้นสองวันที่ Villa del Balbianello ณ ทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี เป็นงานแต่งงานที่สวยงาม และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชาวอินเดีย

อันที่จริงแล้วเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ทั้งคู่ได้เข้าพิธีแลกแหวน หรือที่เรียกว่า พิธี Konkani Phool Muddi ซึ่งพิธีแบบดั้งเดิมนี้ พ่อเจ้าสาวจะออกมาต้อนรับครอบครัวของเจ้าบ่าว จากนั้นนาย Prakash Padukone พ่อของเจ้าสาว ก็จะมอบมะพร้าว ให้กับนายรันเวียร์ ซิงห์ ส่วนขั้นตอนต่อไปคือพิธีแลกแหวน

และอีกหนึ่งพิธีที่จะขาดไปไม่ได้เลย ในพิธีแต่งงานแบบชาวอินเดียคือ พิธีเมเฮนดี (Mehndi) โดยเจ้าสาวจะเพ้นท์ลวดลายต่างๆ ตั้งแต่บริเวณมือไปจนถึงข้อศอก ตามกฎแล้วหากขาดพิธีนี้ไปจะถือว่าเป็นการแต่งงานที่ไม่สมบูรณ์ เพราะมีความเชื่อว่าสีเฮนน่าน้ำตาลแดงที่นำมาเพ้นท์นั้น หมายถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย ที่เจ้าสาวจะนำมาสู่ครอบครัวของเจ้าบ่าว และอีกหนึ่งพิธีคือ Anand Karaj เป็นพิธีนี้สำหรับเจ้าบ่าวโดยเฉพาะ

สำหรับชุดแต่งงานของ ทีปิกา นั้นดูเหมือนจะเป็นไฮไลท์ที่สุดของงานแต่งงานสุดอลังนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเธอจัดเต็มสำหรับพิธีวิวาห์นี้ถึง 5 ชุด ซึ่งแต่ละชุดนั้นสวยงาม เลอค่ามาก ราวกับเจ้าหญิงภารตะ โดยชุดแรกนั้นเป็นชุดที่เธอเข้าพิธีเมเฮนดี ชุดส่าหรีสีบลัชพิงค์ตามแบบชุดแต่งงานตามประเพณี ดีไซน์โดย นาย Sabyasachi Mukherji ดีไซเนอร์ชื่อดังของประเทศอินเดีย

พิธี Konkani Phool Mudd

ส่วนชุดสำหรับ พิธี Konkani Phool Muddi นั้น ทีปิกามาในชุดส่าหรีสีแดงทอง จากห้องเสื้อ The House of Angadi

อีกหนึ่งชุดเจ้าสาวที่สวยจนน้ำตาไหล ในพิธี Anand Karaj จากดีไซเนอร์ฝีมือดี คนเดิมคือ Sabyasachi Mukherji

หากคุณคิดว่าพิธีแต่งงานของคู่รัก นักแสดงบอลลีวู้ดจะจบเพียงแค่นี้ บอกเลยว่า โนจ้าาา เพราะยังมีงานเฉลิมฉลอง ต่อที่มุมไบ ประเทศอินเดีย บ้านเกิดของทั้งคู่ ซึ่งหลังจากที่แลนด์ดิ้งถึงเมืองภารตะ บ่าวสาวก็ได้มีการทักทายกับคนที่มาต้อนรับ ซึ่งทีปิกานั้นมาในชุดส่าหรีสีทอง คลุมด้วยผ้าสีแดง มีความแมทช์กับเจ้าบ่าว เป็นคู่ที่สวยหล่อ สมกับเป็นคนดังแห่งบอลลีวู้ดจริงๆ

สำหรับงานเลี้ยงวันแรกที่จัดขึ้นที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดียนั้น ทีปิกา เจ้าสาวคนสวยมาในชุดส่าหรีสีทอง จากห้องเสื้อ The House of Angadi ดีไซน์โดย K Radharaman

ชุดปิดท้ายของงานแต่งงานสุดงดงามนี้ เป็นชุดส่าหรีสีทอง ที่ดีเทลงานปักของชุดนี้นั้นเลอค่า สวยจับจิต จับใจมากกกกก

สวยหยดย้อย งามจับจิต สมกับเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบอลลีวู้ด และยิ่งสวยมากขึ้นเมื่อเธอเป็นเจ้าสาว ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต เห้อออ ไอเราเห็นแล้วก็ได้อิจเบาๆ


ภาพ : deepikapadukone

 

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว! การรวมตัวของคนดังบนปกนิตยสารที่หาดูได้ยาก

เปิดความพิเศษ Exclusive เฉพาะแพรว สำหรับเหล่าคนดังที่มารวมตัวกันขึ้นปก จนกลายเป็นปกที่หาดูได้ยากและแทบจะหาดูจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว งานนี้บอกเลยว่าแฟนๆ แพรวห้ามพลาดนะจ๊ะ

หากจะพูดถึงคำว่าครั้งแรก หลายๆ คนก็มักจะนึกถึงสิ่งที่มีความพิเศษอยู่ในตัว แต่ถ้ายิ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทวีความเอ็กซ์คลูซีฟเข้าไปอีก เช่นเดียวกับแฟชั่นเซ็ตบนปกของนิตยสารแพรวที่เรานำมาให้ผู้อ่านได้ชมกันอีกครั้ง อาจจะเป็นปกที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนก็เป็นไปได้ เพราะเราได้สืบค้นคลังข้อมูลไปจนถึงปี 2533 กันเลยทีเดียว นับว่าแฟชั่นบางปกที่คนดังมารวมตัวกันนั้น มีอายุเกือบ 30 ปีเลยก็ว่าได้ แบบนี้จะไม่เรียกว่าพิเศษสุดๆ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

เราลองมาเช็คกันว่าหน้าตาของปกนิตยสารแพรวที่คุณคุ้นตาหรือปกในดวงใจของคุณผู้อ่านจะอยู่ในลิสต์ต่อไปนี้หรือเปล่า ถ้าพร้อมแล้ว…ก็มาส่องกันเลย

 

Exclusive เฉพาะแพรว! การรวมตัวของคนดังบนปกนิตยสารที่หาดูได้ยาก

 

ประเดิมกันที่ปกแรกด้วยนิตยสารแพรว ปีที่ 11 ฉบับที่ 260 เดือนมิถุนายน ปี 2533 ที่ทาบทาม 3 พระเอกดังในยุคนั้นอย่าง วิลลี่ แมคอินทอช , โอ-วรุฒ และ นก-ฉัตรชัย มาขึ้นปกประชันความหล่อ แถมภาพด้านในยังมีอีก 7 พระเอกชื่อดังมาร่วมเฟรมอยู่ในเล่มด้วย ส่วนตัวปกทั้ง 3 พระเอกมาในแฟชั่นมาดหนุ่มนักธุรกิจกับเสื้อเชิ้ตและเนคไท แต่ก็แฝงความขี้เล่นของหนุ่มๆ ด้วยการปล่อยให้ท่อนล่างมีเพียงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว ถือเป็นแฟชั่นปกแบบซนๆ เท่ๆ ของพระเอกหนุ่มมาแรงในยุคนั้นจริงๆ

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

 

มากันที่ความพิเศษอีกหนึ่งปกของนิตยสารแพรว ในปีที่ 29 ฉบับที่ 690 เดือนพฤษภาคม ปี 2551 นั่นคือการรวมตัวกันของ 3 ทูตยูนิเซฟ ได้แก่  อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 18 ของไทย คุณอานันท์ ปันยารชุน ทูตยูนิเซฟประจำประเทศไทย และสองพระนางคู่ขวัญ เคน-ธีรเดช แอน ทองประสม ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตพิเศษเพื่อเยาวชนขององค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย ปี 2551 และช่วงที่หนุ่มเคน สาวแอนมาถ่ายแบบแฟชั่นเซ็ตนี้ ก็เป็นช่วงที่ละครเรื่องสวรรค์เบี่ยงกำลังเปรี้ยงไปทั่วบ้านทั่วเมือง เรียกได้ว่าเป็นปกที่รวมความพิเศษแบบคูณสองเลยทีเดียว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

รักประเทศไทย

 

ต่อด้วยนิตยสารแพรว ปีที่ 30 ฉบับที่ 697 เดือนกันยายน ปี 2551 เล่มพิเศษในวันเกิดของนิตยสารแพรวปีที่ 30 กะรัต ซึ่งได้ 3 คนดังอย่าง เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ , แอน ทองประสม และอ้อม-พิยดา มาอยู่ในปกเดียวกัน โดยสถานที่ถ่ายแฟชั่นเช็ตนี้ ได้บินไปถ่ายกันถึงเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ทำให้แฟชั่นปกนี้มีกลิ่นอายของเมืองหนาว แต่เมื่อไหร่ที่ทั้งสามต้องมาร่วมเฟรมเดียวกัน ภาพที่ออกมาก็จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในทันที เพราะเป็นความแอบอิงแนบชิดใกล้ ชนิดที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาสองสาวแน่ๆ

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

 

ต่อไปเป็นคิวของนิตยสารแพรว ปีที่ 31 ฉบับที่ 730 เดือนมกราคม ปี 2553 ที่ได้นักข่าวมากฝีมืออย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา มาถ่ายแบบในสไตล์ชิลๆ สบายๆ กับหมีแพนด้าชื่อดัง หลินปิง และทันทีที่ปกนี้ออกไป ใครๆ ก็ต่างพูดชมปนแซวกันว่า “คุณพ่อกับลูกสาวหน้าคล้ายกันเลย” ถือเป็นโมเม้นต์ที่น่ารักอยู่ไม่น้อย และช่วงที่ถ่ายนิตยสารปกนี้ ถือเป็นจังหวะที่หมีแพนด้าจากเมืองจีนอย่างหลินปิงกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก และตัวของสรยุทธเอง ก็เป็นที่จับตามองในวงการข่าวเช่นกัน ซึ่งความพิเศษที่มีฟีลอบอุ่นแบบนี้ คงหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว และถ้าจะบอกว่าเป็นนิตยสารแรร์ไอเท็มอีกหนึ่งเล่มของแพรวก็คงจะได้

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

 

เสิร์ฟความพิเศษต่อรัวๆ กับนิตยสารแพรวปีที่ 33 ฉบับที่ 769 เดือนกันยายน ปี 2554 เป็นเล่ม 33rd BIRTHDAY วันเกิดเลขสวยของหนังสือแพรว ที่ได้ 5 คนดังมาถ่ายแบบด้วยกันในแฟชั่นเซ็ตนี้ นำทีมโดยพระเอกสุดหล่อ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ตามมาด้วยแก๊งนางเอกสุดฮ็ฮตอย่าง พลอย-เฌอมาลย์ , ชมพู่-อารยา , แอฟ-ทักษอร และ ญาญ่า-อุรัสยา ที่หนุ่มๆ เห็นแล้วต้องอิจฉาพี่ติ๊กแน่ๆ เพราะ 4 สาวนางเอกเล่นสาดความน่ารัก แถมยังเซ็กซี่ซะขนาดนี้ อีกทั้งในช่วงนั้นนางเอกแต่ละคนก็ดังจนฉุดไม่อยู่ ถือเป็นการรวมนางเอกตัวท็อปของวงการมาอยู่ในปกเดียวกันได้อย่างลงตัว และทุกวันนี้ก็ยังเป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ เพราะการที่ทั้ง 5 คนจะโคจรมาร่วมงานกันอีกครั้ง คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

 

ปิดท้ายกันที่นิตยสารแพรวปีที่ 35 ฉบับที่ 827 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 กับคอนเซ็ปต์รักประเทศไทย ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ โดยได้คู่รักนกหญิง นกชาย อย่างสินจัยและฉัตรชัย มาโพสต์ท่าถ่ายแบบคู่กันอีกครั้ง แต่ความพิเศษในเล่มนี้ ไม่ใช่เพียงแนะนำสถานที่ต่างๆ ในเมืองไทยเท่านั้น แต่ได้รวมความในใจถึงประเทศไทยจาก 9 คู่รักอีกด้วย เป็นเล่มที่อัดแน่นไปด้วยความรักจริงๆ และคู่รักสองนกยังมีภาพลักษณ์ที่สื่อถึงความรักต่อประเทศได้อย่างชัดเจน ผ่านงานละครที่ทั้งคู่ทำ เพราะแฝงไปด้วยแง่คิดของปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ที่สามารถแก้ไขได้ ถ้าทุกคนมีความรักอย่างจริงใจให้กับบ้านเกิดหลังใหญ่ของพวกเรา

Exclusive เฉพาะแพรว

Exclusive เฉพาะแพรว

 

ตุ๊ก-อุษณีย์

ตุ๊ก-อุษณีย์ พี่สาว กึ้ง-เฉลิมชัย เผยสเปกน้องสะใภ้ในดวงใจ “ต้องรักน้องเราจริง”

ไฮโซสาวเจ้าแม่ร้านขนม ตุ๊ก-อุษณีย์ พี่สาว กึ้ง-เฉลิมชัย เผยน้องชายมาปรึกษาเรื่องสาวๆ บ้าง พร้อมแย้มสเปกน้องสะใภ้ในดวงใจ “ต้องรักน้องเราจริง”

      ตุ๊ก-อุษณีย์ถือเป็นเจ้าแม่นำเข้าร้านขนมชื่อดังหลายๆ ร้าน เลยก็ว่าได้ สำหรับ ตุ๊ก-อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ พี่สาวสุดที่รักของไฮโซหนุ่ม กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ที่ตอนนี้มีร้านขนมดังถึง 6 แบรนด์แล้ว ซึ่งที่คนไทยรู้จักกันดีก็มี ร้านโดนัทคริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) ร้านแพนเค้กไอฮอป (IHOP) และอื่นๆ อีกมากมาย โดยคุณตุ๊กบอกกับ แพรวดอทคอม ว่าตอนนี้กำลังเตรียมแผนธุรกิจลุยด้านเดลิเวอรี่เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้หบริโภคที่กำลังเปลี่ยนไป เน้นสะดวกสบายมากขึ้น

“ตอนนี้กำลังเตรียมแผนในเรื่องเดลิเวอรี่ อยากเพิ่มเติมในส่วนของออนไลน์ เพราะคิดว่าตอนนี้ไลฟ์สไตล์ของคนมีการเปลี่ยนแปลงไป คนต้องการความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น แล้วเราก็พยายามเข้าถึงลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นด้วย ตอนนี้เรากำลังประสานกับคนที่เขาทำออนไลน์อยู่แล้วว่าเราจะโคกันได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ก็พยายามจะทำ 6 แบรนด์ให้ดีที่สุด และจะพยายามทำแบรนด์ใหม่ๆ ให้ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ก็มีแบรนด์ใหม่ๆ ติดต่อเข้ามาเยอะมากเลย ก็พยายามเลือกนิดนึงว่าจะเอาอะไรดี”

ตุ๊ก-อุษณีย์ลูกค้าค่อนข้างจับตามองเวลาคุณตุ๊กจะนำอะไรเข้ามา ส่วนใหญ่มักจะเป็นร้านดังๆ ในต่างประเทศ และได้กระแสตอบรับที่ดีหตลอดเวลามาเปิดในไทย

“ตอนนี้พยายามทำสิ่งที่ดีอยู่ ให้ดีที่สุด และก่อนที่จะเลือกอะไรเข้ามาก็อยากจะพิถีพิถันให้มากขึ้นด้วย”

ส่วนใหญ่ร้านที่นำเข้ามาเป็นอาหารหมดเลย

“ใช่ๆ เพราะเราชอบชิม ทุกวันนี้ชิมตลอด ชอบกิน ชอบหาอะไรใหม่ๆ รู้สึกว่าการกินอะไรที่อร่อยเหมือนเป็นความสุขที่รับรู้ได้ทันที เหมือนกว่าเรากจะซื้อกระเป๋าใบนึงต้องเก็บตังค์ตั้งหลายเดือน แต่ว่าอาหารมันแบบได้เลย แล้วพฤติกรรมผู้บริโภคก็มีการอัพเดทเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราก็ต้องทำให้มันอินเทรนด์ให้มากที่สุด”

คุณตุ๊กก็เลยต้องเดินทางไปชิมอาหารที่ต่างประเทศอยู่เรื่อยๆ

“ก็ต้องนะคะ เพราะต้องอัพเดท ทำยังไงให้ของเราเองอัพเดทตลอดเวลาด้วย”

ตอนนี้ธุรกิจเริ่มลงตัวแล้ว

“โอเคขึ้นนะคะ มีทีมผู้บริหาร มีคนเข้ามาดูอย่างจริงจัง มีพนักงานเยอะไปหมด ค่อยๆ ดูกันไปค่ะ”

ตุ๊ก-อุษณีย์ช่วงนี้เลยมีเวลาดูแลลูกๆ อย่างเต็มที่

“ก็พยายามจะอยู่กับลูกๆ มากขึ้น พยายามจะบริหารเวลาให้ได้ เพราะว่าการเป็นแม่ก็สำคัญสำหรับลูก จะได้อยู่กับเรา จะได้คอยสอนเขา เขาก็เริ่มโตแล้ว”

ถามถึงน้องชายอย่างคุณกึ้งบ้าง ช่วงนี้เห็นตัวติดกับหลานๆ มาก

“ใช่ๆ เขาติดหลานๆ มาก เพราะเขายังไม่มีเป็นของตัวเอง หวังว่าเขาจะมีเร็วๆ นี้ สำหรับเราถ้าเขารักใครเราก็รักด้วย”

เขามีมาปรึกษาเรื่องสาวๆ บ้างไหม

“ก็มีบ้าง แบบว่าทำยังไงถึงจะรู้ว่าคนนี้ใช่ อะไรทำนองนี้ค่ะ เขาก็แบบถามโน่น นี่ นั่น”

ตุ๊ก-อุษณีย์แล้วคุณตุ๊กเองมีสเปกน้องสะใภ้ในดวงใจไหม ว่าต้องเป็นแบบไหน

“คือใครก็ได้ที่แบบว่า น้องรักใคร เราก็รักด้วย การแต่งงานมันต้องอยู่กับความรัก ถ้าเขารักใคร เราเป็นพี่เราก็รักด้วย แล้วก็อยากให้รักน้องเราด้วยค่ะ”

เขามีพามาแนะนำบ้างหรือยัง

“ยังเลยค่ะ ยังไม่เห็นใครเลย (หัวเราะ) ยังเงียบๆ อยู่ เห็นทำแต่งานค่ะ”

 

งานแต่งที่เนรมิตพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมกลายเป็นงานแต่งของคุณยุพเรศ & คุณเสริมคุณ

เนรมิตพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจัด งานแต่ง งาน พร้อมเหล่าคนดังร่วมยินดี

ช่วงปลายปีแบบนี้บรรดาคู่รักต่างตบเท้าเข้าสู่ประตูวิวาห์กันเป็นว่าเล่น แถมแต่ละคู่ก็งัดธีม งานแต่ง เด็ดๆ มาอวดกันมากมาย และล่าสุด แพรว wedding ก็ได้เจอกับงานแต่งสุดเจ๋งอีกหนึ่งงาน ที่เรียกได้ว่าเก๋ไก๋ไม่ซ้ำแบบใคร นั่นคืองานแต่งงานของคุณเสริมคุณ คุณาวงศ์ ซีอีโอของซีเอ็มโอ กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจดีเว้น์ชื่อดัง ที่จูงมือคุณยุพเรศ เกษสาคร ผู้จัดการแบรนด์ผลิตภัณฑ์ Clé de PeauBeauté (เคลย์เดอโปโบเต้ ) ภายใต้บริษัท บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) เนรมิตพื้นที่ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ เพื่อจัดงานแต่งงานในธีม “Love in The Museum” ท่ามกลางบรรยากาศงานศิลปะ

บรรยากาศของงานตกแต่งด้วยแสง เสียง และภาพอันสวยงามสุดอลังการ พร้อมมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ที่มาสร้างสีสันอย่างใกล้ชิดให้กับแขกที่มาร่วมงานให้ได้กรี๊ดกันอย่างสุดเสียง นอกจากสถานที่จะเจ๋งแล้ว งานนี้บ่าวสาวยังมีไฮไลต์เด็ดในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่จัดเต็มทั้งแสงเสียง เหมือนยกคอนเสิร์ตขนาดย่อมมาให้แขกได้มันกันสุดเหวี่ยงจากการแสดงของวงดนตรี YENTED (เย็นเต็ด) และ 60 Miles เรียกได้ว่าเอาใจแขกสายตี๊ดกันเต็มที่

และแน่นอนว่าเจ้าบ่าวเป็นถึงมือหนึ่งด้านการจัดอีเว้นต์ เพราะฉะนั้นแขกที่มาร่วมงานจึงมีทั้งแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงธุรกิจ แวดวงศิลปะ รวมไปถึงศิลปิน เซเลบริตี้มากมาย และเพื่อนพ้องน้องพี่คนสนิทในวงการออแกไนเซอร์ที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานมูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9, ทัตสึกิ นากาโอะ กรรมการผู้จัดการชิเซโด้ (ไทยแลนด์), “คุณแอ๊ว” ศุภลักษณ์ อัมพุช, “คุณแป๋ม” ชฎาทิพ จูตระกูล, ดร.ภูวนาทคุนผลิน และคุณจ๋า-อลิสาพันธุศักดิ์, กรกนก ยงสกุล, บอย โกสิยพงษ์, บรูซ แกสตัน, “คุณหนุ่ย” พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์, “คุณปลา” อัจฉรา บุรารักษ์,คุณหนึ่ง สุริยน, ดร.ประสาน ภีรัชบุรี, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2557 และ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ฯลฯ

เป็นอีกหนึ่งงานแต่งงานที่ช่วยสร้างสีสันให้กับงานวิวาห์ในปลายปีนี้ได้อย่างถึงใจและเจ๋งจริงๆ

เจมส์

ฝ่าดราม่าในวันที่มีแฟน เจมส์ จิรายุ ขอบคุณแฟนคลับที่เข้าใจ

“ผมอยากบริสุทธิ์ใจกับการทำงาน บริสุทธิ์ใจกับการให้ความสุขทุกๆ คน” เจมส์ จิรายุ ให้สัมภาษณ์ฝ่าดราม่าในวันที่หัวใจถูกจับจอง

ถึงทุกวันนี้ศิลปิน-นักแสดงในวงการบันเทิง จะสามารถเปิดตัวแฟนและแฟนคลับก็เข้าใจได้แล้ว แต่ก็มีหลายคนที่ยังไม่สามารถเปิดตัวสาวคนพิเศษได้อย่างใจนึก โดยเฉพาะบรรดาพระเอกหนุ่มสุดฮ็อตขวัญใจสาวๆ การเปิดตัวแฟนถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ โชคดีแฟนคลับก็เข้าใจ โชคร้ายอาจจะต้องเสียฐานแฟนคลับไปเยอะ

โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พระเอกหนุ่มฮ็อตของช่อง 3 เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ก็ตกเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีการพบว่าเขากำลังคบหาดูใจกับสาวนอกวงการคนหนึ่งที่ชื่อโฟม และได้มีการพยายามสืบหาว่าเธอเป็นใคร และมีการเปิดเผยไอจีของเธอในที่สุด และได้นำภาพและคลิปของเธอออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง กระทั่งมีกระแสแอนตี้เกิดขึ้น

เจมส์

ล่าสุดในงาน ประกาศรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปี แพรว Iconic Beauty 2018 ที่จัดขึ้น ณ ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน เจมส์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ โดยเจมส์บอกว่า ให้หลังที่มีกระแส “โฟม”ก็มีเครียดบ้าง เพราะเธอเป็นคนปกติทั่วไป ก็คงไม่ชินกับการมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่สักพักก็คงจะผ่านไป

กับเรื่องที่เกิดขึ้นเจมส์บอกว่าไม่ได้ห่วงแค่ความรู้สึกของสาวคนสนิทเท่านั้น แต่เขายังห่วงความรู้สึกของแฟนๆ ด้วย ว่าจะโมโหหรือเปล่า เพราะเจมส์เป็นคนแคร์ความรู้สึกของทุกคน อยากจะทำให้ทุกคนได้มีความรู้สึกดีๆ เท่านั้นเอง

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์เจมส์ยังบอกอีกว่าสำหรับแฟนคลับก็มีทั้งที่ยินดีและไม่เห็นด้วย มันเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เจมส์กำลังจะทำคือ จะพยายามแสดงให้เขาเห็นว่า ในทุกครั้งที่เขามางาน มาเจอผม ได้ดูผลงานของผม ผมก็อยากจะสร้างรอยยิ้มให้เขากลับไป อยากให้ทุกคนโฟกัสในเรื่องงานที่เราได้ทำออกไปด้วย

อย่างไรก็ตามเจมส์ได้ทิ้งท้ายว่าสิ่งที่อยากจะสื่อสารออกไปก็คือ อยากบริสุทธิ์ใจกับการทำงาน บริสุทธิ์ใจกับการให้ความสุขทุกๆ คน อยากให้ยังรักกันอยู่แบบนี้ต่อไป

เจมส์

เจมส์

เจมส์


 

หม่อมหลวงปุญยนุช

ล้ำค่า! กระจกแอนทีคประดับอัญมณี รักแรกพบของหม่อมหลวงปุญยนุช

เชื่อว่าทุกคนย่อมมีของรักของหวงประจำตัว ซึ่งจะเป็นอะไรนั้นก็แตกต่างกันไปตามความชื่นชอบหรือรสนิยม แต่สำหรับคุณดาว-หม่อมหลวงปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา เซเลบริตี้ผู้รักการสะสมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอยกตำแหน่งของรักของหวงให้กับกระจกแอนทีคประดับอัญมณีชิ้นงามที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ถึงขั้นต้องเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของธนาคารเลยทีเดียว แถมเธอยังบอกอีกว่านี่แหละคือรักแรกพบ ซึ่งกลายมาเป็นของล้ำค่าส่วนตัวที่ภาคภูมิใจมากๆ

“ผู้หญิงกับของสวยๆ งามๆ เป็นอะไรที่คู่กัน แต่สำหรับความงามที่ดิฉันชื่นชอบต้องเป็นความงามที่ย้อนเวลากลับสู่อดีตด้วย ดิฉันอาจเป็นคนโบราณในยุคใดยุคหนึ่งกลับชาติมาเกิดก็เป็นได้ จึงมักมีความรู้สึกคุ้นเคยกับของแอนทีค โดยเฉพาะของยุโรปเป็นพิเศษ แม้ไม่ค่อยมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปตามหาด้วยตัวเอง แต่ดิฉันเชื่อว่าอะไรที่เป็นของเรา ที่สุดแล้วจะเดินทางกลับมาหาเราเอง (ยิ้ม)

หม่อมหลวงปุญยนุช

“อย่างกระจกมือถือแอนทีคชิ้นนี้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดิฉันไปร่วมงานครบรอบของบิวตี้ เจมส์ ซึ่งมีการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องเพชร โดยมีไฮไลต์อยู่ที่น้องแต้ว-ณฐพร ในชุดราตรีสีแดงสด ดิฉันสะดุดตากระจกบานนี้ที่น้องแต้วถืออยู่ตอนเดินโชว์บนเวที เป็นกระจกส่องหน้า มีด้ามจับ ขนาดพอดีมือ ตกแต่งด้วยอัญมณีทั้งเรือน สวยงามมาก แม้จะเห็นอยู่ในระยะไกลๆ แต่ก็ทำให้ตะลึงได้ เรียกว่าตกหลุมรักเลยค่ะ

หม่อมหลวงปุญยนุช

“ตอนนั้นดิฉันก็รู้นะคะว่าเขานำมาเป็นแค่พร็อปส์โชว์ในรอบฟินาเล่เท่านั้น ไม่ใช่สินค้าสำหรับขาย พองานเลิกจึงขอคุยกับคุณหนึ่ง (สุริยน ศรีอรทัยกุล) ว่าอยากดูกระจกจังเลย ปรากฏว่าพอได้เห็นและสัมผัสใกล้ๆ ทำให้รู้ว่าเป็นงานแอนทีคที่มีความสวยงามและประณีตมากๆ ขนาดคิดเอาเองว่าอาจเป็นงานของฟาแบร์เช่ (Fabergè) เลย จึงลองถามคุณหนึ่งกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า ขายไหมคะ

หม่อมหลวงปุญยนุช

“คุณหนึ่งบอกว่า ชิ้นนี้ยืมมาเพื่อเป็นพร็อปส์ประกอบให้เข้ากับธีมงาน แต่ความที่ดิฉันถูกใจมาก จึงขอให้ช่วยเป็นธุระติดต่อเจ้าของให้ด้วย ได้ความว่าคุณพ่อของคุณหนึ่งได้กระจกนี้มาจากเพื่อนสนิทที่ประมูลจากนิวยอร์ก ซึ่งทางสถานที่ประมูลให้ข้อมูลว่างานชิ้นนี้มาจากอังกฤษอีกที แต่รายละเอียดความเป็นมาของกระจกบานนี้ ทางผู้จัดประมูลก็ไม่ทราบแน่ชัด ดิฉันจึงปรึกษาจากผู้มีความรู้ ท่านคอมเมนต์ว่า ถ้าดูจากดีเทลลักษณะของงานน่าจะเป็นของราชวงศ์อิหร่าน เพราะด้านบนมีดีไซน์เป็นรูปรัศมีสุริยะ ตรงกลางมีทับทิมเม็ดใหญ่แทนดวงอาทิตย์ และมีแฉกของแสงที่ทำด้วยเพชร ซึ่งสัญลักษณ์นี้มักปรากฏในเครื่องใช้ของราชวงศ์หรือระดับขุนนางชั้นสูงเท่านั้น รอบๆ กระจกและด้ามจับมีดีไซน์เป็นกลุ่มดอกไม้และรูปโบอยู่ใต้ฐานกระจก ซึ่งรูปโบในสไตล์นี้เป็นงานออกแบบที่ชื่นชอบกันมากในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ประดับประดาด้วยอัญมณีสามสี ทั้งทับทิม มรกต และเพชร โดยใช้เทคนิค การฝังแบบมีหนามเตย สะกิดหนามเตย และงานฝังแบบไร้หนาม (Invisible) ซึ่งเทคนิคการฝังแบบไร้หนามนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 จึงเชื่อว่ากระจกบานนี้น่าจะมีอายุเกินร้อยปีอย่างแน่นอน สันนิษฐานว่าคงเดินทางผลัดเปลี่ยนเจ้าของมาหลายประเทศแล้ว คงอย่างที่เขาพูดกันนะคะว่า สมบัติผลัดกันครอง หลังจากพูดคุยต่อรองราคาและเงื่อนไขกันอยู่สักพัก กระจกบานนี้ก็กลายมาเป็นของสะสมล้ำค่าที่ดิฉันรักมากและเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของธนาคาร

“จะหยิบนำมาใช้บ้างในโอกาสพิเศษสำหรับชาโตว์ เดอ ลา พอร์ซเลน (Chteau de la Porcelaine – บ้านของคุณดาว) เท่านั้นค่ะ”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 940

‘ทำงานจนไม่มีเวลาหาคู่ แต่ใครจะรู้ว่า จริงๆ แล้วคู่ก็อยู่ข้างตัวนั่นละ’ ดูดวงรายวัน 30 พฤศจิกายน 2561

ดูดวงรายวัน 30 พฤศจิกายน 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ยังอยู่ในโหมดทำงานหนัก ครุ่นคิดอยู่กับเรื่องงานจนไม่คิดถึงเรื่องอื่นใดเลย เพราะวันนี้เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ที่ต้องใช้อารมณ์ในการถ่ายทอด เช่น งานเขียน งานบันเทิง และงานที่เกี่ยวกับความสวยงาม นอกจากท่านจะคิดงานของตัวเองแล้วก็ยังต้องไปช่วยคนอื่นคิดด้วย

การเงิน :  จะหมดกับของสวยๆ งามๆ นอกจากซื้อให้ตัวเองแล้วก็ยังซื้อฝากพี่ป้าน้าอาด้วย

ความรัก : ช่วงนี้ท่านงานยุ่ง ทำแต่งานจนไม่สนใจตัวเองและครอบครัว ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ หรือพี่สาว หรือคนสนิทที่เป็นผู้หญิง คนโสด ขอทำงานก่อน ไม่แน่ความรักอาจเกิดจากความช่วยเหลือ หรือความสนิทสนมขณะทำงานก็ได้

สุขภาพ : ระวังอาจเป็นไข้หวัดเล็กๆ ปอดบวม หรือเลือดจาง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์         

การงาน : อาจได้ทำงาน 2 ที่ในเวลาเดียวกัน เพราะวันนี้อาจถูกขอร้องให้เข้าไปช่วยดูแธุรกิจในครอบครัว ซึ่งกำลังมีปัญหาภายใน งานนี้ต้องใช้กำลังกาย กำลังใจอย่างหนัก เพื่อช่วยสะสางปัญหาต่างๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าและได้ผลตอบแทนที่ดี

การเงิน :  ต้องทำงานหนักจึงจะได้เงิน เพราะฉะนั้นหากได้มาเปล่าๆ ก็ต้องพิจารณาว่า ได้มาอย่างถูกต้องหรือเปล่า

ความรัก : ท่านอาจถูกผู้หวังดีใส่ร้ายว่ากำลังมีกิ๊ก ทำให้ช่วงนี้ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนโสด  เป็นนักรักตัวยง ตัดสินใจรวดเร็วมาก รักใครก็จูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย

สุขภาพ : ยังอยู่ในโหมดรับประทาน งดของแซ่บเว่อร์ เพราะอาจเกิดอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย และลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  ท่านรับอาสาจากเจ้านายไปปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่อความผิดพลาดสูง ท่านจึงต้องใช้ความรู้ความสามารถ และทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน วันนี้ควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่ต่าง นำมาวิเคราะห์โดยปราศจากอคติ ก็จะทำให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

การเงิน : อาจได้รับเงินตอบแทนหรือได้จ็อบพิเศษ

ความรัก : ท่านค่อนข้างจริงจังกับครอบครัวมาก ติดอยู่ในกรอบของขนบธรรมเนียมประเพณี และความเหมาะสมของสังคม ไม่เปิดเผยความรู้สึกแท้จริงของตัวเอง จนลูกอาจขอแยกไปอยู่ตามลำพัง คนโสด รักง่ายหน่ายเร็ว ยังไม่เจอตัวจริงเสียที แต่หากไม่มีก็ขออยู่คนเดียวดีกว่า

สุขภาพ : หากท่านเป็นนักดื่มก็งดๆ ลงบ้าง เพราะกระเพาะและระบบย่อยอาหารจะมีปัญหา ทำให้มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  อย่าเพิ่งทุ่มหมด ดูท่าทีก่อน  เพราะภายในองค์กรมีการปรับโครงสร้างภายใน รวมทั้งเนื้อหางานที่ท่านรับผิดชอบก็มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ท่านเครียด หาทางออกไม่เจอ ต้องการการตัดสินใจอย่างเร่งด่วน งานนี้ต้องดูทีมด้วย เพราะทีมท่านแข็งสามารถทำให้งานไปต่อได้

การเงิน : ขึ้นลง เข้าออกมือซ้ายมือขวาตลอดเวลา สิ่งที่หวังว่าจะได้ก็ได้แค่ครึ่งเดียว

ความรัก : ควรเดินสายกลาง ไม่ควรจู้จี้ขี้บ่นหรือเอาแต่ใจ คาดหวังกับคู่มาก งานนอกบ้านก็เหนื่อยแล้วยังมาเครียดกับคนในบ้านอีก เดี๋ยวจะเครียดกันไปใหญ่  คนโสด อาจถูกกดดันให้ไปเดท เพื่อเตรียมแต่งงาน แม้เจอแล้วท่านอาจตกหลุมรักเลย แต่ป้าคิดว่ายังไม่ถึงเวลา

สุขภาพ :  ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะช่วงขาและข้อต่างๆ เช่น โรคเก๊า อัมพฤกษ์ หรือเส้นเอ็นฉีกขาดตึงยึด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : วันนี้ถือว่าปล่อยได้ หากท่านทำงานประจำที่เกี่ยวกับการเขียน งานบันเทิง หรือความสวยงามสามารถชิลได้ เพราะทีมงานดี ผู้บังคับบัญชาก็สนับสนุน

การเงิน :  อาจตัดสินใจไปเรียนต่อทางด้านความสวยงามเพิ่มเติม

ความรัก :  อาจถูกผู้ใหญ่ให้แต่งงานกันด้วยความเหมาะสมหลายๆ ด้าน เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาปรับตัวกันเยอะ แม้จะมีทัศนคติที่ไม่ตรงกันอยู่เรื่อย แต่ท่านก็สามารถประคับประคองจนผ่านไปได้ทุกครั้ง คนโสด จากความใกล้ชิด ช่วยเหลืองานทำให้ความรักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สุขภาพ : อากาศเปลี่ยน ทำให้โรคประจำตัวกลับมากำเริบใหม่ เช่น เป็นหวัดหรือปอดบวม จนถึงน้ำในหูไม่เท่ากัน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้หากท่านกำลังคิดที่จะทำงานที่แปลกและสร้างสรรค์ของตัวเอง โดยเฉพาะงานด้านสื่อสารมวลชน อยากให้พักไว้ก่อน เพราะอาจไม่เวิร์ค ถูกปิดจ็อบตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเลย

การเงิน : โชคลาภ ทั้งที่เป็นทรัพย์มรดก ที่ดิน หรือลาภลอย วันนี้อดหมดเลยค่ะ

ความรัก : จากครอบครัวที่เคยเอาใจใส่ดูแลอย่างดี วันนี้เหมือนคำพูดท่านคำเดียวทำให้วง

แตก ปิดจ็อบกันได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นก่อนพูดอะไรขอให้ตั้งสติให้ดี คนโสด วันนี้อาจต้องปิดจ็อบกับคนที่คบกันมานาน

สุขภาพ : วันนี้ไม่สบายต้องไปหาหมอนะคะ เพราะอาการอาจหนักขึ้นได้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านสามารถเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ วันนี้จึงแบ่งภาคเข้าไปช่วยงานของครอบครัวด้วยอีกอย่างสบายๆ ชิลๆ ทำได้ยาวนานด้วย

การเงิน : จะมีรายจ่ายเข้ามาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

ความรัก :  ท่านไม่ค่อยแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะยังฝังใจกับความรักสมัยปั๊บปี้เลิฟ จึงต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้าหากัน  คนโสด อย่าเพิ่งใจเร็วด่วนไปอยู่ด้วยกันเลย เพราะเป็นแค่อารมณ์ ไม่ใช่ความรัก

สุขภาพ : มีปัญหาเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ ซึ่งอาจเกิดจากการขาดสารอาหาร

ปาเต็ก ฟิลิปป์

มีเงินก็ซื้อไม่ได้! เจาะลึกความพิเศษ “ปาเต็ก ฟิลิปป์ นอร์ติลุส 7014” จากปากผู้ครอบครองหนึ่งเดียวในไทย

มีเงินก็ซื้อไม่ได้! เจาะลึกความพิเศษ “ปาเต็ก ฟิลิปป์ นอร์ติลุส 7014” จากปากผู้ครอบครองหนึ่งเดียวในไทย… นอกจากเพชรนิลจินดาแล้ว เครื่องประดับล้ำค่าที่หลายคนชื่นชอบมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นนาฬิกา ซึ่งบอกเลยว่ามูลค่าของนาฬิกาบางเรือนนั้นมหาศาลไม่แพ้บรรดาอัญมณีเลยทีเดียว อีกทั้งการจะได้นาฬิการุ่นท็อปของแบรนด์ดังมาครอบครองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่าง “ปาเต็ก ฟิลิปป์ นอร์ติลุส 7014” เรือนนี้ของคุณธัญญรัตน์ รุ่งเรืองมีดี แฟนพันธุ์แท้ปาเต็ก ฟิลิปป์ ซึ่งเธอเล่าว่าการจะได้เป็นเจ้าของนาฬิการุ่นดังของแบรนด์โปรดในดวงใจนั้น มีเงินแค่อย่างเดียวหรือต่อให้รวยล้นฟ้า ก็ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะซื้อกันได้เลย

ปาเต็ก ฟิลิปป์
คุณธัญญรัตน์ รุ่งเรืองมีดี กับนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ นอร์ติลุส 7014

“ดิฉันชื่นชมแบรนด์ปาเต็ก ฟิลิปป์ มากว่า 20 ปี สะสมไว้เกือบ 50 เรือน จนโรงงานที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เชิญไปเยี่ยมชมการผลิตเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีโอกาสไปดูช่างผลิตแบบแฮนด์เมด บางเรือนใช้เวลาเกือบปีกว่าจะเสร็จ ประณีตมาก

“ในทริปนี้ดิฉันตั้งใจแล้วว่าจะสั่งจองนอร์ติลุส 7014 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะครอบครองได้ คุณต้องเป็นลูกค้าที่มีประวัติการซื้อมาอย่างยาวนานเท่านั้น เมื่อประวัติของดิฉันผ่าน ทางปาเต็ก ฟิลิปป์ ก็ส่งนาฬิการุ่นนี้มาเมืองไทย โดยระบุชื่อตรงกล่องว่าเป็นของดิฉันเท่านั้น นั่นหมายถึงทางช็อปไม่สามารถขายให้คนอื่นได้ เรียกว่าเป็นคนแรกและคนเดียวในเมืองไทยที่มีสิทธิพิเศษนี้

“ความพิเศษของนอร์ติลุส 7014 อยู่ตรงหน้าปัดที่บอกตำแหน่งตัวเลข และตัวเรือนประดับด้วยเพชรทรงบาแกตต์ (Baguette) หรือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทุกเม็ดต้องมีขนาดและเรียบเนียนเสมอกัน ตัวเรือนทำด้วยทองคำขาว ไซส์เหมาะกับข้อมือของผู้หญิง ราคาอยู่ที่ 8 ล้านบาท

ปาเต็ก ฟิลิปป์
นาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ Lady รุ่น 49486-010

“อีกเรือนที่ดิฉันซื้อเก็บไว้คือ Lady รุ่น 49486-010 ซึ่งตระกูลนี้คนไทยไม่ค่อยนิยม เพราะราคาสูง ความพิเศษอยู่ตรงตัวเรือนล้อมด้วยเพชร ส่วนหน้าปัดทำจากมุกแท้ มีสัญลักษณ์บอกข้างขึ้นข้างแรม สายหนังจระเข้สีดำ ประดับเพชรตรงตัวล็อกสายนาฬิกา ราคา 2.2 ล้านบาท

“ทุกครั้งที่ได้มองนาฬิกาสวยๆ เหมือนตัวเองถูกดึงดูด ดิฉันไม่ได้คิดเรื่องเก็งกำไร ซื้อด้วยความชอบและใช้จริง”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 940

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก

มหาเศรษฐีญี่ปุ่น “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” ว่าที่นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก

มหาเศรษฐีญี่ปุ่น “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” ว่าที่ นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก… บอกเลยว่าหมดยุคที่มนุษย์จะเป็นได้แค่กระต่ายหมายจันทร์แล้วล่ะค่ะ เพราะอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ SpaceX บริษัทกิจการขนส่งอวกาศภาคเอกชนของอีลอน มัสก์ จะส่งนักท่องเที่ยวอวกาศขึ้นไปชมดวงจันทร์เป็นคนแรกของโลก ซึ่งผู้โชคดีคนนั้นคือชาวญี่ปุ่นที่มีนามว่า “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” (Yusaku Maezawa)

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก
ยูซาคุ มาเอะซาวะ

เป็นถึงว่าที่นักท่องเที่ยวอวกาศที่จะได้ไปชมดวงจันทร์ในระยะประชิดเป็นคนแรกของโลก เชื่อว่าต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะทัวร์นี้มีค่าใช้จ่ายมหาศาล ถ้ากระเป๋าไม่หนักจริงๆ ก็คงหมดสิทธิ์ แล้วก็เป็นไปตามคาด เพราะ “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” ขึ้นทำเนียบมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันนิตยสาร Forbes (ฟอร์บส์) นิตยสารชื่อดังของสหรัฐฯจัดอันดับให้เขาเป็นบุคคลร่ำรวยเป็นอันดับที่ 18 ของญี่ปุ่น และอันดับที่ 822 ของโลก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมด 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 97,000 ล้านบาท

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก
ยูซาคุ มาเอะซาวะ และ อีลอน มัสก์

หลายคนคงเริ่มสงสัยกันแล้วว่า ผู้ที่จะเป็นนักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลกคนนี้ เขาเป็นใคร? ร่ำรวยมาจากไหน? ถึงได้มีเงินถุงเงินถังมาซื้อทัวร์เที่ยวชมดวงจันทร์

ทั้งนี้สำหรับ “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” วัย 43 ปี เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1975 ที่จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีสถานะโสด ชนิดที่ไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน แต่คงต้องเรียกว่าเป็นความโสดที่ไม่ค่อยสนิทสักเท่าไหร่ เพราะต้องควบตำแหน่งพ่อของลูกๆ 3 คน ที่เกิดจากผู้หญิง 2 คนด้วย

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก

ในด้านการศึกษานั้น “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” นับเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่มีใบปริญญา แต่ประสบความสำเร็จด้วยความรวยระดับพันล้านดอลลาร์ โดยเขาไม่ได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เพราะตัดสินใจตามแฟนสาวไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ตอนอยู่ที่นั่นเขาเริ่มสะสมซีดีและแผ่นเสียงของวงดนตรีที่ชื่นชอบ ซึ่งเขามีพื้นฐานความชอบด้านดนตรีมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว สมัยเรียนมัธยม เขาเคยตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ ด้วย โดยเขารับหน้าที่เป็นมือกลอง

หลังจากนั้นเมื่อเขากลับมาที่ญี่ปุ่น เขาเริ่มต้นทำธุรกิจนำเข้าซีดีและแผ่นเสียง ซึ่งเป็นการซื้อขายผ่านทางไปรษณีย์ ธุรกิจดังกล่าวดำเนินไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นก่อตั้งเป็นบริษัท Start Today และหลังจากนั้นก็ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการขยับขยายเป็นธุรกิจออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการค้าปลีกเสื้อผ้าด้วย จนนำมาสู่การก่อตั้งเว็บไซต์ขายสินค้าแฟชั่นออนไลน์ Zozotown ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายในปัจจุบัน

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก

ก่อนจะขึ้นแท่นว่าที่นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” เคยสร้างปรากฏการณ์ความร่ำรวยจนโลกตะลึงมาแล้ว ด้วยการชนะการประมูลภาพเขียนของศิลปินชื่อดัง Jean-Michel Basquiat (ฌอง-มิเชล บาสเกียท์) ที่มูลค่า 110.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 พันล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับการประมูลผลงานศิลปะของศิลปินชาวอเมริกัน ทั้งนี้เพราะเขามีความชื่นชอบและสนใจในงานศิลปะเป็นการส่วนตัว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงมุ่งมั่นสะสมผลงานศิลปะ และกว้านซื้อผลงานดังๆ ไว้เพียบ เรียกว่าเป็นนักสะสมตัวยงเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวดวงจันทร์คนแรกของโลก
ยูซาคุ มาเอะซาวะ กับผลงานของฌอง-มิเชล บาสเกียท์ ที่ประมูลมาในราคา 110.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้วยความที่เขาเป็นนักสะสมผลงานศิลปะนี้เอง ในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังดวงจันทร์ครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2023 “ยูซาคุ มาเอะซาวะ” จึงจะพาเพื่อนร่วมทางที่เป็นศิลปินในแขนงต่างๆ ไปด้วย 6-8 คน เพื่อร่วมกันทำโปรเจ็กต์ Dear Moon ซึ่งจะถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของดวงจันทร์สู่ผลงานศิลปะชิ้นโบแดง

งานนี้บอกได้คำเดียวว่า อลังการงานสร้างดาวล้านดวงแน่นอน คงต้องรอชมอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวดวงจันทร์ และผลงานศิลปะที่จะถ่ายทอดออกมา เพราะคนธรรมดาๆ อย่างชาวเรา คงต้องเฝ้าชมดวงจันทร์จากบนโลกใบนี้ เฉกเช่นกระต่ายหมายจันทร์กันต่อไป


 

ภาพ : @yusaku2020

กึ้ง-เฉลิมชัย

เปิดกระเป๋าสตางค์ “กึ้ง-เฉลิมชัย” ไฮโซไม่ติดแบรนด์ การเงินไม่ต้องเป๊ะ แต่หาได้และใช้เป็น

“กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ” ผู้ชายมากเสน่ห์ที่สาวๆ หลายคนแอบหลงรัก นอกจากเขาจะเป็น President & CEO บริษัท Thoresen Thai Agencies PLC แล้ว ความคิดเรื่องบริหารจัดการเงิน ทั้งหาเงินใช้เงินของเขายังน่าลองทำตาม วันนี้ แพรวดอทคอม จึงจะพาไปเปิดกันครั้งแรกกับกระเป๋าสตางค์ของไฮโซหนุ่มคนนี้ พร้อมแนวคิดในการบริหารจัดการเงินที่ใครๆ ก็สามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้

Custom-made กระเป๋าสตางค์ใช้เอง

“ผมเพิ่งใช้กระเป๋าสตางค์ใบนี้ไม่นาน เนื่องจากเพื่อนสนิทชอบกระเป๋าสตางค์แบนๆ เหมือนกัน จึงคุยกันว่าอยากทำกระเป๋าสตางค์ใช้เอง เป็นสีน้ำเงินกากี ซึ่งเป็นสีที่ผมชอบ แต่กว่าจะได้กระเป๋าสตางค์ใบนี้มา ใช้เวลาสองปีนับตั้งแต่วันที่เริ่มคุยกัน เพราะกว่าเพื่อนจะหาหนังจระเข้ได้สีถูกใจ แล้วส่งไปตัดเย็บที่สิงคโปร์กับช่างเย็บกระเป๋าที่มีประสบการณ์มายาวนาน ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร จึงเป็นกระเป๋าสตางค์ที่มีความประณีตสูง

กึ้ง-เฉลิมชัย

“กระเป๋าใบนี้ผมใช้ใส่เครดิตการ์ดสองใบ บัตรประชาชน Amex Card สำหรับเดินทาง เพราะผมเดินทางไปต่างประเทศบ่อย กับพกเงินสดประมาณ 20,000 บาท แต่กระเป๋าก็ยังดูไม่หนามาก และที่ผมเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ตลอดคือ รูปครอบครัวครบ 5 คน เป็นรูปสมัยผมแสดงละครเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ยอมรับว่าสไตล์ผมเป็นแบบโอลด์สกูล คือสมัยก่อนคนส่วนใหญ่มักติดรูปในกระเป๋าสตางค์แทบทุกคน ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เก็บรูปในโทรศัพท์มือถือ แต่สำหรับผมการเก็บภาพถ่ายไว้ในกระเป๋าสตางค์ทำให้รู้สึกอุ่นใจ เพราะครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ

“สมัยก่อนผมใช้กระเป๋าสตางค์ที่เก็บได้แต่เครดิตการ์ดอย่างเดียว 4-5 ใบ เพราะถ้าใส่ทั้งเงินและการ์ด กระเป๋าจะดูหนามาก บวกกับผมชอบเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหน้า เนื่องจากเห็นด้วยกับที่มีคนบอกว่ากระเป๋าสตางค์ใส่ธนบัตรซึ่งมีพระบรมสาทิสลักษณ์ ไม่ควรนั่งทับ พอใส่ไว้กระเป๋ากางเกงด้านหน้า ผมไม่ชอบให้กระเป๋าดูตุงๆ หนาๆ จึงต้องมีกระเป๋าสะพายอีกใบสำหรับเก็บเงินสดและการ์ดอื่นๆ แต่พอได้กระเป๋าสตางค์ใบนี้มา ถึงไม่ค่อยได้ใช้กระเป๋าสะพายก็มีเงินสดพอไว้ใช้จ่ายได้ยามฉุกเฉิน”

ใช้เงินไม่ต้องเป๊ะ แต่ไม่เกิน 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ที่หาได้

“ผมไม่เคยคำนวณว่าใช้เงินสดเดือนละหรือสัปดาห์ละเท่าไร ไม่ได้มีระเบียบกับการใช้เงินขนาดนั้น แต่อย่างน้อยในกระเป๋าต้องมีเงินสดติดตัวตลอดเวลา สามารถซื้อของได้ จึงจะอุ่นใจ เพราะเงินสดก็สำคัญ ถามว่าพกเงินสดวันละเท่าไร คงขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นมีเงินเยอะหรือน้อย (หัวเราะ) อย่างกระเป๋าใบนี้ผมใส่ไว้ 20,000 บาท

“ส่วนจะใช้จำนวนนี้ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสัปดาห์นั้นๆ ว่ามีอะไร ถ้านัดเพื่อนกินข้าวนอกบ้านอาจหมดเร็ว แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ช็อปปิ้ง ก็จ่ายแค่ค่ากาแฟวันละสองแก้ว เพราะผมชอบนั่งร้านกาแฟใหม่ๆ ชอบดูเทรนด์ว่ามีอะไรใหม่ๆ ไปนั่งคิดงานบ้าง ทำให้ได้บรรยากาศและไอเดียใหม่ๆ

“แต่โดยหลักการใช้เงินและหาเงินของผมคือ พยายามหาให้ได้มากกว่าจ่าย และต้องมีเงินออมกับเงินสำหรับลงทุนด้วย ผมไม่ได้ช็อปปิ้งหรือใช้จ่ายเยอะ จึงรู้ว่าเราสามารถใช้เงินได้เท่าไรจากจำนวนเงินที่หามาได้ เราเห็นตัวเลขในบัญชีธนาคารซึ่งออนไลน์อยู่แล้ว และการใช้เครดิตการ์ดก็จะลิงก์มาในบัญชีเราเสมอ ทำให้ดูได้ว่าเงินเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน เมื่อไหร่ผมใช้จ่ายเยอะเกินกว่า 5-10 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่หามาได้ ก็ต้องหาสมดุลให้ตัวเองด้วยการใช้เงินในเดือนต่อไปให้น้อยลง

กึ้ง-เฉลิมชัย

“นอกจากนี้ผมแบ่งเงินด้วยว่าค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันน่าจะอยู่ที่ 10-15 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นควรเป็นเงินออมสำหรับลงทุนธุรกิจที่น่าสนใจ และคงต้องมองว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง ทรัพย์สินใดสร้างรายได้ ทรัพย์สินใดไม่สร้างรายได้ ทำให้ต้องบริหารจัดการทรัพย์สินนั้นให้ดี เช่นเดียวกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ที่เราต้องมีกระแสเงินสดเป็นบวกมากกว่าลบ หรือรายรับมากกว่ารายจ่าย จึงจะช่วยให้มีเงินออม และเงินออมเหล่านั้นจะกลับมาเป็นกระสุนให้เราสามารถเสี่ยงในการลงทุนต่อและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องทำวันนี้คือ หาวิธีทำอย่างไรให้กระแสเงินสดเป็นบวกทุกเดือน เพื่อจะได้มีเงินเพิ่มขึ้นสำหรับออมหรือไว้ใช้จ่ายในอนาคต ถ้าแต่ละเดือนบริหารจัดการเงินสดเป็นลบ เท่ากับสร้างหนี้ให้ตัวเองตลอดเวลา และหนี้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะยิ่งยากในการหามาคืน เพราะต้องกู้เงิน ทำให้ต้นทุนเงินเพิ่ม ยิ่งเหนื่อยมากขึ้นทวีคูณ ฉะนั้นถ้าเดือนไหนหาได้น้อย อาจเพราะลงทุนผิดพลาด ก็ต้องนำเงินออมออกมาช่วย ถ้าถามว่าลงทุนอะไรบ้าง ผมลงทุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะหุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์

“ดังนั้นเรื่องการใช้ชีวิต เงินออม เงินลงทุน จึงมีความสำคัญ สมมติว่าถ้าหาเงินได้เดือนละ 1 ล้านบาทแล้วใช้ชีวิตสบายๆ ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินลงทุน ก็คงได้แค่ความสุขไปวัน ๆ ซึ่งผม มองว่าความสุขของคนเราไม่จำเป็นต้องใช้เงินขนาดนั้น เรากินข้าว วันละสามมื้อ ซื้อของที่ชอบได้ตามงบประมาณที่มี ไม่จำเป็นต้อง ซื้อของทุกวัน ไม่ต้องเที่ยวทุกวันหรือทุกเดือน ที่เหลือคือแค่ต้อง รู้จักบริหารจัดการ ถ้าในสามเดือนเราสามารถเก็บเงินออมได้มาก ก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะนำเงินออมนั้นมาใช้ในสิ่งที่ต้องการเพิ่มขึ้น”

รู้จักรอคอย

“คุณพ่อ (คุณประยุทธ มหากิจศิริ) สอนผมเรื่องการใช้เงินมาตั้งแต่ยังเด็ก จนเดี๋ยวนี้รู้สึกแย่เหมือนกันที่เวลาหลานอยากได้อะไรแล้ว ผมซื้อให้ทันที เพราะรักหลานเกินไป ขณะที่รุ่นผมมีสิทธิ์ได้ของอย่างมากปีละสามชิ้น พ่อจะซื้อของให้ต่อเมื่อสอบได้เกรดเฉลี่ยดีปีละสองครั้งกับของขวัญวันเกิด ส่วนในโอกาสอื่น ไม่ต้องหวังว่าจะได้

“มีครั้งหนึ่งผมดีใจมากจนยังจำเหตุการณ์นั้นได้ ผมเรียน ป. 3 เพื่อนๆ มีปากกา Rotring ด้ามละ 100 บาท ซึ่งผมอยากได้มาก แต่ตอนนั้นผมได้เงินไปโรงเรียนวันละสิบบาท คงเก็บเงินซื้อปากกาเองไม่ได้แน่ๆ ต้องรอเรียนจบปลายเทอมให้ได้เกรดดีๆ ถึงจะได้ปากกาแท่งนั้น จนวันหนึ่งแม่ใจดีให้ของขวัญ นอกเหนือจากรางวัลการเรียน ผมตื่นมาตอนเช้า เปิดกล่องดินสอ เห็นปากกา Rotring สีเหลืองอยู่ในนั้น ดีใจแทบตาย ทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าของของที่ได้รับ ซึ่งต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่สอนให้รู้คุณค่าของเงินและคุณค่าของของแต่ละชิ้น ซึ่งได้มายาก และกลายเป็นที่มาที่ทำให้ผมมองว่าของบางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อเพื่อความสวยงามหรือสนองความต้องการตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าแบรนด์ เพราะถ้าของแพง เวลาใช้ต้องถนอม ไม่ค่อยกล้าใช้ ถ้าเสื้อแพงมาก เราต้องอยากใส่หลายครั้ง สู้ใช้ของราคาถูกลงหน่อย แต่เปลี่ยนได้บ่อยๆ ดีกว่า สนุกกว่า ซึ่งเด็กเทรนด์ใหม่จะเป็นแบบนี้ คือรู้จักวิธีใช้ชีวิตและใช้เงินคุ้มค่ามากขึ้น”

กึ้ง-เฉลิมชัย

ชีวิตไม่ติดแบรนด์

“ผมชอบอะไรที่ง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยเนี้ยบ เน้นลุยๆ จึงไม่ติดแบรนด์ แต่ผมจะใช้เงินไปกับของเล่นจำพวกที่เป็นแก็ดเจ็ตต่างๆ ตามแพสชั่นของตัวเองในเวลานั้น เพราะผมชอบเรียนรู้ ชอบลองทำกิจกรรมต่างๆ อย่างแก็ดเจ็ตที่เป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับกีฬา ถ้ามีของใหม่มาก็ซื้อเรื่อยๆ ถ้าถามนิสัยใช้เงินของครอบครัวเรา พี่สาวผม (คุณอุษณีย์) เป็นผู้หญิงชอบแต่งตัว เพราะฉะนั้นอาจใช้ไปทางแฟชั่นมากหน่อย ส่วนผมไม่แฟชั่นเลย แต่ชอบแก็ดเจ็ต มีโทรศัพท์มือถือรุ่นไหนมาต้องเปลี่ยนใหม่ ส่วนน้องสาว (คุณอุษณา) ชอบซื้อที่ดิน สามคนชอบคนละแบบ

“นอกจากนี้ผมชอบซื้อไม้กอล์ฟ เพราะชอบตีกอล์ฟ เวลามีของใหม่มาก็ซื้อเก็บ อีกอย่างคือผมแพ้คำว่า ‘ลิมิเต็ด’ (ยิ้ม) ถ้ามีคนบอกว่านาฬิกาเรือนนี้ดีนะ เป็นลิมิเต็ดน่าเก็บ ผมก็จะซื้อไว้ กล้องถ่ายรูปก็เป็นอีกอย่างที่ผมใช้เงินเยอะ อย่างรถสปอร์ตผมก็ใช้ แต่ไม่ได้ซื้อเพื่อลงทุน เพราะถ้าลงทุนก็จะขับได้น้อย จึงซื้อเพื่อใช้ ไม่ได้ซื้อเพื่อขาย”

โชคลาภ เฮงๆ ปังๆ

“ถ้าถามว่าเชื่อถือเรื่องโชคลางไหม เอาเป็นว่าผมไม่ลบหลู่ อย่างในกระเป๋าใบใหญ่ของผมมียันต์ของเซียนท่านหนึ่งที่เชื่อว่าจะนำโชคดีมาให้ ผมคิดว่าอะไรที่เราไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีติดตัวไว้ เพื่อความอุ่นใจก็ไม่เสียหาย”


 

นิตยสารแพรว ฉบับ 940

เสิร์ฟม็อกเทลแสนเก๋ ในวันวิวาห์แสนสุขของคุณ

เครื่องดื่ม “ม็อกเทล” นั้นถือเป็นตัวเลือกของเครื่องดื่มยอดฮิตสำหรับงานฉลองของใครหลายคน เพราะนอกจากรสชาติที่ดีงาม และสีสันที่สดสวยแล้วนั้น ม็อกเทล ยังไม่มีแอลกอฮอล์ให้เป็นที่กังวลใจของหลายคน สูตรการชงนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายละลานตา ไม่ว่าจะสูตรไหนก็เรียกความสนุกและสดชื่นให้งานฉลองของคุณได้ทั้งนั้น ไม่เชื่อลองมาดู 8 สูตรที่ แพรว wedding นำมาฝากกัน

 

1.ม็อกเทลทับทิมโซดาโฮมเมด

ม็อกเทล

เติมความรู้สึกสดชื่นได้ง่าย ๆ แค่เพียงใส่น้ำเชื่อมกลิ่นทับทิมลงไปในแก้วตามด้วยโซดา จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันชิมรสตามชอบใจ แล้วเติมเม็ดทับทิมลงไปอีกเล็กน้อยก็ได้ เพื่อความสวยงามชวนดื่ม

2.ม็อกเทลสีแดงสดใส

ม็อกเทล

ม็อกเทลแสนอร่อยที่ได้จากการนำน้ำกับน้ำตาลทรายไปตั้งไฟ แล้วใส่อบเชย ขิงสไลซ์ และผงเครื่องเทศออลสไปส์ (Allspice) เล็กน้อย ตั้งไฟเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำเดือด แล้วยกออกจากเตาแล้วนำส่วนผสมมาคนรวมกับดอกกระเจี๊ยบแห้ง จากนั้นผิดฝาแล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วนำน้ำมากรองกากออกทั้งหมด จากนั้นลองชิมรสชาติ หากยังไม่ได้ตามที่ต้องการก็เพิ่มน้ำตาลหรือน้ำเลมอนลงไป เสร็จแล้วก็เติมน้ำแข็งใส่แก้ว พร้อมเสิร์ฟ

3.ม็อกเทลแตง 2 สหาย

ม็อกเทล

เนรมิตม็อกเทลสีสวย กลิ่นหอม ๆ แบบนี้ได้ โดยการนำแตงโมแกะเม็ดออก หั่นเต๋ารวมกับแตงกวาไปปั่นรวมกัน นำมาแยกกากเอาเฉพาะน้ำไปผสมกับน้ำเลมอนและน้ำผึ้ง จากนั้นชิมรสชาติตามที่ต้องการ

4.ม็อกเทลแบล็คเบอร์รี่

ม็อกเทล

ลิ้มรสชาติเปรี้ยว ๆ และสีสันสดใสของแบล็คเบอร์รี่ได้อีกหนึ่งรูปแบบ โดยการนำน้ำตาลทรายใส่ลงไปในน้ำเดือดแล้วรอจนน้ำตาลละลายทั้งหมด จากนั้นบดใบเสจแล้วใส่ตามลงไปในหม้อ แช่ทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงนำใบเสจออกมา เสร็จแล้วก็นำน้ำเชื่อมที่ได้มาผสมกับน้ำแบล็คเบอร์รี่ คนให้เข้ากันแล้วตกแต่งด้วยใบเสจกับผลแบล็คเบอร์รี่ก่อนนำไปเสิร์ฟ

5.ม็อกเทลซิตรัส แซงเกรีย

ม็อกเทล

สำหรับม็อกเทลสูตรนี้ได้มาจากสไลซ์แอปเปิลกับส้มใส่ลงไปในเหยือก พร้อมกับน้ำตาลทราย จากนั้นเติมน้ำองุ่นขาวหรือองุ่นแดงและน้ำแข็งตามลงไป แล้วรอจนกระทั่งเครื่องดื่มเย็นจึงค่อยเทใส่แก้วก่อนนำไปเสิร์ฟ

6.ม็อกเทลฮอตสไปส์ไซเดอร์

ม็อกเทล

เก๋ไก๋สุด ๆ กับม็อกเทลในผลแอปเปิล โดยหลังจากที่คุณฝานขั้วและแกะเนื้อแอปเปิลออกมาจนเกือบหมดแล้ว หลังจากนั้นก็นำน้ำผลไม้ผสมกับน้ำตาลทรายแดง เสร็จแล้วก็นำอบเชย กานพลู และเครื่องเทศออลสไปซ์ใส่ลงในถุงชาแล้วแช่ลงในน้ำผลไม้ที่ผสมน้ำตาลไว้เมื่อครู่ จากนั้นนำไปต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที จึงค่อยนำถุงสมุนไพรออก ก่อนจะเทลงในผลแอปเปิลและนำไปเสิร์ฟ

7.ม็อกเทลบลูเบอร์รี่มิ้นท์

ม็อกเทล

สูตรนี้เริ่มจากนำบลูเบอร์รี่มาทุบให้แตกเล็กน้อย จากนั้นไปใส่ลงในเหยือกแล้วเทตามด้วยน้ำมะนาว สปาร์กกิ้ง หรือโซดา และใบสะระแหน่สับ จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ก่อนจะเทใส่แก้วพร้อมกับแต่งด้วยใบสะระแหน่

8.ม็อกเทลแอปเปิลไซเดอร์

ม็อกเทล

แก้วเดียวได้ครบทุกรส แถมยังมีประโยชน์กับร่างกายด้วยสำหรับสูตรนี้ เพราะเต็มไปด้วยส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น โดยเริ่มจากนำน้ำแอปเปิลมาผสมกับน้ำขิง เมื่อคนจนได้ที่แล้วก็นำน้ำที่ได้มาผสมกับน้ำส้มสายชูแอปเปิล อบเชย น้ำผึ้ง และน้ำเปล่า พร้อมกับคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง ลองชิมรสชาติก่อนนำไปเสิร์ฟ

เป็นยังไงบ้างคะกับสูตรม็อกเทลง่ายๆที่คุณเองก็สามารถทำตามได้ ถือเป็นไอเดียเครื่องดื่มสำหรับงานฉลองที่ทั้งมีประโยชน์และปลอดภัยกับผู้ที่ต้องขับรถกลับบ้านเองอีกด้วย ดีงามสุดๆ

ติดตามไอเดียและคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ข้อมูลและภาพ : Scaling Back Blog, Simply Recipes, Jayme Designs, BHG, 52 Kitchen Adventures, food.com, chowstatic.com, vogue.com