ตรวจสุขภาพร่างกายแบบ Anti-Aging คืออะไร? ต่างจากตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร

ตรวจสุขภาพร่างกายแบบ Anti-Aging คืออะไร? ต่างจากตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร

คิดว่าตัวเองดูแลสุขภาพร่างกายดีหรือยัง? เพราะสุขภาพดีเริ่มได้ที่ตัวเรา อยากได้สุขภาพดี ต้องดูแลร่างกายให้ดี ช่วงต้นปีควรมาตรวจสุขภาพประจำปีกัน เพราะในแต่ละปีเราใช้ร่างกายกันหักโหม อยากตอบแทนร่างกายให้อยู่กับเราไปนานๆ ก็ต้องบำรุงรักษากันหน่อย

และในปัจจุบันนอกจากจะตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปแล้ว บางคนนั้นมีการตรวจสุขภาพในแบบ Anti-Aging เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการตรวจทั้ง 2 แบบมีการตรวจเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง การตรวจสุขภาพทั่วไป เป็นการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย ว่ามีแนวโน้มหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอะไรบ้าง หรือมีโรคเกิดขึ้นแล้วค่อยทำการรักษา

แต่การตรวจทาง Anti-Aging เป็นการตรวจหาความผิดปกติก่อนที่จะเกิดโรค เพียงแค่มีอาการหรือความเสื่อมเกิดขึ้น เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนไม่หลับ ความจำแย่ลง หรือสมรรถภาพทางเพศไม่ดีเหมือนเดิม ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดโรคก่อนแล้วค่อยมาตรวจ หรือไม่มีอาการอะไรก็สามารถมาตรวจได้ เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุก จะมีการตรวจลึกถึงระดับเซลล์ เช่น ตรวจระดับสารเคมี สารอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ฮอร์โมน ตรวจดูสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถค้นพบสาเหตุของอาการเสื่อมหรือความชราได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดโรคหรือมีความผิดปกติในร่างกาย และยังช่วยลดโอกาสเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการตรวจยีน การตรวจยีนเป็นหนึ่งในการตรวจแบบ Anti Aging เป็นการตรวจดูรหัสพันธุกรรมหรือ DNA ที่ประกอบมาเป็นร่างกายแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถใช้บ่งเอกลักษณ์ตัวบุคคลได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บอกข้อมูลด้านสุขภาพได้ในหลายแง่ด้วยกัน ได้แก่

  • ความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่น มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง สมองเสื่อม เป็นต้น
  • การตอบสนองต่อยา โอกาสในการแพ้ยา การเกิดผลข้างเคียง
  • ช่วยการวางแผนคัดกรองโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อการวางแผนครอบครัวได้
  • การวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมที่วินิจฉัยได้ยาก
  • ปัจจัยทางพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพ

ซึ่งข้อมูลด้านยีนส์หรือพันธุกรรม สามารถนำมาใช้ประกอบกับการตรวจสุขภาพด้านอื่นๆ ทำให้แพทย์ได้ข้อมูลที่ตรงจุด ช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพ และเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค วางแผนการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ แนะนำว่าควรตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป และการตรวจแบบ Anti-Aging ทั้ง 2 อย่างควบคู่กัน เนื่องจากเป็นการตรวจคนละแบบกัน ไม่สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งการนำข้อมูลทั้ง 2 ด้านมาประกอบกับ ก็จะยิ่งช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อการมีสุขภาพดีและอายุที่ยืนยาว

ข้อมูล: พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Total Check Up Center ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)
ภาพ: Pexels


ซูมอิน 2 แว่นตา Saint Laurent คีย์ไอเท็ม 4 ลุคไวรัลของ โรเซ่ BLACKPINK

กลายเป็นซิกเนเจอร์ไปโดยปริยาย! เมื่อ ‘โรเซ่ BLACKPINK‘ สวมแว่นตากันแดดในลุคออกงานจนไวรัลไปทั้งโซเชียล

ช่วงนี้ดูเหมือนศิลปินสุดฮ็อตของเรา ‘โรเซ่ BLACKPINK’ Global Ambassador ประจำ Saint Laurent จะอินกับการใส่แว่นตากันแดดเป็นพิเศษจนเกือบกลายเป็นลุคประจำตัวเมื่อต้องไปร่วมงานสำคัญไม่ว่าจะ Vanity Fair Oscar Party ที่เพิ่งผ่านไป หรือ Paris Fashion Week Fall/Winter 2024 ที่เธอไปเยือนมาไม่นานมานี้ก็เหมือนว่าคีย์ไอเท็มจะอยู่ที่แว่นตาสีดำที่เธอสวมใส่

โดยรุ่นที่ปรากฏอยู่ทั้ง 3 ลุค มีชื่อว่า ‘SL 461 BETTY‘ แว่นดีไซน์สี่เหลี่ยมที่เหมาะกับคนใบหน้ากลม, รูปไข่ และหัวใจ ซึ่งกรอบแว่นทำมาจากอะซิเตทและเลนส์แว่นจากไนลอน สนนราคา 16,600 บาท หากได้นำมาแมตช์ลุคต้องกลายเป็นเซเลบริตี้ท่านหนึ่งแน่นอน!

ส่วนในลุคต่อมาโรเซ่สวมแว่นตารุ่น ‘SL 633 CALISTA‘ มาพร้อมกับดีไซน์ Cat-Eye ซึ่งความพิเศษอยู่ที่สมารถลบความเหลี่ยมของใบหน้าลงได้ สำหรับเลนส์มาในวัสดุจากอะซิเตทและไนลอน โดยในปัจจุบันไม่มีให้สั่งบนเว็บไซต์ออนไลน์แต่ต้องไปซื้อถึงที่ช็อปเท่านั้น แถมประเทศไทยก็ยังหมดทุกสาขาอีกด้วย ดูเหมือนว่าจะเป็นไอเท็มฮ็อตจริงๆ ใครมีไว้ในครอบครองอยู่คงโชคดีเป็นไหนๆ เลยค่ะ


ภาพ: Saint Laurent และ Instagram @roses_are_rosie

“The First Omen กำเนิดอาถรรพ์หมายเลข” 4 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ลิงก์ตัวอย่าง: https://www.youtube.com/watch?v=BZhlu3E24w0

ชมตัวอย่างภาพยนตร์และโปสเตอร์ภาพยนตร์สยองขวัญจาก 20th Century Studios เรื่อง “The First Omen กำเนิดอาถรรพ์หมายเลข 6” ภาพยนตร์ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวภาคก่อนของแฟรนไชส์ภาพยนตร์สยองขวัญคลาสสิก เตรียมพบกับความหลอนพร้อมกัน 4 เมษายน 2024 นี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

เมื่อหญิงสาวชาวอเมริกันถูกส่งไปยังกรุงโรมเพื่อเริ่มชีวิตรับใช้ศาสนจักร เธอได้พบเจอความดำมืดที่ทำให้เธอเริ่มกังขาในศรัทธาของตัวเอง เมื่อเธอล่วงรู้แผนการลับสุดสยองขวัญที่หวังจะฟื้นคืนชีพปีศาจร้ายขึ้นมาอีกครั้ง ภาพยนตร์ “The First Omen กำเนิดอาถรรพ์หมายเลข 6” นำแสดงโดย เนล ไทเกอร์ ฟรี (จาก “Servant”) ทอว์ฟีค บาร์ฮอม (จาก “Mary Magdalene”) โซนียา บรากา (จาก “Kiss of the Spider Woman”) ราล์ฟ อีนสัน (จาก “The Northman”) และ บิลล์ ไนฮีย์ (จาก “Living”)

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยอาร์คาชา สตีเวนสัน จากตัวละครที่สร้างสรรค์โดย เดวิด เซลท์เซอร์ (จาก “The Omen”) ผ่านเรื่องราวที่ถ่ายทอดโดย เบน จาโคบี้ (จาก “Bleed”) และบทภาพยนตร์โดย ทิม สมิธ และอาร์คาชา สตีเวนสันและคีธ โทมัส (จาก “หนูน้อยพลังเพลิง” (Firestarter)) อำนวยการสร้างโดย เดวิด เอส. โกเยอร์ (จาก “Hellraiser”) และ คีธ เลอวีน (จาก “The Night House”) โดยมี ทิม สมิธ, วิทนีย์ บราวน์ (จาก “Rosaline”) และเกรซีย์ วีแลนนั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร

“Da Vinci Alive Bangkok” กลับมามีชีวิตอีกครั้ง วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2567

Grande Experiences ผู้สร้างและผู้ผลิตเจ้าของลิขสิทธิ์ Monet & Friends Alive ร่วมกับ Live Impact Events ผู้ถ่ายทอดและนำเสนอประสบการณ์ระดับโลก และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ อีกครั้งกับนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟระดับโลก “Da Vinci Alive Bangkok” (ดา วินชี อะไลฟ์ แบงคอก) ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย สมบูรณ์ที่สุดในเอเชีย และละเอียดครบถ้วนที่สุดในโลก โดยความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Museo Leonardo da Vinci) ในกรุงโรม และผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงจากอิตาลีและฝรั่งเศส พร้อมนำทุกคนก้าวเข้าสู่โลกอันชวนให้หลงใหลของสุดยอดปรมาจารย์แห่งยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) อัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เพื่อเฉลิมฉลองมรดกทางอัจฉริยภาพของเลโอนาร์โด ดา วินชี ผ่านประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้

ครั้งแรกในประเทศไทย! ร่วมสัมผัสและเปิดประสบการณ์การรับชมนิทรรศการในรูปแบบ Immersive Exhibition ที่เจาะลึกและครอบคลุมมากที่สุดในโลก ผู้ชมจะได้รับแรงบันดาลใจจากวิธีคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และการคิดเชิงเทคนิคที่พบได้ในผลงานชิ้นเอก สิ่งประดิษฐ์ บันทึกโบราณ และภาพวาดของปรมาจารย์ยุคเรอเนซองส์ และร่วมดื่มด่ำกับผลงานอันทรงคุณค่าของเลโอนาร์โดที่ส่งอิทธิพลต่อหลากหลายแขนงวิชา ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ไปจนถึงศิลปะ วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็เป็นแบบอย่างของการคิดค้นสิ่งใหม่และตั้งคำถามกับโลกรอบตัวเรา จัดแสดงให้รับชม ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2567 บนพื้นที่กว่า 4,600 ตารางเมตร ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม โดยนิทรรศการศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟ “Da Vinci Alive Bangkok ครั้งยิ่งใหญ่นี้ จัดแสดงหลักการทางวิทยาศาสตร์และศิลปะที่ก้าวล้ำของเลโอนาร์โด ดา วินชี ซึ่งประกอบด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ แกลเลอรีที่ใช้เทคนิคการฉายภาพ Immersive Projection ที่ชวนหลงใหล การจำลองการศึกษาด้านกายวิภาคที่เลโอนาร์โดได้รับการยกย่อง ตลอดจนภาพวาดที่ชื่อ Battle of Anghiari และศิลปะเรอเนซองส์อันโด่งดัง แบ่งพื้นที่จัดแสดงภายใต้ธีมต่างๆ มากกว่า 17 ธีม สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่มากกว่า 75 ชิ้นงาน รวมผลงานอันวิจิตรงดงามกว่า 200 ชิ้น โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก เพื่อให้สัมผัสความเป็นศิลปินได้อย่างเต็มอิ่ม ดังนี้

  • โซนแรก อัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ (The Genius of Creation) ก้าวแรกเป็นการทำความรู้จักกับ เลโอนาร์โด ดา วินชี ผ่านชิ้นงานที่ถือเป็นไฮไลต์ของศิลปิน ได้แก่ ตำราโบราณโคเด็กซ์, การศึกษาเครื่องจักรกลการบิน, ไฮดรอลิกส์และเครื่องจักรทางน้ำ, วิศวกรรมทางการทหาร, มนุษย์วิทรูเวียน (The Vitruvian Man), เครื่องจักรกลโยธา, เครื่องดนตรี เลนส์ และเวลา, หลักการฟิสิกส์และกลศาสตร์, การตีความ Da Vinci Alive, ภาพเขียนเลโอนาร์โด ดา วินชี, พระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper), สงครามอังกีอารี (Anghiari Battle), ประติมากรรมรูปม้า และโรงหนังดา วินชี (Da Vinci Theatre)
  • ก้าวต่อไปยังพื้นที่แสดงงานในโซนที่ 2 พบกับการเปิดเผยความลับของศิลปะอันเลื่องชื่อของ เลโอนาร์โด ดา วินชี กับ “ความลับของโมนาลิซ่า” (The Secrets of the Mona Lisa) ซึ่งถือเป็น การเปิดเผยความลับของโมนาลิซ่า เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย

ในช่วงปลายปี 2004 พาสคาล คอตต์ (Pascal Cotte) วิศวกรเชิงวิทยาศาสตร์และนักวิเคราะห์งานศิลปะชาวฝรั่งเศส เป็นคนแรกที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลฝรั่งเศสและพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เพื่อทำการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับภาพวาดโมนา ลิซา (Mona Lisa) โดยนิทรรศการ The Secrets of Mona Lisa หรือ ความลับของโมนา ลิซา นำเสนอภาพเขียนอันโด่งดังให้ได้รับชมอย่างใกล้ชิด ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การขยายและวิเคราะห์ภาพและอธิบายโดยละเอียดถึงความลับที่ทำให้ภาพสุดพิเศษนี้เป็นที่พูดถึงอย่างมาก มีภาพขยายกว่า 40 เท่าในความละเอียดสูงสุด ซึ่งทำการวิจัยและบันทึกโดยคอตต์รวมถึงภาพพิมพ์อินฟราเรดสูง 4 เมตร (13 ฟุต) และการเปิดเผยความลับครั้งแรกของโลกเกี่ยวกับภาพวาดที่สูญหายไปที่อยู่เบื้องหลังภาพวาดโมนาลิซาในปัจจุบัน พร้อมอธิบายว่าเลโอนาร์โด ดา วินชี วาดภาพโมนาลิซาออกมาอย่างไร รวมถึงเทคนิค ความคิด และการเตรียมการของลีโอนาร์โดในการวาดภาพโมนา ลิซา รวมถึงการปรับแต่งของภาพโดยลีโอนาร์โด และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การตรวจสอบผลกระทบของน้ำมันเคลือบเมื่อเวลาผ่านไป แสดงสีดั้งเดิมของภาพโมนา ลิซาในปี ค.ศ.1506 รูปจำลอง 360 องศาที่เดียวในโลก การจัดแสดงผลลัพธ์แสนมหัศจรรย์ของการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ และวัฒนธรรม ไทม์ไลน์ที่มาของภาพโมนา ลิซา และประวัติอันมีสีสันของเธอ งานวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ของวิธีการวาดแบบสโฟมาโต โดยลีโอนาร์โอ และหลักฐานชิ้นใหม่ที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ว่าโมนาลิซาไม่ใช่คนอย่างที่เราคิด

  • ต่อเนื่องด้วยโซนที่ 3 พบกับ ความงามของยุคเรอเนซองส์ของอิตาลี (Beauty of Italian Renaissance)
    การเดินทางที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งยุคศิลปะและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์
    Italian Renaissance Alive เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัสกับความรุ่มรวยตลอดยุคเรอเนซองส์ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถึง 17 ซึ่งเป็นยุคที่มีอิทธิพลทางศิลปะและวัฒนธรรมของโลก เมื่อก้าวเข้าไปสัมผัสประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟในดิจิตอลแกลเลอรี ผู้เข้าชมจะค้นพบและเข้าใจถึงเรื่องราวของศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และวรรณกรรมของยุคนั้นซึ่งส่งผลและมีอิทธิพลต่ออารยธรรมในยุคต่อๆ มาเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสกับผลงานชิ้นเอกหลายร้อยชิ้นจากเหล่าศิลปินและประติมากรที่มีชื่อเสียงทั่วโลก เช่น
Michelangelo, Leonardo, Botticelli, Caravaggio, Raphael, Titian, Veronese และอีกมากมาย ผลงานที่โดดเด่น
เหล่านี้ เช่น โบสถ์ Sistine ที่น่าทึ่งของ Michelangelo, ภาพวาด Mona Lisa และ The Last Supper ของ Leonardo
da Vinci และ Birth of Venus อันโด่งดังของ Botticelli ล้วนถูกทำให้มีชีวิตขึ้นมาผ่านการนำเสนอด้วยระบบดิจิทัลอัน
น่าทึ่ง ประสบการณ์ดังกล่าวถูกทำให้น่าสนใจมากขึ้นด้วยโน้ตเพลงโอเปร่าอันทรงพลัง ซึ่งมีผลงานของปุชชินี
(Puccini) และแวร์ดี (Verdi) ซึ่งช่วยเติมเต็มเรื่องราวความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดพิเศษกับนิทรรศการศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟระดับโลก Da Vinci Alive Bangkok
สุดยิ่งใหญ่ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2567 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่
Thai Ticket Major หรือ https://www.liveimpact-event.com/davinci/ ราคาบัตร VIP 1,580 บาท, บัตรทั่วไป 1,080
บาท และบัตรนักเรียน/นักศึกษา 480 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ Facebook : ICONSIAM

นาฬิกาสายลุย! เจาะดีเทล 8 เรือนเวลาที่คนรักการผจญภัยต้องมี

Swatch POWER OF NATURE นาฬิกาคอลเล็คชั่นใหม่ด้วยแรงบันดาลใจจากพลังของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
สู่งานดีไซน์บนข้อมือของคุณในนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC และสเตนเลสสตีล

Swatch เปิดตัวคอลเล็คชั่น Swatch POWER OF NATURE ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผจญภัยในธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่ ส่งมอบความอัศจรรย์และความงดงามของธรรมชาติสู่ข้อมือของคุณ ผ่านนาฬิกาทั้ง 8 เรือน ที่มีดีไซน์น่าตื่นเต้นเร้าใจ พร้อมลูกเล่นมากมาย

โดยคอลเล็คชั่นดังกล่าวโดดเด่นด้วยนวัตกรรมงานออกแบบดีเทลและผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ทั้งบนหน้าปัดและสายนาฬิกา ยกระดับทุกสไตล์ในแบบของคุณด้วยการผสมผสานการใช้งานร่วมกับความสวยงามอย่างลงตัว เหนือกว่าด้วยคุณภาพการผลิตจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (Swiss-Made Quality) กันน้ำ ทนทาน สวมใส่สบาย และยังมาพร้อมกับคุณสมบัติการใช้งานที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น 4 คอนเซ็ปต์ใหญ่ คือ

WATERFALLS

SPLASH DANCE > นาฬิกาโมเดล SKIN IRONY สเตนเลสสตีลเรือนบางพร้อมดีไซน์หน้าปัดสีน้ำเงิน 3 มิติ ลาย “หยดน้ำ” อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเชื่อมกันของเส้นประอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของสายน้ำที่สมจริง ดูรวดเร็วและลื่นไหลอย่างเป็นอิสระ และยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยโทนสีส้มและสีเขียวที่เรืองแสงได้ในที่มืด ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงาเข้ากันกับสายนาฬิกาแบบขัดเงาปรับระดับได้ มาในราคา 7,900 บาท พร้อมกับหน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตร

FROZEN WATERFALL > นาฬิกาโมเดล GENT BIOCERAMIC มาพร้อมหน้าปัดสีฟ้า สะท้อนความสวยงามของน้ำตก พิมพ์ลายสีขาว ส้มและเขียวที่เรืองแสงได้ พร้อมดีเทลพื้นผิวสีน้ำเงินเมทัลลิกที่กรอบนาฬิกา ตัวเรือนพัฒนาจากนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC สีฟ้าพร้อมกระจก BIOSOURCED สายนาฬิกาสีฟ้าไล่ระดับสี เป็นตัวแทนของสายน้ำที่กำลังดำดิ่งท่ามกลางกระแสน้ำอันทรงพลัง มาในราคา 3,150 บาท พร้อมกับหน้าปัดขนาด 34 มิลลิเมตร

THE DESERT

SUNBAKED SANDSTONE > นาฬิกาโมเดล SKIN IRONY สแตนเลสเรือนบาง หน้าปัดสีเบจพิมพ์ลายนูนต่ำ แสดงถึงผิวทรายที่เรียบนิ่ง และสายนาฬิกาผ้าสีเบจ พร้อมดีเทลสามมิติที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลักษณะความซับซ้อนของคลื่นภูเขาทะเลทราย มาในราคา 7,650 บาท พร้อมหน้าปัดขนาด 38 มิลลิเมตร

CORAL DUNES > นาฬิกาโมเดล SKIN CLASSIC BIOCERAMIC หน้าปัดสีเบจที่มากับพื้นผิวทรายเนื้อละเอียด สะท้อนประกายความงดงามอลังการของทะเลทราย เติมความร้อนแรงด้วยพิมพ์ลายสีขาว สีดำ และสีส้มคอรัล เข้ากันอย่างลงตัวกับสายนาฬิกาที่ทำจากผ้าสีเบจ มาพร้อมกับนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMICในราคา 4,900 บาท พร้อมหน้าปัดขนาด 34 มิลลิเมตร

THE FOREST

BY THE BONFIRE > นาฬิกาโมเดล NEW IRONY CHRONO ที่ได้รับการดีไซน์จากธรรมชาติจนกลายมาเป็นสายนาฬิกาผ้าสีกากีอย่างลงตัว และยังมีหน้าปัดสีดำแบบเอิร์ธโทนลายนูนต่ำพร้อมดีเทลที่ออกแบบมาให้ชวนนึกถึงเถ้าถ่านในกองไฟ ใบไม้ที่ร่วงโรยตามทางตอนเดินเข้าไปในป่า และหยาดน้ำฝนที่อยู่บนใบไม้ ส่งมอบสัมผัสอันแสนอบอุ่นตอนตั้งแคมป์สู่นาฬิกาที่รวบรวมมระบบนิเวศของผืนป่าไว้ในที่เดียว มาในราคา 9,400 บาท พร้อมหน้าปัดขนาด 43 มิลลิเมตร

FALL-IAGE > นาฬิกาโมเดล BIG BOLD BIOCERAMIC ทรงโอเวอร์ไซส์ หน้าปัดโปร่งใสเคลือบเงาสีดำและสีเงินพร้อมดีเทลเรืองแสงในที่มืด ตัวเรือนทำจากนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC สีเขียวแมตต์ ตัดกับสีส้มสดใสของสายนาฬิกา ชวนนึกถึงแสงแดดอบอุ่นท่ามกลามป่าไม้อันกว้างใหญ่ มาในราคา 5,500 บาท พร้อมหน้าปัดขนาด 47 มิลลิเมตร

ICY MOUNTAINS

FROSTBLOOM > นาฬิกาโมเดล BIG BOLD IRONY เรือนใหญ่ หน้าปัดสีน้ำเงินที่ตัดสลับกันอย่างมีเอกลักษณ์ดูซับซ้อนและน่าค้นหา ชวนให้นึกถึงหน้าผาหินและภูเขาน้ำแข็งที่สูงชัน ล้อมรอบด้วยลวดลายดอกยางตัดสลับสีช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับพื้นผิวภูเขาที่เรียบง่าย แต่หนาวเย็นจับใจ ในขณะที่ตัวเรือนที่ทำจากสเตนเลสสตีลและนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของยอดภูผา แต่มีน้ำหนักเบาพร้อมก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ในราคา 7,900 บาท พร้อมหน้าปัดขนาด 47 มิลลิเมตร

GOOD TO GORP > นาฬิกาโมเดล NEW GENT BIOCERAMIC พร้อมกับตัวเรือนนวัตกรรมวัสดุ BIOCERAMIC สีดำเข้ากันกับหน้าปัดลายนูนต่ำโทนสีน้ำเงิน ดำ และเงิน สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเย็นยะเยือกบนยอดเขา เพิ่มสีสันแห่งการผจญภัยเข้าไปด้วยเข็มนาฬิกาสีส้มเรืองแสงโดดเด่น มาในราคา 3,550 บาท พร้อมหน้าปัดขนาด 41 มิลลิเมตร

Unlock Your Path to Eternal Light

PAÑPURI ขอเรียนเชิญทุกท่านเก็บสัมภาระ แพ็กกระเป๋า พร้อมออกเดินทางไปกับ PAÑPURI Sunshine Hotel Pop-Up เตรียมรับกุญแจดอกพิเศษที่จะพาคุณไขประตูไปสู่จุดหมายปลายทางสุดประทับใจ ทุกองค์ประกอบของกิจกรรมภายในโรงแรมแห่งนี้จะช่วยเชื่อมต่อระหว่างความหอมของกลิ่น Eternal Sunshine และความกระจ่างใสภายในจิตใจ เพื่อค้นพบแสงแห่งดวงอาทิตย์ที่จะจุดประกายความสุข ความสดใส และพลังบวกในตัวคุณ

กลิ่นหอมสดชื่นของ Eternal Sunshine เป็นแนวกลิ่นซิทรัส ที่ผสมผสานกลิ่นของผิวมะนาว และสมุนไพรใบกระเพรา ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า เป็นกลิ่นที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มพลังงานที่ดี และพร้อมเปิดรับความสุขในวันใหม่ได้อย่างสดชื่น

ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2567 ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า Central Embassy

NCT WISH สุดยอดน้องใหม่แห่งปี 2567 แห่งค่าย SM Entertainment

เดบิวต์พร้อมพิสูจน์ให้เห็นถึงความทรงพลังในฐานะ ‘สุดยอดน้องใหม่แห่งปี 2567’ ทันที สำหรับ เอ็นซีที วิช แห่งค่าย SM Entertainment ที่พาซิงเกิลเดบิวต์ ‘WISH’ ทะยานสู่อันดับ 1 รายวันและรายสัปดาห์บนชาร์ตอัลบั้มหลักในประเทศเกาหลีใต้ได้สำเร็จ โดยซิงเกิลดังกล่าวได้วางจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถคว้าอันดับ 1 รายวันบนชาร์ต Hanteo Chart และ HOTTRACKS ตามการรายงานอันดับ ณ วันที่ 6 มีนาคม 2567 และล่าสุดความนิยมยังร้อนแรงอย่างต่อเนื่องจนทะยานสู่อันดับ 1 รายสัปดาห์บนชาร์ตอัลบั้มของ Hanteo Chart ตามการรายงานอันดับ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2567

ในซิงเกิลเดบิวต์ ‘WISH’ ประกอบด้วยเพลงไตเติล ‘WISH’ เพลงแดนซ์จังหวะปานกลางที่เต็มไปด้วยความหวังต่ออนาคตใหม่ ซึ่งการแสดงที่มีพลังจะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับความมั่นใจและเสน่ห์ที่มีชีวิตชีวาของสมาชิก รวมถึงท่าหลักอย่างการทำมือขอพรที่ถ่ายทอดชื่อเพลงและเอกลักษณ์ของเอ็นซีที วิช ก็ช่วยเพิ่มความสนุกในการรับชมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีเพลง ‘Sail Away’ เพลงแนวป๊อปที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความคาดหวังต่ออนาคต ด้วยการเปรียบเทียบกับ ‘การเดินเรือ’ ผสมผสานท่วงทำนองที่ร่าเริงเข้ากับเสียงเพลงที่แปลกใหม่อย่างลงตัว และการแสดงของเพลงนี้ก็มีท่าทางที่ชวนให้นึกถึงการเดินเรือและท้องทะเล นำเสนอเวทีที่สดชื่นและสดใส

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปินรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง ‘BoA’ (โบอา) ได้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ดูแลการผลิตอัลบั้มโดยรวม รวมถึงดนตรีและการแสดงของซิงเกิลเดบิวต์ ‘WISH’ ของ เอ็นซีที วิช ฯลฯ พร้อมวางแผนที่จะเป็นผู้นำการโปรโมตและการเติบโตของสมาชิกต่อไป

ก่อนหน้านี้ ซิงเกิลเดบิวต์ ‘WISH’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 บนชาร์ต Oricon Daily Single ประเทศญี่ปุ่น, อันดับ 1 บนชาร์ต RecoChoku Daily Album ประเทศญี่ปุ่น, อันดับ 1 รายวันและรายสัปดาห์บนชาร์ตมิวสิกวิดีโอเพลงญี่ปุ่นของ QQ Music ประเทศจีน รวมถึงอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 7 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สเปน บราซิล ชิลี เบลารุส เปรู ฟิลิปปินส์ และติดอันดับ TOP10 รวมทั้งหมด 14 ประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าของซิงเกิลเดบิวต์ ‘WISH’ สูงถึง 370,000 ชุด ในประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ตลอดจนการได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อหลัก อาทิ สื่อญี่ปุ่น, สื่ออเมริกา Forbes, GRAMMY.com และอีกมากมาย

ทั้งนี้ ทีมสุดท้ายของ NCT อย่าง เอ็นซีที วิช เกิดขึ้นจากรายการเซอร์ไวเวอร์ที่คัดเลือกสมาชิก NCT ชื่อว่า ‘NCT Universe : LASTART’ ประกอบด้วย 6 สมาชิก ได้แก่ SION (ชิอน), RIKU (ริคุ), YUSHI (ยูชิ), JAEHEE (เจฮี), RYO (เรียว) และ SAKUYA (ซาคุยะ) ซึ่งจะทำกิจกรรมในระดับโลก ทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น โดยชื่อทีม ‘WISH’ หมายถึงทีมที่เกิดขึ้นจากความปรารถนาอันแรงกล้าของสมาชิกและแฟน ๆ ภายใต้คติ ‘WISH for Our WISH’ พวกเขามีเป้าหมายที่จะสนับสนุนความปรารถนาและความฝันของทุกคน และทำให้เป็นจริงร่วมกัน ผ่านบทเพลงและความรักของ เอ็นซีที วิช ไม่เพียงเท่านี้ ยังเป็นทีมที่มีเสน่ห์แห่งความ Young และบริสุทธิ์ ค่าเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 18.3 ปี ซึ่งพวกเขาจะแสดงสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะเป็น ‘ไอคอน WISH’ ที่กระจายพลังอันแข็งแกร่งของความหวังให้กับแฟนเพลงทั่วโลก

SION (ชิอน)

วันเกิด : 11 พฤษภาคม 2545, อายุ : 21 ปี, สัญชาติ : เกาหลี

RIKU (ริคุ)

วันเกิด : 28 มิถุนายน 2546, อายุ : 20 ปี, สัญชาติ : ญี่ปุ่น

YUSHI (ยูชิ)

วันเกิด : 5 เมษายน 2547, อายุ : 19 ปี, สัญชาติ : ญี่ปุ่น

JAEHEE (เจฮี)

วันเกิด : 21 มิถุนายน 2548, อายุ : 18 ปี, สัญชาติ : เกาหลี

RYO (เรียว)

วันเกิด : 4 สิงหาคม 2550, อายุ : 16 ปี, สัญชาติ : ญี่ปุ่น

SAKUYA (ซาคุยะ)

วันเกิด : 18 พฤศจิกายน 2550, อายุ : 16 ปี, สัญชาติ : ญี่ปุ่น

Onitsuka Tiger

ซูมอิน Onitsuka Tiger “MEXICO 66™ SABOT แรงบันดาลใจจาก ลวดลายผ้าทอไทย

Praew Survey พาไปซูมอิน Onitsuka Tiger รุ่น “MEXICO 66™ SABOT สีพิเศษที่มีเฉพาะประเทศไทย พร้อมเผย 3 ลุคของเหล่าคนดังที่แมชต์เข้ากับรองเท้าคู่ใจ

ซูมอิน Onitsuka Tiger “MEXICO 66™ SABOT แรงบันดาลใจจาก ลวดลายผ้าทอไทย

สำหรับรองเท้า Onitsuka Tiger รุ่น “MEXICO 66™ SABOT ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้ารุ่น MEXICO 66™ รุ่นไอคอนิกที่ขายดีที่สุดของเรา โดยรุ่นนี้ได้นำเสนอรูปลักษณ์แบบเรโทรในสไตล์ sabot ซึ่งออกแบบมาให้เป็นรองเท้าเปิดส้น (mule) เพื่อให้สวมใส่ง่าย โดดเด่นด้วยวัสดุตาข่ายที่สานแบบห่างๆ บริเวณส่วนบนของรองเท้า ทำให้เหมาะสำหรับสวมใส่ในช่วงฤดูร้อน

ความพิเศษสำหรับสีที่ได้รับการอัพเดทสำหรับรุ่น MEXICO 66™ SABOT ในครั้งนี้ คือเป็นสีที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้บริเวณแผ่นรองพื้นรองเท้ายังมีลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลายของผ้าทอไทยอีกด้วย

MEXICO 66™ SABOT มาพร้อม

– แผ่นรองพื้นรองเท้า OrthoLite™ เพื่อการรองรับแรงกระแทกที่เหนือกว่า

– วัสดุด้านบน: เส้นใยสังเคราะห์และเส้นใยธรรมชาติ

– วัสดุพื้นรองเท้า: ยาง


โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

ฉลองวันสตรีสากล 2567 กับงาน Women in Hospitality @ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

เปิดภาพความประทับใจจากงาน Women In Gastronomy มื้ออาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้เชฟหญิงมากฝีมือ 4 ท่าน ระดับมิชลินสตาร์ มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ บนเรือแซฟฟรอน ครูซ อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ที่จะจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 โดยมีคุณไก่-นพรัตน์ อำภา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ กล่าวต้อนรับแขกทุกท่าน ก่อนออกเดินทางล่องแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดประสบการณ์มื้อค่ำสุดพิเศษ ที่จัดเต็มทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และโชว์อันประทับใจ ไปพร้อมๆ กัน

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ
โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

การรวมตัว 4 เชฟสาวชั้นนำของวงการครัวโลก! ฉลองวันสตรีสากล 2567 กับงาน Women in Hospitality @ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

โดยงาน Women in Gastronomy นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน Women in Hospitality ซึ่ง โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ จัดขึ้นเพื่อฉลองวันสตรีสากล 2567 และเพื่อร่วมสนับสนุนสตรีในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ โดยได้เชิญทั้งบาร์เทนเดอร์หญิงและเชฟหญิงชั้นนำจากหลากหลายประเทศในเอเชีย มาร่วมกันรังสรรค์เมนูพิเศษให้กับแขกของทางโรงแรม ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 30 % บริจาคให้แก่ มูลนิธิบ้านกึ่งวิถีหญิง

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

สำหรับ Women In Gastronomy นี้ คือ อาหารค่ำสุดพิเศษที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากเชฟหญิงระดับมิชลินสตาร์ 4 ท่าน ได้แก่ เชฟซากิ (Chef Saki) เชฟมิสลินหนึ่งดาว จากร้านนาวา (Nawa) เชฟส้ม เซเลบริตี้เชฟจากร้าน Som’s Table เชฟซาช่า (Chef Sasha) จากร้านไฮบริด (Hybrid) และเชฟเรณู (Renu) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของห้องอาหารไทยแซฟฟรอน ห้องอาหารไทยซิกเนเจอร์ ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ โดยเสิร์ฟทั้งหมด 8 คอร์ส (Tasting menu) ที่เลอเลิศด้วยรสชาติและพรีเซนเทชั่น พร้อมเสิรฟ์คู่กับสาเก ที่คัดสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญ (Sake Expert) นาโอโกะ (Naoko) จาก บีบี แอนด์ บี (BB&B) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหาร

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

เริ่มด้วยเมนูแรก “เมี่ยงแสร้งว่ากุ้งเผา” จากเชฟเรณู ที่ช่วยเปิดทุกรสสัมผัสในการรับประทานอาหาร ต่อด้วย Kopai River จากเชฟส้ม ที่ทำจากบิสกิตสอดไส้แยมสัปปะรด, เมนูที่สาม คือ Homemade Ricotta Cheese โดยเชฟซาซ่า ที่ได้ทั้งชีสและความเผ็ดร้อน, เมนูที่สี่ จากเชฟซากิ มาในชื่อ “ขนมครก” ที่ผสมผสานความหวานแบบไทยๆ เข้ากับความเค็มมันของคาร์เวียร์, เมนูที่ห้า จากเฟชซาซ่า คือ “Isaan Carpaccio” ที่โดดเด่นด้วยเนื้อวากิว ผสมผสานกับเครื่องเทศทางเหนือและแบล็คทรัฟเฟิล เมนูที่หก เป็นผลงานของเชฟส้ม “Duo of Oyster Kiss & Fish Bite” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูหอยทอด มาเติมความพิเศษด้วยวัตถุดิบใหม่ๆ อย่างปลาคอดดำของญี่ปุ่น และข้าวหอม จานที่เจ็ด คือ “Khao Soi Duck Banyan” ข้าวซอยรสจัดจ้านกับอกเป็ดเนื้อนุ่ม ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ที่ยกกันขึ้นไปเสิร์ฟบริเวณดาดฟ้าของเรือ คือ Guava Parfait ไอศครีมฝรั่งเนื้อเนียนแสนสดชื่น ฝีมือเชฟขนมหวานซากิ เติมความสุขแสนหวานให้ช่วงท้ายของงาน ไปพร้อมกับชมบรรยากาศยามค่ำคืนแสนสวยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

นอกจากประสบการณ์ด้านอาหารแล้ว ภายในงาน Women in Hospitality 2567 นี้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ยังได้นำเสนอ Women in Mixology ซึ่งมีไลน์อัพบาร์เทนเดอร์หญิงจากบาร์ชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชียมาวาดลวดลายและโชว์ฝีมือการทำเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่มูนบาร์ บนรูฟท็อปชั้น 61 ตลอด 8 วัน ตั้งแต่ที่ 1-8 มีนาคม 2567 อาทิ ชาตาบี บาซู (Shatabi Basu) บาร์เทนเดอร์หญิงคนแรกของอินเดีย ที่มาสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มค็อกเทลไม่เหมือนใคร เป็นต้น พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจากดีเจหญิงที่จะมาสร้างความบันเทิงตลอดทุกค่ำคืน  ถือเป็นการเฉลิมฉลองวันสตรีสากลอย่างน่าประทับใจ


คิมจีวอน 1

คิมซูฮยอน เผยว่า คิมจีวอน เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดี คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ

สมเป็นซีรีส์เกาหลีที่แฟนๆ หลายคนต่างรอคอยสำหรับ ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) นำแสดงโดย คิมซูฮยอน และ คิมจีวอน โดยหลังจากที่ออกอากาศไปไม่กี่ตอนก็ได้กระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยเริตติ้งพุ่งแรงเกือบทะลุหลักสอง

โดยซีรีส์ราชินีแห่งน้ำตาเป็นผลงานจากช่อง  Netflix การันตีเรื่องราวความสนุกด้วย พัคจีอึน นักเขียนบทผู้สร้างผลงานแนวโรแมนติกคอเมดี้อย่าง Crash Landing on You, My Love from the Star จนโด่งดังทั้งเมือง และการโคจรมาเจอกันของ คิมซูฮยอน และ คิมจีวอน ส่งเคมีคู่รักสุดหวาน

คิมจีวอน 1

ทั้งนี้คิมซูฮยอนได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์ถึงผลงานชิ้นล่าสุดเรื่องนี้ โดยเขาเผยว่าเหตุผลที่ตัดสินใจรับแสดงเพราะ ซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าสนใจหลายจุดเลยครับ หนึ่งในนั้นคือการใช้ชีวิตในบ้านภรรยา (กับพ่อแม่ฝั่งภรรยา) ของฮยอนอู และผมคิดว่าตัวซีรีส์เองก็มีความน่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงอีกจุดหนึ่งที่น่าติดตามก็คือการสื่ออารมณ์ของเหล่านักแสดงครับ”

คิมจีวอน 2

“สำหรับบทของผม ผมรับบทเป็นแพคฮยอนอู ครับ เขาเป็นคนที่เติบโตที่บ้านนอก ในหมู่บ้านที่ชื่อยงดูรี หลังจากตั้งใจเรียนจนเป็นทนายความ มีโอกาสได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ และได้มาเจอกับ “ราชินีแห่งวงการห้างสรรพสินค้า” ซึ่งจริงๆ ตอนนั้นเธอยังไม่ได้เป็นราชินีหรอกนะครับ แต่เอาเป็นว่า เขาได้เจอกับ ฮงแฮอิน คบหากันแล้วก็แต่งงานกันครับ แต่พอเวลาผ่านไปได้ 3 ปี เขากลับรู้สึกได้ถึงปัญหาบางอย่าง จึงเริ่มคิดถึงการหย่าร้าง แต่ก็หย่าไม่ได้หรอกนะครับ (หัวเราะ) ดังนั้น ตัวฮยอนอูเองจึงต้องหาทางที่จะกลับมาสัมผัสถึงความรักที่เคยมีให้กันให้ได้ครับ”

คิมจีวอน 3

เมื่อถูกถามถึงเคมีระหว่างพระเอก-นางเอก เจ้าตัวได้เผยว่า พวกเราเป็นคู่ที่พยายามนึกถึงความรู้สึกของอีกคนอยู่เสมอครับ

คิมซูฮยอนยังได้เผยถึงเรื่องราวสนุกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำ เขาได้บอกว่า “ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายทำที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งจะมีฉากที่ต้องใช้อารมณ์มากๆ อยู่ด้วย ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและกดดันมากเลยครับ ผมเตรียมตัวกับฉากนี้อยู่เยอะ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี”

และนอกจากความรู้สึกตื่นเต้นแล้ว นักแสดงหนุ่มยังบอกอีกว่า นางเอกคิมจีวอนเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดี คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ “คุณคิมจีวอนก็ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดีเลยครับ”

สุดท้ายนักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวๆ ยังได้กล่าวปิดทท้ายว่า “ซีรีส์เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกคอเมดี้ใช่มั้ยครับ แต่ขอพูดเลยว่า มีฉากบู๊ของผมด้วยนะครับ รอดูได้เลยครับ”

ชมความงามของเหล่า มิสแกรนด์ ภายใต้ชุดพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต

เริ่มต้นแล้วสำหรับการเก็บตัวของเวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2024 สำหรับในปีนี้ทางผู้จัดได้เลือก จังหวัดภูเก็ต เมืองแห่งไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ เป็นสถานที่เก็บตัวผู้เข้าประกวดทั้ง 77 จังหวัด

ชมความงามของเหล่า มิสแกรนด์ ภายใต้ชุดพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต

โดยกิจกรรมวันแรกเหล่าผู้เข้าประกวดได้แต่งกายภายใต้ชุดพื้นเมือง จากนั้นเดินทางออกจากที่พัก มุ่งหน้าไป บ้านย่าจัน ย่ามุก สองวีรสตรีที่ชาวภูเก็ตให้ความเคารพนับถือ หรือที่ทุกคนรู้จักในประวัติศาสตร์ ท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ซึ่งได้รับการต้อนรับจาก “นายกอิ๋ว” คุณสิริชรัสมิ์ ไตรรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพกษัตรี และทีม อบต.เทพกษัตรี จัดชุดการแสดงให้เหล่าสาวงามได้ชม ต่างร่วมฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะนำดอกไม้ ธูปเทียน มาลัย กราบสักการะ ขอพร ฝากตัวเป็นลูกหลาน ย่ามุก ย่าจัน ให้ตัวเอง “มงลง” สมหวังดังตั้งใจ

ช่วงเที่ยงเดินทางต่อไปยัง Tunk-ka Café ร้านลับวิวหลักล้านบนเนินเขา ที่ใครไม่ได้มาเยือน มาดื่มด่ำบรรยากาศและรสชาติกาแฟของที่นี่ ถือว่ายังมาไม่ถึงภูเก็ต ลองกินอาหารพื้นเมืองใต้ อร่อยเด็ดทุกเมนู จากนั้นคณะเดินทางกลับ โรงแรม โนโวเทล ภูเก็ต ซิตี้ โภคีธรา เพื่อร่วมงาน The Grand Gala : Life Of Peranakans ที่เจ้าภาพเตรียมงานเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ในค่ำคืนนี้


เรียบหรูมินิมอล ซูมอินชุดวิวาห์ ‘ฮงแฮอิน’ จุดเริ่มต้นซีรีส์ Queen of Tears

เปิดอีพีแรกด้วยฉากแต่งงานแบบนี้คอซีรีส์ทั้งหลายคงใจคอไม่ค่อยดี เพราะมีความเชื่อที่บอกต่อกันมาว่าหากเริ่มต้นด้วยฉากแฮปปี้ตอนต่อๆ ไปก็เตรียมกระดาษทิชชู่รอซับน้ำตาไว้ได้เลย ประกอบกับชื่อ ‘Queen of Tears’ งานนี้จะตับพังมากแค่คงต้องรอชมกันไป

แต่ก่อนจะไปกังวลถึงอนาคต ขอกลับมาที่ปัจจุบันดีกว่าเพราะทันทีที่ตอนแรกออนแอร์กระแสก็ดีเป็นไปตามคาดทั้งพระเอก ‘แบคฮยอนอู’ ที่ได้นักแสดงคิมซูฮยอนหวนคืนจออีกครั้ง และ ‘ฮงแฮอิน’ ที่รับบทโดย คิมจีวอน ก็ถูกพูดถึงกันเต็มโซเชียล รวมถึงฉากวิวาห์ที่ชาวเน็ตต่างพากันบอกว่าอลังการสมกับดีกรีทายาทมหาเศรษฐีห้างสรรพสินค้า Queen Group โดยเฉพาะชุดแต่งงานที่อาจดูเหมือนเรียบง่ายแต่ถูกอิมพอร์ตจากต่างประเทศมาเลยทีเดียว

แบรนด์ดังกล่าวมีชื่อว่า ALYNE ภายใต้ RITA VINIERIES 1995 ที่ก่อตั้งในปี 1995 ด้วยความหลงใหลในการออกแบบ ดีเทลการเย็บปักระดับโอต์ กูตูร์ โดยดีไซเนอร์ได้ปรับและครีเอทคอนเซปต์ให้หรูหราแต่เรียบง่ายเพื่อเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ เช่นเดียวกับเดรสสีขาวที่ ฮงแฮอิน สวมใส่ก็เน้นเพียงสรีสะ มีดีเทลช่วงอกกับดีไซน์ตัววีและแขนปาดไหล่เท่านั้น หากว่าที่เจ้าสาวคนไหนชอบสายเกาหลีเกาใจ รายละเอียดไม่เยอะ เน้นหุ่นปัง รับรองว่าชุดแต่งงานแบรนด์นี้ตอบโจทย์ได้แน่นอนค่ะ ส่วนซีรีส์จะดำเนนต่อไปในทิศทางไหน คงต้องเกาะขอบรอชมไปด้วยกัน

ทำความรู้จัก “บอส – อัฒมาส” ผู้ลั่นชัตเตอร์งานเวดดิ้งซุป’ตาของเมืองไทย

“บอส – อัฒมาส อิศรางกูร ณ อยุธยา” เด็กหนุ่มต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และมีฝันว่าสักวันต้องมีแกลลอรี่จัดแสดงผลงานภาพถ่ายของตวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต ด้วยความพยายามเดินหน้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำในสิ่งที่รัก

ประเดิมความสำเร็จแรกกับการสร้างผลงานภาพถ่ายสถาปัตยกรรมจนเตะตานักลงทุนต่างชาติ ร่วมทุนเปิดบริษัทในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจภาพถ่ายอสังหาริมทรัพย์แบบวิชวลสามมิติ (3D visual) และด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจนด้านการถ่ายภาพในแบบ ‘Minimal style’ เรียบง่ายแต่อัดแน่นด้วยรายละเอียด ทำให้วันนี้ บอส-อัฒมาส อิศรางกูร ณ อยุธยา กลายเป็นช่างภาพขวัญใจผู้ลันชัตเตอร์ให้เหล่าคู่รักซูปตาของเมืองไทย

เด็กสายวิทย์ผู้มุ่งมั่นสู่ประธานบริษัท

บอส – อัฒมาส อิงศรางกูร ณ อยุธยา เล่าว่า “ชีวิตในวัยเด็กก็เหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไปที่มีความฝันหลากหลายรูปแบบ ทั้งอยากเป็นวิศวกร โปรแกรมเมอร์ เมื่อโตขึ้นความฝันเริ่มชัดเจนว่าตัวเองชอบเรื่องเทคโนโลยี จึงตัดสินใจเรียนในสาขาวิชา School of Management Technology หรือคณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยชินวัตร ระหว่างนั้นก็ทำงานอดิเรกไปด้วย อย่างการถ่ายภาพ เริ่มตั้งแต่การสแนปภาพด้วยสมาร์ทโฟนและต่อมาก็เริ่มใช้กล้องดิจิทัล โดยสิ่งที่ชอบถ่ายคือ ตึก อาคาร หรือ บ้านเรือน ต่าง ๆ เพราะชอบงาน Architecture และมองว่าสถานที่เหล่านี้มีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย และยังคงมีเสน่ห์บ่งบอกถึงกาลเวลา ช่วงสมัยได้เป็นอย่างดี

จุดเปลี่ยนของชีวิต คือช่วงที่เรียนจบได้มีโอกาสไปช่วยอินฟูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว “ไปตามน้ำ” ถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และมีหลายโรงแรมขอภาพไปใช้ และในขณะเดียวกัน เราเองก็ได้แชร์ภาพลงบนโซเชียล จนไปแตะตานักลงทุนเจ้าของ “บริษัท ซิกน่า วิชวล จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านภาพถ่ายอสังหาริมทรัพย์แบบวิชวลสามมิติ (3D visual) จากประเทศเดนมาร์ก  ที่ชื่นชอบผลงานและชวนให้มาร่วมทุนจัดตั้งสาขาใหม่ในประเทศไทย

ความ Minimal style ต้องตาเซเลปเมืองไทย

ความเรียบง่ายแต่มีดีเทลน่าจะเป็นเทคนิคการถ่ายภาพที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของผลงานได้เป็นอย่างดี เพราะจากความเคยชินในการถ่ายตึกรามบ้านช่องและอาคารต่าง ๆ ที่ไม่ต้องพูดว่าพร้อมนะครับ 1 2 3 หรือบอกให้ใครหันซ้ายนิด หันขวาหน่อย ดังนั้นภาพทุกภาพล้วนเกิดจากมุมมองและการกดชัตเตอร์ลงไปจากสิ่งที่เห็น พูดได้ว่าผลงานของเรา ทุกภาพเกิดจากการเล่าเรื่อง ณ ขณะนั้น ให้ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียด อัดแน่นไปด้วย moment สำคัญ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานกี่สิบปี เมื่อหยิบภาพนี้มาดูอีกครั้งก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่บรรยากาศเหล่านั้นได้ในทันที

ความเรียบง่ายของภาพถ่ายคงเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ตรงใจหลายคน จนนำไปสู่การชักชวนของเหล่าเซเลป ศิลปินนักแสดง ให้มาช่วยเก็บโมเมนต์สำคัญอย่างวันแต่งงาน หรือ งานสำคัญต่างๆ โดยทั้งหมดเริ่มต้นจากการเป็นทีมช่างภาพซัพพอร์ตและขยับขึ้นมาเป็นทีมหลักที่กดชัตเตอร์ให้คนดังทั่วประเทศไทยมากมาย อาทิ เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ, แดน วรเวช-แพทตี้ อังศุมาลิน, อิฐ ปารินทร์ เจือสุวรรณ์ – ออม ปภาพินท์ วีระภุชงค์ และล่าสุด แบม ปีติภัทร – กวาง ช้องมาศ

“ตอนแรกก็รู้สึกแปลกใจที่มีเพื่อนให้ไปถ่ายงานเวดดิ้ง เพราะเข้าใจว่ามันคนละแนวกับงานที่เราทำอยู่ แต่โจทย์ที่ได้รับมาคือ ต้องการได้ภาพแบบดิบๆ เรียลๆ ซึ่งตรงกับแนวทางของเรา ที่ไม่ต้องการประดิษฐ์ภาพหรือจัดองค์ประกอบอะไรมาก เพราะเข้าใจดีว่างานแต่งงานทุกงานบ่าวสาวตั้งใจทำมาอย่างเต็มที่ ดังนั้นหน้าที่เราคือกดชัตเตอร์เก็บทุกโมเมนต์และความทรงจำให้ได้ดีที่สุด”

ภาพที่ดีไม่ต้องเล่าเรื่องเป็นล้านคำ แค่เพียง “ยิ้มได้” ก็พอแล้ว

ในมุมมองของหลายคนอาจมองว่าภาพที่ดีคือ ภาพที่สวย คมชัด แสงสีต้องได้ หรือต้องแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ แต่ในมุมมองของบอส ภาพที่ดีคือต้องทำให้เจ้าของภาพ “ยิ้มได้” เมื่อได้เห็นภาพ เพราะเวลาเรากดชัตเตอร์ทุกครั้งเราจะถามตัวเองเสมอว่า คนที่เห็นภาพนี้จะรู้สึกอย่างไรและเราอยากให้เขาเห็นอะไรในภาพนี้ ดังนั้น การทำงานในการถ่ายภาพแต่ละครั้ง จำเป็นต้องมีการวางแผน เข้าไปดูพื้นที่หน้างาน ศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าของงาน ว่าเป็นคนบุคลิกอย่างไร มีมุมไหนที่ชอบเป็นพิเศษ และ กลับมาทำการบ้าน วางคอนเซ็ปต์ วางมุมมองที่ต้องการนำเสนอออกมาให้ตรงจุดและตรงใจ

มุมมองการถ่ายภาพกับประสบการณ์ 10 ปีที่ผ่านมา

โลกของการถ่ายภาพที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์และเทคโนโลยีตลอดเวลา ถ้าจะพูดถึงเทคนิคการถ่ายภาพที่สะสมเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ตอบได้คำเดียวว่า “ไม่มี” เพราะว่าการถ่ายภาพคืองานศิลปะ ที่ไม่มีรูปแบบหรือเทคนิคการถ่ายที่ตายตัว เพียงแต่ช่างภาพต้องหาตัวตนของตนเองให้เจอ หาลายเซ็นต์ให้กับภาพถ่ายของตัวเองให้ได้ ส่วนเทคนิคการถ่ายภาพนั้นเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีการถ่ายภาพไม่มีวันหยุดนิ่ง เสมือนกับ ที่เรียกว่าน้ำต้องไม่เต็มแก้ว


GLASS SKIN สกินแคร์เพื่อผิวสุขภาพดีจากภายใน แต่งตั้ง 'ใหม่ ดาวิกา' พรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์

GLASS SKIN สกินแคร์เพื่อผิวสุขภาพดีจากภายใน แต่งตั้ง ‘ใหม่ ดาวิกา’ พรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์

MP GROUP เปิดตัว ‘GLASS SKIN’ แบรนด์สกินแคร์คุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวสุขภาพดีจากภายใน มีงานผิวพร้อมใช้ ด้วย PICO PEPTIDE พร้อมประกาศแต่งตั้ง ‘ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่’ เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์

โดยผลิตภัณฑ์ Glass Skin มีผลงานวิจัยแน่น ปลอดภัยและปลอดสารเคมีอันตราย เน้นส่วนผสมไบโอแอคทีฟหรือ สารออกฤทธิ์ออแกนิค จากธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ทำการทดลองในสัตว์ โดยทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ มีส่วนผสมจากนวัตกรรมเฉพาะของแบรนด์ Glass Skin ได้แก่ Pico Peptide สารสกัดเซรั่มเข้มข้นจาก Snail Mantle Mucin ที่มีโมเลกุลเล็กและละเอียดที่สุด บำรุงลึกถึง 3 เลเยอร์ 1. Allantoin ฟื้นฟูเซลผิวลดเลือนริ้วรอย 2. GAG เพิ่มไฮยารูลอนให้ผิวชั้นหนังแท้ 3. Multi-Peptide กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวแลดูเรียบเนียน

ซึ่ง 3 ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของแบรนด์คือ Glass Skin Luminous Serum เซรั่มบำรุงผิวเตรียมผิวฉ่ำพร้อมรับการบำรุง, Glass Skin Antioxidant Water Gel Moisture Bomb (Day Cream) วอเตอร์เจลบำรุงล้ำลึก ปกป้องมลภาวะตลอดวัน และ Glass Skin Youth Activator Intensive Cream (Night Cream) ครีมบำรุงล้ำลึก ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง

1) Glass Skin Luminous Serum เซรั่มช่วยให้ผิวโกลว์ดูกลาสสกิน ด้วย Snail Mantle Mucin หรือ เมือกหอยทากเข้มข้นจากส่วนแมนเทิลเท่านั้น อุดมด้วยสารบํารุงผิวเข้มข้น ได้แก่ Hyaluronic acid, Allantoin, Glycolic acid, Protein and Peptides, Antioxidants เพิ่มความชุ่มชื้น ผิวอิ่มฟู และ Niacinamide วิตามินที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะ

2) Glass Skin Antioxidant Water Gel Moisture Bomb วอเตอร์เจลสำหรับใช้ตอนเช้า อุดมด้วย Snail Mantle Mucin หรือ เมือกหอยทากเข้มข้นจากส่วนแมนเทิลเท่านั้น พร้อมด้วยส่วนผสมที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากรังสี UV ช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ให้ผิวกระชับ ด้วยสารสกัดจากพืช อาทิ Vitis vinifera (Grape) Seed Oil น้ำมันเมล็ดองุ่น ปกป้องผิวจากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย กักเก็บความชุ่มชื้นของผิว Rubus Idaeus (Raspberry) Fruit Extract สารสกัดจากผลราสเบอร์รี่ เพิ่มการผลิตเซลล์ผิวหนัง สร้างความยืดหยุ่นให้ผิว และ Vanilla planifolia fruit extract สารสกัดจากกล้วยไม้สกุล Vanilla Planifolia เป็นแหล่งของสาร Catechins ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่เป็นสารบํารุงผิว

3) Glass Skin Youth Activator Intensive Cream ครีมสำหรับบำรุงก่อนนอน เพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว ให้ผิวกระชับ แลดูอ่อนเยาว์ ด้วยสารสกัดจากเมือกหอยทาก เพิ่มความฉ่ำวาว จบปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และลดเลือนการเกิดฝ้า ด้วยเปปไทด์-8 ที่ทำงานเหมือนสารลดเลือนริ้วรอย อาทิ Galactomyces Ferment Filtrate สารสกัดที่ได้จากการบ่มหมักยีสต์ อุดมด้วย เปปไทด์ กรดอะมิโน แร่ธาตุและวิตามิน ช่วยบํารุงให้ผิวชุ่มชื้น Panax Ginseng Root extract and callus culture extract สารสกัดจากโสมและสเต็มเซลล์ของโสม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ผิวเปล่งปลั่ง Malus domestica fruit cell culture extract สเต็มเซลล์ของแอปเปิ้ลสายพันธุ์หายากจาก Switzerland ที่ถูกบรรจุอยู่ในรูปของ Liposome ทำให้สามารถซึมสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยปกป้องเซลล์จากสภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อม ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์เสมอ Niacinamide วิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดความหม่นหมองของผิวหน้า และ Acetyl Hexa-peptide 8 เปปไทด์ที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทำหน้าที่เช่นเดียวกับเปปไทด์ในสารลดเลือนรื้วรอย

พร้อมประกาศแต่งตั้งดารานักแสดงสาวระดับ GLOBAL STAR ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์และเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “ชุด GLASS SKIN เพื่องานผิวกระจกพร้อมใช้ แบบใหม่-ดาวิกา”

คุณฤทธิชัย ศรีวิจารย์ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า GLASS SKIN” เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ทาง เอ็มพี กรุ๊ป ได้ค้นคว้าวิจัยพัฒนาร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มานานกว่า 30 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามที่สามารถตอบโจทย์ในการมอบผิวฉ่ำวาวพร้อมใช้ ไม่ใช่แค่เพียงเปลือกนอก แต่เป็นผิวสวยสุขภาพดีที่มาจากภายใน เผยความเรียบเนียนเหมือน “ผิวกระจก” จนได้ค้นพบนวัตกรรม PICO PEPTIDE สารสกัดจาก SNAIL MANTLE MUCIN ที่มีโมเลกุลเล็กละเอียด บำรุงล้ำลึกสู่ชั้นผิวถึง 3 เลเยอร์ อุดมไปด้วยสารสกัดที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ ALLANTOIN ฟื้นฟูเซลล์ผิวลดริ้วรอย, GAG เพิ่มไฮยารูลอนให้ผิวชั้นหนังแท้ และ MULTI-PEPTIDE กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิวแลดูเรียบเนียนโดยทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ผลิตขึ้นด้วยมาตรฐานระดับโลกโดย HANKOOK COSMETICS MANUFACTURING CO., LTD การันตีคุณภาพจาก บริษัทซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้”

ด้าน คุณนทพร บุญบุบผา ประธานกรรมการบริหาร เผยถึงพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ว่า “เนื่องด้วย GLASS SKIN เป็นแบรนด์มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส เราจึงเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นระดับ Global Star อย่าง “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” นักแสดงสาวไทยมากความสามารถที่โกอินเตอร์ระดับโลกติดอันดับ 1 ใน 500 ผู้ทรงอิทธิพลด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกและยังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ และ Friend of the House ให้กับแบรนด์ระดับโลกมากมาย โดย คุณใหม่-ดาวิกา จะเป็นตัวแทนสะท้อนภาพลักษณ์ของหนุ่มสาวในยุค 2024 ของแบรนด์กลาสสกิน ที่แม้จะมีคิวงานแน่น มีผลงานระดับโลกที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เสมอ แต่คุณใหม่ยังคงมีงานผิวสวยพร้อมใช้ได้ง่ายๆ ด้วย PICO PEPTIDE จาก GLASS SKIN ซึ่งคุณใหม่จะร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์”

สนใจมีผิวสวยพร้อมใช้เหมือน ใหม่-ดาวิกา หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ Beautrium, Eveandboy ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อทางออนไลน์ ได้ที่ Line OA: @glassskin


'งาดำ' ซูเปอร์ฟู้ดเมล็ดจิ๋ว ประโยชน์สูง อีกหนึ่งตัวเลือกของสายรักสุขภาพ

‘งาดำ’ ซูเปอร์ฟู้ดเมล็ดจิ๋ว ประโยชน์สูง อีกหนึ่งตัวเลือกของสายรักสุขภาพ

เทรนด์รักสุขภาพยังคงมาแรงต่อเนื่องในปี 2024 และเชื่อว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เทรนด์นี้ทำให้ ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) กลายเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงบ่อยๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใส่ใจสุขภาพอาจมีคำถามว่าอาหารแบบไหนที่เรียกว่า ซูเปอร์ฟู้ด จริงๆ แล้ว ซูเปอร์ฟู้ดก็คืออาหารในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ แต่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหาร และกรดไขมันที่มีประโยชน์ ตัวอย่างซูเปอร์ฟู้ด เช่น ข้าวโอ๊ต ปลาแซลมอน ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว เห็ด อัลมอนด์ โยเกิร์ต นมไขมันต่ำ และดาร์กช็อกโกแลต เป็นต้น

ซูเปอร์ฟู้ดบางชนิดอาจมีราคาแพง แต่ก็มีซูเปอร์ฟู้ดราคาย่อมเยาให้เราเลือกเช่นกัน ถ้าใครกำลังมองหาอยู่ล่ะก็ อย่ามองข้าม งาดำ ธัญพืชเมล็ดเล็กแต่ประโยชน์ไม่เล็กเลย ซึ่งปัจจุบันมีการนำงาดำมาเป็นส่วนผสมในนมถั่วเหลือง ทำให้กินง่ายดื่มง่ายขึ้น และหาซื้อง่าย แถมยังได้ประโยชน์ 2 ต่อ จากงาดำและนมถั่วเหลือง ซึ่งถั่วเหลืองก็ถือว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ดีมากเช่นกัน

งาดำ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่นวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ซึ่งวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยบำรุงกระดูก บำรุงเลือด บำรุงผมและผิว บำรุงประสาทและสมอง ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น แก้เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ ช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ทำให้นอนหลับสบาย ป้องกันเหน็บชา และยังช่วยบรรเทาริดสีดวงได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพบว่าสารเซซามีนในงาดำเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในร่างกาย เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ช่วยเสริมคอลลาเจนในข้อเข่าให้กับสูงอายุ นอกจากนี้ เซซามีนยังช่วยลดความดัน และน้ำตาลในเลือด และช่วยลดโคเลสเตอรอล ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

‘งาดำ’ กับฮอร์โมนเพศหญิง
งาดำยังมีประโยชน์ต่อคุณผู้หญิงทุกวัย งาดำเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่คล้ายกับไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ในเพศหญิง ผู้หญิงวัยทองเมื่อกินงาดำจะช่วยลดอาการวัยทอง ช่วยลดโอกาสในการเกิดภาวะกระดูกพรุน คนที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จากการที่ร่างกายไม่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน เมื่อได้รับสารเซซามิน เชื่อว่าจะทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนเป็นเอนเทอโรแลกโตน (Enterolactone) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์เอสโตรเจนและมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายไฟโตเอสโตรเจน จึงช่วยลดอาการวัยทอง เช่น วูบวาบ ร้อนๆ หนาวๆ นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้นง่าย นอกจากนี้งาดำยังส่งผลดีต่อระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย ลดไขมันในเลือด และเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระด้วย

‘Zinc’ ร่างกายผลิตไม่ได้ อยากได้ต้องกินเอง  
Zinc หรือ สังกะสี เป็นแร่ธาตุอีกชนิดหนึ่งที่พบในงาดำ หลายคนที่เคยมองข้าม Zinc คงต้องหันมาสนใจแร่ธาตุตัวนี้ให้มากขึ้น เพราะถือว่ามีความสำคัญ และร่างกายไม่สามารถผลิตเองหรือกักเก็บไว้ได้ จะต้องได้รับจากการกินอาหารเท่านั้น ซึ่ง Zinc มีบทบาทสำคัญในการควบคุมให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีส่วนช่วยในการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ของร่างกายถึง 300 ชนิด ซึ่งรวมถึงกระบวนการย่อยและเผาผลาญสารอาหาร และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย กระบวนการสังเคราะห์สารพันธุกรรม ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท ฮอร์โมน รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การสร้างภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน

นมถั่วเหลืองผสมงาดำ การรวมพลังของ 2 ซูเปอร์ฟู้ด
อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่า นมถั่วเหลืองเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ดีมากอีกตัวหนึ่ง การนำงาดำมาผสมในนมถั่วเหลืองจึงเท่ากับได้ประโยชน์จากซูเปอร์ฟู้ด 2 ชนิดเลยทีเดียว เพราะนมถั่วเหลืองอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดอะมิโน มีโคเลสเตอรอลชนิดดีสูง มีไฟเบอร์ วิตามินและเกลือแร่สูง และปริมาณไขมันยังต่ำกว่านมวัว ขณะเดียวกันก็ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งดีต่อหัวใจและหลอดเลือดด้วย นอกจากนี้ นมถั่วเหลืองยังช่วยบำรุงผิวให้มีน้ำมีนวล สดใส ซึ่งน่าจะถูกใจหนุ่มสาวสายสุขภาพที่ต้องการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก

ขอบคุณข้อมูล: พญ.วรมน ดุลยพัชร์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ โรงพยาบาลนครธน โดย แลคตาซอย สูตรงาดำ 
ภาพ: Pexels


ยลโฉมคนดังสวมจิวเวลรี่สุดหรู Tiffany & Co. เฉิดฉายบนพรมแดงออสการ์ 2024

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานประกาศรางวัล “ออสการ์ 2024” [Academy Awards] ครั้งที่ 96 ซึ่งผลรางวัลในหลายๆ สาขาก็เป็นไปตามคาด อีกหนึ่งไฮไลท์ในงานนี้คือพรมแดงของเหล่าคนดัง ซึ่งปีนี้แต่ละคนก็มาในลุคที่เรียบหรู บ่งบอกสไตล์ของแบรนด์ที่ใส่มาได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงจิวเวลรี่ที่สวมใส่ก็ส่งให้ลุคของของเขา และเธอโดดเด่นขึ้น

ยลโฉมคนดังสวมจิวเวลรี่สุดหรู Tiffany & Co. เฉิดฉายบนพรมแดงออสการ์ 2024

(Photo by Jeff Kravitz/FilmMagic)

Emily Blunt นักแสดงสาวผู้ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัล สวมสร้อยคอแพลทินัม ต่างหูประดับเพชร และแพลทินัม คอมพลีทลุคด้วยแหวนเพชรประดับแพลทินัม ขณะที่ John Krasinski ติดเข็มกลัด Jean Schlumberger by Tiffany Floral Arrows นาฬิกา Tiffany 1837 Makers และคัฟลิ้งก์ Diamond Point Square เข้าร่วมงาน Academy Awards ครั้งที่ 96 ที่ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย

Anya Taylor-Joy สวมสร้อยคอแพลทินัมและทองคำ ประดับเพชร แหวน Jean Schlumberger by Tiffany และแหวนเพชร 

Ariana Grande สวมจี้และต่างหูแพลทินัมตกแต่งด้วยมอร์แกไนต์และเพชร และแหวนเพชร 

Greta Lee สวมต่างหูแพลทินัมประดับเพชร สร้อยข้อมือ Tiffany Archives ตกแต่งเพชรและมรกต และแหวนแพลทินัมตกแต่งทัวมาลินสีเขียว 

Gabrielle Union สวมสร้อยแพลทินัมประดับอความารีน ต่างหู  Tiffany Soleste® และแหวนเพชร

Robert Downey Jr. ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล สวมเข็มกลัด Elsa Peretti® Amapola และแหวน Tiffany T T1 

Ncuti Gatwa สวมเข็มกลัด Jean Schlumberger by Tiffany Four Leaves และ Jack Quaid สวมนาฬิกา Tiffany East West® 2-Hand




Eternal Sunshine แนวกลิ่นซิทรัส จาก PAÑPURI ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า

Eternal Sunshine แนวกลิ่นซิทรัส จาก PAÑPURI ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า

Eternal Sunshine แนวกลิ่นซิทรัส จาก PAÑPURI ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า

PAÑPURI ชวนเก็บสัมภาระ แพ็กกระเป๋า พร้อมออกเดินทางไปกับ PAÑPURI Sunshine Hotel Pop-Up เตรียมรับกุญแจดอกพิเศษที่จะพาไขประตูไปสู่จุดหมายปลายทางสุดประทับใจ ทุกองค์ประกอบของกิจกรรมภายในโรงแรมแห่งนี้ (Hotel Pop-Up) จะช่วยเชื่อมต่อระหว่างความหอมของกลิ่น Eternal Sunshine และความกระจ่างใสภายในจิตใจ เพื่อค้นพบแสงแห่งดวงอาทิตย์ที่จะจุดประกายความสุข ความสดใส และพลังบวกในตัวเอง

กลิ่นหอมสดชื่นของ Eternal Sunshine เป็น แนวกลิ่นซิทรัส ที่ผสมผสานกลิ่นของผิวมะนาว และสมุนไพรใบกระเพรา ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า เป็นกลิ่นที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มพลังงานที่ดี และพร้อมเปิดรับความสุขในวันใหม่ได้อย่างสดชื่น

พบกับ PAÑPURI Sunshine Hotel Pop-Up ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2567 ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า Central Embassy


โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

ชวนว่าที่บ่าวสาวปักหมุด Moment of Love Wedding Showcase @ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

ว่าที่บ่าวสาวที่กำลังแพลนงานวิวาห์ในฝัน แพรว ขอแนะนำให้รีบล็อกคิวปักหมุดงาน Moment of Love Wedding Showcase ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 23 – 24 มีนาคม 2567 @ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ กันเลยค่ะ

ชวนว่าที่บ่าวสาวปักหมุด Moment of Love Wedding Showcase @ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

แล้วเตรียมมาสัมผัสสถานที่จัดงานแต่งแสนอบอุ่น แพ็คเกจงานหมั้นและงานฉลองมงคลสมรสสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อีกทั้งข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แพ็คเกจงานหมั้น เริ่มต้นเพียง 90,000 บาท ณ ร้านเวอร์ทิโก้ทู ชั้น 60 แพ็คเกจงานแต่ง เริ่มต้นเพียง 380,000 บาท ณ ห้องบันยันบอลรูม ซึ่งรองรับแขกได้สูงสุด 450 ท่าน หรือการฉลองมลคลสมรสแสนโรแมนติกกลางแม่น้ำเจ้าพระยาบนเรือแซฟฟรอนครูซ รวมถึงยังมี อภินันทนาการชุดขันหมาก มูลค่า 12,000 บาท อภินันทนาการดอกไม้ประดับตกแต่งแกลเลอรี่ภาพถ่าย มูลค่า 15,000 บาท

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

และพิเศษ! คู่บ่าวสาวที่จองภายในงานและมียอดค่าใช้จ่ายสูงสุดภายในงาน รับเพิ่มวอเชอร์ห้องพักจากโรงแรมอังสนา เมซ็อง สุวรรณภูมิ หลวงพระบาง 2 คืน มูลค่า 17,000 บาท

นอกจากนี้ภายในงานเหล่าคู่รักยังจะได้ชมการจำลองงานแต่งในสถานที่จริง พร้อมการรังสรรค์งานให้โดดเด่นด้วยวิวใจกลางเมืองย่านสาทรแบบพาโนรามา หรือการลั่นระฆังวิวาห์แบบส่วนตัวบนเรือหรูล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งครบครันทั้งงานหมั้นในพิธีแบบไทย พิธีแบบจีน และงานฉลองมงคลสมรสรูปแบบต่างๆ

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

พร้อมพบกับทีมงานมากประสบการณ์ที่จะเนรมิตงานแต่งงานในฝันของคุณให้เป็นจริง และดูแลทุกรายละเอียดแบบครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่และสตูดิโอถ่ายภาพ ชุดแต่งงาน อาหาร เครื่องดื่ม และอีกมากมาย

ว่าที่บ่าวสาวที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเข้าชมงาน Moment of Love Wedding Showcase 2024 วันที่ 23 – 24 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. – 19.00 น. ณ ห้องบันยัน บอลรูม ชั้น 10 ณ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ได้ที่ 02 679 1200 ต่อ 1220 หรืออีเมล  [email protected] เลยค่ะ