เคล็ดลับความงามของ 'พัคจูมี' ดูอ่อนเยาว์และสวยออร่าจับไม่เปลี่ยนในวัยเลข 5

เคล็ดลับความงามของ ‘พัคจูมี’ ดูอ่อนเยาว์และสวยออร่าจับไม่เปลี่ยนในวัยเลข 5

นักแสดงเกาหลีใต้ ‘พัคจูมี Park Joo-mi‘ แม้จะอยู่ในวัยเลข 5 ปี แต่ยังคงสวยสดงดงามและดูอ่อนกว่าวัยอย่างไม่น่าเชื่อ หลายคนประหลาดใจเมื่อรู้ว่าลูกชายคนโตของเธออายุประมาณ 20 ปี และลูกชายคนเล็กของเธออายุประมาณ 15 ปีแล้ว 

ซึ่งเคล็ดลับความงามอย่างหนึ่งของเธอที่ทำเป็นประจำนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการเติมความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตาด้วยอายครีมไม่เคยขาดเลยสักวัน ซึ่งปกติแล้วดวงตาเป็นหนึ่งในบริเวณที่ยากที่สุดบนใบหน้าที่จะรักษาริ้วรอย เธอจึงเชื่อว่าการป้องกันริ้วรอยล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญมาก เธอจึงทาอายครีมเนื่องจากสามารถป้องกันความแห้งกร้านด้วยการรักษาความชุ่มชื้นรอบดวงตาของเธอ นอกจากนี้เธอยังเสริมว่าเธอมักจะออกกำลังกายมากสม่ำเสมอเพื่อควบคุมรูปร่าง และไม่ลืมดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร โดยค่อยๆ จิบระหว่างวัน เพื่อให้ผิวของเธอชุ่มชื้นและอ่อนนุ่ม


ข้อมูล : kbizoom
ภาพ : Park Joo Mi Thailand Fanpage

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย จัดดินเนอร์สุด Exclusive “ศรณ์ x Sushi Masato”

Scarlet M Card และ Platinum M Card โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือร่วมกับ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย จัดกิจกรรมดินเนอร์สุด Exclusive ที่เงินซื้อก็หาซื้อไม่ได้ ครั้งแรกและที่เดียวในประเทศไทย กับการปิดร้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านจองยากอันดับต้นๆ ด้วยการรังสรรค์ดินเนอร์สุดหรู พิเศษด้วยเมนูใหม่จากเชฟ 2 ร้านดังระดับมิชลินสตาร์ร้าน ศรณ์ x Sushi Masato

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากลูกค้า Top Spender ของสมาชิกบัตร Scarlet M Card และ Platinum M Card โดยตลอดปี 2566 ทาง Scarlet M Card และ Platinum M Card ได้เตรียมร้านดัง หรือร้านอร่อยจองยาก มาให้ลูกค้าสมาชิกได้ร่วมสัมผัสความอร่อยกันอีกมากมาย

เตรียมพบกับที่สุดประสบการณ์สุดพิเศษที่จะมาเซอร์ไพรส์ตลอดทั้งปี 2566 สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.platinummcard.com เท่านั้น


“SC Asset” ฉลองครบรอบ 20 ปี ปั้นภาพยนตร์โฆษณาแอนิเมชัน “Thriving Together” ครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์

“ดูแลมาตลอด 20 ปี เติบโตข้างกันตลอดไป” SC Asset เปิดแคมเปญฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “Thriving Together” นำร่องเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแอนิเมชันสุดสร้างสรรค์ฝีมือคนไทย ถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความใส่ใจ และดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีมาตลอด 20 ปี และเป็นดั่งคำสัญญาว่าจะเติบโตเคียงข้างลูกค้า คู่ค้าพันธมิตร และสิ่งแวดล้อมตลอดไป พร้อมวางแผนเตรียมเซอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์ฉลองครบรอบ 20 ปีของ SC Asset ตลอดทั้งปี

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา SC Asset ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เรามีภารกิจการสร้างเช้าที่ดี หรือ
For Good Mornings ให้กับลูกค้าทุกท่านด้วยการส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูงมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-centric) พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับคุณภาพชีวิตลูกค้า อีกทั้งให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ SC Asset ในปีนี้ บริษัทฯ จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญฯ เพื่อขอบคุณลูกค้า และพันธมิตรที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ SC ดำเนินธุรกิจมาจนถึงทุกวันนี้ และเพื่อเป็นคำมั่นสัญญาว่าเราจะเติบโตเคียงข้างลูกค้า พันธมิตร สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Thriving Together การร่วมมือกันคือพลังของอนาคต”

นางสาวโฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานกลยุทธ์แบรนด์ และสื่อสารองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset กล่าวว่า “แนวคิด Thriving Together คือ ที่มาของการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาแอนิเมชันในชื่อเรื่องเดียวกันซึ่งถือเป็นภาพยนตร์โฆษณาแรกในวงการอสังหาฯของไทยที่เล่าในรูปแบบของแอนิเมชัน เราต้องการให้หนังถ่ายทอดเจตนารมย์ของ SC ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาที่ดำเนินภารกิจในการดูแลลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเราทุกคนอย่างดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนมีเช้าที่ดีในทุกวัน ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่ SC ทำมาโดยตลอดและจะยึดมั่นทำต่อไป โดยตัวละครทุกตัวในแอนิเมชันเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึง Ecosystem ของ SC Asset ที่ประกอบไปด้วย SC ลูกบ้าน และคู่ค้าพันธมิตร รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาบริการต่าง ๆ ให้กับลูกบ้าน โดยเริ่มจาก “ดอว์น” ดอกทานตะวันหนุ่มแสนขยันที่เป็นตัวแทนของ SC ที่มีความใส่ใจดูแลลูกบ้านอย่างสม่ำเสมอ “ChatGGWPT” หุ่นยนต์เจ้าปัญญาที่เป็นตัวแทนของทั้งพันธมิตรและเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยทำให้การให้บริการของ SC ดีขึ้นในทุกมิติ และ “น้องซัน” ตัวแทนของลูกบ้าน SC Asset โดยเบื้องหลังการสร้างสรรค์แอนิเมชันเรื่องนี้ เราได้ร่วมมือกับสองพาร์ทเนอร์ฝีมือดี ทั้งครีเอทีฟอย่าง GGWP Bangkok และ Riff Studio นักปั้นแอนิเมชันฝีมือระดับอินเตอร์ที่เนรมิตรให้หนังมีภาพและสีสันสวยงามเทียบเท่าภาพยนตร์แอนิเมชันระดับโลก”

เรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงเรียนทานตะวัน SC College สถานที่ฝึกอบรบพนักงานของ SC Asset ให้เรียนรู้ภารกิจในการสร้างเช้าที่ดีให้กับผู้คนในหมู่บ้าน ในวันหนึ่งที่เหมือนจะเป็นคลาสเรียนธรรมดา จู่ๆ “Professor Sunny” ก็ได้แนะนำสมาชิกใหม่ “ChatGGWPT” หุ่นยนต์เจ้าปัญญาที่ถูกเชิญให้เข้ามาร่วมภารกิจดูแลลูกบ้าน โดยมี “ดอว์น” ดอกทานตะวันหนุ่มแสนขยัน ได้รับมอบหมายให้รับบทบาทครูพี่เลี้ยงให้พาเจ้าหุ่นยนต์กลับไปช่วยสอนที่บ้าน เมื่อดอว์นพา ChatGGWPT กลับไปยังบ้านของ “น้องซัน” เด็กสาวเจ้าของบ้านที่ดอว์นดูแลมาตั้งแต่แรกเกิด เรื่องราวความสนุกจึงได้เริ่มต้นขึ้น

“ภาพยนตร์โฆษณา Thriving Together ถือเป็นโฆษณาแอนิเมชันที่ SC ต้องการสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้กับวงการอสังหาฯของไทย อีกทั้งเรามุ่งหวังว่าโฆษณาเรื่องดังกล่าวจะถ่ายทอดแนวคิดและเจตนารมย์ของ SC ที่เราจะเติบโตเคียงข้างไปด้วยกันทั้ง SC ลูกค้า พันธมิตรคู่ค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดการรับรู้ได้ในวงกว้าง และ “ดอกทานตะวัน” เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของ SC ที่มองเห็นลูกค้าและผู้คนเปรียบเสมือนดั่งแสงอาทิตย์ ที่ทานตะวันจะหันตามแสงอาทิตย์เสมอ คอยดูแลลูกค้ามาตลอด 20 ปี และจะดูแลตลอดไป ซึ่งผลงานโฆษณาชิ้นนี้เป็นเพียงประสบการณ์แรกที่ทุกคนจะได้สัมผัสในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ SC Asset โดยทาง SC ยังได้เตรียมนำเสนอกิจกรรมเซอร์ไพรส์ต่างๆ อีกมากมายเพื่อสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี” นางสาวโฉมชฎา กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามชมภาพยนตร์แอนิเมชันและเรื่องราวเกี่ยวกับ 20 ปี SC Asset ได้ที่ https://m.scasset.com/Etcz


เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์

เปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์” สูตรใหม่ที่ “เนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ คลับ” ใจกลางย่านเยาวราช มาเช็กอินบวกฟินได้ 7-30 ก.ค. นี้เท่านั้น

หากเอ่ยถึง “กาแฟเอสเปรสโซแบบไทย ๆ” หลายคนคงนึกถึงรสชาติความเข้มของเอสเปรสโซใส่นมกลมกล่อม ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตที่กลายเป็นวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสุดพิเศษที่สะท้อนรสนิยมของคนไทยที่มีที่นี่ที่เดียว

จากความต้องการของคอกาแฟที่เปลี่ยนไป เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ชวนสัมผัสประสบการณ์ที่สุดของเอสเปรสโซสไตล์ไทย กับการเปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์” ซองเขียว สูตรใหม่ สูตรที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด ที่ผสานเมล็ดกาแฟสองสายพันธุ์ ให้รสชาติความเข้มจากโรบัสต้า บวกความหอมจากอาราบิก้า เป็นเอสเปรสโซเข้ม ๆ บวกความกลมกล่อมของนม ที่รังสรรค์ให้ถูกปากถูกใจคนไทยโดยเฉพาะ โดยรวมเอาที่สุดของกาแฟเอสเปรสโซแบบไทยในทุกขั้นตอนมาไว้ในกาแฟซองเขียวนี้

พร้อมแนะนำ “เนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ คลับ” คลับของคนรักเอสเปรสโซใจกลางย่านเยาวราช ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี AR สุดล้ำ ให้ทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสุดพิเศษ พบกับประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟในนิยามความเข้มใหม่แบบอินเตอร์แอคทีฟในแนวตั้งสุดล้ำที่ไม่เคยมีมาก่อนที่เนสกาแฟจัดเต็มทุกโซนในแบบที่คาดไม่ถึง เราอยากให้คอกาแฟได้มาชมความอลังการด้วยตัวเองสักครั้ง เปิดบริการเฉพาะ 7-30 กรกฎาคมนี้เท่านั้น เข้าชมฟรี แต่แนะนำให้จองคิวออนไลน์ล่วงหน้า

ศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนสกาแฟ เป็นแบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งในประเทศไทย ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของคอกาแฟในทุกสไตล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์’ ซองสีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จของเนสกาแฟที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทุกคน ทุกที่ ทุกเวลาอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้ดื่มกาแฟที่อร่อยและมีคุณภาพ แต่เมื่อความต้องการของคนดื่มกาแฟเปลี่ยนไป ในฐานะผู้นำ เรามองเห็นและเข้าใจ จึงได้ลุกขึ้นมาปรับสูตรหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของเราที่ขายดีที่สุดในครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ลงตัวที่สุด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟแบบ White Cup ซึ่งเมนูยอดนิยม คือ เอสเปรสโซใส่นม ตามมาด้วยคาปูชิโน และลาเต้ จนลงตัวเป็นสูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของเอสเปรสโซสไตล์ไทย”

เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์” สูตรใหม่ ที่สุดของเอสเปรสโซสไตล์ไทย คัดสรร
สายพันธุ์โรบัสต้าและอาราบิก้า เลือกเฉพาะเมล็ดกาแฟคุณภาพ ซึ่งกาแฟทุกเมล็ดที่รับซื้อจากเกษตรกรได้รับมาตรฐานด้านความยั่งยืนในการปลูกกาแฟระดับสากลที่เรียกว่า 4C 100% และได้นำมารังสรรค์เป็น เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์ สูตรใหม่ ผลิตด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของเนสกาแฟ บวกกันเป็นเอสเปรสโซเข้ม ๆ ที่มีความเข้มโรบัสต้า หอมอาราบิก้า เติมความกลมกล่อมจากนมพร่องมันเนยคุณภาพดี พร้อมชงง่าย ดื่มแล้วฟินสุด ๆ เป็นเอสเปรสโซสไตล์ไทยที่มีรสชาติกาแฟที่อร่อยลงตัว มีกลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดใหม่ อร่อยถูกปากคอกาแฟไทย ถูกใจคนรุ่นใหม่

คอกาแฟ สายคอนเทนต์มีเฮ! “เนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ คลับ” ยกระดับความฟินของการดื่มด่ำเอสเปรสโซสไตล์ไทยด้วยเทคโนโลยี AR สุดล้ำกลางย่านเยาวราช ที่เราอยากให้ทุกคนมาเช็กอินก่อนใคร

เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงความเข้มหอมของที่สุดเอสเปรสโซสไตล์ไทย ซึ่งเป็นนิยามความเข้มใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เนสกาแฟจึงได้เนรมิตพื้นที่สำหรับคอกาแฟขึ้นมาโดยเฉพาะ


“เนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ คลับ” เป็นคลับของคนรักเอสเปรสโซที่ตั้งอยู่ในอาคาร 3 ชั้น ในย่านเยาวราช นำเสนอเรื่องราวความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์ที่สุดของกาแฟเอสเปรสโซสไตล์ไทย “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์” ซองเขียว สูตรใหม่ อย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน โดยใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาสร้างความตื่นตาตื่นใจในการมอบประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟรูปแบบใหม่ในแนวตั้ง ควบคู่ไปกับการเปิดตัว เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์ สูตรใหม่ ใน 3 โซน ประกอบด้วย

  • โซนที่ 1 – The Best Ingredients โซนที่ยกไร่กาแฟมาให้ทุกคนได้สัมผัสแบบ 4D Experience ทั้งเสียง กลิ่น บรรยากาศ เสมือนจริง ได้ฟีลบรรยากาศและกลิ่นอายการปลูกกาแฟชั้นดี บอกเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบที่ดีที่สุด ตลอดจนเรียนรู้วิธีการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกและการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟคุณภาพสองสายพันธุ์ ทั้งโรบัสต้าและอาราบิก้า ที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืน 4C พร้อมด้วย The Journey of The Best Espresso ตื่นตาตื่นใจกับเส้นทางการรังสรรค์กาแฟเอสเปรสโซที่ดีที่สุดผ่านเทคโนโลยี Mapping แบบอินเตอร์แอคทีฟสุดล้ำในห้องมืด กับทุก ๆ ขั้นตอนที่ดีที่สุด ตั้งแต่วินาทีที่เก็บเกี่ยว การคั่ว และการคิดค้นสูตรใหม่ เพื่อรังสรรค์กาแฟเอสเปรสโซในซองที่ดีที่สุดของเนสกาแฟ และเก็บภาพสนุก ๆ เท่ ๆ กับห้อง Immersive Espresso Bubble ที่นำเสนอเรื่องราวของนมพร่องมันเนยคุณภาพดี หนึ่งในส่วนผสมสำคัญเพื่อให้รสชาติที่กลมกล่อมอร่อยนัว ผ่านการตกแต่งเป็นบับเบิ้ลฟองนมผสานกาแฟในแก้วเนสกาแฟ และยังมีบอลลูนล่องลอยในห้องแบบ 4D
  • โซนที่ 2 – The Best Process เปิดประสบการณ์ใหม่กับเครื่องคั่วกาแฟขนาดใหญ่ ที่จะได้เห็นถึงกระบวนการคั่วที่พิถีพิถัน โดยผู้เชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ เพราะการคั่วเมล็ดกาแฟที่ดีให้หอมอร่อยไม่ใช่เรื่องง่าย จากนั้นทุกคนจะได้ลองบดกาแฟ ซึ่งจะเห็นว่า มันไม่ง่ายกว่าที่จะได้ผงกาแฟที่ละเอียด
    ซึ่งสูตรใหม่นี้ใช้กาแฟคั่วบดละเอียดโดยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของเนสกาแฟ ผสานส่วนผสมทุกชนิดอย่าง
    ลงตัว กลายเป็น เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์ ซองเขียว สูตรใหม่
  • โซนที่ 3 – The Best Espresso ดื่มด่ำที่สุดของเอสเปรสโซสไตล์ไทยกับ “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู
    เอสเปรสโซ โรสต์” ซองเขียว สูตรใหม่ เอสเปรสโซสูตรที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด จากเนสกาแฟ รสชาติกาแฟที่อร่อย ลงตัว มีกลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดใหม่ เป็นเอสเปรสโซสไตล์ไทยที่มีรสชาติที่อร่อยที่สุด ถูกปากคนรุ่นใหม่และคอกาแฟไทย หลังจากที่ได้เดินชมขั้นตอนต่าง ๆ ทั้ง The Best Ingredients และ The Best Process แล้ว ทุกคนก็ได้เข้ามาสู่บาร์ของคาเฟ่สุดชิก ในบรรยากาศการดื่มด่ำกาแฟสไตล์โมเดิร์นคูล พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกาแฟชิล ๆ ใน 2 เมนูพิเศษ ได้แก่ Signature Thai Hot Espresso เมนูเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์ ซองเขียว สูตรใหม่ แบบชงร้อน ๆ ซึ่งเป็น Signature ของคลับ และ Made My Day, ES YENN เป็นกาแฟเอสเปรสโซเย็นสไตล์ไทย ที่เราอยากให้ทุกคนมาสัมผัสความกลมกล่อมอร่อยที่สุดด้วยกัน

กลัฟ–ต่อ พาดื่มด่ำกาแฟที่อร่อยที่สุดกับประสบการณ์ล้ำที่สุด แล้วชวนฟินต่อใน Fan Meet กับกลัฟ 17 ก.ค. นี้ ห้ามพลาด


ทางด้าน กลัฟ คณาวุฒิ พรีเซนเตอร์ “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์” ที่ได้สวมบทบาริสต้า นำกาแฟที่สุดของเอสเปรสโซสไตล์ไทยมาเสิร์ฟให้ได้ชิมในงาน กล่าวว่า “สูตรใหม่นี้ เนสกาแฟพัฒนาออกมาอย่างดี อร่อยถูกใจผมมากครับ โดยเฉพาะนมพร่องมันเนยคุณภาพดีที่เพิ่มเข้ามา ตอนที่ลองชิมก็ชอบมาก อร่อยเข้มกาแฟเอสเปรสโซแบบที่คนไทยอย่างเราชอบ มีความกลมกล่อม ความอร่อย ความนัวมากกว่าสูตรเดิม เรียกว่านี่เป็นกาแฟเอสเปรสโซไทยที่ดีที่สุด คิดว่าถูกใจทุกคนแน่นอน การชงก็ง่ายมาก อร่อยทุกซอง อร่อยทุกครั้งที่ชงครับ นี่แหละครับ ความอร่อยแบบเข้มพร้อมบวก ผมดื่มแล้วก็จะไปเที่ยวซึมซับธรรมชาติ บวกกับการทำคอนเทนต์ลงโซเชียลบ้าง เหมือนกับสโลแกนของผลิตภัณฑ์ “เข้มพร้อมบวก” กับกิจกรรมดี ๆ ในทุกแพสชันที่ชอบ”


งานนี้ยังมี ต่อ ธนภพ เป็นตัวแทนแก๊งพรีเซนเตอร์เนสกาแฟมาร่วมแสดงความยินดีและกล่าวว่า “ผมเป็นคอกาแฟสายชิลรักอิสระและเติมความสดชื่นให้ชีวิตเต็มที่ทุกวัน วันนี้พอได้มาสัมผัสการเปิดตัวสูตรใหม่และได้เห็นความอลังการความล้ำสมัยของ “เนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ คลับ” แล้ว ประทับใจมากครับ อยากเดินชมดื่มด่ำบรรยากาศในทุกโซนเลย แล้วก็ได้ชิมสูตรใหม่นี้แล้ว ส่วนตัวชอบมากเลย เชื่อว่าโดนใจคนรักเนสกาแฟและเป็นกาแฟของคนรุ่นใหม่แน่นอนครับ”

นอกจากนี้ เนสกาแฟยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ Exclusive Fan Meet กับกลัฟ ให้เหล่าแฟนคลับและคอกาแฟได้ฟินกับประสบการณ์ที่สุดของเอสเปรสโซสไตล์ไทยด้วยเทคโนโลยี AR สุดล้ำด้วยกันในวันที่ 17 ก.ค. ที่ NESCAFÉ Espresso Roast Club กติกาง่าย ๆ เพียงโพสต์รูปภาพบนเฟซบุ๊กคู่กับเนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ เขียนแคปชั่นว่า “ดื่มเนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์” แล้วอยากเข้มพร้อมบวกกับกิจกรรมอะไร พร้อมติดแฮชแท็ก #เนสกาแฟเข้มพร้อมบวก และนำลิงก์มาลงในโพสต์กิจกรรมของเนสกาแฟเฟซบุ๊กและตั้ง Public ซึ่งคณะกรรมการจะมีการตัดสินในวันที่ 11 ก.ค. คัดเลือกผู้ที่มีรูปภาพสร้างสรรค์และแคปชั่นโดนใจ 25 ท่านมาร่วมกิจกรรมนี้ ส่งโพสต์มาร่วมสนุกได้ถึง 10 ก.ค. เวลา 23.59 น.

ห้ามพลาด!! สำหรับคนรักเอสเปรสโซ ร่วมสัมผัสประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟสุดล้ำกับเทคโนโลยี AR กับ
“เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เอสเปรสโซ โรสต์” ที่ “เนสกาแฟ เอสเปรสโซ โรสต์ คลับ” ใจกลางเยาวราช ตั้งแต่วันที่ 7-30 กรกฎาคมเท่านั้น สามารถจองคิวเข้าชมโดยคลิกลิงก์ https://bit.ly/3Ny7FU5


#VickteerutPeople

#VickteerutPeople เผยความเป็นตัวของตัวเอง และความมั่นใจของผู้หญิง

VICKTEERUT สานต่อแคมเปญ #VickteerutPeople เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิง และความเป็นตัวของตัวเองในสไตล์เฉพาะตนที่แตกต่างกัน

#VickteerutPeople เผยความเป็นตัวของตัวเอง และความมั่นใจของผู้หญิง

VICKTEERUT (วิคธีร์รัฐ) นำโดย อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์วิคธีร์รัฐ สานต่อแคมเปญ #VickteerutPeople เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิงและความเป็นตัวของตัวเอง (Individuality) ในสไตล์เฉพาะตนที่แตกต่าง โดยได้รับเชิญจาก Muse คนสำคัญของแบรนด์ อาทิ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, แอนชิลี สก็อต-เคมมิส,แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล, ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, แยม-มทิรา ตันติประสุต, มิ้นท์-ภัทรศยา ยงรัตนมงคล, มูลี่-อัญชิสา วัชรพล, ติว-ดิษยา กรกชมาศ, พรทิพย์ อรรถการวงศ์ และอาชิ-อาชิตา ศิริภิญญานนท์ ที่ต่างมาร่วมงานด้วยชุดจาก  Pre-Fall 2023 Collection ที่มีชื่อว่า “Aphrodite” ณ Seasons of Living เอกมัย

ครั้งนี้นับเป็นการสานต่อแคมเปญ #VickteerutPeople โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการกล้าแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง (Individuality) และความมั่นใจของผู้หญิงที่ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบใคร ยอมรับในความแตกต่าง โดยถ่ายทอดผ่านกลุ่มคนที่มีความชัดเจนทั้งในด้านความคิด การแต่งตัว และการแสดงออกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของหญิงสาววิคธีร์รัฐ นำโดย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง นักแสดงและนางแบบแถวหน้าของเมืองไทย ที่มีความมั่นใจในคุณลักษณะของผู้หญิงสมัยใหม่ และยังคงเป็นสาวคนสำคัญที่สามารถถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของเสื้อผ้าออกมาได้อย่างมีตัวตนและสวยงามอยู่เสมอ รวมถึง แอนชิลี สก็อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปี 2021 สาวงามที่เต็มไปด้วยความสามารถรอบด้าน ผู้ผลักดัน Real Size Beauty ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ทำให้ผู้คนตระหนักและเคารพในความงามที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและทัศนคติอย่างชัดเจน และเป็นคนที่สามารถปรับตัวได้อย่างอิสระ

โดยแคมเปญนี้นับเป็นการเปิดตัวคอลเล็คชั่น Pre-Fall 2023 “Aphrodite” เทพีแห่งความรักตามความเชื่อกรีกโบราณ หรือเทพีวีนัส (Venus) ตามตำนานของโรมัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้นเทพีวีนัสที่มีชื่อเสียง ‘Venus de Milo’ โดยถ่ายทอดผ่านการจับเดรป (Draping) และการตัดเย็บสไตล์เทย์เลอร์ (Tailoring) เพื่อยกย่อง และเฉลิมฉลองให้กับพลังของความเป็นผู้หญิง




แชร์ทริคเลือกแว่นกันแดดของ ‘เจนนี่ – แทยอน’ ตามฉบับไอดอลตัวแม่

ถ้าพูดถึงความเป็นตัวแม่ของเหล่าไอดอลคงต้องไม่พลาดชื่อสองศิลปินอย่าง ‘คิมเจนนี่’ และ ’คิมแทยอน’ ที่ใครอยู่ในแวดวงสาวก K-POP จะต้องร้อง อ๋อ!

สำหรับบทความนี้เราจะแชร์ทริคการเลือก ’แว่นกันแดด’ ของทั้งสองคน เพราะเชื่อว่าไอเท็มอันนี้ต้องเป็นที่ยอดฮิตสำหรับไอดอลแน่นอน ไม่ว่าจะช่วยพรางสายตาในวันเปลือยหน้าหรือทำให้ลุคในวันนั้นดูบียอนด์มาขึ้น

แว่นตากันแดดทรงวินเทจยุค 90s

ลุคของเจนนี่สะท้อนให้เห็นความเป็นยุค 1950 ที่ถูกคุมโทนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีโมโนโครม และมีความหรูหราซึ่งไอเท็มสำคัญที่ทำให้ลุคนี้โดดเด่นมากขึ้นคือแว่นกันแดดที่มีกรอบสีขาวขนาดใหญ่ บอกแล้วว่าเพียงแค่แว่นกันแดดชิ้นเดียวก็สามารถทำให้ลุคดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นได้

แว่นกันแดดทรงวงรี

กรอบแว่นกันแดดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือทรงวงรี ด้วยรูปทรงที่ยาวในแนวนอนสามารถลวงตาให้ใบหน้ามีความแคบลงได้  ซึ่งเราจะเห็น ’แทยอน’ สวมแว่นตาแนวนี้อยู่เป็นประจำ แม้ในวันที่สวมชุดสบายๆ สิ่งนี้ก็เป็นข้อที่ช่วยสนับสนุนประโยคที่ว่าแว่นตากันแดดสามารถเสริมลุคในวันสบายๆ ให้โดดเด่นได้เป็นอย่างดี

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเข้าร่วมงานดินเนอร์แฟชั่นการกุศล ‘Le Dîner de la Mode’

ปิดท้ายสัปดาห์แฟชั่นชั้นสูงของกรุงปารีส ด้วยงานดินเนอร์แฟชั่นการกุศลประจำปี ‘Le Dîner de la Mode’ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ แบรนด์ SIRIVANNAVARI ได้ทรงเสด็จเข้าร่วมงาน ซึ่งจัดโดย ‘Federation of Haute Couture and Fashion’ และ ‘Sidaction’ องค์กรการกุศลใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส เพื่อระดมทุนช่วยผู้เหลือติดเชื้อ HIV/AIDS ณ Pavillon Cambon Capucines

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเข้าร่วมงานดินเนอร์แฟชั่นการกุศล ‘Le Dîner de la Mode’

โดยมีดารานักแสดงฝรั่งเศส, ผู้มีอิทธิพลในวงการแฟชั่น และตัวแทนจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ Simon Porte Jacquemus, Jean Paul Gaultier, Amber Valetta, Camille Razat, Camille Cottin, Mélanie Laurent, Tina Kunakey, Chantal Thomass

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉลองพระองค์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI คอลเล็คชั่น #SirivannavariSS23 Tapestries of Dreams

โดยความพิเศษสุดของงานเลี้ยงในปีนี้ เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ขององค์กร SIDACTION และยังครบรอบ 40 ปี ของการค้นพบไวรัส HIV/AIDS อีกด้วย ปัจจุบัน HIV/AIDS เป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 700,000 คนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิงอายุ 15-44 ปี


ภาพ: Bigs Vatcharasith, Rachid Bellak, Stéphane Feugere, François Goizé

เจาะลึก นวัตกรรมความงามผิวที่กำลังมาแรง Original Collagen Biostimulator กับสองผู้ชำนาญการด้านความงาม

ผู้หญิงกับการดูแลผิวพรรณถือเป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับสารพัดปัญหาผิวที่มักจะมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพราะหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของผิวอย่าง “คอลลาเจน” นั้น ร่างกายจะผลิตลดน้อยลงเรื่อยๆ ตามวัยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเมื่อเข้าสู่วัย 30+ ที่เริ่มเผชิญกับหลากหลายปัญหาผิวที่เข้ามาสร้างความกังวลใจแบบไม่ยั้ง

แต่ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีความงาม ทำให้ปัจจุบันมีนวัตกรรมความงามผิวหลากหลายรูปแบบที่เข้ามาเป็นตัวช่วยคลายกังวลเรื่องสัญญาณผิวแห่งวัย  และเชื่อว่าสาวๆ น่าจะสบายใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้จักกับนวัตกรรมความงามผิวที่มีชื่อว่า “Original Collagen Biostimulator” หรือ “สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน” ที่ แพรว เพิ่งเก็บเกี่ยวความรู้มาหมาดๆ จากสองผู้ชำนาญการ ‘’คุณรัมภา หลินปิยวรรณ์’’ ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านผิวหนัง และ “คุณณัฐพล ลาภเจริญกิจ” ผู้ชำนาญการด้านความงามและการปรับรูปหน้า ซึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์ พร้อมแชร์ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ Original Collagen Biostimulator เอาไว้แบบแน่นๆ ณ งานฝึกอบรมและเวิร์คช็อป ซึ่งจัดโดย บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด

เริ่มกันที่หลากหลายความรู้จาก “คุณรัมภา หลินปิยวรรณ์” ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านผิวหนัง ที่จะทำให้สาวๆ รู้จักกับ “Original Collagen Biostimulator” หรือ “สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน” มากยิ่งขึ้น

Original Collagen Biostimulator คืออะไร

“Original Collagen Biostimulator คือสารกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ถือเป็นนวัตกรรมความงามผิวอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการการชะลอสัญญาณแห่งวัยให้กับคนอายุ 30+ หรือ 40+ ที่กังวลและขาดความมั่นใจจากปัญหาผิวต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และมีริ้วรอย โดย Original Collagen Biostimulator จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายเพิ่มมากขึ้นตามกระบวนการธรรมชาติ เพื่อทดแทนคอลลาเจนเดิมที่สูญเสียไปตามวัย”

Original Collagen Biostimulator มีกระบวนการทำงานอย่างไร

“กระบวนการทำงานของ Original Collagen Biostimulator นั้น เริ่มจากการที่ Original Collagen Biostimulator ซึ่งประกอบด้วยสารที่เรียกว่า PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ถูกฉีดลึกลงไปใต้ผิวหนัง โดย PLLA จะทำงานร่วมกับเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวในการกระตุ้นและฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ เมื่อการสร้างคอลลาเจนถูกกระตุ้น ผิวจะเริ่มฟื้นคืนโครงสร้างและปริมาตร ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นและข้อบกพร่องต่างๆ ได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง”

“โดย Original Collagen Biostimulator จะเริ่มกระตุ้นผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งสัญญาณ ให้เซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนอย่าง Fibroblast เข้ามารวมตัวกันมากขึ้น จึงทำให้ผิวแข็งแรงและกระชับขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของสาร PLLA ก็จะค่อยๆ หายไป เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน ซึ่งเป็นการฟื้นฟูความแข็งแรงโครงสร้างผิวหนังในระยะยาว”

Original Collagen Biostimulator ดีอย่างไร

“เนื่องจาก Original Collagen Biostimulator เป็นเวชศาสตร์ความงามที่เน้นช่วยแก้ไขปัญหาผิวจากวัยที่เพิ่มมากขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนในร่างกายเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคอลลาเจน Type 1 ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่สำคัญและพบมากที่สุดในผิวหนัง โดยจากผลการวิจัยพบว่าเมื่อเทียบกับจำนวนก่อนฉีด Original Collagen Biostimulator สามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 สูงถึง 66.5% ภายใน 3 เดือนหลังฉีด*  จึงช่วยให้ผิวกลับมาแน่นกระชับ ยืดหยุ่นแข็งแรง รวมถึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งทำให้คุณภาพผิวโดยรวมกลับมาแลดูอ่อนเยาว์อีกด้วยค่ะ”

Original Collagen Biostimulator เหมาะกับใคร
“โปรแกรม Original Collagen Biostimulator เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และมีริ้วรอยแห่งวัย และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน เพราะจากการวิจัยพบว่า Original Collagen Biostimulator สามารถให้ผลลัพธ์ยาวนานสูงสุดถึง 2 ปี**”

พร้อมกันนี้ “คุณณัฐพล ลาภเจริญกิจ” ผู้ชำนาญการด้านความงามและการปรับรูปหน้า ก็ได้ร่วมแชร์ความรู้ความเข้าใจถึงผลลัพธ์ ความแตกต่างของ “Original Collagen Biostimulator” ให้เราได้ทราบกันอีกด้วย

Original Collagen Biostimulator ให้ผลลัพธ์อย่างไร

“หลังเข้าโปรแกรม Original Collagen Biostimulator จะเห็นผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ใบหน้าจะไม่ดูแข็ง เพราะอนุภาคของสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) จะค่อยๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในใต้ชั้นผิวลึก และเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวให้เพิ่มขึ้น จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี โดยผลลัพธ์และระยะเวลาที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความชำนาญของแพทย์ครับ”

Original Collagen Biostimulator น่าสนใจอย่างไร 

“ความน่าสนใจของ Original Collagen Biostimulator คือการเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ผ่านการรับรองจาก US FDA[1]  หรือองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา อีกทั้ง Original Collagen Biostimulator ยังเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ได้รับความนิยมมานานกว่า 25 ปี ทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย รวมถึงมีผลงานวิจัยตีพิมพ์รับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากกว่า 50 ฉบับ”

Original Collagen Biostimulator VS คอลลาเจนแบบทาน

“ทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกัน ทั้งเรื่องกระบวนการและผลลัพธ์ โดยคอลลาเจนที่เรากินเข้าไปอาจจะไปไม่ถึงผิวหนังหรือจุดที่ต้องการ เพราะต้องถูกย่อยในทางเดินอาหารก่อน แล้วลำไส้ถึงจะดูดซึมเข้าไป ซึ่งบางส่วนอาจจะดูดซึมไม่หมด แต่การได้รับการรักษาด้วย Original Collagen Biostimulator ทุกอนุภาคของสารจะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติในบริเวณที่ต้องการได้อย่างตรงจุด โดยจะสร้างอย่างต่อเนื่องและให้ผลลัพธ์ยาวนานสูงสุด 2 ปี สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในระยะยาว รวมถึงคอลลาเจนที่ผลิตขึ้นมาใหม่จะเป็น Collagen Type 1 ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ผิวหนังต้องการมากที่สุด จึงส่งผลดีต่อผิวพรรณโดยตรง”

การดูแลตัวเองหลังเข้าโปรแกรม Original Collagen Biostimulator

“หลังเข้าโปรแกรม Original Collagen Biostimulator คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น และสามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวม รวมถึงมีข้อปฏิบัติที่ควรระวัง คือควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและการอบซาวน่าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจนกว่าอาการบวมแดงจะหายไป และควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นๆ เพิ่มเติมในช่วงแรก โดยควรเว้นระยะห่างออกไปประมาณ 2 – 4 สัปดาห์”

“สิ่งสำคัญคือ การนวดตามหลักการที่ถูกต้องและในระยะเวลาความถี่ที่เหมาะสม โดยการแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา ในช่วง 5 วันแรก มีความสำคัญที่จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”

อ่านมาถึงตรงนี้ แพรว เชื่อว่าคนรักผิวน่าจะอยากรู้จักกับนวัตกรรมความงาม “Original Collagen Biostimulator” หรือ “สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน” ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากสนใจก็สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบรายชื่อคลินิกและแพทย์ที่ผ่านการอบรมได้เลยที่ https://www.galdermaaestheticsthailand.com/page/original-collagen-biostimulator

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงาม

ข้อมูลอ้างอิง

*ผลการวิจัยของ Goldberg D, et al. Dermatol Surg. 2013;39(6):915-922 ในบทความ Single-Arm Study for the Characterization of Human Tissue Response to Injectable Poly-L-Lactic Acid (PLLA)

**ผลการวิจัยของ Narins RS, et al. J Am Acad Dermatol. 2010,62(3):448-462 ในบทความ A randomized study of the efficacy and safety of injectable Poly-L-Lactic Acid (PLLA) versus human-based collagen implant in the treatment of nasolabial fold wrinkles

THPM-23060Ax

IHG One Rewards Cover

ลิ้มรส ประหยัด รับคะแนน : ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่คุ้มกว่าเดิมกับ IHG One Rewards

ขยายเวลาข้อเสนอไปจนถึงเดือนธันวาคม 2023 ให้สมาชิก IHG One Rewards ได้เพลิดเพลินไปกับส่วนลดในการรับประทานอาหารและสะสมคะแนนได้ทั่วประเทศไทยและในภูมิภาค


สมาชิก IHG One Rewards ยังคงสามารถเพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษในการรับประทานอาหาร[1] ที่มอบทางเลือก ความคุ้มค่า และสิทธิประโยชน์ในการรับประทานอาหารมากกว่าเคย ณ โรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมรายการในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี สิทธิประโยชน์นี้ถือเป็นการต่อยอดจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของโรงแรมและรีสอร์ท IHG ในการมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นแก่แขกทั่วทั้งภูมิภาคในช่วงที่การท่องเที่ยวกำลังฟื้นฟู

สมาชิกสามารถเพลิดเพลินไปกับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 20%[2] และคะแนนโบนัสสูงสุด 100 คะแนนทุก ๆ การใช้จ่าย 10 ดอลลาร์สหรัฐ[3] หรือ 340 บาท เมื่อรับประทานอาหารที่ร้านอาหารและบาร์ในโรงแรมและรีสอร์ท IHG ที่ร่วมรายการทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ IHG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในประเทศไทยมีร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการมากถึง  60 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นสกายบาร์ไปจนถึงร้านอาหารแบบสบาย ๆ ซึ่งแขกสามารถแสดงบัตรสมาชิกหรือบัตรเสมือนบนแอป IHG One Rewards เพื่อรับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566

ในโอกาสนี้ IHG ได้รวบรวมรายชื่อร้านอาหารชื่อดัง ในเครือโรงแรมและรีสอร์ท IHG ทั่วประเทศไทยมาให้สมาชิกได้ชมเป็นทีเซอร์เรียกน้ำย่อย ซึ่งร้านที่ได้คัดสรรมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่มีบรรยากาศสุดชิลเหมาะสำหรับทานมื้อกลางวัน ค็อกเทล หรือมื้อค่ำ มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

ลิ้มรส ประหยัด รับคะแนน : ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่คุ้มกว่าเดิมกับ IHG One Rewards

Stock.Room – Kimpton Maa-Lai Bangkok (สต๊อก รูม – คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ)

Stock.Room เปรียบเสมือนร้านขายของชำในละแวกท้องถิ่น ที่มีวัตถุดิบสดใหม่จากผู้ผลิตในท้องถิ่นวางขาย ด้วยแนวคิดแบบ farm-to-plate พร้อมให้ทุกคนสัมผัสกับการปรุงรสสดใหม่และเพลิดเพลินไปกับอาหารในบรรยากาศอบอุ่นในราคาที่เป็นมิตร นอกจากนี้ Stock.Room ยังมีสตูดิโอสอนทำอาหารสำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟอีกด้วย

Bangkok’78 – Sindhorn Midtown Hotel Bangkok, Vignette Collection (แบงค็อก 78 – โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ วีนแยทท์ คอลเล็คชั่น)

Bangkok’78 เป็นห้องอาหารไทยที่เฉลิมฉลองความเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในปี 1970 ที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุค 70 ผ่านเมนูอาหารไทยต้นตำรับสุดพิเศษ ห้องอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกับบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าดึงดูดใจ ผสมผสานอาหารรสเลิศที่ปรุงจากวัตถุดิบในท้องถิ่นและท่วงทำนองที่จะพาคุณย้อนวันวานไปสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบดั้งเดิม ไม่ว่าคุณกำลังมองหามื้อกลางวันแบบสบาย ๆ หรือมื้อค่ำพร้อมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง Bangkok’78 รับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำซึ่งจะพาคุณย้อนเวลากลับไปพร้อมกับรสชาติอาหารที่คุณไม่มีวันลืม

111 Social House Huahin – Intercontinental Huahin Resort (111 โซเชียล เฮาส์ หัวหิน – โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท)

ที่ 111 Social House ทุกคนจะได้พบกับ “Social House” หรือบ้านแห่งการเข้าสังคมที่แท้จริง ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายและสนุกสนาน มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารและการพักผ่อนที่น่าประทับใจท่ามกลางธรรมชาติด้วยการออกแบบบ้านพักหัวหินดีไซน์คลาสสิกผสมผสานกับชายหาดและสวนโดยรอบ พร้อมมีบาร์บีคิวดินเนอร์เป็นไฮไลท์อาหารทะเลให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดชิลริมชายหาด

Flames Restaurant – InterContinental Koh Samui Resort (เฟลมส์ – โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เกาะสมุย รีสอร์ท)

ด้วยวิวพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลแบบพาโนรามาของอ่าวไทยเป็นฉากหลัง Flames พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารริมชายหาดสุดงดงาม โดยมีไฮไลท์หลักเป็นดินเนอร์อาหารทะเลเลิศรสระดับ 5 ดาวและเนื้อชั้นดีทักษะย่างเหนือชั้น จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์มื้ออาหารที่น่าจดจำ นอกจากนี้ แขกสามารถจองพื้นที่พิเศษบนชายหาดสำหรับการเฉลิมฉลองสุดโรแมนติกหรือโอกาสพิเศษอื่น ๆ ไม่เพียงเท่านั้น ในส่วนของมื้อกลางวันก็เป็นเรื่องสบายๆ ด้วยพิซซ่าเตาถ่านแสนอร่อยที่เหมาะจะแบ่งปันกับครอบครัวและเพื่อนๆ หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการว่ายน้ำในสระไร้ขอบ

East Coast Kitchen – Holiday Inn Pattaya (อีสต์โคสต์ คิทเช่น – ฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา)

หัวใจของประสบการณ์ที่ Holiday Inn คือการสร้างความสุขให้กับเด็ก ๆ และ East Coast Kitchen มาพร้อมกับบรรยากาศอบอุ่นที่เป็นมิตรสำหรับครอบครัว โดยที่ตั้งของร้านอยู่ติดกับทางเดินไปสระว่ายน้ำซึ่งเป็นจุดชมวิวอ่าวพัทยาของโรงแรม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเล East Coast Kitchen ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ควรมาลองซักครั้ง

Butcher’s Garden – Hotel Indigo Phuket Patong (บุชเชอร์ส การ์เด้น – โฮเทล อินดิโก ภูเก็ต ป่าตอง)

Butcher’s Garden มาพร้อมบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งเปิดให้บริการอาหารจานอร่อยหลากเมนูตลอดวัน ภายใต้แนวคิด farm-to-table ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมักท้องถิ่นหรืออาหารทะเลสดใหม่จากทะเลอันดามัน ทุกคนสามารถมั่นใจว่าจะได้รับอาหารคุณภาพระดับพรีเมี่ยมพร้อมเพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มเย็น ๆ และไวน์สุดพิเศษจาก Wine Cellar

Xin Tian Di – Crowne Plaza Bangkok Lumpini Park (ซิน เทียน ตี้ – โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินี พาร์ค)

Xin Tian Di ห้องอาหารจีนชั้นเลิศที่ ให้บริการอาหารจีนกวางตุ้งต้นตำหรับและอาหารจีนแนวฟิวชั่นที่โดดเด่นผสานนวัตกรรมด้านอาหารอย่างลงตัว พร้อมบรรยากาศที่อบอุ่นและวิวของใจกลางกรุงเทพฯ ที่น่าดึงดูดใจระหว่างรับประทาน  Xin Tian Di มีตั้งแต่เมนูบุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่สามารถทานได้ไม่อั้น ไปจนถึงเมนูอาหารตามสั่งชั้นเลิศ ที่จะมาทำให้มื้อค่ำของคุณแบละครอบครัวเป็นมื้ออาหารที่น่าจดจำ การันตีรสชาติ คุณภาพ และความประทับใจ

IHG One Rewards คือสุดยอดโปรแกรมสมาชิกของเครือโรงแรมและรีสอร์ท IHG ที่ออกแบบมาเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สะสมคะแนนได้มากขึ้นพร้อมบัตรเครดิตรูปแบบใหม่แก่สมาชิก ซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีชั้นนำบนแอปพลิเคชัน สมาชิกสามารถสะสมคะแนนและนำไปแลกสำหรับการเข้าพักครั้งถัดไปที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ IHG กว่า 6,000 แห่งจาก 18 แบรนด์ทั่วโลก แขกสามารถลงทะเบียนสมัครสมาชิกได้ฟรีเพื่อปลดล็อกสิทธิประโยชน์ที่จะยกระดับการเข้าพักครั้งต่อไปที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ IHG

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิพิเศษในการรับประทานอาหาร และขั้นตอนในการเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิก IHG One Rewards โปรดไปที่เว็บไซต์

[1] ส่วนลด IHG One Rewards Dining Privileges สามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและบาร์ที่ร่วมรายการในโรงแรม IHG และใช้ได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566

[2] ร้านอาหารและบาร์ที่ร่วมรายการมอบส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการให้กับสมาชิก IHG One Rewards พร้อมส่วนลดที่สูงขึ้นสำหรับสมาชิก Gold Elite, Platinum Elite, Diamond Elite และ InterContinental Ambassadors หากมีการให้ส่วนลดสำหรับแขกทั่วไป สมาชิกจะมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดที่สูงขึ้น โดยสิทธิพิเศษนี้มีไว้สำหรับการสั่งอาหารและรับประทานที่ร้านและการมารับอาหารด้วยตนเอง โดยสามารถใช้สิทธิสมาชิกได้เพียงหนึ่งครั้งต่อมื้อต่อบิล

[3] สกุลเงินท้องถิ่นจะใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายและเทียบเท่ากับ USD $10 โดยอัตราการแปลงสกุลเงินท้องถิ่นอาจแตกต่างกันไปเป็นครั้งคราว โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ IHG® แต่เพียงผู้เดียวโดยจะไม้มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า คะแนนจะคำนวณจากยอดใช้จ่ายหลังจากหักส่วนลดอื่นๆ แล้ว และจะคำนวณจากยอดใช้จ่ายก่อนหักภาษีเท่านั้น

ICONCRAFT Accessories Cover

ICONCRAFT ชวนสัมผัสความสนุกกับการสวมใส่แฟชั่นคราฟต์ไทย ในแคมเปญ “Accessories & Style” เชิดชูงานอัตลักษณ์ไทย วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2566

ไอคอนคราฟต์  (ICONCRAFT)  พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชวนสัมผัสสุดยอดแบรนด์แฟชั่นไทยคราฟต์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์จากไทยดีไซเนอร์แนวหน้าของประเทศ ในแคมเปญ “ICONCRAFT Accessories & Style” ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2566 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 – 5 ไอคอนสยาม และ ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่

“ICONCRAFT Accessories & Style” สนุกกับการสวมใส่แฟชั่นคราฟต์ไทยสร้างสไตล์ใหม่อันเป็นเอกลักษณ์  ในคอนเซ็ปต์ “Enchanting Thai Modern style Fashion, Exquisite and Unique” สัมผัสกับหลากหลายแบรนด์แฟชั่นไทยคราฟต์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์จาก ไทยดีไซเนอร์ ที่รังสรรค์ผลงานคราฟต์ร่วมสมัย ให้คุณสนุกกับการ Mix & Match ได้ทุกวัน  จากหลากหลายแบรนด์แฟชั่นไทยชั้นนำ อาทิ 247 STUDIO, AIBELLE, BOONYARAT THAI CRAFT, ETHNICA BAZAAR, KAMONMANEE, GALERIE DE HIMMAPAN, KEAR STORE, SALETE และอื่นๆ อีกมากมาย

ICONCRAFT ชวนสัมผัสความสนุกกับการสวมใส่แฟชั่นคราฟต์ไทย ในแคมเปญ “Accessories & Style” เชิดชูงานอัตลักษณ์ไทย วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2566

เริ่มต้นด้วยแบรนด์ “247 STUDIO” แบรนด์ที่รังสรรค์ผลงาน “หัตถกรรมร่วมสมัย” โดยนำเอาเอกลักษณ์ของหัตถกรรมไทยที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น ศิลปะการสานไม้ไผ่ หรือทำตุ้มนกตุ้มหนูของชาวไทดำ มาพัฒนาให้เกิดความทันสมัย โดยทางแบรนด์ได้พยายามผสมผสานความประณีตสวยงามของหัตถกรรมกับเทคนิคที่ใช้ในการผลิตสินค้าแฟชั่นในปัจจุบัน กลายมาเป็นผลงานสุดสร้างสรรค์ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของหัตถกรรมไทยพื้นบ้านไว้ได้อย่างครบถ้วน

สวยแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับ แบรนด์“AIBELLE” แบรนด์ที่เป็น Sustainable Fashion ที่นำเอาเศษผ้าเหลือจากโรงงานผ้าถัก มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคนิคพิเศษ จนกลายมาเป็นผลงานสุดล้ำจากเส้น “เชือกถัก” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ พร้อมให้ทุกคนโอบรับวันใหม่ด้วยความสดใสของเครื่องประดับ และกระเป๋าคราฟต์ดีไซน์สุดสร้างสรรค์ และทั้งนี้จุดเด่นของแบรนด์ที่นอกเหนือจากเส้นเชือกถักแล้ว ก็คือสีสันอันสดใสของเส้นด้ายที่สามารถดึงพลังงานบวกให้แก่ผู้ที่สวมใส่ กับความรู้สึกที่เหมือนได้เดินทางกลับไปสู่วัยเยาว์อีกครั้ง

ถัดมาขอแนะนำ “BOONYARAT THAI CRAFT” แบรนด์กระเป๋าย่านลิเภาไทยเท่จากชุมชนคราฟต์ จ.นครศรีธรรมราช ที่ปรากฎตัวบนรันเวย์ระดับโลกมาแล้วอย่างนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Tokyo Gift Show 2017, รันเวย์เปิดแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ปารีส และรันเวย์ของแบรนด์เสื้อผ้า POEM ไม่เพียงเท่านี้ คอลเลคชั่น Flow and Glow ลายน้ำไหลซิกเนเจอร์ของแบรนด์ยังคว้ารางวัลออกแบบยอดเยี่ยม DEmark ในปี 2018 อีกด้วย  แบรนด์นี้โดดเด่นด้วยการนำงานคราฟต์ไทยเข้าสู่ชีวิตประจำวันของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ใช้การออกแบบเข้ามาปรับลุคควบคู่ไปกับการใช้งานให้ทันสมัย ไม่เพียงแต่จะถือสำหรับออกงานสำคัญเพียงอย่างเดียว ทางแบรนด์ยังออกแบบให้เป็นกระเป๋าใบเก่งที่ใช้สะพายได้ทุกวัน และสิ่งสำคัญคือ บุญญารัตน์ไทยคราฟต์ยังคงเทคนิคการจักสานย่านลิเภาดั้งเดิม ที่คราฟต์ทุกกระบวนการด้วยสองมือช่างชุมชนที่สืบทอดมากว่า 40 ปี ให้ได้กระเป๋าย่านลิเภาไทยโมเดิร์นที่ครบถ้วนด้วยความงดงามแบบฉบับคราฟต์ ตั้งแต่การจักและรีดให้ได้เส้นย่านลิเภาที่เล็ก ละเอียด ทนทาน และเหนียวแน่น

“ETHNICA BAZAAR” แบรนด์กระเป๋าสานหูไม้แฟชั่นฝีมือคนไทย ได้รับการออกแบบจากความหลงใหลในงานฝีมือชุมชนและเสน่ห์ของลวดลายท้องถิ่นที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ทางแบรนด์ออกแบบกระเป๋าสานหูไม้โดยการผสมผสานงานพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร ให้เข้ากับสีสันที่เข้มข้นและมีชีวิตชีวา เพื่อทำให้แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และดำเนินการทออย่างพิถีพิพิถันโดยช่างฝีมือไทยแท้ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและงานฝีมือท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

ของดีจากภาคใต้ ต้องแบรนด์ “KAMONMANEE” แบรนด์กระเป๋าถือผ้าปาเต๊ะจากภูเก็ต หนึ่งในเอกลักษณ์ของชาวภาคใต้ ภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น ผ้าปาเต๊ะคือผ้าที่เป็นวัฒนธรรมของผู้คนในคาบสมุทรมาลายู ชาวสาวภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจะนิยมนุ่งผ้าปาเต๊ะกันเป็นอย่างมาก และจับมาแมทช์กับทุกอย่างจนกลายเป็นแฟชั่นที่คุ้นตาของคนทั้งโลก  แบรนด์นี้ดีไซน์ออกมาให้เป็นกระเป๋าที่มีคุณภาพแข็งแรง มีดีไซน์สีสันสวยงามน่าใช้ ส่วนใหญ่เป็นลายจากธรรมชาติ ดอกไม้ ใบไม้ และอาจมีลายกราฟิกผสมเข้าไป จะมีเนื้อสัมผัสที่นิ่ม เนียนละเอียด ผลิตจากคอตตอน 100% ลายเป็นลายโบราณ แพทเทิร์นลายดอกไม้ มีซับในลายผ้าปาเต๊ะที่ด้านใน และมีช่องใส่กระเป๋า มีการต่อลายผ้า และมีตุ้งติ้งห้อยเพิ่มความสวยงาม บางไอเท็มมีหูจับเป็นไม้ และต่อผ้ากับกระเป๋าสาน ทำให้ได้กระเป๋าที่เก๋ไม่ซ้ำใคร

แบรนด์พับจีบสุดวิจิตร “GALERIE DE HIMMAPAN” ที่มีรูปแบบลวดลายและโทนสีที่มีความร่วมสมัย ทำให้พัดดังกล่าวสามารถใช้งานได้ในทุกโอกาส แคมเปญนี้ทางแบรนด์ได้นำเสนอพัดจีบ Summer Collection 2023 เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย มีความ Unisex สามารถใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และเหมาะเป็นอย่างยิ่งเมื่อนำมา Mix & Match กับชุดไทย ทางแบรนด์ได้ออกแบบมาทั้งหมด 2 ชุดด้วยกัน โดยแบ่งเป็นคอลเลคชั่น Trail of the flowers: การเดินทางของดอกไม้, The Origami: ความสมมาตร และ Men’s Collection: สำหรับสุภาพบุรุษ โดยลวดลายทั้งหมดได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องที่ถูกตัดออกมาและประกอบเข้าใหม่เป็นลวดลายดอกไม้และอื่นๆ ที่งดงามอันประดับอยู่ในสถาปัตยกรรมไทยเช่น วัดอรุณราชวราราม และ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากนี้ยังมีคอลเลคชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของความสมดุลที่ปรากฏในการตัดกระดาษของจีนและการพับกระดาษของญี่ปุ่น โทนสีที่นำมาใช้เป็นโทนสีไทยโทนทั้งหมดอ้างอิงจากหนังสือ Thai Textiles Trend Book SS2023

“KEAR STORE” แบรนด์กระเป๋าขวัญใจคนรุ่นใหม่ มาพร้อมด้วยดีไซน์สวยงามขนาดกำลังดี ตัวกระเป๋าไม้ไผ่ทรงกลมสานด้วยมือจากฝีมือคนไทยแท้ อีกทั้งยังร่วมผสมผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมของไทย พร้อมยังให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพและความประณีต และวัสดุทุกอย่างที่ทางแบรนด์คัดสรรมานั้นมีความคงทนและช่วยต่ออายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี

“SALETE” แบรนด์กระเป๋าไหมแท้ทอมือ ที่ได้หยิบยกเอาผ้าไหมและผ้าทอของไทยมาออกแบบให้มีรูปทรงและลวดลายแบบเรียบง่ายแต่ให้ความหรูและสวยงามเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่ร่วมสมัยที่มาพร้อมกับการใช้งานที่คล่องตัวและยังสามารถใช้ได้เกือบทุกโอกาส

สิทธิพิเศษ!!! สมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp เมื่อซื้อสินค้าจากแบรนด์อื่นๆ ครบตามเงื่อนไข ณ ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยามแลกรับส่วนลดท้ายใบเสร็จมูลค่าสูงสุด 500 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2566   มาร่วมสัมผัสความสนุกไปกับการ Mix & Match สุดยอดแฟชั่นคราฟต์ไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แล้ววันนี้กับแคมเปญ  “ICONCRAFT Accessories & Style” ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2566 ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 – 5 ไอคอนสยาม และ ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ FB : ICONCRAFT

‘หากมองความรักเป็นเช่นเกม วันนี้มีดวงแพ้ จนต้องแขวนหัวใจไว้ที่เขาเลย ใครกัน ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายวัน 11 กรกฎาคม 2566

‘หากมองความรักเป็นเช่นเกม วันนี้มีดวงแพ้ จนต้องแขวนหัวใจไว้ที่เขาเลย’

ดวงรายวัน 11 กรกฎาคม 2566

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   ก็ยังมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจทางด้านสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์  แต่วันนี้เป็นไปได้ว่าจะมาทางสายช่าง งานประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้าวิจัย ฯลฯ หากจะให้ดีควรระวังตัวไว้หน่อย เพราะคุณมีโอกาสตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างบ้าคลั่ง หรือถูกบังคับให้ต้องทำงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นไปได้ที่จะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือถูกใส่ร้ายป้ายสีให้ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ

การเงิน  :   จริงๆ คุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินเข้ามาให้ใช้ไม่ขาด จึงเป็นไปได้ที่วันนี้จะทำงานเพื่อสังคมมากกว่าเพื่อตัวเอง แต่หากคิดจะลงทุน ก็ควรศึกษาข้อมูลทางการลงทุนให้ชัดเจน เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง

ความรัก  :   หากได้พบคู่ครองที่มีทัศนคติ ความคิดที่เข้ากันอย่างลงตัวแล้ว แม้วันนี้จะมีโอกาสที่ความคิดเห็นจะขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นใช้วาจาก้าวล่วงไม่ให้เกียรติกันเลยก็ตาม ก็โปรดอย่าใส่ใจ เพราะเอาจริงคุณก็ไม่สามารถมีใจไปรักใครได้อีกแล้ว คนโสด  สำหรับคนเจ้าชู้ มีทัศนคติต่อความรักเป็นเสมือนเกม วันนี้มีโอกาสได้พบกับตัวจริงที่จะทำให้คุณถึงกับแขวนหัวใจไว้ที่เขาเลย

สุขภาพ  :  หากนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งติดๆ กันหลายวัน วันนี้มีโอกาสที่ออฟฟิศซินโดรมจะถามหา นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบหมุนเวียนของน้ำในร่างกายและต่อมไร้ท่อต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานโรคบกพร่อง เลือด และต่อมน้ำเหลืองไม่ดี

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  หากคุณกำลังถูกลดบทบาทความสำคัญ หรือเพื่อนร่วมงานลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ว่าจะถูกชิงตัวไป หรือลาออกเองก็ตาม แม้จะพยายามเรียกร้องความสนใจอย่างไร ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่คุณเรียก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจในสายบริการ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ท่องเที่ยว สปา แอร์โฮสเตส จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก วันนี้เป็นไปได้ว่าโอกาสจะเปิดให้คุณ ทั้งผู้ใหญ่ให้การส่งเสริมสนับสนุน ส่วนเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเป็นพิเศษ

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะเสียเงินอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ให้กับทั้งผู้ใหญ่ และเด็ก เลยทีเดียว

ความรัก  :   หากความรักความสัมพันธ์ของคุณกำลังตกอยู่ในสภาวะที่เบื่อหน่ายซึ่งกันและกัน เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณเริ่มโหยหาความรัก โดยพยายามเรียกร้องความสนใจ ทั้งจากผู้ใหญ่ และเด็กเลยทีเดียว คนโสด  เช่นกัน เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณมีโอกาสได้พบกับคนที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่  

สุขภาพ  :   มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท หรือสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง รวมถึงโรคซึมเศร้า ส่วนทางร่างกาย วันนี้ควรงระวังหกล้ม ตกบันได ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็น     

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากกำลังเครียดและกดดัน เพราะถูกเจ้านายคาดหวังว่าจะได้ผลงานที่ดีจากคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจสายช่าง นักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ รวมถึงสายบันเทิงเริงรมย์ เช่น ดนตรี กวี ศิลป์ ด้วยแล้ว วันนี้เป็นไปได้ที่คุณจะมีความคิดและจินตนาการกว้างไกล จนกระทั่งหลุดรอบขอบจักรวาลไปเลยทีเดียว  ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะเครียดมากขึ้น

การเงิน  :  หากคุณทำงานเพื่อความสุข และเพื่อสังคมมากกว่าเพื่อเงิน จึงเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถเก็บเงินไว้กับตัวได้นาน มีโอกาสถูกมิจฉาชีพหลอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการกู้ยืมเงิน การค้ำประกัน นอกจากนั้นยังไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินสินบน หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะมีความเสี่ยงที่จะล้มละลาย

ความรัก :   คุณให้ความสำคัญกับความรักความสัมพันธ์แบบรักเดียวใจเดียว และความซื่อสัตย์อย่างมาก จนกระทั่งคุณไม่เชื่อมั่นในตัวเองว่า จะสามารถครองใจคู่คุณได้ยาวนานตราบชั่วฟ้าดินสลาย ดังนั้น วันนี้จึงเป็นไปได้ที่คุณจะตัดสินใจพึ่งสายมูเตลูด้วยอีกทาง คนโสด  มีโอกาสที่คนรักเก่าจะติดต่อกลับมา ซึ่งคุณก็ยึดมั่นและซื่อสัตย์ในความรักอยู่แล้ว วันนี้จึงไม่ยากหากถ่านไฟเก่าจะกลับมาติดไฟใหม่อีกครั้ง

สุขภาพ   :  เป็นไปได้ว่าออฟฟิศซินโดรมจะถามหา หากใครนั่งทำงานในท่าเดิมๆ นานๆ วันนี้อาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ที่เคยเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะกำเริบรุนแรงขึ้น จึงควรปรึกษาแพทย์ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบันด่วนๆ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   สำหรับหัวหน้างาน หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน ในงานหรือธุรกิจสายสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ ฯลฯ  วันนี้คุณไม่ควรมีอีโก้ หรือทิฐิในตัวเองมากจนไม่คิดถึงความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นเลย เพราะเป็นไปได้ว่าจากที่ผู้ใหญ่ผู้หญิงจะสนับสนุนถึงกับเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้ กลายเป็นเกิดความเสี่ยงที่จะขัดแย้งกันขึ้น จนงานสะดุดหยุดลงกลางคัน

การเงิน   :  มีโอกาสที่คุณจะทำบุญ ทำทาน ช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน เรียกว่าวันนี้ทำงานหาเงินได้เท่าไหร่ก็ให้คนอื่นใช้หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายจ่ายของลูกหลานในบ้าน

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าความรักความสัมพันธ์ของคุณวันนี้จะราบเรียบและราบรื่น คุณทำงานเป็นหลักของครอบครัว เป็นแม่ที่ทำหน้าที่ดูแลลูกได้อย่างสมบูรณ์ คนโสด  จริงๆ แล้วคุณโรแมนติก ชอบการสัมผัส โหยหาการโอบกอด ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่ความต้องการจะได้รับการตอบรับ ไม่จากแม่ ก็จากคนรัก

 สุขภาพ  :   หากคุณเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร วันนี้เป็นไปได้ว่างานจะหนัก มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับประทานอาหารตรงเวลา  เป็นไปได้ที่อวัยวะในช่องท้องจะมีปัญหา นอกจากนั้นหากเพิ่งจะผ่าตัดหรือผ่าคลอดมา  วันนี้ไม่ควรยกของหนัก เพราะมีโอกาสที่แผลจะได้รับความกระทบกระเทือน

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   ก็ยังไม่หมดช่วงโปรโมชั่นนะคะ วันนี้มีโอกาสจะถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายป้ายสี หรือแทงข้างหลัง หวังทำลายชื่อเสียงของคุณ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้คุณได้ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ตัวเองไม่ได้รัก ไม่ถนัด แต่จำต้องทำ เพราะติดที่สัญญาและข้อตกลงที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความขัดแย้ง สุดท้ายแล้วมีโอกาสที่งานหรือธุรกิจนั้นจะไปต่อไม่ได้  

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะเจรจาผลประโยชน์กันไม่ลงตัว หนี้สินต่างๆ ก็ตามคืนไม่ได้ นอกจากนั้นยังถูกขโมยทรัพย์สินด้วย สุดท้ายแล้วคุณมีโอกาสเดือดร้อนจนเข้าขั้นวิกฤติ

ความรัก  :   ทำใจค่ะ วันนี้แม้คุณจะนั่งอยู่เฉยๆ ก็ยังมีบุคคลที่ไม่หวังดีพามือที่สามเข้ามาปั่นป่วน จนชีวิตคู่สุดจะป่วนปั่น มีปากเสียงกันถึงขั้นบ้านสะเทือนกึกก้องเลยทีเดียว  คนโสด  หากใครกำลังไปชอบแฟนชาวบ้าน วันนี้แม้อยากจะตัดใจให้ขาดเพียงไร แต่ทำไมกลับกลายเป็นเปิดศึกรักระหว่างเรา 3 คน เสียนี่

สุขภาพ   :  มีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจากการถูกของแหลมหรือของมีคมทิ่มแทง นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคเลือด ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ ลูคิเมีย ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรียลเอสเตท บ้าน ที่ดิน อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเครียดและกดดัน เพราะเจ้านายคาดหวังที่จะได้ผลงานดีๆ จากคุณ ซึ่งคุณก็คงต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ทำงานให้สมกับที่เจ้านายคาดหวัง แต่ก็ไม่ควรเชื่อมั่นในตัวเองมาก เพราะแค่คิดผิดนิดเดียวชีวิตเปลี่ยนทันที  

การเงิน  :  หากคุณกำลังจะซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน วันนี้ก็ขอให้ทำด้วยความโปร่งใส จากความรู้ ความสามารถของคุณจริงๆ  หลีกเลี่ยงเงินสินบน หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะมีโอกาสล้มละลายได้เลย

ความรัก :  เป็นไปได้ที่คุณกำลังจะมีโครงการซื้อบ้านที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า จะต้องช่วยกันทำงานเพื่อผ่อนบ้านระยะยาวเลยทีเดียว ยังไงก็อย่าทิ้งกันไปก่อน    คนโสด  เป็นไปได้ว่า วันนี้คุณอยากหาใครสักคนมาช่วยกันผ่อนบ้านแล้วล่ะ ซึ่งคนๆ นั้นต้องมาอย่างสมเกียรติและฐานะของคุณด้วย ซึ่งก็ไม่ได้หาพบง่ายๆ ตามท้องถนน  

สุขภาพ  :   คุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยง่ายๆ แต่วันนี้อย่าประมาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อมน้ำเหลืองต่างๆ  มีโอกาสที่จะเป็นเนื้องอกจนถึงเนื้อร้าย ทางที่ดีจึงควรตรวจเช็กสุขภาพประจำปี

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ นักวิชาการ ไลฟ์โค้ช เทรนเนอร์ ติวเตอร์ ฯลฯ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้บุกเบิกเริ่มต้นทำงานหรือธุรกิจใหม่ๆ แม้คุณจะเรียนรู้งานได้เร็ว แต่ก็อย่าประมาท เพราะเป็นไปได้ที่คุณจะรับมือกับอุปสรรคและปัญหาที่จู่โจมเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งกับบุคคลอื่น ก็ควรใช้สมองและสติให้มากกว่าอารมณ์ เพราะที่สุดแล้วคุณนั่นล่ะ ที่จะเป็นทุกช์และวิตกกังวล จนถึงท้อแท้เลยทีเดียว

การเงิน  :  รายได้หลักมาจากงานประจำ ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่จะได้ปรับเพิ่มขึ้นด้วยวาสนาและบารมีของคุณ ซึ่งเป็นไปได้ที่คุณพยายามใช้เงินอย่างประหยัดที่สุด

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าวันนี้ผู้ใหญ่และคู่ครองให้เกียรติและยอมรับความสามารถของคุณ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจริงๆ แล้วคุณตั้งความหวังไว้สูงกว่านี้ จนกลายเป็นกดดันทั้งคู่และตัวเอง แล้วหากผิดหวัง คุณมีโอกาสปลีกวิเวกเลย   คนโสด  วันนี้มีโอกาสที่จะได้พบทั้งผู้ใหญ่และรุ่นน้อง ซึ่งเขาให้เกียรติและยอมรับคุณอย่างดี เพียงแต่คุณนี่ล่ะที่ยังตัดสินใจไม่ถูก

สุขภาพ   :   จริงๆ คุณรักษาสุขภาพตัวเองอย่างดี วันนี้มีโอกาสที่คุณจะเครียดและจริงจังไปหมดทุกเรื่อง จนกลายเป็นปวดศีรษะ  ไมเกรน นอกจากนั้นยังส่งผลไปถึงกระเพาะอาหาร ลำไส้ มีความเสี่ยงที่จะปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย ครบหมด

เฟรเดริก อาร์โนลต์

รู้จัก เฟรเดริก อาร์โนลต์ ซีอีโอของ Tag Heuer ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก

กำลังเป็นข่าวลือที่ดังไปทั่วโลกสำหรับประเด็นที่ว่า ลิซ่า BLACKPINK และ เฟรเดริก อาร์โนลต์ [Frédéric Arnault] ซีอีโอของ Tag Heuer ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกกำลังออกเดทกันอยู่

หลังจากมีภาพของ ลิซ่า และ เฟรเดริก ขณะกำลังไปรับประทานอาหารกลางวันในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสถูกเผยแพร่ออกมาก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์ และตั้งคำถามว่าทั้งคู่นั่นกำลังออกเดทหรือไม่? เพราะทั้งคู่ดูค่อนข้างสนิทสนมกัน

ด้านต้นสังกัด YG Entertainment แม้จะยังไม่ได้ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นอย่างการว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่แฟนคลับบางส่วนก็มองว่าทั้งคู่นั้นดูเหมาะสมกันเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวบางส่วนก็มองว่าอย่าเพิ่งตัดสินว่าเป็นเรื่องจริง และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของศิลปิน

รู้จัก เฟรเดริก อาร์โนลต์ ซีอีโอของ Tag Heuer ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก

สำหรับประวัติของ เฟรเดริก อาร์โนลต์ เขาเป็นซีอีโอของแบรนด์นาฬิกาหรู Tag Heuer และยังเป็นลูกชายของนาย Bernard Arnault มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกเจ้าของอาณาจักร LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 2.11 แสนล้านเหรียญ

เฟรเดริก วัย 28 ปีเป็นลูกชายคนที่ 3 ของ Bernard Arnault เขาจบการศึกษาจาก École Polytechnique หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส ด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้เขายังเคยฝึกงานที่ Facebook และ McKinsey & Company ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของ Tag Heuer

แม้จะเป็นลูกชายของเจ้าของอาณาจักร LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton แต่ใช่ว่าเฟรเดริกจะได้เข้ามาเป็นซีอีโอ Tag Heuer แบบง่ายๆ เพราะเขาต้องผ่านการฝึกงาน และเคยทำงานในตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อในปี 2560

ย้อนกลับไปในตอนนั้น Stéphane Bianchi อดีตหัวหน้าของ Tag Heuer ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล เฟรเดริก ที่อายุน้อยกว่าเพื่อเตรียมตัวเป็น CEO ได้ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่า “ยอมรับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เราปะทะกันทุกครั้งในช่วงแรก แต่ตอนนี้เราหัวเราะไปด้วยกัน เฟรเดริกมีความฉลาด และมีความเป็นผู้นำ”

นับตั้งแต่เฟรเดริกได้เข้ามาเป็นซีอีโอของ Tag Heuer เขาได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ของแบรนด์และนำบริษัทไปสู่จุดสูงสุด ซึ่งผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ เขาได้นักแสดงฮอลลีวู้ดอย่าง Ryan Gosling มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tag Heuer


ติสท์ๆ คูลๆ! ส่องแฟชั่น Boho Chic คำนิยามสไตล์การแต่งตัวแบบ ‘มาตาลดา’

โลกสดใสทันทีเมื่อมี ‘มาตาลดา‘ ส่องแฟชั่นสุดชิคที่ใครๆ ก็ต่างสะดุดตากับ ‘Boho Chic’

ถ้าพูดถึงละครหลังข่าวที่คนติดกันงอมแงมคงต้องมีชื่อ ‘มาตาลดา’ ละครสุดฮีลใจกับคาแร็คเตอร์ที่ใครหลายคนก็หลงรัก ไม่ว่าจะเป็นพระเอกอย่าง เป็นหนึ่ง หรือ ปุริม ที่ได้เจมส์ จิรายุมาแสดง, พ่อเกรซ ที่มี ชาย ชาตโยดม มาแสดงฝีมือให้กับผู้ชมได้เห็นในคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างจากตัวเองเคยเล่นมาก่อน

แน่นอนว่าชื่อเรื่องคือ ‘มาตาลดา’ ทั้งทีไม่เอ่ยถึงตัวละครหลักอย่างมาตาลดาเลยคงจะไม่ได้ ซึ่งครั้งได้ เต้ย จรินทร์พรมารับบทบาทเป็น หญิงสาวที่มีนิสัยสดใส ร่าเริง ใจดีมีเมตตา มองโลกในแง่บวก พร้อมเป็นพลังดีๆ ให้กับคนรอบตัว รับรองว่าหากใครได้ดูเรื่องนี้แล้วต้องหลงรักตัวละครนี้ไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่แน่นอน นอกจากน่ารักของมาตาลดาจะสามารถจับใจทุกคนได้แล้ว อีกหนึ่งอย่างซึ่งโดดเด่นไม่แพ้กัน แถมยังเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะทำให้คาแร็คของตัวละครมีภาพที่ชัดมากขึ้นสิ่งนั้นคือ ‘คอสตูม’ นั่นเอง

สำหรับตัวละคร มาตาลดา ได้สไตลิสต์อย่าง @verasalon มาช่วย Mix & Match ให้ในแต่ละลุค โดยสไตล์ที่ใช้กับคาแร็คเตอร์นี้เรียกว่า Boho Chic โดมียเอกลักษณ์ คือ การใส่เสื้อผ้า ชุดเดรสที่มีเลเยอร์เยอะ ๆ พริ้ว ๆ รวมถึงโดดเด่นด้วยเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือที่ทำจากลูกปัด และหิน ในบางลุคอาจเพิ่มผ้าผูกผมให้มีกิมมิกมากยิ่งขึ้นได้ด้วย รวมถึงกระเป๋านอกจากกระเป๋าผ้าแล้ว กระเป๋าพู่ๆ นี่แหละคือสไตล์ที่เข้ากันที่สุด

เห็นแบบนี้บอกเลยว่าเทรนด์การแต่งตัวตาม มาตาลดา ก็มาแรงมากๆ โดยเฉพาะบน TIKTOK ที่ไม่ว่าใครต่อใครก็ต่างหาไอเท็มที่คล้ายกับตัวละครมาแมทช์ลุคในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าสไตล์ Boho Chic จากหญิงสาวที่ชื่อ ‘มาตาลดา’ ก็ทรงอิทธิพลอยู่ไม่เบา ณ ช่วงเวลานี้

Gong Yoo

ความคิดเกี่ยวกับการแต่งงาน-สาวในอุดมคติ Gong Yoo #ลมหายใจภาคพื้นเอเชีย

สุขสันต์วันเกิดและขอบคุณที่ยังโสดให้สาวๆ ได้ชุ่มชื่นหัวใจกันต่อไปสำหรับ พระเอกเกาหลี  “กงยู” ( Gong Yoo ) #ลมหายใจภาคพื้นเอเชีย ที่วันนี้ 10 กรกฎาคม 2566 เป็นวันครบครอบวันเกิด 44 ปี

กงยู เป็นนักแสดงชายระดับเอลิสต์ของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ ที่โลดแล่นในวงการมานานกว่า 22 ปี ซึ่งบทบาทที่ได้รับก็พัฒนาไปตามประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับรางวัลการันตีความสามารถมากมาย

จากข้อมูลที่หลายคนทราบกัน พระเอกหนุ่มคนนี้มีสาวๆ ทั้งในและนอกวงการตกหลุมนักมากมาย แต่กลับยังคงสถานะโสดสนิท เช่นนั้นวันนี้แพรวงจะพาไปล้วงความคิดเกี่ยวกับการ แต่งงานและสาวในอุดมคติของ สามีแห่งชาติ “กงยู” ดูสิใครกันนะ จะมีสิทธิ์คว้าหัวใจหนุ่มคนนี้กันบ้าง

1.ผู้หญิงในอุดมคติ

นักแสดงหนุ่มเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาชอบผู้หญิงที่กล้าแสดงออก และแทนที่ผู้หญิงจะพึ่งพาผู้ชาย เขากลับชื่นชมผู้หญิงที่ รู้วิธีการทำสิ่งต่างๆ เพื่อตัวเอง และยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้ชายไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายขอแต่งงานอีกต่อไป

Gong Yoo

2.รักแมวของเขา

กงยูไม่ค่อยเล่นโซเชียลมีเดีย เป็นคนติดบ้าน ดังนั้นชีวิตประจำวันของเขามีแค่การออกกำลังกายและเก็บอึแมว น้องคองคอง ด้วยความเป็นทาสแมว เถ้าหากเขามีคนรักก็อยากให้เธอชอบแมวของเขาด้วย

Gong Yoo

3.ความคิดเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน

หากถามเขาว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่เจ้าตัวคงตอบไม่ได้ แต่ดาราหนุ่มเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขามีแผนแน่นอนเรื่องการแต่งงาน แม้ในเวลานี้การแต่งงานจะเป็นเรื่องยากในเวลานี้ แต่ไม่ว่ายากแค่ไหนเขาก็อยากแต่งงานอยู่ดี เพราะเขาอยากรู้ว่าลูกของเขาจะออกมาหน้าตาเหมือนเขาหรือเปล่า

4.ผู้หญิงที่ใกล้เคียงสเปคเขามากที่สุด

ครั้งหนึ่งกงยูเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาอยาก เดทกับผู้หญิงที่มีความลุยๆ เขาสนใจผู้หญิงที่ดูดีในกางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบมากกว่าผู้หญิงที่สวมกระโปรงและรองเท้าส้นสูง ซึ่งผู้หญิงที่ใกล้เคียงสเปคเขามากที่สุดคือ Gong Hyo Jin และ Diane Lane

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะอยากแต่งงานแค่ไหน แต่กงยูสัญญาว่าหากเขามีแผนที่จะแต่งงาน เขาจะประกาศให้แฟนคลับได้ทราบก่อนอย่างแน่นอน

คาซึฮะ LE SSERAFIM

แอร์พอร์ตลุคสุดเท่ของ ‘คาซึฮะ LE SSERAFIM’ อวดเอวเอส กล้ามหน้าท้องสวยกรุบ

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ‘คาซึฮะ LE SSERAFIM’ (Kazuha) ได้รับความสนใจอย่างมากจากรูปลักษณ์ที่สวยเป๊ะของเธอ ขณะเดินสวยสับเข้าสนามบินในแอร์พอร์ตลุคเสื้อกล้ามไหมพรมสีดำทรงครอปเผยให้เห็นเอวเอสและกล้ามหน้าท้องน้อยๆ สุดเพอร์เฟ็ค

ซึ่งชาวเน็ตคนหนึ่งสร้างโพสต์ฟอรัมชุมชนออนไลน์ชื่อ “LE SSERAFIM KAZUHA EXITS THE COUNTRY IN A REFRESHING OUTFIT” และรวมภาพถ่ายของ Kazuha ที่สวมเสื้อครอปสีดำซึ่งเผยให้เห็นรูปร่างที่พอดีของเธออย่างเป็นธรรมชาติ และมีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิเช่น

  • “หุ่นเธอดีที่สุด เธอคือต้นแบบของฉัน TT”
  • “เธอดูบริสุทธิ์มาก”
  • “คาซูฮะน่ารักมากเพราะเธอดูฟิตมาก”
  • “ฉันว่ามันเท่มากที่เธอมีกล้ามแบบนั้น”
  • “รูปร่างของเธอเท่มาก และเธอไม่ผอมเลยแม้แต่น้อย”
  • “เธอสวยและเท่มาก! Kazuha ดีที่สุด”
  • “แค่มองฉันก็อิจฉาแล้ว”
  • “ฉันเริ่มออกกำลังกายเพราะฉันเห็นภาพเหล่านั้นของ Kazuha”

ส่วนใครที่อยากออกกำลังกายแบบคาซึฮะ ในคลิปวิดีโอ FIM-LOG เธอได้ได้แชร์เบื้องหลังการดูแลหุ่นของเธอด้วยอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายและยืดกล้ามเนื้อที่เธอใช้มาตั้งแต่เป็นนักบัลเลต์ พร้อมสาธิตโชว์การออกกำลังกายท่าต่างๆ ที่เน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นหลัก อาทิ ท่ายกขา (Leg Raise), ท่ายกขาข้างเดียว (Individual Leg Raised), ท่าจักรยาน (Bicycles)

https://www.youtube.com/watch?v=zE7dsVf_ksc

ภาพ : allkpop

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไขมันพอกตับ

ไม่อ้วนก็เป็นได้! สาเหตุเกิด ‘ไขมันพอกตับ’ มักไม่มีอาการจนกว่าโรคจะลุกลามเป็นตับแข็ง

ไขมันพอกตับ คือภาวะการสะสมไขมันในตับที่มากเกินไป คือ มากกว่า 5% ของน้ำหนักตับ จะทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งนำไปสู่การเกิดตับอักเสบ ตับแข็งและมะเร็งตับได้ในที่สุด

โดยปกติร่างกายใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งมาจาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือหน้าท้องและตับ ไขมันที่ตับนับเป็นแหล่งพลังงานใหญ่ที่สุด หากเกิดการสะสมของไขมันที่ตับมากๆ จะส่งผลให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับอีกด้วย

ตับเป็นอวัยวะสำคัญมีหน้าที่ในการดำรงชีวิตหลายอย่าง เช่น 

  • ผลิตน้ำดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร
  • สร้างโปรตีนให้กับร่างกาย เก็บสะสมธาตุเหล็กและวิตามินต่างๆ เปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน
  • สร้างสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว (เกาะตัวกันเพื่อรักษาบาดแผล)
  • รวมถึงช่วยต่อต้านการติดเชื้อ โดยการสร้างภูมิคุ้มกันและกำจัดแบคทีเรียและสารพิษออกจากเลือด
  • การกำจัดสารพิษและยาต่างๆ 

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นไขมันพอกตับ (Fatty liver disease)
ปกติตับที่แข็งแรงจะมีไขมันเพียงเล็กน้อย หากตรวจพบไขมันในตับประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตับ ถือว่ามีภาวะไขมันพอกตับ  โรคไขมันพอกตับ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง หรือส่งผลต่อการทำงานของตับ แต่พบว่า 7- 30% ของผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับจะมีอาการแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป เกิดการอักเสบและมีพังผืดเกิดขึ้นภายในตับ ส่งผลให้มีการดำเนินโรคที่มากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน เป็นต้น 

ไขมันพอกตับ มีกี่ระยะ
โดยภาวะไขมันพอกตับ แบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เป็นระยะการสะสมไขมันในตับ ยังไม่มีอาการหรือการอักเสบเกิดขึ้นในตับ มักตรวจพบโดยบังเอิญ หรือจากการตรวจสุขภาพ
  • ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มีการอักเสบของตับ เซลล์ตับได้รับความเสียหาย ค่าการทำงานของตับจากผลเลือดผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรังและมีพังผืดเกิดขึ้นได้
  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มีพังผืดภายในเนื้อตับและเส้นเลือดในตับ ในระยะนี้ตับยังสามารถทำงานได้ปกติ หากได้รับการรักษาที่สาเหตุ ก็จะสามารถหยุดการดำเนินโรคต่อไปได้
  • ระยะที่ 4 เป็นระยะตับแข็ง เนื่องจากตับได้รับความเสียหายถาวร เกิดเป็นพังผืดทั่วทั้งตับและกลายเป็นตับแข็ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตับวายและมะเร็งตับได้

โดยแบ่งการดำเนินโรคได้ ดังนี้

  1. ตับอักเสบ (บวม) ซึ่งทำลายเนื้อเยื่อของตับ เรียกระยะนี้ว่าภาวะตับอักเสบ  (steatohepatitis)
  2. การอักเสบรุนแรงต่อเนื่อง เนื้อเยื่อแผลเป็นที่ตับได้รับความเสียหายจนเกิดเป็นพังผืด (fibrosis)
  3. เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก เนื้อเยื่อแผลเป็นมีขนาดใหญ่จนตับไม่สามารถทำงานได้ปกติ เข้าสู่ภาวะตับแข็ง (cirrhosis of the liver) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตับวายและมะเร็งตับ 

สาเหตุของโรคไขมันพอกตับ
โรคไขมันพอกตับเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ

  1. ไขมันพอกตับที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (Alcohol  fatty liver disease) เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก (การดื่มในระดับมาตรฐานหมายถึงการดื่มไวน์วันละ 1 แก้ว สำหรับผู้หญิงและไม่เกิน 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย) ในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยไขมันพอกตับจากการดื่มประมาณ 5%
  2. ไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ Non-alcohol related fatty liver disease (NAFLD) (Non-alcoholic fatty liver disease; NAFLD) เกิดขึ้นในผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ภาวะนี้ส่งผลต่อผู้ใหญ่ 1 ใน 3 คนและเด็ก 1 ใน 10 คนในสหรัฐอเมริกาพบอุบัติการณ์ในผู้ใหญ่ประมาณ 25-30% ของประชากรผู้ใหญ่ทั้งหมด และในเด็กประมาณ 10%  

ปัจจัยเสี่ยงของโรคไขมันพอกตับ ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของโรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ แต่พบว่าอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ดังนี้

  1. กลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ซึ่งประกอบไปด้วยรอบเอวที่เกิน 90 ซม. ในผู้หญิง และ 100 ซม. ในผู้ชาย ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ระดับไขมันดี แอชดีแอลน้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในเพศชาย และน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในเพศหญิง และน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า 110 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  2. โรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคไขมันสูง
  3. กินอาหารที่มีพลังงานสูงเป็นประจำ เช่น ไขมัน น้ำตาล แป้ง
  4. สตรีวัยหมดประจำเดือน
  5. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 
  6. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัสบางชนิด

อาการของโรคไขมันพอกตับ ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับมักไม่มีอาการทางร่างกาย หรือหากมีอาการก็อาจเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น 

  • อ่อนเพลีย 
  • คลื่นไส้เล็กน้อย 
  • รู้สึกปวดใต้ชายโครงขวา 

ดังนั้นการตรวจพบโรคไขมันพอกตับส่วนใหญ่จึงมักพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือ พบค่าการทำงานของตับผิดปกติ หรือ ตรวจพบจากการตรวจทางการแพทย์ด้วยสาเหตุอื่น ผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับมักไม่มีอาการจนกว่าโรคจะลุกลามเป็นตับแข็ง
หรือมีอาการ ดังนี้  

  • ปวดท้องหรือรู้สึกอิ่มที่ด้านขวาบนของช่องท้อง
  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลด
  • ผิวเหลืองและตาขาว (ดีซ่าน)
  • ท้องและขาบวม (บวมน้ำ)
  • รู้สึกเหนื่อยล้าหรือสับสน

การวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับ

  1. การตรวจเลือด ในภาวะไขมันพอกตับระยะเริ่มต้น ค่าการทำงานของตับมีค่าปกติได้ แต่ในรายที่มีตับอักเสบจากไขมันพอกตับร่วมด้วย จะพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ
  2. การตรวจอัลตร้าซาวด์ สามารถตรวจพบไขมันพอกตับได้ เมื่อมีการสะสมไขมันในตับมากกว่า 30% แต่ก็มีข้อจำกัดในรายที่มีผนังหน้าท้องหนา
  3. การตรวจชิ้นเนื้อตับ 
  4. การตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกน (FibroScan) เนื่องจากโรคไขมันพอกตับมักไม่มีอาการ

แพทย์อาจตรวจพบระดับเอนไซม์ตับที่สูงขึ้น จากการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะอื่นๆ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้ 

  • อัลตร้าซาวด์หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อให้ได้ภาพตับ
  • การตรวจชิ้นเนื้อตับ (ตัวอย่างเนื้อเยื่อ) เพื่อระบุว่าโรคตับลุกลามไปมากน้อยเพียงใด
  • ไฟโบรสแกน (FibroScan) เป็นการตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และตรวจวัดปริมาณไขมันสะสมในตับ ซึ่งตรวจได้โดยง่าย ได้ผลเร็ว และไม่เกิดความเจ็บปวดใดๆ 

นอกจากนี้ยังสามารถช่วยการวินิจฉัยในรายที่มีพังผืดมากเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งในระยะแรกๆ ได้ซึ่งเป็นอัลตร้าซาวด์พิเศษที่ใช้แทนการตรวจชิ้นเนื้อตับเพื่อหาปริมาณไขมันและเนื้อเยื่อแผลเป็นในตับ ซึ่งตรวจง่ายได้ผลเร็วโดยไม่ได้รับความเจ็บปวดใดๆ อีกทั้งยังสามารถช่วยวินิจฉัยผู้ที่เป็นตับแข็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก นอกจากนี้ยังสามารถติดตามผล และประเมินระดับความรุนแรงของตับแข็งและช่วยในการวางแผนรักษาไขมันพอกตับต่อไป

ผู้ที่ควรตรวจไฟโบรสแกน

  • ผู้ป่วยโรคตับที่มีผลเลือดค่าการทำงานตับ AST/ALT มากกว่า 1
  • ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เรื้อรังทุกราย
  • ผู้ป่วยที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่รับประทานยา หรือสมุนไพร ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนปกติ ถึง 4 เท่า
  • ภาวะอ้วนลงพุง โรคอ้วน
  • ผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับที่อายุมากกว่า 45 ปี
  • ผู้ป่วยไขมันพอกตับที่มีข้อห้าม หรือปฎิเสธการเจาะตับ 

การรักษาโรคไขมันพอกตับ ปัจจุบันไม่มียารักษาโรคไขมันพอกตับโดยเฉพาะ แต่มุ่งเน้นการปฏิบัติตัวปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่จะช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และลดไขมันพอกตับได้ ได้แก่ 

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากมีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักลง 7-10% โดยให้ค่อยๆ
  • ลดน้ำหนักลง เนื่องจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจทำให้โรคไขมันพอกตับแย่ลงได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150-200 นาทีต่อสัปดาห์ทั้งแบบแอโรบิค และแบบมีแรงต้าน
  • ควบคุมอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูงหรือน้ำตาลสูง เช่น อาหารประเภททอด เนื้อติดมัน ผลไม้ที่มีรสหวานและน้ำผลไม้ต่างๆ ขนมต่างๆ ให้รับประมาณที่มีกากใยสูง และพลังงานต่ำ เช่น ผักต่างๆ
  • หากเป็นเบาหวาน หรือ ไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคให้ดี ด้วยการรับประทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ สมุนไพรที่นอกเหนือจากแพทย์สั่ง
  • ในรายที่มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาเพื่อทำให้ผลเลือดกลับมาปกติได้ อย่างไรก็ตามยาเหล่านี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถลดไขมันพอกตับได้ดี

ตับมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างน่าทึ่งหากหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักและโรคประจำตัว ซึ่งสามารถช่วยลดไขมันพอกตับ การอักเสบรวมถึงฟื้นฟูความเสียหายของตับในระยะเริ่มต้นได้โรคไขมันพอกตับไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่และส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การดำเนินโรคค่อนข้างช้า 

การตรวจพบโรคไขมันพอกตับจึงมักพบเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจทางการแพทย์ด้วยเหตุผลอื่นๆ ซึ่งในบางรายอาจมีภาวะไขมันพอกตับมานานแล้วก็อาจตรวจพบในระยะตับแข็งไปแล้ว ดังนั้นหากพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับตั้งแต่เนิ่นๆ และปฏิบัติตัวเพื่อลดโอกาสการเป็นไขมันพอกตับ รวมไปถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากไขมันพอกตับด้วย 


ข้อมูล : นพ. ปฏิพัทธ์ ดุรงค์พงศ์เกษม สมิติเวช สุขุมวิท
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮาร์เปอร์ เบ็คแฮม

น่ารักสมวัย ฮาร์เปอร์ สวมชุดเดรสที่ออกแบบโดยวิคตอเรีย ในปาร์ตี้วันเกิดปีที่ 12

เผลอแป๊บเดียว ฮาร์เปอร์ เบ็คแฮม ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ เดวิด และวิคตอเรีย เบ็คแฮม ก็โตเป็นสาวแล้ว ล่าสุดทั้งคู่ได้จัดงานปาร์ตี้วันเกิดครบรอบ 12 ปีให้กับลูกสาวตัวน้อยที่ Prada Caffè ที่ Harrods London งานนี้พี่ชายสองคน โรมิโอ และครูซก็มาร่วมเบิร์ดเดย์น้องสาวด้วย

@victoriabeckham

เรียกได้ว่าสวยได้แม่จริงๆ สำหรับ ฮาร์เปอร์ในวัย 12 ปี สวมชุดสลิปเดรสสีดัสตี้ เพอเพิล จากแบรนด์ Victoria Beckham ซึ่งชุดนี้ออกแบบโดยคุณแม่วิคเพื่อลูกสาวของเธอโดยเฉพาะ

prada.com

ฮาร์เปอร์แมชต์ชุดเดรสสีหวานละมุน เข้ากับกระเป๋า Prada Re-Edition ประดับคริสตัล สี Light Blue มูลค่า 93,000 บาท ตัดกับรองเท้าผ้าใบสีขาวที่มีเชือกผูกสีชมพูสดใสและถุงเท้าจากแบรนด์ Nike ทั้งนี้แฟนๆ ต่างชื่นชมที่ครั้งนี้ฮาร์เปอร์แต่งตัวได้น่ารักสมวัย

สำหรับ Prada Caffè เพิ่งเปิดบริการในเดือนมีนาคม และจะปิดในสิ้นปี 2566 คาเฟ่แห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากร้านค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Prada รวมถึงร้านบูติกแห่งแรกที่เปิดที่ Galleria Vittorio Emanuele II ในปี 1913


ความหมายลึกซึ้ง เปิดที่มาแหวนแต่งงาน 4.19 กะรัต ของ แก้มบุ๋ม ปรียาดา

เหตุใด ทำไมต้อง 4.19 กะรัต? เปิดความหมายสุดลึกซึ้งของแหวนแต่งงานที่ พีท กันตพร มอบให้ แก้มบุ๋ม ปรียาดา

หนึ่งคู่รักที่แฟนคลับตามเชียร์ให้เข้าสู่ประตูวิวาห์ในเร็วๆวันคือ ‘แก้มบุ๋ม ปรียาดา’ และ ‘พีท กันตพร’ ซึ่งไม่นานที่ผ่านมาคุณพีทหรือพี่พีทของแก้มบุ๋มก็ขอเจ้าตัวแต่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางความอบอุ่นของครอบครัวและเพื่อนสนิท ในบรรยากาศบนเกาะพะงัน หากใครอยากได้รับความฟินแบบเต็มรูปแบบสามารถติดตามชมคลิป ‘EP.พิเศษ ทริปสุดหินที่พะงัน เพื่อภารกิจSurprise ขอแต่งงานแก้มบุ๋มของพี่พีทท’ ในช่อง Kambum ได้ทาง Youtube

ซึ่งนอกจากการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่พี่พีทได้มอบให้แล้ว ก็ยังมีแหวนเพชรที่เปี่ยมไปด้วยความหมายแห่งรักของทั้งคู่อีกด้วย โดยแหวนนั้นเป็นเพชรทรงกลมหรือเรียกว่า Round Brilliant Cut มีขนาดกลางๆ อยู่ที่ 4.19 กะรัต ส่วนเหตุผลที่พี่พีทเลือกเพชรเม็ดนี้ เพราะต้องการสื่อถึงความรักของทั้งสองคน เลข 4 หมายถึงช่วงเวลาเข้าสู่การครบรอบปีที่ 4 และ 19 มาจากเลขตัวท้ายของ ค.ศ. 2019 ซึ่งเป็นปีที่ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกัน เห็นความใส่ใจที่พี่พีทมีให้แก้มบุ๋มแล้ว เราก็อดชื่นใจตามไม่ได้จริงๆ ทั้งนี้ แพรว จึงถือโอกาสอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขมากๆ ในชีวิตบทถัดไปนะคะ