สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย ปูทางอนาคต แบ่งการบริหารงานชัดเจน

สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย …นับว่าเป็นข่าวที่ช็อกไปทั่วโลก จากเหตุโศกนาฏกรรมเฮลิคอปเตอร์ตกและระเบิดบริเวณนอกสนามฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ของเจ้าสัว วิชัย ศรีวัฒนประภา “ท่านประธาน” ผู้สร้างอาณาจักรคิง เพาเวอร์

แน่นอนว่าการจากไปอย่างไม่หวนกลับของคุณวิชัย ย่อมทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครอบครัว บุคคลใกล้ชิด รวมถึงพนักงานอีกหลายพันคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของคุณวิชัยมาหลายสิบปี

อนาคตของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ นับจากนี้แม้ว่าจะขาดหัวเรือใหญ่อย่างคุณวิชัย แต่ก็เชื่อว่าธุรกิจที่สร้างขึ้นมาจะไปต่อได้อย่างราบรื่น เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประมาณ 5 ปีก่อนคุณวิชัยเองเคยได้ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสารแพรวถึงวิสัยทัศน์เรื่องการบริหารงาน รวมถึงการเตรียมวางมือ เพื่อให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารธุรกิจมากขึ้น

“จริงๆ ผมเกษียณตั้งแต่อายุห้าสิบแล้ว ซึ่งมาจากผมคิดว่าถ้าเราทำอะไรเป็นระบบและมีแผน เราไม่ต้องคาดหวังว่าจะต้องอยู่เป็นปู่ของบริษัท เราแค่เป็นผู้ถือหุ้น คอยเก็บเงินปันผล ใครที่มีความสามารถก็ให้เขาขึ้นมา เขาจะได้ไม่มีความรู้สึกว่าผมผูกบริษัทไว้คนเดียว แต่เผอิญตอนผมอายุห้าสิบเป็นช่วงที่บริษัทมีปัญหามากมาย คำว่าเกษียณของผมจึงยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งผมต้องประชุมหนึ่งครั้งกับทีมผู้บริหารซึ่งมีราว 600 คน เพื่อแถลงนโยบายและบัดเจ็ท นอกนั้นจะมีท็อปอีก 9 คนที่ต้องเจอผมเดือนละครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนกัน หลังจากเขาพูดจบ ผมก็จะบอกว่าสิ่งที่พูดมาสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด และควรทำอย่างไร อย่าลืมว่าสามสิบวันเขาได้ฟังผมวันเดียวนะ เพราะฉะนั้นมีอะไรผมต้องบอกเขา แต่พ้นจากนั้นผมไม่ยุ่ง”

มหาเศรษฐีใจบุญ

“ธุรกิจผมเป็นแบบ 24 ชั่วโมง 365 วัน เราต้องเชื่อกัน ผมมักบอกผู้จัดการเสมอว่า ไม่ต้องการให้เขานั่งโต๊ะเพื่อทำงาน 8 โมงเช้า เลิก 6 โมงเย็น ถ้าทำอย่างนั้นเขาไม่ใช่ลูกน้องที่ดีของผม เขาจะไปไหนก็ได้ แต่เขาต้องปั้นลูกน้องให้เข้าใจว่ากำลังทำอะไร ถ้าผมโทรหาไม่เจอ อาจไปตีกอล์ฟ หรือไปเที่ยว แต่ถ้าลูกน้องตอบคำถามผมได้ ถือว่าเขาเก่ง ส่วนวันไหนถ้าเขาทำยอดไม่ถึง แค่เช็คจากโทรศัพท์ก็จะเป็นตัวแดงบอกเอง แต่ผมจะไม่ไปจี้หรอกว่าทำไมทำไม่ถึง ทุกคนรู้ว่าถ้าเกิดปัญหานี้ หน้าที่เขาคือหาทางขายเพื่อเพิ่มตัวเลข ขณะที่หน้าที่ผมคือการทำให้ใบอนุญาตไม่หลุด เราอาจถูกกระแทกบ้าง แต่ต้องอดทน มันต้องมีทั้งร้อนทั้งเย็น มีทั้งพายุ วิกฤตที่เราเจอแต่ละครั้ง ไม่มีคำว่าล้อเล่น ทั้งโรคซาร์ ไข้หวัดนก โดนยึดใบอนุญาต ปิดสนามบิน ทุกคนที่อยู่กับผมล้วนผ่านวิกฤตนั้นมาด้วยกันทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องดีๆ คือพวกเขายังยืนอยู่ข้างผมตลอด ไม่เคยบอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ซึ่งทั้งหมดมาจากเราตรงไปตรงมา ให้ใจ ทำให้เขาเกิดความเชื่อจนรู้สึกผูกพัน เป็นส่วนหนึ่ง เหมือนกับเขาคือพาร์ทเนอร์ ผมลงทุน เขาลงแรง”

สามัคคี 4 พี่น้อง ‘ศรีวัฒนประภา’ วิสัยทัศน์เจ้าสัววิชัย ปูทางอนาคต แบ่งการบริหารงานชัดเจน

เมื่อครั้งงานแต่งงานของลูกสาวคนโตคุณ รัก วรมาศ ศรีวัฒนประภา ถ่ายกับน้องๆ ทั้ง 3 คน และเจ้าบ่าว

“ผมมีลูก 4 คน  (วรมาศ,อภิเชษฐ์,อรุณรุ่ง และอัยยวัฒน์) โดยปกติไปเขาอาจแบ่งให้ลูกคนละ 25 ส่วน แต่สำหรับผมใช้วิธีให้ลูกเลือกกันเองว่าจะให้หนึ่งคนเป็นใหญ่ที่สุดนั้นคือใครในจำนวนพี่น้อง 4 คน จากนั้นผมแบ่งให้คนละ 10 สามคน และให้คนที่เขาเลือกถือ 60 โดยผมยังถืออีก 10 ไว้ ตรงนี้ไม่ใช่เพราะลำเอียง แต่เพราะผมเห็นในพรสวรรค์ของคนที่มีไม่เท่ากันมากกว่า อย่างตอนนี้พี่น้องทุกคนเลือกให้ต๊อบ (อัยยวัฒน์) ลูกคนเล็กถือ 60 ส่วนของทั้งหมด ซึ่งเขาจะได้ทันทีเมื่อผมวางมือ แต่ผมก็ยังมีเงื่อนไขนะว่าถึงเขาจะเลือกกันเอง แต่สักวันอาจเปลี่ยนคนที่จะถือหุ้นเยอะที่สุดตามความเหมาะสมก็ได้”

ต๊อบ -อัยยวัฒน์ ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา

“ผมให้ลูกทุกคนเรียนรู้จริง ผมถือว่าการได้รู้จริงถึงแม้จะล้มเหลวแต่เขาก็ยังได้รู้ ฟุตบอลจึงเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาเรียนรู้ เพราะมันเป็นกีฬ่า มีแพ้มีชนะ นัดไหนแพ้ เขาก็เสียใจ เหมือนกันกับชนะ มันจึงเป็นกีฬาที่ทำให้เขารู้จักทั้งสมหวังและผิดหวัง เปรียบเป็นบทเรียนชีวิตแล้วก็เหมือนกับเขาได้เรียนรู้ทั้งตอนมีและไม่มี”

อรุณรุ่ง,คุณเอมอร และอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

การวางรากฐานที่มั่นคงในการทำงานของเจ้าสัววิชัย แน่นอนว่าในภาคของการทำธุรกิจก็ยังสามารถเดินต่อไปได้อย่างแข็งแรง แต่สิ่งที่เจ้าสัวได้ปลูกฝังลูกๆ ทั้ง 4 คนนอกจากให้ทุกคนเรียนรู้งานบริหารแล้ว ก็คือความสามัคคีระหว่างพี่น้อง ซึ่งนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้อนาคตของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ ยังคงยิ่งใหญ่ต่อไป แม้ในวันนี้เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา จะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม

เรื่อง: CHTN Y.

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 841 คอลัมน์ สัมภาษณ์

keyboard_arrow_up