นาตาลี เจียรวนนท์

ยูเซอริน เปิดตัว “ลี – นาตาลี เจียรวนนท์” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ยูเซอริน ไฮยาลูรอน เอชดี ฟิลเลอร์ โอเวอร์ไนท์ ทรีทเม้นท์ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในสกินแคร์ ที่เปรียบเสมือนมีผู้เชี่ยวชาญมาทำทรีทเม้นต์ให้ทุกคืน จาก 2 พลังเซรั่มเฉพาะของยูเซอริน ฟื้นฟูผิวอิ่มฟูเปล่งประกายชั่วข้ามคืน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ลี – นาตาลี เจียรวนนท์  ในวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เป็นทั้งผู้นำและพ่อ! แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารแห่งจิ้งจอกสยามโพสต์อาลัยถึง เจ้าสัววิชัย

แคสเปอร์ ชไมเคิล โพสต์ข้อความสุดซึ้ง บอกถึงความในใจที่เขามีให้กับ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งตัวเขานั้นยกให้เป็นทั้งผู้นำ เจ้านาย พ่อ และเป็นคนที่ทำให้ความฝันเขาเป็นจริง

ข่าวการจากไปของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของศูนย์การค้าปลอดภาษียักษ์ใหญ่ระดับโลก คิง เพาเวอร์ สร้างความโศกเศร้า และเสียใจเป็นอย่างมากให้กับคนทั่วโลก รวมถึงทีมนักฟุตบอล สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ต่างโพสต์อาลัยถึงบอสใหญ่ ที่พวกเขาเคารพรัก

ซึ่งแน่นอนว่า คนที่ได้เห็นเหตุการณ์เป็นคนแรกๆ อย่าง “แคสเปอร์ ชไมเคิล” นายทวาร (ผู้รักษาประตู) แห่งทีมจิ้งจอกสยาม สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ถึงกลับร้องไห้ทันทีที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เพราะหลังจากที่เขาได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ชไมเคิลรีบวิ่งออกไปดูและได้พบกับเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งคุณวิชัยใช้โดยสารเป็นประจำนั้นกำลังลุกไหม้ต่อหน้าต่อตา

และหลังจากที่ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ว่าคุณวิชัย  ศรีวัฒนประภา ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 ในเวลา 20.30 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ (02.00 เวลาประเทศไทย) ตัวเขาเองก็ได้โพสต์ข้อความถึงคุณวิชัย ว่า

แคสเปอร์ ชไมเคิล

ถึง ท่านประธานที่เคารพรัก

ผมยังไม่อยากเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกสิ้นหวังและหัวใจสลาย ผมไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าสิ่งที่ผมได้เห็นเมื่อคืนนั้น มันไม่เหมือนเรื่องจริงเลยสักนิด!

มันยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ว่าคุณมีความหมายมากเพียงใดกับสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ รวมถึงเมืองเลสเตอร์ พวกเราทุกคนรู้ในสิ่งที่คุณและครอบครัวลงทุนและทำเพื่อสโมสร แต่มีสิ่งที่คุณทำมากกว่านั้นคือ คุณใส่ใจอย่างลึกซึ้งไม่เพียงแค่สโมสร แต่รวมถึงชุมชนเลสเตอร์ คุณให้ความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลเลสเตอร์ ซึ่งพวกเราจะไม่มีวันลืม คุณมีความสูงส่งในทุกๆ ด้าน

ผมไม่เคยพบผู้ชายคนไหนที่เหมือนกับคุณ คนที่ทำงานหนัก คนที่ทุ่มเท คนที่มีความกระตือรือร้น มีจิตใจดี และมีความเมตตาอย่างที่สุด คุณให้เวลากับทุกๆ คน เข้าถึงทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ผมชื่นชมและยกย่องคุณเสมอในฐานะผู้นำ พ่อ และผู้ชายคนหนึ่ง

คุณเปลี่ยนฟุตบอลไปตลอดกาล คุณให้ความหวังกับทุกคนว่า สิ่งที่เป็นไปไม่ได้จะเป็นไปได้แน่นอน ไม่เพียงแค่แฟนบอลของพวกเรา แต่เป็นแฟนๆ ของกีฬาทั่วโลก ไม่เพียงแค่กี่คนที่จะทำแบบนี้ได้ เมื่อตอนที่คุณให้ผมเซ็นสัญญาเมื่อปี 2011 คุณพูดกับผมว่า พวกเราจะเป็นแชมป์เปียนส์ลีกแน่นอนในอีก 6ปี และเราจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ด้วยกัน คุณให้แรงบันดาลใจกับผม และทำให้ผมเชื่อในตัวคุณ คุณทำให้ผมรู้ว่าไม่มีอะไรที่จะเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีคุณและครอบครัว ทุกสิ่งที่เราทำด้วยกัน และที่พวกเราประสบความสำเร็จมาด้วยกัน จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย คุณมอบประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในจินตนาการ

คุณทำให้ฝันของผมเป็นจริง

แคสเปอร์ ชไมเคิล

สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุด คือผมได้เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของคุณ สิ่งแวดล้อมที่คุณสร้างขึ้น สโมสรนี้ เมืองนี้ คือครอบครัว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะคุณ ผมจะรำลึกถึงบุญคุณของคุณตลอดไป ขอบคุณที่ได้รู้จักคุณ และได้เติบโตในครอบครัวที่สุดวิเศษของคุณ ได้ใช้เวลาส่วนตัว และมีช่วงเวลาที่ได้ใกล้ชิดร่วมกัน ใจผมสลายเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เห็นคุณอีกในห้องแต่งตัว หลังจากที่ผมวอร์มอัพในตอนเช้าและพูดคุยเรื่องราวต่างๆ กับคุณ รวมถึงจะไม่มีคุณมาพูดคุยหยอกล้อกับนักเตะอีกแล้ว จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่เห็นแล้วต้องยิ้มตาม ความกระตือรือร้นจากตัวคุณที่ส่งมาถึงนักเตะทุกคน

ในตอนนี้พวกเรามีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในฐานะสโมสร ฐานะผู้เล่น ฐานะแฟนๆ ที่ต้องให้เกียรติคุณ นับตั้งแต่ที่เราได้รู้จักคุณมา พวกเราทำสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว ตามแบบที่คุณสร้าง เรายืนหยัด และช่วยเหลือกันในช่วงเวลาที่เจอเรื่องเลวร้ายร่วมกัน

คุณมีวิสัยทัศน์กับสโมสรแห่งนี้ คุณทำทุกอย่างที่ดีที่สุดเพื่อพวกเรา ไม่มีสิ่งไหนเลยที่คุณไม่ทำเพื่อเรา คุณเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เราต้องให้เกียรติในสิ่งที่คุณมอบไว้ให้เรา ด้วยการทำผลงานให้ดีที่สุด และรักษาความเป็นครอบครัวอย่างเหนียวแน่นที่สุดในสโมสรที่คุณสร้างขึ้น

คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณมีความหมายสำหรับผมและครอบครัวมากเพียงใด

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ในชีวิตของคุณที่ผ่านมา

#TheBoss

นอกจากนี้ยังมีนักเตะในทีมคนอื่นๆ ที่ต่างออกมาแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณวิชัย อีกมากมาย ทุกคนล้วนต่างเสียดายและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เจมี่ วาร์ดี้ และคุณวิชัย

‘I will never forget the Chairman’s support, not only during my time @LCFC but also during the World Cup RIP #TheBoss’

(ผมไม่มีทางลืมประธานที่ให้ความช่วยเหลือ ไม่เพียงแค่ช่วงเวลานี้ แต่ยังรวมถึง World Cup #TheBoss)

คริสเตียน ฟุคส์ และคุณวิชัย
แอนดี้ คิง คุณอัยยวัฒน์ และคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา

คุณเป็นคนที่ดีมาก เป็นคนที่ดูแลทุกอย่างในสโมสร ในเมือง และทุกอย่าง ขอบคุณที่ทำให้ความฝันของเราเป็นจริง และผมหวังว่าคุณจะภูมิใจในสโมสรที่คุณสร้างขึ้น เราสัญญาว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อนำสโมสรนี้ไปที่ที่คุณต้องการ # theboss ‘

ชาวเมืองเลสเตอร์ต่างมาร่วมไว้อาลัย และวางดอกไม้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณวิชัย หน้าสนามสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้

ภาพ : vardy7,

 

 

 

เจ้าสิววิชัย

“เจ้าสัววิชัย” จากความรักใน “กีฬาโปโล” สู่การเป็นเจ้าพ่อคอนเน็คชั่นระดับราชวงศ์

แม้วันนี้ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” หรือ “เจ้าสัววิชัย” อภิมหาเศรษฐีผู้มีจิตใจงดงามจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตกบริเวณลานจอดรถข้างสนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าความดีและชื่อเสียงที่สั่งสมไว้ตลอดอายุ 60 ปี จะเป็นที่จดจำและยกย่องตลอดไป

ทั้งนี้สำหรับเจ้าสัววิชัยนั้น หลายคนคงจะทราบกันดีแล้วว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก ทั้งจากการเป็นเจ้าของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ หรือธุรกิจสินค้าปลอดภาษี และการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ เรียกว่าทั้งสองอย่างนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงในวงกว้างเลยทีเดียว

วิชัย ศรีวัฒนประภา

นอกจากในแวดวงธุรกิจแล้ว เจ้าสัววิชัยยังเป็นที่รู้จักในระดับราชวงศ์อีกด้วย โดยเฉพาะราชวงศ์เก่าแก่อย่างราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งมีที่มาจากความชอบส่วนตัวอย่างกีฬาโปโล จนเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่นำกีฬาขี่ม้าโปโลเข้ามาในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2547 และเป็นนายกสมาคมฯคนแรก ซึ่งเจ้าสัววิชัยเคยให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับนิตยสารแพรวเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ว่า

“เริ่มจากประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ผมไปเรียนเจ้าศิลปะบังคับม้า แล้วรู้สึกว่าเราไม่เหมาะกับการขี่ม้าแบบสวยงาม ผมชอบกีฬาที่ท้าทาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นโปโล ทีนี้เวลาผมทำอะไรแล้วต้องทำให้สุด ความคิดอยากทำสนามจึงเกิดขึ้นตามมา แต่ก่อนทำก็ถามตัวเองนะว่าเราจะเล่นจริงหรือเปล่า อายุขนาดนี้แล้วจะไหวไหม ได้คำตอบว่าการเล่นโปโลทำให้มีความสุข สุขอย่างไร มันต่างจากฟุตบอลที่เรานั่งดูคนอื่นเล่น เห็นคนอื่นเขามีความสุขแล้วเราสุขตาม แต่กีฬานี้เราเล่นเอง ความสุขจึงเกิดขึ้นจากข้างในตัวเรา ฉะนั้นพอลูกบอกจะเล่นด้วย ผมจึงตัดสินใจสร้างสนามโปโลที่พัทยา

ทีนี้เมืองไทยค่อนข้างร้อน เวลาที่เล่นได้คือ 4-5 โมงก่อนพระอาทิตย์ตก ผมบอกไม่ไหว ถ้าจะต้องมารีบเร่ง ผมจึงให้ติดไฟในสนามโปโลเหมือนสนามฟุตบอล ซึ่งเขาไม่ทำกันเพราะต้องใช้เงินหลายร้อยล้านบาท แต่ผมกลับคิดว่าถ้าทำแล้วสบาย ทำไมเราไม่ทุ่มเพื่อความสบายตรงนั้น กลายเป็นว่าพอโปรโมทออกไปเพราะผมทำเป็นธุรกิจ คนในวงการโปโลก็ทึ่ง พูดเป็นเสียงเดียวว่าเล่นเมืองไทยตอนไหนก็ได้เพราะมีไฟ หลังๆ ก็มีพวกที่อยู่ฮ่องกง สิงคโปร์ บินมาเล่นช่วงวีคเอนด์ ทีนี้ต้องยอมรับว่าคนเล่นโปโลต้องมีฐานะดี และมีตำแหน่งการงานที่ดี เพราะเป็นกีฬาที่ค่อนข้างใช้เงินสูง ฉะนั้นโอกาสที่จะเจอคนและแลกเปลี่ยนความคิดของเราก็กว้างขึ้น พูดได้ว่าในแง่ของธุรกิจมีผลประโยชน์ซ่อนอยู่”

เจ้าสัววิชัย
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันรายการ “เดอะ คิง เพาเวอร์ รอยัล แชริตี้ โปโล คัพ 2018” ณ สนามโปโล คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค

กีฬาโปโลนับเป็นกีฬาที่เจ้าสัววิชัยชื่นชอบมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะนอกจากการลงทุนสร้างสนามโปโลในประเทศไทยแล้ว เขายังทุ่มเงินสดกว่า 10 ล้านปอนด์ ในการซื้อสนามโปโลกลางกรุงลอนดอนที่เคยไปใช้เป็นประจำ ซึ่งหลังจากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น “คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค” สำหรับที่มาที่ไปในการตัดสินใจซื้อสนามโปโลแห่งนี้ เจ้าสัววิชัยเคยเล่าให้นิตยสารแพรวฟังไว้ว่า

“การได้ที่นี่มาต้องบอกว่าเป็นโชค เดิมสนามนี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเป็นของปริ๊นซ์มาเลเซีย ผมเคยจะซื้อจากเขา แต่เขาเรียกแพงมาก ผมจึงตัดใจ แล้วก็ลืมไปเลย กระทั่ง 2 ปีที่แล้วเจ้าของเดิมซึ่งเป็นชาวสวีเดนเชิญผมมาเล่นโปโล แต่ตอนนั้นผมเพิ่งตกม้าและเจ็บคอ จึงให้ลูกชายลงเล่นแทน ทีนี้พอกลับมาเห็นอีกครั้งความชอบก็ยังอยู่ เลยให้คนไปทาบทามว่าถ้าจะขายเมื่อไหร่ให้บอก ผ่านไป 3 เดือน เขาโทรมาบอกว่าจะขาย 12 ล้านปอนด์ ผมบอกถ้าให้ 10 ล้านจะไปดูพรุ่งนี้เลย เขาถามกลับมาว่าจ่ายสดหรือเปล่า ผมบอกเดี๋ยวนี้ บังเอิญตอนนั้นเขาร้อนเงิน ผมเลยได้มา ตอนนั้นคิดว่าที่เล็กนิดเดียว ที่ไหนได้ตั้ง 666 ไร่

พอคนรู้ว่าผมซื้อสนามนี้ก็ถามเลย มีสนามอยู่แล้วจะซื้อทำไม (คุณวิชัยมีสนามโปโลที่แกดบริดจ์อยู่ก่อนแล้ว เนื้อที่ 32 เอเคอร์) ผมบอกว่าก็ชอบและผมมีลูก 2 คน ให้เขาคนละสนามก็จบ แต่ความจริงคือตอนนี้ผมมีสนามที่สามแล้ว อยู่ใกล้ๆ กันนี่แหละ อย่างที่บอกในตอนต้น ผมเป็นคนที่ถ้าชอบผมก็ซื้อ เวลาเจอคำถามว่าซื้อไปทำอะไร จึงตอบอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นอกจาก…ก็ชอบน่ะ”

เจ้าสัววิชัย
เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่ ทรงฉายพระรูปร่วมกับเจ้าสัววิชัยและครอบครัว

เจ้าสัววิชัย

กีฬาโปโลซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความชอบส่วนตัวของเจ้าสัววิชัยนี้เอง ที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักและได้รับการนับหน้าถือตาในระดับราชวงศ์ โดยเฉพาะราชวงศ์อังกฤษ ทั้งนี้เพราะสนามโปโล คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามโปโลชั้นเลิศที่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษต่างเทใจให้  ซึ่งที่น่าทึ่งและน่าภูมิใจไปกว่านั้นคือ เจ้าสัววิชัยถือเป็นคนไทยคนแรกๆ หรืออาจจะเป็นคนไทยคนเดียวเลยก็ว่าได้ที่มีโอกาสเล่นโปโลกับราชวงศ์อังกฤษ อีกทั้งยังเป็นสมาชิกตลอดชีพของ “แฮม โปโล คลับ” สโมสรกีฬาโปโลในกรุงลอนดอน ที่เหล่าสมาชิกราชวงศ์อังกฤษเป็นสมาชิกอยู่

“วันนี้จะมีคนอื่นอีกหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมเป็นคนเริ่มต้นแรกๆ ตั้งแต่เล่นกับเจ้าฟ้าชายชาร์ล ก่อนทรงรีไทร์ ต่อมาก็ได้เล่นกับพระโอรสของพระองค์ท่านทั้งสองพระองค์ คือเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่ แต่ทุกครั้งเป็นการเล่นเพื่อการกุศลหมดนะ อย่างหลายปีก่อนที่เจ้าชายวิลเลียมเสด็จไปทรงเล่นให้ทีม เป็นช่วงที่ผมกำลังทำลิสต์แบนด์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ 60 ปี ผมก็ทูลเจ้าชายวิลเลียมให้ช่วยใส่ลิสต์แบนด์ให้หน่อย ตอนแรกท่านก็รับสั่งว่าไม่มีอยู่ในหมายนี่ แต่สุดท้ายก็ยอมทรงใส่ให้ พร้อมกับใส่เสื้อเหลืองมีตรา “เรารักพระเจ้าอยู่หัว” ด้วย อีกปีหนึ่งผมทำบัตรถวายพระพร ก็ทูลให้พระองค์ทรงเขียนลายพระหัตถ์ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นผมนำโปสการ์ดแผ่นนั้นไปถวายพระองค์ท่าน โดยทูลว่าเจ้าอังกฤษทรงทำมาให้ พระองค์ทอดพระเนตรแล้วทรงมีรับสั่งเสียงสูงว่า เหรอ” (หัวเราะ)

เจ้าสัววิชัย

เจ้าสัววิชัย

เจ้าสัววิชัย

จากความใกล้ชิดสนิทสนมดังกล่าว การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเจ้าสัววิชัยครั้งนี้ สำนักพระราชวังเคนซิงตันจึงได้เผยแพร่สาส์นแสดงความเสียใจของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ ผ่านทางทวิตเตอร์ด้วย

เจ้าสัววิชัย

นอกจากราชวงศ์กฤษแล้ว สนามโปโล คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค ยังเป็นที่ถูกพระทัยของ เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน ทำให้ทั้งคู่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ซึ่งการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเจ้าสัววิชัย เจ้าชายอับดุล มาทีน ทรงโพสต์ไอจีส่วนพระองค์เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง “ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนพ้องของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่เมื่ออยู่ในสนามโปโล และเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนเมื่ออยู่นอกสนาม”

เจ้าสัววิชัย
เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน ทรงเข้าร่วมการแข่งขันรายการ “เดอะ คิง เพาเวอร์ รอยัล แชริตี้ โปโล คัพ 2017”

เจ้าสัววิชัย

นี่แหละ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าพ่อคอนเน็คชั่นตัวจริงเสียงจริง


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 841 คอลัมน์ สัมภาษณ์

เรื่อง : CHTN Y.

คัมภีร์มหาเศรษฐี

คัมภีร์มหาเศรษฐี 5 ข้อ การทำธุรกิจแบบเจ้าพ่อคิง เพาเวอร์ “วิชัย ศรีวัฒนประภา”

เกือบ 30 ปีที่คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจ Duty Free ทำให้วันนี้ชื่อของ King Power เป็นบริษัทเอกชนที่ผูกขาดสินค้าปลอดภาษีที่ถูกกฎหมายรายใหญ่ของเมืองไทย จนดันให้เขาทะยานติดอันดับ 5 ของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของเมืองไทย มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับและมูลค่าทรัพย์สินรวม อัพเดทล่าสุดปี 2560) ซึ่งวันนี้ แพรวดอทคอม มี คัมภีร์มหาเศรษฐี การทำธุรกิจแบบเจ้าพ่อคิง เพาเวอร์ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” มาเผยให้อ่านกัน

  1. อย่าเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ถ้าตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจเพียงเพราะได้ยินเขาเล่าว่าดี ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เพราะการทำธุรกิจไม่ใช่เกมที่จะหวังแต่ความสนุกสนาน แต่ส่งผลต่อชีวิตของใครหลายคน ฉะนั้นก่อนการลงทุนควรศึกษาธุรกิจนั้นๆ อย่างถี่ถ้วน วิเคราะห์สภาพตลาดทั้งปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต วิเคราะห์ศักยภาพคู่แข่ง และแนวโน้มของผลจากการทำธุรกิจนั้น
  2. ทำในสิ่งที่สนใจและถนัด การลงมือทำธุรกิจควรเลือกในสิ่งที่ชอบหรือมีใจรัก เพราะจะทำให้คุณทำได้ดี ข้อนี้ถือเป็นกุญแจไขความสำเร็จของ King Power เลยทีเดียว เพราะความชอบในการติดต่อกับแบรนด์ต่างประเทศ ถึงวันนี้ผมคิดว่าตัวเองก็ทำได้ดีนะหากดูจากผลที่ตามมาคือ เราได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ทั่วโลกให้นำสินค้ามาจำหน่ายที่ร้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจโตเร็ว
  3. รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ใช้ได้ดีในธุรกิจเช่นกัน เพราะการที่เรารู้เกี่ยวกับธุรกิจในภาพรวมและสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้อง ตลอดจนคู่แข่งหรือผู้ร่วมธุรกิจ จะทำให้เราสามารถกำหนดหมากที่จะเดินต่อไปได้ว่าควรก้าวไปทางไหน อย่างไร เพื่อที่จะไม่พลาด ผมสอนลูกน้องและคนใกล้ชิดเสมอว่า ให้ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลรอบด้าน และต้องตัดสินใจเร็วกว่าคู่แข่งเสมอ เพราะนั่นหมายถึงเราก้าวล้ำหน้าเขาไปอย่างน้อยหนึ่งก้าวแล้ว
  4. สร้างความโดดเด่น ในกรณีทำธุรกิจที่มีเจ้าตลาดอยู่ต่อเมื่อวิเคราะห์แล้วว่าตลาดยังมีช่องว่างและแนวโน้มที่ยังไปได้ดี ควรสร้างความแตกต่างหรือสร้างความโดดเด่นให้กับธุรกิจ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเรา
  5. เครดิตกินไม่หมด การที่ King Power อยู่มาถึงวันนี้ เชื่อว่ามาจากที่ผมยึดถือการรักษาคำมั่นสัญญาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะในการทำธุรกิจต้องมีความจริงใจ ทั้งลูกค้าและซัพพลายเออร์ ในกรณีของซัพพลายเออร์ นอกจากไม่มีการเอาเปรียบหรือกดดันราคากันแล้ว ยังช่วยวางแผนการผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาดแต่ละแห่งล่วงหน้า เพราะฉะนั้นซัพพลายเออร์ก็มั่นใจที่จะทำธุรกิจกับเราตลอดไป

ที่มา : นิตยสารแพรว ปีที่ 31 ฉบับที่ 727 (10 ธ.ค. 52) หน้า 148-158 (เรื่อง : Gornpattra)
ภาพ : #leicestercity

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เป็นทางการ วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่ออาณาจักรแสนล้าน คิงเพาเวอร์ เสียชีวิต

ไขความลับชีวิตของ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ มหาเศรษฐีผู้ให้ เจ้าสัวหัวใจเพชร!

บททดสอบธุรกิจยักษ์ใหญ่จากพ่อสู่ลูก “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ทายาทคิง เพาเวอร์

ยกย่อง “เจ้าสัววิชัย” มหาเศรษฐีใจบุญ บริจาคเงินช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง

“ขอให้สู้กับมาเฟียชนะ” เจ้าสัววิชัยเล่าถึง ที่มาของชื่อ King Power เส้นทางนี้ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิด

สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย ปูทางอนาคต แบ่งการบริหารงานชัดเจน

เจ้าชายบรูไน ดารา เซเลบ ร่วมอาลัย ต่อการจากไปของ “เจ้าสัววิชัย”

 

ที่มาของชื่อ King Power

“ขอให้สู้กับมาเฟียชนะ” เจ้าสัววิชัยเล่าถึง ที่มาของชื่อ King Power เส้นทางนี้ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิด

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ที่มาของชื่อ King Power เริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ลุ้นระลึกไม่น้อย จากการเจรจาธุรกิจระหว่างเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลของฮ่องกง 

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและสร้างความตกใจเป็นอย่างมาก สำหรับการสูญเสียบุคคลสำคัญอย่างคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งอาณาจักรคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ระหว่างเทคออฟและมีไฟลุกท่วม

จากการสูญเสียบุคคลสำคัญระดับโลก เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่ออาณาจักรคิงเพาเวอร์ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดอากรของไทย ที่คนทั่วไปต่างรู้จักกันดี เพียงแค่เอ่ยชื่อคิง เพาเวอร์ ใครๆ ก็ต้องร้อง อ๋อ! ด้วยความคุ้นหู แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคน ยังไม่ทราบถึงที่มาที่ไปของชื่อนี้ เพราะใครจะคาดคิดว่าที่มาของชื่อคิง เพาเวอร์ มีจุดเริ่มต้นมาจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์บางส่วนของเจ้าสัววิชัย ซึ่งได้เล่าถึงที่มาของชื่ออันเป็นสิริมงคล King Power เอาไว้ในนิตยสารแพรวฉบับ 841

ที่มาของชื่อ King Power

ตอนอ่านประวัติท่านซึ่งบอกตรงๆ ว่าหาได้ยากมาก ยังสงสัยว่าไปบุกธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ต่างประเทศได้อย่างไร

เริ่มต้นจากที่คุณพ่อส่งไปเรียนไต้หวันน่ะแหละ สมัยนั้นไม่มีบินตรง ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ขาบินกลับไทยตอนปิดเทอมต้องมีคนฝากซื้อของจากร้านปลอดภาษีที่ฮ่องกงทุกครั้ง ทำให้ผมมีความคิดว่าทำไมประเทศไทยไม่มีร้านปลอดภาษีแบบฮ่องกงบ้าง นั่นเป็นความคิดที่ติดอยู่ในใจมาตลอด พอโตขึ้นยิ่งเดินทางบ่อย ทำให้เห็นธุรกิจดิวตี้ฟรีจากทั่วโลก พบว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่คนเดินทางทุกคนชอบ จึงบอกตัวเองว่าน่าจะทำได้

แต่พอลองเวิร์คจริงก็พบว่าธุรกิจนี้ทำยากในประเทศไทย เพราะต้องขอสัมปทานจากรัฐบาล และยุคนั้นรัฐฯก็ให้สัมปทานเฉพาะรัฐวิสาหกิจเท่านั้น เจ้าที่ได้ไปคือการบินไทย เลยไม่ได้คิดต่อ หันไปทำอย่างอื่น นั่นคือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมดังๆ เช่น Christian Dior, Lanvin, NinaRicci, Celine ฯลฯ สมัยก่อนสินค้าแบรนด์เนมในประเทศไทยยังมีกำแพงภาษีสูงมาก ผมใช้วิธีติดต่อกับซัพพลายเออร์ว่าถ้าอยากมาบุกเบิกแบรนด์ในเมืองไทยต้องให้ราคาต่ำ ก็เริ่มขายจากพวกนั้น ทำอยู่หลายปี เดินทางไปกลับต่างประเทศเป็นว่าเล่น วันหนึ่งเพื่อนที่ทำดิวตี้ฟรีที่ฮ่องกงก็ชวนให้ซื้อหุ้นเขา 10%มันเป็นธุรกิจที่ผมสนใจอยู่แล้ว ก็ลุยเลย กระทั่งภายในสองปีผมก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ทั้งหมดมาจากการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งทำให้ผมมีเพื่อนเยอะ ไม่ใช่แค่ที่ฮ่องกง ทั้งเขมร มาเก๊า จีนแผนดินใหญ่ ทุกที่ที่ผมเข้าไปทำธุรกิจดิวตี้ฟรี คอนเน็คชั่นล้วนเป็นใบเบิกทาง แต่เราจะมีคอนเน็คชั่นที่ดีได้ต้องทำให้เขาเชื่อถือเราก่อน ความเชื่อถือมาจากอะไร ความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เบี้ยว ไม่โกง พูดคำไหนคำนั้น

ขณะเดียวกันความคิดที่ว่าธุรกิจนี้น่าจะทำได้ในประเทศไทยก็ยังมีอยู่ และอย่างที่เล่าไป พื้นที่สนามบินดอนเมืองในตอนนั้น การบินไทยเป็นผู้ได้สัมปทานซึ่งเขาไม่ได้ทำจริงจัง เขาให้สัมปทานกับรายอื่นต่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึก โดยในส่วนของๆ แบรนด์เนม เขาก็เอาของเราไปขาย เรียกว่าส่งไปเท่าไหร่ก็ขายหมด ผมจึงคุยกับคนที่เช่าสัมปทานต่อว่าทำไมไม่โน้มน้าวการท่าฯ (การท่าอากาศยาน หรือ ทอท.เจ้าของพื้นที่) ให้ทำเอง โดยผมจะนำโนว์ฮาวทั้งหมดมาถ่ายทอดให้ ซึ่งตอนนั้นผมทำดิวตี้ฟรีที่ฮ่องกงได้ 3-4 ปีแล้ว

ปรากฏ ทอท.สนใจ สิ่งที่ผมบอกเขาคือเราต้องทำแบบอินเตอร์ ต้องแยกดิวตี้ฟรีกับของที่ระลึก และต้องให้คนที่เป็นเจ้าของสัมปทานทำอย่างจริงจัง สมมติการบินไทยทำได้ปีละพันล้าน ถามไปเลยว่าใครทำได้เกินก็เอาไป ตอนนั้น ทอท.เห็นด้วย แต่ก็ยังกลัวอยู่ เลยยังถือสัมปทานไว้เอง แต่จ้างผมกับพาร์ตเนอร์คนไทยอีกคนไปบริหารให้ และใช้วิธีแบ่งตรงให้เรา ใช้วิชาชีพเรา พูดง่ายๆ เหมือนจ้างเราไปออแกไนซ์

ทำไปสักพัก ผมกับพาร์ตเนอร์ตัดสินใจแยกจากกัน ตอนนั้นรัฐฯมีโครงการเปิดประมูลสัมปทานร้านค้าปลอดอากรนอกพื้นที่สนามบิน แต่นโยบายยังคงเดิมคือคนที่เปิดต้องเป็นรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ผมคิดว่าการท่องเที่ยวน่าจะเป็นหน่วยงานที่ตรงที่สุด เลยชวนร่วมทุน ททท.ก็เห็นด้วย เพราะไม่ต้องทำอะไรเลย ผมยืมชื่อเขา โดยเป็นคนลงทุนทั้งหมด รวมทั้งเลือกโลเกชั่นคือที่ตึกมหาทุนพลาซ่า ถนนเพลินจิตแต่แบ่งหุ้นให้เขา 10 เปอร์เซ็นต์ และให้เขาเป็นคนถือสัมปทาน 5 ปี นับเป็นจุดเริ่มต้นที่เมืองไทยมีร้านค้าปลอดอากรที่สมบูรณ์ในเมืองแห่งแรกในประเทศ

 

ชื่อคิง เพาเวอร์ เริ่มจากตรงนั้นใช่ไหมคะ

ยังครับ เดิมผมใช้ชื่อบริษัทว่า ททท. สินค้าปลอดอากร ซึ่งพอพาร์ตเนอร์เก่าเห็นเราทำได้ก็จะเอาบ้าง ช่วงนั้นพอดีกับผมมีปัญหากับหุ้นส่วนที่ฮ่องกง เขาเป็นกลุ่มมีอิทธิพลอยู่ทางนั้น ผมต้องเดินทางไปพบเพื่อเจรจา ก่อนจะพบเขา ผมทำใจแล้วว่าต้องเจออะไรบ้าง วินาทีนั้นผมนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภาวนาขอพระบารมีของพระองค์ท่านได้โปรดคุ้มครอง ขอให้สู้กับมาเฟียชนะ ตอนนั้นผมคนเดียว ฝ่ายเขามีทั้งห้อง ทุบโต๊ะถามผมว่าจะขายหุ้นทั้งหมดไหม ผมบอกขายไม่ได้ ก็เจอคำถามว่าอยากจะออกจากห้องนี้ไหม ผมบอกอยากออก แถมขู่เขาไปด้วยว่า…คิดให้ดีนะ ที่เมืองไทยผมทำงานโดยใช้ชื่อว่าททท.สินค้าปลอดอากร ซึ่งหมายถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้ไหมว่ารัฐบาลถือหุ้นอยู่ ก่อนที่ผมจะมาหาคุณ ผมบอกสถานทูตแล้ว ถ้าภายใน 1 ชั่วโมง ผมไม่โทรกลับไป เขาจะส่งตำรวจมา ที่สุดหุ้นส่วนฮ่องกงต้องยอมผม พอออกมาผมก็คิดชื่อ คิง เพาเวอร์ จากนั้นทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อบริษัท เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินธุรกิจต่อไป

ที่มาของชื่อ King Power


เรื่อง: CHTN Y.

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 841 คอลัมน์ สัมภาษณ์

ภาพ : IG@officialfoxes , lcfc

สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย ปูทางอนาคต แบ่งการบริหารงานชัดเจน

สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย …นับว่าเป็นข่าวที่ช็อกไปทั่วโลก จากเหตุโศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตกและระเบิดบริเวณนอกสนามฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ของเจ้าสัว วิชัย ศรีวัฒนประภา “ท่านประธาน” ผู้สร้างอาณาจักรคิง เพาเวอร์

แน่นอนว่าการจากไปอย่างไม่หวนกลับของคุณวิชัย ย่อมทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครอบครัว บุคคลใกล้ชิด รวมถึงพนักงานอีกหลายพันคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของคุณวิชัยมาหลายสิบปี

อนาคตของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ นับจากนี้แม้ว่าจะขาดหัวเรือใหญ่อย่างคุณวิชัย แต่ก็เชื่อว่าธุรกิจที่สร้างขึ้นมาจะไปต่อได้อย่างราบรื่น เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประมาณ 5 ปีก่อนคุณวิชัยเองเคยได้ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสารแพรวถึงวิสัยทัศน์เรื่องการบริหารงาน รวมถึงการเตรียมวางมือ เพื่อให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารธุรกิจมากขึ้น

“จริงๆ ผมเกษียณตั้งแต่อายุห้าสิบแล้ว ซึ่งมาจากผมคิดว่าถ้าเราทำอะไรเป็นระบบและมีแผน เราไม่ต้องคาดหวังว่าจะต้องอยู่เป็นปู่ของบริษัท เราแค่เป็นผู้ถือหุ้น คอยเก็บเงินปันผล ใครที่มีความสามารถก็ให้เขาขึ้นมา เขาจะได้ไม่มีความรู้สึกว่าผมผูกบริษัทไว้คนเดียว แต่เผอิญตอนผมอายุห้าสิบเป็นช่วงที่บริษัทมีปัญหามากมาย คำว่าเกษียณของผมจึงยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งผมต้องประชุมหนึ่งครั้งกับทีมผู้บริหารซึ่งมีราว 600 คน เพื่อแถลงนโยบายและบัดเจ็ท นอกนั้นจะมีท็อปอีก 9 คนที่ต้องเจอผมเดือนละครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนกัน หลังจากเขาพูดจบ ผมก็จะบอกว่าสิ่งที่พูดมาสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด และควรทำอย่างไร อย่าลืมว่าสามสิบวันเขาได้ฟังผมวันเดียวนะ เพราะฉะนั้นมีอะไรผมต้องบอกเขา แต่พ้นจากนั้นผมไม่ยุ่ง”

มหาเศรษฐีใจบุญ

“ธุรกิจผมเป็นแบบ 24 ชั่วโมง 365 วัน เราต้องเชื่อกัน ผมมักบอกผู้จัดการเสมอว่า ไม่ต้องการให้เขานั่งโต๊ะเพื่อทำงาน 8 โมงเช้า เลิก 6 โมงเย็น ถ้าทำอย่างนั้นเขาไม่ใช่ลูกน้องที่ดีของผม เขาจะไปไหนก็ได้ แต่เขาต้องปั้นลูกน้องให้เข้าใจว่ากำลังทำอะไร ถ้าผมโทรหาไม่เจอ อาจไปตีกอล์ฟ หรือไปเที่ยว แต่ถ้าลูกน้องตอบคำถามผมได้ ถือว่าเขาเก่ง ส่วนวันไหนถ้าเขาทำยอดไม่ถึง แค่เช็คจากโทรศัพท์ก็จะเป็นตัวแดงบอกเอง แต่ผมจะไม่ไปจี้หรอกว่าทำไมทำไม่ถึง ทุกคนรู้ว่าถ้าเกิดปัญหานี้ หน้าที่เขาคือหาทางขายเพื่อเพิ่มตัวเลข ขณะที่หน้าที่ผมคือการทำให้ใบอนุญาตไม่หลุด เราอาจถูกกระแทกบ้าง แต่ต้องอดทน มันต้องมีทั้งร้อนทั้งเย็น มีทั้งพายุ วิกฤตที่เราเจอแต่ละครั้ง ไม่มีคำว่าล้อเล่น ทั้งโรคซาร์ ไข้หวัดนก โดนยึดใบอนุญาต ปิดสนามบิน ทุกคนที่อยู่กับผมล้วนผ่านวิกฤตนั้นมาด้วยกันทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องดีๆ คือพวกเขายังยืนอยู่ข้างผมตลอด ไม่เคยบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ซึ่งทั้งหมดมาจากเราตรงไปตรงมา ให้ใจ ทำให้เขาเกิดความเชื่อจนรู้สึกผูกพัน เป็นส่วนหนึ่ง เหมือนกับเขาคือพาร์ทเนอร์ ผมลงทุน เขาลงแรง”

สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย ปูทางอนาคต แบ่งการบริหารงานชัดเจน

เมื่อครั้งงานแต่งงานของลูกสาวคนโตคุณ รัก วรมาศ ศรีวัฒนประภา ถ่ายกับน้องๆ ทั้ง 3 คน และเจ้าบ่าว

“ผมมีลูก 4 คน  (วรมาศ,อภิเชษฐ์,อรุณรุ่ง และอัยยวัฒน์) โดยปกติไปเขาอาจแบ่งให้ลูกคนละ 25 ส่วน แต่สำหรับผมใช้วิธีให้ลูกเลือกกันเองว่าจะให้หนึ่งคนเป็นใหญ่ที่สุดนั้นคือใครในจำนวนพี่น้อง 4 คน จากนั้นผมแบ่งให้คนละ 10 สามคน และให้คนที่เขาเลือกถือ 60 โดยผมยังถืออีก 10 ไว้ ตรงนี้ไม่ใช่เพราะลำเอียง แต่เพราะผมเห็นในพรสวรรค์ของคนที่มีไม่เท่ากันมากกว่า อย่างตอนนี้พี่น้องทุกคนเลือกให้ต๊อบ (อัยยวัฒน์) ลูกคนเล็กถือ 60 ส่วนของทั้งหมด ซึ่งเขาจะได้ทันทีเมื่อผมวางมือ แต่ผมก็ยังมีเงื่อนไขนะว่าถึงเขาจะเลือกกันเอง แต่สักวันอาจเปลี่ยนคนที่จะถือหุ้นเยอะที่สุดตามความเหมาะสมก็ได้”

ต๊อบ -อัยยวัฒน์ ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา

“ผมให้ลูกทุกคนเรียนรู้จริง ผมถือว่าการได้รู้จริงถึงแม้จะล้มเหลวแต่เขาก็ยังได้รู้ ฟุตบอลจึงเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาเรียนรู้ เพราะมันเป็นกีฬ่า มีแพ้มีชนะ นัดไหนแพ้ เขาก็เสียใจ เหมือนกันกับชนะ มันจึงเป็นกีฬาที่ทำให้เขารู้จักทั้งสมหวังและผิดหวัง เปรียบเป็นบทเรียนชีวิตแล้วก็เหมือนกับเขาได้เรียนรู้ทั้งตอนมีและไม่มี”

อรุณรุ่ง,คุณเอมอร และอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

การวางรากฐานที่มั่นคงในการทำงานของเจ้าสัววิชัย แน่นอนว่าในภาคของการทำธุรกิจก็ยังสามารถเดินต่อไปได้อย่างแข็งแรง แต่สิ่งที่เจ้าสัวได้ปลูกฝังลูกๆ ทั้ง 4 คนนอกจากให้ทุกคนเรียนรู้งานบริหารแล้ว ก็คือความสามัคคีระหว่างพี่น้อง ซึ่งนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้อนาคตของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ ยังคงยิ่งใหญ่ต่อไป แม้ในวันนี้เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา จะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม

เรื่อง: CHTN Y.

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 841 คอลัมน์ สัมภาษณ์

12th Anniversary KKC Khongkwan Clinic 12 ปีแห่งความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็น “The Best” ในใจคุณ ที่สุดของความงามที่พร้อมมอบให้คุณ

ของขวัญคลินิก 12 Years Anniversary ฉลองครบรอบ 12 ปี โดย พญ. ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ ประธานกรรมการบริหาร แห่งของขวัญคลินิก ตอกย้ำการเป็นผู้นำในวงการความงามด้วยประสบการณ์ยาวนานอย่างต่อเนื่องกับชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับมากกว่า 10 ปี และมากกว่า 10 สาขาในประเทศไทยและลาว

พร้อมนวัตกรรม “VASER SMOOTH” เทคโนโลยีดูดไขมันหนึ่งเดียวที่สามารถสลายเซลลูไลท์ พร้อมกับสลายได้มากขึ้นในเวลาสั้นลง นุ่มนวลขึ้น แผลเล็กกว่า 3 มม. ความเจ็บและการบวมช้ำ น้อยลง ไม่ต้องสลบ ไม่ต้องพักฟื้น ขจัดปัญหาผิวคลื่น ไม่เรียบ เซลลูไลท์ และกระชับผิวพร้อมกันในครั้งเดียว เผยความก้าวหน้าและพัฒนาเทคโนโลยีการบริการแห่งของขวัญคลินิก

พร้อมทั้งให้ข้อมูลและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่รวมถึงการบริการด้านความงามต่างๆ อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น Angel Gold Coated Duo Effect ร้อยไหมเคลือบทอง , Angel Facial Fat Graft ให้คุณผอมสวย และหน้าเด็ก เติมเต็มร่องลึกบนใบหน้า พร้อมสกัดสเต็มเซลล์ รักษาผิวและช่วยให้ร่างกายอ่อนเยาว์ , Facial Semi Surgery นวัตกรรมการเสริมความงามไม่ต้องผ่าตัด ฟื้นตัวใน 3 วัน ผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัดศัลยกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวการผ่าตัด ไม่มีเวลาในการพักฟื้นนานๆ , Vela Shape ที่สุดแห่งนวัตกรรมในการลดกระชับสัดส่วนและสร้างกล้ามเนื้อด้วย ทำให้เซลลูไลท์แตกตัว และขับออกไปตามระบบน้ำเหลือง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต , Eyelash & Eyebrow Extensions บริการต่อขนตากึ่งถาวรพรีเมี่ยม ระดับ Medical Grade

และยังสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดล้ำค่า และโปรโมชั่นโดนใจต่างๆมากมาย ทั้งจากทางของขวัญคลินิก และจากทางธนาคารชั้นนำที่เข้าร่วมโปรโมชั่นกับทางของขวัญคลินิก ตั้งแต่วันที่ 6 – 12 กันยายน นี้ ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

“เจ้าสัววิชัย”

เจ้าชายบรูไน ดารา เซเลบ ร่วมอาลัย ต่อการจากไปของ “เจ้าสัววิชัย”

เจ้าชายบรูไน อับดุล มาทีน แสดงความอาลัย ต่อการจากไปของ “เจ้าสัววิชัย” บุคคลที่เป็นผู้มีจิตใจดี มีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น จากไปแต่กาย แต่คุณงามความดียังคงอยู่

          “เจ้าสัววิชัย” IG : @tmski  อับดุล มาทีน เจ้าชายแห่งบรูไน

หลังจาก สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตก โดยมีการแถลงการณ์ว่า ในนามของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์, สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลโอเอช ลูเวิน ที่เกี่ยวกับประธานกรรมการคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @tae_bhurit เต้-ภูริต เซเลบริตี้

ด้วยความเสียใจและความอาลัยอย่างสุดซึ้งที่ทางสโมสรได้รับการยืนยันว่าคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตเมื่อคืนวันเสาร์ (27 ต.ค. 61) ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวได้พาท่านและอีก 4 คนออกไปบริเวณนอกสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียมในเมืองเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทั้งห้าคนไม่มีใครที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ในนามของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลโอเอช ลูเวิน ขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัว ศรีวัฒนประภา และครอบครัวของบรรดาผู้ที่โดยสารอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวมา ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @joejirayut โจ-จิรายุส นักร้อง 

แด่ คุณวิชัย โลกใบนี้ได้สูญเสียอีกหนึ่งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ บุคคลที่เป็นผู้มีจิตใจดี มีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น บุคคลที่ชีวิตนี้ได้อุทิศให้กับสิ่งที่รักให้กับครอบครัวของเขา รวมไปถึงความสำเร็จต่างๆ ภายใต้การนำของคุณวิชัย เราทุกคนต่างเป็นสมาชิกครอบครัวภายใต้การนำของหัวหน้าครอบครัวอย่างคุณวิชัย ซึ่งพวกเราจะเป็นสมาชิกครอบครัวที่เสียใจกับจากไปของคุณวิชัย แต่เราจะยังคงรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่คุณวิชัยได้ทิ้งไว้เป็นมรดกสืบต่อไปในอนาคต

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @opalpanisara โอปอล์-ปาณิสรา พิธีกร

ทั้งนี้ ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะมีการเปิดให้ลงนามแสดงความอาลัยต่อการจากไปของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภาที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้เปิดให้ลงนามแสดงความอาลัยที่ สนาม คิง เพาเวอร์ แอท เดนดรีฟ ในเมืองลูเวิน ประเทศเบลเยียมอีกด้วย

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @manowsornsin มะนาว-ศรศิลป์ นักแสดง

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาลงนามได้ด้วยตนเองสามารถเข้าไปลงนามได้ที่ www.lcfc.com และ www.ohleuven.com

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @dao_apisara ดาว-อภิสรา ผู้ประกาศข่าว

หลังจากที่หลายคนเห็นแถลงการณ์นี้ ก็มีทั้งประชาชนคนไทย ดารา เซเลบริตี้ นักกีฬา เรียกว่าคนทุกวงการร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ “เจ้าสัววิชัย” รวมถึง เจ้าชายบรูไน อย่าง อับดุล มาทีน ได้โพสต์ภาพคู่กับคุณวิชัยและแคปชั่นแสดงความอาลัย นอกจากนี้ยังมี เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี, โจ-จิรายุส วรรธนะสิน, โอปอล์- ปาณิสรา อารยะสกุล, โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์, ดาว-อภิสรา นุตยกุล, แจ๊คกี้-อดิสรณ์ พึ่งยา,มะนาว-ศรศิลป์ มณีวรรณ์, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์, ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย, หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร ฯลฯ” ซึ่งทั้งหมดได้โพสต์ภาพคุณวิชัยและเขียนแคปชั่นแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @mootono29  โตโน่-ภาคิน นักร้อง-นักแสดง “เจ้าสัววิชัย”

IG : @jackie14ap แจ็คกี้-อดิสรณ์  ผู้ประกาศข่าวกีฬา“เจ้าสัววิชัย”

IG : @noom_attaporn หนุ่ม-อรรถพร ผู้กำกับ

“เจ้าสัววิชัย”

IG : @ninanaka นิหน่า-สุฐิตา ผู้ประกาศข่าวกีฬา“เจ้าสัววิชัย”

IG : @leesewls14 ลีซอ-ธีรเทพ นักฟุตบอล

มหาเศรษฐีใจบุญ

ยกย่อง “เจ้าสัววิชัย” มหาเศรษฐีใจบุญ บริจาคเงินช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง

มหาเศรษฐีใจบุญ “เจ้าสัววิชัย” เป็นบุคคลที่ทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด และยังบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

 มหาเศรษฐีใจบุญ

จากกรณีที่ เฮลิคอปเตอร์ของ นักธุรกิจเจ้าของกิจการ คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุตก ไฟลุกท่วม บริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ นับเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับคนไทยและแฟนฟุตบอลทั่วโลก ล่าสุด วันที่ 29 ต.ค. 2561 ทางสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร และอีก 4 คนที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ไม่มีใครรอดชีวิต สร้างความเศร้าเสียใจให้กับคนไทยและแฟนบอลทั่วโลก สำหรับ คุณวิชัย ถูกยกย่องให้เป็น มหาเศรษฐีใจบุญ เพราะที่ผ่านมาเขาได้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย บริจาคเงินช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

บริจาค 2 ล้านปอนด์ เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาลเด็กในเลสเตอร์

เรียกว่าเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก เมื่อ คุณวิชัยได้บริจาคเงิน 2 ล้านปอนด์  (ประมาณ 102 ล้านบาท)  เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาลเด็กในเลสเตอร์ ซึ่งเงินบริจาคในครั้งนั้นได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเด็กเลสเตอร์ เพื่อช่วยสนับสนุนโครงการระดมเงิน 30 ล้านปอนด์ที่จะยกระดับโรงพยาบาลเด็กของเมืองและของประเทศมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน พอเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทราบข่าว ต่างรู้สึกดีใจ และเมื่อพวกเขาทราบถึงยอดเงินบริจาค ก็ยิ่งทึ่งมากเช่นกัน

มหาเศรษฐีใจบุญประเดิมก่อนเริ่มวิ่ง คิงเพาเวอร์ ร่วมบริจาค 24 ล้าน หนุน “ตูน บอดี้สแลม” ก้าวคนละก้าว

สำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าว” วิ่งจากสุดเขตแดนใต้ อำเภอ เบตง จังหวัดยะลา ไปจนถึง เหนือสุดแดนสยาม อำเภอแม่สาย จังหวัด เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กม. ผ่าน 20 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 25 ธ.ค. 2560 โดยก่อนที่จะเริ่มวิ่ง กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมมอบเงิน จำนวน 24,000,000 บาท แก่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เพื่อสนับสนุนโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลที่ยังขาดแคลน และต้องการความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนจากคนไทยทุกคน

มหาเศรษฐีใจบุญกลุ่มคิง เพาเวอร์ใจป้ำบริจาคสมทบรวม 100 ล้าน ร่วมก้าวคนละก้าว กับ ตูน อาทิวราห์

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2560 ตูน บอดี้สแลม พร้อมคณะวิ่งโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ได้เดินทางมาถึงโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ โดย คุณวิชัย-คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา แห่งกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ มอบเงินบริจาค 53 ล้านบาท รวมทั้งผู้บริจาคหน่วยงาน กลุ่มต่างๆ รวมทั้งสิน 89 ล้านบาท และคิง เพาเวอร์ มอบอีก 11 ล้านบาท เพื่อให้ครบ 100 ล้านบาท

สนับสนุนการก่อสร้างห้องน้ำให้กับ 10 ชุมชนท่องเที่ยว รวมมูลค่า 10 ล้านบาท

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในโครงการห้องน้ำชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวโครงการแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “พลังคนไทย ห้องน้ำสุขใจ” ว่า คิง เพาเวอร์ ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการออกแบบและก่อสร้างห้องน้ำในปีแรกนี้ให้กับ 10 ชุมชนท่องเที่ยว รวมมูลค่า 10 ล้านบาท รวม 70 ห้อง จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีศักยภาพในการดูแลและรักษาความสะอาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายกับผู้ใช้บริการ โดยแห่งแรกที่จัดสร้างขึ้นคือที่สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ.เชียงใหม่

มหาเศรษฐีใจบุญมอบ 27 ล้าน สนับสนุนการฉายภาพยนตร์ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ให้คนไทยได้ชมฟรีจำนวน 750,000 ที่นั่งทั่วประเทศ

กลุ่มบริษัท  คิง เพาเวอร์ มอบเงินจำนวน 27,000,000 บาท แก่ อาทิวราห์ คงมาลัย เพื่อสนับสนุนการฉายภาพยนตร์ในโครงการ ก้าวคนละก้าว ให้คนไทยได้ชมฟรีจำนวน 750,000 ที่นั่งทั่วประเทศ ระว่างวันที่ 6 – 16 กันยายน 2561 นับเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ภายใต้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน

มอบทุนให้เด็กไทยเรียนต่อและฝึกฟุตบอลในอะคาเดมีของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้

คุณวิชัยได้ให้ทุนเด็กไทย เรียนต่อและฝึกฟุตบอลในอะคาเดมีของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งคุณวิชัยจะไปให้กำลังใจเด็กๆ ที่สนามฝึกซ้อมอยู่บ่อยๆ


ภาพจาก IG @lcfc @leicestercityfc

ซอจียอน

สาวเกาหลีหัวใจคึกคัก ซอจียอน เคลียร์หมดเปลือกเรื่องหนุ่มๆ

โลกของเธอกำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูอีกครั้ง ซอจียอน สาวเกาหลีหัวใจไทย เปิดใจหมดเปลือกถึงเรื่องความรักล่าสุด

ซอจียอน

ถือเป็นสาวที่มีเสน่ห์มากๆ สำหรับ ซอจียอน ไม่ใช่เพราะบุคลิก สดใส น่ารักเท่านั้น แต่เธออัธยาศัยดีทั้งมีความตลก จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน รวมถึงหนุ่มไทยในวงการบันเทิงก็มีข่าวแวะเวียนมาส่งขนมจีบให้สาวคนนี้ไม่ขาดสาย ล่าสุดมีข่าวว่าหัวใจของเธอกำลังจะเปลี่ยนสีชมพูอีกครั้ง

ไม่มีใจมีแต่ความเกรงใจ

ความสัมพันธ์ระหว่าง “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และสาว “จียอน” กลับมาถูกจับตามองอีกครั้ง ภายหลังได้ร่วมงานด้วยกันในรายการหนึ่ง ซึ่งเธอก็ได้เผยว่าจริงๆ และเธอกับพระเอกหนุ่มเจอกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ทำงานด้วยกันปกติ ที่เห็นมีภาพถ่ายคู่ก็คือการโปรโมทรายการ ซึ่งพอเรื่องออกมาเป็นอย่างนี้ก็ทำให้ “พี่บอย”กังวลทั้งยังส่งข้อความขอโทษที่ทำให้เธอลำบาก ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นแต่เธอก็รู้สึกเกรงใจเหมือนกัน

สนิทในฐานะเพื่อนที่โตมาด้วยกัน

อีกหนึ่งหนุ่มที่ถูกจับตามองว่าพิเศษก็คือ “ริท เดอะสตาร์” ทั้งคู่มีภาพไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แถมยังมีการคอมเม้นต์โต้ตอบกันทางไอจีน่ารักน่าเอ็นดูจนแฟนคลับจิ้นกันยกใหญ่ แต่ว่าเรื่องนี้สาว “จียอน” ยืนยันแข็งขันว่าหนุ่มคนนี้เป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น กับ “ริท” มีความสนิทกันมากเพราะได้เข้าวงการบันเทิงมาพร้อมๆ กัน

ซอจียอน
“จียอน” ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวโปรเจ็กต์พิเศษครั้งแรกของการร่วมมือระหว่างเกมออนไลน์และรายการทีวีในประเทศไทย Blue Marble M x The Rapper

หมดโอกาสรีเทิร์นถาวร

อีกหนึ่งหนุ่มที่ตกเป็นประเด็นความรักด้วยก็คืออดีตแฟนหนุ่ม “อาร์ เดอะสตาร์” โดย “จียอน” บอกว่า “ไม่รีเทิร์น ไม่มีโอกาสแน่นอน เพราะเรื่องนี้มันก็นานมากแล้ว อีกทั้งส่วนตัวก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสที่จะคุยกันด้วย เรารู้ดีว่าไม่สามารถพัฒนากันต่อไปได้แล้ว เลยเป็นเพื่อนและพี่ชายที่ดีต่อกันดีกว่า

เอาแล้วไง! เมื่อคนโสดกับคนโสดมาเจอกัน

หนุ่มคนสุดท้ายที่ดูจะมีภาษีไปนั่งในหัวใจสาว “จียอน” มากที่สุดก็คือ “ฮั่น เดอะสตาร์” ซึ่งเธอยอมรับว่ามีโอกาสไปทานข้าวและทานขนมกับหนุ่มคนนี้ เธอบอกว่ารู้จักกับ”ฮั่น”มานานเพราะเป็นเพื่อนที่ดี แต่ช่วงนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าฝ่ายชายจีบไหมเธอบอกว่าคงตอบเองไม่ได้ และอยากให้ไปถามฝ่ายชายเองจะดีกว่า สำหรับโอกาสพัฒนานั้นสาวเกาหลีบอกว่ามันก็มีแต่อยู่ที่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

เอาเป็นว่าความรักของสาว “จียอน” จะเป็นอย่างไรก็คงต้องรอติดตามกัน แต่ช่วงนี้เท่าที่สังเกตช่วงนี้เธอค่อนข้างสดใสมากๆ อาจจะหัวใจกำลังเบิกบานเป็นสีชมพูอยู่ก็ได้นะเนี่ย

ซอจียอน

   

ซอจียอน

ซอจียอน


ภาพจาก IG @queengyeon

Fendi peekaboo

5 สิ่งต้องเช็ค! ก่อนเสียเงินซื้อ It Bag ทรงคลาสสิก Fendi peekaboo

รอบนี้เราขอพาสาวๆ มาอัพเดทคลังข้อมูลเกี่ยวกับ กระเป๋า Fendi peekaboo กระเป๋ารุ่นดังทรงคลาสสิก ที่ได้กลายเป็น It Bag ของสาวๆ ทั่วโลกไปแล้ว

เกือบ 10 ปีแล้ว ที่ Fendi แบรนด์สัญชาติอิตาลี ได้เปิดตัวกระเป๋ารุ่นดังอย่าง peekaboo ในช่วง Spring ปี 2009 ไม่ว่าจะมีการจัดอันดับใดๆ กระเป๋ายอดฮิตรุ่นนี้เป็นต้องติดโผกับเขาด้วย เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงกระเป๋า Fendi ทุกคนก็จะต้องนึกถึงรุ่น  peekaboo อย่างแน่นอน โดยลูกเล่นสุดเด่นของกระเป๋ารุ่นนี้คือตัว Hardware ภายในกระเป๋าที่มีลักษณะคล้ายดวงตา ซึ่งดูแปลกและแตกต่างไปจากแบรนด์อื่นๆ ไม่ว่าตัวกระเป๋าจะถูกเปลี่ยนลวดลายหรือวัสดุไปในแบบไหน แต่เอกลักษณ์ตรงนี้ก็ยังอยู่ ทำให้ Fendi peekaboo ยังคงเป็นสินค้าขายดีตลอดกาลของแบรนด์ นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีพวงกุญแจเป็นตัวตุ๊กตาเอาไว้ห้อยกระเป๋าแบบเก๋ๆ ด้วย ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ไม่น่าเบื่อ สามารถรวมความซนและความหรูหราไว้ได้ในใบเดียวอย่างลงตัว ถือว่าเป็น It Bag ที่คูลมากๆ

ทั้งนี้กระเป๋า Fendi รุ่น peekaboo ก็ยังคงพัฒนามาเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าความนิยมจะลดลง วันนี้เราจึงรวบรวมสิ่งที่สาวๆ ควรรู้ก่อนลงทุนซื้อเจ้ากระเป๋ารุ่นดังมาฝากกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ความลังเลต่างๆ ลดน้อยลง และตัดสินใจซื้อได้มากขึ้นนะจ๊ะ

 

5 สิ่งต้องเช็ค! ก่อนเสียเงินซื้อ It Bag ทรงคลาสสิก Fendi peekaboo

 

ขนาดและราคา

นอกจากราคาจะต่างกันเพราะขนาดของกระเป๋าแล้ว ยังแตกต่างกันเพราะวัสดุหรือหนังที่นำมาทำกระเป๋าด้วย

กระเป๋า Fendi รุ่น Peekaboo ขนาด Micro (ใบเล็ก)

Fendi Peekaboo

ขนาด : ความกว้าง 6 นิ้ว สูง 4.25 นิ้ว ลึก 2 นิ้ว

ราคาเริ่มต้นประมาณ : 51,194 บาท

 

กระเป๋า Fendi รุ่น Peekaboo ขนาด Mini

Fendi Peekaboo

ขนาด : ความกว้าง 9 นิ้ว สูง 7 นิ้ว ลึก 5 นิ้ว

ราคาเริ่มต้นประมาณ : 102,389 บาท

 

กระเป๋า Fendi รุ่น Peekaboo ขนาด Regular

Fendi Peekaboo

ขนาด : ความกว้าง 13.25 นิ้ว สูง 10 นิ้ว ลึก 5 นิ้ว

ราคาเริ่มต้นประมาณ : 113,949 บาท

 

กระเป๋า Fendi รุ่น Peekaboo ขนาด Large

Fendi Peekaboo

ขนาด : ความกว้าง 15.5 นิ้ว สูง 12.5 นิ้ว ลึก 7 นิ้ว

ราคาเริ่มต้นประมาณ : 130,464 บาท

 

กระเป๋า Fendi รุ่น Peekaboo Men’s

Fendi Peekaboo

ขนาด : ความกว้าง 17 นิ้ว สูง 14 นิ้ว ลึก 8 นิ้ว

ราคาเริ่มต้นประมาณ : 216,339 บาท

 

การเปรียบเทียบขนาด

Fendi Peekaboo

ซ้ายไปขวา : Large, Regular, Mini, Micro

Fendi Peekaboo

 

วัสดุต่างๆ ที่นำมาทำกระเป๋า

Fendi Peekaboo

Fendi Peekaboo

 

สีที่มีอยู่ในปัจจุบัน

 

ภายในกระเป๋า

Fendi Peekaboo

Fendi Peekaboo

 

อ่านบทความเกี่ยวกับกระเป๋าจากแบรนด์อื่นๆ ได้ที่ : 

 5 ข้อควรรู้ ก่อนเสียเงินเปย์ Chanel Classic Flap Bag ไว้ครอบครอง

เช็คให้ดี…ดูให้ชัวร์ 5 สิ่งควรรู้ ก่อนลงทุนซื้อ กระเป๋า Lady Dior สักใบ

บอกราคาใบต่อใบ! กระเป๋า Valentino Candystud ถ้าอยากได้ ต้องรู้อะไรบ้าง

ใบเดียวได้ทุกลุค! แนะสิ่งควรรู้เกี่ยวกับ กระเป๋า Chloé Mily ที่ผู้หญิงควรมีในกรุ

ชวนเสียทรัพย์เก่ง! กระเป๋า Gucci Spring/Summer 2019 ดีไซน์มุ้งมิ้งแปลกตา น่าสอย

Céline เปิดตัวกระเป๋าใหม่ ส่งให้เซเลบทั่วโลกลองใช้ ก่อนวางขายสิ้นปีนี้

Less is more! 5 กระเป๋าแบรนด์ดัง เรียบแต่ชิค ลงทุนไปไม่มีตกเทรนด์

แสงสะท้อนเข้าตา! ส่องความระยิบของ กระเป๋า คิม คาร์เดเชียน ราคาไม่เบาอยู่ที่หลักแสน


ภาพและที่มา : www.purseblog.com

‘แม้จะเจอชายในฝัน แต่ขอถามใจดูก่อนนะว่า อยากแต่งจริงหรือเปล่า’ ดูดวงรายวัน 29 ตุลาคม 2561

ดูดวงรายวัน 29 ตุลาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ท่านจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเดินทางไปเริ่มต้นงานใหม่ ที่เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งสถานที่หรืองานช่างในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย  ซึ่งต้องใช้หลักวิชาการ เทคนิค รวมถึงความชำนาญมาก โชคดีที่ท่านได้ทีมงานดีมีคุณภาพจึงช่วยแบ่งเบางานไปได้เยอะเลย

การเงิน :  โชคดี ได้รับความไว้ใจจากผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน แต่กลับไปเสียรู้คำพูดที่มีหลักการที่ชักชวนไปลงทุน

ความรัก : อาจแต่งงานกันด้วยความเหมาะสมด้านการงาน จึงมีทัศนคติขัดแย้งกันตลอด ประเด็นแรงที่สุดคือ การจำกัดความคิดและอิสรภาพ  ซึ่งทำให้ท่านหงุดหงิด ฉุนเฉียว โมโหง่ายได้อย่างไร้เหตุผล คนโสด  มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม แต่ท่านไม่ชอบการผูกมัด จึงไม่ตกลงปลงใจกับใครง่ายๆ

สุขภาพ :  เครียดจนเป็นไมเกรน ลามลงไปที่หลังแล้วนะคะ ทำให้ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และเคล็ดขัดยอก

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน :  กดดันมาก ต้องใช้พลังกายและพลังสมองสูง เพราะวันนี้ต้องเข้าสู่การแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์กันอย่างดุเดือด ซึ่งท่านมีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้งานสำเร็จจน สามารถทำได้ ไม่ว่าจะด้วยเล่ห์กลหรือด้วยมนต์มายา หากได้เพื่อนรู้ใจมาช่วยก็มีสิทธิ์สมหวัง

การเงิน : อาจเกี่ยวพันกับเงินใต้โต๊ะหรือติดสินบน ด้วยการเลี้ยงดูปูเสื่อ เพื่อนและบริวาร รวมถึงไม่ควรค้ำประกันเงินกู้ หรือทำสัญญากู้ยืมเงินแทน อาจผิดพลาดได้

ความรัก  : โชคดีได้คู่ครองที่สามารถเป็นที่พึ่ง เป็นที่ปรึกษา คอยช่วยเหลือสนับสนุนให้ท่านได้ทุกๆ เรื่อง แต่ด้วยทิฐิ ความเชื่อมั่นในตัวเองที่เวลาทะเลาะกันแล้วคุมตัวเองไม่อยู่ จะสร้างปัญหาให้กับชีวิตคู่ คนโสด พิถีพิถันในการเลือกมาก เจ้าชู้ ไม่หยุดนิ่งกับใครง่ายๆ เกณฑ์แต่งงานอยู่แถวๆ 30-40 ขึ้นไป

สุขภาพ :  โรคหัวใจเป็นปัญหาใหญ่ของท่าน ทั้งโรคหัวใจโต หัวใจรั่ว รวมถึงไปเช็คสายตาบ้าง ตระกูลต้อเริ่มมาเยือนแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  ในระยะนี้ท่านต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้ผิดหวัง เสียใจ และท้อแท้ ทำให้ไม่สบายใจ วิตกกังวล กลุ้มใจ กับปัญหาความขัดแย้งของตนเองและบุคคลอื่น จึงควรใช้สติ ใจเย็นๆ ค่อยๆ แก้ไขปัญหา อย่างไรผู้ใหญ่ คนใกล้ชิกก็สนับสนุนท่านให้ได้ทำตามความฝัน

การเงิน : ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ท่านจะหมดกับของฟุ่มเฟือย และเลี้ยงดูบริวาร ผู้ใต้บังคับบัญชา

ความรัก : คู่จะส่งเสริมหน้าที่การงานและทำให้ท่านได้รับการยอมรับ หากมีความสามารถด้านบัญชีครัวเรือนด้วยแล้วจะทำให้ครอบครัวเป็นเศรษฐีได้เลย  คนโสด ได้แฟนเด็กจิตใจดี ไม่ไก่กา มีแต่ท่านนั่นละที่เอาใจยาก เดาใจลำบากว่า อยากเป็นแฟนกับเขาจริงหรือเปล่า

สุขภาพ : เดินทางท่องเที่ยวบ่อยๆ ระวังน้ำหนักขึ้นนะคะ แล้วจะตามมาด้วยโรคไขมัน ความดัน เบาหวาน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ                                                  

การงาน  :  ท่านจะได้มีโอกาสทำงานที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และท้าทาย ในเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด ก็ให้การสนับสนุนให้ได้ทำตามความฝันได้เต็มที่ วันนี้งานด้านสื่อสารมวลชน หรือความสวยความงามจะโดดเด่น ขอให้ท่านดึงความเป็นศิลปินในตัวออกมาใช้ให้เต็มที่

การเงิน :  ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ซื้อเครื่องประดับราคาแพงให้ หรือพาไปกินดื่มเที่ยวกันเต็มที่

ความรัก :  เริ่มลังเลว่า ที่ตัดสินใจแต่งงานถูกหรือผิดกันแน่ เพราะท่านยังอยากใช้ชีวิตกินดื่มเที่ยว ลั้ลลาอยู่เลย คนโสด จะได้เจอชายในฝันแบบแต่งงานได้เลย แต่ท่านยังเอาใจยาก เดาใจลำบากอยู่ว่า อยากแต่งจริงหรือ

สุขภาพ : อย่าคิดมาก เครียด เพราะจะมีผลให้ท่านปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา และมึนงงงบ่อยๆ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เป็นงานที่ต้องใช้อารมณ์ล้วนๆ เพราะโครงสร้างภายในองค์ท่านมีการเปลี่ยนแปลง เนื้อหางานจึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนท่านเครียด อึดอัด ต้องการความชัดเจนอย่างเร่งด่วน เพื่อค้นหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

การเงิน :  เข้ามือขวาออกมือซ้าย ใช้เงินซื้อความสุขให้กับตัวเองมากจนเก็บเงินไม่อยู่

ความรัก :  แม้คู่ท่านวันนี้ยังติดใช้ชีวิตลัลล้า มีเคสเยอะ รวมทั้งเพื่อนสนิท แต่ท่านก็อย่าจู้จี้จุกจิกมาก เพราะลึกๆ แล้วเขารักและมั่นคงกับท่านเพียงคนเดียว คนโสด มีเสน่ห์ ถูกจีบเยอะ แล้วก็ผิดหวังบ่อยด้วย แต่ท่านก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ตลอดเวลา ซึ่งวันนี้เพื่อนสนิทมาแรง

สุขภาพ : ก็ยังอยู่ในช่วงเอ็นจอยกินดื่ม จะทำให้น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และทำให้เกิดโรคโดยเฉพาะ โรคเก๊า อัมพฤกษ์

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ท่านต้องเจรจาต่อรอง ประสานงานกับลูกน้องที่เอาแต่ใจ และดื้อรั้น เป็นเหตุให้ท่านรู้สึกร้อนรุ่ม ตึงเครียด เบื่อหน่ายงานที่ทำจนอยากลาออก ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งวู่วาม เพราะจะทำให้เกิดผลเสียได้ในอนาคต

การเงิน : ร้อนเงิน เพราะใช้จ่ายกับเรื่องครอบครัว หรือลูกหลานก้อนใหญ่ จนเป็นหนี้สิน

ความรัก : ระวังจะมีปัญหาวุ่นวายกับการเข้าใจผิด หรือความรักสะดุดเพราะมือที่สาม แถมไม่ได้มาคนเดียวมีสมาชิกตัวน้อยๆ ติดมาด้วย คนโสด ท่านอาจเป็นมือที่สาม หรือมีมือที่สามมาวุ่นวาย ซึ่งมีสมาชิกใหม่มาด้วย

สุขภาพ :  ระวังความเครียด อารมณ์โกรธทำให้ท่านฉุนเฉียว จนปวดศีรษะและไมเกรนขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านที่อยู่ในวงการออกแบบตกแต่งสถานที่และงานช่างๆ ต่างๆ วันนี้จะได้ไปเริ่มต้นงานใหม่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นงานเกี่ยวกับการขนส่ง ยวดยานพาหนะ ซึ่งท่านปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบสำเร็จ ควรหาเพื่อนรู้ใจที่ความสามารถสูสีกันมาช่วยเสริมทัพด้วยอีกแรง

การเงิน : หมดกับการเลี้ยงดูบริวาร ผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อเสริมบารมีให้กับตัวเอง

ความรัก :  ทิฐิมานะ และเอาใจแต่ตัวเองสูง ทำให้เวลาที่ทะเลาะกันท่านไม่สามารถคุมตัวเองได้ ไม่หันหน้าเข้าหากัน ต้องการเอาชนะ คนโสด มีเสน่ห์ แต่ไม่ชอบการผูกมัด หรือมาจำกัดความคิดและอิสรภาพ เพราะอาจทำให้ท่านวีนแตกได้ง่ายๆ

สุขภาพ :  เครียดลงกระเพาะ เจ็บป่วยด้วยโรคลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และโรคกระเพาะ

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่! ไคลีย์ เจนเนอร์ ควักเงินซื้อร่วมกับแฟนหนุ่ม มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์ ที่ร่วมซื้อกับแฟนหนุ่ม ทราวิส สก็อตต์ แร็ปเปอร์ผิวสีชื่อดัง ในราคาประมาณ 444 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลทองของเหล่าคนดัง

เจ้าแม่เครื่องสำอางวัย 21 ปี และแฟนหนุ่มแร็ปเปอร์ผิวสี วัย 26 ปี คบหาดูใจกันได้ไม่นาน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สาวไคลีย์ก็ได้คลอดลูกสาวคนแรก น้อง Stormi ออกมาลืมตาดูโลก และตอนนี้อยู่ในวัย 8 เดือน ทำให้คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่อาจกำลังหาสิ่งดีๆ ให้กับลูกน้อยของพวกเขา เพราะล่าสุดทั้งคู่ลงทุนซื้อบ้านสุดหรูหลังใหม่ย่าน Beverly Hills รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถือเป็นย่านรวมที่พักของเหล่าคนดังฮอลลีวู้ดไว้ไม่น้อย โดยบ้านหลังใหม่ที่ไคลีย์และทราวิสตัดสินใจซื้อ ราคาอยู่ที่ 13.45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ444 ล้านบาท ตั้งอยู่ใกล้กับโรงแรม Beverly Hills ที่มีชื่อเสียง

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์
ภาพจาก : IG@travisscott

 

ภาพจาก : IG@kyliejenner

ตัวบ้านมีเนื้อที่กว่า 9,680 ตารางฟุต ประกอบด้วย 7 ห้องนอน 10 ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ ยิม ห้องนวดสปาส่วนตัว และโรงจอดรถ เดิมทีบ้านหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1971 ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาขายสูงขึ้นจาก 2,879,000 เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2012 เป็น 6,275,000 เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2014 และต่อมาทางบริษัทได้มีการพัฒนาที่จะสร้างและตกแต่งบ้านหลังนี้ใหม่ ล่าสุดก็นำไปสู่ราคาที่สูงขึ้นถึง 13.45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามที่ไคลีย์ และทราวิส ได้ลงทุนซื้อไป อีกทั้งบ้านสุดหรูหลังนี้ ยังถือเป็นบ้านหลังที่ 5 ของสาวไคลีย์อีกด้วย

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดบ้านหลังใหม่ ไคลีย์ เจนเนอร์

นับเป็นบ้านสุดหรูที่ไม่ว่าจะมองมุนไหนก็น่าอยู่มาก วิวทิวทัศน์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ลงตัว เห็นแบบนี้แล้วก็อดอิจฉาสาวเก่งอย่างไคลีย์ไม่ได้จริงๆ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ :

คลอดแล้ว! ‘ไคลีย์ เจนเนอร์’ คุณแม่สุดแซ่บให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อย พร้อมเผยเหตุผลที่ปิดบังมานาน

เปิดคลังแสง! กระเป๋า ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

 แบรนด์ทั้งตัว! ไคลีย์ เจนเนอร์ ฟาดลุคแซ่บ ด้วยไอเท็มราคาหลักหมื่นทุกชิ้น

 เจ้าแม่สายเปย์! ไคลีย์ เจนเนอร์ ซื้อกระเป๋าแบรนด์หรูเซอร์ไพร้ส์แฟนคลับ

แซวกันให้แซด “ไคลีย์ เจนเนอร์” มหาเศรษฐี อายุน้อยเก้าร้อยล้านดอลลาร์ ว่าแต่ “รวยด้วยตัวเอง” จริงเหรอ?

 เปิดโพยตามหา รองเท้าหนังงู สไตล์เดียวกับคุณแม่สุดฮ็อต ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดตัว Falcon! อาดิดาส จับมือ ไอคอนแห่งยุค ไคลีย์ เจนเนอร์ ออกสนีกเกอร์เอาใจสาวๆ

รักกันที่ใจ สองพี่น้องตระกูลเจนเนอร์ หลงเสน่ห์แร็พเปอร์ผิวสี นี่แหละคนที่ใช่!

ควีนออฟสาย ฝ. “ไคลีย์ เจนเนอร์” เผยเคล็ดลับเมคอัพฉบับตัวแม่ที่แท้ทรู


ภาพและที่มา : theblast.com

ศรีวัฒนประภา

เป็นทางการ วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่ออาณาจักรแสนล้าน คิงเพาเวอร์ เสียชีวิต

สรุปเหตุการณ์ ทางการ วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่ออาณาจักรแสนล้าน คิงเพาเวอร์ เฮลิคอปเตอร์ตก ที่ เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

วิชัย ศรีวัฒนประภา

สื่อมวลชนทุกสำนักกำลังใจจดใจจ่อรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการทั้งจาก คิงเพาเวอร์ ประเทศไทย รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ในเหตุการณ์ที่เจ้าสัว วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของ คิงเพาเวอร์  และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุตกที่บริเวณ ลานจอดรถใกล้กับสนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม

โดยตลอดทั้งวันมีการนำเสนอเรื่องนี้ทุกชั่วโมง ซึ่งลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

1. วันที่ 27 ต.ค. 2561 เวลา 20.38 น. (ประเทศอังกฤษ) หรือเวลา 02.30 (ประเทศไทย) หลังจากนัดแข่งขันระหว่างเลสเตอร์กับเวสต์แฮมจบลง มีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ของ สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ตกระหว่างเทคออฟ ตรงบริเวณที่จอดรถข้างสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมที่ เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

2. ในเวลาต่อมา “เบน จาค็อบส์” ผู้สื่อข่าว ได้ทวีตข้อความว่า มีชื่อคุณวิชัยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ด้วยขณะที่ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

3. โฆษกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ชี้แจงว่า “เรากำลังให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจเลสเตอร์เชียร์และหน่วยบริการฉุกเฉินกับเหตุการณ์ใหญ่ที่สนาม คิง พาวเวอร์สเตเดี้ยม สโมสรจะออกแถลงการณ์เพิ่มเติมทันทีที่ข้อมูลได้รับการยืนยัน”

วิชัย ศรีวัฒนประภา

4. บรรดาผู้เล่นเลสเตอร์ ซิตี้และเพื่อนร่วมอาชีพนักฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก พร้อมใจกันทวีตข้อความถึงเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของคุณวิชัย เกิดอุบัติเหตุ โดยทุกคนต่างภาวนาให้แก่ เจ้าของสโมสรชาวไทย

5. สโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก นำโดย แมนฯยูไนเต็ด, แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล ฯลฯ ต่างทวีตข้อความให้กำลังใจสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หลังเกิดเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ ปธ.สโมสรตก

6. ช่วงเช้าของวันที่ 28 ต.ค.2561 เจ้าหน้าที่คิง เพาเวอร์ ประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า ยังไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับกรณีเฮลิคอปเตอร์ของสโมสรเลสเตอร์ตก

7. 10.54 น. (ประเทศไทย)  สำนักข่าว BBC รายงานยืนยันว่าคุณวิชัย อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ที่ประสบอุบัติเหตุ

8.เดอะการ์เดียน และรอยเตอร์สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษรายงานบนเฮลิคอปเตอร์ มีคุณวิชัย ลูกสาว ผู้ติดตาม 1 คน และนักบินอีก 2 คน รวม 5 ชีวิต

9.มีข่าวลือว่าลูกสาวที่ร่วมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับคุณวิชัยคือ รัก-วรมาศ  แต่ล่าสุดมีการยืนยันออกมาแล้วว่า คุณรักยังอยู่ที่เมืองไทย

10. วันที่ 29 ต.ค.2561  สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร และอีก 4 คนที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ไม่มีใครรอดชีวิต

ศรีวัฒนประภา


วิชัย ศรีวัฒนประภา

วิชัย ศรีวัฒนประภา


ภาพจาก @lcfc @leicestercityfc

6 ไอเดียสมุดเซ็นอวยพรสุดเจ๋ง รับรองงานนี้แขกต้องสนุกชัวร์!

สมุดเซ็นอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาวที่เราพบเห็นตามงานแต่งต่างๆ บ้างก็จะเป็นสมุดเซ็นอวยพรเล่มใหญ่ บ้างก็ให้เซ็นบนรูปภาพ ซึ่งบางทีเราก็แอบคิดนะว่า เอ๊ะ มันดูธรรมดาไปหรือเปล่า ก็แหมแขกมางานทั้งทีเราก็อยากให้อวยพรไป อมยิ้มไป ประมาณว่าเซ็นไปด้วยได้ทำกิจกรรมสนุกๆ ไปด้วยประมาณนั้น แพรว wedding เลยมี 5 ไอเดียสมุดเซ็นอวยพร สุดเจ๋งที่บ่าวสาวเห็นแล้วต้องรีบทำตามมาฝาก

ไอเดียสมุดเซ็นอวยพร

1. ปักหมุดบนแผนที่

งานนี้อาจจะต้องใช้แผนที่จากกูเกิ้ลแมพมาเป็นตัวช่วยสักหน่อย ด้วยการปริ้นแผนที่แล้วให้แขกได้ปักหมุดสถานที่ของตัวเองว่าเดินทางมาร่วมอวยพรบ่าวสาวจากสถานที่ใดกันบ้าง คราวนี้ล่ะบ่าวสาวจะได้เห็นถึงน้ำจิตน้ำใจว่าแขกคนไหนเดินทางมาไกลหลายร้อยลี้บ้าง หรืออาจจะเปิดโหวตด้วยการให้แขกช่วยกันปักหมุดสถานที่ที่พวกเขาโปรดปรานในการไปพักผ่อน หรือสถานที่ที่พวกเขาอยากให้คุณไปฮันนีมูนก็ได้ ไม่แน่ว่างานนี้บ่าวสาวอาจจะได้สถานที่เจ๋งใหม่ๆ ในการไปพักผ่อนแบบคาดฝัน รู้แล้วก็เตรียมแผนที่พร้อมหมุดน่ารักๆ ไว้ให้พร้อมได้เลย

2. อวยพรผ่านขวดไวน์

เตรียมขวดไวน์หรือแชมเปญ พร้อมปากกาเคมีที่สามารถเขียนลงบนพื้นผิวที่เป็นแก้วได้ไว้ให้พร้อม จากนั้นใครชอบเครื่องดื่มแบบไหนก็แค่เซ็นลงไปบนขวดนั้น เท่านี้บ่าวสาวก็ได้สมุดเซ็นอวยพรแปลกใหม่สุดเก๋ไก๋แล้ว และเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงวันครบรอบแต่งงาน หากบ่าวสาวได้นำไวน์หรือแชมเปญขวดนั้นออกมาฉลอง คุณก็จะได้พบกับความรู้สึกๆ ของคนที่รักคุณและคุณรักอีกครั้ง ผ่านคำอวยพรซึ้งๆ จากใจที่พวกเขาบรรจงสร้างสรรค์ไว้บนขวดไวน์หรือแชมเปญนั่นเอง และเราเชื่อว่าความประทับใจในวันนั้นจะกลับมาเยือนบ่าวสาวอีกครั้งแน่นอน

3. จิ๊กซอว์อวยพร

ไอเดียสุดเจ๋งที่เราต้องยกนิ้วโป้งให้ กับการให้แขกได้เซ็นอวยพรผ่านจิ๊กซอว์แต่ละตัว และงานนี้ไม่ได้ให้เซ็นเฉยๆ แล้วเดินจากไปนะจ๊ะ เพราะแขกแต่ละคนจะต้องช่วยกันต่อจิ๊กซอว์ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้กับแขกก่อนงานเริ่มได้เป็นอย่างดี หรือจะเก็บไว้เป็นกิจกรรมสนุกๆ ในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ยังได้

4. สร้างความประทับใจด้วยภาพถ่ายโพลารอยด์

บางครั้งแค่เขียนอย่างเดียวก็อาจจะไม่น่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่ จะดีกว่าไหมหากการเซ็นอวยพรนั้นมีภาพถ่ายประกอบอยู่ด้วย อย่างเช่น ภาพถ่ายโพลารอยด์ ที่ถ่ายปุ๊บได้ภาพปั๊บแล้วนำภาพมาติดประกอบข้อความเซ็นอวยพรได้ทันที แต่งานนี้อาจจะเหมาะกับบ่าวสาวสายเปย์ที่มีบัดเจ็ตเพียงพอสำหรับซื้อฟิล์มโพลารอยด์ด้วยนะจ๊ะ

5. สร้างสรรค์คำอวยพรผ่านงานศิลปะ

เนื่องจากในปีนี้เทรนด์การวาดสีน้ำกำลังมา แล้วสมุดเซ็นอวยพรของบ่าวสาวจะไม่ตามเทรนด์ได้ยังไง ซึ่งไอเดียการเซ็นอวยพรที่ว่านี้ก็เพียงแค่ เตรียมผืนผ้าใบขนาดใหญ่พร้อมพู่กันและสีน้ำไว้หน้างาน จากนั้นก็แค่ปล่อยให้แขกได้ใช้จินตนการในการสร้างสรรค์ผ่านฝีพู่กันของแต่ละคน รับรองว่าเมื่อจบงานแล้วบ่าวสาวจะได้ผลงานศิลปะอันน่าประทับใจกลับไปประดับที่บ้านแน่นอน

6. บล็อกไม้หรรษา

นอกจากจะเป็นเกมที่สนุกแล้ว บล็อกไม้นี้ยังสามารถนำมาเป็นสมุดเซ็นอวยพรสุดเก๋ได้อีกด้วย แถมแขกอาจจะนำมาใช้เล่นขณะรองานเริ่ม หรืออาจจะนำมาเป็นกิจกรรมสนุกๆ ในช่วงอาฟเตอร์ได้อีกต่างหาก
ได้ไอเดียสมุดเซ็นอวยพรไปแล้ว ก็ไปเตรียมสเตชั่นถัดไปกับ แบ็คดรอปสุดเจ๋งสำหรับถ่ายภาพ กันดีกว่า

CR. www.stylemepretty.com, www.nationalweddingshow.co.uk, www.amazon.co.uk

a a a a a a a a a a a a a a a a a a

บททดสอบธุรกิจยักษ์ใหญ่จากพ่อสู่ลูก “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ทายาทคิง เพาเวอร์

ปี 2558 สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ได้รับการจัดอันดับว่ามี Social Media Improve หรือถูกพูดถึงเพิ่มขึ้นในโลกออนไลน์เป็นอันดับ 1 ของโลก นั่นคือส่วนหนึ่งของเทพนิยายแห่งวงการฟุตบอลที่คนทั่วโลกปรบมือให้ความสำเร็จที่ไม่มีใครคาดคิดว่า ทีมฟุตบอลขนาดเล็กจะกลายเป็นแชมป์ของอังกฤษ ภายใต้การนำของ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ชายผู้คลั่งไคล้ฟุตบอล ซึ่งเดินทางมาจากคนละทวีป

ในขณะที่เกมฟุตบอลไม่ได้ลดทอนความดุเดือด อัยยวัฒน์ก้าวขึ้นมาเป็นซีอีโอคนใหม่ของคิง เพาเวอร์ พร้อมบททดสอบที่ใหญ่กว่าเดิม และเทพนิยายเรื่องใหม่ที่เขากำลังจะเขียนต่อไป

ย้อนกลับไปพูดถึงเด็กชายอัยยวัฒน์ ภาพแรกที่นึกถึงคืออะไรครับ
ภาพที่คุณพ่อคุณแม่ทำงานหนัก ผมเป็นลูกคนเล็ก อาจโชคดีกว่าพี่ๆ เพราะตอนผมเกิด ครอบครัวเริ่มมีฐานะจากธุรกิจดิวตี้ฟรีแล้ว ขณะที่ผมก็เป็นลูกที่ติดคุณพ่อคุณแม่ ถ้าท่านยังไม่กลับบ้าน ผมจะไม่นอน เป็นแบบนั้นตั้งแต่เรียนอนุบาลถึงประถม ผมเรียนเซนต์คาเบรียลตั้งแต่ ป.1 – ม.6 เป็นสถานที่ฝึกฝนทั้งวิชาความรู้และการใช้ชีวิต วัยนั้นมีแต่ความสนุกกับเพื่อน ผมเป็นหัวโจกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ส่วนหนึ่งอาจซึมซับมาจากคุณพ่อที่ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อน ผมก็เป็นแบบนั้น แต่คุณพ่อทำให้เห็นว่า ที่คนรอบข้าง
ซาบซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะมาให้ท่านเลี้ยง แต่ทุกคนมีความสุขกับบรรยากาศนั้น

คำว่าหัวโจก หมายถึงมีเรื่องชกต่อยด้วยไหม
ไม่ครับ ผมซ่า แต่ไม่เกเร คือเปลี่ยนชุดนักเรียนแล้วไปเที่ยวกับเพื่อนต่อได้เลย แต่ไม่เล่นยา ไม่สูบบุหรี่ ไม่ต่อยตีกับใคร สามารถเข้ากับเพื่อนได้ทุกกลุ่ม ในโรงเรียนจะมีเด็กสองแบบ คือ ตั้งใจเรียนกับเกเร สำหรับผมอยู่ตรงกลาง คุยได้หมด

รู้มาว่าคุณอัยยวัฒน์เข้าห้องประชุมกับคุณพ่อตั้งแต่ยังเด็ก
ใช่ครับ คุณพ่อมีความคิดว่า การเรียนไม่ได้พิสูจน์ว่าเราเก่ง ท่านพูดเสมอว่า ไม่ต้องเรียน ออกมาทำงานเลยก็ได้ แต่คุณแม่ไม่ยอม (หัวเราะ) แต่พอโรงเรียนเลิก ผมจะแวะไปหาคุณพ่อคุณแม่ที่บริษัท วิ่งเล่นอยู่ในห้องทำงานของท่านบ้าง หลับบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ได้เห็นกระบวนการที่คุณพ่อเรียกประชุม ชมเชยและต่อว่าพนักงาน พออายุ 16 ปี คุณพ่อก็ให้เข้าประชุมบอร์ด ต้องฟังและจดรายละเอียดต่างๆ

คุณพ่อบอกไหมว่าทำไมต้องให้ประชุมด้วย
ไม่ครับ ท่านบอกให้เข้ามาฟัง ผมก็โอเค ใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง ไม่ได้เสียหายอะไร ตอนนั้นยังไม่เข้าใจหรอกว่าตัวเลขที่จดลงกระดาษจะส่งผลอะไรในอนาคตบ้าง แต่การได้อยู่ใกล้ๆ ก็ทำให้รู้ว่า บริษัทเติบโตเร็วมาก ผมอยู่ในทุกประชุมสำคัญ ทำให้รู้ว่าคุณพ่อคิดอะไร เหตุผลที่เปิดดิวตี้ฟรีที่สุวรรณภูมิคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งเป็นความบังเอิญหรือคุณพ่อวางแผนไว้ก็ไม่รู้นะ (หัวเราะ) แล้วโชคดีที่ผมไม่ได้อึดอัดอะไรกับการเข้าประชุม กลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ

แล้วเข้ามาทำงานที่คิงเพาเวอร์อย่างเป็นทางการเมื่อไรครับ
ปี 2552 ผมเข้ามาเป็นผู้ช่วยของคุณพ่อ ท่านไม่ได้กำหนดล่วงหน้านะครับว่าลูกแต่ละคนต้องอยู่ในบทบาทไหน แต่อาจเพราะพี่ๆ ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ชั้นมัธยม ส่วนผมอยู่ใกล้คุณพ่อตั้งแต่เด็กจนเรียนจบมหาวิทยาลัย จึงรู้ใจท่านเร็วกว่าคนอื่น แล้ววันที่ผมเข้ามาก็ไม่มีตำแหน่งในบริษัทว่าง คุณพ่อจึงให้เป็นผู้ช่วย พูดง่ายๆ คือ ทำงานตามสั่ง หรือเจเนอรัลเบ๊ (หัวเราะ)

หน้าที่ผมมีตั้งแต่กรองเอกสารก่อนถึงคุณพ่อ ประสานงานกับผู้ใหญ่ เป็นปีแรกที่ได้ประสบการณ์เยอะและทำงานหนัก ขณะที่ชีวิตส่วนตัวก็เต็มที่ ตอนกลางคืนไปเที่ยวกับเพื่อน คิดว่าร่างกายไหว แต่วันหนึ่งก็ป่วยจนต้องให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากที่คุณพ่อให้งานเยอะหรอก ผมเองที่แบ่งเวลาไม่เป็น หลังจากนั้นจึงจัดตารางเวลาใหม่ ชีวิตก็ดีขึ้น ยังเที่ยวเหมือนเดิม แต่ไม่เคยทำให้งานเสียนะครับ ผมคิดว่าถ้าตอนเช้ายังมาทำงานตรงเวลาได้จะทำให้คุณพ่อไว้ใจ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ต่อให้เที่ยวหนักแค่ไหน ผมก็ยังทำงานได้ อย่างบางวันกลับถึงบ้านตอนตี 4 แต่พอ 6 โมงเช้าก็ไปตีกอล์ฟกับคุณพ่อต่อได้

เป็นเจเนอรัลเบ๊อยู่นานไหม
พักใหญ่ครับ (หัวเราะ) แต่พอทำงานที่คิง เพาเวอร์ ได้หนึ่งปี คุณพ่อให้ผมไปเป็นรองประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิปของอังกฤษ (รองจากพรีเมียร์ลีก) โดยยังทำงานผู้ช่วยให้ท่านด้วย ผมจึงต้องนั่งเครื่องบินไปๆ กลับๆ แต่ใช้เวลาที่อังกฤษประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ อยู่นานจนต้องเสียภาษี เพราะเกิน 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด

บทสนทนาแรกๆ ที่คุณวิชัยพูดกับคุณอัยยวัฒน์ เรื่องเลสเตอร์ซิตี้คืออะไรครับ
จำได้ว่าผมนั่งอยู่ในร้านอาหารกับคุณพ่อ ท่านเล่าว่า คิง เพาเวอร์ จะเป็นสปอนเซอร์บนเสื้อของทีมเลสเตอร์ซิตี้ ท่านจะไปดูสนามฟุตบอลของทีม และอยากให้ผมไปด้วย รุ่งขึ้นเราก็นั่งเครื่องบินไปคุยกับเจ้าของทีมในขณะนั้นคือ มิลาน แมนดาริช ที่สโมสร ปรากฏว่าคุณพ่อคุยกับเขา 10 นาที แล้วบอกผมว่าซื้อทีมแล้วนะ ผมตกใจเหมือนกัน แต่คิดว่าเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลก็น่าสนุกดี พอกลับมาถึงบ้านจึงถามคุณพ่อว่าคิดจ้างใครดูแล ผมจะได้วางแผนให้ ท่านบอกว่า ต๊อบดูไปสิ ผมฟังแล้วช็อกไปแป๊บหนึ่ง รู้ว่าไม่ง่ายแน่ๆ แต่ก็รับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด

เด็กผู้ชายหลายคนฝันอยากเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในอังกฤษรวมถึงคุณด้วยไหม
ใช่ครับ (ยิ้ม) ผมว่าเด็กโรงเรียนชายล้วนคงไม่ต่างกันคือ ชอบฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ สตาร์ซอคเก้อร์ สปอร์ตพูล แล้วคุยกับเพื่อนว่า ทำไมเจ้าของทีมนี้บริหารอย่างนี้ ทำไมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยอมขายผู้เล่นคนนี้ ถ้าผมเป็นเจ้าของสโมสรจะทำแบบนี้ เป็นเรื่องเพ้อฝันสนุกๆ ของเด็กผู้ชาย แต่พอวันหนึ่งได้เป็นจริงๆ ก็ประหลาดดีเหมือนกัน

การบริหารทีมฟุตบอลเองไม่ได้เจอแค่เรื่องสนุกใช่ไหมครับ
เหนื่อยครับ แค่วันแรกที่ซื้อทีม พอเซ็นสัญญาปุ๊บ เจ้าของเก่าบอกว่าเลิกอัดฉีดเงินให้ทีมแล้วนะ แล้วหยิบเอกสารอีกใบหนึ่งมาให้ว่า
ทีมติดหนี้อยู่ 3 แสนปอนด์ เป็นเงินไทยประมาณ 15 ล้านบาท อะไรกัน นี่วันแรกก็เป็นหนี้เลยหรือ ผมถามพ่อเพื่อความมั่นใจว่า เอาจริงใช่ไหม ท่านตอบว่า เซ็นๆ ไปเถอะ ผมจำได้ไม่ลืมเลย เพราะธุรกิจแรกที่คุณพ่อมอบหมายให้ทำอายุ 25 ปีก็เป็นหนี้แล้ว ยังถามตัวเองว่าใช่หรือ

งานแรกในฐานะรองประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้คืออะไรครับ
แถลงข่าวเพื่อบอกเป้าหมายว่า เราต้องการกลับขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีก ซึ่งไม่ใช่ง่ายครับ เริ่มตั้งแต่ภาษาอังกฤษของผมไม่ได้ดีมาก แม้จะอ่านออก เขียนได้ ฟังเข้าใจ แต่การสื่อสารเป็นภาษาธุรกิจยากกว่า แล้วตอนนั้นผมยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการบริหารทีมฟุตบอล วันแรกในห้องประชุม ทีมบริหารพูดถึงการเซ็นสัญญากับนักเตะ หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่เข้าใจเลย หลังจากนั้นต้องอ่านข้อมูลทั้งหมด พยายามศึกษาเองประมาณ 1 สัปดาห์จึงพอจับทางได้บ้าง

มีสายตาของพนักงานที่มองเจ้าของใหม่ด้วยความไม่มั่นใจไหม
โอ้โฮ…เยอะ วันแรกที่ผมเดินเข้าออฟฟิศ ทุกคนหันมามองกันหมด ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกันบ้าง แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือ ความกังวลว่าเด็กไทยอายุ 25 ปีจะเข้ามาทำอะไรกับพวกเขา กว่าที่ผมจะทำให้ทุกคนเชื่อมั่นก็ใช้เวลาอยู่เกือบปี โดยมีวิธีเดียวคือ พิสูจน์ให้เห็นหลังจากอ่านรายละเอียดของสโมสร ผมเขียนคำถามที่อยากรู้ แล้วเรียกผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ มานั่งคุยคนละ 3 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม แทบไม่ได้กินข้าว ทำแบบนี้อยู่ 2 – 3 สัปดาห์ จึงรู้ว่าคนนี้เก่งด้านไหน ควรให้ทำอะไร จากนั้นเริ่มวางโครงสร้างใหม่ให้สโมสร เนื่องจากตอนนั้นที่เลสเตอร์ยังทำงานไม่ค่อยเป็นระบบ อย่างเรื่องสัญญาก็มีเฉพาะแค่ของนักฟุตบอล แต่สัญญาของพนักงานไม่มี ไม่จ่ายโบนัสมา 10 ปี ไม่ขึ้นเงินเดือนมา 5 ปี พอรู้ปัญหาเหล่านี้ผมจึงกลับเมืองไทยให้คุณพ่อส่งเจ้าหน้าที่แผนกบัญชี ไอที ร้านค้า และฝ่ายบุคคลของคิง เพาเวอร์ ไปที่อังกฤษกับผม 2 สัปดาห์ เราจะไปผ่าตัดบริษัทกัน

แผนกแรกๆ ที่ต้องผ่าตัดคืออะไรครับ
ผมเริ่มทำพร้อมกันหลายส่วนครับ ยกตัวอย่างร้านของที่ระลึก ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า จัดการเรื่องสต๊อกสินค้าอย่างไร พนักงานหยิบกระดาษ A4 ให้ดูว่า นี่ไงเสื้อ 100 ตัว ขายได้ก็ใช้ปากกาเขียนเครื่องหมายไว้ แค่นี้เองครับ พอเดินไปดูหลังร้านก็มั่วมาก มีของวางกองๆ อยู่บนชั้น ถ้าลูกค้าถามถึงจึงหยิบมาให้ ผมบอกพนักงานว่าแบบนี้เจ๊งแน่ ผมทำธุรกิจค้าปลีกที่เมืองไทย ถ้าคุณขายของแบบนี้ ผมเสียหน้า ผมจะส่งคนมาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เขาก็ช็อกกัน แต่ผมอธิบายต่อว่าไม่ได้ให้ออกนะ คุณยังทำงานเหมือนเดิม แต่ช่วยเขียน Wish List สิ่งที่อยากเห็นในร้านนี้มา ผมจะทำให้ หลังจากนั้นเขาเขียนมาว่า ขอร้านใหญ่ขึ้น มีระบบงานที่ชัด ผมอ่านแล้วได้ข้อสรุปว่า จริงๆ พนักงานรู้ว่าปัญหาคืออะไร แต่ไม่มีใครลงไปดู ผมจึงใช้วิธีเดียวกันนั้นกับทุกแผนก ให้พนักงานทุกคนเขียนว่า เขาอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในสโมสร ซึ่งพอรวมกันแล้วยาวเหยียดแบบกระดาษ A4 ต่อกัน 10 แผ่น ผมอยากให้เห็นมากเลย (ยิ้ม)

เรื่องไหนที่อ่านแล้วอึ้งบ้าง
เยอะครับ เช่น อยากได้ระบบไอที ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตที่สโมสรยังไม่มี ผมพูดได้ว่า ทีมฟุตบอลไม่ได้เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ดี เจ้าของส่วนใหญ่โฟกัสแค่เรื่องซื้อนักฟุตบอลเก่งๆ เพื่อให้ทีมขึ้นชั้นและประสบความสำเร็จ แต่ไม่สนใจระบบบริหาร สิ่งอำนวยความสะดวก จนถึงอุปกรณ์แวดล้อมที่จำเป็น แต่ผมทุ่มเงินกับตรงนั้น

ตกใจไหมว่าสโมสรฟุตบอลอังกฤษไม่ใช่อย่างที่คิด
ตกใจไม่ทันแล้ว ผมถามคุณพ่อว่า 10 นาทีที่คุยกับเจ้าของคนเก่านี่คุยอะไรบ้าง (หัวเราะ) แต่ผมไม่เคยคิดว่าท่านซื้อทีมฟุตบอลผิดหรือถูกนะครับ ซึ่งถ้าถามในวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า ไม่ผิด เพียงแต่วันนั้นผมรู้สึกสนุกกับโปรเจ็คท์ใหญ่ที่คุณพ่อให้ทำ และเป็นหน้าที่ผมที่ต้องทำให้ดี ผมใช้เวลา 2 ปีแรกไปกับการพัฒนาทุกอย่าง ตั้งแต่สนามฟุตบอล ที่นั่งคนดู ห้องพักนักกีฬา ฟิตเนส ร้านขายของที่ระลึก ควบคู่ไปกับการพัฒนานักฟุตบอล โดยนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้ เช่น พอนักฟุตบอลตื่นตอนเช้าให้ใช้เครื่องตรวจว่า คนฟิตน้อยที่สุดคือใคร ให้เห็นพร้อมกันทั้งทีม ซึ่งนักฟุตบอลก็มืออาชีพนะครับ เขาพร้อมปรับปรุงตัวเอง เพียงแต่ผมอยากได้ระบบวัดผลที่ชัดเจน ไม่ใช่นักฟุตบอลคนนี้เก่งมาก แต่ความฟิตต่ำ เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่บอกได้ว่า คุณเล่นได้แค่ 50 นาทีหรือเต็มเวลา ช่วยให้โค้ชตัดสินใจง่ายขึ้นในการเลือกนักฟุตบอล หรือเปลี่ยนผู้เล่นสำรองลงสนาม นี่คือสิ่งที่ผมลงทุนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำทีม

คุณวิชัยให้อิสระคุณต๊อบบริหารทีมได้เต็มที่ไหมครับ
ปล่อยครับ แต่ก็จะด่าว่าจะลงทุนอีกนานแค่ไหน (หัวเราะ) ไหนว่าจะขึ้นชั้นตั้งแต่ปีแรก ผ่านมา 3 ปียังทำไม่ได้ พูดตรงๆ ว่าผมก็กดดัน แต่บอกคุณพ่อว่า ถ้าทีมได้ขึ้นชั้น สิ่งที่เราลงทุนทั้งหมด ไม่ว่าจะร้านขายของที่ระลึก หรือสนามฟุตบอลที่ทันสมัยจะกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอน

สองปีแรกหมดเงินไปเท่าไร
ต้องมี 20 – 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,300 ล้านบาท) นั่นแค่การปรับปรุงสโมสรนะครับ ถือว่ามากกว่าหลายทีมในระดับแชมเปี้ยนชิป มีแต่คนบอกว่า ผมบ้า สต๊าฟโค้ชยังส่งอีเมลมาว่า หยุดลงทุนได้ไหม ซื้อนักเตะเถอะ ทีมไม่ขึ้นชั้นหรอกถ้าทำแค่นี้ ผมบอกว่าเรื่องนั้นก็ทำอยู่ แต่จะซื้อในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งนักฟุตบอลหลายคนที่เราซื้อมาในราคาไม่แพง แต่ฟอร์มดีมาก นั่นเพราะผมเชื่อในตัวเลข ผมเปลี่ยนระบบของแมวมองใหม่ทั้งหมด ทีมงานต้องเขียนแต้มให้ผมดูว่า นักฟุตบอลที่เขาสนใจได้กี่คะแนนในเรื่องไหนบ้าง เราถึงขนาดส่งหัวหน้าทีมแมวมองไปคุยกับครอบครัวของนักฟุตบอลว่า เขามีบุคลิกอย่างไร โทรศัพท์ไปถามสโมสรเก่าของเขาว่า เคยสร้างปัญหาอะไรหรือเปล่า เมื่อได้ข้อมูลผมจะนั่งคุยกับทีมงาน 3 คน คือ ผู้จัดการทีม ผู้อำนวยการสโมสร และหัวหน้าแมวมอง ถ้ามีแค่หนึ่งเสียงไม่เห็นด้วยก็จบ

ฟังดูเหมือนการรับพนักงานเข้าบริษัท
ประมาณนั้นครับ ความผิดพลาดจึงน้อย แล้วผมซื้อเฉพาะนักฟุตบอลที่อยากเล่นให้สโมสรจริงๆ ถ้าเจอเคสนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียง แล้วออกลีลา เช่น ทีมนั้นก็สนใจนะ ทีมนี้ก็อยากได้เขานะ ผมบอกทันทีว่า ถ้าอย่างนั้นเชิญไปเลยครับ ผมไม่สนใจ ไม่อยากได้คนที่มาเพราะเงิน อยากให้มาเพราะต้องการเล่นกับเลสเตอร์จริงๆ แต่ไม่ใช่ว่า ไม่เคยเจอปัญหาเลย มีบ้างเป็นธรรมดา อย่างมีนักฟุตบอลของเราขับรถชน หรือรถเสียสักอย่างนี่แหละ เขาโทร.มาบอกที่ออฟฟิศว่า เรียกประกันอย่างไร แล้วต้องทำอะไรต่อ คือทำไม่เป็นเลยหรืออีกคนไปเที่ยวกลางคืนแล้วโดนถ่ายคลิป เราก็ต้องเคลียร์กับนักข่าวว่าไม่จริงนะ ฯลฯ คือ มีเรื่องให้ทำทุกวัน

นักข่าวที่อังกฤษขึ้นชื่อเรื่องความโหดด้วยสิ
มาก…เขาจะถามจี้ ถ้าตอบผิดจะกลายเป็นหอกแทงเราในอนาคต แต่เขาก็ให้ความเคารพนะครับ ฝรั่งทำงานแบบมืออาชีพ ถ้าคุณตรงไปตรงมา เขาจะยอมรับ แต่ถ้าทำเรื่องผิด เขาจะหาช่องและทำลาย อย่างวันนี้ที่ผมคุยกับ แพรว ก็อาจมีนักข่าวแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วไปถามที่สโมสร แต่ผมโอเค เพราะพูดเรื่องจริงทั้งหมด ไม่มีอะไรปิดบัง ไม่เคยวิ่งหนีนักข่าว อย่างเรื่องลงทุนแล้วทีมยังไม่ขึ้นชั้นก็ถูกถามบ่อย แต่พอถึงวันที่เรากลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จก็กลายเป็นคำตอบถึงการที่ผมเลือกลงทุนปรับปรุงสโมสรตั้งแต่วันแรกที่ทำให้ทีมมีความพร้อมมากๆ ไม่ว่าเรื่องสนามและระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทีมเลสเตอร์ซิตี้น่าจะดี ติดท็อปเท็นของอังกฤษ เรามีร้านค้าขนาดใหญ่ขึ้น ที่จอดรถเพียงพอ ฟิตเนสและสนามซ้อมทันสมัย นอกจากนี้ผมกับคุณพ่อยังใช้วิธีบริหาร
แบบคนไทย นั่นคือ ความใส่ใจ ช่วงแรกๆ เราใช้เวลาคลุกคลีกับนักกีฬาเยอะ เพื่อสร้างทีมเวิร์ค พอเตะฟุตบอลเสร็จ คุณพ่อจะพาทุกคนไปเลี้ยงข้าวบ้าง หรือวันพิเศษอย่างคริสต์มาสก็จัดปาร์ตี้ในสนาม ให้นักฟุตบอลและทีมงานพาครอบครัวมาสนุกด้วยกัน พอปิดฤดูกาลก็พามาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งไม่มีสโมสรไหนทำ ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ทำให้กำแพงระหว่างผู้บริหารกับนักฟุตบอลลดน้อยลง

วันที่ทีมนอกสายตาอย่างเลสเตอร์ซิตี้ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก บรรยากาศสุดยอดขนาดไหน
จริงๆ วันที่ขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีก บรรยากาศก็สุดยอดแล้ว แฟนบอลหลายคนร้องไห้ด้วยความดีใจ มีคุณตาอายุประมาณ 70 – 80 ปี
ถือไม้เท้าเดินมาคุยกับผมว่า เขาเชียร์บอลมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เขามีวันนี้เพราะพวกเรา ขอบคุณมากจริงๆ แล้วก็ร้องไห้ หลังจากนั้น
เราแห่รถฉลองไปทั่วเมืองที่มีคนมาคอยเป็นแสน ครั้งนั้นผมก็ว่าสุดๆ แล้ว แต่วันที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ในเมืองเลสเตอร์มีประชากรประมาณ 250,000 คน วันนั้นมีคนออกมาฉลอง 240,000 คน แทบจะหมดเมือง ผมเห็นสายตาที่ส่งมาให้แล้วพูดไม่ออก ทุกคนฉลองเต็มที่ เพราะเราไม่รู้ว่าในชาตินี้จะเกิดเหตุการณ์นี้อีกไหม ผมยังบอกคุณพ่อว่า ถ้าจ้างคนจำนวนมากขนาดนี้ออกมาฉลองให้ ต้องใช้เงินเท่าไร ผมคิดไม่ออก แล้วทุกคนมาด้วยความสุขจริงๆ ผมเชื่อว่าให้เอาเงินมากองมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้ มีอดีตเจ้าของทีมหลายคนมาดูเกมในสนามแล้วบอกว่าเราทำให้เขาตายตาหลับ ผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การที่ทีมขนาดเล็กได้แชมป์ลีกสูงสุดของ
ประเทศอังกฤษ แต่เป็นเรื่องของแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกเห็นว่า ถ้าคุณทำดี ทำถูก มีความพยายามก็ประสบความสำเร็จได้

ถ้าพูดในแง่ของการตลาด ในปี พ.ศ. 2558 เลสเตอร์ซิตี้ได้รับการจัดอันดับว่ามี Social Media Improve หรือการถูกพูดถึงเพิ่มขึ้น
ในโลกออนไลน์เป็นอันดับ 1 ของโลก ข้อสำคัญคือ แบรนด์คิง เพาเวอร์ ก็อยู่ติดกับทีมเลสเตอร์ ทั้งสองจึงเติบโตขึ้นด้วยกัน อย่างในเกมที่เราชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 ประตูต่อ 3 ประตู เมื่อปี พ.ศ. 2557 ภาพชัยชนะของเราถูกแชร์ไปทั่วโลก เพื่อนคุณพ่อจากหลายประเทศส่งข้อความแสดงความยินดีทั้งทางโทรศัพท์มือถือ ไลน์ อีเมล ผมบอกคุณพ่อว่า ไม่มีธุรกิจไหนที่จะสร้างภาพลักษณ์ได้ดีขนาดนั้นโดยใช้เวลาเพียง 90 นาทีอีกแล้ว

หลังจากเป็นแชมป์ของอังกฤษ เลสเตอร์ซิตี้วางเป้าหมายต่อไปอย่างไร
บางคนบอกว่า การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์ยิ่งใหญ่กว่า ผมบอกได้เลยว่า ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น แต่ตอนเริ่มฤดูกาลแข่งขันใหม่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักฟุตบอลในทีมยังติดกับความสำเร็จ คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา เป็นแชมป์เก่า สุดท้ายก็แพ้ตั้งแต่เกมแรก

อ่านต่อหน้า 2

วิชัย ศรีวัฒนประภา

ไขความลับชีวิตของ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ มหาเศรษฐีผู้ให้ เจ้าสัวหัวใจเพชร!

เปิดชีวิตมหาเศรษฐีไทยที่ดังไกลถึงต่างประเทศ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” แห่งอาณาจักรคิง เพาเวอร์ พร้อมเปิดดูขุมทรัพย์ที่อังกฤษ ครั้งแรกในนิตยสารไทย

29 ปี คือเวลาที่คิง เพาเวอร์ก่อร่างสร้างธุรกิจสินค้าปลอดภาษีขึ้นในประเทศไทย

5.39 หมื่นล้านบาทคือจำนวนสินทรัพย์โดยประมาณการที่ “ฟอร์บ” ใช้ในการคำนวณลำดับเศรษฐีอันดับที่ 11 ให้กับเจ้าพ่อคิง เพาเวอร์ คนนี้ (ข้อมูลปี 2557)

150 ล้านปอนด์++ คือจำนวนเงินที่เขาใช้เพื่อซื้อสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ของอังกฤษ ซึ่งเมื่อก่อนยังเป็นแค่ทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพ ทว่าวันนี้ขึ้นชั้นพรีเมียร์ลีกได้ด้วยเม็ดเงินที่เขาทุ่มเพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่ง

666 ไร่ คือเนื้อที่ของสนามโปโล Billingbearที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในประเทศอังกฤษ แม้แต่ราชวงศ์อังกฤษยังเทใจยกให้เป็นสนามชั้นเลิศ และแพรวเป็นนิตยสารฉบับเดียวที่เขายอมเปิดรั้วให้บุกเข้าไปในอาณาจักรนั้น

นี่ยังไม่นับพิพิธภัณฑ์พระเครื่องเก่าแก่นับพันองค์ที่ประเมินค่ามิได้ คลังไวน์กว่าพันขวดที่เซียนไวน์ยกให้เป็นคอลเล็กชั่นเด็ด และล่าสุดเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่เขา “ลัดคิว” ได้มาด้วยการยอมจ่ายค่าคอมมิชชั่นไปหลายล้านเหรียญ

จริงอยู่ว่าประเทศไทยมีเจ้าของธุรกิจที่มีตัวเลขหมุนเวียนในโครงข่ายว่ากันในระดับพันล้าน หมื่นล้าน เกินจำนวนนิ้วในร่างกายมนุษย์ แต่ในจำนวนทั้งหมดนั้นจะมีสักกี่คนที่ “สร้าง” และ “ใช้” เงินได้อย่างสนุกเช่นนี้

ให้นับนิ้วในหนึ่งมืออาจจะนับได้ไม่หมดเสียละมัง ทว่าคุณวิชัย หรือ “ท่านประธาน” สรรพนามที่คนในอาณาจักรคิง เพาเวอร์ใช้เรียกขานก็ดันอยู่กลุ่มนี้ซะด้วยสิ

“ผมอาจแปลกกว่าคนอื่นนะ ตรงที่ใช้ชีวิตด้วยความสุขเป็นตัวขับเคลื่อน ตั้งแต่เล็ก ถ้าผมจะทำอะไรต้องมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็อย่าคิดเลยว่าจะทำ ฉะนั้นแพง ถูก ไม่ใช่เหตุผล เหตุผลคือความชอบ เป็นคนชอบอะไรก็เต็มที่ สุดขั้ว ไม่คิดหรอกว่ามีต้นทุนเท่าไหร่”

เพราะอย่างนี้เลยมีคำล้อกันว่า “ของเล่น” ท่านประธานล้วนแต่มีราคาแสนแพง

อยู่ที่คนมอง ผมห้ามความคิดใครไม่ได้ คำว่าของเล่น เด็กไปซื้อของเล่นมาเล่นมันก็ใช่ ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน ผมว่าเขาคงแค่เอามาเปรียบเทียบ เพราะจริงๆ แล้วมันคือสิ่งที่ทำให้เราได้เอนจอยกับมันมากกว่า การเอนจอยมีหลายอย่าง อย่างผมชอบรถ ผมก็ซื้อๆๆ คุณอาจบอกว่าถ้าชอบก็ดูในท้องถนน หรือในโชว์รูมไปสิ อันนั้นก็เป็นวิธีคิดแบบหนึ่ง แต่สำหรับผม ดูน่ะดูได้ แต่มันไม่ใช่ของเรา นี่ผมอยากนั่งเมื่อไหร่ก็ได้นั่ง ผมว่าเศรษฐีที่มีกำลัง แล้วกล้าออกมาแสดง กล้าเอาเงินมาทำให้มีประโยชน์กับตัวเอง หรือกับสังคม ดีกว่าเก็บไว้ที่แบงค์ให้ลูกให้หลานใช้ ผมกลัวเวลาตายไปแล้วจะมีความรู้สึกว่า ทำไมเอาเงินเราไปใช้แบบผิดๆ ทำไมตอนมีชีวิตอยู่เราไม่ใช้ซะก่อน

วิชัย ศรีวัฒนประภา

หลายคนมองว่าท่านคือเจ้าพ่อธุรกิจดิวตี้ฟรี เพราะงานที่ทำหรือเปล่าคะที่ทำให้ท่านมีบุคลิกแบบกล้าชน กล้าทำอย่างนี้

ผมเป็นของผมอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งมาจากผมถูกส่งไปไต้หวันตั้งแต่อายุ 11 ตอนแรกโกรธพ่อแม่มาก คิดอะไร จะให้เราไปอยู่ยังไง แต่ก็เพราะเหตุนั้นที่ทำให้เราต้องช่วยเหลือตัวเอง และทำให้เข้มแข็ง เพราะถึงจะไปอย่างมีฐานะ แต่เขาก็ให้เราเท่าคนอื่น อาทิตย์ละ 50 เหรียญยูเอส คำถามคือเราจะบริหารเงินอย่างไร เคยอยู่บ้านมีคนซักเสื้อผ้าให้ แต่นี่ต้องทำเองทุกอย่าง ต้องอยู่กับคนที่เราไม่รู้จัก คนนี้ก็ข่ม คนนั้นก็ขู่ เพราะเราเด็กสุด ทำให้ผมต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไร ที่สุดชีวิตสอนให้เราหากำแพงพิง นั่นคือใครใหญ่ผมก็ไปหา ไปไหนก็ไปกับเขา แค่อาทิตย์แรกก็สบายแล้ว นักเรียนไทยที่อยากจะรังแกเราเพราะเห็นเป็นเด็กใหม่ก็ไม่กล้า

เมื่อรวมกับนิสัยที่ชอบให้มากกว่ารับ อย่างที่เล่า พ่อแม่ส่งเงินให้ใช้อาทิตย์ละ 50 เหรียญ แต่ผมใช้วันเดียวหมด แจกจ่ายไปทั่ว คนถึงจำผมได้เพราะผมแชร์ความสุข อย่ามาถามนะว่าพรุ่งนี้กินอะไร เอนจอยวันนี้ก่อน แต่ผมเชื่อว่าเราไม่จนตรอกหรอก เดี๋ยวมันก็มาเอง และก็จริง หลายครั้งผมพบว่าเพราะการให้ของเรานี่แหละที่ทำให้ผมไม่เคยจนตรอกสักครั้ง

ระบบการศึกษาที่ไต้หวันมีส่วนช่วยหล่อหลอมด้วยไหมคะ

ไม่ได้ช่วยเลย เพราะผมไม่ได้เรียน ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ชอบเข้าห้องเรียน รู้สึกว่าทำไมต้องเข้า เข้าแล้วจะเก่งหรือ หรือการสอบ ผมก็ไม่เคยคิดว่าต้องเป็นที่หนึ่ง ห้องเรียนสำหรับผมจึงเป็นการเข้าไปเพื่อดูว่าเขาเรียนกันอย่างไร แต่พอสอบตกแล้วพ่อถาม ผมก็บอกเดี๋ยวจะเรียนให้ดู เอาเอเลย แล้วผมก็ทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้

ผมโชคดีที่พ่อแม่ไม่บังคับ เพราะเขารู้ว่าผมรู้จักขีดกรอบตัวเอง ชีวิตทั้งที่ไต้หวันจนไปต่ออเมริกา อาจมีเดินล้ำออกนอกกรอบไปบ้าง แต่ที่สุดผมก็เดินกลับเข้ามาเอง เขาจึงสบายใจ เหนืออื่นใดผมไม่ยุ่งกับยาเสพติด เหมือนที่ผมสอนลูก (คุณวิชัยมีลูก 4 คนคือคุณวรมาศ คุณอภิเชษฐ์ คุณอรุณรุ่ง และคุณอัยยวัฒน์) จะทำอะไรตามสบาย คิดเอง ตัดสินใจเองได้ทุกอย่าง

ตอนอ่านประวัติท่านซึ่งบอกตรงๆ ว่าหาได้ยากมาก ยังสงสัยว่าไปบุกธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ต่างประเทศได้อย่างไร

เริ่มต้นจากที่คุณพ่อส่งไปเรียนไต้หวันน่ะแหละ สมัยนั้นไม่มีบินตรง ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ขาบินกลับไทยตอนปิดเทอมต้องมีคนฝากซื้อของจากร้านปลอดภาษีที่ฮ่องกงทุกครั้ง ทำให้ผมมีความคิดว่าทำไมประเทศไทยไม่มีร้านปลอดภาษีแบบฮ่องกงบ้าง นั่นเป็นความคิดที่ติดอยู่ในใจมาตลอด พอโตขึ้นยิ่งเดินทางบ่อย ทำให้เห็นธุรกิจดิวตี้ฟรีจากทั่วโลก พบว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่คนเดินทางทุกคนชอบ จึงบอกตัวเองว่าน่าจะทำได้

แต่พอลองเวิร์คจริงก็พบว่าธุรกิจนี้ทำยากในประเทศไทย เพราะต้องขอสัมปทานจากรัฐบาล และยุคนั้นรัฐฯก็ให้สัมปทานเฉพาะรัฐวิสาหกิจเท่านั้น เจ้าที่ได้ไปคือการบินไทย เลยไม่ได้คิดต่อ หันไปทำอย่างอื่น นั่นคือเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมดังๆ เช่น Christian Dior, Lanvin, NinaRicci, Celine ฯลฯ สมัยก่อนสินค้าแบรนด์เนมในประเทศไทยยังมีกำแพงภาษีสูงมาก ผมใช้วิธีติดต่อกับซัพพลายเออร์ว่าถ้าอยากมาบุกเบิกแบรนด์ในเมืองไทยต้องให้ราคาต่ำ ก็เริ่มขายจากพวกนั้น ทำอยู่หลายปี เดินทางไปกลับต่างประเทศเป็นว่าเล่น วันหนึ่งเพื่อนที่ทำดิวตี้ฟรีที่ฮ่องกงก็ชวนให้ซื้อหุ้นเขา 10%มันเป็นธุรกิจที่ผมสนใจอยู่แล้ว ก็ลุยเลย กระทั่งภายในสองปีผมก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ทั้งหมดมาจากการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งทำให้ผมมีเพื่อนเยอะ ไม่ใช่แค่ที่ฮ่องกง ทั้งเขมร มาเก๊า จีนแผนดินใหญ่ ทุกที่ที่ผมเข้าไปทำธุรกิจดิวตี้ฟรี คอนเน็คชั่นล้วนเป็นใบเบิกทาง แต่เราจะมีคอนเน็คชั่นที่ดีได้ต้องทำให้เขาเชื่อถือเราก่อน ความเชื่อถือมาจากอะไร ความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เบี้ยว ไม่โกง พูดคำไหนคำนั้น

ขณะเดียวกันความคิดที่ว่าธุรกิจนี้น่าจะทำได้ในประเทศไทยก็ยังมีอยู่ และอย่างที่เล่าไป พื้นที่สนามบินดอนเมืองในตอนนั้น การบินไทยเป็นผู้ได้สัมปทานซึ่งเขาไม่ได้ทำจริงจัง เขาให้สัมปทานกับรายอื่นต่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึก โดยในส่วนของๆ แบรนด์เนม เขาก็เอาของเราไปขาย เรียกว่าส่งไปเท่าไหร่ก็ขายหมด ผมจึงคุยกับคนที่เช่าสัมปทานต่อว่าทำไมไม่โน้มน้าวการท่าฯ (การท่าอากาศยาน หรือ ทอท.เจ้าของพื้นที่) ให้ทำเอง โดยผมจะนำโนว์ฮาวทั้งหมดมาถ่ายทอดให้ ซึ่งตอนนั้นผมทำดิวตี้ฟรีที่ฮ่องกงได้ 3-4 ปีแล้ว

ปรากฏ ทอท.สนใจ สิ่งที่ผมบอกเขาคือเราต้องทำแบบอินเตอร์ ต้องแยกดิวตี้ฟรีกับของที่ระลึก และต้องให้คนที่เป็นเจ้าของสัมปทานทำอย่างจริงจัง สมมติการบินไทยทำได้ปีละพันล้าน ถามไปเลยว่าใครทำได้เกินก็เอาไป ตอนนั้น ทอท.เห็นด้วย แต่ก็ยังกลัวอยู่ เลยยังถือสัมปทานไว้เอง แต่จ้างผมกับพาร์ตเนอร์คนไทยอีกคนไปบริหารให้ และใช้วิธีแบ่งตรงให้เรา ใช้วิชาชีพเรา พูดง่ายๆ เหมือนจ้างเราไปออแกไนซ์

ทำไปสักพัก ผมกับพาร์ตเนอร์ตัดสินใจแยกจากกัน ตอนนั้นรัฐฯมีโครงการเปิดประมูลสัมปทานร้านค้าปลอดอากรนอกพื้นที่สนามบิน แต่นโยบายยังคงเดิมคือคนที่เปิดต้องเป็นรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ผมคิดว่าการท่องเที่ยวน่าจะเป็นหน่วยงานที่ตรงที่สุด เลยชวนร่วมทุน ททท.ก็เห็นด้วย เพราะไม่ต้องทำอะไรเลย ผมยืมชื่อเขา โดยเป็นคนลงทุนทั้งหมด รวมทั้งเลือกโลเกชั่นคือที่ตึกมหาทุนพลาซ่า ถนนเพลินจิตแต่แบ่งหุ้นให้เขา 10 เปอร์เซ็นต์ และให้เขาเป็นคนถือสัมปทาน 5 ปี นับเป็นจุดเริ่มต้นที่เมืองไทยมีร้านค้าปลอดอากรที่สมบูรณ์ในเมืองแห่งแรกในประเทศ

อ่านต่อหน้า 2

 

เรื่อง: CHTN Y.

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 841 คอลัมน์ สัมภาษณ์

ภาพ : Leicester City Football Club

Chandon Matsuri Limited Edition 2018 แรงบันดาลใจจากงานวัดญี่ปุ่น สู่Fun Item ดีไซน์เก๋

Chandon Matsuri Limited Edition 2018 แรงบันดาลใจจากงานวัดญี่ปุ่น สู่ Fun Item ดีไซน์เก๋ … มาเริ่มต้นค่ำคืนที่สนกุสนาน ในช่วงใกล้สิ้นปีนี้ Chandon (ชองดอง) สปาร์ค กลิ้งไวน์ระดับซูเปอร์พรีเมียม ซึ่งได้ดีไซเนอร์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น Mr. Koji Takeuchi มาสร้างสรรค์ลายขวด Chandon Matsuri Limited Edition 2018

ลวดลายสุดเก๋ที่ได้ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดนี้ ได้แรงบันดาลใจมากจากความสนุกสนานครื้นเครงแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น ที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวอย่างเทศกาล Natsu Matsuri (นัทซึ มัตซึริ) งานวัดที่ประเทศญี่ปุ่น ที่กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มของสาวนักปาร์ตี้ทั้งหลาย

สำหรับคอลเล็คชั่น Chandon Matsuri มีรายละเอียดของลวดลายที่มีความสวยงามจากโคมไฟส ดอกไม้ไฟหลากสีสัน ที่อยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน สะท้อนถึงความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ของเทศกาล Natsu Matsuri (นัทซึ มัตซึริ)ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก มาดื่มด่ำกับความงดงามที่ยากจะลืมเลือน