ศรราม เทพพิทักษ์

ว่าที่คุณพ่อ ศรราม เทพพิทักษ์ เปิดใจ ป๋าเดียร์ เข้าฝัน! กำชับดูแลลูกเมียให้ดี

ว่าที่คุณพ่อ ศรราม เทพพิทักษ์ เปิดใจถึงวิวาห์ฟ้าแลบครั้งแรก! ข่าวดีได้ทายาททันใช้ เผยก่อนทราบข่าวดีฝันเห็นคุณพ่อ ป๋าเดียร์ มาบอกให้ดูแลลูกเมียดีๆ

ศรราม เทพพิทักษ์

เมื่อวานนี้ ว่าที่คุณพ่อ ศรราม เทพพิทักษ์ ทำแฟนๆ เซอร์ไพร้ส์หลายต่อหลายยกเลยทีเดียว เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ หรือ กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการ Big Brother ซีซั่นที่ 2 จึงได้จัดงานแต่งงานและจดทะเบียนสมรส พร้อมประกาศข่าวดีว่ากำลังจะมีทายาทตัวน้อย ศรราม จูเนียร์ แม้หลายคนจะตกใจแต่ก็ยินดีกับชีวิตครอบครัวของเขาที่กำลังเริ่มต้นขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 นักแสดงหนุ่มได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในอีเว้นท์หนึ่ง

ศรราม เทพพิทักษ์

ศรราม เทพพิทักษ์

สาเหตุที่ตัดสินใจเลือก ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ เป็นคู่ชีวิต

“ขออนุญาตเรียนแบบนี้นะครับ ตั้งแต่ที่เริ่มคบหากัน ในช่วงเวลาที่เราไม่สบายใจทุกข์ใจ น้องเขาก็คอยดูแลเสมอ ไม่เคยทอดทิ้งผม แล้วผมเองก็สังเกตเขาเวลาที่อยู่กับคุณแม่ผมเขาดูแลท่านดีมาก เราก็เลยอยากที่จะให้น้องเขามาเป็นแม่ของลูกเรา ก็ได้มีการเตรียมงานปรึกษาถามฤกษ์ จากท่านมุ้ย หาโรงแรม ซึ่งตรงนี้ก็อยู่ในระหว่างเตรียมงาน ไม่ได้จะปิดอะไรนะครับ ก็ทำตามกำลังของเรา”

ศรราม เทพพิทักษ์

ประกาศข่าวดีว่ากำลังจะมีทายาทตัวน้อย ศรราม จูเนียร์

“ก็มีอยู่วันหนึ่งก่อนหน้าที่จะทราบว่าน้องมา ผมนอนกลางวันแล้วป๋า  (ป๋าเดียร์ -ชุมพร เทพพิทักษ์) มาเข้าฝัน เห็นป๋าคือตั้งแต่ท่านจากไปก็ไม่เคยเห็นท่านมาหาเลย ท่านบอกว่าให้เราดูแลเมียดูแลน้องด้วยนะ ติ๊กเองก็ฝันว่าได้แหวนจากแม่ผมเหมือนกัน ผมก็เล่าให้แม่ฟัง เราก็ไปหาหมอ พอไปหาหมอ หมอก็ให้ฝากครรภ์เลย เราเองก็ไม่ได้คุมกำเนิด ส่วนตัวก็ดีใจครับ อายุครรภ์ตอนนี้ก็ 6 สัปดาห์ 2 วัน วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงชีพจรผมคิดถึงป๋าเลยครับ ก็อย่างน้อยตอนนี้เทพพิทักษ์ก็มีคนสืบทอดแล้วครับ”

ศรราม เทพพิทักษ์

อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่าเตรียมตัวเป็นคุณพ่ออย่างไร เรื่องนี้ว่าที่คุณพ่อบอกว่า “ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดพยายามศึกษา ซื้อคู่มือมาอ่านเลย ผมเชื่อว่าความรักและความเอาใจใส่นี่แหละสำคัญสุดครับ”


เรื่อง : snowblack_แพรวดอทคอม

ภาพ : แพรวดอทคอม /IG : @tikbigbrother22 @sornram_theappitak

ติดตามเรื่องราวอื่นๆ เกี่ยวกับ “หนุ่ม-ศรราม” ได้ที่นี่

สกิลจีบแม่ดาวเรืองของพี่ขุนไกรนี่ขอยอม แต่ชีวิตจริง ศรราม ผิดหวังเรื่องรักติดกันถึง 3 ครั้ง!

ยอมแล้ววว! พ่อขุนไกร 9 นิสัยโคตรจะแมนแบบ “ศรราม” อ่านแล้วยิ่งอิจฉา “นิโคล”

 

ส่งตรงจากมิลาน ใหม่ ดาวิกา กระทบไหล่ 2ดีไซน์เนอร์ แห่ง DOLCE&GABBANA

ใหม่ ดาวิกา แลนด์ดิ้งถึงมิลาน เรียบร้อย กระทบไหล่ 2ดีไซน์เนอร์ แห่ง DOLCE&GABBANA ฟิตติ้งเตรียมพร้อมโชว์ Spring/summer 2019 ในมิลาน แฟชั่นวีค #mfw

DOLCE&GABBANA

ถึงมิลานปุ๊บสาวใหม่ ก็ไม่รอให้เสียเวลา ทำงานเลยไม่หยุดพัก ลุยฟิตติ้งเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันโชว์ถึงสตูของแบรนด์ดังระดับโลก ดอลเช่ แอนด์ แกบบานา งานนี้ใหม่ยังได้พบกับ 2 ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Domenico Dolce (โดมินิโก้ โดลเช่) และ Stefano Gabbana (สเตฟาโน่ กาบบาน่า)

DOLCE&GABBANA DOLCE&GABBANA

โดยทั้งคู่ต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่า “Nice shape” หุ่นยูดีมากกก และฝากให้ทำวันพรุ่งนี้ให้เต็มที่ ได้รับคำชมจากเจ้าของแบรนด์ขนาดนี้ ทำเอาเจ้าตัวเป็นปลื้มมมม ถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

DOLCE&GABBANA

นอกจากนี้ใหม่ยังได้เผยความรู้สึกว่า “ตื่นเต้นและดีใจมากๆ ค่ะ ได้พบกับบุคคลที่เป็นไอคอนแห่งวงการแฟชั่น ซึ่งทั้งคู่เฟรนด์ลี่มาก ก็รับปากไว้ว่าจะตั้งใจเดินในโชว์ของเขาให้ดีที่สุดค่ะ (ยิ้ม)”

คงไม่ต้องบอกว่าใหม่จะตื่นเต้นขนาดไหน เพราะเรายังตื่นเต้นแทนเธอเลย ขนาดยังไม่ถึงวันจริง เอาเป็นว่า อย่าลืมเป็นกำลังใจเชียร์ ดาวิกา ในมิลาน แฟชั่น วีค กับโชว์ของ DOLCE&GABBANA ได้ในวันพรุ่งนี้ และติดตามทางแฮชแท็ก #davikah #milanfashionweek  #dolceandgabbana  #ss2019 #donnashow ห้ามลืมนะ !!

 

 

นักวิ่งอาชีพ

ใครๆ ก็วิ่งได้! โค้ชเหรียงเผยเทคนิค “พลิกชีวิตนักวิ่งหน้าใหม่สู่การเป็นนักวิ่งอาชีพ”

“ใครๆ ก็วิ่งได้” ไม่ใช่คำบอกเล่าที่เกินจริงแต่อย่างใด ยิ่งในปัจจุบันที่จังหวะชีวิตแบบเร่งรีบและไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งทำให้สภาพร่างกายของเราสึกหรอลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งโดยส่วนมากก็มักจะเลือก “การวิ่ง” ด้วยเหตุผลที่สามารถเริ่มต้นได้ง่าย วิ่งคนเดียวก็ได้ วิ่งหลายคนก็ดี แถมยังเป็นกีฬาขวัญใจมหาชนที่เรียกได้ว่า จะเหลียวไปทางซ้ายหรือมองไปทางขวา เราต้องได้เห็นหญิงชายสายเฮลตี้หันมาสวมเสื้อผ้าคู่กายบวกกับรองเท้าคู่ใจ แปลงร่างเป็นนักวิ่งกันทุกเช้าทุกเย็นตามสวนสาธารณะและที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งริมถนนบนฟุตบาทด้วยซ้ำ!

ใครๆ ก็วิ่งได้! โค้ชเหรียงเผยเทคนิค พลิกชีวิต นักวิ่งหน้าใหม่ สู่การเป็น นักวิ่งอาชีพ
นักวิ่งอาชีพ
โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนแถมยังไร้ซึ่งพรสวรรค์ทางด้านกีฬาทุกชนิด และยังไม่รู้จะเริ่มต้นวิ่งยังไงดี วันนี้ โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก จะมาให้คำแนะนำนักวิ่งสมัครเล่น เพื่อเป็นพลังแฝงในการพิชิตกิโลเมตรแรกโดยสวัสดิภาพ และสามารถนำไปอัพเลเวลเป็นนักวิ่งอาชีพที่สามารถพิชิตระยะ 5 กิโลเมตร หรือ 10 กิโลเมตร ได้ง่ายดายแบบที่คาดไม่ถึง!

  1. เป้าหมายไม่ได้มีไว้พุ่งชน การตั้งเป้าหมายในการวิ่งเป็นสิ่งที่ดี ตราบใดที่เป้าหมายนั้นอยู่ในขอบเขตที่เป็นไปได้สำหรับผู้เริ่มต้นวิ่ง แต่การไม่มีเป้าหมายใดๆ ทั้งสิ้นก็ไม่ถือว่าผิดกติกาเช่นกัน เพราะการวิ่งนั้นเป็นกีฬาประเภทเดี่ยว (และหมู่คณะ) ที่ง่ายมากๆ สามารถสร้างสีสันและความสนุกได้ด้วยตัวเราเอง ดังนั้น เป้าหมายจึงอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับนักวิ่งมือใหม่เท่าไหร่นัก ขอเพียงเริ่มออกไปวิ่งเหยาะๆ เบาๆ สักสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งๆ ละประมาณ 30-40 นาที อาจเป็นที่ยิมใกล้บ้านหรือสวนสาธารณะใกล้ที่ทำงานก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเร็วในการวิ่ง เพียงเท่านี้เราก็จะได้สุขภาพที่ดี มีภูมิต้านทาน ห่างไกลโรงพยาบาลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และยังอาจได้มิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างเส้นทางมาเป็นของแถมอีกด้วยนะ

  1. เรื่องปากท้องต้องไม่พลาด หากกองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด นักวิ่งก็ต้องวิ่งด้วยท้องฉันนั้น เมื่อขึ้นชื่อว่าการออกกำลังกายแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการใช้พลังงานสูงอย่างแน่นอน ซึ่งการกินอาหารทั้งก่อนและหลังวิ่งนั้นก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักหัดวิ่งไม่ควรมองข้าม เริ่มจากการทานอาหารก่อนออกไปวิ่งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยควรเลือกทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสวย ขนมปัง เนื่องจากเป็นอาหารที่อร่อยย่อยง่าย แถมให้พลังงานที่เหมาะสม หรือหากไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าจริงๆ แล้วล่ะก็ พวกกล้วยหอม ซีเรียลบาร์ หรือ น้ำมะพร้าว ก็พอถูไถ แถมหากินได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปอีกด้วย ส่วนหลังจากวิ่งก็ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรเลี่ยงอาหารจำพวกทอดๆ มันๆ หรือของหวานน้ำตาลสูง เพราะจะทำการวิ่งเพื่อสุขภาพที่อุตส่าห์ทุ่มเททำมานั้นสูญสลายหายหมดไปในทันที

 

  1. น้ำและเกลือแร่สำคัญไม่แพ้กัน การเสียเหงื่อถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญสำหรับการออกกำลังกายทุกประเภทอยู่แล้ว โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ร้อนระอุมากเป็นพิเศษ ร่างกายของเราจึงขับเหงื่อออกมาในปริมาณท่วมท้น จนทำให้เราต้องแวะดื่มน้ำพักจิบเกลือแร่เป็นระยะ ซึ่งตรงจุดนี้นักวิ่งหน้าใหม่ส่วนมากจะกระหน่ำซัดน้ำลงไปจนเกิดอาการจุกและวิ่งต่อไม่ไหว รวมถึงละเลยการดื่มเกลือแร่ อาจจะด้วยรสชาติที่ไม่ถูกปากหรือความเคยชินที่ดื่มแต่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว แต่ในความจริงแล้ว น้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่ต่างเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ทั้งคู่ โดยเฉพาะนักวิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ๆ ที่อาจใช้เวลานานๆ ในการวิ่งแต่ละครั้งเพื่อให้ครบระยะทางที่ต้องการ จึงสมควรที่จะดื่มน้ำและเกลือแร่แบบพอประมาณทุกๆ 15-20 นาที

  1. เร็ว-ช้าตามจังหวะของชีวิต ผู้เริ่มต้นวิ่งใหม่และนักวิ่งเพื่อสุภาพนั้นอาจจะไม่มีเวลาออกไปวิ่งทุกวันหรือไม่ได้มีความเข้มข้นในการฝึกซ้อมเท่ากับบรรดานักวิ่งสายแข็งอย่างแน่นอน ประกอบกับตารางชีวิตที่มีความแน่นเอี้ยดจนทำให้เราห่างหายจากการวิ่งไปบ้างในบางสัปดาห์ ก็ยิ่งทำให้การไล่ตามเหล่าจรวดทางเลียบรอบๆ ตัวเรา (ทั้งในสนามวิ่งและโลกโซเชียล) เป็นเรื่องที่ไกลออกไปทุกที ซึ่งอันที่จริงแล้วเราควรให้ความสำคัญและตั้งโฟกัสไปที่การวิ่งของเราเท่านั้น ไม่กดดันตัวเองด้วยการเทียบตัวเลขกับเพื่อน แล้วคอยหาเวลาว่างที่ลงตัวกับตารางชีวิตของเราเพื่อออกไปวิ่งเรื่อยๆ จะเป็นการดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าก่อนเข้างานหรือช่วงเย็นก่อนกลับบ้านก็เป็นผลดีต่อตัวเราทั้งนั้น อย่าลืมเลือกสถานที่ที่เหมาะสมและไม่มีอากาศเสีย เพื่อให้ได้ทั้งความสนุกและสุขภาพที่ดีในเวลาเดียวกัน

 

  1. รองเท้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ด้วยความที่เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน เราจึงได้เห็นรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบมาให้จับมิกซ์แอนด์แมทช์กับชุดทำงานได้อย่างลงตัว ทั้งประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีด้านการซัพพอร์ทที่พร้อมจะพาคุณไปพิชิตทุกภารกิจในชีวิตตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น พอเสร็จงานแล้วก็สามารถเปลี่ยนชุดแล้วออกไปวิ่งได้อย่างสะดวกอีกด้วย สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกรองเท้าวิ่งที่มีขนาด รูปทรง ที่ถูกต้องเหมาะสมกับรูปเท้าและพื้นผิวของเส้นทางการวิ่งของเรา เพราะเมื่อเราได้รองเท้าวิ่งที่ใส่สบาย สีสันที่ถูกใจ สามารถตอบโจทย์ชีวิตการวิ่งของเราแล้ว ความอยากใส่ออกไปวิ่งก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียวเชียวล่ะ

และนี่ก็คือเทคนิคง่ายๆ ทำได้ไม่ยากสำหรับนักวิ่งเท้าใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองและต่อยอดไปสู่การวิ่งระยะที่เพิ่มขึ้นไปถึง 5-10 กิโลเมตร หากมีการเตรียมตัวให้พร้อมอย่างมีวินัย ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะวิ่งอย่างสม่ำเสมอ และรองเท้าวิ่งที่เป็นเหมือนพาร์ทเนอร์ร่วมทางของเรา อย่างรองเท้าวิ่งเพียวบูสท์ โก (Pureboost Go) ที่มาพร้อมจะ GO ไปกับนักวิ่งสมัครเล่นในทุกเส้นทาง ด้วยพื้นบูสท์ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีซัพพอร์ทที่ดีที่สุด สวมใส่สบาย และยังมีดีไซน์ที่เรียบง่าย จับคู่กับทุกชุดแต่งกายได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงอีกด้วย

 

เทรนด์ทรงผม

อัพเดทเทรนด์ทรงผมส่งตรงจากแคทวอล์ก LONDON FASHION WEEK SS19

ทรงผมก็เป็นความงามอย่างหนึ่งไม่แพ้ใบหน้า ต้องคอยดูแลและเซ็ตให้ดี เพื่อเสริมบุคลิกภาพโดยรวม วันนี้ แพรวดอทคอม เลยจะพาสาวๆ มาอัพเดท เทรนด์ทรงผม ซีซั่น SS19 ที่ส่งตรงจากแคทวอล์ก ลอนดอน แฟชั่น วีค สวย เนี้ยบ สาวๆ ไม่ควรพลาด!

อัพเดท เทรนด์ทรงผม ส่งตรงจากแคทวอล์ก LONDON FASHION WEEK SS19

เทรนด์ทรงผม

เริ่มกันที่โชว์ของแบรนด์ ALEXA CHUNG ได้ช่างทำผม Alex Brownsell กับอุปกรณ์จาก Dyson มาดีไซน์ทรงนี้ สไตล์ทรงนี้จะออก Alexa Chung กับ Jane Birkin ในยุค 70s สุดยอดของความมีเสน่ห์แบบสบายๆ ไม่ดูเท่หรือเรียบร้อยเกินไป อยู่ในระหว่างกลางๆ ของทั้งสองแนว “แรงบันดาลใจนี้เกิดจากทรงผมหลังจากการเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งจะเป็นทรงผมที่ผู้หญิงส่วนมากจะได้มาหลังจากลงเครื่อง โดยจะดูเป็นธรรมชาติ ออกแนวยุค 70s เหมือนโดนไฟฟ้าสถิตหน่อยๆ” Brownsell กล่าว

เคล็ดลับ: อยู่ที่การใช้มือในการเซ็ทผมและสางทรงผมให้เป็นทรง โดยจะใช้ไดร์เป่าผมเป่าอย่างเบาๆ อ่อนๆ ด้วยเทคนิคฟรีสไตล์รูปแบบต่างๆ เช่น การใช้นิ้วมือช่วยทอและสางผมให้เป็นคลื่น จะไม่ใช้เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อปกป้องสุขภาพของเส้นผม


เทรนด์ทรงผม

ต่อกันที่โชว์ของแบรนด์ MARKUS LUPFER ได้ช่างทำผม Tina Outen กับอุปกรณ์จาก Dyson มาดีไซน์ทรงนี้  สไตล์ทรงนี้จะดูเป็นผู้หญิงเก๋ ทันสมัย เหมือนทรงผมที่เพิ่งไปเที่ยวทะเลมา ทรงผมเรียบแห้งเป็นทรงตามศรีษะ เหมือนกับตอนผมเพิ่งแห้งหลังจากไปว่ายน้ำที่ทะเล “ทรงผมสไตล์ไปเที่ยวทะเลนี้จะดูเหมือนผมเปียกหลังว่ายน้ำ แต่เป็นทรงที่แห้ง ซึ่งช่วงบนศรีษะจะดูเหมือนทรงผมนักธุรกิจสาวมั่น แต่ช่วงปลายผมจะเป็นทรงแบบไปปาร์ตี้” Outen กล่าว

เคล็ดลับ: ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้จัดแต่งทรงผมและเซ็ททรงผมตามที่คุณต้องการ พร้อมใส่ L’Oréal Professionnel Tecni.ART Dual Stylers Bouncy & Tender ช่วยเซ็ท เนื่องจากเมื่อทรงผมแห้งและเซ็ทแล้วมันอาจจะแก้ไขค่อนข้างลำบาก


เทรนด์ทรงผม

ปิดท้ายกันที่โชว์ของแบรนด์ J W ANDERSON  ได้ช่างทำผม Anthony Turner กับอุปกรณ์จาก Dyson มาดีไซน์ทรงนี้  สไตล์ทรงนี้ออกแนวนักพเนจรในยุคปัจจุบัน ลุคสาวโบฮีเมียนที่เดินทางผ่านทะเลทราย แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ แนวคิดที่ได้มาคือลุคจากการถักผมในขณะที่ผมยังเปียก และปล่อยออกให้แห้งแบบธรรมชาติด้วยแสงแดด “เมื่อเราแกะผมที่ถักออก ผมจะดูเป็นคลื่นนุ่มลื่น ดูสวยสุขภาพดี การปกป้องเส้นผมของสาวๆ นั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับฉัน” Turner กล่าว หลังจากสไตล์ผมให้นางแบบเสร็จด้วยการใช้ ผ้าพันผมของ J W Anderson

เคล็ดลับ: เทคนิคที่ใช้ในการเป่าแห้งที่แตกต่างกันถึงสามแบบสำหรับลุคนี้ โดยจะต้องใช้อุปกรณ์หัวไดร์ professional nozzle (หรืออุปกรณ์ styling concentrator ของไดร์ Dyson Supersonic) เพื่อสมูทไดร์จากโคนผมไปถึงช่วงกลางๆ โดยจะมีอากาศจากไดร์ช่วยซัพพอร์ต ส่วนอุปกรณ์หัว diffuser ให้ใช้ในการเป่าทรงผมช่วงกลางศรีษะลงมาจนถึงถึงปลาย เพื่อการเซ็ทผมที่ถักให้ดูเป็นคลื่นธรรมชาติ

 

 

ไฮโซวาว

ใช่? ไม่ใช่? ไม่รู้ แต่อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น น้ำชา ชีรณัฐ เผยความรู้สึกที่มีต่อ ไฮโซวาว

 ความรักแฮ็ปปี้ ราบรื่นดี น้ำชา ชีรณัฐ เผย ไฮโซวาว คือคนที่อยู่ด้วยแล้ว ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ

ไฮโซวาว

กำลังคบหาดูใจอยู่กับนักธุรกิจหนุ่ม ไฮโซวาว ดร. ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ ถึงแม้ทั้งคู่จะอายุห่างกัน 14 ปี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะงานนี้ดูเหมือนทางบ้านของสาว “น้ำชา” ชีรณัฐ ยูสานนท์ โดยเฉพาะ คุณแม่สุนิสา นั้นเปิดไฟเขียวให้แล้ว แถมทั้งคู่คบหากันมาสักพักใหญ่ ซึ่งน้ำชากับหนุ่มวาวรู้จักกันเพราะเพื่อนแนะนำ และที่สาวน้ำชาเปิดใจเรียนรู้หนุ่มวาวเพราะจริงๆ แล้วเธอมองว่าสุดท้ายแล้วคนที่เวิร์คที่สุดและคนที่เธอต้องการ ก็แค่เป็นคนดีจริงๆ และคุยกันรู้เรื่องเท่านั้น ซึ่งเท่าที่คุยมาหนุ่มวาวก็เป็นคนที่คุยกันรู้เรื่อง แต่ก็ยังมีเรื่องต้องปรับจูนกันบ้าง เพราะทั้งคู่เหมือนอยู่กันคนละโลก เหมือนหนุ่มวาวจะอยู่ทางนึงที่ไม่เข้าใจอะไรที่อยู่ในวงการบันเทิง เลยต้องปรับจูนกันอยู่

ไฮโซวาว

ด้วยความที่ฝ่ายชายอายุมากกว่าถึง 14 ปี ก็ถือเป็นคนที่เธอคุยด้วยแล้วอายุห่างกันมากที่สุด ซึ่งการที่คุยกับคนอายุมากกว่าทำให้เธอต้องเกรงใจมากขึ้นด้วย แต่พอคุยกับคนที่อายุใกล้ๆ กัน มันก็เหมือนเพื่อนเกินไป สาวน้ำชาเลยมองว่าคนที่จะคุยกับเธอได้ต้องเป็นผู้ใหญ่ และใจเย็นมาก ซึ่งหนุ่มวาวเป็นแบบนั้น

ไฮโซวาว

โดยล่าสุด “น้ำชา” ชีรณัฐ ยูสานนท์ นักร้อง-นักแสดงสาว มาร่วมชมแฟชั่นโชว์ ในงานเปิดตัวแฟชั่นโชว์ Fall/Winter 2018 “THE INTERVAL” By The Parrot จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ พร้อมอัพเดทเรื่องความรักว่าพร้อมจะสร้างครอบครัวกับแฟนหนุ่มหรือยัง

ไฮโซวาว

ถามถึงความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

“ความรักก็เรื่อยๆ ดีค่ะ แต่ก็ควรจะซีเรียสแล้ว อายุ 30 ปีแล้ว ถามว่าอยากมีชีวิตครอบครัวแล้วหรือยัง เขาอยากแต่งงาน เพราะเขาอายุ 44 ปีแล้ว เขาก็ต้องคิดแล้วล่ะ เราก็มีคุยกันอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนตัวน้ำชายังไม่อยากให้ดูเป็นแม่เนอะ ยังรู้สึกว่าเวลาของเรายังมีอยู่แบบนี้ ก็เดี๋ยวดูไปก่อนค่ะ”

ไฮโซวาว

มีคุยกับผู้ใหญ่บ้างหรือยัง

“มีบ้าง แต่ยังไม่ได้มีอะไรชัดเจน ถามว่ารอเขาเซอร์ไพร้ส์หรือเปล่า อาจจะมีเซย์เยส ในไอจีเหรอ ก็เดี๋ยวดูกัน เราไม่กดดันแล้วนะ ก็ลองผิดลองถูกมาพอสมควรแล้ว ก็รู้ว่า สุดท้ายนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบบนโลกใบนี้ สมมติคนนี้ไม่ดีตรงนี้แล้วเลิก มันก็ไม่ได้อีก เพราะเราอายุไม่ใช่เด็กๆ เราก็ต้องปรับ แต่ถ้าเขาไปมีคนอื่น อะไรที่แย่ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่แย่ที่สุดแล้ว หรือแต่งงานก็หย่ากันได้ ฉะนั้นก็คิดว่าถ้าอะไรที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สมมติเรื่องตื่นสาย อันนี้ก็ไม่ใช่ เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ และก็ต้องคิดว่าไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะสมบูรณ์แบบไปทั้งหมดอยู่แล้ว”

ไฮโซวาว

สำหรับคนนี้คือใช่แล้วใช่ไหม

“ก็รู้สึกอบอุ่น รู้สึกดี เวลาเจอแล้วเราได้พักผ่อน เป็นอะไรที่สำคัญที่สุดค่ะ ถามว่าถ้าเขามาเซอร์ไพร้ส์ เราพร้อมเซย์เยสไหมพูดตอนนี้เดี๋ยวไม่เซอร์ไพร้ส์ เดี๋ยวรอดูค่ะ”

 

ภาพ IG @namcha_tea @dilakalathapipat

แอน ทองประสม

จากนางเอกเบอร์หนึ่งสู่ผู้จัดละครไฟแรง “แอน ทองประสม” ความสำเร็จที่แลกมาด้วยความรัก

เป็นเวลานานกว่า 27 ปีแล้วทีเดียว บนเส้นทางสายบันเทิงของ “แอน ทองประสม” นางเอกน้ำดีตลอดกาลซึ่งได้รับฉายาว่า เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง แน่นอนว่าบทบาทของเธอในฐานะนางเอกนั้นประสบความสำเร็จสูงสุด ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งของวงการ การันตีด้วยรางวัลทรงเกียรติมากมาย และกระแสนิยมชมชอบจากแฟนละครอย่างล้นหลาม ส่วนอีกบทบาทในฐานะผู้จัดละครที่เธอก้าวเข้ามาพิสูจน์ฝีมือ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของผู้หญิงคนนี้ที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เธอต้องแลกทุกอย่างมาด้วยความรัก ตามแนวคิดสู่ความสำเร็จที่ว่า “รักจริง ทำจริง มีวินัย” ที่ทำให้เธอมาไกลได้ถึงทุกวันนี้

จากนางเอกเบอร์หนึ่งสู่ผู้จัดละครไฟแรง “แอน ทองประสม” ความสำเร็จที่แลกมาด้วยความรัก

แอน ทองประสม

ทำในสิ่งที่รัก = ความสุขในชีวิต

“แอนก็เหมือนคนทั่วไป ที่บางครั้งล้มเหลวบ้าง สำเร็จบ้าง แต่ก็ลุกขึ้นมาทำ ที่สำคัญคือ ทำอะไรก็ได้แต่ต้องรักจริง ทำจริง มีวินัย และทำอย่างต่อเนื่อง อยากได้อะไรก็ต้องยอมแลก เพราะแอนไม่ใช่คนที่ได้อะไรมาง่ายๆ เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำมาหากินและได้ค่า ตอบแทนที่เหมาะสม ใช้ชีวิตไปได้เรื่อยๆ แต่ละคนอาจมีโมเดลชีวิตที่ต้องการ แต่สำหรับแอน แค่ได้ทำในสิ่งที่รักและมีความสุขที่สุด อยู่กับคนที่รัก กับงานที่รัก นั่นละคือความสุขแล้ว”

แอน ทองประสม

มีใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องจัดการเป็นด้วย

“ไม่ว่าจะทำอะไร แอนทำทุกอย่างด้วยหัวใจ แล้วความสำเร็จจะตามมาเอง ในฐานะนักแสดงซึ่งเป็นงานที่รักมาก เราทำสิ่งที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ทำด้วยหัวใจ เหมือนงานผู้จัดละครที่แอนรักมากอีกเช่นกัน โดยแอนไม่รู้หรอกว่าการเป็นผู้จัดมีหลักการที่ถูกต้องอย่างไร แต่แอนใช้หลัก by heart คือเดินด้วยใจอย่างเดียว ซึ่งระหว่างทางอาจทำให้เห็นว่าเราขาดการแมเนจเมนต์หลายอย่าง กลายมาเป็นสิ่งที่สอนเราว่าบางอย่างเดินด้วยใจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้การจัดการด้วย

“ช่วงที่ทำละครเรื่องลิขิตรัก The Crown Princess นักแสดงคือ ณเดชน์-ญาญ่า แอนไม่เคยบอกใครว่าจะทำ big production แค่บอกว่าอยากทำละครสวยงาม อยากเห็นพระเอกนางเอกเป็นเจ้าหญิงเจ้าชาย ไม่ได้ลงรายละเอียดว่ามีการขี่สกีบนลานภูเขาหิมะ ซึ่งช่อง 3 ใจกว้างมากที่ยอมให้แอนทำตามฝัน แต่แอนได้รู้ว่าสิ่งที่เราต้องการแทรกไปด้วยขั้นตอนต่างๆ มากมาย ซึ่งบางอย่างเกินกำลังของเรา หรือบางอย่างเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขณะเดียวกันก็ได้ความรู้และคอนเน็คชั่นที่ดีกลับมา การทำละครเรื่องนี้จึงเป็นครูชั้นดี เพราะเป็นละครที่เกิดจากความอยากลองของตัวเอง อะไรไม่เคยทำจะทำ อะไรไม่เคยลองจะลุย ไม่เคยตัดต่อแบบนี้ลองทำดู ละครออนแอร์ช่วงแรกอาจกระท่อนกระแท่นบ้างเพราะยังจับทางไม่ถูก จนกระทั่งตอนที่ 5 เรตติ้งจึงเริ่มขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าดีทีเดียว เหล่านี้คือประสบการณ์ที่จะค่อยๆ สอนเราไปทุกวัน”

แอน ทองประสม

สู้เพื่อโอกาส

“แอนเป็นผู้จัดละครคนแรกของช่อง 3 ที่เริ่มนำละครเรื่องลิขิตรัก The Crown Princess ไปออนแอร์ที่จีน จึงมีมาตรฐานบางอย่างที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้ โดยเราไม่รู้เลยว่าเงื่อนไขการนำละครไปออนแอร์มีอะไรบ้าง เช่น ต้องตัดต่อละครให้จบภายใน 2 เดือน ซึ่งปกติละครออนแอร์ในไทยเราทำได้อยู่แล้ว แต่กลายเป็นว่าประเทศจีนมีระบบคุณภาพของภาพและเสียงต่างจากเรา จำเป็นต้องแก้งานเพื่อส่งให้ได้ตามกำหนด แอนก็ต้องใส่เกียร์หมาอย่างเดียวเพื่อให้จบงานได้ทัน ปัจจุบันได้เรตติ้งในการดูออนไลน์เป็นร้อยล้านวิวแล้ว ซึ่งถือว่าดีมาก

“การทำอะไรเป็นคนแรกอาจเหนื่อยยากเหมือนเราเข้าป่าดงดิบ ต้องถือจอบถือเสียมไปถางป่า คนที่เดินตามมาอาจเดินง่ายหน่อย สามารถตั้งหลักได้ว่าต้องเจออะไรบ้าง ซึ่งแอนรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ผลงานของเราได้ไปเฉิดฉายสู่สายตาคนจีนหลายร้อยล้านคน นับเป็นโอกาสและพอร์ตโฟลิโอที่ดีของบริษัทเราด้วย”

แอน ทองประสม

Just Do It

“การเสพสื่อของคนปัจจุบันเปลี่ยนไป คนไม่ได้สนใจแค่การแสดงเหมือนสมัยก่อน แต่อยากรู้จักตัวตนและทัศนคติของเรา ภาพลักษณ์การเป็นนักแสดงที่คนแตะต้องและเข้าถึงง่าย เราก็ต้องทำมาร์เก็ตติ้งตัวเองในแบบที่เราอยากให้เขาเห็นเราเป็นอย่างไร บางอย่างที่เรียลมาก ไม่ปรุงแต่งขัดเกลาเลย คนไม่อยากมอง ไม่ได้หมายความว่าต้องเฟคหรือเป็นคนอื่น แต่หมายถึงการขัดสีฉวีวรรณตัวเองในการทำให้คนสนใจ ความเคลื่อนไหวส่วนตัวของเราด้วย จึงต้องชัดเจนว่าตัวเราเป็นแบบไหน และเราอยากให้คนเข้าใจอย่างไร แอนมองว่าตัวเองเป็นผู้หญิง independent ทำงานด้วยหัวใจ และลงมือทำเพื่อให้ได้มา เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ชอบช็อปปิ้ง ขณะเดียวกันต้องรักษาสมดุลชีวิตด้านความสมถะของตัวเองไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน ที่สำคัญคือ อยากให้คนเห็นแอนแล้วเชื่อถือ เพราะต่อให้รูปร่างหน้าตาแอนเปลี่ยนไป แต่ถ้าเขาติดตามผลงานเราด้วยความเชื่อถือ ซึ่งลึกซึ้งกว่าความสวย เขาจะยังติดตามเราไปเรื่อยๆ นั่นเอง”

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 937

ภาพ : @annethong


 

ติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของ แอน ทองประสม ได้ที่ :

7 ข้อ ล้วงลึกเรื่องบิวตี้กับ “แอน ทองประสม” สวยสตรอง แอตติจูดดี

ผู้จัด-สแตนด์อิน-สไตลิสต์ แอน ทองประสม เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

เช็คลิสต์สีต้องมี! เปิดคลังกระเป๋า แอน ทองประสม ฉลาดใช้เงินต้องเลือกสีแนวนี้

กฎเหล็กแฟชั่นของ “หมู ASAVA” แต่งตัวอย่างไรให้ดูดี โดดเด่น โดนใจ

กฎเหล็กแฟชั่นของ “หมู ASAVA” แต่งตัวอย่างไรให้ดูดี โดดเด่น โดนใจ… บางคนอาจจะมองว่าแฟชั่นเป็นเรื่องไกลตัว ไม่สำคัญสำหรับตัวเอง หรือเหนื่อยที่จะต้องวิ่งตามแฟชั่นอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและทุกคนไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง คือการแต่งตัวให้ดี เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการแต่งตัวช่วยบ่งบอกสไตล์ของแต่ละคนได้ อีกทั้งการแต่งตัวให้ดูดียังช่วยเสริมเสน่ห์เสริมบุคลิกภาพได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้แพรวดอทคอมจึงเชิญดีไซเนอร์ดัง ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ASAVA “หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา” มาให้คำแนะนำทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ที่รักการแต่งตัวทั้งหลาย ถึงเทคนิคในการแต่งตัวให้ดูดี โดดเด่น สตั๊นความรู้สึกและสายตาผู้พบเห็น ซึ่งจะมีกฎเหล็กอะไรที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการแต่งตัวบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

หมู ASAVA

3 สิ่งที่ต้องคิดก่อนแต่งตัว

จะแต่งตัวได้สวยต้องผสม 3 ส่วนนี้ให้กลมกล่อม 1. Silhouette เป็นเหมือนเส้นกรอบหรือโครงสร้างใหญ่ของเสื้อผ้า 2. Proportion คือ สัดส่วนที่พอเหมาะ 3. Color นอกจากสียังรวมถึงเท็กซ์เจอร์วัสดุหรือชนิดของผ้าด้วย

สำหรับตระกูลสีที่สาวๆ ควรรู้คือ สีตระกูลร้อน ได้แก่ แม่สี สีสดต่างๆ สีตระกูลเย็น คือ สีที่มีเจือขาว เช่น สีพาสเทลต่างๆ และสีตระกูลกลาง (Neutral) ไม่มีค่าความเย็น ความร้อน เช่น ขาว ดำ เทา เบจ น้ำเงิน ฯลฯ

การแต่งตัวโดยผสมสีในตระกูลเดียวกัน เช่น เย็นผสมเย็น โอกาสพลาดน้อย หรือจะผสมสีเย็นและสีกลาง ไม่ว่าขาว ดำ เทา เบจ น้ำเงิน โอกาสประสบความสำเร็จสูง หรือผสมสีร้อนกับสีกลาง อย่างไรก็รอด หรือสีกลางกับกลาง เช่น ขาว ดำ เทา เบจ น้ำเงิน ใส่เมื่อไหร่ก็สวย เพราะน้ำหนักเนื้อสีเท่ากัน ไปด้วยกันได้ง่าย ความยากอยู่ที่การผสมสีตระกูลเย็นและร้อนเข้าด้วยกัน สวยยากหน่อย

 

แต่งอย่างไรไม่ให้หน้าดำ

คนเอเชียที่ผิวคล้ำมักมีเม็ดสีเขียวอยู่ในผิว การใส่เสื้อผ้าที่มีเม็ดสีเขียวจะทำให้ใบหน้าออกสีม่วง แต่ถ้าใส่ผ้าสีเขียวที่มีเม็ดสีอมส้มหรือแดงเล็กน้อยจะช่วยให้ใบหน้าสว่างขึ้น

หมู ASAVA

แต่งให้สวยต้องมีมิติและกลมกล่อม

การแต่งตัวโดยดูเรื่องสีไปพร้อมกับเท็กซ์เจอร์วัสดุเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เช่น เลือกสีร้อนผสมสีกลาง แต่วัสดุพื้นผิวมันทั้งคู่ อาจตายได้ ทางแก้คือ ถ้าอยากเลือกสีร้อนที่มีพื้นผิววัสดุมันกับสีดำซึ่งเป็นสีตระกูลกลาง อาจต้องเลือกสีดำวัสดุด้านเพื่อให้เกิดมิติ

นอกจากนี้เส้นที่สวยบนร่างกายมนุษย์คือเส้นโค้งหรือเส้นตัดทแยงสามเหลี่ยม เช่น ผู้หญิงตัวหนาใช้สีเข้มตัดต่อบล็อกด้านข้าง เกิดเป็นมิติสามเหลี่ยม ช่วยให้ดูสลิม ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าสีดำช่วยให้ดูสลิม แต่ถ้าไม่แต่งให้เกิดมิติก็ดูสลิมยาก เช่น ใส่เชิ้ตดำ แจ็กเก็ตดำ กางเกงดำ อาจดูไม่สลิมก็ได้ เพราะกลายเป็นหนึ่งเชปที่ไม่มีมิติ แต่ถ้าใส่เสื้อข้างในสีอ่อนจะเห็นเส้นสามเหลี่ยมแทรกจากขอบในของเสื้อสูทแทนการเห็นเป็นสีดำหนึ่งก้อน ช่วยให้มีมิติและดูสลิมขึ้นนั่นเอง

 

สีเดียวสวยได้ถ้าไล่เฉด

การแต่งตัวแบบ Monochromatic หรือการใช้สีเดียวที่อาจมีน้ำหนักอ่อนไปถึงเข้ม เช่น น้ำเงินไล่เฉดหรือน้ำตาลไล่เฉดไปเรื่อยๆ ก็สวย แต่อย่าลืมที่ผมเตือนเรื่องวัสดุด้วย เพื่อให้มีมิติ

หมู ASAVA

แต่งลายดอกให้เจิด

เทรนด์ใหญ่สุดปีนี้ถึงปีหน้าคือ ลายดอกใหญ่ ค่อนข้างเด่น แต่ใส่ยากมาก วิธีแต่งให้รอดและเจิดคือ ดึงสีพื้นจากลายดอกบางส่วนออกมา เช่น เสื้อเป็นลายดอกเหลืองอมน้ำตาล อาจเลือกใส่กางเกงสีน้ำตาล เพราะน้ำตาลเป็นสีกลาง ทำให้เกิดความกลมกล่อมต่อเนื่อง หรือถ้าใส่เสื้อลายดอกสีเหลือง แต่อยากใส่กระโปรงสีเหลือง อาจต้องเลือกสีเหลืองมัสตาร์ดแทน เพื่อให้ดูมีมิติ

 

กฎเหล็ก “ฟิต สั้น มันวาว” อย่าอยู่รวมกัน

การใส่เสื้อฟิต วัสดุมันวาว และกระโปรงสั้นเลื่อม ไม่ควรปรากฏอยู่ด้วยกันในคราวเดียว โอกาสรอดยาก ยกเว้นอยู่บนเวที แต่ถ้าบังเอิญชอบเสื้อผ้าแนวนี้ ให้แต่งได้มากสุดแค่ 2 ใน 3 คือ นุ่งกระโปรงสั้นฟิตโอเค แต่อย่าใส่เสื้อเลื่อม หรือถ้าใส่เสื้อมันวาวแล้ว ไม่ควรนุ่งกระโปรงสั้น หรือถ้านุ่งสั้นแล้ว เสื้ออย่าฟิต อาจกล้อมแกล้มรอดไปได้

 

หมู ASAVAพรุ่งนี้ยังมี

หลายคนชอบแต่งตัวเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้ จนต้องใช้ของที่ซื้อมาใส่ให้คุ้ม หรือกลัวว่าจะน้อยเกินไป ซึ่งนั่นคือหลุมพรางอันตรายที่สุด จะแต่งตัวสวยได้ต้องใช้สติ อย่าใช้ความอยาก คนมักแปลคำว่า “เยอะ” และ “หรูหรา” เป็นคำเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เสมอไป แต่ไม่ได้หมายความว่าคนแต่งเยอะหรือน้อยไม่สวย แต่เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่แต่งน้อยสวยกว่าแต่งเยอะ คนที่จะประโคมแล้วสวยต้องมีศิลปะชั้นสูง เข้าใจทั้งซิลลูเอตต์ สัดส่วน และสี ซึ่งเป็นความละเอียดอ่อนในการแต่งตัว

 

Less Is More

คนแต่งตัวเกลี้ยงๆ อยู่ได้ทุกที่ ถ้ารู้จักแต่ง แค่เติมสีปาก ใส่ต่างหู ถือกระเป๋าสีสดหนึ่งใบจบ ฝรั่งช่างแต่งตัวมักซื้อเสื้อผ้าน้อยชิ้น แต่ซื้อชิ้นที่ใช้ได้นาน โดยใช้กลยุทธ์มิกซ์แอนด์แมตช์จุดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ใส่เสื้อเรียบๆ แล้วเปลี่ยนแอคเซสเซอรี่หรือรองเท้า ทำให้มู้ดแอนด์โทนการแต่งตัวเปลี่ยน ดังนั้นเวลาเลือกซื้อของต้องคิดด้วยว่าไปด้วยกันได้กับทุกอย่างที่มีในตู้เสื้อผ้าหรือไม่

หมู ASAVA

รู้จักข้อเด่น-ข้อด้อยของรูปร่าง

ผู้หญิงทั่วโลกมักไม่ยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่พยายามเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ทุกคนมักมีเสียงในหัวว่า “ฉันอ้วนไป ผอมไป” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของการแต่งตัว การแต่งตัวที่ดีที่สุดคือ รู้จักข้อเด่นและข้อด้อยของตัวเอง ควรไฮไลต์จุดเด่น พรางจุดด้อย ไม่ติดอยู่กับปมด้อยตัวเอง เราสวยได้ในแบบที่เราเป็น เช่น Coco Chanel เธอไม่สวยเลยจึงบอกว่า “สิ่งที่ฉันทำได้คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ดูดีกว่าคนที่สวย” ผู้หญิงที่โลกจดจำจึงไม่ใช่ผู้หญิงสวย แต่เป็นผู้หญิงมีสไตล์และคาแร็คเตอร์โดดเด่น


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 937

ภาพ : @polpatasava

หมอช้าง

ดวงรุ่งพุ่งแรงแน่! “หมอช้าง” เผยอาวุธลับ เสริมดวงให้เฮงปัง

เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงปลายปีกันแล้ว อย่างนี้คงต้องเช็คดวงเพื่อเสริมโชคชะตากันสักหน่อย จะได้เฮงๆ ปังๆ ไปจนหมดปีกันเลย ซึ่งงานนี้แพรวดอทคอมได้ “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” หมอดูระดับท็อปเท็นที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อด้านรับทรัพย์เสริมเฮงของคนไทย มาแนะวิธีเสริมดวงให้ปังโดยแยกตามธาตุ ทั้งนี้เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งราศีของแต่ละคนจะเป็นตัวบอกว่ามีธาตุอะไรเยอะที่สุด แล้วหากรู้วิธีเสริมธาตุในตัวให้โดดเด่นก็เหมือนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ฮวงจุ้ยที่ดี ทำบ่อยๆ ก็จะช่วยเสริมชีวิตให้ประสบความสำเร็จ เฮงๆ ปังๆ ไปดูกันเลยว่า แต่ละธาตุควรเสริมดวงอย่างไรกันบ้าง

 

ธาตุดิน

ราศีพฤษภ ราศีกันย์ ราศีมังกร

หนักแน่น มั่นคง นักปฏิบัติ

หมอช้าง

โดดเด่น : เหมาะกับงานที่ต้องลุยและใช้แรง เช่น ทำการเกษตร หรือ อสังหาริมทรัพย์ จัดสรรที่ดิน ก่อสร้าง

สีสัน-ฮวงจุ้ย : ชุดทำงานควรเป็นแนวง่ายสบาย เน้นการใช้งานมากกว่าอิงตามแฟชั่น สามารถใส่ชุดยูนิฟอร์มได้ ใช้สีพื้นๆ ขาว ดำ เหลือง น้ำตาล ครีม รวมถึงฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยควรอยู่บ้านที่ติดดิน มีสนามหญ้า แต่หากต้องใช้ชีวิตอยู่บนที่สูง เช่น คอนโด หรือทำงานบนตึกสูง ใช้รถไฟฟ้า ไม่ได้เหยียบดินเลย ทำให้ขาดการสัมผัสพลังธาตุดิน จะทำให้ชีวิตมีปัญหา อาจเสริมด้วยการหาของประดับตกแต่งที่ทำจากดิน เช่น ถ้วยแก้วเซรามิก กระเบื้องดินเผา เครื่องเคลือบไว้ใกล้ตัว

สถานที่ไหว้พระเสริมความสำเร็จ : ควรเป็นวัดเก่าที่สร้างด้วยหินหรือดิน เช่น ปราสาทหินหรือโบราณสถานในสมัยอยุธยา ควรทำบุญด้วยสิ่งของที่ทำจากดิน เช่น ซื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์ ซื้อที่ดินบริจาคให้วัด หรือการสร้างบุญด้วยวิหารทาน คือการสร้างโบสถ์วิหาร

 

ธาตุน้ำ

ราศีกรกฎ ราศีพิจิก ราศีมีน

อ่อนไหว ดูแลตัวเอง ปรับตัวเก่ง

หมอช้าง

โดดเด่น : งานบริการทุกประเภท ดูแลช่วยเหลือคน หรือผู้บริหารที่ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมหรือสภาพแวดล้อม หรือเป็นนักประสาน สิบทิศ พนักงานขาย รวมถึงงานซื้อมาขายไป

สีสัน-ฮวงจุ้ย : ชุดทำงานควรเป็นโทนสีน้ำทะเล เช่น สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน บนโต๊ะทำงาน ทั้งที่ออฟฟิศและที่บ้านควรมีน้ำอยู่ใกล้ตัว เช่น มีกระถางปลูกต้นไม้วางอยู่บนโต๊ะ มีน้ำพุหรือน้ำตกจำลองอยู่ในออฟฟิศหรือที่บ้าน

สถานที่ไหว้พระเสริมความสำเร็จ : สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ติดน้ำหรือทะเล หากทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์น้ำก็อยากให้ศึกษาถึงธรรมชาติของสัตว์นั้นๆ ก่อน อย่างนำเต่าบกไปปล่อยกลางแม่น้ำ แทนที่จะได้บุญอาจบาป เพราะแม้แต่เต่าน้ำจืดก็ไม่ได้อยู่ในน้ำตลอดเวลา ต้องมีพื้นดินไว้พักเหนื่อยด้วย

 

ธาตุลม

ราศีเมถุน ราศีตุล ราศีกุมภ์

คิดวิเคราะห์ นักวางแผน แฟชั่นนิสต้า

หมอช้าง

โดดเด่น : ควรทำงานหรือทำธุรกิจที่ต้องเดินทางท่องเที่ยว ดีไซเนอร์ ออกแบบเสื้อผ้า ภูมิสถาปัตย์ นักวิเคราะห์หุ้น นักวางแผนพัฒนาธุรกิจในระยะยาว

ฮวงจุ้ย : ที่ทำงานหรือที่บ้านควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรอยู่แต่ในห้องแอร์อย่างเดียว เพราะจะทำลายฮวงจุ้ยภายในตัวเอง ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างให้อากาศภายนอกไหลเวียนเข้ามาบ้าง รวมทั้งซื้อกระดิ่งโมบายล์มาแขวนให้มีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเพื่อช่วยเสริมธาตุลม

สถานที่ไหว้พระเสริมความสำเร็จ : เป็นธาตุที่ต้องเดินทาง เพราะฉะนั้นก็จะเป็นทริปทำบุญต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ควรทำบุญด้วยการถวายกระดิ่งหรือระฆัง

 

ธาตุไฟ

ราศีเมษ ราศีสิงห์ ราศีธนู

โดดเด่น เป็นผู้นำ อยู่กลางสปอตไลท์

หมอช้าง

โดดเด่น : พบปะกับผู้คนมากมาย ทำงานอิสระ เป็นฟรีแลนซ์

สีสัน : หลีกเลี่ยงชุดทำงานแนวคอนเซอร์เวทีฟ หรือชุดยูนิฟอร์มเสื้อกับกระโปรงที่เข้าชุดกัน ควรแต่งตัวไปทำงานด้วยชุดที่มีสีสันสะดุดตา เช่น ส้ม แดง ชมพู โดยเลือกโทนที่ใส่แล้วไม่ฝืนใจ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ควรหาเครื่องประดับที่อยู่ในโทนสีเหล่านี้มาช่วยหรือใช้สีเมคอัพ ซึ่งสาวธาตุไฟจะโดดเด่นที่ดวงตา จึงควรเน้นที่บริเวณดวงตาเป็นหลัก รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน เช่น ไดอะรี่ ออร์แกไนเซอร์ และปากกา ก็ควรอยู่ในโทนสีนี้

สถานที่ไหว้พระเสริมความสำเร็จ : เพื่อเสริมความเป็นผู้นำหรือการอยู่ในตำแหน่งสูงสุดขององค์กร จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนดอยหรือบนที่สูงที่ไปมาสะดวก เช่น อยู่กรุงเทพฯก็เป็นภูเขาทอง อยู่เชียงใหม่ก็พระธาตุดอยสุเทพ เป็นต้น ควรทำบุญด้วยการให้แสงสว่าง เช่น เติมน้ำมันตะเกียง


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 937

‘เจอปุ๊บ!!! จูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย แต่ทำใจนะว่า ไม่นาน’ ดูดวงรายวัน 22 กันยายน 2561

ดูดวงรายวัน 22 กันยายน 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านกำลังจะรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงานที่เสี่ยงต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ท่านได้พิสูจน์ศักยภาพให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ แต่อย่าห้าวเป้ง ลุย โดยไม่เกรงกลัวใคร เพราะเสี่ยงต่อการถูกหักหลัง

การเงิน :  ชอบเสี่ยง จึงลงทุนแบบกล้าได้กล้าเสีย จึงมีโอกาสผันผวนสูงมาก

ความรัก : ร้อนแรง ขึ้นลงแบบสุดโต่ง เหมือนคนสองบุคลิก เวลาหวานท่านก็เหมือนเด็กน้อยขี้อ้อน แต่เวลาที่ท่านไม่พอใจ ก็เหมือนนางเสือดีๆ นี่เอง คนที่อยู่ด้วยหากไม่ใจเย็นพอ มีสิทธิ์ทะเลาะกันได้ตลอดเวลา คนโสด มีเสน่ห์ มีพลังดึงดูดทางเพศค่อนข้างสูง แต่วันนี้มาแบบฉาบฉวยเดี๋ยวก็ไป

สุขภาพ :  ระวังสมองและหัวใจที่จะมีปัญหาต่อเนื่องอยู่ตลอด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ท่านมีความสามารถในการคิด การเขียน และการจินตนาการ เพราะฉะนั้นงานทางด้านวงการบันเทิง นักแสดง นักเขียน ดีไซเนอร์ หรือที่เกี่ยวกับความสวยงามทุกรูปแบบ วันนี้จะสำเร็จเป็นไปตามเป้าที่ท่านวางแผนไว้

การเงิน :  หมดไปกับความสวยความงาม หรือของหรูหราฟุ่มเฟือย การเดินทางท่องเที่ยว

ความรัก :  ท่านแบกรับภาระเรื่องราวของบริวาร คนรัก คนใกล้ชิดไว้มาก แล้วเขาก็ขยันนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ จึงควรปล่อยวางบ้าง เลือกช่วยเท่าที่จะช่วยได้ไม่อย่างนั้นท่านจะแย่ คนโสด ท่านจะได้เจอคุณหนูเอาแต่ใจ หากจะจีบอาจต้องคบกับพ่อแม่เขาด้วย

สุขภาพ :  ท่านเดินทางบ่อย ทำงานที่ต้องยืนและเดินเป็นเวลานาน ระวังช่วงขา ตั้งแต่สะโพกจนถึงเท้าจะบาดเจ็บเนื่องจากโรคข้อและเอ็นเสื่อม

               

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านมีเกณฑ์จะได้บุกเบิกงานที่เกี่ยวกับบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ในเวลาอันใกล้นี้ เป็นงานที่ท้าทาย และมีผลประโยชน์สูงกว่างานเดิม ซึ่งท่านจะในตำแหน่งผู้บริหารเลยทีเดียว แต่ระวังความเชื่อมั่นในตัวเองอาจทำให้การตัดสินใจในการประกอบอาชีพผิดพลาด หรือมีจุดหักเหอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้งานประสบปัญหาได้

การเงิน : มีโชคในการเดินทางไปทำงานนอกบ้าน หมุนเงินเก่ง แต่ระวังเรื่องความเสี่ยงและธุรกิจที่ไม่ถูกต้องจนทำให้เงินติดลบ

ความรัก :  ให้ความรักและความสำคัญกับครอบครัวมาก และกำลังวางแผนที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกัน มากกว่าที่จะมองเรื่องความรักอย่างเดียวแล้ว จนอาจดูแข็งและจริงจังอยู่ตลอดเวลา คนโสด ท่านโดดเด่น เป็นจุดสนใจของคนรอบข้าง สามารถเลือกได้เลย

สุขภาพ :  ควรดูแลเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะอย่ากลั้นปัสสาวะ อาจเป็นโรคกรวยไตอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : พวกงานรับเหมาก่อสร้างตกแต่งอาคารบ้านเรือน และงานช่างต่างๆ ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะส่วนบุคคลค่อนข้างสูง อาจต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศด้วย ควรเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจะทำให้ท่านสามารถซื้อใจลูกน้องได้

การเงิน :  ประหยัด รู้จักใช้เงินทำงาน มีโชคกับการเดินทางหาเงินนอกบ้าน จึงไม่น่าวิตกนัก

ความรัก : คาดหวังกับความสำเร็จของครอบครัวจนท่านกลายเป็นคนแข็ง จริงจัง และเย็นชา  ไม่ค่อยแสดงออกความรู้สึกของคนรักเท่าไหร่ อาจทำให้เหินห่างกันได้ คนโสด ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออกเรื่องความรัก จึงพลาดโอกาสดีๆ ไปหลายครั้งแล้ว

สุขภาพ :  จะเจ็บป่วยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังหรืออาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ เคล็ดขัดยอก ยังเจ็บป่วยเรื่องความดันและอันตราย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : ท่านจะได้บุกเบิกงานใหม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ อาจเป็นธุรกิจของครอบครัว หรือของคนใกล้ชิดสนิทสนม เป็นงานที่ท้าทาย และได้ผลตอบแทนสูงกว่า จะได้ทีมเวิร์คที่ดีและได้รับความเชื่อใจจากผู้บังคับบัญชา แต่ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะท่านอาจตัดสินใจผิดพลาดได้

การเงิน : แปรปรวนสูง แต่ท่านมีความสามารถหาเงินได้จากหลายทิศทาง เหมาะสมกับการลงทุนระยะสั้นมากกว่า

ความรัก :  แม้ท่านอาจอยู่ด้วยกัน เพราะความเหมาะสม หรือเพราะหน้าที่การงาน แต่ท่านก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอย่างมาก คนโสด  วันนี้อาจเจอปุ๊บรักปั๊บ แล้วไปอยู่ด้วยกันเลย โดยไม่แคร์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ความรักเช่นนี้ก็อย่าคาดหวังอะไรมาก

สุขภาพ :  ระวังการหมุนเวียนเลือดมีปัญหา อาจมาจากการขาดสารอาหารทำให้ท่านมีอาการหน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านแบกรับภาระความรับผิดชอบที่หนักหนาสาหัสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกี่ยวกับการเป็นที่ปรึกษาทางด้านเรือกสวนไร่นา ผลิตผลทางการเกษตร อดทนอดกลั้นต่อสู้และเผชิญปัญหามาอย่างยาวนาน จนวันนี้ท่านประสบความสำเร็จ จึงอยากขอเวลาไปพักร้อน เพื่อกลับมาเริ่มต้นสู้กับงานใหม่

การเงิน : อาจกำลังใช้เงินในการตั้งหลักปักฐานและการสร้างครอบครัว ก็ได้รับการอุปการะ อุปถัมภ์ ทำธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จ

ความรัก : คู่ครองดี เอาจริงเอาจังในการทำงานสร้างครอบครัว แต่ท่านยังมีอารมณ์เรียกร้องและคาดหวังกับคู่ค่อนข้างสูงจึงมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นกลางคันอยู่เสมอ คนโสด ให้ความสำคัญกับการเลือกคบเพศตรงข้าม ชอบดูใจกันยาวๆ มากกว่า

สุขภาพ :  หากต้องเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ระวังเรื่องอาหารและการใช้ของส่วนรวมจะทำให้ติดเชื้อมาได้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : เริ่มต้นวันใหม่กับการบุกเบิกงานใหม่เกี่ยวกับงานทางด้านออนไลน์ ในสถานที่ที่ท่านไม่คุ้นเคย อาจเกี่ยวข้องกับงานด้านการเดินทาง การบริการ หรือเกี่ยวกับยวดยานพาหนะ ท่านต้องระวังอย่าไว้ใจพนักงานมาก เพราะเขาจะเอาแต่ใจ นึกอยากทำงานก็ทำงาน แต่หากไม่ทำก็ทิ้งเลย

การเงิน : ท่านจะหมดไปกับการอุปการะลูกหลาน บริวาร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับยวดยานพาหนะ

ความรัก : ท่านอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งก็คาดหวังเรื่องสมาชิกใหม่ในครอบครัว แต่ก็ยังไม่มาเสียที จนท่านรู้สึกไม่ค่อยแฮปปี้ที่ต้องโดนจำกัดความคิดและอิสรภาพ คนโสด ท่านเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ กว่าจะฝ่าด่านผู้ใหญ่เข้าถึงตัวอีก วันนี้คงลำบากหน่อย

สุขภาพ :  ระวังภูมิแพ้ ไซนัส โพรงจมูกอักเสบ จากการแพ้อาหารและอากาศ

 

งานแต่งงาน สไตล์ใหม่ไม่ซ้ำใคร ของคุณขวัญตา & คุณโย้ @อาคารฟอร์จูนทาวน์

เพราะคำว่า งานแต่งงาน ของบ่าวสาวยุคใหม่ ไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป อย่างเช่นคู่ของคุณขวัญตา และคุณโย้ ที่จัดงานออกมาได้แปลก แตกต่าง และประทับใจผู้ร่วมงานทุกๆคน ที่ต่างเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นงานแต่งงานที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยไปมา”

คุณขวัญต-ปิยนันท์ หอมวัฒนา และคุณโย้-ยศกร สงวนทรัพยากร พบกันครั้งแรกขณะกำลังศึกษาด้านวิทยุโทรทัศน์และภาพยนตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลังจากใช้เวลาสั่งสมความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน ทั้งคู่ก็ตัดสินใจคบหาดูใจกันตอนเรียนชั้นปีที่ 4 และใช้เวลาคบกันยาวนานถึง 10 ปี จนทุกอย่างลงตัวทั้งคู่จึงตัดสินใจที่จะจัด งานแต่งงาน และใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

ทั้งคู่จัดงานแต่งงานพิธีไทยที่อัดแน่นไปด้วยพิธีการกันไปแล้วที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเจ้าสาว งานที่กรุงเทพ ทั้งคู่จึงลงความเห็นกันว่า ขอจัดเป็นงานปาร์ตี้สนุกๆ แบบไม่มีพิธีการ เพื่อให้ผู้ร่วมงานมีความสุขและสนุกที่สุด โดยโจทย์ของงานนี้ก็คือ มีเพื่อนเยอะ และปาร์ตี้หนัก จึงสรุปกันว่าคงไม่เหมาะที่จะจัดงานที่โรงแรม หลังจากเฟ้นหาสถานที่จัดงานอยู่พักหนึ่ง ก็พบว่าจัดบนดาดฟ้า อาคารฟอร์จูนทาวน์ เหมาะสมที่สุด

งานแต่งงาน

ธีมงานแต่งงานคือ Sport Day ที่อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศของงาน Festival “วันที่เราไปดูสถานที่ แว้บแรกก็คิดถึง ธีม Sport Day ทันที เพราะสถานที่มีทั้งอัฒจันทร์ แป้นบาส ลู่วิ่ง เพราะเป็นลานกีฬา แล้วอีกอย่างหนึ่งคือเพื่อนๆ ของเราน่าจะมีชุดธีม Sport กันทุกคน”

คุณขวัญตาและคุณโย้ ในชุดบ่าวสาวเท่ห์ๆ ที่ดีไซน์ขึ้นเอง

คุณขวัญตาบอกกับเราว่า งานนี้เธอและคุณโย้คิดและจัดการทุกอย่างกันเองโดยมีน้องสาวของคุณโย้เป็นกำลังสำคัญ “เราแทบไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย เพราะเราต้องการบรรยากาศของความโล่งสบาย สิ่งที่ตกแต่งหลักๆ คือแบคดรอปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ก่อนเข้างาน มีแท่นรับรางวัลเพื่อตอบโจทย์ Sport Day เพราะแท่นรับรางวัลคือที่สุดของการแข่งขันกีฬา และแน่นอนว่าของชำร่วยงานของเราก็คือเหรียญรางวัล”

ไฮไลท์ภายในงานคือโมเมนต์เปิดตัวบ่าวสาวด้วยรถมินิสุดเท่ห์ โดยทันทีที่ลงจากรถก็มีเสียงดนตรีเพลงกันและกัน ที่ทำเอาเจ้าสาวรีบวิ่งขึ้นบนเวที เพราะเจ้าบ่าวแอบทำเซอร์ไพรส์ให้พี่คิว วงฟลัวร์ ศิลปินในดวงใจของเจ้าสาว มาร้องเพลงให้ฟังกันสดๆ ทำเอาเจ้าสาวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ความน่ารักไม่หมดแค่นั้น เจ้าสาวทำเซอร์ไพรส์กลับเจ้าบ่าวด้วยการตีกลองและร้องเพลงไม่รักก็บ้า เป็นของขวัญในคืนวันแต่งงานที่แสนอบอุ่น ก่อนจะแดนซ์กันมันกระจายประดุจดั่งมางานคอนเสิร์ตย่อมๆ เลยทีเดียว

งานนี้เป็นงานแต่งงานที่ให้ความรู้สึกครบรส ทั้งสุข ซึ้ง และสนุกสนาน เป็นที่จดจำของผู้ร่วมงานทุกคน และที่สำคัญดูเป็นธีมงานง่ายๆ แต่ผู้ร่วมงานทุกคนจัดเต็มมากๆ อดยิ้มตามแทนบ่าวสาวไม่ได้เลย

นักกีฬามวยปล้ำ
แขกเตรียมพร็อพกันมาเอง น่ารักจริงๆ
นักกีฬาว่ายน้ำ ความมั่นใจเกินร้อย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานนี้คือการถ่ายรูปหมู่บนอัฒจันทร์ โดยจะแยกกันเป็นกลุ่มๆ
ซุ้มอาหารที่เจ้าสาวคัดมาเองจากความชอบส่วนตัวและอยากให้ผู้ร่วมงานได้ทานด้วย

 

The Details

Venue : ชั้น 10 (ดาดฟ้า) อาคารฟอร์จูนทาวน์ (เว็บไซต์ : www.fortunetown.co.th)
Wedding Dress & Groom Suit : ไอจี balloom_j
Makeup & Hair : ไอจี cuttocutto 
Photo : ไอจี unfriend the wedding

 

ติดตามไอเดียและเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับงานแต่งงานได้ที่ praewwedding

เอาแล้ว ! ใหม่-ดาวิกา ลุย มิลาน แฟชั่นวีค ร่วมเดินแบบให้กับแบรนด์ดังระดับโลก

ใหม่-ดาวิกา นางเอกซุปตาร์ของไทย บินลัดฟ้า ลุยมิลาน แฟชั่นวีค ร่วมเดินแบบ แฟชั่นโชว์ของ DOLCE&GABBANA แบรนด์ดังระดับโลก

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวของชีวิตที่สาวใหม่ได้รับเชิญให้เป็นตัวแทนของสาวไทย และยังเป็นผู้หญิงเอเชียแปซิฟิกเพียงคนเดียว ที่ได้เข้าร่วมเดินในแฟชั่นโชว์ของ DOLCE&GABBANA แบรนด์ดังระดับโลก ใน “มิลาน แฟชั่น วีค”

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

ซึ่งเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมานี้เอง ที่เธอได้ออกเดินทาง โดยใหม่มาพร้อมกับลุคแอร์พอร์ตที่เน้นความสบาย แฝงด้วยความเท่ ตามแบบฉบับของ DOLCE&GABBANA สวมสเวตเตอร์โอเวอร์ไซส์ D&G สีดำ บวกเข้าความทะมัดทะแมงด้วย Jocking Pants สีขาวเข้ารูป แมทช์ด้วยกระเป๋าโลโก้ซิกเนเจอร์ ถึงแม้จะเป็นลุคสบายๆ แต่ก็เรียบเท่ได้อย่างลงตัว

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

สำหรับแฟชั่นโชว์ของ DOLCE&GABBANA ในครั้งนี้ ดาวิกาจะร่วมเดินในคอลเลคชั่น Spring/summer 2019 Donna Show ซึ่งเธอจะได้ร่วมงานพร้อมกับกระทบไหล่นางแบบดังระดับโลก โดยโชว์นี้จะเริ่มในวันที่ 23 กันยายน 2561 เวลา 7.00 น. (เจ็ดโมงเช้า ตามเวลาประเทศไทย) ณ มิลาน แฟชั่น วีค ประเทศอิตาลี แน่นอนว่าแพรวดอทคอมก็ไม่พลาดที่จะอัพเดท ช่วงเวลาสุดพิเศษนี้มาให้แฟนๆ ได้ดูกัน

 

 

ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์

เพราะเหตุใด? ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ จึงชนะใจ ศรราม เทพพิทักษ์

ย้อนรอยเส้นทางความรักของ ศรราม เทพพิทักษ์ – ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ จนถึงวันแต่งงาน ชัดเจน ตรงไปตรงมา นี่แหละ! ความรักจริงที่ไม่ต้องปิดบัง

ทำเอาแฟนๆ เซอร์ไพร้ส์กันยกใหญ่เลยทีเดียว เมื่อพระเอกดังวัย 45 ปี ศรราม เทพพิทักษ์ จูงมือ “กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ” หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ เข้าพิธีแต่งงานสายฟ้าแลบ โดยการประกอบพิธีในวันนี้มี ผู้ใหญ่ที่ทั้งคู่เคารพรักมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น อาทิ “คุณแม่มยุรี เทพพิทักษ์”, “ท่านมุ้ย-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล”และภริยา “หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา”,“เอก”สรพงษ์ ชาตรี และภรรยา “ดวงเดือน จิไธสงค์”

ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์

สำหรับความรักของ “หนุ่ม” และ “ติ๊ก” เริ่มเป็นที่รับรู้ของสาธารณชนเมื่อ ปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยทั้งสองได้ไลฟ์เปิดใจผ่านอินสตราแกรมของฝ่ายหญิง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะในขณะนั้นฝ่ายชาย เพิ่งจะเลิกรากับนักร้องสาว “นิโคล เทริโอ” ทั้งยังมีข่าวคราวกับสาวเซ็กซี่รายวัน บวกกับในอดีตที่ผ่านมา “หนุ่ม-ศรราม” ก็ไม่ค่อยเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องความรักให้สาธารณชนได้รับรู้สักเท่าไหร่ โดยในไลฟ์ครั้งแรก “ติ๊ก”ยอมรับว่า

ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์

“กำลังคบหาดูใจกับฝ่ายชายอยู่จริง และไม่ได้มองว่าฝ่ายชายจะต้องออกมาเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ก่อน เพราะเธอมั่นใจที่จะออกมาพูดรวมถึงเชื่อด้วยว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วอีกฝ่ายก็จะออกมาพูดเองแน่นอน อีกทั้งการไลฟ์สดเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะแรงกดดันจากสังคมหรือคนรอบข้าง แต่เป็นเพราะเธอตัดสินใจที่จะพูดเอง แม้ทั้งสองจะไม่ได้ออกมาเผยลายละเอียดอย่างครั้งที่คบหากับนักร้องสาวคนดัง แต่ภาพที่โพสต์ผ่านอินสตาแกรมก็พอจะยืนยันชัดเจนมากแค่ไหน”

ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์

อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ “หนุ่ม-ศรราม” เท่านั้นที่ตกหลุมรักเธอ แต่คุณแม่ “มยุรี”ก็รักและเอ็นดูเธอเป็นอย่างมาก อีกสิ่งหนึ่งก็คือในทุกๆวันเขาจะออกมาใส่บาตรให้คุณพ่อที่ล่วงลับเป็นประจำ ซึ่ง“ติ๊ก”ก็มักจะร่วมด้วยเสมอ ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ “หนุ่ม-ศรราม” ตัดสินใจเลือกเธอคนนี้เป็นคู่ชีวิตในที่สุดนั่นเอง


เรื่อง : snowblack_แพรวดอทคอม

คน Part-time Diet กินอย่างไรไม่ให้รู้สึกผิด แถมหุ่นยังเป๊ะอยู่

หนึ่งในเรื่องน่าปวดหัวของสาวออฟฟิศ ที่เป็นคนควบคุมอาหารเป็นบางเวลา ยึดเอาความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า คน Part-time Diet มักเป็นเรื่องรู้สึกผิดกับการกินของตัวเอง ด้วยไลฟ์สไตล์แบบชาวออฟฟิศ ที่บางวัน ต้องไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน เช่น TGIF ปาร์ตี้เย็นวันศุกร์ หรือ วันเงินเดือนออก ต่อให้ปฏิเสธคำชวนไปแล้วกี่ครั้ง แต่ก็ต้องมีสักครั้งที่อดไม่ได้ต้องไปแจมด้วยอยู่ดี ยิ่งรู้ว่าเย็นไหนต้องไปจัดหนักกินปิ้งย่างกับเพื่อน ระดับความกังวลก็พุ่งปรี๊ด ต้องกลับมานั่งวางแผนว่าจะจัดบาลานซ์มื้อก่อนหน้านั้นยังไง แผนไดเอตถึงจะไม่พังไปเสียก่อน วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีไซน์การกินใน 1 วัน ให้คน Part-time Diet หมดกังวล และสามารถไปเอนจอยของอร่อยกับเพื่อนได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด

มื้อเช้า รีบแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมกิน

เวลาเช้าเป็นเวลาที่ร่างกายต้องการพลังงานจากสารอาหาร เพื่อนำไปใช้สตาร์ทระบบการทำงานต่างๆ แต่เพราะความเร่งรีบ มนุษย์ออฟฟิศหลายคนจึงมักละเลยมื้อเช้า ยิ่งชาว Part-time Diet มักคิดว่าอดมื้อเช้าแล้วค่อยไปกินมื้อเที่ยงแทน ซึ่งความจริงก็อย่างที่รู้กันดีว่าไม่ควรทำ ทางที่ดี ลองตื่นให้ไวขึ้นสักนิดแล้วทำ Quick Meal ที่สามารถเตรียมได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ อย่างแซนด์วิชทูน่าใส่ผักสลัด พร้อมไข่ต้มสักฟอง เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนครบถ้วน แถมยังได้วิตามินและแร่ธาตุจากผักอีก แต่ขนมปังที่ใช้ทำแซนด์วิช อย่าลืมเลือกขนมปังประเภทโฮลเกรน (Whole grain bread) เช่น ขนมปังโฮลวีต (Whole wheat ) แทนขนมปังขาว (White bread) เพราะเป็นขนมปังที่มีใยอาหารสูง มีสารอาหารมากมายจากธัญพืช และช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น เสียเวลาเตรียมอาหารเพียงนิดเดียว แต่แลกกับสุขภาพของเราที่ดีขึ้น คุ้มกว่าเห็น ๆ

มื้อกลางวัน เลือกที่ใช่ไม่ตามใจปาก

มื้อกลางวันย่านออฟฟิศ แน่นอนว่าต้องมีร้านอาหารต่าง ๆ มากมายให้เราเลือกสรร โดยเฉพาะร้านข้าวแกง หรือร้านอาหารตามสั่ง หาได้ง่ายแทบทุกมุมตึก ในเมื่อเลือกได้ เราก็ควรเลือกกินเมนูที่อิ่มท้อง และให้ประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะถ้าเป็นคน Part-time Diet ด้วยแล้ว การหลีกเลี่ยงของมันหรือของทอดในมื้อนี้ถือว่าจำเป็นมาก เพราะช่วงเวลาหลังพักกลางวันเรามักจะต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ ร่างกายไม่ค่อยได้ขยับเขยื้อน ควรเลือกเมนูที่มีไขมันต่ำ เช่น ข้าวผัดกะเพราไก่ หรืออาหารจำพวกเกาเหลาหรือต้มจืด กินกับข้าวเปล่า และควรเลือกเป็นข้าวกล้อง เพราะข้าวกล้องจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่เมื่อผ่านกระบวนการย่อยในร่างกาย ร่างกายจะดึงเอาน้ำตาลไปใช้ได้ทัน ไม่หลงเหลือเหมือนการกินข้าวขาว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กำลังไดเอตเป็นอย่างดี เมื่อมื้อกลางวันของเราครบทั้งคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ร่างกายก็จะได้รับพลังงานจากสารอาหารที่ต้องการ และยังอิ่มท้องนานขึ้นด้วย

มื้อย่อย รีเฟรชยามบ่าย น้ำตาลน้อยและมีประโยชน์

ตกบ่ายหนังตาเริ่มตก ไม่อยากง่วงให้เจ้านายเขม่น มนุษย์ออฟฟิศเลยต้องหาทางรีเฟรชตัวเองให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง ทำให้ต้องมองหาเครื่องดื่มอะไรหวาน ๆ อย่างชานมไข่มุก หรือ กาแฟสักแก้ว เพื่อให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่า พร้อมจะสู้กับงานที่เหลืออยู่ในช่วงบ่ายได้อย่างเต็มที่ แต่เครื่องดื่มเหล่านั้นส่วนใหญ่ นอกจากความสดชื่นแล้ว ยังเต็มไปด้วยปริมาณน้ำตาล และแคลอรีสูงปรี๊ดจนน่าตกใจ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คน Part-time Diet ต้องคอยหักห้ามใจให้ได้ แต่ชีวิตยังมีความหวัง ลองทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้คน Part-time Diet สดชื่นได้ แบบร่างกายไม่พัง คือการดื่มเวย์โปรตีน My Whey แทนเครื่องดื่มรสหวาน ที่มีรสชาติให้เลือกมากมาย ทั้งรสมัทฉะกรีนที ช็อกโกแลต ชาไทย กาแฟ และสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต 

เพราะล่าสุดได้มีข้อมูลจากงานวิจัย “ผลของการรับประทานเวย์โปรตีนต่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาพทางคลินิกในกลุ่มผู้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน” ของภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับผลิตภัณฑ์เวย์โปรตีน ตรา My Whey ได้เปิดเผยว่า การทานเวย์โปรตีน ตรา My Whey ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย และช่วยลดเส้นรอบวงเอวและสะโพก เนื่องจากการทานเวย์โปรตีนที่มีปริมาณโปรตีนสูงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เกิดการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ระบบการเผาผลาญไขมันก็ดีขึ้นตามไปด้วย ทำให้คน Part-time Diet นอกจากจะรู้สึกสดชื่นแล้ว ยังได้สารอาหารและคุณประโยชน์ที่ทำให้รูปร่างดีขึ้นได้อีกด้วย

มื้อเย็น ไม่ใช่เรื่องใหญ่สบายใจได้เลย

บอกเลยว่าหมดกังวลเรื่องไปกินปิ้งย่างในมื้อเย็นกับเพื่อนได้เลย เพราะใน 1 วันเรายังสามารถคงคอนเซ็ปต์การกินแบบหนักมื้อ เบามื้อได้อยู่ ส่วนมื้อเย็นยังไงก็ควรหลีกเลี่ยงการกินไขมันจำนวนมาก เหมือนในทุกมื้อเช่นเคย เน้นการกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และกินผักควบคู่ไปด้วยเสมอ อาจจะงดแป้งในมื้อเย็นได้ถ้าไม่หิวมากนัก เพียงเท่านี้ไม่ว่าปาร์ตี้ไหน ๆ คน Part-time Diet ก็พร้อมไปได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด

หากคน Part-time Diet ดีไซน์มื้ออาหารได้ตามแพลนนี้ การมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
FB: mywheyglobal
Website: https://www.mywhey.global/
#mywheyglobal

อร่อยจังฮู้ เผ็ดร้อนแบบชาวใต้ กับวัตถุดิบชั้นเลิศ มังคุดคัดของดีเมืองคอน ณ ชิงช้า ชาลี

ชิงช้า ชาลี (Chingcha Chalee) ร้านอาหารไทย ใจกลางเมือง ชวนมาปักหมุน เช็คอินทานของอร่อย กับเมนูหน้าฝน ที่นำของดีอย่าง “มังคุดคัด” และ “ส้มโอทับทิมสยาม” ของดีจากเมืองคอนมาให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันในรูปแบบอาหาร

ชิงช้า ชาลี

ฝนหนอฝน ช่วงนี้ตกแบบไม่เกรงใจ จะไปไหนก็ลำบาก แต่ข้อดีของเขาก็มีนะจ๊ะ เพราะเราจะได้ทานของดีจากนี้ฤดูนี้ คือมังคุดคัด และส้มโอทับทิมสยาม ผลไม้หาทานยากมีเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น

ซึ่งหากใครทานมังคุดคัดจะรู้เลยว่า รสชาติหวานกรอบทานได้ทั้งลูก (ยกเว้นเปลือก) ของมังคุดคัดนั้น ดีงามขนาดไหน ส่วนส้มโอทับทิมสยามก็ขึ้นชื่อว่า หาทานยาก แต่งานนี้ คุณไม่ต้องไปไกลถึงเมืองคอน ก็ได้ทานของดีชั้นเลิศนี่แล้ว

ซึ่งที่ชิงช้า ชาลีเนี่ย ทางร้านเขากำลังมี เมนูอาหารที่ทำมาจากเจ้าผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ บอกเลยว่าแต่ละเมูนเด็ดๆ ทั้งนั้น แถมรสชาติก็นัวได้ใจ ว่าแล้วไปเริ่มกันที่เมนูแรกกันเลย

ชิงช้า ชาลี
แกงส้มพริกสดปลากะพงมังคุดคัดเมืองคอน (ราคา 280 บาท)

เมนูแรกคือ เมนูแกงส้มพริกสดปลากระพงมังคุดคัดเมืองคอน รสชาติเผ็ดร้อน น้ำแกงออกรสเปรี้ยวหวานทานกับมังคุดคัดเนื้อกรอบ เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนเนื้อปลากระพงก็สด ไม่มีกลิ่นคาว เมนูนี้ได้ข้าวสวยร้อนๆ ฟินเว่อร์ มาแล้วต้องสั่ง ไม่สั่งถือว่าพลาดอย่างแรง

หมูสะเต๊ะ เนื้อนุ่ม อาจาดก็รสชาติดี ทานเพลินๆ เป็นอีกเมนูที่เรียกน้ำย่อย ได้ดีเชียวล่ะ

ยำผลไม้นานาชาติ (ราคา 270 บาท)

อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เราอยากแนะนำ เพราะทานแล้วสดชื่นมากคือ ยำผลไม้นานาชาติพร้อมกุ้งสด ผลไม้นานาชนิดที่มีทั้ง องุ่นเขียว, องุ่นม่วง, มะเขือเทศสีดา, ข้าวโพด, แอปเปิ้ลเขียว, แอปเปิ้ลแดง, ต้นอ่อนทานตะวัน, ถั่วลิสง, มังคุดคัด และ ส้มโอส้มโอทับทิมสยาม อยู่ด้วย รสชาติหวาน อมเปรี้ยว ทานแล้วไม่อ้วน แถมยังได้สุขภาพด้วยนะ

เก๋ ฉู่ฉี่กุ้งสดมังคุดคัดเมืองคอน (ราคา 250 บาท)

จากเบาๆ ก็มาหนักๆ กันบ้าง เมนูนี้มีชื่อว่า ฉู่ฉี่กุ้งสดมังคุดคัดเมืองคอน รสชาติถึงเครื่องของเครื่อง มังคุดคัดที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้กับเครื่องแกงและกะทิ ก็ผสมผสานลงได้ตัวได้อย่างเชื่อ แถมอร่อยมากๆ อีกด้วยนะ กุ้งไม่ได้ไซส์เล็กกระจิดนะจ๊ะ กุ้งก็สดแถมตัวกำลังดี ฉีกกฎเดิมๆ ของฉู่ฉี่กุ้งที่มีมา พลาดไม่ได้อีกแล้ว ต้องลอง!!!!

ปลากรอบผัดพริกขิงเพชรบุรี (ราคา 170 บาท)

ปลาตัวจิ๋ว แคลเซียมเยอะ นำมาทอดกรอบพร้อมคลุกเคล้ากับเครื่องเทศ ผัดจนเข้าที่ ทานคู่กับผักสด ไข่ต้ม และ ส้มโอทัมทิมสยามจากปากพนัง เมนูนี้กับข้าวจานเดียวก็เอาอยู่

ลาบขนมจีนส้มโอทับทิมสยาม (ราคา190 บาท)

ปิดท้ายด้วยเมนู ลาบขนมจีนส้มโอทับทิมสยาม เมนูนี้แปลกตา เพราะมีทับทิมสยามเป็นเครื่องเคียง แต่ทานแล้วบอกเลย เข้ากันได้ดีสุด ทั้งตัวขนมจีนที่เส้นของเขาเหนียวนุ่มกำลัง ลาบรสเด็ด สูตรเฉพาะของทางร้าน ทั้งหมด ทั้งมวลเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก

กินต่อไม่รอแล้วนะ เพราะเมนูวันนี้ยังไม่หมดซะทีเดียว เรามีเมนูจากกุ้งแม่น้ำตัวโต ที่อยากชวนให้ทุกคนได้ลองสั่งกัน เพราะคุณจะเลิฟมันมากถ้าได้ลองชิม

เมนูกุ้งแม่น้ำส้มตำทอด
เมนูกุ้งแม่น้ำทอดซอสไข่เค็ม
โฉมหน้าเชฟคนเก่งคุณ คุณธิติกร ทวิภัคดิ์ Food and Baverage Director ที่รังสรรค์เมนูทั้งหมดจากร้านชิงช้า ชาลี

เมนูเด็ด ชั้นเลิศ แถมรสชาติเยี่ยมยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะทางชิงช้า ชาลี เขายังมีเมนูให้คุณเลือกทานกันอีกเป็นกองทัพ สัปดาห์นี้นึกไม่ออกว่าจะทานอะไร ก็แวะไปกันได้นะจ๊ะ รับรองว่าเด็ด จนต้องสั่งกลับบ้าน

 

 

 

 

เทรนด์เมคอัพออทั่ม/วินเทอร์ 2018

3 เทรนด์เมคอัพออทั่ม/วินเทอร์ 2018 สวยร้ายๆ ในสไตล์ “รีเบล เกิร์ล”

รู้สึกเหมือนลมหนาวจะพัดพามาเบาๆ แพรวดอทคอม เลยจะชวนสาวๆ มาอัพเดท เทรนด์เมคอัพออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ในธีม “The Rebel Girl” (เดอะ รีเบล เกิร์ล) ที่นำแรงบันดาลใจจากความงามที่น่าหลงใหลอย่างร้ายกาจกับทุกบทบาทที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้หญิง ถ่ายทอดผ่าน 3 คีย์เมคอัพลุคเฉดสีสวยอินเทรนด์ ตามนี้…

3 เทรนด์เมคอัพออทั่ม/วินเทอร์ 2018 สวยร้ายกาจในสไตล์ “รีเบล เกิร์ล”

Sassy (แซสซี่) สะท้อนลุคสาวซนปนซ่า

สำหรับเทรนด์การแต่งหน้ารับฤดูใบไม้ร่วง/หนาว 2018 แบ่งเป็น 3 คีย์ลุคสวยแซ่บ เริ่มจากเทรนด์ Sassy (แซสซี่) สะท้อนลุคสาวซนปนซ่า ด้วยเฉดสีที่ไม่ธรรมดา อย่างสีน้ำเงิน Soda Blue ให้ความรู้สึกสนุกสนาน พร้อมลงรองพื้นเนื้อบางเบาเพื่อขับผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ แต้มสีแดงม่วงผลเบอร์รี่บนโหนกแก้ม แล้วใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้สีดูไม่เรียบสนิท เสมือนสีแก้มแดงระเรื่อหลังออกกำลังกาย ปิดท้ายเพื่อให้สวยสมบูรณ์แบบ ด้วยการเติมปากเฉด Retro Apricot สีส้มอมแดงเพื่อเพิ่มดีกรีความเผ็ดร้อน และให้กลิ่นอายความเป็น Retro ในยุค Pop Art อย่างงดงาม

คีย์บิวตี้ไอเท็มแนะนำ

– Dior Ultra Rouge #999 Ultra Dior ราคา 1,450 บาท
– Dior Rouge Blush #475 Rose Caprice ราคา 1,950 บาท
– Diorskin Forever Undercover ราคา ราคา 2,150 บาท


Mystical (มิสทิคัล) สะท้อนลุคสาวมั่นทรงเสน่ห์

ถัดมากับเทรนด์ Mystical (มิสทิคัล) สะท้อนลุคสาวมั่นทรงเสน่ห์น่าค้นหา ด้วยเมคอัพสีเด่นอย่างส้มแสงอาทิตย์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและสีชมพูอ่อนของเกลือหิมาลายันเพิ่มความงดงามอย่างเลอค่าให้กับลุค พร้อมเพิ่มความโดดเด่นชวนหลงใหลให้กับดวงตาด้วยเฉดสีเขียว ปิดท้ายด้วยการแตะชิมเมอร์บริเวณโหนกแก้มและใต้ตา เพื่อเสริมลุคให้ผิวหน้าสว่างไสว นุ่มนวล ผ่องประกายระยิบระยับและสะกดทุกสายตา

คีย์บิวตี้ไอเท็มแนะนำ

– SK-II R.N.A.Power Radical New Age Airy Milky Lotion ราคา 3,990 บาท(50 กรัม)/ 5,900 บาท(80 กรัม)
– Dior 5 Couleurs Rouge en Diable – Limited Edition #087 Volcanic ราคา 2,800 บาท
– Clé de Peau Beauté Lipstick Cashmere ราคา 2,350 บาท
– L’Oréal Paris Lightouring Dual Stick ราคา 399 บาท


Good Girl (กู๊ดเกิร์ล) สะท้อนลุคสาวหวาน ไร้เดียงสา

ปิดท้ายกับเทรนด์ Good Girl (กู๊ดเกิร์ล) สะท้อนลุคสาวหวาน ไร้เดียงสา เน้นโทนสีชมพูควบคู่กับเฉดสีพาสเทล เพื่อเผยถึงความอ่อนโยน น่าทะนุถนอม พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคด้วยการแต้มสีชมพูเชอร์รี่บริเวณพวงแก้มและริมฝีปากให้ดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ แต่งรอบดวงตาด้วยสีน้ำตาลเชสนัท ปิดท้ายด้วยการเฉดดิ้งโดยใช้สีเงิน ช่วยให้รูปหน้ามีมิติดุจความงดงามอันคลาสสิกไร้กาลเวลา

คีย์บิวตี้ไอเท็มแนะนำ

– Clé de Peau Beauté Le sérum 40 ml. ราคา 11,000 บาท
– Sulwhasoo Perfecting Cushion EX #No.23 Natural (Beige) ราคา 2,100 บาท
– Lunasol Airy Glow Lips ราคา 1,050 บาท
– Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Glow ราคา 1,590 บาท


ซึ่งเป็นผลงานจากการแต่งแต้มสีสันสวยอินเทรนด์จาก 13 แบรนด์ ได้แก่ BSC Cosmotology, Clinique, Covermark, Estée Lauder, Illamasqua, Lancôme, M.A.C, Paul & Joe, Shiseido, Shu Uemura, Sisley, Sulwhasoo และ Yves Saint Laurent Beaute โดย ห้างเซ็นทรัล จัดแคมเปญ “Beauty Galerie Presents Central | ZEN The Rebel Girl” (บิวตี้ แกเลอรี พรีเซนต์ เซ็นทรัล|เซน เดอะ รีเบล เกิร์ล) เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์ความงามมากว่า 20 ปี ด้วยการอัพเดทเทรนด์การแต่งหน้ารับฤดูใบไม้ร่วง/หนาว 2018 ในธีม “The Rebel Girl”

เมคอัพอาร์ติสต์

สวยแบบไฮแฟชั่น! เทรนด์แต่งหน้าจาก 4 เมคอัพอาร์ติสต์ ท็อปแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก

วันนี้จะชวนสาวๆ มาอัพเดทเทรนด์ความงามลุคพิเศษในงานฉลองครบรอบ 19 ปี  “ART x BEAUTY HALL 19th ANNIVERSARY CELEBRATION” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ศิลปะ แรงบันดาลใจสู่ความงาม” โดยรังสรรค์ศิลปะการแต่งหน้าจาก 4 เมคอัพอาร์ติสต์ ท็อปแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก

สวยแบบไฮแฟชั่น! อัพเดทเทรนด์แต่งหน้าจาก 4 เมคอัพอาร์ติสต์ ท็อปแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก

เมคอัพอาร์ติสต์

เอ – ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ (GIVENCHY) เมคอัพอาร์ติสชื่อดังของเมืองไทยกับการครีเอทความอาร์ตในสไตล์ The Art of Audacious ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง 2018 ให้กับเรียวปากคู่สวยด้วยลิปสติก Le Rouge Liquide ซึ่งเป็นลิปเนื้อลิควิดที่มีพิกเมนต์ของสีที่สดชัด แต่ให้ลุคกึ่งแตต์แบบบางเบา โดยตัวแท่งลิปสติกได้ใช้แผ่นหนังแท้มาประดับตกแต่งอย่างปราณีต ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของลิปสติกรุ่นนี้

อั๋น – ชัยภูมิ จันทร์น้ำใส (DIOR) เมคอัพเทรนเนอร์ที่คร่ำหวอดในวงการมากว่า 15 ปี กับเทรนด์การแต่งหน้าแบบในสไตล์ Surrealism Art จาก Dior Haute Couture Spring 2018 collection รังสรรค์ศิลปะ โดยนำเอาผลิตภัณฑ์ไฮไลท์อย่าง Dior Backstage Face and Body foundation, Contour Palette, Diorshow On Stage Liner ฯลฯ มาครีเอทลุคศิลปะแห่งความงาม

จุ๊ – ธนิกานต์ นุ้นซ้าย (M.A.C) เมคอัพกูรูระดับแนวหน้าของประเทศ กับการแต่งแต้มความอาร์ตให้ดวงตาดูสวยโดดเด่นยิ่งกว่าเคยกับลุค Razzle Dazzle Look และผลิตภัณฑ์ยอดฮิต M.A.C Studio Fix แป้งผสมรองพื้นตัวแรกของใครหลายๆ คน ที่มีเฉดสีให้เลือกมากที่สุด โดยเน้นผิวที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ สามารถตอบโจทย์คนทุกสีผิว ทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ และทุกวัย

เนย – นภัสนันท์ บุญทรัพย์ (NARS) ชวนมาเติมความชิคแบบอาร์ตๆ ในลุค Monochromatic เข้มข้น สดชัด พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยอายแชโดว์สีเดี่ยว และคู่สีคอลเล็คชั่นใหม่ ซึ่งอาศัยนวัตกรรมด้านการกระจายตัวเม็ดสี Pigment Powder Suspension technology เอกสิทธิ์ของ NARS ที่พัฒนาสูตรความงามให้เม็ดสีคลี่ตัวกระจายเคลือบผิวเปลือกตาอย่างแนบเนียน

และเพื่อฉลองเป็นการความสำเร็จของบิวตี้ ฮอลล์ ในโอกาสครบรอบ 19 ปี และต่อยอดกิจกรรม “PARAGON ART EXPRESS” ที่ทั้งห้างฯ ถูกรังสรรค์ด้วยงานอาร์ตจาก BLOODY HELL BIG HEAD นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ที่มีผลงานร่วมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ระดับโลก เนรมิตพื้นที่ Main Hall 1 ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ เปิดบิวตี้เลาจน์สุดหรู (BEAUTY LOUNGE EXPERIENCE ) ให้สาวกบิวตี้ได้เข้ามาชิลล์ และชิค พร้อมทดลองแต่งแต้มสีสันความงามในแบบของตัวเอง

โดย BEAUTY LOUNGE EXPERIENCE จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00 – 20.00 น. เฉพาะในวันที่ 20 – 26 กันยายน 2561 เท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถแต่งแต้มสีสัน จากเครื่องสำอางชื่อดัง  อาทิ  VERSACE, THREE, 3CE และ CHOSUNGAH ได้ที่บิวตี้บาร์อีกด้วย เริ่ด รีบไปนะคะสาวๆ

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

เปิดใจ ร.อ.หญิง แคท วันทิตา ซิงเกิ้ลมัมสุดสตรอง เผยการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เรื่องง่าย

สตรองสุดๆ ร.อ.หญิง แคท วันทิตา  เปิดใจการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวว่าเป็นเรื่องที่ยากแต่สนุกและมีความสุขตลอดเวลา

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

โสดมานานแล้ว สำหรับเซเลบสาวหน้าหวาน ร้อยเอกหญิง แคท-วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่หลังจากหย่าขาดกับสามี และกลายเป็นซิงเกิ้ลมัมที่ต้องดูแลลูกชาย วัย 6 ขวบ อย่าง น้องพชร ด.ช.พชรพัชร์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ ซึ่งคุณแคทเล่าให้ฟังว่าการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นไม่ง่ายเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และทุกวันนี้เธอมีความสุขกับการได้เห็นลูกชายเติบโต และมีพัฒนาการที่ดีในทุกๆ วัน

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

ตอนนี้ทำงานอะไรบ้าง

“เป็นพิธีกรรายการทีวีอยู่ช่อง 5 รายการ ไฮ 5 ค่ะ แล้วก็ช่วยงานที่บ้านด้วย แต่หน้าที่หลักๆ คือดูแลลูก วุ่นกับการดูแลลูกเหมือนกับว่าเราไม่ปล่อยด้วยแหละ เราดูแลเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องรับ-ส่ง อาหาร พาไปเรียนพิเศษ ทำกิจกรรมต่างๆ ค่อนข้างเต็มเวลาเลย ด้วยความที่เราเป็นซิงเกิ้ลมัมด้วย ก็เหมือนเราต้องให้เวลาลูกให้เยอะที่สุด”

ดูแลลูกคนเดียวเหนื่อยไหม

“เหนื่อยแต่ว่าเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข เพราะว่าเหมือนแบบเราได้เห็นพัฒนาการของเขาแบบจริงๆ ในทุกอย่าง ด้วยความที่เราเลี้ยงเขาเหมือนเพื่อน เพราะฉะนั้นท้ายสุดเขาจะเป็นเด็กผู้ชายที่คอยดูแลเรา และให้คำปรึกษาในบางเรื่อง เช่น เรื่องเสื้อผ้า ไปเที่ยว เขาก็จะมีความเห็นในการเลือกด้วยว่าอยากไปประเทศไหนเพราะอะไร คือเหมือนเป็นเพื่อนคู่คิดเราไปเลย”

ตอนนี้น้องกี่ขวบแล้ว

“6 ขวบแล้วค่ะ กำลังโตแล้วก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งการที่เราสอนให้เขาได้มีความคิดแบบธรรมชาติหรือออกความคิดเห็น เชื่อว่าเหมือนทำให้เขาได้โตตามวัย เหมือนได้ใช้พัฒนาการของเขา”

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

น้องดูเป็นเด็กร่าเริงมาก

“จริงๆ ที่บ้านคนอยู่เยอะ ทั้งคุณตา คุณยาย คุณน้า เยอะมาก เขาก็เหมือนปรับตัวได้ดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ปรับตัวได้ดี แล้วเขาก็ยังได้เจอกับคุณพ่อ ได้เจออยู่ทุกสัปดาห์ ก็ไม่ได้ขาดอะไร เขาก็ปรับตัวได้ดี”

โสดมาสักพักแล้ว มีหนุ่มๆ เข้ามาบ้างหรือยัง

“โห้ โสดมานานแล้วค่ะ มีคนเข้ามาเรื่อยๆ แต่เราก็แบบ ด้วยความที่เป็นซิงเกิ้ลมัมมันยากนะ ทุกคนเห็นเหมือนเราจะโสดแต่จริงๆ มันไม่ได้มีเวลา ถ้าใครได้มาเลี้ยงลูกคนเดียวจริงๆ จะรู้ว่ามันไม่ได้มีเวลา ได้ทำอะไรเลย เวลาทั้งหมดเราต้องทุ่มให้ลูกหมดเลย เราก็ไม่มีเวลาจะออกไปกินข้าวกับใครได้เลย”

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

หนุ่มๆ ที่เข้ามามีเข้าตาบ้างไหม

“ทุกคนก็เป็นเพื่อนกันหมด ด้วยความที่จริงๆ แคทมีเพื่อนเยอะมาก และรู้จักกันมานาน เป็นเพื่อนที่เหนียวแน่นมาก ไปไหนก็ไปกับเพื่อนๆ”

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

เหมือนเราปิดโอกาสหรือเปล่า

“ไม่ได้ปิดเลยค่ะ เพียงแต่ว่ามันต้องใช้ความเข้าใจมาก สำหรับคนที่จะเข้ามา เพราะอย่างที่บอกว่าคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคือเราอยู่กับลูกตลอด มันเหมือนเราไม่มีเวลาส่วนตัวที่จะให้ใครได้ คนที่เข้ามาก็ต้องเข้าใจที่จะอยู่กับลูกเราให้ได้ด้วย ซึ่งมันก็ต้องดูไปนานๆ ว่าเขาจะอยู่กับลูกเราได้หรือเปล่า นี่คือสิ่งที่เราจะต้องอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต ซึ่งตอนนี้ชีวิตเราแฮ็ปปี้มาก ด้วยความที่เราเลี้ยงเขาให้ความอบอุ่นเขาเต็มที่ เขาเองแทบจะเรียกได้ว่าดูแลเราให้ความเป็นห่วงเป็นใยเรายิ่งกว่าผู้ชายคนอื่นอีก คอยถามแม่ทานข้าวยัง แม่แต่งตัวโป๊ไปนะ เวลาไปเที่ยวกับคุณพ่อเขา กลับมาก็จะซื้อของมาฝาก ซื้อดอกไม้มาฝากบ้าง แหวนบ้าง ซื้อมาเซอร์ไพร้ส์แม่ เป็นอะไรที่เหมือนเรารู้สึกว่าการที่เราเลี้ยงเขาแล้วทำอะไรให้เขาเห็นตัวอย่าง แล้วเขาก็ทำสิ่งนั้นกลับมาให้เรา เหมือนเราก็อยากเลี้ยงให้เขาเป็นสุภาพบุรุษ แต่ไม่ได้คาดหวังอะไร แค่ให้เขาเป็นคนดี คิดดีพอค่ะ”

ร.อ.หญิง แคท วันทิตา

 

ภาพ IG @cat_vantita

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร ตั๊ก บงกช ปลื้ม เจ้าสัวบุญชัย แอบเซอร์ไพร้ส์กลางร้านอาหาร

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร ตั๊ก บงกช ปลื้มหนักมาก เมื่อสามีแอบเซอร์ไพร้ส์ หอบช่อดอกไม้มาให้กลางร้านอาหาร

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

เป็นคู่รักที่สวีทหวานสุดๆ สำหรับ ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล  กับคุณสามี เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล ที่ครองรักกันมา 5 ปีแล้ว แต่ความหวานไม่เคยลดน้อยลงไปเลย เรียกได้ว่า รักนี้ไม่มีวันหมดโปร แถมยังผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกัน

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

แม้แต่ตอนที่สาวตั๊ก น้ำหนัก 90 กิโลกรัม ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เธอไม่สนใจแล้วว่าสามีจะรู้สึกยังไง ตอนนั้นแม่ก็ป่วย และเป็นช่วงที่เครียดมาก เธอบอกว่าได้แต่เดินอยู่ในบ้าน เดินไปเดินมา น้ำหนักพุ่งไป 90 กิโล

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

แต่สามี อย่าง คุณบุญชัย ก็ยังอยู่กับเธอตลอด และเขาก็พูดมาคำหนึ่งว่าปีนี้กับปีที่แล้วมันไม่ดีเลย เครียดก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน กินได้ก็ยังดีกว่าไม่กิน ซึ่งสาวตั๊กฟังแล้วก็รู้สึกน่ารักดีที่เขาไม่ว่าอะไรและเข้าใจในตัวเธอ

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

จนในที่สุด ตั๊กเองก็ลุกขึ้นมาปฎิวัติตัวเอง ออกกำลังอย่างหนัก น้ำหนักลดไปเยอะ จนกลับมารูปร่างดีเหมือนเดิม แต่เจ้าสัวก็ยังคงรักภรรยาคนนี้ไม่เปลี่ยน ล่าสุด ทำคนโสดแอบเคือง เมื่อ เจ้าสัวบุญชัย แอบเซอร์ไพร้ส์ “ตั๊ก” ด้วยการจัดดอกไม้ช่อโตมาให้กลางร้านอาหาร

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

โดยงานนี้สาวตั๊กอัพคลิปลงในอินสตาแกรม โดยมีบทสนทนาที่เธอถามคุณบุญชัยว่า

ตั๊ก : ทำไมถึงมีดอกไม้ด้วยคะ

เจ้าสัวบุญชัย : เห็นบอกว่าไม่ค่อยสวีท ก็เลยสวีทสักหน่อย

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็จุ๊บปากกันเบาๆ ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันอิจฉา กับความรักของคู่นี้ ถึงแม้สาวตั๊กจะเคยบอกว่าไม่ได้หวังของขวัญอะไรจากคุณบุญชัยเลย เพราะทุกวันนี้พี่เขาทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีมาก แต่งานนี้ทำเอาคนโสดตาร้อน เพราะทั้งคู่ครองรักกันมานานขนาดนี้ แต่ยังมีโปรเลิฟมาเสิร์ฟกันตลอดๆ

รักนี้ไม่มีวันหมดโปร

ภาพ IG @bong_kod_tak