อาดิดาส เผยโฉมไลน์อัพ SUPERNOVA รองเท้าวิ่ง ล่าสุด ในคอนเซ็ปต์ Everyday Running Shoes

อาดิดาส เผยโฉมไลน์อัพ SUPERNOVA รองเท้าวิ่งล่าสุด ในคอนเซ็ปต์ Everyday Running Shoes

อาดิดาส เปิดตัว รองเท้าวิ่ง รุ่นใหม่ในแฟรนไชส์ SUPERNOVA ที่มาพร้อมเฉดสีสดใสที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความสนุกของการวิ่ง รองเท้าวิ่งในตระกูล SUPERNOVA ได้รับการออกแบบเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ของความสบายเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านการเป็นรองเท้าวิ่งที่แสนสบายและสามารถใส่วิ่งได้ทุกวัน โดยครั้งนี้มาในโฉมใหม่ โดดเด่น สะดุดตาด้วยสีส้ม Orange Spark โทนสีแห่งปีที่จะปรากฎในทุกผลิตภัณฑ์ของอาดิดาสตลอดปีนี้ ซึ่งไลน์อัพอันน่าตื่นเต้น นอกเหนือจากรองเท้าวิ่งที่ได้รับรางวัลอย่าง SUPERNOVA RISE แล้ว อาดิดาสยังได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ที่เปิดวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกควบคู่กันอีก 2 รุ่น ได้แก่ SUPERNOVA SOLUTION และ SUPERNOVA STRIDE โดยโครงสร้างของรองเท้าทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับ Dreamstrike+ ซูเปอร์โฟมที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากโฟม LIGHTSTRIKE PRO ที่มีในรองเท้าตระกูล ADIZERO พร้อมนำมาต่อยอดพัฒนาให้สามารถมอบความสบายและความสามารถในการรองรับการกระแทกที่เหนือระดับ

นอกจากนี้ รองเท้าวิ่งทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ มากมายดังนี้

SUPERNOVA RISE

  • SUPPORT RODS: พื้นรองเท้าของรุ่น Rise ทุกคู่ได้รับการบุโฟมหนาสำหรับมอบการซัพพอร์ตตั้งแต่ส้นจนถึงปลายเท้าอย่างเสมอกัน เพื่อการส่งแรงที่นุ่มนวลและลื่นไหลให้กับเหล่านักวิ่งทุกคน
  • COMFORT HEEL FIT: การผสมผสานกันระหว่างโฟมกันกระแทกและสัมผัสที่นุ่มนวลของผ้าในรุ่น Rise ทำงานร่วมกันเพื่อมอบความสบายให้กับนักวิ่งผ่านการโอบอุ้มส้นเท้า

#PraewReview “หลังจากได้ลองใส่วิ่งมาสักพัก ส่วนตัวชอบในความเบาและไม่บีบเท้า ด้วยความที่เป็นคนหน้าเท้ากว้างและเท้าอวบ เนื่องจากเป็นคนน้ำหนักตัวเยอะ แต่รุ่นนี้ใส่แล้วรองรับน้ำหนักได้ดี ทำให้วิ่งสนุก เพราะพื้นรองเท้าบุโฟมหนาก็ให้ความรู้สึกเบาหวิวจนแทบไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกระหว่างวิ่งเลย ด้านข้างก็โอบอุ้มรูปเท้าได้ดีไม่บีบรัด”

SUPERNOVA STRIDE

  • CARRIER EVA: พื้นรองเท้าในส่วนหน้าได้รับการบุโฟม EVA เพื่อเพิ่มการรองรับแรงกระแทกให้เหล่านักวิ่งได้เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างมีไดนามิก
  • ADIWEAR OUTSOLE: นวัตกรรมพื้นรองเท้าชั้นล่างที่ผลิตขึ้นมาจากวัสดุยางที่ทนทาน มาพร้อมการเจาะรูซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้รับการออกแบบเชิงกลยุทธ์เพื่อมอบความสามารถในการยึดเกาะพื้นถนนที่ดีที่สุดให้กับเหล่านักวิ่ง

SUPERNOVA SOLUTION

  • STABILITY SUPPORT RODS: รองเท้าวิ่งในรุ่น SOLUTION มาพร้อมกับแท่ง Support Rods ที่มีความหนาแน่นด้วยกันถึง 2 คู่ อีกทั้งยังถูกปรับรูปทรงให้อยู่ในตำแหน่งตรงกลางที่เหมาะสมเพื่อมอบการซัพพอร์ตที่ดีกว่าเดิมให้กับเหล่านักวิ่งได้ในเวลาที่ต้องการ
  • ADIWEAR OUTSOLE: นวัตกรรมพื้นรองเท้าชั้นล่างที่ผลิตขึ้นมาจากวัสดุยางที่ทนทาน มาพร้อมการเจาะรูซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้รับการออกแบบเชิงกลยุทธ์เพื่อมอบความสามารถในการยึดเกาะพื้นถนนที่ดีที่สุดให้กับเหล่านักวิ่ง

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาระดับโลกล่าสุดที่อาดิดาสได้ทำการสำรวจนักวิ่งกว่า 2,674 คน ในกว่า 11 เมืองทั่วโลกพบว่าปัญหาที่พบมากที่สุด และเป็นอุปสรรคของนักวิ่งซึ่งส่งผลต่อการสร้างประสบการณ์การวิ่งที่ดีและความสนุก คือ การสวมใส่รองเท้าวิ่งที่ไม่สบาย (47%) อากาศที่ร้อนเกินไป (45%) หรือหนาวเกินไป (43%) ความรู้สึกขาดแรงบันดาลใจในการวิ่ง (38%) และพื้นผิวถนนที่ลื่นหรือไม่เรียบ (37%)

ทั้งนี้ เกือบ 1 ใน 4 หรือกว่า 23% ของนักวิ่งตัดสินใจที่จะไม่ออกไปวิ่งออกกำลังกายจากปัจจัยเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีนักวิ่งบางกลุ่มที่มีใจรักในการวิ่งอย่างมาก พวกเขายังคงวิ่งต่อไป ถึงแม้ว่ากว่า 4 ใน 10 หรือกว่า 37% จะลดระยะทางการวิ่งของตนเองลง ในขณะที่ 1 ใน 3 ของนักวิ่งกล่าวว่าปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบต่ออารมณ์ของพวกเขา อีกทั้งกว่า 33% ของนักวิ่งตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเส้นทางการวิ่งของพวกเขาเพื่อให้ได้รับความสบายที่เพิ่มขึ้น

รองเท้าวิ่งรุ่น SUPERNOVA RISE และ SUPERNOVA SOLUTION วางจำหน่ายแล้วในราคา 4,700 บาท ในขณะที่รองเท้ารุ่น SUPERNOVA STRIDE วางจำหน่ายในราคา 3,600 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th, LINE Shopping: @adidasthailand, ซูเปอร์สปอร์ต และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ


วันสตรีสากล

วันสตรีสากล ASICS ชวนผู้หญิงทุกคนออกกำลังกาย ส่งผลบวกสุขภาวะทางจิต

เนื่องใน วันสตรีสากล ASICS ได้เผยถึงผลการวิจัยระดับโลกเกี่ยวกับช่องว่างในการออกกำลังกายระหว่างชายและหญิง เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างระดับการออกกำลังกายของผู้หญิงกับสุขภาวะทางจิตของพวกเธอ จากรายงานพบว่าผู้หญิงมีความสุขมากขึ้น 52% รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น 50% รู้สึกมั่นใจมากขึ้น 48% เครียดน้อยลง 67% และรู้สึกหงุดหงิดน้อยลง 80% เมื่อออกกำลังกายเป็นประจำ**

วันสตรีสากล ASICS ชวนผู้หญิงทุกคนออกกำลังกาย ส่งผลบวกสุขภาวะทางจิต

อย่างไรก็ตาม การวิจัยในคนจำนวน 24,959 คน ซึ่งจัดทำโดย ASICS และนำการค้นคว้าโดยนักวิชาการที่มีชื่อเสียงอย่าง ดร.ดี ดลูกอนสกี (Dr. Dee Dlugonski) และผู้ช่วยศาสตราจารย์เบรนดอน สตับส์ (Assoc. Prof. Brendon Stubbs) กลับพบผลที่น่าตกใจว่าผู้หญิงมากกว่าครึ่งจากทั่วโลกกำลังห่างหายและเลิกออกกำลังกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของพวกเธอ และเพื่อสนองต่อผลการวิจัยเหล่านั้น ASICS ต้องการที่จะเปิดโอกาสและช่วยขยายผลเชิงบวกให้กับบุคคลและองค์กรระดับท้องถิ่นที่กำลังตั้งใจลดอุปสรรคในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายของผู้หญิง เพื่อช่วยซัพพอร์ต ผลักดัน และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงเหล่านั้นหันมาออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น

ผลการวิจัยระดับโลกเผยให้เห็นว่าผู้หญิงมากกว่าครึ่งไม่พึงพอใจกับระดับการออกกำลังกายของตนเอง โดยผู้หญิงทุกคนกำลังเผชิญกับอุปสรรคในการออกกำลังกายตลอดทั้งช่วงชีวิตของพวกเธอ ตั้งแต่ความกดดันด้านเวลา (74%) ความไม่มั่นใจในตนเอง (35%) ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกว่าถูกคุมคาม (44%) หรือรู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะกับการเล่นกีฬา (42%) ยิ่งไปกว่านั้น เกือบ 2 ใน 3 (61%) ของเหล่าคุณแม่ระบุว่าความเป็นแม่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเธอห่างหายจากการออกกำลังกายประจำ แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูลูกที่มีต่อระดับการทำกิจกรรมของผู้หญิง ผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กล่าวถึงความคาดหวังของสังคมที่มีต่อบทบาททางเพศ รวมถึงความคิดที่ว่าผู้หญิงควรมีหน้าที่หลักในการดูแลคนในครอบครัว และรับผิดชอบหน้าที่ต่าง ๆ ในครัวเรือน ซึ่งล้วนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเธอเลิกออกกำลังกาย

ในทางกลับกัน การรับรู้ของผู้ชายเกี่ยวกับความท้าทายที่ผู้หญิงต้องเผชิญนั้นแตกต่างไปจากความเป็นจริง มีผู้ชายเพียง 34% เท่านั้นที่ยอมรับว่าการไม่มีเวลาเป็นอุปสรรคในการออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง แม้ว่าผู้หญิงจำนวน 3 ใน 4 (74%) จะพูดถึงปัญหานี้ก็ตาม แต่ผู้ชายกลับคิดว่าความไม่มั่นใจในร่างกายเป็นปัญหาสำคัญ โดยผู้ชาย 58% บอกว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรคหลักเทียบกับจำนวนผู้หญิง 36% ความจริงแล้วอุปสรรคห้าอันดับแรกของการออกกำลังกายที่ผู้ชายรับรู้ มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ ปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่าย ที่ปรากฏอยู่ในลิสต์อุปสรรคที่พบบ่อยที่สุดซึ่งตอบโดยผู้หญิง ยิ่งเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการรับรู้ของผู้ชายกับความเป็นจริงในแต่ละวันที่ผู้หญิงทั่วโลกรู้สึก

อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยพบว่าผู้หญิงกว่า 1 ใน 3 กล่าวว่าเพื่อนของพวกเธอคือผู้ที่มีอิทธิพลที่สำคัญที่สุดในการออกกำลังกาย พวกเธอมีแรงจูงใจที่จะออกกำลังกายโดยผู้หญิงแบบเดียวกับตนเองมากกว่าคนที่มีชื่อเสียง อีกทั้งพ่อแม่และคนรักก็ถือเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าเพศหญิงหรือชายก็สามารถส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการออกกำลังกายได้ เมื่อถามว่าทำไมพวกเธอถึงออกกำลังกาย โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงกล่าวว่าเพื่อสุขภาพจิต (92%) และสุขภาพกาย (96%) มากกว่าการมีรูปร่างที่สวยงาม ดร. ดี ดลูกอนสกี ผู้นำการวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์จากสถาบันวิจัยเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเคนทักกี กล่าวว่า

“งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าช่องว่างการออกกำลังกายระหว่างชายและหญิงเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน และเพราะไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงสาเหตุเดียว จึงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเดียว แต่ถ้าถามว่าอะไรสามารถช่วยได้ ผู้หญิงตั้งข้อสังเกตว่าการทำให้การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้มากขึ้น ทำให้พวกเธอรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและถูกยอมรับในทุกรูปแบบกิจกรรม ในขณะที่ท้าทายความคาดหวังของสังคมที่มีต่อบทบาทของผู้หญิงไปด้วยเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้พวกเธอออกกำลังกายได้มากกว่าเดิมรวมถึงกิจกรรมการออกกำลังกายที่เน้นไปยังตัวของผู้หญิงและตอบโจทย์ความต้องการของพวกเธอ เช่น มีการช่วยดูแลเด็ก (Childcare) และการจัดเลี้ยงรื่นเริงต่าง ๆ กิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับงานที่พวกเธอทำ มีความสนุกสนานสามารถเข้าถึงได้ ให้ความรู้สึกปลอดภัยโดยไม่มีอคติต่อกัน วิธีการทั้งหมดนี้แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สามารถเกิดผลสะท้อนได้อย่างเด่นชัด และจากการศึกษานี้เราจึงได้พบว่ามีผู้คนและองค์กรอีกหลายพันรายทั่วโลกที่กำลังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้”

ในปัจจุบันมีผู้คนและองค์กรอีกมากมายที่กำลังสร้างความแตกต่างไปในทิศทางที่ดีขึ้นอยู่ทั่วโลก และในวันสตรีสากลนี้กลุ่มคนเหล่านั้นกำลังเชิญชวนให้ผู้คนส่งเรื่องราวและบอกเล่าประสบการณ์ของตนเอง เพื่อให้ผู้หญิงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ได้รับการสนับสนุนและได้รับแรงบันดาลใจ อีกทั้ง ASICS ก่อตั้งขึ้นจากความเชื่อที่ว่ากีฬาและการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ จึงเป็นที่มาของ ASICS : ‘Anima Sana in Corpore Sano’ หมายถึง ‘การมีจิตใจที่แจ่มใส ในร่างกายที่สมบูรณ์’ แม้ว่างานวิจัยของเราจะพบว่าผู้หญิงจำนวนมากไม่พอใจกับระดับการ


เบอร์เบอรี่ประกาศแต่งตั้ง แบร์รี่ คีโอแกน ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด

หลังจากร่วมงานกับ เบอร์เบอรี่ มาเป็นเวลานานล่าสุด แบร์รี่ คีโอแกน ได้ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการ

Photo by: Dave Benett

แบร์รี่ คีโอแกน เป็นนักแสดงผู้โด่งดังและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกด้วยบทบาทในภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่สองของ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ อย่าง ‘Dunkirk’

นอกจากนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างชื่นชมการแสดงของเขาในภาพยนตร์เรื่อง ‘The Killing of a Sacred Deer’ อีกทั้งยังได้รับรางวัล BAFTA จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘Banshees of Inisherin’ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Saltburn’ อีกด้วย

ในช่วงปีที่ผ่านมา แบร์รี่ได้เข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ของเบอร์เบอรี่ในคอลเล็คชั่นฤดูร้อน 2024 และร่วมงาน Met Gala ในฐานะแขกคนสำคัญของเบอร์เบอรี่

นอกจากนี้ยังคงเห็นเขาสวมใส่ชุดเบอร์เบอรี่บ่อยครั้ง ทั้งงานเปิดตัวซีรีส์ ‘Masters of the Air’ ของ Apple TV+ รอบปฐมทัศน์ที่ยุโรป และงาน BAFTA Film Awards ประจำปี 2024 เขายังได้เข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ของเบอร์เบอรี่รอบล่าสุดในคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 2024 อีกด้วย

‘ผมเป็นแฟนคลับของเบอร์เบอรี่มาตลอดหลายปี มรดกอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมนวัตกรรมสมัยใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรม ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในบทต่อไปของเบอร์เบอรี่’แบร์รี่ คีโอแกน กล่าว

‘ผมรู้จักแบร์รี่มานานกว่า 5 ปี และเฝ้าดูเขาเติบโตจนกลายเป็นนักแสดงมากความสามารถที่สุดคนหนึ่งในเจเนอเราชั่นของเขา รวมถึงพรสวรรค์อันน่าประทับใจของเขา ความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจ และสะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์เราได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมภูมิใจอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับเขาสู่ครอบครัวเบอร์เบอรี่’แดเนียล ลี ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเบอร์เบอรี่ กล่าว


อนันท์ อัมบานี

7 เรื่องสุดปังในงานปาร์ตี้ก่อนงานแต่งงานของ อนันท์ อัมบานี ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับ 1 เอเชีย

เรียกได้ว่าเป็นงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับงานปาร์ตี้ก่อนงานแต่งงานของ อนันท์ อัมบานี ลูกชาย มูเกซ อัมบานี มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย และบุคคลร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 11 ของโลก

หลายคนคงจำกันได้สำหรับงานแต่งงานของ ไอชา อัมบานี ลูกสาวคนโตของ มูเกซ และ นิต้า อัมบานีที่จัดขึ้นแบบอลังการงานสร้างเมื่อปี 2018 โดยงานนี้ถูกขนานนามว่าเป็นวิวาห์พันล้าน ถัดมาในปี 2019 ตระกูลอัมบานีได้จัดงานวิวาห์ขึ้นอีกครั้ง โดยเป็นงานของ อากาช อัมบานี ลูกชายคนกลาง ซึ่งงานนี้ก็จัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

มาในปี 2024 ก็ได้ฤกษ์ที่ลูกชายคนเล็ก อากาช อัมบานี จะสละโสด โดยว่าที่เจ้าสาวของเขาคือ Radhika Merchant ลูกสาวของ Viren Merchant ซีอีโอ Encore Healthcare ซึ่งทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานในเดือนกรกฎาคม 2024

แต่ตามธรรมเนียมของชาวอินเดียนั้น โดยเฉพาะสมาชิกตระกูลอัมบานีก่อนที่พวกเขา และเธอจะเข้าพิธีวิวาห์จะต้องมีพิธีการมงคลต่างๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม มีการจัดงานเลี้ยงก่อนงานแต่งงานขึ้น ต้องบอกเลยว่ายิ่งใหญ่สมฐานะ และความพิเศษของงานนี้คือ มีการจ้างนักร้องสาว แม่ค้า No.1 ริฮานน่า มาแสดงมินิคอนเสิร์ตแบบย่อมๆ อีกด้วย

7 เรื่องสุดปังในงานปาร์ตี้ก่อนงานแต่งงาน ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับ 1 เอเชีย

เจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ให้กับชาวเมืองในรัฐคุชราต 51,000 คน

ก่อนวันปาร์ตี้ อากาช และว่าที่เจ้าสาวได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาคค่ำให้กับชาวเมืองในรัฐคุชราต นครจัมนาการ์ จำนวน 51,000 คน ที่หมู่บ้าน Jogwad มีการเผยว่าการแจกอาหารให้ชาวเมืองในช่วงมงคลของครอบครัวเป็นประเพณีของตระกูลอัมบานีที่มีอย่างมายาวนาน

ริฮานน่าขึ้นแสดงโชว์แบบจัดเต็มครั้งแรกในรอบ 8 ปีที่งานปาร์ตี้

แม่ก็คือแม่ แม้จะไม่ได้ออกอัลบั้มมาเป็นแรมปี แต่ขึ้นคอนเสิร์ตก็จัดเต็มขนเพลงฮิตตั้งแต่อัลบั้มแรกจนอัลบั้มสุดท้ายมาโชว์ที่งานนี้ถึง 19 เพลง อาทิ “Umbrella” “Diamonds” และ “Work” นอกจากนี้ยังเอาใจเจ้าภาพสวมชุดส่าหรีขึ้นโชว์อีกด้วย

ทั้งนี้ ริฮานน่ายังได้อวยพรบ่าวสาว โดยเธอกล่าวว่า “ฉันมาที่นี่ ค่ำคืนนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่อนันต์และราธิกา ขอบคุณที่ให้ฉันมาที่แห่งนี้ ขอพระเจ้าอวยพรทั้งคู่ ฉันขอให้พวกคุณพบเจอแต่สิ่งดีๆ ยินดีด้วยค่ะ”

นอกจากนี้ ริฮานน่ายังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางออกจากสนามบินชัมนาการ์ว่า “งานนี้ยอดเยี่ยมมาก ฉันไม่ได้แสดงแบบจริงๆ มา 8 ปีแล้ว”

ต้องบอกเลยว่า ริฮานน่าไม่ใช่ศิลปินระดับโลกคนแรกที่มาแสดงคอนเสิร์ตให้ในงานปาร์ตี้ก่อนแต่งงานของสมาชิกตระกูลอัมบานี โดยในปี 2018 ได้มีการจ้างบียอนเซ่มาแสดงคอนเสิร์ตให้ในงานของ  Isha Ambani และ Anand Piramal ขณะที่ในปี 2019 งานวิวาห์ของ Akash Ambani Shloka Mehta ได้จ้าง Chris Martin นักร้องนำวง Coldplay และ The Chainsmokers มาแสดงคอนเสิร์ต รวมถึงให้ อดัม เลอวีน มาแสดงในงานฉลองหลังงานแต่งงานอีกด้วย

คลาคล่ำไปด้วยแขกจำนวน 1,200 คน

ในบรรดาแขกที่มางานแต่งงานของสมาชิกตระกูลอัมบานีนั้นไม่ธรรมดาสักคนทั้ง คนดัง มหาเศรษฐี และนักธุรกิจจากหลากหลายวงการ เช่น อิวานกา ทรัมป์, มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก, บิลล์ เกตส์ (ซีอีโอ Microsoft), สุนทร ปิจาอี (ซีอีโอ Goolgle) และ บ็อบ อีเกอร์ (ซีอีโอ Disney)

 งานเลี้ยงค็อกเทลสุดอลังการ เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ

ก่อนจะถึงงานปาร์ตี้ก่อนงานแต่งงาน เหล่าบรรดาแขก VIP ก็ได้ร่วมงานเลี้ยงค็อกเทลที่จัดขึ้นแบบหรูหราท่ามกลางโดมแก้วที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิด

ถัดจากนั้น แขกทุกคนถูกเชิญไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ Reliance เพื่อ “เดินเล่นในป่า” ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ซึ่งมีช้างกว่า 200 เชือก และสัตว์น้อยใหญ่อีกนานาชนิด

เอกสาร 9 หน้า พร้อมด้วยเมคอัพ ช่างผม พร้อมด้วยเสื้อ

ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนจะมีเจ้าภาพคนไหนที่เตรียมช่างแต่งหน้า ทำผม พร้อมด้วยเสื้อผ้าให้กับแขก VIP ซึ่งพวกเขาและเธอจะได้เอกสารที่บรรยายถึงคอสตูมในงานต่างๆ แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะทางอัมบานีได้จัดเสื้อให้ พร้อมช่างหน้า ผมให้เสร็จสรรพ

ตระกูลอัมบานีสร้างวัด 14 แห่งในชัมนครก่อนงานแต่งงาน

นอกจากเลี้ยงอาหารให้กับชาวเมืองแล้ว นิต้า อัมบานี  ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิ Reliance Foundation แม่ของลูกๆ ทั้ง 3 คน ยังสร้างวัดถึง 14 แห่ง มงคลแล้ว มงคลเข้าไปอีก

130 เที่ยวบินเดินทางมาถึงสนามบินจัมนาการ์ เพื่องานเลี้ยงเฉลิมฉลอง

มีรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่สนามบินจัมนาการ์ มีเที่ยวบินประมาณ 130 เที่ยวของแขกเพื่อมาร่วมงานเฉลิมฉลองของ อากาช อัมบานี และ Radhika Merchant

งานเลี้ยงเฉลิมฉลองก่อนงานแต่งงานยังหรูหราขนาดนี้ หากเป็นวันจริงจะยิ่งใหญ่ อลังการเบอร์ไหน ก็คงดูได้จากงานวิวาห์ของ ไอชา และ อากาช อัมบานีได้เลย


เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย ฉลองวันสตรีสากล ผ่านแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน

แพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน เฉลิมฉลองให้กับสตรีผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ในอาเซียน เนื่องในวันสตรีสากล

วันนี้ บริษัทเฮอร์ชีย์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากลประจำปี สนับสนุนพลังสตรี ยกย่อง ชื่นชมสตรีไทย และสตรีจากประเทศในอาเซียน ที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคม และเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ด้วยการชื่นชมเธอ โดยให้เกียรติเธอเหล่านั้น ขึ้นมาปรากฏตัวบนแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชัน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจผ่านลวดลายบนแพ็คเกจ เพื่อส่งต่อพลังใจให้กันและกัน

กิจกรรมการเฉลิมฉลอง ต่อยอดไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่าน https://celebratehershe.com/th-th  เชิญชวนทุกท่านมาร่วมปลุกพลัง และเฉลิมฉลองให้กับ ‘(S)HERO’ ทั้งในตัวเรา และ (S)HERO ที่อยู่รอบตัวเรา เพราะเฮอร์ชีย์เชื่อว่า ทุกคนล้วนมีพลังบวกในตัวเอง และทุกคนมี (S)HERO คนสำคัญ ที่คอยเป็นแรงใจให้ขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง การจุดประกายครั้งนี้ต้องการที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน เพื่อสานต่อการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างไร้ขีดจำกัด ภายใต้ธีม “#เปิดโหมดปัง ปลุกพลัง SHERO เฮอร์ชีย์ตั้งเป้าที่จะใช้แพลตฟอร์มตนเองเพื่อเป็นกระบอกเสียงในการตอกย้ำว่า ผู้หญิงทุกคนสามารถเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองได้เมื่อได้รับการยอมรับ และได้รับการส่งเสริมทางศักยภาพ คำชื่นชม และกำลังใจที่ส่งถึงกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นพลังใจอันยิ่งใหญ่ เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญวันสตรีสากลระดับโลกในปีนี้

คุณลุยจิ มิร์ริ (Luigi Mirri) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และอินเดียของเฮอร์ชีย์ กล่าวว่า “บริษัทใช้ช็อคโกแลตแท่งอันเป็นอัตลักษณ์ของเฮอร์ชีย์ในการเฉลิมฉลองตลอดทั้งเดือน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการให้เกียรติ และแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อสตรีทั้งหลายที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ในช่วงของเดือนแห่งวันสตรีสากล”

เฉลิมฉลองให้กับผู้หญิงที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกในประเทศไทย

ในปีนี้ ประเทศไทยร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยปลุกกระแสแคมเปญ #HerShe ที่เคยได้รับรางวัลให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย ได้เปิดพื้นที่เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนพลังบวก ชื่นชมสตรีที่ทำคุณงามความดี เพื่อส่งต่อกำลังใจทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ประเทศ และทั่วโลก

เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ที่ร่วมในแคมเปญนี้ ได้ประสานพลังกับ เกิร์ล อัพ (Girl Up) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ช่วยพัฒนาทักษะ มอบสิทธิและโอกาสให้แก่เด็กผู้หญิงในการเป็นผู้นำ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงทุกคนทั่วโลกได้มีโอกาสสร้างความแตกต่างเชิงบวก

ต่อยอดแคมเปญเฉลิมฉลองสู่แพลตฟอร์มบนโลกโซเชียล แฮชแท็ก #CelebrateShero #เปิดโหมดปังปลุกพลังSHERO บนดิจิทัลแพลตฟอร์มได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการทำคุณงามความดีตลอดทั้งเดือน โดยส่งเสริมให้ผู้บริโภคทุกคนร่วมเสนอชื่อ และชื่นชม (S)HERO รอบตัว พร้อมบอกเล่าเรื่องราวว่าชื่นชมเธออย่างไร และยังกระตุ้นให้ตระหนักถึงพลังบวก ที่มีอยู่ภายในบุคคลทุกคน ด้วยการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถเข้ามาค้นหาจุดเด่นของตัวเอง เพื่อเฟ้นหาว่าเป็น (S)HERO แบบไหน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและตอกย้ำว่า ‘ทุกคนเป็น (S)HERO ได้’

แพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชันเฉลิมฉลองให้กับสตรีผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในอาเซียน เนื่องในวันสตรีสากล

สแกน QR code เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ https://celebratehershe.com/th-th

ขอเชิญทุกคนร่วมส่งแรงบันดาลใจให้กันและกัน ด้วยการชื่นชม (S)HERO เธอผู้เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ บอกกับเธอว่าชื่นชมเธออย่างไร ผ่านการ์ดชื่นชมดิจิทัล ที่สามารถดาวน์โหลด และแชร์ต่อให้กับ (S)HERO ที่ต้องการชื่นชม หรือแชร์ในโซเชียลแพลตฟอร์มของคุณ เพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณ และส่งต่อพลังใจให้กัน พร้อมติดแฮชแท็ก #CelebrateShero #เปิดโหมดปังปลุกพลังSHERO

การ์ดชื่นชมบุคคลที่สามารถเลือกคำชื่นชม อัพโหลดรูปภาพ หรือสร้างอวาตาร์ของบุคคลที่อยากชื่นชมได้ตามใจชอบ

นอกจากแพลตฟอร์มบนโลกโซเชียล เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม ในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ที่ อาคาร ซีพี ทาวเวอร์ ชั้น 1 หน้า 7-Eleven และวันที่ 9 มีนาคมที่ สยามสแควร์วัน เพื่อร่วมเฟ้นหาพลัง (S)HERO ที่ซ่อนอยู่ภายในคุณ พร้อมถ่ายรูป 360 องศา ในเวอร์ชัน ซุปเปอร์ (S)HERO พร้อมร่วมลุ้นรับของรางวัลในงานอีกมากมาย 

กรุงเทพประกันภัยร่วมกับกรมสุขภาพจิต รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยห่างไกลภาวะซึมเศร้า

กรุงเทพประกันภัยและกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เห็นความสำคัญของปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะสถานการณ์ของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและกำลังเป็นปัญหาทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขและป้องกันไม่ให้ขยายวงกว้าง จึงร่วมจัดงานแถลงข่าวพร้อมร่วมเสวนาในหัวข้อการส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต เพื่อการป้องกันอย่างยั่งยืน เน้นสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ให้คนรอบข้างและครอบครัวสามารถดูแลผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าได้อย่างเข้าใจด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสม พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาที่สะท้อนถึงภาวะซึมเศร้าซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาทางจิตใจแต่เป็นโรคที่รักษาหายได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวโดยนายปองกูล สืบซึ้ง (ป๊อบ-ปองกูล) ศิลปินอารมณ์ดี และยังมีนายนที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุดด้าเบลส) ร่วมเผยประสบการณ์ในฐานะนักบำบัด ณ เดอะ กลาสเฮ้าส์ ปาร์คนายเลิศ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567

นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึงสถานการณ์ภาวะซึมเศร้าของไทยว่า “แม้โลกจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ให้เข้ามามีส่วนช่วยในทุกระบบ แต่พบว่าคนไทยยังคงเผชิญกับภาวะปัญหาทางสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ประชาชนใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า เจ็บป่วยด้วยปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด จะเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยทางจิตเวชในไทย เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จาก 1.3 ล้านคน ในปี 2558 เป็น 2.3 ล้านคน ในปี 2564 จากข้อมูลล่าสุดบนระบบรายงาน HDC ของกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 พบว่าผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่รักษาแบบผู้ป่วยนอก เพิ่มขึ้นกว่า   3 แสนรายหรือคิดเป็นร้อยละ 12.09 รวมถึงประมาณการณ์ว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ถึง 1.5 ล้านคน และอาจมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่เข้ารับการบำบัดดูแล ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากพบสถิติว่าโรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักนำไปสู่การ   ฆ่าตัวตายของคนไทยและผู้ป่วยซึมเศร้ามีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนทั่วไป และมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึงร้อยละ 70 โดยพบว่าอัตราส่วนจิตแพทย์ 1.25 คน ต้องดูแลคนไทยถึง 1 แสนคน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะขยับเข้ามามีส่วนร่วมในช่วยเหลือให้คนไทยมีสุขภาวะทางจิตที่ดีอย่างถ้วนหน้า โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นภาคส่วนที่มาจากด้านสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากภาคเอกชนที่มีความสนใจและใส่ใจในการมีสุขภาวะทางจิตที่ดีของสังคมไทย การมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ จะทำให้เกิด ผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตในปัจจุบัน ช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นคำตอบของการมีสุขภาวะทางจิตที่ดีและความสุขของสังคมไทยอย่างยั่งยืน กรมสุขภาพจิต รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นทางบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามีส่วนสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการสร้างความตระหนักและรอบรู้ด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้าซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยผู้ป่วยและครอบครัวที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้
ยังเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่สะท้อนภาพว่า เรื่องสุขภาพจิตไม่เป็นเพียงแค่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน”

ด้าน ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยนโยบายด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีคุณภาพ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนในสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการให้ความร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายต่างๆ โดยให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนพร้อมการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสังคมอย่างแท้จริง”

“และจากสภาพสังคมที่เปราะบางด้วยปัญหาและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ส่งผลให้คนในสังคมไทยประสบกับสภาวะทางความเครียดสะสม มีความอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจจนเกิดเป็นภาวะซึมเศร้า ทั้งที่แบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดภาพในจินตนาการต่อตนเองในแง่ลบ และหากไม่ได้รับการแนะนำหรือการดูแลอย่างเหมาะสมหรือถูกวิธี อาจจะนำไปสู่การทำร้ายตนเอง และเลวร้ายที่สุดคือการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นการสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าของสังคมอย่างน่าเสียดาย โดยในปัจจุบันผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพประกันภัยจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนช่วยรณรงค์เพื่อลดปัญหาดังกล่าว กอปรกับการร่วมส่งเสริมด้านสุขภาพจิตที่ดีเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในการสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิต โดยเฉพาะกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า และคนรอบข้างที่ต้องดูแลผู้ที่มีอาการอย่างใกล้ชิด เพราะภาวะซึมเศร้าถือเป็นอาการของโรคอย่างหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายได้โดยการรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต บริษัทฯ จึงได้จัดทำสื่อรณรงค์ในรูปแบบภาพยนตร์โฆษณาเพื่อการสื่อสารได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนยังมีแผนการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี เพื่อให้คนไทยเข้าใจถึงปัญหาและรับรู้ถึงแนวทางการดูแลผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนรอบข้าง ทั้งครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้เข้าใจ สามารถสื่อสารและดูแลผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันปัญหาได้ในระยะยาว”

            โดยในงานแถลงข่าว กรุงเทพประกันภัยและกรมสุขภาพจิตได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาสร้างความรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าที่ถือว่าเป็นอาการของโรคที่สามารถรักษาได้ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าภาวะซึมเศร้าเป็นความอ่อนแอ ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ แต่จริงๆ แล้วภาวะซึมเศร้าเป็นอาการที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ต่างจากโรคทางกายอื่นๆ ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ทางกาย ด้านจิตใจ และสภาวะแวดล้อมต่างๆ  โดยสิ่งที่ภาพยนตร์โฆษณาต้องการจะสื่อคือการสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนรับรู้ว่า ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการของโรคที่ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอหรือไม่ใช่แค่ความรู้สึก และอยากให้เขาเหล่านั้นได้เข้าไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323 โดยเล่าเรื่องราวนี้ผ่านนายปองกูล สืบซึ้ง (ป๊อบ-ปองกูล)ศิลปินอารมณ์ดี

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีแขกรับเชิญมาร่วมเสวนาในหัวข้อ การส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต เพื่อการป้องกันอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ที่มาให้ความรู้ในเรื่องการดูแลผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า กล่าวว่า “สถานการณ์ของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและกำลังเป็นปัญหาทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขและป้องกันอย่างเร่งด่วนนั้น มีทางออกแรกที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้และไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการให้ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ได้มีโอกาสที่จะเล่าระบายความในใจ ที่สำคัญต้องสร้างบรรยากาศของการเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการบอกเล่า เพียงเท่านั้นก็สามารถคลี่คลายได้อย่างมาก ส่วนการให้คำแนะนำว่า สู้ๆ สามารถทำได้  แต่ต้องเข้าใจว่าผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ากำลังสู้กับอะไร ฟังก่อนว่ากำลังทุกข์ใจเรื่องอะไร มีคนบอกว่า อย่าพูดว่า สู้ๆ แต่ที่จริงแล้วคำว่า สู้ๆ สามารถพูดได้ ก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าเขากำลังสู้อยู่กับอะไร ถ้าเราฟังเขาจนเข้าใจแล้วรู้ว่า เขากำลังสู้อยู่กับปัญหาอะไร ปัญหาแบบนี้ในมุมมองของเขาเป็นอย่างไร ความเข้าใจและรับรู้ถึงสถานการณ์ก่อนจึงสามารถให้กำลังใจได้อย่างเหมาะสม หรือว่าบางทีการนั่งอยู่เฉยๆ เพื่อรับฟังก็ถือว่าเป็นการให้กำลังใจได้อีกช่องทางหนึ่งหรือที่เรียกว่า แค่เล่าก็เบาแล้ว เพราะคนเราไม่ได้โชคดีที่จะมีคนรับฟัง แต่ถ้าคุณสามารถเป็นคนคนหนึ่งที่รับฟังใครสักคนได้นั่นถือเป็นการช่วยเหลือที่ดีมากที่สุดแบบหนึ่งทีเดียว”

นอกจากนี้ นายปองกูล สืบซึ้ง (ป๊อบ-ปองกูล) นักร้อง และพรีเซนเตอร์ภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าว ร่วมด้วยนายนที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุดด้าเบลส) พิธีกร ศิลปิน นักบำบัด ยังได้ร่วมเสวนาเพื่อสร้างความตระหนักรู้ พร้อมทั้งเผยประสบการณ์ที่มีต่อผู้เกิดภาวะซึมเศร้าว่าเราควรปฏิบัติหรือดูแลเอาใจใส่เขาเหล่านี้อย่างไร และจะทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเราห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าได้

ทั้งนี้ สามารถติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาเพื่อเข้าใจผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้มากยิ่งขึ้นทางสื่อ Social Media ต่างๆ และสื่อโทรทัศน์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และหากต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323

ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์และเดอะมอลล์ ปลุกความร้อนแรงรับซัมเมอร์ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION HEATWAVE HITTING” ช้อปให้ฉ่ำ ปะทะคลื่นความร้อนแรง

ซัมเมอร์นี้ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์และเดอะมอลล์ ร่วมกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย , Bangkok
Bank M , บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน) , บริษัท แคนนอน       มาร์เก็ตติ้ง (ไทย
แลนด์) จำกัด และพันธมิตรร้านค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ในศูนย์การค้า จัดงาน “THE MALL LIFESTORE SUMMER-
CATION HEATWAVE HITTING” ช้อปให้ฉ่ำ ปะทะคลื่นความร้อนแรง ปลุกดีกรีความฮอต  จัดเต็มกิจกรรมสุดสนุก
พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษในซัมเมอร์นี้ งานจัดระหว่างวันที่ 8 มีนาคม – 16 เมษายน 2567  ที่ศูนย์การค้า
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ , งามวงศ์วาน , บางแค , บางกะปิ และเดอะมอลล์ โคราช

เตรียมพบกับ ปรากฎการณ์แฟชั่นโชว์ยิ่งใหญ่ที่ร้อนแรงที่สุดรับซัมเมอร์ 2024  อัพเดทเทรนด์แฟชั่นผู้ชาย-ผู้
หญิงคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด อิดิชั่นจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ากลุ่มเดอะ
มอลล์ รวมกว่า 120 แบรนด์ อาทิ ADIDAS, ALDO, CHARLES & KEITH, CC DOUBLE O, CPS CHAPS, FOOT
LOCKER, GENTLEWOMAN, H&M, HLA CONCEPT STORE, JASPAL, JELLY BUNNY,JD SPORTS, LYN AROUND,
MISTY MYNX, NEW BALANCE, POMELO, SUITCUBE, STEVE MADDEN, UNIQLO, URBAN REVIVO   และครั้ง
แรกกับการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ M Card “กลัฟ –คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” พระเอก
หนุ่มหล่อสายแฟในงานนี้  นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่รวมคนดังตัวท็อปจาก 5 เวทีประกวดใหญ่ระดับ
ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Miss Thailand Universe 2023, Next Universe 2023, นางสาวไทย 2567 , Mister
International 2023 และ Miss Trans Thailand 2023มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในเวทีเดียวกัน นำโดย แอนโทเนีย โพ
ซิ้ว Miss Universe Thailand 2023 และ 1st Runner Up Miss Universe 2023 , นลิน-ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวรา
ฉัตร 1st Runner Up Miss Universe Thailand 2023 และ Miss Intercontinental 2023, อลิน-สุเมธารัตน์ โก
เมซ Next Universe Junior 2023 , เมแกน แมคโดนัล Next Universe Teenage 2023, ดินสอสี-พนิดา เขื่อน
จินดา นางสาวไทย 2567, คิม-ธิติสรรค์ กู๊ดเบิร์น Mister International 2023 ,ดร.พอลลี่-ณฑญา เป้ามี
พันธ์ Miss Trans Thailand 2023 ร่วมด้วยดารานักแสดงและโมเดลมากมาย บอส-บูลเศรษฐ์ ภูสินโชควงศา, ไดร์
ม่อน-ณรกร ณิชกุลธนโชติ, เอิร์ท-ธนกฤต ตาละโสภณ ,วิน- ทรงสิน ใจพันธ์, ปลื้ม-ธยศทรณ์ ไวยฉัยยา, พิม-
พิมพ์ลภัส จึงสุระ , ผิงผิง-ณิชา ปิยะวัฒนานนท์, กราฟิค-รัชวิศน์ จันทร์รุ่งอนันต์, ยู-ยูซึเกะ มาซาโอกะ , อัน
ดา อนันตา เตียวิรัตน์ ,นุ่น-ธัญญพัทธ์ อินยาวิเลิศ ,แพรวา-พุทธิชา บุญมาศ , จา พชร สวนศรี ,พี พีรวิชญ์
พลอยนำพล ,จาว่า พบธรรม หรรษา, ไนน์ วชิราภรณ์ โยสิทธิ์ โดยมี คุณมีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล และนิตยสารแพรว
ร่วมรังสรรค์โชว์แฟชั่นสุดพิเศษเพิ่มดีกรีความร้อนแรงทั้งรันเวย์ และเติมเต็มความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตพิเศษ
จาก กลัฟ-คณาวุฒิ  โดยจะจัดงานพิธีเปิดในวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 16.30 น. ที่บริเวณ M GRAND
HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  และต่อเนื่องด้วยแฟชั่นโชว์ซัมเมอร์สุดพิเศษจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ
อาทิ Men Intrend & Ladies Boutique , Lingerie Salon , BP World , Dapper ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2567 ตั้งแต่
เวลา 13.00 น. เป็นต้นไปที่บริเวณ M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมสุดพิเศษ ร่วมกับ นิตยสารแพรว แบรนด์นิตยสารแฟชั่นแถวหน้าของไทย

·    Fashion Mission เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ X แพรว เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์คอนเทนต์  ครีเอเตอร์ที่ต้องมาร่วมทำภารกิจสร้างคอนเทนต์ภายใต้โจทย์สุดท้าทาย Mix & Match Summer Look จาก  แบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์
สุดฮอตภายในศูนย์ฯ เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 100,000 บาท โดยจะเปิดรับสมัครวันที่ 1 – 20 มีนาคม 2567 และประกาศผลผู้ชนะวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

·        EXCLUSIVE STYLING WORKSHOP ปรับลุคแปลงโฉมให้กับลูกค้า 50  ท่านแรก ที่มียอดช้อปสะสม ใน
ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ระหว่างวันที่ 8 – 21 มีนาคม 2567 ครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เข้า
ร่วม  WORKSHOPกับ คุณมิลิน ยุวจรัสกุล ในวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ที่จะมาสไตลิ่งชุด
ต่างๆ จากแบรนด์สุด HOT ในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ให้กับทั้ง 50 ท่านในแบบ Exclusive ปรับ Heat Look ให้
ปังพร้อมรับแรงปะทะของคลื่นความร้อนและ รับบัตรกำนัลจากแบรนด์ชั้นนำในศูนย์ฯ มูลค่า 10,000 บาท

·       WEEKEND STYLING โดยสไตลิสต์จากแพรว ที่จะมามิกซ์แอนด์แมตช์แฟชั่นในธีมซัมเมอร์ให้แก่นักช้อปสายแฟ
ที่มียอดช้อปร้านค้าในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ครบ 800 บาท  ที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นนางแบบ-นายแบบสุด
ฮอต พร้อมถ่ายภาพโดยช่างภาพมืออาชีพ ในวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. – 16.00 น. ที่ M Grand
Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และวันที่ 30 – 31 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. – 16.00 น. ที่ M Fashion
1 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

            รวมทั้งจัดเต็มกิจกรรมคลายร้อนมากมายตลอดซัมเมอร์นี้ อาทิ Workshop คลายร้อน เพ้นท์หมวก เพ้นท์พัด
สุดชิค , REFRESHING BAR คลายร้อนกับเมนูพิเศษ , HEAT WAVE MARKET ช้อปคลายร้อน เพลิดเพลินกับช้อป
ไอเท็มต้องมีรับซัมเมอร์ ระหว่างวันที่ 9 – 17 มีนาคม 2567 ที่ M Grand Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
และ 28 มีนาคม – 3 เมษายน 2567, M Fashion 1 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค , แชะภาพซัมเมอร์สุดฮอต พร้อม
ปริ้นรูป กับ CANON เมื่อใช้จ่ายในศูนย์ฯและห้างฯ ครบ 300 บาท / ใบเสร็จ พิเศษ ชวนสายแฟถ่ายรูป Photo
Booth สุดชิคอวดแฟชั่น ท่ามกลางบรรยากาศสุดฮอต วันที่ 28 มีนาคม – 3  เมษายน 2567 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์
บางแคและพลาดไม่ได้ฟินคลายร้อนกับมินิคอนเสิร์ตจากกองทัพศิลปินนักร้องชื่อดัง ที่จะหมุนเวียนมามอบความ
สนุกตลอดซัมเมอร์

9 มีนาคม PIXXIE ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ Whal & Dolph ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

10 มีนาคม BOWKYLION ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และ QLER ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

23 มีนาคม Bean-Napason 24 มีนาคม Serious Bacon ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ

28 มีนาคม Tilly Bird , 29 มีนาคมJETSET’ER , 30 มีนาคม ส้ม-มารี ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  บางแค

งานจัดระหว่างวันที่ 8 – 17 มีนาคม 2567 ที่ M Lifestyle Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ M Grand
Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ , วันที่ 21 – 26 มีนาคม 2567 ที่ EVENT 2 ชั้น 2 เดอะมอลล์ โคราช , วัน
ที่ 23 – 31 มีนาคม 2567 ที่ M Lifestyle Hall ชั้น B เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และวันที่ 28 มีนาคม –
3 เมษายน 67 ที่ M Grand Hall และ M Fashion 1 ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์และเดอะมอลล์ ยังได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจและร้านค้าในศูนย์ฯ แจกรวม
กว่า 6.4 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าธนาคารยูโอบี ประเทศไทย , Bangkok Bank M , บริษัท
อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน) , บริษัท แคนนอน   มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด  รายละเอียดเพิ่ม
เติม  https://tmg.click/49hAy0e

ช้อปให้ฉ่ำ ปะทะคลื่นความร้อนแรง ท้าความฮอตสุดปังของซัมเมอร์นี้ ในงาน “THE MALL LIFESTORE
SUMMER-CATION HEATWAVE HITTING” งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 มีนาคม – 16 เมษายน 2567  ที่
ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ , งามวงศ์วาน , บางแค , บางกะปิ และเดอะมอลล์ โคราช   ติดตาม
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook The Mall Thailand และ https://tmg.click/49i00D5

#TheMallLifestoreSummerCationHeatwaveHitting #TheMallLifestore

#SUMMERCATION #ThemallThailand

ฝากไข่

‘ฝากไข่’ แผนมีลูกในอนาคตของสาวยุคใหม่ มีความจำเป็นแค่ไหน และเหมาะกับใครบ้าง?

ยุคนี้คนรุ่นใหม่หลายคนเริ่มแต่งงานกันช้าลง เพราะหันมาทุ่มเททำงาน เก็บเงินจนรู้สึกว่ามั่นคงในระดับหนึ่ง แล้วจึงค่อยวางแพลนแต่งงานสร้างครอบครัว แล้วพอคิดจะมีลูก ก็อายุมากขึ้น ความเสี่ยงก็มากขึ้น ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมาตอบโจทย์สาวๆ ยุคใหม่ที่อยากมีลูกในเวลาที่พร้อม และลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ ด้วยการฝากไข่ไว้ก่อน ในอนาคตเมื่อพร้อมและเวลาที่เหมาะสม ค่อยนำไข่ที่ฝากมาวางแผนมีลูกต่อไป แล้วการ ฝากไข่ มีความจำเป็นแค่ไหน และเหมาะกับใครบ้าง?

การฝากไข่ คือ การนำไข่ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ของผู้หญิงออกมาเก็บรักษาโดยการแช่แข็งไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อนำมาใช้สำหรับการตั้งครรภ์ในอนาคต ทั้งนี้ไม่ได้มีข้อจำกัดของอายุที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับความพร้อมและปริมาณไข่ของแต่ละคน โดยอายุที่เหมาะสมในการฝากไข่คือ 28-35 ปี

แล้วใครที่มีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการฝากไข่บ้าง

  • มีความต้องการมีบุตรในอนาคต หลังอายุ 35 ปี
  • มีโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ (Tumer Syndrome, Fragile X Syndrome)
  • มีประวัติครอบครัวหมดประจำเดือนเร็ว
  • เคยได้รับการผ่าตัดรังไข่ หรือถุงน้ำรังไข่
  • มีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาที่มีผลทำลายเซลล์ไข่ เช่น ยาเคมีบำบัด การฉายแสง

ข้อดีของการฝากไข่ คือ เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในอนาคต ซึ่งเป็นเวลาที่พร้อมตั้งครรภ์ แต่รังไข่ไม่พร้อม คือเหลือไข่ปริมาณน้อย และคุณภาพไม่ดี ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพไข่ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ทั้งอายุ ความเครียด การดูแลสุขภาพ การเลือกกินอาหาร การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย หรือโรคต่างๆ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

สำหรับสาวๆ ที่ต้องการฝากไข่ควรเตรียมตัวดังนี้

  1. ควรเตรียมสุขภาพให้แข็งแรง กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และกินกรดโฟลิคล่วงหน้าก่อนเก็บไข่อย่างน้อย 1 เดือน
  2. พบแพทย์เพื่อตรวจความพร้อม ตรวจเลือด และอัลตราซาวด์
  3. เริ่มกระบวนการของการกระตุ้นไข่ในวันที่ 1-3 ของรอบประจำเดือน โดยตรวจฮอร์โมน และอัลตราซาวด์นับจำนวนไข่
  4. ฉีดยากระตุ้นไข่ 8-10 วัน และตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูการตอบสนองของไข่
  5. นัดเก็บไข่ เมื่อไข่ได้ขนาดที่เหมาะสม

การฝากไข่สามารถแช่แข็งไว้ได้นานมากกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีรายงานการตั้งครรภ์จากไข่ที่แช่แข็งไว้นานถึง 14 ปี แต่แนะนำให้นำไข่มาใช้ก่อนอายุ 50 ปี เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ โดยเด็กที่เกิดจากไข่แช่แข็ง ไม่ได้มีความผิดปกติมากกว่าเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ

ทั้งนี้ข้อจำกัดในการฝากไข่ก็มี คือ

  • การกระตุ้นไข่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากภาวะที่ไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน(Ovarian Hyperstimulation Syndrome) ซึ่งพบได้ในกรณีที่มีปริมาณไข่มีจำนวนมากกว่าปกติ
  • ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นขณะเก็บไข่ เช่น เลือดออกในช่องท้อง ท้องอืด ปวดหน่วงท้องน้อย
  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ค่าใช้จ่ายในการฝากไข่ประมาณ 150,000-200,000 บาท ต่อรอบ (ขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ใช้) และค่าแช่แข็งไข่รายปี = 1,000 บาท/ใบ
  • หากการกลับมาใช้ไข่ทำเด็กหลอดแก้วในอนาคต จำเป็นต้องมีทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายด้วย

หากอยากมีลูกในอนาคต เมื่อพร้อม การฝากไข่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสาวๆ ในยุคนี้ ที่สำคัญควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การฝากไข่มีประสิทธิภาพด้วยนะคะ

Source: พญ.รุ่งทิวา กมลเดชเดชา จากศูนย์การแพทย์นวบุตร ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์)
Photo: Pexels


LINE STICKERS CONTEST 2024 ชิงรางวัลทริปสุดยอดเอ็กซ์คลูซีฟ

LINE STICKERS เชิญชวนเหล่านักสร้างสรรค์ ทั้งมือใหม่ และมือโปร เดินหน้าลงสนามแห่งความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลงาน LINE STICKERS เข้าร่วมประกวดในกิจกรรม LINE STICKERS CONTEST 2024 ที่ในปีนี้เปิดให้ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ทุกท่านร่วมประลองฝีมือ โดยสติกเกอร์ที่ตอบโจทย์ ตรงใจผู้ใช้งาน สร้างยอดดาวน์โหลดได้มากที่สุด 12  ลำดับแรก จะได้เป็นผู้ชนะรับสิทธิ์ร่วมทริปสร้างแรงบันดาลใจ เสริมทักษะความรู้ และชมสถานที่สุดครีเอทีฟ ประเทศญี่ปุ่น ฟรี! นักสร้างสรรค์ ครีเอเตอร์ ผู้สนใจ ห้ามพลาด !

LINE STICKERS CONTEST 2024 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยในปีนี้ LINE STICKERS ได้ปรับรูปแบบการประกวดให้นักสร้างสรรค์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นผู้ที่หลงใหลการขีดเขียน หรือเป็นผู้ใช้ความถนัดทางศิลปะได้อย่างมืออาชีพ ส่งผลงานการออกแบบสติกเกอร์เข้ามาประลองความคิดสร้างสรรค์บนสนามเดียวกัน ให้ผู้ใช้บริการ LINE ทั่วโลกได้เข้ามาชื่นชมและใช้ผลงานทีถูกสร้างสรรค์ขึ้น โดยผู้ใช้ LINE จะเป็นผู้ตัดสินผ่านยอดการดาวน์โหลดที่มากที่สุด โดยมีรายละเอียดการแข่งขันแบ่งเป็น 2 รอบ ดังนี้

  • การแข่งขันรอบที่ 1 ผู้ร่วมประกวดต้องส่งผลงาน ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 9:00 น. ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 23:59 น. และวางจำหน่ายเพื่อแข่งขันระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เวลา 9:00 น. ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เวลา 23:59 น. โดยผู้ชนะจะต้องมียอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 3,000 เซ็ตขึ้นไป สำหรับสติกเกอร์ภาพนิ่ง และ 1,500 เซ็ตขึ้นไปสำหรับสติกเกอร์ภาพเคลื่อนไหว
  • การแข่งขันรอบที่ 2 ผู้ร่วมประกวดต้องส่งผลงาน ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 9:00 น. ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 เวลา 23:59 น. และวางจำหน่ายเพื่อแข่งขันระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2567 เวลา 9:00 น. ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 เวลา 23:59 น. โดยผู้ชนะจะต้องมียอดดาวน์โหลดตั้งแต่ 4,000 เซ็ตขึ้นไป สำหรับสติกเกอร์ภาพนิ่ง และ 2,000 เซ็ตขึ้นไปสำหรับสติกเกอร์ภาพเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ LINE STICKERS จะพิจารณายอดรวมดาวน์โหลดสติกเกอร์สูงที่สุดจำนวน 6 ท่านในแต่ละรอบการแข่งขัน โดยแบ่งออกเป็นประเภทสติกเกอร์ภาพนิ่ง จำนวน 3 ท่าน และประเภทสติกเกอร์ภาพเคลื่อนไหว จำนวน 3 ท่าน หากในการแข่งขันแต่ละรอบได้ผู้ชนะตามเกณฑ์ไม่ครบตามกำหนด จะเพิ่มจำนวนผู้ชนะในรอบต่อไปให้จำนวนรวมครบ 12 ท่าน ที่จะร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างแรงบันดาลใจด้านการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

LINE STICKERS CONTEST 2024 เป็นกิจกรรมสำคัญสำหรับนักสร้างสรรค์ที่อยากเดินในสายอาชีพนี้ โดยมี LINE เป็นผู้สนับสนุนสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่จะนำพาครีเอเตอร์สู่ความเป็นมืออาชีพ และขยายโอกาสทางธุรกิจไปต่อยอดในธุรกิจเกี่ยวข้องที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมประกวด และเกณฑ์การตัดสินอย่างละเอียดได้ที่ https://lin.ee/lcVAuJq/sknj/pr สำหรับการแข่งขันรอบที่ 1 และ https://lin.ee/f2AcKWi/sknj/pr สำหรับการแข่งขันรอบที่ 2 และสามารถส่งผลงานเข้าประกวด LINE STICKERS CONTEST 2024 ได้ที่ creator.line.me

เนสเพรสโซเปิดตัว ‘คิม โกอึน’ แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชีย

พร้อมพบกับจอร์จ คลูนีย์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกเป็นครั้งแรก

ในหนังโฆษณาชุดล่าสุด ‘The Unforgettable Taste’ นำเสนอเรื่องราวของรสชาติกาแฟที่ลืมไม่ลงจากกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟ VERTUO

เนสเพรสโซเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียอย่างเป็นทางการ คิม โกอึน (Kim Go-Eun) นักแสดงมากความสามารถจากประเทศเกาหลีใต้ โดยได้ร่วมปรากฏตัวในภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด ‘The Unforgettable Taste’ ที่นำเสนอเรื่องราวของรสชาติกาแฟที่ลืมไม่ลงจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nespresso VERTUO ผ่านเนื้อเรื่องที่จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก และจูเลีย การ์เนอร์ (Julia Garner) นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง กำลังเดิมพันและทายรสชาติกาแฟแคปซูลว่าคิม โกอึนจะเลือกดื่มกาแฟชนิดใดอย่างสนุกสนาน

คิม โกอึน ถือเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในประเทศเกาหลีใต้ ผ่านผลงานการแสดงละครจากเรื่อง Guardian: The Lonely and Great God (2016), The King: Eternal Monarch (2020) และ Little Women (2022) ที่ทำให้ผู้ชมชาวไทยรู้จักเธอในวงกว้างมากขึ้น โดยเธอได้รับรางวัลทางการแสดงภายในประเทศมากมาย นอกจากความรักในการดื่มกาแฟของเธอแล้ว การช่วยเหลือสังคมของเธอที่เกี่ยวข้องกิจกรรมทางสิ่งแวดล้อม ยังสอดคล้องกับค่านิยมของเนสเพรสโซที่คำนึงถึงความยั่งยืน นี่จึงเป็นเหตุผลที่คิม โกอึนได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียคนแรกของแบรนด์เนสเพรสโซ

ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 2023 ที่ผ่านมา และในปี 2024 มีการออกอากาศหลายครั้งในหลายประเทศ ซึ่งแรงบันดาลใจเกิดจากความมุ่งมั่นของเนสเพรสโซในการส่งมอบประสบการณ์กาแฟคุณภาพ พร้อมรสชาติที่ลืมไม่ลงเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยเนื้อเรื่องเปิดฉากด้วยจอร์จ คลูนีย์และจูเลีย การ์เนอร์อยู่ที่งานปาร์ตี้ กำลังเดิมพันว่าแขกแต่ละคนจะเลือกดื่มกาแฟรสชาติใด ทันใดนั้นคิม โกอึนก็เข้ามาเลือกกาแฟ จอร์จและจูเลียจึงแข่งกันคาดเดาว่า เธอจะเลือกกาแฟรสชาติใดกันแน่ “Intenso” จอร์จบอก ในขณะที่จูเลียค้านอย่างมั่นใจว่า “ไม่ เธอเลือกกาแฟเย็นแน่นอน” ทั้งสองลุ้นด้วยใจจดจ่อ และแล้วคิม โกอึนก็เผยตัวเลือกของเธอ “Ice Leggero” และเดินมาทักทายจอร์จพร้อมกาแฟแคปซูลด้วยประโยคที่ว่า “Don’t forget to recycle” หลังจากนั้น ภาพก็ตัดไปที่ปริศนาซึ่งถูกเฉลยว่าจูเลียกับคิม โกอึนนั้นร่วมมือกันหลอกจอร์จ พร้อมขับรถสุดหรูหลังชนะเดิมพันออกไป ทิ้งให้จอร์จขับสกู๊ตเตอร์วินเทจออกจากงาน ….

จอร์จ คลูนีย์ กล่าวระหว่างเบื้องหลังการถ่ายทำว่า “การทำงานกับนักแสดงทั้งสองนั้นยอดเยี่ยมมาก เราทุกคนมีโอกาสใส่ความเป็นตัวเองลงไปในโฆษณา ผมไม่ชอบทำตัวจริงจังมากเกินไป เลยไม่ติดใจที่โดนสองสาวเอาชนะแม้สุดท้ายจะเป็นผมเองที่ต้องใส่หมวกกันน็อคชมพูแปร๋นก็ตาม ผมว่าผมเอาอยู่!”

จูเลีย การ์เนอร์ กล่าวถึงการร่วมในงานโฆษณาเนสเพรสโซครั้งแรกของเธอว่า “การทำงานในแคมเปญร่วมกับคนเก่งๆขนาดนี้ถือเป็นฝันที่เป็นจริงเลยค่ะ! ฉันชอบความขี้เล่นของบทและโทนโดยรวมของหนังโฆษณา ซึ่งเหมือนจะตอบข้อสงสัยของฉันที่ว่า รสชาติกาแฟที่ฉันเลือกมักจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ในขณะนั้นจริงๆ”

คิม โกอึน เสริมว่า “การถ่ายทำครั้งนี้สนุกมาก มีเสียงหัวเราะกันไม่ขาดเลยค่ะ ฉันชอบความผสมผสานที่ลงตัวของนักแสดงและความหรูหราในโฆษณาเนสเพรสโซชิ้นนี้มาก ที่สำคัญยังเน้นย้ำเรื่องการรีไซเคิลอีกด้วย!”

อีลีส ทัน (Eliz Tan) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเนสเพรสโซประเทศไทย กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากที่จะเปิดตัวแคมเปญใหม่ของเรา นำทีมโดยนักแสดงชาวเกาหลีใต้ที่ชาวไทยคุ้นเคยอย่างคิม โกอึน แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียคนแรกของเนสเพรสโซ, จอร์จ คลูนีย์และจูเลีย การ์เนอร์ โดยโฆษณาชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงกาแฟคุณภาพระดับพรีเมียม หลากหลายรสชาติที่สามารถรังสรรค์ได้ด้วยเครื่องชงกาแฟ Nespresso VERTUO  ของเรา เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟที่ลืมไม่ลง และหวังว่าโฆษณาชิ้นนี้จะเชื่อมโยงอารมณ์ของทุกคนกับสไตล์กาแฟที่ชื่นชอบ ในขณะเดียวกันเรายังเชิญชวนและกระตุ้นให้ลูกค้าของเรานำแคปซูลกาแฟเนสเพรสโซมารีไซเคิลอยู่เสมออีกด้วย”

#NespressoTH #TheUnforgettableTaste

กาแฟคุณภาพที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

Nespresso VERTUO มอบประสบการณ์กาแฟสุดพรีเมี่ยมให้กับคุณได้ทุกช่วงเวลา ด้วยกาแฟแคปซูลที่จะยกระดับประสบการณ์การดื่มกาแฟของคุณ ทั้งรสชาติ กลิ่นและสัมผัสที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ จากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าชั้นดีที่มาจากแหล่งเพาะปลูกท้องถิ่นในหลากหลายประเทศ, เทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่มอบเครม่าอันเนียนนุ่มและรสชาติกาแฟที่มีให้เลือกมากกว่า 30 รสชาติ พร้อมเสิร์ฟกาแฟให้คุณในหลากหลายสไตล์ตั้งแต่เอสเพรสโซ่ช็อต ไปจนถึงกาแฟอเมริกาโน่แก้วใหญ่ โดยคุณสามารถนำไปต่อยอดเป็นเมนูแก้วโปรดทั้งร้อนและเย็นได้อย่างสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดย Nespresso VERTUO จะมอบไลฟ์สไตล์และช่วงเวลากาแฟอันมีความหมายที่ตรงกับรสนิยมการดื่มกาแฟของคุณ ไม่ว่าจะช่วงเวลากาแฟที่บ้านหรือระหว่างเดินทางก็ตาม รวมไปถึงการคำนึงถึงความยั่งยืนอย่างไม่มีสิ้นสุดด้วยกระบวนการรีไซเคิลอลูมิเนียมที่แบรนด์มีรองรับให้กับลูกค้าทุกคน

สำหรับลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์กาแฟคุณภาพพร้อมความสะดวกสบายภายในบ้าน เนสเพรสโซมีเครื่องชงกาแฟ Nespresso VERTUO หลากหลายรุ่นให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น รุ่น VERTUO Pop สำหรับผู้ที่ชอบความกะทัดรัดและสีสัน, รุ่น VERTUO Next ที่เสิร์ฟเมนูกาแฟในหลากหลายคัพไซส์ไปจนถึงรูปแบบเหยือกและ VERTUO Lattissima ที่มอบประสบการณ์การเป็นบาริสต้าด้วยฟังก์ชั่นเครื่องทำนม โดยสามารถพบกับสินค้าจากเนสเพรสโซได้ที่บูติกทั้ง 9 สาขาได้แก่ สยาม พารากอน, เอ็มควอร์เทียร์, ไอคอน สยาม, เมกะ บางนา, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล ศรีราชา และเซ็นทรัล เชียงใหม่ ช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.nespresso.com และ Application : Nespresso พร้อมติดตามข่าวสารจากเนสเพรสโซได้ในโซเชียล มีเดียทุกช่องทาง ได้แก่ Line Official Account @nespressoth, Instragram : nespresso.th และ Facebook : www.facebook.com/nespresso.thailand

ลองได้จ้องแล้วจะหลง! ทำตาสวยเนียนกริบจับผิดไม่ได้ สไตล์ inZ Clinic กับการทำตาสองชั้นแบบดูเป็นธรรมชาติ

กูรูด้านศัลยกรรมทั้งหลายต่างลงความเห็นตรงกันว่าการทำศัลยกรรมตาสองชั้นมีส่วนทำให้ใบหน้าดูเปลี่ยนไปได้ แต่งานนี้จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหวานหยดสดใสจนใครก็ชม หรือจะไปในทางงง ๆ ถูกจับได้ตั้งแต่มองระยะไกลว่าไปทำตาสองชั้นมา อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณหมอ

แพทย์หญิงวันวิสาข์ ตันศิริเจริญกุล หรือ ‘คุณหมอหลิน inZ Clinic’ จักษุแพทย์เฉพาะทาง ผู้มีความชำนาญการด้านการทำตาสองชั้นแบบดูเป็นธรรมชาติ ได้รับรางวัล PRAEW ICONIC BEAUTY ในปีที่ผ่านมาดีกรีแบบนี้แหละที่ควรค่าแก่การชี้เป้าให้คนที่กำลังอยากทำตาสองชั้นแบบม้วนเดียวจบได้ทำความรู้จัก

‘ศัลยกรรมตาสองชั้น’ เป็นได้มากกว่าความสวย

“ที่จริงการทำตาสองชั้นสามารถแก้ปัญหาตาได้หลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในวัยรุ่นไปจนถึงคนสูงวัย ส่วนมากจะเจอกับปัญหาตาดูตี่ ตาเล็ก มีตาสองชั้นหลบใน หรือดวงตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน การทำตาสองชั้นก็จะช่วยให้มีชั้นตาที่เข้ากับใบหน้า ดูสวยหวานได้ค่ะ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก เบ้าตาลึก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ตาปรือ ก็สามารถปรับดวงตาให้กลับมาดูกลมโตสดใสได้ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย ซึ่งการทำตาสองชั้นนอกจะมีข้อดีในเรื่องของความสวยงาม ก็ยังช่วยปรับบุคลิกภาพของเรา เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเราเองอีกด้วยค่ะ”

คุณหมอหลิน inZ Clinic กับสไตล์เฉพาะตัวที่ต้องดู ไม่โป๊ะ

“สไตล์ของหมอจะเน้นที่ความเป็นธรรมชาติค่ะ ไม่อยากให้เน้นชั้นตาใหญ่เพียงอย่างเดียว ซึ่งบางทีอาจทำให้ตาดูปลิ้นและทำให้ตาปรือได้ ผู้ใช้บริการบางคนอาจคิดว่าการทำตาสองชั้นต้องทำชั้นตาใหญ่ ๆ ถึงจะดี แต่สำหรับหมอแล้วการศัลยกรรมต้องทำให้เหมาะสมกับโครงสร้างของดวงตาและใบหน้าด้วย ทั้งเพื่อความสวยงามและความปลอดภัยของตัวผู้ใช้บริการเอง หมอเชื่อว่า ‘ความสวยที่ไม่เคยตกเทรนด์ คือ ความงามที่ดูเป็นธรรมชาติ’”

ที่ inZ Clinic เราใส่ใจเรื่องการคำปรึกษาแบบ case by case เพราะผู้ใช้บริการแต่ละคนก็มีความกังวลใจที่แตกต่างกันไป รวมถึงปัญหาไปจนถึงโครงสร้างรอบดวงตาก็มีความแตกต่างกันด้วย การวิเคราะห์อย่างละเอียดจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดมากกว่า”

ชีวิตบีซี่จนไม่มีเวลาพักฟื้นนานเลยไม่กล้าบุ๊คคิวเสียที คุณหมอมีแบบหายไวๆ ไหมคะ

“สามารถทำได้แน่นอนค่ะ เพราะการทำตาสองชั้นกับหมอจะใช้เทคนิคที่ทำให้เกิดอาการบวมช้ำน้อย ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แถมยังเข้าที่ไว บางคนวันรุ่งขึ้นก็ไปทำงานได้เลย และบางเทคนิคที่หมอทำก็ไม่มีรอยแผล หลังทำสามารถล้างหน้าแต่งหน้าได้ตามปกติ ตอบโจทย์ความกังวลใจในเรื่องการดูแลตัวเองหลังทำตาได้มากเลยค่ะ”

โดดเด่นด้วยเทคนิคใหม่ไร้รอยแผล

            “สำหรับคนที่แผลหายยาก ไม่อยากให้มีแผลหมอมีเทคนิคใหม่ที่มีความเฉพาะตัว โดยจะใช้ไหมชนิดพิเศษ ถักเป็นลักษณะร่างแหไปตามเปลือกตาด้านใน ได้ชั้นตาที่สวยดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ไม่ต่างจากการทำแบบกรีดเลย เทคนิคนี้ต้องบอกว่ามีข้อดีและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการหลาย ๆ คนมาก เพราะไม่มีแผล หลังทำสามารถล้างหน้าแต่งหน้าได้ทันที ไม่ต้องระวังอะไรมาก แถมไม่ต้องมากังวลเรื่องรอยแผลเป็น บางคนมีอาชีพที่ต้องออกกล้อง ออกงานตลอด พักการแต่งหน้าไม่ได้ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าไปทำตามา ก็มักจะเลือกทำเทคนิคนี้ค่ะ”

แผลก็ไม่มี พักฟื้นก็น้อย แล้วจะอยู่ได้ถาวรไหมคะ?

“อยู่ได้ถาวรเลยค่ะ การทำตาสองชั้นกับหมอจะทำให้ผู้ใช้บริการมีชั้นตาที่สวยดูเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์คนอยากสวย ไม่ต้องเสียเวลากลับมาแก้อีก แต่หากผู้ใช้บริการเคยทำตาสองชั้นจากที่อื่นมาก่อน แล้วต้องการมาแก้กับหมอ ก็สามารถติดต่อเข้ามาขอรับคำปรึกษาก่อนก็ได้เหมือนกันนะคะ”

ฝากส่งท้ายถึงใครที่กำลังอยากทำตาสองชั้น

“การทำตาสองชั้นถือเป็นผลงานศิลปะที่มีความละเอียดอ่อน หากมีความผิดพลาดแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายทั้งในแง่ความสวยงามและความปลอดภัย แถมยังแก้ไขได้ยากด้วยค่ะ ดังนั้นใครที่อยากทำตาสองชั้นจึงต้องเลือกแบบทำครั้งเดียวจบกับคลินิกที่มีชื่อเสียง ผ่าตัดโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางเท่านั้นนะคะ”

“inZ Clinic คือ คลินิกที่มีความชำนาญการด้านการทำตาสองชั้น ทีมแพทย์ทุกท่านเป็นจักษุแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์และมีความชำนาญเกี่ยวกับโครงสร้างรอบดวงตาโดยตรง สามารถช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ใช้บริการได้อย่างครอบคลุมตรงจุด ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับทั้งความสวยงามและความปลอดภัยกลับไปค่ะ”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://inz-clinic.com/ Line @inzclinic หรือ โทร. 081-925-2144 , 02-004-7778

‘TEN’ (เตนล์)

‘TEN’ (เตนล์) สร้างความประทับใจในแฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในไทย

‘TEN’ (เตนล์) ขึ้นแท่นเป็นศิลปินชายเดี่ยวคนแรกของ SM Entertainment ที่จัดแฟนคอนเดี่ยว ได้สำเร็จ 2 รอบ และบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง

สมบูรณ์แบบเต็มสิบ ! เตนล์ เปิดฉากแฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในไทย 2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK สร้างสถิติศิลปินชายเดี่ยวคนแรกของ SM ที่จัดแฟนคอนเดี่ยว ณ อิมแพ็ค อารีน่าได้สำเร็จ 2 รอบ และบัตรหมดเกลี้ยงรวมผู้ชม 17,000 คน

‘TEN’ (เตนล์)

‘เตนล์’ หรือ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ศิลปินชายสุดฮอตสัญชาติไทยหนึ่งเดียวจาก SM Entertainment บริษัทผู้นำธุรกิจบันเทิงแห่งเกาหลีใต้ เปิดฉากแฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยแบบเต็มสิบใน ‘2024 TEN FIRST FAN-CON [1001] IN BANGKOK’ วันเสาร์ที่ 2 และอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 พร้อมพิสูจน์สถานะ ‘ตัวเลขที่สมบูรณ์แบบ’ ของ NCT และ WayV ด้วยการสร้างสถิติใหม่อันน่าภาคภูมิใจ ขึ้นแท่นเป็นศิลปินชายเดี่ยวคนแรกของ SM Entertainment ที่จัดแฟนคอนเดี่ยว ณ อิมแพ็ค อารีน่าได้สำเร็จ 2 รอบ และบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง รวมผู้ชมทั้งสิ้นกว่า 17,000 คน

ก่อนการแสดงรอบวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2567 ผู้จัดและต้นสังกัดในประเทศไทยอย่าง SM True ได้จัดงานแถลงข่าวประกาศความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ ‘เตนล์’ ซึ่งได้เข้าร่วมสัมภาษณ์ถึงการกลับมาเยือนบ้านเกิดในฐานะศิลปินเดี่ยวพร้อมกระแสตอบรับอันท่วมท้น, โซโล่มินิอัลบั้มแรก ‘TEN’ และผลงานอื่น ๆ โดยในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว พิธีกร ดีเจ นุ้ย ได้เรียนเชิญคุณจองมิน ชเว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO บริษัท เอสเอ็ม ทรู จำกัด และ Chief Global Officer ของ SM Entertainment, และผู้สนับสนุนร่วมถ่ายภาพที่ระลึกกับศิลปิน

ตามคอนเซ็ปต์ของชื่องาน ‘1001’ ที่สื่อถึง ‘TEN’ กับ WayZenNi (เวย์เจินนี) และ NCTzen (เอ็นซีทีเซ็น) แฟนคลับที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 1 แฟนคอนในครั้งนี้จึงอัดแน่นไปด้วยหลากหลายการแสดงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนึ่งเดียวคนนี้ ‘เตนล์’ ซึ่งเขาตั้งใจถ่ายทอดออกมาเพื่อสื่อสารกับแฟน ๆ อย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่เพลงแนวป๊อปร็อก ‘Paint Me Naked’ ปลดปล่อยใจให้เป็นอิสระไปด้วยกัน ต่อด้วยช่วง ‘10 For 1’ ในธีมนิตยสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ‘เตนล์’ ซึ่งเขาได้ทำท่าทางสุดน่ารักเพื่ออธิบายหัวข้อต่าง ๆ หรือแม้แต่การจำลองสถานการณ์สมมุติและถามตอบเพื่อเสาะหาตัวตนที่แท้จริง ตลอดจนช่วงเล่นเกมสนุก ๆ เพื่อเก็บแต้มให้ครบ ‘10 Points’ กับภารกิจตามล่ารูปในอดีต และการทำชาเลนจ์เต้นเพลงดัง ๆ มากมาย อีกทั้งเซอร์ไพรส์สุดประทับใจ กับการร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดของ ‘เตนล์’ ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ยิ่งทำให้บรรยากาศอบอุ่น

ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังได้ตอกย้ำการได้รับการขนานนามว่า ‘ผู้แสดงที่มีศิลปะ’ ผ่านเวทีเพลงโซโล่แบบครบทุกเพลง นำเสนอสีสันทางดนตรีและแนวเพลงที่ไม่เหมือนใคร ศิลปินมากความสามารถที่ปรับเปลี่ยนไปตามทุกคอนเซ็ปต์ได้อย่างไร้ที่ติ พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณการเต้นอันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ได้แก่ เพลงไตเติลแนวป๊อปแดนซ์ ‘Nightwalker’ ที่คว้าความสนใจของผู้ชมไว้ในทันที ด้วยการผสมผสานจังหวะเร้าใจสุดติดหูเข้ากับการแสดงที่ทรงพลังและเสน่ห์อันดึงดูดเกินต้านทาน, เพลงแดนซ์ป๊อปละติน ‘Water’ สะกดทุกสายตาด้วยไลน์เต้นอันพลิ้วไหว, เพลงแนวป๊อปพังก์ ‘Dangerous’ โชว์สเต็ปการเคลื่อนไหวสุดเซ็กซี่, เพลงฮิปฮอป ‘ON TEN’ ครองเวทีตามสไตล์ตัวเองอย่างกล้าหาญและมั่นใจ, ‘Shadow’ เพลงที่พาลุ่มหลงในเสียงหลบอันไพเราะกับลวดลายการเต้นบนเก้าอี้ นอกจากนี้ ยังมีเพลงโซโล่ที่ผ่านมาอย่าง ‘夢中夢 (몽중몽; Dream In A Dream)’, ‘New Heroes’ และ ‘Birthday’ รวมถึงเพลงที่เรียกความรักจากผู้ฟังทั่วโลกได้ถล่มทลายของ WayV อย่าง ‘Love Talk’ ซึ่งนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นเวอร์ชันแจ๊สสุดนุ่มนวลชวนละลายไปกับเนื้อเสียงหวาน ๆ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีไฮไลท์ที่ชวนให้ซาบซึ้งกันทั้งฮอลล์ กับการร้องเพลงภาษาไทยที่มีความหมายดี ๆ อย่าง ‘Some Other Day’ ซึ่งเตรียมไว้เป็นเวทีพิเศษสำหรับประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น

หลังจากสร้างความประทับใจแบบเต็มสิบไปแล้ว ทางด้านแฟนคลับ WayZenNi และ NCTzen ที่แทนถึงตัวเลข 01 ก็รวมใจทำโปรเจกต์อันมีความหมายมากมาย แสดงพลังแห่งความรักที่มั่นคงและยืนหยัดเพื่อหนึ่งเดียวในใจของพวกเขาเสมอมา ตั้งแต่แบนเนอร์ประโยคให้กำลังใจ “CONGRATS TEN ♥ ALWAYS PROUD OF YOU. WE’RE NOW TOGETHER IN YOUR NEW CHAPTER.” “WE KNOW HOW YOU GOT THERE. WE CARE FOR YOUR DREAM” “WE ALWAYS HAVE YOUR BACK”, การแปรอักษรจากกล่องไฟ ‘1♥+♥1’ ‘TEN ♥ LEE’ ไปจนถึงการใส่หูแมวที่ ‘TEN’ ชื่นชอบ ก่อนจะจบด้วยเพลงสุดท้าย ‘Lie With You’ แนวป๊อปจังหวะปานกลางกับท่าเต้นน่ารัก ๆ และเนื้อเพลงสุดโรแมนติกของคู่รักที่อยากนอนเคียงข้างกระซิบคำว่ารักให้กัน จากการคำนวณตัวเลขในแฟนคอนครั้งนี้ ได้ผลสรุปออกมาว่า ‘TEN’และแฟนคลับสามารถทำให้ ‘10’ และ ‘01’ กลายเป็นตัวเลขคู่กันที่ลงตัวที่สุดตลอดกาลอย่างแท้จริง ผ่านช่วงเวลาอันล้ำค่ากว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที ทั้งสานสัมพันธ์และรู้จักกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับแต่ละเวทีที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์มาเพื่อเติมเต็มทุกจำนวนความคิดถึงให้สมการรอคอย ร่วมด้วยโปรดักชันสุดอลังการกว่าที่ไหน ๆ เหนือสิ่งอื่นใด ‘เตนล์’ ได้ยืนยันถึงสถานะตัวเลขที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการได้รับความนิยมในฐานะสมาชิกของ NCT และ WayV เท่านั้น แต่ยังเปล่งประกายอย่างเจิดจรัสในฐานะศิลปินเดี่ยวได้อย่างเต็มภาคภูมิ

แกร็บ เปิดตัวแคมเปญ #WomenWelcome ฉลองวันสตรีสากล มุ่งสร้างโอกาส-พัฒนาศักยภาพพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิง

แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ #WomenWelcome เพื่อฉลองวันสตรีสากลประจำปี 2567 ตอกย้ำพันธกิจในการสร้างโอกาสทางอาชีพและพัฒนาศักยภาพให้กับคนทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้หญิง ผ่านแพลตฟอร์มของแกร็บ โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก คือ การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้หญิงเพื่อสร้างรายได้จากการให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ และบริการเดลิเวอรี โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิง การส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพภายใต้โครงการ GrabAcademy ด้วยการพัฒนา 5 คอร์สอบรมออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงโดยเฉพาะ และการสร้างความอุ่นใจในการให้บริการผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและการสร้างเครือข่ายในกลุ่มคนขับผู้หญิงเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์

แคมเปญ #WomenWelcome ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการส่งเสริมศักยภาพผู้หญิง” (Grab’s Women Programme) ซึ่งแกร็บได้ริเริ่มในปีนี้และจะผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั่วทั้งภูมิภาค ครอบคลุมทั้งประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงไทย เพื่อมุ่งสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพให้กับพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าที่เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะ ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อาทิ การเปิดโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างเท่าเทียมผ่านแพลตฟอร์มของแกร็บ การส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และการพัฒนาความรู้ ตลอดจนทักษะต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิง สำหรับในประเทศไทย แกร็บจะมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ

  • การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้หญิงเพื่อสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มของแกร็บ: โดยในปีนี้แกร็บจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงไทยมีทางเลือกในการหารายได้เสริมจากการให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ และบริการเดลิเวอรีของแกร็บ ผ่านการทำแคมเปญเพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผ่านกลุ่มคอมมูนิตี้คนขับทั่วประเทศและช่องทางโซเชียลมีเดียพร้อมมีทีมงานที่คอยให้คำปรึกษา  โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงในประเทศไทยให้มากขึ้น นอกจากนี้ แกร็บยังเตรียมมอบสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมให้กับพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงตลอดทั้งปี อาทิ แพคเกจตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงจาก Doctor Anywhere ส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อสินค้าประเภทความงามผ่านแอปพลิเคชัน Lazada ชุดของขวัญจากแบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์ เป็นต้น
  • การส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิง:ที่ผ่านมาแกร็บได้พัฒนาคอร์สอบรมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพให้กับทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการ GrabAcademy สำหรับในปีนี้ แกร็บเตรียมพัฒนาและเปิดตัว 5 คอร์สอบรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย คอร์สสอนวิธีการดูแลรักษาและซ่อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้น คอร์สเสริมสร้างบุคลิกภาพและหัวใจบริการ โดยครูน้ำฝน ภักดี จาก Pronality Academy คอร์สสอนเทคนิคการแต่งหน้าเบื้องต้น คอร์สการรับมือกับภัยคุกคามบนท้องถนนและในที่สาธารณะ โดยลอรีอัล ประเทศไทย และคอร์สสอนศิลปะการป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง 
  • การสร้างความอุ่นใจในการทำงานให้กับพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิง: นอกจากการพัฒนาฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย อาทิ Safety Centre (ศูนย์รวมฟีเจอร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของแกร็บ) และ Trip Monitoring (ระบบตรวจสอบการเดินทางแบบเรียลไทม์ผ่าน GPS และระบบแผนที่อัจฉริยะ) ที่ช่วยลดความกังวลและสร้างความมั่นใจในการให้บริการกับพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงแล้ว ในปีนี้แกร็บยังได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชันของพาร์ทเนอร์คนขับที่ชื่อ “Women Passenger Preferred BETA” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงที่อาจมีความกังวลใจในการให้บริการ โดยสามารถเลือกให้บริการกับผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงเป็นหลักได้ ซึ่งจะเริ่มทดลองใช้ในจังหวัดขอนแก่นและโคราช และขยายไปในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ แกร็บยังเตรียมสร้างเครือข่ายพาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงภายใต้ชื่อ “Grab SUPER SHERO” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและการจัดกิจกรรมออฟไลน์เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้หญิงในสายอาชีพเดียวกันได้ทำความรู้จักกัน พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ ตลอดจนประสบการณ์เพื่อเป็นประโยชน์ในการให้บริการและการพัฒนาตัวเอง

กระเป๋า Pic Trunk

เตรียม Sold Out! ซูมอิน กระเป๋า Pic Trunk ของลิซ่า ในโชว์ LV Fall 2024

เตรียมไปจัดกันให้ไวก่อน Sold Out ซูมอิน “กระเป๋า Pic Trunk” ของลิซ่า BLACKPINK ในโชว์ Louis Vuitton Fall 2024 ที่ Paris Fashion Week

เรียกว่าเป็นไอคอนแห่งยุคเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ค่ำคืนที่ผ่านมา ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ได้ปรากฏตัวที่โชว์ของ หลุยส์ วิตตอง คอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2024 ซึ่งเธอยังนั่งฟอร์ตโรว์ร่วมกับ โซฟี เทอร์เนอร์ Global Brand Ambassador งานนี้จึงมีการคาดการณ์ว่า ในเร็วๆ นี้ ลิซ่าอาจได้ร่วมงานกับ LV อย่างแน่นอน และกระแสที่ว่ายังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องทั้งวัน โดยชื่อของลิซ่าได้ติดเทรนด์ X (#LISAxLVFW24) อันดับ 1 เหมือนเช่นเคย

เตรียม Sold Out! ซูมอินกระเป๋า Pic Trunk ของลิซ่า ในโชว์ LV Fall 2024

(Photo by Kristy Sparow/Getty Images)

ลิซ่าปรากฏตัวในลุคที่โดดเด่น โดยเธอสวมเสื้อโค้ทยาว​ผ้าแจ็คการ์ดปักลาย​ดอกไม้จากคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิปี 2018 แมชต์ด้วยเสื้อครอปผูกคอสีไอวอรี่ และกางเกงขาสั้นหนังสีดำสุดฮ็อต สวมถุงน่องโคนขาสุดเซ็กซี่ คอมพลีทลุคด้วยกระเป๋ารุ่น Pic Trunk ลวดลายโมโนแกรม จากแบรนด์ หลุยส์ วิตตอง ซึ่งลิซ่าได้เล่นกับกระเป๋าเสมือนว่าเธอกำลังใช้กล้องถ่ายรูป เป็นโมเมนต์ที่ช่างภาพกดชัตเตอร์กันรัวๆ ซึ่งทำให้กระเป๋ารุ่นนี้มีความน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่า

สำหรับกระเป๋ารุ่น Pic Trunk เป็นอีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ของแบรนด์จากโชว์ในคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนปี 2024 โดยตัวกล้องนั้นเป็นกระเป๋าทรง Minaudière ที่ออกแบบให้เป็นกล้องวินเทจ ตัวกระเป๋าทำจากหนัง Cowhide ลวดลายโมโนแกรม ด้านหน้าตกแต่งด้วยฝาปิดเลนส์กล้องประดับโลโก้ LV สีทอง ขณะที่เคสด้านนอกทำจากหนังลูกวัว (Calf Leather) สีคอนยัค มาพร้อมกับสายสะพายกระเป๋าบุนวม สามารถคล้องคอ สะพายไหล่ หรือจะสะพายแบบครอสบอดี้สายสั้น

ปัจจุบันกระเป๋ารุ่น Pic Trunk ในประเทศไทยยังคงมีจำหน่ายในเว็บไซต์ https://th.louisvuitton.com/ สนนราคา 385,000 บาท แต่แอบกระซิบว่า กระเป๋ารุ่นนี้มีความต้องการสูงมาก ซึ่งคาดว่าเตรียมที่จะ Sold Out แน่นอน เนื่องด้วยพลังของลิซ่าที่ใช้ไอเท็มไหน ชิ้นนั้นเป็นต้อง Sold Out หายาก หรือ โดนรีเซลในราคาที่แสนแพง ซึ่งกระเป๋าที่เธอถือในวันนี้ก็คาดว่าจะเป็นแบบนั้น เช่นกัน


ภาพ : Getty Image, Instagram (@lalalalisa_m)

วอเตอร์เมล่อน

โลชั่นบำรุงผิวผสมสารป้องกันแสงแดดสูตรไฮบริด “แจ๊บส์ โลชั่นกันแดด วอเตอร์เมล่อน สมูทตี้ ไบร์ทเทนสกิน”

ด้วยสภาพอากาศของฝั่งเอเชียโดยเฉพาะบ้านเราค่อนข้างออกไปทางร้อนมากกว่าหนาวเย็น กันแดดจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกคนโดยเฉพาะสาวๆ ที่มีความกังวลเรื่องของผิวคล้ำเสียง่าย แจ๊บส์ จึงแนะนำนวัตกรรมโลชั่นบำรุงผิวผสมสารป้องกันแสงแดดสูตรไฮบริดใหม่ล่าสุด “แจ๊บส์ โลชั่นกันแดด วอเตอร์เมล่อน สมูทตี้ ไบร์ทเทนสกิน” ที่ไม่เพียงแค่ปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด แต่ยังช่วยปกป้องเซลล์ผิวถึงระดับขั้นสุด และยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายให้กลับมีสุขภาพดี

เนื้อโลชั่นบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกสบายผิวไม่เหนียวเหนอะหนะ ด้วย SPF 50+ PA+++ ที่นอกจากจะช่วยปกป้องผิวสูงสุดจากรังสี UVA และ UVB ยังพร้อมบำรุงผิวด้วย Lingostem นวัตกรรมสารสกัดจาก Stem cell ของ Lingonberry ซุปเปอร์ฟรุตที่ช่วยในการปกป้องและฟื้นฟูผิวจาก UV IR และ Blue light ไม่ให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัยจากแสงแดด ด้วยคุณค่าของสารสกัดจากผลเคเปอร์, ไฮยาลูรอนิค 8 ชนิด และสารสกัดแตงโม จึงช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล จากมลภาวะ และช่วยเติมน้ำให้ผิวได้อย่างยาวนานยิ่งขึ้น เหมาะกับทุกสภาพผิวที่ต้องการปกป้องและบำรุงเป็นพิเศษในหนึ่งเดียว


Doctor Mek Clinic สาขา Stadium One กลับมาผงาดดั่งนกฟีนิกซ์ พร้อมนวัตกรรมความงามจัดเต็ม

Doctor Mek Clinic สาขา Stadium One กลับมาผงาดดั่งนกฟีนิกซ์ พร้อมนวัตกรรมความงามจัดเต็ม

กลับมาทวงบัลลังก์ #หมอของดารา อย่างยิ่งใหญ่อลังการ สำหรับ Doctor Mek Clinic สาขา Stadium One ของสองผู้ก่อตั้ง อาจารย์หมอเมฆ – นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี และคุณหมอแอร์ – แพทย์หญิงพิชญานิน สื่อมโนธรรม ที่ได้เนรมิตงาน Grand Reopening Ceremony Doctor Mek Clinic ในคอนเซปต์ Timeless Blue Phoenix ซึ่งสื่อถึงการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และทรงพลังมากที่สุด เปรียบเสมือนนกฟีนิกซ์ที่เกิดใหม่ได้จากเถ้าถ่านเดิม โดยนกฟีนิกซ์สีแดงจะเล่าแทนเรื่องราวหรือปัญหาที่ผ่านมา ส่วนนกฟีนิกซ์สีน้ำเงิน จะสื่อถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง เป็นการทรานส์ฟอร์มสู่นกฟีนิกซ์ในเวอร์ชันที่เจิดจรัสที่สุด จากการได้รับรางวัลอันดับ 1 ยอดฉีดสารเติมเต็ม สูงสุดในเอเชีย 2023 นอกจากนี้ การดีไซน์ภายในของแต่ละห้อง รวมถึงการตกแต่งบริเวณหน้าคลินิก ยังสื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของคลินิกจากเดิม เพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กใหม่ ที่ใครๆ ก็อยากมาใช้บริการ

นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี อาจารย์แพทย์ผิวหนังมากประสบการณ์ด้านสารเติมเต็มและร้อยไหม เจ้าของฉายา #หมอของดารา ผู้ก่อตั้งคลินิก กล่าวว่า “Doctor Mek Clinic เรามีความโดดเด่นและวางจุดยืนชัดเจนว่าเป็น Home of Filler ซึ่งสารเติมเต็มถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะด้านสูง เพราะจะต้องใช้ศาสตร์ในการวิเคราะห์ปัญหา ประเมินรูปหน้า และศิลป์แห่งสารเติมเต็มเพื่อออกแบบ คำนวณการฉีดในตำแหน่งต่างๆ เป็นการปรับแก้บริเวณที่บกพร่อง โดยยังคงลักษณะเดิมของใบหน้าเอาไว้ ให้เป็นคุณในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด  และทั้งหมดนี้จึงเชื่อมโยงกันออกมาเป็นทั้งตัวงาน โปรแกรมหัตถการ และการตกแต่ง ภายใต้ Key Concept: “Rewarding Your Life at Doctor Mek Clinic” ซึ่งที่ผ่านมาก็นับว่ามีจำนวนการยืนยันความประทับใจจากคนไข้จริงที่มาเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังช่วยแนะนำบอกต่อให้กับคลินิกของเราอีกด้วย”

สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ เล็งเห็นความสำคัญกับการดีไซน์พื้นที่ให้มีความสวยงาม สดใส มีชีวิตชีวา เพื่อเป็นสถานที่เติมออกซิเจนให้กับคนไข้ในทุกครั้งที่ได้เข้ามาใช้บริการกับเรา และยังเป็นการสร้างแลนด์มาร์ก เปิดพื้นที่ถ่ายรูป Check-in สุดเก๋ ที่ไม่ว่าใครต่างก็อดใจไม่ไหวที่จะหยิบกล้องขึ้นมาเซลฟี่หรือถ่ายคลิปน่ารักๆ กับหลากหลายมุมที่มีความแตกต่างกันของคลินิก การออกแบบตกแต่ง “Doctor Mek Clinic” ในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Gallery of Art” โดยเราได้เนรมิตตึกเก่าอายุ 30 ปีให้กลายเป็น “แกลลอรี่” แสดง “ผลงานศิลปะ”  โดยจะเปรียบคุณหมอผู้มากประสบการณ์ของ Doctor Mek Clinic ให้เสมือนกับศิลปินที่จะมารังสรรค์ความงดงามให้กับใบหน้าของแต่ละคน โดยคลินิกของเรายังได้รับรางวัล INTERNATIONAL PROPERTY AWARDS 2023-2024 ในกลุ่ม ASIA PACIFIC สาขา Public Service Interior for Thailand จากประเทศอังกฤษ อีกด้วย”

แพทย์หญิงพิชญานิน สื่อมโนธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง Doctor Mek Clinic กล่าวว่า “เราเป็น Single Clinic ที่ได้รับรางวัลยอดฉีดสารเติมเต็มอันดับ 1 ของแต่ละแบรนด์สารเติมเต็มมากที่สุด ถือว่าเป็นที่เดียวเลย ที่ได้รางวัลครบจากทุกแบรนด์ คุณหมอของเราทุกคนต่างก็มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ผ่านเคสมาแล้วเป็นจำนวนมาก และนอกจากโปรแกรมสารเติมเต็ม โปรแกรมการฉีดสารลดเลือนริ้วรอย สำหรับปรับรูปหน้าแล้ว ทางคลินิกเราก็ยังมีบริการอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงเรายังเลือกใช้เครื่องเลเซอร์ในระดับมาตรฐานอย่างถูกต้อง ที่ผ่าน FDA ของอเมริกา ยุโรป ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย เรามีโปรแกรมยกกระชับอย่าง Ulthera, Thermage FLX, EverFirm Lift, โปรแกรมลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ PicoSure,  โปรแกรมปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด Mini Face Lift, โปรแกรมทรีทเมนต์เพื่อการดูแลผิวพรรณ PCT, Vitamin Drip, โปรแกรมดูแลจุดซ่อนเร้น โดยสูตินรีแพทย์ Mini Repair, Lady O Shot  รวมถึงโปรแกรมการดูแลรูปร่างและสัดส่วนอย่าง SculpSure ซึ่งถือว่าคลินิกของเราพร้อมให้บริการเรื่องความงามอย่างครบครัน ครบจบในที่เดียว”

ภาพบรรยากาศงาน Grand Reopening Ceremony Doctor Mek Clinic เหล่าเซเลบริตี้ร่วมยินดีคับคั่ง

สำหรับงานนี้เรียกว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากดารา เซเลบริตี้ และคนดังในวงการบันเทิง เพราะนอกจากเป็นคลินิกที่ดาราเลือกตามฉายา #หมอของดารา เหล่าเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยก็เลือก Doctor Mek Clinic เช่นกัน จัดงาน Reopening ทั้งที เลยมีเหล่า เซเลบริตี้และ CEO คนดัง มาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง อาทิ โบ เมลดา, กวาง เดอะเฟซ, ดาต้า -ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ, พลอย-ฉัตรนภา เตตานทร์สกุล, ณัฐชา ชุณหะ, มิกกี้-วันชนะ เอี่ยมพิกุล, มิ้นท์ – ณิชชา บุณยากร, ดร. กมลกนก เกียรติศักดิ์ชัย, ป้อ – กรกนก สว่างรวมโชค, แนนนี่-แพรธารา อมรศักดิ์, พั้นช์-ภัคญดา ชุติดนัยกุล, เม-ณปภัช วรปัญญาสถิต, เพชร-เพชรรัตน์ ศฤงคารเจษฎา, อิ๊งค์ – ดวงพร ต๊ะปัญญา และ ออม-พัณณ์ชิตา เกื้อกูลพิทักษ์ ฯลฯ

Doctor Mek Clinic ตั้งอยู่บริเวณโครงการสเตเดียม วัน ถนนพระราม 1 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://doctormek.com/ , https://bestfillerclinic.com/ , https://drmekclinic.com/ , https://www.facebook.com/doctormekclinic และเบอร์โทร 06-444-55-666

Photo : นิตยสารแพรว