พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ควรค่าแก่การรู้ 4 ขั้นตอนสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก”

ก่อนถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 สิ่งหนึ่งที่พสกนิกรชาวไทยภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่านควรรู้ไว้เป็นอย่างยิ่ง คือ ลำดับขั้นตอนต่างๆ ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อจะได้มีส่วนร่วมกับพระราชพิธีสำคัญนี้ได้อย่างถูกต้อง และซาบซึ้งกับขนบธรรมเนียมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ งดงาม และล้ำค่าได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปรากฏหลักฐานของลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การเตรียมพระราชพิธี พระราชพิธีเบื้องต้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีเบื้องปลาย โดยขั้นตอนและรายละเอียดต่างๆ ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามยุคสมัยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมพระราชพิธี

ขั้นตอนการเตรียมพระราชพิธี ประกอบด้วย การทำพิธีตักน้ำและที่ตั้งสำหรับถวายเป็นน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก จารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร เตรียมตั้งเครื่องบรมราชาภิเษก และเตรียมสถานที่จัดพระราชพิธี

การเตรียมน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก

ขั้นตอนการเตรียมพิธีจะต้องมีการตักน้ำจากแหล่งสำคัญๆ เพื่อนำมาเป็นน้ำสรงพระมุรธาภิเษก และเพื่อทำน้ำอภิเษกก่อนที่จะนำไปประกอบในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามตำราโบราณของพราหมณ์ น้ำอภิเษกจะต้องเป็นน้ำจาก “ปัญจมหานที” คือ แม่น้ำใหญ่ทั้ง 5 สายในชมพูทวีป หรือในประเทศอินเดีย ได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำมหิ แม่น้ำยมนา แม่น้ำอจิรวดี และแม่น้ำสรภู เพราะในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเชื่อว่า แม่น้ำทั้ง 5 สายนี้ไหลมาจากเขาไกรลาส ซึ่งเป็นที่สถิตของพระอิศวร จึงถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับนำมาใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ เช่น น้ำสรงพระมุรธาภิเษก น้ำอภิเษก และน้ำพระพุทธมนต์

การจารึกพระสุพรรณบัฏ และแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล

พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏและแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล เป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งในการเตรียมประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะต้องถวายพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธยก่อนที่จะถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์อื่นๆ และต้องเชิญแผ่นดวงพระบรมราชสมภพและพระราชลัญจกรประจำรัชกาลขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นมณฑลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เจ้าพนักงานอาลักษณ์เชิญพานพระสุพรรณบัฏพร้อมด้วยดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ออกจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเข้ากระบวนแห่อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระแท่นมณฑล ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

โดยการจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย และดวงพระบรมราชสมภพของพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ จัดขึ้นในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โหรหลวงเป็นผู้กำหนดพระฤกษ์พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ เมื่อกำหนดพระฤกษ์ได้วันจารึกพระสุพรรณบัฏแล้ว ตอนเย็นก่อนถึงวันพระฤกษ์ พระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ ส่วนโหรหลวงจะสวดบูชาเทวดา เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนเวลาพระฤกษ์ พระราชวงศ์ที่ทรงเป็นประธานในพิธีจะทรงถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ประธานในพิธีจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการและทรงศีล จากนั้นจึงเริ่มพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏและแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล

การจัดเตรียมสถานที่

สถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละรัชกาลตามความเหมาะสม เช่น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประกอบพระราชพิธี ณ พระที่นั่งอมรินทราภิเษกปราสาท พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประกอบพระราชพิธี ณ พระที่นั่งในหมู่พระมหามณเฑียร ประกอบด้วย พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องด้วยพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทซึ่งสร้างขึ้นแทนที่พระที่นั่งอมรินทราภิเษกปราสาทเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงโปรดให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งในหมู่พระมหามณเฑียร ซึ่งได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2453 ณ พระที่นั่งหมู่พระมหามณเฑียร ต่อมาใน พ.ศ. 2454 ได้ทรงกระทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประกอบพระราชพิธี ณ พระที่นั่งในหมู่พระมหามณเฑียร

ขั้นตอนที่ 2 พระราชพิธีเบื้องต้น

ขั้นตอนพระราชพิธีเบื้องต้น ประกอบด้วย การเจริญพระพุทธมนต์ ตั้งน้ำวงด้าย จุดเทียนชัยและเจริญพระพุทธมนต์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในเวลาเย็นทรงจุดเทียนนมัสการพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ วันรุ่งขึ้นทรงถวายภัตตาหารเช้า เป็นเวลา 3 วัน ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา ส่วนพิธีพราหมณ์อาจกระทำมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เอกสารไม่ได้กล่าวถึง ปรากฏหลักฐานในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า โปรดให้ประกอบพิธียกพระเศวตฉัตร 7 ชั้นที่พระที่นั่งอัฐทิศ และพระที่นั่งภัทรบิฐ ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมทั้งการถวายเครื่องพลีกรรมบวงสรวงเทวดา ณ เทวสถานต่างๆ ในพระนคร และการถวายน้ำสังข์ ถวายใบมะตูมให้ทรงทัด กับถวายใบสมิต (ใบมะม่วง ใบทอง ใบตะขบ) เพื่อทรงปัดพระเคราะห์ ก่อนจะมอบให้พระมหาราชครูนำไปบูชาชุบโหมเพลิงเพื่อป้องกันอันตรายทั้งปวง หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระแท่นบรรทมเพื่อทรงสดับพระสงฆ์สวดเจริญพระปริตรต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทางประตูเทเวศร์รักษา สู่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่อประกอบพิธีจุดเทียนชัย วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

ขั้นตอนพระราชพิธีดังกล่าวเป็นแบบอย่างสืบมาจนถึงในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีการปรับเปลี่ยนขั้นตอนตามความเหมาะสม โดยก่อนวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โปรดให้ประกอบพระราชพิธีในเวลาเย็นวันเดียว คือ วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 เจริญพระพุทธมนต์บนพระแท่นลา หน้าตั่งทุกตั่งตั้งบัตรเทวรูปนพเคราะห์ 3 ชั้น สำหรับโหรบูชาเทวดานพเคราะห์เฉพาะวันนี้ และจะถอนไปในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งการจัดเครื่องบูชาพระมหาเศวตฉัตร 5 แห่ง ประกอบด้วย พระมหาเศวตฉัตรภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระมหาเศวตฉัตรภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระมหาเศวตฉัตรภายในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระมหาเศวตฉัตรภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม พระมหาเศวตฉัตรภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และปูชนียสถานและสิ่งสำคัญ 13 แห่งในพระนคร

ขั้นตอนที่ 3 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ขั้นตอนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย พิธีสรงพระมุรธาภิเษก พิธีถวายน้ำอภิเษกจากผู้แทนทิศทั้ง 8 ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ และพิธีถวายสิริราชสมบัติและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ

พิธีสรงพระมุรธาภิเษก

“มุรธาภิเษก” แปลว่า การรดน้ำที่พระเศียร น้ำที่รดเรียกว่า “น้ำมุรธาภิเษก” การสรงพระมุรธาภิเษก หมายถึงการยกให้ หรือการแต่งตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ ซึ่งตามคติความเชื่อของพราหมณ์ถือว่า การยกให้ผู้ใดเป็นใหญ่ ทรงสิทธิ์อำนาจนั้น จะต้องทำพิธีรดน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งน้ำสรงพระมุรธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่บรรจุในทุ้งสหัสธารานั้น เจือด้วยน้ำปัญจมหานทีในมัธยมประเทศ (อินเดีย) และน้ำเบญจสุทธคงคา แม่น้ำสำคัญทั้งห้าของราชอาณาจักรไทย น้ำสี่สระ เจือด้วยน้ำอภิเษก ซึ่งทำพิธีพลีกรรม ตักมาจากปูชนียสถานสำคัญในจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร และเจือด้วยน้ำพระพุทธปริตรที่ได้ทำพิธีเตรียมไว้

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระภูษาเศวตพัสตร์ ทรงสะพักขาวขลิบทองคำ สถิตเหนืออุทุมพรราชอาสน์ ในการสรงพระมุรธาภิเษก

พิธีถวายน้ำอภิเษก

พิธีถวายน้ำอภิเษกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีขั้นตอนโดยสังเขปดังนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สรงพระมุรธาภิเษกแล้วทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์เสด็จออกจากหอพระสุลาลัยพิมาน ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศ ภายใต้เศวตฉัตร 7 ชั้น ผู้แทนสมาชิกรัฐสภาถวายน้ำอภิเษก และพระราชครูวามเทพมุนีทูลเกล้าฯ ถวายน้ำเทพมนตร์เวียนไปครบ 8 ทิศ เมื่อเสด็จมาประทับยังทิศบูรพาอีกครั้ง เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ประธานวุฒิสภา กราบบังคมทูลถวายชัยมงคลเป็นภาษามคธ แล้วทูลเกล้าฯ ถวายน้ำอภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประทับนั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้พระสัปตฎลเศวตฉัตร ทรงแปรพระพักตร์สู่ทิศบูรพาเป็นปฐม นายควง อภัยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายน้ำอภิเษก

พิธีถวายสิริราชสมบัติ และถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์

พิธีถวายสิริราชสมบัติ และถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีลำดับขั้นตอน คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จไปยังพระราชอาสน์อีกด้านหนึ่ง เรียกว่า พระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระราชครูวามเทพมุนีร่ายเวทสรรเสริญศิวาลัยไกรลาสจบแล้วถวายพระสุพรรณบัฏ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ เครื่องขัตติยราชูปโภค และพระแสงอัษฎาวุธ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎในตอนนี้ อันเป็นขั้นตอนสำคัญแห่งพิธี จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมสังข์ บัณเฑาะว์ ฆ้องชัย ฯลฯ พระอารามทั้งหลายย่ำระฆัง หลังจากพิธีถวายสิริราชสมบัติ และเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่พระที่นั่งภัทรบิฐแล้ว พระครูพราหมณ์ฝ่ายต่างๆ ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่จะมีพระปฐมบรมราชโองการเป็นภาษาไทย

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ พระราชครูวามเทพมุนี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหาพิชัยมงกุฎ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระราชครูวามเทพมุนี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระแสงขรรค์ชัยศรี
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระปฐมบรมราชโองการแก่ประชาชนชาวไทยว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” แล้วทรงหลั่งทักษิโณทกตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยทศพิธราชธรรมริยา ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการดำรัสตอบขอบใจผู้ที่มาเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล

ขั้นตอนที่ 4 พระราชพิธีเบื้องปลาย 

ขั้นตอนพระราชพิธีเบื้องปลาย ประกอบด้วยการเสด็จออกมหาสมาคม สถาปนาสมเด็จพระบรมราชินี แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทำพิธีประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภกในพระบวรพุทธศาสนา ถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระอัครมเหสีในรัชกาลก่อนๆ เสด็จเฉลิมพระราชมณเฑียร และเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทั้งทางสถลมารคและทางชลมารค เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ได้เฝ้าชมพระบารมี จึงเป็นอันเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ให้ดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อถวายเครื่องราชสักการะ ต้นไม้ทอง เงิน บูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และมีพระราชดำรัสประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

ทั้งนี้สำหรับ รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 3 มีการเสด็จเลียบพระนครทางสถลมารคเพียงอย่างเดียว รัชกาลที่ 4 มีทั้งทางสถลมารคและทางชลมารค รัชกาลที่ 5 มีแค่ทางสถลมารค และรัชกาลที่ 6 – รัชกาลที่ 7 มีทั้งทางสถลมารคและทางชลมารค ส่วนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่ได้เสด็จเลียบพระนคร

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับพระที่นั่งราชยานพุดตาล เสด็จพระราชดำเนินด้วยกระบวนพยุหยาตราโดยทางสถลมารคเลียบพระนคร มาทางถนนพระสุเมรุ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เรือหลวงในกระบวนพยุหยาตราโดยทางชลมารคเลียบพระนคร บริเวณหน้าวัดอรุณราชวราราม

 

ข้อมูล : หนังสือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ภาพ : หนังสือ ประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทย พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์

นาตาลี พอร์ตแมน

ดาราสาวขวัญใจมหาชน นาตาลี พอร์ตแมน ตีแผ่ชีวิตสุดฉาวของซูเปอร์สตาร์

ดาราสาวขวัญใจมหาชน นาตาลี พอร์ตแมน ตีแผ่ชีวิตสุดฉาวของซูเปอร์สตาร์สาวสุดแสบในภาพยนตร์ “VOX LUX”

พอร์ตแมน

กลับมาอีกครั้งให้แฟนๆ หายคิดถึง สำหรับซูเปอร์สตาร์สาวขวัญใจมหาชน “นาตาลี พอร์ตแมน”เจ้าของรางวัลออสการ์ที่เคยฝากฝีมือการแสดงไว้ในภาพยนตร์ “Black Swan” โดยที่ผ่านมาสาวนาตาลีมักจะได้รับบทบาทที่ท้าทายบนเส้นทางสายการแสดงอยู่เสมอ และในทุกๆครั้งมักได้กระแสตอบรับจากแฟนๆเป็นอย่างดี ล่าสุดเธอกลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ “Vox Lux ว็อกซ์ ลักซ์ เกิดมาเพื่อร้องเพลง” กับการตีแผ่ชีวิตสุดฉาวของป็อปสตาร์สาวสุดแสบที่ช่างดึงดูดและมีสเน่ห์ในเวลาเดียวกัน “เซเลส” อดีตผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนที่บทเพลงแห่งการเยียวยาของเธอจากเหตุการณ์นั้นจะเปลี่ยนเธอให้โด่งดังในชั่วข้ามคืน

ได้ยินว่า Sia เป็นคนแต่งเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ และคุณก็มีประสบการณ์ในการร้องเพลงอยู่ไม่มากก็น้อย เรื่องนี้มีผลต่อการรับเล่นบทนี้หรือเปล่า?

นาตาลี: การได้ร้องเพลงที่ Sia แต่งนับเป็นโอกาสที่ดีมากเลยค่ะ เธอเป็นศิลปินที่แต่งเพลงป๊อปได้ดีมากๆ ฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีที่ได้รับงานชิ้นนี้ค่ะ เพราะว่าความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเพลงป็อป และฉันไว้ใจในผลงานของเธอค่ะ และแน่นอนว่าเพลงมันก็เข้ากับอารมณ์ของหนังมากๆ ด้วย

แล้วเครื่องแต่งกายกับการแต่งหน้าแต่งผม ผมคิดว่าพวกเขาทำหน้าที่ได้ไม่เลวเลยนะ?

นาตาลี: ใช่ค่ะ ทรงผม การแต่งหน้า และเครื่องแต่งกายเหล่านั้นทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นเซเลบไปแล้วจริงๆ เพราะเมื่อเมื่อฉันส่องกระจก สิ่งที่สะท้อนบนกระจกนั้นไม่ใช่มันไม่ใช่ฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกราวกับได้กลายเป็นคนอื่นเลยค่ะ

ขณะที่ ราฟฟี่ แคสซิดี้ รับบทเป็น เซเลส ในช่วงวัยเด็ก พวกคุณทั้งสองเคยรู้สึกอยากจะแลกเปลี่ยนกันดูฉากที่แสดงกันบ้างไหม?

นาตาลี: พวกเราไม่ได้ทำแบบนั้นค่ะ นั่นเป็นเพราะถึงแม้มันจะเป็นตัวละครตัวเดียวกัน เธอกก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก และแบรดี้ (ผู้กำกับ) ก็ไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงช่วงเวลาระหว่างที่เธอกำลังเติบโตเลย เขาไม่ได้เล่าว่าอะไรที่ทำให้เด็กหญิงที่ดูไร้เดียงสากลายมาเป็นยัยตัวแสบนี้ คุณจะไม่ได้เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่คุณจะเห็นมีเพียงเรื่องราวก่อนหน้านี้และเรื่องราวหลังจากนั้น เราตั้งใจให้มันแตกต่างกันอยู่แล้ว และฉันก็ชอบนะที่แบรดี้ให้ราฟฟี่เล่นทั้งสองบทบาท เพราะมันได้ทำให้เซเลสเห็นตัวเธอในสมัยเด็กทุกครั้งที่เธอปฏิบัติไม่ดีกับลูกสาวของเธอเอง

ภาพยนตร์ที่ตัวละครตัวหนึ่งเล่นโดยนักแสดงหลายคนไม่ได้มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ และในกรณีนี้เธอก็เล่นเป็นลูกสาวของคุณด้วย คุณรู้สึกกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

นาตาลี: มันทำให้ฉันรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ค่ะ เพราะว่ามันเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับฉัน ฉันต้องรับบทเป็นตัวละครรุ่นแม่ แล้วก็ยังต้องแสดงร่วมกับลูกสาวที่มีหน้าตาเหมือนกับตัวละครของฉันในช่วงวัยเด็กอีก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ชอบความรู้สึกนี้นะคะ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับสิ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่รู้สึก นั่นก็คือความรู้สึกของการได้รับโอกาสครั้งที่สอง โอกาสที่คุณไม่เคยได้รับในวัยเด็ก และความรู้สึกเมื่อคุณได้รับเมื่อคุณกำลังมองคนๆ หนึ่งที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อสายของคุณ

พอร์ตแมน

เหตุยิงกราดภายในโรงเรียนได้กลายเป็นหนึ่งในบทสนทนาหลักที่เราพูดกันในประเทศอเมริกา และเป็นเหตุการณ์สำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย พวกคุณตั้งใจจะสื่ออะไรถึงเรื่องนี้หรือเปล่า?

นาตาลี: ฉันคิดว่ามันเป็นแค่การสะท้อนถึงสภาพสังคมที่เป็นอยู่มากกว่าการส่งสารบางอย่างให้กับคนดูค่ะ ทุกคนมีความสามารถในการตีความอยู่แล้ว และฉันก็หวังว่าพวกเขาจะเดินออกจากโรงภาพยนตร์ไปพร้อมความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะมันจะทำให้เกิดการสื่อสารพูดคุยเกี่ยวกับตัวหนังค่ะ

คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เซเลสเปลี่ยนไปเมื่อเธอโตเป็นผู้ใหญ่?

นาตาลี: แบรดี้บอกเหตุผลเอาไว้ว่า พวกเราคุ้นเคยกับการเห็นดาราที่มีชื่อเสียงพบกับจุดตกต่ำของอาชีพ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องแต่งในภาพยนตร์หรือเรื่องจริง ดังนั้นจินตนาการของคุณก็จะเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นด้วยตัวของมันเอง เราไม่จำเป็นต้องทำให้คุณเห็นภาพเพื่อทำให้คุณเข้าใจได้ว่าเธอเป็นแบบนั้นได้อย่างไร มันเป็นวิธีที่ทำให้คนดูมีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ค่ะ

คุณรู้สึกอย่างไรกับการทำงานร่วมกับคนที่พึ่งเปลี่ยนอาชีพจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับอย่างแบรดี้?

นาตาลี: ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับที่มีฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมอย่าง แบรดี้ เพราะว่าเขาเข้าใจดีว่านักแสดงต้องการอะไร เขาช่วยสร้างบรรยากาศที่ทำให้พวกเรารู้สึกสงบ ปลอดภัย สนุกสนาน และมีอิสระ ฉันคิดว่าอิสระนี้คือกุญแจสำคัญ เขาเปิดโอกาสให้เราได้ลองอะไรใหม่ๆ ทำในสิ่งที่แตกต่าง และมันก็เป็นสภาพการทำงานที่สนุกมากเลยค่ะ


 

คลิกเดียวเริ่ด LAZADA PREMIUM BEAUTY MALLแหล่งช้อปความงามออนไลน์ครบวงจร

สำหรับสาวๆ ยุค 4G ที่เลิฟความสะดวกสบาย และความรวดเร็วทันใจ บอกเลยว่าการช้อปปิ้งแบบไหน ก็ไม่สาแก่ใจเท่ากับการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยเฉพาะไอเท็มความสวยความงามที่สาวๆ ขาดไม่ได้ และที่สำคัญคือรอช้าไม่ได้เด็ดขาด ไอเท็มไหนที่ใครๆ ว่าเริ่ด ก็ต้องรีบสอยมาลองใช้กันด่วนๆ

เพราะอย่างนี้ LAZADA (ลาซาด้า)ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรู้อกรู้ใจสาวๆ จึงเปิดตัว LAZADA PREMIUM BEAUTY MALL (ลาซาด้า พรีเมียม บิวตี้ มอลล์)แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ด้านความงามระดับพรีเมียมแบบครบวงจรอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยบนLazMall(ลาซมอลล์) ห้างสรรพสินค้าบนโลกดิจิทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยร่วมมือกับ15 แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านความงาม ได้แก่Estee Lauder, M.A.C, Clinique, Origins, Biotherm,  Urban Decay, Shiseido, Laura Mercier, Clarins, Benefit, Make Up For Ever, Elizabeth Arden, Laneige, AHC และ Montblanc รวบรวมไว้บนแพลตฟอร์มของ LAZADA เพื่อความสะดวกสบายของผู้บริโภค เพราะแค่คลิกเดียวก็เหมือนได้เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แตกต่างก่อนใครแบบ 24 ชั่วโมง

โดยงานนี้ James Dong(เจมส์ ตง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของ LAZADA  เรารู้สึกเป็นเกียรติสำหรับการขยายความร่วมมือกับ 15แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านความงามที่ไว้วางใจในเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และด้วยระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัยของ LAZADA ยังช่วยตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านช้อปปิ้งออนไลน์ในด้านสุขภาพและความงามในประเทศไทยสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แบรนด์เครื่องสำอางระดับพรีเมียมได้ขยายช่องทางการขายเข้ามาอยู่ในรูปแบบตลาดออนไลน์โดยผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพ และสามารถช้อปปิ้งแบรนด์โปรดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป

“สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของLAZADA PREMIUM BEAUTY MALLบน LazMallในภูมิภาคอาเซียนนั้น ประเทศไทยและมาเลเซียถือเป็นประเทศที่เปิดตัวเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า Thai beauty lover จะต้องชื่นชอบและหลงรักPremium Beauty Mallในลาซาด้าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกค้าในประเทศไทยเข้าถึงเครื่องสำอางแบรนด์พรีเมียมที่ตัวเองชื่นชอบได้รวดเร็วแล้ว  ในเรื่องของคุณภาพสินค้าก็การันตีว่าเป็นของแท้ 100% และสามารถคืนสินค้าได้ภายใน 15 วัน รวมถึงยังมีบริการฟรีค่าจัดส่งในทุกๆ คำสั่งซื้อ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าลาซาด้าอีกด้วยโดยสำหรับวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้ลาซาด้าเตรียมมอบส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลดสูงสุดถึง 50% พร้อมโปรโมชั่นบัตรเครดิตลดเพิ่มอีก 13% เช่นCitibank และ Krungsri Credit Card เป็นต้น พร้อมรับของแถมสุดคุ้มทุกการสั่งซื้อ และพบกับสินค้าเซ็ตพิเศษเฉพาะลาซาด้าเท่านั้น”

รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ สาวกช้อปปิ้งออนไลน์ทั้งหลายที่กำลังเล็งไอเท็มบิวตี้เกรดพรีเมียมเอาไว้ ก็สามารถตามไปช้อปแบบง่ายๆ สะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ โดยไม่ต้องรอใครกันได้เลยที่ LAZADA PREMIUM BEAUTY MALL บอกเลยว่าแค่คลิกเดียวก็ช้อปได้ แถมช้อปเพลินตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ​ #LazadaPremiumBeautyMall  #LazadaTH #LazMall

บาจา ปรับภาพลักษณ์ใหม่ ผุดแบรนด์กระเป๋า Prive Roma ดีไซน์จากอิตาลี

บาจา เปิดตัวแบรนด์สินค้าพรีเมี่ยม “พรีเว่ โรม่า”(Prive Roma) นำเสนอกระเป๋าดีไซน์ใหม่จากอิตาลี โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกรุงโรมเมืองแห่งแฟชั่นที่ทันสมัยอยู่เสมอ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ดูมีสไตล์ ใช้ได้ในทุกโอกาส ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทันสมัย จำหน่ายในราคาที่จับต้องได้ ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ด้วยความปราณีตในทุกๆ ขั้นตอนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของดีไซเนอร์เครื่องหนังชาวอิตาลีที่คนทั่วโลกต่างหลงรัก

พรีเว่ โรม่า คอลเลคชั่นเปิดตัว ประกอบไปด้วย กระเป๋าใส่บัตร ราคาเริ่มต้นที่ 299 บาท กระเป๋าสตางค์ ราคาเริ่มต้นที่ 699 บาท กระเป๋าถือสุภาพสตรี ราคาเริ่มต้นที่ 1,399 บาท และกระเป๋าถือสุภาพบุรุษ ราคาเริ่มต้นที่ 2,499 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้านบาจาที่ร่วมรายการ

(ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต, แฟชั่นไอส์แลนด์, Big C ราชดำริ, Central พระราม 9,  เมกาบางนา, Bata สุขุมวิท 15, Central WestGate, Central World, Seacon Square, มาบุญครอง, Central Festival Pattaya Beach, Bata จังซีลอน, Central บางนา, The Mall บางกะปิ, Central พระราม 2, Central เชียงราย, Central เชียงใหม่ Airport, Central Festival เชียงใหม่,  The Mall โคราช, Central อุดรธานี,  Central ขอนแก่น, Central Marina และ Central Festival ภูเก็ต) โดยสามารถติดตามข่าวสารและชมภาพผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Facebook BataThailand

ตามเก็บสกินแคร์ใหม่บุกไทย และอัพเดทเมคอัพไอเท็มฮ็อตฮิตที่บิวตี้นิสต้าต้องมีในซีซั่นนี้

เป็นประจำทุกปีสำหรับบิวตี้นิสต้าทั้งหลายที่ แพรวดอทคอม จะพามาอัพเดทเทรนด์ Spring Summer 2019 ในคอนเซ็ปต์ Where Your Beauty Beats by SEPHORA แหล่งช็อปปิ้งที่สาวๆ เลิฟ รอบนี้มีผลิตภัณฑ์คอลเล็คชันใหม่ล่าสุดต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง พร้อมแนะนำแบรนด์น้องใหม่ที่จะเข้ามาวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย

ตามมาค่ะซิส มาเปิดประสบการณ์อัพเดทเทรนด์สุดฮ็อตไปตามจังหวะความเคลื่อนไหวแห่งโลกบิวตี้ รอบนี้ขนทัพบิวตี้ไอเท็มใหม่ล่าสุดประจำซีซั่นกับหลากหลายแบรนด์ในดวงใจที่สาว ๆ ตั้งตาคอย จัดเต็มมาให้ได้ตื่นตาตื่นใจ อาทิ Tarte, Too Faced, Marc Jacobs Beauty, Zoeva, Supergoop!, pixi, Dr.Dennis Gross, Dr. Jart+, Sunday Riley, Starskin, Briogeo, IGK และ Infuse My. Colour

เริ่มต้นด้วยความตื่นตาตื่นใจกับหลากหลายคอลเล็คชั่นพิเศษจากแบรนด์ชื่อดังชั้นนำ อาทิ Tarte มาพร้อมไอเท็มรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน อย่าง tarteist™ PRO REMIX Amazonian clay palette ไอเท็มฮ็อตฮิตตลอดกาลของสาวก Tarte สนุกสนานไปกับการครีเอตลุคแต่งแต้มสีสันบนดวงตาคู่โปรดได้อย่างไม่รู้จบ, เติมสีสันให้ผิวหน้าสมบูรณ์แบบด้วย tarteist™ PRO glow & blush ที่มาพร้อมบลัชออน 4 สี อีกทั้งยังมีไฮไลท์และคอนทัวร์ ให้ได้สวยครบจบในพาเล็ตต์เดียว, tarteist™ PRO REMIX double take eyeliners เพิ่มลูกเล่นให้กับดวงตาด้วยอายไลเนอร์กับเฉดสี 2 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสีดำแบบคลาสสิกหรือเพิ่มลูกเล่นให้เปลือกตาด้วยสีเมทัลลิคก็สวยงามไม่แพ้กัน ทางฝั่งแบรนด์ ZOEVA ส่ง Heritage Collection ผสมผสานศิลปะเก่าแก่จากยุคกรีกโบราณเข้ากับพลังแห่งสีสันที่รังสรรค์ออกมาเป็น Heritage Eyeshadow Palette พาเล็ตต์ที่ได้รับแรงบันดาลมาจากแพทเทิร์นของงานโมเสกHeritage Highlighting Powder ไฮไลท์ประกายเลื่อมแวววาวรุ่นแรก เพื่อผิวที่แลดูโกลว์เปล่งปลั่งในทุกมุมมอง และ Heritage Eye Crayons อายแชโดว์เนื้อเครยอนดีไซน์หรูพร้อมด้วยเนื้อสัมผัสแบบครีมที่ติดทนนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง

ทางด้าน TOO FACED มากับคอลเล็คชัน Pretty Rich โทนสีชมพูเลิศหรูกับเมคอัพหลากหลายผลิตภัณฑ์ให้สวยครบจบในคอลเล็คชั่นเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย Pretty Rich Diamond Light Eye Shadow Palette, Multi-Use Diamond Fire Highlighter, Rich Lips High-Shine Sparkle Lip Gloss และ Diamond Light Highlighting Brush นอกจากนี้ยังมีกองทัพสกินแคร์ที่มาเติมเต็มงานผิวให้สมบูรณ์แบบ อาทิ Dr Roebuck’s คอลเล็คชันเพื่อดูแลผิวมันและรูขุมขนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Purifying Toner 99% Naturl ทำความสะอาดพร้อมเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง, Skin Perfecting Serum 98% Naturl ยับยั้งการผลิตน้ำมันและกระชับรูขุมขน ให้ผิวสว่างสดใสแบบไร้ความมัน, Skin Perfecting Mattifying Fluid 98% Naturl ให้ความชุ่มชื้นพร้อมควบคุมความมันส่วนเกิน และ Supergoops! ที่สุดแห่งผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ที่คราวนี้มาเสนอผลิตภัณฑ์ Daily Moisturizer เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวในหนึ่งเดียว

เพิ่มจังหวะให้ท่วงทำนองแห่งความงามนั้นสนุกสนานมากขึ้นไปอีกด้วยแบรนด์น้องใหม่ที่จะเข้ามาวางขายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ให้ทุกคนได้สัมผัสมิติแห่งความงามอันเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ อาทิ Dr.Dennis Gross ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญชื่อดังแห่งนิวยอร์กสู่ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ทุกคนมีผิวสวยสุขภาพดีราวกับได้รับการดูแลจากแพทย์ผิวหนังระดับโลกได้ที่บ้าน,Dr Roebuck’s ผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยสารสกัดธรรมชาติจากออสเตรเลีย อาทิ Kakadu Plum, Caviar Lime, Australian Clay, Macadamia Oil และ Tasmanian Water ที่มีคุณสมบัติบำรุงผิว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย ด้วยสุดยอดส่วนประกอบที่ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย

Briogeo แบรนด์จากนิวยอร์กที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงเส้นผมสำหรับคนในครอบครัว ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ อาทิ พืชพรรณธรรมชาติ, สารสกัดจากผลไม้ และน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมโดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง,Abyssian แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากอเมริกาที่ผสานคุณค่าการบำรุงจากส่วนผสมธรรมชาติถึง 99% ปราศจากสารเคมี อีกทั้งยังมี Abyssinian oil เป็นส่วนผสมหลักที่มีโอเมก้า 3,6,9 สูง ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดีมีชีวิตชีวา, COCO & EVE ผลิตภัณฑ์แฮร์แคร์จากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากภายในพร้อมสร้างความแข็งแรงให้เส้นผมสวย และมะเดื่อจากบาหลีที่ช่วยคืนความชุ่มชื้น และบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก, INFUSE MY. COLOUR ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สีผมหลากสไตล์สัญชาติอเมริกา สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผมแบบเร่งด่วน หรือต้องการรีเฟรชเส้นผมด้วยตัวเองจากส่วนผสมธรรมชาติ100% โดยช่างทำผมมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในวงการที่นิวยอร์คและปารีสมากกว่า 20 ปี

ตามมาด้วย SEPHORA COLLECTION ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามของหญิงสาวชาวปาริเซียงที่แม้จะมีสไตล์เป็นธรรมชาติแต่เรียวปากสีแดงของเธอนั้นกลับทำให้ผู้ที่ได้เหลียวมองเป็นต้องลืมไม่ลง ด้วยลิปสติกยอดนิยมอย่าง SEPHORA Rouge ที่ถูกปรับโฉมในลุคใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม มีเนื้อสัมผัสให้เลือกถึง 4 แบบ พร้อมสีสันใหม่ดึงดูดใจลิปเลิฟเวอร์ ซึ่งมีตั้งแต่สีแนวคลาสสิกไปจนถึงเฉดสีสุดเปรี้ยว มาพร้อมกับแพ็คเกจดีไซน์ใหม่ เก๋ไก๋ด้วยตัวหลอดที่มีมิติสื่อถึงความมีสไตล์แบบสาวปาริเซียง สำหรับสาวๆ ที่ชอบลุคใสๆ ต้องไม่พลาดกับ Sephora Lip Gloss Holographic Effect มอบความเปล่งประกายที่เรียบง่าย ให้ริมฝีปากสว่างสดใสได้ทั้งวัน เพิ่มเสน่ห์ให้กับดวงตาด้วย Sephora Collection Eyes On The Prize คอลเล็คชันที่เพิ่มมิติให้กับดวงตาคู่สวย ประกอบไปด้วยมาสคาร่า และอายไลเนอร์สร้างความโดดเด่นสวยสะกดทุกสายตา มาต่อที่ผิวหน้ากับ Sephora Collection Best Face Forward รวมผลิตภัณฑ์เมคอัพเพื่องานผิวสุขภาพดีไร้ที่ติ และปิดท้ายด้วย Sephora Collection Head To Toe คอลเล็คชันสครับและบำรุงผิวตั้งแต่เส้นผมจนถึงปลายเท้า เรียกได้ว่าเนรมิตความงามอย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมายที่มีขายเฉพาะ SEPHORA เท่านั้น พร้อมยกขบวนคอลเลกชัน Spring 2019 มาเปิดตัวอย่างคับคั่ง อาทิBecca, Cover FX, IT COSMETICS, Kat Von D, Marc Jacobs Beauty, Nudestix, Pretty Vulgar, Smashbox, Stila, Alpha-H, Allies of Skin, Arcona, Herbivore, Peter Thomas Roth, Starskin, Thisworks, Glamglow, Saturday Skin, Kenzoki, IGK, OUAI, และBeautyblender ที่มาให้คุณได้ร่วมสัมผัสบทเพลงแห่งความสวยอันไม่รู้จบไปพร้อมกัน


ภาพ  : PP_แพรวดอทคอม

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตลับเดียวจบ! 5 อายแชโดว์พาเล็ตต์ สวยสะพรึงฟาดได้ทุกสี ดีงามทุกเฉด

ริมฝีปากน่าดึงดูดด้วย 12 ลิปสติก เฉดแดงและชมพู สวยลงล็อคทั้งอ่อนหวานและเซ็กซี่

ตัดใจทิ้งบ้าง! เช็คลิสต์โต๊ะเครื่องแป้งว่า เครื่องสำอางหมดอายุ และอยู่ได้นานแค่ไหน

สวยจนต้องเซฟ! 11 ซุปตาร์งัดลุคเด็ด เผ็ช หวาน แกลมฟาดพรมแดง Oscars 2019

ฟาดสีอย่างมีสไตล์! อัพเดทเทคนิคและเทรนด์แต่งหน้า SS19 จากเมคอัพอาร์ติสต์สาวแซ่บ

งานผิวต้องเนี๊ยบ! 6 รองพื้น เนื้อดี เกลี่ยง่าย ช่วยปกปิด แถมผิวสวยในทุกสภาพแสง

 

 

 

พิปพา มิดเดิลตัน

พรมแดงแรกหลังคลอด! พิปพา มิดเดิลตัน โชว์ลุคสวยหวาน หุ่นเป๊ะในเดรสคัลเลอร์ฟูล

พิปพา มิดเดิลตัน ออกงานอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังคลอดลูกชายในช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ด้วยลุคสวยหวานละมุน พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอ

ก่อนหน้านี้คุณแม่มือใหม่ได้อวดบอดี้เฟิร์มๆ หลังคลอดลูกได้สองเดือนในชุดว่ายน้ำสีขาวกันไปแล้ว ล่าสุดเธอได้เดินทางมาเป็นประธานร่วมของมูลนิธิหัวใจ British Heart Foundation Beating Hearts Ball องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ณ ศาลากลาง กรุงลอนดอน ซึ่งงานนี้ถือเป็นการปรากฏตัวบนพรมแดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพิปพา หลังจากคลอดลูกชายคนแรก อาร์เธอร์ เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

พิปพา มิดเดิลตัน

พิปพา มิดเดิลตัน

โดยแฟชั่นลุคที่เธอครีเอทมาร่วมงานในยามค่ำคืน เป็นเดรสคัลเลอร์ฟูลสดใสจาก Temperley London Canopy Evening Dress ราคาเต็มจะอยู่ที่ $2,918 หรือประมาณ 91,593 บาท แต่ตอนนี้ลดไปถึง 60% จึงเหลือเพียง $1,167 หรือประมาณ 36,630 บาท ซึ่งลุคนี้โดดเด่นด้วยเดรสสไตล์โมเดิร์น แต่โรแมนติก ดึงดูดใจผ่านรายละเอียดงานปักชั้นสูง ถือว่าสวยจบครบในตัวเดียว และลุคนี้พิปพาได้พิสูจน์อีกครั้งว่าเซ้นส์ด้านแฟชั่นของเธอไม่เป็นรองใคร สังเกตจากแฟชั่นที่ผ่านๆ มาก็มักจะถูกสื่อจับตามองและพูดถึงอยู่เสมอ

พิปพา มิดเดิลตัน

นอกจากเดรสตัวสวยจะช่วยขับลุคให้มีเสน่ห์ชวนมองมากยิ่งขึ้น เธอได้เลือกคลัทช์สีแดงจาก Emmy London และต่างหูเพชรมาคอมพลีคลุคได้อย่างดีงาม ต้องบอกว่าสไตล์ของพิปพายังคงถูกชื่นชมและโดนใจเหล่าคนรักแฟชั่นเสมอ ไม่ว่าจะปรากฏตัวผ่านสื่อกี่ครั้งก็ตาม

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Sparkle Look! เจ้าหญิงเคท งดงามในเดรสสุดบลิ้งค์ เจิดจรัสราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่อง

ราคานี้จ่ายไหว? เปิดกรุกระเป๋า ดัชเชสเมแกน ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน

งานนี้ล้มละลาย! Levi’s® x Peanuts ปล่อยคอลเล็คชั่นสุดน่ารัก ที่เหล่าสาวกต้องโดนป้ายยา

 กระเป๋าหรือแหวน! Jacquemus นำเทรนด์ไอเท็มใบเล็กกลับมาอีกครั้ง แถมไซส์จิ๋วยิ่งกว่าเดิม

โอ้แม่เจ้า ใจหายใจคว่ำ! เคนดัลล์ เจนเนอร์ แซ่บเว่อร์ร่วมงาน Oscar After Party 2019

อยากซื้อต้องรู้! พาส่องข้อมูล ‘Dior Saddle Bag’ กระเป๋าทรงอานม้า อีกหนึ่งรุ่นขึ้นแท่นขายดี

นาทีนี้ต้องซื้อเก็บไว้ 5 กระเป๋า Chanel รุ่นไอคอนิกที่คุ้มค่าแก่การลงทุน

 เช็คข้อมูลก่อนหิ้ว กระเป๋า Chanel Sunset on the Sea หนังโทนสี Ombre ที่ต้องมีสักใบ!

Romantic Style! เจ้าหญิงเคท งดงามสะกดทุกสายตา ในเดรสสีหวานจาก Gucci

ต้องฟาดสักใบ! กระเป๋า Chanel Backpack ไอเท็มใหม่ล่าสุดของ ‘ลิซ่า BLACKPINK’


ภาพ : www.bysymphony.com , www.popsugar.com

อวตารยานแม่แด่พื้นโลกมาแล้ว ดัง พันกร บุณยะจินดา กับลุคแฟชั่นมิกซ์แมทช์ชมพูเขย่าโลก

“คำจำกัดความง่ายๆ ที่เป็นสไตล์การแต่งตัวของ ดัง พันกร คือ แต่งแล้วเป็นตัวดังเอง บ่งบอกความเป็นเรา”

เป็นสัญญาณที่อวตารยานแม่ ส่งถึงชาวโลก  …ทราบแล้วเปลี่ยน

ด้วยเหตุนี้ ใครๆ จึงเรียกเขาว่าเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่สุดแซ่บ ซึ่งมีไม่บ่อยนักที่ ‘ดัง’ จะพูดถึงสไตล์การแต่งตัว นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ ‘เขา’ ยอมพูดถึงสไตล์แต่งตัว และ ‘ลุค’ สีชมพูเขย่าโลกกับ ‘แพรวดอทคอม’

 ดัง พันกร บุณยะจินดา
ทองหล่อทัก

“ต้องบอกว่ายุคนี้คือการรวมกันของการเป็น Metrosexual หรือเป็น Genderless แฟชั่นไม่มีผิดไม่มีถูก คนไทยอาจมองว่าการที่ดังใส่กระเปรงเป็นเรื่องแปลก แต่คนญี่ปุ่นก็ใส่กระเปรงเหมือนกัน จนแทบจะเรียกว่าเป็นชุดปรกติของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Comme des Garcons หรือ Yohji Yamamoto ล้วนออกแบบเป็นกระเปรงเหมือนกัน เพียงแต่เป็นกระเปรงสไตล์ฝั่งญี่ปุ่น ส่วนที่ดังใส่เป็นฝั่งยุโรป ใส่แล้วมั่นใจ เป็นตัวเรา เพราะถ้าใส่แล้วไม่ใช่ตัวดังเอง จะไม่ใส่เลย”

ดัง พันกร บุณยะจินดา
ธรรมดาโลกไม่จำ

กระเปรงไฮแบรนด์สุดจี๊ด ที่ดังใส่แล้วใครๆ ก็ชมว่าแซ่บ จนเหล่าสาวกกุชชี่กรี๊ดอยากได้ เป็นกระเปรงสีชมพู Gucci ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า

“มีหลายคนโทร.มาถามด้วยความชื่นชอบว่ากระเปรงสวย ซื้อที่ไหน บางคนถามว่ามีที่ไหนขายอีก อันนี้ดังก็ตอบไม่ได้ เพราะกว่าดังจะควานหามาได้ ใช้ความพยายามนานมาก เพราะอยากได้มาก ควานหาแทบทุกที่ แต่ไม่เคยเห็นว่าประเทศอื่นในเอเชียมีกระเปรงสีชมพูตัวนี้นะ จะเป็นแนวสปอร์ตี้หน่อยๆ มีสไตล์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ดูมีสีสัน เข้ากับซัมเมอร์นี้ด้วย ที่สำคัญคือใส่แล้วลมระบายดี…555!

ดัง พันกร บุณยะจินดา

“เวลาแต่งตัว ดังใช้วิธีมิกซ์แมทช์อะไรก็ได้ ที่ใส่แล้วเป็นตัวเรามากที่สุด เช่น ถ้าใส่กางเกงสั้นมากดังจะเบรคด้วยชิ้นบนที่ดูไม่แรง หรือถ้าใส่กระเปรงแล้ว ชิ้นบนอาจต้องใส่เป็นเสื้อโปโล รองเท้าผ้าใบ เพื่อเบรกความเป็นกระเปรงพลีทลงมาให้ดูเป็นสตรีทแฟชั่นมากขึ้น ซึ่งดังมองว่าลุคนี้ใส่ได้ทั้งผู้ชาย-ผู้หญิง ผู้หญิงใส่ก็ดูเท่ ผู้ชายใส่ก็ดูหวาน ถ้าคุณมีความกล้าพอ และอินเนอร์ของคุณมาโทนเดียวกับดัง ;))”

ดัง พันกร บุณยะจินดา
ชมพูได้อี๊กกกก

ชุดล่าสุดที่ไปญี่ปุ่นมา เป็น Gucci Total Look ตั้งแต่หมวก จัมเปอร์ กางเกง และรองเท้าแตะ มีกระเป๋าเบอร์กิ้นสีชมพูซ้อนท้ายจักรยานสีชมพู ซึ่งดังเล่าว่า

“เป็นลุคที่เปลี่ยนบุคลิกดังมากเลย เพราะเดิมทีดังไม่ใส่รองเท้าแตะแบบนี้ หรือใส่กางเกงทรงนี้ ซึ่งดูเป็นสตรีท การแต่งตัวแฟชั่นก็เหมือนเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนทรงผมใหม่ครั้งหนึ่ง เหมือนเราเปลี่ยนคาแรคเตอร์ตัวเอง ขนาดเรายังตื่นตาตื่นใจกับแฟชั่นที่ใส่ คนดูก็ต้องตื่นตาตื่นใจไปกับเราด้วยเหมือนกัน แทนที่จะแต่งอะไรซ้ำๆ ซึ่งทำให้เบื่อหน่าย”

ดัง พันกร บุณยะจินดา
ลุคละมุน

ส่วนลุคนี้เป็นแว่นสีชมพูรูปหัวใจ เขียนคำว่า ‘Love’ ของ Dolce Gabbana จ้า

ดัง พันกร บุณยะจินดา
ชมพูได้ใจ

ส่วนลุคนี้เป็นแว่นสีดำประดับคริสตัลของ Gucci ใส่กับเสื้อสีชมพู Gucci แถมแอบแซวตัวเองอีกต่างหากว่า — “ไม่กล้าใส่ยี่ห้ออื่น เดี๋ยว Gucci เขาไม่ให้เราเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ 555! แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่แบรนด์แอมบาสเดอร์นะ เป็นแค่คนที่ชอบกุชชี่มากเท่านั้นเอง”

ดัง พันกร บุณยะจินดา

แจ็คเก็ตสีชมพูปักลายดอกไม้ของ Gucci  เขาเล่าว่า “ด้วยความที่ผมสีบลอนด์ จึงลองใส่กับแจ็คเก็ตสีชมพูตัวนี้ ดูแล้วละมุนเป็นโอปป้าดี ทำให้หน้าดูไบรท์ขึ้น ชอบแจ็คเก็ตตัวนี้ตรงที่มีดีเทล ใส่แล้วมีความสุข ถึงจะราคาสูง แต่เป็นงานมีคุณภาพ ใส่แล้วมั่นใจ เมื่อความมั่นใจมา สิ่งดีๆ จะเข้ามาหาเอง”

ดัง พันกร บุณยะจินดา
Keep Walking

ส่วนนี่เป็นกระเปรงและรองเท้าบู๊ท Hermes สวมทับด้วยเฟอร์สีเทาเป็นปล้องๆ ทำจากขนหนูภูเขา หนึ่งปล้องเท่ากับขนหนูหนึ่งตัว เป็นเฟอร์มีตัวเดียวในโลก เพราะดังจ้างดีไซเนอร์ออกแบบเฟอร์เพื่อเขาโดยเฉพาะ

ดัง พันกร บุณยะจินดา

“เป็นเฟอร์ที่อุ่นมากๆ ใช้สำหรับใส่เล่นสกี แต่ในเมื่อดังไม่ได้ไปเล่นสกี จึงใส่ไปช้อปปิ้งแทน 555! ซื้อจากเมืองเซนต์มอร์ริส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนราคาต้องจ่าย 7 หลักอยู่แล้ว ใครที่ใส่เฟอร์ดีๆ ก็จะรู้ว่าราคาประมาณนี้อยู่แล้ว”

ดัง พันกร บุณยะจินดา
เดินต่อไป

ส่วนลุคนี้เป็น Fur Fox ยืมเพื่อนมาห่มชั่วคราว “ด้วยความที่ดังอยากแต่งตัวสตรีท จึงแต่งเป็น Gucci Total Look ตั้งแต่หมวก เสื้อ กางเกง รองเท้า ถือกระเป๋าแอร์เมสสีชมพู แต่เดินๆ ไปแล้วหนาวมาก เลยบอกเพื่อนว่า แก…ฉันหนาว ขอยืมเฟอร์คลุมหน่อย ได้มาจากเซนต์มอร์ริสเหมือนกัน”

ดัง พันกร บุณยะจินดา

ส่วนลุคนี้ สวมแจ็คเก็ตมีฮู้ดสีน้ำเงิน กระเปรงสีน้ำเงิน ถือกระเป๋าชมพู แบรนด์ Hermes ทั้งหมด แมทช์กับรองเท้าผ้าใบสีเหลือง Gucci หมวก Prada

ดัง พันกร บุณยะจินดา

ลุคนี้ละ…เป็นแว่นตา Gucci ใส่คู่กับเสื้อ Gucci ดังเล่าว่า “ใส่แล้วรู้สึกเหมือนเป็นดังคนใหม่ที่มีสีสัน ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราต้องตามโลก แต่ไม่ว่าดังจะแต่งตัวแบบไหน ก็ยังร้องเพลงสายแข็งได้นะ เพราะอินเนอร์เราเป็นร็อคอยู่แล้ว ดังคิดว่าการแต่งตัวแบบนี้ ทำให้เป็นสีสันกับวงการบันเทิง คนดูเอง ก็จะได้เสพทั้งแฟชั่นและเพลงร็อคไปพร้อมกัน”

ส่วนลุคที่น่าเอ็นดูกว่านั้น คือ แม้แต่ตะกร้าเก็บสตรอว์เบอร์รี่ของดัง ก็ยังเป็นสีชมพูหวานแบ๊วนะจ๊ะ คิดดูแล้วกันค่ะคุณผู้ชม ว่าเขาเลิฟ Pink Mode ขนาดไหน

ดัง พันกร บุณยะจินดา

นอกจากนี้ ‘ดัง’ ยังพูดถึงงานปีนี้ ที่เตรียมจัดฉลองการเป็นศิลปินเพลงครบ 20 ปีด้วยว่า

“ความพิเศษของงานปีนี้ต้องจัดเต็มแน่นอน! ยิ่งกว่าทองหล่อทักอีก 555! เป็นอีกหนึ่งงานที่คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นดังในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งดังตั้งใจทำมากๆ ก็หวังว่าจะถูกใจแฟนๆ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าจะเป็นอะไร  รู้แต่ว่า ‘ดัง พันกร’ เล็กๆ…ไม่ ใหญ่ๆ…เท่านั้น

“ชื่อ ‘ดัง’ ทำอะไรเบาๆ ไม่เป็นอยู่แล้ว ;))”

ภาพ : @dunkphunkorn

คุณประเมินตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริงหรือเปล่า? เปิดวิธีคิด ปลุกไฟให้คนธรรมดา กับ ประภาส ทองสุข ผู้บริหารธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  

เรามักมองตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง จนการมองนั้นอาจบดบังแสงสว่างและความกล้าหาญในตัวเอง บางครั้งประสบการณ์ชีวิตบางอย่างอาจทำให้รู้สึกหวาดกลัว และหยุดยั้งไม่ให้เราก้าวเดิน ทั้ง ๆ ที่หากลองอีกครั้ง เราอาจประสบความสำเร็จได้ในที่สุด…เพราะชีวิตไม่เคยมีสูตรสำเร็จ จิตใจคนเราก็แปรเปลี่ยนได้เสมอ จึงมีเพียงศรัทธาและความเชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้นที่จะนำทางให้เราค้นพบ ‘แรงบันดาลใจ’ แนวคิดสำคัญที่สะท้อนชีวิตคนทำงาน ซึ่งเรามีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘ประภาส ทองสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย’ ถึงแง่มุมสำคัญที่หลายคนมองข้ามไป

การสร้างแรงบันดาลใจกับแคมเปญ ‘Hero In You’

‘Hero In You ’เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับความเป็นองค์กรขนาดเล็กอย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย พอเราคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ก็จะรู้สึกว่าสู้คนอื่นไม่ได้ เราจึงพยายามสร้างให้คนมีกำลังใจ ว่าในความเล็กไม่ได้แปลว่าต้องแพ้ เรามีเรื่องดี ๆ เยอะแยะเต็มไปหมด เหมือนกับตัวเราเอง สุดท้ายคนที่จะลุกขึ้นก้าวเดินไปข้างหน้าก็คือ ‘ตัวเอง’ ต้อง ‘เชื่อมั่น’ ในตัวเองก่อน เพราะองค์กรเราต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดจึงต้องคิดสร้างกำลังใจให้คนในองค์กร เราค้นพบว่าพนักงานมักจะคิดว่าตัวเองเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ขององค์กร ไม่สำคัญอะไร คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่เอาจริง ๆ แล้ว ผมอยากบอกว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก “คุณคือคนที่มีความสามารถ คุณเป็นส่วนสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานเข้าใหม่หรืออยู่มานาน คุณต่างสำคัญต่อองค์กรทั้งสิ้น ขอให้คุณเชื่อมั่นแล้วเดินไปด้วยกัน”

อุปสรรคของคนทำงาน

ยิ่งเป็นองค์กรที่มีพนักงานเยอะ ความยากคือเรื่องความหลากหลายของผู้คน ทุกคนคิดไม่เหมือนกันหรอก การจะทำให้ทุกคนคิดคล้อยไปในทางเดียวกันเป็นเรื่องท้าทาย ปัญหาในการทำงานมักมาใน 2 แบบ คือ ความยากของตัวงานและวิธีทำงาน ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องเจอ บางครั้งก็อาจทำให้ท้อแท้ ยิ่งการแข่งขันสูงก็ยิ่งทำให้หมดกำลังใจ ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ภารกิจลุล่วง…ก็ต้องสื่อสาร พยายามส่งสัญญาณให้คนรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ต้องเจอ อย่าท้อถอย เชื่อมั่นในตนเอง แต่มันก็ไม่ง่ายเลย…เพราะเป็นสัจธรรมของคนทำงานทุกคน ยิ่งโตยิ่งเจอสิ่งที่ยากและท้าทายให้หมดกำลังใจมากขึ้นเรื่อย ๆ (หัวเราะ)

วิธีสร้างแรงบันดาลใจ

เราต้องมีกำลังใจของตัวเองก่อนที่จะไปสร้างให้คนอื่น อาจจะเริ่มต้นจากครอบครัว อย่างผมโชคดีหน่อยผมมีคุณพ่อเป็นต้นแบบ ด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหาร ผมได้เห็นและซึมซับความอดทน ความฮึดสู้ ไม่เคยบ่นจากคุณพ่อของผม นอกจากนี้ ผมโตมากับหนังสือและภาพยนตร์ และที่สำคัญ ผมเจอกับผู้คนมาหลากหลายแบบ ผมเก็บเกี่ยวข้อคิด แง่มุมที่เป็นบทเรียน จะดีหรือร้าย แต่สุดท้ายคนเราจะมีจิตวิญญาณแห่งความดีงามอยู่ในนั้น และพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์เหล่านั้นให้ผู้อื่นเมื่อมีโอกาส ผ่านการพูดในที่ประชุมต่างๆ ผ่านโซเชียล หรือผ่านบทบาทหน้าที่ๆ รับผิดชอบอยู่ และได้มีโอกาสทำ campaign ‘Hero In You’

Hero In You จึงเป็น content ที่นำเสนอเรื่องราวของคน 2 กลุ่ม กลุ่มพนักงานเก่าและพนักงานใหม่ มีพนักงานเก่าไม่น้อย ที่คิดว่าตัวเองเป็นแค่ฟันเฟืองชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่มานาน ความจริงแล้วไม่ใช่นะ คุณมีความชำนาญ มีประสบการณ์ คุณคือสมบัติล้ำค่าขององค์กร ถ้าคุณเข้าใจถึง strength ที่คุณมี ส่วนพนักงานใหม่ อาจรู้สึกตัวเองเพิ่งเข้ามา ตำแหน่งก็เล็ก เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก ทั้งที่จริงคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เสียงเล็ก ๆ แต่คุณนำพาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา มีพลัง มีความกระตือรือร้น อย่าคิดว่าตัวเองไม่มีค่า

ภายในพื้นที่อาคาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เราพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมให้เป็นมีเดีย ใช้ข้อความดี ๆ กระตุ้นพลังใจแม้จะสักเล็กน้อยก็น่าดีใจแล้ว ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะส่งต่อกำลังใจให้คนอื่น นอกจากนั้นยังมีการสร้างกิจกรรมภายในอยู่เรื่อย ๆ วันปีใหม่ วันวาเลนไทน์ วันตรุษจีน ฯลฯ รวมถึงตามสาขาก็ด้วย ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว ให้คนรู้สึกว่าไม่ใช่การมาทำงานไปวัน ๆ  แต่ได้พูดคุย เจอกัน แชร์ปัญหากัน สร้างบรรยากาศแบบ I am ok, you are ok.

วิธีดึงตัวเองแบบเร่งด่วนหากหมดไฟ

ส่วนตัวผมชอบใช้วิธี Reversal thinking เวลาที่เราจมดิ่ง เราต้องลุกขึ้นสู้ คือเรื่องแบบนี้ยากที่เราจะไปบอกใครแล้วเขาจะเชื่อเราได้ทันที ดังนั้นต้องทำให้เขาคิดได้แล้วลุกเอง ต้องเป็นตัวเองเท่านั้น มันอยู่ที่ตัวคุณว่าคุณจะล้มหรือคุณจะลุก ไปทำอะไรก็ได้ที่เราชอบ เลือกทางเลือกง่าย ๆ ที่จะประสบความสำเร็จก่อน หรือเปลี่ยนวิธีคิด อย่าทำอะไรที่ซ้ำ อย่าไปเอาสิ่งที่ทำให้เราหมดกำลังใจย้ำลงไป เราต้องฉีกตัวเองออกไปจากช่วงเวลาที่ทำให้เราแย่ลง ถ้าคุณอกหักผิดหวังกับความรักอย่าฟังเพลงเศร้า

คาดหวังอะไรจากการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

ผมอยากทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ที่อยากทำมากที่สุดแม้จะหลายปีต่อจากนี้ในอนาคต คือการกลับมาสร้างคนให้องค์กร ผมมองหน้าที่ของเรามี 3 มิติคือ ทำงานของเรา สร้างคนในองค์กรให้แข็งแรง เพิ่มขีดความแข่งขันขององค์กร และทำประโยชน์ให้สังคม อยากให้โอกาสน้อง ๆ ได้ทำงานมากขึ้น ให้ทุกคนได้ตัดสินใจ ลงมือทำ หาแผนงานเพื่อให้เกิดงาน เพื่อให้ทุกคนได้มีจุดยืนของตัวเอง เมื่อเราไม่อยู่แล้วองค์กรต้องเดินต่อไปได้เหมือนปกติ ผมต้องเตรียมเพื่อให้พวกเขาเป็นกำลังสำคัญ และแม้เราจะเป็นธนาคารขนาดเล็ก เราก็ได้ทำเพื่อส่วนรวมตลอด อย่างกิจกรรมเพื่อสังคมเราก็เน้นไปที่การศึกษาซึ่งเป็นรากฐาน เรามีความทุ่มเทและตั้งใจจริง เราได้ให้ความช่วยเหลืออุปกรณ์การศึกษาจำพวกเทคโนโลยีแก่โรงเรียนที่ขาดแคลนห่างไกลอยู่เสมอ ช่วยสร้างงานอาชีพในชุมชนนั้น โรงเรียนแต่ละโรงเรียนในประเทศจะมีจุดแข็งไม่เหมือนกัน ซึ่งอย่างน้อยเด็กควรได้เรียนจนจบการศึกษาพื้นฐาน อย่างน้อยควรมีวิชาชีพและอยู่ในท้องถิ่นของเขาได้ พอเราออกไปหาคนที่ลำบากกว่าเราแล้ว พอทุกคนกลับมาทุกคนจะขยันหมด สิ่งเหล่านี้ช่วยปลุกพลัง Hero In You ให้ทุกคนได้อย่างดี

ข้อคิดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

อย่าไปคิดว่าตัวเองเป็นคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ เรื่องอายุเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนต้องแก่ไปทุกนาที ทุกคนมีคุณค่า แต่จะมีได้คุณต้องสร้างด้วยตัวคุณเอง คุณต้องมีความชำนาญ ต้องใช้ประสบการณ์ชีวิต อย่าเอาแต่บอกว่า “ทำไม่ได้ อย่าทำ เชื่อพี่เถอะเพราะพี่อยู่มานาน” แต่ควรจะมองว่า “เชื่อพี่เถอะเพราะพี่มีประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมา พี่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นถ้าจะทำขอให้ระมัดระวังสิ่งเหล่านี้” แนวคิดนี้คือภาพสะท้อนคุณค่าของตัวเราเอง ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็เหมือนกัน คุณมีสิ่งที่ดีคือความสด ความแข็งแกร่ง ความรู้ที่ทันสมัย แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองขาดประสบการณ์ สิ่งแรกที่คุณควรฝึกคือการเคารพกฎระเบียบ เพราะกฎระเบียบคือพื้นฐานของการอยู่ร่วมกับคนจำนวนมาก ไม่ว่าคุณจะรุ่นไหนก็สามารถสร้างคุณค่าให้ตัวเองได้เพียงแค่คุณเข้าใจบริบทของมัน

นับเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างดีสำหรับธนาคารเล็ก ๆ ที่มาพร้อมแนวคิดไม่ธรรมดา ชวนให้เราต้องมองลึกลงไปในตัวเล็ก ๆ และสองมือของเราว่า แท้ที่จริงแล้วอาจมีพลังใจยิ่งใหญ่ ความสามารถมากมายเพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิด และกล้าทำ ไม่สบประมาทตัวเอง เช่นเดียวกับหัวใจหลักที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีตลอดมาก็คือ ‘Forward Together’ เชื่อมั่นในพลังที่อยู่ในตัวคุณ แล้วก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

พระองค์หริภา

พระองค์หริภาฯ ทรงเผยพระอิริยาบถน่ารัก ขณะประทับแรม ณ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์

พระองค์หริภาฯ ทรงเผยพระอิริยาบถน่ารัก ขณะประทับแรม ณ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์… เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.51 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปยังวิหารวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ทรงยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือยอดองค์เจดีย์วัดจันทร์ ซึ่งกรมศิลปากรทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกับนักวิชาการท้องถิ่น เพื่อวิเคราะห์สาเหตุความเสียหาย และหารือร่วมกันในการกำหนดแนวทางการเสริมความมั่นคงและการบูรณะ ซึ่งได้อนุรักษ์ฉัตรเดิม มีการบูรณะซ่อมแซมโดยการลงรักปิดทอง ใช้เวลาดำเนินงาน 240 วัน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561

พระองค์หริภา

พระองค์หริภา

พระองค์หริภา

โอกาสนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานประจำวิหาร ทรงกราบ ทรงศีล เมื่อประธานสงฆ์ถวายศีลจบ เสด็จออกจากวิหารไปยังแท่นประดิษฐานฉัตร ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมและทรงปิดทองฉัตร ทรงถือสายสูตร เจ้าหน้าที่กว้านฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือยอดองค์เจดีย์วัดจันทร์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ ทรงจุดเครื่องทองน้อยบูชาองค์เจดีย์วัดจันทร์ ทรงกราบ จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการชั่วคราวการบูรณะองค์เจดีย์วัดจันทร์ เสด็จเข้าพระวิหาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายแด่พระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก

พระองค์หริภา

พระองค์หริภา

พระองค์หริภา

สำหรับ วัดจันทร์ เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่ามีอายุแรกสร้างตั้งแต่สมัยล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์มาช้านาน เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมบนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินเมื่อปี 2522 มีโบราณสถานสำคัญ คือ องค์เจดีย์และวิหาร

พระองค์หริภา

พระองค์หริภา

นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ยังประทานพระรูปที่ทรงฉายด้วยพระองค์เอง ขณะประทับแรม เมื่อวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ วัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ให้พสกนิกรชาวไทยได้ชื่นชมในพระอิริยาบถน่ารักๆ อีกด้วย


 

ข้อมูลและภาพ : กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์


 

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 10

กรมธนารักษ์ เปิดจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

“หน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์” เครื่องมุทิตาบรรณาการจากศรีลังกา เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Levi’s® x Peanuts

งานนี้ล้มละลาย! Levi’s® x Peanuts ปล่อยคอลเล็คชั่นสุดน่ารัก ที่เหล่าสาวกต้องโดนป้ายยา

น่ารักจนใจสั่น! เมื่อแก๊งพีนัตส์ เหล่าตัวการ์ตูนสุดคิ้วต์ ชาร์ลี บราวน์และผองเพื่อน มาร่วมสร้างความสนุกสนานในคอลเล็คชั่นล่าสุด Levi’s® x Peanuts

เดนิมคือความคลาสสิกของอเมริกัน ชาร์ลี บราวน์ก็เช่นเดียวกัน ด้วยความสำเร็จอันล้นหลามของการทำงานร่วมกันในคอลเล็คชั่น Levi’s® x Snoopy ในปีที่แล้ว ในปี 2019 นี้ ลีวายส์® โคจรมาพบกับความน่ารักของสนูปี้ ตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักของ ชาร์ลส์ มอนโร ชูลส์ (Mr. Charles M. Schulz) อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ ไม่ได้มาแค่สนูปี้ แต่ยังมีเหล่าผองเพื่อน ทั้งชาร์ลี บราวน์ (Charlie Brown), มาร์ซี่ (Marcie), ไลนัส (Linus), ลูซี (Lucy) เปปเปอร์มินต์ แพตตี้ (Peppermint Patty) โดยแก๊งการ์ตูนสุดน่ารักจะปรากฏอยู่บนกางเกงยีนส์ เสื้อยืด เสื้อสเวตเตอร์ ทรัคเกอร์แจ็คเก็ตและแอคเซสเซอรี่อื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับคอลเล็คชั่น Levi’s® x Peanuts

Levi’s® x Peanuts

สำหรับลีวายส์® และ พีนัตส์ ถือเป็นการร่วมมือกันที่ลงตัว เนื่องจากทั้งสองแบรนด์ถือเป็นความคลาสสิกที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมอเมริกันมายาวนาน สร้างแรงบันดาลใจและสามารถเชื่อมต่อเจเนอเรชั่นหนึ่งสู่เจเนอเรชั่นหนึ่งได้ และทั้งสองยังมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเขตชายฝั่งแคลิฟอร์เนียอีกด้วย และทั้งสองแบรนด์ต่างให้ความสำคัญกับคุณภาพเสมอมา ซึ่งความโดดเด่นอันเป็นคาแร็คเตอร์ของทั้งสองแบรนด์สะท้อนให้เห็นไม่ใช่แค่ลวดลายกราฟิกของคอลเล็คชั่น แต่ยังอยู่ในกระบวนการการสร้างสรรค์และการผลิตอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นป้าย Tab สีเหลืองสดใสและป้ายหนังที่โดดเด่นปรากฏอยู่บนไอเท็มผ้าเดนิมทุกชิ้นในคอลเล็คชั่นนี้ รวมไปถึงลายพิมพ์พีนัตส์ที่ปรากฏอยู่ด้านในกระเป๋าของกางเกงยีนส์อีกด้วย

Levi’s® x Peanuts

ตามกระแสนิยมในยุคปัจจุบันที่ลวดลายกราฟิกคือเทรนด์ของสตรีทแวร์ในปัจจุบันนี้ ทั้งการสร้างความน่าสนใจให้กับเสื้อผ้า หรือการสร้างอารมณ์ขัน การมองโลกในแง่ดี ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่การ์ตูนพีนัตส์และลีวายส์®โดดเด่นเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยในคอลเล็คชั่นนี้มีการสร้างสรรค์ลวดลายสนูปี้บนโลโก้ลีวายส์® และ เปปเปอร์มินต์ แพตตี้และมาร์ซี่ กำลังพูดคุยกันโดยมีคำว่า “Girl Talk” อยู่ด้านล่าง และอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเล็คชั่นนี้ คือ กางเกงยีนส์ 501® สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ด้วยการยิงเลเซอร์สร้างลวดลายแก๊งพีนัตส์ทั้งหมดลงบนยีนส์

นอกจากนี้ลีวายส์® ในคอลเล็คชั่นนี้ ยังมีแอคเซสเซอรี่ กระเป๋าเป้ , กระเป๋าสตางค์ , กระเป๋าสะพาย หมวกและผ้าพันคอ ทั้งหมดนี้คือคอลเล็คชั่นที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ รวมไปถึงรุ่นคุณปู่คุณย่าหรือจะบอกว่าทุกเจเนอเรชั่นก็ว่าได้ ซึ่งคอลเล็คชั่น Levi’s® x Peanuts จะวางจำหน่ายที่ร้านลีวายส์® ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมไปถึงช่องทางออนไลน์ www.levis.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง พบความน่ารักขี้เล่นของตัวการ์ตูนพีนัตส์ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป 

‘คอนเซ็ปท์รักเพื่อนมาแรง ภายนอกเป็นนักรัก แต่ในใจแอบชอบเพื่อน’ ดูดวงรายวัน 1 มีนาคม 2562

ดูดวงรายวัน 1 มีนาคม 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สิ่งแปลกใหม่ที่คุณกำลังคิดจะทำในช่วงนี้ อยู่ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์หรือตำแหน่งหน้าที่การงานสูงมาก วันนี้สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญคือ การปกครองลูกน้อง ที่ผ่านมาอาจเพราะคุณให้ความสนิทสนมมากไปจนลูกน้องไม่เกรงใจคุณ ข้ามหน้าข้ามตาซะงั้น

การเงิน :  อย่าเพิ่งลงทุนหมดหน้าตักโดยยังไม่เห็นผลตอบแทน เพราะอาจต้องเดือดร้อนไปถึงผู้ใหญ่ที่บ้าน

ความรัก : ช่วงนี้เวลาที่คุณอยู่ด้วยกันก็จะไฟล์ทกันตลอดเวลา อาจเพราะอยู่ด้วยกันมานานจนเริ่มจะเบื่อหน่ายกันแล้ว ก่อนที่จะรุนแรงไปกว่านี้ เสาร์อาทิตย์นี้ก็ควรเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวกันบ้าง กลับมาจะได้ซอฟท์ลง คนโสด วันนี้คุณอาจต้องไฟล์ทเพื่อให้ได้ไปดินเนอร์กับคนที่คุณพอใจ หรือเป็นคนที่ได้เจอกันปุบปับ ก็แค่วันเดียวแล้วจบ ไม่มีความผูกพันใดๆ

สุขภาพ :  ออกจากบ้านควรพกยาดม ยาหม่องไปด้วยนะคะ เพราะคุณอาจมีอาการวูบโดยไม่รู้ตัว

                                                                        

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน : คุณขยัน ทำงานหนัก ยิ่งวันนี้นอกจากงานประจำแล้ว อาจต้องใช้เวลาอยู่กับการค้นคว้าหาข้อมูล เพื่อไปช่วยงานคนอื่น หรือให้คำปรึกษาทางธุรกิจที่เกี่ยวกับเรือกสวนไร่นา หรืองานทุกประเภทที่เกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตร

การเงิน : ธุรกิจมีผลกำไร ซึ่งคุณก็ควรแบ่งเงินไปทำบุญหรือสงเคราะห์ผู้อื่นที่เดือดร้อนด้วย

ความรัก : คุณได้คู่ครองที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจและดูแลเอาใจใส่คุณอย่างดี ความสัมพันธ์จึงค่อนข้างราบเรียบและราบรื่น แต่วันนี้อาจสะดุดเพราะความหึงหวง ขี้น้อยใจ แสนงอนจนทำให้เกิดความไม่พอใจและหงุดหงิดง่าย คนโสด วันนี้เนื้อหอมนะคะ มีทั้งหนุ่มและไม่หนุ่ม ทั้งมาเองหรือผู้ใหญ่จัดให้ ทุกคนล้วนพร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตคุณ

สุขภาพ  : เป็นช่วงที่คุณมีความสุข รับประทานข้าวได้ นอนหลับเต็มที่ จึงควรระวังเรื่องน้ำหนักด้วย ควรงดอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และคลอเรสเตอรอลสูง เพราะจะทำให้เกิดโรคหัวใจ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณทำงานประจำมานาน ถึงวันนี้รู้สึกว่าอยากออกไปแสวงหาความตื่นเต้นที่อยู่นอกออฟฟิศบ้าง ซึ่งคุณมีความเป็นอัจฉริยะอยู่ในตัว มองโลกในแง่ดี สามารถพลิกแพลงหรือใช้กลยุทธ์ในการทำงานได้ จึงสามารถทำงานได้หลากหลายอาชีพ แม้กระทั่งโหราศาสตร์ก็สามารถเรียนและเป็นหมอดูที่มีชื่อเสียงโด่งดังทีเดียว

การเงิน : หาเงินเก่ง เพราะคุณกล้าเสี่ยง กล้าเก็งกำไร วันนี้จึงมีความผันผวนตลอด

ความรัก : คุณทุ่มเทให้กับความรักมากจนน่ากลัว จึงไม่แปลกหากคุณจะหึงหวง แสดงความเป็นเจ้าของสูง ขณะที่คู่ก็อารมณ์ดีชิลๆ ไม่พูดหรือแสดงความรู้สึกใดๆ จึงไปด้วยกันได้  คนโสด  วันนี้อารมณ์คุณผาดโผนขึ้นลงแบบสุดโต่ง อาจดึงเพื่อนมาเป็นแฟนโดยไม่บอกใครก็ได้

สุขภาพ :  อย่าประมาท คุณอาจเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน รวมทั้งการกินอาหารไม่ตรงเวลา หรือรับประทานยาชนิดใดชนิดหนึ่งยาวนานเกินไป จะเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  หลังจากที่ทำงานหนักและเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด วันนี้คุณพอมีเวลาหายใจได้คล่องขึ้น แต่ก็อย่าปล่อยมือเสียทีเดียว เพราะลูกน้องที่รักกำลังปีนเกลียวข้ามศีรษะคุณอยู่ ต่อไปควรใช้ทั้งพระเดชและพระคุณในการปกครอง

การเงิน : มีโชคในการทำธุรกิจการลงทุน แต่ควรทำเองจะดีกว่าร่วมหุ้นกับบุคคลอื่น

ความรัก : ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน แม้คู่จะมีความเป็นแฟมิลี่แมนที่ดี แต่คุณเรียกร้องและคาดหวังกับคู่ค่อนข้างสูง วันนี้ควรหาเวลามาจูนปรับมุมมองให้ตรงกัน หากคิดจะอยู่ด้วยกันต่อก็ไม่มีคำว่าสาย   คนโสด  คุณไปดื่มกินเที่ยวสังสรรค์ให้สมกับวันศุกร์เงินเดือนออก ก็ยังคอนเซ็ปท์เดิม ภายนอกคุณดูเป็นนักรัก แต่ในใจคุณแอบชอบเพื่อนอยู่

สุขภาพ : หากเดินทางไปในสถานที่ไม่คุ้นเคย ให้ระวังเรื่องอาหารและอากาศ อาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หรือติดเชื้อไวรัส

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  คุณเป็นคนจริงจังในการทำงาน หากได้เริ่มต้นทำงานแล้ว แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคก็จะเดินหน้า แต่วันนี้คุณคงต้องยอมผิดคอนเซ็ปท์ เพราะปัญหามากมายเกินกว่าจะฝืนสู้ อาจเกี่ยวข้องกับคดีความ ฉะนั้นก่อนจะทำอะไรควรคิดพิจารณาให้ดี อดทน และรอคอยจังหวะ

การเงิน : หากคุณกำลังคิดจะร่วมหุ้นลงทุน ควรชะลอก่อน เพราะวันนี้จะติดขัด ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ ต้องหมุนเงินตัวเป็นเกลียว

ความรัก : คุณอยู่ในครอบครัวที่ตั้งกฏเกณฑ์สูงกว่ามาตรฐาน ซึ่งคุณไม่ชอบถูกจำกัดความคิดและอิสรภาพ วันนี้จึงทำให้คุณหงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ  คนโสด คุณมีอัธยาศัยดี จึงมีเพศตรงข้ามเข้ามาอยากรู้จักคุณมากมาย ระวังหนึ่งในนั้นอารมณ์รุนแรง คบไปอาจถึงกับลงไม้ลงมือ

สุขภาพ  : ควรระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่าย โดยเฉพาะการกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้ไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้คุณจะจับมือเพื่อนผู้หญิงที่รู้ใจเริ่มต้นงานใหม่ ด้านการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ที่คุณมีความเชี่ยวชาญ เป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายความสามารถ เพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นด้วย

การเงิน : ต้นเดือน ก็อย่าเพิ่งซื้อความสุขราคาแพงให้กับตัวเองจนหมดกระเป๋านะคะ

ความรัก : เน้นที่ความสัมพันธ์กับเพศหญิงในครอบครัว เช่น แม่ พี่สาว น้องสาว ลูกสาว วันนี้มีรักใคร่กันดี แต่คุณก็ควรลดๆ ทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเองลงบ้าง เพราะคุณมักจะยึดถือความถูกต้องของตัวเองมากกว่าเหตุผล  คนโสด เนื้อหอมเบอร์หนึ่งเลยทีเดียว มีทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามตามติดขอดินเนอร์ด้วย

สุขภาพ : ระวังระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย เช่น น้ำเหลือง น้ำเลือด น้ำย่อย มีปัญหา เพราะอาจทำให้คุณติดไวรัส เป็นภูมิแพ้ได้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  วันนี้หากคุณคิดที่จะช่วยงานของครอบครัวหรือคนรู้จักนอกเหนือจากงานประจำแล้ว อาจเป็นงานที่เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคารบ้านเรือนหรือสำนักงาน หรืองานช่างต่างๆ ก็พอจะทำได้ แต่ควรทำแบบเงียบๆ ไม่ควรทำแบบเปิดเผย เพราะอาจมีผลกับงานประจำ

การเงิน : มีรายได้เข้ามาง่ายๆ อาจถูกหวยรวยเบอร์ ก็ควรเล่นแบบมีสตินะคะ

ความรัก : ระวังอาจมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์นะคะ คู่อาจนัดกิ๊กเก่าไปดินเนอร์ด้วย ใจเย็นๆ วันนี้เขาอาจเป็นเพื่อนที่ดีกันก็ได้  คนโสด วันศุกร์ต้นเดือนเหมาะกับการไปดื่มกินสังสรรค์ปาร์ตี้มาก วันนี้คุณอาจได้คนถูกใจกลับมาด้วย
สุขภาพ  : ระวังโรคที่เกี่ยวกับการหมุนเวียนเลือด ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ ควรทานวิตามินบำรุงเลือด

Live Listen จับคู่ AirPods ตัวช่วยใหม่ฟังชัดทุกสถานการณ์!

หลายคนน่าจะเคยนัดเพื่อนๆตามคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือนัดทีมประชุมนอกสถานที่ จะต้องมีบางจังหวะที่มีเสียงจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างแทรกเข้ามา ทำให้ไม่ค่อยได้ยิน ฟังไม่รู้เรื่อง สื่อสารกันผิดพลาดบ้าง ใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างคะ?

            จุ๊เจอประจำเลยค่ะ เพราะเราต้องเดินทางบ่อยๆมีเสียงรถ เสียงแตรแทรกตลอด หรือมีนัดประชุมตามคาเฟ่ต่างๆ พบเจอผู้คนมากมาย ยอมรับเลยว่าบางครั้งการสนทนาไม่ลื่นไหล ทำให้ต้องเอ่ยปากเพื่อขอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำอีกครั้ง เพราะเราไม่แน่ใจว่าเขากำลังสื่อสารอะไร แล้วเราเองก็กลัวรับสารมาไม่ถูกต้องค่ะ แต่ตอนนี้จุ๊แฮปปี้ขึ้นมากตั้งแต่ได้รู้จัก Live Listen

Live Listen เป็นฟีเจอร์หนึ่งในระบบปฏิบัติใน iOS12 จาก Apple ทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนรับเสียงให้กับ iPhone และ iPad แต่ฟีเจอร์นี้จะต้องทำงานคู่กับหูฟังไร้สาย AirPods เพื่อช่วยให้เราได้ยินเสียงที่ไม่ชัดแบบ Realtime ให้ชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังรบกวนก็ตามค่ะ และความพิเศษอยู่ตรงที่ผู้ที่มีความผิดปกติทางการได้ยิน เช่น การฟังผิดปกติต้องใช้เครื่องช่วยฟังตลอด เป็นต้น

คราวนี้เรามาดูวิธีการทำงานจริงของ Live Listen และ AirPods กันค่ะ ว่าเราจะใช้งานได้อย่างไร

  1. ก่อนอื่นเราต้องไปตั้งค่าฟีเจอร์ก่อนะคะ ให้ไปที่ Setting
  2. เลือกศูนย์ควบคุมหรือ Control Center
  3. เลือกกำหนดแถบควบคุมเองหรือ Customize Control

4. เลือกที่เป็นรูปหูด้านล่าง + Hearing พอเรากดจะขึ้นเป็น – Hearing มาอยู่ที่ด้านบนนะคะ

5. ให้เราใส่ AirPods จะข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้นะคะ

6. จากนั้นออกจากหน้าตั้งค่า แล้วเลื่อนหน้า Control Center ขึ้นมาค่ะ

7. กดที่ Hearing แล้วเราจะเห็นสถานะ Off คือปิดอยู่ให้กดอีกครั้งจะเปลี่ยนเป็น On

8. เมื่อออกมาหน้า Home หรือ Log หน้าจอไว้ เราจะสังเกตเห็น ไอคอนรูปไมค์สีแดง อยู่มุมบนซ้าย

9. วางโทรศัพท์ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้เสียงเข้าได้ง่าย แล้ว AirPods จะทำหน้าที่เป็นเครื่องช่วยฟังห้เราได้ยินเสียงที่อยากจะโฟกัสจริงๆ ได้ชันเจนขึ้นค่ะ

อ่อ! ถ้าใครลองหูฟังธรรมดา ทำไม่ได้เลยนะคะ ต้องเป็น AirPods เท่านั้นค่ะ แต่จะเป็น iPhone หรือ iPad รุ่นอะไรก็ได้นะคะ เพียงแต่ต้องอัพเดทเป็น iOS12 ให้เรียบร้อยก่อนค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ ตัวช่วยดีๆ สะดวกสบาย ใช้ได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ อย่าลืมไปทำตามนะคะ ใครใช้ได้ดีไม่ดีอย่างไร มากระซิบบอกจุ๊บ้างนะคะ!

เก๋ ชลลดา ออกแบบแว่นตา KCM X NVENVY FOR THE VOICE คอลเล็กชั่นนี้เพื่อเจ้าสี่ขา

เป็นอีกหนึ่งสาวสวยในวงการบันเทิงที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม สำหรับ เก๋ ชลลดา โดยเฉพาะกับเจ้าบรรดาสัตว์สี่ขา ซึ่งเธอนั้นยังเป็นผู้ก่อตั้ง The voice (เสียงจากเรา)  มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือน้องหมา น้องแมวที่เจ็บป่วยและไม่สบาย รวมถึงยังถูกทอดทิ้งและทารุณกรรมอีกด้วย

เก๋ ชลลดา

ซึ่งล่าสุดสาวเก๋ได้ร่วมมือกับ NVENVY แบรนด์แว่นตาไฮเอนด์สัญชาติไทย ออกคอลเล็กชั่น KCM X NVENVY FOR THE VOICE  ออกแบบแว่นตาขึ้นมาทั้งหมด 2 รุ่น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความรักความเมตตาที่มีต่อน้องหมาน้องแมว ประกอบกับความตั้งใจ และ ทุ่มเทที่จะช่วยเหลือสัตว์ยากไร้ จึงเกิดเป็นคอลเล็กชั่นที่สร้างสรรค์ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตาและแรงบันดาลใจคอลเล็กชั่นนี้ขึ้น

แว่นตารุ่น FOR PAW (รุ่นน้องหมา)  ราคา 3,990 บาท

คนรักน้องหมาห้ามพลาดกับ แว่นตาดีไซน์เรียบหรู แต่แอบแฝงไว้ด้วยความเท่ มีสไตล์ ตกแต่งด้วยกิมมิก เก๋ๆ เป็นรูปกระดูกไขว้ฉลุตรงส่วนบนของแว่นตา และในส่วนของขาแว่นมีดีเทลความน่ารักซ่อนอยู่ด้วยลายปริ๊นรูปอุ้งเท้าของน้องหมา อีกทั้ง ขาแว่นสีดำที่แมชกับตัวเลนส์สีดำปรอทยิ่งทำให้แว่นดูมีความน่าสนใจ ใส่แล้วดูโดดเด่นสะดุดตาที่สุด

แว่นตารุ่น FOR FRIEND (รุ่นน้องแมว) ราคา 3,990 บาท

ทาสทั้งหลายเตรียมฟาด กับแว่นตาที่ถูกออกแบบมาให้มีเสน่ห์ ชวนมอง ใส่ได้ง่ายทุกโอกาส สามารถเข้าได้กับทุกรูปหน้า พร้อมลูกเล่นตรงจมูกรูปหูแมว ที่ดีไซน์ออกมาได้ถูกใจเหล่าทาสน้องแมวเข้าอย่างจัง ขาแว่นสีทองดูเรียบหรู แมชต์กับตัวเลนส์สีชาที่ใส่แล้วสบายตา และยังสามารถป้องกันแสงแดด UV400 ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มลูกเล่นของแว่นตาในคอลเลคชั่นนี้เข้าไปอีก ด้วยคลิปออน LOVE PAW ที่ดีไซน์ออกมาได้ สวย เก๋ ดูมีสไตล์ คลิปออนนี้สามารถซื้อแยกได้ในราคา 1,000 บาท นอกจากคลิปออน จะสามารถแมชได้กับแว่นตาในคอลเล็กชั่นนี้แล้วยังสามารถนำไปแมชได้กับแว่นตา Oversize ที่มีอยู่แล้วของทุกคนได้อีกด้วย

รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบทุนโครงการ “แหม๋ว (แมว+หมา) ไม่อด” โครงการเพื่อช่วยเหลือน้องหมาน้องแมวยากไร้ภายใต้ความดูแลของมูลนิธิ The voice (เสียงจากเรา)

สามารถสั่งซื้อได้ที่ Line : @nvenvy หรือแวะมาช็อปกันได้ที่ Nvenvy Flagship store CTW ชั้น 3, Nvenvy Paragon department store ชั้น M, Nvenvy Central chitlom ชั้น 3, Nvenvy Emquartier ชั้น 2

 

 

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 10

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เรียกย่อว่า ตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในโอกาสครบรอบการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีครบ 100 ปี ใน พ.ศ. 2425 สำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ที่สืบเนื่องโดยตรงในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือผู้ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์ดังกล่าวได้เสกสมรสด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถพระราชทานแก่ประมุขของต่างประเทศอีกด้วย

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์

ตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ เคยเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติสูงสุด ลำดับที่ 1แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ขึ้น สำหรับพระราชทานแด่ประมุขของต่างประเทศเท่านั้น และจัดเป็นลำดับเกียรติสูงสุด ลำดับที่ 1 ในหมู่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยจากทั้งหมด 36 ลำดับ ตรามหาจักรีบรมราชวงศ์จึงมีลำดับเกียรติเป็นลำดับที่ 2 แต่ถือเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่พระบรมวงศานุวงศ์ไทยจะได้รับพระราชทาน

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์

สำหรับตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ มีการพระราชทานครั้งล่าสุด คือ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 โดยพระราชทานเแด่สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุล ฮาลิม มูอัซซัม ชาห์แห่งมาเลเซีย เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2556 ในโอกาสเสด็จ ฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9

ปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นองค์ประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.จ.ก. นี้ และยังไม่มีการพระราชทาน ตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ แก่พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดในรัชสมัยนี้

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ออกแบบโดยเสวกเอก หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย องค์ประกอบ 1 สำรับ ได้แก่ ตรามหาจักรี, ตราจุลจักรี, ดาราจักรี และ สายสร้อยและแพรแถบ

ด้านหน้าเป็นรูปจักร 8 กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลเงินระหว่างกลีบจักร กลางวงจักรเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชร พื้นลงยาสีฟ้า ขอบลงยาสีแดง มีอักษรทองเป็นคาถาภาษิตภาษาบาลีเขียนอักษรไทยว่า ติรตเน สกรฏฺเฐ จ สมฺพํเส จ มมายนํ สกราโชชุจิตฺตญฺจ สกรฏฺฐภิวฑฺฒนํ แปลว่า ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง

รอบขอบเป็นมาลัยชัยพฤกษ์ ใบลงยาสีเขียว ดอกลงยาสีชมพูใต้พวงมาลัยเป็นแพรแถบลงยาสีชมพู มีอักษรย่อเป็นภาษิตของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์นี้ว่า ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. ย่อมาจาก เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ

เบื้องบนมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ป.ร.ร. 4 ไขว้กัน โดยย่อมาจากคำว่า บรมราชาธิราชรามาธิบดีที่ 4 อันหมายถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และมีพระมหามงกุฎทองรัศมีเงิน

ด้านหลังเป็นรูปครุฑ ปราสาท มหามงกุฏ และจุลมงกุฏ ทำด้วยทอง พื้นลงยาสีเขียว ขอบรอบลงยาสีแดง และมีอักษรทองว่า ปีมะเมีย จัตวาศก ศักราช ๑๒๔๔ และ ปฐมรัชกาลเป็นปีที่ครบร้อย สายสร้อยเป็นรูปอุณาโลมลงยา กลางอุณาโลมประดับเพชร สลับกันไปกับจักรีแฝดลงยา มีสร้อยทองยึดตลอด ยาว 55 เซนติเมตร ไว้สำหรับห้อยตรามหาจักรี

 

ดาราจักรีในสำรับเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ออกแบบโดยเสวกเอก หม่อมเจ้าประวิช ชุมสายดาราจักรี เป็นรูปจักร 10 กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลเงินและรัศมีเปลวสีเงินสลับกันไปรอบกลีบจักร กลางดาราเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชรขอบลงยา และมีคาถาภาษิต ติรตเน สกรฏฺเฐ จ สมฺพํเส จ มมายนํ สกราโชชุจิตฺตญฺจ สกรฏฺฐภิวฑฺฒนํ หมายถึง ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง


ข้อมูล : คุณชินดนัย มีชัย (@chin_meechai)

ภาพ : Pinterest History Archive : Sothebys.com,  Thomas Ghysdaël

 

เทรนด์ เล็บเจ้าสาว ลายดอกไม้ แบบใหม่! อัพเกรดกว่าเดิม!

แปลงโฉม เล็บเจ้าสาว ให้สดใสด้วยลายดอกไม้ไปทั้งมือ

เล็บเจ้าสาว ลายดอกไม้ ฟังยังไงก็ดูซ้ำและน่าเบื่อเนอะ? แต่เทรนด์เล็บเจ้าสาวลายดอกไม้แบบใหม่นี้ คุณจะต้องยังไม่เคยเจอที่ไหนแน่นอน ถ้าไม่อยากได้เล็บเจ้าสาวแบบเดิมๆ ต้องดูค่ะ

เทรนด์เล็บเจ้าสาวลายดอกไม้ ถือเป็นเทรนด์เด่นที่ไม่เคยหนีหายไปไหนเลยนะคะ เพราะเป็นลวดลายที่ทำยังไงก็สวย ดูอ่อนหวานอ่อนช้อย ช่วยให้เรียวเล็บเรียบๆของเจ้าสาวดูมีอะไรมาส่งให้แหวนหมั้นของเราดูโดดเด้ง แต่ในตอนนี้เทรนด์เล็บเจ้าสาวลายดอกไม้ได้อัพเกรดไปอีกขั้น ถึงแม้ล่าสุดนี้เราจะมีเรียวเล็บติดดอกไม้แห้งที่ดูเก๋ไก๋แล้ว คราวนี้ดอกไม้แห้งที่นำมาติดเรียวเล็บนั้นไม่ต้องผ่นการถูกรีดให้แบนเหมือนเก่า แต่ติดเข้าไปทั้งดอกแบบนั้นเลย! ทำให้เราได้เทรนด์ใหมเป็นเรียวเล็บดอกไม้แบบ 3D เก๋ไปอี้กกก ดูอย่างรูปด้านล่างนี้สิ!

IG @dantenewyorkcity

หรือจะเป็นดอกไม้สามมิติประดับเพชรบานิ้วก็หรูหราดีนะ

IG @nail_unistella

หรือถ้ายังไม่หนำใจ ติดทั้งกิ่งลงบนมือเลยสิจ๊ะ อย่าได้แคร์!

IG @nail_unistella

เก็บไอเดีย 13 ทรงผมของคุณแม่สายสตรอง “แอฟ ทักษอร” ลุคเปรี้ยว ลุคหวาน ออกงานได้

ช่วงนี้งานละครอาจจะยังไม่มีให้ได้ชมผลงาน แต่งานพิธีกรและอีเว้นท์ต่างๆ คุณแม่คนสวยสายสตรองของน้องปีใหม่ “แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ก็ยังคงมีผลงานด้านนี้ออกมาให้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ และแน่นอนเวลาจะออกงานหรือออกกล้องย่อมต้องสวยเนี้ยบ เป๊ะ เป็นธรรมดา ฉะนั้น ทั้งหน้า ผม เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกายต้องพร้อม ซึ่งนอกจากเมคอัพที่คุณแม่แอฟ ชอบแต่งโทนหวานเบาๆ กรุบๆ แนวเอิร์ธโทน สีชมพู สีพีช สีส้มอ่อนๆ ใสๆ เน้นสวยด้วยงานผิวแบบธรรมชาติแล้ว ทรงผมยังเป็นอีกสิ่งที่เด่นสะดุดตาและแฟนคลับก็สนใจไม่น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้คุณแม่แอฟได้ลองทำทรงดังโงะไว้หน้าม้าแบ๊วมากเว่อร์ จนเป็นที่ฮือฮาไม่น้อยกับนิวลุคนั้น แพรวดอทคอม เลยตามไปส่องอินสตาแกรมคุณเปิ้ล plepattra888 แฮร์สไตลิสต์ที่ตอนนี้คุณแม่แอฟทำผมด้วยเป็นประจำว่าคุณเปิ้ลครีเอทผมทรงไหนให้คุณแม่แอฟบ้าง เอามาฝากสาวๆ เผื่อเป็นไอเดียเวลาอยากดูสวยหวานแต่สตรอง เลื่อตามมาค่ะ

 

ดูเหมือนว่าเครื่องหัวหรือเครื่องประดับผม อาทิเช่น กิ๊บติดผม ที่คาดผม จะยังคงอินยาวววววววไม่มีวี่แววว่าเอ้าท์เลยสักนิด เพราะทั้งเหล่าไอดอลไทยและเทศ หรือเหล่าคนดังเซเลบริตี้ทั้งหลายต่างก็ยังใช้เป็นไอเท็มเด็ดในการตกแต่งประดับผมอยู่ดี และต้องบอกเลยว่าไอเท็มติดผมจะติดให้ดูเปรี้ยวแซ่บแบบโคเรียสไตล์หรือน่ารักคิคุแบบสาวเจแปนนิสต์สไตล์ก็ย่อมได้

ย้ำไว้ว่าเลยทุกทรงที่คัดมาไม่ซ้ำกันแน่นอน แม้มองเพียงผิวเผินจะคล้ายๆ แต่ดีเทลต่างกัน อย่างทรงด้านบนนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เห็นคุณแม่แอฟทำผมทรงลอนเมอเมดเปรี้ยวๆ คูลๆ กิ๊บเพชรที่ติดผมแม้ไม่ใหญ่บึ้มแต่ก็กระแทกตาไม่น้อย

หรือจะแสกกลางม้วนลอนใหญ่ แล้วเสริมไอเท็มอย่างกิ๊บเพชรด้านข้างที่เหน็บใบหูก็ดูหวานหยดย้อย

สาวๆ ที่ชอบม้วนลอนใหญ่ เบื่อแสกกลางไปแสกข้างก็ได้ อย่าลืมติดกิ๊บเก๋ๆ ตามสไตล์ที่ชอบด้านข้างที่เหน็บใบหู ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์

สวยน่ารักกระชากวัยเหมือนไอดอลสาว เจนนี่ แบล็คพิ้งค์ไปเลยค่าคุณแม่แอฟ

เห็นไหมว่าเครื่องประดับทรงผมไม่จำกัดถูกผิด ชอบติดตรงไหนก็ติดจะด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลังก็ได้หมด

แสกกลาง บิดเกียว ติดกิ๊บซ่อนด้านหลัง ลอนใหญ่สางๆ ธรรมชาติแต่เนี้ยบก็เป็นลุคที่น่ารักและเรียบร้อยมากเชียวล่ะ

หวานๆ ออกงานไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ แค่เกล้าผมรวบตึง หางม้าม้วนลอนเก๋ๆ ถ้าเบื้อติดกิ๊บก็ลองผูกโบว์ดูหวาน ก็ได้ลุคออกงานที่ไม่ยาก ซอฟท์ๆ เบาๆ ดูน่ารักไปอีกแบบแล้ว

รวบตึงเหมือนกันแต่ให้ลุคที่เปรี้ยวกว่า โดยการรวบหางม้ายกสูงด้านหลังหางม้าปล่อยตรงจะดูเปรี้ยว เท่ อีกสไตล์

เดี่ยวนี้ใครอยากไว้หน้าม้าแต่ไม่สะดวกตัดผม ไม่ต้อวลำบากใจแล้วนะคะ แฮร์พีชหน้าม้ามีแล้วจ้า ลองไปหามาแล้วให้ช่างทำผมจัดทรงให้ รับรองเปลี่ยนลุคได้ดังใจนึกสลับวันไปเลยค่ะ

ถ้าต้องออกงานที่เป็นทางการ ทรงนี้ก็เหมาะไม่น้อย เก็บเนี๊ยบไม่มีชี้ฟูด้วยค่ะ

ทรงนี้ก็เป็นอีกทรงที่คนดังทำบ่อยๆ รวบเก็บแต่มีความแมสซี่นิดๆ

และนี่คือทรงผมหน้าม้าแบ๊วกรุบที่คุณแม่อฝแอฟทำแล้วหน้าเด็กเว่อร์


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ IG: aff_taksaorn , plepattra888

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

วงแจมป์

เส้นทางความรักสุดหวานชื่นของ “ปอ” วงแจมป์ กับ “อาจารย์ดัง-สุทธิวรรธน์”

หลังจากปล่อยให้เพื่อนๆ สละโสดแซงหน้าไปหลายคน ล่าสุด “ปอ” วงแจมป์ หรือ “ปอ-ณฐมน ภูวะปัจฉิม” ก็ได้ฤกษ์หมั้นกับ  “อาจารย์ดัง-สุทธิวรรธน์ บุรุษพัฒน์” ในวันที่ 8 มี.ค.2562

วงแจมป์

เมื่อไม่นานมานี้ นักร้องสาว “ปอ- ณฐมน ภูวะปัจฉิม” หรือ ปอ วงแจมป์ และสมาชิก Teen 8 Grade A ได้ประกาศข่าวดีว่าเธอกำลังจะสละโสดในเร็วๆ นี้ เพื่อนทั้งในและนอกวงการ รวมถึงแฟนคลับ ต่างก็เข้ามาแสดงความยินดีกับเธอผ่านอินสตาแกรม โดยว่าที่เจ้าบ่าวก็คือ “อาจารย์ดัง-สุทธิวรรธน์ บุรุษพัฒน์” ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์นั่นเอง

และเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา “แพรวดอทคอม” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์อดีตนักร้องวัยรุ่นยุค 90 ซึ่งเธอได้พูดถึงเรื่องงานแต่งงาน และเส้นทางความรักสุดหวานชื่นให้เราได้ฟังด้วย

โดยศิลปินสาวเปิดเผยถึงความพร้อมของงานหมั้นในวันที่ 8 มี.ค.นี้ว่า เธอเตรียมการไปได้ประมาณ 80% แต่ก็ยังมีส่วนที่ไม่เรียบร้อยอีกเล็กน้อย สำหรับพิธีในงานหมั้นก็จะมี ขันหมาก, พิธีนับสินสอด และสวมแหวน ส่วนพิธีแต่งงานและรดน้ำสังข์จะมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ย.2562 ซึ่งในส่วนของสถานที่นั้นก็กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจ ดังนั้น จึงยังไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้

วงแจมป์

วงแจมป์

เมื่อถามถึงความตื่นเต้นในงานหมั้นที่จะเกิดขึ้น เธอบอกว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นหน่อยๆ รวมถึงยังมีเรื่องกังวลใจอยู่ด้วยก็คือเรื่องชุดเพื่อนเจ้าสาวที่บางคนยังไปไม่ถึงมือ ของชำร่วย รวมถึงโลเคชั่นสถานที่จัดงานที่มันอยู่ในซอยลึก กลัวว่าแขกจะมาหลง

ในส่วนของเพื่อนเจ้าสาวนั้นปอบอกว่าไม่ได้มีเยอะมาก มีเพื่อนนอกวงการ 5 คน ส่วนในวงการก็คือเพื่อนสนิทที่คบหากันมาเป็น 10 ปี “แองจี้ เฮสติ้งส์” ที่จะบินมาเพื่องานของเธอโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีแขกและเพื่อนๆ ในวงการอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ “ธัญญาเรศ เองตระกูล”, “ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี”,”หมิง-ชาลิสา (อรินทร์มาศ) บุญครองทรัพย์”, “แอนนิต้า-ศรุชา พงศ์ทรงกุล” ฯลฯ

ปอได้เล่าถึงโมเม้นต์สุดโรแมนติกตอนที่อาจารย์ดังขอแต่งงานว่า “ตอนที่ขอแต่งงานเป็นตอนที่เราไปเที่ยวมัลดีฟส์กันประมาณ 5 วัน โดยวันก่อนที่จะเดินทางกลับ ปอก็เพิ่งขึ้นจากการว่ายน้ำมา พอเข้าไปในห้องพี่ดังก็เอาแหวนมาคุกเข่าขอแต่งงาน ตอนนั้นเราอยู่ในสภาพที่โทรมมาก แล้วก็มีบัตเลอร์ของห้องที่อยู่เขาก็มาถ่ายรูปให้ ก็เป็นอะไรที่ซึ้งมาก โดยตั้งแต่ที่รู้จักเขามา เขาเป็นคนที่อ่อนโยนมากคนหนึ่ง เขาบอกกับปอว่าเขาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับใครมาก่อน และยังบอกกับเพื่อนว่าชีวิตนี้จะไม่ขอใครแต่งงาน แต่เขาก็ทำให้กับปอ”

วงแจมป์

วงแจมป์

สำหรับจุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้ปอเล่าว่า “ได้มีโอกาสเจอกันครั้งแรกเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว พี่เขาเป็นเพื่อนของรุ่นพี่ที่สนิท ซึ่งจากจุดเริ่มต้นพี่เขาก็ใช้ความพยายามในการจีบเราอยู่นานพอสมควรประมาณ 1 ปี กว่าที่เราจะตัดสินใจไปไหนมาไหนกับเขา”

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาสาวปอเล่าว่า “เราทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันเลย ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องอะไรที่คิดไม่เหมือนกัน แต่ก็สามารถเข้าใจกันได้ เราเหมือนกันตรงที่ไม่เก็บสะสมปัญหาจนเกิดความน้อยใจและทะเลาะกัน” โดยสาวปอบอกอีกว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะที่ผ่านมาเธอทะเลาะกับหนุ่มๆ เยอะมา

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดในตัวอาจารย์ดัง ปอบอกว่า “เขาเป็นคนจริงจัง พอคุยกันได้ประมาณ 1 ปี เขาก็เริ่มคุยกับปอเรื่องนี้ พาคุณพ่อ,คุณแม่มาคุยด้วยตัวเอง ตอนนั้นเราก็คิดว่ามันไม่จำเป็นต้องจริงจังขนาดนี้หรือเปล่า นอกจากความจริงจังแล้วเขายังเป็นคนที่อ่อนโยนมากๆ เอาใจใส่และเป็นธรรมชาติ ทั้งยังเป็นคนติดดิน และฉลาดในหลายๆ เรื่อง ถึงแม้จะอย่างนั้นแต่พี่ดังไม่อีโก้เลย เวลาที่เขาคุยกับปอ แม้จะเขาโตและประสบการณ์ชีวิตเยอะกว่าแต่พี่เขาก็ยอมรับฟังปอเสมอ”

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงแพลนทายาท นักร้องสาวบอกว่า “ปีนี้คิดว่าน่าจะยังไม่มีน้อง เพราะตอนนี้ปอมีแพลนทำธุรกิจกับพี่ดัง ดังนั้นก็ไม่รู้จะมีน้องได้หรือเปล่า แต่ส่วนตัวปออยากมีลูกแต่ก็ต้องดูหลายๆ อีกทีเพราะเราเองก็อายุไม่น้อยแล้ว”

วงแจมป์

วงแจมป์

 วงแจมป์


 

ช้ากว่าแต่ถึงชัวร์! รถไฟผู้นำเกาหลีเหนือ หรูหราระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่

ช้ากว่าแต่ถึงชัวร์! รถไฟผู้นำเกาหลีเหนือ หรูหราระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่…ช่วงนี้ข่าวการเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศร้อนแรงกันเหลือเกิน ในบ้านเราก็กำลังจะมีการเลือกตั้ง ฝั่งเพื่อนบ้านอย่างอินเดียกับปากีสถานก็ดันปิดน่านฟ้าเปิดสงครามกันแล้ว และอีกข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองมากที่สุดก็คือ การพบกันระหว่าง 2 มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ

แน่นอนว่าการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาพบกันครั้งนี้ ฝั่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์นั้นเดินทางมากับเครื่องบินประจำตำแหน่งที่แสนจะหรูหราโอ่อ่า วันนี้เลยพามาดูยานพาหนะระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ของฝั่งผู้นำเกาหลีเหนือกันบ้าง นั่นก็คือ ขบวนรถไฟส่วนตัวสีเขียวขบวนนี้นั่นเอง

หลายคนอาจสงสัยว่าระดับผู้นำเกาหลีเหนืออย่าง คิม จอง อึน จากที่สำนักข่าวต่างประเทศได้เคยให้ข้อมูล เขาเองค่อนข้างใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยอยู่พอสมควร แต่เหตุใดถึงเลือกใช้พาหนะในการเดินทางไกล ในการมาพบปะผู้นำสหรัฐฯ ด้วยรถไฟแทน ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะการเดินทางด้วยรถไฟนั้นคือธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่รุ่นปู่ (คิม อิล ซุง) มาจนถึงรุ่นพ่อ (คอม จอง อิล) ของเขาแล้ว สมัยนั้นไม่ว่าจะเดินทางมาเวียดนาม หรือข้ามมายังยุโรปตะวันออก ก็จะใช้รถไฟในการเดินทางอยู่เสมอ เนื่องจากว่าเขาเป็นคนกลัวการขึ้นเครื่องบินนั่นเอง

สำหรับภายในรถไฟขบวนนี้ แน่นอนว่าระดับผู้นำสูงสุดของประเทศเผด็จการจะให้กระจอกก็คงจะไม่สมฐานะ  จะมีแต่ที่นั่งไล่เรียงอยู่ทุกโบกี้น่ะหรอ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ในทางกลับกันรถไฟขบวนนี้ภายในถูกแบ่งออกเป็นห้องรับรองที่มีโซฟานุ่มๆ บุด้วยหนัง และมีส่วนของห้องประชุมด้วย และทุกโบกี้ยังถูกออกแบบให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดกันกระสุนรอบด้านบวกบอดี้การ์ดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาจจะขนมาทั้งกองทัพเลยมั้ง เพราะขบวนก็ยาวอยู่….โดยการเดินทางแต่ละครั้งก็ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ใจจริงๆ ว่าเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปจุดหมายปลายทาง จะไม่มีเหตุร้ายที่ทำให้ท่านผู้นำต้องหงุดหงิดหรือเกิดอันตราย

ภายในขบวนรถไฟที่ตกแต่งใหม่ สดใส สีชมพู หวานๆ กันไปเลย

จะบอกว่าเป็นมรดกตกทอดที่กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้นำเกาหลีไปแล้วก็ว่าได้ แต่สำหรับการเดินทางข้ามประเทศด้วยรถไฟในยุคนี้ แม้จะดูไม่ไฮเทคล้ำสมัยเหมือนประเทศอื่นๆ แต่ก็คงคิดว่าดีแล้วล่ะมั้งว่าเอาช้าแต่ชัวร์ดีกว่า

 

ภาพ : BBC News

อ่านเรื่องอื่นๆ ได้ที่นี่

เปิดPrivate Jet เศษเงินของท่านปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ หรูหรากว่า Air Force 1ซะอีก!