FENDI WOMEN

เก็บตกลุคเหล่าตัวแม่นั่งฟรอนต์โรว์ ร่วมชมโชว์ Fendi Women’s SS 2024

จบลงไปอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับ FENDI WOMEN’S SPRING SUMMER 2024 COUTURE SHOW เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2024 ณ กรุงปารีส งานนี้มีเซเลบริตี้จากทั่วโลกบินไปร่วมชมกันอย่างคับคั่ง แพรวขอพาไปเก็บตกลุคของเหล่าตัวแม่หน้าฟรอนต์โรว์ ใครจะปังขนาดไหนไปดูกัน

เก็บตกลุคเหล่าตัวแม่นั่งฟรอนต์โรว์ ร่วมชมโชว์ Fendi Women’s SS 2024

เริ่มกันที่ นักแสดงชั้นแนวหน้าผู้เป็นสไตล์ไอค่อนและความสามารถที่เป็นที่พูดถึงในอินเตอร์เน็ต นักแสดงสาวสัญชาติอเมริกันผู้ชนะรางวัลมากมายอย่าง Zendaya เธอนำแสดงภาพยนตร์ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากในปีนี้ อย่างเรื่อง “Dune” และ “The Challengers” มาพร้อมกับนักแสดงหญิงและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน Reese Whitherspoon และลูกสาวของเธอ Ava Philippe

Adèle Exarchopolous นักแสดงสาวชาวฝรั่งเศสผู้ที่ได้รับรางวัลมากมาย อีกทั้งยังเป็น Friend of FENDI จะเข้าร่วมชมอีเวนต์ที่พลาดไม่ได้ ณ กรุงปารีส พร้อมกับ ซงฮเยคโย นักแสดงหญิงจากประเทศเกาหลีใต้ควบด้วยตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ FENDI

นักแสดง นางแบบ จิตรกร และสาวสังคม ชาวฟิลิปปินส์ Heart Evangelista  นักแสดงสาวชาวจีน Yu Feihong Friend of FENDI และ MINA นักร้องชาวญี่ปุ่น แห่งวงสัญชาติเกาหลี TWICE ปิดท้ายด้วยเซเลบริตี้ชื่อดังของไทย ชมพู่ อารยา ตัวแม่แฟชั่นนิสต้าเบอร์ต้นของไทย


อีอีคยอง

เรื่องจริงไม่จ้อจี้! อีอีคยอง ลูกชายแท้ๆ ประธาน LG Innotek แห่งเกาหลีใต้

ถึงแม้นักแสดงหนุ่มวัย 35 ปี  อีอีคยอง จะไม่ได้อยู่ในโหมดพระเอกแบบที่สาวๆ หลายคนชื่นชอบ แต่จากนี้ไปเชื่อว่าหลายคนคงสนใจเขามากขึ้น เพราะเขาได้ถ่ายทอดการแสดงออกมาได้มีเสน่ห์ยอดเยี่ยมจากบท พัคมินฮวาน จอมวายร้ายในซีรีส์เรื่องล่าสุด  Marry My Husband  เรียกว่าตีบทแตกสามารถทำให้พูดชมทั้งรักและเกลียดได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนกลายนเป็นที่พูดถึงในโลกโซียลเป็นอย่างมาก

อีอีคยอง

ขณะเดียวกันโปรไฟล์ของเขาก็ทำให้สาธารณชนประหลาดใจ โดยนักแสดงหนุ่มเกิดในปี 1989 ที่เมืองชองจู ประเทศเกาหลีใต้ เป็นลูกชายชายของ อีอุงบอม (Lee Ung Beom) อดีตประธานบริษัท LG Innotek บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านบริการทางเทคนิคด้านวัสดุและการพัฒนาส่วนประกอบของบริษัท LG ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

เขาไม่ได้ดำเนินชีวิตในฐานะนายน้อยแต่เลือกที่จะเติบโตและพึ่งพาตนเอง เขาเคยทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านหนังสือการ์ตูนและร้านเช่าดีวีดีเพื่อหารายได้ ก่อนจะผันตัวเป็นนักแสดงที่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอาชีพมานานกว่า 10 ปี และถึงจะไม่เคยได้รับบทนำ แต่เขากลายเป็นตัวละครที่สร้างสีสันอยู่เสมอ

อีอีคยอง

ภาพจาก prime video Thailand

'ฮันโซฮี'

‘ฮันโซฮี’ เผยหากต้องทาลิปสติกได้สีเดียวตลอดชีวิต ขอเลือกสี…เพราะ?

หยิบจับทำอะไรก็นาทีนี้ก็ฮ็อตไปหมด สำหรับนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ ฮันโซฮี (Han So Hee) ล่าสุดกับการบินลัดฟ้าไปปารีสเพื่อเข้าร่วมชมคอลเล็คชัน Dior Haute Couture ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2024 ระดับซุปตาร์ชื่อดังแล้ว ก็นั่งแถวหน้าให้สมฐานะ House Ambassador ของ Dior ไปเลยสิคะ เริ่ดไม่ไหวจริงๆ นอกจากนี้ เรายังหยิบบทสัมภาษณ์เรื่องความงามเล็กๆ บางส่วนของเธอที่ได้พูดคุยกับ Harper’s BAZAAR SG สิงคโปร์ ในตอนที่ไปเยือนปารีสมาฝาก

กิจวัตรการแต่งหน้าของคุณ? ฮันโซฮีได้ตอบว่า “ฉันแต่งหน้าทุกวันเนื่องจากอาชีพของฉัน ดังนั้น ฉันจึงมักจะสนุกกับการแต่งหน้าให้น้อยเป็นตามธรรมชาติที่สุดในช่วงวันหยุด นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการแต่งหน้าอย่างแค่ทาปากเพียงอย่างเดียว ก็ดูมีสีสันไม่จืดชืดแล้ว แม้ว่าฉันคิดว่าการทาลิปสติกเป็นสิ่งสำคัญ แต่ฉันพยายามที่จะให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากเป็นอย่างดี ฉันใช้ Rouge Dior บ่อยครั้ง ไม่เพียงเพราะเฉดสีที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงส่วนผสมที่ช่วยดูแลริมฝีปากและคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย”

หากต้องเลือกลิปสติกสีเดียวที่จะไว้ทาตลอดชีวิต จะเลือกลิปสติกสีอะไร เพราะเหตุใด? ซึ่งฮันโซฮีก็ได้ตอบว่า “ฉันชอบทุกสี แต่ถ้าต้องเลือกฉันจะเลือกสีแดง ฉันมีผิวสีซีดและมักจะแต่งหน้าอ่อนๆ แบบธรรมชาติ หากต้องเพิ่มสีสันที่ริมฝีปาก ฉันชอบสีแดงเพราะมันดูสวยเป็นสากลมาก สีแดงช่วยเติมเต็มอารมณ์และลุคให้ดูมีมิติมากขึ้น แถมลิปสติกแท่งเดียวยังสามารถใช้บนริมฝีปากและทาบนแก้มอีกด้วย”

Source: Harper’s BAZAAR SG
Photo: Dior Beauty, IG: xeesoxee


ชุดแต่งงาน

เจ้าสาวต้องเซฟ 7 คีย์ลุคมาแรง! เทรนด์ชุดแต่งงานจากเหล่าดีไซเนอร์เวดดิ้ง

เทรนด์ชุดแต่งงาน มาแรง! สำหรับเจ้าสาวยุคใหม่ไม่ยึดติดรูปแบบเดิมๆ ดีไซน์ที่บ่งบอกตัวตนอย่างมั่นใจคือความสมบูรณ์แบบที่มากเสน่ห์น่าค้นหา แพรวเวดดิ้ง ได้รวบรวม 7 คีย์ลุคสุดฮ็อตและไกด์ไลน์จากเหล่าดีไซเนอร์เวดดิ้ง ทั้งชุดแต่งงาน จิเวลรี่ จนถึงรองเท้า เพื่อเนรมิตความสวยโดดเด่นมีสไตล์จรดปลายเท้า

เจ้าสาวต้องเซฟ 7 คีย์ลุคมาแรง! เทรนด์ชุดแต่งงาน จากเหล่าดีไซเนอร์เวดดิ้ง

The Rise of Ribbons

ชุดแต่งงาน

ต้อนรับเข้าสู่โลกความดรามาติกอันน่าหลงใหลของโบและริบบิ้น ซึ่งกลายเป็นกิมมิกไฮไลต์ชูให้ชุดและแอ็กเซสซอรี่ส์ของเจ้าสาวโดดเด่นได้อย่างเหนือชั้น แม้เทรนด์นี้จะอวดโฉมประปรายอยู่ในหลายปีที่ผ่านมา แต่กระแสก็ยังไม่แรงเท่าในปี 2024 ที่พร้อมจะประกาศความเก๋ตลอดทั้งปีในดีไซน์โบใหญ่เด่นบนชุด

Short on Style

ชุดแต่งงาน

ลิตเติ้ลไวท์เดรสเป็นคีย์ลุคที่มาแรงสำหรับเจ้าสาวช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เดรสสั้นอวดเรียวขาสวยคือสไตล์สุดลงตัวในยามค่ำคืน ที่มอบความหวานซ่อนเปรี้ยวในดีเทลลูกไม้หรือขนนก จนถึงงานปักประดับลูกปัดและคริสตัลหรูหรา

Unique Headbands & Veils

ชุดแต่งงาน

แม้เครื่องประดับผมและเวลจะถูกพูดถึงในเทรนด์การแต่งตัวของเจ้าสาวมาตั้งแต่ปีก่อนๆ แต่ในปี 2024 นี้เหล่าดีไซเนอร์ต่างพร้อมใจกันขนจินตนาการเหนือชั้นมารังสรรค์ความยูนีคให้ผลงานของตัวเองแบบไม่ยอมกัน ช่วยยกระดับให้ลุคโดยรวมของเจ้าสาวดึงดูดสายตาและดูว้าวอีกหลายเท่าตัว!

Pin-Thin Straps

ชุดแต่งงาน

สายสปาเกตตี้กลายเป็นรายละเอียดสำคัญที่สร้างความเซ็กซี่แบบไม่พยายามให้ชุดเจ้าสาวได้อย่างลงตัว ในบางดีไซน์มีการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างลูกปัดหรือคริสตัล เพื่อให้การเผยผิวช่วงไหล่ของเจ้าสาวสะท้อนความหรูหราและโมเดิร์น

3D Flowers

ชุดแต่งงาน

อีกหนึ่งเทรนด์ฮ็อตสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการความยูนีคไม่ซ้ำใคร เป็นชุดที่มากับดีเทลเด่นเตะตาของการครีเอตดอกไม้แต่ละดอกในแบบ 3D ดั่งดอกไม้เสมือนจริงที่บรรจงตกแต่งไปบนแต่ละส่วนของเรือนร่าง

Mastering Maximalism

ชุดแต่งงาน

ถึงเวลากลับมาสู่โหมดงานแต่งแบบจัดเต็ม ชุดเจ้าสาวสไตล์มินิมัลได้ถูกแทนที่ด้วยสไตล์แม็กซิมัล ขนความหรูหราตระการตามาเต็มพิกัด งานปักไข่มุกและคริสตัลที่ทอประกายระยิบระยับ งานประดับดอกไม้ครีเอตมุมมองแบบสามมิติ ผ้าเลเยอร์หลายชั้นสร้างมิติให้ชุดเจ้าสาว ซึ่งทรงบอลกาวน์ (Ball Gown) เป็นชุดที่มาแรงสุด ตามด้วยทรงเมอร์เมด (Mermaid) ทรงทรัมเป็ต (Trumpet) และอื่นๆ ไม่ว่าจะเลือกชุดสไตล์ไหน นาทีนี้ไม่มีคำว่าธรรมดา

Sheer and Transparent

ชุดแต่งงาน

เนื้อผ้าบางเบาโปร่งแสง ผ้าชีทรูเล่นกับลูกไม้ และงานปักคริสตัล นำมาออกแบบและดีไซน์ชุดเจ้าสาวได้อย่างหรูหราและอ่อนหวาน แฝงไว้ด้วยดีเทลเซ็กซี่เล็กๆ นอกจากส่วนใหญ่จะเน้นตกแต่งด้านบนคอเสื้อ ตัวเสื้อ เกาะอก หรือช่วงแขนแล้ว ความฮ็อตของเทรนด์นี้ยังอยู่ที่การนำผ้าลูกไม้ซีทรูมาตัดทั้งชุด สร้างอิมแพ็กต์ให้เจ้าสาวดูมีเสน่ห์น่าค้นหา


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 1001

นาฬิกาชีวิต

ปรับไลฟ์สไตล์ให้ตรงกับ ‘นาฬิกาชีวิต’ ระบบในร่างกายที่ทำงานช่วงเวลาต่างกัน เพื่อสุขภาพที่ดี

ปรับไลฟ์สไตล์ให้ตรงกับ ‘นาฬิกาชีวิต‘ ระบบในร่างกายที่ทำงานช่วงเวลาต่างกัน เพื่อสุขภาพที่ดี

อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเรานั้น มีหน้าที่การทำงานตามเวลาที่แตกต่างกันไป เช่นเดียวกับคนเรานี่ล่ะค่ะ ที่มีตอกบัตรเข้าทำงานในเวลาที่ต่างกัน แต่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของเรามีเวลาในการทำงานที่สม่ำเสมอและแน่นอนกว่า และยังต้องรับช่วงต่อกันอย่างเป็นระบบแบบแผนด้วย ลองมาทำความเข้าใจกับเรื่องการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายกัน

ไต อวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและขับออกพร้อมกับน้ำในรูปของปัสสาวะ ไตของเราจะทำงานในช่วงเย็นๆ คือเวลา 17.00 น. – 19.00 น. เราจะช่วยไตให้ทำงานได้อย่างเต็มที่โดยการไม่กินอาหารในปริมาณมากๆ ในช่วงเวลานี้ เพราะหากเรากินอาหารในปริมาณที่มาก เลือดในร่างกายจะถูกดึงไปใช้เพื่อย่อยอาหารที่บริเวณกระเพาะ และม้าม แทนที่จะไปหล่อเลี้ยงไตที่กำลังขับของเสียออกจากร่างกาย

ถุงน้ำดี อวัยวะที่ทำหน้าที่ในการเก็บสะสมน้ำดี (bile) เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร โดยจะมีโครงสร้างที่ติดต่อกับตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ผลิตน้ำดี และลำไส้เล็กตอนต้น ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการปล่อยน้ำดีออกสู่ทางเดินอาหาร ช่วงเวลาที่หลอดเลือดแดงจะนำออกซิเจนมาเลี้ยงถุงน้ำดีเพื่อให้ถุงน้ำดีทำงานได้อย่างเต็มอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 23.00 – 01.00 น. และจะส่งต่อให้ตับรับช่วงต่อสำหรับการทำงานในช่วงเวลา 01.00 – 03.00 น. โดยในช่วงเวลานี้ร่างกายของเราควรได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่เพื่อให้ร่างกายขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปอด ต้นทางของการรับออกซิเจนโดยการหายใจ การหายใจเป็นการนำน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเซลล์เข้าสู่หลอดเลือดและเลือดจะทำหน้าที่ลำเลียงไปยังปอด จากนั้นปอดจะทำหน้าที่กรองลิ่มเลือดเล็กๆ ที่ตกตะกอนออกจากเส้นเลือดดำ การทำให้ปอดแข็งแรงนั้นต้องหมั่นออกกำลังกาย เพื่อให้ปอดขยันทำงาน และช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเพื่อให้ปอดแข็งแรงคือช่วงเช้า ประมาณ 5.00 น. และช่วงบ่ายประมาณ 15.00 – 17.00 น.

การดูแลร่างกายจากภายในไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงรู้จักช่วงเวลาในการทำงานของส่วนต่างๆ เพื่อบริหารการทำงานของระบบอวัยวะภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและห่างไกลโรค

Source: ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com
Photo: Pexels


นาฬิกาชีวิตจีน ทำอย่างไรบ้าง ?

PiXXiE

กว่าจะเป็น PiXXiE เกิร์ลกรุ๊ปสุดป็อป เบื้องหลังความสดใสเกินต้านเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

แม้จะเพิ่งเดบิวต์เมื่อปี 2564 แต่ถ้าจะบอกว่า PiXXiE คือเกิร์ลกรุ๊ปที่ป็อปสุดในยุคนี้ก็ไม่ผิด พวกเธอคือศิลปินเบอร์แรกของค่าย LIT Entertainment เจ้าของเพลง เกินต้าน ที่ครองหัวใจแฟนๆ กว่า 23 ล้านวิว แต่เบื้องหลังความสดใสของสามสาว “มาเบล – สุชาดา สอนพันธ์” , “พิมมา – พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ” และ “อิงโกะ – อินท์ปาลี โชติหิรัญธนนนท์” ที่เคยไม่มั่นใจ เสียน้ำตา วันนี้พวกเธอฟันฝ่ามาได้ด้วยความรักในเสียงเพลงและมิตรภาพ

กว่าจะเป็น PiXXiE เกิร์ลกรุ๊ปสุดป็อป เบื้องหลังความสดใสเกินต้านเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

เรื่องนี้ท้าทายสุดๆ

มาเบล : “เรื่องท้าทายสำหรับหนูคือการย้ายจากจันทบุรีมาอยู่กรุงเทพฯค่ะ หลังจากเซ็นสัญญากับค่ายก็ต้องออกจากบ้านซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องห่างแม่ เพราะหนูติดแม่มาก แต่เพราะความฝันก็ยอม ตอนนั้นมาเช่าคอนโด แม่ซัพพอร์ตให้หมดทุกอย่าง ซึ่งที่จริงทางบ้านก็ไม่ได้มีเงินมาก เพราะเราทำสวนผลไม้ หนูต้องทำลิสต์ค่าใช้จ่ายว่าใช้เงินไปกับอะไรบ้าง หรืออย่างเรื่องการเดินทางก็ลองหลากหลายมาก หนูกลัวแท็กซี่เพราะเจอข่าวไม่ดีเยอะ ก็ทั้งขึ้นวินมอเตอร์ไชค์ รถเมล์ และรถไฟฟ้าที่ชอบสุดเพราะรวดเร็ว ทุกวันนี้หนูคุ้นชินกับการอยู่ตัวคนเดียวแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ” (ยิ้ม)

พิมมา : “เรื่องยากที่สุดของพิมมาคือการปรับมายด์เชตค่ะ เมื่อก่อนเชื่อว่าตัวเองร้องเพลงไม่ได้ ไม่สามารถทำงานตรงนี้ได้แน่นอน การก้าวข้ามไปให้ได้จึงค่อนข้างท้าทาย ย้อนไปสมัยเด็กเคยเจอเหตุการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการร้องเพลง บวกกับถูกตำหนิว่าร้องเพลงไม่ได้ ทำให้ไม่เชื่อมั่นและไม่กล้าร้องเพลงออกมา ทั้งๆ ที่ชอบมาก แล้วไปทางเต้นแทน

“แต่สิ่งที่ทำให้กล้ามาออดิชั่นเพราะได้รู้จักกับพี่บอลชอน (ธนวัฒน์ น้องชายโดม – จารุวัฒน์ ผู้บริหารค่าย LIT Entertainment)  ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่คณะ (คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) เขาคงเห็นแววจึงถามว่าอยากเป็นศิลปินไหม เลยตัดสินใจไปออดิชั่นค่ะ ไม่คาดหวังว่าต้องได้ แค่อยากใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์ ซึ่งวันออดิชั่นก็ไม่มั่นใจนะคะ แต่ก็ร้องออกไป ปรากฏว่าผ่าน

“ทุกวันนี้พิมมาปลดล็อกแล้ว เราเชื่อว่าตัวเองทำได้ เพราะเพื่อนๆ พี่ๆ ในค่ายก็เชื่อในตัวเรา แล้วทำไมถึงจะไม่ให้โอกาสตัวเอง บวกกับโอกาสตรงนี้ก็ไม่ได้มาง่ายๆ มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เห็นความสามารถของตัวเองมากขึ้น และกล้าทำในสิ่งที่เคยตั้งกำแพงมาตลอด”

อิงโกะ : “ส่วนหนูเมื่อก่อนไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองเลยค่ะ เคยไปออดิชั่นมาเยอะ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะติดเรื่องรูปร่างที่ตัวเล็ก คือเราร้องเพลงได้ เต้นได้ แต่พอดูภาพรวมความตัวเล็กของเราอาจไม่เข้ากับคนอื่นๆ จึงเป็นจุดที่ทำให้หนูกังวลใจทุกครั้งไม่ว่าจะไปออดิชั่นที่ไหนก็ตาม ยิ่งเห็นใครมีรูปร่างสูงกว่า หุ่นดีกว่า ก็จะกังวลมาก จนกระทั่งมาออดิชั่นผ่านและได้เข้าวง PiXXiE หนูรู้สึกว่าเขาคงมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเราที่ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่เป็นเคมีที่เราสามคนอยู่ด้วยกันได้ หนูคิดว่าได้เข้ามาเติมเต็มเรื่องความสดใสนะคะ เพราะพี่พิมคือสาวเท่ ส่วนพี่มาเบลเป็นแนวจัดจ้าน พอมีความสดใส ภาพรวมจึงกลมกลืนขึ้น

“ถามว่าตอนนี้มั่นใจในรูปร่างตัวเองแล้วหรือยัง ก็มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะคะ เพราะออกกำลังกายเยอะขึ้น มีไอดอลเป็นพี่เบเบ้ เนื่องจากเรารูปร่างคล้ายกัน ก็พยายามทำจุดด้อยให้เป็นจุดเด่น มีกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เป็นเล็กพริกขี้หนูค่ะ” (ยิ้ม)

PiXXiE

เพื่อนแท้ซี้ปึ้ก

พิมมา : “พวกเราเจอกันครั้งแรกที่โชว์เคส ซึ่งเป็นการประเมินรายสัปดาห์ของศิลปินฝึกหัดของค่าย พิมมากับมาเบลฝึกด้วยกันอยู่ก่อนแล้ว วันนั้นได้เจออิงโกะเป็นครั้งแรก พี่ๆในค่ายพาน้องมาทำความรู้จักกับศิลปินฝึกหัดทุกคน ยอมรับว่าพิมมากับมาเบลก็เกร็งนะ เราสองคนคุยกันก่อนหน้านั้นว่าต้องคุยกับน้องเยอะๆ ไม่อยากให้น้องรู้สึกว่ามาทีหลังแล้วไม่เข้ากับคนอื่น

“ช่วงที่เราสนิทกันสุดๆ ก็คือต้องอยู่หอค่ะ โดยเฉพาะช่วงเทรนก่อนเดบิวต์ เราซ้อมหนักมาก จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน 3 คน ประมาณครึ่งปี ตัวติดกัน 24 ชั่วโมง ทั้งซ้อม กินข้าว นอน ทำทุกอย่างด้วยกันจึงสนิทกันเร็วมาก และเราไม่เคยทะเลาะกันเลย อาจเพราะทำงานด้วยกันตลอด เจอสถานการณ์เหมือนกัน เราแคร์และใส่ใจกันก่อนที่จะแคร์อย่างอื่นค่ะ ไม่ว่ามีปัญหาหรือเรื่องอะไรก็ตาม เราต้องถามความสบายใจจากเพื่อนก่อน

“ถ้าพูดถึงเรื่องประทับใจ สำหรับอิงโกะ  พิมมาประทับใจการรับฟังของเขาค่ะ น้องเป็นผู้ฟังที่ดีมาก แม้กระทั่งตอนที่เราอยากเตือนเขา  เขาก็ฟังและปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น สำหรับมาเบล พิมมาประทับใจเรื่องความพยายามและแพสชั่นการเป็นศิลปิน เพราะพิมมาไม่ได้อยากเป็นศิลปินเท่ามาเบลหรืออิงโกะ แต่มาเบลบอกว่าเมื่อได้มาอยู่ตรงนี้ควรทำให้เต็มที่ และเราก็ได้เห็นแพสชั่นเวลาที่ทั้งคู่ตั้งใจทำงาน ซึ่งช่วยส่งต่อแพสชั่นนั้นให้กับเราด้วย”

PiXXiE

อิงโกะ : ”พี่พิมมาเป็นที่ปรึกษาที่ดีมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่หนูไม่สบายใจ คำแนะนำของเขาช่วยไกด์ชีวิตได้ ส่วนพี่มาเบลมีความคิดสร้างสรรค์เยอะ คอยหาคอนเทนต์ให้วงของเรามีอะไรใหม่ๆ ตลอดเลยค่ะ”

มาเบล : “ปกติหนูจะเงียบ เวลามีอะไรจะเก็บไว้ข้างใน พอเก็บมากๆ ไม่ได้ปล่อยออกมาก็จะนั่งนิ่งๆ อยู่คนเดียว สองคนนี้จะคอยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า โอเคไหม พอโดนสะกิดก็จะพรั่งพรูออกมา ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีมาก อย่างพิมมาแข็งแกร่ง ตรงไปตรงมา เป็นที่ปรึกษาที่ดี พูดได้ว่าเป็นบุคคลที่ควรมีในชีวิตเลยค่ะ ส่วนอิงโกะจะคอยสร้างรอยยิ้มและสร้างสีสันให้กับทุกคนเสมอ”

PiXXiE

เรื่องนี้เกินต้าน

มาเบล : “ครั้งแรกที่เพลง เด็ด ของพวกเราปล่อยออกมาคือความสุขที่จะจำไปตลอด เพลงของเราได้เปิดทุกๆ สตรีมมิ่ง มีเพื่อนมาแชร์ มากดไลก์ ความรู้สึกนี้คือดีมาก”

อิงโกะ : “การได้มาเป็นศิลปินคือเรื่องที่เกินต้านจริงๆ เป็นความฝันตั้งแต่เด็ก พอได้มาทำงานตรงนี้ เราเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ และเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่ายด้วย พอมาถึงจุดที่มีแฟนๆ รู้จักก็ดีใจมาก เพราะทำให้คนรู้จักค่ายของเราไปด้วย”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 996

ภาพ : @pixxie_official

น้ำตาล-ชลิตา

เปิดเบื้องหลัง ชุด“ผีกะพระ-นาง” ของ น้ำตาล-ชลิตา ที่ใส่จนเป็นไวรัล

เปิดใจ ส้มโอ หิรัญกฤษฏิ์ เจ้าของผลงานชุด “ผีกะพระ-นาง” ของ น้ำตาล-ชลิตา ที่ใส่จนเป็นไวรัลดังในโลกออนไลน์

​กระแสแรง กระแสปัง พุ่งทะยานความนิยมยืนหนึ่งในทุกมิติของการออกอากาศ สำหรับละคร “วิญญาณแพศยา” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ล่าสุดเกิดกระแสแชร์ภาพ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ในชุด “ผีกะพระ-นาง” ที่ดูมีดีเทล มีเลเยอร์ ทำเอาแฟนละคร และชาวโซเชียลยกให้ชุดนี้เป็น “ชุดประจำชาติ ผีกะ” เลยทีเดียว แต่งานนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับชาวโซเชียล ที่ทุกคนตาถึงกันสุด ๆ เพราะชุดผีกะ-พระนาง ที่เห็นนั้น ได้รับการดีไซน์และออกแบบโดย “คุณส้มโอ หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล” คอสตูมดีไซเนอร์ ZOMO.STUDIO ที่หลายคนคงจะคุ้นชื่อ และคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี เพราะคุณส้มโอมีดีกรีไม่ธรรมดา เคยฝากผลงานในเวทีระดับสากล ด้วยการเป็นผู้เข้ารอบจากสาธารณรัฐอิตาลี เข้าร่วมการแข่งขัน AOF – Arts of Fashion Design Competition ที่เมือง Miami สหรัฐอเมริกา และได้รับรางวัลชนะเลิศ Grand Prize และในประเทศไทย คุณส้มโอได้เข้าร่วมการแข่งขันและเข้าถึงรอบไฟนอล ในรายการ The Designer Season 2 อีกทั้ง คุณส้มโอ ยังเป็น เจ้าของผลงานชนะเลิศการออกแบบชุดประจำชาติ “Tuk Tuk Thailand” ปี 2558 ที่ “แนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์” สวมใส่ และ “Jewel of Thailand” ปี 2559 ที่ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” สวมใส่ประกวดบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส จนทำแฟนนางงามประทับใจและสร้างชื่อในระดับประเทศ นั่นเอง

น้ำตาล-ชลิตา



โดย “คุณส้มโอ หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล” คอสตูมดีไซเนอร์ ZOMO.STUDIO เปิดใจถึงแนวคิดในการออกแบบถักทอ ชุดผีกะ พระนาง ในละคร วิญญาณแพศยา ว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนๆละคร วิญญาณแพศยานะครับและแฟนคลับของน้องน้ำตาลมากๆที่สนใจในชุดนี้และก็มีการพูดถึงชุดนี้เยอะมากๆ ส่วนตัวต้องขอขอบคุณคุณบอยผู้จัดละครที่ให้โอกาสได้มาร่วมงานกัน ถ้าให้พูดถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจ เริ่มแรกเลยคือปีที่แล้ว น้ำตาลติดต่อมาว่าเดี๋ยวจะมีละครเรื่องใหม่ทางช่อง 8 เป็นละครเกี่ยวกับเมืองในจินตนาการเมืองสมมุติประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆผสมผสานความเป็นล้านนา คุณบอยผู้จัดจึงอยากให้ผมช่วยออกแบบชุดให้ หลังจากที่เริ่มดูเสื้อผ้าฟิตติ้งต่างๆได้เห็นว่ามีการใช้เสื้อผ้าเครื่องประดับหลายจังหวัดในภาคเหนือ ทำให้เกิดเป็นโจทย์ว่า จะทำชุดอะไรออกมาดี แต่จากที่ปรึกษาคุณบอย ก็มีการพูดคุยว่าไม่ได้อยากให้เน้นว่าเป็นชุดของภาคไหนเป็นพิเศษ แต่ให้มองหาชุดที่เป็นกลาง สื่อสารความเป็นวิญญาณสาวที่เซ็กซี่เย้ายวน พร้อมล้างแค้น มายั่วยวนผู้ชาย แต่เรานั้นก็ยังอยากให้มีกลิ่นอายความเป็นภาคเหนือเลยทำการสั่งทอผ้าขึ้นมาใหม่ของจังหวัดน่าน เรียกว่าผ้าคำเคิบ ลักษณะเป็นผ้าทอสอดดิ้น ซึ่งเป็นผ้าซิ่นผืนหนึ่งเลย ตอนแรกอยากใช้ทั้งผืนเลยนะ แต่ออกแบบไปมาเลยนำเฉพาะส่วนที่เป็นผ้าซิ่นป้อง ที่เป็นช่วงตัวซิ่นมาใช้ในการทำบางส่วนของชุดต้นแบบ ดีไซด์ แนวคิดการออกแบบครั้งนี้ เรานึกถึงภาพผีสาวที่มีความสวยยั่วยวนผู้ชาย เราเลยนึกถึงภาพ หวังจู่เสียน จากภาพยนตร์โปเยโปโลเย ซึ่งเป็นภาพยนตร์สมัยเด็กที่เราชอบมากจนถึงทุกวันนี้ ทุกครั้งที่หวังจู่เสียน เหาะหรือบินออกมาชุดเขาจะปลิวสวยงามและมีการใช้ผ้าเป็นเส้นๆในการต่อสู้ด้วย รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่อยากหยิบมาใช้ และเป็นแรงบันดาลใจ พออออกแบบชุดให้น้ำตาลเลยหยิบเอาผ้าชีฟองให้ดูมีความเป็นเส้นๆจะเห็นว่าช่วงกระโปรงที่ต่อมาจนถึงแขนจะดูมีความพลิ้ว สามารถปลิวลมได้ และส่วนผ้าคำเคิบที่ทอมาก็จะเอามาใช้ทำเกาะอกเลียนแบบลักษณะของการนุ่งผ้าของสาวชาวเหนือเหมือนเอาผ้ามาผูกมาพันที่หน้าอก รวมถึงกางเกงก็ใช้คือผ้าคำเคิบด้วย และก็ยังไปเจอริบบิ้นที่มีความคล้ายกับผ้าลุนตยา เลยหยิบมารวมประติดประต่อกัน ส่วนโครงสร้างของชุดเราได้นึกถึงความเป็นควีนเลยมองถึงความเป็นกรีก-โรมันโบราณ ผสมกับความเป็นล้านนาที่อาจจะหาดูได้ยาก โดยความยากของชุดนี้ตอนที่ออกแบบไม่ยากเท่าไรเพราะเราปักหมุดแล้วจะออกมาเป็นรูปแบบไหน แต่สิ่งที่ยากคือ ตอนที่คิดว่าเราจะทำยังไง เมื่อยังไม่มีใครเห็นชุดนี้ แต่ให้คนที่ได้เห็นตั้งแต่แรก ต้องรู้สึกว่าดูโดดเด่นเป็นที่จดจำไม่แพ้ชุดหลักก็คือชุดเกาะอกที่เป็นกระเปาะลัดหน้าอกสีทอง ซึ่งก็เป็นภาพจำของLGBTQ+ทั่วประเทศ เพราะมันโดดเด่นและมีความสวยมาก ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากว่าจะทำยังไงให้ดูโดดเด่นไม่แพ้กัน และตอนนี้ออกอากาศไป ผลตอบรับดีมากๆ รู้สึกดีใจมากๆที่ชุดได้ฟีดแบ็กที่ดีขนาดนี้ และน้ำตาลเองก็ช่วยทำให้ชุดนี้ออกมาลงตัวสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วยครับ

เรียกว่า เป็นชุด ผีกะพระ-นาง ในละครวิญญาณแพศยา ที่ถือว่าเป็นอีกชุดหนึ่งที่งดงาม ทรงคุณค่า และมีดีเทลที่ลึกล้ำ และน่าภาคภูมิใจในฝีมือของดีไซน์เนอร์คนไทยจริง ๆ สามารถติดตามชม ละคร วิญญาณแพศยา ทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ช่อง 8 กดเลข 27 และรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID

ส่องธุรกิจสกินแคร์น้องใหม่ One Of™ ของโอ๊ต- พิทักษ์ สภาธรรม

หลายคนรู้จัก โอ๊ต-พิทักษ์ สภาธรรม จากบทบาทสถาปนิกทางการเงิน จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเขาได้เปิดตัวธุรกิจสกินแคร์แบรนด์ใหม่ One Of ชูจุดเด่นด้วยการนำสารสกัดจากสมุนไพรไทยที่ได้รับการวิจัยมาหลายปีเป็นส่วนผสมหลัก

ไม่ว่าจะเป็นงานที่ปรึกษาทางการเงิน หรือธุรกิจสกินแคร์ สำหรับผมคิดว่าพื้นฐานการทำงานไม่ต่าง เพราะเราทำทั้งคู่ด้วยการเจาะลึกถึงข้อมูลบวกกับแพชชั่น ผมอาจจะโชคดีที่ไม่ได้ทำงานประจำ เราจึงสามารถปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามใจ”

ส่องธุรกิจสกินแคร์น้องใหม่ One Of™ ของโอ๊ต- พิทักษ์ สภาธรรม

My Routine

ก่อนจะเข้าเรื่องธุรกิจ สิ่งที่หลายคนคงสนใจไม่น้อยก็คือ เขามีทริคดูแลตัวเองอย่างไร ถึงยังดูสดใสในวัย 40s ได้ขนาดนี้

“เริ่มจากเรื่องการกิน อาหารที่ดีที่สุดคือกินให้ครบ 5 หมู่ ผมไม่ใช่สายคลีน แต่ก็ดูแลตัวเองด้วยการกินวิตามินเสริม เพราะมีช่วงนึงที่ภูมิต้านทานตก ทำงานเยอะ พักผ่อนน้อย หมอให้ตรวจร่างกายพบว่าขาดวิตามินหลายอย่าง อาทิ วิตามินดี เพราะทำงานในออฟฟิศไม่ค่อยได้ออกแดด หมอก็แนะนำให้กินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและเสริมกระดูกให้แข็งแรง ส่วนหลักการกินอาหารก็พอรู้มาบ้าง เคยอ่านเจอว่า ไม่ควรกินห่างกัน 6 ชั่วโมงต่อมื้อ ไม่อย่างนั้นระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานเพี้ยน นอกจากนี้ผมไม่ทำ Fasting และ IF เลย เพราะการทำฟาสติ้งไม่เหมาะกับการสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนการออกกำลังกายก็สำคัญ ผมเน้นสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าเล่นคาร์ดิโอ ปกติจะออกกำลังกายวันเว้นวัน เฉลี่ยแล้ว 3 วันต่ออาทิตย์ ครั้งละ 1 ชั่วโมง ถ้าเป็นไปได้ การได้เดินลู่วิ่งช่วงเช้าเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก ถือเป็นโอกาสทองในการเบิร์นแฟตครับ

“สำหรับการดูแลผิว ผิวผมแพ้ง่ายมาก จนกระทั่งมาทำแบรนด์ One Of™ ของตัวเอง เราก็ใช้ครีมตัวนี้เป็นหลักในตอนกลางคืน ส่วนตอนเช้าทามอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไป ตบท้ายด้วยครีมกันแดด ซึ่งเพิ่งเริ่มมาใช้ครีมกันแดดตอนอายุ 40 นิดๆ ที่ผ่านมาไม่เคยสนใจเลย จนเพื่อนมาเตือนว่าครีมกันแดดสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยปกป้องผิวมลภาวะ ไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร”

จุดเริ่มต้นของ One Of

“เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ผมเคยมีความฝันว่าอยากทำธุรกิจของตัวเอง จนมาเจอว่าอยากทำสกินแคร์ จะบอกว่าการทำธุรกิจนี้ตอบโจทย์ตัวเองก็ได้ อย่างที่ผมเกริ่นไปว่าผิวแพ้ง่ายมาก ใช้เคาน์เตอร์แบรนด์มาเยอะ แต่ก็ยังไม่เจอตัวที่ตอบโจทย์จริงๆ เคยเข้าคลินิก โดนเข็มจิ้มมาแล้วครับ แต่ทำแค่ครั้งเดียวก็รู้สึกว่าพอแล้ว เพราะเจ็บ (หัวเราะ) ผมแค่อยากรักษาผิวหน้าไม่ให้แก่เท่าวัย ให้ผิวสุขภาพอยู่กับเราไปนานๆ ผมถึงเริ่มศึกษาการทำสกินแคร์

“แต่ก็คิดในใจว่า ถ้าจะทำสกินแคร์ สารสกัดที่ใช้ควรผ่านงานวิจัยมานานจนพิสูจน์ได้ว่าน่าเชื่อถือ และที่สำคัญคือต้องอ่อนโยนต่อผิว ผมได้เข้าไปคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่ทำโรงงานรับผลิตทำครีม เขามีงานวิจัยมาให้เราศึกษามากมาย โจทย์ของผมคืออยากทำแบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทย ใช้สารสกัดงานวิจัยไทย ผนวกกับสารสกัดงานวิจัยระดับโลก สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย บรรเทาปัญหาสิว ผิวหมองคล้ำ และชะลอริ้วรอยก่อนวัย ที่สำคัญต้องเนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายเหมาะกับผิวชาวเอเชีย และในที่สุด ผมก็ได้เจอกับ 2 สารสกัดจากงานวิจัยที่ตัวเองรู้สึกว่าค่อนข้างตอบโจทย์การแก้ปัญหาผิว”

แก่นมะหาด + เปลืองมังคุด ผนึกกำลังบำรุงผิว

“สารสกัดแรกคือ แก่นมะหาดครับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นมะหาด เป็นต้นไม้ที่มีในไทยนี่แหละ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Dihydro Oxyresveratrol มีผลการวิจัยจากจุฬาลงกรณ์ฯ ออกมารับรองว่าประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซี ค่อนข้างเสถียร และช่วยปรับผิวให้แลดูกระจ่างใสยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว

 “สองคือ สารสกัดจากเปลือกมังคุด หรือ สารสกัด Purified Xanthone™ ที่ได้รับการพัฒนาและวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มานานนับ 10 ปี มีคุณสมบัติช่วยลดต้นเหตุของการเกิดสิว ลดการอักเสบ ฟื้นฟูคอลลาเจนรวมถึงความยืดหยุ่นของผิว

“นอกจากนี้เรายังมีสารสกัดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Hydrosal Fresh Cool ที่ช่วยปลอบประโลมผิวที่เกิดจากความเครียดและการเจอมลภาวะ, Bakuchiol มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับเรตินอล มีผลงานวิจัยออกมาว่าช่วยลดเลือนริ้วรอย แต่ระคายเคืองน้อยกว่า รวมทั้งยังมี Aillium Cepa เป็นสารสกัดจากเปลือกหัวหอมจากญี่ปุ่น มีคุณสมบัติช่วยป้องกันจุดด่างดำและริ้วรอย และ Actosome Centella ที่เป็นสารสกัดที่ช่วยต้านการอักเสบและริ้วรอย

“สำหรับกระบวนการทำงาน ด้วยความที่ผมทำงานเกี่ยวกับการเงินมาก่อนยึดคติว่า จะทำอะไรสักอย่างต้องลงลึก ศึกษาจริงจัง ผมอ่านงานวิจัยทางเปเปอร์ภาษาอังกฤษและภาษาไทยทั้งที่ไม่ได้เรียนจบเคมี แต่อ่านเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังจะทำ สามารถตอบข้อสงสัยของตัวเองหรือคนอื่นได้ ซึ่งผมใช้เวลาศึกษาและให้ทีมแล็ปพัฒนาสูตรต่างๆ กว่า 1 ปี ถึงจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ที่ใช้เวลานานขนาดนี้ เพราะไม่อยากได้แค่ผลลัพธ์ระยะสั้น แต่อยากให้เห็นผลในระยะยาว”

ผิวอ่อนแอมีอยู่จริง

“พอมาทำแบรนด์ของตัวเอง ผมถึงได้รู้ว่าปัญหาหลักที่ทำให้ผิวของเราเกิดสิว ริ้วรอย แห้ง แพ้ง่าย ส่วนหนึ่งมาจากอาการผิวเครียดและอ่อนแอ ซึ่งเกิดจากจากฮอร์โมนไม่สมดุล ร่างกายทำงานหนักเกินไป โดนแสงแดดเยอะ พักผ่อนน้อย ภูมิต้านทานตก และโดยเฉพาะความเครียด ที่ส่งผลต่อผิวโดยตรง สำหรับผมการแก้ปัญหาให้ถูกจุดคือต้องแก้ที่ต้นเหตุ นั่นคือ บำรุง ฟื้นฟูและสร้างเกราะให้ผิวแข็งแรง ปลอบประโลมผิวที่เครียดเกินไปให้ทันในแต่ละวันที่จะต้องออกไปเผชิญกับมลภาวะอีก

“One Of™ คือ All in One Night Skincare หรือไนท์ครีม ผมแนะนำว่าใช้เป็นมาส์กก็ได้ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะช่วยเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรง แลดูกระจ่างใส ชุ่มชื่น และช่วยปรับผิวให้แลดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น สำหรับตอนเช้า ผมแนะนำว่าให้มาส์กทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออก แล้วทาครีมกันแดดตามครับ”

โปรดักส์รักษ์โลก

“เทรนด์ใหม่ของสกินแคร์ตอนนี้คือ Clean beauty หรือสกินแคร์รักษ์โลก ซึ่งคือจุดยืนของผม เป็นความตั้งใจแล้วว่าจะสร้างสกินแคร์ 1 ชิ้นที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลายๆ อย่าง  ไม่ต้องใช้หลายขั้นตอน เราเป็น Vegan Friendly ไม่มีส่วนผสมและการทดลองในสัตว์ ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจาก Dermscan Asia ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานเดียวกับเคาเตอร์แบรนด์ เราไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย ไม่ใส่น้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีซิลิโคน รวมถึงไม่ใส่สารแต่งสี และที่สำคัญคือเราได้รับการรับรองจากอย. เพราะฉะนั้นโปรดักส์ของเราจึงค่อนข้างอ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว สามารถทารอบดวงตาได้เลย ใช้ได้ทุกวัน คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรก็สามารถใช้ได้เช่นกันครับ

“หากสนใจสามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดได้ใน one of-th ได้ในทุกช่องทางครับ”


ไม่ว่าใครก็ถือ! ซูมอิน Peekaboo ของเซเลบริตี้ในโชว์โอต์ กูตูร์จาก Fendi

ดาวเด่นโอต์ กูตูร์ Fendi ขอยกให้ Peekaboo กระเป๋ารุ่นไอคอนิคที่เหล่าเซเลบริตี้ทั่วมุมโลกเลือกถือมาชมแฟชั่นโชว์

เมื่อไม่นานมานี้ Fendi จัดแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นโอต์ กูตูร์ Spring/Summer 2024 ที่ได้เชิญเหล่าเซเลบริตี้จากทั่วมุมโลกมากมายมาร่วมงานนำทัพโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์จากเกาหลีใต้อย่างนักแสดง ‘ซงฮเยคโย’ และศิลปินสุดฮ็อตอย่าง ‘มินะ Twice’ รวมถึงคนดังของประเทศไทยเองก็มี ‘ชมพู่ อารยา’ ที่ได้รับเชิญให้ไปชมโชว์ครั้งนี้ด้วย

จากการสอดส่องตาเหล่าเซเบริตี้ที่ไปร่วมงานตาตัวดีก็สังเกตเห็นว่าไม่ว่าใครก็ต้องถือไอเท็มไอคอนิคอย่างกระเป๋า Peekaboo ที่แต่ละคนต่างแมตช์สีสันมาให้เข้ากับลุคของตัวเอง โดยเป็นเอกลักษณ์ในเวอร์ชั่นทันสมัยของ Silvia Venturini Fendi ที่ใครๆ ก็ต้องรู้จักกับดีไซน์มินิมอล และใช้งานได้ในหลายฟังก์ชั่นไม่ว่าจะถือหรือสะพายก็ตาม ทั้งนี้ความพิเศษยังมาพร้อมกับหนัง สี และลวดลายพิเศษที่จะถูกครีเอทออกมาเรื่อยๆ ในคอลเล็คชั่นต่างๆ รับรองว่าไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ เห็นแบบนี้ไม่ใช่มีแค่ 3 คนที่ถือนะคะ ยังมีคนดังอีกมากมายที่เลือกถือกระเป๋าใบนี้เช่นกัน บอกแล้วว่าเป็นรุ่นที่ฮ็อตจริงๆ


รูปภาพ: Fendi

นาอินอู

เพื่อนร่วมงานเผยนิสัยแท้จริงของ นาอินอู พระเอกเกาหลีผู้ถ่อมตน

ถือเป็นหนุ่มฮ็อตที่กำลังกุมหัวใจของสาวๆ หลายคนเลยทีเดียวสำหรับ นาอินอู พระเอกเกาหลี (Na In Woo) จากซีรีส์ Marry My Husband ที่บอกเลยว่าเส้นทางชีวิตกว่าจะเป็นที่รู้จักอย่างในตอนนี้ไม่ง่ายเลย วันนี้แพรวจึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับตัวตนของเขาให้มากขึ้นกันค่ะ

นาอินอูมีชื่อจริงๆ ว่า นาจงชาน เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ.1994 เกิดที่ ควังจู ประเทศเกาหลีใต้ จบการศึกษา สาขาศิลปะการแสดง จากมหาวิทยาลัยดันกุก

นาอินอู

แรกเริ่มเดิมทีอินอูมีความฝันอยากจะเป็นศิลปินเคป๊อป เขาถูกทาบทามจากแมวมองและได้ได้เข้าร่วมออดิชั่นกับค่าย SM Entertainment และ JYP Entertainment จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นเด็กฝึกของค่าย JYP โดยเพื่อนศิลปินที่เคยร่วมฝึกกับเขามาคือ จินยอง และ แจบอม วง GOT7 รวมถึง จองยอน วง TWICE อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาเขาได้กลายเป็นนักแสดงและนายแบบภายใต้สังกัด CUBE Entertainment ปัจจุบันเป็นนักแสดงอิสระ (25 มกราคม 2567)

หลังจาากฝึกมาได้พอสมควรเขาก็ได้เริ่มเริ่มต้นจากการแสดงละครเวทีในปี 2013 ก่อนที่จะเริ่มงานแสดงทางโทรทัศน์ และภาพยนตร์ ในปี 2015 ในเรื่อง Twenty ร่วมกับ คิมอูบิน, อีจุนโฮ 2PM, คังฮานึล นอกจากนี้ยังมีผลงานซีรีส์เรื่องแรกคือ Shine or Go Crazy ที่นำแสดงโดย จางฮยอก, โอยอนซอ, อีฮานี

แต่ที่กลายเป็นที่พูดถึงและถูกจับตามองมากๆ ก็คือการที่เขาได้รับเลือกให้แสดงในซีรีส์ River Where the Moon Rises แทนนักแสดงหนุ่มจีซู แม้หลายคนจะบอกว่าเป็นส้มหล่นแต่เขาก็ได้แสดงความสามารถทางด้านการแสดงออกมาได้อย่างดี จนได้มีผลงานดังๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงล่าสุด Marry My Husband ที่บอกเลยว่าตกแฟนๆ เข้าด้อมได้เป็นขโยง

นาอินอู

อย่างไรก็ตามนอกจากความหล่อและฝีไม้ลายมือการแสดงแล้ว หนุ่มคนนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักและเฟรนด์ลี่เหมือนกับชื่อของเขา อินอู ที่แปลว่า เป็นมิตร

ครั้งหนึ่งอดีตสไตล์ลิสต์ของเขาได้เล่าความประทับใจและชื่นชมนักแสดงหนุ่มออกมาด้วยความจริงใจ “ฉันมักทำผิดเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่อินอูโอปป้ามักปลอบใจฉันเสมอว่าไม่เป็นอะไร เวลาอยู่ในรถฉันมักนอนกรนแต่เขาไม่เคยปลุกฉัน เขามักจะเตือนฉันให้ทานข้าวให้จตรงเวลา แต่เขากลับไม่ตรงเวลาเลย ฉันอยากให้เขาดังเป็นพลุแตก และประสบความสำเร็จมากๆในฐานะนักแสดงนาอินอู แต่ในฐานะนาจงซานเขาเป็นมนุษย์ที่น่าเคารพยิ่งกว่า”

มูลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นผนึกพันธมิตร โครงการคาซ่าเฮอร์บาไลฟ์

ลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (HNF) องค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนาชีวิตของเด็กและชุมชนทั่วโลก เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดพิธีมอบเงินสนับสนุนประจำปีมูลค่า 1,273,093 บาท ให้กับ มูลนิธิ 3 แห่งในประเทศไทย ที่เป็นพันธมิตรโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ ได้แก่ มูลนิธิเด็ก. มูลนิธิบ้านนกขมิ้น และมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก จัดขึ้นร่วมกับ เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทผู้นำด้านโภชนาการและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก เพื่อช่วยปรับปรุงโภชนาการของเด็กๆ ที่อยู่ภายใต้โครงการคาซ่า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ของเฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทย

นอกเหนือจากโครงการคาซ่าเฮอร์บาไลฟ์แล้ว มูลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ยังได้แนะนำความรู้ ปลูกฝังการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและนิสัยการใช้ชีวิตประจำวันที่กระฉับกระเฉงให้แก่เด็ก

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการปรับปรุงชีวิตของเด็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือนับตั้งแต่เปิดตัวโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ ในประเทศไทยในปี 2549 ด้วยการสนับสนุนอย่างดีจากผู้จัดจำหน่ายและพนักงานของเรา เราจะยังคงจัดหาโภชนาการและการศึกษาที่เหมาะสมซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพของเด็กและชุมชนต่อไป” โชบี แอน คิง รองประธานเฮอร์บาไลฟ์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ทีมแทงโปโล คว้าแชมป์โปโลการกุศล “บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2024”

จบไปแล้วอย่างสวยงามสมกับเป็นการแข่งขันที่คนรักกีฬาขี่ม้าโปโลรอคอย สำหรับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศล รายการ “บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2024” (B.Grimm Thai Polo Open 2024) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บี.กริม รอบชิงชนะเลิศเพื่อหาแชมป์ประจำปี 2567 ซึ่ง บี.กริม นำโดย ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนางนันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าประเทศไทย จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยรอบชิงชนะเลิศนั้นจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

การแข่งขันขี่ม้า บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2024 ถือเป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลเปิดฤดูกาล ชั้นนำของเอเชียซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมี ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย นำทัพจัดงานท่ามกลางธรรมชาติบนสนามแข่งม้าที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้มีทีมโปโลฝีมือระดับเอเชียที่ผ่านเข้ารอบ สำหรับ 4 ทีมสุดท้ายได้แก่ 1. ทีมเจ้าภาพ ไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย 2. ทีม 22 BR จากประเทศ ฮ่องกง 3. ทีมฟาสท์ ฟิช FAST FISH จากสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 4. ทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นเพื่อเก็บคะแนนในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีม แทง โปโล (TANG POLO) และไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย ปรากฏว่าทีม แทง โปโล (TANG POLO) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้คว้าแชมป์ คว้าถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง
นอกจากเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขันระดับนานาชาติเพื่อแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานฯ แล้วนั้น ยังเป็นการจัดงานเพื่อหารายได้เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ในงานยังได้จัดกิจกรรมและซุ้มการกุศลต่างๆ โดยมีบรรดาแขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ใจบุญของเมืองไทย ที่พร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมและชมการแข่งขันกันอย่างคึกคัก

GUERLAIN PARURE GOLD 24K ไพรเมอร์ละอองทองคำ 24 กะรัต

GUERLAIN PARURE GOLD 24K ไพรเมอร์ละอองทองคำ 24 กะรัต ออกสองสูตรใหม่ขับทุกโทนผิวสวยออร่าจับ

ลองยัง! Guerlain (เกอร์แลง) ปล่อย PARURE GOLD 24K ออกมาสองสูตรใหม่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ได้แก่ พิงค์โกลด์ (Pink Gold) และ ไวท์โกลด์ (White Gold) เป็นไพรเมอร์ผสมละอองทองคำบริสุทธิ์ 24 กะรัตลอยตัวท่ามกลางเนื้อเจลโปร่งใส มอบสัมผัสบางเบาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผิว โดยใช้สำหรับก่อนลงเมคอัพ ช่วยให้รองพื้นเซ็ตตัวได้แนบสนิทติดผิวยาวนาน 24 ชั่วโมง ผิวต้องแสงเป็นประกาย สะท้อนแสงตกกระทบได้ดียิ่งขึ้น

โดย GUERLAIN ได้ศึกษาเจาะลึกในเรื่องของ “โทนสีผิว” และ “ลักษณะทางสภาพพื้นผิว” จนเข้าใจถึงการทำปฏิกิริยาระหว่าง “แสง” กับ “สภาพผิวแต่ละประเภท” และได้นำเสนอในงานสัมมนานักเคมีเครื่องสำอางสากล INTERNATIONAL FEDERATION OF SOCIETIES OF COSMETIC CHEMISTS CONGRESS ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2022 จนได้นำแรงบันดาลใจจาก “วงล้อสี” อันประกอบขึ้นจาก “ลำดับเฉดสี” ที่มีทั้งทฤษฎี ‘สีเติมเต็ม’ และ ‘สีตรงข้าม’ พบว่า ผิวแต่ละโทนจะมีลักษณะปรากฏที่แตกต่างกันไป ไพรเมอร์ PARURE GOLD 24K สูตรผสมประกายทองคำ 24 กะรัตแต่ละเฉดจึงได้พัฒนาขึ้นโดยอาศัย “กลไกการหักล้างค่าสีที่มีอยู่ในแสงสะท้อน” สู่ “การมองเห็นด้วยสายตาตามหลักทฤษฎีสี” จนได้เป็นไพรเมอร์ PARURE GOLD 24K 3 สูตรที่ใช้ทองคำต่างเฉดสี ได้แก่ สูตร Yellow Gold สำหรับผิวโทนสีกลาง (Neutral)หรือ เนื้อผิวโทนชมพูอมเหลือง และสองสูตรใหม่ คือ สูตร White Gold สำหรับผิวโทนสีเย็น (Cool)หรือ เนื้อผิวโทนชมพูที่มักปรากฏรอยแดงบนผิวได้ง่าย และ สูตร Pink Gold สำหรับผิวโทนสีอบอุ่น (Warm) หรือ เนื้อผิวโทนเหลืองไปจนถึงสีน้ำผึ้ง โดยแต่ละสูตรเมื่อใช้กับโทนผิวแต่ละประเภทที่มีสีและสภาพผิวที่แตกต่างกันจะปรากฏเป็นผลลัพธ์ของผิวพรรณที่แลดูเปล่งปลั่ง เป็นประกาย สว่างกระจ่างใส

นอกจากความพิเศษของ ‘ละอองทองคำ 24 กะรัต’ ที่นำความแตกต่างของโทนสีผิวมาพัฒนาเป็น PARURE GOLD 24K สามสูตรที่ใช้ทองคำต่างเฉดสีมาช่วยสะท้อนความกระจ่างใส ไพรเมอร์ทั้งสามสูตรยังมีอีกหนึ่งความลับที่เหมือนกัน นั่นก็คือ การพัฒนาสูตรส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติในปริมาณสัดส่วนสูงถึง 98% อันได้แก่ กรดไฮยาลูรอนิก, ไกลคอล, ออสโมไลต์ และ สารสกัดจากดอกซากุระ ที่ต่างผสานพลังในการมอบความชุ่มชื่น ฟื้นบำรุงสภาพผิวในทุกครั้งที่ใช้ และยังช่วยในด้านเมคอัพให้ลงรองพื้นได้ง่ายดาย ผิวจะแลดูเรียบเนียนเปล่งประกายความสดใสขึ้น และยังช่วยให้เนื้อสีของรองพื้นติดทนนานท่ามกลางความชุ่มชื่นหล่อเลี้ยงต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง

Photo: Courtesy of Brand


7 เทรนด์กินดีมีสุขปี 2024 เน้นคุณภาพ-ทำอาหารเอง-กินอย่างยั่งยืน

7 เทรนด์กินดีมีสุขปี 2024 เน้นคุณภาพ-ทำอาหารเอง-กินอย่างยั่งยืน

ต้อนรับปีมังกรทองด้วยการดูแลสุขภาพด้วยไลฟ์สไตล์แบบวิถีใหม่ ทั้งพฤติกรรมการกินอาหาร ออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพ พร้อมเผยศาสตร์นวัตกรรมอาหารและสุขภาพ จากผลสำรวจของ Euromonitor ในปีที่ 2023 ที่ผ่านมา พบว่าคนไทยวัยทำงานยุคหลังโควิด มีการใช้ชีวิตอยู่แบบประจำที่มากขึ้น เช่น การนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและอาการเจ็บป่วย เมื่อไม่ได้ขยับร่างกายจึงส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมากยิ่งขึ้น หลายคนพยายามปรับไลฟ์สไตล์ด้านอาหารการกิน หรือแม้แต่การออกกำลังกาย แต่ก็ทำได้ยากเพราะพบกับข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง ขาดทักษะทำอาหาร โดยพบว่าคนไทย 1 ใน 4 กำลังควบคุมอาหาร 65% ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และ 41% ใส่ใจในเรื่องฉลากโภชนาการบนสินค้า เมื่อจะซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภค 65% รู้สึกว่าสามารถสร้างความแตกต่างให้กับโลกด้วยทางเลือกและพฤติกรรมของพวกเขาได้

นอกจากนี้ คนไทยยังจัดสรรเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น โดย 66% นิยมออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งที่บ้าน ออนไลน์ หรือฟิตเนส 58% บริโภคอาหารเสริมหรือวิตามินเพื่อสุขภาพเป็นประจำ และยังนิยมใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในการติดตามและวัดผลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังให้ความสำคัญด้านสุขภาพจิตมากขึ้น แม้หลายคนอาจเห็นว่า การปรับไลฟ์สไตล์ด้านอาหารที่ดีที่สุด คือการทำอาหารกินเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่ทำให้การทำอาหารกินเองเป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่มีเวลาออกไปซื้อของและเข้าครัว รวมถึงขาดทักษะการทำอาหาร

เผย 7 เทรนด์กินดีมีสุขปี 2024

  1. กินดี อร่อย เน้นคุณภาพ ผู้บริโภคยุคใหม่จะใส่ใจกับส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เน้นการควบคุมอาหารที่กินในแต่ละวันเพื่อควบคุมน้ำหนักและสารอาหารที่เหมาะสม เช่น การลดหวาน มัน เค็ม หรือลดโซเดียมเพื่อสุขภาพที่ดี แต่ยังคงความอร่อย ผู้บริโภคยังยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับซื้ออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยจะซื้อสินค้ากับร้านค้าและแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ
  2. ใส่ใจฉลากโภชนาการ อ่านส่วนผสมและคุณค่าทางโภชนาการ ที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้กินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่นิยมการออกกำลังกายมากขึ้น จึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้พลังงานและบำรุงร่างกาย เมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ผู้คนจึงให้ความใส่ใจกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและข้อต่อมากยิ่งขึ้น
  4. ทำอาหาร เครื่องดื่มกินเอง คนไทยจะนิยมทำอาหารกินเองที่บ้านมากขึ้น เนื่องจากคุ้นชินจากช่วงโควิด นอกจากนี้ การทำอาหารกินเองยังตอบอินไซต์คนไทยที่ใส่ใจกับส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยใช้เครื่องปรุงรสช่วยเพิ่มรสชาติหรือลดขั้นตอนในการทำอาหารให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เทรนด์การชงกาแฟทานเองที่บ้าน (home café) ก็มาแรงในกลุ่มคอกาแฟ ช่วยให้ครีเอทเมนูโดนใจได้หลากหลายรสชาติ
  5. อาหารสายกรีน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคยุคใหม่จะเห็นความสำคัญของการบริโภคที่รักษ์โลกมากขึ้น เช่น ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยหันมาสนใจกินอาหารหรือทำอาหารที่มีวัตถุดิบจากพืช (plant-base foods) มากขึ้น ซื้ออาหารที่มีแหล่งผลิตหรือเป็นสินค้าท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อลดการเกิด carbon footprints และยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอาหาร ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และอยากสนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน
  6. ใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพกายใจ ใช้อุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพมากขึ้น เช่น smart watch ในการประมวลผลการดูแลสุขภาพ ใช้ AI ในการวิเคราะห์การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล และยังมีการใช้แอปพลิเคชันสุขภาพมากขึ้น เช่น วิเคราะห์พฤติกรรมการกินอาหารและคำนวณแคลอรี่ แอปคำนวณการดื่มน้ำ เครื่องช่วยนอนหลับ หรือการปรึกษาสุขภาพออนไลน์ (tele-medicine)
  7. มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกายมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่บ้าน และเห็นได้ชัดจากงานแข่งวิ่งที่เป็นเทรนด์ฮิตมากในช่วง 1-2 ปีนี้ อีกทั้งยังมีการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต โดยให้รางวัลตัวเองด้วยการไปนวด ทำสปา เข้ารับคำปรึกษาหรือการบำบัด เพื่อความเป็นอยู่ดีที่ขึ้น

Source: อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ผู้บุกเบิกในการค้นคว้าศาสตร์แห่งกรดอะมิโน โดยพัฒนาองค์ความรู้และค้นพบนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมความอยู่ดีมีสุข
Photo: Pexels


กูรูสุขภาพระดับโลก แนะทางห่างไกลมะเร็ง ด้วยการสร้างสมดุลให้ร่างกาย และกลับคืนสู่วิถีชีวิตธรรมชาติ

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) คาดการณ์ว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 70% ภายในปี 2030 โดยภูมิภาคเอเชียเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง Oasis Healing Asia หรือOHA ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้นำแนวทางการรักษาที่พิสูจน์ผลแล้วจากศูนย์รักษาโรคมะเร็งที่ดำเนินมาเกือบ 20 ปีและมีชื่อเสียงระดับโลกจากสหรัฐอเมริกามาสู่เอเชีย รวมถึงคิดค้นพัฒนาแนวทางการฟื้นฟู และการหยุดมะเร็งแบบผสมผสาน เพื่อมุ่งรับมือกับวิกฤติโรคมะเร็งที่จะส่งผลต่อประชากรกว่า 3.5 พันล้านคนในอนาคตทั้งในประเทศไทยไทยและทั่วภูมิภาคเอเชีย

ด้วยแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ที่อ่อนโยนและทรงประสิทธิภาพ ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านมะเร็งยาวนานกว่า 38 ปีของ นายแพทย์โทมัส โลดี้ (Dr. Thomas Lodi, MD, MD(H)) ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งแบบองค์รวมระดับโลก แพทย์ผู้ปฏิวัติวงการมะเร็งด้วยปรัชญา “หยุดสร้างมะเร็ง” ได้แชร์มุมมองใหม่ว่า ในขณะที่การรักษามะเร็งในปัจจุบันของโลกการแพทย์ต่างมุ่งเน้นไปที่ “การต่อสู้โรค” ทว่าเขากลับมองว่า “โรค” ไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย บอกเล่าถึงความเสียสมดุลภายในที่เกิดจากการละเมิดกฎธรรมชาติ จากชีวิตที่หลีกห่างจากอาหารตามธรรมชาติ ขาดการออกกำลังกาย นอนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม ล้วนส่งผลต่อการทำงานของร่างกายและจิตใจนั่นเอง โดยยืนยันว่า การฟื้นฟูสุขภาพมิใช่แค่การกำจัดโรค แต่อยู่ที่การสร้างสมดุลให้ร่างกาย กลับคืนสู่วิถีชีวิตที่สอดคล้องกับกฎธรรมชาติ เหมือนกับต้นไม้ที่เจริญเติบงดงามได้เมื่อได้รับแสงแดด น้ำ และดินอย่างพอเหมาะ การเลือกอาหารที่สะอาด ปรุงอย่างเรียบง่าย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ จัดการความเครียด จะกลายเป็น “ยา” อันทรงพลัง

ปรัชญาของเราคือการเคารพกฎแห่งชีวิตและอาศัยพลังธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในการรักษา ร่างกายมีความสามารถในการรักษาตัวเองโดยกำเนิด และเป้าหมายของเราคือการช่วยพัฒนาศักยภาพนี้ผ่านความสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ” ดร.โทมัส โลดี้ กล่าว

คุณวศิน ดลรึเดช ผู้ร่วมก่อตั้ง โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย กล่าวว่า “การเปิดตัว โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย นับเป็นก้าวสำคัญของการรักษาโรคมะเร็งในภูมิภาค ไม่เพียงแค่สำหรับประเทศไทย แต่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกทั่วทั้งเอเชีย โดยเป็นการนำเสนอแนวทางการรักษาแบบปฏิวัติ ผ่านศาสตร์ที่เคารพภูมิปัญญาของธรรมชาติ และเสริมพลังให้ผู้ป่วยควบคุมสุขภาพของตนเอง เรามองเห็นอนาคตที่โรคมะเร็งไม่ใช่ ‘ศัตรูที่น่าหวาดกลัว’ แต่เป็นความท้าทายในการทำความเข้าใจ และเคารพกฎของธรรมชาติที่ก่อให้เกิดโรค และการรักษามะเร็งจะไม่ใช่การต่อสู้ที่เจ็บปวดเสมือนการสู้รบในสนามรบอีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะกลับไปสู่ธรรมชาติ”

นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงห่างไกลจากมะเร็งแบบองค์รวม ยังรวมถึงไลฟสไตล์การใช้ชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง ทั้งด้านจิตใจ และการโภชนาการเป็นสำคัญ โดย โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย กำลังจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2567 นี้


ฉลองตรุษจีน กับไอเท็มสุดหรู Devialet Phantom ลำโพงประดับทองคำ

Devialet (เดอเวียเลต์) เผยโฉมลำโพง Phantom I 108 dB by Yang Bao & Wa Liu  ลำโพงรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นรุ่นแรกที่รังสรรค์ร่วมกับ 2 ศิลปินจากนิวยอร์กและปักกิ่ง โดยได้เปลี่ยนโฉมผลิตภัณฑ์ไอคอนิกของ Devialet เป็น “สัตว์” ที่ถ่ายทอดสุนทรียะทางดนตรีและก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้ที่สิ้นสุด

ฉลองตรุษจีน กับไอเท็มสุดหรู Devialet Phantom ลำโพงประดับทองคำ

ลำโพง Devialet รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น Phantom I 108dB by Yang Bao & Wa Liu คือการร่วมงานกันครั้งแรกของ Devialet กับศิลปินชื่อดังเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในปีมังกร 2024 โดยลำโพง Phantom I นั้นถูกประดับประดาด้วยทองคำเปลว 22.5 กะรัต และขัดเงาด้วยสีแดง อันเป็นงานฝีมือจากอเทลิเยร์ที่มีความโดดเด่นด้านช่างทองหัตถศิลป์อย่าง Ateliers Gohard จนเกิดเป็นการหลอมรวมกันอันน่าหลงใหลของสไตล์แบบฝรั่งเศสและวิจิตรศิลป์แบบจีน

ในบรรดาสัญญะทางวัฒนธรรมของจีน มังกรมีเอกลักษณ์อย่างมาก เนื่องจากเป็นสัตว์มหัศจรรย์จากปกรณัมเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในหมู่จักรราศี การสร้างสรรค์ร่วมกันสำหรับเทศกาลตรุษจีนในครั้งนี้ได้นำแก่นแท้ของมังกรมาสะท้อนถึงจิตวิญญาณที่โลดแล่นของ Devialet Phantom I ซึ่งทั้งแข็งแกร่ง ลึกลับ และหยั่งรากลึกถึงมรดกทางวัฒนธรรม

ในการร่วมมือทางศิลปะครั้งแรกของ Phantom I ทาง Devialet ได้รับความช่วยเหลือจากพันธมิตรคู่ใจอย่าง Ateliers Gohard ในการปิดทอง อเทลิเยร์ในกรุงปารีสนี้มีชื่อเสียงด้านช่างทองหัตถศิลป์มายาวนานกว่า 60 ปี ด้วยงานหัตถศิลป์แบบ   bespoke และมีฟินิชที่เหนือชั้นซึ่งสั่งสมมาจากเทคนิคทางศิลปะชั้นครูอันเป็นเอกลักษณ์ของอเทลิเยร์

เพราะทักษะและองค์ความรู้ที่ไม่เหมือนใคร ช่างศิลป์ของ Gohard จึงถูกเลือกให้เป็นผู้แต่งแต้มดีไซน์อันซับซ้อนที่ได้ แรงบันดาจใจจากมังกรเป็นคุณลักษณะของลำโพงรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นจาก Devialet อย่าง Phantom I 108 dB by Yang Bao and Wa Liu ด้วยวิธีปิดทองคำเปลวอันประณีตและแม่นยำ ฟินิชของลำโพงอันโดดเด่นและพิถีพิถันนี้จึงแสดงออกถึงเอกลักษณ์และความหรูหรา โดยแผงด้านข้างลำโพงแต่ละด้านของ Devialet Phantom I 108 dB by Yang Bao & Wa Liu คือข้อพิสูจน์ของงานฝีมือเหนือระดับ

การร่วมงานกันในครั้งนี้เปรียบเสมือนบทใหม่ของความร่วมมือกันระหว่าง Devialet และ Ateliers Gohard ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2017 ในฐานะช่างฝีมือที่ได้รับความไว้วางใจในการปิดทองคำเปลวลงบนลำโพงรุ่น Phantom Opéra de Paris ความสัมพันธ์อันยืนยาวนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นตัวแทนของการอยู่ร่วมกันของวิสัยทัศน์ทางศิลปะและการผลิตงานอันช่ำชอง ที่ซึ่งประเพณีและเทคโนโลยีนั้นสอดรับกัน

ลำโพงรุ่น Phantom ซึ่งเป็นรุ่นไอคอนิกของ Devialet นั้นเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของประสบการณ์แห่งเสียงที่รวมพลังและความแม่นยำเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นประสบการณ์ใหม่ซึ่งเหนือชั้นกว่าลำโพงทั่วไป Phantom I คือส่วนผสมของคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและพลังงานที่ส่งมอบประสบการณ์แห่งการฟังที่โดดเด่นด้วยความชัดเจนและความลุ่มลึกที่ไม่มีใครเทียบได้ 

ตั้งแต่เปิดตัว ลำโพงรุ่น Phantom ได้ปฏิวัติเทคโนโลยีลำโพงและกลายเป็นสัญลัษณ์ของความเป็นเลิศของเสียง ด้วยการผสมผสานกันของเทคโนโลยีเอ็กซ์คลูซีฟล้ำสมัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ลำโพงรุ่น Phantom ได้สร้างความรู้สึกเหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่องในทุกมิติแห่งเสียง ด้วยการนำเสนอเสียงที่ไร้ความบิดเบี้ยว ไร้การแต่งเติม และไร้เสียงรบกวนจากรอบข้าง ยกระดับมาตรฐานของวงการด้วยเสียงที่มีคุณภาพ 

ด้วยการเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูง ลำโพง Phantom I ได้ปลดปล่อยศักยภาพแห่งเสียงที่นุ่มแน่นและยอดเยี่ยม             จนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนด้วยพลังเสียง ความชัดเจน และความแม่นยำที่ทำให้ลำโพงรุ่นนี้โดดเด่น Yang Bao และ Wa Liu ได้เปลี่ยนโฉมลำโพง Phantom I ให้เป็นเทคโนโลยีที่น่าพิศวงด้วยการผสมผสานสัญญะของมังกรเข้ากับนวัตกรรมทางศิลปะและงานฝีมือจากช่างผู้เชี่ยวชาญ 

ลำโพง Devialet รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น Phantom I 108dB by Yang Bao & Wa Liu  วางจำหน่ายในราคา 235,990 บาท บนเว็บไซต์ของ Devialet รวมถึงวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้าน Devialet by Deco 2000 สยามทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม


World Elite ร่วมสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงปัญญา World’s Wellness and Mindfulness Destination

มูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต สร้างปรากฏการณ์ความเป็น World’s Wellness and Mindfulness Destination ให้กับ
จังหวัดสระบุรีซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยว New Chapter of Wellness Journey ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ในโครงการ Thailand Meaningful Wellness ยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสายศรัทธาของไทยสู่สากล เปิดบทใหม่ของ “การท่องเที่ยวเชิงปัญญา”  ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาของประเทศไทย

ล่าสุด เตโชวิปัสสนาสถาน อ.แก่งค่อย จ.สระบุรี มีโอกาสต้อนรับ World Elite จากวงการแพทย์ Martial Arts (ศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง) นักแสดง Hollywood คุณหมอ เภสัชกร และนักธุรกิจระดับโลกจากหลากหลายวงการ กว่า 40 ท่านที่
พร้อมใจกันบินข้ามน้ำข้ามทะเลเดินทางมาจาก 15 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา  อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน จีน ฮ่องกง ฯลฯ เพื่อฝึกปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนากรรมฐานขั้นสูง รวม 7 คืน 8 วัน โดยตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่มีการ
ใช้โทรศัพท์มือถือ รับประทานอาหารมังสวิรัติ โดยได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า ให้เข้ารับการอบรมคอร์สเฉพาะกิจภาษาต่างประเทศเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 7 – 14 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา

กลุ่ม World Elite จากทั่วโลก อาทิ ดร.โรเบิร์ต โกลแมน ประธาน The American Academy of Anti-Aging
Medicine (A4M) เจ้าของสถิติ Guinness World Records หลายรายการ และประธานสมาพันธ์ศิลปะการป้องกันตัว
และเพาะกายโลก, แอนโทนิโอ เชียน่า อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจากแอฟริกาใต้ ซิลวิโอ ซิแม็ก นักแสดงฮอลลีวู้ดมากผลงาน อาทิ Transporter3, Man of Tai Chi, Unleashed ฯลฯ, Ernie Reyes Sr นักแสดงและนักออกแบบท่าทาง
การต่อสู้, ซามูเอล คว็อก ปรมาจารย์การต่อสู้ป้องกันตัวระดับตำนานผู้เป็นศิษย์แห่งยิปมัน, ซินเธีย ร็อธร็อก ปรมาจารย์การต่อสู้ที่แสดงภาพยนตร์กว่า 60 เรื่อง มีชื่อเสียงทั้งใน Hollywood และฮ่องกง, ไซม่อน คุ๊ก นักแสดง
ไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงระดับ Hollywood ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องยิปมัน3 และเคยรับบทนักแสดงแทน(Stand-in) ให้กับโทนี่ จา, มาร์ค ไซม่อน เวคส์เลออร์ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ สารคดีชั้นนำ และช่างภาพข่าว,
Abutbul Meir แห่งเครือ W Hotel Ibiza ประเทศสเปน, ซิโร่ โอซีนิ เซเลบบริตี้นักธุรกิจและนักการกุศล รวมทั้งอาจารย์ แพทย์ เภสัชกร วิศวกร และนักธุรกิจสาย Wellness มีความสนใจการปฏิบัติสมาธิขั้นสูงหรือวิปัสสนากรรมฐาน
และปรารถนาที่จะศึกษาหลักธรรมอันทำให้พบความจริงเกี่ยวกับชีวิต กระทั่งยอมละทิ้งชีวิตหรูหรา มาสู่การฝึกฝนจิตอย่างแท้จริง ณ เตโชวิปัสสนาสถาน สถานที่ที่ได้เปลี่ยนมุมมองชีวิตของผู้ปฏิบัติมาแล้วนับหมื่นคน ซึ่งเป็นการพิสูจน์หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

ดร.โรเบิร์ต โกลแมน ประธาน The American Academy of Anti-Aging Medicine (A4M) กล่าวว่า “การได้มาที่ เตโชวิปัสสนาถือเป็นประสบการณ์ที่แสนประทับใจ ไม่เหมือนที่ไหนในโลก ผมจึงได้ชักชวนเพื่อนๆ มาสัมผัสกับ
ประสบการณ์ท้าทายด้วยตนเอง การปฎิบัติที่นับว่ายากมากต้องใช้ความมุ่งมั่น มีวินัย มีจิตใจที่เข้มแข็ง ต้องผ่านการฝึกฝนเช่นเดียวกับศิลปะการต่อสู้ ผมว่ามันยากยิ่งกว่าการฝึกทหารในหน่วยรบพิเศษในตะวันออกกลาง ซึ่งผมเคยฝึกซ้อมระดับโลกมาแล้ว แต่การฝึกวิปัสสนาธรรมที่นี่มันท้าทายกว่ามาก เพราะเป็นการต่อสู้กับจิตภายในของเราให้เป็นสมาธิ ซึ่งชาวตะวันตกไม่คุ้นชิน เรามักจะทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งผลลัพท์ของการฝึกครั้งนี้ทำให้ผมมีสมาธิ มีสติที่คมชัดมาก และมีระบบความคิดที่มีเหตุและผล

ซิลวิโอ ซิแม็ก  นักแสดงฮอลลีวู้ดมากผลงาน กล่าวเสริมว่า “การมาปฏิบัติในครั้งนี้มีผลอย่างลึกซึ่งต่อจิตใจของผม ศิลปะการต่อสู้เป็นการผสมผสานระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผมฝึกมา 40 ปี ผมเพิ่งได้เข้าใจว่า การต่อสู้ภายในใจเป็นสิ่งที่มีความท้าทายมาก การวางจิตให้สงบจะเป็นสิ่งที่สร้างพลังให้อย่างมาก ผมจะนำประสบการณ์นี้ไปบอกเล่าให้นักเรียนของผมได้ฟังด้วย ”

คุณชิโร่ โอชินิ เซเลบบริตี้นักธุรกิจและนักการกุศล กล่าวปิดท้ายว่า “ระหว่างที่เข้ามาปฏิบัติมีความยากเหมือนกัน แต่ผมก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ห่างจากเครื่องมือสื่อสารต่างๆ และได้ใช้เวลาฝึกจิตใจของตัวเอง เวลาผมไม่ได้ใช้โทรศัพท์ ทำให้รู้สึกสมองปลอดโปร่ง”

Abutbul Meir นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อิสราเอล ผู้อยู่เบื้องหลังโรงแรมชื่อดังอย่าง Blake Hotel London, Nobu
Hotel London, Nobu Hotel London และ W Hotel Ibiza ที่สเปนได้ กล่าวว่า “ผมเตรียมตัวฝึกสมาธิ 30 ชั่วโมงก่อน
ที่จะมาเข้าคอร์สนี้ มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก โดยสองวันแรกของการฝึกนั้นยากมาก แต่สุดท้ายผมก็ทำได้ดี ได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพ และความอ่อนโยน โดยเฉพาะธรรมบริกรดูแลเอาใจใส่พวกเราทุกคน ตั้งแต่อาหารการกิน ที่ใช้ใจปรุง ซึ่งผมจะนำกลับไปแบ่งปันให้กับพนักงานและลูกค้าของเรา และผมอยากพาพนักงาน และครอบครัวผมให้มีโอกาสมาที่นี่ครับ”

ตลอดระยะเวลา 8 วัน 7 คืน ผู้ปฏิบัติต้องตัดขาดจากเครื่องมือสื่อสาร ปิดวาจา ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ทุกท่านต้องนอนมุ้ง รับประทานอาหารมังสวิรัติอยู่ในวิถีของการฝึกตน (Self -Training) ปฏิบัติภาวนาวันละ 9 ชั่วโมง ให้เข้าถึงความจริง
ในระดับจิตไร้สำนึก ช่วงเวลานอกเหนือจากนั้นคือการเดินจงกรม ฟังธรรมบรรยาย และพักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งการปฏิบัติจริงจังเช่นนี้แม้แต่ชาวพุทธในประเทศไทยเองก็ยังปฏิบัติได้น้อย เพราะต้องอาศัยความพากเพียรและความอดทนอย่างยิ่งยวด ต่างจากการฝึกสติแบบชิมลองในรีสอร์ต หรือการฝึกสมาธิขั้นต้นที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกตะวันตก

และแม้ว่าแต่ละท่านจะเป็นถึงระดับปรมาจารย์ ศาสตราจารย์ และผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตทางโลก แต่การมา
ครั้งนี้ทุกท่านพร้อมที่จะเป็นผู้เรียนรู้ในศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา โดยเลือกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามเทคนิค เตโชวิปัสสนา สอนโดย ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชาวไทย ที่ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลกใน
งาน Longevity World Congress จัดโดย The American Academy of Anti-Aging Medicine (A4M) ที่ได้เชิญท่าน
อาจารย์อัจฉราวดี ขึ้นเชิญบรรยายพิเศษให้แก่แพทย์ชั้นนำร่วม 3,000 คน ในหัวข้อ “Heal At The Core” ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

ในงานดังกล่าว ท่านอาจารย์อัจฉราวดี ได้อธิบายเรื่องของจิตที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ เพื่อให้เห็นองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ปัญญาถูกปกปิด เพียงเพราะไม่สามารถพัฒนาเครื่องมือที่ละเอียดพอในการทดสอบความมีอยู่จริงของจิตได้ จนทำให้การรักษาโรคหลายชนิด รวมถึงการเยียวยาจิตใจจากโรคซึมเศร้า Depression สวนทางกับสาเหตุที่ต้นตอจนนำไปสู่การทำลายชีวิตตัวเองเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดทางคณะกรรมการของ The American Academy of Anti-Aging Medicine (A4M) โดย Dr.Robert Goldman ได้ขึ้นมอบรางวัล “LIFETIME ACHIEVEMENT AWARD” แด่ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ซึ่งเป็นการประกาศ
เกียรติคุณแด่ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการแพทย์อย่างแท้จริง และ Prince Gharios El Chemor Al-Numan VIII แห่งรอยัล เฮาส์ แห่งกาซาน เจ้าชายแห่งราชวงศ์เก่าแก่ในดินแดนตะวันออกกลางที่ได้รับการยอมรับจาก
สหประชาชาติกรุณามอบรางวัล  “Grand Collar Rank”  ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่ราชวงศ์ Ghassan มอบให้แก่บุคคลระดับผู้นำประเทศที่ทำคุณงามความดี นำชื่อเสียงและการยอมรับมาสู่ประเทศไทยเป็นอันมาก ซึ่งเห็นได้
ชัดเจนจากการตื่นรู้ของเหล่า Elite ที่ตั้งใจมุ่งหน้าเดินทางมาเพื่อการณ์นี้ นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของโลกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และยังเป็นการช่วยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสายศรัทธาของไทยให้เป็นการตื่นรู้เชิงปัญญา
ประกาศความเป็น World’s Wellness and Mindfulness Destination และย้ำถึงความสำคัญของการเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาของโลกอย่างแท้จริง

สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเช่นนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เตโชวิปัสสนา หรือมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โทร: 02-117-4063 ถึง 64 หรือ https://tha.techovipassana.org/

แฟชั่นชิลๆ ‘จอย Red Velvet’ ส่อง 3 ไอเท็มสุดคิวต์จาก THREETIMES

พาส่องแฟชั่นสบายๆ ในวันชิลๆ ของ ‘จอย Red Velvet‘ ไปกับ 3 ไอเท็มจาก THREETIMES แบรนด์เกาหลีราคาน่ารัก

เรื่องแฟชั่นเทสดียังไงก็ต้องมีชื่อ จอย Red Velvet ปรากฏอยู่ เพราะหากตามอินสตาแกรมของเธอจะได้เห็นสไตล์การแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์มีทั้งความน่ารักและเซ็กซี่ปนอยู่หน่อยๆ หรือจะเป็นวันสบายๆ ชิลก็มีออกมาให้เห็น รับรองว่าถ้ากดติดตามไว้เราจะได้ไอเท็มเด็ดๆ ตามเธอเพียบ แอบกระซิบว่าเธอมักใช้แฟชั่นไอเท็มจากแบรนด์เกาหลีด้วย เพราะฉะนั้นหากใครสายนี้ยิ่งไม่ควรพลาดสุดๆ

สำหรับลุคที่เราจะมาส่องในบทความนี้เป็นลุคชิลๆ ที่มีความน่าสนใจ แถมราคายังจับต้องได้ เพราะเป็นไอเท็มจากแฟชั่นแบรนด์เกาหลีใต้อย่าง THREETIMES ที่กำลังมาแรง โดยในลุคนี้มีทั้งหมด 3 ไอเท็มด้วยกันตั้งแต่ Venus Jacquard Knit Hoodie ราคา 5,600 บาท Baby Cardigan สีชมพูพาสเทล ราคา 1,300 บาท อีกทั้งยังมีกระเป๋าถืออีกใบที่ยังไม่วางขาย หากใครชอบคงต้องไปติดตามอินสตาแกรมของแบรนด์เอาไว้ให้ดีๆ


รูปภาพ: Instagram @_imyour_joy และ @threetimess