เอวสับแบบตัวแม่ระดับตำนาน 'อีฮโยริ' เผยทริคแสนอีซี่ดูแลหุ่นเพรียวบางสุดเซ็กซี่

เอวสับแบบตัวแม่ระดับตำนาน ‘อีฮโยริ’ เผยทริคแสนอีซี่ดูแลหุ่นเพรียวบางสุดเซ็กซี่

อีกหนึ่งตัวแม่สวยเซ็กซี่หุ่นดีตลอดกาลในวงการเคป๊อบ ‘อีฮโยริ’ (Lee Hyori) ลีดเดอร์แห่งวง Fin.K.L ไอดอลสาวมากความสามารถในตำนาน ล่าสุดเธอเป็นแขกรับเชิญร่วมกับอดีตนางแบบ ‘อีโซรา’ ในรายการ Super Market Sora ซึ่งเธอก็ได้ชมอีโซราเกี่ยวกับเสื้อผ้าสวยหรูดูดี ทางอีโซราจึงตอบว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ต้องลดไขมันหน้าท้องอีกครั้ง”

เอวสับแบบตัวแม่ระดับตำนาน ‘อีฮโยริ’ เผยทริคแสนอีซี่ดูแลหุ่นเพรียวบางสุดเซ็กซี่

อีฮโยริ จึงตอบกลับไปว่า “คุณใส่แค่สเตย์รัดหน้าท้องก็ได้นะ อายุอย่างพวกเรา ต้องใส่สเตย์รัดหน้าท้อง ทุกวันนี้มีสเตย์รัดหน้าท้อง (Waist Trainer) มากมาย ที่ช่วยกระชับสัดส่วนและส่วนเกินให้เอวเข้ารูปดูมีส่วนโค้งเว้าสวยงาม เมื่อคุณสวมใส่ Waist Trainer คุณจะได้รูปลักษณ์ที่ดูดี ควบคู่กับความมั่นใจที่จะเพิ่มขึ้น” นอกจากนี้เธอยังแนะนำทริคการใส่ Waist Trainer ว่าต้องใส่ตั้งแต่ใต้หน้าอกลงไป

และในตอนเดียวกัน เธอยังเผยอีกว่าตัวเองไม่ชอบแต่งหน้าเลย แต่เมื่อก่อนตอนเป็นวัยรุ่น เธอต้องทำหลายอย่างรวมถึงต้องแต่งหน้าจัดสำหรับการขึ้นโชว์ แต่ตอนนี้เธอต้องการให้ผิวได้พักบ้าง ซึ่งถ้าใครตามอินสตาแกรมเธอจะเห็นได้ว่าบ่อยครั้งที่เธอโชว์หน้าสดไร้เมคอัพ 

Photo: lee_hyolee


โป๊ป ธนวรรธน์

เปิดมุม Unseen “โป๊ป – ธนวรรธน์” เจ้าของฉายา “พระเอกอินโทรเวิร์ต”

จัดเป็นโอกาสพิเศษ ที่ แพรว ได้คิว “โป๊ป – ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” อีกครั้ง หลังละคร พรหมลิขิต ลาจอไป ท่ามกลางความคิดถึงของเหล่าแฟนคลับที่รอชมการปรากฏตัวของพระเอกในดวงใจคนนี้มานานตั้งแต่ บุปเพสันนิวาส จบ เพราะเป็นอันรู้กันว่าการจะได้เห็นโป๊ปออกสื่อนั้นไม่ง่ายนัก วันนี้เจอตัวทั้งทีก็ต้องคุยให้หายคิดถึง

เปิดมุม Unseen “โป๊ป – ธนวรรธน์” เจ้าของฉายา “พระเอกอินโทรเวิร์ต”

จบจาก พรหมลิขิต แล้ว ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างคะ

“มีงานอีเวนต์บ้างนิดหน่อยครับ ยังไม่มีงานละครใหม่ ส่วนใหญ่ผมใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า มีไปช่วยแม่สร้างสถานปฏิบัติธรรม กับมีธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่ (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร SANO PLUS by POPE)  ต้องเข้าออฟฟิศทำงาน คิดงานของบริษัท หรือมีเรื่องให้ต้องแก้ไขปัญหาบ้าง ที่เหลือก็ออกกำลังกาย ตีกอล์ฟ นัดเพื่อนเก่าหรือแก๊งนักแสดงไปกินข้าวกัน ชีวิตไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยใช่ไหม (หัวเราะ)  ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนและครอบครัว ถ้ามีใครนัดไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ไปกับเขาบ้าง”

โป๊ป ธนวรรธน์

ขอเข้าช่วงเคลียร์ข่าว ที่เห็นโป๊ปไม่ค่อยรับงาน จนสื่อตั้งฉายาให้เป็นพระเอกอินโทรเวิร์ต (เก็บตัว) จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร

“ก็แล้วแต่เขาจะคิดแหละ คนเรามีหลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่เขาจะตั้งสรรพนามให้เราว่าเป็นแบบไหน นักแสดงตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันก็มีหลากหลายสไตล์ ผมเชื่อว่านักแสดงที่เป็นอย่างผมมีเยอะนะ อยู่ที่ว่าใครถนัดยังไง แบบไหน สิ่งที่เขาอยากให้เราเป็นก็คือความอยากของคน บางคนอาจจะแฮปปี้ที่เราเป็นแบบนี้ บางคนอยากให้เราทำงานเยอะๆ แต่นั่นคือสิ่งที่คนอื่นคิด ส่วนตัวเวลาจะทำงานหรือเลือกงาน ผมคิดไปตามความเหมาะสมกับตัวเองน่ะ จะให้ผมไปทำอะไรเยอะแยะก็คงไม่ใช่ตัวเองอีก”

เป็นพระเอกที่รับงานหนึ่งเรื่องต่อปี

“จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ผมไม่ได้ตั้งใจหรือกะเกณฑ์ว่าจะรับงานปีละเรื่อง แต่ส่วนใหญ่มักจะเจองานที่ใช้เวลาถ่ายทำนาน เจอแต่กองที่ถ่ายทำกันเป็นปีไปจนถึงปีกว่า จึงไม่สามารถรับเรื่องอื่นได้ คือถ้าเจอละครที่ใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 7 – 8 เดือน ก็อาจจะมีงานปีละ 2 เรื่องได้นะ เรื่องเวลาเป็นเหตุปัจจัยให้ต้องรับงานละครน้อย อีกเหตุผลสำคัญคือผมไม่อยากเล่นสองเรื่องซ้อนกัน เพราะเวลาทำงานผมอยากโฟกัสที่ตัวละครนั้นๆ ถ้าเล่นสองเรื่องจะงงแล้วไม่ค่อยโฟกัส เดี๋ยวทำออกมาไม่ดี อยากให้ออกมาดีจริงๆ”

แล้วในปี 2024 นี้ แฟนๆ จะมีโอกาสได้เห็นงานอะโรจากโป๊ปบ้างไหมคะ

“ณ ตอนนี้ยังไม่มีครับ คิดว่าปี 2024 คงไม่เห็นงานแสดงของผมแน่นอน เพราะยังไม่มีละครติดต่อเข้ามาหรือเสนอให้เล่นเลย”

โป๊ป ธนวรรธน์

ถ้าเป็นเป้าหมายหรือสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำในปีนี้ล่ะคะ

“ถ้าเป็นเรื่องใหม่ๆ คือไม่มีเลย (ตอบหนักแน่น) พอถึงปีใหม่หลายคนชอบตั้งเป้าหมายแพลนชีวิต ผมเข้าใจนะ ถ้าอยากแพลนก็แพลนไปเถอะ มีคนไม่น้อยที่ทำได้ตามนั้น ซึ่งดี แต่ก็มีอีกเหมือนกันที่แพลนแล้วอาจทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำตามที่วางแผนไว้ ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน การแพลนเป็นแค่ความคิดที่ผุดขึ้นมาได้ตามที่เราอยากหรือปรุงแต่งไป

“แต่สิ่งที่ผมทำในตอนนี้คือการอยู่กับตัวเองและดูตัวเองเยอะๆ ว่ามีความรู้สึกอย่างไร ดูความคิดที่เกิดขึ้น เพราะเวลาใช้ชีวิตมีทั้งเรื่องดีและไม่ดีมากระทบ เราอยู่ในอารมณ์ไหน พอใจ ไม่พอใจ อยากไหม ไม่อยากไหม จะเป็นลักษณะที่ว่าเราทำงานและใช้ชีวิต แล้วก็ดูใจข้างในไปด้วย ชีวิตผมตอนนี้จึงเรียบง่ายมากๆ ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆ อยู่กับปัจจุบันไปเรื่อยๆ ไม่คิดเรื่องทำอะไรใหม่ ไว้ถ้าวันข้างหน้ามีอะไรใหม่ที่เหมาะสมจะทำก็ค่อยทำ”

อยากรู้มุม Unseen ของโป๊ปเวลาอยู่คนเดียว

“ถ้าอยู่คนเดียวก็ดูแลต้นไม้ สวน บ้าน ไปเรื่อย เห็นอะไรที่ดูรก ดูไม่ดี ก็ค่อยๆ จัดการ ผมเป็นแนวพ่อบ้าน บางทีก็เรียกคนสวนมาช่วยกันทำ ถ้าไม่มีอะไรก็อยู่ในห้องทำงาน ดูสิ่งที่มีประโยชน์กับใจ ไม่เชิงธรรมะอย่างเดียวนะ อาจจะดูรายการที่เห็นมุมมองการใช้ชีวิตที่ดีของคนอื่น มีอะไรที่เป็นสาระบ้าง แล้วก็ไปออกกำลังกาย แค่นี้เลย ไม่มีอะไรพิเศษ ผมว่าชีวิตที่สงบเป็นชีวิตที่ลงตัวนะ สำหรับผมการมีงานมาก ทำกิจกรรมมาก หรือต่อให้ทำอะไรพิเศษแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะผ่านไปอยู่ดี อย่างเมื่อก่อนตอนเข้าวงการใหม่ๆ ผมเคยทำงานเยอะ รับละคร 3 เรื่อง มีวาดรูปการกุศล มีอะไรให้ทำเยอะ จะมองว่าตอนนั้นพิเศษไหม ผมก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไป แค่เป็นสิ่งที่เราพูดถึงได้ แต่ไม่ได้มีอะไรพิเศษขนาดนั้น ซึ่งถ้าต้องกลับไปทำงานเยอะจริงๆ ก็ทำได้นะ

“ผมยืนยันว่าการที่เราอยู่ด้วยตัวเองแล้วสงบได้ คือพิเศษสุดแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น คืออยู่ได้โดยไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายนัก มีความอยากบ้าง แต่ไม่มากมาย อยู่อย่างสงบได้บ้าง ผมว่าแค่จิตใจเราดี นิ่งสงบ ก็ถือว่าพิเศษแล้วนะ เพราะหาได้ยากในใจคน ลองให้คนที่เคยทำงานเยอะๆ มานั่งนิ่งๆ ไม่มีอะไรทำดูสิว่าเขาจะสงบได้ไหม หรือตอนที่มีอะไรเยอะๆ เขาสงบไหม ผมว่ามันวัดกันตรงนี้ ต้องมีความพิเศษข้างในจิตใจ เราจึงจะรู้สึกว่าลงล็อกแล้วสงบได้”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 1002

เอส แอนด์ พี ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ด้วยเค้กดอกกุหลาบแสนหวาน

เพราะเราให้ความสำคัญกับทุกความสัมพันธ์ เอส แอนด์ พี ชวนมอบความรักให้กัน  ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ด้วยเค้กดอกกุหลาบแสนหวานเป็นตัวแทนบอกรัก อาทิ เค้กกุหลาบร้อยรัก (บัทเทอร์วานิลา ขนาด 1 ปอนด์) เค้กโรสไวน์ (เลเยอร์วานิลลา ขนาด 1 ปอนด์) เค้กหัวใจบลอสซั่ม ออฟ เลิฟ (บัทเทอร์วานิลา ขนาด 2 ปอนด์) นอกจากนี้ยังมีเค้กสั่งทำดีไซน์พิเศษ ตกแต่งหน้าเค้กอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ สีสันหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความหมายของคำว่ารัก นุ่มละมุน รสชาติยอดนิยม ซิกเนเจอร์ของเอส แอนด์ พี  ให้วันวาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความรัก มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ  สำหรับสมาชิก S&P Card รับส่วนลดทันที10% สำหรับลูกค้าทั่วไปรับส่วนลดพิเศษ!! เมื่อสั่งผ่าน S&P Delivery 1344, Grab และ Line Man เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ เทศกาลแห่งความรักแบบนี้ รักใครให้เค้ก เอส แอนด์ พี

4 เทรนด์ดูแลผิว ที่คาดว่าจะยังคงฮ็อตตลอดทั้งปี 2024 และยังคงเน้น Skinimalism

เรียบง่ายและดูดีกับ 4 เทรนด์ดูแลผิว สไตล์ Skinimalism ที่คาดว่าจะยังคงฮ็อตในปี 2024

สำหรับหลายๆ คน การเริ่มต้นปีใหม่หมายถึงชีวิตที่สดใส การเริ่มต้นใหม่ และโอกาสโดยรวมในการรีเซ็ต อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ชื่นชอบความงาม ปีใหม่เป็นเวลาที่จะกำหนดเป้าหมายใหม่ในการดูแลผิวและปัดฝุ่นเทคโนโลยี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะต้องการกำหนดกิจวัตรความงามในปัจจุบันใหม่ และสำรวจผลิตภัณฑ์ เทคนิค เคล็ดลับ และเทรนด์ใหม่ๆ

ในปี 2023 ที่ผ่านมา เราได้เห็นความฮ็อตของ “Skinimalism” เทรนด์ผิวที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เรียบง่ายมีความมินิมัล บำรุงและแต่งผิวบางเบาให้ดูสุขภาพดีมากกว่าการประโคมเพื่อปกปิดจุดบกพร่อง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ท้าทายความเชื่อที่มีมายาวนานที่ว่าขั้นตอนการดูแลผิวมากกว่า 12 ขั้นตอนเป็นสิ่งจำเป็น ในปี 2023 ที่ผ่านมา ยังกระตุ้นให้กระแสสังคมหลงใหลในการต่อต้านวัยมากขึ้น ซึ่งการรักษาด้วยสารเติมเต็มกลายเป็นหนึ่งในวิธีฉีดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด เนื่องจากผลลัพธ์ผิวที่อวบอิ่ม สุขภาพดี และแลกระจ่างใส ซึ่งทำให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น แล้วปี 2024 มีอะไรรออยู่บ้าง? สำหรับเทรนด์การดูแลผิวที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี

#1 Probiotic Skin Care
การมีผิวที่สวยเปล่งประกายและมีเสน่ห์นั้นไม่ได้เป็นเพียงการใช้ครีมหรือเซรั่มใหม่ล่าสุดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการใส่ใจในผลิตภัณฑ์ที่บริโภคเพื่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอกด้วย ซึ่งในปี 2024 การดูแลผิวด้วยโปรไบโอติกคาดว่าจะได้รับความโดดเด่น เพราะมีประโยชน์มากมาย เช่น ปรับสมดุลของไมโครไบโอมของผิวหนัง ลดการอักเสบ เพิ่มเกราะป้องกันผิว อาจช่วยในการจัดการสิว และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น” Evelyn Ramirez ผู้เชี่ยวชาญด้านสุนทรียศาสตร์ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมความงามเองก็กำลังได้เห็นการบูรณาการส่วนผสมจากพืช การปรับแต่งผ่านการวิเคราะห์ DNA สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโดยเฉพาะ และการมุ่งเน้นด้านสุขภาพแบบองค์รวม จัดการกับปัจจัยต่างๆ เช่น ความเครียด และการนอนหลับเพื่อสุขภาพผิวที่ครอบคลุม”

หากคุณสนใจ “อาหารสำหรับผิว” โปรไบโอติกสามารถช่วยจัดการกับปัญหาผิว เช่น สิว ฯลฯ เมื่อดูแลตัวเองด้วยการเสริมไมโครไบโอมในลำไส้ด้วยส่วนผสมจากพืชหลากหลายชนิดที่อุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น ไฟเบอร์ และโพลีฟีนอล คุณจะเสริมสร้างและปรับสมดุลสภาพแวดล้อมของลำไส้ ลดการตอบสนองต่อการอักเสบ และในที่สุดสุขภาพผิวก็จะดีตามเช่นกัน

#2 LED Light Therapy
การบำบัดด้วยแสง LED ถือเป็นเรื่องใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และจะดำเนินต่อไปในปี 2024 หากคุณกำลังมองหาการกำจัดรอยดำ สิวปานกลาง และริ้วรอยต่างๆ Shani Darden ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามผู้มีชื่อเสียงเห็นพ้องต้องกันว่า “การลงทุนเริ่มแรกอาจมีราคาแพงเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะช่วยประหยัดเงินได้ เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้ในการรักษาผิวอ่อนเยาว์และเปล่งประกาย ซึ่งมาส์ก LED เป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบในการต่อต้านวัยและการบำรุงผิวในระดับมืออาชีพที่สามารถทำได้เองที่บ้าน

@beautyshamans

Shop the seaweed skincare collection at beautyshamans.com! #beautyshamans #skincare #skintips #winterskin #esthetician

♬ original sound – BeautyShamans

#3 Facial Yoga
หากโยคะแบบดั้งเดิมไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบ คุณอาจต้องการพิจารณา “โยคะหน้า” ในปีนี้ ด้วยยอดดู TikTok มากกว่า 2.8 พันล้านครั้งและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ #faceyoga เป็นวิธีการออกกำลังกายที่บ้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการมองเห็นริ้วรอยเล็กๆ น้อยๆ เน้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อรักษาโครงสร้างผิวตามอายุ

#4 Epigenetic Skin Care
Epigenetics นั้นอยู่ในทุกๆ หนแห่ง คือสภาพแวดล้อมภายนอกที่เราพบเจอทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สิ่งแวดล้อมที่เราอยู่อาศัย น้ำ อากาศ และแม้แต่การเสื่อมวัย ทั้งหมดนี้สามารถก่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเซลล์ซึ่งส่งผลต่อการเปิดหรือปิดการทำงานของยีนเมื่อเวลาผ่านไป Epigenetics เกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตของเรา ไม่เพียงแต่การเลี้ยงดูในช่วงวัยเด็ก แต่ไลฟ์สไตล์ของเรา ตั้งแต่การนอนหลับ การออกกำลังกาย การเลือกกินอาหาร เหล่านี้คือสภาพแวดล้อมที่ทำให้การแสดงออกของยีนที่ทำลายคอลลาเจนหรือยีนที่กระตุ้นการอักเสบทำงานมากขึ้น และทำให้เราแก่ไว ในทางตรงกันข้ามการอาศัยในที่มลพิษน้อยหรือการใช้สกินแคร์ที่ปกป้องผิวจากรังสียูวี หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารแอนติออกซิแดนท์หรือสารบำรุงต่างๆ ก็เหมือนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการไปสร้างโปรตีนที่ทำลายผิวได้น้อยลงหรือไปช่วยเปิดให้เกิดการสร้างโปรตีนที่ซ่อมแซมผิวมากขึ้น ทำให้ผิวซ่อมแซมตัวเองและชะลอวัยขึ้น

Photo: Pexels


อาดิดาส

อาดิดาส “FEEL YOUR STRENGTH” ปลดล็อกศักยภาพ พบกับความแข็งแกร่งอันไร้ขีดจำกัด

เมื่อไม่นานมานี้ แพรวได้รับคำเชิญจาก อาดิดาส ให้ไปร่วมกิจกรรม “FEEL YOUR STRENGTH” ปลดล็อกศักยภาพอันแข็งแกร่งของตนเอง ผ่านการออกกำลังกายแบบสุดมันฉบับทีม LES MILLS เจ้าของลิขสิทธิ์คลาสออกกำลังกายชื่อดังระดับโลก ร่วมไปกับการเจาะลึกวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการพูดคุยเรื่องการรับประทานอาหารให้มีสุขภาพดีและมีความสุขจากกูรูด้านโภชนาการ อย่าง เจสซิก้า คูนี่ ณ อาคารเพิร์ล แบงค็อก

โดยภายในงาน FEEL YOUR STRENGHT เหล่าผู้รักสุขภาพได้สวมใส่ชุดออกกำลังกาย adidas Training เพื่อร่วมกิจกรรมแสนสนุกแบบจัดเต็ม  เริ่มต้นด้วยการตรวจสแกนร่างกายเชิงลึกด้วยเครื่อง Inbody 770 เครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายระดับมืออาชีพ ที่สามารถแสดงข้อมูลด้านต่าง ๆ ของร่างกายอย่างละเอียด เช่น สัดส่วนของปริมาณไขมันในร่างกายต่อดัชนีมวลกาย จำนวนไขมันในช่องท้อง จำนวนมวลน้ำในร่างกาย จนถึงดูภาวะโภชนาการในร่างกาย โดยผู้ทำการทดสอบสามารถนำผลการวิเคราะห์ไปต่อยอดในการวินิจฉัยโรคได้

ปิดท้ายเพื่อการดูแลร่างกายแบบครบ 360 องศา กับการร่วมพูดคุยกับกูรูด้านโภชนาการ ในหัวข้อ “อาหารอร่อย สุขภาพดี มีความสุข” โดย คุณเจสซิก้า คูนี่ ที่ให้ทั้งความรู้และแรงบันดาลใจในการปรับรูปแบบการรับประทานอาหาร พร้อมแนะนำเคล็ดลับการรับประทานอาหาร อย่าง การคำนวณเป้าหมายแคลอรีประจำวัน สัดส่วนของอาหารที่เหมาะสม

โดยแนะว่าไม่ต้องกลัวการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเพราะยังจำเป็นต่อการสร้างพลังงาน แต่ให้รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ พยายามหลีกเลี่ยงไขมันเลวจากเนื้อสัตว์ติดมัน เน้นไขมันดีจากปลาทะเลน้ำลึก น้ำมันมะกอก เพื่อที่ไขมันจะช่วยสังเคราะห์วิตามินที่จำเป็น รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่าการดื่มน้ำจะช่วยการลดน้ำหนักได้ดีขึ้น ปิดท้ายด้วยคำแนะนำว่าไม่ต้องเครียดเรื่องการกิน เพียงแค่จำกัดปริมาณแคลอรีให้ไม่เกินต่อความต้องการประจำวัน เน้นโปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อควบคู่กับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งไปพร้อมกัน

สำหรับผู้ที่สนใจชุดออกกำลังกาย adidas Training สามารถเลือกซื้อชุดออกกำลังกายคอลเล็คชั่นล่าสุด SS24 Strength ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายประเภท Strength Training โดยเฉพาะ ได้ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, LINE Shopping: @adidasthailand และร้านอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ


ทาเคชิ โซริมาจิ

การกลับมาของ ทาเคชิ โซริมาจิ วัย 50 ปี ในซีรีส์ GTO…ครูซ่าปราบขาโจ๋

สิ้นสุดการรอคอย  26 ปี ฟูจิทีวีคืนชีพ GTO…ครูซ่าปราบขาโจ๋ นำแสดงโดยพระเอกคนเดิม ทาเคชิ โซริมาจิ วัย 50 ปี รับบท คุณครู โอนิซึกะ เอคิจิ

แม้ญี่ปุ่นจะมีมังงะมากมาย แต่เมื่อนำมาทำเป็นไลฟ์แอ็คชั่น ในปี 1998 หรือ 26 ปีที่แล้ว ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า GTO (Great Teacher Onizuka) หรือ ชื่อไทย ครูซ่าปราบขาโจ๋ เป็นผลงานซีรีส์ที่โคตรเจ๋งและกลายเป็นตำนานที่ได้การยอมรับจากแฟนๆ ทั่วโลก

ในปี 2565 มีข่าวดีออกมาให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้นกันเมื่อฟูจิทีวีประกาศจะสร้าง GTO Revival โดยมีแผนว่าจะออกอากาศในปี 2024 ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดเผยว่าผลงาน  GTO Revival จะได้ออกอากาศในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยนักแสดงนำซึ่งรับบท คุณครูโอนิซึกะ เอคิจิ ยังคงเป็น ทาเคชิ โซริมาจิ ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าตอนนี้เขาจะอายุ 50 ปีแล้วก็ตาม

ไม่เพียงเท่านั้นเพราะ นานาโกะ มัทซึชิมะ ได้กลับมารับบทเดิมเป็น คุณครูฟุยุซึกิ ซึ่งในชีวิตจริงยังเป็นภรรยาของ ทาเคชิ โซริมาจิ ก็จะเข้าร่วมแสดงด้วย ซึ่งเป็นที่น่าเซอร์ไพร้ส์มากเพราะที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยร่วมงานกันเลยในฐานะคู่รักนับตั้งแต่แต่งงาน กระทั่งในปี 2020 ลูกๆ ทั้งสองคนของพวกเขาไปเรียนต่างประเทศทำให้ เธอกลับมามีผลงานอีกครั้ง

ทาเคชิ โซริมาจิ
ทาเคชิ โซริมาจิ

สำหรับ GTO ว่าด้วยเรื่องราวของ โอนิซึกะ เอคิจิ นักเลงที่โด่งดังในโชนัน แต่กลับตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นอาจารย์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ด้วยความที่เป็นอาจารย์ใหม่ทำให้ครูโอนิซึกะถูกแกล้ง ขาจึงต้องสั่งสอนนักเรียนเหล่านั้นด้วยนิสัยนักเลงเก่า จนทำให้พวกเขากลับมาเป็นเด็กดีและเคารพโอนิซึกะมาก

Maron Jewelry “HAPPY DREAM” ส่งต่อความสุข ความสดให้กับต้นปี 2024

Maron Jewelry (มาร็อง จิวเวลรี่) นำเสนอ คอลเลคชั่น “แฮปปี้ ดรีม” (Happy Dream) ความสุขดั่งฝัน ยามฟ้าหลังฝน ถ่ายทอดสู่เครื่องประดับพลอยแท้ นำเอกลักษณ์ Curve ก้อนเมฆ มาสู่งานออกแบบบนเรือนเครื่องประดับระดับพรีเมี่ยม เทคนิคคุณภาพ ตอกย้ำความเรียบหรู เรียบง่าย และสง่างาม

แบรนด์ Maron Jewelry คือแบรนด์เครื่องประดับพลอยแท้ที่ดำเนินการโดย หญิง-ทิพย์สุดา สาธุกิจชัย ผู้เป็นเจเนอเรชันที่ 2 สืบทอด legacy ของครอบครัวคนทำพลอย ตอกย้ำถึงความเป็น House of Ruby ผู้นำด้านอัญมณีมาอย่างยาวนาน

Maron Jewelry  : “HAPPY DREAM” 2024 ความสุขดั่งฝัน ยามฟ้าหลังฝน  เครื่องประดับแห่งความสุข จากแสงแรกที่กระทบกับเมฆบนท้องฟ้า ส่องประกายระยิบระยับตามขอบเมฆ สะท้อนให้เห็นถึงปรัญชาอันลึกซึ้งเรื่องราวการใช้ชีวิต ที่เต็มไปด้วยความสุข และความสดใส และอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำ Maron Jewelry คือ Dreamy Butterfly สะท้อนความอิสระ ความอ่อนโยน และความเป็นตัวเอง ที่เปี่ยมล้นไปด้วยออร่าของความสุข ความสดใส และพลังงานดีๆ

ทั้งหมดนี้ส่งเป็นแรงบันดาลใจให้ Curve Of Happiness สร้างสรรค์การออกแบบด้วยแนวคิดการทับซ้อน (Overlap) ของเส้นแสงกับอัญมณีธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสวยงามรูปแบบใหม่ ที่ยังส่งต่อคุณค่า Stand for Gemsneration  และส่งต่อความหมายของคำว่า “ความสุข” ได้อย่างลงตัว

Maron Jewely ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน Celebrate 50 Empowering Ones เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 50 เพื่อนหญิงทรงพลัง เพราะ ทุกจุดยืนควรมองเห็น Maron Stard for GEMSneretion เพื่อสื่อถึงคุณค่า ความสวยงามของอัญมณี พร้อมกับเชื่อมโยงไปกับผู้คนและยุคสมัย ให้ยั่งยืนกับการเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ผ่านงานออกแบบดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิต และการเดินทางค้นหาพลอยในธรรมชาติ ส่งต่อคุณค่า ของคนทำพลอยมากกว่าการส่งมอบเครื่องประดับพลอยที่สวยงาม และส่งต่อพลังงานดีๆ ให้กับลูกค้าอีกด้วย

แบรนด์  Maron Jewelry ตระหนักถึง Cultural Sustainability (ภูมิปัญญายั่งยืน) มรดก ภูมิปัญญาความยั่งยืนงานฝีมือช่างไทยพร้อมคัดสรรพลอยแท้คุณภาพสูงระดับพรีเมี่ยม และเทคนิคการการเจียระไนพลอยในแบบเฉพาะของมาร็อง จิวเวลรี่

Maron Jewelry  : “HAPPY DREAM” 2024 ความสุขดั่งฝัน ยามฟ้าหลังฝน

คอลเลคชั่นนี้เล่าเรื่องราว ความสุขดั่งฝันยาม ฟ้าหลังฝน มาพร้อมเทคนิค เส้นแสงแห่งความสุข (Curve of Happiness) จากลักษณะ Silver Lining แสงแรก ที่ผ่านก้อนเมฆ สะท้อนความหมาย ความหวัง ความสุข และความสดใส กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ถ่ายทอดเอกลักษณสู่ชิ้นงานได้อย่างสวยงาม ผ่านตัวเรือนเครื่องประดับ ผสมผสานพลอยระดับพรีเมี่ยม 8 ชนิด 5  รูปทรง (Fancy Gemstones)และสีสันต่างๆ  ต่อยอดเส้นแสงแห่งความสุขให้สวยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ราวกับแสงแรกทะลุผ่านก้อนเมฆ เล่นแสงในช่วงเวลาต่างๆ บนท้องฟ้า

HAPPY DREAM  2024 ความสุขดั่งฝัน ยามฟ้าหลังฝน คอลเลคชั่นนี้จะประกอบด้วย แหวน,ต่างหู สร้อยคอ และจี้ ชาร์ม ที่สามารถเล่นสนุกได้ กับการเลือกส่วมใส่ แมชลุค เสริมสไตล์ให้กับผู้ส่วมใสได้เป็นอย่างดี  บนตัวเรือน เงินแท้ 92.5% ชุบทองคำแท้ ไม่มีส่วนผสมของนิกเกิล ใส่แล้วไม่แพ้ไม่คัน คัดสรรพลอยแท้ทุกเม็ด ที่ผ่านการคัดเลือกโดยนักอัญมณีผู้เชี่ยวชาญ และเจียระไน เป็นรูปทรงต่างๆ ประกอบด้วยพลอยมงคล เช่น อเมทิสต์ ,กรีนอเมทิสต์ , เพทาย สีขาว,โทพาซ สีฟ้า, โกเมน , ทัวร์มาลีน สีชมพู ,เพริดอต และซิทริน แบรนด์  Maron Jewelry  ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพของสินค้าตลอดจนการคัดสรร พลอย และเทคนิคการเจียระไนในแบบเฉพาะตัวของแบรนด์  Maron Jewelry เท่านั้น

ร่วมบันทึกเรื่องราวแสนพิเศษผ่านเครื่องประดับแห่งความสุข Maron Jewelry  “HAPPY DREAM” 2024 ความสุขดั่งฝัน ยามฟ้าหลังฝน  Collect the Happiness สะสมความสุขให้กับชีวิต ยามใดที่สวมใส่เครื่องประดับ Happy Dream จะเห็นอัญมณีที่มีแสงพาดผ่าน ส่องประกายสีสันสวยงาม เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนว่า ความสุข และความสดใสเหมือนอยู่ในฝันกำลังเริ่มต้นอีกครั้ง

สามารถชมคอลเลคชั่น “HAPPY DREAM” 2024 ความสุขดั่งฝัน ยามฟ้าหลังฝน ได้ที่ร้าน Maron Jewelry ทุกสาขาแล้ววันนี้  สาขา Siam Center ชั้น M , สาขา The Emporium ชั้น 1 ( Department Zone ), Fashion Island ชั้น 1 ( Grand Station Zone ) และ ติดตามข่าวสาร Maron Jewelry ได้ที่ช่องทางออนไลร์ต่างๆ ของ MARON Jewely

ยลโฉม “Heirlooms of Elegance” ผลงานออกแบบจิเวลรี่ชั้นสูงของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบคอลเล็คชั่น “Heirlooms of Elegance” ผลงานจิเวลรี่ชั้นสูงจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI และขึ้นชิ้นงานจริงโดยช่างฝีมือของ BEAUTY GEMS ที่ถ่ายทอดสายใยแห่งรักนี้ผ่านภาพดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์สีน้ำเงิน ดอกไม้ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงโปรดปราน สู่การจัดพิมพ์เป็นแสตมป์ด้วยเทคนิคพิเศษดุจอัญมณีจริง

ยลโฉม “Heirlooms of Elegance” ผลงานออกแบบจิเวลรี่ชั้นสูงของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 

การนี้ไปรษณีย์ไทยได้รับพระกรุณาธิคุณให้ร่วมงานกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI  นำภาพเครื่องประดับ
“Rosa Bhubing Love at First Sight Gradient Brooch” หนึ่งในผลงานทรงออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากคอลเล็คชั่น “Heirlooms of Elegance” 

ผนวกกับผลงานหัตถศิลป์ด้านอัญมณี โดยช่างฝีมือชั้นครูจาก BEAUTY GEMS มาจัดทำเป็นแสตมป์ชุดสื่อแห่งความรัก 2567 ถ่ายทอดเบื้องหลังแห่งแรงบันดาลใจในงานทรงออกแบบเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยความหมาย เชื่อมโยงกับกุหลาบสีน้ำเงินอันเป็นที่ทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพสกนิกรได้นำดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอกไม้พระนามอันงดงามซึ่งเป็นดอกกุหลาบสีเหลือง ปลายกลีบสีส้มอ่อน มาย้อมสีน้ำเงินสดทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อครั้งเสด็จมาทรงงาน ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  

stamp diamondA1

โดยองค์ดีไซเนอร์ได้ทรงออกแบบชิ้นงาน ให้มีความละเอียดอ่อนช้อย และทรงเลือกวาง สีอัญมณี ลูกเล่นของกลีบดอก ก้านและใบ สู่ชิ้นงานสุดล้ำค่าสมบูรณ์แบบโดยไปรษณีย์ไทยได้เลือกใช้เทคนิคการพิมพ์ ซิลค์สกรีนหมึกพิมพ์หลากสี พร้อมเคลือบกลิตเตอร์ เพิ่มประกายระยิบระยับใกล้เคียงอัญมณีจริง


MIDO

6 เรือนเวลาจาก Mido ใส่เป็นคู่รับเทศกาลวาเลนไทน์

หากใครกำลังมองหาของขวัญแทนใจมอบให้กับคนรักในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์นี้ Praew Survey ขอแนะนำเรือนเวลาจาก “มิโด” (MIDO)  ที่สามารใส่เป็นคู่ แถมยังมีดีไซน์โดดเด่น

6 เรือนเวลาจาก Mido ใส่เป็นคู่รับเทศกาลวาเลนไทน์

เริ่มกันที่คอลเล็คชั่นนาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตทั้ง “โอเชี่ยน สตาร์ 200” (Ocean Star 200) เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตเหมาะกับคนรักกิจกรรมดำน้ำ มาในขนาดหน้าปัด 42.5 มิลลิเมตร ด้านบริเวณขอบตัวเรือนและขอบเบเซิลผลิตจากสแตนเลสสตีลพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ มีขีดบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ช่วยมองเห็นในที่มืดหรือขณะดำน้ำ พร้อมเข็มนาฬิกาแบบโปร่งตรง 2 ตำแหน่งเวลา ได้แก่ 6 และ 12 นาฬิกา ช่วยให้ง่ายต่อการอ่านเวลาเมื่ออยู่ใต้น้ำ นาฬิกาดำน้ำเรือนนี้มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำลึกได้สูงสุดที่ 20 บาร์ หรือ 200 เมตร นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัตโนมัติ พร้อมการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง  

จับคู่กับคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 36.5” (Ocean Star 36.5) เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรี มาในขนาด 36.5 มิลลิเมตร โอบรับกับทุกข้อมือหญิงสาวได้อย่างเหมาะสม นับเป็นครั้งแรกที่มิโดได้สร้างสรรค์เรือนเวลาดำน้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกานักดำน้ำยุค 1960s  ในเวอร์ชั่นสำหรับผู้หญิง ที่เป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำในดีไซน์สปอร์ตเข้ากับความสวยงามที่ประณีตด้วยเฉดสีแห่งความสวยงามของกรอบตัวเรือน PVD เคลือบสีโรสโกลด์ พร้อมประดับตกแต่งด้วยเพชรเพิ่มความโก้หรู ครอบทับหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์สไตล์แบบ กลาสบ็อกซ์ (Glassbox) ชวนนึกถึงลูกแก้วอันน่าหลงใหลแห่งยุค 60 ตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัตโนมัติ พร้อมการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง และกันน้ำลึกได้ถึง 20 บาร์ หรือ 200 เมตร

ถัดมาที่คู่คอลเลกชั่นนาฬิกาแบบเปลือยที่เผยให้เห็นถึงกลไกอันน่าทึ่งทั้ง “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก” (Multifort Skeleton Vertigo) เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ ขนาด 42 มิลลิเมตร ที่สามารถเผยตัวตนอันโดดเด่นผ่านรายละเอียดโครงสร้างและกลไกสุดประณีต โดยสามารถมองเห็นชัดบนหน้าปัด ด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ถ่ายทอดสู่แถบลายเส้นเจนีวาสีดำแอนทราไซต์สุดโดดเด่นตัดกับเข็มนาฬิกาและหมุดบอกเวลาได้อย่างงดงาม ด้านตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ด้วยคุณสมบัติทนทานเป็นพิเศษ มาพร้อมกับบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก พร้อมการสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง และคุณสมบัติกันน้ำได้ถึง 10 บาร์ หรือ 100 เมตร 

จับคู่กับคอลเล็คชั่น “เรนฟลาวเวอร์ บลอสซั่ม” (Rainflower Blossom) เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรี มาในขนาดหน้าปัด 34 มิลลิเมตร ที่นับเป็นครั้งแรกสำหรับมิโด (MIDO) ที่ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาแบบเปลือยเผยให้เห็นโครงสร้างและกลไกของตัวเรือนบนนาฬิกาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ คอลเลกชั่นนี้พร้อมนำเสนอความกล้าหาญที่มีเส้นสายอันละเอียดอ่อน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมรูปทรงดอกบัวจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะ (ArtScience Museum) ประเทศสิงคโปร์ โดยกลีบดอกบัวที่สะท้อนความอ่อนช้อยของผู้หญิง ที่แม้จะอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว ถ่ายทอดสู่ลวดลายดอกไม้ฉลุลายประดับบริเวณกลางหน้าปัดในโทนสีขาวไข่มุก พร้อมเผยโชว์ตัวเครื่องคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุด ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมความสามารถกันน้ำได้ที่ 3 บาร์ หรือ 30 เมตร

ปิดท้ายที่คู่คอลเล็คชั่นเรือนเวลาสุดคลาสสิกอย่าง “คอมมานเดอร์ บลู เฉด” (Commander Blue Shade) เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ มาในขนาดตัวเรือน 37 มิลลิเมตร ที่มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของตัวเรือนทรงกลมคลาสสิกมาพร้อมกับหน้าปัดเฉดสีน้ำเงินไล่สีจนเป็นสีดำสนิทบริเวณขอบ ช่วยดึงดูดทุกสายตาให้ชวนหลงใหลในความสง่างาม ด้วยสไตล์การออกแบบย้อนยุคและมีกลิ่นอายดั้งเดิม อย่างตัวเรือนแบบโมโนค็อก (Monocoque case) เชื่อมตัวเรือนกับฝาหลังเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เข้าคู่กับสายนาฬิกาถักแบบตาข่ายให้ความรู้สึกที่หรูหรา โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุดอย่างคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ให้ความแม่นยำ พร้อมการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง และสามารถกันน้ำภายใต้แรงดันสูงสุด 5 บาร์ หรือ 50 เมตร 

จับคู่กับคอลเล็คชั่น “คอมมานเดอร์ พิงค์ เฉด” (Commander Pink Shade) เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรี มาในขนาด 37 มิลลิเมตร ตัวเรือนทรงกลมสุดคลาสสิกแบบโมโนค็อก (Monocoque case) ที่เชื่อมตัวเรือนกับฝาหลังเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มาพร้อมกับหน้าปัดทูโทนที่ไล่เฉดสีเงินไปจนเป็นสีน้ำตาลเทาสุดโดดเด่น เข้ากับตัวเรือนและสายนาฬิกาสแตนเลสสตีลพร้อม PVD เคลือบสีโรสโกลด์ได้อย่างงดงาม ด้านตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุดอย่างคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ให้ความแม่นยำและการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง และสามารถกันน้ำภายใต้แรงดันสูงสุด 5 บาร์ หรือ 50 เมตร


การแสดงอันเหนือชั้นที่มีเพียง TVXQ! เท่านั้นที่ทำถึง

ตำนานตลอดกาลแห่งเค-ป๊อป TVXQ! (ทงบังชินกิ) ประกอบไปด้วย 2 สมาชิก คือ ‘U-KNOW’ (ยูโนว์) และ ‘’MAX CHANGMIN’ (แม็กซ์ ชางมิน) เปิดประสบการณ์การแสดงอันเหนือชั้น ในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบฉลองครบรอบเดบิวต์ 20 ปี ‘2024 TVXQ! CONCERT [20&2] IN BANGKOK’ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18.00 น. ณ ยูเนี่ยน ฮออล์ 2

เมื่อแสงไฟสาดส่องพร้อมบีทแรกที่คุ้นเคยดังขึ้นในเพลงอันทรงพลัง ‘Rising Sun (순수)’ ที่โชว์เอกลักษณ์ความเป็น TVXQ! ความตื่นเต้นก็ถูกปลุกขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์แห่งความคิดถึงของ Cassiopeia 2 สมาชิก ‘U-KNOW’ และ ‘MAX CHANGMIN’ ได้ร่วมกันถ่ายทอดความสามารถและความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี ผ่านการแสดงอันเป็นเลิศที่มีพียง TVXQ! เท่านั้นที่ทำถึง ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่สะกดผู้ชมดั่งต้องมนตร์ ‘주문-MIROTIC’ หรือเพลงที่โชว์เสน่ห์อันดุดัน ‘왜 (Keep Your Head Down)’ และเพลงฮิตในตำนานมากมาย อาทิ ‘운명 (The Chance of Love)’, ‘Wrong Number’, ‘Purple Line’, ‘Something’, ‘Catch Me’ รวมถึงผลงานใหม่ล่าสุด อัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ‘20&2’ อย่างเพลงไตเติลจังหวะหนักหน่วง ‘Rebel’, ‘Jungle’ และเพลงอาร์แอนด์บี ‘Down’, ‘Rodeo’ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเวทีโซโล่ของแต่ละสมาชิก โดย ‘U-KNOW’ มาพร้อมกับลุคสุดแพรวพราวในเพลง ‘Vuja De’ และ ‘MAX CHANGMIN’ กับทักษะการร้องแบบระเบิดพลังในเพลง ‘Devil’

อีกหนึ่งช่วงที่สร้างสีสันความมีชีวิตชีวาให้กับคอนเสิร์ต คือ ช่วงเพลงย้อนวัยเยาว์อันสดใส ‘Hug’ ที่ TVXQ! (ทงบังชินกิ) ขึ้นเวทีมาพร้อมกับที่คาดผมหูแมว, ขับรถของเล่นในเพลง ‘Drive’, สนุกไปด้วยกันในเพลง ‘풍선 (Balloons)’ ท่ามกลางของตกแต่งน่ารัก ๆ รวมถึงเซอร์ไพรส์เดินลงเวทีมาทักทายแฟน ๆ ทั่วทั้งฮอลล์อย่างใกล้ชิดช่วงเพลง ‘Crazy Love’ กับ ‘항상 곁에 있을게 (Always With You)’ นอกจากนี้ ยังมีช่วงที่พาผู้ชมดื่มด่ำไปกับเพลงบัลลาดแสนไพเราะอย่าง ‘The Way U Are (Unplugged Ver.)’, ‘I’ll Be There’, ‘I Wanna Hold You’, ‘믿어요 (I Believe)’

ซึ่งผู้ชมทั้งฮอลล์ได้ร่วมใจกันเปิดแฟลชโทรศัพท์เปลี่ยนทะเลแท่งไฟสีแดงให้สุกสกาวดั่งดวงดาวสร้างบรรยากาศอันสวยงาม และในช่วงท้ายของคอนเสิร์ตทั้งสองคนได้เลือกเพลงช้าความหมายดี ๆ โชว์เสียงประสานอันตราตรึงใจอย่าง ‘Love In The Ice’, ‘Thanks To’ รวมถึง ‘I Wish’ และ ‘You’re My Miracle’ เพื่อแสดงความขอบคุณแฟน ๆ ที่คอยอยู่เคียงข้าง มอบความรักและการสนับสนุนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมมองแฟนโปรเจกต์อันซาบซึ้งจาก Cassiopeia บนแบนเนอร์ที่สื่อว่า “ฉันยังคงเป็นดวงดาวที่ส่องสว่างให้คุณเหมือนวันแรกที่ได้เจอกัน”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้ง 2 สมาชิกแห่ง ‘U-KNOW’ และ ‘MAX CHANGMIN’ ได้สะท้อนเส้นทางความสำเร็จตลอด 20 ปี ตามชื่อคอนเสิร์ต [20&2] และตอกย้ำสายใยอันไม่เสื่อมคลายระหว่าง TVXQ! กับ Cassiopeia ที่ได้เดินทางร่วมกันมา ผ่านเซ็ตลิสต์ที่ตั้งใจเรียงร้อยมาอย่างพิถีพิถัน ตลอดช่วงเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที กับ 26 บทเพลงที่เปี่ยมล้นไปด้วยท่วงทำนองแห่งความทรงจำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และคำมั่นสัญญาที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกันในอนาคต

ทรงพลัง ปังสุด เตนล์ ประกาศเพิ่มรอบการแสดงแฟนคอนเดี่ยว

‘TEN’ (เตนล์) หรือ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ศิลปินสัญชาติไทยเพียงหนึ่งเดียวแห่งบริษัทบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเกาหลีใต้อย่าง SM Entertainment ที่กำลังจะมีแฟนคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก 2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK ณ อิมแพ็ค อารีน่า ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 ซึ่งหลังจากที่เปิดจำหน่ายบัตรการแสดงไปเมื่อวันที่ 2 และ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

กระแสตอบรับก็ปังสุดฉุดไม่อยู่จนบัตรทุกที่นั่งหมดเกลี้ยงทันที ยิ่งไปกว่านั้น ‘TEN’ ขึ้นแท่นศิลปินชายเดี่ยวคนแรกของค่าย SM Entertainment ที่สามารถจัดแฟนคอนเดี่ยว ณ อิมแพ็ค อารีน่าได้สำเร็จ ซึ่งล่าสุดทางค่ายและผู้จัดอย่าง SM True ได้ประกาศเพิ่มรอบการแสดงในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2567 รวมทั้งสิ้น 2 รอบการแสดง ณ อิมแพ็ค อารีน่า

นอกจากนี้ ‘TEN’ กำลังเดินหน้าโปรโมตกิจกรรมเดี่ยวอย่างเต็มที่ ทั้งผลงานโซโล่มินิอัลบั้มแรกภายใต้ชื่อว่า ‘TEN’กับเพลงไตเติลที่จะโชว์เสน่ห์สุดดึงดูด ‘Nightwalker’ และเพลงภาษาอังกฤษอื่น ๆ รวมทั้งหมด 6 เพลง โดยทีเซอร์ภาพและคลิปที่เผยเสน่ห์อันมีศิลปะเฉพาะตัวได้ถูกทยอยปล่อยออกมาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ จนแฮชแท็กหรือคำที่เกี่ยวข้องกับอัลบั้มนี้ต่างขึ้นอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ หรือทวิตเตอร์เทรนด์ของประเทศไทยทุกวัน ก่อนที่อัลบั้มจะมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ตามเวลาประเทศไทย 16.00 น.

ไม่เพียงเท่านี้ ‘TEN’ ยังได้รับเชิญให้ร่วมเป็นหนึ่งในเมนเทอร์ผู้ทรงเกียรติของรายการเซอร์ไววัลชื่อดังระดับอินเตอร์ CHUANG ASIA THAILAND เพื่อเฟ้นหาเกิร์ลกรุ๊ปนานาชาติภายใต้มาตรฐานระดับโลก ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. ทาง WeTV และช่อง one31 โดย ‘TEN’ ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมและผู้เข้าร่วมรายการ ผ่านทักษะที่โดดเด่นรอบด้าน ทั้งการร้องและเต้นที่ทรงพลัง รวมถึงความเป็นมืออาชีพและไหวพริบที่เป็นเลิศ ทำให้ทุกคนยิ่งตั้งตารอถึงสีสันทางดนตรีของ ‘TEN’ที่จะถูกส่งผ่านแฟนคอนเดี่ยวในครั้งนี้

2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK [รอบการแสดงเพิ่มเติม] วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2567 เตรียมเปิดจำหน่ายบัตรรอบ WayZenNi Membership (GL) Pre-Sale (Weverse) ในวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 19.00 น. – 21.00 น. เท่านั้น และรอบบุคคลทั่วไป ในวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com

EXchange 3

กระแสแรงไม่มีตก! “EXchange 3” เรียลลิตี้หาคู่ที่ชวนลุ้นว่าพวกเขาจะไล่ตามความรักครั้งใหม่ หรือจะจุดถ่านไฟเก่าให้ติดอีกครั้ง!

‘ถ้าตอนนั้นเธอบอกว่าขอโทษ ฉันคงไม่มาอยู่ในรายการนี้หรอก’ เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาที่สมการรอคอยของเหล่าแฟนคลับเป็นอย่างมาก จากกระแสการตอบรับอย่างท่วมท้นของวาไรตี้ “EXchange 3” รายการเรียลลิตี้ออกเดตหาคู่ที่ประสบความสำเร็จโด่งดังมาแล้วกว่า 2 ซีซั่น โดยในซีซั่น 3 ทุกๆ สัปดาห์จะมีพิธีกรรับเชิญมาร่วมด้วย อาทิ รยออุน, คังชานฮี และคิมมินกยู ซึ่งหลังออกอากาศไปก็ติดอันดับ TOP 10 ใน Viu (วิว) ถึง 3 สัปดาห์ซ้อน 

สำหรับ “EXchange 3” ครั้งนี้รายการจะถ่ายทอดความท้าทายครั้งใหม่ที่เหล่าแฟนเก่าจะต้องเผชิญหน้ากันพร้อมทำภารกิจต่างๆ รวมถึงชาเลนจ์ออกเดต ที่ผู้ร่วมรายการเป็นแฟนเก่าทั้ง 4 คู่ จะต้องมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และในช่วงแรกของรายการผู้ร่วมรายการทุกคนห้ามเปิดเผยว่าใครคือแฟนเก่า รวมถึงอายุ และอาชีพ โดยในแต่ละวันทางรายการจะแจ้งภารกิจและคอยส่งข้อความพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในบ้าน และเช็คความรู้สึกของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนว่าคนไหนที่ทำให้พวกเขาใจเต้นแรงที่สุดตอนนี้เป็นใคร โดยรายการจะค่อยๆ บอกพวกเขาเองว่าใครมีความสัมพันธ์กับใคร แน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของรายการพวกเขาสามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่และทำความรู้จักคู่เดตคนใหม่ได้ แต่สำหรับคู่แฟนเก่าบางคู่ที่ยังเป็นแผลสด คงไม่ง่ายนักถ้าพวกเขาต้องทนเห็นแฟนเก่าไปเดตกับคนอื่น พวกเขาจะสามารถจัดการความรู้สึกของตัวเองได้หรือไม่ กับบททดสอบใหม่ที่เล่นกับหัวใจตัวเองแบบนี้ เพราะในวันสุดท้ายพวกเขาทุกคนจะต้องตัดสินใจว่า จะไล่ตามความรักครั้งใหม่ หรือจะจุดถ่านไฟเก่าให้ติดอีกครั้ง!

โดยผู้ร่วมรายการในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย อีจูวอน โปรดิวเซอร์ดนตรี, อียูจอง นางแบบโฆษณาแฟชั่นและความงาม, คิมควังแท ผู้จัดการฝ่ายขายอาหารนำเข้า, อีซอคยอง ทันตานามัย, โจฮวีฮยอน นักศึกษามหาวิทยาลัยเกาหลี สาขาวิชาสื่อและการสื่อสาร, ซงดาฮเย ไอดอลสมาชิกวง BESTie, ซอดงจิน ซีอีโอบริษัทผลิตอาหาร, อีฮเยวอน ครูสอนภาษาอังกฤษ และกงซังจอง อดีตนักกีฬาสเกตความเร็วและกรรมการสเกตความเร็ว สมาชิกใหม่ของรายการ

พวกเขาจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กันอย่างไร จะตามหารักใหม่เจอหรือไม่ หรือว่าจะกลับไปหาคนรักเก่า! โดยสามารถรับชมซับไทยได้ทุกวันจันทร์ ในเวลา 08.00 น. ทาง Viu (วิว) 


น้องโรเตอร์

นักซิ่งดาวรุ่ง น้องโรเตอร์ ลูกชาย พีท ทองเจือ ได้เซ็นสัญญากับเกาหลีใต้

จากการที่ได้เห็นคุณพ่อ พีท ทองเจือ เป็นนักแข่งรถมาตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความหลงไหล และมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักแข่งเหมือนคุณพ่อ

วันนี้ น้องโรเตอร์-ไพชยนต์ ทองเจือ วัย 15 ปี กลายเป็นความภาคภูมิใจของ คุณพ่อและครอบครัวเพราะนอกจากจะเป็นนักซิ่งดาวรุ่ง น้องโรเตอร์ ลูกชาย พีท ทองเจือ ได้เซ็นสัญญากับเกาหลีใต้ที่คว้ารางวัลในหลายรายการแล้ว

ล่าสุดเขายัง ได้เซ็นสัญญาร่วมทีมมอเตอร์สปอร์ตเกาหลีใต้ AMC Motorsport โดยเขาสจะเข้าร่วม การแข่งขัน “Super Race Championship” ฤดูกาล 2024 ณ ประเทศเกาหลีใต้

ซึ่งนับเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าร่วมการแข่งขัน และเป็นนักแข่งที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

Victoria Beckham

4 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ต้องทำทุกวันของ Victoria Beckham

หลายคนอาจอยากรู้ Victoria Beckham เริ่มต้นวันใหม่ของเธออย่างไร? คุณจะไม่แปลกใจเลยที่รู้ว่าเจ้าแม่แฟชั่นจะให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเธอเป็นอันดับแรก ซึ่งเธอได้แบ่งปัน 4 เคล็ดลับด้านสุขภาพประจำวันผ่านสตอรี่บนอินสตาแกรมเมื่อไม่นานมานี้

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล
เธอเริ่มต้นวันใหม่ด้วยน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล สิ่งแรกที่เธอทำเมื่อตื่นนอนคือกินน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเพียวๆ สามช้อนโต๊ะในขณะท้องว่าง เพื่อช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดช่วยย่อยอาหาร และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งวิธีนี้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้ผสมกับน้ำก่อนเพื่อป้องกันการสึกกร่อนของฟัน

สมูทตี้สีเขียว
สมูทตี้เป็นวิธีที่ดีในการเริ่มต้นวันใหม่ เพราะย่อยง่ายและรวมส่วนผสมที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายไว้ในเครื่องดื่ม และสมูทตี้ตระกูลเบ็คแฮมประกอบด้วยผักโขม บรอกโคลี คื่นฉ่าย แตงกวา อะโวคาโด แอปเปิล มะนาว และขิง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ คุณประโยชน์จากพืชและไฟเบอร์

ออกกำลังกายห้าวันต่อสัปดาห์
Bobby Rich เทรนเนอร์ส่วนตัวของ The Beckhams ได้แชร์รายละเอียดกิจวัตรการออกกำลังกายประจำวันของพวกเขาก่อนหน้านี้ การออกกำลังกายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถต่อรองได้สำหรับทั้งคู่ และวิกตอเรียก็ออกกำลังกายห้าวันต่อสัปดาห์ นอกจากการฝึกยกน้ำหนักหลายครั้งแล้ว Rich ยังสร้างแผนระยะยาวหนึ่งปี เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของพวกเขาจะถูกท้าทายด้วยวิธีที่ถูกต้อง หลังออกกำลังกาย? วิกตอเรียจะมีสมูทตี้อีกชนิดหนึ่งที่รวมผงเวย์โปรตีนจากทุ่งหญ้า (รสวานิลลา), แบล็กเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, อัลมอนด์, แอปเปิ้ล และกล้วย

วันละช็อต
วันละช็อตที่ว่า…ไม่ใช่ประเภทเตกีล่า แต่เป็นการผสมผสานส่วนผสมที่ส่งเสริมสุขภาพให้วิกตอเรียกินในแต่ละวัน ได้แก่ ขิงสด มะนาว พริกไทยดำ และขมิ้น นี่คือสุดยอดส่วนผสมต้านการอักเสบ และสามารถช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วย ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส และช่วยในการย่อยอาหาร

Source: victoriabeckham


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ADIDAS ต้องเข้า! เปิด 5 รองเท้าคู่ใจพร้อมลุยทุกทริป ‘พี่จอง-คัลแลน’

ใส่บ่อยพกไปทุกทริป! เปิด 5 รองเท้า ADIDAS คู่ใจของ ‘พี่จอง-คัลแลน‘ ตัวแทนปรากฏการณ์ใจฟูทั้งประเทศไทย

ช่วงนี้เหนื่อยใจทีไรเป็นต้องเปิด Youtube ดู ‘컬렌 Cullen HateBerry’ ทุกที เพราะสมาชิกแต่ละคนไม่ว่าจะเป็น พี่จอง, คัลแลน, น้องแดน, จูดี้ หรือทีมเบื้องหลังอย่าง คุณอิง ก็ทำให้เราใจฟูกลับขึ้นมาได้เป็นปลิดทิ้ง เพราะความน่ารักและแสนดีของพวกเขาที่สามารถปลอบประโลมความใจร้ายของคนในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ยอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียของพวกเขาจะพุ่งทะยานจนหยุดไม่อยู่ในเวลานี้

หากให้พูดถึงเสน่ห์อีกอย่างของช่องโดยเฉพาะ ‘พี่จอง-คัลแลน’ คงเป็น ‘ความเรียบง่าย’ เพราะต่อให้อยู่ที่ไหนหรือกินอะไรก็ได้ทั้งหมด แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่กันก็มักเป็นลุคง่ายๆ สบายๆ ทั้งที่หลายคนอาจรู้อยู้แล้วว่าพวกเขาเคยทำธุรกิจกันมาก่อน แต่ความหรูหราบนตัวมีน้อยมากจริงๆ อย่างแบรนด์ที่ใส่บ่อยก็มีทั้ง H&M และ ADIDAS นานๆ ครั้งถึงจะได้เห็นแบรนด์เนมโผล่มาบ้าง

เราจึงจะพาทุกคนไปซูมอินรองเท้า ADIDAS 5 คู่โปรดของ ‘พี่จอง-คัลแลน’ ที่ขนมาให้ทั้งผ้าใบและแตะ พร้อมลุยทุกสถานการณ์

ถ้าบอกว่าเริ่มต้นกับดีไซน์เพลนๆ คงได้พูดแบบนี้ทุกคู่ เพราะไม่ว่าคู่ไหนก็เบสิคทั้งหมด เช่น รุ่น RIVALRY LOW SHOES ของคัลแลนกับผ้าใบสีขาวที่ถึงแม้จะดูธรรมดา แต่ขอรับรองว่าแมตช์ง่ายเข้ากับทุกลุคแน่นอน และด้วยพื้นรองเท้าที่ทำจากโฟม EVA น้ำหนักจึงเบา สวมใส่สบาย สำหรับราคาคู่นี้อยู่ที่ 3,600 บาท

ถัดมาสลับเป็นพี่จองกันบ้างมีสีสันขึ้นมาหน่อย แต่ก็เป็นสีเบจอยู่ดีกับรุ่น OZELLE CLOUDFOAM รองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 90 แต่เพิ่มความโมเดิร์นลงไป รวมถึงอัปเปอร์ของรองเท้ายังผลิตจากกลุ่มวัสดุรีไซเคิลที่มีส่วนประกอบอย่างน้อย 50% ช่วยยุติปัญหาขยะพลาสติกอีกด้วย ราคา 2,400 บาท

คู่ต่อไปกับ GALAXY6 ของพี่จองที่แค่มองก็พอจะรู้ว่าต้องใส่เดินสบายแน่ๆ เพราะถูกออกแบบมาให้เป็นรองเท้าสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีอัปเปอร์ผ้าตาข่ายที่เบาและโปร่งทำให้เท้าเย็นสบาย ส่วนราคากำลังดีสุดๆ เพราะอยู่ที่ 1,900 บาท และตอนนี้ในเว็บไซต์กำลังลดเหลือ 760 บาทด้วยค่ะ

สองคู่สุดท้ายในวันชิลๆ กับรองเท้าแตะ ADIDAS รุ่น ADILETTE 22 ของคัลแลน และ ADILETTE CLOGS ของพี่จอง ราคา 2,000 และ 1,600 บาท หากสังเกตให้ดีถึงแม้ทั้งสองคนจะมีความมินิมอล เบสิคเหมือนกันอยู่ แต่ไอเท็มของพี่จองจะมีกิมมิกมากกว่าเล็กน้อย

หลังจากชม 5 ไอเท็ม ADIDAS ของ ‘พี่จอง-คัลแลน’ ไปแล้วมีคู่ไหนถูกใจบ้างคะ อย่าลืมรีบไปกดกันนะ เพราะมีบางคู่ราคากำลังดีเลยค่ะ!


รูปภาพ: Youtube: 컬렌 Cullen HateBerry, Instagram @cullen_hateberry, @jung_kt_ และ ADIDAS

แคโรไลนา ชิอิโนะ

สละมงกุฎ แคโรไลนา ชิอิโนะ Miss Japan แอบคบผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว

แคโรไลนา ชิอิโนะ Miss Japan 2024 นางงามคนแรกที่เป็นพลเมืองญี่ปุ่นโดยการแปลงสัญชาติ ล่าสุดถูกขุดว่าเธอได้คบหากับผู้ชายที่มีภรรยา ทำให้ต้องประกาศสละมงกุฎ

กลายเป็นตำนานนางงามที่ชาวญี่ปุ่นไม่รักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้ว สำหรับเจ้าของตำแหน่ง Miss Japan 2024 แคโรไลนา ชิอิโนะ (Carolina Shiino) นางแบบสาววัย 26 ปี ที่ก่อนหน้านี้ตกเป็นประเด็นดราม่าเรื่องความไม่สมมงเพราะไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น ล่าสุดเธอถูกแฉว่าเธอได้คบหากับคุณหมอหนุ่มที่มีภรรยาอยู่แล้วทำให้ต้องประกาศสละตำแหน่งหลังครองมงกุฎไม่ถึง 10 วัน

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา Carolina Shiino ได้คว้าตำแหน่ง Miss Japan 2024 แต่ยันไม่ทันลงจากเวทีก็ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่? เพราะนอกจากจะไม่มีรูปลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นแล้ว เธอทั้งยังไม่มีเชื้อชาคิญี่ปุ่นแม้สัก 1 % เนื่องจากเธอเป็นพลเมืองญี่ปุ่นโดยการแปลงสัญชาติ จากการมาอยู่ประเทศนี้ตั้งแต่ 5 ขวบ

แคโรไลนา ชิอิโนะ

ด้านสาวงามได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า เธอได้สัญชาติญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ภแม้รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูไม่เหมือนคนญี่ปุ่นแต่จิตใจนั้นเป็นคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง  ขณะที่ที่ผู้จัดการประกวดได้ให้เหตุผลว่าเธอเป็นผู้ชนะที่สมมง เธอเขียนภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไร้ที่ติ อีกทั้งยังมีความสุภาพตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น

แคโรไลนา ชิอิโนะ

อย่างไรก็ตามยังไม่ทันสิ้นดราม่ารอบแรก ดราม่าลูกที่สองก็ตามมาติดๆ เมื่อสื่อจอมแฉท้องถิ่น Shukan Bunshun ออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์ลับๆ ของสาวงามกับคุณหมอหนุ่มที่แต่งงานแล้ว ซึ่งทางต้นสังกัดได้ออกมาชี้แจงว่าสาวงามไม่รู้มาก่อนว่าชายหนุ่มแต่งงานแล้ว ซึ่งล่าสุดเธอได้ประกาศสละตำแหน่ง พร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกเสียใจและรู้สึกทรยศคนที่สนับสนุนเธอมาตลอด

เซ็นทรัลรีเทลยืนหนึ่งองค์กรด้านความยั่งยืน โชว์ผลงาน Sensory Space ในงาน Wonderfruit 2023 ที่ได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามเซ็นทรัลรีเทลยืนหนึ่งองค์กรด้านความยั่งยืน 

บริษัท เซ็นทรัล รีเทลคอร์ ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ CRC โชว์ความสำเร็จ ในงาน Wonderfruit 2023 งาน
เทศกาลระดับโลกอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จากผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน สะท้อนภาพความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากลที่มีจุดยืนด้านความยั่งยืนร่วมกัน ในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงานในช่วงวันที่ 14 – 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา ในพื้นที่ CRCSensory Space ได้รับความสนใจจากเหล่าวันเดอเรอร์ทั่วโลก ที่ได้เข้ามา
สัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดเต็มนำแบรนด์ธุรกิจในเครือฯ อาทิ Central, L:A Bruket, Dyson, Tops และ Jing Jai Farmer Marketเป็นต้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับกิจ
กรรมและเวิร์กชอปแสนสนุก ที่สอดแทรกความยั่งยืนเข้ากันไว้ได้อย่างกลมกลืน ตอกย้ำจุดยืนในการเป็น Green & Sustainable Retail องค์กรค้าปลีกต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งเอเชีย และความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งของ
ไทย ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลและแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

นางสาว ปิยวรรณ ลีละสมภพรอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัล รีเทล มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน Wonderfruit 2023 ซึ่งเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ชื่นชอบทั้งในด้านศิลปะ ดนตรี
วัฒนธรรม และธรรมชาติ โดยการเข้าร่วมงานครั้งนี้ เราได้มีการสอดแทรกเรื่องความยั่งยืนในทุกมิติผ่าน CRC Sensory Space ที่ออกแบบโดย Ab Rogers Design หรือ ARDดีไซน์เนอร์ชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญในเรื่อง
ของสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิดการออกแบบ Zero Waste จึงได้ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นลำไม้ไผ่สูงโปร่งที่นำมาจากภายในพื้นที่จัดงาน ผืนผ้าหลากสีโทนแดงส้มเหลือง ที่ผสานเข้ากันกับ
ธรรมชาติสีเขียวได้อย่างลงตัว โดยมีพื้นที่รูปทรงสามเหลี่ยม ลักษณะคล้ายหัวใจ เปิดโล่งทั้ง3 ด้าน ให้ผู้มาเยือนสามารถมาร่วมสนุกกันได้จากทุกทิศทาง สะท้อน Brand Purpose ของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็น Central to Life
หรือ ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน ที่พร้อมต้อนรับและให้บริการลูกค้าทุกคนมาโดยตลอด

สำหรับ CRC Sensory Space สร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจไปกับธรรมชาติรอบตัว ผ่าน
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ประกอบด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ในขณะเดียวกันยังได้สอดแทรกกลยุทธ์ความยั่งยืน
CRC ReNEW ทั้ง 4 มิติ ภายในฮับอีกด้วย อาทิ เรื่อง Reduce Greenhouse Gases การลดการปล่อยก๊าซเรือน
กระจก ที่สะท้อนผ่านผลงานการออกแบบฮับ ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Transpower
พาร์ทเนอร์ของไทวัสดุ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล บนหลังคาสีแดงที่มีลักษณะเทลง เพื่อรับพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะสาด
แสงลงมายังจุดศูนย์กลางของฮับ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงประติมากรรม Happiness Forward ดอกไม้ยักษ์สีสันสดใส ความสูง 5เมตร ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ 100% โดยทำจากวัสดุเหลือใช้ของงานเทศกาลต่าง ๆ ทั่วไทย เช่น เศษ
ผ้าไนลอน ตุ๊กตาลมตัวเก่า และฝาอลูมิเนียม มาฟื้นคืนชีวิตให้กลับมาจุดประกายและส่งต่อความสุขให้กับโลกใบนี้อีกครั้ง เพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งความสุขของทุกคน 

โดยไอคอนิคอาร์ตชิ้นนี้ได้รับการออกแบบจากเอ๋-วิชชุลดาปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินมากความสามารถ ผู้สร้างสรรค์ผล
งานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ พร้อมทีมงานที่เป็นคนในพื้นที่ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความสวยงามและความสว่างสดใสของพลุยามค่ำคืน เป็นสัญลักษณ์ของความสุขที่ได้หลีกหนีจากเมืองที่เร่งรีบ มาเพลิดเพลินกับอากาศบริสุทธิ์
ล้อมรอบด้วยสีสันที่สดใสและธรรมชาติรอบตัว โดยมาพร้อมกับตุ๊กตาเป่าลมอีก 5ชิ้น สะท้อนภาพธุรกิจทั้ง 5กลุ่ม ใน Ecosystemของเซ็นทรัล รีเทลได้แก่ ฟู้ด แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ พร็อพเพอร์ตี้ และเฮลธ์แอนด์เวลเนส 

นอกจาก Installation Art สุดป๊อปที่ชาว Wonderers แวะเวียนมาถ่ายรูปทั้งวันทั้งคืนแล้ว ยังมีทั้งกิจกรรมและเวิร์กชอปที่มีคนเข้ามาร่วมสนุกกันเป็นจำนวนมาก อาทิ กิจกรรม Lifting Your Holistic Spirit By L:A Bruket แบรนด์ชื่อดังจากสวีเดนที่ให้ทุกคนได้มาสัมผัสศาสตร์ของธรรมชาติ ผ่านการเลือกสรรดอกไม้นานาพันธุ์ลงในถุงหอม พร้อมผ่อนคลายด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคชั้นนำ,
ด้วยอุปกรณ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงยังมี 2เวิร์กชอปจาก
แบรนด์รักษ์โลกภายใต้ Central Edition Shop ได้แก่ แบรนด์ Wood & Mountain แบรนด์เสื้อผ้าบาติกสี
ธรรมชาติ โดยช่างฝีมือเยี่ยมของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยกิจกรรม Hand Paintingผ่านการวาดลวดลายด้วยมือ และแบรนด์ Symp Symp กับกิจกรรม Beads n’ Crochetในการ D.I.Y.สร้อยด้วยเทคนิคการถักโครเชต์และร้อยลูกปัด
เพื่อสร้างสรรค์ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก นอกจากนี้ยังมีมุม Hair Styling Station By Dyson ที่ยกอุปกรณ์จาก Dysonมาให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองดีไซน์ทรงผมในแบบฉบับของตัวเอง

นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว เซ็นทรัล รีเทล ยังได้จัดเต็มความอิ่มอร่อย ทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม
ในโซน Jing Jai Farmer Market ที่สนับสนุนเกษตรกรไทยในการกระจายผลผลิตออกตลาด และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เกษตรกรมีอาชีพ รายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน สะท้อนกลยุทธ์ CRC ReNEW
ด้าน Navigate Society Well-Being โดยปัจจุบัน จริงใจ
ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต มีทั้งหมด 33 สาขาทั่วไทย อีกทั้งยังเอาใจเหล่า Wonderers สาย Foodie ทุกคนกับโซน Tops
Food Vendor ที่จัดเต็มความอร่อยกับอาหารจาก Tops Eatery และเบเกอรี่จาก The Baker พร้อม Tops Bar ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากสินค้าของเกษตรกรไทยรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ทั้งอร่อยและดีต่อ
สุขภาพ จากบาร์เทนเดอร์ชื่อดังระดับโลก ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน Eco-Friendly Product and Packaging เป็นอย่างดี ที่สำคัญภายใน
งานยังมีการจัดการขยะมูลฝอยและแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อให้สามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ตามกลยุทธ์ Waste Management ที่เป็นส่วนหนึ่งของ CRC ReNEW ที่เซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจมาโดยตลอด

“การร่วมมือกับ Wonderfruit 2023 ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เราได้จับมือกับพันธมิตรระดับโลก สะท้อนถึง
ความมุ่งมั่นของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนในทุกมิติ เราดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์สุดแสนพิเศษและได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน
Wonderfruit และผู้เข้าร่วมงานทุกคนที่ให้ความสนใจ และเข้ามาร่วมกิจกรรมของเราเป็นอย่างดี ตลอดการจัดงานทั้ง 5 วันเต็ม ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่ง
แวดล้อม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและส่งต่อโลกที่ดีขึ้นให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป” นางสาวปิยวรรณ กล่าวปิดท้าย

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ กลายเป็นเด็กที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เพราะ เจ้าหญิงแห่งเวลส์

สื่อต่างประเทศรายงาน เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ กลายเป็นเด็กที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าประมาณ 3.9 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 174 แสนล้านบาท มากกว่า เจ้าชายจอร์จ และ เจ้าชายหลุยส์

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ กลายเป็นเด็กที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เพราะ เจ้าหญิงแห่งเวลส์

Outdoor Toys เผยบุตรของเจ้าชายวิลเลียม และ แคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ คว้าอันดับ 1 และ อันดับ 2 เด็กที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยเจ้าชายจอร์จคาดว่าจะมีมูลค่าสุทธิ 2.8 พันล้านปอนด์

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ชันษามากขึ้น “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโลกจะได้เห็นเสื้อผ้าที่ พระองค์สวม และ ‘เอฟเฟกต์เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์’ จะเข้มข้นขึ้นอีก”

ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ทรงมีอิทธิพลต่อทรัพย์สินสุทธิของ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ เนื่องจาก “การเลือกแฟชั่นของราชวงศ์ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเทรนด์แฟชั่น” เจ้าหญิงเคทมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบดังกล่าวเนื่องจากพระองค์ถูกมองว่า “ทรงมีอิทธิพลในด้านแฟชั่นของราชวงศ์มากที่สุด” และเสื้อผ้าที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์สวมใส่ก็ได้รับความพึงพอใจเพิ่มขึ้น 38 เปอร์เซ็นต์ในอเมริกา

(Photo by Max Mumby/Indigo/Getty Images)

ด้านเจ้าชายหลุยส์ โอรสองค์ที่ 3 ของเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงเคท วัย 5 ชันษา อยู่ในอันดับที่ 9 มีมูลค่าสุทธิ 98 ล้านปอนด์

Rza Athelston Mayers

ขณะที่ Rza Athelston Mayers ลูกชายวัย 1 ขวบของ Rihanna และ A$AP Rocky อยู่ในอันดับที่ 3 โดยมีมูลค่าสุทธิสูงถึง 943.5 ล้านปอนด์ ตามมาด้วย Blue Ivy Carter ลูกสาวของ Beyonce และ อันดับที่ 5 ได้แก่ Stormi Webster ลูกสาวของ Kylie Jenner และ Travis Scott ตามมาด้วยลูกสาวของ North West ลูกพี่ลูกน้องของเธอ Kim Kardashian และ Kanye West