คิดเพื่ออนาคต! เชิญร่วมสัมมนาด้านการออกแบบ AGING WELL ฟรี!

เชิญร่วมงานสัมมนาด้านการออกแบบ AGING WELL : The New Frontiers of Service Design  งานที่จะเปิดเผยวิธีคิดสำหรับการรับมือกับภาวะสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัว ตั้งแต่การออกแบบสังคมสเกลใหญ่ขนาดเมือง ไปจนถึงการออกแบบสิ่งของชิ้นเล็กๆ โดยการบรรยายจากวิทยาการผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับนานาชาติ

AGING WELL : The New Frontiers of Service Design

คืองานสัมมนา kick off ของโครงการ Creative Happening Thailand ซึ่งยกหัวข้อ สังคมผู้สูงอายุ มาเป็นประเด็นศึกษาผลกระทบและการเตรียมความพร้อมรับปัญหาใน มิติต่างๆ โดยใช้งาน creative service เข้ามาช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพ

PR

วิทยากรระดับนานาชาติทั้ง 4 ท่าน ได้รับเชิญมาในงานนี้ล้วนมีประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เกียวกับสังคมผู้สูงอายุ ในแง่มุมที่หลากหลาย เริ่มจาก Dr. Daniela Glocker ที่จะมาพูดในสเกลของการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านการพัฒนาเมือง ตามด้วย Stephen Pimbley สถาปนิกผู้ก่อตั้ง SPARK Architects ที่จะมาพูดถึงเรื่องราวของแนวคิด ของโปรเจค Home Farm อาคารพักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุในสิงคโปร์ ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก World Architecture Festival

นอกจากนี้ยังมี คุณเฉลิมพล ปุณโณทก จากซีที เอเซีย โรโบติกส์ บริษัทของคนไทยที่คิดค้นนวัตกรรมหุ่นยนต์ดินสอ มินิ สำหรับดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ และ คุณณรงค์ โอถาวร ผู้ก่อตั้งและ Design Director ของสตูดิโอ ‘SO’ (Situation-based Operation) และ บรรณาธิการคนปัจจุบันของนิตยสาร art4d ที่จะมาแลกเปลี่ยนทัศนะในด้านนี้อีกด้วย

งานจะจัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน 2559 ตั้งแต่เวลา 13:00-17:30 ณ ห้อง Grand Ballroom ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ สำรองที่นั่งฟรีได้ที่ www.art4d.com/agingwell

thai_long

สูงเพรียวเปรี้ยวได้อีก! ด้วย 6 ทริค Mix&Match ง่ายๆ

ไม่มีชะนีผู้ใดที่อยากจะล้าสมัย แต่โชคไม่ดีที่เทรนด์แฟชั่นบางครั้งก็ทำร้ายรูปร่างของเรา
เพราะเสื้อผ้าบางตัว แม้จะดูเก๋ไก๋สไลเดอร์สวยเว่อร์โลกตะลึง แต่เราจะพบว่ามันทำให้รูปร่างของเราเตี้ยตันสั้นแคระแบบไม่รู้ตัว วันนี้เรามีทริคพิชิตความสูงเพรียว ด้วยการ Mix&Match ง่ายๆ มาฝากคร๊า

 

1. การเลือก รองเท้าและเครื่องประดับ

วิธีที่ง่ายที่สุด ที่จะทำให้คุณดูสูงขึ้นคือ การใส่รองเท้าส้นสูง แต่ สีของรองเท้า นั้นสำคัญอย่างมาก
รองเท้าสีเบจ หรือน้ำตาลจะช่วยให้ขาคุณดูยาวขึ้น ขณะที่รองเท้าสีดำจะมองเห็นส่วนตัดขอบรองเท้าและขา ทำให้ดูเหมือนกับว่า ขาของคุณสั้นกว่าเดิม ส่วนเทรนด์สวมโช้กเกอร์นั้นแม้จะชิคสุดพลัง แต่มันจะทำให้คอของคุณแลดูหนาและสั้นลงเช่นกัน

Mix&Match ทริคพิชิตความสูงเพรียว

 

2. อย่ามองข้ามกระโปรงทรงดินสอ

กระโปรงทรงดินสอ (Pencil skirts) จะช่วยทำให้รูปร่างคุณดูเพรียว ช่วงตัวและขาแลดูยาวขึ้น ซึ่งเมื่อจับมาสวมใส่กับเสื้อเชิ้ตสีขาวก็ควรสวมทับเสื้ออวดช่วงกระโปรงแบบเต็มๆ

Mix&Match

 

3. วิธีใส่ชุดเดรสแบบเสื้อเชิ้ต

การสวมใส่ชุดเดรสแบบเสื้อเชิ้ตอย่างถูกต้อง ที่ไม่ดูอ้วนเตี้ยตัน และมีกิมมิค ควรจะหาเข็มขัดเก๋ๆ สักเส้นมาคาดเพื่อให้ช่วงลำตัวมีเลเยอร์ มีทรวดทรงองเอว!

Mix&Match

 

4. การเลือกใส่ชุดลายขวาง

ชะนีโปรดทราบ! คุณควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบบลายพิมพ์ขวาง เพราะลายพิมพ์อื่นๆ อาจช่วยอำพรางหุ่น หลอกตาให้สวยปิ๊งได้ แต่ “ลายพิมพ์ขวาง” มันก็ทำร้ายเราได้หนักมาก! ดังนั้นไม่ควรสวมลายพิมพ์ขวางทั้งท่อนบน และท่อนล่าง ถ้าใส่เสื้อลายขวาง กระโปรงควรเป็นสีพื้นสีเดียว (monotone) และมีความยาวระดับคลุมเข่าแต่ไม่ถึงหน้าแข้ง (midi skirt)

Mix&Match

 

5. วิธีใส่กางเกงขาบาน (palazzo pants)

วิธีที่ดีที่สุด ที่จะใส่ Palazzo pants ให้สวยฮิป แล้วยังดูสูงเพรียวด้วย คือ ปล่อยให้ความยาวของขากางเกงคลุมรองเท้าของคุณไปเสียเลย และความยาวของเสื้อควรอยู่ในระดับต่ำกว่าเอวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะสัดส่วนของร่างกายและช่วงขาคุณจะดูยาวขึ้น

Mix&Match

 

6. การสวมกางเกงยีนส์ขายาว

ถ้าคุณมีส่วนสูงไม่มาก เมื่อ Mix&Match กางเกงยีนส์ ให้ลองพับขากางเกงขึ้นนิด ใส่จับคู่รองเท้าส้นสูง และสวมทับเสื้อด้านหน้าไว้ในขอบกางเกง ทั้งหมดนี้จะช่วยปรับความสูงของลำตัวคุณได้
ตบท้ายด้วยการเพิ่มความใส่ใจเรื่อง ขนาดของกระเป๋า อีกนิด ก็จะช่วยให้ภาพรวมของคุณลงตัว

Mix&Match

ปรับตรงนี้นิด ตรงนู้นหน่อย แต่ช่วยให้สัดส่วนของร่างกาย
และช่วงขาคุณจะดูยาวขึ้นจริงๆ ใช่ป่ะล้า!

เรียบเรียงโดย : redapple_แพรวดอทคอม
ที่มา : brightside.me
ภาพ : brightside.me

ไทยแท้แต่โบราณ งามวิจิตรบรรจง กว่าจะเป็น “โขนพระราชทาน”

“โขน” นับว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ความน่าสนใจของเนื้อเรื่อง ความอ่อนช้อยของผู้แสดง รวมถึงความงดงามของชุดที่ผู้แสดงสวมใส่ คือการผสมผสานศิลปะหลายแขนงให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งทุกอย่างก็ต้องอาศัยฝีมือบวกกับความเพียรพยายามอย่างมาก

จากวรรณคดีอันเก่าแก่เรื่องรามเกียรติ์ สู่การแสดงโขนที่กลายเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาตินั้น ประกอบไปด้วยหลายปัจจัยที่ถูกนำมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของชุดที่นักแสดงสวมใส่และหัวโขนต่างๆ

khon ramayana (14)

ทั้งนี้ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับการแสดงโขนฯ อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เล่าว่า ได้มีการฟื้นฟู “ผ้ายกเมืองนคร” มรดกวัฒนธรรมผ้าทอไทยที่ครั้งหนึ่งเหลือเป็นเพียงโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ให้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของพัสตราภรณ์สำหรับการแสดงโขนฯอีกครั้ง โดยช่างทอของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่เนินธัมมัง และศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้ได้มีการพัฒนาฝีมือสมาชิกของศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จังหวัดอ่างทอง เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง ด้วยชาวบ้านในพื้นที่กว่า ๑๐๐ คน โดยกำลังสำคัญในการผลิตชิ้นงานหลัก แผนกชุดปักโขน จำนวน ๑๔ คนนั้น จะมีหน้าที่ในการปักเครื่องโขน ซึ่งเป็นการปักดิ้นทองลงบนผ้าตามแบบลายที่มีอยู่ โดยต้องอาศัยความประณีตและความตั้งใจทำ โดยการปักเครื่องโขนที่อำเภอสีบัวทองแห่งนี้นั้นจะมีการทำอยู่ทั้งหมด ๔ ลาย ได้แก่ ๑) ลายราชวัตรดอกลอย ๒) ลายแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบดอกใน ๓) ลายราชวัตรย่อมุมไม้สิบสอง  และ ๔) ขนทักษิณาวัตร

ลายราชวัตรดอกลอย
ลายราชวัตรดอกลอย
ลายแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบดอกใน
ลายแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบดอกใน

โดยในแต่ละปีจะมีการปักเครื่องโขนเพื่อใช้สำหรับพัสตราภรณ์ในการแสดงที่แตกต่างกันออกไป โดยเครื่องโขนฝีมือสมาชิกศูนย์นั้นประกอบไปด้วยเสื้อ แขนเสื้อ อินทรธนู กรองศอ รัดเอว สนับเพลา และเกราะด้านหน้า โดยใช้สำหรับตัวละครที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพิเภก ทศกัณฐ์ เสนายักษ์ ฯลฯ

ลายราชวัตร ย่อมุมไม้สิบสอง
ลายราชวัตรย่อมุมไม้สิบสอง

ในส่วนของลายผ้าที่จะใช้สำหรับส่วนต่างๆของชุดนักแสดง อย่างลายราชวัตรดอกลอย และลายแย่งพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบดอกใน ใช้สำหรับตัวละครเสนายักษ์และตัวละครเอก ลายราชวัตรย่อมุมไม้สิบสองสำหรับตัวละครพิเภก และขนทักษิณาวัตร

การปักขนทักษิณาวัตร ของเสื้อหนุมาน
การปักขนทักษิณาวัตรของเสื้อหนุมาน

สำหรับตัวละครหนุมาน โดยขั้นตอนการปักเครื่องโขนนั้นจะมีการใช้ดิ้น – เลื่อม โดยเริ่มจากร่างแบบลายลงบนกระดาษไข แล้วนำไปทำบล็อกซิลค์สกรีน หลังจากสกรีนลายลงบนผ้าด้วยกาวกระถินผสมดินสอพองแล้วนั้น จะขึงสะดึงด้วยผ้าขาวให้ตึง แล้วนำผ้าที่จะใช้มาปักเย็บตรึงให้เรียบ และเริ่มดำเนินการปักตามลาย โดยเริ่มจากการปักขอบลายด้วยดิ้นข้อก่อน  เสร็จแล้วจึงปักด้านในของลายด้วยดิ้นโปร่งให้เต็มลาย

อุปกรณ์ที่ใช้ในการปักผ้า
อุปกรณ์ที่ใช้ในการปักผ้า

นอกจากการปักเครื่องโขนแล้ว ยังมีการทอผ้ายก โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง ๒ ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งจะมีการยกตะกรอมาจากศูนย์ศิลปาชีพเนินธัมมัง มาสืบตะกรอที่สีบัวทอง และสามารถขึ้นกี่ทอได้เลยโดยสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง เพื่อทำหน้าที่ในการทอจนเสร็จเป็นผืนเพื่อใช้ในการแสดงต่อไป

การปักเครื่องโขน
การปักเครื่องโขน

ผ้ายกทอง คือ  ผ้าไหมที่ทอด้วยเทคนิคการยกลวดลายให้ปรากฏเด่นชัดขึ้น มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในฐานะที่เป็นผ้าราชสำนักซึ่งทอด้วยเส้นไหมเนื้อละเอียด แทรกลวดลายด้วยไหมเงิน ไหมทองที่บางเบา และทออย่างประณีต โครงสร้างของการวางลวดลายอันประกอบด้วยท้องผ้าและกรวยเชิงมีลักษณะแบบราชสำนักที่ใช้สำหรับเจ้านายชั้นสูงในอดีต เป็นทั้งผ้านุ่งโจงและนุ่งจีบ โดยความพิเศษในอนาคตนั้นจะมีการพัฒนาลายให้ใหญ่เพิ่มเติมขึ้น เพื่อให้เห็นลวดลายชัดเวลานุ่ง จากเดิมที่เราใช้ ๑,๖๐๐ ลายไม้ ในอนาคตจะมีการทอ ๒,๐๐๐ ลายไม้

ไหมทอง
ไหมทอง

อีกหนึ่งคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมในการทำเครื่องโขนที่สะท้อนให้เห็นศักยภาพของคนไทยก็คือการทำหัวโขนโดยการใช้กระดาษข่อย ที่เริ่มต้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ เป็นต้นมา เป็นการทำแบบโบราณ ข้อดีคือน้ำหนักเบา มีความทนทาน ไม่บุบและไม่ยุบ

khon ramayana (11)

โดยผลงานการทำหัวโขนนี้จะเริ่มนำไปใช้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ปี พ.ศ.๒๕๖๐ รวมไปถึงการปั้นและวาดลวดลายเซรามิก โดยเริ่มต้นสร้างสรรค์และมีการส่งไปเพื่อเป็นเครื่องใช้บนโต๊ะเสวย ลายแรกที่ทำนั้น ได้แก่ ลั่นทมขาว จากนั้นจึงมีการทำลายต่างๆเพิ่มเติม เช่น ลายสัตตบงกช (บัวหลวง) และกำลังเริ่มต้นวาดลายดอกไม้

การทำหัวโขน
การทำหัวโขน

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นของคนไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงอนุรักษ์และฟื้นฟูการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ให้กลับมามีชีวิตโดยการเปิดให้มีการจัดแสดงโขนพระราชทานมานาน 10 ปีแล้ว และในปีนี้ที่นับเป็นวาระอันเป็นมหามงคล ๒ วาระมาบรรจบกัน อันได้แก่  การครบรอบการเสวยราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ ๗๐ ปี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา จึงได้จัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” ขึ้น ระหว่างวันที่ ๕ พฤศจิกายน –  ๕ ธันวาคม ๒๕๕๙ ณ หอประชุมใหญ่  ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

30 ปีแห่งการพลิกชีวิตชาวดอย ผลผลิตของการเดินตามรอยพระราชปณิธาน “สมเด็จย่า”

การเดินทางอันยาวไกลต้องอาศัยความอดทน เช่นเดียวกับเส้นทางการ “ปลูกคน” ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เริ่มต้นจากเมื่อ 30 ปีก่อน ณ ไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ที่ไม่เพียงให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กชาวเขาจากถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือเท่านั้น หากยังสอนให้รักถิ่นกำเนิดท้องถิ่นของตนอีกด้วย

2.นับแต่ปี พ.ศ. 2507 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย เสด็จฯไปยังถิ่นทุรกันดาร รวมถึงดอยสูงทางภาคเหนือที่เสมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเสมอ ชาวไทยภูเขาต่างเรียกขานพระองค์ที่เสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์ว่า “แม่ฟ้าหลวง” พระสมัญญานามอันหมายถึง “แม่ผู้ยิ่งใหญ่จากฟากฟ้า” ซึ่งดอยตุงในจังหวัดเชียงรายเมื่อปี พ.ศ. 2531 เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลจัดสรรยังเข้าไปไม่ถึง

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า เสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดาร
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เสด็จฯไปยังถิ่นทุรกันดาร

อาณาเขตกว่า 90,000 ไร่มีสภาพเป็นเขาหัวโล้นใจกลางสามเหลี่ยมทองคำ เต็มไปด้วยการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำไร่หมุนเวียนและปลูกฝิ่น หรือแม้แต่ปัญหาการค้าประเวณีที่นำมาซึ่งโรค HIV/AIDS เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะแก้ไขได้สำเร็จ แต่ด้วยพระราชปณิธานอันมุ่งมั่นของสมเด็จย่าและพระวิสัยทัศน์ที่ทรงเล็งเห็นว่าความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก รวมถึงการหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ล้วนมีสาเหตุจากความยากจนและขาดโอกาสทั้งสิ้น แต่ในวันนี้ผู้คนที่แร้นแค้นกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์และอนาคตที่สดใสอีกครั้ง ดอยตุงทุกวันนี้กลับมาเขียวชอุ่ม ทุ่งฝิ่นกลายเป็นป่าต้นน้ำผืนใหญ่ ผู้คนกว่า 11,000 คนมีอาชีพสุจริตและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริงหลังจากมีโครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามพระราชปณิธาน “ไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี แต่ที่เขาไม่ดีเพราะขาดโอกาสและทางเลือก”

พื้นที่ดอยตุงก่อนการพัฒนา
พื้นที่ดอยตุงก่อนการพัฒนา
พื้นที่ดอยตุงหลังการพัฒนา
พื้นที่ดอยตุงหลังการพัฒนา

“คนจำนวนมากของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทุกวันนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขยายการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตไปยังชุมชนอื่นๆ ด้วยคนที่ดอยตุงมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนจากพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จย่า และถือเป็นตัวอย่างที่แจ่มชัดของพระราชปณิธานให้มีการช่วยเหลือคนที่มีโอกาสน้อยกว่า และฝึกภูมิคุ้มกันด้านความคิดและความสามารถให้เตรียมพร้อมรับมือกับโลกปัจจุบัน”

ชาวบ้านชนเผ่าต่างๆ
ชาวบ้านชนเผ่าต่างๆ

ปัจจุบันพันธกิจในการสร้างอาชีพที่สุจริตและยั่งยืน และการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้บนดอยตุงสำเร็จแล้ว รายได้ของชาวบ้านบนดอยตุงเพิ่มขึ้นจาก 3,772 บาทในปี พ.ศ. 2531 เป็น 78,457 บาทในปัจจุบัน และกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ 93,515 ไร่ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เปลี่ยนเป็นป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจที่อำนวยประโยชน์ให้ชุมชนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

คนกำลังทำการเกษตร
คนกำลังทำการเกษตร

นอกจากนี้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯขยายการดำเนินงานไปยังจังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน รวมถึงอีก 3 ประเทศ คือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตลอดจนได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบการพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืนในเวทีระหว่างประเทศหลายแห่ง และมีบทบาทสำคัญในการจัดทำแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือก (United Nations Guiding Principles on Alternative Development) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ของสหประชาชาติอีกด้วย

เพชรัช วิบูลศรีกุล หรือ อาฉาย ชาวจีน-อาข่า เป็นหนึ่งในตัวอย่าง การปลูกคน
เพชรัช วิบูลศรีกุล หรืออาฉาย ชาวจีน – อาข่า เป็นหนึ่งในตัวอย่างการปลูกคน

เพชรัช วิบูลศรีกุล หรืออาฉาย ชาวจีน – อาข่า เป็นหนึ่งในตัวอย่างการปลูกคน ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจกลับมาทำงานที่บ้านเกิดและพัฒนาชุมชนของตนเอง หลังจากเคยทำงานที่โรงงานเซรามิกของดอยตุง และไปทำงานที่ไต้หวันนานถึง 6 ปี เมื่อกลับมายังหมู่บ้านสวนป่าอีกครั้ง เขามองหาการปักหลักในบ้านเกิดอย่างมั่นคง จึงเริ่มศึกษางานด้านการเกษตร จนมีไร่เสาวรสเป็นของตัวเอง เมื่อพัฒนาตัวเองสำเร็จ เขาหันมาพัฒนาหมู่บ้านผ่านการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ ถ่ายทอดภูมิปัญญาของพี่น้องอาข่าให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส โดยหวังว่าหมู่บ้านสวนป่าแห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของคนที่อยู่กับป่าได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยตามพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จย่าอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม
ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม
ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม
ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม

ปัจจุบันโครงการพัฒนาดอยตุงฯดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการพลิกฟื้นผืนป่าดอยตุง และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านในพื้นที่ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปได้อีก ด้วยการฝึกอาชีพและสร้างงานให้ชาวบ้านบนดอยตุงผ่านการดำเนินงานของ 5 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ ท่องเที่ยว หัตถกรรม การเกษตร อาหารแปรรูป และคาเฟ่ดอยตุง ซึ่งสร้างรายได้เพียงพอเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545

พระตำหนักดอยตุง – สถานที่ท่องเที่ยว หนึ่งในธุรกิจ เพื่อหารายได้ช่วยพัฒนาคนและพื้นที่ ในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ
พระตำหนักดอยตุง – สถานที่ท่องเที่ยว หนึ่งในธุรกิจเพื่อหารายได้ช่วยพัฒนาคนและพื้นที่ในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ
คาเฟ่ดอยตุง
คาเฟ่ดอยตุง

ถึงแม้ว่าความเป็นอยู่ของชาวบ้านจะดีขึ้น แต่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯยังคงดำเนินงานตามพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมศักยภาพของคนในพื้นที่ให้ตระหนักรู้ในคุณค่าของตน พึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งยังมุ่งส่งต่อองค์ความรู้ในการพัฒนาตามตำรา “แม่ฟ้าหลวง” เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในวงกว้างสืบไป

เรียบเรียงโดย : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : โครงการพัฒนาดอยตุงฯ

 

สบตามีหวั่นไหว…4 นักธุรกิจหนุ่มตี๋ ลุคเกาหลี ดีกรีทายาทตระกูลดัง ที่ไม่ได้มีดีแค่นามสกุล!

นักธุรกิจหนุ่มตี๋ ลุคเกาหลีทรมานใจสาว หล่อล่ำ โปรไฟล์เริด!

นักธุรกิจหนุ่มตี๋ หล่อ โปรไฟล์ดี เห็นแล้วทรมานใจสุดๆ แม้จะเกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ก็ใช่ว่าจะนั่งๆนอนๆเป็นคุณหนูใช้ชีวิตสบายบนกองเงินกองทอง เพราะพวกเขาต้องพิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็นด้วยการนั่งแท่นเป็นผู้บริหารลุยธุรกิจทั้งของตัวเองและของครอบครัว เรียกว่าหนักเอาเรื่อง

 

ประณัย พรประภา

นักธุรกิจหนุ่มตี๋,ประณัย พรประภา

นักธุรกิจหนุ่มตี๋,ประณัย พรประภา“ณัย” หนุ่มตี๋วัย 28 ปี ที่วันนี้เขาเริ่มต้นการแนะนําตัวด้วยนามบัตรถึง 5 ใบ เพราะต้องดูแลธุรกิจอยู่ทั้งหมด 5 บริษัท ถามว่าเหนื่อยไหม เจ้าตัวบอกเลยว่ามาก แต่ก็ถือว่าเป็นจังหวะและโอกาสที่ดี โดยบริษัทแรกเริ่มทําเมื่อช่วงเรียนจบ ทําเกี่ยวกับสีรถยนต์ที่นําเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นเข้ามาช่วย จากนั้นประมาณ 2 ปีเปิดบริษัทด้านซอฟต์แวร์ไอที 2 บริษัท และด้วยความสนใจด้านกีฬา จึงลงทุนเปิดบริษัทด้านสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งกับอีเว้นต์ โดยได้รับลิขสิทธิ์การจัดงานโดยตรงจากต่างประเทศอย่างงาน The Music Run รวมทั้งเป็นตัวแทนของทีมแมนเชสเตอร์ซิตีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย นับเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายมาก

นักธุรกิจหนุ่มตี๋,ประณัย พรประภา

นักธุรกิจหนุ่มตี๋,ประณัย พรประภา

นักธุรกิจหนุ่มตี๋,ประณัย พรประภานอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านอาหาร Thyme ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานอีกด้วย ทำงานเยอะขนาดนี้บอกเลยว่ากลับบ้านเที่ยงคืนทุกวัน แถมยังเปิดยิมชื่อว่า BASE Bangkok ซึ่งมาจากความชอบล้วนๆ เพราะเจ้าตัวชอบออกกําลังกายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนเคยเป็นนักกีฬาเวคบอร์ดไปแข่งในต่างประเทศ แต่ตอนนี้ร่างกายรับความโหดไม่ไหวแล้ว เลยเน้นเล่นฟุตบอล เข้ายิม หรือสโนว์บอร์ดแทน ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ทำงานหนักขนาดนี้เพราะหนุ่มณัยต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถเริ่มต้นทุกอย่างได้ด้วยตัวเองจริงๆ ไม่ใช่จากนามสกุลที่มีอยู่ สุดยอดจริงๆเลย
ภาพ : @pranaip

แค่เริ่มก็เผ็ดจี๊ด! เมนเทอร์มาช่า เปิดปากครั้งแรก มาThe Face Thailandเพื่อชนะ

ยังไม่ทันจะออนแอร์ก็เผ็ดเข็ดฟันแล้ว หลังจากที่เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่า เมนเทอร์ทั้ง 3 ของ The Face Thailand season 3 ก็เป็นระดับตัวแม่ของวงการบันเทิงทั้งนั้น

the face thailand ss3

โดยเฉพาะเมนเทอร์ที่มาใหม่อย่าง มาช่า วัฒนพานิช ที่คราวนี้ฉีกลุคเดิมๆ มาทำหน้าที่หัวหน้าทีมเพื่อเฟ้นหานางแบบที่ใช่ที่สุด ต้องบอกเลยว่าประสบการ์การทำงานในแวดวงบันเทิงของคุณแม่ช่าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเมนเทอร์ลูกเกด และเมนเทอร์บี เพราะเจ้าตัวก็ผ่านทั้งการเป็นนักร้อง นักแสดง และนางแบบมาแล้วเช่นกัน อีกทั้งยังมีรางวัลการันตีความสามารถมากมาย ซึ่งในการแถลงข่าวที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทั้ง 3 เมนเทอร์ก็ได้ออกมาสำแดงเดชกันหอมปาหอมคอ พร้อมเผยความรู้สึกในการมารับหน้าที่ครั้งนี้ แซ่บสุดก็คงเป็นเมนเทอร์ที่มาใหม่อย่าง มาช่า วัฒนพานิช ที่ออกตัวแรงชัดว่าไม่มีเกรงหรือกลัวใครทั้งนั้น เพราะครั้งนี้จะมาเพื่อชนะอย่างเดียว

the face thailand ss3

“ทางทีมงานติดต่อมานานแล้ว แต่ก็ติดถ่ายละคร  ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว และพี่เองก็ทำงานในวงการบันเทิงมาหมดแล้ว เลยอยากลองมาทำหน้าที่นี้ดู ท่าทางน่าจะสนุก และมารายการนี้ก็ต้องชนะสิคะ ถึงจะเป็นคนพูดน้อย แต่ต่อยหนักนะ พี่อยู่เฉยๆ พี่ก็รอดแล้วค่ะ”

the face thailand ss3

มาใหม่ก็ข่มซะแล้ว เมนเทอร์อีก 2 คนคงไม่ยอมแน่ๆ แต่จะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาสู้ ก็คงต้องติดตามดู เสพดราม่าและความบันเทิงกันสนั่นจอและโลกโซเชียลแน่นอน

 

ภาพ : IG@thefacethailand,@marshairis

ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำจากสิว ด้วยสูตรมาร์คหน้า D.I.Y ทำง่าย จากธรรมชาติ

สูตรมาร์คหน้า D.I.Y. ได้ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ ใครว่าเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับสาวๆ กัน!

เวลาสาวๆ ออกจากบ้าน แน่นอนว่า ต้องแต่งตัว แต่งหน้า ปะทินเครื่องสำอางลงบนใบหน้าให้สวยวิ๊ง เสริมความมั่นใจกันอยู่แล้ว แต่ก็มีสาวๆ ไม่น้อยที่รู้สึกกลุ้มใจ เพราะถึงแม้จะสวยนอกบ้านขนาดไหน แต่เวลากลับมาบ้าน ล้างเครื่องสำอางออก ก็ต้องปะทะกับริ้วรอย จุดด่างดำจากสิวที่แก้เท่าไหร่ก็ยังไม่หายเสียที

แพรวจะบอกว่า เรื่องแบบนี้บางทีก็ต้องใช้เวลานะ ยิ่งสาวๆ แต่งหน้าทุกวันด้วยแล้ว บางทีเครื่องสำอางบางอย่างก็อาจมีส่วนผสมที่ทำร้ายผิวหน้าเราได้เช่นกัน และยิ่งสาวๆ อายุมากขึ้นเท่าไหร่ ริ้วรอยหรือจุดด่างดำจากสิวก็จะจางหายยาก เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวมีประสิทธิภาพการทำงานน้อยลงนั่นเอง

ไหนๆ แล้ว เชื่อว่า สาวๆ น่าจะเช็คทำความสะอาดใบหน้าดีแล้วล่ะ วันนี้แพรวเลยนำ สูตรมาร์คหน้า D.I.Y ทำง่าย โดยส่วนผสมก็เป็นธรรมชาติหาได้ตามรอบตัวมาฝากสาวแพรวกัน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

สูตรมาร์คหน้า D.I.Y.ส่วนผสมที่ต้องเตรียม มี 4 อย่างด้วยกัน คือ
– น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมะนาวสด 1 ช้อนโต๊ะ
– อบเชย ½ ช้อนโต๊ะ
– ผงจันทน์เทศ ½ ช้อนโต๊ะ

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในชามใบเล็กแล้วคนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำมาทาลงบนผิวหน้าและลำคอให้ทั่ว หลีกเลี่ยงไม่ให้โดนดวงตาและริมฝีปาก มาร์คทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้ผ้าสะอาดซับผิวให้แห้งแล้วตามด้วยทาครีมบำรุง เพียงเท่านี้ริ้วรอยและจุดด่างดำจากสิว หรือรอยฝ้าก็จะค่อยๆ จางลงแล้ว แนะนำให้มาร์ก 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรมาร์คหน้า D.I.Y.

สาวๆ เป็นเจ้าของผิวหน้าทั้งที อย่างไรก็ควรใส่ใจหมั่นบำรุงดูแลทั้งก่อนและหลังล้างเครื่องสำอางนะจ๊ะ

 

เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
ข้อมูล : http://styletips101.com/skin-care/homemade-face-mask-to-get-rid-of-spots-acne-scars-and-wrinkles.html
ภาพ : www.pexels.comwww.flavorsofmumbai.comhttp://premeditatedleftovers.comwww.teen.com

ฮาวทูสโมกกี้อายลุค…สวยเผ็ชดุแบบแมท – ภีรนีย์

จู่ๆ แมท-ภีรนีย์  นางเอกสาวมั่นอารมณ์ดีสายตลกโปกฮาก็หันมาแต่งหน้าแต่งตาลุคสโมกกี้อาย (Smokey Eye) ซะงั้น จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ใครๆก็แต่งสโมกกี้อายได้ แต่ปกติแทบไม่เคยเห็นแมทในลุคนี้มาก่อน แพรวเลยแงะภาพจากไอจีมาให้ชม อู้ววว  นางแซ่บคูณสองเลยนา จากที่แต่งหน้าลุคเบาๆใสๆสไตล์โมโนโทนซะส่วนใหญ่ คราวนี้พอแต่งลุคเข้มกรีดตาแบบแคทอาย เบลนด์อายแชโดว์ถมตาเป็นสโมกกี้อาย โอ้ย สวยประหาร…เจ๊ยอมล้าวจ้า

 

แมท-ภีรนีย์แมท-ภีรนีย์

ลุคนางเอกใสๆสไตล์โมโนโทน

แมท-ภีรนีย์แมท-ภีรนีย์

เบื่อละ!! ขอเป็นนางร้ายสุดเฟี้ยวเปรี้ยวซ่าบ้างดีกว่า

เรามีฮาวทูแต่งตาแบบสาวแมท -ภีรนีย์ มาฝาก

  1. (ถ้ามี) ให้ลงไพรเมอร์บริเวณเปลือกตา แต้มนิดๆ เกลี่ยเบาๆ ไม่ต้องหนา ทาเพื่อให้สีอายแชโดว์ชัดและติดทนยิ่งขึ้น
  2. เบลนด์อายแชโดว์สีขาวทั่วเปลือกตา
  3. ไล้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มจากหางตาไปเรื่อยๆจนถึงกึ่งกลางเปลือกตา (ให้บริเวณหางตาเข้มไล่ระดับไป)
  4. ใช้หัวแปรงปลายตัดไล้อายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มบริเวณขอบตาล่าง
  5. ลงไฮไลต์สีขาวมุกบริเวณหัวตาเล็กน้อย
  6. ไล้อายแชโดว์สีดำให้มีลักษณะฟุ้งๆเหมือนควันบริเวณหางตาไล่มากลางเปลือกตาและขอบตาล่าง
  7. กรีดอายไลเนอร์สีดำให้มีลักษณะชิดขอบตาบนและล่าง โดยด้านบนบริเวณหางตาให้กรีดตวัดหางเชิด ถมดำตรงหางตาให้หนาแบบแคทอาย
  8. ปัดมาสคาราสีดำให้ขนตาพุ่งงอนยาวโดดเด้ง ขับให้ดวงตาดูดุดันกลมโต

 

เรื่อง : Ppee_แพรวดอทคอม
ภาพจาก Instagram : mattperanee

LANVIN หยิบคาแรคเตอร์นางเอกในภาพยนตร์ดังมาทำเป็น Accessories คอลเล็คชั่นฤดูหนาว

ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่แบรนด์ต่างๆ จะออกคอลเล็คชั่นใหม่โดยได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ และ LANVIN ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หยิบแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์ตัวเอกในภาพยนตร์ต่างๆ มาใส่ไว้ในเครื่องประดับจนเกิดเป็นคอลเล็คชั่นใหม่เก๋

3หนึ่งในตัวเอกที่ LANVIN เลือกนำคาแรคเตอร์ของเธอมาทำเครื่องประดับก็คือ “จิล” จากภาพยนตร์เรื่อง Manhattan ของวู้ดดี้ อัลเลน นอกจากนี้ยังมี “เอลวิรา” คาแรคเตอร์นางเอกในภาพยนตร์เรื่อง Scarface หรือ “จินเจอร์” คาแรคเตอร์สุดเปรี้ยวของชารอน สโตนในภาพยนตร์เรื่อง Casino ล้วนแล้วแต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการสรรค์สร้างงานจิวเวลรี่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสีสันอันฉูดฉาดของเมืองไมอามี นิวยอร์ก และลาสเวกัส

2

5งานจิวเวลรี่ในคอลเล็คชั่นโดดเด่นด้วยส่วนประกอบของหินแจสเปอร์สีแดง หินตาเสือสีเหลือง และหินหิมะจีนสีเทาสลับขาว ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาของมาเฟียนิวยอร์กในยุคอดีต โดยในการทำงานสร้างสรรค์ Lanvin ใช้หินเหล่านี้มาใส่กรอบทองเหลืองแล้วรังสรรค์ออกมาเป็นงานเครื่องประดับที่มีทั้งสร้อยคอโชคเกอร์ สร้อยคอเส้นยาว แหวน หรือแม้กระทั่งสร้อยข้อเท้า

4นอกจากนี้ยังมีงานจิวเวลรี่รูปสัญลักษณ์ต้นปาล์มที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยมือภายในสตูดิโอของ Lanvin ในกรุงปารีส เพื่อให้ได้ผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงแสงอาทิตย์ยามตกดินที่ไมอามี รวมถึงงานจิวเวลรี่ที่ประกอบขึ้นจากคริสตัลที่ดูโดดเด่น ด้วยโทนสีพาสเทลซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดริมชายหาดในช่วงฤดูหนาวหรือในชุดสีที่คอนทราสต์กัน เปิดโอกาสให้คุณผู้หญิงสามารถเลือกสวมใส่ได้เหมือนสวมเครื่องเพชรทับลงไปบนชุดลูกไม้สีเมทัลลิก หรือบนเสื้อตัวสวยสักตัว หรือไว้ใต้แจ็คเก็ตกำมะหยี่พิมพ์ลายเหมือนสวมโชคเกอร์หรือเนคไท หรือไม่ก็เป็นการซ่อนกำไลข้อมือหรือสร้อยเส้นยาวไว้ด้านในเสื้อ

1

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : LANVIN

5 ทริคสำหรับสาว ผิวมัน ผมมันง่าย

สาวไทยมีไม่น้อยที่สภาพ ผิวมัน แถมหนังศีรษะยังมันง่ายตามไปด้วย ต้องเลือกโปรดักส์บำรุงเป็นพิเศษ

งานนี้ ‘แพรวดอทคอม’ จัดให้ งัดเทคนิคจากชีวิตจริง พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพ ผิวมัน ให้แบบจัดเต็ม

Shampoo & Conditioner

สำหรับสาวหนังศีรษะมันง่ายต้องเลือกเค้นเฟ้นหาแชมพูและครีมนวดที่ไม่มีส่วนผสมของออยล์ เพราะนอกจากจะเสริมความมันให้หนังศีรษะ แล้วยังทำให้เส้นผมหลุดร่วงง่ายไปด้วยนะจ๊ะ

01

ERB: Good Day Every Day Shampoo & Conditioner

แชมพูกลิ่นผ่อนคลายของมะนาวผสมเปปเปอร์มิ้นท์หอมละมุนมาก ส่วนครีมนวดถ้าใครที่กลัวหนังศีรษะมันเป็นพิเศษ ให้ชโลมเพียงปลายผม แล้วหมักทิ้งไว้สัก 2 – 3 นาที ค่อยล้างออก ช่วยให้ปลายผมนุ่มนิ่มสุขภาพดี ไม่แห้งแตก และ ไม่ทำให้หนังศีรษะมันขึ้นอีกด้วย (ชอบมากนะ แอบกระซิบอีกรอบ)

Dry Shampoo

เข้าใจว่าคนเราก็ต้องมีอารมณ์ขี้เกียจ ไม่อยากนั่งสระผมทุกวัน ซึ่งจริงๆ แล้ว การสระผมทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ เพราะจะทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ไอเท็มอย่าง Dry Shampoo จึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับสาวบีซี่ และ lazy อย่างเราๆ

02Living Proof : Perfect Hair Day Dry Shampoo

ฉีดห่างๆ บนผมตอนเช้าที่รู้สึกว่าผมเริ่มมัน ที่ชอบเพราะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเพิ่งสระผมมาใหม่ๆ ละอองสเปรย์เม็ดเล็กละเอียดมาก ทำให้ไม่มีผงสีขาวขุ่นบนหนังศีรษะให้เห็นเหมือนกับบางแบรนด์

Clay Mask

มาถึงเรื่องผิว สาวผิวมักเป็นอันรู้กันว่ามาส์กโคลนนั้นดีแค่ไหน แต่ต้องเลือกกันดีๆ นะจ๊ะ เพราะบางแบรนด์ก็ดูดซัมความมันส่วนเกินและไม่เกินบนใบหน้าไปเสียหมด นั่นแปลว่าผิวของสาวๆ จะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ แถมยังติ้ดติดบนผิวหน้า แบบที่เรียกว่าต้องขัดออกจนผิวแสบ

03THANN : Detoxifying Clay Mask

ใช้มาแล้ว 2 กระปุก เลิฟมากบอกเลย เป็นมาส์กโคลนที่มีส่วนผสมของโคลน 3 ชนิดซึ่งมาจากสามประเทศ ทั้งญี่ปุ่น อินเดีย และจีน คุณสมบัติก็เริ่ดมาก ช่วยลดความมันบนใบหน้า ลดการอักเสบของผิว และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อย่างเวลาที่เป็นสิวอักเสบ ลองใช้มาส์กโคลนแต้มทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้น

1 สัปดาห์ ควรมาส์กหน้า 1 – 2 ครั้ง เพื่อเป็นการปรับสภาพผิวให้สมดุล ได้ผลลัพท์เป็นผิวเนียนนุ่มกระจ่างใส และยังทำให้ครีมบำรุงซึมซาบสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

Remover

สาวผิวมันหลายคนแทบจะหนีจากเมคอัพรีมูฟเวอร์ที่เป็นออยล์ เพราะกลัวการอุดตันและเป็นสิวง่าย แต่การใช้ออยล์มีข้อดีที่เราไม่ต้องใช้สำลีเสียดสีกับผิวหลายครั้ง บางคนใช้เช็ดซ้ำไปซ้ำมาเกือบ 10 แผ่น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย ร่องลึก

04JILL STUART: Cleansing Oil

Shu Uemura : POREfinist Anti-Shine Fresh Cleansing Oil

Caudalie : Make-Up Removing Cleansing Oil

สามแบรนด์สุดรักที่ใช้แล้วไม่อุดตัน ผิวใส ทำความสะอาดได้เกลี้ยงเกลา แนะนำให้ใช้รีมูฟเวอร์ออยล์ที่เป็นสูตรน้ำนม วนเนื้อออยล์ทั่วใบหน้า แตะน้ำลงบนผิว ออยล์จะเปลี่ยนเป็นน้ำนม นวดเบาๆ ให้เครื่องสำอางหลุดลอก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด อาจจะเช็ดด้วยรีมูฟเวอร์แบบน้ำ เพื่อเช็คความสะอาดอีกครั้งเป็นอันเสร็จ

Skincare Treatment

ทางลัดของสาวผิวมันเวลาเลือกสกินแคร์บำรุงผิว ให้ดูที่เท็กซ์เจอร์ผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเลือกเนื้อครีมสูตรเข้มข้นที่ดูหนาเหนอะ ซึมซาบยาก เพราะจะทำให้อุดตันและเกิดสิวได้ง่าย แนะนำโปรดักส์ประเภทเซรั่ม อิมัลชั่น โลชั่น ที่ให้สัมผัสบางเบา จะเวิร์คมากสำหรับสาวผิวมันแบบเราๆ

05POLA : White Shot CX Brightening Essence

เซรั่มขวดนี้ ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ เนื้อสัมผัสบางเบามาก สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใส ฟื้นฟูความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่ก็ไม่ทำให้ผิวมันระหว่างวัน ไม่ผสมน้ำหอมและสารเติมแต่ง ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไร้กังวล

เทคนิคทาครีมให้ซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น เริ่มจากวอร์มเนื้อครีมบนมือเพื่อให้เนื้อแตกตัวจะเสริมประสิทธิภาพให้ครีมทำงานได้ดี จากนั้นนวดและกดเบาๆ ลงบนผิว เริ่มจากแก้มทั้งสองข้างค่อยๆ กดออกหากรอบหน้า จมูก หน้าผาก และคาง

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 13 กันยายน 2559

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 13 กันยายน 2559 เช็คทุกวัน ทันทุกดวง กับ แพรวดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : มีโอกาสดีเข้ามา อย่ามองข้าม ควรรับไว้ เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านให้ดีขึ้นได้

การเงิน : หากมีนัดใช้หนี้ จะถูกเบี้ยว หรือเชิดหายเลย

ความรัก : เมื่อเรายังต้องอยู่ในสังคมการทำงาน ก็คงหนีไม่พ้นความเครียด ความกดดัน หันหาใครไม่ได้ก็ระบายใส่กัน เพราะฉะนั้นควรให้เวลาส่วนตัวกันบ้าง อย่าถามจู้จี้จุกจิก คนโสด หน้าชื่นอกตรม เพราะเจอแต่คนปากหวาน เอาแต่ใจตัวเอง แต่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของท่านเลย มีความสุขอยู่กับวันนี้ หากทนไม่ไหวแล้วค่อยแยกจากกัน

สุขภาพ : โรคทางเดินอาหารกำเริบ ลำไส้อักเสบ หรือกรดไหลย้อน

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ต้องใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวเอาตัวรอดให้ได้ เพราะเจองานที่ไม่ถนัด ควรตั้งใจและใช้ความสามารถ ป้าพยากรณ์ว่า ผ่านไปได้ เพราะคนวันจันทร์เก่งอยู่แล้ว

การเงิน : เป็นวันแห่งการทำบุญ ขออนุโมทนาด้วย

ความรัก : ติ๊ต่างว่า เป็นวันสำคัญของครอบครัว แล้วจับมือกันไปทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ติ๊ต่างบ่อยๆ ก็ไม่มีใครว่า คนโสด ช่วงนี้ชาวจันทร์รอไปก่อนนะ ยังไม่เจอเลย ที่ใช่ก็ยังไม่มา ที่มาก็ยังไม่ใช่

สุขภาพ : ไทรอยด์กำเริบ เหนื่อยง่าย ใจสั่น

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน : เจองานหนัก แต่ไม่ใช่งานของตัวเอง ถูกขอร้องแกมบังคับให้ต้องช่วยงานกัน เพราะเป็นงานขององค์กร

การเงิน : ญาติผู้ใหญ่อาจขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน

ความรัก : มีปัญหาเพราะความเห็นไม่ลงรอยกัน ควรหาเรื่องสร้างสรรค์มาคุยกัน อย่าหยิบเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นประเด็น คนโสด ญาติผู้ใหญ่ช่วยเป็นแม่สื่อ ให้ไปดูตัว หรือพาเราไปดูตัว

สุขภาพ : ไม่สบาย เป็นหวัดคัดจมูก

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน : ได้ทำงานสบายใจบ้าง จนอยากหยุดอีก ก็พยายามเร่งทำงาน

การเงิน : มีรายจ่ายจรเข้ามา

ความรัก : เป็นผลจากการเงินที่อยู่ในภาวะที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้เครียดทั้งครอบครัว ต้องช่วยกันประหยัด คนโสด พบเจอกับเพื่อนฝูงเก่าๆ อาจได้เพื่อนเก่ามาเป็นแฟนก็ได้ ป้าเอาใจช่วย

สุขภาพ : ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี เส้นเลือดตีบตัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดี

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : หากคิดจะลงทุนอะไรให้รีบทำ ควรฉกฉวย แล้วเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส

การเงิน : ใช้จ่ายเพื่อความสุขของครอบครัว

ความรัก : สำหรับคู่ที่อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ จะมีปัญหาเรื่องญาติผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ อึดอัด หาทางแยกออกมาอยู่เอง หรือไม่ก็ต้องพยายามเข้าใจกันให้มากๆ คนโสด คิดไปเองว่ามีคนมาชอบ ดูดีๆ ก่อน อย่าทึกทัก

สุขภาพ : ระวังเรื่องผื่นคัน ลมพิษ แพ้

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : สำหรับท่านที่ทำงานทางด้านการขาย ประชาสัมพันธ์ ควรใช้คำพูดที่จูงใจ เตรียมข้อมูลให้พร้อม และมีความจริงใจให้กับลูกค้า แล้วจะได้รับผลงานที่น่าพอใจ

การเงิน : รายจ่ายเกี่ยวกับภาษีสังคม

ความรัก : อย่าหวั่นไหวกับสิ่งยั่วเย้ารอบด้าน ต้องหนักแน่น เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มือที่สามเข้ามาวุ่นวาย คนโสด มีหวังขึ้นคาน เจอแต่พวกไม้เลื้อยไม่เอาจริง หากแต่งไปมีสิทธิ์เป็นม่ายแน่

สุขภาพ : ปวดศีรษะ ไมเกรน

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ถูกกากบาทแล้วชาวเสาร์ เหนื่อย ทำแต่งาน ไม่ค่อยได้หยุด หรือมีเวลาเที่ยว ขาดผู้ช่วย ต้องลุยงานเอง ต้องตัดสินใจหลายเรื่อง กำลังใจถดถอย ทำงานด้วยใจจะได้รับการตอบรับที่ดี หากมีเวลาก็สวดมนต์ ทำบุญทำทานบ้าง

การเงิน : ต้องใช้เงินและเสียเงินโดยไม่ตั้งใจ ระวังกระเป๋าเงินดีๆ

ความรัก : มีเรื่องไม่คุยกันมาหลายวัน อาจถึงขั้นเลิกรากัน หรือไม่ก็เดือดร้อนผู้ใหญ่มาช่วยไกล่เกลี่ย คนโสด เหมือนจะดี แต่ก็ไม่ใช่ มีแววอกหัก บอกเลิก อย่าคาดหวังถึงอนาคต

สุบภาพ : โรคประจำเยอะ ระวังกำเริบ ตรวจเช็คร่างกาย และทานยาสม่ำเสมอ

ระเบิดความปัง! “โมเม – นภัสสร” เป็นมากกว่า ผู้ทรงอิทธิพลทางด้านความงาม

อดีตนักร้องสาวอันโด่งดังในยุค 90’s ที่ปัจจุบัน แม้จะถูกยกให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางด้านความงาม แต่ก็ใช่ว่า “ยานแม่ด้านบิวตี้” อย่างเซเลบสาว โมเม – นภัสสร บูรณศิริ หรือ โมเมพาเพลิน จะดรอปในเรื่องของแฟชั่นสไตล์ 

ล่าสุด ระเบิดความปัง ณ นิวยอร์ก แซ่บกว่านี้ไม่มีอีกล๊าว!!!
เมื่อยานแม่ด้านบิวตี้ของไทย “โมเมพาเพลิน” ที่อยู่ในช่วงเดินสายชมแฟชั่นโชว์ ณ New York Fashion Week แชะภาพคู่ ยานแม่ทุกสถาบันแห่งฮอลลีวูด “วิคตอเรีย เบ็คแฮม” ในงานแฟชั่นโชว์ล่าสุดของ Victoria Beckham ซึ่งนอกจาก “ขุ่นแม่วิค” จะอวดเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่แล้วยังเปิดตัวเครื่องสำอางของตัวเอง ที่ร่วมทำกับ Estée Lauder อีกด้วย แหม เขย่าวงการแฟชั่นไม่พอ ยังขยับมาสายบิวตี้แบบนี้ กูรูบิวตี้อย่าง “ขุ่นแม่โมเม” จะพลาดได้ไง! แพรวบอกเลยว่า นี่คือรูปคู่แห่งประวัติศาสตร์ ถือเป็นความระเบิดปังของยานแม่ไทยที่ตัวยังอยู่นิวยอร์ก แต่สร้างเสียงกรี๊ดระงมจากแฟนๆ ในแดนสยามหนักมาก! อินสตาแกรมขุ่นแม่อาจระเบิดตัวเองได้หลังจากอัพภาพนี้ลงไป

วันนี้เราจึงจะพาไปอัพเดทความแซ่บสั่นรันเวย์ทรุดของสาว “โมเม” ใน New York Fashion Week แล้วยังชวนไปส่องแฟชั่นสไตล์เมื่อสมัยเยือน Paris Fashion Week ด้วยคร๊าา!

 

ย้อนรอย โมเม กับ Paris Fashion Week

สตรีทแฟชั่นของ โมเม เมื่อครั้งเยือน Paris Fashion Week ครั้งแรก
แต่ละลุคที่ Mix & Match ก็ถูกช่างภาพรัวชัตเตอร์ใส่ไม่น้อย

mm41

mm40

ล่าสุด โมเม กับ New York Fashion Week 

เมื่อยานแม่ด้านบิวตี้ของไทย “โมเมพาเพลิน” แชะภาพคู่กับ
ยานแม่ทุกสถาบันแห่งฮอลลีวูด “วิคตอเรีย เบ็คแฮม”

mm01

โมเมสวมชุดจาก EXHIBIT

mm02

อีกหนึ่งลุค ณ  New York Fashion Week ของโมเม
ในสไตล์ Smart Casual Woman ลุคไปชมแฟชั่นโชว์ของ Tommy Hilfiger
คอลเลคชั่น TOMMY X GIGI

mm04

โมเม กับลุค Business Casual Style ที่เผยความเซ็กซี่แบบเบาๆ
ในงานเครื่องสำอาง dior ณ  ประเทศญี่ปุ่น

mm05

1 ใน 100 Influencers (ผู้มีอิทธิพลของโลก) ด้านความงาม  ที่ Urban Decay เลือก
ให้เป็นตัวแทนลิปสติก 1 ใน 100 เฉดสี ของคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Vice Lipstick

mm11

รวมลุคตอนไปเทศกาลหนังเมืองคานส์ Cannes2016
โดย โมเม สวมกำไลและแหวนจาก Atelier Swarovski

page99

โมเมสวมชุดจาก ASAVA ร่วมชมแฟชั่นโชว์ ASAVA คอลเลคชั่น Autumn/Winter 2016

Untitled

โมเม และหวานใจเบอร์ล่าสุด (คริคริ) กับลุคไปชมแฟชั่นโชว์ของ VATANIKA เมื่อเร็วๆ นี้

Untitledj

โมเมสวมชุดจาก Tory Burch Spring 2016 (momay x toryburch)

mm34

mm56

โมเมพาเพลิน

โมเมพาเพลิน

หลบหน่อยขุ่นแม่มาล๊าวววว-ว!

เรื่อง : redapple_แพรวดอทคอม

ภาพ : IG@dailycherie

แซ่บซ่าโซดาไฟ! ‘พลอย เฌอมาลย์’ จากวันวาน…สู่วันนี้

“พลอยไม่ใช่นางร้าย และพลอยก็ไม่ใช่นางเอก แต่พลอยเป็นนักแสดง”
นี้แหละประโยคแซ่บยิ่งกว่าโซดาไฟที่ แสดงถึงตัวตนของตัวแม่เจ้าบทบาทวัย 33 กะรัตได้ดีที่สุด

ความเป็นตัวแม่ฆ่าไม่ตายของสาว “พลอย เฌอมาลย์” ไม่ได้เพิ่งจะถูกยกฉายาให้เพราะอยู่ในวงการมานาน แต่เป็นเพราะตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงสมัยละอ่อน ก็ถูกจดจำและเป็นกระแสเปรี้ยงปร้างที่ใครๆ ต่างพูดถึง แถมฝ่าทุกกระแสดราม่ามาได้แบบความโด่งดังและดีกรีความแรงไม่ลดลงแม้แต่น้อย

ถ้ายุคนี้มีนักแสดงวัยรุ่นจาก ฮอร์โมน เป็นไอดอล ในยุค 90’s นั้น ไม่มีใครจะเปรี้ยวแก่นแซ่บเท่าสาว “พลอย” วัยทีนเอจจากละครเรื่อง หน้าต่างบานแรก เมื่อปีพ.ศ. 2543

ตลอดระยะเวลาในวงการบันเทิง เธอเป็นนักแสดงที่สามารถ สวมบทบาทเป็น นางเอกสลับกับนางร้าย ได้อย่างแนบเนียนแบบที่เล่นเป็นคาแรคเตอร์ใด ก็ทำเอาคนดูเชื่ออยู่หมัด ผลงานละครเด่นๆ ที่สร้างประโยคฮิต บัญญัติคำใหม่และยังนำมาใช้ถึงปัจจุบันนี้ก็เช่นคำว่า “ซุป’ตาร์” จากบท “น้ำหวาน” ในละครเรื่อง ระบำดวงดาว

และละครเรื่องนี้เองที่ทำให้สาวพลอยกวาดรางวัลแทบทุกเวที เช่น รางวัลนาฏราช สาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, รางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขานักแสดงนำหญิงดีเด่น ตบท้ายขึ้นกวาด 2 รางวัลนำหญิงยอดเยี่ยม พร้อมๆ กันทั้งประเภทภาพยนตร์และประเภทละครโทรทัศน์ โดยสาขาละครมาจากเรื่อง ระบำดวงดาว และสาขาภาพยนตร์ จากเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย จากเวทีคมชัดลึกอวอร์ด เวทีที่สาว “พลอย” สร้างประโยคตำนานขณะขึ้นรับรางวัลว่า “พลอยไม่ใช่นางร้าย และพลอยก็ไม่ใช่นางเอก แต่พลอยเป็นนักแสดง” นี้แหละคร๊าา

แน่นอนว่า ผลงานสุดปังของสาว “พลอย” ไม่ได้มีแค่นั้น เพราะไม่ว่าจะละครเรื่อง น้ำพุ, อมฤตาลัย, ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, นิมิตรมาร, โบตั๋นกลีบสุดท้าย, กุหลาบไร้หนาม, น้ำตาลไหม้, ขุนศึก, รักคุณเท่าฟ้า, บ่วงบาป, มาดามดัน, สามีตีตรา, สายลับรักป่วน ฯลฯ ต่างก็มีวลีฮิตติดปาก และโด่งดังในช่วงเวลาที่ละครออนแอร์

นอกจากนี้ผลงานด้านภาพยนตร์ก็โกยเงินเรียกกระแสทุกเรื่อง เช่น รัก น้อย นิด มหาศาล, บุปผาราตรี, รักแห่งสยาม, สี่แพร่ง, ชั่วฟ้าดินสลาย , 30+ โสด ออน เซล และ คิดถึงวิทยา

เรื่องงานนั้นปังสุดขีด แถมเรื่องส่วนตัวก็แซ่บสุดใจแบบไม่ต้องบรรยายอะไรมาก แม้ปัจจุบันจะใช้แฮชแท็กประจำตัวว่า “อดีตเคยแรง” ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะ “อย่าแหย่เสือหลับ” ได้นะคร๊าาาา
เพราะยิ่งกว่าโซดาไฟ ก็สาว “พลอย เฌอมาลย์” นี่แหละ!

พลอย ตอนอายุ 17

Untitled3

พลอย จากเรื่องหน้าต่างบานแรก

p01

ยังจำเรื่อง รักแห่งสยาม กันได้มั้ย!?

p02

สาวพลอย กับการพลิกมารับบทนางร้าย ในเรื่อง กุหลาบไร้หนาม
ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว ญาญ่า ในบทนางเอกเป็นเรื่องแรก
03

นี่น้ำหวานไง จะใครล่ะ!?
เป็นละครอีกเรื่องที่จับตัวแม่อย่างพลอยมารับบทนางร้าย ประกบนางเอกใหม่
ที่ประเดิมละครเรื่องแรก อย่าง ลิเดีย

02

แม่หญิงเรไร แห่งละครขุนศึก
p03

30+ โสด ออน เซล

page9

คิดถึงครูแอน ก็เปิดดูคิดถึงวิทยา วนไปค่ะ

online-3

จะอีกกี่ลุค กี่สไตล์ สาวพลอยก็สวยเอาอยู่!

Untitled6

page

Untitled77

Untitled5

 

เรื่อง : redapple_แพรวดอทคอม

ภาพ : IG@chermarn,
FB@gthchannel , Thai TV3

เปลี่ยนความชอบให้เป็นเงิน “ณพีศ์รา เดชาชาญ” สาวผู้รักการท่องเที่ยวจนเกิดเป็นอาชีพ Travel Stylist

เชื่อว่าหลายคนคงจะมี Dream Destination ที่ขอให้ชีวิตนี้ได้ไปเยือนและไปเติมแรงบันดาลใจใหม่ๆ สักครั้ง แต่สำหรับ บี – ณพีศ์รา เตชาชาญ นักเดินทางที่ขอเรียกแทนตัวเองว่า Travel Stylist บอกว่าการเดินทางคือทุกอย่างในชีวิตของเธอ

การเดินทางสำหรับ ณพีศ์รา เตชาชาญ เป็นเหมือนศิลปะของการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกช่วงชีวิต

“การเดินทางครั้งแรกของบีเริ่มตั้งแต่ 2 ขวบค่ะ (ยิ้ม) เพราะด้วยธุรกิจครอบครัวที่ทำเกี่ยวกับการตกแต่งภูมิสถาปัตย์และพลังงานทดแทน คุณพ่อและคุณแม่ (ศักดิ์ – จิตราภรณ์ เตชาชาญ) จึงต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศเป็นประจำ สมัยเด็กบียังไม่ค่อยอิน ไม่สนุกกับการเดินทางไปที่ที่เราไม่คุ้นเคย ต้องนั่งเครื่องบินนานๆ หรือบางครั้ง ต้องรออยู่ในสนามบินหลายชั่วโมงเพื่อต่อเครื่อง แต่พอโตขึ้นอีกหน่อย ได้ไปประเทศใหม่ๆ เจอผู้คนหลากเชื้อชาติ บรรยากาศบ้านเมืองสวยๆ ทำให้บีเริ่มซึมซับและชอบการท่องเที่ยวไปโดยไม่รู้ตัว และสิ่งที่แถมมาอีกอย่างก็คือ ความสุขที่ได้กินอาหารท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ทำให้เริ่มเฝ้ารอช่วงปิดเทอมเพื่อจะได้ไปเที่ยว

“และความที่ชอบกิน ทำให้บีเลือกไปเรียนต่อด้าน Basic Cuisine and Basic Pátisserie ที่ Le Cordon Bleu Institute อังกฤษ หลังจากจบปริญญาตรีที่เมืองไทย สาขาโฆษณาและการจัดการ ซึ่งตอนนั้นเองที่ทำให้บีมีโอกาสท่องเที่ยวคนเดียว เริ่มจากไปหาเพื่อนตามเมืองต่างๆ ในอังกฤษ แล้วก็เริ่มขับไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วย จากนั้นเวลาเพื่อนๆ ไปเที่ยวก็มักมาถามเราว่าไปเมืองนี้มีที่เที่ยวอะไรแนะนำ ไหม อาหารร้านไหนอร่อย จนถึงให้บีช่วยออกแบบทริปให้เลยว่าจะไปลอนดอน 5 วันควรไปที่ไหนบ้าง (หัวเราะ)

บีจึงเริ่มมาคิดว่าทำไมไม่ทำงานด้านนี้เสียเลย ในวงการแฟชั่นมีอาชีพแฟชั่นสไตลิสต์ วงการอาหารมีฟู้ดสไตลิสต์ วงการท่องเที่ยวยังไม่มีด้านนี้เฉพาะ จึงเกิดเป็นบริษัท Napira ที่ช่วยออกแบบดูแลการท่องเที่ยว และเรียกตัวเองว่าเป็นทราเวลสไตลิสต์ เพราะส่วนตัวบีท่องเที่ยวได้ทุกสไตล์ค่ะ ตั้งแต่ลุย ชิล ไปจนถึงหรูหรา (ยิ้ม)

ณพีศ์รา เตชาชาญ“แต่ถ้าถามสไตล์ที่ชอบจริงๆ บีชอบเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ค่ะ ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เพื่อซึมซับกับธรรมชาติรอบตัว ชอบเมืองเล็กๆ ที่เรายังได้เห็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม บ้านเมืองแบบเดิมๆ อย่างล่าสุดบีไปเที่ยวภูฏาน บอกเลยว่าหลงรักเสน่ห์ของประเทศนี้อย่างจัง ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม บ้านเมือง และผู้คน น่ารักมากๆ และทุกครั้งที่ได้ออก เดินทางก็จะได้ค้นพบสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบเพิ่มขึ้นทุกครั้ง ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เปิดประสบการณ์ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

“ครั้งนี้ก็เช่นกัน บีมีโอกาสเดินเท้าขึ้นเขา เป้าหมายอยู่ที่วัดถ้ำเสือ หรือวัดทักซัง (Taktsang Dzong) ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง แม้เส้นทางค่อนข้างลำบาก ฝนตกอีกต่างหากแต่ไม่ท้อ เพราะตลอดสองข้างทางได้เห็นวิวที่สวยงามมากๆ จนทำให้ติดใจการไฮกิ้ง (Hiking) หรือเดินขึ้นเขามาตั้งแต่ตอนนั้น

ณพีศ์รา เตชาชาญความทรงจำจากการเดินทาง นอกเหนือจากการเดินทาง อีกสิ่งหนึ่งที่สาวนักเดินทางคนนี้ ให้ความสำคัญก็คือ ของที่ระลึกจากประเทศต่างๆ ที่เธอบอกว่าซื้อได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ

“ในการเดินทางของบี นอกจากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กินอาหารอร่อยๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกครั้งคือซื้อของที่ระลึกค่ะ (ยิ้ม) สมัยเด็กขอให้คุณแม่ซื้อให้ ไม่ว่าจะเป็นพวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น ตุ๊กตาตั้งโต๊ะ ที่ทับกระดาษ รูปภาพรวมไปถึงของประดับคริสตัล

ณพีศ์รา เตชาชาญ
พวงกุญแจแลนด์มาร์ค ของสะสมที่บีมีเยอะที่สุด เพราะราคาไม่แพง ซื้อง่าย มีขายทุกที่ ถ้านับคร่าวๆ น่าจะมีประมาณ 300 ชิ้นค่ะ แต่ไม่นำมาใช้เลย เน้นเก็บสะสมอย่างเดียว

“ความรู้สึกคืออยากเก็บเป็นที่ระลึกว่าเคยมาที่นี่แล้ว จึงซื้อพวงกุญแจชื่อเมือง ของประดับตกแต่งรูปแลนด์มาร์คเพื่อเก็บไว้เตือนความทรงจำ และแต่ละที่ที่ไปก็มีเอกลักษณ์และความพิเศษไม่เหมือนกัน จึงซื้อสะสมมาเรื่อยๆ โดยเลือกจากดีไซน์ ความสวยงาม

“ชอบมาก บางประเทศไปมาเกิน 5 ครั้งแล้ว ไปสถานที่เดิมกระทั่งร้านขายของร้านเดิมก็ยังต้องซื้อทุกครั้ง หาแบบใหม่ๆ สะสมไปเรื่อยๆ ทั้งรูปภาพ โมเดล หรือตุ๊กตา เรียกว่าซื้อทุกอย่าง แล้วเขาก็ทำดีไซน์ใหม่ๆ ออกมาให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้เสียเงินเรื่อยๆ (ยิ้ม)

ณพีศ์รา เตชาชาญ“ไปเที่ยวทุกครั้งบีซื้อของเยอะตลอด และต่อให้เยอะแค่ไหนก็แบกไหว อย่างตอนไปเที่ยวเปรูต้องเดินขึ้นเขามาชูปิกชู 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แล้วครั้งนั้นไปแบบแบ็กแพ็คแต่ของเยอะมาก ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย รักจะช็อปต้องสู้!” (หัวเราะ)

สำหรับสาวบี ที่เดินทางมาเกือบทั่วโลก และทำงานเป็น Travel Stylist ออกแบบวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวให้แก่คนอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่า เธอย่อมมีสถานทีท่องเที่ยวสุดโปรดในใจแน่นอน

“บีเดินทางมาเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก แต่ถ้าให้เลือกประเทศที่ประทับใจสุด ขอเลือกโครเอเชียค่ะ เพราะมีความหลากหลายทั้งภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และเป็นหนึ่งในสถานที่ตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เสน่ห์ของเมืองนี้อยู่ที่การผสมผสานกันระหว่างรีสอร์ตริมทะเลหรูๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เหมาะทั้งกับครอบครัว แก๊งเพื่อน คู่รักสูงวัย หรือวัยรุ่น โดยเฉพาะเมืองหลวงซาเกร็บที่ยังคงความสวยงามของบ้านเมืองในยุคกลาง และโบสถ์เก่าแก่ที่ตระการตามากๆ แม้จะไม่มีที่ช็อปปิ้งของแบรนด์เนม แต่เชื่อเถอะว่าถ้าได้ไปแล้วคุณจะอินกับธรรมชาติจนลืมช็อปไปเลยค่ะ และที่สำคัญอาหารอร่อยมากด้วย

 

เรียกว่า ได้ทั้งทำงานและได้ทั้งใช้ชีวิตที่คุ้มค้าเลยจริงๆ

 

ที่มา : นิตยสารแพรว ปักษ์ 888 วันที่ 25 สิงหาคม 2559 คอลัมน์ SPECIAL STORYเรื่อง Minim
ภาพ : อิทธิศักดิ์, โยธา ผู้ช่วยช่างภาพ ธรรมนาถ อินทร์ปรุง

ลิปสติกหักอย่าทิ้ง!! เรื่องขี้ปะติ๋วซ่อมได้!!

 

 

ลิปสติกหัก99759f13dd769c2014cc39e8d13659b5

c2fc6f5bd8d3ac65e4480f2375f0421eลิปสติกหักลิปสติกหัก

โอ๋ๆ ไม่ต้องร้องไห้หนักมากแล้วนะ ลิปสติกหัก
ซ่อมได้นะจ๊ะ ทางนี้ๆ…3 วิธี เอาที่สบายใจทำเลย

 

  • ล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วนำลิปสติกส่วนที่หักมาต่อรอยเดิม จากนั้นใช้ดรายเป่าผมเป่าจ่อไปตรงส่วนรอยต่อที่หักประมาณ 10 วินาที โดยใช้ความร้อนปานกลาง พอลิปสติกเริ่มละลาย ค่อยๆ ใช้นิ้วมือถูตามรอยหักให้กลืนเนื้อลิปเข้าหากัน และหมุนลิปสติกเก็บเข้าที่ นำลิปสติกเจ้าปัญหาแท่งนั้นไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาเนี่ยแหละ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง เสร็จล้าวว…หยั่งกะเสกกลับคืนรูปได้แน่ะ อิอิ
  • นำลิปสติกส่วนที่หักมาวางต่อรอยเดิมในแท่งนั่นแหละ จากนั้นเปลี่ยนจากดรายเป็นไฟแช็กหรือไม้ขีดไฟแทน ลนรอบๆรอยหักจนเนื้อลิปสติกเริ่มละลาย ใช้นิ้วถูปาดกลบรอยให้เนื้อลิปกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 1 คืนเท่านั้น แถ่นแท้น…ได้ลิปแท่งโปรดแท่งเดิมกลับมาล้าววว ดีใจจุง
  • อะๆ หรือจะลองอีกวิธีหนึ่งก็ได้ แล้วแต่สะดวกเลย นำลิปสติกที่หักและตัวแท่งมาวางบนกระดาษทิชชู จากนั้นหมุนแท่งลิปจนโผล่ส่วนที่เนื้อลิปเหลืออยู่ ใช้เทียนลนสัก 10 วินาทีจนเริ่มละลายเล็กน้อยแบบมีเหงื่อผุดๆ นำส่วนที่หักมาเชื่อมต่อให้ติดกัน (ทฤษฎีคล้ายกับเวลาไปไหว้พระแล้วต้องจุดเทียนวาง เราก็ต้องลนก้นให้เริ่มละลายแล้วมาวางที่แท่นใช่ไหม?? นั่นแหละ ทำเหมือนกัน 555+ เห็นภาพไหม?? นึกออกปะ) จากนั้นหมุนลิปสติกลงแล้วปิดฝา นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น 1 ชั่งโมง ใช้ได้เหมือนเดิมล้าวว

 

เรื่อง : Ppee_แพรวดอทคอม
ภาพจาก Pinterest : Coosa / Ki Young Kim / robinbroadbent.com / urbanoutfitters.com / 2c.com.au / beautyexpert.com

 

อีกมุมอาร์ติสต์ “เอ ทินพันธ์” เจ้าของหัวใจ “แอน ทองประสม” ที่ไม่ได้มีดีแค่มาดนักธุรกิจ

เอ ทินพันธ์ หวานใจเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง แอน ทองประสม ที่หลายคนมักจะคุ้นภาพเป็นนักธุรกิจหนุ่มคนเก่ง มีบริษัทกิจการหลายอย่างต้องดูแล แต่อีกมุมของนักธุรกิจคนนี้ก็มีมุมอาร์ติสต์ (Artist) ชื่นชอบการถ่ายภาพ รวมถึงการขีดเขียนที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนเช่นกัน

สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับ แอน ทองประสม ก็คงคุ้นหน้าหนุ่ม เอ ทินพันธ์ แฟนหนุ่มของแอนมาเป็นอย่างดี และถึงแม้จะเห็นสาวแอนหนุ่มเอควงคู่ออกสื่อด้วยกันบ้าง แต่ก็มักจะเป็นแนวค่อนข้างทางการ หรือออกมาพูดถึงธุรกิจการงานของทั้งคู่เสียมากกว่า อย่างล่าสุดทั้งคู่ก็ได้ออกมาพูดถึงธุรกิจ Ann’s Place และประกาศเรื่องแต่งงาน ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีสุดๆสำหรับแฟนๆที่รักและคอยเชียร์ทั้งคู่มาหลายปี

เอ ทินพันธ์เห็นแฟนหนุ่ม เอ ทินพันธ์ หวานใจของสาวแอน ทองประสม เป็นหนุ่มมาดนักธุรกิจแบบนี้ แต่เขาก็มีมุมโรแมนติก มุมอาร์ติสต์ ชื่นชอบการถ่ายรูปมากเหมือนกันนะ เพราะถ้าติดตามอินสตาแกรมส่วนตัวของหนุ่มเอ ก็มักจะมีรูปถ่ายสวยๆฝีมือเขาลง โดยมีสาวแอนเป็นนางแบบให้ตลอด

และไม่ใช่แค่ในอินสตาแกรมเท่านั้น เอ ทินพันธ์ ยังมีแฟนเพจส่วนตัวสำหรับลงรูปถ่ายที่เขาถ่ายไว้เฉพาะในชื่อ A Tinnabhan โดยมีคอนเซ็ปต์ “เล่ารูปให้เป็นเรื่อง” อีกด้วย 

ภาพถ่ายชุดแรกเป็นทริปญี่ปุ่นที่หนุ่มเอได้ไปเที่ยวกับสาวแอน โดยหนุ่มเอนั้นยังเปิดให้แฟนๆที่ได้ชมภาพมาแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนและช่วยแนะนำเขาอีก เรียกว่าเป็นหนุ่มใจกว้าง เปิดอิสระทางความคิด สมกับเป็นนักธุรกิจและหวานใจสาวแอนจริงๆเลย และไม่รอช้า แพรวก็ได้นำภาพถ่ายบางส่วนของหนุ่มเอ พร้อมคำบรรยายของเขามาให้ได้ดูกัน แพรวบอกเลอว่าไม่ธรรมด๊าาา

เอ ทินพันธ์Japan 2016 นางชอบ set นี้

เอ ทินพันธ์ขับรถผ่านทุ่งนามาร้านขนม เป็นร้านในบ้านเก่าแก่ นั่งทานในส่วนเดิมที่เป็นห้องรับแขก ขนมแยมโรลที่ดูเรียบๆ ไม่หวือหวา พอเข้าปาก…หมด/ขนมสไตล์ minimalist…”Less is more” กับชาร้อน/เจ้าของร้านอาชีพหลักขายไข่ไก่ เขาอยากให้ลูกค้ารู้ว่าไข่เขามีคุณภาพขนาดไหนจึงนำมาทำขนม เลยดังทั้งขนมและไข่

เอ ทินพันธ์Japan 2016 ก่อนแสงสุดท้ายของวัน สวนซากุระยามเย็น/มุมนี้อธิบายคำว่า “Less is more.” ได้ชัดเจน  เก้าอี้ตัวเดียวไม่มีอะไรมาก แต่ก่อนที่จะเอาเก้าอี้ตัวนี้มาวางได้ เขาต้องทำงานหนักกันแค่ไหน สวนด้านหลังไม่ใช่ป่าแต่ถูกจัดวาง ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้ามีการตกแต่ง

เอ ทินพันธ์ถนนคนเดินเส้นนี้…ตั้งชื่อว่าอุโมงค์ซากุระ

เอ ทินพันธ์ดอกทิวลิปได้ต้นซากุระ ปลูกใหม่หลังจากฤดูหนาว/ไม่ได้มีป้ายบอกแต่เพื่อนญี่ปุ่นที่นำเที่ยวบอกไว้ “ดูใกล้ได้แต่ห้ามจับ”/กติกาการอยู่รวมกัน ขอเพียงใส่ใจกันเท่านั้น

เอ ทินพันธ์ระหว่างนั่งพักนางเห็นชาวไร่ญี่ปุ่นนั่งปิกนิกข้างแปลงตัวเอง นางขอลงไปถ่ายรูป ชาวไร่พยายามอธิบายพอเข้าใจว่า…คือแปลงหัวหอม/พอหันหลังกลับมาดูถนนซากุระ ภาษาบ้านเราเรียกว่า “คันนา”ดีๆนี่เอง แต่คันนาเขามีประโยชน์นะ/กลับมานั่งคิด? ประเทศที่มีหิมะส่วนใหญ่ทำไมเขาพัฒนาได้เร็วกว่าประเทศที่มีอากาศร้อน (ไว้ได้กลับไปอเมริกาแล้วเอารูปมาเล่าให้เป็นเรื่องกันครับ)

เอ ทินพันธ์Japan 2016 แคมป์ปิ้งในเสื้อหนาว

เอ ทินพันธ์Japan 2016 ศาลเจ้าสำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในทะเล…ความหวังของการได้กลับมาเจอหน้ากัน

เอ ทินพันธ์Japan 2016 ซนเสร็จนางหิว นั่งข้างในไม่เอาจะเอาข้างนอก…บอกไม่ได้บรรยากาศ/ทานไม่อิ่มหิวต่อ/ต่อแล้วต่ออีก/อิ่มแล้วเริ่มหนาว😖🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙇🏻🙇🏻🙇🏻/เชื่อไหมเวลาคนไปเที่ยวกัน ส่วนมากกลับมาแล้วน้ำหนักขึ้น 😂😅…เขียนตาม concept “เล่ารูปให้เป็นเรื่อง”

เอ ทินพันธ์เอ ทินพันธ์Japan 2016 ชมดอกไม้กลางสายฝน

 

เห็นแต่ละรูปสวยๆทั้งนั้น แพรวเห็นแล้วอยากจะเป็นนางแบบบ้างจัง อิอิ

 

เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
ข้อมูลภาพ : Facebook Personal Blog: A Tinnabhan

24 ปีในวงการบันเทิงของ “หยาดทิพย์ ราชปาล” กับบทบาทแรงที่สุด!

ดาราสาวสุดเซ็กซี่ที่รับบทนางเอกมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยจนโตเป็นสาวสะพรั่ง สะสมชั่วโมงบินอยู่ในวงการบันเทิงมาถึง 24 ปี สาว “หยาด – หยาดทิพย์ ราชปาล”

เรียกว่าผ่านการแสดงมานับไม่ถ้วนจริงๆสำหรับสาวหยาดทิพย์  เพราะเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก
โดยมีผลงานละครเฉพาะในวัยเด็กถึง 28 เรื่อง  ซึ่งเปิดตัวเรื่องแรกใน “ภาพอาถรรพ์” เมื่อปี พ.ศ. 2535 ของทางช่อง 7 รับบทเป็น “ลูกสวาสดิ์” แล้วหากนับเฉพาะละครที่เล่นตอนโตมีถึง 26 เรื่อง รวมละครที่เล่นมาแล้วทั้งหมดตั้งแต่เด็กยันโตฟาดไป 54 เรื่อง! ซึ่งล้วนแต่สวมบทบาทเป็นนางเอกทั้งสิ้น ก่อนจะพลิกมารับบทนางร้ายเรื่องแรกใน “รังนกบนปลายไม้” จากนั้นกลับคืนสู่บทนางเอกแบบรัวๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้การเรือเร่, ชื่นชีวานาวี, บ่วงบาป ฯลฯ

ในอดีตสาว “หยาด” จัดว่าเป็นนางเอกสุดฮ็อตขายดีเบอร์ต้นๆคนหนึ่งของช่องเลยก็ว่าได้ ช่วงพีคสุดสาว “หยาด” มีละครถึง 5 เรื่องภายในปีเดียว! ปัจจุบันแม้จะหวนคืนจอมาในบทนางร้าย ก็ร้ายสะท้านเมืองไม่ใช่เล่น อย่างบทบาทของ “สาลี่” จากละคร “นางทาส” ที่เพิ่งลาจอไป และล่าสุดในบท “บุษกร” ผีร้ายที่จะมาสะสางบัญชีแค้นในเรื่องราวความรักในอดีตกาลจากเรื่อง “บ่วงอธิฏฐาน” ที่สาว “หยาด” ถึงกับเอ่ยปากว่า เป็นบทบาทที่แรงที่สุดตั้งแต่เคยเล่นละครมา แถมยังต้องแต่งหน้าผีแบบจัดเต็มชนิดที่ว่าพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

“เรื่องนี้หยาดจะมีทั้งภาคอดีตคือยังไม่ได้เป็นผี และภาคปัจจุบันที่ตายแล้วคือเป็นผี บทนี้เป็นบทที่แรงมากของหยาด ตั้งแต่เล่นละครมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี เรื่องนี้แรงที่สุดเลยค่ะ เป็นบทที่ไม่ใช่คนดีเลย อย่างที่หยาดเคยเล่นมันก็จะเป็นนางเอกแต่ร้ายใช่ไหมคะ แต่เรื่องนี้มันคือแบบตัวที่ชั่วร้ายเลย บทละครเรื่องนี้มีอะไรให้เล่นเยอะมาก มีสีสันของตัวละครเยอะ มีทั้งเรื่องไสยศาสตร์ด้วย แล้วก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับพวกบูชายัญอะไรแบบนี้ด้วยค่ะ ฉากที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์หยาดก็ไม่ได้ไปศึกษาจากที่ไหนนะ เพราะว่ามันไม่รู้จะดูจากที่ไหน พอวันที่หยาดมาก็พยายามคุยกับผู้กำกับว่าเขาอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน เพราะว่าหยาดก็จินตนาการไม่ค่อยถูก บทก็มีเซ็กซี่บ้างค่ะ แต่มันจะหลังจากที่พระเอกเขาโดนไสยศาสตร์ คือตอนทำไม่ได้เน้นความเซ็กซี่เท่าไหร่ จะเน้นเรื่องของความขลังของมนตร์ดำมากกว่า คาถาก็ไม่ยากมาก แต่มั่วไม่ได้ คือต้องท่องให้ถูก แล้วมันก็ยากตรงที่มันจะยาว แล้วคือต้องพูดไม่รู้กี่สิบรอบกว่าพระเอกจะหลงมนตร์ ต้องพูดวนไป พอพูดเกินสิบรอบก็จะเริ่มงงว่าอันไหนมาก่อนมาหลัง

“ตอนแต่งเป็นผีก็จะมีเลเวลความน่ากลัว เป็นคนก็จะสวยกว่าปกติ แต่ตอนแต่งผีก็จะมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความโกรธ มีการหล่อหน้าด้วยค่ะ ครั้งแรกๆก็ต้องหล่อหน้า ลองคอนแท็คท์เลนส์ผี ต้องลองหลายอย่าง พอถึงเวลาจริงก็ต้องแต่ง 2 – 3 ชั่วโมง เรื่องนี้ไม่ได้ใช้ตัวแสดงแทนเลยค่ะ หยาดรู้สึกว่าถ้าปล่อยให้คนอื่นเล่นแทนทั้งที่เป็นซีนสำคัญทั้งนั้น หยาดก็อยากจะทำตรงนั้น ยอมเหนื่อยดีกว่า ให้เป็นเราที่แสดงเอง เพราะเป็นความรับผิดชอบของเรา มันจะดีไม่ดีก็เป็นความรับผิดชอบของเราคนเดียว หยาดได้รับโอกาสนี้แล้ว หยาดก็อยากจะเล่นให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ตอนแรกอ่านเรื่องย่อคร่าวๆก็ไม่คิดว่าบทจะมีสีสันหรือแรงอะไรขนาดนี้ แต่พออ่านแล้วก็รู้สึกว่าอยากเล่น อีกอย่างหนึ่งเพราะมันเป็นบทที่แรงที่สุด หยาดไม่เคยเล่นบทนี้ก็เลยตัดสินใจรับ หยาดอยากทำอะไรที่มันเป็นการพัฒนาฝีมือด้วยค่ะ ยังไงหยาดก็ขอฝากบทของบุษกรด้วยนะคะ เรื่องนี้หยาดตั้งใจทำเต็มที่ อยากให้แฟนๆติดตามกันค่ะ”

 

หยาดทิพย์

หยาดทิพย์ บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน

ละคร บ่วงอธิฏฐาน

ละคร บ่วงอธิฏฐาน

ผีบุษกร บ่วงอธิฏฐาน

ผีบุษกร บ่วงอธิฏฐาน

ผีบุษกร บ่วงอธิฏฐาน
เรื่อง : redapple_แพรวดอทคอม
ภาพ : Thai TV3

กินลมชมสายน้ำกับ 5 สถานที่พักผ่อนสำหรับคนกรุง

ถึงกรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองใหญ่ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน เคล้าอารมณ์แห่งแสงสีที่สว่างจ้าในทุกค่ำคืนก็ตาม ความเบียดเสียดวุ่นวายที่หลายคนอยากจะหยุดพักเพื่อให้ตัวเองได้นิ่งบ้าง บางทีอาจไม่ถึงกับต้องเอาตัวและหัวใจหนีไปไหนไกล เพียงแต่ต้องเลือกสิ่งที่เราจะไปให้ถูกทางเท่านั้นเอง

ตึกสูงเสียดฟ้ากับความวุ่นวายหนาแน่นที่เจอกันอยู่ทุกวันในเมืองกรุง นี่อาจจะเป็นมลภาวะอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุกคนเบื่อหน่าย ไม่สบายกายและใจมากนัก ซึ่งจริงๆ แล้วเราเลือกทีจะเอาตัวและใจไปวางที่อื่นได้ อย่างสถานที่สุดชิลที่เหมาะกับการพักผ่อนทั้ง 5 แห่งนี้ เชื่อว่าหากใครได้ไปลองสัมผัสความสุขก็อยู่แค่มือเอื้อมแล้ว

สวนสันติชัยปราการ (ท่าพระอาทิตย์)

1
http://office.bangkok.go.th/publicpark/park21.asp

สถานที่รวมเหล่าฮิปสเตอร์ในยุคแรกของคนกรุงที่มักจะมีคนไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาพักเหนื่อย เสน่ห์ของที่นี่คือมีพื้นที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมได้หลากหลายมาก ตั้งแต่เล่นสเก็ตบอร์ด,เต้นแอโรบิค,เล่นดนตรี และอ่านหนังสือ ประกอบกับทำเลที่ตั้งยังติดแม่น้ำเจ้าพระยา จึงได้รับลมเย็นๆ ผ่านเข้ามาตลอดทั้งวัน และทั่วบริเวณของสวนสาธารณะแห่งนี้ก็ยังมีการจัดสเปซสวนสนามหญ้าที่เล่นระดับอยู่หลายจุด ทั้งเป็นพื้นที่ราบเรียบไว้สำหรับนั่งนอนอ่านหนังสือ ส่วนอีกจุดจะเล่นระดับแบบขั้นบันได ซึ่งบางทีเวลามีกิจกรรมการแสดง ก็จะใช้เป็นเวทีไปในตัว

ท่ามหาราช

2
http://office.bangkok.go.th/publicpark/park21.asp

สมัยก่อนที่นี่เป็นร้านอาหารติดริมแม่น้ำเท่านั้น แต่ช่วงหลังจากที่มีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นCommunity Mall ก็ได้รับความนิยมจากคนกรุงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยว เห็นทีจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่ยังคงเสน่ห์ของความโบราณผสมผสานกับความร่วมสมัยผ่านสถาปัตยกรรมของโครงสร้างอาคารโดยรอบที่จัดออกมาได้อย่างลงตัว เพื่อไว้สำหรับเป็นที่ถ่ายรูปเก๋ๆ นอกจากนั้นด้านหน้ายังได้เห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเต็มตาเสียด้วย ความฮ็อตของท่ามหาราชเลยยังแรงดีไม่มีตก เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดอย่างมาก

เอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ ฟร้อนต์

3
http://story.tourders.com/asiatique-the-riverfront/

อีกหนึ่ง Community Mallติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่สุดๆ ในย่านถนนเจริญกรุง ที่นี่เรียกว่าเป็นศูนย์รวมแห่งการพักผ่อนที่มีครบทุกอย่างที่อยากทำนอกบ้าน จะไปช้อปปิ้ง กิน เที่ยว ถ่ายรูป หรือขึ้นนั่งชิงช้าสวรรค์ก็มีครบ แถมบรรยากาศก็ดีมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นจนถึงหัวค่ำเป็นต้นไป

เดอะ แจม แฟคทอรี

4
http://malangphoo.com/?p=939

มาดื่มด่ำกับงานศิลปะที่แกลเลอรี่สุดเท่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยากันบ้าง ที่นี่เป็นแหล่งรวมหนุ่มสาวศิลปินที่ทำงานศิลปะเยอะมาก จะบอกว่าเป็นที่รวมหัวของเหล่าอาร์ตติสต์ก็ไม่ผิด ภายในจะมีทั้งร้านกาแฟเก๋ๆ และที่จัดแสดงงานของเหล่าศิลปิน ตรงพื้นที่ส่วนกลางเป็นสนามหญ้ากว้าง มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาร่มรื่น ส่วนด้านหน้าก็เป็นอาคารออฟฟิศ และแม่น้ำเจ้าพระยา ใครที่ชอบดูงานศิลปะไม่ควรพลาดจริงๆ เพราะคุณจะได้สัมผัสกับการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งที่เก๋และมีสไตล์สุดๆ

ฮาสุ เฮาส์

Sansiri-HasuHaus-094D

ถึงจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนโดยตรง แต่ที่พักอาศัยก็คือสถานที่แรกที่คนเรามักจะนึกนึกเวลาที่อยากพักผ่อน สำหรับฮาสุเฮาส์  ถึงจะเป็นรีสอร์ทคอนโดมิเนียมสุดไพรเวทที่ออกแบบโครงสร้างให้ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยู่ย่านใจกลางเมือง แต่ภายในบริเวณโดยรอบของอาคารเลือกที่จะเน้นเสริมความเป็นธรรมชาติมากกว่า โดยใช้การสร้างบรรยากาศให้เป็นพื้นที่พักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวที่ติดริมน้ำ

sansiri

โดยเฉพาะส่วนเอ้าท์ดอร์ทั้งหมด ที่มีแนวคิดการออกแบบจากบ้านริมคลอง มาสร้างสรรค์เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่รายล้อมไปด้วยไม้นานาพันธุ์ มีสายน้ำพร้อม The Water Lily Court คอร์ทส่วนกลางขนาดใหญ่ที่สามารถพักผ่อนแบบส่วนตัวเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ ขณะเดียวกันในเรื่องของความสะดวกสบายด้านอื่นๆ ก็จัดสรรมาให้อย่างครบถ้วนลงตัว ไม่ว่าจะเป็นห้องออกกำลังกาย และพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคาร นอกจากนี้ตำแหน่งที่ตั้งของตัวโครงการยังเดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าได้ที่สถานีอ่อนนุช หรือถ้ามีรถยนต์ส่วนตัวก็มีเส้นทางที่เข้าทางด่วนได้อย่างรวดเร็ว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจากแสนสิริ โครงการ : ฮาสุ เฮาส์ สนใจโทร 1685 หรือ www.sansiri.com