กติกามารยาท

คุณอาจไม่เคยรู้! 17 กติกามารยาท เรื่องแฟชั่นของราชวงศ์อังกฤษที่ต้องปฏิบัติตาม

เผย 17 กติกามารยาท ในเรื่องของแฟชั่นที่เหล่าราชวงศ์อังกฤษต้องปฏิบัติตาม และเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของราชวงศ์ เมแกน มาร์เคิล ก็ควรจะต้องรู้ไว้ว่าต่อไปจะได้เห็นสาวเมแกนแต่งกายอย่างไร หลังจากเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี่ไปแล้ว

นับถอยหลังอีกไม่นาน สาวเมแกนจะกลายเป็นสมาชิกคนใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากเธอได้เข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี่ในวันนี้ (19 พ.ค. 61) แม้ว่าก่อนเริ่มพิธีสุดยิ่งใหญ่นี้จะทำให้มีคำถามจำนวนมากจากผู้คน เกี่ยวกับชุดแต่งงานของเธอที่จะปรากฏในวันสำคัญ และในขณะที่เราต้องรอเพื่อหาคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเห็นได้ชัดคือ เมแกนจะกลายเป็นแฟชั่นไอคอน ถัดจากเจ้าหญิงไดอาน่าและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ สังเกตได้จากแฟชั่นก่อนหน้านี้ของเธอ อย่างเสื้อคลุมที่เธอใส่ในวันประกาศข่าวหมั้น ก็ทำให้ระบบของเว็บไซต์ที่ขายเสื้อโค้ทมีปัญหาหลายครั้ง เพราะผู้คนเข้าไปสั่งซื้อกันเยอะ และกระเป๋าถือที่เธอถือระหว่างออกงานกับเจ้าชายแฮร์รี่ก็ขายหมดเกลี้ยงภายใน 11 นาที ทั้งนี้เพราะสาวๆ หลายคนสะดุดในความเป็นผู้นำแฟชั่นของเมแกน จึงทำให้เกิดการลอกเลียนแบบสไตล์ของเธอ

แต่ในขณะที่เธอจะเริ่มเข้าร่วมงานเลี้ยงแบบราชวงศ์และกิจกรรมอย่างเป็นทางการ เธอก็อาจจะต้องปรับแต่งรูปลักษณ์ของเธอเช่นกัน ซึ่งคุณจะเห็นว่าราชวงศ์ต้องยึดมั่นในแฟชั่นและความงามที่เข้มงวด ซึ่งเป็นมารยาทมาหลายทศวรรษแล้ว กติกามารยาทในเรื่องแฟชั่นของราชวงศ์ที่ต้องปฏิบัติตามจะมีอะไรบ้าง ตามมาเช็คกันเลย

 

1. ต้องไม่ทาเล็บสีสันสดใส

มีเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่เคยเห็นเจ้าหญิงเคทหรือเจ้าหญิงไดอาน่ามีสีเล็บสุดร้อนแรง แต่สีเล็บกลับเป็นสีธรรมชาติสะอาดตา แม้กระทั่งสีชมพูอ่อนๆ ก็แทบจะไม่มีให้เห็น เพราะเฉพาะเล็บที่ดูเป็นธรรมชาติเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตจากราชวงศ์ให้สามารถทาได้ แม้แต่ควีนอลิซาเบธก็ทาเล็บสีธรรมชาติมาตั้งแต่ปี 1989 เป็นเวลา 28 ปีแล้ว ที่พระองค์ทรงทาเล็บด้วยโทนสีธรรมชาติจาก Essie ในชื่อสี ballet slippers

2. ทุกคนไม่สามารถสวมเทียร่าได้

ถึงแม้เทียร่าจะเป็นเครื่องประดับสุดล้ำค่าของราชวงศ์ แต่ใช่ว่าเจ้าหญิงทุกคนจะสามารถสวมได้ เพราะเทียร่าจะถูกสวมใส่เป็นครั้งแรกเมื่อกลายเป็นเจ้าสาว สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คุณจะไม่เคยเห็นเจ้าหญิงในช่วงวัย 20 ปี หรือยังทรงพระเยาว์สวมเทียร่า

3. ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และกระเป๋าส่งสัญญาณ

ข้อนี้หลายคนอาจจะทราบกันอยู่บ้างแล้วสำหรับการวางกระเป๋าบนโต๊ะของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เพราะเมื่อไหร่ที่พระองค์ทรงวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณว่างานเลี้ยงกำลังจะจบเร็วๆ นี้ หรือในโอกาสต่างๆ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงใช้กระเป๋าถือเป็นสัญญาณ เพื่อดึงพระองค์เองออกจากการสนทนาที่น่าเบื่อหรือน่าอึดอัดใจ และเมื่อทรงย้ายกระเป๋าจากพระหัตถ์ซ้ายไปยังพระหัตถ์ขวา ก็มีความหมายว่าทรงไม่ค่อยเพลิดเพลินกับบทสนทนาเช่นกันและพวกเขาจะให้ควีนออกมาอย่างสุภาพ

4. เจ้าชายตัวน้อยสามารถสวมกางเกงขาสั้นได้เท่านั้น

ในขณะที่เจ้าชายจอร์จดูน่ารักกับกางเกงขาสั้น ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่แค่ความชอบของพระมารดาที่ทรงแต่งตัวให้ แต่เพราะเด็กผู้ชายไม่ได้รับอนุญาตให้สวมกางเกงขายาวจนกว่าจะอายุ 8 หรือ 9 ขวบ ที่บ่งบอกสัญญาณของการเริ่มโตเป็นหนุ่ม เพราะกางเกงขายาวมีไว้สำหรับเจ้าชายที่โตเป็นหนุ่มแล้ว

5. ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ต้องสวมฉลองพระองค์สีสันสดใส

ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ออกมาพบปะประชาชนจะทรงเลือกฉลองพระองค์สไตล์นี้เสมอ และที่พระองค์ต้องแต่งฉลองพระองค์สีสด ก็เพราะต้องการให้ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะอยู่ระยะไกลก็ตาม เนื่องจากโอกาสที่ประชาชนจะได้เห็นควีนของพวกเขาไม่ได้มีมากนัก และควีนเอลิซาเบธที่ 2 ยังเคยตรัสว่า “หากฉันใส่สีเบจ คงไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นใคร” 

6. ราชวงศ์ต้องมีชุดสีดำ

เมื่อเดินทางไปต่างประเทศสมาชิกทุกคนต้องจัดเตรียมชุดสีดำลงในกระเป๋าเดินทาง ในกรณีที่มีคนเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด จึงต้องเตรียมการไว้ เพราะสมาชิกราชวงศ์ต้องดูเรียบร้อยเสมอและมันจะดูไม่ดี หากยังคงแต่งกายด้วยชุดสีสันปกติ ในขณะที่สมาชิกในราชวงศ์เพิ่งจะจากไป เรื่องนี้กลายเป็นกฎหลังจากที่ควีนอลิซาเบธต้องรีบกลับจากเคนยาในปี 1952 หลังจากที่พระบิดาของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 สิ้นพระชนม์ เพราะไม่ได้ถูกมองว่าเหมาะสมที่จะออกมาในกรุงลอนดอนด้วยชุดปกติหลังจากที่กษัตริย์สิ้นพระชนม์

7. เทรนด์ Cleavage Bag

Cleavage Bag เป็นคำนิยามของกระเป๋าที่เจ้าหญิงไดอาน่าถือมันขึ้นมาปิดระหว่างหน้าอก ได้กลายเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ และต่างตั้งข้อสันนิษฐานกันว่าพระองค์ทรงทำเช่นนั้นเพื่อความสุภาพเรียบร้อย แม้ฉลองพระองค์จะมีความเซ็กซี่มากหรือน้อย แต่การปรากฏพระองค์ต่อหน้าสาธารณชนและต้องก้มต่ำเมื่อลงจากรถ ก็ควรเซฟตัวเองจากเหล่าปาปารัสซี่ด้วยเช่นกัน รวมถึงการเป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์อังกฤษในขณะนั้น การวางพระองค์อย่างเหมาะสมเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก

8. ต้องสวมถุงน่อง

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ต้องการให้สมาชิกในครอบครัวและแขกทุกคนสวมใส่ถุงน่อง ดังนั้นแม้ว่าคุณจะเห็นสมาชิกราชวงศ์แต่งการด้วยเดรสสั้น นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเห็นขาที่เปลือยเปล่า เพราะมีการใส่ถุงน่องแบบแนบเนื้อไว้

9. อย่าสวมรองเท้าส้นเตารีดต่อหน้าพระราชินี

พระราชินีไม่ชอบรองเท้าส้นเตารีดและรองเท้าที่ทำจากไม้ก๊อก หากต้องพบกับควีนเอลิซาเบธที่ 2 ก็ควรจะเลี่ยงรองเท้าลักษณะนี้ อย่างเช่นเจ้าหญิงเคทจะทรงสวมรองพระบาทส้นเตารีดตอนที่ไม่ประทับอยู่กับควีนเอลิซาเบธที่ 2 เพราะสมเด็จพระราชินีมิได้ทรงเป็นแฟนของรองเท้าส้นเตารีด พระองค์ทรงไม่ชอบ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในเหล่าราชวงศ์

10. อย่าถอดเสื้อคลุมในที่สาธารณะ

หลายคนอาจไม่ทันได้สังเกต เมื่อเจ้าหญิงเคทใส่เสื้อคลุมออกงานต่างๆ จะไม่เคยเห็นพระองค์ถอดเสื้อคลุมออก ณ ตรงนั้นเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าการถอดเสื้อคลุมออกถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพและไม่เหมาะสมสำหรับดัชเชสหรือเจ้าหญิง

11. สมเด็จพระราชินีต้องสวมพระมาลา

ควีนเอลิซาเบธที่ 2  ทรงพระมาลาอยู่เสมอ นั่นไม่ใช่เป็นเพียงสไตล์ของพระองค์เท่านั้น เพราะมารยาทและธรรมเนียมในการแต่งกายแบบอังกฤษ กำหนดให้สตรีสวมหมวกในงานที่เป็นทางการ โดยในอดีตจนกระทั่งถึงช่วงทศวรรษที่ 1950 สุภาพสตรีส่วนใหญ่มักสวมหมวกเมื่อออกนอกบ้าน เพราะการเผยเส้นผมในที่สาธารณะไม่ใช่สิ่งที่ควรทำสำหรับสุภาพสตรีในยุคนั้น

12. เจ้าหญิงไดอาน่าทรงชอบสื่อสารโดยตรง

ในขณะที่ราชวงศ์ไม่ต้องสวมถุงมืออีกต่อไป ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไอเท็มเสริมในอดีตนี้จะเป็นสัญลักษณ์ถึงความบริสุทธิ์และสถานะ แม้ว่าประเพณีเป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าหญิงไดอาน่าก็ต่อต้านเรื่องนี้ เพราะพระองค์ทรงชอบที่จะจับมือเมื่อไปพบปะผู้คนหรือทำการติดต่ออย่างจริงจัง ดังนั้นพระองค์จึงปฏิเสธที่จะสวมถุงมือสีขาว รวมทั้งพระมาลาพร้อมตรัสว่า “คุณไม่สามารถกอดเด็กๆ ได้ หากใส่หมวก”

13. ต้องมีกิ่งก้านของต้นไมร์เทิลประดับช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

ไมร์เทิล (Myrtle) เป็นต้นไม้หอมผลิดอกและใบอ่อนรับช่วงฤดูใบไม้ผลิ มีความหมายที่ดีที่รู้จักกันดีในนาม สมุนไพรแห่งความรัก แสดงถึงความรัก ความอุดมสมบูรณ์ ความไร้เดียงสา และเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงาน ซึ่งตามประเพณีจะนิยมนำไมร์เคิลมาประดับเป็นช่อดอกไม้ในรูปทรงโล่ ที่ร่วมกับดอกลิลลีป่า ดอกสวีทวิลเลียม เถาไม้เลื้อยและดอกไฮยาซินธ์ เห็นได้จากเจ้าสาวเชื้อราชวงศ์ต่างๆ ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่สมเด็จพระราชชนนีไปจนถึงดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

14. ไม่สวมหมวกหลังจาก 6 โมงเย็น

ราชวงศ์ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้สวมหมวกหลังเวลา 18.00 น. หากเป็นงานที่จัดตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป สมาชิกราชวงศ์ฝ่ายหญิงจะต้องสวมรัดเกล้าหรือมงกุฎแทนการสวมหมวก

15. การถือคลัทช์

เป็นกฎที่รู้จักกันทั่วไปว่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้จับมือกับสมาชิกคนใดในราชวงศ์ ซึ่งสุภาพสตรีหลายคนในครอบครัวของราชวงศ์ต่างถือคลัทช์ด้วยมือทั้งสอง ถ้ามือของพวกเขาถูกครอบครองด้วยกระเป๋า ทุกคนจะลงความเห็นได้ทันทีว่าจะไม่มีการสัมผัสใดๆ และจะไม่มีคำถามเกิดขึ้น

16. การสวมถุงมือ

ราชวงศ์จะไม่ถูกบังคับให้สวมถุงมือในกรณีที่ผูกเน็คไท และต้องถอดมันออกเมื่อกำลังจะเริ่มรับประทานอาหาร และห้ามวางถุงมือบนโต๊ะอาหาร แต่ต้องถอดออกมาวางไว้บนตักใต้ผ้าเช็ดมือ

17. กฎของสี

ถ้าคุณมองใกล้ๆ บางครั้งสุภาพสตรีของราชวงศ์มักจะสวมใส่สีสันเพื่อเป็นเกียรติกับประเทศที่พวกเขาไปเยี่ยมชม เช่น เจ้าหญิงเคททรงสวมพระมาลาใบเมเปิล เมื่อไปเยือนแคนาดา หรือราชินีที่หยิบหยกสีเขียว เมื่อเดินทางไปไอร์แลนด์

 


ภาพและที่มา : www.bustle.com

 

แบบลักซ์ชัวรี่

ปัง ปัง ปัง “อั้ม – เบลล่า – ญาญ่า” สวยเฉียบ แบบลักซ์ชัวรี่

3 นางเอกสาวแถวหน้าของเมืองไทย “อั้ม–เบลล่า–ญาญ่า” อวดออร่าบนพรมแดง สวยเฉียบ แบบลักซ์ชัวรี่ สมเป็นซูเปอร์สตาร์ที่แท้จริง

แบบลักซ์ชัวรี่

ภาพรวม 5 นักแสดงที่ได้รับรางวัลจากเวทีนี้ พูดได้เลยว่าทั้งตำแหน่งและสีชุดดูกลมกล่อมสุดๆ

เมื่อค่ำคืนวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน ได้มีการจัดงานประกาศรางวัล “daradaily Awards 2017” ภายใต้คอนเซ็ปต์ All Stars Extravaganz : อลังการแห่งดารา สำหรับในส่วนของรางวัลนั้นแต่ละสาขาก็ขับเคี่ยวกันมาอย่างเข้มข้น โดยผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

รางวัลสถานีโทรทัศน์ทางด้านเทคนิคในการนำเสนอข่าวยอดเยี่ยม ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32

รางวัลสถานีโทรทัศน์ทางด้านผลิตสารคดียอดเยี่ยม ได้แก่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

รางวัลสถานีโทรทัศน์ทางด้านส่งเสริมด้านกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

รางวัล daradaily Diamond ได้แก่ “หนิง – นิรุตติ์ ศิริจรรยา”

รางวัลนักร้องลูกทุ่งหญิง ที่สุดแห่งปี ได้แก่  “จ๊ะ – อาร์ สยาม” เพลง จีบหน่อย อร่อยแน่

รางวัลนักร้องลูกทุ่งชาย ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “แซ็ค – ชุมแพ” เพลง คำแพง

รางวัลนักร้องหญิง ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “แพท วง Klear – รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย” เพลง พันหมื่นเหตุผล

รางวัลนักร้องชาย ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “เป๊ก – ผลิตโชค อายนบุตร” เพลง โทษที่เอาแต่ใจ

รางวัลผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการข่าวหญิง ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “จิตดี ศรีดี” จากรายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอมรินทร์ทีวี 34

รางวัลผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการข่าวชาย ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “ไก่ – ภาษิต อภิญญาวาท” รายการ “Debate” สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

รางวัลพิธีกรที่สุดแห่งปี “กันต์ กันตถาวร” รายการ “THE MASK SINGER” ช่องเวิร์คพอยท์ 23

รางวัลรายการโทรทัศน์ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “รายการ “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์” สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

รางวัลภาพยนตร์ ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “ฉลาดเกมส์โกง”

รางวัลดารานำหญิง สาขาภาพยนตร์ ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “บี – น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์” เรื่อง “เพื่อน..ที่ระลึก”

รางวัลดารานำชาย สาขาภาพยนตร์ ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “ยอร์ช – ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์” เรื่อง “15+ ไอคิวกระฉูด”

รางวัลดาวรุ่งหญิงที่สุดแห่งปี ได้แก่ “อิษยา ฮอสุวรรณ” ละคร “เตียงนางไม้”  สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

รางวัลดาวรุ่งชายที่สุดแห่งปี ได้แก่ “กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์” รุ่นพี่ Secret Love เดอะซีรีส์ 2 ตอน Puppy  Honey ช่อง ONE31

รางวัลดาราสีสัน ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “แคทรียา อิงลิช” รับบท “พรพจี” ละคร เพลิงรักไฟมาร ช่อง 8

รางวัล The Best Performance Award ได้แก่ “VAV”

รางวัล The Best Newcomer Award ได้แก่  “BLANC7”

รางวัล HOT GIRL ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์”

รางวัล COOL GUY ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ”

รางวัลดารานำหญิง สาขาละคร ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ”

รางวัลดารานำชาย สาขาละคร ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “ณเดชน์ คูกิมิยะ”

รางวัลละครโทรทัศน์ ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “เพลิงพระนาง” บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7

รางวัล Popular Vote หญิง ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “เบลล่า – ราณี แคมเปน”

รางวัล Popular Vote ชาย ที่สุดแห่งปี ได้แก่ “หมาก – ปริญ สุภารัตน์”

นอกจากการประกาศรางวัลแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญก็คือแฟชั่นพรมแดงที่เหล่าคนดังสวมใส่มาในวันนี้แต่ละคนสวยหล่อกันทั้งนั้น ขณะที่ ปัง ปัง ปัง สุดต้องยกให้ 3 นางเอกแถวหน้าของเมืองไทย “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ”, “เบลล่า-ราณี แคมเปน” และ “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่สวยเฉียบ แบบลักซ์ชัวรี่ สมกับเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างแท้จริง


อั้ม -พัชราภา ไชยเชื้อ

ไม่ว่าจะเดินทางไปรับรางวัลจากเวทีไหน “พี่อั้ม” ก็เอาอยู่ทุกลุค อย่างวันนี้เธอมาในชุดสวยจากแบรนด์ ELIE SAAB เห็นแล้วบอกได้เลยว่าดึงดูดสายตาสุดๆ

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

 

แบบลักซ์ชัวรี่ แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่


เบลล่า -ราณี แคมเปน

ด้าน “แม่การะเกด” มาในชุดของแบรนด์ Christian Dior พอหลุดจากลุคอโยธยาแม่ก็ทั้งโก้ทั้งเก๋สุดๆ แม้จะสวมชุดแดงมาพรมแดงแต่ก็สวยสะดุดตาสะดุดใจ

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่


ญาญ่า -อุรัสยา เสปอร์บันด์

ปิดท้ายที่ “เจ้าหญิงอลิซ”ก้าวลงพรมแดงด้วยชุดของ LOUIS VUITTONเผยเสน่ห์แบบสวยเฉียบ! สะกดสายตา ถึงแม้จะไม่ได้ลุคหวานแหววอย่างเคยแต่ก็ทำให้ใจสั่นเลยทีเดียว

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่

แบบลักซ์ชัวรี่


 

เปิดตำนานเทียร่าราชวงศ์อังกฤษ ที่คาดว่า ‘เมแกน’ จะได้สวมในวันเสกสมรส

เปิดตำนานเทียร่าราชวงศ์อังกฤษ ที่คาดว่า ‘เมแกน’ จะได้สวมในวันเสกสมรส

“เทียร่า” นับว่าเป็นเครื่องประดับอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับผู้ที่จะเข้ามาเป็นสะใภ้หลวงในราชวงศ์อังกฤษ และในวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 นี้ กับพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่และพระคู่หมั้น สาวเมแกน มาร์เคิล ก็จะกลายเป็นเจ้าสาวที่เจิดจรัสที่สุดในงานนี้ โดยมีเทียร่าที่ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่ามาช่วยให้เสริมให้ชุดเจ้าสาวของเธอสวยสง่าคู่ควรกับการเข้ามาเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษอย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ผ่านมาสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพระราชทานเทียร่าให้กับเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ สำหรับใช้ในพิธีเสกสมรสทุกครั้ง และสำหรับสาวเมแกนก็เช่นกัน ซึ่งก็ต้องมาดูว่าเธอจะได้สวมใส่เทียร่าสุดล้ำค่าองค์ไหนกันแน่

เปิดตำนานเทียร่าราชวงศ์อังกฤษ ที่คาดว่า ‘เมแกน’ จะได้สวมในวันเสกสมรส

The Spencer Tiara  : เทียร่าแห่งตระกูลสเปนเซอร์

ในปี 1981 เมื่องานอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอาน่า ทรงสวมเทียร่าแห่งตระกูลสเปนเซอร์ของพระองค์เอง สำหรับเทียร่าชิ้นนี้ ออกแบบเป็นรูปดอกไม้และประดับเพชรบนฐานที่ทำด้วยเงิน ซึ่งเพชรนั้นถูกประดับไว้ถึง 15 วงประดับด้วยหยดไข่มุกขนาดใหญ่รอบวง ความพิเศษของเทียร่าแห่งตระกูลสเปนเซอร์นั้นยังสามารถถอดเปลี่ยนไข่มุกออกแล้วใส่มรกตแทนได้ หรือจะสวมใส่แบบไม่มีหยดอัญมณีก็สวยสง่าได้เช่นกัน

The Grand Duchess Vladimir’s Tiara : เทียร่า แกรนด์ ดัชเชส วลาดิมีร์

ประวัติของเทียร่าที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสวมอยู่นี้ คือ เทียร่า แกรนด์ ดัชเชส วลาดิมีร์ ซึ่ง “แกรนด์ ดัชเชส” พระปิตุจฉาในพระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 แห่งรัสเซีย ทรงซ่อนเทียร่านี้ไว้ใต้หลังคาของพระราชวังวลาดิมีร์ ในปี 1981 ก่อนที่พระองค์จะทรงหลบหนีออกจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อครั้งเกิดการปฏิวัติในรัสเซีย หลังจากนั้นเทียร่านี้ถูกค้นพบโดยสมาชิกหน่วยสายลับอังกฤษนายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ขนอัญมณีออกจากรัสเซียมาคืนให้กับแกรนด์ ดัชเชส

ต่อมาเทียร่านี้ได้ถูกนำมาขายให้กับควีน แมร์รี พระมารดาในสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ตกทอดมาถึงพระองค์ และเทียร่านี้พระองค์ก็ได้พระราชทานให้ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ (นางคามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์) สวมใส่ด้วย

The Oriental Circle Tiara : เทียร่า โอเรียนทัล หรือ อินเดียน เทียร่า

The Oriental Circle Tiara : เทียร่า โอเรียนทัล หรือ อินเดียน เทียร่า นับเป็นเทียร่าที่สมเด็จพระอัยยิกา ทรงโปรดปรานมากที่สุด เป็นเทียร่าที่มีขนาดใหญ่ ประดับด้วยเพชรรูปดอกบัว โดยเทียร่านี้เจ้าชายอัลเบิร์ตทรงมีรับสั่งให้สร้างขึ้นและประดับด้วยโอปอล เพื่อถวายให้กับควีนวิคตอเรียในปี 1853 แต่ในเวลาต่อมาควีนอเล็กซานดราได้เปลี่ยนโอปอลเป็นทับทิมแทน เพราะเชื่อว่าโอปอลเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย

Queen Mary’s Fringe Tiara : เทียร่า ควีน แมร์รีส์ ฟรินจ์

เทียร่านี้ควีนวิคตอเรีย ทรงเป็นผู้สวมใส่ครั้งแรกในปี 1839 เป็นเทียร่าที่ประดับขอบด้วยเพชรที่มีอายุยาวนานมากกว่า 70 ปี ต่อมาได้ถูกสวมใส่อีกครั้งโดยสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ในงานพิธีอภิเษกสมรสกับดยุกแห่งเอดินบะระในปี 1947 และคาดว่าเทียร่านี้อาจจะเป็นองค์ที่สาวเมแกนจะได้สวมใส่ในวันเสกสมรสอีกด้วย

เปิดตำนานเทียร่าราชวงศ์อังกฤษ ที่คาดว่า ‘เมแกน’ จะได้สวมในวันเสกสมรส

Strathmore Rose Tiara : เทียร่า สตราธมอร์ โรส

เทียร่า สตราธมอร์ โรส เป็นเทียร่าของสมเด็จพระอัยยิกา ซึ่งเคยเป็นของขวัญจากพระมารดาและพระบิดาของพระองค์ในปี 1923 ความพิเศษของเทียร่านี้ ออกแบบเป็นรูปดอกไม้สามารถสวมใส่ไว้ส่วนบนของศีรษะ หรือใส่คลุมลงมาก็ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คาดการณ์ว่าอาจจะเห็นในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และสาวเมแกนเช่นกัน เนื่องจากว่าไม่เคยได้รับการสวมใส่ออกสู่สายตาสาธารณชนมานานหลายปีแล้ว

Queen Alexandra’s Russian Kokoshnik Tiara : เทียร่า โคโคชนิก ของควีนอเล็กซานดรา

เทียร่า โคโคชนิกถูกออกแบบไว้อย่างงดงามประณีตด้วยก้านแพลตินัมถึง 16 ก้าน ประดับด้วยเพชร 488 เม็ด  เป็นเทียร่าที่ได้รับพระราชทานเป็นของขวัญให้กับควีนอเล็กซานดรา เนื่องในพระราชพิธีวันครบรอบวันอภิเษกสมรสในปี 1888 เทียร่านี้ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายเครื่องประดับศีรษะของสาวชาวไร่ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นแฟชั่นที่นิยมมากในยุคนั้น แต่ทั้งนี้สาวเมแกนอาจไม่ได้สวมใส่เทียร่าองค์นี้ เนื่องจากเป็นเทียร่าที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงโปรดปรานมากที่สุด เพราะเป็นเทียร่าที่มีชื่อคล้องกับนามของราชวงศ์ และพระองค์ก็ทรงสวมเทียร่านี้อยู่บ่อยครั้ง

Catier Halo Tiara (The Queen Mother’s Scroll Tiara)  : คาร์เธียร์ ฮาโล เทียร่า หรือ ควีน มาเธอร์ส สโครล เทียร่า

เทียร่านี้ผลิตขึ้นในปี 1936 ซึ่งพระบิดาของสมเด็จพระราชินิเอลิซาเบธที่ 2 ทรงซื้อให้กับพระชนนี โดยเทียร่านี้เคท มิดเดิลตัน หรือดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เคยสวมใส่เมื่อครั้งเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายวิลเลียมนั่นเอง

 

แน่นอนว่าหนึ่งในเทียร่าที่ได้ลิสต์มาให้ดูกันวันนี้ อย่างไรก็ตามก็ต้องเป็นเทียร่าที่จะอยู่บนศีรษะของว่าที่สะใภ้หลวงคนใหม่แห่งราชวงศ์อังกฤษอย่างแน่นอน ซึ่งก็คงทำให้วันนี้สาวเมแกนเธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่สวยที่สุดแห่งปีนี้

 

 

 

 

 

 

 

เกาะติดพิธีเสกสมรส! The Royal Wedding 2018 : Prince Harry & Meghan Markle

เกาะติดพิธีเสกสมรส! The Royal Wedding 2018 : Prince Harry & Meghan Markle

 

สุดโก้หรู! แฟชั่นสุภาพสตรีในราชวงศ์ ร่วมยินดีพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

แฟชั่นของสุภาพสตรีในราชวงศ์

ไม่กลบซีน! เจ้าหญิงเคท ฉลองพระองค์เรียบง่าย ในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

ฉลองพระองค์เรียบง่าย

 เรียบหรูสุดพลัง! ชุดแต่งงาน เมแกน มาร์เคิล สวยสง่าจากแบรนด์ดัง Givenchy

เซเลบจัดเต็ม! เผยแฟชั่นลุค สไตล์ผู้ดีอังกฤษ ร่วมพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

แฟชั่นสไตล์ผู้ดีอังกฤษ

เลดี้คิตตี้ พระนัดดาของเจ้าหญิงไดอานา ร่วมยินดีพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน มาร์เคิล

 

ฉีกตำราเมคอัพเจ้าสาว​! ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ แต่งหน้าเองเบาๆ​ เข้าพิธีเสกสมรส

 

7 องค์กรการกุศล ที่เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน จะนำเงินจากพิธีเสกสมรสเข้าช่วยเหลือ

 

มีใครบ้าง? เซเลบอังกฤษ สวย สง่า ร่วมยินดีเข้าพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

 

ครึกครื้น! ส่องบรรยากาศวันนี้ที่อังกฤษ ก่อนเริ่มพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

 

ทำความรู้จัก 5 ข้อ ประเพณีพิธีเสกสมรส ราชวงศ์อังกฤษ ก่อนชมพระราชพิธีจริง

 

งดงาม เลอค่า! เผย Royal Wedding Dresses 16 ชุด ตั้งแต่อดีตจนถึงปี 2011

 

สำนักพระราชวังยืนยัน พ่อของ เมแกน จะไม่ทำหน้าที่พาบุตรสาวเดินเข้าโบสถ์

 

ทึ่งสุดๆ! เผยโฉมหน้าแขกพิเศษ ผู้ได้รับบัตรเชิญร่วมพิธีเสกสมรสของ Prince Harry & Meghan

 

ใช่แบรนด์นี้ไหม! ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท ที่จะได้เห็นในพิธีเสกสมรสปรินซ์แฮร์รี่

เส้นทางสะใภ้หลวง! เมแกน มาร์เคิล เจ้าสาวผู้ต้องฝ่ากระแสดราม่าจนวินาทีสุดท้าย

ว่าด้วยพระอิสริยยศในราชวงศ์อังกฤษ! ไม่ใช่ Royal Blood มีสิทธิ์เป็น Princess ไหม? หาคำตอบได้ที่นี่

น่าปลื้มใจ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงตอบรับเป็นผู้พา เมแกน มาร์เคิล เดินเข้าโบสถ์ในพิธีเสกสมรส

ห้ามทำและต้องทำ! มารยาทเคร่งครัดของแขกที่เข้าร่วมพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน

 

คุณอาจไม่เคยรู้! 17 กติกามารยาท เรื่องแฟชั่นของราชวงศ์อังกฤษที่ต้องปฏิบัติตาม

เปิดตำนานเทียร่าราชวงศ์อังกฤษ ที่คาดว่า ‘เมแกน’ จะได้สวมในวันเสกสมรส

‘ชุดคอสเพลย์ หน้ากาก ธงชาติ’ สีสันชวนอมยิ้มของชาวอังกฤษ ร่วมยินดีงานเสกสมรสบันลือโลก

ชาวอังกฤษตื่นเต้น! กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน เตรียมพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน

 

ว่าที่เจ้าสาว เมแกน มาร์เคิล ใส่ต่างหูเพชรราคาหลักแสน เพื่อเข้าซ้อมพิธีเสกสมรส

 

ประกาศครั้งแรก! เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ จะทรงร่วมพิธีแต่งปรินซ์แฮร์รี่

 

เปิดภาพ โบสถ์เซนต์จอร์จ สถานที่จัดพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

 

ฟีเวอร์แรง! ของที่ระลึกบันทึกรัก พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล

พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน

 

เปิดเมนูในพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล เรียบง่ายแต่หรูหรา

เปิดเมนูในพิธีเสกสมรส

 

สุดเลอค่า! แบรนด์นี้แหละ ชุดแต่งงาน เมแกน มาร์เคิล ราคาไม่เบาอยู่ที่หลักล้าน

 

ส่องแฟชั่น Matching Couple ของคู่รักมีสไตล์ เจ้าชายแฮร์รี่ – เมแกน มาร์เคิล

 

เซเรนา อาจเป็นคนเดียวในโลกที่ปฏิเสธไม่ร่วมพิธีเสกสมรสของ เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน

 

สัมพันธ์พี่น้องน่าประทับใจ! เจ้าชายแฮร์รี่ทรงขอให้เจ้าชายวิลเลี่ยมทรงเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว

 

ตามรอย 5 แบรนด์โปรด เมแกน มาร์เคิล หรือนี่อาจจะกลายเป็นชุดเจ้าสาวของเธอ

The Royal Wedding 2018 : Prince Harry & Meghan Markle

Sheku Kanneh-Mason ได้รับเลือกเล่นดนตรีในงานพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

 

ออร่าเจ้าสาวจับ! ส่องแฟชั่น เมแกน มาร์เคิล ออกงานคู่เจ้าชายแฮร์รี่ เผยลุคเรียบหรูสไตล์ตัวเอง

 

รู้จัก Alexi Lubomirski ช่างภาพลั่นชัตเตอร์ในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล

 

เมแกน มาร์เคิล อาจได้สวม Spencer Tiara องค์เดียวกับเจ้าหญิงไดอาน่าในพิธีเสกสมรส

 

เผยอีกหนึ่งความงดงาม ดอกไม้ที่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล เลือกใช้ในพิธีเสกสมรส

 

งดงามตลอดกาล 13 ชุดแต่งงานของ “ราชวงศ์อังกฤษ” ตั้งแต่ปี 1923

 

The Royal Wedding 2018 : Prince Harry & Meghan Markle

 

4 แหวนหมั้นประวัติศาสตร์ ที่ถูกสวมบนนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าหญิงราชวงศ์อังกฤษ

 

สวยฉีกกฏ เมแกน มาร์เคิล สวมซีทรูมูลค่า 2.4 ล้าน ในรูปประกาศข่าวหมั้น

 

วงนี้ประเมินค่าไม่ได้ “เจ้าชายแฮร์รี่” นำเพชร “เจ้าหญิงไดอาน่า” ออกแบบแหวนหมั้นให้ “เมแกน มาร์เคิล”

 

เมแกน มาร์เคิล ไม่ได้เป็นเจ้าหญิง! แม้จะได้รับอนุญาตให้เสกสมรสกับ เจ้าชายแฮร์รี่

 

โลกนี้สีชมพู เจ้าชายแฮร์รี่ – เมแกน จับมือกันไม่ห่าง นางเอกสาวสุดประทับใจปริ้นซ์คุกเข่าขอแต่งงาน

The Royal Wedding 2018 : Prince Harry & Meghan Markle

 

 

‘สตรองชัดเจน หากมีดีไม่ได้ ก็ขออยู่เป็นโสดสวยๆ ดีกว่า’ ดูดวงรายวัน 19 พฤษภาคม 2561

ดูดวงรายวัน 19 พฤษภาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  วันนี้ดุเดือดทีเดียว ท่านอยู่ท่ามกลางการแข่งขันชิงไหวชิงพริบ เพื่อให้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างเอาเป็นเอาตาย ระวังเด็กรุ่นน้องที่นิสัยเอาแต่ใจจะเป็นหนอนบ่อนไส้ หรือเลื่อยขาเก้าอี้ท่านอยู่

การเงิน : ระวังถูกขโมยทรัพย์สิน หรือถูกหยิบยืมเงินแล้วไม่ได้คืน

ความรัก :  วันนี้ระวังในครอบครัวจะมีปัญหาเรื่องมือที่สาม อาจถึงขั้นแย่งลูกกันได้ คนโสด เช่นกันระวังเจอคนรักที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ เจ้าชู้ แต่ท่านก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา

สุขภาพ :  โรคกระดูกถามหาแล้ว เช่น กระดูกเสื่อม กระดูกพรุน ทานแคลเซียมเสริมด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ท่านมีไฟในการทำงานอย่างแรงกล้าแล้วที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้ดูเหมือนท่านจะถูกกดดัน ร้อนรุ่มจนเบื่อที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา จนอยากจะลาออก คิดให้ดี เพราะความรู้สึกนี้อาจแค่วันนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีขึ้น

การเงิน  :  ใช้เงินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโชคเรื่องการหาเงินนอกบ้าน แต่รายจ่ายก็เยอะเช่นกันจนวันนี้อาจชักหน้าไม่ถึงหลัง

ความรัก : ความเป็นผู้นำของท่านอยากให้คู่เป็นฝ่ายสนับสนุนส่งเสริมในทุกๆ ด้าน เดี๋ยวท่านหาเงินมาให้ใช้ แต่ไม่รวมเรื่องมือที่สามที่โผล่มาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีผลให้ความรักสะดุด เพราะความหึงหวง คนโสด ท่านอ่อนไหว โรแมนติก ช่างเลือก แต่วันนี้ท่านจะเลือกผิด เพราะเขาไม่ได้มาคนเดียว

สุขภาพ : ดูแลเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะการกลั้นปัสสาวะ อาจทำให้กรวยไตอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  วันนี้ท่านอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะถูกใช้ให้ไปติดต่อเรื่องที่ดิน ผลิตผลทางการเกษตรในสถานที่ที่แปลกใหม่ไม่คุ้นเคย ท่านอาจหาบริวารที่รู้ใจมาช่วยทำงาน หรือรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง แล้วงานจะผ่านไปได้ด้วยดี

การเงิน :  มีโชคลาภ อาจได้ที่ดินเป็นมรดก ระวังพวกพูดจาหวานๆ อาบยาพิษทั้งนั้น

ความรัก : ท่านดูแลครอบครัวอย่างดีเป็นฝ่ายหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่สบาย แต่วันนี้คู่อาจจำกัดอิสรภาพทางความคิดหรือในการใช้ชีวิตของท่าน เพราะความหึงหวงจึงอาจเป็นเรื่องใหญ่ได้ คนโสด มีคนจีบเยอะ ก็อย่าหลงคารมไปหมดนะคะ

สุขภาพ  :  ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย และต่อมไร้ท่อต่างๆ จะทำให้ภูมิต้านทานบกพร่อง

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : วันนี้จะเกิดปัญหาที่ยากเกินกว่าจะแก้ไข ระวังเพื่อนร่วมงานแอบเลื่อยขาเก้าอี้ หรือแทงข้างหลัง ท่านต้องหาทีมงานใหม่ ซึ่งเป็นทีมงานที่ดีมีคุณภาพ ผู้ใหญ่ก็ให้การสนับสนุน ตอนเย็นเห็นมีงานเลี้ยงต้อนรับกันด้วย

การเงิน :  ระวังจะมีการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องการหยิบยืมเงิน หรือถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก  : วันนี้อาจมีปัญหาเรื่องมือที่สามนะคะ ก็เลยทำให้ท่านอาจต้องแยกกันอยู่ มีสิทธิเป็นได้ทั้งชั่วคราวและถาวร คนโสด อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ยังไม่นิ่งที่จะอยู่กับใครจริงๆ จังๆ

สุขภาพ : ระวังโรคที่สงบอยู่ในตัวมานานจะกำเริบขึ้น โดยไม่มีอาการบอกเหตุใดๆ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  ค่อนข้างกดดัน เพราะจะได้รับงานที่เสี่ยงต่ออันตรายและความผิดพลาด แล้วเจ้านายวันนี้ก็พร้อมที่จะให้คุณให้โทษท่านในพริบตา ขอให้ท่านวางเฉย หากถูกชักชวนให้ไปข้องเกี่ยวกับงานสีเทานะคะ

การเงิน :  สะพัดมากทั้งเงินบนโต๊ะและใต้โต๊ะ ส่วนมากจะหมดกับการช่วยเหลือผู้คนรอบข้าง และดื่มกินเที่ยว

ความรัก  : วันนี้คู่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้กับท่าน และเป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวได้ทุกๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นอาจต้องวางเฉยบ้าง หากได้ยินได้ฟังว่าคู่มีข่าวเรื่องชู้สาว จะจริงหรือไม่จริงก็นิ่งไว้ คนโสด เจ้าชู้ ติดปาร์ตี้ ไม่หยุดกับใครง่ายๆ ควรแต่งงานตอนอายุ 30-40 ไปแล้ว

สุขภาพ :  ระวังโรคที่เป็นอยู่จะเรื้อรัง เพราะท่านหักโหมงานหนักดูแลสุขภาพไม่ถึง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้ท่านมีภาวะผู้นำในทุกๆ ด้าน ตั้งใจทำงาน ในสมองมีแต่เรื่องงานจนไม่คิดถึงความรู้สึกของคนรอบข้าง จึงอาจเกิดการใส่ร้ายป้ายสี ส่งผลกระทบกับงานได้อย่างกระทันหัน

การเงิน : ท่านสนใจแต่เรื่องงานจนไม่สนเรื่องเงินเลย จึงควรมีผู้จัดการดูแลทรัพย์สินแทนให้

ความรัก :  วันนี้เหมือนท่านคร่ำเคร่งอยู่กับเรื่องงานกันทั้งคู่เลย ปล่อยวางบ้าง วันนี้วันเสาร์ไปเที่ยวกันดีกว่า ให้เวลากับความรักบ้างจะได้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนโสด ท่านปักธงเลยค่ะว่า หากมีดีไม่ได้ ก็ขออยู่เป็นโสด

สุขภาพ :  เวลาส่วนใหญ่อยู่กับที่ทำงาน ระวังจะเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : วันนี้ท่านจะมีปัญหาเข้ามาจนยากที่จะแก้ไขได้ทัน แม้ว่าท่านจะอยากลาออก แต่ก็ไม่สามารถออกได้ในเร็ววัน เพราะติดพันธสัญญาอะไรบางอย่างจำเป็นต้องทำงานหนักต่อไป

การเงิน :  ระวังการเป็นหนี้ จากการจับจ่ายใช้สอยเกินตัว

ความรัก :  วันนี้คู่ท่านมีอารมณ์ร้อน รุนแรง พยายามรักษาความสงบกันไว้ อย่าแตะในจุดที่ทำให้ของขึ้นเลยนะคะ เสียบรรยากาศวันหยุดหมด คนโสด ระวังคนจะเข้ามาหลอกให้รัก แล้วพอได้ผลประโยชน์ก็จากไป

สุขภาพ :  ระวังโหมงานหนักไม่ได้พักผ่อน ป่วยก็ไม่ทานยา ไม่ไปหาหมอ เฮ้อ แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาทำงานต่อ วางงานไปพักผ่อนบ้าง

 

‘ชุดคอสเพลย์ หน้ากาก ธงชาติ’ สีสันชวนอมยิ้มของชาวอังกฤษ ร่วมยินดีงานเสกสมรสบันลือโลก

‘ชุดคอสเพลย์ หน้ากาก ธงชาติ’ สีสันชวนอมยิ้มของชาวอังกฤษ ร่วมยินดีงานเสกสมรสบันลือโลก

บรรยากาศที่ประเทศอังกฤษช่วงนี้เต็มไปด้วยสีสันและความรอยยิ้มแห่งความสุข ซึ่งต่างแสดงความยินดีกับงานพิธีเสกสมรสที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

หากพอจะจำกันได้เมื่อครั้งพิธีเสกสมรสของดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ชาวอังกฤษก็ต่างออกมาร่วมแสดงความยินดีกับงานมงคลแห่งปีกันอย่างคึกคัก และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือบรรดาข้าวของที่ขยันผลิตออกมาแบบครีเอทสุดๆ ซึ่งพอมาถึงงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล บรรยากาศความคึกคักที่ชาวอังกฤษต่างพร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีก็กลับมาอีกครั้ง และแน่นอนไอเท็มสุดฮ็อตอย่าง ชุดคอสเพลย์ หน้ากาก และข้าวของลายธงชาติอังกฤษ ก็กลับมาฮิตอีกครั้งในปีนี้

‘ชุดคอสเพลย์ หน้ากาก ธงชาติ’ สีสันชวนอมยิ้มของชาวอังกฤษ ร่วมยินดีงานเสกสมรสบันลือโลก

หน้ากากและสแตนดี้ รูปเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล

ไอเท็มที่ฮ็อตที่สุดตอนนี้ของชาวอังกฤษ แน่นอนว่าเป็นหน้ากากเจ้าชายแฮร์รี่และพระคู่หมั้น มองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าของเจ้าชายแฮร์รี่และสาวเมแกนทั่วท้องถนนเต็มไปหมด

ชุดคอสเพลย์

อีกสีสันที่เห็นอยู่ทั่วท้องถนนในเวลานี้ก็คือเหล่าสารพัดชุดคอสเพลย์ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใส่กันเพียบ

ไอเท็มลายธงชาติอังกฤษ

ประดับประดาอยู่ทั่วทุกพื้นที่ จะเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจากธงชาติอังกฤษ ซึ่งนอกจากจะมีแบบธรรมดาแล้ว สีสันและลวดลายของธงชาติยังถูกนำมาครีเอทใหม่อีกหลายรูปแบบ ทั้งเป็นลายสกรีนบนรถยนต์ เป็นเสื้อผ้า รวมถึงธงชาติประทับหน้าของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล

   

 

 

ภาพ : ชัยสิทธ์ จุนเจือดี

 

ร่วมประทับใจไปกับ นิทรรศการอันทรงคุณค่า บอกเล่าเรื่องราว พระราชพิธีอภิเษกสมรสแห่งพระราชวงศ์อังกฤษ ที่มีมาอย่างยาวนาน

ใกล้ถึงวันสำคัญที่คนทั้งโลกรอคอยแล้ว นั่นก็คือ พิธีเสกสมรสของ เจ้าชายแฮร์รี่ กับ เมแกน เมเคิล งานที่ทุกคนต่างตื่นและ รอคอยที่จะได้ชมพิธีอันงดงาม คนไทยหลายคนอาจจะเสียดายที่ไม่ได้เห็นด้วยตากับตัวเอง แต่อย่าเสียใจ หรือ เสียดายไปค่ะ ยังมีงานดีๆ ที่เราอยากชวนคุณร่วมประทับใจไปพร้อมกัน

งานนี้สยามพารากอนและสถานฑูตอังกฤษ ร่วมมือกันจัดงานขึ้นเพื่อชวนคนไทยร่วมถวายพระพรเนื่องในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน มาร์เคิล พร้อมชมภาพประทับใจ และเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธีอภิเษกสมรสแห่งพระราชวงศ์อังกฤษที่มีมาอย่างยาวนานในงาน “Siam Paragon Celebrates the Royal Wedding in Collaboration with British Embassy Bangkok”

นิทรรศการดีๆ ที่รวมเรื่องราว พระราชพิธีอภิเษกสมรสแห่งพระราชวงศ์อังกฤษ

ภายในงานยังมีเค้กแต่งงานสุดอลังการสร้างสรรค์โดยแบรนด์เก่าแก่จากประเทศอังกฤษอย่าง Harrods (แฮร์รอดส์) บรรจงเนรมิตเค้กแต่งงานที่มีความสูงขนาด 1.50 เมตร กว้าง 1.20 เมตร ซึ่งแต่ละชั้นตกแต่งอย่างประณีตหรูหรา รวมถึงแบรนด์ดังสัญชาติอังกฤษอย่าง Jo Malone (โจมาโลน), Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์), Jaguar (จากัวร์), Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน), Mini (มินิ), Johnnie Walker (จอห์นนี่ วอล์คเกอร์) รวมถึง  แบรนด์แฟชั่นไทยที่มีความผูกพันกับประเทศอังกฤษอย่าง Milin (มิลิน),Patinya (ปฏิญญา) และVickteerut (วิคธีร์รัฐ) ร่วมรังสรรค์เค้กแต่งงาน และยังมีการจัดแสดงรถจากแบรนด์ Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์) รุ่น  Phantom VII (7) series 1 ยานยนต์ระดับสูงที่ได้รับความไว้วางใจจากราชวงศ์อังกฤษมาอย่างยาวนาน

นอกจากนั้นเหล่าร้านเพชรชั้นนำภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน 16 ร้าน ได้แก่ Le Beau (เลอ โบ), Gems Pavilion (เจมส์ พาวิลเลี่ยน), Dermond (เดอมอนด์), Bijioux de Louis (บิจูเดอ หลุยส์), Karat (กะรัต), Xavier (ซาเวียร์), Blue River (บลู ริเวอร์), Sette (เซตเต้), Rajadamri Gems (ราชดำริ เจมส์), Mikimoto (มิกิโมโต้), Siam Tiara (สยาม เทียร่า), Premiera-Exquisite Jewelry (พรีเมียร่า-เอ็กซ์ควิซิท จิวเวลรี่), Trez Jewelry (เทรซ จิวเวลรี่), Prima Gems (พรีม่า เจมส์), S.T. Diamond Design (เอส. ที. ไดมอนด์ ดีไซน์) และScintialla (ซินทิลล่า) ร่วมรังสรรค์ชุดเครื่องเพชรที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของความรัก และชุดเครื่องเพชรที่ออกแบบขึ้นมาใช้ในพิธีแต่งงาน มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท

ผู้ร่วมชมนิทรรศการยังสามารถร่วมเขียนคำถวายพระพรเนื่องในพิธีเสกสมรสถวายเจ้าชายแฮร์รี่และ     เมแกน มาร์เคิล ลงในสมุดถวายพระพรได้ โดยทุกคำถวายพระพรจะส่งตรงไปยังสำนักพระราชวัง ณ กรุงลอนดอน
เพื่อถวายแด่พระคู่รักหลังจากจบงาน พบกับนิทรรศการแห่งความประทับใจ ในงาน “Siam Paragon Celebrates the Royal Wedding in Collaboration with British Embassy Bangkok” ได้ ระหว่างวันที่ 18-21 พฤษภาคม 2561 ณ บริเวณฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน และยังสามารถร่วมรับชมบรรยากาศพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล ที่ไลฟ์สดตรงจากโบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในปราสาทวินด์เซอร์ ณ กรุงลอนดอนได้ภายในบริเวณงานนิทรรศการ และพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 19.00 น.

นิทรรศการสุดอลังเพื่อเฉลิมฉลอง พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล

ร่วมเฉลิมฉลอง พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล ที่คนทั้งโลกต่างเฝ้ารอได้แล้วที่ประเทศไทย!!

เนื่องในโอกาส พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันนี้ ( 19 พฤษภาคม) เวลา 17.00-19.00 ตามประเทศไทย สยามพารากอนและสถานฑูตอังกฤษจึงร่วมกันจัดงาน “Siam Paragon Celebrates the Royal Weeding in Collaboration with British Embassy Bangkok” ขึ้นเพื่อร่วมถวายพระพรเนื่องในพิธีมหามงคลแห่งพระราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งภายในงานได้รวบรวมเรื่องราวความรักของเจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล เอาไว้ และนอกจากนี้ยังได้รวบรวมประวัติศาสตร์พระราชพิธีอภิเสกสมรส และพิธีเสกสมรสของพระราชวงศ์อังกฤษเอาไว้อีกด้วย โดยได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวความประทับใจผ่านทางภาพถ่ายอย่างสวยงาม

แพรว wedding เลยได้นำภาพบรรยากาศพร้อมรายละเอียดภายในนิทรรศการบางส่วน มาให้ทุกท่านได้ชมกัน โดยนิทรรศการดังกล่าวนี้สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับงาน นิทรรศการ “Siam Paragon Celebrates the Royal Weeding in Collaboration with British Embassy Bangkok” ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดย ฯพณฯ ไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชฑูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย และ คุณพาสินี ลิ่มอติบูลย์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนเป็นผู้เปิดงาน

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

ภายในนิทรรศการได้จัดแสดง เรื่องราวความรักของเจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล พร้อมสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับงานพระราชพิธีอภิเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษ โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่

1. Prince Harry and Megan The Royal Wedding Journey

เป็นนิทรรศการที่รวบรวมเรื่องราวความรักของเจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล เอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่รักกันจนถึงปัจจุบันออกมาเป็นไทม์ไลน์เพื่อให้สามารถเข้าใจได้ง่ายแบบไม่สับสน

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

2. Royal Wedding and The Tiara

แน่นอนว่าเทียร่าในงานพิธีอภิเสกสมรส หรือพิธีเสกสมรส เปรียบเสมือนประเพณีที่สืบต่อกันมาของราชวงศ์อังกฤษ ภายในนิทรรศการจึงได้จัดแสดงประวัติความเป็นมาของมงกุฎที่ได้สวมใส่ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น มงกุฎฮาโล ที่เจ้าหญิงเคธ (ดัชเชส แห่ง แคมบริดจ์) ได้ทรงในวันเสกสมรส ซึ่งพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ทรงพระราชทานให้ยืม เพื่อทรงสวมในงาน หรือ มงกุฎ สตราธมอร์ โรส ซึ่งเป็นของขวัญจากพระราชมารดาและพระราชบิดา ของพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 และอาจจะเป็นไปได้ว่า เมแกน มาร์เคิล อาจจะได้สวมใส่ในงานพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่อีกด้วย

3. The Royal Engagement 

กับการรวบรวมภาพถ่ายของพระคู่รักแห่งราชวงศ์อังกฤษในยุคสมัยต่างๆ เอาไว้

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

4. Royal Wedding Dress Through the Ages

รวบรวมเรื่องราวของชุดเจ้าสาวในยุคสมัยต่างๆ ของราชวงศ์อังกฤษเอาไว้อย่างครบถ้วน

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

แต่ภายในนิทรรศการไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะคะ เพราะยังมีเค้กแต่งงานสุดอลังการให้ได้ชมกันอีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานที่สร้างความตื่นตาให้กับผู้เข้าชมงานได้เป็นอย่างดี โดยเค้กแต่งงานสุดอลังนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดยแบรนด์เก่าแก่จากประเทศอังกฤษอย่างแบรนด์ Harrods นั่นเอง ซึ่งเป็นเค้กงานแต่งงานที่มีความสูงถึง 1.5 เมตร และมีการตกแต่งอย่างหรูหราในสไตล์ Wedgewood

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

นอกเหนือจากเค้กงานแต่งงานก้อนโต ยังมีแบรนด์ดังสัญชาติอังกฤษที่มาร่วมจัดนิทรรศการในครั้งนี้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Jo Malone, Rolls Royce, Aston Martin, Johnnie Walker เป็นต้น และแบรนด์แฟชั่นไทยที่มีความผูกพันธ์กับอังกฤษเป็นอย่างดีอย่างแบรนด์ Milin, Patinya และ Vickteerut ก็ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

นอกจากนี้ผู้ที่เข้าชมงานยังจะได้พบกับรถยนต์หรูยี่ห้อ Rolls Royce ที่จอดอยู่ภายในนิทรรศการอีกด้วย เนื่องจาก Rolls Royce รุ่น Phantom VII Serie 1ได้รับความไว้วางใจจากราชวงศ์อังกฤษมาอย่างยาวนาน โดยเมื่อปี ค.ศ.1950 ได้ผลิตรถยนต์รุ่น Phantom IV ขึ้นเพื่อเจ้าชายฟิลิปและพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 เพียงหนึ่งคันเท่านั้น ต่อมาได้ผลิตรุ่น Phantom VI ในโอกาสฉลองการครบรอบการครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี ของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 และยังได้ใช้ในงานพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลี่ยม และเจ้าหญิงเคธ ในปี ค.ศ. 2011 อีกด้วย

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

นอกจากนี้ยังมีร้านเพชรภายในศูนย์การค้าสยามพารากอนที่ร่วมกันรังสรรค์ชุดเครื่องเพชรที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากเรื่องราวความรักของเจ้าชายแฮร์รี่และ เมแกน มาร์เคิล ที่เรียกได้ว่าหรูหราอลังการสมฐานะสุดๆ

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

เรียกได้ว่าภายในนิทรรศการนี้ได้รวบรวมประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์อังกฤษไว้อย่างละเอียด และผู้ร่วมชมนิทรรศการยังสามารถร่วมเขียนคำถวายพระพรเนื่องในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ กับ เมแกน มาร์เคิล ลงในสมุดถวายพระพรได้อีกด้วย โดยสมุดเล่มดังกล่าวจะถูกส่งตรงไปยังสำนักพระราชวัง ณ กรุงลอนดอน เพื่อถวายแด่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน หลังจากจบงาน

พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่

เอาเป็นว่าใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม ณ บริเวณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน และภายในเย็นวันนี้ (19 พ.ค.) ก็ยังสามารถร่วมชมบรรยากาศพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล ที่ Live สด จากโบสถ์เซนต์จอรจ์ ภายในปราสาทวินเซอร์ ได้ภายในบริเวณนิทรรศการ และลานพาร์คพารากอนได้ตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น. อีกด้วย

แจกตาราง ออกกำลังกาย สำหรับเจ้าสาวเวลาน้อย ฉบับไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์!

เจ้าสาวเวลาน้อยไม่ต้องกลุ้มอีกต่อไป เรามาแจกตาราง ออกกำลังกาย แบบวันต่อวัน ฉบับไม่ต้องมีอุปกรณ์ก็ทำได้ ทำตามนี้รับรองหุ่นเฟิร์มชัวร์!

เรารู้นะ ว่าที่เจ้าสาวส่วนใหญ่ที่ทำงานไปด้วยเป็นสาวออฟฟิศ มักจะประสบปัญหาไม่มีเวลาไปฟิตเนสเพื่อ ออกกำลังกาย สักเท่าไร ครั้นจะออกกำลังกายเองที่บ้านก็ไม่มีอุปกรณ์ครบครันเหมือนที่ฟิตเนสซะอย่างนั้น เราก็เลยถือโอกาสแจกตารางออกกำลังกายใน 1 สัปดาห์ เพื่อปั้นหุ่นสวยให้ทันวันวิวาห์สำหรับเจ้าสาวเวลาน้อยแถมไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อีกต่างหาก งานนี้มีแค่วินัยก็หุ่นสวยได้แล้วค่ะ!

 

Monday วันจันทร์

เน้นออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งชนิดบอดี้เวท หรือการใช้น้ำหนักตัวแทนดัมเบล วันแรกให้เริ่มจากกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ที่สุดคือส่วนขาก่อน แล้วตามด้วยหน้าท้อง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ออกกำลังกาย เจ้าสาว

 

ว่าด้วยพระอิสริยยศในราชวงศ์อังกฤษ! ไม่ใช่ Royal Blood มีสิทธิ์เป็น Princess ไหม? หาคำตอบได้ที่นี่

หลายคนเข้าใจว่า หญิงสาวคนใดก็ตามที่ได้แต่งงานกับเจ้าชาย จะกลายเป็น Princess หรือเจ้าหญิงไปโดยปริยาย

ความเข้าใจนี้ไม่ถูกเสมอไป โดยเฉพาะในราชวงศ์อังกฤษ

ราชวงศ์อังกฤษมีพระราชประเพณีหนึ่งที่สืบทอดมาช้านาน นั่นคือการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศแก่พระราชวงศ์เนื่องในพิธีเสกสมรส  ดังที่ เจ้าชายวิลเลียม และนางสาวแคเทอรีน  มิดเดิลตัน ได้รับพระราชทานเป็น Duke และ Duchess of Cambridge รวมทั้งยังได้รับพระยศรองๆ ลงมาคือเป็น Earl และ Countess of Strathearn กับ Baron และ Baroness Carrickfergus ด้วย

Image result for prince william wedding

เฉกเช่นเดียวกับพระอนุชาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์คือ เจ้าชายแอนดรูว์ ที่หลังพิธีเสกสมรสก็ได้เป็น Duke of York, Earl of Inverness และ Baron Killyleagh ส่งผลให้ ซาราห์ มาร์กาเร็ต เฟอร์กูสัน ได้รับการสถาปนาเป็นดัชเชสแห่งยอกร์ก และถึงจะหย่าขาดจากกัน พระยศดัชเชสก็ยังติดตัวเธออยู่จนถึงทุกวันนี้

Image result for sarah ferguson wedding

ขณะที่ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเสกสมรสกับโซฟี เฮเลน ไรส์-โจนส์  สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็ทรงสถาปนาเจ้าชายให้เป็นเอิร์ลแห่งเว็สเซ็กส์ และไวเคานต์เซเวิร์น ตามครอบครัวของโซฟีซึ่งมีบ้านเดิมอยู่ที่ชายแดนของแคว้นเวลส์ ส่วนโซฟี พระชายา ก็ได้เป็นเคาน์เตสแห่งเว็สเซ็กส์

Related image

ส่วนพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พริ้นซ์ออฟเวลส์ กับเลดี้ไดอะน่า สเปนเซอร์  เมื่อปี 2524 ห้วงเวลานั้นไม่มีการโปรดเกล้าฯพระราชทานอิสริยยศใด  ทั้งนี้เพราะในขณะนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ นอกจากดำรงพระยศ Prince of Wales แล้ว ยังเป็น Duke of Cornwall, Duke of Rothesay,  Earl of Carrick,  Baron of Renfrew,  Lord of the Isles  และ Prince and Great Steward of Scotland  และ Earl of Chester อยู่แล้ว โดยหลังการเสกสมรส เลดี้ไดอานา ซึ่งถือกำเนิดในตระกูลขุนนางที่สืบทอดเชื้อสายจากราชวงศ์อังกฤษโบราณ ได้รับพระยศเป็น เจ้าหญิงแห่งเวลส์ และมีลำดับพระอิสริยยศเป็นลำดับที่ 3 แห่งพระราชวงศ์ฝ่ายในของอังกฤษ ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และสมเด็จพระราชชนนีอลิซาเบธ ที่ ณ ตอนนั้นยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่

Image result for lady diana wedding

ผิดกับพิธีอภิเษกสมรสรอบสองกับ คามิลลา ปากเกอร์ โบลส์  ให้สังเกตว่าพระชายาองค์ปัจจุบันได้รับการสถาปนาเป็น “ดัชเชสแห่งคอร์นวอล” เท่านั้น Image result for prince charles and camilla wedding

สำหรับคนที่ยังงงๆ กับพระอิสริยยศของเจ้านายอังกฤษ เอาเป็นว่าคุณต้องเข้าใจก่อนว่าราชวงศ์นี้มีลำดับพระอิสริยยศอยู่ 5 ชั้น สูงสุดคือ Duke – Duchess(ชาย-หญิง) รองลงไป Marquis (หรือ Marquess) –Marchioness(หรือ Marquise), Earl (ชาติอื่นในยุโรปใช้ Count) – Countess, Viscount – Viscountess  และ Baron – Baroness  ตามลำดับ

โดยตามกฎมณเฑียรบาลของอังกฤษ สตรีที่ไม่มี “เชื้อเจ้า” หรือ Royal Blood แม้จะได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายในราชวงศ์ ก็จะไม่ได้คำว่า Princess หรือเจ้าหญิง มานำหน้าพระนาม

นั่นเป็นที่มาว่าช่วงหลังๆ ราชวงศ์อังกฤษไม่มี ‘เจ้าหญิง’ เพิ่มขึ้นเลย เพราะบรรดาเจ้าชายล้วนเลือกที่จะเสกสมรสกับหญิงสามัญชน คนธรรมดา ไร้เลือด Blue Blood กันทุกพระองค์

เพราะฉะนั้น เมแกน มาร์เคิล ก็จะเป็นเช่นเดียวกับพระสุณิสา (สะใภ้) อื่นๆ ที่มาจากสามัญชน คือจะไม่ได้เป็นเจ้าหญิง  แต่จะมีพระนามตามพระสวามีต่อท้าย  เหมือนคามิลลา  ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ (พระชายาในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์) ซาราห์  เฟอร์กูสัน  ดัชเชสแห่งยอร์ก (พระชายาในเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก) และแคเทอรีน มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ (พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์)

ทั้งนี้ในวันทำพิธีเสกสมรส 19 พฤษภาคมนี้ (2561) สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เพิ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรรดาศักดิ์แก่เจ้าชายเฮนรี่แห่งเวลส์ หรือเจ้าชายแฮร์รี่ เป็น ดยุคแห่งซัสเซกส์ เอิร์ลแห่งดัมบาร์ตัน และบารอนคิลเคล

นั่นทำให้ เมแกน มาร์เคิล พระชายา ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศักดิ์ตามพระสวามีที่ ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ เคานต์เตสแห่งดัมบาร์ตัน และบารอนเนสคิลเคล โดยอัตโนมัติในทันทีหลังพิธีเสกสมรสเช่นกัน

 

ที่มาภาพ : IG@kensingtonroyal

 

 

“กล้าที่จะแตกต่าง” แก้ม – วิชญาณี เปียกลิ่น

หากพูดถึง ‘ดีว่า’ เมืองไทย คุณนึกถึงใครคะ? แน่นอนว่าต้องมีชื่อของสาวเสียงทรงพลังคนนี้อย่างแน่นอน ‘แก้ม – วิชญาณี เปียกลิ่น’ ครั้งนี้แพรวได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอถึงทุกเรื่องตลอด 10 ปี ในวงการบันเทิง ทั้งความกล้าที่จะเดินตามความฝัน ความสามารถที่โดดเด่น รวมไปถึงความมั่นใจและความสวยในแบบของเธอเอง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน และเมื่ออ่านจบคุณจะพบว่า “ถ้าคุณกล้าที่จะแตกต่าง…คุณจะพบความสำเร็จในแบบของคุณ”

จากวันแรกที่เข้าประกวดจนถึงวันนี้ แก้มคิดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างคะ

“ในทุกๆ วันของแก้ม มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตลอดเวลานะคะ (ยิ้ม)หนึ่งคือ แก้มมีความสุขกับการทำงานในทุกวัน  พร้อมที่จะทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ถ้าทางผู้ใหญ่เห็นว่างานอะไรที่เหมาะกับเรา แก้มก็พร้อมจะทำอย่างเต็มที่ เพราะเราอยากพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ทั้งงานพิธีกร ละคร ซึ่งทุกงานล้วนซัพพอร์ตกันหมด

“อย่างงานพิธีกรช่วยฝึกทักษะการพูด การเรียนแอคติ้งก็ช่วยในเรื่องการแสดงบนเวที ทำให้เวลาพูดบนเวที น่าสนใจมากขึ้น ทุกอย่างคือประสบการณ์ที่ดีมากๆ แก้มเชื่อว่ายิ่งเราฝึกฝนมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เราค้นพบสไตล์ของตัวเอง มีความชัดเจน และแตกต่าง

“ทุกวันนี้แก้มยังเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลานะคะ หยุดไม่ได้เลยเพราะถ้าเราหยุดเรียนรู้ หยุดฝึกฝนเมื่อไหร่ เท่ากับว่าเราเดินอยู่กับที่ หรือลดถอยลง ฉะนั้นเราต้องฝึกทุกวัน เพื่อให้ตัวเองพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าเสมอ”

แสดงว่า 10 ปีของแก้ม มีการเรียนรู้อยู่ทุกวัน?

“ใช่ค่ะ ถ้าไม่ป่วยก็จะฝึกตลอด อย่างตอนเข้ามหาวิทยาลัย แก้มเลือกเรียนคณะดุริยางคศาสตร์เอก Voice Jazz มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารักและได้พัฒนาตัวเองขึ้นเยอะมากจากเมื่อก่อนเราปฏิบัติอย่างเดียวไม่เคยรู้ทฤษฎี แต่พอเรียนจึงนำทฤษฎีมาปรับใช้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ รู้ว่าต้องผ่อนช่วงไหน เร่งช่วงไหน และทำยังไงคนฟังถึงจะขนลุกไปกับเพลงของเรา แก้มฝึกฝนการร้องมาหลายวิธี สุดท้ายจึงพบว่า เราเชื่ออย่างไร ให้ร้องออกมาแบบนั้น คือ การร้องออกมาจากใจ ถ่ายทอดเนื้อหาของเพลงผ่านเสียงของเรา นั่นคือ สิ่งที่คนฟังอินที่สุดค่ะ”

รู้สึกอย่างไรกับคำว่า แก้มเป็นผู้หญิงคนแรกที่ชนะเวทีการประกวด

“สำหรับแก้ม ดีใจที่ได้รับคำนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ค่ะ เพราะเป็นตำแหน่งที่มาจากเสียงของของประชาชน และเป็นครั้งแรกที่นักร้องหญิงชนะการโหวต แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าแก้มจะเป็นแชมป์ไปตลอด คนที่โหวตแก้มในตอนนั้นเขาอาจไม่ได้ฟังเพลงเราในตอนนี้ หรือบางคนที่เพิ่งเห็นผลงานของแก้มตอนนี้เขาก็ไม่ได้รู้ว่าแก้มเป็นแชมป์ผู้หญิงคนแรกนะ

“ฉะนั้นแก้มไม่เคยยึดติดว่าตัวเองคือแชมป์ แต่ยึดว่าเราไม่ใช่แค่นักร้อง แต่เป็นศิลปินคนหนึ่งที่อยากสร้างสรรค์ผลงานที่ดีๆ ในทุกวัน อย่างเต็มที่ที่สุดจะแพ้หรือชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ จริงอยู่ที่แก้มประกวดร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กพูดตรงๆ ว่าส่วนใหญ่ชนะ น้อยมากที่จะได้ที่สองหรือที่สาม แต่แก้มไม่เคยยึดติดกับตรงนั้น แก้มทำทุกอย่างจากความชอบ ทำเพื่อประสบการณ์ ถ้ามัวแต่คิดว่าฉันต้องชนะ ทุกอย่างจะกดดัน เราแค่ชนะตัวเอง ชนะในโจทย์ของตัวเองที่ตั้งไว้ในแต่ละข้อให้ได้ก็พอ

“แก้มคิดแต่ว่า เราจะพัฒนาตัวเองต่อไปได้แค่ไหน เราจะอยู่ตรงนี้ต่อไปได้จริงหรือเปล่า ตั้งใจทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งการคาดหวังยิ่งทำให้เรากดดันตัวเอง สำหรับแก้มแค่ได้อยู่บนเวทีมอบความสุขให้คนดูนั่นคือ ความสำเร็จของแก้มค่ะ

แน่นอนว่าเส้นทางตลอด 10 ปี ย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แก้มเจออุปสรรคระหว่างทางอะไรบ้าง และรับมือกับสิ่งไหนอย่างไรคะ

“จริงๆ แก้มเจอปัญหาตั้งแต่เด็กเลยนะแก้มเป็นเด็กตัวใหญ่ หาเสื้อผ้าใส่ยาก เวลาไปประกวดก็ต้องใส่ชุดซ้ำตลอด แต่แก้มมองว่าเราใช้ความสามารถในการประกวด เราต้องมั่นใจและกล้าทำตามฝัน ชุดซ้ำก็ไม่เป็นไร ร้องเพลงให้ดีที่สุดก็พอ

“พอเข้าวงการส่วนใหญ่ที่เจอก็คือ แก้มร้องเพลงเบาๆ ไม่ได้เหรอ? (หัวเราะ) จริงๆ ก็ได้นะ แต่แก้มรู้สึกว่าตอนที่ประกวดเรามีเวลาแค่ 3 นาทีบนเวที แก้มต้องให้ทุกอย่างเกิดที่สุด เกิดในที่นี้คือการร้องเพลงและการสื่อสารที่ส่งไปยังผู้ชมมีพลังเท่าไหร่…แก้มใส่เต็มที่ เต็มร้อยทุกรอบ เพราะการร้องเพลงคือ สิ่งที่เราฝันมาตั้งแต่เด็กฉะนั้นฉันต้องเต็มที่ แม้ว่าจะแพ้…ก็แพ้แบบภูมิใจค่ะ

“หรือบางคำติ แก้มก็มองว่าเป็นเรื่องดีนะคะ นำมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น หรือแต่เรื่องที่แซวว่า แก้มอ้วน ดำ แก้มอย่างนู่นอย่างนี้ แก้มรู้สึกว่าสีผิวมันเปลี่ยนกันไม่ได้นะแต่ทำให้ดีขึ้นได้แก้มจึงดูแลตัวเอง บำรุงให้ผิวสวย ผิวใส ออกกำลังกายให้สุขภาพดีขึ้นฉะนั้นคำเหล่านั้นจะถูกแก้มเพิกเฉย ไม่เก็บมาใส่ใจ อาจจะมีนอยด์บ้างนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าแม่เลี้ยงดีไงคะ ถึงได้กินเยอะ ตัวถึงใหญ่ได้แบบนี้ (หัวเราะ)”

สไตล์การทำงานของแก้มเป็นอย่างไรคะ

“แก้มตั้งใจทำงานมาก ทุกอย่างต้องทุ่มสุด แต่บางครั้งก็มากไป จนคนข้างๆ เครียดตามเรา แก้มจึงรู้สึกว่าบางทีเราต้องหย่อนบ้าง ปรับตัวเองให้เบาลง เมื่อเราบอกเหตุผลของตัวเองไปแล้ว แต่เห็นไม่ตรงกันก็ต้องหาตรงกลางให้ได้ เพราะไม่มีอะไรถูกใจเราทุกอย่าง

“หรือบางครั้งลุคแก้มอาจจะดูเป็นสาวมั่นใจ แต่หลายครั้งก็ยังกังวลนะคะ ยิ่งช่วงก่อนขึ้นเวที แก้มยังตื่นเต้นอยู่ตลอด ด้วยความที่อยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแต่ส่วนใหญ่จะกังวลเรื่องที่ว่า ชุดนี้สวยหรือยังคะ อันนี้เข้ากับหนูหรือยังก็นิสัยผู้หญิงอ่ะเนอะ (ยิ้ม)”

แก้มมีตัวช่วยหรือวิธีเพิ่มความมั่นใจอย่างไรบ้างคะ

“แน่นอนว่าในการทำงานนอกจากความสามารถแล้ว ความสวยก็ต้องควบคู่กันไปด้วย เพราะเป็นสิ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับเรา ช่วงหลังแก้มดูแลตัวเองขึ้นเยอะมาก เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น

“ที่เน้นเป็นพิเศษคือการบำรุงผิวหน้าค่ะแต่ไม่ต้องใช้เยอะชิ้นนะคะ แค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเอง จึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเพราะในการทำงานต้องแต่งหน้าทุกวัน จึงต้องบำรุงหน่อยแก้มใช้น้ำตบSK-II Facial Treatment Essence มาหลายปีแล้วค่ะ ตั้งแต่อายุ 24 ปี เริ่มจากมีพี่แนะนำให้ใช้ แล้วก็รู้สึกว่าได้ผลจริงๆ จึงแนะนำให้คุณแม่ใช้ด้วยเลยค่ะ

“ขั้นตอนการบำรุงผิวของแก้มทุกวัน จึงต้องเริ่มจากน้ำตบเป็นอันดับแรก เพราะช่วยให้ผิวแข็งแรง กระจ่างใส คือไม่จำเป็นต้องขาว แต่ผิวต้องดี ผิวต้องสวย ซึ่งเป็นความสวยในแบบของตัวเอง ที่ไม่ต้องเหมือนใคร

“แก้มไม่ได้จำกัดความคำว่าสวย ว่าต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ นะคะ บางวันแก้มอาจจะหน้าโล้น ไม่ได้แต่งหน้า แต่ถ้าผิวเราดี เราก็มีความสุขในแบบของเรานะความสวยของแก้มคือมีความสุขกับสิ่งที่เป็น กล้าที่จะแตกต่าง และภูมิใจในตัวเองเพราะเมื่อรู้สึกแบบนั้น เราจะมีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง สนุก ร่าเริง ซึ่งทั้งหมดนี้คือ เสน่ห์ภายในตัวเราที่ปรากฏออกมา

“เป็นความสวยในแบบของตัวเองค่ะ”

SK-II Facial Treatment Essence ลาย Little Red Symbol limited edition ร่วมถ่ายทอดความหมายพิเศษของผู้หญิงทุกคน ด้วยลวดลายนกบนขวด พร้อมด้วยนกสีดำหนึ่งตัวที่แตกต่างอยู่ท่ามกลางนกสีขาว ที่เปรียบเสมือน “ความกล้าที่จะแตกต่างเพื่อเดินตามความฝัน” เช่นเดียวกับเจ้าของบทสัมภาษณ์ของเราในวันนี้ค่ะ

SK-II Facial Treatment Essence ลาย Little Red Symbol limited edition วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ SK-II ทุกสาขา หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sk-ii.co.th/th/product-detail.aspx?name=little-red-symbol-limited-edition-facial-treatment-essence

ทีโอที –ดีแทคเปิดสัญญาณทดสอบ dtac-T บนคลื่น 2300 MHz 10 แห่ง พื้นที่ใจกลางกทม.

วันนี้ ทีโอทีและดีแทคได้เปิดทดสอบ dtac-T คลื่น 2300 MHz จำนวน 10 แห่ง ใจกลางกรุงเทพ เน้นจุดพื้นที่ใช้งานหนาแน่นในการเปิด 10 เสาแรกในไทย อาทิ สุขุมวิท สาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ สีลม ราชประสงค์ พระราม 3 เป็นต้น เพื่อเปิดทดสอบสัญญาณเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปเร็วๆ นี้

โดย พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดทดสอบการใช้งานเป็นครั้งแรกในไทย พร้อม ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ให้เกียรติร่วมในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงทีโอที และมีบทบาทในการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดร. มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที  กล่าวว่า “สัญญาทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่างทีโอทีและดีแทคในการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 MHz บนแบนด์วิดท์ที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz (2310 – 2370 MHz) เพื่อให้บริการการสื่อสารความเร็วสูงมิติใหม่ของประเทศ เป็นการปักหมุดความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีล่าสุดของโลก 4G  LTE-TDD มาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่  และอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless broadband) เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ที่สำคัญความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยให้ก้าวทันกับนานาประเทศตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำพาประเทศก้าวสู่  “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก  โดยบริการคลื่น 2300 MHz นับเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของระบบโทรคมนาคม และระบบดิจิทัลในประเทศไทย”

ดร. มนต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปิดให้บริการคลื่น 2300 MHz จะเป็นการเสริมศักยภาพบริการของ ทีโอที ทั้งบริการโมบายบนคลื่น 2100 MHz และบริการบรอดแบนด์ของ ทีโอที ซึ่งจะรองรับความต้องการใช้งานของภาครัฐ ของธุรกิจเอกชน ธุรกิจ SME และประชาชนได้มากขึ้น โดย ทีโอที พร้อมเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตลาดโมบายและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของทีโอที เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดแข็งที่ได้เปรียบทั้งในเรื่องของแบนด์วิดท์และความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการ  โดยจะสามารถสร้างยอดลูกค้เพิ่ม Market Share ให้กับทีโอที”

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้วางแผนการให้บริการคลื่น 2300 MHz ด้วยงบลงทุน(CAPEX) ปีพ.ศ. 2561 ประมาณ 15,000  18,000 ล้านบาท สำหรับการขยายสถานีฐานและเสาสัญญาณ โดยเมื่อหักกลบค่าใช้บริการระหว่างกันดีแทคสามารถให้ค่าตอบแทนแก่ทีโอทีเป็นจำนวน 4,510 ล้านบาทต่อปีจนถึง ปี พ.ศ. 2568 ทั้งนี้ ดีแทควางแผนที่จะขยายบริการบนคลื่น 2300 MHz ไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัดในปีนี้ โดยพื้นที่แรกที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์จะเน้นไปที่บริเวณที่มีการใช้งานดาต้าสูง และพร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2 ของปีนี้

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการใช้งานข้อมูลในประเทศไทย ที่มีอัตราเฉลี่ยมากกว่า 8 GB ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน และการที่โครงข่ายการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้กลายเป็นส่วนที่สำคัญมากของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจของชาติ

นายลาร์ส กล่าวเพิ่มเติมว่า “ดีแทคเลือกเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการสื่อสารมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยคลื่นความถี่ 2300 MHz และเทคโนโลยีTime Division Duplex (TDD) จะถูกนำมาใช้งาน โดย TDD สามารถจัดการแบนด์วิดท์สำหรับการอัพลิงค์ และดาวน์ลิงค์บนแบนด์วิดท์เดียวได้พร้อมกันตลอดเวลา ความร่วมมือกันระหว่างดีแทคและทีโอทีครั้งนี้มีความสำคัญที่นำคลื่นความถี่กว้าง 60MHz ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น”

TDD และ Massive MIMO คือเทคโนโลยีที่ปฏิวัติเพิ่มการรับและส่งดาต้าในแต่ละเสาสัญญาณได้มากกว่าเดิม นับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ก้าวสู่  “5G-ready”    โดยคลื่นใหม่ที่จะนำมาให้บริการจะมีความจุที่มากที่สุด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้

นายลาร์ส กล่าวต่อไปว่า “สมาร์ทโฟนจำนวนมากกว่า 70% ที่รองรับ 4G ในขณะนี้ จะสามารถใช้งานบนคลื่นความถี่ 2300 MHz TDD ได้ อีกทั้ง ไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานบนคลื่น 2300 MHz จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น แต่ผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนบนคลื่น 2100 MHz ยังจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นอีกด้วย จากที่มีการเพิ่มคลื่นความถี่หรือ Off Load จากผู้ใช้งานบนระบบ TDD ทั้งนี้ทำให้ลูกค้าดีแทคทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง”

นี่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะสำหรับทีโอทีและดีแทค  แต่ยังสำคัญกับประเทศไทย 4.0 อีกด้วย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศไทยต้องการในการก้าวเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังทำให้การบริการดิจิทัลของทีโอทีมีการเติบโตอย่างมั่นใจในระยะยาว นอกจากนั้น ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงข่ายดีแทคในการให้บริการในประเทศ และช่วยให้คนไทยยกระดับการใช้งานดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด

ทั้งนี้ 10 เสาแรกในไทยที่ทีโอทีและดีแทคร่วมเปิดทดสอบการใช้บริการในพื้นที่ใจกลางเมืองสำคัญของกทม ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปเร็วๆ นี้ ได้แก่ สาทร แหล่งธุรกิจ ย่านนัดพบของคนทำงาน สังสรรค์ ย่านของกินอร่อยใจกลางเมือง, พระราม 3 ย่านเมืองใหม่ จุดเชื่อมต่อกรุงเทพและเส้นทางเข้าสู่ใจกลางเมืองจุดสำคัญ, สีลม ถนนธุรกิจใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร หรือ “วอลล์สตรีตของกรุงเทพ” แหล่งรวมธนาคาร โรงแรม สำนักงานชั้นนำขนาดใหญ่ และศูนย์การค้า  พร้อมแหล่งท่องเที่ยว แหล่งซื้อสินค้าที่ระลึก ทั้งกลางวันและกลางคืน, ราชประสงค์ ศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สุขุมวิท ย่านที่พักไฮเอนท์ ศูนย์การค้าชั้นนำ แหล่งธุรกิจ และจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ เจริญกรุง แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเก่าใจกลางกรุงเทพมหานคร ทางเลือกในการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนในชุมชนสไตล์อันซีน ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ เป็นต้น

อาเล็ก

อาเล็ก – เต้ย ร่วมทุกข์ร่วมสุข 1 ปีเต็ม หมดดราม่างานนี้มีแต่ความหวาน

อาเล็ก เผยพา เต้ย สาวคนพิเศษออกเดททริปแรก ภายหลังจากที่สานสัมพันธ์ครบ 1 ปี โดยฝ่ายชายเผยแฮ็ปปี้ ทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ รักและเอ็นดูฝ่ายหญิงมาก

อาเล็ก

อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ

ถึงตอนเริ่มต้นคบหากันจะมีคนวิจารณ์อื้ออึง แต่ด้วยความรักที่มั่นคงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกหนุ่ม อาเล็ก -ธีรเดช เมธาวรายุทธ และนางเอกสาว เต้ย -จรินทร์พร จุนเกียรติ ยังคงดำเนินมาเรื่อยๆ จวบจนวันนี้ครบรอบ 1 ปีแล้วที่ทั้งคู่คบหาดูใจกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทั้งสองได้จัดทริปที่เรียกว่าเดทแรกด้วย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ในงานพฤกษานนท์และไม้ดอกไม้ประดับ “พฤกษานนท์ 61” นักแสดงหนุ่มได้เผยถึงความสัมพันธ์ในช่วงเวลานี้ โดยกล่าวว่า “ก็ครบรอบ 1 ปี พอมันขึ้นหลักปี ก็เริ่มเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจริงจัง เล็กเองก็รอวันที่จะลงรูปคู่เหมือนกันนะ ก่อนหน้านี้หลายคนคิดว่าเราคงไปด้วยกันไม่ค่อยได้ ไม่เข้ากันและมีกระแสข่าวที่มันไม่ดีออกมา แต่ว่าสำหรับตัวเล็กเองพอมันมาถึงจุดนี้ มันก็ค่อนข้างนาน ปีหนึ่งแล้ว เราก็รู้สึกว่าเราสองคนผ่านอุปสรรค กระแสต่างๆ มาได้ 1 ปี เป็นโอกาสพิเศษของเล็กที่จะลงรูป รูปที่ลงก็เป็นทริปแรกที่ไปเที่ยวด้วยกันครับ ที่เขาสามร้อยยอด เราไปถ่ายรูปเล่นด้วยกันครับ ไปเช้าเย็นกลับ”

อาเล็ก

ออกเดทแรกที่เขาสามร้อยยอด

“สำหรับความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ รู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ รู้จักนิสัยของกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อย เราเองก็ไม่ได้หวังว่าจะพิสูจน์อะไร ความรู้สึกของเราเอง ก็จริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ อยากจะให้ทุกคนที่มองไม่เหมือนเรา ลองมองดูใหม่ ผมเองก็โดนติโดนว่ามาเยอะในช่วงแรกๆ ก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองด้วย เป็นการเริ่มต้นที่ทุลักทุเลกว่ารักครั้งอื่น ก่อนหน้านี้ไม่เคยโดนว่า”

อาเล็ก

เมื่อถามถึงเพื่อนๆ​ ว่าอย่างไรกับภาพคู่หวานๆ​ ที่ลงไป พระเอกหนุ่มก็เปิดเผยว่าก็มีมาแซวบ้างแต่ก็ไม่ได้เขินแล้ว พร้อมอมยิ้มเบาๆ “ก็มีมาแซวๆ บ้าง ก็ไม่ได้เขินแล้วครับ (ยิ้ม) ส่วนเต้ยก็ไม่น่าเขิน หรืออาจจะมีนิดๆ หน่อยๆ ถ้ามีพี่ๆ มาแซวก็เขิน ถามว่าเปิดขนาดนี้เรียกแฟนได้รึยังคือเราก็ยังไม่เคยใช้คำนั้นครับ เล็กว่าบางทีคำที่ใช้เรียกอาจจะไม่ได้สำคัญขนาดนั้นครับ เล็กเชื่อว่าหลายคนอาจจะคิดว่าตอบแบบดาราไม่เรียกแฟนซักที แต่เล็กคิดว่าคำว่าแฟนมันก็ไม่ได้สำคัญกับเราทั้งคู่ ความสัมพันธ์ความเข้าใจกันมันสำคัญกว่า เราก็ไม่ได้หวังอะไรที่มากกว่าไปนี้ แต่ก็อยากให้เราเข้าใจกันและรู้จักกัน เขาก็เป็นคนพิเศษสำหรับเล็กครับ คนจะคิดว่าเราลงรูปคู่เพื่อสร้างกระแสเรียกงานหรือเปล่า คงยังไม่รับ ณ ตอนที่มีข่าว อยากจะเงียบๆ อยากให้คนจ้างมองเห็นศักยภาพของเรามากกว่า ได้มีปฏิเสธงานคู่ไปเหมือนกันครับ”

อาเล็ก

ทั้งนี้อาเล็กยังเผยว่าต่อไปนี้อยากที่จะลงภาพคู่เรื่อยๆเพราะอยากให้ชีวิตแบบปกติ ไม่อยากต้องกังวลอะไรแล้ว “จริงๆ ตั้งแต่แรกแล้วเราเองก็อยากจะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ไปไหนเขาก็ลงรูปคู่กัน ไม่อยากจะต้องมานั่งคิดว่าลงแล้วจะโดนว่าไหม มีกระแสอะไรไหม ไม่อยากจะต้องคิดเยอะ สำหรับผมพอข้ามหนึ่งปีมาได้ ทุกอย่างมันเริ่มชัดเจน การที่เราจะไปไหนมาไหนด้วยกัน การที่เราจะลงรูปหรือไม่ลงรูป มันเป็นเรื่องที่เราไม่ต้องคิดเยอะแล้ว แต่ยังไงเราก็ยังต้องปรับตัวเข้าหากัน คนสองคนไม่มีทางรู้จักกัน100เปอร์เซ็นต์ ก็ศึกษาเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ 1 ปีที่ผ่านมาเราแฮ็ปปี้กันมากครับ”


ภาพจาก : elle_phattaranun

กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน

ชาวอังกฤษตื่นเต้น! กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน เตรียมพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน
พระราชพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน มาร์เคิล

สร้างความตื่นเต้นและความยินดีแก่ประชาชนชาวอังกฤษรวมทั้งคนทั่วโลกไม่น้อย เมื่อพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับเมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันใกล้จะเกิดขึ้นเข้ามาทุกที ล่าสุดได้มีการอัพเดทในส่วนของ กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน ผ่านเมืองวินเซอร์ไปตามท้องถนน เพื่อเตรียมพร้อมพระราชพิธีเสกสมรสที่จะเกิดขึ้นจริงในวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ซึ่งรอบถนนหนทางรายล้อมไปด้วยประชาชนชาวอังกฤษที่ให้ความสนใจมาดู และบันทึกภาพกันจำนวนมาก

กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน

เจ้าชายแฮร์รี่ – เมแกน มาร์เคิล

กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน

รถม้าพระที่นั่งที่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนทรงเลือกเอง

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษครั้งใหญ่ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด การอัพเดทข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล ล่าสุดทางทวิตเตอร์สำนักพระราชวังเคนซิงตัน (Kensinton Palace) ได้มีการอัพเดทการเตรียมพระราชพิธีในส่วนของกองทัพทหารที่เป็นหนึ่งในบรรดาขบวนรถที่จะเดินขบวนไปตามท้องถนนของเมืองวินเซอร์ และแน่นอนว่าหลังพิธีเสกสมรสเสร็จสิ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จ เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนจะเสด็จโดยรถม้าพระที่นั่ง (The Ascot Landau carriage) เคลื่อนขบวนผ่านสายตาประชาชน

นับว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง และวันนี้ แพรวดอทคอม ก็ได้นำภาพบรรยากาศการซักซ้อมของกองทัพทหารมาให้ได้ชมกัน ก่อนบรรยากาศจริงจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

บรรยากาศการซักซ้อมเดินขบวนของกองทัพกว่า 250 คน

กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน กองทัพทหารกว่า 250 คนซ้อมเดินขบวน

 

 

 


ภาพ: Twitter @

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

ใช่แบรนด์นี้ไหม! ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท ที่จะได้เห็นในพิธีเสกสมรสปรินซ์แฮร์รี่

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท ในงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายๆ คนก็จับตามอง เพราะพระองค์ทรงเป็นแฟชั่นไอคอน ที่ไม่ว่าจะแต่งฉลองพระองค์แบบไหนก็เป็นที่กล่าวถึงเสมอ

พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว (19 พ.ค.61) แน่นอนว่าชุดเจ้าสาวของเมแกนเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างตั้งตารอดูความงดงามในวันสำคัญนี้ แต่นอกจากชุดแต่งงานของสาวแมเกนแล้ว เชื่อว่าแฟชั่นของแขกที่เข้าร่วมงานก็จะถูกสื่อและประชาชนจับตามองไม่แพ้กัน ดั่งเช่น ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ แฟชั่นไอคอนแห่งเกาะอังกฤษ

ซึ่งเจ้าหญิงเคทจะทรงเข้าร่วมพิธีเสกสมรสในครั้งนี้ และถือเป็นแขกคนสำคัญอีกหนึ่งคนของราชวงศ์ ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการแต่งตัวของพระองค์ ลุคที่เราจะได้เห็นกันในพิธีจะต้องงดงามอย่างแน่นอน และพระองค์ทรงรู้ดีว่าควรเลือกฉลองพระองค์แบบไหน เพื่อป้องกันการขโมยซีนจากคู่บ่าวสาว และต้องไม่ใช่ฉลองพระองค์จากแบรนด์เดียวกันกับสาวเมแกนด้วย

ทั้งนี้ลุคสุดเรียบหรูที่เจ้าหญิงเคททรงเลือกแต่งในงานสมรสของพิปพา มิดเดิลตัน ก็ยังคงตราตรึงและเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความสง่างาม จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกน มาร์เคิล ในวันที่ 19 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ มีผู้คนรอชมแฟชั่นฉลองพระองค์ของเจ้าหญิงเคท

ทั้งนี้เจ้าหญิงเคทเพิ่งมีพระประสูติกาลเจ้าชายหลุยส์ ไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน เรียกได้ว่าผ่านการคลอดยังไม่ถึงเดือน ก็ต้องร่วมงานใหญ่ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สื่อมวลชนให้ความสนใจและรอดูฉลองพระองค์ของดัชเชสในวันงาน

ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ นักออกแบบหลายคนจึงได้คาดการณ์ฉลองพระองค์ไว้ว่าดัชเชสแห่งเคมบริดจ์จะทรงเลือกฉลองพระองค์จาก 1 ใน 5 แบรนด์นี้ เพื่อทรงสวมในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่

 

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท จาก 5 แบรนด์ทรงโปรด

 

Alexander McQueen

เริ่มที่แบรนด์แรก เป็นแบรนด์ที่ใครก็รู้กันว่านี่แหละแบรนด์โปรดของดัชเชส เพราะพระองค์ทรงเลือกชุดแต่งงานจากแบรนด์นี้ รวมถึงงานสมรสของพิปพา มิดเดิลตัน ก็ทรงสวมชุดจาก Alexander McQueen เช่นกัน

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

 

Dolce & Gabbana

แบรนด์ดังจากอิตาลีอย่าง D&G ก็มักจะถูกเลือกทุกครั้งเมื่อเจ้าหญิงเคทเสด็จฯ ไปรอยัลทัวร์ หรือเมื่อทรงออกงานต่างๆ ก็ทรงเลือกแบรนด์นี้อยู่บ่อยครั้ง

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

 

Emilia Wickstead

สำหรับแบรนด์ Emilia Wickstead ดีไซน์เรียบ แต่สีสันสดใสชวนมอง และเมื่อเจ้าหญิงเคททรงสวมแล้วได้ลุคที่สะดุดตา งดงามทุกครั้ง

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

 

Erdem

Erdem เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เจ้าหญิงเคทเลือกสวมในงานสำคัญเสมอ ด้วยดีไซน์ที่ผสานทั้งความหรูและความสนุกไว้ด้วยกัน ทำให้ลุคโดดเด่นทุกครั้งที่ทรงแต่งออกมา

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

 

Jenny Packham

สุดท้ายกับแบรนด์ Jenny Packham เมื่อนึกถึงงานกาล่า หรือดินเนอร์มื้อพิเศษ แบรนด์นี้ก็จะถูกเลือกจากเจ้าหญิงเคทเสมอ ซึ่งแบรนด์นี้มีแต่งานดีไซน์งดงามจริงๆ

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท

ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเคท


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@katemidleton

 

ทึ่งสุดๆ! เผยโฉมหน้าแขกพิเศษ ผู้ได้รับบัตรเชิญร่วมพิธีเสกสมรสของ Prince Harry & Meghan

คุณได้รับบัตรเชิญไปร่วมพิธีเสกสมรสของ Prince Harry & Meghan (เจ้าชายเฮร์รีแห่งเวลส์ กับ ราเชล เมแกน มาร์เคิล) ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้แล้วหรือยัง?

ถ้าจนถึงป่านนี้ยังไม่ได้รับ  แสดงว่าคุณไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีเกียรติร่วมงาน เพราะจะต้องมีการตอบรับผู้ได้รับเชิญร่วมงานพิธี สื่อในอังกฤษรายงานว่ามี 2,030-2,640 คน แต่จะมีผู้สามารถเข้าร่วมพิธีใน โบสถ์เซนต์จอร์จ ของพระราชวังวินด์เซอร์เท่าที่จะรองรับได้เพียง 800 คนเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับโบสถ์เวสต์มินสเตอร์ สถานที่จัดงานพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมแห่งเคมบริดจ์กับดัชเชทเคท ซึ่งจุคนได้ถึง 2,000 คน น่าจะทำให้คุณพอนึกออกใช่ไหมว่า งานเสกสมรสของพริ้นซ์แฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล มีสเกลย่อมกว่าขนาดไหน

The invites to Prince Harry and Meghan Markle's wedding have now been printed

แต่ผู้ที่ไม่ได้เข้าไปร่วมพิธีในโบสถ์ก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอก เพราะจะได้ร่วมพิธีภายในบริเวณพระราชวัง ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นคนพิเศษอยู่ดีนั่นแหละ

ความต่างระหว่างงานพิธีเสกสมรสสองครั้งนี้มีหลายประการ รวมทั้งผู้มาร่วมงานพิธี  ซึ่งในงานของเจ้าชายวิลเลียม มีทั้งนักการเมืองและนักการทูตจำนวนมาก  ทว่าคราวนี้ไม่มีการเชิญแขกระดับประเทศเลย  แม้แต่ระดับหัวหน้ารัฐบาลอย่างนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษเอง  หรือผู้นำต่างชาติอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีบารัก  โอบามา ที่มีความคุ้นเคยกับเจ้าชายแฮร์รี่และราชวงศ์อังกฤษเป็นอย่างดีก็ยังไม่ได้รับเชิญ

ถ้างั้นใครล่ะ? ที่ได้รับบัตรเชิญวาระแสนพิเศษนี้ แพรวจะบอกให้คุณตาโต

บุคคลสำคัญของเจ้าบ่าว เจ้าชายแฮร์รี่ และเจ้าสาว เมแกน มาร์เคิล คือสามัญชนคนธรรมดาในวัยต่างๆ ที่มีภูมิหลังและอาชีพหลากหลาย แต่ล้วนมีจุดเชื่อมโยงเดียวกันนั่นคือ ทุกคนเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน มีประวัติบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมเป็นเกียรติเป็นศรีในชีวิต

และนี่คือโฉมหน้าของแขกพิเศษ ผู้ได้รับบัตรเชิญร่วมพิธีเสกสมรสของ Prince Harry & Meghan

Philip Gillespie จาก Ballymena ชายหนุ่มอายุ 30 ผู้สูญเสียขาขวาในเหตุการณ์ IED ที่ประเทศอัฟกานิสถาน และทำงานให้ ABF The Soldiers Charity เพื่อระดมทุนสร้างความตระหนักรู้ในความเสียสละของทหาร 

Pamela Anomneze จาก Haringey ผู้จัดการสตูดิโอ 306 Collective CIC ซึ่งเป็นองค์กรทางสังคมที่ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิตให้ฟื้นตัวด้วยงานศิลปะบำบัด

Reuben Litherland, 14, who was born deaf, has started lunchtime lessons to teach sign language at his school

Reuben Litherland จาก Derby เด็กหนุ่มวัย 14 ผู้เกิดมาพร้อมภาวะพร่องในการได้ยิน(หูหนวก) แต่กลับก้าวข้ามปัญหาของตัวเองด้วยการสอนภาษามือในโรงเรียนช่วงเวลาอาหารกลางวัน

Amy Wright  จาก Annan อาสาสมัครวัย 26 ปี ประธานกรรมการของคาเฟ่ Usual Place ซึ่งอยู่ในเมืองดัมเฟิร์ส เป็นคาเฟ่ที่มุ่งให้การฝึกอบรมและการสนับสนุนการจ้างงานสำหรับเยาวชนอายุ 16-25 ปีที่มีความต้องการพิเศษ

Related image

Amelia Thompson เด็กหญิงวัย 12 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บทางกายและสภาพจิตจากเหตุการณ์ระเบิดที่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ปีที่แล้ว(2560)

Related image

Zoe Ardunell  สาวน้อยอายุ 20 ปี อาสาสมัครในองค์กรการกุศล Valley Kids ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งช่วยเหลือครอบครัวที่ด้อยโอกาส

Image result for daniella timperley royal wedding

Daniella Timperley  นักเรียนจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์แกรมม่าสกูล ที่ได้รับรางวัล All-Ireland Youth Volunteer of the Year 2018 ในฐานะเยาวชนอาสาสมัครดีเด่นประจำปี (สื่อในอังกฤษบางรายอ้างว่าบัตรเชิญที่ทยอยส่งตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมมาถึงมือเธอเป็นคนแรก)

Image result for Rosie Ginday royal wedding

Rosie Gindway เจ้าของร้านขนมในเบอร์มิงแฮม  ที่ทำการค้าเพื่อตอบแทนสังคมมากกว่าหวังผลกำไร

Image result for Jorja Furze royal wedding

Jorja Furze เด็กนักเรียนหญิงอายุ 12 ปี ผู้เกิดมาโดยมีขาขวาเพียงข้างเดียว แต่ได้รับเเลือกให้เป็นแอมบาสซาเดอร์ด้านสุขภาพจิตดีเด่น โดยปัจจุบันเธออุทิศตนเป็นทูตการกุศลด้วย

เห็นโปรไฟล์ของแขกเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิลแล้ว บอกตรง น้ำตารื้นกับความน่ารักของคู่บ่าวสาวคู่นี้จริงๆ 

 

 

IMAGE: PA:PRESS ASSOCIATION

Source : www.thesun.co.uk  และ “ปอมอ-ส่องกระจกข้ามโลก” นิตยสารแพรว

 

รองพื้น

ผิวต้องเนียน! ชี้เป้า 8 รองพื้น ตัวเด็ดเริ่มหลักร้อยถึงหลักพัน แบรนด์ไหนถูกจริต..ตำเลย

ว่ากันด้วยเรื่องงานผิวคงหนีไม่พ้น “รองพื้น” ซึ่งส่วนใหญ่สาวๆ จำเป็นต้องแต่งหน้าทุกวัน เพื่อให้ใบหน้าเนียนใส ปกปิดริ้วรอย และปรับให้สีผิวสม่ำเสมอ จนถือได้ว่ารองพื้นเป็นไอเท็ม Must Have ของสาวๆ สมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะตอบโจทย์เรื่องปัญหาผิวที่แก้ยากและต้องใช้เวลาในการรักษา เลยเป็นตัวช่วยสวยด่วนเพื่อเมคอัพให้สาวๆ หน้าเนียนเนี้ยบไม่ต้องอายสายตาใคร

และหลังจากได้ทดลองรุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดตัวออกมาช่วงนี้ พบว่าหลายแบรนด์มีการพัฒนาสูตร ปรับเนื้อสัมผัส และฟินิชชิ่งให้เหมาะกับอากาศบ้านเรามากยิ่งขึ้น และแล้ว แพรวดอทคอม ก็ค้นพบรองพื้นโปรไฟล์ดีที่จะมาแนะนำสาวๆ แบบครบทุกสเปคที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นคุมมัน บางเบาแต่ปกปิด เฉดสีเข้าเป้า และอยู่ยาวได้ตลอดวัน

ผิวต้องเนียน! ชี้เป้า 8 รองพื้น ตัวเด็ดเริ่มหลักร้อยถึงหลักพัน แบรนด์ไหนถูกจริต..ตำเลย

Dior Diorskin Forever Undercover 24H Full Coverage
(40 มิลลิลิตร / 2,150 บาท)

พัฒนาสูตรมาเพื่อแต่งโทนผิวให้กลมกลืนเป็นธรรมชาติไปกับผิวจริง แต่ยังคงสเต็ปเรื่องความปกปิดริ้วรอยไว้ บอกเลยว่าตัวนี้อำพรางผิวอย่างแนบเนียนตลอดคืน ตลอดวันถึง 24 ชม. เนื้อฟลูอิดบางเบา ลื่นเนียนเป็นพิเศษ ไม่ยึดตัวเกาะติดผิวในทันทีเพื่อเปิดโอกาสให้สาวๆ ได้มีเวลาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไล้ให้กลมกลืนกับผิว เพราะเป็นการใช้โพลีเมอร์สายพันธุ์ใหม่สองชนิดมาผสมสูตร เหมือนตัวล็อค ยึดตรึงเนื้อรองพื้นให้ผนึกแน่น ทนทานต่อเหงื่อ น้ำ และซีบัม ในขณะที่โพลีเมอร์อีกประเภทช่วยควบคุมความมัน หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้รองพื้นยากจะติดทน เด็ดจริง ควรลอง


Giorgio Armani Luminous Silk Foundation 
(30 มิลลิลิตร / 2,450 บาท)

อย่างที่ทราบกันดีว่า เรื่องเมคอัพ จิออร์จิโอ อาร์มานี่ เชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการเผยผิวที่สวยที่สุด ด้วยรองพื้นอันโดดเด่นลือเลื่อง Luminous Silk เนื้อรองพื้นบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ฟองน้ำหรือแปรงช่วยเลย แค่ 1 – 2 ปั๊มก็เกลี่ยพอดีทั้งหน้าแล้ว แถมเทคโนโลยี Micro-fil technology ส่งเส้นใยเล็กถึงขีดสุดระดับไมโคร เข้ากระชับผิวหน้าและทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างกลมกลืน


Lancome Teint Idole Ultrawear Liquid Foundation
(30 มิลลิลิตร / 1,950 บาท)

รองพื้นรุ่นที่ใครต่อใครต่างก็บอกดีที่สุดของลังโคม​ ตอนนี้ออกเฉดสีใหม่ 12 เฉดสีอิงจากผิวสาวเอเชียโดยเฉพาะ เสริมทัพกับ 12 เฉดสีเดิมที่มีอยู่ รวมเป็นทั้งหมด 24 เฉดสี ผิวเนียนบางเบาไม่หนักหน้า​ ปกปิดเนียนสนิทติดทนนานแต่ผิวยังคงดูเป็นธรรมชาติราวกับไม่ได้ลงรองพื้น และผิวยังคงรู้สึกโปร่งสบายแม้ว่าจะผ่านไปหลายชั่วโมง เฉดใหม่นี้เพิ่งเปิดตัวที่ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย บอกเลยว่ารองพื้นชนิดน้ำสูตรนี้ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์แต่งผิวที่ “ต้องมี” ติดโต๊ะเครื่องแป้งและกระเป๋าเครื่องสำอางไว้เสมอไปแล้ว


Clarins Teint Haute Tenue+ Everlasting Foundation+ SPF 15
(30 มิลลิลิตร / 1,700 บาท)

ตัวนี้ก็เด็ดไม่แพ้เพื่อน รองพื้นเนื้อเหลว เกลี่ยง่าย ปกปิด ติดทนนาน ช่วยให้ผิวเนียนสวยสมบูรณ์แบบ ไร้ความมันเงา ต่อเนื่องตลอด 18 ชั่วโมง แต่ยังรู้สึกเบาสบายผิว พร้อมเพิ่มความกระจ่างใสไร้ที่ติให้แก่ผิวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ด้วยการผสมผสานระหว่าง Bamboo Powder กับเทคโนโลยี High Fidelity System ทำให้เมคอัพติดทนนาน ที่สำคัญสำหับสาวมีอายุหน่อยๆ ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ และไม่อุดตันรูขุมขนด้วย


THREE Angelic Synthesis Foundation Serum
(30 มิลลิลิตร / 2,450 บาท)

เป็นมากกว่าการใช้รองพื้นทั่วไป นั่นคือ เซรั่มในรูปแบบรองพื้น ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวมาก อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อการบำรุงล้ำลึกถึง 75% ให้ผิวรู้สึกสดชื่น ผิวโกลว์ดูสุขภาพดี ราวกับผิวธรรมชาติที่แท้จริง เนื้อสัมผัสโปร่งเบาสบาย เกลี่ยง่าย แต่สามารถปกปิดริ้วรอยและข้อบกพร่องได้แนบเนียน ไม่ทิ้งตัวเป็นคราบ สามารถใช้ทาทับได้ตามความต้องการ พร้อมเฉดสีที่ลืมคำว่าหนาหนักไปได้เลย แถมหมดกังวลเรื่องเหงื่อหรือความมันที่ทำให้ผิวหมองคล้ำระหว่างวันด้วย


BRONX COLORS Studioline HD TV Foundation
(20 มิลลิลิตร / 895บาท)

รองพื้นสูตรออยล์ฟรี มีคุณสมบัติในการกระจายตัวกลมกลืนไปกับพื้นผิวได้อย่างแนบเนียน สามารถปกปิดไปทุกอณูของผิวหน้า จนไม่สามารถแยกออกได้ระหว่างเครื่องสำอางกับผิวหน้าที่แท้จริง เพื่อผิวหน้าสวยเรียบเนียนไร้ที่ติ  ดุจดาราดัง ที่พร้อมออกทีวีได้ตลอดเวลา ต้องลองแล้วละมั้งสาวๆ


L’Oreal Paris True Match Liquid Foundation SPF16PA++
(30 มิลลิลิตร / 449 บาท)

เป็นรองพื้นที่การันตีแล้วว่าเข้ากับสีผิวของสาวไทยมากที่สุดและมีเฉดสีให้เลือกมากที่สุดถึง 8 เฉดสี โดยมี 2 เฉดสีใหม่ คือ G2 ผิวสีเนื้ออมชมพู และ G4 ผิวสองสี และคงไว้ด้วยเทคโนโลยีไมโครแมช ที่มีการผสมผสานอณูเม็ดสีพิเศษถึง 7 ชนิด ทำให้สร้างสีผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมกระบวนการบดพิกเมนต์แบบแห้งเพื่อให้ได้เนื้อรองพื้นที่มีอณูละเอียด ทำให้ซึมซาบและเรียบเนียนไปกับผิว และท้ายสุดกับการผสานน้ำมันสกัดที่ระเหยเร็วขึ้นถึง 2 เท่า ทำให้การเกลี่ยเนื้อรองพื้นง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังควบคุมความมันและให้สัมผัสเบาสบายบนผิวหน้าอีกด้วย


L’Oreal Paris Infallible Pro-Matte
(30 มิลลิลิตร / 479 บาท)

ผิวแมตต์เป๊ะ ไม่หลงเหลือความมันให้โป๊ะแตกได้แล้ว สำหรับสาวๆ ผิวมันต้องไม่พลาดกับกระแสรองพื้นเนื้อแมตต์ที่ฮ็อตสุดๆ จากเมืองนอกในขณะนี้กับรองพื้นเนื้อแมตต์สูตรกันน้ำที่มาในรูปแบบหลอด ติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง เปลี่ยนหน้ามันเป็นแมตต์ทันที ไม่มีพลาดในทุกสถานการณ์ เพราะโพลีเมอร์ชนิดติดทนนานช่วยยึดเนื้อรองพื้นเอาไว้กับผิว ไม่ว่าสาวๆ จะเปลี่ยนกี่ลุคผิวก็แมตต์ทนไม่มีหลุดแม้จะเจอกับน้ำหรือน้ำมัน แถมยังเบาสบายไม่รู้สึกหนักหน้าอีกด้วย

 

การแต่งหน้าก็เหมือนการวาดรูป ภาพจะออกมาสวยหรือไม่นั้น ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การสเก็ตภาพ วางโครงสร้าง ไปจนถึงการลงสี การแต่งหน้าก็เช่นเดียวกัน ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการการลงรองพื้นและไม่ใช่แค่การทาๆ ให้ทั่วใบหน้าก็เสร็จ แต่รวมถึงการใส่ใจเลือกรองพื้นสูตรที่ใช่เหมาะกับผิว นั่นแหละจะเป็นอะไรที่เสริมให้ผิวเนียนสวยน่ามองมากขึ้นไปอีกนะคะซิสสสสสส!


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์ อวดโฉมเสื้อผ้าบนรันเวย์ระดับโลก ใน Shenzhen fashion week 2018

ยกระดับวงการแฟชั่นของเมืองไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เมื่อแบรนด์ดังอย่าง ลาบูทีคส์  (La Boutique) ได้อวดโฉมเสื้อผ้าดีไซน์หรู ให้สะกดทุกสายตาบนรันเวย์ระดับโลก ในงาน  Shenzhen fashion week 2018

หากจะเอ่ยถึงแบรนด์แฟชั่นไทยชั้นนำที่ได้รับการตอบรับจากเหล่าแฟชั่นนิสต้ามาโดยตลอด คงจะต้องมีชื่อของแบรนด์ ‘ลาบูทีคส์’ (La Boutique) ติดอยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะด้วยเทคนิคการดีไซน์เสื้อผ้าที่มีความร่วมสมัย ภายใต้ฝีมือของ โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ประจำแบรนด์ ผู้ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่สู่เครื่องแต่งกายดีไซน์หรูที่สามารถทำให้หญิงสาวผู้สวมใส่ดูโดดเด่นได้อย่างมีรสนิยม จึงส่งผลให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างเลือกสวมใส่ชุดของลาบูทีคส์ (La Boutique) อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเซเลบริตี้ชื่อดังระดับโลกอย่าง Olivia Palermo, Kristina Bazan หรือซูเปอร์โมเดลสาวสวย Chanel Iman โดยล่าสุดทางแบรนด์ก็ได้รับคำเชิญจาก Shenzhen fashion week ให้ไปร่วมเนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าบนเวทีแฟชั่นวีคชั้นนำของประเทศจีน

โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำแฟชั่นโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในต่างประเทศ “หลังจากได้รับเชิญให้นำแบรนด์ไปร่วมโชว์บนเวทีเซินเจิ้นแฟชั่นวีค เราและทีมงานก็เริ่มทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยสิ่งแรกเลยก็คือเสื้อผ้าที่จะนำไปโชว์ ต้องเป็นชุดที่สามารถนำเสนอความเป็นเดอะนิวโรแมนติก ซึ่งคือดีเอ็นเอหลักของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ต่อมาก็คือเรื่องของการทำโชว์ ซึ่งเราครีเอทไว้ว่าอยากจะทำแฟชั่นโชว์ให้มีมูฟเมนต์มากขึ้น และทำออกมาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด เพราะเวทีนี้เป็นเวทีที่ค่อนข้างใหญ่ มีแบรนด์ดังจากทั่วโลกทั้งจากสิงคโปร์ อิตาลี และนิวยอร์ก เข้าร่วมทำโชว์กันมากมาย ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งแบรนด์ที่เป็นตัวแทนจากประเทศไทย”

โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ประจำแบรนด์

การร่วมเดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำให้ลาบูทีคส์ (La Boutique) เป็นที่รู้จักในระดับสากลอีกครั้ง อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดีไซน์เนอร์ชาวไทย โดยไฮไลท์ของการทำโชว์ครั้งนี้ทางแบรนด์ได้เนรมิตรันเวย์ให้เป็นเสมือนพรมวิเศษสำหรับหญิงสาว ด้วยการโรยกลีบกุหลาบลงบนพื้น ซึ่งจะมีการปลิวเคลื่อนไหวทุกครั้งเมื่อนางแบบเดินผ่าน ซึ่งเป็นเทคนิคที่สามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกและความเคลื่อนไหวให้กับรันเวย์ได้มากขึ้น รวมถึงการทำเครื่องประดับที่ใช้ในการทำโชว์ ทางแบรนด์ได้สรรสร้างแอคเซสเซอรี่ชิ้นพิเศษขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อครีเอทให้แต่ละลุคสมบูรณ์แบบ และสามารถสะกดทุกสายตาเมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงและนางแบบคนแรกถูกปล่อยตัวออกมา

นอกจากนี้ โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ยังได้ร่วมเผยประสบการณ์และเทคนิคการทำงานกับต่างประเทศสู่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ว่า “การเตรียมตัวและทำการบ้านไปให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเวทีระดับสากล ทีมงานทุกคนจะต้องมีความเป็นอาชีพ และเขาทำงานกันเร็วมาก รวมถึงตัวเราก็เช่นกันที่จะต้องโฟกัสอยู่กับงานตลอดเวลา เราต้องรู้ทุกขั้นตอนของการทำโชว์และเตรียมเสื้อผ้า เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดก็ต้องรีบตัดสินใจและแก้ไขอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญที่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ควรรู้ก็คือเรื่องของวัฒนธรรม เราควรศึกษาวิธีการทำงานของแต่ละที่ เพราะเขาก็จะมีธรรมชาติการทำงานที่ต่างกัน อย่างการทำงานกับคนจีนภาษานับเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะโดยธรรมชาติของคนจีนเขาจะทำงานและทำธุรกิจด้วยความจริงใจ ฉะนั้นหากเราสามารถเจรจากับเขาได้โดยตรง จะแสดงถึงความเข้าใจและความพึงพอใจซึ่งกันและกันได้ง่ายกว่า”

แน่นอนว่าลาบูทีคส์ (La Boutique) จะยังคงสร้างสรรค์อาภรณ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของหญิงสาวได้ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล ซึ่งทางดีไซเนอร์ฝีมือเฉียบก็ยังได้แนะนำเคล็ดลับการครีเอทลุคให้อินเตอร์ได้ง่ายๆ ว่า “การจะแต่งตัวให้ดูอินเตอร์เราต้องสร้างจุดเด่นให้กับร่างกาย อาจจะเป็นเสื้อผ้ากับเครื่องประดับที่มีดีไซน์แปลกตา หรือมีดีเทลที่เด่นชัด อาจจะเป็นชุดเดรสตัวยาวที่เพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยระบายรัฟเฟิลหลายชั้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ชุดมีความโอเวอร์ไซส์มากขึ้น โดยอาจจะเอามาแมทช์กับหมวกปีกใบใหญ่ก็จะได้ลุคอินเตอร์ที่มีความเฟมินีนแฝงอยู่ หรืออาจจะเป็นชุดเดรสลายพิมพ์แมทช์กับรองเท้าบู๊ทยาวเท่ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าใครชอบสไตล์บอยอิชหน่อยก็อาจจะเลือกชุดลายพิมพ์ที่เป็นแจ็คเก็ตกับกระโปรงสั้นเข้าชุดแล้วแมทช์กับเสื้อตัวในสีพื้นคอเต่า และเพิ่มความเก๋ด้วยหมวกเบเร่ต์ที่มีลวดลายเดียวกับชุด”

 

ลาบูทีคส์ บนรันเวย์ระดับโลก ในงาน Shenzhen fashion week 2018

 

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์

ลาบูทีคส์