ชายแท้หรือเปล่า? ตน-ต้นหน ผู้ชายที่รักในแฟชั่น ดนตรี เป็นอะไรก็ได้ถ้ามีความสุข

อาจบอกได้ว่า ดนตรี และการเติบโต เปลี่ยนให้ ตน -ต้นหน ตันติเวชกุล นักดนตรีสังกัด what the duck และ นักแสดงวัย 21 ปี มีวิธีคิดและการใช้ชีวิตที่ไปไกลจากอดีตมาก อย่างการใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ต จนนำไปสู่การตั้งคำถามว่า เขาคือ ชายแท้หรือไม่

หลังจากที่ได้พูดคุย เนื้อแท้เขาคือผู้ชายที่รักในแฟชั่น ดนตรี และมีความคิดว่า คนเราจะใส่อะไร ชอบอะไร เป็นอะไรก็ได้ถ้ามีความสุข แต่กว่าจะเรียนรู้เรื่องนี้ เขาเคยเป็นมนุษย์กรอบขั้นสุดมาก่อน

ชายแท้หรือเปล่า? ตน-ต้นหน ผู้ชายที่รักในแฟชั่น ดนตรี เป็นอะไรก็ได้ถ้ามีความสุข

 เด็กโลกแคบ

“เมื่อก่อนผมมีกรอบกับทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องแต่งตัว อย่างสมัยเรียนประถม ผมเล่นเปียโน ชอบโชแปงมาก ฟังแต่โชแปงเท่านั้น เคยเถียงกับเพื่อนที่ชอบฟังเพลงแจ๊สว่า ดนตรีคลาสสิกดีที่สุดในโลก ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่รู้จักแจ๊สเลยนะ

“จุดเปลี่ยนคือตอนที่มีโอกาสรับบทเป็นพี่เก้า จิรายุวัยเด็ก ในเรื่อง Suckseed เป็นหนังดนตรีที่เล่าถึงเพลงร็อค มีเพลงของพี่ป๊อด Moderndog, พี่ต้า Paradox ฯลฯ  ซึ่งผมไม่ฟังเพลงร็อคเลย ผลคือผมคุยเรื่องดนตรีกับใครในกองถ่ายไม่รู้เรื่อง จึงเริ่มต้นฟังเพลงร็อค กลายเป็นว่า  ผมเป็นติ่งพี่ป๊อดมาตั้งแต่นั้น พอเริ่มเป็นชาวร็อค ผมก็เริ่มหันไปเสพแนวเพลง Heavy Metal แนวร็อคจัดๆ ของศิลปินต่างประเทศ แล้วเหยียดคนที่ไม่ฟังเพลงแนวเดียวกับตัวเอง เช่น ผมมองว่า เพลงของ จัสติน บีเบอร์ ไม่ใช่เพลงของผู้ชายแท้

“ความโลกแคบของผมไม่ใช่แค่เรื่องเพลง แต่รวมถึงการแต่งตัว ผมมีชุดความคิดว่า ผู้ชายต้องแต่งตัวแบบชาวร็อค คือ ใส่กางเกงขาเดฟ เสื้อยืดลายกะโหลก ถ้าใครแต่งตัวแบบจิสติน บีเบอร์คือเกย์

“ความโลกแคบของผมเป็นประเภท ถ้าคิดว่าอะไรดีที่สุดก็จะคิดอยู่แค่นั้น เมื่อปักใจว่าจะเชื่อแล้ว ก็จะเชื่อโดยไม่มีเหตุผล และไม่ตั้งคำถามกับอะไรหลายๆ อย่าง

“มีเรื่องนึงที่ผมยังรู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้ คือตอนที่รู้ว่า เพื่อนสนิทเป็นเกย์ แล้วผู้ใหญ่บอกให้อยู่ห่างๆ เขา ผมก็เชื่อครับ อาจเพราะตอนนั้นใจตัวเองก็ไม่ชอบอยู่แล้วด้วย จนเพื่อนโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรผมจึงไม่คุยกับเขา

“พอโตขึ้นถึงคิดได้ว่า มันไม่แฟร์กับเพื่อนเลย ฉะนั้นบางทีสิ่งที่ผู้ใหญ่บอก ก็ไม่ได้ถูกเสมอไป แต่ไม่ได้หมายถึง การเชื่อผู้ใหญ่เป็นสิ่งไม่ดีนะ เราแค่ต้องรู้จักคิดเองในบางเรื่องด้วย อย่างเรื่องนี้ เพื่อนไม่ได้ผิดอะไร พอคิดได้ก็กลับไปคุยกับเขาเหมือนเดิม เพราะยังเรียนมัธยมด้วยกัน แต่ย้อนคิดทีไรผมเสียใจทุกที รู้สึกว่าตัวเองใจร้ายที่ตัดสินเขาแบบนั้น แต่โชคดีที่เรายังเป็นเพื่อนกันถึงทุกวันนี้”

The 1975 …วงเปิดโลก

“ชีวิตผมเปลี่ยนตอนเรียน มัธยมปลายครับ มีคนแนะนำให้ฟังเพลงของวง The 1975 วงร็อคจากอังกฤษ อัลบั้มแรกของวงนี้ หน้าปกเป็นสีดำ  Matthew Healy นักร้องนำ แต่งตัวร็อคทั้งลุค กระทั่งเขาปล่อยอัลบั้มที่ 2  ผมช็อคไปเลย แนวเพลงเปลี่ยนจากร็อค เป็นป๊อบ อิเล็กทรอนิคส์ หน้าปกอัลบั้มเป็นสีชมพู แล้วแมตตี้ นักร้องนำปรับลุคเป็น Unisex มากขึ้น ทาตาสีฟ้าถ่ายเอ็มวี ตอนนั้นช็อคแหละ  แต่ฟังเพลงแล้วชอบ พอมาอัลบั้มที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว แมตตี้ใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว โห ผมชอบมาก คือเขาเท่มาก

“วงนี้สอนให้ผมรู้ว่า ชีวิตไม่ต้องมีกรอบ แต่งตัวไม่ต้องมีกรอบ ทำเพลงไม่ต้องมีกรอบ แนวเพลงเขาหลากหลาย เพราะผ่านการทดลองมามาก โดยไม่แคร์ว่า ทำแล้วจะดังหรือไม่ ยึดความชอบเป็นหลัก สุดท้ายเขาเป็นวงที่ดังมากในยุคนี้ และชัดเจนในตัวตน เช่นเดียวกับ แมตตี้นักร้องนำ จากคนที่หิ้วขวดไวน์ขึ้นไปดื่มเมากลางคอนเสิร์ต กลายเป็นคนรักโลกเฉย ทำเพลงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมร่วมกับ Greta Thunberg (นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม) แมตตี้ไม่ใช่คนเมาแล้ว คือคนเราเปลี่ยนได้จริงๆ

“วงนี้จึงอินสไปร์ผมหลายอย่าง เรื่องแรกคือ เพลง ช่วงแรกที่ผมทำเพลงวง Mints กับพี่อัด (อวัช รัตนปิณฑะ) ผมทุกข์กับการทำเพลง เพราะอยากทำให้ดังอย่างคนรอบข้างมีชื่อเสียง แต่การทำในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ มันกดดันครับ สุดท้ายก็ไม่เวิร์ค จึงกลับมาทำเพลงที่ตัวเองชอบเป็นหลัก คือ คนจะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่เรามีความสุขมากกว่า”

“แล้วพอเลิกตีกรอบ ความคิดก็จะกว้างขึ้น เช่น ตอนนี้ผมฟังเพลงจัสตินที่เคยเหยียดเขาไว้เยอะมาก หลายเพลงของผมก็มาจากจัสติน หรืออย่างที่เคยตีกรอบว่า เพลงที่ดี ที่เท่ต้องเพลงร็อค

ทุกวันนี้ผมแต่ทำเพลงป๊อบ เพราะถนัดและชอบด้านนี้มากกว่า (หัวเราะ) ที่เห็นชัดสุดคือ จากที่เคยแอนตี้เพลงแจ๊ส ผมกลับเลือกเรียนสาขาแจ๊ส คณะดุริยางคศิลป์ เอกกีตาร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งบอกเลยว่า ยากมาก..ก แต่ที่เลือกเรียนเพราะท้าทาย อีกทั้งแจ๊สคือรากของเพลงป๊อบ ทำให้เราได้เปรียบเรื่องการทำเพลง นั่นเป็นคำตอบว่า เมื่อเวลาผ่านไป คนเราเติบโตขึ้น จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ถ้าผมไปเถียงกับตัวเองตอนเด็กคงเป็นแบบ เด็กนี่อะไรของมันวะ อยู่แต่ในกะลา เป็นมนุษย์กรอบมาก

“มันทำให้ผมมีความฝันอยากเป็นโปรดิวเซอร์ แต่งเพลงให้คนอื่น เพราะเชื่อว่า จะเล่นดนตรีไปตลอดชีวิตคงไม่ได้ ซึ่งถ้าผมได้ทำงานกับศิลปินคนไหน ผมไม่อยากจะเป็นแค่นักเขียนเพลง แต่ อยากนั่งคุยกับเขา เป็นคนยังไง อยากเล่าเรื่องอะไร  คืออยากปั้นศิลปินให้เขาเป็นตัวของตัวเองอย่างที่เขาเป็น”

ทำไมผู้ชายใส่กระโปรงไม่ได้

“ผมว่า แฟชั่น ก็เหมือนดนตรี คือไม่ต้องมีกรอบ การแต่งตัวผมจึงเริ่มเปลี่ยนตอนเข้าเรียนปี 1 เนื่องจากมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ เพื่อนๆ ก็แต่งตัวจัดๆ มากัน ลุคผมตอนเรียนปี 4  ต่างจากสมัยมัธยมเยอะ

ทุกวันนี้ผมไม่ได้จำกัดว่า ตัวเองต้องแต่งแนวไหน บางวันผมยังเป็นชาวร็อค บางวันก็ยืมชุดน้องสาว (ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) หรือ กางเกงพ่อมาใส่เพราะบ้านผมไซส์เท่าๆ กัน เริ่มใส่สร้อยคอมุก ต่างหู  ทาเล็บ ซึ่งทุกวันนี้ติดมาก อย่างเวลาดีดกีตาร์ต้องทาแบบเจลเล็บจะได้ไม่ลอก ถ้าวันไหนไม่ได้ทาคือแปลกๆ และถือเป็นเรื่องธรรมดาในมหาวิทยาลัยที่ผู้ชายจะทาเล็บ

“สิ่งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมากที่สุดคือการใส่กระโปรงขึ้นเวทีคอนเสิร์ต เมื่อปี 2562 อย่างที่บอกว่าพอเห็นแมตตี้ นักร้องนำ The 1975 ใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ต ผมรู้สึกว่าเขาเท่มาก แล้วไม่ใช่แค่แมตตี้คนเดียว ศิลปินระดับตำนานอย่าง David Bowey หรือชาวร็อค อย่าง Kurt Cobain ก็เคยใส่กระโปรง ผมรู้สึกว่า… เฮ้ย เราไปอยู่ไหนมา คือเรื่องพวกนี้ มีมานานแล้วและเป็นเรื่องธรรมดามาก

“ตอนที่ตัดสินใจใส่กระโปรงขึ้นเวที Cat radio เพราะรู้สึกด้วยว่า เวทีนี้เป็นเหมือนบ้านของเรา แฟนเพลงผมอยู่ที่นั่นเยอะ ขึ้นแล้วอุ่นใจ เหมาะที่จะลองทำอะไรที่อยากทำ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำแล้ว จะกระทบอะไรหรือเปล่า จึงโทรไปขออนุญาตผู้ใหญ่ค่าย What the duck , ค่ายนาดาว  ซึ่งทุกท่านโอเค รวมถึงพ่อแม่ด้วย พ่อแค่แย้งนิดหน่อยว่า ใส่ตัวนั้นดีหรือเปล่า ลองเปลี่ยนแบบมั้ย คือไม่ได้ค้านว่า เป็นผู้ชายห้ามใส่กระโปรง แต่แค่ถามว่า ใส่ตัวอื่นลุคจะดีกว่ามั้ย สุดท้ายผมยืมกระโปรงของน้องสาว มาใส่ขึ้นเวที กลายเป็นคนชมน่ารัก เท่ ตั้งแต่นั้นผมใส่จนเป็นเรื่องธรรมดา ยังเคยใส่กระโปรงไปเรียนหนังสือด้วย มันไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว

“มีช่วงหนึ่ง ที่ผมเคยคิดว่าคนในครอบครัวไม่เข้าใจ แต่เพิ่งปลดล็อคเมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่ยายบอกว่า ได้ฟังผมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ ผู้ชายก็ใส่กระโปรงได้ ยายชอบมาก แล้วบอกว่า ยายมีกระโปรงเยอะนะ เอาไปใส่มั้ย แล้วหน้ายายคือ ภูมิใจจริงๆ คือเมื่อก่อนผมเข้าใจมาตลอดว่า ยายไม่โอเคกับเรื่องพวกนี้ จึงไม่เคยชวนคุย แต่พอได้ยินยายพูด ประทับใจเลย รู้สึกดีที่ครอบครัวเข้าใจ

“ขณะเดียวกัน พอแต่งแบบนี้ ก็จะมีคนเข้าใจผิดว่าผมไม่ใช่ผู้ชาย คือนอกจากชอบแต่งตัวแล้ว เวลาพูดมือไม้ก็ออก จึงมีคอมเมนต์ถามว่า ‘เป็นหรือเปล่า มือไม้ออกแล้วนะคะเจ๊’ คือมีช่วงนึงที่ผมแคร์มากนะ ถ้าใครมาหาว่าผมเป็นนั่นนี่ พยายามแก้ต่างให้ตัวเองว่าไม่ได้เป็น แต่ตอนนี้ถ้าโดนว่า หรือถูกเข้าใจอะไรอย่างนั้น ผมไม่โกรธ ไม่แคร์แล้วอ่ะ เพราะคำว่าตุ๊ด ไม่ได้น่ารังเกียจ หรือเป็นคำด่าที่ฟังแล้วเจ็บ ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่เขา ผมยังชอบผู้หญิงอยู่ครับ (ยิ้ม)”

เมื่อไหร่ยูนิเซ็กส์ จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา

“ผมยอมรับว่าอดีตเคยทำพลาด เคยตัดสินคน เคยเหยียดคน และตีกรอบว่า ผู้ชายต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ เคยล้อเลียนเพื่อนที่ไม่เหมือนตัวเอง แต่ทุกวันนี้ ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ให้เรื่องยูนิเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ควรเป็นเรื่องแปลก อยากให้ทุกคนมองคนอื่นอย่างเท่าเทียม มองเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

การแต่งตัวก็เช่นกัน อยากให้การใส่กระโปรงสำหรับผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องชื่นชมผมที่ใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ต หรือที่ผมทาเล็บ เพราะผมไม่ได้อยากเป็นแฟชั่นไอคอน หรือโด่งดังจากการแต่งตัว ผมแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและมั่นใจ มีความสุขที่ได้ใส่อะไรแบบนี้ ทุกครั้งที่ผมถ่ายรูปใส่กระโปรงลงไอจี ยอดไลค์จะเยอะ ผมอยากให้รูปที่ผมใส่กางเกงได้ยอดไลค์แบบนั้น

“แต่ผมก็รู้นะ มันยากที่จะเปลี่ยนความคิดคน เพราะเข้าใจคนที่เหยียดคนอื่นมาก่อน ซึ่งเราไม่สามารถไปชี้นิ้วบังคับให้ใครเปลี่ยนได้ ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนให้เริ่มจากตัวเอง อย่างผมคือต่อให้พ่อแม่พูดขนาดไหน ถ้าไม่อยากเปลี่ยน ก็ไม่เปลี่ยน ที่สำคัญคือ ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า จะเปลี่ยนทำไม

“สำหรับผม เมื่อเปลี่ยนตัวเอง มุมมองต่อคนอื่นก็เปลี่ยนไปด้วย  ทุกวันนี้ผมพยายามไม่ตัดสินใคร ซึ่งแน่นอนว่ามันยาก เป็นเรื่องที่ต้องฝึกครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ พอเลิกตีกรอบ เลิกตัดสิน เลิกโฟกัสผิดจุด ก็จะมีเวลาคิดเรื่องของตัวเองมากขึ้น ”

ชีวิตมีความสุขมากขึ้นจริงๆ นะ

 “พอแต่งแบบนี้ คนก็เข้าใจผิดว่าผมไม่ใช่ผู้ชาย มีคอมเมนต์ถามว่า ‘เป็นหรือเปล่า มือไม้ออกแล้วนะคะเจ๊’ ช่วงหนึ่งผมแคร์มากนะ  แต่ตอนนี้ไม่โกรธ ไม่แคร์แล้ว เพราะคำว่าตุ๊ด ไม่ได้น่ารังเกียจ ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่เขา และผมยังชอบผู้หญิง”


 

 

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส นั่งแท่นนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยคนใหม่

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส นั่งแท่นนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยคนใหม่

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) คนใหม่ สานต่อพันธกิจพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อไทย เน้น 3 แนวทางสร้างความร่วมมือ และ 3 แนวทางพัฒนาธุรกิจ

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ

22 มีนาคม 2564 กรุงเทพ – เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทางสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (Media Agency Association of Thailand หรือ MAAT) รายงานผลการคัดสรรนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยว่า จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่ผ่านมาที่ประชุมได้คัดสรรนายกสมาคมฯ คนใหม่ คือ ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส (IPG Mediabrands Thailand) ประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแทน นายไตรลุจน์ นวมะรัตน ที่หมดวาระลง ซึ่งการคัดเลือกนี้มีขึ้นทุก 2 ปี เพื่อให้สมาชิกของสมาคมฯ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารสมาคมมีเดียฯ ผ่านมุมมอง และแนวคิดความคิดใหม่ๆ ในการดำเนินงาน และสานต่อพันธกิจของสมาคม

ในโอกาสที่ได้รับตำแหน่งนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ได้กล่าวถึงความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกสมาคมมีเดียฯ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินมาอย่างถูกต้อง สร้างสรรค์ เป็นองค์กรที่วิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด และยังเป็นที่บ่มเพาะนักวางแผนสื่อที่ดีเยี่ยมมาโดยตลอด ทั้งนี้ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากสมาชิกทุกหน่วยงาน และที่สำคัญคือคือความเสียสละของนายกสมาคมแต่ละท่าน ที่นำประสบการณ์ที่สั่งสมมาแบ่งปันให้แก่ อุตสาหกรรม

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์สทีมผู้บริหารไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดี

(จากภาพซ้าย-ขวา: 1. คุณนพคุณ สุจริตฉันท์ CGO, IPG Mediabrands Thailand และ CEO, UM Thailand 2. คุณวรรณี รัตนพล Chairman, IPG Mediabrands Thailand 3. ดร. ธราภุช จารุวัฒนะ Group CEO, IPG Mediabrands Thailand และ President of MAAT คนใหม่! และ 4. ดร. สร เกียรติคณารัตน์ CSO, IPG Mediabrands Thailand)

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ได้แสดงความคิดเห็นหลังจากที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยว่า สิ่งที่ต้องดำเนินการในตอนนี้คือ 3 แนวทางสร้างความร่วมมือ อย่างแรกคือประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนให้อุตสาหกรรมมีเดียในประเทศไทยมีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง  สองคือการประคองสมาชิกให้ผ่านสภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การระบาดของเชื้อโควิด 19  และความผันผวนของสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ไปพร้อมกัน และสามพัฒนาคนรุ่นใหม่หน้าใหม่เข้ามาสู่วงการ

และอีก 3 แนวทางพัฒนา คือ (1) การเพิ่มศักยภาพนักวางแผนสื่อ (2) ผสานเทคโนโลยี และ(3) สร้างสรรค์สื่อคุณภาพ โดยเมื่อผสานทุกทางเข้าด้วยกันแล้วย่อมจะสร้างสรรค์วงการมีเดียให้มีความเข้มแข็ง และสร้างความท้าทายในการทำงานให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมให้แข็งแรง สร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภค ลูกค้าและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

ULTIST by PRIMIENCE

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่ “ULTIST by PRIMIENCE” ให้ผมโทนสีหม่น ติดทนสวย ไม่แห้งเสีย

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่ “ULTIST by PRIMIENCE”
ให้ผมโทนสีหม่น ติดทนสวย ไม่แห้งเสีย
ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่คิดค้นขึ้นเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าแบรนด์ SHISEIDO PROFESSIONAL ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และเปลี่ยนสีผม ระดับพรีเมี่ยม เปิดตัวครีมเปลี่ยนสีผมใหม่ล่าสุด “ULTIST by PRIMIENCE” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ ประกอบด้วยสารบำรุงสูตรพิเศษ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยเด่นชัดในโทนสีพิเศษ อีกทั้งยังช่วยให้ผมเปล่งประกายความงามได้นานจากภายใน ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมโดยเฉพาะ ให้ช่วงเวลาแห่งความสวยอยู่คู่กับเส้นผมตลอดไป

ULTIST by PRIMIENCE

ULTIST by PRIMIENCE

ULTIST by PRIMIENCE

โดยจุดเด่นของ “ULTIST by PRIMIENCE” ผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่นี้ มีให้เลือกถึง 7 โทน กับอีก 39 เฉดสี ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่น 3 ประการ นั้นก็คือ ให้สีผมสวย เด่นชัด ตั้งแต่ภายใน อีกทั้งยังช่วยล็อคสีผม เพื่อเปล่งประกายสีผมสวยเงางามได้ทุกวัน และ ให้ทุกคนได้สนุกกับการทำสีผมซ้ำ ๆโดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเส้นผมแห้งเสีย

มาพร้อมกับเทคโนโลยี COLOR-in-CORE ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมของ “ULTIST by PRIMIENCE” เพื่อให้ได้สีผมโทนสีหม่นที่สวยงาม ติดทน ช่วยให้ผมไม่แห้งเสีย ด้วยแนวคิดใหม่ที่ให้ความสนใจกับ “ชั้นที่ลึกที่สุดของเส้นผม” ประกอบไปด้วย 3 เทคโนโลยีสำคัญ เอกสิทธิ์เฉพาะจากชิเซโด้ ได้แก่

  1. Smooth to the Core (สมูธ ทู เดอะ คอร์) เทคโนโลยีที่จะช่วยปกป้องเส้นผมจากการถูกทำร้ายตั้งแต่ภายใน เตรียมพื้นผมเพื่อการทำสีผมที่สวยงาม ด้วย “Smooth Care Technology” ซึ่งสามารถยับยั้งการเปลี่ยนสภาพของโปรตีนภายในเส้นผม ช่วยปกป้องเส้นผมจากความแห้งเสีย และคงสภาพความนุ่มลื่น แข็งแรง สร้างรากฐานของเส้นผมที่เหมาะสมกับการทำสี
  2. Color boost to the Core (คัลเลอร์ บูสท์ ทู เดอะ คอร์) เพื่อให้ได้สีผมที่เด่นชัด ตั้งแต่ภายในเส้นผมชั้นที่ลึกที่สุด ด้วย “Micro Oil-in Formula” ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณอัลคาไลน์ และช่วยให้สีผมแทรกซึมเข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สลายเมลานิน และควบคุมสีแฝงของเส้นผม เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยงาม คงความชุ่มชื้นไว้ภายในเส้นผม เพื่อให้เม็ดสีผม อัลคาไลน์ และ ส่วนผสมของสารบำรุงสามารถ เข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมี ประสิทธิภาพโดยการปิดพื้นผิว เส้นผมไว้อย่างแน่นหนา
  3. Locking into the Core (ล็อคกิ้ง อินทู เดอะ คอร์) ช่วยให้สีผมเปล่งประกายเงางาม และติดทนนานขึ้น จากภายใน ด้วย “Lasting Protection Veil” ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อเป็นตัวพันธะเคมีที่บริเวณพื้นผิวของเกล็ดผม ซึ่งเป็นเสมือนผนังกั้นน้ำไม่ให้ซึมเข้าทำร้ายเส้นผม เพื่อให้สีผมคงสีสวยและเงางาม เหมือนล็อคไว้ด้วยกุญแจ ช่วยปกป้องสีผมไม่ให้ซีดจาง

นอกจากผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมแล้ว ก็ยังมี “Essence Drop” ทรีทเมนท์พิเศษ อันแสนอ่อนโยน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ผสมกับครีมเปลี่ยนสีผม “ULTIST by PRIMIENCE” ด้วยเทคโนโลยี “Amino Micro Veil Technology” โดยกรดอะมิโนที่มีประจุบวก จะสร้างผนังเครือข่ายที่อ่อนนุ่มบริเวณรอบๆ เกล็ดผม เพื่อช่วยคงความสวยงามของสีผมให้สวยยาวนาน และปกป้องเส้นผมไม่ให้สูญเสียความแข็งแรงหลังการทำสี ช่วยป้องกันเส้นผมจากการถูกทำร้าย อีกทั้งยังมาพร้อมกับกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่น ผ่อนคลายจากดอกไม้สีเขียว มอบความรู้สึกเบาสบายระหว่างการทำสี นอกจากนี้ยังช่วยระงับกลิ่นตกค้างหลังการทำทรีทเมนท์ได้อีกด้วย

ยังไม่พอเพียงเท่านี้  เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ทาง ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว ของสังคม และสิ่งแวดล้อม กับแนวคิด “Zero Waste” หรือ “แนวคิดขยะเหลือศูนย์” โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ทำมาจากอ้อย เพื่อสนับสนุนและปกป้อง การตัดไม้ทำลายป่า ลดการปล่อย C02 รวมถึงการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมระดับโลก

หนุ่มๆ สาว ๆ ที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ในการเปลี่ยนสีผมกับ “ULTIST by PRIMIENCE” สามารถใช้บริการได้ที่ร้านซาลอนในเครือชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทาง Facebook – Shiseido Professional Thailand, Instagram – @shiseidopro_th และ YouTube – Shiseido Professional Thailand

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

เห็นผลจริงไหม? เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

เห็นผลจริงไหม? เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

ปัจจุบันเทรนด์การรักษาความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าดูเด็กกว่าอายุจริงด้วยเทคนิคการ ฉีดไขมัน กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่สาวเอเชีย เนื่องจากเป็นเทคนิคใหม่ที่ไม่มีสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เพราะใช้ไขมันตนเองล้วนๆ และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทคนิคคืนความอ่อนเยาว์ที่ต้องอาศัยความประสบการณ์เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพราะเทคนิคนี้ นอกจากต้องใช้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับศาสตร์ของการย้าย และปลูกถ่ายไขมัน ยังต้องใช้ศิลปะ และประสบการณ์เฉพาะด้านในการออกแบบใบหน้าจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย

โดยล่าสุด แพรวได้มีโอกาสพูดคุยกับทาง นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (หมอหวาน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ (WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL) ศูนย์รวมความงามครบวงจรแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เผยเทคนิคการฉีดไขมันที่ใบหน้า เพื่อคงความอ่อนเยาว์ว่า

นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (หมอหวาน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ
นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (หมอหวาน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ

เทรนด์ความงามด้วยการรักษาให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ไม่ได้มีแค่เฉพาะแค่การฉีดฟิลเลอร์ เติมโบท็อกซ์เท่านั้น แต่ในยุคนี้ สาวๆ หลายคนเริ่มหันมาสนใจกับเทรนด์การเติมไขมันลงใบหน้าให้ได้รูปสวยงามและเต่งตึง แทนการฉีดฟิลเลอร์ที่หลายๆ คน ก็ยังกังวลอยู่ว่าอันตรายมากน้อยแค่ไหน และเห็นผลจริงหรือเปล่า?

นาทีทองของคนที่อยากคงความอ่อนเยาว์เดี๋ยวนี้นวัตกรรมเยอะ ใครไม่พึ่งพาอยากศัลยกรรม ไม่อยากศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ หมอหวานก็แนะหลากวิธี อาทิเช่น

  • ฉีดโบท็อกซ์ อย่างที่ทราบกันดีอยู่ วิธีนี้ใช้ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้า ฉีดเพื่อขยับให้น้อยลง ก็จะทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น เบาบางขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดสารเติมเต็มผิวในบางจุดที่ต้องการให้ดูเต่งตึงขึ้น
  • ฉีดไขมัน เติมเต็มใบหน้าด้วยการใช้ไขมันตัวเอง เติมในส่วนที่ขาดบนใบหน้า คือการย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนที่เราไม่ต้องการไปเติมเต็มในส่วนที่ขาดแทนการฉีดฟิลเลอร์

ระหว่างฉีดฟิลเลอร์กับฉีดไขมัน แตกต่างกันอย่างไร

สมมุติว่าอยากจะฉีดในจุดที่ริ้วรอยค่อนข้างน้อย หมอแนะนำว่าให้ฉีดฟิลเลอร์ดีกว่านะครับ แต่ถ้าบริเวณที่จะฉีดมีริ้วรอยร่องลึกค่อนข้างต้องใช้ปริมาณเยอะ หมอก็แนะนำให้ฉีดไขมันดีกว่า เนื่องจากว่าการฉีดฟิลเลอร์ของแท้ ราคาค่อนข้างสูง ฟิลเลอร์ 1 ซีซี  ราคาประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ถ้าสมมุติจำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ 10 ซีซี เราจะเสียเงินอย่างน้อยเป็นแสน!! ถ้าเทียบกับไขมันตัวเอง ซึ่งเราฉีดได้ปริมาณที่เยอะมาก เพราะฉะนั้นความคุ้มของการฉีดไขมันในกรณีที่ต้องฉีดเยอะหลายจุดจะคุ้มค่ากว่าแน่นอน แต่ข้อดีของฟิลเลอร์คือ ไม่ต้องเจ็บตัวที่อื่น แต่ข้อดีของการฉีดไขมันก็น่าสนใจ เพราะต้องดูดไขมันจากบริเวณอื่นๆ ในร่างกายมาฉีด เช่น ต้นขาใหญ่ไขมันเยอะ เราก็ดูดไขมันจากบริเวณนี้มาฉีดใบหน้าได้ นอกจากใบหน้าจะเต่งตึงอ่อนเยาว์แล้ว บริเวณต้นขาก็กระชับขึ้นด้วย เป็นต้น ซึ่งบริเวณที่ปกติจะดูดบ่อยที่สุดก็คือ ต้นขา ต้นขาด้านนอก ต้นขาด้านใน และหน้าท้อง

คนส่วนใหญ่กลัวอันตรายการฉีดไขมัน 

หากกลัวเรื่องอันตราย ก็ต้องย้ำว่าควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูดไขมันด้วยความตั้งใจ และมากประสบการณ์ ค่อยๆ ดูด ไม่รีบร้อนดูดอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากว่า เวลาที่เราดูดไขมัน ต้องให้เซลล์ไขมันมีชีวิตด้วย เพราะเมื่อดูดไขมันมาแล้วไปฉีดที่ใบหน้า เซลล์ไขมันที่ดูดไปฉีดใบหน้าก็ยังคงต้องการหน้าที่ของมันต่อไป

ฉะนั้นเวลาดูดต้องค่อยๆ ดูด ไม่รีบร้อนรุนแรง และแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะการดูดแบบรีบๆ อาจทำให้เซลล์ตายได้ แถมยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อบริเวณรอบข้าง เช่น ไปโดนเส้นเลือดก็จะมีเลือดออก บวม ช้ำนาน ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ รพ.วรรณสิริ ที่มีประสบการณ์มานาน เชื่อมั่นใจเรื่องนี้ได้แน่นอน

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

กรณีฉีดไขมันใบหน้าเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นคนชอบออกกำลังกายเป็นประจำ ไขมันจะเหลวลดลงหรือไม่ และมีผลข้างเคียงอื่นๆ หรือเปล่า

ไม่ลดครับ เวลาที่เราลดน้ำหนัก ตัวเซลล์ไขมันก็จะฝ่อลง จะไม่เหลวระเหยไปไหน แล้วกรณีไขมันฝ่อลง ใบหน้าของเราก็จะตอบลงเล็กน้อย ไม่มีผลร้ายแรงหรืออันตรายใดๆ แต่ส่วนใหญ่ที่ใบหน้าจะตอบลงจะเป็นในเคสที่ลดน้ำหนักหักโหม 5-10 กิโลกรัม แต่ถ้าลดนิดๆ หน่อยๆ ไม่มีผลเลยครับ หรือกรณีน้ำหนักขึ้น ในบางครั้งอาจจะมีที่ไขมันพองขึ้น ทำให้ใบหน้าดูบวม แต่ไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไรนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดไขมันใบหน้าที่โรงพยาบาลวรรณสิริ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไร ทางเราเปิดรับให้คำปรึกษาทุกคนในการปรับรูปหน้าที่อยากจะให้ดูดีและดูอ่อนเยาว์ขึ้น กรณีนี้ไม่จำเป็นเฉพาะแค่คนอายุเยอะเท่านั้น แต่อายุน้อยยี่สิบต้นๆ ก็สามารถมาขอคำปรึกษาได้

ส่วนใหญ่ในกลุ่มคนอายุยี่สิบมักมีปัญหาบริเวณขมับ และแก้มที่ดูตอบ ซึ่งจริงๆ สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย คนอายุห้าสิบยังทำให้ดูสวยอ่อนเยาว์ย้อนวัยเหมือนสาวสี่สิบได้เลย ด้วยเทคนิคฉีดไขมันปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนวัยและเต่งตึงมากขึ้น

คนที่มีรูปร่างผอมเพรียว ลีนแบบไร้ไขมัน แต่อยากฉีดไขมันใบหน้า ต้องทำอย่างไร

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

กรณีนี้อาจจะยากเล็กน้อย ต้องให้แพทย์เช็คบริเวณที่สามารถดูดได้ว่ามีส่วนไหนพอจะมีไขมันดูดเอาออกมาใช้ได้บ้าง อาจจะต้องดูดจากหลายส่วน ไม่เหมือนคนที่ไขมันเยอะ ดูดแค่จุดเดียวจบ เจ็บครั้งเดียว แต่คนที่ไขมันน้อย ก็อาจต้องหาหลายจุดหน่อย ทำให้อาจเจ็บหลายจุดด้วย

ผลข้างเคียงหลังในการดูดไขมัน เพื่อฉีดไขมันที่ใบหน้า

จะคล้ายๆ กับการดูดไขมันทิ้งเลยครับ ฉะนั้น ปกติเวลาที่เราดูดไขมัน แพทย์ก็จะพยายามเช็คว่าดูดอย่างไร ให้บริเวณที่ดูดไขมันออกไป ยังสวยเป๊ะ ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักมีปัญหาไขมันเยอะบริเวณปีกตรงต้นขาด้านนอก แพทย์ก็จะพยายามดูดตรงบริเวณปีกตรงนั้นให้ดูเรียบเนียนขึ้น ถือเป็นโชคสองเด้ง ได้ไขมันมาฉีดใบหน้า แถมบริเวณยังดูลีนขึ้นอีกด้วย

หลายคนเสพข่าวจนคิดว่าการดูดไขมันไม่ปลอดภัย

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง บวกกับในเรื่องของการดูดไขมันที่ค่อยๆ ดูดด้วยความประณีตนุ่มนวล ไม่เร่งรีบ ไม่รุนแรง เชื่อมั่นได้เลยครับว่าการเลือกดูดไขมัน และฉีดไขมันที่โรงพยาบาลวรรณสิริ ปลอดภัยแน่นอน

ส่วนที่เห็นตามข่าวเรื่องการดูดไขมันแล้วมีปัญหา ทำให้หลายคนกังวลนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไขมันหลุดเข้าไปในเส้นเลือดไปอุดกั้นในปอด (Pulmonary Embolism) พอไขมันไปอุดในปอดทำให้มีปัญหาในเรื่องการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ก็จะมีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็วได้

และอีกเรื่องที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้คือ การได้รับยาชาเกินขนาด ซึ่งมีผลต่อร่างกายเหมือนกัน ฉะนั้น แพทย์ต้องมีการคำนวณการใช้ยาชาว่าใช้ปริมาณเท่าไร ซึ่งแต่ละรายจะใช้ยาชาไม่เท่ากัน ไม่ให้เกินจุดที่จะทำให้เกิดอันตราย หากกรณีมีความผิดพลาดฉีดเกินขนาด อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ 

เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)

เทรนด์ความงาม 2021 นี้ คุณหมอหวาน มีอะไรอัพเดตไหมคะ

ส่วนใหญ่เวลาที่เราดูซีรีส์ โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลี เราจะเห็นว่าใบหน้าจะออกมาเป็นบล็อกเดียวกัน เพราะคนที่นั่นเขานิยมทำหน้าให้เป็นบล็อกเดียวกัน แต่ว่าที่โรงพยาบาลวรรณสิริ เราจะปรับรูปหน้าให้เข้ากับโครงหน้าในแต่ละราย ไม่ให้หน้าเป็นบล็อกเดียวกันทุกคน ไม่ชอบจุดไหน แก้ไขจุดนั้น

และจุดเด่นของการฉีดไขมันที่โรงพยาบาลวรรณสิริ คือเราจะนำไขมันที่ดูดออกมาปั่นให้ได้ความเข้มข้นมากที่สุด เนื่องมาจากว่า ไขมันที่ดูดออกมา ปกติจะมีทั้งไขมัน น้ำ เลือด ยาชาที่ผสมอยู่ หากเกิดว่าเราฉีดเข้าไป ปริมาณไขมันเพียวๆ ก็จะน้อย แต่ถ้าเอามาปั่น เพื่อเอาเฉพาะเนื้อไขมันเพียวๆ เวลาที่ใช้ในการฉีดไขมัน ก็จะได้ไขมันเยอะขึ้น และบริสุทธิ์กว่าด้วย

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

และสุดท้ายนี้ หมอหวาน – นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล ฝากถึงทุกคนที่คิดใช้บริการในเรื่องของการศัลยกรรมหรือผ่าตัดเสริมสวยทั้งใบหน้าและร่างกายว่า

  • อันดับแรก ควรจะสำรวจชื่อแพทย์ก่อนว่า แพทย์ท่านนั้นมีประสบการณ์เฉพาะทางในด้านนั้นๆ จริงหรือไม่ ซึ่งวิธีการที่จะสืบค้นง่ายมาก เพียงพิมพ์ชื่อและนามสกุลของแพทย์ ลงในเว็บไซต์ของแพทยสภา https://www.tmc.or.th/ แล้วกดเข้าไปเช็คว่าแพทย์ท่านที่เราสนใจเข้ารับบริการ จบแพทย์เมื่อปี พ.ศ. ใด และจบหลักสูตรความเชี่ยวชาญทางด้านไหน
  • อันดับสอง เช็คในเรื่องของคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ต้องการจะรับบริการว่ามีความสะอาด ได้มาตรฐาน ดูน่าเชื่อถือแค่ไหน
ทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย
ทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย

นอกจากนี้ที่ “โรงพยาบาล วรรณสิริ” (WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL) ยังระดมทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย ซึ่งมีใบประกอบวิชาชีพจากสภาวิชาชีพแพทย์หรือแพทยสภา โดยในประเทศไทยมีแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ยังแอคทีฟและมีประสบการณ์พอเพียงไม่เกิน 300 ท่านเท่านั้น ดังนั้นที่ โรงพยาบาล วรรณสิริ จึงให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น

เรียกได้ว่าเป็นการรวมสุดยอดแพทย์เฉพาะทางที่ให้บริการครบทุกด้านแบบครบจบในที่เดียว บวกกับเทคโนโลยีล้ำสมัยทุกมิติ มุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ความงามจาก ‘ศีรษะจรดปลายเท้า’ ที่แท้ทรู

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริเทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ


เรื่อง : Primphy_praewnista
ภาพ : แพรว , Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวมทุกความล้ำ! “วรรณสิริ” รพ.ความงามครบวงจรที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' ตัดสินใจปรากฏตัวบนรันเวย์อีกครั้งในรอบหลายปี

ทำไม พระเอกเกาหลี ‘อีจงซอก’ ตัดสินใจปรากฏตัวบนรันเวย์อีกครั้งในรอบหลายปี

ลุคใหม่หล่อไม่ไหว สำหรับ พระเอกเกาหลี ‘อีจงซอก’ ที่ล่าสุดตัดสินใจเดินแบบอีกครั้งในงาน 2021 Seoul Fashion Week หลังห่างหายไปหลายปี ด้วยเหตุผลที่ว่า…

เมื่อวานที่ผ่านมา (25 มี.ค. 64) A-MEN Project ต้นสังกัดของอีจงซอก ปล่อยภาพอีจงซอกขณะทำหน้าที่เป็นนายแบบบนรันเวย์ให้กับแบรนด์ Beyond Closet ในงาน 2021 Seoul Fashion Week ซึ่งทำให้หลายคนเซอร์ไพร้ส์อย่างมาก เพราะพระเอกดังหวนกลับรันเวย์ Seoul Fashion Week ในรอบหลายปี ทั้งยังมีความหมายพิเศษที่ทำให้เขากลับมารับงานเดินแบบอีกครั้ง ด้วยลุคหนุ่มผมยาวสุดเท่ที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือล้น

พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ

ทำไม พระเอกเกาหลี ‘อีจงซอก’ ตัดสินใจปรากฏตัวบนรันเวย์อีกครั้งในรอบหลายปี

ซึ่งเหตุผลหลักที่อีจงซอกปรากฏตัวบนรันเวย์ ก็เพื่อแฟนๆ ของเขา โดยเขาได้เปิดเผยว่า “ผมอยากแสดงให้แฟนๆ ได้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่แตกต่างออกไป” ดังนั้นเขาจึงเริ่มก้าวแรกบนรันเวย์ Seoul Fashion Week ซึ่งเขาหวังว่ามันจะเป็นส่วนเล็กๆ ในการช่วยฟื้นฟูและเติมพลังให้กับโลกแฟชั่น พร้อมทั้งสนับสนุนผลงานของดีไซเนอร์ Ko Tae-yong อีกด้วย

นอกจากนี้ อีจงซอกยังกล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “ผมรู้ว่ามีความยากลำบากเกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงไหนหรือในโลกของแฟชั่นก็ตาม ผมขอให้พวกคุณทุกคน รวมถึงแฟนๆ มีสุขภาพที่แข็งแรง ผมจะทำให้ดีที่สุดในส่วนของผม และทำงานของผมในฐานะนักแสดงที่สามารถมอบความสุขและความสนุกสนานให้กับทุกคนได้”

พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ


ที่มา : ent.sbs.co.kr

ภาพ : A-MEN Project 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

40 อัพยังสวยเป๊ะ! ส่องลุคตัวแม่ เจ้าเหว่ย-ซูฉี-จางป๋อจือ ในแฟชั่นโชว์ FENDI

ชอบให้คนชมว่าเซ็กซี่! ส่อง 14 แฟชั่น ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สวยแซ่บมาจากอินเนอร์

สวยเอวสับ! ญาญ่า ในชุดเดรส Poem สุดคลาสสิก ด้วยเทคนิคการพิมพ์ไล่สี

 

aespa

นิตยสารอเมริกัน People เผย aespa ศิลปินหน้าใหม่มากความสามารถปี 2021

aespa ได้รับเลือกให้มีรายชื่อติดใน 2021 Emerging Artist’ โดยนิตยสารอเมริกัน People พร้อมการแนะนำว่า เกิร์ลกรุ๊ปที่ขึ้นสู่ระดับท็อปอย่างรวดเร็ว

สุดยอดน้องใหม่ระดับโลก aespa (เอสป้า) แห่งค่าย SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอ็นเทอร์เทนเม้นท์) ได้รับเลือกให้มีรายชื่อติดใน ‘the Talented Emerging Artists Making Their Mark on the Musical Landscape in 2021’ หรือ ‘ศิลปินใหม่มากความสามารถที่ได้สร้างชื่อเสียงอย่างโดดเด่น ในวงการเพลงปี 2021’ โดยนิตยสารอเมริกัน People

นิตยสารอเมริกัน People ้ผยรายชื่อ aespa ศิลปินหน้าใหม่มากความสามารถปี 2021

 aespa

เมื่อไม่นานมานี้ ทางหน้าโฮมเพจของนิตยสารอเมริกัน ‘People’ (พีเพิล) ได้เปิดเผย 30 รายชื่อของ ‘ศิลปินใหม่มากความสามารถที่ได้สร้างชื่อเสียงอย่างโดดเด่น ในวงการเพลงปี 2021’ (Meet These Emerging Musical Artists of 2021 | PEOPLE.com) ซึ่งในบรรดารายชื่อเหล่านั้น ชื่อของวง เอสป้า ก็ปรากฏออกมาเป็นชื่อแรกสุด นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสนใจในระดับโลกที่มีต่อเอสป้ากันอีกครั้ง

โดยทาง ‘People’ ได้แนะนำว่า เอสป้า คือ เกิร์ลกรุ๊ป K-Pop ที่ขึ้นสู่ระดับท็อปได้อย่างรวดเร็ว” และ “มิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ ‘Black Mamba’ เป็นมิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ของวง K-Pop ที่มียอดเข้าชมทะลุ 100 ล้านวิว ได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ YouTube” พร้อมกล่าวเสริมเกี่ยวกับผลงานของเอสป้าว่าได้ขึ้นปกนิตยสารเดือนมีนาคมของ ‘Dazed Korea’ และสร้างผลงานบนโลกแฟชั่น ในฐานะที่พวกเธอเป็นแอมบาสเดอร์ใหม่ของ Givenchy”

ทั้งนี้เอสป้าได้แสดงให้เห็นถึงพลังที่สมกับเป็น ‘สุดยอดน้องใหม่ระดับโลก’ (Global Super Rookie) ด้วยการประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในฐานะน้องใหม่ อาทิ การที่เพลงเดบิวต์ ‘Black Mamba’ สร้างสถิติใหม่มียอดเข้าชมทะลุ 100 ล้านวิว ได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ สำหรับมิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ของ K-Pop, การติดอันดับในชาร์ตเพลงทั่วโลกกว่า 95 ประเทศ, การติดอันดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเพลงเดบิวต์ศิลปิน K-Pop บนชาร์ต Global Excl. U.S. ของ Billboard สหรัฐอเมริกา, การครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงเกาหลีของ QQ Music ได้นานที่สุดในบรรดาเกิร์ลกรุ๊ปที่เดบิวต์ปี 2020 ฯลฯ

aespa


 

อั๋น ภูวนาท

กรี๊ดแรงง!!! อั๋น ภูวนาท เตือนภัย ”กระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถระเบิดคารถ”

ทำเอา อั๋น ภูวนาท คุณผลิน พิธีกรชื่อดังตกใจแรง กรี๊ดสุดเสียง เมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อกระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถ ดันระเบิดเพราะความร้อนจากการจอดรถไว้กลางแดด

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม โดยก่อนหน้านี้มีการเตือนภัยเรื่องการนำขวดน้ำไว้ในรถแล้วเกิดการทำปฏิกิริยากับแสงแดดจนเกิดการเผาไหม้หวิดไฟไหม้รถ หรือล่าสุดกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดของพิธีกรชื่อดัง อั๋น ภูวนาท คุณผลิน ที่ล่าสุดถึงกับกรี๊ดเมื่อกระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถดันระเบิดเพราะความร้อนที่สะสมจากการจอดรถไว้กลางแดด

ทั้งนี้อั๋น ภูวนาทได้ออกมาเตือนภัยถึงเรื่องนี้ว่า กรี๊ด!!!กระป๋องน้ำอัดลมระเบิดคารถผม เพราะความร้อนจากการจอดรถไว้กลางแดด!!!”

เตือนภัยซักนิดนะคับ

วันนี้อั๋นถ่ายรายการต้มยำอัมรินทร์อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงไซเรนดังมาจากรถตัวเอง จนกองต้องหยุดการถ่ายทำทั้งหมด เพื่อวิ่งตามเสียงไปดู ผลปรากฏว่าสิ่งที่ทำให้รถร้องเตือนเสียงดังหวอๆนั้นคือ “กระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถระเบิด” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า แรงดันมหาศาลจากความร้อนจะรุนแรงจนทำให้กระป๋องโลหะฉีกขาดเป็นกระดาษได้ขนาดนี้

 อั๋น ภูวนาท น้ำอัดลมระเบิด

ผมมัวแต่ตกใจกับคราบบนเบาะและห้องโดยสารที่เลอะไปหมดจนคนรักรถ และเจ้าชายสะอาดอย่างผมต้องลนลานรีบเช็ด เลยไม่ได้ถ่ายรูปสภาพรถ เบาะ หลังคา คอนโซลที่โดนโค้กระเบิดไว้ให้ดู

บันทึกไว้เป็นบทเรียนเตือนภัย นี่ขนาดก่อนลงจากรถ ภูวนาทตั้งใจหยิบกระป๋องโค้กทั้ง2มาวางหลบแดดตรงที่เท้าแขนกลางรถแล้วนะ แต่กลับกลายเป็นว่าทางเราเลือกจุดที่ทำให้การระเบิดครั้งนี้ยิ่งเลอะเทอะได้อย่างทั่วถึงไปซะงั้น โบ๊ะบ๊ะที่สุด!

ทราบแล้วเปลี่ยนนะนวลนะ


ที่มา : IG (@unpuwanart)

จากใจคนดังเหยื่อบูลลี่ ‘อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน’ ดึงสติรับมือสู้คำวิจารณ์

'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม

สวยคม! ‘ทับทิม อัญรินทร์’ ในชุดเจ้าสาวอิสลาม งดงามเกินต้านภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบ

ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่มากความสามารถเบอร์ต้นๆ ของไทยคนหนึ่งเลย และเห็นหน้าหวานๆ แบบนี้รู้หรือไม่ว่า นักแสดงสาวสวย ‘ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์’ เธอเป็นสาวใต้ชาวจังหวัดระนอง และนับถือศาสนาอิสลาม มิน่าล่ะ ใบหน้าหวานๆ ถึงดูสวยคมน่าดึงดูดขนาดนี้

จึงไม่แปลกใจที่เธอจะสวยเกินต้านในชุดเจ้าสาวอิสลาม ภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบ ที่เธอถ่ายแบบชุดเจ้าสาวของเเบรนด์ Basslanna และเมคอัพที่ขับให้โททัลลุคโดดเด่นอีกสเต็ปจาก ‘น้องฉัตร ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ’ เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดัง

'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม

โดยลุคนี้ The Charm Of Bridal ‘ทับทิม อัญรินทร์’ มาในสไตล์เจ้าหญิงของ Basslanna New collection ปี 2021 ความเบาลง ความเรียบหรู ทันสมัย ความพอดีที่ไม่เยอะ ดูสบายตาในชุดเจ้าสาวอิสลามของ Basslanna (แบรนด์ชุดเจ้าสาวอิสลามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย จากการจัดอันดับจากเพจดังของมุสลิมไทยโพสต์) ที่มีความออร่าเป็นเจ้าหญิงขึ้นมาทันใด

ชุดเจ้าสาวอิสลามของแบรนด์นี้อยู่ภายใต้คอนเซ็ป “สวยออร่าภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบ” ทั้งการออกแบบ และการตัดเย็บชุดเจ้าสาวที่มีความปราณีต งดงาม คอยเนรมิตว่าที่เจ้าสาวให้งดงามดุจดั่งเจ้าหญิงในวันสำคัญ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Amarit Idkerd (@basslanna)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Amarit Idkerd (@basslanna)

งดงามเกินต้าน ‘ทับทิม อัญรินทร์’ ในชุดเจ้าสาวอิสลาม 

'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม 'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม 'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม


ภาพ IG : basslanna 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดไอเดียและ ความหมายชุดแต่งงานสีดำ ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอัปมงคล

ซ้อมไว้! ‘โต๋-ไบรท์’ สวมบทเจ้าบ่าวเจ้าสาวธีม ‘โนบิตะ-ชิสุกะ’ โปรโมตภาพยนตร์

ผู้หญิงญี่ปุ่นบางคนคิดว่า การโยน “ช่อดอกไม้” ในงานแต่ง ถือเป็นการคุกคาม

 

ดาราแดนมังกร

ปัญหาซินเจียงอุยกูร์ ดาราแดนมังกร ตัดสัมพันธ์ แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น 9 ยี่ห้อ

ดาราแดนมังกร พาเหรดฉีกสัญญาแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น หลังแบรนด์ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการใช้ฝ้ายในซินเจียและการบังคับแรงงานชาวอุยกูร์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชาติตะวันตกได้นำเสนอว่าทางการจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการกดขี่และบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ ที่อยู่ค่ายกักกันในมณฑลซินเจียง ให้ทำงานด้านสิ่งทอ โดยเฉพาะการเก็บฝ้ายเพราะที่นี่เป็น 1 ใน 5 ที่สามารถเก็บฝ้ายมากที่สุดในโลก จนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกได้ แน่นอนว่าหลังจากที่มีข่าวออกมาทางจีนก็ได้ออกมาแย้งว่านี่คือโรงเรียนฝึกหัดอาชีพซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบรรเทาความยากจน ซึ่งแม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ก็ทำให้ฝ้ายที่มาจากที่นี่ถูกมองว่าเป็นฝ้ายที่แปดเปื้อนมาตลอดหลายปี

แต่ที่ทำให้ชาวจีนรู้สึกขุ่นเคืองเป็นอย่างมากก็เพราะเมื่อไม่นานมานี้ชาติตะวันตก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา ได้ออกมาประณามและคว่ำบาตรรัฐบาลจีนในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นหลายแบรนด์ถูกขุดว่าพวกเขาใช้ฝ้ายจากที่มณฑลซินเจียง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ จนแบรนด์ต่างๆ ต้องออกมายืนยันว่าไม่ได้ใช้ฝ้ายที่ผลิตจากซินเจียง

ดาราแดนมังกร ตัดสัมพันธ์ แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น 9 ยี่ห้อ

หลังจากที่แบรนด์ต่างๆ ออกมาแสดงจุดยืนว่าพวกเขาไม่ใช้ฝ้ายที่มาจากมณฑลซินเจียง เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้ประเด็นนี้ลุกลามไปมากกว่าเดิม เนื่องจากกลายเป็นว่าไปเป็นปรปักษ์ต่อจีน

ไม่ว่าต่างชาติจะคิดเห็นอย่างไร แต่ทางการจีนและคนจีนได้ออกมายืนยันมันไม่เคยมีเรื่องแบบนั้น ซึ่งล่าสุดบรรดาดาราดังในแดนมังกร โดยเฉพาะระดับตัวพ่อตัวแม่ ได้ออกมาเทคแอคชันในประเด็นนี้ด้วยการฉีกสัญญากับแบรนด์ที่ประกาศไม่ใช้ฝ้ายที่ผลิตจากซินเจียง แม้จะต้องเสียค่าปรับในการยกเลิกสัญญา แต่พวกเขาก็เลือกที่จะตัดสัมพันธ์กับแบรนด์ โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์
นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์ ตี๋ลี่เร่อปา

 

นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์
นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์  กู่ลี่ นาจา
เฉินเหว่ยถิง
เฉินเหว่ยถิง

หวังอี้ป๋อ

H&M: หวงซวน, วิกตอเรีย ซง

Nike: หวังอี้ป๋อ, ถานซงอวิ้น

Converse (Nike subsidiary): จางอี้ชิง, ไป๋จิงถิง, โอวหยางน่าน่า

Adidas และ Adidas Originals: หยี อี้หยางเชียนสี, หลิวอี้เฟย์, หยางมี่, ตี๋ลี่เร่อปา, เติ้งหลุน, แองเจลาเบบี , เผิงอวี๋เยี่ยน, จางจวินหนิง, เฉินอี้ซวิ่น, เฉินหลี่หนง, แจ็คสัน หวัง, เผิงหยู่ชาง, ซงเหยียนเฟย, ติงอวี่ซี, จ้าวลูซือ, จีน่าจิน, and Qiu Tian

Calvin Klein: จางอี้ชิง, หลิวอวี่ซิน วง THE9,

Uniqlo: จิ่งปั๋วหราน, เหลยเจียอิน, Ni Ni, รอย หวังหยวน

Puma: หลี่เชียน, หยางหยาง, หลิวห่าวหราน, กู่ลี่ นาจา and Greg Hsu

New Balance: เมิ่งเหม่ยฉี, จางจื่อเฟิง

Tommy Hilfiger: เฉินเหว่ยถิง,หลี่เจิ้นหนิง


ข้อมูลจาก : dramapanda.com

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ตี๋ลี่เร่อปา นางเอกจีนเชื้อสายอุยกูร์ สวยหยาดเยิ้มเหมือนนางฟ้ามาจุติ

หยางมี่ ของขึ้น! ถอนตัวจาก Versace เหตุพิมพ์ลายเสื้อยืด ฮ่องกง เป็นประเทศ

หน้า 13 อายุ 30! นางเอกจีน ถานซ่งอวิ๋น หน้าใสเด้ง เด็กเหมือนโกงอายุ

มาดามแป้ง นวลพรรณ

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

หากใครได้รู้จักตัวตนของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ จะรู้ว่าในสารบบความคิดของเธอไม่มีคำว่า “ยอมแพ้” ไม่ว่าจะในสนามธุรกิจ หรืองานการกุศลช่วยเหลือสังคม เธอทุ่มเทสุดแรงกายแรงใจเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หากบางครั้งรางวัลที่เธอภาคภูมิใจกลับไม่ใช่ผลกำไรหรือถ้วยรางวัล แต่เป็นรอยยิ้มของใครสักคนที่ได้รับความช่วยเหลือ ล่าสุดกับการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ที่ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของชีวิต

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

ย้อนกลับไปครั้งที่เริ่มงานแรกของชีวิต (ฝ่ายบริการลูกค้าบริษัทลินตาส) ตอนนั้นเพราะอะไร คุณแป้งจึงไม่เลือกทำงานกับครอบครัวคะ

“เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเรียนจบใหม่ๆ แป้งค่อนข้าง มีความเป็นตัวเองสูง พอได้เริ่มทำงานก็อยากทำงานในแบบที่เลือกเอง จนถึงวันที่ต้องกลับมาทำธุรกิจของที่บ้านจริงๆ คุณอาภูมิชาย ล่ำซำ สอนแป้งว่า ให้ลืมวิธีคิดแบบเดิมๆ แล้วมองการณ์ไกล รู้หรือไม่ว่าในอนาคตบริษัทประกันจะเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิตประชาชน ไม่มีใครที่จะ Self Insured อีกต่อไป เราจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการรับความเสี่ยงของประชาชน ทั้งรถชน ไฟไหม้ อุบัติภัย ต่างๆ หรือแม้แต่การก่อการร้ายก็ตาม วันนั้นทำให้แป้งเปลี่ยนความคิดเลยค่ะ แล้วทำงานด้วยความเชื่อมาโดยตลอดว่า เวลาเกิดภัยเราพร้อมที่จะช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน และมองธุรกิจประกันภัยอย่างเราว่าเป็นธุรกิจที่ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง”

มาดามแป้ง นวลพรรณ

เมื่อตัดสินใจเริ่มธุรกิจนำเข้าแบรนด์แอร์เมส คุณแป้งมีกลยุทธ์อย่างไรในการเอาชนะคู่แข่งจนได้รับเลือกให้เป็นผู้นำเข้าแบรนด์ดังระดับโลก

 “บางทีอาจเพราะโชคชะตานะคะ เพราะแป้งเป็นเด็กที่เรียนโรงเรียนไทยมาตลอด ทำให้พูดภาษาอังกฤษไม่ดีนัก แม้จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่บอสตัน ก็ไม่ทำให้ความรู้สึกนี้หายไป แต่ก็แปลกมากที่ตัวเองกล้าตัดสินใจส่งหนังสือไป ขอนำเข้าสินค้าแบรนด์เก่าแก่อย่างแอร์เมส แป้งใช้วิธีร่างหนังสือเป็นภาษาไทย แล้วส่งให้คนแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส จนทางแอร์เมสเรียกให้ไปสัมภาษณ์ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก ด้วยภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง และภาษาฝรั่งเศสยิ่งไม่ได้เลย วันนั้นแป้งได้พบกับคุณฌองน์ หลุยส์ ดูมาส์ ทายาทรุ่นที่ 5 แห่งตระกูลแอร์เมส ซึ่งกำลังวาดภาพบนผ้าพันคออยู่ เขาถามว่ารู้ไหมนี่คือภาพอะไร แป้งตอบว่าดอกบัวดอกไม้ประจำชาติไทย เขาถามต่อว่าผมควรจะวาดภาพอะไรต่อ แป้งตอบไปว่า ช้าง เพราะเป็นสัตว์ประจำชาติของไทย จากนั้นก็เสร็จสิ้นการสนทนา กลับมาไทยได้ประมาณปีกว่าก็มีหนังสือตอบกลับจากแอร์เมสว่าเขาเลือกแป้ง

“จนวันนี้แป้งเองก็ไม่มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่แป้งได้และมักจะสอนเด็กรุ่นหลังเสมอคือ ภาษาสากลที่เราร่ำเรียนกัน บางครั้งไม่สำคัญเท่ากับภาษากายที่เราแสดงออกไป นั่นคือความจริงใจทั้งจากคำพูดและการกระทำ อาจเป็นเหตุผลนี้ที่ทำให้แป้งได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกจนถึงวันนี้ค่ะ”

ขออนุญาตถามความรู้สึกในฐานะทายาทรุ่นที่ 5 ของเมืองไทยประกันภัย กับที่มาของฉายา “สวยประหาร”

“ครอบครัวล่ำซำอยู่กับการค้าขายมาตั้งแต่บรรพบุรุษที่อพยพมาแบบเสื่อผืนหมอนใบจากจีน ถึงวันนี้เมืองไทยประกันภัยมีอายุ 89 ปี ตั้งแต่ยุคก่อร่างสร้างตัวที่เริ่มจากกวางอันหลงประกันภัยมาเป็นล่ำซำประกันภัย พร้อมกับธุรกิจการเงิน ประกันภัย ประกันชีวิต จนกลายเป็นภาพจำของตระกูล ในฐานะของทายาท รุ่นที่ 5 แป้งรู้สึกว่านี่คือมรดกทางความคิดจากบรรพบุรุษ การมองการณ์ไกลตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดว่าประกันจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน และวันนี้ในฐานะซีอีโอและผู้สืบทอดธุรกิจ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ธุรกิจของเราได้แบ่งเบาความทุกข์ แบ่งปันความสุขให้กับลูกค้าและสังคมไทย

“ส่วนที่มาของฉายา ‘สวยประหาร’ ไม่รู้ว่าเริ่มจากที่ไหน อาจเพราะงานที่แป้งทำมีความหลากหลาย ค่อนข้างฉีกแนวกันไปหมด ทั้งธุรกิจประกัน นำเข้า แบรนด์เนม กีฬาฟุตบอล ซึ่งไม่ค่อยมีผู้หญิงทำนัก อาจเป็นความแตกต่างที่ทำให้คนรู้จักแป้งมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นค่ะ ปีนี้ 55 แล้ว” (หัวเราะ)

เล่าความยากของการเป็นผู้บริหารหญิงในธุรกิจประกันภัยสักนิดค่ะ

“แป้งว่าไม่ยากและไม่ง่าย อยู่ที่เราจะมองให้เป็นแบบไหน คุณพ่อ (คุณ โพธิพงษ์ ล่ำซำ) สอนว่าในเวทีธุรกิจไม่มีการแบ่งเพศหญิงหรือชาย คนที่จะอยู่ได้คือคนที่เก่งและแกร่งเท่านั้น…ใช่ค่ะ ไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ผู้หญิงอย่างแป้งเลย แต่แป้งก็ไม่เคยกังวลนะคะ แม้แป้งจะดูเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ข้างในแมนมากมาตั้งแต่เด็ก กล้าลุย กล้าได้กล้าเสีย ไม่เคยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ สำหรับธุรกิจประกัน แป้งเริ่มต้นจากความเข้าใจและมองภาพชัดตั้งแต่ที่ได้คุยกับคุณอาภูมิชาย และมั่นใจเสมอว่าเมื่อเราพยายามมากพอ เราจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการเสมอ

“ธุรกิจประกันวันนี้มีกว่า 60 แบรนด์ในตลาด ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศอย่างต่อเนื่อง มีแบรนด์ล้มหายตายจากวงการไปไม่น้อย แต่เมืองไทยประกันภัยยังอยู่บนท็อป 5 ได้อย่างภาคภูมิ น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นตัวแป้งได้ดี”

มาดามแป้ง นวลพรรณ

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ทำหน้าที่ผู้บริหารของเมืองไทยประกันภัย เหตุการณ์ทางธุรกิจที่ถือว่าหนักหน่วงที่สุดคืออะไร แล้วคุณแป้งพาทีมผ่านมาได้อย่างไรคะ

“หนักทุกเหตุการณ์เลยค่ะ (หัวเราะ) ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว สึนามิ เหตุจลาจลกลางกรุง เราเจอมาทุกรูปแบบ ถ้านำมาจัดอันดับที่หนักสุดคงจะเป็น ‘มหาอุทกภัย ปี 2554’ ทั้งบ้านเรือน รถยนต์ สิ่งปลูกสร้างจมอยู่ในน้ำนานหลายเดือน ได้รับความเสียหายที่สุด บริษัทขาดทุนหนักมาก เพราะเราไม่เก็บ ไม่ค้าง เร่งจ่ายเคลมเพื่อช่วยเหลือเยียวยาลูกค้าจริงๆ ตอนนั้นนวลพรรณต้องเดิน เข้าธนาคารเพื่อขอยื่นกู้ เงื่อนไขไม่มีอะไรมากค่ะ ธนาคารขอแค่ชื่อนวลพรรณ ลงนามในฐานะซีอีโอในการกู้ครั้งนี้ เราคือผู้นำที่ต้องนำพาองค์กรเดินต่อไปให้ได้ วันนั้นกลับมาพร้อมหนี้ก้อนใหญ่ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็เชื่อว่าด้วยความดีและความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้ามาโดยตลอด เราจะผ่าน ไปได้ ปีต่อมาเราก็ใช้เงินกู้นั้นได้หมด และเป็นปีที่เรามีกำไรทันทีอย่างไม่น่าเชื่อ”

เมื่อต้องประสบกับวิกฤติทางธุรกิจต่าง ๆ คุณแป้งมีวิธีรับมืออย่างไรคะ รวมถึงสถานการณ์โควิดทั้งสองระลอก

“อันดับแรกคือต้องมีสติค่ะ สติคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะสุดท้ายทุกปัญหามีทางออก ขอยกคำพูดของคุณพ่อที่สอนแป้งตอนเป็นโรคม่านตาอักเสบตอนอายุ 25 จนเกือบตาบอดว่า ถ้าตาซ้ายบอดก็ยังมีตาขวาเหลืออยู่ It’s not the end of the world. ไม่มีอะไรเป็นจุดสุดท้ายของโลก มันคือเรื่องจริงนะคะ โลกไม่สลายไปเพราะปัญหาของเรา เมื่อมีสติ เราก็จะมีปัญญาที่จะหาทางออก

“ในวันที่ทั่วโลกคิดว่าโควิด-19 คือสิ่งที่มา Disrupt แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่าไม่ใช่ แต่กลายเป็น Pandemic Disrupt ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลกอย่างยากที่จะหยุดยั้ง สำหรับเมืองไทยประกันภัยอยู่บนหลักการที่ว่า องค์กรจะอยู่ได้ ทุกคนก็ต้องอยู่ได้เช่นกัน เพราะเรามีวัฒนธรรมองค์กรแบบครอบครัว เราไม่มีนโยบายลดคนเพียงแต่ขอความร่วมมือในการงดจ่ายโอที ลดรายจ่ายเพื่อ ประคับประคองบริษัทให้เดินต่อไปได้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากคนในองค์กรเป็นอย่างดี เหมือนใจแลกใจน่ะค่ะ ในยามยากเราไม่เคยคิดทิ้งใครไว้ สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือพละกำลังของพนักงานทุกคนที่พร้อมจะช่วยกันทุกวิถีทางเพื่อรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้”

นอกจากธุรกิจแล้ว ยังได้รับเชิญให้ทำหน้าที่สำคัญมากมายจุดที่คุณแป้งตัดสินใจเลือกรับผิดชอบงานเหล่านั้นคืออะไร และมีหลักในการบริหารอย่างไรคะ

“อันดับแรกไม่ว่าจะงานอะไร ต้องเป็นสิ่งที่แป้งรักและชอบก่อนเสมอ แต่หลายคนแปลกใจว่าทำไมถึงชอบฟุตบอล เพราะแป้งเล่นกีฬาไม่เป็นเลย จุดเริ่มต้นจากการได้ทำกีฬาคนพิการ ทั้งการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์และเฟสปิกเกมส์ จนได้รับเชิญมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงช่วงปลายปี 2008 เรื่อยมาจนจบการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่เราเข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก จนพาตัวเองมาทำฟุตบอลไทยลีกที่ว่ากันว่าเป็น ‘นรก’ จากคำกล่าวของคุณเนวิน ชิดชอบ ที่เคยบอกแป้งเมื่อเดินทางไปเยือนถิ่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลแรกที่ทำทีมต้องประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งตกชั้น ดราม่า เสียน้ำตา มีครบหมดทุกโหมดจริงๆ

“หลักการบริหารทีมที่เหมือนกันทั้งธุรกิจประกันและกีฬาคือ การทำแบบใจแลกใจ เวลาแป้งตั้งใจทำอะไรจะให้หมดใจ ทุ่มสุดตัว เพราะเชื่อว่าถ้าเราใส่จนสุดแบบไหนเราก็จะได้กลับมาแบบนั้น ตอนทำนักฟุตบอลหญิงทีมชาติ แป้งดูแลเขาหมดทุกอย่าง ทั้งอาหาร ที่พัก เจ็บป่วย เลิกกับแฟน บ้านมีปัญหา อยากได้ชุดใหม่ รองเท้าสวยๆ แป้งจัดให้หมด เพื่อให้เขามีแรงพร้อมในการทำหน้าที่เพื่อชาติ คนอื่นมองว่าแป้งตามใจน้องๆ แต่แป้งคิดว่า ถ้าเขาต้องการอะไรที่เราสามารถทำให้ได้ แป้งพร้อมให้ทั้งหมดแบบไม่มีข้อแม้ ตัวเขาเองก็รับรู้ถึงความรักและความจริงใจของแป้ง เขาก็พร้อมตอบแทนด้วยกำลังกายเพื่อทีม เพื่อประเทศชาติ

“สำหรับสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เป็นอีกหนึ่งบททดสอบการทำงานของแป้งที่มีความท้าทายมาก เพราะนี่คือทีมของเรา แป้งเริ่มทำตั้งแต่ 0 ถึง 100 นักฟุตบอล สต๊าฟโค้ช การวางแผน เรื่องเทคนิค แฟนบอล สนาม ทั้งหมดต้องอาศัยหลักใจแลกใจ เพื่อรวมทุกส่วนเป็นหนึ่งเดียวกัน”

มาดามแป้ง นวลพรรณ

เวลาคุณแป้งผิดหวัง เสียกำลังใจ มีวิธีเรียกคืนขวัญกำลังใจให้ตัวเองอย่างไรคะ

“แป้งจะคิดว่าชีวิตก็เหมือนเกมฟุตบอล มีแพ้ มีชนะ มีเสมอ บางวันซ้อมแทบตาย วางแผนมาดีเยี่ยม แต่ผลไม่เป็นดังหวัง แต่ใช่ว่าแพ้แล้วจะแพ้เลย จบเกมนี้ก็ยังมีเกมต่อไปให้ได้ลงเล่นใหม่ เรายังมีโอกาสแก้ตัวได้ หมายถึงถ้าเรารู้ว่าพลาดอะไร ก็ลงมือทำใหม่ได้เสมอ”

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำทางธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคมเสมอ คุณแป้งมีแนวทางหรือนโยบายในการคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคมอย่างไรคะ

“ในทุกบทบาทหน้าที่ที่แป้งได้รับ แน่นอนว่าความสำเร็จของงานคือเป้าหมายสำคัญที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่แป้งต้องคำนึงอยู่เสมอ ทั้งการทำหน้าที่ในบริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือการรับตำแหน่งในบริษัทใดก็ตาม นั่นคือการได้มีส่วนสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทย

“แนวทางหนึ่งที่แป้งได้วางไว้กับตัวเองคือ การทำงานหรือการดำเนินธุรกิจใดๆ แน่นอนว่าต้องมีกำไร แต่กำไรของแป้งจะต้องเกิดขึ้นท่ามกลางความสุขของคนที่อยู่รอบข้าง ทั้งคนในองค์กร ทุกคนที่ได้มีส่วนร่วม และชุมชนที่อยู่โดยรอบ แป้งมองว่าเราไม่สามารถเติบโตขึ้นได้เพียงลำพัง เพราะนั่นไม่ใช่ความยั่งยืน เราต้องเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกคนที่อยู่รอบข้าง เราต้องมีการส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสร้างกำไรทางใจร่วมกัน”

หลายคนมองว่าคุณแป้งเป็น Perfectionist คุณแป้งเองมองอย่างไรคะ

“ไม่จริงเลยค่ะ เหมือนที่แป้งออกพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘มาดาม แป้ง…ชีวิตไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ’ ไม่มีอะไรที่ดีลงตัวสวยงาม เหมือนในละครหรือเทพนิยายหรอกค่ะ ทุกอย่างที่เป็นแป้ง หรือมาดามแป้งในวันนี้ล้วนผ่านการต่อสู้อย่างหนักทั้งนั้น สำคัญที่สุดคือแป้งไม่เคยมองว่าตัวเองสำเร็จ เพราะหากวันใดที่คุณคิดแบบนั้น จะเป็นขาลงของชีวิตทันที แป้งเพียงแต่ทำอะไรด้วยความตั้งใจและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”

เป้าหมายชีวิตของคุณแป้งนับจากนี้คืออะไรคะ

“ในวัย 55 ปี แป้งผ่านการทำงานมาหลากหลายด้าน รู้สึกมีความสุขกับทุกงาน แป้งมีพลังงานสูงและไม่ชอบอยู่นิ่ง ใครที่อยู่ใกล้ตัวจะรู้เลยว่าแป้งมีเรื่องที่ต้องคิดและทำอยู่ตลอดเวลา ถ้าถามถึงเป้าหมายของชีวิตตอนนี้ แป้งมองว่าคือการทำทุกวันให้ดีที่สุด อีกอย่างที่แป้งพยายามที่จะทำอยู่คือการ Work – Life Balance ในช่วงหนึ่งของชีวิตแป้งอยากใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แบ่งเวลาการทำงานและชีวิตส่วนตัว ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น มีเวลานั่งผ่อนคลายดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ที่บ้านบ้าง” (ยิ้ม)

สุดท้ายขอแนวคิดดีๆ เพื่อให้กำลังใจนักสู้หน้าใหม่หรือผู้ที่กำลังฝ่าฟันวิกฤติอยู่ในขณะนี้ค่ะ

“ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ ค่ะ แต่ละคนล้วนมีปัญหาที่ต้องเผชิญแตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘กำลังใจ’ ค่ะ แป้งเชื่อว่าปัญหาทุกปัญหามีทางออก ขอให้เรามีพลังใจที่จะนำพาเราสู้ไปเพื่อหาทางออกค่ะ หาจุดกำเนิดของกำลังใจเราให้เจอ ซึ่งแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป สำหรับบางคนคือคนที่เรารัก บางคนคือของกินอร่อยๆ เพลงเพราะๆ สักเพลง หรือความฝัน ฯลฯ และขอให้ท่องไว้นะคะ ‘แล้วมันก็จะผ่านไป’ นี่เป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ค่ะ ไม่มีอะไรคงทนถาวร แป้งขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในกำลังใจของทุกคนที่กำลังฝ่าฟันวิกฤตินะคะ ขอให้ทุกคนได้เจอกับกำลังใจของตัวเอง และผ่านพ้น วิกฤตินี้ไปได้ด้วยดีค่ะ”

บทเรียนนักสู้ “เชื่อแป้ง”

• หลักการบริหารทีมให้ประสบความสำเร็จ คือ การทำแบบใจแลกใจ ผู้นำต้องทุ่มสุดตัวและหัวใจ เมื่อพยายามมากพอความสำเร็จจะเป็นของเรา

• เมื่อชีวิตประสบกับวิกฤติต้องรีบเรียกสติ เพราะเมื่อมีสติก็จะมีปัญญาที่จะหาทางออกได้

• จงเชื่อมั่นในความดีและความซื่อสัตย์

• ถ้าวันใดที่คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ จะเป็นขาลงของชีวิตทันที


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 968

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เวิร์คกิ้งวูแมนตัวจริง มาดามแป้ง-นวลพรรณ กับแนวคิดการทำงานสร้างพลังบวก

เปิดใจคู่กันครั้งแรก มาดามแป้ง & ดร.ณรัชต์ ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

ม้วนเดียวจบ! มาดามแป้ง เปิดใจถึง ปมทรัพย์สิน และ กระเป๋าแอร์เมส 240 ใบ

เผยเรื่องราวของ นาฬิกา Nantucket จาก Hermès แรงบันดาลใจจากโซ่สมอเรือ

เรื่องราวต่อเนื่องของ นาฬิกา Nantucket (แนนทัคเก็ต) กับ Chaîne d’Ancre (เชน ดอนซ์) ที่ปลุกให้นึกถึงวันเริ่มต้นเรือนเวลา Nantucket ได้สร้างสรรค์รูปแบบที่เด่นชัดมายาวนานเกือบเป็นเวลา 3 ศตวรรษ โดยเรื่องราวทั้งหมดที่เชื่อมโยงกันเริ่มต้นขึ้นในปี 1991 เมื่อ อองรี ดอริญี (Henri d’Origny) นักออกแบบของแอร์เมส (Hermès) ผู้ปฏิวัติรูปแบบดั้งเดิม ร่างภาพสเก็ตของนาฬิกาที่คู่กับ เคป คอด (Cape Code)

ซึ่งโดดเด่นไม่แพ้กันในชื่อ Nantucket นาฬิกาที่เผยถึงความกล้านี้มีรูปทรงของ “สี่เหลี่ยมผืนผ้าในสี่เหลี่ยมผืนผ้า” รูปแบบตัวเรือนที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากโซ่สมอเรือที่เชื่อมโยงถึงสร้อยข้อมือ Chaîne d’Ancre (เชน ดอนซ์) ความคลาสสิกแห่งแอร์เมสจากจินตนาการของ Robert Dumas-Hermes (โรเบิร์ต ดูมาส์-แอร์เมส) ในปี 1938

เผยเรื่องราวของ นาฬิกา Nantucket จาก Hermès แรงบันดาลใจจากโซ่สมอเรือ

นาฬิกา Nantucket

นาฬิกา Nantucket จาก Hermès

เรื่องราวของ Nantucket ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ด้วย Chaîne d’Ancre (เชน ดอนซ์) ที่ปลุกให้นึกถึงวันเริ่มแรก ผลงานรุ่นนี้นำเสนอด้วยการเชื่อมของข้อต่อรูปแบบใหม่ที่ผสานเข้ากับสร้อยข้อมือสตีลเงางามหรือทองคำโรสโกลด์ที่ดูอบอุ่น เข็มชั่วโมงและนาที ที่กวาดไปด้วยความเที่ยงตรงน่าเชื่อถือผ่านตัวเลขในดีไซน์ฟอนต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากจักรวาลของ Chaîne d’Ancre

นาฬิกา Nantucket

นาฬิกาแอร์เมส

ตัวเรือนของแนนทัคเก็ตผลิตจากทองหรือสตีลในเวิร์กช้อปผลิตนาฬิกาของแอร์เมส และประดับเพชรอย่างเป็นอิสระ แสงจะทอประกายบนพื้นหน้าปัดเคลือบเงินพ่นทราย ต้องขอบคุณเพชรที่โปรยประดับหรือประกายระยิบระยับของเพชรที่ประดับรอบพื้นหน้าปัดเปลือกหอยมุก ด้วยสัมผัสที่บางเบาและเป็นธรรมชาติ นาฬิกา Nantucket ได้แทรกรหัสความงามสง่าแห่งการปฏิวัติไว้อย่างชัดเจน

นาฬิกา Nantucket จาก Hermès

นาฬิกา Nantucket จาก Hermès


ภาพ : Hermès

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สง่างามดั่งควีน ‘ซงฮเยคโย’ เปล่งประกายในเครื่องประดับสุดหรูจาก Chaumet

เติมความเบิกบาน แต่งแต้มความสดใสกับ Lucky Spring จาก Van Cleef & Arpels

สวยหรูจนโดนสะกด! จิวเวลรี่ จาก Versace ดีไซน์ใหม่ ประดับลายหัวเมดูซ่า

 

‘มีดวงไปขอคู่ แต่เพราะสเปคสูง จึงต้องรอนานหน่อย’ ดูดวงรายวัน 26 มีนาคม 2564

ดูดวงรายวัน 26  มีนาคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘มีดวงไปขอคู่ แต่เพราะสเปคสูง จึงต้องรอนานหน่อย’

ดูดวงรายวัน 26  มีนาคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : คุณน่าจะกำลังเครียด เพราะถูกเจ้านายกดดันให้ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ เพื่อที่จะเดินทางไปบุกเบิกงานใหม่หรือขยายสาขายังสถานที่ที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงาน หรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องเดินทางไปๆ มาๆ อยู่ตลอด เช่น ธุรกิจเดลิเวอร์รี่ รับส่งสินค้า โลจิสติกส์ ฯลฯ วันนี้ควรระวังเรื่องคดีความ ทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงเอกสารสัญญา หรือเงื่อนไข ข้อตกลงต่างๆ ควรทำให้ถูกต้อง

การเงิน  : จะได้จากการเดินทางและการเจรจา แต่ต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของเงินที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะบนโต๊ะ หรือใต้โต๊ะ เพราะจะทำให้คุณเดือดร้อนในภายหลัง มีโอกาสได้ร่วมหุ้นลงทุนกับคนรัก ซึ่งผู้ใหญ่จะช่วยอุปถัมภ์ด้วย

ความรัก : วันนี้คู่คุณจะทำหน้าที่คู่คิดและเป็นที่ปรึกษาในเรื่องการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องให้กับคุณได้อย่างดี แต่คุณอาจรู้สึกว่าถูกบังคับ จึงหงุดหงิดหากต้องทำตาม โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมา คนโสด คุณมีโอกาสเดินทางไปร่วมในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เอ จะไปขอคู่หรือเปล่า ซึ่งคุณก็กำหนดสเปคไว้สูงมาก กว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคัดสรรให้ก็คงนานนิดหนึ่ง น่าจะอายุ 35-40 ปีแล้ว

สุขภาพ : ควรดูแลเรื่องการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนเป็นความเคยชิน เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา ในกรณีรุนแรงอาจติดเชื้อในกระแสเลือ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  คุณคาดหวังถึงความสำเร็จสูงมาก แต่เพราะดวงการงานยังไม่ค่อยดี ดังนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีปัญหาขลุกขลักตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกแขนง รวมถึงงานความสวยความงาม จากที่เคยโดดเด่น มีชื่อเสียง วันนี้อาจเกิดดราม่า ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือเหนื่อยใจที่ต้องร่วมงานกับผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณทุกๆ เรื่อง จนถึงมีคดีความ แย่งชิงผลประโยชน์ทางธุรกิจ เพราะฉะนั้นจึงควรหาเพื่อนที่รู้ใจ หรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยกันทำงานจะดีกว่า

การเงิน :รายได้ของคุณมาจากอำนาจ วาสนา และบารมี ซึ่งสามารถทำเงินให้เป็นกอบเป็นกำ วันนี้วันศุกร์คุณอาจเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร เพื่อนฝูง หรือญาติสนิทมิตรสหาย จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะคุณยังต้องพึ่งพิงพวกเขาอยู่ หากเจอแบบนี้หลายงาน เงินอาจหมดได้

ความรัก :หากคุณอยู่ด้วยกันเพื่อผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง วันนี้คุณมีโอกาสเป็นผู้นำในทุกๆ เรื่อง ทั้งงานในบ้าน และงานนอกบ้าน คุณก็ส่งเสริมหน้าที่การงานของสามีได้อย่างดี แต่ก็ควรระวังทิฐิ ความเป็นฉันของฉัน  เพราะจะไม่มีใครยอมลงให้กัน  คนโสด  เสน่ห์ของคุณไม่สามารถอยู่เหนืออีโก้หรือความมั่นใจในตัวเอง จึงไม่สามารถมัดใจหนุ่มๆ ที่เข้ามาจีบได้

สุขภาพ  : อวัยวะที่คุณต้องให้ความสำคัญคือ หัวใจ และโรคหัวใจทุกประเภท รองลงมาคือความสามารถทางการมองเห็น คุณอาจได้ใส่แว่นสายตา หรือตัดแว่นใหม่ หรือเปลี่ยนคอนแทคเลนส์คู่ใหม่

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  ากที่คุณถูกเจ้านายกดดันให้ใช้ความรู้ ความสามารถ เพื่อสร้างสรรค์งาน หรือช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ มาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสื่อมวลชน งานเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ฯลฯ วันนี้มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะหายเหนื่อยหายเครียดเสียที ซึ่งผลงานก็มีแนวโน้มที่จะได้รับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โปรโมตด้วยดี จนมีชื่อเสียงโด่งดังในอนาคต

การเงิน :ไม่ควรตกเป็นเหยื่อเงินที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะบนโต๊ะ หรือใต้โต๊ะ มีโอกาสสร้างความเดือดร้อนให้คุณได้ทั้งนั้น

ความรัก :  คู่คุณทำหน้าที่คู่คิดและเป็นที่ปรึกษา สามารถแนะนำแนวทางชีวิตที่ถูกต้องให้คุณด้วยดีมาตลอด อยู่ที่ว่าจะให้ความสนใจในสิ่งที่เขาพูดไหม เพราะเหมือนวันนี้คุณจะให้ความสนใจกับเรื่องอื่นมากกว่า คนโสด คุณกำลังสนใจโหราศาสตร์ อยากปรึกษาหมอดูอยู่หรือเปล่าคะ โดยเฉพาะในเรื่องความรัก

สุขภาพ  :  โหมงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ มีภาวะความเครียดสูง จึงควรระวังโรคร้ายจะตามมา รวมถึงการเดินทาง ไม่ว่าจะทางบกหรือทางน้ำ เพราะอุบัติเหตุมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเวลาหากประมาท

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  บอกเลยว่า ความสำเร็จของคุณไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่ในระดับสูง ในอาชีพที่เกี่ยวกับ บุคคลในเครื่องแบบ การเดินเรือ การประมง การแพทย์ นักบริหารระดับสูง ฯลฯ  วันนี้คุณจะหมกมุ่นคิดถึงความสำเร็จที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ จนไม่ปฏิบัติงานอื่นเลย รวมถึงยังไม่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วย ยึดมั่นแต่ความคิดของตัวเอง หากเป็นไปได้ควรทำงานของตัวเองดีกว่า

การเงิน :  มีโชคลาภเข้ามาแบบมั่นคง รายได้มาจากงานที่ทำและได้รับผลตอบแทนที่สูง แต่อาจหมดกับการเลี้ยงดูปูเสื่อคนใกล้ชิด มิตรสหาย เพื่อนฝูง จึงควรให้คู่ครอง คนรัก ช่วยบริหารจัดการทรัพย์สิน จะทำให้คุณมีโอกาสร่ำรวยๆ

ความรัก :  หากคุณอยู่ในตำแหน่งภรรยาของข้าราชการหรือผู้บริหารระดับสูง แม้คู่คุณจะเกื้อหนุนส่งเสริมหน้าที่การงานและสถานภาพทางสังคมให้กับคุณ แต่ด้วยความคิดที่ไม่ลงรอยกันทุกเรื่อง จนคุณเริ่มไม่แน่ใจว่า ควรจะปรึกษาเขาต่อดีไหม คนโสดคุณมีความคิดเป็นตัวของตัวเองสูงมาก จึงยากที่จะร่วมชีวิตกับใคร วันนี้จึงเลือกที่จะอยู่คนเดียวดีกว่า

สุขภาพ :  ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่หากคุณเครียด การออกกำลังกายอย่างหนักก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แค่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่ความเครียดจะส่งผลให้คุณปวดศีรษะไมเกรน รวมถึงมีอาการทางจิตประสาท จึงควรปล่อยวางบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานประดิษฐ์คิดค้น การทดลอง ค้นคว้าวิจัย หรือช่างฝีมือทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายบุญ สายธรรมะ หรือจิตอาสาเพื่อสังคม หรืองาน CSR รวมถึงงานออนไลน์ หรือทำงานติดต่อกับต่างประเทศ วันนี้คุณจะได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้นำทีมทำงาน สำคัญมากควรลดอีโก้ในตัวเอง และให้ความสนใจและใส่ใจในความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดดราม่า ซึ่งจะส่งผลร้ายกับการทำงานในอนาคต

การเงิน : คุณใจบุญ ทำงานเพื่อการกุศล จิตอาสา โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนให้คุณถูกเอาเปรียบจากผู้จ้างงานได้นะคะ

ความรัก : คุณแต่งงานอยู่ในครอบครัวที่มีชาติมีตระกูล มีขั้นตอน พิธีการที่ถูกต้องเป็นแบบแผน ซึ่งคุณก็สามารถทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดี ทั้งดูแลครอบครัว และทำงานนอกบ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  คนโสด  หากคุณคิดจะทำเซอร์ไพร์สที่บ้าน ด้วยการพาแฟนเข้ามาให้ผู้ใหญ่ดูตัว ก็อาจถูกเซอร์ไพร์สกลับ เพราะคุณจะได้รับภาระความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กว่า

สุขภาพ :  หากคุณยังโหมงานหนัก ไม่ให้เวลากับการออกกำลังกาย ระวังนะคะ วันนี้ออฟฟิศซินโดรมจะมา ส่วนภูมิแพ้ก็ถามหา

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : คุณมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่จู่โจมเข้ามาพร้อมๆ กัน จนเหมือนต้อนให้คุณเข้าสู่ทางตัน หันหนีไปทางไหนก็ไม่ได้ ครั้นจะสู้รบปรบมือก็ไม่ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าวิจัย นักวิทยาศาสตร์ หรือช่างฝีมือทุกประเภท ที่ทำงานเพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ ต้องระวัง วันนี้ดวงคุณสามารถขึ้นหรือลงได้เพียงชั่วพริบตา

การเงิน : เงินสะดุด อาจมาจากถูกญาติพี่น้องหยิบยืมเงิน หรือจ่ายเงินทำงานล่วงหน้าไปก่อน แต่ไม่นานค่ะ เดี๋ยวก็ได้คืน

ความรัก :มีแนวโน้มว่าจะมีปมขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย ก็ยังจะเกิดขึ้นต่อไป หากคุณยังไม่ปรับความเข้าใจกัน คนโสด แม้คุณจะเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดกับความรัก แต่วันนี้ยังไม่ปิดใจ ยังมีแรงที่จะสร้างสตอรี่รักครั้งใหม่ได้อยู่

สุขภาพ :  ต้องระวังมากๆ ในเรื่องของการพลัดตกจากที่สูง เช่น เดินตกขั้นบันได หรือตกขอบฟุตบาท แม้กระทั่งรองเท้าส้นสูง ซึ่งจะทำให้ข้อเท้าพลิกหรือแพลง หากในกรณีรุนแรงจะส่งผลถึงกระดูกสันหลัง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณทำงานอยู่ท่ามกลางผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ที่เก่งระดับปรมาจารย์เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ การให้บริการคำแนะนำปรึกษา ดังนั้น วันนี้คุณจึงมีภาวะผู้นำสูง กล้าได้กล้าเสีย มีความฝัน และทะเยอทะยานสูงที่จะประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงาน ซึ่งหนทางนั้นก็อยู่ไม่ไกล

การเงิน : อาจเสียเงินกับการร่ำเรียนหนังสือ หรือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาใช้ในการทำงาน หรือการลงทุน

ความรัก :หากคุณแต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน เพราะความเหมาะสม ซึ่งคุณอยู่กันอย่างมีทิฐิ ยึดมั่นในความคิดของตัวเองมาก ต้องการเอาชนะมากกว่าประนีประนอม ดังนั้น แม้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ก็ขาดความสงบสุขในครอบครัว คนโสด คุณอาจอยู่กับการเรียนมานาน วันนี้หลุดมาแล้ว จึงวาดฝันถึงความรักเลย ซึ่งภาพความรักของนางสิงห์แบบคุณคือ การเป็นผู้นำ ส่วนแฟนคือผู้ตาม

สุขภาพ : อวัยวะที่คุณควรให้ความสำคัญคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท

 

 

 

 

ของขวัญวันเกิดูกคนดัง

ลูกคนดัง ทายาทเศรษฐีไทย กับของขวัญสุดหรู ทันทีที่ลืมตาดูโลก

คาบช้อนเงิน ช้อนทอง มาเกิดจริงๆ สำหรับ ลูกคนดังซึ่งเป็น ทายาทเศรษฐีไทย เพราะทันทีที่ลืมตาดูโลก ก็มีของขวัญสุดหรูไว้คอยต้อนรับแล้ว

แทบจะเป็นธรรมเนียมไปแล้ว สำหรับการให้ของขวัญกับคุณแม่ที่คลอดลูก เพื่อเป็นของขวัญแสดงความยินดีและเป็นของรับขวัญเบบี๋ที่ลืมตาดูโลก ซึ่งโดยปกติแล้วของขวัญส่วนใหญ่นั้นที่คนธรรมดาให้กันนะ ก็มักจะเป็นของใช้สำหรับคุณแม่ หรือบางบ้านที่มีฐานะดีก็มักจะให้ทองคำหรือเงิน เป็นต้น

แต่สำหรับของขวัญทายาทเศรษฐีไทย ที่เตรียมไว้ให้กับลูกๆ หลานๆ ของพวกเขานั้น แต่ละชิ้นเห็นแล้วถึงกับร้องอู้วหูววว เพราะราคานั้นแพงได้ใจจริงๆ และบางชิ้นก็ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ ซึ่งจะมีใครบ้างไปดูกันได้เลย

น้องรดา 

 ทายาทเศรษฐีไทย

เป็นของขวัญที่แพงมากกกกกก แต่เป็นประโยชน์มากจริงๆ สำหรับโรงเรียนนานาชาติของน้องรดา ลูกสาวนุ้ย-สุจิรา ที่คุณย่า แม่สามี (ชยพล หลีระพันธ์) เจ้าของกิจการ มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด สร้างให้กับหลายสาวสุดที่รัก ซึ่งมูลค่าของโรงเรียนแห่งนี้ใช้งบมากกว่า 1,200 ล้านบาท

น้องเอลล่า

น้องเอลล่าลูกสาวคนเล็กแห่งบ้าน บัทเทอรี่ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่า “เอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่” สามีของพอลล่า เทเลอร์ นั้นเป็นนักธุรกิจชิปปิ้ง ซึ่งล่าสุดเขาได้นำชื่อของน้องเอลล่าลูกสาวคนเล็กไปตั้งชื่อเรือขนสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 น้องมิก้า-น้องมิย่า

น้องมิก้า-น้องมิย่า ลูกแฝดของสาวมาร์กี้ และหนุ่มป๊อกกับการเป็นเจ้าของหุ้นหมื่นล้าน เพราะงานนี้คุณปู่สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ได้มอบให้เพื่อเป็นของรับขวัญเมื่อครั้งที่สองแฝดลืมตาดูโลก โดยคุณปู่สทุธิเกียรติได้พูดไว้ในผ่าน รายการ ป๊อกกี้ on the run ว่า “โบนัสเป็นหุ้นให้ไปแล้ว” ทั้งนี้วันแถลงข่าวหลังสาวมาร์กี้คลอดลูกแฝดนั้น หนุ่มป๊อกยังได้พูดถึงประเด็นนี้เมื่อนักข่าวถามถึงของขวัญที่คุณปู่ คุณย่าเตรียมมาให้หลานอีกด้วยว่า “ผมว่าเป็นธรรมเนียมคุณพ่ออยู่แล้ว ที่ไม่ว่าลูกมีหลาน เขาก็ให้เป็นของขวัญรับขวัญหลาน เป็นต้นทุนของหลาน เขาสั่งห้ามมายุ่ง ห้ามเอามาใช้”

น้องสายฟ้า-น้องพายุ

หนุ่มน้อยฝาแฝด ขวัญใจคนไทย น้องสายฟ้า-น้องพายุ ลูกขุ่นแม่ชมพู่ และพ่อน็อตเจ้าของ บริษัท เรเซอร์ การไฟฟ้า ซึ่งของขวัญสุดพิเศษที่พ่อน็อตมอบให้กับสองแฝดนั้นคือ ทองคำรูปคิวปิดที่สั่งทำขึ้นสุดพิเศษ เพื่อมอบให้กับลูกชายสุดที่รัก

น้องไทก้า

 ทายาทเศรษฐีไทย

เป็นอีกหนุ่มน้อยที่ลืมตาดูโลกก็กลายเป็นขวัญใจของบ้านทันที สำหรับน้องไทก้า ลูกสาวนิวเคลียร์และหนุ่มเพชรจ้า โดยเฉพาะคุณตาซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจคาสิโนที่มาเก๊า ดูจะเห่อหลานเป็นพิเศษ เพราะยังไม่ทันโต คุณตาก็ซื้อเสื้อแบรนด์ดังราคาเหยียบหมื่นให้หลานชายใส่ตั้งแต่เป็นเบบี๋ซะแล้ว


ภาพ : IG : newclear_hansa, chomismaterialgirl, nuisujiraa, paulataylorbuttery, margie_rasri

ลูกชายแม่วันทอง

อกหักดังเป๊าะกันทั้งเมือง! ลูกชายแม่วันทอง เปิดตัวสาวคนพิเศษในชีวิตจริง

ลูกชายแม่วันทอง ตงตง-กฤษกร กนกธร เปิดตัวสาวคนพิเศษในชีวิตจริง เบส-รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ลูกสาวคนสวยของนักมวยดัง สมรักษ์ คำสิงห์

ละครวันทอง 2021 ของช่อง ONE 31 ไม่เพียงส่ง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ นักแสดงนำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เหล่านักแสดงคนอื่นๆ ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะกับดาราหนุ่มวัย 25 ปี “ตงตงกฤษกร กนกธร” หรือ “ตงตง เดอะสตาร์ 12″ เจ้าของบท ลูกชายแม่วันทอง พลายงาม มีแฟนคลับสาวๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนมีแต่คนขอสมัครเป็นสะใภ้แม่วันทองกันยาวเหยียด แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะแห้วกันยกแถว เพราะตงตงได้ออกมาเผยในงาน ช่องวัน 31 จับมือแอปพลิเคชัน iQiyi (อ้ายฉีอี้) ส่งละครฟอร์มยักษ์ “วันทอง” เดินหน้าโกยเรตติ้งละครในช่วงไพรม์ไทม์ และมียอดการรับชมย้อนหลังสูงสุด ณ ชั้น 21 ตึกแกรมมี่ ว่ากำลังเริ่มศึกษาดูใจกับ เบส-รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ลูกสาวนักมวยดัง สมรักษ์ คำสิงห์

อกหักดังเป๊าะกันทั้งเมือง! ลูกชายแม่วันทอง เปิดตัวสาวคนพิเศษในชีวิตจริง

ลูกชายแม่วันทอง

ตงตงได้อธิบายถึงภาพคู่กับเบส-รักษ์วนีย์ที่ลงในไอจีส่วนตัวว่า รูปนั้นเราไปถ่าย YouTube ของน้อง แล้วผมก็ทำเสื้อกับพี่ฟิล์ม-ธนภัทร น้องเขาก็บอกว่างั้นก็เอาเสื้อมาใส่คู่กันสิ แล้วก็ถ่าย YouTube ไปด้วย เราก็สนิทกันครับ (หัวเราะ) ถ้าคนมองว่าเป็นฟีลแฟน ก็น่ารักดี ทุกคนจะบอกว่าทำไมเหมือนแฟนกันเลย คือต้องบอกว่าเราใช้ชีวิตไม่ว่าจะในกองละครหรือชีวิตจริง เราก็เหมือนใน YouTube จริงๆ คือด้วยความเป็นธรรมชาติของน้อง และความที่เป็นตัวตนของผม พอมาอยู่ด้วยกันทุกอย่างมันลงตัว เราสนิทกันเร็วมาก ความเป็นธรรมชาติของน้องมันทำให้ทุกอย่างกลายเป็นคำว่าแฟน แต่ว่าผมก็ให้คำตอบตรงนี้ไม่ได้ว่าในวันข้างหน้าเราจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็น แต่ผมรู้แค่ว่า ณ ปัจจุบันนี้น้องเป็นผู้หญิงที่ดี เป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วผมมีความสุขมากๆ ”

พลายงาม

เมื่อถูกว่ากำลังศึกษากันอยู่ใช่ไหม? นักแสดงหนุ่มยอมรับว่า “จะพูดอย่างนั้นก็ได้ คือเราก็ยังอยู่ในฐานะพี่น้องแต่ปัจจุบันตอนนี้ผมรู้สึกกับน้องแบบนี้ ผมรู้สึกว่าน้องเป็นคนที่ดี เป็นคนที่น่ารัก และพอเราเริ่มรู้จักและเริ่มได้เรียนรู้จากเขา เขาเป็นเด็กที่อายุ 20 ต้นๆ ที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ เราก็คิดว่าเด็กคนนี้น่ารักดี และโชคดีมากที่ได้มารู้จักกัน ผมก็โอเพ่นมาก เพราะว่าน้องให้ใจผมมาเยอะมาก เพราะฉะนั้นผมไม่กั๊กสักนิดเลย ผมจะให้ใจไป 100% เหมือนกันครับ”

ตงตง-กฤษกร กนกธร

พ่อน้องว่าอย่างไรบ้าง? “พอภาพออกไปทุกคนถามเยอะมากว่ากลัวพ่อน้องต่อยหรือเปล่า (หัวเราะ) ผมไม่ได้กลัวนะ เพราะผมรู้แก่ใจผมดี ผมไม่ได้ไปหวังอะไรไม่ดีจากตัวน้องเขา เพราะฉะนั้นผมไม่กลัว ผมมีแต่ความจริงใจให้น้อง และผมก็รักน้อง เพราะฉะนั้นผมไม่กลัวว่าใครจะว่ายังไง ว่าพ่อของน้องจะว่ายังไง ผมไม่กลัวเลย”

“ต้องบอกเลยว่าน้องให้ใจผมมาเยอะมาก น้องให้ความจริงใจผมมา เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะมอบให้น้องก็มีแต่ความสุขเท่านั้น และอยากอยู่ข้างๆ น้องแบบนี้ตลอดไป  ที่ผมไปถอดเสื้อที่ภูเก็ต น้องก็มีมาแซว น้องหวงมั้ย ไม่รู้ครับ ต้องลองไปถามน้องดู (หัวเราะ)”

ลูกชายแม่วันทอง


ข้อมูล : วันบันเทิง oneบันเทิง

แฟชั่น อั้ม พัชราภา

สวยฟาดมาก! แฟชั่น อั้ม พัชราภา มาเป็นสัญญาณไฟจราจร

ลุคนี้ต้องแม่เท่านั้น! สำหรับ แฟชั่น อั้ม พัชราภา ในชุดสีเหลืองจากแบรนด์ไทย กระเป๋าแบรนด์เนมสีเขียว และถือแก้วน้ำแดงแบบเก๋ๆ ขอบอกว่าลุคนี้แม่แต่งไปดินเนอร์กับไฮโซพกด้วยนะจ๊ะ

เมื่อวานที่ผ่านมา (24 มี.ค. 64) นางเอกตลอดกาล อั้ม พัชราภา โพสต์ภาพลุคสวยบนอินสตาแกรมส่วนตัว ที่ทำเอาแฟนคลับฮือฮาไม่น้อย เพราะแคปชั่นแม่ใช้อิโมจิสัญญาณไฟจราจร ที่ล้อไปกับการแต่งตัวของตัวเองที่ใส่ชุดจั๊มสูทสีเหลืองจากแบรนด์ไทย vela de (เวลาดี) แมตช์เข้ากับกระเป๋า The Chain Cassette จาก Bottega Veneta ใบสีเขียวที่เด่นมาแต่ไกล ไหนจะถือน้ำแดงไว้ในมืออีกหนึ่งแก้ว ครบแล้วค่ะ แดง เหลือง เขียว นี่คือสัญญาณไฟจราจรชัดๆ

แฟชั่น อั้ม พัชราภา

สวยฟาดมาก! แฟชั่น อั้ม พัชราภา มาเป็นสัญญาณไฟจราจร

ซึ่งลุคสวยๆ ที่ดูซุกซนของแม่อั้มนี้ ก็แต่งไปจนถึงช่วงเย็น เพราะเจ้าตัวควงหวานใจ ไฮโซพก-ประธานวงศ์ พรประภา ดินเนอร์สุดหรูใต้แสงเทียน พร้อมนั่งดูวิวยามค่ำคืนของแม่น้ำเจ้าพระยากันแบบชิลๆ

แฟชั่น อั้ม พัชราภา แฟชั่น อั้ม พัชราภา แฟชั่น อั้ม พัชราภา

นอกจากลุคนี้จะมีแฟนๆ เข้ามาคอมเม้นต์ว่าสวยมากกกแล้ว กระเป๋าใบสีเขียวที่แม่อั้มถืออยู่นั้นก็เด่นแย่งซีนไปไม่น้อย โดยกระเป๋า The Chain Cassette นี้ รังสรรค์ขึ้นจากหนังนัปป้า (Nappa) ตัวกระเป๋าถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบการถือผ่านตัวกระเป๋าและใช้งานด้วยสายสะพายไหล่ ราคาต่อใบประมาณ 134,400 บาท

แฟชั่น อั้ม พัชราภา กระเป๋า The Chain Cassette


ภาพ : IG@aum_patchrapa

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งามมากแม่ ‘แพทริเซีย กู๊ด’ โพสต์ภาพย้อนอดีต สวยหวานใน ชุดไทยอมรินทร์

40 อัพยังสวยเป๊ะ! ส่องลุคตัวแม่ เจ้าเหว่ย-ซูฉี-จางป๋อจือ ในแฟชั่นโชว์ FENDI

ชอบให้คนชมว่าเซ็กซี่! ส่อง 14 แฟชั่น ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สวยแซ่บมาจากอินเนอร์

 

เจเนลล์ โมเนต์

เจเนลล์ โมเนต์ #IamNonbinary “เรียกฉันอย่างไรก็ได้ ฉันรู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร”

เจเนลล์ โมเนต์ คือนักร้อง นักแสดงและแฟชั่นไอคอนชื่อดังชาวผิวสี  เธอฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์ระดับรางวัลออสการ์อย่าง Hidden Figures และ Moonlight ส่วนงานเพลงก็เป็นที่น่าจดจำ จากการเสนอชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 6 สาขา เรียกว่าเป็นนักแสดงผิวสีที่พกความมั่นมาเต็มเปี่ยม

             ปีที่แล้ว เจเนลล์ โมเนต์ ประกาศตัวในทวิตเตอร์ว่าเป็น #IamNonbinary ซึ่งหมายถึง ฉันคือคนที่ไม่ระบุเพศ

เจเนลล์ โมเนต์

​“Prince เคยพูดว่า ฉันไม่ใช่ผู้หญิง ฉันไม่ใช่ผู้ชาย ฉันเป็นบางสิ่งที่คุณไม่มีวันเข้าใจ นั่นล่ะความรู้สึกฉันเลย บางทีฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิง บางครั้งก็เป็นผู้ชาย ฉันไม่สามารถอธิบายได้ว่าคืออะไร จนถึงวันหนึ่งฉันเลิกหาคำตอบ เพราะพบว่า ฉันไม่ใช่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตัวฉันคือประสบการณ์”

สิ่งที่ทำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกคือการที่ เจเนลล์เลิกใช้คำสรรพนามเรียกตัวเองแบบระบุเพศ “เว็บไซต์ Wikipedia เคยแนะนำให้ฉันใช้สรรพนาม she หรือไม่ก็ They แต่ทั้งหมดนั่นมันไม่ใช่ฉัน เอาจริงๆ นะผู้คนจะเรียกฉันว่าอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ เพราะฉันรู้ดีว่าฉันเป็นใคร ฉันรู้ที่ผ่านมา ฉันเป็นยังไง ไม่ต้องมีการยืนยันว่าต้องใช้สรรพนามอะไรหรอก ขณะเดียวกัน เธอยังยอมรับว่าตัวเองเป็น Pansexual ซึ่งหมายถึงสามารถรักได้ทุกเพศ

ความอิสระของเธอปรากฏให้เห็นในเครื่องแต่งตัว เธอคือแฟชั่นไอคอนตัวแม่ที่คงสไตล์ Unisex แฟนๆ ต่างรอคอยว่า เธอจะสวมอะไรออกงาน เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ เธอเคยสวมสูทยาวสีดำประดับด้วยลวดลายดอกไม้ จัดแต่งทรงผมเรียบแสกข้างเหมือนชายหนุ่ม แต่พอถึงงานMet Gala 2019เธอใส่เดรสที่ผสมระหว่างความเป็นหญิงและชาย กระโปรงฝั่งหนึ่งเป็นสีชมพูสดใส ขณะที่อีกฝั่งเป็นสีขาว เมื่อมาถึงช่วงลำตัว ด้านหนึ่งสวมเกาะอกซึ่งดีไซน์เป็นรูปดวงตา ส่วนอีกด้านเป็นสูท เธอสวมหมวกผู้ชายหลายใบซ้อนกันขึ้นไปข้างบน สื่อแฟชั่นหลายสำนักได้ออกมาชมเชยถึงสไตล์แปลกใหม่และฉีกแนวเช่นนี้

เธอเล่าถึงที่มาของการเตรียมชุดออกงานให้ฟังว่า “ฉันนำเสนอไอเดียและมักจะระดมทีมช่วยกันคิดเพื่อให้ได้ลุคที่ดีที่สุด แต่สำหรับการทำงานเพลง ฉันจะเลือกชุดด้วยตัวเอง มีเหมือนกันที่ฉันขอคำแนะนำจากทีมงาน แต่แน่นอนส่วนใหญ่ฉันจะตัดสินใจสุดท้าย เพราะฉันอยากให้ออกมาเป็นตัวเองที่สุด

เจเนลล์ โมเนต์

ในชีวิตส่วนตัวเจเนลล์เกิดในชนชั้นแรงงานที่เธอต้องเห็นที่บ้านและคนในชุมชนทำงานหนักมาตลอดชีวิต “พ่อของฉันเป็นคนทิ้งขยะ แม่ของฉันเป็นภารโรง พ่อเลี้ยงของฉันทำงานที่ไปรษณีย์ ยายของฉันเสิร์ฟอาหารที่คุก ฉันเห็นพวกเขาตื่นขึ้นมาทุกเช้าใส่เครื่องแบบ และทำงานอย่างหนัก ฉันจึงทำงานหนักตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เป็นพนักงานเสิร์ฟ, เป็นแม่บ้านในสถานบริการรวมไปถึงทำความสะอาดบ้านของชนชั้นกลางเพื่อจ่ายค่าเรียนหนังสือให้ตัวเอง เพื่อให้ไปถึงฝัน”

ระหว่างทางที่ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปิน เธอได้เห็นความไม่ยุติธรรมหลายๆ อย่างที่เกิดกับคนผิวดำในชุมชน เจเนลล์และเพื่อนๆ จึงทำโปรเจคต์ Hell You Talmbout  ให้ผู้คนตะโกนพูดชื่อคนดำที่เคยตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเชื้อชาติและความโหดร้ายของตำรวจตั้งแต่ปี 2015 ก่อนที่กระแส #metoo จะโด่งดัง เพื่อให้คนในสังคมได้รับรู้ถึงสภาพที่เลวร้ายของคนผิวสี รวมถึงได้ทำโปรเจ็คต์ Fem the Future เพื่อให้ผู้หญิงได้มีโอกาสทำงานในวงการเพลงมากขึ้น

“ฉันไม่ใช่นักการเมือง ฉันเป็นศิลปินและเป็นคนอเมริกา ฉันห่วงใยในประเทศของตัวเอง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิทธิของคนที่ฉันรักซึ่งมาจากชุมชนของฉันถูกเหยียบย่ำ มันเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกมีความรับผิดชอบ ในการใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อพูดอะไรบางอย่างออกไป  ทุกวันนี้ฉันทำงานช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและพยายามวิ่งเต้นให้ผู้หญิงผิวดำได้สิทธิที่พึงจะได้ รวมไปถึงการการคุ้มครองชุมชน LGBTQIA และความยุติธรรมทางเชื้อชาติ ฉันสนใจประเด็นนี้และจะทำต่อไป”


ภาพ : IG (@janellemonae)

อัพเดตโฉมใหม่ กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!

อัพเดตโฉมใหม่ กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!

ใบเล็กน่ารัก แต่ดูเท่มาก สำหรับ กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่มาในรูปโฉมสุดเฉี่ยวและโดดเด่น พร้อมสีสันที่หยิบใช้ง่ายและดูสนุก

หลายคนคงจะคุ้นตากันดีกับกระเป๋า Hourglass จาก Balenciaga ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของกระเป๋า Hourglass กับฐานรูปทรงพระจันทร์เสี้ยว (negative space) เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาด้วยการตกแต่งอักษร B เมทัลลิก อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งครั้งนี้ก็มาในไซส์มินิหลากหลายสีให้เลือก พร้อมสายกระเป๋าที่สามารถถอดออกได้ สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 27,605 บาท

อัพเดตโฉมใหม่ กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!

กระเป๋า Hourglass mini top handle หนังลูกวัวปั๊มนูนลายจระเข้สีดำ พร้อมฮาร์ดแวร์โลโก้ B สีดำ

กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!

กระเป๋า Hourglass mini top handle หนังลูกวัวปั๊มนูนลายจระเข้สีขาว พร้อมฮาร์ดแวร์โลโก้ B สีเงิน

กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!

กระเป๋า Hourglass mini top handle หนังลูกวัวปั๊มนูนลายจระเข้สีทอง พร้อมฮาร์ดแวร์โลโก้ B สีทอง

กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!

กระเป๋า Hourglass mini top handle หนังลูกวัวปั๊มนูนลายจระเข้สีเงิน พร้อมฮาร์ดแวร์โลโก้ B สีเงิน

กระเป๋า Balenciaga Hourglass ไซส์มินิ ที่ไม่ควรพลาด!


ภาพ : Balenciaga

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใบจิ๋วแต่ราคาไม่จิ๋ว! กระเป๋าใส่มือถือ Bijou Baguette จาก FENDI

ไอคอนตัวจริง! เปิดที่มา กระเป๋า Chanel 11.12 ผลงานชิ้นเอกที่ควรมีสักใบ

เผยดีเทลใหม่ กระเป๋า Givenchy Antigona รุ่นคลาสสิก คนดังเป็นเจ้าของกันเพียบ!

 

neutrogena-cover

ใครอยากผิวสุขภาพดี อิ่มน้ำ แบบฟรีๆ มาทางนี้เลยจ้า นูโทรจีนามีตัวช่วยดีๆ ที่ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ มาแจกกัน

ใครอยากผิวสุขภาพดี อิ่มน้ำ แบบฟรีๆ มาทางนี้เลยจ้า นูโทรจีนามีตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ มาแจกกัน เพียงคุณตอบแบบสอบถาม เป็น 10 ท่านแรก ในลิงก์ด้านล่างนี้ ก็รับไปเลยทันที Neutrogena Hydro Boost Water Gel

neutrogena

mini ขนาด 15 กรัม มูลค่า 149 บาท

.

ท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมตอบแบบสอบถามได้ ที่นี่ https://bit.ly/3dIdxdc

.

ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้– 31 มีนาคม 2564 (เวลา 23.59 น.)

————————————————

กติกาในการร่วมกิจกรรม

  1. ท่านสามารถร่วมกิจกรรมโดยการร่วมตอบแบบสอบถามผ่าน https://www.neutrogena.co.th/register
  2. 10 ท่านแรกที่ร่วมกิจกรรมในช่วงเวลากิจกรรมจะได้รับ ครีมบำรุงผิว Neutrogena Hydro Boost Water Gel mini ขนาด 15 กรัม มูลค่า 149 บาท
  3. บริษัทจะประกาศผู้โชคดีผ่านทาง FB: Neutrogena Thailand ในวันที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 18.00 น. ที่ใต้คอมเมนต์ของโพสต์นี้
  4. ผู้ที่ได้รับของสมนาคุณจะต้องติดต่อเพื่อยืนยันสิทธิ์ทางInbox ของเพจ Neutrogena Thailand ภายในวันที่ 16 เมษายน  2564 (เวลา 23.59 น.) มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์
  5. ทางบริษัทจะจัดส่งของสมนาคุณให้กับผู้ที่ยืนยันสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้ ภายในระยะเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 เป็นต้นไป
  6. รางวัลไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดหรือของอย่างอื่นได้
  7. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของกิจกรรมและสินค้าที่มอบให้ (โดยมีมูลค่าเท่ากันหรือมากกว่า) โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

8. ในกรณีมีข้อโต้แย้ง ให้ถือว่าคำตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด