ฉลองขึ้นปีที่ 44 แพรว จัดเซอร์ไพรส์ Praew the gift แจกที่พักโรงแรมหรู 10 รางวัล

เพิ่งผ่านวันครบรอบปีที่ 43 พร้อมจัดงานมหากุศลแพรวแชริตี้ 2022 ที่ได้กระแสตอบรับจากเซเลบริตี้ คนดังและแฟนๆ ที่ไปร่วมทำบุญ เพื่อนำเงินไปบริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กและมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่เซอร์ไพรส์ยังไม่จบ เพราะในโอกาสก้าวขึ้นสู่ปีที่ 44 แพรวส่งแคมเปญฉลองขอบคุณแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ “ Praew the gifts” โดยจะมีการแจกรางวัลฉลองขึ้นปีที่ 44 นิตยสารแพรว จัดเซอร์ไพรส์ Praew the gift แจกที่พักโรงแรมหรู 10 รางวัล

สำหรับกติกาการร่วมสนุก เพียงซื้อนิตยสารแพรวฉบับเดือน พฤศจิกายน 2565 ปก ใบเฟิร์น แล้วตัดหน้า “รักใครให้อ่านแพรว” ตามตัวอย่าง แล้วส่งมาที่ นิตยสารแพรว เลขที่ 378 ถนนชัยพฤกษ์ แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 วงเล็บ (Praew the gifts)

สำหรับแคมเปญ “Praew the gifts” แจกรางวัลที่พักโรงแรมหรู 10 รางวัล (สามารถส่งชิ้นส่วนได้มากกว่า 1 ชิ้น เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล) ประกาศชื่อผู้โชคดีทางนิตยสารแพรว ฉบับเดือน มกราคม 2566

‘ดวงได้พบชาวต่างชาติที่ตรงกัน ทั้งความคิดและทัศนคติ แต่ดวงเป็นรักที่ซ่อนเร้นก็มีสูง! ‘ ดวงรายวัน 9 พฤศจิกายน 2565

‘ดวงได้พบชาวต่างชาติที่ตรงกัน ทั้งความคิดและทัศนคติ แต่ดวงเป็นรักที่ซ่อนเร้นก็มีสูง! ‘

ดวงรายวัน 9 พฤศจิกายน 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่น่าหนักใจ จนมีแนวโน้มที่จะถึงขั้นไปต่อไม่ได้ วันนี้นับเป็นข่าวดีที่คุณจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสายน้ำ เช่น ทหารเรือ ตำรวจน้ำ การประมง การท่าเรือ อู่เรือ ด้วยแล้ว จากความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบที่ยอดเยี่ยมของคุณ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงเลยทีเดียว หรือหากอยู่ในตำแหน่งนั้นแล้วก็มีแนวโน้มที่งานจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

การเงิน  :   หากที่ผ่านมาคุณกำลังเดือดร้อนจนชักหน้าไม่ถึงหลัง วันนี้จากความสามารถคาดว่าคุณจะได้พบช่องทางที่จะสร้างรายได้อย่างมั่นคง ได้ทำงานที่มีผลตอบแทนสูง ทางที่ดีควรเก็บเงินไว้บ้าง เพราะมีโอกาสที่จะหมดเงินไปกับการเลี้ยงดูญาติสนิทมิตรสหาย

ความรัก  :   หากคุณกำลังมีปัญหาทะเลาะกันรุนแรง วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเน้นที่เหตุผลและความเหมาะสมของการมีชีวิตคู่มากกว่าอารมณ์และความรู้สึก แม้คุณอยากจะง้อ แต่ก็ยังโรแมนติกไม่พอ คนโสด  เช่นกัน หากคุณกำลังมีปัญหาทะเลาะกันรุนแรง แล้วหากยังอยากจะคบกันอยู่ วันนี้อยากให้ยอมหลบสักครั้ง  เพื่อที่จะสานต่อความสัมพันธ์ให้ยาวนานออกไป

สุขภาพ  :   จริงๆ แล้วคุณก็ดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี แต่วันนี้หากคุณยังหักโหมทำงานหนัก ไม่พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่ มีความเสี่ยงที่สุขภาพจะย่ำแย่ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ หลอดเลือด และหัวใจ รวมถึงสายตาและปวดหลังด้วย   

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  จริงๆ แล้วคุณมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือส่งเสริมและสนับสนุนด้วยดีมาตลอด รวมถึงเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็รักและเมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรชะล่าใจ  โดยยึดติดในอีโก้ของตัวเอง จนไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเสนองานหรือโครงการไปแล้ว หรือกำลังจะเสนอ ด้วยแล้ว เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะถูกอิจฉาริษยา จนทำให้งานไม่ผ่านการพิจารณาในเร็ววัน ทางที่ดีควรใจเย็นๆ หนักแน่น อย่าโวยวายหรือเรียกร้องใดๆ เพราะมีความเสี่ยงที่งานจะสะดุดหยุดลงกลางคัน  

การเงิน  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะมีเหตุให้ต้องใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทั้งกับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ผู้ใหญ่ในครอบครัวจนชักหน้าไม่ถึงหลัง จนเป็นไปได้ว่าต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก  :   จริงๆ แล้วคู่คุณก็มีเหตุผลและทัศนคติตรงกับคุณดีอยู่น้า แต่วันนี้เป็นไปได้ว่า ไม่คุณก็คู่มีโอกาสหลงเสน่ห์ใครบางคนหรือบางสิ่ง จนมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นความหึงหวงได้ง่ายๆ คนโสด  วันนี้คงห้ามไม่ได้แล้วมั้ง เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้พบกับคนถูกใจทั้งความคิดและทัศนคติ ยิ่งหากเป็นชาวต่างชาติสูงวัยด้วยแล้ว ก็ใช่เลย แต่ควรดูดีๆ ว่าเขามีคู่แล้วหรือยัง วันนี้ดวงคุณเป็นรักซ่อนเร้นแจ่มชัดมาก  

สุขภาพ  :   หากคุณเป็นนักดื่ม วันนี้ก็อย่าดื่มหนักมากนักนะคะ มีความเสี่ยงที่คุณจะหกล้มหกลุกได้ง่ายๆ แล้วจะเกิดการบาดเจ็บที่บริเวณกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหลัง

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :   หากที่ผ่านมาคุณทำงานด้วยความไม่มั่นคงในสถานภาพการทำงานของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในสายงานศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม หรืองานบันเทิงด้วยแล้ว วันนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น คุณมีโอกาสได้รับการทาบทามให้เข้าไปทำงานในธุรกิจของครอบครัว ทางที่ดีควรวางแผนและเตรียมงานล่วงหน้าให้ดี เพราะงานนี้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างโดดเด่นเลยทีเดียว

การเงิน  :  หากคุณเสียเงินให้กับคนใกล้ชิดอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วันนี้คาดว่าจะได้รับกลับมาเป็นสองเท่าจากครอบครัว ในรูปของเงินรางวัลตอบแทน

ความรัก :   หากคุณกำลังหวาดระแวงในความมั่นคงของชีวิตคู่ วันนี้ด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ความเป็นแม่ศรีเรือนของคุณ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน จะมีโอกาสให้ครอบครัวกลับมารักกันใหม่ คนโสด  เช่นกัน หากคุณยังไม่มั่นใจในตัวแฟน วันนี้ไม่ต้องง้อเขาก็ได้นะ เพราะคุณมีเสน่ห์ มีคนเข้าคิวรออีกเพียบ

สุขภาพ  :  วันนี้ก็ยังต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพวกของมัน ของหวาน ของทอด อยู่น้าเพราะมีความเสี่ยงที่จะเป็นไขมัน เบาหวาน ความดัน รวมถึงเลือดลมที่จะทำงานไม่สมบูรณ์ จนมีความเสี่ยงที่จะวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมได้โดยไม่รู้ตัว

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  วันนี้คุณก็ยังคงใช้ความเก่ง ความรู้ ความสามารถ และมีบารมีจากตำแหน่งหน้าที่การงานในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายช่าง นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้าทดลอง รวมถึงกำลังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม หรือเพื่อประเทศชาติ คาดว่าในเร็ววันนี้คุณจะได้บุกเบิกงานใหม่ ซึ่งความสำเร็จไม่ได้มาอย่างบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่แรงกล้า  

การเงิน  :  คุณขยันทำมาหากิน และมีความสามารถในการบริหารเงินอย่างมีระบบระเบียบ ดังนั้น แม้วันนี้คุณจะทำงานเพื่อกล่องมากกว่าเงิน แต่ก็สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง

ความรัก  :  ก็ยังอยู่กับเรื่องของเกียรติยศและศักดิ์ศรี เหตุผลและความเข้าใจกัน ซึ่งวันนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย   คนโสด  วันนี้คุณมีทัศนคติในเรื่องของเกียรติยศและศักดิ์ศรีสูงมาก เพราะฉะนั้นหากจะมีแฟนสักคน คนๆ นั้นต้องสมน้ำสมเนื้อกับคุณ

สุขภาพ  :  ก็ยังพลังเยอะอยู่นะคะ แม้คุณจะดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี แต่วันนี้มีความเสี่ยงที่ออฟฟิศซินโดรมจะถามหา หากนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ  เป็นไปได้ว่าจะปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ จึงควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจสายช่าง นักวิทยาศาสตร์ นักทดลอง ค้นคว้า รวมถึงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคมและประเทศชาติด้วยแล้ว หากคุณคาดหวังความสำเร็จไว้อย่างแรงกล้า ก็อาจต้องลดๆ ลงหน่อย เพราะช่วงนี้ดวงการงานของคุณไม่ค่อยดี มีความเสี่ยงที่เอกสารทางราชการจะผิดพลาด เป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ทางที่ดีควรหาเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์  

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะใช้เงินในการตกแต่งบ้านใหม่ หรือสร้างเรือนหอ เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่วันนี้ไม่ควรให้เป็นนายหน้าให้ใครกู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้ใคร โดยเฉพาะคนใกล้ชิด เพราะมีโอกาสที่คุณจะรับผิดชอบภาระนั้นแทน

ความรัก  :  วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะซ่อมแซมและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันขนานใหญ่เลย ทางที่ดีควรลดทิฐิและความปรารถนาในตัวคู่ชีวิตลงด้วย เพราะมีแนวโน้มที่คุณจะไปต่อกันไม่ได้ คนโสด  หากคุณกำลังมีความรัก วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะโรแมนติก และซื่อสัตย์จริงจังสูงมาก แต่ก็ควรลดทิฐิมานะและความคาดหวังลงบ้าง เพราะจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่คุณจะไปกันไม่ได้

สุขภาพ  :   วันนี้อวัยวะที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ รวมถึงออฟฟิศซินโดรมก็อย่าได้ละเลย ยิ่งหากคุณทำงานในท่าเดิมนานๆ วันนี้มีความเสี่ยงสูงมาก  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  คุณมีความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบที่ดีเยี่ยม รวมถึงความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จสูงมาก วันนี้มีแนวโน้มที่คุณจะได้ร่วมงานกับผู้ใหญ่ที่มีบุญบารมีในงานที่เกี่ยวกับงานบุญงานกุศล CSR เพื่อสังคม ซึ่งเป็นไปได้ว่างานนี้จะไม่ได้มีคุณคนเดียว แต่ต้องเข้าสู่การแข่งขัน การประมูลงาน การประกวด รวมถึงการสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งคุณก็คาดหวังความสำเร็จไว้สูงมาก จนสามารถทำได้ทุกวิถีทาง แม้จะไม่ถูกต้องชอบธรรมนักก็ตาม  

การเงิน  :   คุณมีโชคทางด้านทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียงและตำแหน่งหน้าที่การงาน รวมถึงผู้ใหญ่ก็อุปถัมภ์ มีโอกาสได้เงินรางวัลตอบแทนการทำงานด้วย

ความรัก :   หากคุณแต่งงานอยู่ในครอบครัวที่เป็นที่นับหน้าถือตาของสังคม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่คุณต้องยึดมั่นในหลักการและความเหมาะสมในการครองคู่มากกว่าจะแสดงความสวีตหวานต่อหน้าธารกำนัลได้    คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับผู้มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่กระนั้นก็ตามเส้นทางรักของคุณวันนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะไม่ได้มีคุณคนเดียวเท่านั้นที่พบเจอเขา

สุขภาพ  :   ภูมิแพ้มาแล้วจ้า ลมหนาวกำลังมา วันนี้จึงมีโอกาสที่คุณจะปรับสภาพร่างกายไม่ทัน จึงมีความเสี่ยงที่จะแพ้อากาศ หายใจไม่สะดวก หากเป็นไซนัสอยู่แล้ว คาดว่าจะกำเริบ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และความประสบการณ์ความเชี่ยวชาญขั้นเทพ เช่น นักธุรกิจ นักการทูต แพทย์ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย นักการเมือง การปกครอง จนถึงซินแส หมอดู ฯลฯ หากคุณกำลังทำงานอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่จริงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยไว้ใจที่กลายมาสร้างความเจ็บปวดให้คุณที่สุด ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่คุณจะตีตื้นกลับมา โดยสามารถแซงหน้าคนๆ นั้นไปได้ด้วย

การเงิน  :  หากการเงินของคุณไม่แน่นอน ขึ้นๆ ลงๆ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะมีเงินเข้ามาอย่างไม่ขาดมือ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมาจากผู้ใหญ่ ซึ่งคุณก็จะสามารถบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความรัก   :  ก็ยังมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้คุณจะจริงจังและยึดติดในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ดีคุณจะสามารถเอาชนะใจและความไม่ลงรอยระหว่างกันได้ คนโสด  วันนี้คุณมีความคิดเห็นเป็นตัวของตัวเองชัดเจนมาก ซึ่งก็จะไปเข้าตาและถูกจริตกับชาวต่างประเทศมากกว่าคนไทย แล้วไม่ได้มาแค่คนเดียวนะ  

สุขภาพ  :  หากคุณเครียดและจริงจังกับเรื่องต่างๆ ที่เข้ามา วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง  ไมเกรน จนถึงท้องไส้ที่จะทำงานไม่เป็นระบบ จนเป็นโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบได้ง่ายๆ  

เอ็นซีที วันทูเซเว่น

ร้อนแรงทะลุขีดจำกัด! เอ็นซีที วันทูเซเว่น บัตรคอนเสิร์ต 3 รอบขายหมดเกลี้ยง

‘NCT 127’ ( เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ตอกย้ำความนิยมที่ร้อนแรงทะลุขีดจำกัด ในเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่สอง NCT 127 2ND TOUR ‘NEO CITY : BANGKOK – THE LINK’ (เอ็นซีที วันทูเซเว่น เซคเคินด์ ทัวร์ ‘นีโอ ซิตี้ : แบงค็อก – เดอะ ลิงก์’) ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2565 (เวลา 18.00 น.), วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 (เวลา 18.00 น.) และวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2565 (เวลา 16.00 น.) ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยล่าสุดที่ได้เปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการในรอบสมาชิก SM True MEMBERSHIP วันที่ 5 และรอบบุคคลทั่วไปในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลาย จนบัตรคอนเสิร์ตของทั้ง 3 รอบการแสดง ถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงทันที

เอ็นซีที วันทูเซเว่น

อีกทั้ง ‘NCT 127’ (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ยังได้ส่งคลิปแทนความคิดถึง พร้อมขอบคุณทุกความรักและการสนับสนุนจาก NCTzen (เอ็นซีทีเซ็น: ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ชาวไทย ดังนี้

❝ สวัสดีครับ To the world! Here is NCT! สวัสดีครับ พวกเรา NCT 127 ครับ ทุกคนรอนานไหมครับ? ในที่สุดพวกเราก็ได้มาบอกข่าวดีกับแฟน ๆ ชาวไทยแล้วครับ! ข่าวดีอะไรเหรอครับ? พวกเราจะไปพบกับ NCTzen ชาวไทยทุกคน พร้อมกับคอนเสิร์ต NCT 127 2ND TOUR ‘NEO CITY : BANGKOK – THE LINK’ ครับ! เหนือสิ่งอื่นใด ด้วยความรักและการสนับสนุนที่ร้อนแรงถล่มทลายจากแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน ทำให้ครั้งนี้พวกเราได้จัดคอนเสิร์ตที่อิมแพ็ค อารีน่า ทั้งหมด 3 รอบการแสดงด้วยกันครับ! ขอบคุณครับ! ใช่แล้วครับ! คอนเสิร์ต NCT 127 2ND TOUR ‘NEO CITY : BANGKOK – THE LINK’ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2565 (เวลา 18.00 น.), วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 (เวลา 18.00 น.) และวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2565 (เวลา 16.00 น.) ทั้งหมด 3 รอบการแสดง ที่พวกเราจะใช้เวลาอันเหมือนฝันร่วมกับทุกคนครับ! พวกเราทั้งตื่นเต้นและก็ตั้งตารอมาก ๆ เพราะเป็นการไปประเทศไทยหลังจากผ่านมานานจริง ๆ ครับ NCTzen ชาวไทยก็คงกำลังรอพวกเราด้วยความตื่นเต้นเหมือนกัน อยากไปพบกับทุกคนไว ๆ แล้วครับ~ เพื่อให้สมกับที่ไม่ได้พบกันมานาน พวกเราก็จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมของ NCT 127 ผ่านคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ดังนั้น หวังว่าทุกคนจะตั้งตารอและมาเจอกันที่คอนเสิร์ตให้ได้นะครับ! ถ้าคิดถึง NCT 127 ต้องมาหากันที่คอนเสิร์ตนะครับ! พวกเราคิดถึง NCTzen ชาวไทยที่สุดเลยครับ! ขอบคุณครับ~ บ๊ายบาย ❞

เอ็นซีที วันทูเซเว่น

สำหรับแฟน ๆ ท่านใดที่ยังไม่มีบัตรคอนเสิร์ตดังกล่าว สามารถรอร่วมเล่นกิจกรรมลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ตจากทางสปอนเซอร์ ได้แก่ Lotus’s, แว่นท็อปเจริญ, บริษัท ดีคอลเจน จำกัด, COUNTER SERVICE และ CP

หมอสอง

เส้นทางรัก “เฟร้นช์ฟราย-หมอสอง” คอยช่วยเหลือกันและแม้ในวันที่ยากลำบาก

กลายเป็นประเด็นฮอตเมื่อ “หมอสอง” หรือ นพ.นพรัตน์ รัตนวราห ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถในต่างแดน และสามารถเจรจาช่วยเหลือให้กลับมาประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังการเจรจาครั้งนี้คือ แฟนสาวหมอสอง หรือ เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล ผู้ประกาศข่าวช่วงเย็นจากรายการ เรื่องเด่นประเด็นดัง (Top talk Daily) ทางช่องMONO29 

เส้นทางรัก “เฟร้นช์ฟราย-หมอสอง” คอยช่วยเหลือกันและแม้ในวันที่ยากลำบาก

หมอสอง

ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเผยถึงเรื่องราวความรักว่าก่อตัวขึ้นเมื่อไหร่  และการแบกความรู้สึกระหว่างแฟนหนุ่มถูกลักพาตัวไป เฟร้นช์ฟราย ผ่านมาได้อย่างไรเผยให้ฟังว่า

“พี่หมอเขามาจีบเราก่อนค่ะ ตอนนั้นรู้จักกันจากเพื่อนที่มหาวิทยาลัย พี่หมอทักมาแนะนำตัว แล้วก็เปิดใจพูดคุยกัน ปรากฎว่ามีไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน เป็นคนทำงานทั้งคู่ เลยต้องบริหารให้งานกับการแบ่งเวลาดี ๆ อาจจะไม่เจอกันทุกวันแต่คุยกันทุกวัน ไว้ใจตั้งแต่แรกแล้ว เพราะต่างคนต่างชัดเจน ไม่อยากให้มีปัญหาแล้วปวดหัว เดียวมันจะไปกระทบเรื่องงาน  เราสองคนไม่ได้สมูทหรือราบรื่นแต่เข้าใจกันทุกเรื่อง  ออกความเห็นกันตรง ๆ แบบผู้ใหญ่ ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่ต้องคิดเองไม่ต้องจินตนาการ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแพลนข่าวดีค่ะ ขอเวลาอีกหน่อยละกันนะคะ (หัวเราะ) 

หมอสอง

ตลอดเวลาที่เขาถูกจับไป 25 วัน เรามีความหวังในทุก ๆ วัน เราพยายามไม่ให้สติตัวเองหลุด ยังคงแบ่งพาร์ททำหน้าที่ของตัวเอง ทำงานผู้ประกาศ สอนภาษาจีน เห็นเรายิ้มเห็นเราดูปกติ แต่ถึงอย่างนั้นก็แอบมีมุมทุกข์ใจ เพราะจิตใจเหมือนมีเรื่องเครียดให้เราคิดตลอด นั่งอ่านสคริปต์ไปร้องไห้ไปก็มี อ่านข่าวไปก็เป็นห่วงไป เพราะฉะนั้นจะไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง เลยให้ตัวเองพักผ่อนสมองไปกับการทำงาน ไม่หมกมุ่นกับเรื่องพี่เขามากจนเกินไป ทำเท่าที่ทำได้ ออกไปทำบุญ คิดในแง่ดีว่าพี่เขาจะต้องปลอดภัย

ขณะที่มูไปก็ช่วยเหลือติดต่อประสานงานตามที่ต่าง ๆ ไปด้วย ปรึกษาผู้รู้ หาวิธีติดต่อเมืองแบบนี้ หาทีมซัพพอร์ต คีย์แมนในการช่วยเหลือ มีสติ ไม่โวยวาย ถ้าเราร้องไห้ฟูมฟาย อาจจะไม่มีสติไม่มีสมาธิในการช่วยเหลือหรือทำงานในแต่ละวันได้ค่ะ”


ชุดนางนพมาศ

เปิดดีเทล ชุดนางนพมาศ ของ โบว์-เมลดา มูลค่า 20 ล้านบาท

สำหรับงานเทศกาลลอยกระทงปีนี้ถือได้ว่าคึกคักที่สุดตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเลย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ไอคอนสยาม ได้มีการจัดงาน “ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF ETERNAL PROSPERITY ลอยกระทงบนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง” ภายในงานมีกิจกรรมมากมายรวมถึง เปิดตัวนางเอกสาว โบว์-เมลดา สุศรี มาแปลงโฉมเป็น นางนพมาศ ประจำปี 2565 สืบสานประเพณีวันลอยกระทง ภายใต้ชุดสุดงดงาม รวมมูลค่าชุดและเครื่องประดับมีราคา 20 ล้าน

สำหรับชุดนี้มีชื่อว่าชุด “นพนารีศรี ชลมารค” ออกแบบโดยห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ โดย สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ ซึ่งได้อธิบายเบื้องหลังและความเป็นมาของชุดนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

“นับเป็นครั้งสำคัญและรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ทางห้องเสื้อของเราได้มีโอกาสร่วมงานกับทาง ไอคอนสยาม ในงานประเพณีลอยกระทงปี 2565 นี้ ชุดนางนพมาศที่เรารังสรรค์ขึ้นในครั้งนี้ เป็นชุดไทยจักรีประยุกต์ที่ผสานความเป็นไทยและตะวันตกเอาไว้ด้วยกันได้อย่างสวยงาม โดยเลือกใช้ผ้าไหมยกดอกลำพูนโทนสีขาวในการตัดเย็บทั้งชุด เพื่อสื่อถึงแสงของดวงจันทร์ ปักด้วยคริสตัลสะท้อนความระยิบระยับคล้ายดวงดาวส่องประกายยามต้องแสงจันทร์ในยามค่ำคืน งานปักลายสื่อถึงความหมายของสายน้ำและจันทราในคืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นอีกหนึ่งชุดไทยที่นอกจากสวยงดงาม เลอค่ามาก ๆ แล้ว ยังมีความหมายสอดแซกอยู่ในลวดลายของผ้าไหมอีกด้วยนอกจากนี้เรายังได้รับเกียรติจากแบรนด์ทองถนิม ช่วยรังสรรค์เครื่องประดับทองคำที่สลักลวดลายโบราณล้ำค่า “โรหิณีจันทราพิม พาภรณ์” สัญลักษณ์แห่งจันทราให้กับชุดไทยจักรีของเราในครั้งนี้อีกด้วย”

ชุดนางนพมาศ 06
ชุดนางนพมาศ 05
ชุดนางนพมาศ 04
ชุดนางนพมาศ 03
ชุดนางนพมาศ 07
ชุดนางนพมาศ 08

ข้อมูลจาก : www.amarintv.com

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

5 แบรนด์ชุดเพื่อนเจ้าสาว เสกลุคสวยปังไม่ซ้ำกันยกทีม

SOBASIZ

เริ่มกันที่ร้านแรก SOBASIZ มีให้เลือกทั้งแบบมินิเดรส สำหรับใส่งานกลางวันฟรุ้งฟริ้งในสวน จนถึงชุดราตรีสั้นและยาว ไม่ว่าจะงานดินเนอร์กลางคืน หรือปาร์ตี้สุดเหวี่ยงก็เอาอยู่ แถมยังมีให้เลือกหลายโทนสี หลายสไตล์ ตั้งแต่เดรสสายเดี่ยว คล้องคอ ไหล่เดี่ยว ฯลฯ จุดเด่นมีทั้งดีเทลสายเพชรวิบวับ จนถึงโบน้อยใหญ่  ทุกอย่างคือส่วนผสมเสริมเสน่ห์ลุคหวานซ่อนเปรี้ยวช่วยให้งานแต่งของเพื่อนซี้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น จะเลือกเป็นชุดสีเดียวกันทั้งแก๊ง หรือจะคัลเลอร์ฟูลก็สวยแปลกตา ที่สุดของความปังอยู่ที่มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ XS S M L XL ส่วนราคาเริ่มต้นที่กว่าสองหมื่นบาท และ 6 ชุดขึ้นไปมีส่วนพิเศษให้ 10% สามารถเลือกชมสินค้าได้ที่ EXHIBIT 2F Central embassy และ SOBASIZ 1F Emporium หรือติดต่อ 02 715 0121 และ Line: @sobasizvip

Stolen Stores

            มาต่อกันที่ Stolen Stores เอาใจสายฝอที่หลงรักผ้าซาตินพลิ้วๆ โชว์เอวเอสได้โดดเด่นสุดปังที่คนดังหลายคนยกให้เป็นที่หนึ่งในใจ แถมยังมีแทบทุกเฉดสี ตั้งแต่โทนสว่างจนถึงเข้ม และดีไซน์ชุดหลากหลายแบบให้เลือกเสริมสร้างความมั่นใจและส่งต่อไปเป็นกำลังใจเจ้าสาวด้วย สำหรับสาวที่ชอบความเรียบหรูมีสไตล์ อาจเลือกเดรสเกาะอก ผ่าสูง  หรืออยากให้ลุคดูน่าค้นหาจะใส่เดรสคล้องคอ โชว์หลัง ก็สวยแซ่บไปอีกแบบ แต่ใครที่ขอแนวสวยแบบมีอะไรในดีเทลจะเลือกเป็นเดรสแขนยาวเว้าเอวก็เก๋ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3,890 – 8,900 บาท สั่งจองล่วงหน้า 7-10 วันติดต่อLine: @stolenstores

Miss Modern

อีกหนึ่งร้านผ้าซาตินที่ให้ลุคเพื่อนเจ้าสาวสุดแซ่บ สีสันสดใส มีหลากหลายโทนสีทั้งโทนสว่าง โทนสีเข้ม โทนสีหวานละมุน รวมถึงดีไซน์ก็มีให้เลือกเยอะถึง 10 แบบ นอกจากใส่มางานแต่งของเพื่อนซี้ยังสามารถสวมใส่ได้อีกหลายโอกาส

ราคาเริ่มต้นที่ 2,890 บาท หากสั่งแบบเดียวกันทั้งหมดมีส่วนลดพิเศษให้ 5% สำหรับ 5 คนขึ้นไป และลด 10% สำหรับ 9 คนขึ้นไป รวมถึงมีบริการตัดตามสีและไซส์ ช่วงปกติใช้เวลาดำเนินการ 7-14 วัน แต่ช่วงที่ออร์เดอร์เยอะอาจใช้เวลา 1-2 เดือน สามารถเข้าไปลองชุด เลือกสีและดีไซน์ได้ที่ ชั้น 3 Park avenue, Ekamai และ SOS Siam flagship store ติดต่อโทร 061 456 2168 และ Line: @missmodern

NICHp 

ต่อกันที่แบรนด์ NICHp สไตล์เรียบหรู แต่โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการใส่ใจทุกรายละเอียดในการตัดเย็บแบบคัตติ้งเนี้ยบ  แต่ถ้าไม่อยากเพิ่มดีกรีความหวาน อาจใช้ลูกเล่นผ้าตาข่ายเพิ่มความฟูของกระโปรง หรือแขนเสื้อ รวมไปถึงการจับพลีตต่างๆ ก็จะได้ชุดที่สวยหวานกำลังดี ส่วนใครที่รีเควสลุคเซ็กซี่นิดๆ ก็มีทั้งแบบไหล่เดี่ยว เปิดหลัง เกาะอก และอื่นๆ ราคาเริ่มต้นที่ 2,590 บาท เบื้องต้นมีสามไซส์คือ S M L หากต้องการตัดตามไซส์ เพิ่ม 1500 บาท ใช้เวลาดำเนินการ 1 เดือน หรือลองมาเลือกชมก่อนได้ที่สาขาใหญ่ Flagship store งามวงศ์วาน15 ติดต่อโทร 084 522 2951

Firrr Officials

ปิดท้ายด้วยแบรนด์ราคาย่อมเยา แต่สวมใส่ออกมาแล้วเรียบหรูดูแพง เหมาะกับงานเป็นทางการ แต่ก็ยังมีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเดรสแขนตุ๊กตา เดรสคอปีนแขนกุด หรือจะเดรสโชว์หลังเติมความเก๋โดดเด่น มาในโทนสีเรียบง่ายแมทช์เข้ากันได้ทุกแบบและใส่ได้หลากโอกาส ราคาเริ่มต้น 1,290 บาท หรือเลือกชมสินค้าได้ที่ SOS Central Lardprao @firrr_officials โทร 094 289 6945

งานแต่งงานแบบล้านนา

งานแต่งงานแบบล้านนา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ของนักแสดงหนุ่ม โกสินทร์ ราชกรม

หลังจากที่ศึกษาดูใจกันมานาน 10 ปี ในที่สุดนักแสดงหนุ่มช่อง 3 โกสินทร์ ราชกรม ก็ได้ถือฤกษ์ดีวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จัดพิธี งานแต่งงานแบบล้านนา ขึ้นที่ Monfai Cultural Centre ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โดยเจ้าบ่าว-จ้าสาว และแขกที่มาร่วมงานพร้อมใจกันสวยหล่อในชุดไทยแบบพื้นเมือง แม้จะเป็นงานที่ถูกจัดขึ้นในต่างจังหวัด แต่ก็มีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างมากมาย รวมถึงเพื่อนในวงการบันเทิง นำโดย มาร์กี้ ราศรี, มิ้นต์ ชาลิดา, พลอย ชิดจันทร์, แพง ภิชาภัช ฯลฯ ก็เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีด้วย


และนี่คือบรรยากาศในงานที่เกิดขึ้น บอกเลยว่าเป็นงานแต่งงานที่อบอุ่นมากอีกงานหนึ่งเลยก็ว่าได้

งานแต่งงานแบบล้านนา
งานแต่งงานแบบล้านนา 05
งานแต่งงานแบบล้านนา 07
งานแต่งงานแบบล้านนา 03
งานแต่งงานแบบล้านนา 04
งานแต่งงานแบบล้านนา 01

ภาพจาก : IG @ mint_chalida, ploychidjun, pang_pichapat, mickbaromvudh, power3taem, kittipas_ton, wasin_aunchanum, aomm.rua

คอกกั้นเด็กแบรนด์ไทย HOYO cover

ซูมความสำเร็จ “ญาภัทร สรรพวัฒน์” CEO “HOYO” คอกกั้นเด็กแบรนด์ไทยคุณภาพพรีเมียม  

Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “คุณก้อย – ญาภัทร สรรพวัฒน์” CEO หญิงเก่งบวกแกร่ง เจ้าของผลิตภัณฑ์คอกกั้นเด็กแบรนด์ไทย HOYO ที่สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าแบบเดิมๆ ก้าวสู่อันดับหนึ่งในตลาด ด้วยระยะเวลาเพียง 5 ปี โดยมีคำว่า Passion เป็นแรงขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ

ค้นหา Passion

“ก่อนที่จะมาทำแบรนด์คอกกั้นเด็ก HOYO อย่างทุกวันนี้ ต้องบอกว่าตอนแรกก้อยไม่ได้มาทางนี้เลย ตอนเรียนปริญญาตรีก้อยมีความสนใจด้านกฎหมาย เลยเลือกคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ตอนไปฝึกงานที่สำนักกฎหมายช่วงเรียนปี 3 – 4 ก็รู้ว่าอาชีพนี้ไม่น่าจะเหมาะกับตัวเอง จึงตัดสินใจเบนเข็มไปเรียนต่อปริญญาโทคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเรียนปริญญาโทอีกหนึ่งใบด้าน MSc Strategic Marketing ที่ Imperial College London

“พอกลับมาเมืองไทยก็เริ่มจากการทำงานเป็น Management Trainee ที่ Foremost Thailand ก่อนจะมาช่วยงานคุณพ่อในตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน มีหน้าที่หลักคือเรียนรู้ทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตและเซตระบบ ISO ซึ่งครอบครัวก้อยทำธุรกิจโรงงาน OEM ผลิตเบาะรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้มาตรฐานสากล โดยเราทำส่งให้กับค่ายรถระดับโลกอย่างฮอนด้าและคาวาซากิมากว่า 30 ปีแล้ว

“หลังจากช่วยธุรกิจที่บ้านมาประมาณ 3 ปี ก้อยก็แต่งงาน แพลนตอนนั้นคือก้อยอยากทำงานที่มีเวลาดูแลลูกได้ด้วย ประกอบกับตอนเรียนที่อังกฤษ โปรเจ็กต์ที่ก้อยทำก่อนเรียนจบคือการพัฒนาบริษัทขายของเด็ก จึงทำให้มีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสากลของสินค้าเด็ก และรู้สึกว่าอยากทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กที่เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

“ในตอนนั้นก้อยรู้สึกว่าของใช้สำหรับเด็กในท้องตลาดบ้านเรายังไม่ค่อยได้มาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะสินค้าคอกกั้นเด็กที่ยังใช้หนัง PVC และไม่มีแม้แต่ มอก.หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมควบคุม จึงทำให้รู้สึกว่าสินค้าที่มียังไม่ค่อยปลอดภัยเพียงพอสำหรับลูกของเรา ตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคอกกั้นเด็ก HOYO ว่าในเมื่อของที่มีในท้องตลาดดูไม่ค่อยปลอดภัยกับลูกของเรา ทำไมเราไม่ทำขึ้นมาเองเลยล่ะ”

ฉีกกฎคอกกั้นเด็ก

“ย้อนไปเมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว จะเห็นว่าคอกกั้นเด็กมักมีสีฉูดฉาดและจะทำเป็นคอกแบบหนาๆ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแข็งแรง แต่ก้อยกลับมองว่ามีความเทอะทะและอายุการใช้งานสั้น เมื่อลูกโตขึ้นก็จะกลายเป็นของเกะกะบ้าน แล้วด้วยความที่คอกกั้นเด็กเป็นของชิ้นใหญ่และราคาสูง เราจึงอยากยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนโต

“ก้อยจึงมีไอเดียและเริ่มดีไซน์ให้คอกกั้นเด็กสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เป็นรูปทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอกกั้น เบาะนอน หรือโซฟา และสามารถโยกย้ายไปในที่ต่างๆ ได้ง่าย รวมถึงพับเก็บได้โดยไม่กลายเป็นขยะในอนาคต อีกทั้งยังเน้นความสวยงามแบบมินิมัลให้เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน

“ด้วยความที่ธุรกิจของที่บ้านผลิตเบาะจากหนังเทียม ทำให้ก้อยรู้จักวัตถุดิบทุกอย่าง รวมถึงซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับวัสดุที่ใช้ก้อยเลือกนำเข้าหนังเทียม PU เกรดสำหรับเด็กอ่อนโดยเฉพาะจากประเทศเกาหลี ซึ่งมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านนี้อยู่แล้ว ทำให้เนื้อสัมผัสของหนังเนียนนุ่ม ไร้กลิ่น ไม่ร้อน รวมถึงปลอดภัยจากสารเคมีตามมาตรฐานยุโรปและอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น PVC Free, BPA Free, Phthalates Free, DMF Free, VOCs Free, Formaldehyde Free, Formamide Free และผ่านมาตรฐาน ASTM 963, EN 71 Part 3 และ RoHS ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีใครทำได้อย่างนี้

“สำหรับโฟมที่บุด้านในเราผลิตเอง โดยใช้ Know-How จากประเทศญี่ปุ่นมาพัฒนาสินค้า จะเห็นได้จากการทดสอบด้วยการทิ้งไข่ไก่สดลงไปที่เบาะ HOYO แล้วไข่ไม่แตก ทำให้คอกกั้นนี้สามารถซัพพอร์ตศีรษะเด็กได้อย่างดีเยี่ยม

“ตอนนั้นก้อยใช้เวลาในการออกแบบและพัฒนาสินค้ากว่า 1 ปี เริ่มตั้งแต่เซอร์เวย์ ทำวิจัยโฟกัสกรุ๊ป ทั้งลองกับเด็กทุกช่วงวัย แก้ไขปรับปรุงมาตลอด ทำการบ้านอย่างดีก่อนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ HOYO โดยเราเปิดตัวแบรนด์ HOYO ครั้งแรกที่งาน Amarin Baby & Kids Fair ปี 2017 จำได้ว่าเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม ตอนนั้นท้องลูกคนแรก 7 เดือนแล้ว ก้อยไปยืนขายเองกับสามีในงานทุกวัน แรกๆ ลูกค้าเห็นว่าคอกกั้นเด็กของ HOYO สามารถโยกได้ก็พากันส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่แข็งแรง จึงต้องใช้เวลาในการอธิบายให้ลูกค้าฟังว่าเราตั้งใจออกแบบให้มีความยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่หลายคนอาจคิดแค่ว่าเวลาเด็กเดินในคอกจะล้มไปที่พื้นอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วเขาล้มชนผนังด้วย โจทย์คือจะทำอย่างไรให้มีกันชน (Buffer) ที่ผนัง เพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บ เราจึงออกแบบให้มีความยืดหยุ่นแทนที่จะแข็งเหมือนแบบเดิมๆ ก้อยยืนอธิบายอย่างนี้ให้กับลูกค้าวันละร้อยๆ รอบโดยที่ไม่ท้อเลยค่ะ กลับรู้สึกดีใจที่ลูกค้าเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสาร

“จากนั้นเรานำทุกคำถามหรือข้อสงสัยมาทำการบ้านเพิ่มเพื่อสื่อสารกับลูกค้าให้ดีขึ้น อย่างเรื่องความยืดหยุ่นที่เล่าไป หรือเรื่องความสูง แต่ละแบรนด์มีความสูงต่างกัน บางแบรนด์ทำคอกกั้นสูงมิดศีรษะเด็ก ขนาดเมตรกว่า แต่ของ HOYO สูงเพียง 50 เซนติเมตร เพื่อให้พอดีกับความสูงของเด็กวัยที่หัดเกาะยืน ถ้าเด็กมีตัวช่วยที่เหมาะสม เด็กจะเริ่มเกาะยืนได้ตั้งแต่อายุ 5 เดือน คอก HOYO จะช่วยซัพพอร์ตพัฒนาการตามช่วงวัย ต้องบอกเลยว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้คอกกั้นเป็นที่กักขังเด็กๆ แต่ต้องการให้เป็น Safe Zone ในการฝึกพัฒนาการได้ตั้งแต่เล็กจนโต และการที่คอกสูงเกินไป เวลาปีนตกลงมาจะยิ่งเจ็บ เราออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้ที่สุด พิสูจน์ให้เห็นได้จากทุกวันนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้านึกถึงคอกกั้นปรับฟังก์ชันได้ ต้องคอกกั้นเด็ก HOYO เท่านั้น และยังการันตีด้วยรางวัล Best Baby Playpens ถึง 3 ปีซ้อน”

ตอบโจทย์ชนะใจลูกค้า

“แบรนด์ HOYO โตขึ้นตั้งแต่ปีแรก จนตอนนี้เข้าปีที่ 5 แล้ว ขอบอกตามตรงนะคะว่าตั้งแต่เปิดจำหน่ายมา แบรนด์เราแทบไม่เคยลดราคาสินค้าเลย เพราะต้นทุนผลิตกับราคาขายต่างกันน้อยมาก อย่างที่บอกว่าจุดเริ่มต้นคือเราอยากทำเพื่อให้ลูกได้ใช้ จึงเลือกแต่วัสดุคุณภาพระดับพรีเมียมจริงๆ จึงเป็นเหตุผลที่ลดราคาได้เพียงเล็กน้อย

“ที่ผ่านมาช่วงโควิด-19 ระบาด เราก็ได้ฟีดแบ็กจากลูกค้าจำนวนมากว่าเวลาเด็กนอนที่เบาะจะสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรคไหม ก้อยจึงติดต่อกับซัพพลายเออร์ที่ประเทศเกาหลีว่าจะทำยังไงให้เบาะของเราปลอดภัยที่สุด ซึ่งเขามีนวัตกรรมในการผลิตหนังที่ฆ่าเชื้อโรคได้ 99.9 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะแบคทีเรียอีโคไลและสเตร็ปโตค็อกคัสที่ทำให้เด็กป่วยมากที่สุด โดยเขาจะนำเส้นใยไปชุบสารฆ่าเชื้อโรคแล้วทอขึ้นมาเป็นผ้าหนัง ทำให้เรานำนวัตกรรมนี้มาผลิตคอกกั้นเด็กที่เป็นตัวพรีเมียม ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวมาผลตอบรับจากลูกค้าดีมากๆ

“การก้าวไปสู่แบรนด์อันดับหนึ่งของคอกกั้นเด็กในวันนี้ ก้อยมองว่าความซื่อสัตย์กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรก็ตาม เราต้องสามารถตอบได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผลิตภัณฑ์จะต้องดีทั้งในเรื่องคุณภาพและอายุการใช้งาน เรามั่นใจว่าหนัง PU ของเราอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป ส่วนโฟมอายุการใช้งานเป็น 10 ปี

“ก้อยให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการเท่ากันๆ ค่ะ ทีมงานต้องเซอร์วิสลูกค้าให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ มีเคสหลังการขายที่พบเจอบ่อยคือที่บ้านลูกค้าน้ำท่วม ทำให้ต้องส่งเบาะมาทำความสะอาด ระหว่างรอสินค้าเราจะจัดส่งชิ้นสำรองให้ใช้ก่อน เพราะเราดูแลลูกค้าโดยอิงจากความเป็นแม่เหมือนกัน

“ณ ตอนนี้เรากล้าพูดเลยว่าดาราส่วนใหญ่เลือกใช้คอกกั้นเด็กของ HOYO ไม่ว่าจะเป็นคุณอั๋น – ภูวนาท, คุณุ มิว – นิษฐา, คุณก้อย – รัชวิน เราภูมิใจมากๆ ที่สามารถส่งต่อสิ่งดีๆ ที่เราตั้งใจทำให้เกิดประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่กว่าหมื่นครอบครัว จนทุกคนต่างพูดว่าคอก HOYO เป็นคอกที่มีทุกบ้าน” (ยิ้ม)

ชีวิตนอกเวลา CEO

“จริงๆ แล้วทุกวันนี้ก้อยแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย แต่ก็มีความสุขมากๆ นะคะ อย่างตอนมีลูกคนแรกก้อยดูแลเองแบบ 24 ชั่วโมง ไม่มีพี่เลี้ยงมาช่วย เพราะกลัวลูกติดพี่เลี้ยง (ยิ้ม) ก้อยให้ลูกเป็นที่หนึ่งเสมอ พอลูกหลับเราก็ค่อยเคลียร์งานต่อ กลางวันลูกงีบ บางทีเราก็แอบงีบด้วย

“ส่วนคุณโอม สามีเป็นผู้พิพากษา แรกๆ เขาต้องย้ายไปทำงานตามต่างจังหวัด ก้อยจะดูแลลูกมือเดียวเลยค่ะ และสมัยก่อนยอดขายยังไม่ได้มากเท่าทุกวันนี้ จึงสามารถดูแลลูกเองทั้งวันแล้วก็ตอบงานไปด้วย แต่ปัจจุบันองค์กรใหญ่ขึ้น ก้อยจะพยายามแบ่งเวลาในชีวิตให้ชัดเจน ส่วนใหญ่เวลากลางวันจะเน้นแค่คุยประสานงานและประชุมตามวาระ นอกนั้นจะเป็นเวลาของลูกๆ พอถึงตอนกลางคืนจึงจะเป็นการทำงานที่ต้องโฟกัสรายละเอียด”

สำหรับหน้าที่ศรีภรรยา คุณก้อยตอบทันทีว่า “ก้อยให้สามีดูแลค่ะ (หัวเราะ) ช่วงเช้าถึงเย็นหน้าที่ของเขาคือผู้พิพากษา แต่ช่วงค่ำคือดูแลภรรยาค่ะ เรารักกันมาเข้าปีที่ 20 แล้ว เขาเป็นรักแรกของก้อย เรารู้จักกันตอนเรียน ม.4 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วเรียนต่อที่จุฬาฯด้วยกัน และเราสู้มาด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจนี้ ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง”

แน่นอนว่าการดูแลสุขภาพถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเวิร์คกิ้งวูแมนลูกสองคนนี้ “ก้อยมักจะทำกับข้าวเอง หลังจากคลอดลูกคนที่สองน้ำหนักเกินไปเป็น 10 กิโลกรัม จึงใช้วิธีควบคุมอาหาร โดยเน้นอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีน ผัก ผลไม้ ส่วนการออกกำลังกายถือว่าน้อยมาก เพราะแค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว อาศัยทำงานบ้าน วิ่งตามลูก อุ้มลูก เหมือนได้ออกกำลังไปในตัว

“ถ้ามองย้อนกลับไป ความสำเร็จในวันนี้เกิดจากแพสชั่น ลูก และการซัพพอร์ตที่ดีของครอบครัว แม้จะเหนื่อยกาย แต่เรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นไปตามที่คิดไว้ค่ะ”

“Cute Press” เปิดตัวพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “CI-LAB SENSITIV” Cover

“Cute Press” เปิดตัวพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “CI-LAB SENSITIV” คว้า “มะปราง อลิสา” และ “กลัฟ คณาวุฒิ” เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลผิว

‘คิวท์เพรส’ (Cute Press) สร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้ผู้บริโภค เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์เสริมปราการผิว ’CI-LAB SENSITIV’ (ซี-แล็บ เซนซิทีฟ) สกินแคร์สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่คิดค้นมาเพื่อคนเมืองร้อนโดยเฉพาะ โดยมีให้เลือกใช้ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มเซฟผิวหน้า เซฟผิวกาย เซฟผิวจากแสงแดด และเซฟจุดซ่อนเร้น พร้อมคว้านักแสดงสาวมากความสามารถ ‘มะปราง อลิสา ขุนแขวง’ เป็นพรีเซนเตอร์กลุ่มเซฟผิวหน้า และพระเอกหนุ่มสุดฮอต ‘กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์’ เป็นพรีเซนเตอร์กลุ่มเซฟผิวกาย เพื่อเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลผิว และชวนให้ทุกคน #เซฟผิวแพ้ง่าย และปลดล็อกความมั่นใจ ออกไปสนุกกับทุกกิจกรรมได้อย่างเต็มที่แบบไร้กังวล

“Cute Press” เปิดตัวพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “CI-LAB SENSITIV” คว้า “มะปราง อลิสา” และ “กลัฟ คณาวุฒิ” เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลผิว

นางสาวสรลักขณ์ จุนเกียรติ Brand Communication Director ผลิตภัณฑ์ Cute Press กล่าวว่า “Cute Press เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงามที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเมืองร้อนชื้นอย่างลึกซึ้ง และแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการยอมรับมายาวนานเกือบ 50 ปี โดยที่ผ่านมาเราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างนิยามความสวยในแบบของตัวเอง ปลดล็อกความมั่นใจ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมืองร้อน ตามแบรนด์คอนเซปต์ ‘Tropical Life is Beautiful อยู่เมืองร้อน อยากสวยต้องได้สวย’ โดยล่าสุดจับ Pain point คนเมืองร้อนชื้นที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย มาพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘CI-LAB SENSITIV’ (ซี-แล็บ เซนซิทีฟ) สกินแคร์สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่คิดค้นมาเพื่อคนในเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะ ชูความอ่อนโยนขั้นสุด มาพร้อมนวัตกรรม SUB-MICRON BARRIER RESCUE COMPLEX เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ซึ่งทีมวิจัยได้ทำให้สารบำรุงผิวมีอนุภาคเล็กพิเศษ บำรุงลึกถึงชั้นเซลล์ผิว (ผิวชั้นนอก) พร้อมผสาน 4 พลังสารบำรุงผิว ได้แก่ Ceramide, Phytosphingosine, Aloe Vera และ D-Panthenol ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยเติมและล็อกความชุ่มชื่นได้นาน 24 ชั่วโมง ช่วยบำรุงผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ ปกป้องและฟื้นฟูผิวบอบบาง แพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรง โดยมี 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ผิวกาย กันแดด และจุดซ่อนเร้น โดยทุกสูตรผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง* จากสถาบันชั้นนำว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง”

พร้อมดึงตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลผิว อย่าง “มะปราง อลิสา” และ “กลัฟ คณาวุฒิ” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ฮีโร่โปรดักส์ เพื่อชวนคนรุ่นใหม่มาเซฟผิวบอบบาง แพ้ง่าย และปลดล็อกความมั่นใจไปด้วยกันด้วย Cute Press CI-LAB SENSITIV นอกจากนี้ยังเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ชุดล่าสุด เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย

มะปราง – อลิสา ขุนแขวง แบรนด์พรีเซนเตอร์กลุ่มผลิตภัณฑ์เซฟผิวหน้า สาวสวยสายลุย เผยประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ และความประทับใจว่า “ดีใจค่ะ ที่ Cute Press ให้โอกาสมะปรางได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์เซฟผิวหน้าของ CI-LAB SENSITIV และเป็นตัวแทนสาว ๆ ที่มี Tropical lifestyle ซึ่งเป็นอะไรที่ตรงกับมะปรางมาก ๆ เพราะปกติมะปรางเป็นคนที่ค่อนข้างลุย และชอบทำกิจกรรมที่หลากหลายสนุก ๆ มัน ๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลง แข่งรถ ถ่ายรูป และดำน้ำ ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่จะต้องโดนแดด โดนฝุ่นควันตลอดเวลา รวมถึงเวลาที่เราทำงานก็ต้องแต่งหน้าและเจอแสงไฟตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยค่ะ ทำให้ผิวมะปรางเริ่มแพ้ง่ายขึ้น เราเลยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิว โดยเฉพาะผิวหน้า ซึ่งจากประสบการณ์การใช้จริง มะปรางรู้สึกได้ว่าผลิตภัณฑ์เซฟผิวหน้าของ CI-LAB SENSITIV อ่อนโยนกับผิวมาก ๆ เนื้อครีมก็บางเบา ทาแล้วไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะไว้เลย ที่สำคัญมั่นใจได้ เพราะผ่านการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาแล้ว เรียกว่าเป็นไอเทมเด็ดในการดูแลผิวหน้าของมะปรางเลยค่ะ”

ทางด้านพรีเซนเตอร์หนุ่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์เซฟผิวกาย รอยยิ้มใจละลาย กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ กล่าวว่า “ผมว่าเดี๋ยวนี้กลุ่มผู้ชายรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวกันมากขึ้น รวมถึงตัวผมด้วย เพราะด้วยสภาพอากาศ มลภาวะ และฝุ่นควันที่ต้องเจอในแต่ละวันทำร้ายผิวมาก ๆ ครับ รวมถึงแต่ละกิจกรรมที่ผู้ชายชอบทำส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเจอทั้งแดด เหงื่อ และความชื้น อย่างตัวกลัฟเอง พอมีเวลาว่างจากตารางงานก็จะชอบไปออกกำลังกาย หรือไปเตะบอลกับเพื่อน ๆ ผมเลยต้องหาตัวช่วยสำหรับดูแลผิวกายเอาไว้ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์เซฟผิวกายของ CI-LAB SENSITIV ครับ ยิ่งได้มาเป็นพรีเซนเตอร์และได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริงก็รู้สึกได้เลยว่าเหมาะกับตัวเองมาก ๆ ครับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยและคนในสภาพอากาศร้อนชื้นจริง ๆ แถมมีให้เลือกใช้ทั้งแบบเนื้อโลชั่นสำหรับคนผิวธรรมดา และครีมสำหรับคนที่ผิวแห้งมาก อยากบอกต่อทุกคนให้หันมาเซฟผิวกันด้วย CI-LAB SENSITIV กันครับ”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อสินค้าได้ตั้งแต่วันนี้ ทั้งช่องทางออฟไลน์ ได้แก่ Cute Press Shop ทั่วประเทศ ร้านตัวแทนจำหน่าย Watsons, EVEANDBOY, BEAUTRIUM รวมถึงช้อปออนไลน์ผ่าน  www.cutepress.com, Cute Press Facebook Official, IG Official, Line Official, Line My Shop, Shopee, Lazada, Konvy และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ Grab Mart, Line Man Mart, Panda Shops

สวยเก่งครบสูตร คุณแน็ตตี้-นิดา วงศ์พันเลิศ Cover

สวยเก่งครบสูตร คุณแน็ตตี้-นิดา วงศ์พันเลิศ ผู้บริหารโรงแรม 137 พิลลาร์ (137 Pillars) ด้วยวัยเพียง 22 ปี

คุณแน็ตตี้-นิดา วงศ์พันเลิศ ทายาทรุ่นที่ 3 แห่ง 137 พิลลาร์ (137 Pillars) ลักซ์ชัวรี่บูติคโฮเตล เรียนจบทางด้านวิศวะปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยบริสตอล (University of Bristol) และปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) หลังเรียนจบกลับมาเป็นช่วงที่ครอบครัวขยายกิจการโรงแรม 137 พิลลาร์ เฮ้าส์ เชียงใหม่ (137 Pillars House Chiang Mai) มาสร้างโรงแรมที่กรุงเทพฯ พอดีจึงต้องเข้ามาช่วยดูแลตั้งแต่การดีไซน์ การก่อสร้าง และทีม จนสามารถเปิดให้บริการได้

จากสาววิศวะ…สู่ผู้บริหารโรงแรมลักซ์ชัวรี่

“ขอย้อนเล่ากลับไปถึงสาเหตุที่แน็ตตี้ตัดสินใจเลือกเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เพราะตอนแรกหวังว่าจะกลับมาดูแลธุรกิจสิ่งทอของครอบครัว และสมัยเด็กๆ คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ค่อนข้างโดดเด่นกว่าวิชาอื่นๆ มาก ส่วนทางด้านวิทยาศาสตร์ คะแนนฟิสิกส์ก็เด่นสุดเช่นกัน รวมถึงมีความฝันอยากเป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรม แต่คุณพ่อเป็นวิศวกร จึงแนะนำให้แน็ตตี้เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องจากแน็ตตี้เก่งเลขมากกว่าการวาดรูป และสามารถต่อยอดทำอย่างอื่นได้หลายอย่าง แล้วแน็ตตี้เองก็รู้สึกชอบด้วยจึงเลือกทางด้านนี้ค่ะ

“พอเรียนจบกลับมาเป็นจังหวะที่ครอบครัวกำลังสร้างโรงแรม 137 พิลลาร์ ที่กรุงเทพ ก่อนที่ครอบครัวจะตัดสินใจสร้างเป็นโรงแรม ตั้งใจจะทำเป็นอพาร์ทเม้นท์ ทำให้ช่วงแรกที่แน็ตตี้เข้ามาดูแลเป็นโปรเจกต์แมเนจเมนต์ มีการปรับเปลี่ยนจากแผนเดิมประมาณ 50% เลยค่ะ ตอนนั้นแน็ตตี้อายุ 22 ปี ช่วยดูตั้งแต่เรื่องการดีไซน์ วางคอนเซ็ปต์ให้เป็นลักซ์ชัวรี่โฮเทล 7 ชั้น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโรงแรม นอกจากเรื่องการออกแบบยังช่วยดูแลเรื่องการบริหารจัดการด้านงานผู้รับเหมา การเลือกใช้วัสดุ การตกแต่งภายใน ทำงบประมาณต่างๆ และดูแลทีมที่มีทั้งคนไทยและฮ่องกง ซึ่งได้นำทักษะที่เรียนทั้งหมดมาปรับใช้ โดยก่อสร้างต่างๆ ใช้เวลาจนแล้วเสร็จประมาณ 2 ปีครึ่ง จึงสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

“จากนั้นแน็ตตี้อยากลองทำความเข้าใจธุรกิจให้มากขึ้นจึงย้ายมาอยู่แผนกการขายและการตลาด (Sales&Marketing) ของโรงแรมที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ด้วย ทำให้เข้าใจการตลาดและการประชาสัมพันธ์มากขึ้น อย่าง การทำโปรดักซ์ชั่นถ่ายภาพห้องพักของโรงแรม ธุรกิจบริการและการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ได้พบปะสื่อมวลชน เข้าใจโลกของการทำ PR เริ่มฝึกบริหารงานจากตำแหน่งนี้ประมาณ 2 ปี ก็กลับไปสู่การดูแลภาพรวมทั้งหมดของโรงแรมอีกครั้งเนื่องจากมีแผนสร้างโครงการที่ 3 โรงแรม 137 พิลลาร์ ภูเก็ต และคุณพ่อก็มอบตำแหน่งผู้บริหารเต็มตัวให้ในวัย 30 ปี

อุปสรรคของผู้บริหารอายุน้อย

“แน็ตตี้เริ่มเข้ามาทำงานที่โรงแรมด้วยวัย 22 ปี ตอนนั้นทีมมีแค่ 5-6 คน ให้ดูแล แต่ตอนนี้วัย 30 ปี คุณพ่อให้มาเป็นผู้บริหารโรงแรม และพนักงานกว่า 100 คน ซึ่งตอนที่ได้มาเป็นผู้บริหารใหม่ๆ ขาดความมั่นใจ เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะทำได้ไหม แต่ความที่แน็ตตี้อยู่และลงมือทำตั้งแต่แรกเริ่มสร้างโรงแรมจนถึงตอนนี้ทำให้พนักงานเดิมที่ยังคงอยู่ที่โรงแรมเขาเห็นถึงความตั้งใจในการทำงานและความพยายามพัฒนาให้โรงแรมเติบโต ส่วนพนักงานที่เข้ามาใหม่ แน็ตตี้เป็นคนรับเข้ามาด้วยตัวเอง สัมภาษณ์พนักงานด้วยตัวเอง ทำให้แน็ตตี้ได้รู้จักเขาและเขาเองก็ได้รู้จักแน็ตตี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้เขาต้องมาทำงานกับผู้บริการอายุน้อยแต่ก็เกิดความยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งฟีดแบคที่ประทับใจที่ได้จากพนักงานคือ เขาก็ชอบการทำงานกับคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้พนักงานมีอิสระทางความคิดและลองทำสิ่งใหม่ๆ

“อุปสรรคที่ได้พบคือพนักงานเก่าแก่ที่มีหลายระดับ แน็ตตี้ก็ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและพยายามเข้าถึงใจพวกเขาให้ได้ค่ะ โดยอันดับแรกต้องเริ่มจากเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวหัวหน้าแผนกที่ทำงานด้วยกัน เพราะถ้าแน็ตตี้เข้าไปจุกจิกมากเกินไปอาจทำให้เขาทำงานด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าคิด กล้าทำ จึงต้องไว้ใจในการตัดสินใจของเขาด้วย หากเกิดข้อผิดพลาดก็ค่อยเข้าไปช่วยแก้ไขและสอนเขา แน็ตตี้จะพยายามเปิดกว้างทางความคิดและรับฟังพนักงาน อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการสื่อสาร กระชับและต้องชัดเจนเพื่อให้เข้าใจง่าย เข้าใจได้เร็ว ทำให้คล่องตัวในการทำงานต่อไปค่ะ

ช่วงวิกฤตที่สุดโควิด-19 รายได้เป็น 0

“เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 เป็นช่วงที่แย่ถึงขีดสุดเลย เพราะทั้งจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ต้องล็อคดาวน์ ทำให้รายได้ตอนนั้นลดไปเหลือ 0 เลยค่ะ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวไม่ได้ ร้านอาหารต่างก็ปิด ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่บ้างเพราะโรงแรมที่กรุงเทพฯ ยังมีแขกชาวญี่ปุ่นที่เข้าพักระยะยาวและกลับประเทศตัวเองไม่ได้ ในระหว่างนั้นเองก็เป็นช่วงที่แน็ตตี้กำลังจะขยายธุรกิจโรงแรม สร้างโปรเจคที่ 3 โรงแรม 137 พิลลาร์ ภูเก็ต ทำได้ยังไม่ถึงปีก็เกิดวิกฤตโควิดจึงทำให้ลังเลว่าควรเปิดหรือไม่ พออยู่กับวิกฤตโควิดได้ 1 ปี ยังไม่มีวี่แววที่จะเปิดประเทศ ไม่เห็นหนทางที่สถานการณ์โควิดจะเบาลง ทำให้แน็ตตี้กังวล รู้สึกมืดไปหมดทุกทางเลย และเริ่มคิดพิจารณาแล้วว่าโรงแรมยังคงเป็นธุรกิจที่ควรทำต่อไปในระยะยาวหรือไม่

“โชคดีที่ไม่ได้ตัดสินใจทิ้งโครงการไป เพราะช่วงนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นทำให้โรงแรมเริ่มกลับมาเปิดได้ก็รู้สึกดีใจที่จะได้ลุยโครงการต่อ แต่ช่วงเวลานั้นก็ไม่เคยหยุดพัฒนา มีการหาคอร์สเรียนด้านออนไลน์เพิ่มเติมอยู่เสมอ และหาโปรเจคอื่นๆ หรือธุรกิจประเภทอื่นเพิ่มเติม ซึ่งแน็ตตี้และคุณพ่อให้ความสำคัญกับเรื่องโลกร้อน เป็นปัญหาที่ทุกคนในสังคมต้องช่วยกันอย่างจริงจัง ซึ่งคุณพ่อได้ทำโครงการปลูกป่าและสมุนไพร ที่โพธาราม จังหวัดราชบุรี บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ต้องใช้เวลา 10-20 ปี กว่าต้นไม้ที่ปลูกจะเติบโตจนสูง 30-40 เมตร แน็ตตี้ตั้งใจว่าจะช่วยคุณพ่อทำจนกว่าจะเห็นว่าอีก 20 ปี ข้างหน้าโครงการนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้สูง

“แน็ตตี้รู้สึกว่าช่วงโควิดก็ได้ทำให้ได้ทำหลายอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้ทำ เป็นโครงการดีๆ ที่คุณพ่อคิดขึ้นมาและได้มีส่วนช่วยสังคมด้วยค่ะ ความที่ว่าตอนนี้สถานการณ์โควิดด็ยังได้ไม่กลับสู่สภาวะปกติดี ช่วงนี้แน็ตตี้ตั้งใจดูแลวางระบบองค์กรให้ทั้ง 2 โรงแรม ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตัวของมันเอง ทำกำไรช่วงโควิดที่หายไปกลับคืนมาให้ได้ก่อน และสร้างโครงการโรงแรมสาขาภูเก็ตให้แล้วเสร็จจนเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ถ้าทุกอย่างเข้าที่ดีแล้วจึงคิดขยายไปโปรเจคอื่นๆ ต่อไปค่ะ”

catriona

ชมพูออร่าจับ! แคทรีโอนา เกรย์ ในชุดประจำชาติสไตล์โมเดิร์น

อีกหนึ่งนางงามที่ถูกจับตามองในงาน “JKN Global Group present Miss Universe Extravaganza เจิดจรัสจักรวาล” คือ แคทรีโอนา เกรย์ ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Universe 2018 ไปครอบครอง ซึ่งการปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้กับแฟน ๆ นางงามทั่วโลกกับฉาก โผเข้ากอดเคลียร์ใจกันกับ แอน จักรพงษ์ เจ้าของเวทีมิสยูนิเวิร์สคนล่าสุด หลังจากเคยมีประเด็นดราม่าที่ผ่านมา

แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เธอถูกจับตามอง แต่ด้วยเพราะความออร่าจับของเธอในงานวันนั้นทำให้มีคนพูดถึงเธอมากเป็นพิเศษ ซึ่งหลายคนก็ลงความเห็นว่าเพราะเดรสสีชมพูบานเย็น ทรงไม่คุ้นตาตัวนี้แหละ ที่ทำให้เธอโดดเด่นสุด ๆ ในวันนั้น

catriona1

จริง ๆ แล้วเดรสสีชมพูเข้ารูปนี้ถูกดัดแปลงมาจากชุดประจำชาติของฟิลิปปินส์ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเอกลักษณ์สำคัญของชุดคือแขนเสื้อที่จับจีบยกขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ ที่เรียกว่า บาลินตาวัก (balintawak) แบบที่เราเห็นอยู่ในภาพ แต่ชุดนี้ปรับดีไซน์ให้มีความโมเดิร์นมากขึ้นโดยเหลือแขนเสื้อแบบนี้ไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างเปลี่ยนเป็นแบบปาดไหล่แทน

โดยปกติแล้วชุดประจำชาติของฟิลิปปินส์จะมีความรัดรูปอยู่แล้วทำให้เดรสตัวนี้ยังคงดีเทลนี้เอาไว้ เพียงแต่ปรับให้สั้นลง พร้อมดีเทลลายเสื้อ และผ้าคาดสีม่วง-ชมพูที่ทำให้เดรสตัวนี้มีกิมมิกมากขึ้น

catriona2

หลายคนอาจจะเพิ่งเคยเห็นชุดแบบนี้ แต่ถ้าใครที่เป็นแฟนคลับของ แคทรีโอนา เกรย์ อยู่แล้วคงรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายชุดประจำชาติแบบนี้ เพราะเธอมักจะใส่ชุดสไตล์นี้ออกงานอยู่เสมอ สมกับตำแหน่ง Miss Universe 2018 ที่คอยถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงามให้ผู้คนทั่วโลกจริง ๆ

catriona6
ยิปซี 1

‘ยิปซี’ เตือนเสพโซเชียลอย่างมีสติ อย่าเข้าใจผิดว่ากินเยอะเท่าไหร่ก็ผอม

ยิปซี คีรติ นักแสดงสาวรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม หนึ่งในคนดังที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและดูแลตัวเองเพื่อหุ่นสวย กล้ามหน้าท้องสตรอง ได้โพสต์อินสตาแกรมถึงประเด็นที่มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของคอนเทนต์ในโซเชียลเกี่ยวกับการกินและรูปร่างผอม โดยเธอบอกว่า

‘ยิปซี’ เตือนเสพโซเชียลอย่างมีสติ อย่าเข้าใจผิดว่ากินเยอะเท่าไหร่ก็ผอม

“หลังๆ ยิปมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของคอนเทนต์ใน social น้องๆ หลายคนมักจะเห็นดารา / influencer รูปร่างผอมเพรียว ลงรูป / ลงสตอรี่ของกินเยอะๆ (ประมาณว่าของที่กินคือแคลสูงมาก แต่คนกินคือผอม) และเกิดความคิดว่า “ทำไมเค้ากินแล้วก็ยังหุ่นดีอยู่เลย?” แล้วเอาความคิดนี้นำมาเปรียบเทียบกับชีวิตและรูปร่างตัวเอง จนทำให้ไม่มีความสุข

“ยิปอยากเป็นหนึ่งเสียงที่ขอเตือนว่า “น้อง มันอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด” เขาอาจจะกินนิดเดียว? เขาอาจจะไม่ได้กินมันเลย? หรือเขาอาจจะต้องออกกำลังกายหนักมากๆ ในวันถัดไป แต่เขาแค่ไม่ได้ลงใน social?

“ส่วนตัวหลายครั้งเวลายิปลงรูปกับอาหารอ้วนๆ จะชอบมีคนมาคอมเม้นว่า “กินแบบนี้ก็ยังหุ่นดี โชคดีจัง! ไม่เหมือนเราแค่หายใจก็อ้วนแล้ว” หรือ “กินจริงเหรอ หรือ แค่หยิบถ่ายรูปรึเปล่า??” คืออยากบอกตามตรงเลยว่า “กินค่ะ แต่กินนิดเดียว” สั่งหลายอย่าง แต่กินแค่อย่างละนิด (อย่างพิซซ่าในรูป ก็กินแค่ 1 ชิ้น #โควต้าพิซซ่า1ชิ้นถ้วน) แล้วก็แชร์กับเพื่อนหรือกับแฟน กินไม่หมดก็เอากลับบ้าน แบ่งเป็นมื้อต่อไป และถึงจะเป็นวัน cheat day ก็ไม่เคยกินแบบยัดๆ จะกินแค่พออิ่มเสมอ

“ยิปเชื่อว่ามีคนที่ระบบเผาผลาญดีมากๆ กินเยอะเท่าไหร่ก็ผอม (แต่เราไม่ใช่หนึ่งในนั้น) ยิปก็ยังต้องอาศัยความยับยั้งชั่งใจ/ การกินอย่างมีสติ/ การเลือกปริมาณ-เลือกเวลาที่กิน เพื่อรักษารูปร่างในเวอร์ชั่นที่เราชอบ แล้วยังให้ตัวเองได้กินของอร่อยๆ เพื่อให้ชีวิตมีความสุขด้วย

สรุปง่ายๆ คือ “เบื้องหลังภาพ มันไม่ง่าย!“ มันใช้ความพยายามและต้องใจแข็งมากพอควรเลยค่ะ ใครที่รู้สึกว่า “การไดเอท/การออกกำลังกาย มันยากจัง มันเหนื่อย เราจะบอกว่า “ใช่! เห็นด้วย!!” จากประสบการณ์เท่าที่เราลองมา there’s no easy way out และมันไม่มีทางลัด ยิปขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังลดหุ่น/ ดูแลรูปร่างอยู่ พยายามได้ แต่อย่าไปเครียดกับมันมาก

สุดท้าย อย่าลืมว่า สุขภาพใจเราก็สำคัญมากๆ ถ้าเสพ social แล้วเป็นทุกข์ ก็พักบ้าง หาบาลานซ์ดีๆ ให้ใจเรายังแฮ้ปปี้ ด้วยนะ ;)) หวังว่าโพสนี้ จะทำให้ใครใจเบาสบายขึ้น


ข้อมูลและภาพ : gypsykeerati

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คิมซอนโฮ

หัวหน้าฮงนัดแล้วนะ! “คิมซอนโฮ” จัดแฟนมีตติ้งในไทยครั้งแรก ปักหมุด 11 กุมภาพันธ์ 2566

นักแสดงหนุ่ม “คิมซอนโฮ” (KIM SEON HO) ที่ได้รับความรักมากมายจากแฟนๆ ผ่านบทบาท “หัวหน้าฮง” ชายหนุ่มสุดเท่ พร้อมรอยยิ้มสดใส ผู้เป็นทุกอย่างในซีรีส์โรแมนติกเรื่องดัง HOMETOWN CHA CHA CHA พร้อมมาพบปะกับแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับงานแฟนมีตติ้ง 2023 KIM SEON HO ASIA TOUR IN THAILAND < ONE, TWO, THREE. SMILE >

หัวหน้าฮงนัดแล้วนะ! “คิมซอนโฮ” จัดแฟนมีตติ้งในไทยครั้งแรก ปักหมุด 11 กุมภาพันธ์ 2566

โดยงานจะเกิดขึ้นวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 จัดที่ QUEEN SIRIKIT NATIONAL CONVENTION CENTER ผู้จัดครั้งนี้คือ บริษัทคนรุ่นใหม่อย่าง 247 ENTERTAINMENT และจะทำการเปิดจองบัตร ในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10:00 น. ผ่านช่องทางของ ALLTICKET ไม่ว่าจะเป็นหน้าเคาท์เตอร์หรือเว็ปไซต์ https://www.allticket.com/

บัตรจะมีราคา 6,500/ 5,500/ 4,500/ 3,500/ 2,500บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 247 ENTERTAINMENT

ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย : 247ENTOFFICIAL
TWITTER – https://twitter.com/247entofficial
INSTAGRAM – https://instagram.com/247entofficial
FACEBOOK – https://www.facebook.com/247ENTOFFICIAL


Amanda

ระยิบระยับจับตา ‘อแมนด้า ออบดัม’ สวยสง่าใน ชุดไทยดุสิตสีแมลงทับ

หนึ่งงานสำคัญในช่วงนี้ที่บรรดาแฟน ๆ นางงามทั่วโลกพากันจับตามอง คือ “JKN Global Group present Miss Universe Extravaganza เจิดจรัสจักรวาล” ซึ่งจัดขึ้นในโรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ชั้น 6 สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในการเข้าถือครองกิจการ MISS UNIVERSE ORGANIZATION (MUO) ของ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ได้เป็นเจ้าของเวทีถึง 100%

ซึ่งในงานนี้ก็มีมิสยูนิเวิร์สจากปีต่าง ๆ มาร่วมแสดงความยินดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์นาส ซานดู, ไลลา โลเปส, นาตาลี เกลโบวา, แอนเดรีย เมซา, แคทรีโอนา เกรย์ รวมถึงยังมี อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 อีกด้วย การปรากฏตัวของเธอในครั้งนี้ก็เป็นที่สะดุดตาอย่างเช่นเคยเมื่อเธอมาในลุคชุดไทยดุสิต สีแมลงทับที่เปล่งประกายไปด้วยคริสตัลมากมาย

Amanda3
Amanda4
Amanda5

ซึ่งชุดไทยดุสิตนี้ถูกออกแบบโดยนักออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูง ดร.เกสินี กล่ำอยู่สุข และคุณสุดจิตร์ สุดจิตต์ แห่ง FINALE WEDDING STUDIO ที่ได้เนรมิตชุดไทยพระราชนิยมนี้ด้วยผ้าไหมยกใหญ่สีแมลงทับ จากจังหวัดลำพูน ปักลวดลายเถาวัลย์ลงบนตัวเสื้อด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ที่ส่องแสงระยิบระยับ พร้อมด้วยลูกปัดและปล้องอ้อยสีเงิน บริเวณหน้านางจับจีบด้าน และปักลวดลายบนผืนผ้าจรดเชิงผ้าด้านล่าง

Amanda1

อีกทั้งยังเพิ่มความสง่างามด้วยเครื่องประดับสุดยอดครูช่างทอง อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปั้น ทีมงานกรุช่างทองโบราณ มาออกแบบลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ในรูปทรงดอกบัวตูม ร้อยเรียงด้วยลวดลายกระจัง และลายก้านต่อดอก พร้อมฝังอัญมณีส่องแสงเป็นประกายเหมือนกับแสงอาทิตย์ยามเช้า สมกับชื่อของเครื่องประดับที่มีชื่อว่า “สุริยารัศมี”

Amanda2

ความพิเศษของลุคนี้ยังไม่จบ เพราะยังขาดนางเอกอีกหนึ่งอย่างกับ มาลัยขาว-ฟ้าพวงงามนี้ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผีเสื้อ สัญลักษณ์ประจำตัวของพี่แอน JKN และยังสื่อถึงการกำเนิดใหม่ เหมือนกับเวที Miss Universe ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่มากขึ้น ซึ่งถูกออกแบบโดย Flow Design

ต้องขอยอมรับจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุด เครื่องประดับ พวงมาลัย ตลอดจนเมคอัพและทรงผม ว่าทุกอย่างดูเข้ากันอย่างลงตัว และทำให้ อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม สวยเด่นเป็นสง่าจนเป็นอีกหนึ่งคนที่น่าจับตามองในงาน

‘มุก-เพลินจันทร์’ ศิลปินกับแรงบันดาลใจจากขยะ Cover

‘มุก-เพลินจันทร์’ ศิลปินกับแรงบันดาลใจจากขยะ ที่แปรเปลี่ยนเป็นงานอาร์ตผืนใหญ่ใจกลางกรุง เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด

จากการตีความหมายของคำว่า สืบสาน (Inherit) รักษา (Preserve) และต่อยอด (Continue) สู่ผลงานการสร้างสรรค์บนพื้นผ้าในชื่อ Woven Symphony (โวเว่น ซิมโฟนี) และ Adam’s Bridge (อดัมส์ บริดจ์) ของ มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ศิลปินผู้ออกแบบลายผ้าที่มีชื่อเสียงของไทย สะท้อนคุณค่าความงดงามแบบไทยร่วมสมัยผ่านลวดลายบนผืนผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดเรื่องศิลปะ โขน ดังนั้นรามเกียรติ์จึงเป็นสิ่งถูกตีความและสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานในรูปแบบของผ้าทอขนาดสูงกว่า 6 เมตรครึ่ง ยาว 25 เมตร ซึ่งเป็นผลงานที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ม.ล.กัลยกร เกษมศรี และคุณวินรัตน์ สกาวรัตนานน มาร่วมชมผลงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

‘มุก-เพลินจันทร์’ ศิลปินกับแรงบันดาลใจจากขยะ ที่แปรเปลี่ยนเป็นงานอาร์ตผืนใหญ่ใจกลางกรุง เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด

คุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ศิลปินผู้ก่อตั้งแบรนด์ MookV (มุกวี) และ เจ้าของบริษัท บียอนด์ ลิฟวิ่ง จำกัด เล่าถึงที่มาของงานศิลป์ขนาดยักษ์นี้ว่า “ในการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ มุกได้รับโจทย์มา 3 คำ คือ สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อออกแบบให้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่แห่งนี้ ซึ่งศูนย์ฯ สิริกิติ์นั้นเป็นชื่อพระราชทานโดยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ท่าน ‘สืบสาน’ ศิลปะโขนมาตลอด จึงกลายเป็นไอเดียสำคัญสำหรับการออกแบบผลงานในชื่อว่า Woven Symphony (โวเว่น ซิมโฟนี) และ Adam’s Bridge (อดัมส์ บริดจ์) โดยงานทั้งสองชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นใหญ่ที่สุดที่เคยทำ โดยเมื่อรวมกันมีขนาดเท่ากับสระน้ำมาตรฐานโอลิมปิก แต่ละชิ้นงานสูง 6 เมตรครึ่ง ยาว 25 เมตร ซึ่งงานนี้เป็นงานที่ควรใช้เวลาทำจริงถึงปีครึ่ง แต่ด้วยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ จึงสำเร็จอย่างที่เห็น ซึ่งมุกรู้สึกว่าตัวเองนอกจากเป็นศิลปินแล้ว ยังเป็นเหมือนผู้กำกับไปด้วย เพราะต้องร้อยเรียงทุกส่วนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวที่สุด และที่สำคัญคือต้องขอบคุณทุกคนทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกสถาบันการศึกษาที่ร่วมกันทำให้งานศิลป์ชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบ ขอบคุณความร่วมมือของอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ease.studio ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันงดงามในครั้งนี้”

สำหรับผลงานชิ้นแรก ในชื่อ Woven Symphony (โวเว่น ซิมโฟนี) นั้นหยิบยกแรงบันดาลใจจากชุดการแสดงโขนมาทำให้เป็นศิลปะร่วมสมัยที่ผสานกับฉากวรรณคดีรามเกียรติ์ ตอนที่นางสีดาถูกทศกัณฐ์จับตัวไปบนเกาะลงกา มาแสดงไว้บนฉากหลังสีเขียวเสมือนอยู่บนเกาะ พร้อมเนรมิตให้เป็นฉากรบพุ่งที่หนุมานพาพระรามมาช่วยนางสีดาหนีเพื่อการมีชีวิตใหม่ เปรียบเหมือนศูนย์ฯ สิริกิติ์ในรูปโฉมใหม่ นอกจากนั้นแล้วเพื่อให้สอดรับกับชิ้นงานแกะสลักที่ทางศูนย์ฯ สิริกิติ์ ได้เก็บ “รักษา” ไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม คืองานแกะสลักไม้ของ คุณจรูญ มาถนอม ศิลปินคนเดียวกับที่สร้างปราสาทสัจธรรมที่พัทยา โดยไม้ทั้งหมด 56 แผ่นประกอบกันออกมาแล้วมีความยาวเกือบ 23 เมตร เล่าเรื่องการสถาปนาพระอินทร์ให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองทวยเทพ ซึ่งงานไม้แกะสลักนี้ใช้เวลาแกะสลักเพียง 4 เดือน  และอบไม้ต่ออีก 2 เดือน แม้โดยทั่วไปจะต้องกินเวลาเป็นปีสำหรับอบไม้

อีกหนึ่งผลงานที่จัดแสดง คือ Adam’s Bridge (อดัมส์ บริดจ์) ที่มีฉากหลังสีน้ำเงิน จัดเป็นฉากที่หนุมานขนหินมาถมทะเลเพื่อทำเป็นสะพานพานางสีดาไปสู่ชีวิตใหม่ บนฉากสีน้ำเงินผ่านการถักทอจากสิ่งของเหลือใช้รวมถึงเศษขยะที่คุณมุกและครอบครัว รวมถึงพนักงานช่างทอผ้าของบริษัทเก็บมาเป็นเวลาหลายปี ทั้งกระป๋อง และขวดน้ำพลาสติด ถูกนำมาตัดเป็นเส้นแล้วถักทอ ผ้าทุกผืนมาจากผ้าเหลือใช้ที่รวบรวมมาจากโปรเจ็กต์ต่างๆ ก่อนหน้านี้  เพื่อให้เข้ากับแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) สร้างสมดุลที่ดีเพื่อโลกที่ดีกว่า

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมความอลังการของผลงาน Woven Symphony และ Adam’s Bridge ฝีมือการสร้างสรรค์ของศิลปินไทยมากความสามารถอย่าง “เพลินจันทร์ วิญญรัตน์” ที่ชวนคุณมาสืบสาน รักษา และต่อยอด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 3 โดยมีทางเชื่อมเข้าศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชั้น LG)

โดนใจสายกรีน ‘เกรซ’ บรรจุภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จับมือ ‘น้องมะม่วง’

แบรนด์ “เกรซ” บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ ไม่เคลือบพลาสติก ใช้ครั้งเดียวทิ้ง  ย่อยสลายได้ 100% เปิดตัวสินค้าคอลเล็คชั่นใหม่ โดยได้คาแรคเตอร์ชื่อดังอย่าง “น้องมะม่วง” มาร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ กับแคมเปญ “มะม่วง ท้าให้เปลี่ยน เป็นมิตรกับธรรมชาติ ดีต่อโลก…ดีต่อคุณ”

โดยแคมเปญนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Refresh ทุกความคิด ธุรกิจไม่ฟอกเขียวมีอยู่จริง” ซึ่งได้นำคาแรคเตอร์ชื่อดังอย่าง “น้องมะม่วง” เด็กหญิงคิดบวก มองโลกแง่ดี รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สร้างสรรค์โดย คุณวิศุทธิ์ พรนิมิต นักวาดการ์ตูนชื่อดัง นำมาร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สุดคิ้วท์ แบบลิมิเต็ดเอดิชั่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เป็นเพื่อนกับเกรซ Refresh ทุกความคิด”

ทั้งนี้สินค้าประกอบไปด้วย ถุงผ้า กล่องอาหาร จาน ชาม แก้วน้ำ และพิเศษสุดกับ Limited set ชุดกล้องฟิล์ม ที่มีจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ รวมถึง ร้านมะม่วงคาเฟ่, ร้าน Suny Flavor, ร้าน Narisa Cafe, ร้าน Voiij และ ร้าน The Toys Clun เท่านั้น โดยจุดเด่นของสินค้า คือ ผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติล้วน ไม่มีส่วนผสมของพลาสติกแบบ 100% จึงปลอดภัยไร้สารก่อมะเร็ง นำเข้าไม่โครเวฟ เตาอบ และหม้ออบลมร้อนได้ พกพาสะดวก น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการเดินทาง และสามารถย่อยสลายได้ภายใน 45 วัน ร่วมรักษ์โลกกับ เกรซ และ น้องมะม่วง ได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง วันที่ 27 เมษายน 2566 สามารถหาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำของไทย และในช่องทางออนไลน์ Gracz  ในราคาเริ่มต้นที่ 159 บาท

บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
ราชินีคามิลลา

อ่อนช้อย แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง พระปรมาภิไธยใหม่ ของ ราชินีคามิลลา

ราชินีคามิลลา ทรงได้รับพระปรมาภิไธยใหม่ และจะทรงเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับพระปรมาภิไธยของ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งจะค่อยๆ แทนที่เครื่องหมาย “ER II” ของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

อ่อนช้อย แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง พระปรมาภิไธยใหม่ ของ ราชินีคามิลลา

ราชินีคามิลลา

ราชินีคามิลลา พระชนมายุ 75 พรรษา ทรงเปิดเผยพระปรมาภิไธยใหม่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นพิเศษเพื่อเป็นเกียรติแก่พระองค์ในฐานะที่ทรงขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาราจักร ในรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 หลังจากการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ราชินีคามิลลา

ทั้งนี้ พระราชวังบัคกิงแฮมได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าพระปรมาภิไธยนี้เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของราชวงศ์อาวุโส ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากแบบต่างๆ โดยราชินีคามิลลา

พระปรมาภิไธยนี้ ประกอบด้วยอักษรย่อของ ราชินีคามิลลา ใต้รูปมงกุฎคืออักษร “CR” ซึ่งรวมมาจากพระนามของ Queen Camilla ชื่อเต็มของพระองค์ “C” และ “R” สำหรับ Regina ในภาษาละตินแปลว่า “Queen” ขณะที่อักษรในพระปรมาภิไธยของ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มีลักษณะเดียวกันกับของพระมเหสี โดย “C” มาจาก Charles และ “R” สำหรับ Rex (หมายถึง “ราชา) นอกจากนี้ยังมีตัวเลขโรมัน “สาม” หรือ “ที่สาม” ซึ่งมาจาก Charles III

สมเด็จพระราชินีคามิลลา จะทรงใช้พระปรมาภิไธยนี้บนหัวจดหมาย การ์ด และของขวัญส่วนพระองค์ ตลอดจนบนไม้กางเขนที่พระองค์จะทรงวางไว้ที่ Field of Remembrance ในวันพฤหัสบดีก่อน Remembrance Day (วันรำลึกถึงผู้เสียสละในสงครามของแคนาดา) ในสุดสัปดาห์นี้

ราชินีคามิลลา

สำหรับ พระปรมาภิไธยของ สมเด็จพระราชินีคามิลลา ถูกออกแบบโดย ศาสตราจารย์อีวาน เคลย์ตัน นัก Calligrapher ของคณะ Academic Board มหาวิทยาลัย The Royal Drawing School ร่วมกับ ทิโมธี โนด ผู้ประกาศข่าวและอาลักษณ์ ประจำ The College of Arms

การเปิดตัวพระปรมาภิไธยของ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และ สมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาราจักร จะค่อยๆ แทนที่เครื่องหมาย “ER II” ของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พระราชวังกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงบางอย่างจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ตราประทับบนจดหมายทั้งหมดที่ออกจากพระราชวังบักกิงแฮมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


ที่มา : https://people.com/

ปาสควาเล่

ยูเจเนีย บรูนี่ ดีไซเนอร์ผู้หลงใหลในธรรมชาติ ทายาท ปาสควาเล่ แบรนด์อัญมณีระดับโลก

PASQUALE BRUNI แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีระดับโลก ก่อตั้งโดย Pasquale Bruni (ปาสควาเล่ บรูนี่)  ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอิตาเลียน ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากว่า 50 ปี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการออกแบบเครื่องประดับอัญมณีเป็นลวดลายดอกไม้และกลีบดอกไม้ที่มีความอ่อนช้อยพริ้วไหวเสมือนจริง ซึ่งเกิดจากความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวในการฝังอัญมณีให้เข้ากับตัวเรือนได้อย่างแนบเนียน ผสานรูปทรงเฟมินีนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติและความรัก 

ยูเจเนีย บรูนี่ ดีไซเนอร์ผู้หลงใหลในธรรมชาติ ทายาท ปาสควาเล่ แบรนด์อัญมณีระดับโลก

ปาสควาเล่

ต่อมาได้ส่งผ่านงานด้านครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของธุรกิจสู่บุตรสาวคนเก่ง Eugenia Bruni (ยูเจเนีย บรูนี่)  ผู้ซึ่งอุทิศตนเพื่อผู้หญิงและธรรมชาติ จากจุดเริ่มต้นในวัยเยาว์ที่หลงใหลในธรรมชาติ และใช้เวลาส่วนใหญ่คลุกตัวอยู่ในเวิร์คช็อปของพ่อที่เมืองวาเลนซา อันเลื่องชื่อไปทั่วโลกว่าเป็นเมืองหลวงแห่งงานสร้างสรรค์ และแหล่งผลิตชิ้นงานเครื่องประดับชั้นสูง

ปาสควาเล่ บรูนี่
Pasquale Bruni ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PASQUALE BRUNI

ยูเจเนีย ได้รับการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญจากผู้เป็นบิดาทั้งงานช่างทองและความรักที่มีต่อรายละเอียดอันวิจิตรของชิ้นงาน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้แต่งแต้มกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานรูปทรงในแบบเฟมินีน เพื่อเชื่อมสัมพันธ์อันเปี่ยมเสน่ห์ระหว่างกาย และจิตวิญญาณได้อย่างแน่นแฟ้น เพราะเธอเชื่อเสมอว่าผู้หญิงคือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ เมื่อหลอมรวมกับธรรมชาติ ดังนั้นเครื่องประดับของเธอก็คู่ควรแก่การสวมใส่ ราวกับธรรมชาติที่ผสานไว้ซึ่งการเบ่งบาน แผ่ใบสาขา และเปี่ยมด้วยสีสัน

ในแต่ละคอลเล็คชั่นได้รับการเลือกเฟ้นอัญมณี และวัสดุต่างๆ อย่างพิถีพิถันเพื่อซึมซับจิตวิญญาณของ  แบรนด์ส่งผ่านไปสู่เครื่องประดับอัญมณีอันเลอค่า เข้มงวดใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกอัญมณีที่เป็นหัวใจหลักที่สำคัญ

โดยอัญมณีสีทั้งหมดจะถูกเลือกทีละชิ้น และอัญมณีที่สวยที่สุดเท่านั้นที่กลายเป็นอัญมณี PASQUALE BRUNI ซึ่งอัญมณีที่โดดเด่นจะเป็นอัญมณีสีแชมเปญ ส่วนวัสดุที่นำมาประกอบเครื่องประดับ จะคัดเลือกโลหะที่มีค่า ทองคำสีเหลือง สีขาว และสีชมพูในเครื่องประดับมีส่วนประกอบของทองคำ 18 กะรัต เยลโลว์โกลด์ เพื่อให้ได้สีที่เข้มข้นและอบอุ่นของทองคำ

ส่วนทองชมพู rose gold ทำให้มีเฉดสีที่อบอุ่นและเย้ายวน และทองคำขาวผสมกับพาลาเดียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีราคาสูง แทนนิกเกิล ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใดๆ แก่ผู้สวมใส่ ส่วนเพชรทุกเม็ดที่ใช้บนเครื่องประดับ ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Kimberley Process Certification Scheme (KPCS)

 PASQUALE BRUNI แบรนด์เครื่องประดับอัญมณี ความงดงามแห่งประณีตศิลป์ชั้นสูง สุดเลอค่า สง่างามเหนือกาลเวลา ลงตัวด้วยเอกลักษณ์ของงานช่างฝีมือจากรุ่นสู่รุ่นตามแบบฉบับอิตาลี พร้อมเผยโฉม 4 คอลเล็คชั่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

คอลเล็คชั่นแรกคือ GIARDINI SECRETI การเดินทางสู่การเปลี่ยนรูปโฉมอันสมบูรณ์แบบของกลีบใบที่โบยบินเฉกเช่นเหล่าผีเสื้อในสวนอันลึกลับของสรรพสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขาดั่งมนต์วิเศษในห้วงมนตราแห่งพรรณไม้เลื้อย ซึ่งแรงบันดาลใจนี้นำมาซึ่งการอุทิศให้กับโลกของสตรีอันเปี่ยมไปด้วยการหลงใหลทั้งรูปทรงของดอกไม้ กลีบใบ และเหล่าผีเสื้อเปล่งประกายบนเรียวมือ ดุจมนต์วิเศษอันรื่นรมย์งดงาม และเลอค่าประดับกาย ด้วยชุดอัญมณีสีโรสโกลด์ประดับเพชรสีดำและเพชรน้ำงามที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปโฉมอันสมบูรณ์แบบของกลีบใบที่โบยบิน เฉกเช่นเหล่าผีเสื้อในสวนอันลึกลับแห่งอิตาลี

 คอลเล็คชั่น PETIT GARDEN ลำนำบทกวีแห่งโรสโกลด์ที่พาดผ่านแสงพราวของอัญมณีเพชรในท่วงท่าของดอกไม้งาม พร้อมกันนั้นความเปล่งประกายของทองคำขาวก็ปรากฏขึ้นในรูปลักษณ์ของความบริสุทธิ์แห่งกลีบใบ กลิ่นอายแห่งความรักและความใคร่รู้หลอมรวมเหล่าพรรณไม้ดอกและสถานที่ไว้เป็นหนึ่งเดียว เส้นทางของหัวใจสู่สวนอันลึกลับที่จิตวิญญาณความเชื่อของเกาะแห่งเมืองบาหลี พร้อมด้วยธรรมชาติอันแสนอัศจรรย์ใจของเกาะฮาวายกับเวิ้งมหาสมุทรที่งดงามสมบูรณ์แบบและทิวทัศน์เขียวชอุ่ม ทำให้คอลเล็คชั่นนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการรุกเร้าของสัมผัสที่อบอุ่นของดินแดนอันไกลโพ้น สื่ออารมณ์จากแรงบันดาลใจที่มาจากดอกไม้หายากมีความโดดเด่นเฉพาะตัว อย่างดอกลีลาวดี ผ่านความละเอียดอ่อนของอัญมณีพิงค์แซฟไฟร์ในโทนอบอุ่น ทำให้หวนนึกถึงสถานที่แห่งความหมายที่มีค่า

คอลเล็คชั่น FEEL บอกเล่าถึงสัมผัสแห่งการรับรู้ของแสงในทุกช่วงเวลาอัศจรรย์ที่ปรากฏในธรรมชาติ กลีบใบไม้ที่ดูโดดเด่นแปรเปลี่ยนสู่เกลียวคลื่น เนินทราย มหาสมุทร เวิ้งทะเลทราย และสรรพสิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นการโอบรับอ้อมกอดของโลกที่ต่างออกไป ผลงานเชิงศิลป์ผ่านประกายแสงของอัญมณีเพชรเปล่งประกาย ได้ฉายพันเหลี่ยมมุมของอัญมณี มอบรูปแบบการเคลื่อนไหวอันไร้ขอบเขต

สำหรับคอลเล็คชั่นสุดท้ายคือ LAKSHMI นิยามแห่งความงามของกลีบดอกบัวที่ร่ายรำเพื่อน้อมเคารพต่อแสงอาทิตย์ จากสวนที่ไม่ได้รับการสำรวจ และมุมลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองมิลานจนถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมศรัทธาในอินเดีย ณ สรวงสวรรค์งามสง่าของเรือนร่างสตรีที่ได้รับการตกแต่งด้วยความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ที่ได้รับการกล่าวขานผ่านความสมบูรณ์แบบของการผลิบานของดอกบัว สัญลักษณ์แห่งพลังและอำนาจด้านจิตวิญญาณดุจเครื่องราง ที่ประดับประดาผู้หญิงไว้ด้วยเสน่ห์เย้ายวน ผ่านกลีบใบจากอัญมณีพิ้งค์คาลซิโดนีที่ผสานเข้ากับอัญมณีมูนสโตนที่ส่งเสริมความงามให้กันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ