นักแสดงมากฝีมือ ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญ กับการเติบโตด้านการแสดง

กว่า 7 ปีบนเส้นทางบันเทิงของ “นักแสดงรุ่นใหม่” ที่มีโอกาสได้แสดงความสามารถด้านการแสดงในบทบาทต่างๆ ล่าสุดนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญ กับผลงานละครเรื่องล่าสุด “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ละครดีๆทั้งให้แง่คิดและความบันเทิง โดยความร่วมมือของ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ร่วมกับ บริษัท สตาร์ฟีนิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำกับการแสดงโดย ฝุ่น-จีรภา ระวังการณ์  ซึ่งวันนี้ดำเนินเรื่องมาถึงเกือบจะถึงบทสรุปแล้ว  และแฟนๆ ละครก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดีด้วย

ก้าวหน้า-กิตติภัทร ได้รับโอกาสดีให้มารับบทเด่นของเรื่องในบท “นที” คนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อยากจะคว้าความฝันของตัวเองให้ได้ ฐานะดี แต่ก็อยากทำอะไรด้วยตัวเอง ด้วยนิสัยที่เป็นคนที่ประนีประนอมกับทุกอย่าง สามารถเข้ากับทุกคนได้ ในทุกๆ ช่วงวัย ทุกเพศ ทุกอายุ ยอมรับความคิดต่าง ความเห็นต่าง จนบางทีทำให้เขารู้สึกว่าสูญเสียความเป็นตัวเองไปในบางครั้ง!!!

ก้าวหน้า บอกว่า ด้วยคาแร็กเตอร์นี้ทำให้เขาดูโตขึ้น พร้อมบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับละครเรื่องนี้ และเส้นทางในวงการบันเทิงที่เขาจะก้าวต่อไปในอนาคต

สัมภาษณ์ ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญ กับการเติบโตด้านการแสดง

คาแร็กเตอร์ของ นที แตกต่างจากตัวเองอย่างไรบ้าง

          “ก็คล้ายๆ กันนะครับ บางครั้ง ก้าว ก็เป็นคนที่ยอมมากๆในสมัยก่อน แต่ว่าพอเราโตขึ้น เราได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความต้องการของตัวเอง ยอมรับที่จะดื้อบ้าง อย่างเช่น บางทีเรายอมให้คนอื่นเลือกของสิ่งนั้นไปก่อน แต่ในใจจริงของเรา เราอยากจะขอเลือกก่อน แต่มาตอนนี้เราได้เรียนรู้ในตัวละครแล้วมาใช้ในชีวิตจริงว่า บางครั้งเราจะยอมอย่างเดียวไม่ได้ เราอาจจะต้องเอ่ยปากบอกถึงความต้องการของตัวเองบ้าง เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว เราอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งสำหรับตัวเรา และคนอื่น  ไม่ใช่หาผลลัพธ์ที่ดีสำหรับคนอื่นอย่างเดียว”

มีการดีไซน์การแสดงของตัวละคร นที ไว้อย่างไร

          “ก้าวมีโอกาสได้เล่นละครกับทางไทยพีบีเอสมาแล้ว ก็เลยทำให้เราเข้าใจสไตล์ของไทยพีบีเอสอยู่บ้าง ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสร้างสรรค์สังคม ดังนั้นพอเราได้อ่านบท เราก็จะเข้าใจง่าย แล้วเราก็คิดว่าเราอยากจะทำให้คาแรคเตอร์ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ก็เลยทำการบ้านหนักนิดนึง แล้วยิ่งได้มาเจอกับ พี่ฝุ่น ผู้กำกับฯ  ซึ่งเขาให้โอกาสมากๆ จากที่เราได้ลองซ้อมอ่านบทกันแล้ว เรามาคุยคาแร็กเตอร์กัน พี่ฝุ่นบอกเลยว่า ให้ทำการบ้านมา อยากทำอะไรให้ลองทำมาก่อน แล้วเดี๋ยวพี่จะเซฟให้ มันเลยทำให้เราได้ทดลองเป็นตัวละครจริงๆ ก้าว ทำการบ้านด้วยการอ่านบทเยอะมากๆ แล้วก็วิเคราะห์บทพูดมากๆ ว่าในแต่ละคำที่ นที พูดออกมา หรือแม้แต่การพยักหน้า หรือไม่พยักหน้าหมายความว่าอย่างไร บางทีพยักหน้าเขาอาจจะไม่ได้ตอบว่าใช่ก็ได้ครับ”

ฉากที่รู้สึกว่าเล่นยากที่สุดในมุมของนที

          “น่าจะเป็นตอนที่เราเล่นเป็น อารักษ์ (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เป็นซีนในละครเวที ตอนที่ บริพัตร กับ มุกดา ขึ้นเครื่อง ซึ่ง 2 คนนี้ อารักษ์ สนิทและรักมากที่สุด คนนึงเป็นเพื่อนรักอีกคนเป็นคนที่เขารักเมื่อจากไปแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหม เหมือนโลกเขาพังครับ และซีนนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนโดนหักหลัง และเหมือนโลกนี้ไม่เหลือใครแล้วเขาต้องอยู่คนเดียว…โลกทั้งโลกพังถล่มลงมา  ตอนแสดงเสร็จยอมรับว่าเป็นซีนที่รู้สึกภูมิใจครับที่เล่นได้ เพราะว่าเป็นอีกซีนที่ทำการบ้านมาหนักเหมือนกัน และน่าจะเป็นจุดที่ อารักษ์ แย่ที่สุดด้วย จริงๆ พี่ฝุ่นก็ไม่ได้มาบรีฟว่าจะต้องร้องไห้หรือเปล่า เขาให้ลองเล่นก่อน ถ้าไม่เอาค่อยแก้ แต่พอเล่นไปแล้วเขาซื้อก็เลยโอเค เต็มที่ครับ ซีนนั้นเป็นซีนที่เราถ่ายคิวหลังๆ ทำให้ภาพแฟลชแบ็คที่เราถ่ายกันมาตั้งแต่ต้นเรื่องยันมาถึงตรงนี้ มันอยู่ในสต๊อกของเราแล้ว พอเราแฟลชแบ็ค สิ่งที่เราเคยถ่ายเข้ามามันทำให้เราสามารถสื่ออารมณ์นี้ออกมาได้ง่าย” 

มีเทคนิคในการเรียกน้ำตามั้ย

          “ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่จะบอกว่า ก้าว ไม่สามารถกำหนดน้ำตาข้างซ้ายข้างขวาได้นะ  ซึ่งพี่ฝุ่นก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องน้ำตาไหลข้างซ้ายหรือขวา ก็เลยปล่อยอารมณ์ออกมาเต็มที่ เป็นซีนที่อยากให้ดูกันมากๆ”

ฟังดูเหมือนชอบบทดราม่า

          “เรียกว่ามีโอกาสได้เล่นบทดราม่าบ่อยดีกว่าครับ อาจจะเป็นเพราะว่า ผู้จัดฯ หรือผู้กำกับฯ เห็นซีนดราม่าจากงานเรื่องแรกที่เราเล่น แต่บทคอมเมดี้ก้าวก็เคยเล่น ก็ชอบก็สนุกดีเหมือนกันครับ แต่คอมเมดี้ยากกว่าอีกนะ เพราะว่ามันจะต้องมีจังหวะในการเล่น”

ถ้างั้นมีบทที่อยากเล่นบ้างมั้ย

          “ได้หมดเลยครับ ก้าวเป็นคนที่ชอบทดลองมากๆ อยากลองทำอะไรหลายๆ อย่าง กับไทยพีบีเอส อยากบอกเลยว่าเป็นช่องที่ให้โอกาสก้าวได้ทำหลายอย่างมาก เรื่องที่แล้วไปพายเรือ ก้าวคิดว่าก้าวไม่มีโอกาสถ้าไม่ได้เล่นละครเรื่องนี้ก็คงไม่มีโอกาสไปพายเรือ 30 ฝีพายกับคนแข่งเรือพายจริงๆ ที่จังหวัดน่าน อย่างเรื่องนี้เราก็ได้มาเจอกับ อาหนิง นิรุตติ์ กับ อาหมู สมภพ เป็นโอกาสยากมากๆ ที่เราจะได้เจอกับนักแสดงรุ่นใหญ่และเก่งขนาดนี้ แล้ว อาหนิงกับอาหมู คือจะคอยสอนเราตลอด  อาหนิงกับอาหมูจะเป็นคนที่ไดนามิคดีมาก การเล่นของเขาจะมีจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ น้ำเสียง การผ่อนเสียงหนักเบา แล้วก็เรื่องของอารมณ์ อาเก่งมาก ก้าว ก็อยากจะเล่นให้เก่งได้อย่างอาครับ ก็มีแอบดูการเล่นของอาเหมือนกัน เพราะว่าเราจะต้องเล่นเป็น อารักษ์ ตลอดเวลาที่เล่นกับอา ก้าวก็แอบสังเกตว่าอาเล่นยังไง คำพูดติดปากของอาหนิงด้วยครับ ก้าวรู้สึกว่าโชคดีมากเลยครับที่ได้ร่วมงานกับทั้งสองท่าน แล้วละครเรื่องนี้ก็ยังทำให้ความคิดของก้าวเติบโตด้วย รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีโอกาสมาเล่นละครเรื่องนี้”

แล้วการร่วมงานกับตังตังและปอนด์ ซึ่งเป็นนักแสดงในรุ่นๆ เดียวกัน

          “ก้าวเคยร่วมงานกับพี่ตังตัง ในละครเรื่อง ต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นละครสั้น 1 ตอน ในเซ็ต เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปี ของไทยพีบีเอส คือเราก็สนิทกันมาจากเรื่องนั้นแล้ว พอมีเรื่องนี้ติดต่อเข้ามา แล้วรู้ว่าพี่ตังตังเล่น ก็รู้สึกดีใจครับ ได้เจอกันอีกครั้ง นั่งคุยนั่งเมาท์กัน ส่วนปอนด์ได้มาเจอกันเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ตอนแรกก็เกร็งๆ แต่ว่าพอได้มาทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกว่าเราคล้ายกันมาก แปลกมากคือ ก้าวเลี้ยงแมว แต่ปอนด์เลี้ยงหมา แต่ว่าชื่อ เปโซ เหมือนกัน สุดท้ายก็สนิทกันครับ”

ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคน 2 วัย มีความรู้สึกอย่างไรกับคน 2 วัย

          “ก้าวรู้สึกว่าเราจะอยู่ด้วยกันในสังคมนี้ด้วยความเข้าใจกัน เห็นต่างได้แต่ว่าต้องเข้าใจกันครับ เหมือนว่าทุกคนมีความคิดหรือว่ามีทัศนคติเป็นของตัวเองได้ แต่สุดท้ายแล้ว ก้าวคิดว่าเราต้องมีความเข้าใจกันความเห็นอกเห็นใจกัน และความโอบอ้อมอารีมันจึงจะสามารถจูนเข้าหากันได้  นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สังคมไทยกำลังเป็นปัญหา ปัญหาที่คนต่างวัยไม่เข้าใจกัน ก้าวคิดว่าเราสามารถพูดคุยกันด้วยความเข้าใจ และเปิดใจทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่เด็กที่จะต้องเปิดใจเข้าหาผู้ใหญ่ หรือว่าผู้ใหญ่ที่เปิดใจเข้าหาเด็ก แต่ว่าเราควรจะเปิดใจเข้าหากันอย่างจริงจังและจริงใจ”

ในเรื่องนี้จะมีการแต่งตัวพีเรียดด้วย เป็นละครซ้อนละครรู้สึกอย่างไรบ้างกับลุคนั้น

          “ก็ชอบนะครับ ได้ใส่วิก แต่ว่าวิกอันนั้นร้อนมากเพราะว่าผมจะต้องยาวมาปิดถึงต้นคอ ก็เลยค่อนข้างที่จะร้อนนิดนึง แต่ว่าน่ารักก็ชอบครับ พี่ๆ บอกว่าเหมือน เจอรี่ F4 แต่ในเรื่องเรารับบทเป็น อาหนิง ตอนหนุ่มครับ ไม่รู้ว่าเหมือนหรือเปล่านะครับ”

คนดูจะได้อะไรจากการชมละครเรื่องนี้

          “คนดูจะได้ความเข้าใจในความแตกต่างของช่วงวัย ก้าวว่าการพูดคุยกันด้วยเหตุผล และการยอมรับความแตกต่างเป็นสิ่งที่สำคัญมากในสังคมไทยและในทุกๆ สังคมเลย เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเจอคนต่างวัยต่างเพศต่างเชื้อชาติต่างศาสนา แต่ว่าเราเลือกที่จะยอมรับซึ่งกันและกันอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกัน นี่เป็นสิ่งที่ก้าวอยากให้มันเกิดขึ้น คิดว่าถ้าทุกคนเข้าใจกันและยอมรับในความแตกต่างสันติภาพมันเกิดแน่นอน” 

รู้มาว่า ก้าว มีความสามารถในการเล่นโขนได้ด้วย

          “ใช่ครับ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ก้าว สามารถเล่นโขนได้ รำได้ ก้าวได้มีโอกาสเรียนโขนมาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอเข้ามากรุงเทพฯ ไม่ได้มีโอกาสได้เล่น ไม่ได้ไปรื้อฟื้นความรู้เก่า ๆ ถ้ามีโอกาสที่ทางไทยพีบีเอสได้ทำละครเกี่ยวกับโขน แล้วถ้า ก้าว ได้เล่นก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้กลับมารำอีกครั้งครับ”

อยากฝากทิ้งท้ายอะไรมั้ย

           “ก้าวก็ขอฝากละครเรื่อง รถรางเที่ยวสุดท้าย ด้วยนะครับ พวกเรานักแสดงและทีมงาน รวมทั้งผู้จัดไทยพีบีเอส และบริษัท สตาร์ฟีนิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เราตั้งใจ ทุ่มเทกับละครเรื่องนี้มาก ฉากก็อลังการ  ก้าวเชื่อว่าทุกคนที่ชมละครเรื่องนี้จะได้ข้อคิดและอะไรดีๆ กลับไปจากละครเรื่องนี้เยอะมากๆ  ครับ”

เปิดเบื้องหลัง 2 ชุดตำนานจาก Dior ในคืนประกาศรางวัล Oscars 2024

สวยสะดุดตา เปิดภาพเบื้องหลัง 2 เดรสของ Anya Taylor-Joy’ และ ‘Jenifer Lawrence’ ในงานประกาศรางวัล Oscars 2024

จบลงแล้วกับงานประกาศรางวัลระดับโลกของวงการบันเทิง Academy Awards ครั้งที่ 96 หรือ Oscars 2024 ที่ภายในงานคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมาย ซึ่งหากให้พูดถึงไฮไลท์นอกจากรางวัลต่างๆ แล้วก็คงเป็นแฟชั่นพรมแดงที่ทุกคนพากันจัดเต็มไม่แพ้งานไหนๆ ไม่ว่าจะเป็น Ariana Grande ที่มาในเดรสฟูฟ่องสีชมพูจาก Giambattisya Valli, Emma Stone ในชุดจาก Louis Vuitton และที่ขาดไม่ได้ดาวเด่นทั้ง 2 คน ‘Anya Taylor-Joy’ และ ‘Jenifer Lawrence’ ในเดรสสุดพิเศษจาก Dior ที่เราจะพากันไปเปิดเบื้องหลังพร้อมๆ กันในบทความนี้

เริ่มต้นด้วย Anya Taylor-Joy กับเดรส Dior Haute Couture สี Ivory ที่มีกิมมิกเป็นกระโปรงสีเงินหลายเลเยอร์ ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับของห้องเสื้อนี้อยู่แล้วเห็นปราดเดียวก็คงรู้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘Venus Dress’ ปี 1949 กับกระโปรงที่เป็นเหมือนเปลือกหอยนั่นเอง

ส่วนชุดที่สองโมเดิร์นขึ้นมาหน่อยกับเดรสหลายจุดสีขาว-ดำ ของ Jenifer Lawrence จากคอลเล็คชั่นโอต์ กูตูร์ล่าสุด Spring/Summer 2024 ที่ครีเอทมาจากผ้าลาย Moire ที่ต้องมองใกล้เพื่อให้ดีเทลของที่คล้ายกับตารางหรือตาข่าย 2 ชิ้นซ้อนทับกันอยู่

ภาพ: Getty, Dior

“หมอช้าง” ชวนสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม ณ วิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้”

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ชวนสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ วิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” ที่อยู่ด้านหน้าสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ศาสนสถานแห่งใหม่ที่นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกบินทร์บุรีแล้ว ยังจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ขอพรความสำเร็จ โชคดี มั่งคั่ง ร่ำรวย ที่เหล่า “สายมู” ต้องเพิ่มไว้ในลิสต์

ในการพาไหว้ครั้งนี้ หมอช้างมีการแนะนำในการกราบไหว้ขอพรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ วิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” ว่า ควรจะเป็น “การกราบไหว้เพื่อขอพร ไม่ใช่การบนบาน” สำหรับของถวายในการกราบไหว้ขอพรนั้น อาจจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรมหรือความเชื่อ แต่หลักๆ แล้วคือธูปหอม ดอกไม้ ที่ถือเป็นเครื่องหอม รวมถึงผลไม้หรืออาหารเจ โดยการไหว้จะเริ่มจากการไหว้เทพยดาฟ้าดิน แต่เนื่องจากฟ้าดินไม่ได้มีรูปเคารพ การไหว้ฟ้าดินจึงต้องออกมาไหว้ที่ด้านนอกวิหารหรืออาคาร เพื่อขอเปิดทางให้การสักการะขอพรองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมประสบความสำเร็จ แล้วจึงมาไหว้องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารด้วยเครื่องบูชาชุดเดิม โดยการกราบไหว้บูชาขอพรที่ได้ผล ผู้กราบไหว้บูชาต้องมีปณิธานเดียวกันกับองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมคือความเมตตาที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ในการอธิษฐานขอพรนั้น เริ่มด้วยการบอกชื่อสกุลให้ชัดเจน จากนั้นตั้งจิตอธิษฐานขอพรเพื่อให้พรนั้นประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ เคล็ดลับที่สายมูต้องรู้ก็คือ เมื่ออธิษฐานขอพรจากองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมแล้วต้องลูบพญามังกรด้วย เพื่อให้ได้ทั้งสมความปรารถนาและร่ำรวย

องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่เป็นที่เคารพนับถือของคนไทย คนจีน และคนไทยเชื้อสายจีน เป็นพระโพธิสัตว์ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน เป็นเทพเจ้าองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ มีต้นกำเนิดมาจากพระสูตรมหายานในอินเดีย ศาสนิกชนที่นับถือองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะไม่นิยมบริโภคสัตว์ใหญ่ ดังนั้นของไหว้จึงเป็นผลไม้หรืออาหารเจ 5 อย่าง หรือ 5 ผล เช่นเดียวกับธูปที่จุด 5 ดอก ที่เปรียบเสมือนความอุดมสมบูรณ์ของฤดูกาลทั้ง 5 นั่นเอง

หมอช้างเล่าต่อว่า “หากเราตั้งใจทำความดีในแบบเดียวกับพระโพธิสัตว์ ความดีนั้นก็จะทำให้เราได้รับสิ่งที่ดีกลับคืนมาด้วยเช่นกัน และช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมากในการขอพรจากองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และการร่วมทำบุญกับวิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” ก็มั่นใจได้ว่าเงินบริจาคทั้งหมดจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของการบริจาคอย่างแน่นอน”

สำหรับวิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” เป็นวิหารที่จำลองแบบมาจากวิหารเทียนถาน กรุงปักกิ่ง ซึ่งสร้างขึ้นถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา และคุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ พร้อมด้วยเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม วิหารแห่งนี้ได้รับการออกแบบที่สื่อให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องจักรวาล ภพภูมิ ความสมบูรณ์และมั่งมี ภายในวิหารประกอบด้วยชั้นใต้ดินและชั้นโถงประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม โดยชั้นใต้ดินจะมีเสาทั้งหมด 25 ตัน และชั้นโถงจะมีเสาทั้งหมด 24 ต้น เรียงรายรอบอาคารวิหาร โดยแบ่งเป็นวงใน 12 ต้น มีความหมายถึงเดือนทั้ง 12 เดือน และวงนอก 12 ต้น หมายถึงเวลา 12 ชั่วยาม หลังคาของวิหารมุงด้วยกระเบื้องหลังคาแบบเซรามิกโซลาร์เซลล์สีเขียว เพื่อผลิตพลังงานทดแทน นับเป็นวิหารแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้กระเบื้องโซลาร์เซลล์ รวมถึงติดตั้งเสาล่อฟ้าที่เปรียบเสมือนการรับพลังจากเบื้องบน เชื่อกันว่าคนที่มากราบไหว้ขอพรจะมีสุขภาพดี มีโชคลาภ ภายในวิหารประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายพระโพธิสัตว์ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้ แกะสลักมาจากก้อนหยกชิ้นใหญ่โดยช่างแกะสลักชาวจีน มีขนาดความสูง 2.62 เมตร หนัก 2.8 ตัน เมื่อรวมฐานดอกบัว ฐานมังกร และฐานแปดเหลี่ยมแล้ว จะมีความสูงรวมถึง 5 เมตร และหนักมากถึง 14.43 ตัน แกะสลักเป็นปางประทานพรประทับบนหลังพญามังกร ที่มือของพระองค์ถือแจกันประทานน้ำอมฤต น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ และกิ่งหลิว ไว้คอยชะล้าง ขจัดปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัยของผู้ที่มากราบไหว้ขอพร และยังเป็นเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมกายใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำพระทัยแห่งความเมตตาที่ยากจะหาใดเปรียบได้ องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมประทับยืนบนหลังพญามังกรเวียนว่ายกลางมหาสมุทร ซึ่งพญามังกรเปรียบได้กับความมั่งคั่งร่ำรวย สายน้ำเปรียบได้กับความลื่นไหลราบรื่น สำเร็จ ร่ำรวย

ศาสนิกชนผู้ที่มีความศรัทธาและประสงค์สักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ณ วิหาร “อี่ ทง เทียน ไท้” สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกทั้งเส้นนครนายก ถนนหมายเลข 33 และเส้นฉะเชิงเทราทางถนนหมายเลข 304 โดยวิหารจะตั้งอยู่ด้านหน้าสวนอุตสาหกรรมฯ มองเห็นได้อย่างชัดเจน วิหารเปิดให้ศาสนิกชนเข้าสักการะได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 19.00 น. และสามารถเยี่ยมชมภายนอกวิหารได้จนถึงเวลา 20.00 น. ติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของทางวิหารได้ทาง Line OA: @Yitongtiantai เฟซบุ๊กวิหารกวนอิมอี่ทงเทียนไท้ https://www.facebook.com/yitongtiantai เว็บไซต์ Yitongtiantai.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา คุณยุรฉัตร เคียงศิริ โทร. 02-293-9000 ต่อ 271, 081-890-8984

มิน-พีชญา วัฒนามนตรี

จากนางเอกเจ้าบทบาทสู่นักธุรกิจมือโปร มิน-พีชญา วัฒนามนตรี

งานแสดงก็ไม่ทิ้งงานธุรกิจก็ไม่บกะร่องสำหรับ นางเอกหน้าสวย “มิน-พีชญา วัฒนามนตรี” ล่าสุดควงพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอย่างแฟนไฮโซหนุ่ม “เคลวิน ตีรวัฒนานนท์” ที่ครั้งนี้นอกจากจะมาเปิดตัวในฐานะแฟนหนุ่มอย่างเป็นทางการ ยังมาเปิดตัวกับการนั่งแท่นตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ในงานเปิดตัวศูนย์จำหน่ายสินค้าและบริการเพื่อการทำบ้านครบวงจร “SCG HOME บุญถาวร” ถนนบายพาส จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นธุรกิจของครอบครัวของสาวมินที่ทำมายาวนานกว่า 30ปีแล้วค่ะ และเพราะขยันทำธุรกิจทั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าและบริการเพื่อการทำบ้านครบวงจรที่เปิดใหม่ รวมถึงโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดไปแล้ว 3 โครงการและมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอีกจนถูกแซวว่าเป็นเศรษฐีนีของจังหวัดขอนแก่นไปแล้วโดยปริยาย

มิน-พีชญา วัฒนามนตรี

โดย “มิน-พีชญา” เปิดใจว่า “ธุรกิจใหม่ครั้งนี้เราได้คุณเคลวินเข้ามาช่วยค่ะ เค้าเป็นคนเก่ง ความสามารถเยอะ มีหัวนักธุจกิจโดย เค้ารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เค้าเก่งกว่ามินอีกนะ มินเลยอยากให้เค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจใหม่ครั้งนี้ค่ะ”

หลายคนมองว่ามินขยันทำธุรกิจทั้งตัวใหม่นี้ รวมถึงโครงการบ้านจัดสรรที่จังหวัดขอนแก่นหลายโครงการ?

“ธุรกิจที่บ้านเราทำอยู่แล้ว เราเห็นทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก พอมีโอกาสได้เข้ามาทำเราก็อยากทำให้เต็มที่ค่ะ”

หลายคนแซวว่าเป็นเศรษฐีนีระดับ 1,000ล้าน?

“ไม่ขนาดนั้น ข้ามเรื่องเงินๆ ทองๆ ไปดีกว่าค่ะ เราทำอะไรที่มันมีความสุขและเข้ากับเราก็อยากทำให้ดีที่สุดค่ะ“

ดึงเคลวินมาร่วมธุรกิจแบบนี้แสดงว่าวางแผนอนาคตแล้ว?

“ก็มีคุยๆ กันค่ะ ในเรื่องของอนาคต เพราะเอาจริงอายุเราก็ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรใหญ่โตขนาดนั้น และคงยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ด้วยค่ะ”

พร้อมแต่งหรือยัง?

“ถ้าอายุอ่ะพร้อมแล้วค่ะ แต่ตอนนี้มินยังมีงานละครที่ถ่ายทำอยู่เลยค่ะ”

ถ่ายละครจบค่อยแต่งไง?

“ใจเย็นค่ะ คงยังไม่ใช่ปีนี้แน่นอนค่ะ แต่เอาจริงอะไรก็ไม่แน่ไม่นอนนะคะ อะไรก็เกิดขึ้นได้(หัวเราะ)”

แต่เคลวินพร้อมแล้วนะ เค้าอยากแต่งงานแล้ว รู้สึกยังไง?

“ก็ดีใจค่ะ” รอเคลวินคุกเข่าขอ? “ไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นเลยค่ะ แต่เราก็แต่งตัว แต่งหน้าสวยทุกวันนะ ทำเล็บพร้อมแล้ว(หัวเราะ)”

ปีนี้ไม่ทันปีหน้าไม่แน่?

“ไม่รู้ๆ(เขิน) ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคตค่ะ เพราะเคยมีผู้ใหญ่บอกมินว่าเราจะรู้เองว่าเมื่อไหร่เราพร้อม เราก็จะพร้อมแต่งเองค่ะ”

ครอบครัวเร่งมั้ย?

“เร่งสุดค่ะ แต่เค้าไม่เร่งเรื่องแต่งงานนะ แต่เค้าเร่งเรื่องอุ้มหลานเลย เค้าบอกมาเลยนะว่าอยากได้หลาน 2คน ผู้หญิง 1 ผู้ชาย 1 เราก็บอกเค้าว่าอยากให้มีก็เอาเงินมา อันนี้ขำๆ กันนะคะ เพราะเราก็แซวเค้าว่าข้ามขั้นมาก ยังไม่ได้แต่งงานเลย”

จริงๆ แต่งงานก็ทำงานได้นะ?

“ใช่ค่ะ ทำงานได้ แต่เราก็มองไปไกลไงค่ะว่าถ้าแต่งงานแล้วเราก็ต้องมีเวลาให้คู่ชีวิตของเรา ให้ลูกของเรา เราอาจจะทำงานหนักเหมือนเดิมไม่ได้ แต่มินก็อยากทำให้ได้ทุกอย่างนะคะอยากเป็นซูเปอร์วูแมน อยากเป็นผู้หญิงเก่งที่ทำได้ทุกอย่างเลย”

realme เตรียมเปิดตัว “realme 12 Pro+ 5G และ realme 12+ 5G ”

ขึ้นชื่อว่า Number Series ต้องมีเซอร์ไพรส์แฟน ๆ ตลอด! และครั้งนี้ก็เช่นกันกับการมาของสมาร์ตโฟนสเปกท็อปสุดของซีรี่ส์ทั้ง “realme 12Pro+ 5G” และ “realme 12+ 5G” ซึ่งมาพร้อมสโลแกน “Be a Portrait Master” โดยไฮไลต์สำคัญที่จะมาเขย่าวงการมือถืออยู่ในรุ่น “realme 12Pro+ 5G” เพราะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกและรุ่นเดียวในระดับราคาเดียวกัน ที่ใช้กล้องเพอริสโคป (Periscope) ระดับเรือธงด้วยเซ็นเซอร์รุ่น OmniVision OV64B ที่ให้คุณภาพสูง สมบูรณ์แบบด้วยการเป็นหนึ่งเดียวสำหรับประสิทธิภาพการซูม 3 เท่าแบบ Optical Zoom และซูมอินเซนเซอร์ 6 เท่า (ISZ) โดยไม่สูญเสียรายละเอียด พร้อมชูพลังดิจิทัลซูมสูงสุดถึง 120 เท่า ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพบุคคลหรือซูมภาพทิวทัศน์ระยะไกล ก็ไม่ใช่ปัญหากับ realme 12Pro+ 5G แม้แต่น้อย

และเพื่อตอกย้ำการเป็น Be a Portrait Master ตัวจริง สำหรับรุ่น realme 12+ 5G ก็ยังเป็นผู้นำการถ่ายภาพโดยให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตมาสเตอร์ที่ดีที่สุดด้วยการเป็นสมาร์ตโฟนเพียงรุ่นเดียวในระดับราคาเดียวกันที่รองรับเทคโนโลยี OIS ผสานเข้ากับความเป็นเลิศของกล้องหลัก Sony LYT 600 ความละเอียด 50MP ส่งผลให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดอย่างน่าประทับใจ และยังมาพร้อมกับชิปเซ็ตที่ทรงพลังที่สุดในเรทราคาเดียวกันกับ MediaTek Dimensity 7050 5G มอบประสบการณ์การการใช้งานอันลื่นไหลอย่างไม่มีสะดุด

realme 12 Pro+ 5G

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมมอบความสวยหรูแบบสุดจึ้งด้วยฝีมือการออกแบบของ Ollivier Savéo (โอลิวิเยร์ ซาเวโอ) ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำของฝรั่งเศสซึ่งเคยฝากผลงานการคอลแลบกับแบรนด์นาฬิกาหรูของสวิส ทั้ง Roger Dolby, Piaget, Breitling และ Quentin เรียกว่ายกดีไซน์สุดลักชูหลักแสนมาจัดใน “realme 12 Pro+ 5G และ 12+ 5G” กันแบบเต็มตา และด้วยความบางเบาเป็นพิเศษเพียง 8.75 มม. ของ realme 12 Pro+ 5G ส่งผลให้ realme 12 Pro+ 5G อาจเป็นสมาร์ตโฟนที่บางเบาที่สุดแต่มาพร้อมกับกล้อง Periscpope อันน่าทึ่งเลยก็ว่าได้

realme 12+ 5G

ทั้งสองรุ่นยังมีฟีเจอร์เด่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผล AMOLED ที่ให้อัตรา Refresh rate สูงถึง 120Hz เรียกได้ว่า realme 12 Pro+ 5G จะเป็นสมาร์ตโฟนจอโค้งที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการรับชม และสำหรับ realme 12+ 5G ยังมาพร้อมกับไฮไลต์พิเศษนั่นคือการเป็นสมาร์ตโฟนเพียงรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่มีหน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุดด้วยการรองรับการสัมผัสแม้นิ้วจะเปียกน้ำก็ตาม พร้อมขุมพลังแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh และเทคโนโลยีการชาร์จไฟ SUPERVOOC 67W และยังมีฟีเจอร์อีกมากมายที่จะทำให้ “realme 12 Pro+ 5G และ realme 12+ 5G” มอบทั้งความคุ้มค่าและความประทับใจแก่ผู้ใช้งานในเมืองไทยและทั่วโลก

รอพบกับงานเปิดตัว realme 12 Pro+ 5G และ realme 12+ 5G พร้อมกัน 21 มีนาคมนี้ และสามารถติดตามไลฟ์สดงานเปิดตัวพร้อมกิจกรรมพิเศษ เพียงร่วมสนุกตอบคำถามก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ realme 12 Pro+ 5G โดยแฟน ๆ สามารถรับชมการเปิดตัวได้ผ่านช่องทาง
Facebook : (https://www.facebook.com/realmeTH)
Youtube: (https://www.youtube.com/@realmeThailandTH) และ
Tiktok: (https://www.tiktok.com/@realme_thailand) ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป

ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ ร่วมกับ เรนาสโซ มอเตอร์ ส่งมอบพื้นที่อ่านหนังสือและมอบเงินบริจาคเพื่อทุนการศึกษา

Lamborghini Club Thailand (ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์) ร่วมกับ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ พร้อมด้วย ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน Lamborghini Club Thailand (ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์) ร่วมส่งมอบพื้นที่อ่านหนังสือและมอบเงินบริจาคเพื่อทุนการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 150,000 บาท ให้กับสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี รวมถึงเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่น้องๆ โดยยอดเงินบริจาคจำนวนดังกล่าวได้มาจากการจัดประมูลสิ่งของ การรับบริจาคเงิน เเละของเล่นจากกลุ่มสมาชิก เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาให้กับน้องๆที่ด้อยโอกาส

โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากครอบครัวกลุ่มสมาชิกเป็นอย่างดี อาทิเช่น วงกรต พูลศิริวิทย์, สุรเชษฐ      วรวงศ์วสุ, ณฐรัช  พูนทรัพย์มณี และ บริพัฒน์ จิรนิวาตานนท์ เป็นต้น

มูลนิธิถันยรักษ์

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ทรูปลูกปัญญา และมหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดโครงการ ‘สืบสานและต่อยอดภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม’

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ทรูปลูกปัญญา และมหาวิทยาลัยราชภัฏ เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้การตรวจเต้านมด้วยตนเองทั่วประเทศ ผ่านโครงการ ‘สืบสานและต่อยอด ภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม ชมรมถันยรักษ์ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ’ ให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม

มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี โดย นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองประธานกรรมการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ (ที่ 4 จากซ้าย) และนางบุษดี เจียรวนนท์ เลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ (ที่ 4 จากขวา)  ร่วมกับ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา (ขวาสุด) และมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ จัดประกวดโครงการ ‘สืบสานและต่อยอดภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม’ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ประจําปี 2566 ภายใต้โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม เพื่อร่วมสร้างความตระหนักถึงภัยของมะเร็งเต้านม และรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยรู้จักวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งสังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ โดยมีความมุ่งหวังที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย และลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านม ผ่านกิจกรรมรณรงค์สื่อสารของนักศึกษาจากชมรมถันยรักษ์ ครอบคลุมการให้ความรู้สู่ชุมชนในพื้นที่บริการการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ร่วมด้วย นายแพทย์เฉลิมเดช กรรณวัฒน์  แพทย์ประจำศูนย์ถันยรักษ์ และรองประธานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม (ที่ 2 จากขวา) นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ที่ 3 จากซ้าย) นายแพทย์ชลพันธ์ ปิยถาวรอนันต์ ผู้อำนวยการกองอนามัยวัยทำงาน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ซ้ายสุด) นายแพทย์ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล ที่ปรึกษาสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (ที่ 2 จากซ้าย) และนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง นักวิชาการนิเทศศาสตร์ (ที่ 3 จากขวา) ให้เกียรติร่วมงานและมอบรางวัลให้แก่ชมรมถันยรักษ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 14 ชมรม ซึ่งผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศมีดังนี้

มูลนิธิถันยรักษ์

กลุ่มต่อยอด

  • รางวัลชนะเลิศ (กลุ่มต่อยอด) และรางวัลชมรมขวัญใจมหาชน
    ได้แก่ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
    รับถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา 53,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 (กลุ่มต่อยอด) และรางวัลสื่อออนไลน์สร้างสรรค์
    ได้แก่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
    รับถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร  และทุนการศึกษา 40,300 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับที่ 2 (กลุ่มต่อยอด)
    ได้แก่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชชภัฏภูเก็ต
    รับถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา 30,000 บาท
มูลนิธิถันยรักษ์

กลุ่มสืบสาน

  • รางวัลชนะเลิศ (กลุ่มสืบสาน)
    ได้แก่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
    รับถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา 40,000 บาท 
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 (กลุ่มสืบสาน)
    ได้แก่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
    รับถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร  และทุนการศึกษา 30,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับที่ 2 (กลุ่มสืบสาน)
    ได้แก่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชชภัฏสงขลา
    รับถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา 20,000 บาท
  • รางวัลชมเชย (ทั้งกลุ่มต่อยอดและกลุ่มสืบสาน)

ได้แก่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (กลุ่มต่อยอด) และ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ชมรมถันยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (กลุ่มสืบสาน) ได้รับโล่เกียรติยศ เกียรติบัตร และทุนการศึกษาชมรมละ 10,000 บาท

นอกจากนี้ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ยังมอบ เกียรติบัตรอาจารย์ที่ปรึกษาคุณูปการ ให้แก่อาจารย์ทุกท่านผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทุกชมรมอีกด้วย

จากการดำเนินโครงการภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านมทั้ง ๒ ปี ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง สามารถขยายผลเผยแพร่ความรู้การตรวจเต้านมด้วยตนเองสู่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ทั้งนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป
ได้มากกว่า ๔๘,๐๐๐ คน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ ให้แก่แกนนำจิตอาสาและสมาชิกชมรมได้มากถึง ๑๑,๒๐๐ คน  

ทรูปลูกปัญญา พร้อมด้วยหน่วยงาน Digital Health โดย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมมือกับมูลนิธิถันยรักษ์ฯ พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ (E-Learning) บนแพลตฟอร์ม VCOURSE และพัฒนาระบบบันทึกการตรวจเต้านมด้วยตนเอง Breast Self Examination (BSE Application) รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้พื้นฐานสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ได้อย่างถูกต้อง จากผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ ครอบคลุมถึงการเขียนแผนงานอย่างมีกลยุทธ์ มุ่งสู่การต่อยอดกิจกรรมอย่างยั่งยืน และการสร้างสรรค์กิจกรรมให้น่าสนใจด้วยการใช้สื่อออนไลน์  ทั้งนี้ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ เชื่อมั่นว่า ด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะเป็นกำลังสำคัญต่อการเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวอย่างทั่วถึง และควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยให้รอดพ้นจากภัยมะเร็งเต้านมได้อย่างยั่งยืน เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด คือการค้นพบให้เร็วที่สุด

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมเทปบันทึกภาพการประกวดรอบชิงชนะเลิศฯ ในวันศุกร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 21.30 – 22.30 น. ทางช่องทรูปลูกปัญญา (ทรูวิชั่นส์ 37 และ HD111)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 – 858 – 6279  หรือ www.thanyarak.or.th
และ Facebook Fanpage : Thanyarak Breast Center

#สืบสานและต่อยอดภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม #ภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม #มูลนิธิถันยรักษ์ฯ #มหาวิทยาลัยราชภัฏ #ทรูปลูกปัญญา #เต้าต้องตรวจ #ศูนย์ถันยรักษ์ #SAVEYOURBREAST

ไทยเวียตเจ็ทฉลองวันสตรีสากลตั๋วเริ่มต้น 88 บาท

สายการบินไทยเวียตเจ็ทฉลองวันสตรีสากลของปีนี้ด้วยโปรโมชั่น “เที่ยวคุ้มยืนหนึ่งต้อนรับ Woman’s Day (Happy Women’s Day Specials)” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 88 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 8 – 12 มีนาคม 2567 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 26 ตุลาคม 2567 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย และทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของไทยเวียตเจ็ท ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ ฟูกุโอกะ ไทเป เซี่ยงไฮ้ และหางโจว รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Air” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทเป และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

‘มีเสน่ห์ เนื้อหอมโดนใจผู้สูงวัย จะจีบไว้เองหรือไปเป็นสะใภ้ ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 11-17 มีนาคม 2567

‘มีเสน่ห์ เนื้อหอมโดนใจผู้สูงวัย จะจีบไว้เองหรือไปเป็นสะใภ้ ต้องเช็กแล้ว!!’

ดวงรายสัปดาห์ 11-17 มีนาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   เริ่มจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น คุณมีโอกาสได้พบช่องทางการทำงานใหม่ๆ หรือได้โปรโมตตำแหน่ง จนถึงโยกย้ายไปอยู่ในหน่วยงานที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ท้าทายขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้หลักทฤษฎีและวิชาการ รวมถึงความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ เช่น แพทย์ ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน ครู อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย เหล่านี้ด้วยแล้ว เป็นไปได้ว่าคุณจะได้มีโอกาสร่วมทีมกับผู้ทรงคุณวุฒิมากประสบการณ์ ดังนั้น จึงไม่แปลก หากคุณจะเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ จนถึงขั้นพลีชีพให้กับการทำงานเลย  

การเงิน  :   สดใส เพราะมีหลายๆ ช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้กับคุณ รวมถึงทีมงานและผู้บังคับบัญชาก็พร้อมใจหางานดีๆ รายได้งามๆ มาให้ทำ ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะว่า จะสามารถเก็บเงินไว้กับตัวได้แค่ไหน เพราะก็ยังคงใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่นไม่เสื่อมคลาย

ความรัก  :  ความสัมพันธ์ก็ยังคงฝืดๆ กันอยู่ ยิ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีผู้ใหญ่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ คุณซึ่งอยู่ในฐานะคนกลางก็จะวางตัวลำบาก นั่นก็พ่อแม่ นี่ก็ครอบครัวคู่ครอง สองสิ่งในชีวิตที่มีความสำคัญเท่าๆ กัน ที่สุดแล้วคำตอบสุดท้ายสำหรับคุณ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะทิ้งหมดทุกอย่าง   คนโสด เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้ คุณจะเนื้อหอมมาก แม้อยู่เฉยๆ แต่ออร่าจะเปล่งประกายให้มีคนเข้ามาพูดคุยกับคุณ โดยเฉพาะผู้ใหญ่จนถึงสูงวัย ทั้งอยากได้เอง หรือพาลูกหลานมาทำความรู้จัก

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้ว่าด้วยระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ จะปวดและเสียดท้องได้ง่าย ซึ่งสาเหตุมาจากความเครียด ความวิตกกังวล นอกจากนั้นยังต้องระวัง ผื่นคัน แพ้ สมพิษ ซึ่งจะมีสาเหตุมาจากสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาด หรือสี

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   เป็นสัปดาห์ของผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านบันเทิงเริงรมย์ เช่น ดนตรี กวี ศิลปะ งานบันเทิงที่จะโลดแล่นสร้างชื่อเสียง รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายงานนี้ด้วย เพราะในช่วงสัปดาห์นี้จะมีโอกาสที่เพื่อนสนิท หรือญาติผู้หญิง มาชวนให้คุณไปทำงานหรือร่วมหุ้นในธุรกิจที่เกี่ยวกับที่ดิน การเกษตร นักออกแบบตกแต่งสวน สินค้าโอทอป ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน  ก็ควรค่าแก่การนำมาพิจารณาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ด้วยดี  

การเงิน  :   เริ่มหายเหนื่อยลงได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของที่ดิน เรือกสวนไร่นา หากกำลังประกาศขายหรือให้เช่าอยู่ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะมีการติดต่อกลับมา หรือในกรณีที่เป็นผู้รับซื้อก็จะมีที่ดินสวยๆ เข้ามาให้เลือกสรร แต่ก็ยังต้องระวังพวกมิจฉาชีพ ซึ่งอาจเป็นคนใกล้ชิดที่จะหลอกลวง ขอกู้หนี้ยืมสิน หรือค้ำประกัน

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะหันเข้าหาเพื่อนผู้หญิง หรือญาติสนิทมากกว่าคู่ครอง เพราะมีโอกาสที่คุณจะรู้สึกว่าอยู่กันประสาผู้หญิง-ผู้หญิงแล้วสบายใจมากกว่า ที่จะกลับบ้านไปอยู่กับสามีที่มีแต่ทำร้ายจิตใจ   คนโสด  ไม่ทราบเหมือนกันว่า ยังดื้ออยู่หรือเปล่า เพราะยิ่งหากคุณอกหัก ถูกทำร้ายจิตใจมาอย่างหนักหน่วง สัปดาห์นี้คุณจะค้นพบว่า เพื่อนหญิงที่อยู่ใกล้ตัวคือคนที่เป็นห่วงคุณอย่างจริงใจที่สุด

สุขภาพ  :   ต้องระวังระบบเลือดลมที่จะหมุนเวียนไม่สะดวก มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด จนถึงขั้นเป็นลมวูบได้ง่ายๆ  นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องระบบน้ำด้วย เช่น น้ำย่อย น้ำในหู บ้านหมุน ทำนองนั้น

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน จนถึงงานส่งเสริมการขายทุกประเภท เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้คุณจะโดดเด่นทางด้านความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในงานหรือธุรกิจที่ทำ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และอีกหลายๆ ความ จึงนับเป็นโอกาสดีที่คุณจะรีบสร้างผลงานหรือเดินหน้าทางธุรกิจ เพราะนอกจากนั้นคุณจะได้ร่วมงานกับผู้มีบุญบารมี ในทางบุญกุศล หรือเป็นงานที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมด้วย

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณมีโอกาสดี ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ อุปถัมภ์ในเรื่องเงิน รวมถึงคุณเองก็สามารถหาเงินได้จากหลากหลายช่องทาง  แต่สัปดาห์นี้ก็ยังคงต้องใจแข็ง ไม่ควรร่วมหุ้นทำธุรกิจกับใคร หากจะทำควรทำเองดีกว่า

ความรัก  :   หากใครที่ใช้ชีวิตคู่กันในครอบครัวใหญ่ สัปดาห์นี้หนักแน่นหน่อยน้า เพราะอารมณ์คุณจะบอบบางมาก ไม่ว่ากับคู่ครองคุณก็มีความคิดเห็นขัดแย้งกันบ่อยๆ แล้วเป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นกับครอบครัวคุณอีก จึงมีความเสี่ยงที่จะแตกหักได้ง่ายมาก ทั้งกับผู้ใหญ่และคู่ครอง คนโสด  อากาศร้อน หัวอย่าร้อนตาม เพราะเป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้อารมณ์คุณจะไม่มั่นคง ปรวนแปรง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะใส่ใจกับความเป็นไปของคุณมากเป็นพิเศษ ก็ยิ่งจะทำให้อารมณ์เดือดขึ้นได้ง่าย

สุขภาพ  :    ภูมิแพ้ถามหาแล้วนะคะ ยิ่งหากเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว มีโอกาสที่จะพัฒนากลายเป็นโรคเรื้อรัง รักษายากขึ้น รวมถึงหากจะเดินทางไปนอกสถานที่ ควรระวังความสะอาด ทั้งอาหาร ที่พัก และการใช้สถานที่สาธารณะ ตอนนี้โรคใหม่ๆ อุบัติขึ้นตลอดๆ ระวังไว้ก่อนดีกว่า

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   เป็นสัปดาห์ที่คุณจะได้อยู่กับการทำงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้หลักวิชาความรู้ ทฤษฎี วิชาการ จนถึงประสบการณ์อย่างมาก เช่น แพทย์ ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน ครู อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย หากในช่วงสัปดาห์นี้คุณได้เข้าไปรับอาสาเจ้านายไปทำงานเชิงลับ ที่อ่อนไหวเสี่ยงต่อความผิดพลาดได้ง่าย เช่น ตำรวจ ทหาร นักสืบ นักข่าว ทางที่ดีอย่าได้วางใจเพื่อนสนิท เพราะจากที่เคยไว้ใจได้จะเปลี่ยนท่าทีอย่างไม่มีสาเหตุ กลายเป็นหักหลังหรือทรยศคุณได้นิ่มๆ เลย

การเงิน  :   หากที่ผ่านมากว่าจะบริหารเงินให้ชนเดือนก็เอาตัวแทบไม่รอด สัปดาห์นี้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้บ้าง เพราะผู้บังคับบัญชากับทีมงานจะหางานดีๆ รายได้งามๆ มาให้ทำพิเศษนอกเหนือจากงานประจำ  

ความรัก  :   ใครที่กำลังใช้ชีวิตอยู่กับคู่ครองที่เจ้าชู้ ไม่จริงใจ มีคนนั้นคนนี้ตลอดเวลา หรือหากเป็นตัวคุณเอง ก็ให้ระวังไว้ว่า สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลง โดยมีผู้ใหญ่เป็นตัวแปรสำคัญ ท่านจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตคู่คุณ หรือไม่คุณก็แยกไปอยู่สันโดษ ปลีกวิเวกเลย  คนโสด   เป็นไปได้ว่าคุณจะทิ้งความเจ้าชู้ไว้ก่อน เพื่อที่จะไปปฏิบัติธรรม หรือไม่ก็เรียนต่อ แต่โอกาสใช่จะไม่มี เพราะมีแนวโน้มได้พบผู้สูงอายุ หากเป็นต่างชาติล่ะก็ใช่เลย  

 สุขภาพ  :    สัปดาห์นี้ต้องระวังโรคในช่องปาก จนถึงลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ นอกจากนั้นทางด้านอารมณ์ก็น่าเป็นห่วง มีโอกาสที่จะเป็นซึมเศร้า เห็นอะไรก็ขัดหูขัดตาได้ง่าย  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจด้านการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน จนถึงผู้เชี่ยวชาญทางภาษา สัปดาห์นี้เรียกว่านั่งไม่ติดเลยทีเดียว เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันทางผลประโยชน์ และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง แล้วเป็นไปได้อีกว่า นอกจากโปรเจ็กต์ที่เสนอจะไม่ผ่านการพิจารณาแล้ว ยังมีโอกาสที่จะเกิดการขัดแย้งกันจนถึงขั้นงานสะดุดหยุดลงกลางคันได้เลย  

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับความรัก คนรัก คู่ครอง ทั้งตัวคุณเอง เช่น เสื้อผ้า หน้าผม  รวมถึงการลงทุน ซึ่งหากยังไม่เห็นประโยชน์ในการลงทุนนั้น ก็ควรชะลอไว้ก่อน

ความรัก  :   สำหรับคนที่เพิ่งแต่งงานเข้าหอกันใหม่ๆ ก็ควรระวังคลื่นใต้น้ำที่เกิดจากความหึงหวง ก่อกวนความรักของคุณที่ควรจะหวานชื่นให้กลายเป็นก้าวร้าวรุนแรง ถึงขั้นใช้วาจาไม่ให้เกียรติกันเลย  คนโสด ก็ยังคงรักเธอหลงเธออยู่ แล้วอยากได้เธอมาก ถึงขนาดว่ามีโอกาสที่จะเข้าไปอยู่ท่ามกลางการแย่งชิงด้วยสิ

สุขภาพ   :   ในช่วงสัปดาห์นี้หากคุณจะเดินทางไปแห่งหนตำบลใด อย่าประมาทเป็นดีที่สุด ดื่มแล้วไม่ควรขับขี่ รวมถึงมีโอกาสได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรงด้วยนะ

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่กำลังเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะประมูล ประกวด สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง สอบสัมภาษณ์ ซึ่งคุณมุ่งมั่นปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นผู้ที่ได้รับเลือก จนสามารถทำได้ทุกสิ่งโดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรมเลย ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะโชคดีที่ได้รับสิทธิ์นั้น แต่นั่นคือจุดเริ่มต้น เพราะเป็นไปได้อีกว่า หนทางข้างหน้าในงานหรือธุรกิจใหม่นั้น จะทำให้คุณต้องทุ่มเทจนถึงขั้นพลีชีพให้กับมันเลย แล้วหากคุณอดทนจนผ่านโปรไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะสมหวังกับการแข่งขัน ได้รางวัลตอบแทนการทำงาน แต่ก็ควรเป็นไปในทางที่ถูกต้องชอบธรรม เพราะไม่เช่นนั้นคุณมีโอกาสที่จะเสียชื่อเสียงในภายหลัง  

ความรัก :   หากที่ผ่านมาชีวิตคู่คุณเปรียบเสมือนคู่กัดกันมาตลอด ในช่วงสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะถึงขั้นหันหลังไม่พูดกันเลยก็ได้ เพราะจะมีพวกปากหอยปากปูเม้ามอยหอยสังข์ว่า ไม่คุณหรือคู่นอกใจ กำลังคบคนใหม่ มีความเป็นไปได้สูงมากว่า คุณจะไม่แคร์ด้วยล่ะ คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่หมายปองหันมาสนใจคุณ แต่ก็เป็นไปได้อีกว่า เมื่อสำเร็จสมอารมณ์หมายแล้ว คุณก็จะไม่ตื่นเต้นแล้ว

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ดองๆ ไม่สดสะอาดถูกสุขลักษณะ รสจัด เพราะมีโอกาสที่คุณจะท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นไปได้ว่าจะมีสาเหตุข้างเคียงจากความเครียดด้วย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายงานช่าง งานวิจัย ทดลองค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะเครียดและกดดัน เพราะเจ้านายคาดหวังผลงานที่ดีจากคุณ นอกจากนั้นคุณเองก็ยังกดดันตัวเองด้วย โดยการคิดใหญ่ทำใหญ่ ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะถึงขั้นพลีชีพให้กับการทำงานเลย

การเงิน  :   คุณคาดหวังความสำเร็จในเรื่องเงินสูงมาก ต้องการมีรายได้ที่มั่นคง จึงพยายามที่จะทำงานอย่างหนัก แต่ก็ควรพิจารณาให้ดีว่า ได้มาอย่างโปร่งใสหรือเปล่า ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินใต้โต๊ะ หรือส่วย สินบนต่างๆ เพราะมีความเสี่ยงที่จะล้มละลายได้เลย  

ความรัก  :   จริงๆ แล้วคุณบูชาความรักอย่างมาก ชอบที่จะทำเซอร์ไพร์สให้ครอบครัวมีความสุข แต่เป็นไปได้ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้คุณจะหลงในอำนาจอะไรบางอย่างจนกลายเป็นไม่สนใจครอบครัว คนโสด เป็นไปได้ว่าจะเป็นสัปดาห์ที่คุณจะมีความสุขกับการทำเซอร์ไพร์สคนรัก หรือคนใกล้ชิด แต่ก็ไม่ใช่คนเดียวนะ มีเหลือมากพอที่จะแจกจ่ายให้อีกหลายๆ คน

สุขภาพ   :   หากกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในท่าเดิมนานๆ ระวังออฟฟิศ ซินโดรม มาเยือนนะคะ เป็นไปได้ว่าจะปวดตึงที่บริเวณไหล่ เส้นยึดตึงจนเลือดลมอั้น ไหลเวียนไม่สะดวก จึงควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือหาหมอนวดฝีมือดีมาคลายเส้นแก้อาหารบ้าง เลือดลมจะได้หมุนเวียนดีด้วย

ชุดเจ้าสาว

ชมความปัง ชุดเจ้าสาว สนนราคาเจ็ดหลักปลายของ นาตาลี เจียรวนนท์

สมเป็นงานวิวาห์สุดหรู เปิด ชุดเจ้าสาว ของ นาตาลี เจียรวนนท์ สนนราคาเจ็ดหลักปลาย แบรนด์ชุดแต่งงานระดับโอต์ กูตูร์

หลังจากรอคอยที่จะจัดงานแต่งงานมานานถึง 4 ปี ในที่สุด “ฟลุค เกริกพล มัสยวานิช” และ “นาตาลี เจียรวนนท์” ได้ถือฤก์ดีวันที่ 9 มีนาคม 2567 จัดงานฉลองมงคลสมรส พระเอก-นางเอกของงานไม่ได้มีเพียงคู่รักเท่านั้น แต่ยังมีลูกสาวของทั้งคู่ “น้องนาตาชา” ลูกสาววัย 3 ขวบ มาร่วมเป็นสักขีพยานรักให้กับคุณพ่อ-คุณแม่ ในความรู้สึกของทั้งสองถือเป็นงานวิวาห์ที่สมบูรณ์แบบ

โดยนาตาลีเผยว่างานฉลองวิวาห์นี้เป็นงานที่เตรียมมานานตั้งแต่ก่อนโควิด แต่เพราะสถานการณ์จึงทำให้ต้องยกเลิกกำหนดเดิมไปก่อน เธอยบอกว่าช่วงนั้นรู้สึกเสียใจมาก แต่พอผ่านเหตุการณ์มาและมีงานในวันนี้ทำให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งคือการได้มี “น้องนาตาชา”มาอยู่ในงานด้วย เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน แต่เป็นเรื่องที่ทำให้เธอใจฟู

สำหรับชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวยังคงเป็นชุดที่เตรียมไว้ตั้งแต่กำหนดเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากการแก้ไซซ์

ชุดแถลงและชุดถ่ายภาพตรงแบ็คดร็อปข่าวจากแบรนด์ GEORGES HOBEIKAเป็นแบรนด์ที่คุณลีชอบส่วนตัวเพราะมีสไตล์ฝันเหมาะสำหรับการตกแต่งของงานที่ออกแบบเป็นสวนสไตลอังกฤษ แต่ก็ไม่เรียบเกินไปเพราะมีการประดับคริสตันและไข่มุกเป็นหมื่นเม็ด”

ชุดเจ้าสาว
ชุดเจ้าสาว นาตาลี

ชุดสำหรับพิธีจากแบรนด์ Tex Saverio แบรนด์ชุดแต่งงานระดับ โอต์ กูตูร์ สุดหรู จากประเทศอินโดนีเซีย ชุดนี้ดูโดดเด่นท่ามกลางความืดด้วยคริสตัลที่มีน้ำหนักหลายกิโลกรัม ระยิบระยับ เล่นกับไฟเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงราคาของชุดแต่งงานในวันนี้ เจ้าสาวได้ปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยข้อมูล แต่ก็ยอมรับว่าสนนราคา 7 หลักปลายๆ เลยทีเดียว

เปิดคอนโดหรู “มัดหมี่ – พิมดาว” เติมพลังชีวิตตามศาสตร์ฮวงจุ้ยกับ “ซินแสสมปอง”

ถือเป็นกรณีพิเศษจริงๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ย เจ้าของรายการ “ซินแสสมปอง – FuFengshui” ทางช่องยูทูบมาช่วยเผยเคล็ดลับความสมดุลของพลังชีวิต ที่ศาสตร์จีนโบราณเรียกขานกันว่า หยิน และ หยาง โดยนำหลักนี้มาใช้แก้ปัญหาองค์กร ชีวิตส่วนตัว ไปจนถึงเรื่องสุขภาพ

นอกจากนี้ “ซินแสสมปอง” ยังเป็นที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ย FuFengshui – The World Fengshui Solution Consultant ไขรหัสลับชีวิต พลิกฟื้นชะตา ด้วยการปรับฮวงจุ้ยตามศาสตร์ซานเหอและซานหยวน ที่ปรึกษาจัดฮวงจุ้ยระดับอาจารย์ ประสบการณ์นานกว่า 25 ปี ทำให้ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องง่าย และพิสูจน์ได้จริงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น อเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ ญี่ปุ่น เป็นต้น

ครั้งนี้ แพรว ชวนสาวสวยมากความสามารถ “มัดหมี่ – พิมดาว พานิชสมัย” นักแสดงและเจ้าของธุรกิจ Digital & Event Creator ภายใต้ชื่อ Follow the star เปิดคอนโดหรู แล้วเชิญซินแสสมปองมาให้คำแนะนำ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ ที่ระยะหลังถือว่ากระทบต่อการใช้ชีวิตของเธอพอสมควร

“ปีที่แล้วมัดหมี่เข้าโรงพยาบาล 3 รอบค่ะ จากที่ไม่เคยแอดมิดเลย ช่วงนั้นงานเยอะ มีวันหนึ่งต้องถ่ายละครท่ามกลางควันกว่า 6 ชั่วโมง จนต้องเข้าโรงพยาบาล ปรากฏว่าค่าเม็ดเลือดขาวขึ้นสองหมื่นกว่า แสดงให้รู้ว่าร่างกายกำลังอักเสบ ตามด้วยเป็นไข้หวัดใหญ่ พออาการดีขึ้นก็มีอาการไทรอยด์เป็นพิษอีก คือร่างกายพังมาก”

ซินแสสมปองไขข้อสงสัยนี้ว่า “หลักของฮวงจุ้ยคือ ความสมดุลระหว่างหยินกับหยาง ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของการนำมาใช้งาน ถ้าไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ อาจไม่ทราบว่าพลังดีและพลังเสียอยู่ตรงไหนบ้าง โดยหลักพื้นฐานแล้วพลังเสียจะอยู่ที่ธาตุหยิน ถ้าเทียบตามหลักวิทยาศาสตร์ เช่น ห้องนอนอับชื้นซึ้งเป็นที่มาของเชื้อรา คือพลังหยิน พอเราไปอยู่อาศัย สุขภาพก็จะไม่ดี จึงต้องพยายามให้เป็นหยาง เพื่อทำให้พลังไม่ดีลดกำลังลง หรือแม้จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่หยิน ก็จะไม่ป่วยหนักมาก

“หลายคนถามผมว่า ฮวงจุ้ยบ้านกับคอนโดมีความแตกต่างกันอย่างไร ความจริงไม่ได้ต่างกันจนเป็นนัยยะสำคัญ แต่คอนโดมีองค์ประกอบเยอะกว่า เราต้องดูตั้งแต่ประตูโครงการ ตัวตึกหันไปทางทิศไหน เมื่อเข้าไปภายในแล้ว โถงของคอนโดเป็นอย่างไร เดินไปที่ลิฟต์สะดวกไหม คับแคบ หรือเพดานต่ำไปไหม บางครั้งต้องดูไปถึงจำนวนลิฟต์ด้วยว่ามากน้อยอย่างไร คือทุกอย่างมีผลกระทบต่อคนอาศัยทั้งหมด ไม่ใช่แค่เจ้าของห้องใดห้องหนึ่งนะครับ อย่างคอนโดของคุณมัดหมี่ ทางเดินค่อนข้างกว้าง สว่าง ไม่อับลม แต่ถ้าสุดทางเดินทำเป็นช่องหน้าต่างเล็กๆ แล้วเปิดแง้มไว้ให้ระบายลม ก็จะช่วยให้พลังงานในแต่ละห้องดีขึ้นอีก”

ห้องนอน VS ห้องน้ำ

“เนื่องจากพื้นที่ห้องนอนของคุณมัดหมี่ เชื่อมติดกับห้องน้ำ โดยมีเพียง Walk in Closet คั่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า ห้องน้ำเป็นพลังงานไม่ดี ขณะที่ห้องนอนควรมีแต่พลังงานสะอาด เพราะฉะนั้นห้องน้ำกับห้องนอนไม่ควรเชื่อมติดกัน เมื่อพลังที่ไม่ดีของห้องน้ำออกมาที่ตู้เสื้อผ้า แล้วไม่มีบานประตูปิดอย่างนี้ พลังไม่ดีก็จะตรงเข้าห้องนอนได้เลย กลายเป็นว่าตู้เสื้อผ้าคือประตูห้องน้ำไปโดยปริยาย แล้วยังชนกับเตียงพอดี ไม่ว่าจะโดนส่วนไหนของร่างกายก็จะมีอาการเจ็บป่วยตรงนั้น วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ การทำบานประตูปิด Walk in Closet

“อย่างที่ผมบอกเสมอว่า ถ้าฮวงจุ้ยแก้ได้ไม่สมบูรณ์ ตัวเราเองต้องช่วย อย่างเคสบ้านคุณมัดหมี่จะต้องเลือกว่า ถ้าแก้ไขตรงตู้เสื้อผ้าไม่ได้ ก็ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น

“ในห้องนอนปิดม่าน ทำให้ห้องอับชื้น เกิดพลังหยิน แล้วกว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดแล้ว ยิ่งเป็นการเพิ่มพลังหยินให้มากขึ้นไปอีก จนร่างกายอาจมีปัญหา นอกจากนี้ยังทำให้เฉื่อยชา หนักๆ เข้าจะแยกตัวออกจากสังคม

“ฉะนั้นเมื่อตื่นนอนตอนเช้า หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ควรเปิดม่านหรือหน้าต่างเพื่อให้แสง ซึ่งเป็นพลังหยางได้ผ่านเข้ามา และยังช่วยให้อากาศถ่ายเท ถือเป็นหลักพื้นฐานของฮวงจุ้ยที่ทั้งคนอยู่บ้าน หรือคอนโดต้องทราบ

“สำหรับเตียงนอน เมื่อรวมกับพื้นที่ของห้องแล้ว ตำแหน่งเตียงจะมีดาวที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องเกี่ยวกับภูมิแพ้ ระบบประสาทในร่างกาย และระบบไหลเวียนของหลอดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่เราจะปิดจุดเสียด้วยการวางของสีแดง อย่างหมอน ภาพวาด แจกันดอกไม้ แต่ต้องเข้าใจว่า การวางของเป็นเพียงการปรับสมดุลของพลังเท่านั้น ไม่ได้ทำให้พลังไม่ดีหายไป แต่ถ้าไม่วางอะไรช่วยเลยในรอบ 360 วัน พลังก็แสดงตัวตลอด เมื่อเราวางไปแล้ว แม้การแสดงพลังยังอยู่ แต่จะสามารถ recover ร่างกายกลับมาได้”

ห้องครัวช่วยสร้างพลังหยาง

“อะไรก็ตามที่สร้างความร้อน ถือว่าเป็นพลังหยาง อย่างมุมครัวที่อยู่ภายในพื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่น ซึ่งเปิดแอร์ตลอดทั้งวัน ในทางฮวงจุ้ย เตาไฟจะส่งผลต่อธุรกิจการเงิน โชคดีที่เตาไฟอยู่ตำแหน่งที่ดีอยู่แล้ว ถ้าจะให้พลังเกิดความสมดุลควรเปิดเตาไฟเพื่อใช้งาน อย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง จะต้มน้ำ ต้มบะหมี่ หรือทอดไข่ ได้หมด

“อย่างที่ผมพูดเสมอว่า การนำศาสตร์ฮวงจุ้ยมาใช้ได้ดีและเกิดประโยชน์ที่สุดคือการใช้เพื่อแก้ไขจุดเสีย หรือเปลี่ยนพลัง สร้างสมดุล ฮวงจุ้ย จึงไม่ได้เป็นแค่ความเชื่อ แต่เป็นภูมิปัญญาโบราณที่ส่งต่อกันมานับพันปี”

วันนี้ที่รอคอย! 'ฟลุค เกริกพล & นาตาลี' จัดฉลองมงคลสมรสสุดอลัง มี 'น้องนาตาชา' อบอุ่นครบทีม

วันนี้ที่รอคอย! ‘ฟลุค เกริกพล & นาตาลี’ จัดฉลองมงคลสมรสสุดอลัง มี ‘น้องนาตาชา’ อบอุ่นครบทีม

หลังจากคู่รักสุดหวาน “ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช และ นาตาลี เจียรวนนท์” เข้าพิธีวิวาห์เมื่อปี 2563 แต่ต้องเลื่อนงานพิธีฉลองมงคลสมรสเนื่องจากสถานการณ์โควิด ซึ่งผ่านมากว่า 4 ปี ล่าสุดมีข่าวดีรับปีมังกรทอง ทั้งคู่ถือฤกษ์ดีจูงมือกันเข้าสู่พิธีฉลองมงคลสมรสในวันที่ 9 มีนาคม 2567 ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ถูกถ่ายทอดผ่านแฮชแท็ก #LeeFlukeEverAfterแสดงถึงความรักเรื่องราวของบ่าวสาว ความหมายคือเราก็จะอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ตลอดไป รักกันตลอดไป ท่ามกลางบรรยากาศของความรักแสนอบอุ่น สไตล์สวนอังกฤษ เต็มไปด้วยดอกไม้โทนสีชมพูอ่อน สีโปรดของเจ้าสาว ความพิเศษของงานแต่งในครั้งนี้ก็คือการได้มีลูกสาวลูกชายของทั้งคู่ร่วมเป็นสักขีพยานทั้ง น้องนาตาชา และ น้องอชิ พร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งพิธีการฉลองมงคลสมรสในช่วงเย็น น้องอชิ นำขบวนเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวเข้ามา และมี น้องนาตาชา รับหน้าที่โปรยดอกไม้ เจ้าสาว&เจ้าบ่าว (คุณพ่อและคุณแม่) สวยหล่อดุจดั่งเจ้าหญิงเจ้าชาย อบอุ่นสมกับเป็นงานแต่งในฝัน

สำหรับงานฉลองมงคลสมรสเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้เผยความรู้สึกว่า
นาตาลี : “ตื่นเต้นค่ะ เพราะเราตั้งใจจะจัดงานนี้มาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว มีความจำเป็นต้องเลื่อนไปเนื่องจากโควิด ด้วยเวลามาลงตัวเป็นตอนนี้ รอคอยวันที่จะได้จัดมานาน สมความตั้งใจแล้ว เราสองคนพยายามทำให้เต็มที่หวังว่าทุกอย่างจะผ่านอย่างราบรื่น แขกทุกท่านแฮปปี้มีความสุขได้ฉลองไปกับเราค่ะ”
ฟลุค : “รอคอยมายาวนานจริงๆ ครับ แล้วก็เป็นวันที่น้องลีรอคอยมา 4 ปี แต่จริงๆ สำหรับผู้หญิงทุกคนที่เกิดมาบนโลกน่าจะเป็นความฝันของทุกคนที่รอคอยวันแต่งงาน อยากเป็นเจ้าสาว รู้สึกดีใจครับที่ได้ทำในสิ่งที่เค้าตั้งใจจะทำ เราก็เต็มที่กับงานแต่งจริงๆ ครับ”

(ภาพ “ฟลุค & นาตาลี” ช่วงแถลงข่าวเรื่องพิธีฉลองมงคลสมรสในวันนี้ (9 มีนาคม 2567) กับสื่อมวลชนที่มากันอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ)

หลังจากใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
นาตาลี : “เราค่อนข้างศึกษาดูใจกันมาเป็น 10 ปีเราเลยรู้จักกันและกันค่อนข้างเยอะมาก พอได้แต่งงานเมื่อสี่ปีที่แล้วแล้วได้ใช้ชีวิตอยู่กันจริงๆ แถมตอนนั้นเป็นโควิด หมายถึงว่าเป็นช่วงโควิดที่เค้ามีการกักตัวห้ามออกจากบ้าน คือช่วงเวลาที่เราแต่งงานเลยได้ใช้ชีวิตกันจริงๆ ก็คือดีนะคะ ไม่มีการทะเลาะใดๆ ก็รู้จักตัวตนกันมากขึ้นไปอีก เราค่อนข้างเป็นตัวเองกันอยู่แล้วเลยไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์บวกกับเรามีลูกกันด้วยเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาก เหมือนเราดูแลลูกซะเยอะแล้วมาเจอโควิดอีก ชีวิตมันก็จะไม่ปกติมากเพิ่งจะมาปกติปีหลังๆ ที่แบบคนเริ่มชินกันแล้วก็..ถ้าถามว่าเปลี่ยนแปลงไหม ในความเป็นตัวเองก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความเป็นพ่อเป็นแม่มากขึ้น ห่วงลูกเยอะมาก เวลาของคนสองคนก็จะน้อยลงมากแล้วก็พยายามไปเติมความหวานด้วยกัน ออกไปเดทดินเนอร์กันบ้างที่มีสองคนหรือก็มีบ้างนานๆ ทีที่ไปทริป”

(ภาพ “ฟลุค & นาตาลี” ช่วงแถลงข่าวเรื่องพิธีฉลองมงคลสมรสในวันนี้ (9 มีนาคม 2567) กับสื่อมวลชนที่มากันอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ)

ทั้งคู่มีอะไรอยากบอกซึ่งกันและกัน?
ฟลุค : “อยากขอบคุณที่เป็นภรรยาที่น่ารัก สม่ำเสมอ เป็นแม่ที่ดีกว่าที่หวังเอาไว้ด้วยซ้ำ รู้สึกโชคดีที่เราได้มีลูกที่น่ารักมาก แล้วลีก็เป็นแม่ที่น่ารักจริงๆ”
นาตาลี : “พี่ฟลุคเขาไม่ใช่คนที่หวานและก็โรแมนติก แต่เขาก็แสดงให้รู้ตลอดว่าเขารักนะ เขาห่วงนะ เขาก็จะมีวิธีดูแลเราในแบบของเขา ซึ่งไม่เหมือนใคร ทำให้เรารับรู้ได้ว่าเขารักแล้วห่วง ในขณะเดียวกันยิ่งตอนนี้เรามีลูก เราเป็นไม่ใช่แค่สามีภรรยาอย่างเดียว แต่เราเป็นพ่อและแม่ของลูกแล้ว ก็คือประทับใจว่าเขาก็เป็นพ่อที่น่ารักจริงๆ แล้วก็พยายามดูว่าเราขาดตรงไหนไหม เขาก็จะคอยดูแลเราแบบที่ไม่ได้หวานมากแต่รู้ว่าดูแล รวมถึงดูแลนาตาชาด้วย ก็ประทับใจที่ผ่านมาถ้านับจากวันที่คบกันจนวันนี้ก็ 14 ปีแล้ว เขาก็คือยังเป็นเขาคนเดิมที่ก็ทำให้เรารับรู้ได้ตลอดว่าเขารักเรานะด้วยวิธีของเขา ขอบคุณเค้ามากค่ะ”

ก่อนมาถึงวันนี้น้องนาตาชาตื่นเต้นไหม? เตรียมพร้อมยังไงบ้าง?
นาตาลี : “น้องนาตาชาก็ยังไม่รู้หรอกค่ะว่าการแต่งงานคืออะไร ก็บอกเขาตั้งแต่แรกแล้วค่ะว่านาตาชาจะไปงานแต่งงานของแม่แม่กับก่าก๊านะ ใส่ชุดสวยๆ สีขาวถือดอกไม้ ต้องทำแบบนี้นะ เราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะทำได้แค่ไหน เป็นเด็กจะหวังอะไรมากก็ไม่ได้ เราตัดชุดให้นาตาชาให้คล้ายของแม่ที่สุด เอาไว้สองชุดซึ่งชุดแรกก็จะคล้ายแม่ได้มากหน่อยแต่ชุดที่สองที่เป็นชุดพิธีจะคล้ายมากไม่ได้เพราะชุดแม่มันหนักอลังการมาก ปักทั้งตัว ซึ่งจะให้นาตาชาใส่แบบนั้นคงไม่ไหว เพราะมันจะหนักและแบบไม่เหมาะกับเด็ก เราก็ดีไซน์ให้คล้ายเราให้มีความเป็นเด็กให้มากที่สุด ให้มีฟีลคล้ายๆ เรา ที่ลุ้นมากตอนนี้คือนาตาชาเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองแล้วเค้าจะเลือกชุดเองอะไรเอง อยู่ดีๆ ช่วงหลังกลัวชุดฟู ไม่ใส่เลย เลยปรับแบบให้มินิมอลที่สุด หวังว่าเค้าจะใส่ เพราะเด็กบังคับไม่ได้ก็หวังว่าวันนี้จะราบรื่น แต่ก็ทำใจแล้วว่าอะไรจะเกิดก็เกิดอย่างน้อยเค้าก็ได้มาร่วมงานดีที่สุดแล้ว ไม่ได้บังคับใจเขาเกินไป ช่วยกันลุ้นหน่อยนะคะว่าจะได้ใส่ชุดที่เตรียมมาไว้หรือเปล่า”

น้องนาตาชาพูดเก่งน่ารักมาก เค้าบอกอะไรกับคุณพ่อคุณแม่ไหม?
นาตาลี : “ก็คือว่าพอรู้ว่าจะมีงานแต่งงานแม่แม่จะได้ใส่ชุดขาว จะได้ถือดอกไม้ เวลาที่บอกจากที่บ้าน เค้าก็จะตื่นเต้น ชาจะถือดอกไม้ ชาจะไปงานแม่แม่ แม่แม่จะต้องสวยสวย ชาจะต้องสวย ก๊าจะต้องหล่อมาก เพราะเราจะพูดแนวว่าไปงานเต้นรำ เพื่อบอกให้เค้าเห็นภาพว่าเป็นงานเต้นรำเป็นงานแต่งงาน เป็นงานพิเศษเพื่อจะบิวต์เค้า ให้เค้าใส่ชุดสวยๆ เค้าก็น่ารักทำเป็นตื่นเต้นใหญ่ ชาจะได้ไปงานจะได้ใส่ชุดสวย แม่จะสวย ก๊าจะหล่อ”

จะมีฮันนีมูนอีกไหม? จะมีน้องให้นาตาชาอีกไหม? (ถ้ามี) อยากได้ลูกสาวหรือลูกชาย อีกกี่คน? มีแพลนยังไง?
นาตาลี : “จะมีน้องให้นาตาชาอีกไหม อันนี้ยังเป็นเรื่องที่เรายังตกลงกันอยู่ เดี๋ยวถ้ายังไงถ้ามีจริงก็คงได้รู้อีกไม่นาน ถ้าไม่มีก็ไม่มีแล้วค่ะปีนี้ แต่ถ้าถามจำนวน ก็คือถ้าตกลงว่าจะมีก็จะมีอีกคนพอค่ะ ส่วนจะเป็นลูกชายหรือลูกสาวที่อยากได้ก็ไม่เลือกค่ะ ตอนแรกก่อนที่มีนาตาชาก็คิดไว้อยากมีลูกสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งมันจะเฟอร์เฟคเลย แต่ว่าพอมีนาตาชามาปุ๊บ เหมือนเขาเติมเต็มมากจนเรารู้สึกว่ามีเขาคนเดียวก็พอแล้วเพราะเขาแบบสุดแล้วจริงๆ แล้วเอาเวลามาดูเขาเต็มที่ดีกว่าคนเดียว แต่ทีนี้คิดไปคิดมาควรมีน้องให้เขาไหมเขาจะเหงาไหม และถ้ามีจะมีผู้ชายผู้หญิง กลายเป็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายแล้วเพราะผู้หญิงก็น่ารักมาก ฉะนั้นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้ถ้าจะมี”
ฟลุค : “แพลนหลังจากนี้คือเรายุ่งมากจริงๆ คือเรากำลังจะเปิดร้าน ที่กำลังจะไปอเมริกา เราจะต้องไปเทรนนิ่งที่อเมริกา ไม่ได้มีแพลนอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราค่อนข้างยุ่งจริงๆ โดยเฉพาะผมยุ่งมาก แพลนก็ไปทำงาน อาจจะมีโอกาสได้เที่ยวบ้างในบางวันที่หยุดพัก ก็ไปกับครอบครัวครับ น้องนาตาชาก็ไปด้วยครับ”


คาเพลลา แอนด์ เฟรนส์ ค่ำคืนอันแสนอบอุ่นริมแม่น้ำกับความอร่อยสไตล์อิตาเลียน

คาเพลลา แอนด์ เฟรนส์ ค่ำคืนอันแสนอบอุ่นริมแม่น้ำกับความอร่อยสไตล์อิตาเลียน

โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เปิดตัว “คาเพลลา แอนด์ เฟรนส์” งานสังสรรค์ยามเย็นครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567 ณ สนามหญ้าอันร่มรื่นของรีสอร์ตริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยงานจัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงมาพบปะสังสรรค์ คาเพลลา แอนด์ เฟรนส์ จึงเปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองให้กับมิตรภาพและจิตวิญญาณของชุมชนท้องถิ่น อีกทั้ง งานนี้ยินดีต้อนรับแขกทุกวัย รวมถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักของทุกท่าน มาร่วมดื่มด่ำไปกับอาหารชั้นเลิศและบรรยากาศกลางแจ้งอันแสนรื่นเริง

ใครเป็นสายชิมและหลงใหลอาหารอิตาเลียนต้องลอง เพราะทางโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ร่วมมือกับเชฟและร้านอาหาร อิตาเลียนชั้นนำทั้ง 7 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์แสนอร่อยที่เต็มไปด้วยความพิเศษตามฉบับอิตาเลียนแท้

  • Giglio (จิกริโอ) – ร้านอาหารทัสคานีแห่งนี้นำเสนอเสน่ห์เหนือกาลเวลา โดยเมนูพาสต้าปีซี่ฉบับโฮมเมดของ Giglio เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการแสดงความมุ่งมั่นที่จะปรุงอาหารตามฉบับดั้งเดิมอย่างแท้จริง
  • Italian Osteria (อิตาเลียน ออสทีเรีย) – นำโดยเชฟแอนนา บอร์ราซี ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเมนูอาหารที่จะพานักชิมทุกท่านเดินทางไปทั่วทั้ง 20 ภูมิภาคของประเทศอิตาลี นำเสนอผ่านอาหารแต่ละจานที่เต็มไปด้วยศิลปะและเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมทางอาหาร
  • L’Oliva (โลลิว่า) –  ร้านอาหารอิตาลีแบบครอบครัวสไตล์อาบุซโซแห่งนี้นำเสนออาหารอันแสนอบอุ่นตั้งแต่ลาซานญ่าไปจนถึงปลากระพงขาวแสนอร่อยที่ห่อหุ้มด้วยเกลือสินเธาว์
  • Cetara (เซตาร่า) – ร้านอาหารแห่งนี้เปิดให้บริการในปี 2564 ตั้งใจเชิดชูการทำอาหารฉบับชายฝั่งอามาลฟีอันงดงาม นำเสนอผ่านสูตรอาหารทะเล สไตล์อิตาเลียนแท้ ที่เต็มไปด้วยความประณีต
  • Appia (แอพเพีย) – เชฟเปาโล วิตาเลตติ เจ้าของร้านนำรสชาติที่แท้จริงของอาหารอิตาเลียนสไตล์โรมันมาสู่กรุงเทพฯ ด้วยการนำเสนอเมนูที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยรสชาติสไตล์โรมันอย่างที่เขาเติบโตมา
  • Pizza Massilia (พิซซ่า มาซิเลีย) – พบกับพิซซ่าแสนอร่อยสไตล์อิตาเลียนร่วมสมัย ทุกคนจะได้ลิ้มรสเรื่องราวของประเทศอิตาลีผ่านวัตถุดิบที่ล้ำเลิศและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
  • Peppina  (เปปปิน่า)– เจ้าของตำแหน่งร้านพิซซ่าที่ดีที่สุดในประเทศไทย ร้านแห่งนี้รังสรรค์พิซซ่าด้วยความคราฟต์ โดยยึดถือขั้นตอนและกรรมวิธี ดั้งเดิมตามฉบับองค์กรพิซซ่านโปเลียน (Associazione Verace Pizza Napoletana) อย่างเคร่งครัด

ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำ งานเฉลิมฉลองอันงดงามครั้งนี้จะพร่างพรายไปด้วยอาหารอิตาเลียนอันเลิศรส รวมถึงเมนูไฮไลต์หารับประทานยาก อาทิ พอร์เชตต้า (หมูสามชั้นอบสไตล์อิตาเลี่ยน), พิซซ่าหน้าฟินอคคิโอนา (ซาลามี่ผสมเมล็ดยี่หร่า), เนื้อแกะเสียบไม้สไตล์โรมัน และ สปาเก็ตตี้อัลลาชิตาร่า ซอสเนื้อ อีกทั้ง งานนี้ยังถือเป็นโอกาสพิเศษที่ทุกคนจะได้พบกับเชฟชาวอิตาลี ฝีมือดีจากทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะมายืนปรุงเมนูซิกเนเจอร์และอาหารจานพิเศษให้เห็นเองกับตา ณ ลานกว้างอันหรูหราของโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ โดยงานนี้มี ค่าเข้าร่วม 2,800 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมรับเมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียน หรือ Antipasti จากทีมห้องอาหารของโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ

และเพื่อยกระดับบรรยากาศสไตล์อิตาลีให้น่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น บาร์เทนเดอร์ รับเชิญชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียงจะมาร่วมผสมเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยสุดคลาสสิก อย่าง เนโกรนี และ สปริตซ์ เพื่อเสิร์ฟให้กับทุกท่าน ก่อนพาทุกคนไปสัมผัส ประสบการณ์สไตล์อิตาลีอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ด้วยการแสดงสดและการจับรางวัลสุดพิเศษที่จะมาพร้อมกับรางวัลใหญ่ในช่วงค่ำ

งานคาเพลลา แอนด์ เฟรนส์ ในครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567 เวลา 18.00 – 22.30 น. บัตรเข้างานมีจำนวนจำกัด แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่าน https://capella.life/capellaxfriends และเบอร์ 02-098-3888 


Jo Malone London introduces Scented Mementos.. คอลเล็คชั่นกลิ่นหอมรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น

introduces Scented Mementos..  Brit Collection จาก Jo Malone London เผยโฉมคอลเล็คชั่นกลิ่นหอมรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากผลงานการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำอันล้ำค่าจาก Antique Market ตลาดที่รวมของลํ้าค่าของประเทศอังกฤษ ในคอลเลคชั่นประกอบด้วย

  • Ginger Beer กลิ่นสไปซี่วู้ดดี้ที่ได้แรงบันดาลใจจากความมีชีวิตชีวาของเครื่องดื่มสไตล์อังกฤษ ที่มีความสดชื่นอัน เจิดจ้าจาก Ginger ที่ตัดกับสัมผัสของความอบอุ่นที่ปลอบประโลมของ Cinnamon และ Roasted Oak ที่น่าหลงใหล
  • Passiflora กลิ่นหอมของดอกไม้สีเหลืองอำพันที่ได้แรงบันดาลใจจากกลีบดอกไม้อันโดดเด่นเจิดจ้า ผสานไปกับกิ่งก้านสาขาอันอลังการของ ต้น Passiflora จากแดนไกล กลิ่นฟลอรัลที่นุ่มนวลดุจ รังไหมที่โดดเด่นขึ้นด้วยฮันนี่ซัคเคิลที่เปล่งประกาย และปิดท้าย ด้วยกลิ่นอัลมอนด์ที่รุ่มรวย อบอุ่น ของถั่วตองก้า
  • Emerald Thyme กลิ่นซีทรัสหอมกรุ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนพฤกษศาสตร์อันน่าหลงใหล กลิ่นของเลมอนที่สดใสเข้ากันได้อย่างลงตัวกับก้านของใบไทม์ และโรสแมรี่ ที่ส่งกลิ่นหอมนวลที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายในผืนมอสอันอบอุ่น
  • Musk Memento กลิ่นหอมสะอาดของมัสก์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสบู่ก้อนแบบดั้งเดิมของชาวอังกฤษ กลิ่นอายของความทรงจำและสัมผัสอันแสนสบายถูกบันทึกไว้ในกลิ่นหอมสะอาดของมัสก์และอัลดีไฮด์ รวมทั้งกลิ่นหอมโปรยปรายของลาเวนเดอร์อังกฤษและซีดาร์วู้ดที่สง่างาม

กลิ่นหอมคอลเล็คชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ทั้งหมดของการสะสมของโบราณ ที่ไม่ว่าคุณจะไปเยี่ยมชมร้านของเก่าระดับไฮเอนด์ หรือร้านขายรองเท้าบูตธรรมดาๆ การได้ค้นพบเรื่องราวที่แตกต่างกันไปตามเรื่องเล่า เบื้องหลังของของสะสมโบราณเหล่านี้

แต่ละกลิ่นหอมบรรจุในขวดน้ำหอม และกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ควรค่าแก่การสะสม ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์คอลเล็คชั่น และหากซื้อกลิ่นหอม สองกลิ่น หรือสี่กลิ่น จะได้รับกล่องของขวัญสไตล์วินเทจรุ่นพิเศษ อันน่าจดจำ


CHLOÉ เปิดตัว L’EAU DE PARFUM LUMINEUSE ผสานความหวานละมุนของดอกกุหลาบและวานิลลาได้อย่างลงตัว

CHLOÉ เปิดตัว L’EAU DE PARFUM LUMINEUSE ผสานความหวานละมุนของดอกกุหลาบและวานิลลาได้อย่างลงตัว

CHLOÉ เผยโฉม น้ำหอม Signature L’Eau de Parfum Lumineuse ใหม่ล่าสุด ที่ผสานความอ่อนหวานและความเปล่งประกายของดอกกุหลาบเข้ากับความหอมอันหวานละมุนของวานิลลาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ถ่ายทอดความเป็นดอกกุหลาบในตำนานของ Chloé ได้อย่างโดดเด่นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ชวนให้นึกถึงจิตวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยอิสระของหญิงสาวผู้มีความงดงามตามธรรมชาติ

เป็นน้ำหอมวีแกน (vegan) ที่สร้างสรรค์ด้วยแอลกอฮอล์และน้ำที่ได้มาจากธรรมชาติเท่านั้น ปราศจากสารคัดกรอง หรือสารแต่งสีสังเคราะห์ใดๆ ผสานกลิ่นหอมสดชื่นของดอกกุหลาบอันโดดเด่น ผสมเข้ากันกับกลิ่นหอมอันอบอุ่นของวานิลลา พร้อมเผยความเปล่งประกายของกลิ่นหอมแบบฟลอรัลแอมเบอร์ ที่ผสานกลิ่นหอมของดอกบัลซามิก (Balsamic) และอำพัน (Amber) ผสมเข้ากับความนุ่มละมุนของดอกมะลิลา (Jasmine sambac) ที่มาช่วยเสริมความหอมนุ่มลึกระหว่างกลิ่นโทนหวานและกลิ่นดอกไม้ จนกลายมาเป็นน้ำหอมสุดพิเศษสำหรับผู้หญิงที่เปล่งประกายเจิดจรัส เหมาะสำหรับทุกโอกาส และยังติดทนนานตลอดวัน

บรรจุในขวดแก้วที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนววินเทจที่งดงามเหนือกาลเวลา พร้อมฝาปิดสีเงินเรืองรอง ในขณะที่ดีไซน์แพคเก็จด้านนอกได้รับการออกแบบเป็นสีเบจ แซมด้วยลูกเล่นรายละเอียดสีเงิน สะท้อนกลิ่นหอมเปล่งประกายภายใน ส่วนคอขวดประดับด้วยริบบิ้นสีเบจ ผูกด้วยมือที่ดูแปลกตาไปจากเดิมด้วยการตัดเย็บสติตช์ด้ายสีชมพูละเอียดอ่อนที่มาช่วยเติมสีสัน ซึ่งถือเป็นการนำรหัสแฟชั่นอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ Chloé มาปรากฏบนน้ำหอมเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ตัวขวดน้ำหอมยังผลิดจากแก้วรีไซเคิล 25% และตัวริบบิ้นยังผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% อีกด้วย


BFF จัดเสวนาเพื่อนสนิทสายบิวตี้ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้บุกเบิกร้านมัลติแบรนด์ความงามลักซ์ชัวรี่แห่งแรกในไทย

“BFF” ร้านมัลติแบรนด์ ผู้จัดจำหน่ายสกินแคร์ เครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์ นิช และลักซ์ชัวรี่แห่งแรกในประเทศไทย เปิดเวทีเสวนาพิเศษภายใต้หัวข้อ “BFF Bond with Beauty: เพื่อนสนิทสายบิวตี้” นำโดย ศจิกา ทองสุข ผู้ก่อตั้ง BFF พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ ผู้ซึ่งสนใจและชื่นชอบการดูแลสุขภาพและความงามระดับลักชัวรี่ ร่วมการเสวนาดังกล่าวด้วย

ศจิกา ทองสุข ผู้ก่อตั้ง BFF เผยว่า “ปัจจุบัน BFF มีธุรกิจร้านมัลติแบรนด์ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เมคอัพ อาหารเสริม และสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี่ ถึง 58 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ 111SKIN, Evidens de Beaute, CellCosmet, Philip B, Oribe และอีกมากมาย ซึ่งเปิดให้บริการมากถึง 8 สาขาทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงช่องทางจัดจำหน่ายทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของ bffbangkok.com, นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจคลินิกเพื่อสุขภาพ ความงาม และการชะลอวัย ภายใต้ชื่อ ‘The Wellness by BFF’ โดยมีการนำผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงต่างๆ ซึ่งจำหน่ายอยู่ในร้าน BFF มาใช้ในทรีทเม้นต์และโปรแกรมต่างๆ ภายในคลินิก เพื่อยกระดับประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของเรา”

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในการดูแลผิวพรรณและสุขภาพความงามมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน อย่างแรกคือการสังเกตตัวเอง เราจำเป็นจะต้องรู้ว่าสภาพผิวตัวเองเป็นแบบไหน มีปัญหาอะไรบ้างที่พบอยู่ประจำ เราจะได้ป้องกันได้ก่อนปัญหาจะเกิด และมีผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่เราแพ้หรือไม่ ในส่วนที่สองคือการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ด้านความงามต่างๆ โดยในปัจจุบัน เราสามารถท่องอินเตอร์เน็ตเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย การหาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อเท็จจริงต่างๆ จึงสามารถทำได้ทุกเวลาในชีวิตประจำวัน และการที่เรายิ่งมีความรู้มากๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้านความงาม หรือเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และส่วนผสมต่างๆ ก็จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้เรานำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับการดูแลตัวเองและคนที่เรารักได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ข้อปฏิบัติพื้นฐานที่ใครๆ ก็รู้กันแต่ทำไม่ค่อยได้ ก็ยังเป็นสิ่งที่ใช้ได้อยู่เสมอ เช่น การหลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดด พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ ล้างหน้าให้สะอาด และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเสมอ เป็นต้น ลองทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตรและจะเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพ ผิวพรรณ และอารมณ์ที่แจ่มใสขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การพบแพทย์เพื่อใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการดูแลตัวเอง รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ดีและรับประทานอาหารเสริม ก็จะยิ่งช่วยให้เราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของเราได้ค่ะ”

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัววิดีโอชุดพิเศษ “นิยามของคำว่าเพื่อนสนิท เพื่อนสนิทสายบิวตี้ – BFF Best Friend Forever” ที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “เพราะเราเชื่อว่าทุกคนนั้นล้วนมีเพื่อนสนิทเรื่องความงามอยู่ใกล้ตัวเสมอ เพื่อนที่มาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ความงาม เพื่อนที่มอบแต่สิ่งที่ดีให้ เพื่อนที่เข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ และทุกคนต่างมองหาเพื่อนสนิทชิ้นถัดๆ ไป…BFF พร้อมจะยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะเพื่อนสนิทของสาวๆ ทุกคน” ตอกย้ำภาพลักษณ์และศักยภาพอันแข็งแกร่งของ BFF ในฐานะผู้บุกเบิกร้านมัลติแบรนด์เพื่อความงามและไลฟ์สไตล์ครบวงจรระดับลักชัวรี่แห่งแรกในประเทศไทย


เจาะงานออกแบบสองผู้ผลักดันเฟอร์นิเจอร์และสถาปัตยกรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ

จากความสำเร็จของงาน บางกอก ดีไซน์ วีค 2024 ที่ได้รับความชื่นชมและการตอบรับรับจากผู้เข้าชมจำนวนมาก เวอร์เทียร์ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของคนไทย นำโดยคุณ วรวุฒิ จันทวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี เดคคอร์ จำกัด ได้ร่วมสร้างแรงขับเคลื่อนผ่านงานดีไซน์ “คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” โดยเข้าใจบริบทถึงความหลากหลายในการเลือกใช้วัสดุ จึงเป็นที่มาของการออกแบบโต๊ะในชื่อ  “Asteriod” ที่ท้าทายงานดีไซน์จากการนำชิ้นส่วนของหินธรรมชาติที่เหลือจากการผลิตชิ้นงาน ที่มีความหลากหลาย ทั้งลวดลายของเส้นหินธรรมชาติและสีสันที่แตกต่าง มาเป็นแรงบันดาลใจในงานดีไซน์ครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ชิ้นส่วนที่เหลือจากการผลิตก็สามารถนำมาสร้างคุณค่าเป็นชิ้นงานใหม่ที่สวยงามได้อีกครั้ง จึงเป็นที่มาของ  “Asteriod” อันหมายถึง ดาวเคราะห์น้อย เศษซากที่หลงเหลือจากการสร้างระบบสุริยะ ที่เมื่อรวมตัวกันแล้วก็เป็นอีกความงดงามหนึ่งในอวกาศได้เช่นกัน ด้วยแนวคิดการออกแบบภายใต้ Design Matters เพื่อ “สังคมน่าอยู่” โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศไทย แต่คำนึงถึงบทบาทในการนำไปใช้ในฐานะ “พลเมืองโลก” หรือ “Global Citizen” ที่เห็นคุณค่าของานดีไซน์ตั้งแต่กระบวนการคิด ผลิต จนถึงการนำไปใช้พร้อมส่งต่อความยั่งยืนในแง่ศิลปะผ่านการออกแบบของ เวอร์เทียร์

และด้วยกรุงเทพมหานคร ถูกจัดเป็น “เมืองท่องเที่ยว” อันดับต้นของโลก การสานต่อเพื่อสนับสนุนงานดีไซน์ของไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ จึงจับมือกับโรงแรม 137 พิลลาร์ โฮเทล สวีทแอนด์เรสซิเดนท์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอผลงานสุดพิเศษชิ้นนี้อีกครั้ง โดยนำมาจัดแสดงตรงบริเวณล็อบบี้ของทางโรงแรม  เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนใจกลางสุขุมวิท โดยได้รับเกียรติจากคุณ นิดา วงศ์พันเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการทั่วไป เครือโรงแรม 137 พิลลาร์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ผู้ซึ่งเข้าใจและเล็งเห็นถึงงานดีไซน์ของไทยมาอย่างยาวนาน หลังจากได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานโรงแรมบูทีคทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก จึงเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ของคนไทย โดยมีจุดกำเนิดมาจากบ้านไม้สักอายุร่วมร้อยปีในจังหวัดเชียงใหม่และถือเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจโรงแรมของครอบครัว คือ โรงแรม 137 พิลลาร์ เฮ้าส์ เชียงใหม่ ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555

หลังจากโรงแรมได้รับความนิยมสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับลักซ์ชัวรี่และประสบความสำเร็จในตลาดนานาชาติ เพื่อต่อยอดงานบริการของไทยที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของงานดีไซน์ท้องถิ่นจากเรือนไม้สักที่ได้รับการกล่าวถึงไปทั่วโลก จึงเป็นแรงผลักดันในการสร้างโรงแรมแห่งที่สองใจกลาง สุขุมวิท โดยมีคาแรคเตอร์ของความเป็นเมืองแต่ยังคงเรื่องราว เสน่ห์และอัตลักษณ์ของแบรนด์ 137 พิลลาร์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ไว้อย่างชัดเจน

เริ่มแล้ว “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION HEATWAVE HITTING” เปิดฤดูกาลซัมเมอร์ 2024

เปิดงานอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION HEATWAVE HITTING” งานที่รวบรวมซัมเมอร์คอลเล็คชั่นเพื่อสายแฟตัวจริง โดยงานนี้เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ได้ร่วมกับ นิตยสารแพรวนำทีมโดยครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ “มิลิน ยุวจรัสกุล” ได้มารังสรรค์โชว์พิเศษเปิดฤดูกาลซัมเมอร์ 2024 จากแบรนด์ชั้นนำให้ร้อนไปทั้งรันเวย์

ยกขบวนแฟชั่นโชว์กว่า 100 ลุคมาสะเทือนรันเวย์ประกอบด้วย 3 คอนเซปต์สุดร้อนแรงของแฟชั่นโชว์ SUMMER-CATION HEATWAVE HITTING

1.Solar Sunkissed ดูดี รู้สึกดี เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นดีที่สุดจุดพลังแห่งความสดใสและเร่าร้อนของฤดูร้อนนี้  เติมเอนเนอจี้ดีๆ เสริมความมั่นใจ  สร้างความเปล่งประกายแก่ผู้ส่วมใส่ให้ซัมเมอร์นี้เฉิดฉายแบบไม่ตกเทรนด์ ผ่านความเบาสบายของเสื้อผ้าที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน อาทิ เสื้อผ้าที่พริ้วไหว เติมด้วยดีเทลสีเอิร์ธโทนผสานความสดใส แอ็กเซสซอรี่ หมวกและแว่นตา เสื้อเชิ้ตลินิน ไปจนถึงลายฮาวาย การแต่งหน้าแบบเนเชอรัลลุคและกลิ่นอายของแสงแดด

2.Electric flare สะท้อนเอเนอจี้อย่างมีชีวิตชีวาสุดขีดด้วยสีสันที่สดใส เพิ่มความสนุกของการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าด้วยลวดลาย และการผสมสีของเสื้อผ้า เนื้อผ้า วัสดุเมทัลลิกผสานเข้ากับซิลลูเอทที่ฉีกกฎ และวัสดุที่ฉีกกรอบแฟชั่นในแบบเดิมๆ ตลอดจนเสื้อผ้าสปอร์ตแวร์และแอ็กเซสซอรี่สีนีออน เสริมด้วยไอเท็มผ้าพันคอ แว่นตากันแดดที่เพิ่มกิมมิคให้กับลุค พร้อมเมคอัพสีสันฉูดฉาดบนเปลือกตาและริมฝีปาก

3.Mirage maker ปรากฎการณ์ที่มักเกิดขึ้นในวันที่แสงแดดร้อนแรง สะท้อนภาพลวงตา สะกดทุกคนให้คนหลงใหล ด้วยความเย้ายวน ผ่านเสื้อผ้าที่เน้นความแกลม ซิลูเอทเผยสัดส่วนและเรือนร่างของทั้งหญิงและชาย แฝงความมิลเลนเนี่ยม สีเมทัลลิกและโทนสีดำที่ชวนน่าค้นหา พร้อมด้วยกลิ่นอายของเมคอัพแบบกลิตเตอร์บนใบหน้า และความโกลว์ของผิว

เปิดโชว์ด้วยความยิ่งใหญ่ของรันเวย์ที่ร้อนแรงที่สุดรับซัมเมอร์ 2024  คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด และ ลิมิเต็ด อิดิชั่นจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ากลุ่มเคอะมอลล์ รวมกว่า 120 แบรนด์ อาทิ ADIDAS, ALDO, CHARLES & KEITH, CC DOUBLE O, CPS CHAPS, FOOT LOCKER, GENTLEWOMAN, H&M, HLA CONCEPT STORE, JASPAL, JELLY BUNNY,JD SPORTS, LYN AROUND, MISTY MYNX, NEW BALANCE, POMELO, SUITCUBE, STEVE MADDEN, UNIQLO, URBAN REVIVO 

นำโดย “กลัฟ–คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” พระเอกหนุ่มหล่อสายแฟในงานนี้  และยังเป็นครั้งแรกที่รวมคนดังตัวท็อปจาก 5 เวทีประกวดใหญ่ระดับประเทศ  ไม่ว่าจะเป็น Miss Thailand Universe 2023, Next Universe 2023, นางสาวไทย 2567 , Mister International 2023 และ Miss Trans Thailand 2023 มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในเวทีเดียวกัน นำโดย แอนโทเนีย โพซิ้ว Miss Universe Thailand 2023 และ 1st Runner Up Miss Universe 2023 , นลิน-ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตร 1st Runner Up Miss Universe Thailand 2023 และ Miss Intercontinental 2023, อลิน-สุเมธารัตน์ โกเมซ Next Universe Junior 2023 , เมแกน แมคโดนัล Next Universe Teenage 2023, ดินสอสี-พนิดา เขื่อนจินดา นางสาวไทย 2567, คิม-ธิติสรรค์ กู๊ดเบิร์น Mister International 2023 ,ดร.พอลลี่-ณฑญา เป้ามีพันธ์ Miss Trans Thailand 2023 ร่วมด้วยดารานักแสดงและโมเดลมากมาย

ปิดท้ายรันเวย์ในวันนี้ด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดอบอุ่นจาก กลัฟ-คณาวุฒิ งานนี้เต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด และแรงซัพพอร์ทของแฟนคลับที่มาส่งกำลังใจให้กับแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ M Card อย่างล้นหลาม

ได้อินสไปเรชั่นจากรันเวย์ในวันนี้แล้ว อย่าลืมไปช้อปกันให้ฉ่ำ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม – 16 เมษายน 2567 ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ , งามวงศ์วาน , บางแค , บางกะปิ และเดอะมอลล์ โคราช

#TheMallLifestoreSummerCationHeatwaveHitting #TheMallLifestore #SUMMERCATION #ThemallThailand #Praewmag