"เน๋ง-ศรัณย์"

เป็นทุกอย่างให้ลูกแล้ว “เน๋ง-ศรัณย์” ยก “คุณแม่อันธิกา” คือที่สุดในชีวิต

เป็นหนุ่มแสนดีในจอไม่พอ ตัวจริง เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล หรือ “หมอเน๋ง” พระเอกตี๋หล่อหน้าใสดีกรีสัตวแพทย์ ยังอบอุ่นน่ารักเป็นลูกที่ดีของคุณแม่ “อันธิกา นราประเสริฐกุล” วันแม่ปีนี้ “เน๋ง” ควงคุณแม่เปิดใจถึงความผูกพัน พร้อมกราบขอพร “แม่” ผู้หญิงเก่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในชีวิต

"เน๋ง-ศรัณย์" 01

แม่เป็นผู้ผลักดันให้ “เน๋ง” เข้าวงการ?

เน๋ง : “ผมมีโอกาสได้มาแคสที่ช่องวัน ตอนนั้นผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาเป็นนักแสดงเหมือนกัน พอรู้ว่าจะได้เซ็นสัญญาก็มาคุยกับคุณแม่ เขาก็ไม่อยากให้ผมปิดกั้นโอกาสตัวเองในการทำสิ่งใหม่ๆ ตอนนั้นผมแค่คิดว่าทำไมแม่ไม่ให้เรียน ความเห็นเลยไม่ตรงกันนิดนึง แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่แม่พูดก็มีเหตุผล ก็ตกลงกันว่าจะมาลองทำงานตรงนี้ก่อนช่วงนึง เรื่องเรียนแม่ก็ตามใจแต่แค่อยากให้ลองมาทำในสิ่งที่ได้รับโอกาสมาก่อน ตอนนี้ผมก็ชอบงานตรงนี้ ก็ขอบคุณแม่ที่ผลักดันในวันนั้นครับ”

คุณแม่ : “แม่แค่อยากให้เขาลองว่าจะชอบไหม ถ้าไม่ชอบก็เรียนต่อเพราะเน๋งเป็นเด็กเรียนดีไปเรียนต่อได้อยู่แล้ว แม่ดูละครเขาทุกตอนเลย ดูหลายรอบด้วย แม่ภูมิใจที่เน๋งมีความพยายามมาจนถึงวันนี้ ในช่วงแรกๆเขาพยายามมากๆแล้วเขาก็พยายามและตั้งใจมากขึ้นเรื่อยๆ เน๋งเขาเป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าถ้าเขาอยากทำอะไรก็จะต้องทำให้ได้”

"เน๋ง-ศรัณย์" 02

แม่คือที่หนึ่งของ “เน๋ง”?

เน๋ง : “เราเหลือกัน 3 คน ผม แม่ น้อง จริงๆก็ดูแลกันครับ ด้วยความที่คุณพ่อเสียไปตั้งแต่ผมเรียนมัธยม คุณแม่เองก็เป็นแม่บ้านคอยช่วยประคับประคองคลีนิค (โรงพยาบาลสัตว์สุโขทัย กรุงเทพฯ) ก่อนที่ผมจะเรียนจบ คุณแม่สู้มาเยอะต้องเลี้ยงลูกๆมาคนเดียวแล้วต้องทำงานบ้านด้วย ต้องมาศึกษางานของสัตวแพทย์ด้วย ซึ่งคุณแม่เรียนจบอักษรศาสตร์มา ผมรู้สึกว่าคุณแม่เหนื่อยมาเยอะแล้วก็เลยอยากจะทำอะไรให้คุณแม่บ้าง ตอนนี้ผมก็เป็นหัวหน้าครอบครัว แต่คุณแม่ก็ยังเป็นหลักของครอบครัวอยู่ด้วยครับ ผมอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สำหรับผมคุณแม่เป็นคนเก่ง ผมไม่รู้เลยว่ามีอะไรที่เขาทำไม่ได้บ้าง เพราะอะไรที่แม่รู้สึกว่าจะทำไม่ได้แต่แม่ก็ทำได้ เช่น ขับรถ สมัยก่อนคุณพ่อจะขับให้ตลอด แต่พอถึงจุดที่จำเป็นจริงๆคุณแม่ก็ทำได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว คุณแม่ทำได้ทุกอย่างจริงๆครับ เวลาที่ผมมีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองรับมือไม่ได้ก็จะปรึกษาคุณแม่ตลอด คุณแม่ก็จะมีคำแนะนำที่ดีให้เสมอ”

"เน๋ง-ศรัณย์" 03

ลูกคือกำลังใจที่ดีของคุณแม่ในวันที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว?

คุณแม่ : “ใช่ค่ะ กว่าจะผ่านมาได้จริงๆก็ยากนะคะ แต่ว่าลูกทั้งสองเป็นกำลังใจที่ดีให้แม่ตลอด บอกว่าแม่ต้องสู้นะ ถ้าแม่เป็นแบบนี้ลูกจะอยู่ยังไง ก็ทำให้แม่รู้สึกว่าแม่ต้องสู้”

เน๋ง : “แม่กับผมเราสนิทกันมาก คุณแม่เป็นทั้งแม่ พี่สาว เพื่อน เราคอยดูแลและซัพพอร์ตกัน แต่ก็มีเถียงกันบ้างเวลาความเห็นไม่ตรงกัน (หัวเราะ)”

"เน๋ง-ศรัณย์" 04

คุณแม่เป็นห่วงอะไรลูกชายคนนี้บ้าง?

คุณแม่ : “จริงๆก็ไม่มีอะไรห่วงมากค่ะ ที่เป็นห่วงก็จะเป็นห่วงสุขภาพเพราะบางทีเขาทำงานหนักมาก แม่ก็จะพยายามดูแลเขา”
เน๋ง : “แม่ดูแลเน๋งดีมากครับ ตั้งแต่เด็กดูแลยังไง ทุกวันนี้ก็ยังดูแลเหมือนเดิม”

บอกความในใจ?

เน๋ง : “เน๋งอยากให้แม่รักษาสุขภาพ อยู่กับเน๋งกับน้องไปนานๆ เราก็เหลือกันแค่นี้ 3 คน เน๋งอยากจะดูแลแม่ให้ดี ให้แม่เหนื่อยน้อยลง สบายขึ้น มีทุกอย่างที่เคยฝันไว้ หรือสิ่งที่แม่อยากทำแต่ยังไมได้ทำ เน๋งจะทำให้แทน เน๋งรู้ว่าแม่เป็นห่วงเน๋งเสมอ”

คุณแม่ : “แม่มีเน๋งกับน้องเป็นแก้วตาดวงใจของแม่ อยากให้เน๋งดูแลสุขภาพตัวเอง แม่เป็นห่วงเสมอ”

"เน๋ง-ศรัณย์" 05

จากเด็กเกเร ก้อย-อรัชพร เปลี่ยนตัวเอง เมื่อวันที่เห็นแม่ติ่งผู้แข็งแกร่งร้องไห้

ด้วยความน่ารัก สดใส แฝงด้วยความเปรี้ยวซ่า ทำให้ ก้อย -อรัชพร โภคินภากร ตกหัวใจแฟนๆ ได้เพียบ จนกลายเป็นอีกหนึ่งสาวฮ็อตในรอบปี ปกติเราจะเห็นเธออยู่กับเดอะแก๊ง แต่วันนี้ก้อยแท็กทีมมากับ คุณแม่ติ่ง- ลักษณา ทรงสุวรรณ

เวลาพูดถึง ก้อย – อรัชพร หลายคนจะนึกภาพของสาวเปรี้ยวมั่นใจ  เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลยไหมคะ

ก้อย “ก้อยมีหลายช่วงมากคะ ถ้าย้อนไปตอนเด็กเลย ยังนิ่งๆ แต่พอช่วงมัธยมวัยรุ่นก็แสบซ่าอยู่ค่ะ ให้คุณแม่เล่าดีกว่า เด็กๆหนูซนไหมคะ” (หันไปถามคุณแม่)

คุณแม่ “ไม่ซนนะคะ แหม…พูดแล้วก็เหมือนอวยลูก (หัวเราะ) ถ้าช่วงประถมเขาค่อนข้างอยู่ในกรอบ เรียกว่ายังคุมได้ค่ะ พอเข้าม.1 ก็ยังโอเค แต่พอ ม.2 เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองและเริ่มติดเพื่อน ซึ่งแม่ก็รู้ว่าเป็นช่วงวัยของเขา ก็พยายามเข้าใจ

ขณะที่แม่ก็ต้องเปลี่ยนตัวเองด้วยเหมือนกัน จะเลี้ยงลูกแบบตามใจแม่อย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าเด็กสมัยนี้มีความเป็นตัวเองสูง ฉะนั้นต้องให้เขาคิดเอง ได้ลองเรียนถูกเรียนผิด อะไรดี ไม่ดี เรื่องไหนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข”

ก้อย “สมัยก่อนคุณแม่ดุค่ะ บอกได้เลยว่าคุณแม่ออกจากงานเพื่อมาดูลูก โดยเฉพาะ จึงคอนเซ็นเทรตกับหนูมาก  สมัยเด็กแม่สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ว่านอน สอนง่าย แต่พอช่วงวัยรุ่นเริ่มไปเที่ยวกับเพื่อน มีหนีเรียนบ้าง แต่ไม่มีอะไรร้ายแรงค่ะ”

เวลามีปัญหา ปรึกษาคุณแม่ไหมคะ

ก้อย “หนูสนิทกับคุณแม่มาก แม้จะดูว่าท่านค่อนข้างเข้มงวด แต่จริงๆ แล้วคุณแม่เปิดใจกับหนูมากๆค่ะ เวลามีปัญหาอะไรก็จะบอกหมดทุกอย่าง เพราะถ้าหนูไม่บอก คุณแม่ก็จะรู้เองอยู่ดี(หัวเราะ)

“จุดหนึ่งที่หนูรู้สึกว่าคุณแม่เปิดใจมาก ๆ คือตอนวัยรุ่นหนูเคยมีแฟนเป็นผู้หญิง ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่าครอบครัวอื่นเป็นอย่างไร แต่คิดว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่น่าจะตกใจหรือไม่โอเค โดยเฉพาะตอนนั้นเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับและเปิดมากเท่าตอนนี้ด้วย “แต่ปรากฏว่าคุณแม่ไม่ห้ามเลยค่ะ ไม่ตกใจหรือสงสัยด้วย แต่กลับดีใจที่หนูกล้าบอกว่าคนนี้เป็นแฟนนะ คุณแม่ปล่อยให้หนูได้เรียนรู้ความรักด้วยตัวเอง ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้หนูยิ่งกล้าเปิดใจทุกเรื่อง”

ตอนนั้นคุณแม่ไม่ตกใจเลยเหรอคะ

คุณแม่ “ถามว่าตกใจไหมตอนที่เขามีแฟนเป็นผู้หญิง…แม่ไม่ตกใจนะ ส่วนหนึ่งเพราะเขาก็เป็นเพื่อนลูกมาก่อน ซึ่งแม่ก็รู้จักอยู่แล้วว่าเป็นเด็กดี ไม่ได้มีปัญหา และไม่ได้ชวนกันไปทำเรื่องไม่ดี แม่จึงโอเค” (ยิ้ม)ตอนวัยรุ่นมีเรื่อง

อะไรที่ห่วงเป็นพิเศษไหมคะ

คุณแม่ “แม่ค่อนข้างใกล้ชิดกับลูก เวลาเขามีปัญหาอะไร แค่เห็นหน้าเขาแม่ก็รู้ แล้วจะคุยกัน จึงไม่ได้มีเรื่องที่ห่วงมากนัก จะมีก็เรื่องการเรียน อย่างช่วงที่เขาหนีเรียน ซึ่งเขาก็พยายามไม่ให้รู้หรือจับได้นะ แต่แม่ก็รู้เองอยู่ดี ซึ่ง
แม่มองว่าถ้าเกรดเฉลี่ยเขายังอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค ไม่กระทบ แม่ก็รับได้

“เพราะตัวเขาเองที่ต้องรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ และสิ่งที่ทำจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ซึ่งพอถึงจุดหนึ่งเขาก็พยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นเอง  ซึ่งแม่ไม่ได้ดุว่าเขา อย่างที่บอกคือให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองดีที่สุด”

ก้อยอธิบายเสริม “อย่างที่แม่บอกเลยค่ะ ช่วงวัยแสบ ประมาณ ม.ต้น หนูทำวีรกรรมไว้เยอะ โดนเรียกเข้าห้องฝ่ายปกครองประจำ บวกกับตอนนั้นอารมณ์ร้อนค่ะ เวลาทะเลาะกันคือแรงทั้งคุณแม่ทั้งหนู ที่สุดก็รู้ว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย  และจุดเปลี่ยนที่ทำให้ก้อยคิดได้ เปลี่ยนจากเด็กเกเรกลับมาโอเค ก็คือเห็นคุณแม่ร้องไห้

“คือคุณแม่ไม่ได้ตั้งใจให้ก้อยรู้นะคะ แต่จู่ๆ วันนั้นฟ้าลิขิตให้ตื่นเช้า จึงบังเอิญเห็นคุณแม่กำลังร้องไห้ ความรู้สึกตอนนั้นคือนิ่งไปเลย เพราะคุณแม่เป็นผู้หญิงแกร่งมากประมาณหนึ่งเลยค่ะ และไม่เคยเปิดเผยมุมนี้กับก้อยมาก่อนพอเห็นแบบนั้น รู้สึกเลยว่ามันเกินไปแล้วที่คนเป็นลูกจะทำกับแม่แบบนั้น

“ก้อยจึงถามตัวเองว่าคุณแม่ให้เราทุกอย่าง ซัพพอร์ตทุกเรื่อง แล้วนี่เราทำอะไรอยู่ ทำไมทำตัวแบบนี้ จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็ขอคุณแม่เรียนพิเศษเลยค่ะและหลังจากเหตุการณ์นั้นก็ทำให้ก้อยกับคุณแม่เข้าใจกันมากขึ้น รวมถึงรู้แล้วว่า
สิ่งที่คนอื่นอยากให้เราทำกับสิ่งที่เราอยากทำเองมันแตกต่างกันมาก เพราะแม้คุณแม่จะพูดปากเปียกปากแฉะขนาดไหน ถ้าเราไม่สำนึกได้ด้วยตัวเอง ก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้หรอกค่ะ ก้อยจึงเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ (หันไปหาแม่) แม่อย่าร้องไห้นะ”

คุณแม่อธิบาย “จริงๆเรื่องมันนานแล้วเนอะ เพียงแต่ตอนนั้นแม่รู้สึกว่าแม่ดูแลเขาทุกอย่าง อยากให้เขาตั้งใจเรียน แต่พอลูกโดดเรียนจึงรู้สึกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ถ้าไม่อยากเรียนก็น่าจะบอกกันตรงๆเลย อย่างเรื่องเรียนพิเศษ
ที่แม่อยากให้เรียนก็เพราะเห็นว่าเขามีศักยภาพ เขาทำได้ แต่พอลูกโดดเรียนแม่ก็เสียใจแหละ”

ก้อยขอเสริม “คุณแม่ไม่เคยบังคับนะคะ แต่ตอนนั้นเราเด็กน่ะ รู้สึกว่าเรียนในโรงเรียนก็เหนื่อยแล้ว ต้องไปเรียนพิเศษอีก จึงมีความรู้สึกต่อต้าน ซึ่งจริงๆสิ่งที่คุณแม่ทำเพราะหวังดี แต่เราอาจจะไม่สื่อสารกันเท่าที่ควร ถ้าตอนนั้นก้อยบอกตรงๆก็อาจจะแก้ด้วยการปรับลดอะไรลง เรียนไหว  ไม่ไหวอย่างไร พูดกันดีๆ”

ทราบว่าคุณแม่อยากให้ก้อยเป็นหมอ

ก้อย “ใช่ค่ะ แม่ชอบพูดกับหนูว่าเธอเรียนได้อยู่แล้ว แต่เธอไม่สนใจเองซึ่งส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเป็นค่านิยมของประเทศเราด้วย ที่เวลาถามเด็กว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าเป็นหมอ เป็นครูอะไรแบบนั้น

“ซึ่งตอนมัธยมปลายก้อยเรียนสายวิทย์ ยอมรับว่าที่เลือกสายนี้ก็เพื่อจะไปเรียนต่อด้านแพทยศาสตร์ เพราะโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์  สิงหเสนี) มีแบ่งสายเลยว่าวิทย์แพทย์ วิทย์สถาปัตย์ ซึ่งเราก็เป็นความคาดหวังของที่บ้านอยู่แล้วว่าเรียนสายวิทย์น่าจะเป็นหมอ

“แต่สุดท้ายเราไม่ได้ชอบสิ่งนั้นจริงๆ ซึ่งตั้งแต่เด็กก้อยเป็นเด็กกิจกรรมมาตลอดนะคะ เวลาโรงเรียนมีงานก็จะไปรำไทย เป็นเชียร์ลีดเดอร์ หรือไปถือป้ายงานต่างๆ คือชอบทำกิจกรรมมาก จึงคิดว่าความสนใจของเราไม่ได้ไป
ทางนั้น และถ้าพูดกันตรงๆก็คือสอบไม่ติดหมอค่ะ (หัวเราะสนุก)

“เพราะข้อสอบยากนะ คนที่สอบติดเขาตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมตัวมาด้านนี้แบบเต็มร้อย แล้วถ้าเรามาแบบครึ่งๆกลางๆก็คงไม่ได้อยู่แล้ว  ซึ่งตอนนั้นหนูก็รู้ว่าคุณแม่ช็อกและเสียใจมากเหมือนกันนะคะ เพราะคงคาดหวังไว้พอสมควร

“จากนั้นก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะอย่างไรต่อดี เรียนเภสัชแทนไหม แต่ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองอีก ฉะนั้นถ้าไปทางวิชาการไม่ได้ ก็ไปอีกทางเลยดีกว่า เพราะหนูชอบทำกิจกรรม จึงตัดสินใจเลือกเรียนด้านนิเทศศาสตร์ แล้วบอกคุณแม่ตรงๆ ซึ่งท่านก็เข้าใจ ไม่ได้ห้ามอะไร แต่ก็คงแอบเสียใจเล็กๆ”

คุณแม่เคยคิดไหมคะว่าวันหนึ่งก้อยจะเป็นนักแสดงฮ็อตขนาดนี้

คุณแม่ส่ายหน้า  “ไม่คิดเลยค่ะ”

ก้อยแซวทันที  “หนูไม่สวยเหรอแม่”

คุณแม่หัวเราะชอบใจ “เวลามองลูก แม่ว่าเขามีความน่ารัก เป็นตัวเองสำหรับความสวย มองสักพักอาจจะเบื่อ แต่ความน่ารักทำให้ลูกเรามองอย่างไรก็ไม่เบื่อ” (หัวเราะ)

ก้อย “อวยลูกมากๆ คำตอบก็คือไม่สวยจ้ะ…แต่น่ารัก” (หัวเราะ)

คุณแม่ “ก้อยไม่สวย แต่มีความน่ารักและมีเสน่ห์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมาจากตัวตนข้างในจริงๆ และแม่บอกเขาเสมอว่าทำในสิ่งที่ชอบให้ดีที่สุด ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะยอมรับได้ เพราะเราทำเต็มที่  ซึ่งหน้าที่ของแม่คือ คอยซัพพอร์ตลูกในทุกเรื่อง ไม่ว่าเขาอยากทำอะไร ชอบอะไร แม่ก็พร้อมสนับสนุนทุกอย่าง”

ภาพที่เราเห็นก้อยในจอคือคุยเก่ง สดใส ร่าเริง ตัวจริงเป็นแบบนั้นไหมคะ 

คุณแม่ “อาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นตลอดเวลาค่ะ เพราะบางครั้งเขาก็นิ่งๆ เงียบๆ ก้อยบ้างาน ทำงานหนักมาก เขาใช้สมองคิดโน่นคิดนี่อยู่ตลอดเวลา”

ก้อยช่วยเสริม “แม่ชอบบอกว่าก้อยไฮเปอร์เกินไป อยู่นิ่งๆเป็นบ้างไหม (หัวเราะ) แต่ถ้าถามว่าในจอกับนอกจอเหมือนกันหรือเปล่า เวลาอยู่กับครอบครัวก้อยจะนิ่งกว่าในจอเยอะค่ะ เพราะการออกทีวีหรือทำรายการต้องใช้พลังงานเพื่อสื่อสารไปยังคนดูที่คาดหวังความสนุกสนาน แต่พอในชีวิตจริง เราอาจจะไม่ได้สนุกตลอดเวลา จึงมีมุมเงียบบ้าง  เพื่อเซฟพลังไว้ตอนทำงานค่ะ” (หัวเราะ)

มีคำสอนไหนของคุณแม่ที่ก้อยนำมาใช้ในการทำงานหรือชีวิตประจำวันบ้างคะ

ก้อย “คุณแม่พูดน้อย แต่ทำเยอะ ก้อยรู้สึกว่านี่คือจุดเด่นของคุณแม่ซึ่งถ้าถามว่าความบ้างานของก้อยมาจากใคร  ขอบอกเลยว่ามาจากคุณแม่ค่ะ (หัวเราะ) คุณแม่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ทุกช่วงเวลาต้องสามารถทำประโยชน์ได้

“อย่างวันนี้คุณแม่เป็นแม่บ้าน ถึงจะไม่ได้ทำงาน แต่ก็จะไปหาคุณยาย จัดการบัญชีให้ก้อย ทำโน่นทำนี่ ใช้ทุกนาทีอย่างมีประโยชน์ ซึ่งก้อยเห็นสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้รู้สึกว่าอยากทำทุกวันให้มีประโยชน์ที่สุด ซึ่งสิ่งนี้คุณแม่ไม่ได้สอนนะคะ แต่ทำให้ดู ให้เห็นจริงๆ

“อีกอย่างคือคุณแม่มีความอดทนสูงมาก เพราะผ่านเรื่องราวต่างๆมาหมดแล้ว พูดตรงๆเลยก็คือก้อยโตมาโดยที่มีคุณแม่คอยเลี้ยงดูเป็นหลัก คุณแม่กับคุณพ่อไม่ได้อยู่ด้วยกันมาก เพราะฉะนั้นก้อยจะเห็นและเข้าใจแม่ในฐานะ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเลี้ยงลูก ออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกให้เติบโต

“และอย่างที่บอก ตั้งแต่เด็กจนโต ชีวิตก้อยหลากสีสัน จึงทำให้เข้าใจว่าคุณแม่เป็นผู้ใหญ่ที่ใจกว้างมาก สามารถเปิดรับและยอมรับก้อยในทุกช่วงชีวิตจริงๆ ซึ่งก็เพราะว่าคุณแม่รักก้อยที่เป็นก้อยจริงๆ ไม่ได้คาดหวังว่าก้อยต้องเป็นในสิ่งที่คุณแม่ต้องการทุกอย่าง และยังทำให้ก้อยเป็นคนที่ทำอะไรแล้วจะทำเต็มที่ เพราะก้อยเห็นตัวอย่างจากคุณแม่ว่าผู้หญิงคนหนึ่งสามารถทำอะไรได้มากมายจริงๆ แถมทำหลายอย่างได้พร้อมกันด้วย จึงทำให้ก้อยอยากทำอะไรได้หลายๆอย่างเหมือนกัน เช่น คุณแม่ทำอาหารอร่อยมาก ก็อยากฝึกทำบ้างค่ะ” (หัวเราะ)

ลูกสาวทำงานขนาดนี้ คุณแม่เป็นห่วงหรือห้ามอะไรไหมคะ

คุณแม่ “เป็นห่วงเรื่องสุขภาพค่ะ เขาจะปวดคอ ปวดหัว เป็นไมเกรนบ่อย แม่ก็บอกว่าคนเราต้องมีเวลาพักบ้าง ไม่ใช่ทำงานอย่างเดียว ทุกอย่างต้องบาลานซ์ อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี จะมีผลกระทบ ฉะนั้นใช้ชีวิตให้มีความสุขบ้าง”

แล้วก้อยทำได้ไหม 

ก้อยหัวเราะ “พยายามค่ะ คือจริงๆงานไม่ได้หนักขนาดนั้น แต่ด้วยความไฮเปอร์ของก้อยเองด้วยที่ไม่ชอบอยู่ว่างๆ  พอมีเวลาว่างก็จะทำโน่นทำนี่เพิ่ม จนเหมือนเราไม่ได้พัก ก้อยจำได้เลยค่ะ แน๊ตตี้ (เพื่อนสนิทที่ทำรายการ
‘ก้อยแน๊ตตี้ดรีม’ด้วยกัน) บอกก้อยว่าเบาๆบ้าง อย่ามีความสุขให้มันยากนักเลย ก้อยไม่รู้ตัวว่าความสุขของเรามันกลายเป็นเรื่องยาก อย่างเวลาทำงานก้อยจะคาดหวังว่าต้องสนุก ต้องดี เพราะด้วยการทำงานของเราฟีดแบ็กมาจากคนดูเพราะฉะนั้นความคาดหวังไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว เราจึงคิดเยอะ อยากทำให้ดีที่สุด

“จนทั้งคุณแม่และเพื่อนๆต้องเตือนว่าควรจะหาความสุขที่เกิดจากตัวเองบ้าง แบบที่ไม่ต้องสนใจคนอื่น เป็นความสุขเล็กๆจากสิ่งรอบตัว เช่น แค่ได้ไปนวดก็มีความสุขแล้ว หรือกินอาหารอร่อยๆ” (ยิ้ม) ขยับมาเรื่องความรักบ้าง

ลูกสาวฮ็อตขนาดนี้ คุณแม่หวงไหมคะ

คุณแม่ “จริงๆวัยเขาก็โตพอสมควรแล้ว แต่แม่ทุกคนก็ห่วงลูกทั้งนั้นแหละเนอะ แต่เขาก็ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งแม่มองว่าการที่เขาคบใครแล้วมีความสุข แม่ก็ดีใจกับเขานะ แต่ถ้าเมื่อไหร่คบกันแล้วมีปัญหา แม่ก็บอกว่า ถ้ารู้คุณค่าในตัวเอง… เรื่องอะไรที่เจอมาก็เป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

“แม่ไม่มีสเป็คหรือเกณฑ์เลยนะว่าต้องเป็นคนแบบไหนถึงจะคบลูกสาวเราได้เพราะการคบกันเป็นเรื่องของคนสองคน  อาจจะมองได้หลายมิติว่าอยากให้ลูกได้เจอคนที่ดี คนที่พร้อม ซึ่งจริงๆไม่มีหรอก ต้องอาศัยประสบการณ์ที่เจ้าตัวเจอเอง

“อย่างบางคนแม่อาจจะมองว่าคนนี้ยังไม่โอเค ไม่พร้อม แต่ถ้าเขาคบกันแล้วมีความสุข แม่ก็โอเค ดีกว่าบางคนที่ดีพร้อมทุกอย่าง แต่อยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุข ก็ไม่ดีจริงไหม แม่มองว่าความพร้อมหรือฐานะเป็นองค์ประกอบมากกว่า  สำคัญที่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

ก้อยยิ้มรับ “คุณแม่ค่อนข้างเคารพในความคิดและการตัดสินใจของก้อยสูงมากค่ะ แต่ก็มีบ้างที่เวลาก้อยคบใครแล้วแม่ไปแอบถามจากคนอื่น ปรึกษาคนโน้นคนนี้บ้าง ก็คือคุณแม่เป็นห่วงแหละค่ะ แต่ไม่พูดกับก้อยตรงๆ” (หัวเราะ)
เวลาคบใคร ใช้เวลานานไหมคะกว่าจะเปิดตัวกับ

คุณแม่ก้อยตอบทันที “ไม่นานค่ะ ถ้ามีแฟน หนูก็อยากให้แม่รู้ (ยิ้ม) แต่ถ้าคนนั้นยังไม่มั่นใจ ก็ไม่บอกนะคะ เพราะถ้าเปิดตัวกับแม่แล้ว ก็แปลว่าเรามั่นใจประมาณหนึ่ง

คุณแม่ “ตอนที่แม่รู้ว่าก้อยคบกับนิกกี้ (ณฉัตร  จันทพันธ์) บอกตรงๆ ตอนแรกก็กลัวนะ จากภาพลักษณ์ในจอของเขา แต่พอเจอตัวจริง เขาน่ารักมาก ดูแลก้อยอย่างดี เรื่องนี้ก้อยบอกแม่ไม่อ้อมค้อม เพราะเปิดตัวก็แสดงว่าเขาคบจริง ก็ต้องใช้เวลาศึกษากันไป ตราบใดที่ลูกยังไม่ได้แต่งงาน ก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องเรียนรู้กันไป แต่สิ่งหนึ่งที่แม่เตือนเสมอก็คือเมื่อใดมีความทุกข์…กลับมานะ แม่อยู่ตรงนี้เสมอ ให้คิดถึงแม่เป็นคนแรกในทุกๆเรื่อง” (ยิ้ม)

ก้อยทำตาซึ้ง “คุณแม่น่ารักมากค่ะ หนูจะร้องไห้”

เวลาอยู่ในโหมดเสียใจ คุณแม่ปลอบใจก้อยอย่างไรคะ

คุณแม่ “บางทีแค่เห็นหน้าเขา แม่ก็รู้แล้ว หรือจู่ๆเขาเดินร้องไห้เข้ามา ซึ่งแม่รู้สึกว่าคนเราคบกันแล้วไปกันไม่ได้ก็เป็นเรื่องธรรมดา แม่เตือนเขาเสมอว่าเวลาเราคบใคร ถ้าถึงจุดหนึ่งที่ไปต่อไม่ได้ ก็ขอให้เป็นเพื่อนกัน อย่าเป็นศัตรูเลย  คือเลิกกันด้วยดี เป็นเพื่อนกันดีกว่า

“อย่าไปยึดติดอะไรมากมาย อะไรที่เขาทำกับเราก็ให้อภัยเขาไป แล้วสิ่งที่ดี จะกลับมาหาเราเอง แต่ถ้าเราไม่ให้อภัย  เจ็บแค้น ความทุกข์นั่นแหละจะจมอยู่ที่เรา ฉะนั้นให้อภัยกัน ใจเราจะได้สบาย ลูกอายุแค่นี้ ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ”

เรื่องไหนที่คุณแม่ทำให้แล้วก้อยรู้สึกว่าประทับใจเป็นพิเศษ

ก้อย “เรื่องการซัพพอร์ต ดูแล ระบุยากค่ะ เพราะว่าทุกเหตุการณ์ในชีวิตหนูมีแม่คอยซัพพอร์ตมาตลอด แต่ไม่ใช่ซัพพอร์ตแบบลูกทำไม่ดีแล้วอวยนะคะ

“คุณแม่จะพูดตรงๆ ไม่เข้าข้าง อันไหนแม่ไม่เห็นด้วยก็จะบอกตรงๆ สามารถดีเบต แลกเปลี่ยนความคิดกันได้ คุณแม่มีความคิดของท่าน ก้อยก็มีความคิดของก้อย เราแชร์กันได้ แต่ก้อยจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ซึ่งบางครั้ง
อาจจะดูเหมือนก้อยไม่ฟังนะ แต่จริงๆเก็บมาคิดตลอดค่ะ

“แต่ถ้าถามว่ามีเรื่องที่ประทับใจพิเศษที่สุดไหม จริงๆคือทั้งชีวิตค่ะ (ยิ้ม) อย่างล่าสุดที่ก้อยเจอกระแสดราม่าหนัก ๆมา ก็เข้าใจว่าพอถึงจุดหนึ่งที่เรามีชื่อเสียง ก็มีทั้งคนที่ชื่นชอบและคนที่ไม่ชอบ คนที่ไม่รู้จักตัวตนของเราจริงๆ
ซึ่งก้อยรู้สึกว่าทุกครั้งที่หันไปเห็นคุณแม่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นเพื่อนฝูง คนรัก มันทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาจริงๆ ซึ่งตรงนี้เป็นการซัพพอร์ตทางใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับก้อยค่ะ

“บางครั้งแค่คุณแม่เห็นหน้าก้อยก็เข้าใจเลย โดยที่หนูไม่ต้องพูดอะไร ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดมา คุณแม่จะให้ก้อยคิดว่าสิ่งที่ทำไปคืออะไร  จุดไหนที่ผิดก็ต้องยอมรับ  แต่ที่สุดแล้วคุณแม่จะเชื่อในจุดยืนของก้อย  เชื่อว่าก้อยจะคิดเองได้”

ช่วงที่มีกระแสข่าวด้านลบ ดราม่าต่าง ๆ คุณแม่รู้สึกอย่างไรคะ

คุณแม่ “ยอมรับว่าในฐานะแม่ก็มีคิด มีเครียดบ้าง แต่แม่ก็เข้าใจว่าการทำงานตรงนี้มีทั้งคนรักและคนเกลียดเป็นธรรมดา ก็บอกลูกว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอด”

ก้อยเสริม “หลักๆคือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะบอกให้ก้อยกลับมาคิดว่าสิ่งที่ทำไป เจตนาเราคืออะไร เราผิดขนาดไหน อะไรที่พลาดไปบ้าง และถ้าเราได้คำตอบว่าเราพลาดตรงนี้ ก็ควรปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อเป็น Best Version ของเราต่อไป

“แต่ถ้าคนด่าเพราะเขาไม่ชอบตัวตนบางอย่างของเรา แต่สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก้อยก็มองว่าไม่ได้มีความจำเป็นที่เราต้องเก็บมาคิด ซึ่งก้อยจะแชร์เรื่องพวกนี้กับแม่ตลอด เพราะจริงๆก้อยก็กลัวคุณแม่เห็นข่าวแล้วจะเครียด
เหมือนกัน เพราะความที่แคร์หนูมากๆ หนูจึงอยากขอบคุณแม่มากๆค่ะที่เข้าใจลูกในทุกช่วงชีวิต ทำให้หนูอุ่นใจว่าไม่ว่าจะเจออะไร คุณแม่ก็จะอยู่ตรงนี้เพื่อหนู

“ขอบคุณมากๆที่คุณแม่ทำให้หนูมีแรงทำสิ่งต่างๆในทุกวันค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 973

วิธีฟื้นฟูผิวสวย

วิธีฟื้นฟูผิวสวย สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่เจอปัญหาผิวแห้งแตกลาย และหย่อนคล้อย

ระยะหลังคลอด แน่นอนว่าย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากการตั้งครรภ์หลายอย่าง สร้างความกังวลใจให้คุณแม่หลังคลอดจนขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำไม่สดใส ผิวแตกลาย รวมถึงผิวหย่อนคล้อย การดูแลผิวหลังคลอดอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดกลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง

THANN พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง จึงมาแนะนำ วิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างสุขภาพดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด และมีเซเลบริตี้สาวคุณแม่มือใหม่มาร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง อาทิ ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล และ วรนันท์ จันทรัศมี

วิธีฟื้นฟูผิวสวย สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่เจอปัญหาผิวแห้งแตกลาย

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีฟื้นฟูผิวสวย คืนผิวใส สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่า “ระหว่างการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และหลังจากการคลอดลูก ระดับฮอร์โมนดังกล่าวก็จะลดลงอย่างรวดเร็วและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของฮอร์โมนนี้เป็นสาเหตุให้คุณแม่ประสบกับปัญหาผิวจนทำให้เกิดความไม่มั่นใจ โดยปัญหาผิวที่มักพบได้บ่อยหลังการคลอดลูก คือ

  • ผิวหมองคล้ำ พบได้ในหลายส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณข้อพับต่างๆ อย่างรักแร้ ขาหนีบ คอ เส้นกลางหน้าท้อง ลานหัวนม ต้นขา นอกจากนี้ยังพบกระ ฝ้า และจุดดำตามใบหน้า รวมถึงความหมองคล้ำใต้ดวงตา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในช่วงตั้งครรภ์ที่ไปกระตุ้นเม็ดสีผิว (เมลานิน) ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม แม้หลังจากคลอดลูกไปแล้ว สีผิวที่หมองคล้ำจะยังคงอยู่ และจะจางลงตามธรรมชาติอย่างน้อย 3-6 เดือน
  • ผิวแห้งขาดน้ำ หลังคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ คุณแม่อาจต้องเผชิญสภาวะผิวขาดน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากร่างกายจะมีการขับเอาน้ำที่สะสมในระหว่างตั้งครรภ์ออกไป ทำให้อาการบวมน้ำลดลง วิธีสังเกตเบื้องต้นของอาการผิวขาดน้ำ คือ ผิวแห้ง ปากแห้งลอกเป็นขุย กลืนน้ำลายแล้วเหนียวคอ ผมขาดหลุดร่วงง่าย น้ำนมออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
  • ผิวแตกลาย ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน ผิวหนังจะเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วตามขนาดของทารกในครรภ์ จึงทำให้เกิดผิวแตกลายตามมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณท้องน้อย เต้านม หรือต้นขา ซึ่งปัญหาผิวแตกลายมักจะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 6-7 เดือนไปจนถึงหลังคลอด
  • ผิวหย่อนคล้อย ช่วงหลังคลอดคุณแม่จะมีภาวะหย่อนคล้อยตามส่วนต่างๆ เช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน เกิดจากน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังการคลอด ผิวจึงสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไป ทำให้ผิวขาดความกระชับ หากเป็นคนที่มีสภาพผิวหย่อนคล้อยอยู่แล้ว หลังคลอดอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้มากกว่าเดิม
  • ผื่นแพ้หลังคลอด สภาวะหลังการคลอดจะเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับของฮอร์โมนที่น้อยลงส่งผลให้ผิวหนังแห้ง เกิดการระคายเคืองได้ง่ายเมื่อสัมผัสโดนสิ่งต่างๆ
แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง, ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล

ปัญหาผิวดังกล่าวข้างต้นจะค่อยๆ หายไป และดีขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งแต่ละบุคคลก็อาจใช้เวลาไม่เท่ากัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความอ่อนโยนต่อผิว มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน อ่อนโยนต่อผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย โดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินและไม่อุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเรือนริ้วรอยและฟื้นฟูสภาพผิวควบคู่กันได้ นอกจากนี้การสครับผิวอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวที่หมองคล้ำจางลง และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดแรงๆ หรือหากมีความจำเป็นที่ต้องออกไปข้างนอกก็สามารถทาครีมกันแดดได้ โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF อยู่ระหว่าง 30-50 และมีค่า PA ที่เหมาะสม

นอกจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วย เช่น ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน  สามารถคำนวณได้จากน้ำหนักตัว (ก.ก.) x 33 =…ซีซี (1,000 ซีซี = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 4 แก้ว) เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เช่น ปลาทะเล ผักใบเขียว ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และอย่าลืมหาเวลานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง ไม่ควรนอนดึก หากเป็นไปได้ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เนื่องจากในช่วง 4 ทุ่มถึงตี 2 ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมผิวพรรณขณะหลับ”

ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์

ด้านเซเลบริตี้คุณแม่มือใหม่ต่างก็เผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่คุณแม่ป้ายแดง ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า “ปกติเราเป็นคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิว รวมถึงพิถีพิถันในการเลือกกินอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเรื่องผิวพรรณหรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์มากนัก ในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ก็จะมีสภาวะผิวแห้งขาดน้ำและปัญหารอยแตกลายบริเวณท้องน้อย แต่เราเตรียมพร้อมรับมือด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและคืนความเรียบเนียนให้กับผิวอย่างบอดี้ บัตเตอร์ เป็นประจำ และมาส์กหน้าสัปดาห์ละครั้งด้วย รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อคืนความกระจ่างใสสู่ผิวค่ะ”

วรนันท์ จันทรัศมี

ถัดมาที่คุณแม่ลูกแฝด วรนันท์ จันทรัศมี เล่าว่า “ตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกแฝดเห็นได้ชัดเลยว่าผิวพรรณเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ถึงแม้ว่าเราจะทาครีมบำรุงผิวเป็นอย่างดีแต่ผิวก็ยังแตกลาย ส่วนช่วงหลังคลอดก็ยังประสบปัญหาผิวหย่อนคล้อยอีกด้วย ยิ่งช่วงที่ต้องให้นมลูกๆ จะรู้สึกเลยว่าผิวแห้งมาก ทั้งที่จากเราเป็นคนผิวค่อนข้างมัน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ  เราจะเน้นเรื่องการฟื้นบำรุงผิว โดยเราเลือกใช้ บอดี้ บัตเตอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวกาย และยังช่วยให้ผิวเราเรียบเนียนกระชับขึ้น ส่วนผิวหน้าเราก็จะบำรุงด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น และ รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเติมความชุ่มชื้นและคืนความกระจ่างใสให้กับผิวค่ะ”

ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล

ปิดท้ายที่คุณแม่คนเก่ง ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล “เราโชคดีที่ตอนท้องไม่ได้แพ้ท้อง ไม่มีสิว ไม่มีรอยแตกลาย ไม่มีฝ้ากระให้คอยกังวลใจ แต่จะมีเพียงอาการผิวแห้งขาดน้ำและระคายเคืองได้ง่ายกว่าปกติ สำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง สำหรับผิวกายเราจะใช้ บอดี้ บัตเตอร์ ด้วยเป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ป้องกันผิวจากการเกิดรอยแตกลาย ส่วนผิวหน้าก็จะบำรุงด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น เป็นประจำ ยิ่งช่วงนี้ลูกสาวเริ่มโตแล้ว ทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ เพื่อรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนสวยงามค่ะ”


ภาพ Cover : Pexel

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ภาพแคมเปญ-Johnsons-Baby Cover

จอห์นสัน เบบี้ ร่วมเชิดชูเกียรติคุณแม่ที่รักลูกด้วยความบริสุทธิ์ใจทุกรูปแบบในแคมเปญ “Heart of a Mom ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่”

วันแม่เดือนสิงหาคม 256 5นี้ “จอห์นสัน เบบี้” โดย บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แคมเปญ “Heart of a Mom ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่” เพื่อร่วมเชิดชูเกียรติแม่ทุกคนที่รักลูกด้วยใจบริสุทธิ์อย่างไม่มีเงื่อนไขเต็มเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงเพศสภาพซึ่งทุกคนล้วนมีความเป็นแม่ และเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดีของสังคมได้เหมือนกับคุณแม่คนอื่นๆ พร้อมชวนทุกคนร่วมกันเปลี่ยนภาพจำของนิยามคำว่า “แม่” แบบเดิมๆ และเปิดใจให้แม่ทุกรูปแบบ

นางจุฑามาศ งามจิตรกุล ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์อาวุโส บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันคอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จอห์นสัน เบบี้ เชื่อว่าความเป็นแม่ควรนิยามกันที่หัวใจของแม่ที่รักลูกด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ตามบรรทัดฐานของสังคม พร้อมประกาศขอยืนเคียงข้างแม่ทุกคนโดยไม่แบ่งแยก ภายใต้แนวคิด #ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่ หรือ #HeartOfAMom เพราะทุกหัวใจของแม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้เติบโตอย่างมีความสุขในแบบของตัวเอง”

แคมเปญนี้เป็นการนำเสนอมุมมองความรักความผูกพันของแม่หลายคนที่ไม่ตรงตามบรรทัดฐานของสังคม และไม่ได้ยึดติดกับกรอบของบริบททางสังคมพร้อมเปิดตัววิดีโอแคมเปญผ่านทาง Facebook:@JOHNSON’S baby อย่างเป็นทางการ เพื่อบอกเล่าเส้นทางของการเป็นแม่ และการอุทิศตัวเพื่อลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของตัวแทนแม่ในสังคมหลากหลายรูปแบบทั้ง 4 ท่านที่ไม่ตรงตามพิมพ์นิยมพร้อมสอดแทรกแนวคิดของการเปลี่ยนผ่านสังคมไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเมื่อเราเปิดใจให้แม่ทุกคนอย่างแท้จริง

เรื่องจริงจากเหล่าคุณแม่:

เดย์ ฟรีแมน หรือ อารยาอิสรีย์ เอกอุชุกร อดีตนางโชว์และนักแสดง เชื่อว่า “ทุกคนสามารถมีลูกและเป็นแม่ที่มีคุณภาพได้ หากมีความตั้งใจจริง และมองคำนิยามของการเป็นแม่คือการให้ความสำคัญกับลูกอย่างจริงใจ มอบสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีในด้านต่างๆ แก่ลูกอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนตัวแล้วเป็นคนรักเด็ก และอยากมีลูกอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าจะเคยถูกคำถามจากสังคมเกี่ยวกับเพศสภาพของตัวเอง แต่ก็ภูมิใจในบทบาทการเป็นคุณแม่ของลูกชายคนเดียวอยู่เสมอ”

เบนซ์ เบญจวรรณ ฉัตรบุณฑริก ที่ตัวเองเป็นทอม และสามีเป็นเกย์ กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว จึงมองว่าเพศสภาพไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกหรือการทำหน้าที่แม่ของตัวเองเลย แม้จะโดนคำดูถูกว่าเสียศักดิ์ศรีความเป็นทอมที่มาคบเกย์บ้าง หรือไล่ให้กลับไปเป็นผู้หญิงบ้าง แต่ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจในความหลากหลายของคู่เรา อยากให้สังคมเปิดกว้างและเข้าใจในการเป็นแม่ทุกรูปแบบที่ตัวตนของความเป็นแม่ที่สามารถดูแลและให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูกได้มากกว่าดูแค่เพศสภาพที่พวกเราเป็น”

กระจิ๊บ สุธยา ลี สไตลิสต์สุดแซบ ตัวแทนของคุณแม่สายอาร์ต กล่าวถึงเส้นทางการเป็นแม่ของเธอว่า “ลูกทำให้ชีวิตมีเป้าหมายมากขึ้น เธอตั้งใจที่จะเป็นคุณแม่สายสนับสนุนเพื่อให้ลูกก้าวเดินตามความฝัน  และมีอิสระในการแสดงออกอย่างเต็มที่ หากแต่เธอก็เคยมีความกังวลว่าลูกจะถูกสังคมและคนรอบข้างจับจ้อง หรือโดนมองว่าเกเร เพราะมีแม่ที่มีรอยสักและสไตล์ที่ดูแรงกว่าแม่คนอื่นๆ รวมถึงเคยถูกมองแง่ลบ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดคุย เพราะมองแค่ภาพลักษณ์ภายนอกของเธอ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดและเปลี่ยนนิยามความเป็นแม่สู่ความเท่าเทียม เพราะแม่แบบเธอก็มีหัวใจของแม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้เติบโตอย่างมีความสุขเช่นกัน”

อุ้ม ณัฐนันท์ มั่นคงดี เล่าว่า “ตัวเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป อาจจะมีเงินไม่เยอะมากถ้าเทียบกับคนอื่นๆ จึงกลัวว่าลูกจะอายเพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่มีแม่แต่งตัวโทรมๆ ไม่สวยเหมือนแม่คนอื่น แต่ถ้าวัดกันที่ความเป็นแม่แล้วตัวเองคิดว่าไม่เคยด้อยไปกว่าใครเลย ทั้งความรักที่มีให้ลูก ดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มความสามารถ และคอยยืนเคียงข้างลูก เพื่อให้เขาเป็นคนดีของสังคมในทุกๆ วัน”

วันแม่ปีนี้ และในทุกๆ วัน จอห์นสัน เบบี้ ขอร่วมสนับสนุนทุก “หัวใจของแม่” ที่ทำทุกอย่างให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุขในเบบของตัวเองและชวนทุกคนในสังคมมาร่วมเปิดใจให้แม่ทุกรูปแบบพร้อมกัน เพราะ #ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่ #HeartOfAMom

ติดตามชมวิดีโอแคมเปญ “Heart of a Mom ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่” ได้ทาง Facebook: @JOHNSON’S baby หรือ https://www.facebook.com/JohnsonsBabyClub/

‘ดวงยังวนเวียนกับการเป็นมือที่สาม ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง LGBTQ+’ ดวงรายวัน 12 สิงหาคม 2565

ดวงรายวัน  12  สิงหาคม 2565 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน แน่นๆ ทั้งการงาน  การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘ดวงยังวนเวียนกับการเป็นมือที่สาม ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง LGBTQ+!’

ดวงรายวัน 12 สิงหาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :    สำหรับผู้นำหรือหัวหน้างานไม่ว่าจะหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การเมือง การปกครอง จนถึงธุรกิจส่วนตัว วันนี้คุณมีสติปัญญา ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ และความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดี อย่างไรก็ตามไม่ควรประมาทหรือชะล่าใจ เพราะเป็นไปได้ที่คุณจะแบกภาระความรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงเอกสารทางราชการมีโอกาสผิดพลาด ทางที่ดีควรหาเพื่อนรู้ใจมาช่วยกันทำงาน รวมถึงปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย

การเงิน  :   คุณขยันทำงาน มีการวางแผนชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นนักลงทุนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ด้วยวาสนาและบารมีของคุณเอง ทางที่ดีวันนี้ไม่ควรเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้ใคร เพราะมีความเสี่ยงสูงที่คุณจะต้องรับผิดชอบหนี้สินแทน

ความรัก :  หากคุณแต่งงานหรืออยู่ด้วยกันเพราะหน้าที่การงาน หรือเพื่อความมั่นคงทางธุรกิจ วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัว รวมถึงคิดถึงเหตุผลและความเป็นจริงมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก   คนโสด  หากงานยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาจริงจังกับใคร วันนี้มีโอกาสที่คุณจะคบกันเล่นๆ เพื่อเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง  

สุขภาพ  :  ไม่ควรหักโหมงานหนักจนไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา เพราะวันนี้มีโอกาสที่สุขภาพร่างกายจะไม่แข็งแรง หากใครที่กำลังเป็นโรคหัวใจ ระวังจะกำเริบได้โดยไม่รู้ตัว รวมถึงสายตาที่ตระกูลต้อกำลังถามหาแล้ว   

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะรู้สึกอึดอัดและร้อนรุ่มกับบรรยากาศการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานบันเทิง โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ ดีไซเนอร์ ฯลฯ  ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมาจากอีโก้ในตัวคุณที่มีมากเกินไป จนไม่สามารถที่จะรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นได้ แล้วหากงานเกิดความผิดพลาดเสียหาย คุณนั่นล่ะที่จะถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมอีกต่างหาก  

การเงิน :   หากคุณกำลังเดือดร้อนจนต้องดิ้นรนหาเงินในทุกๆ ช่องทาง จนมีความเสี่ยงที่คุณจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินร้อน วันนี้คาดว่าคุณจะมีโชคหรือลาภลอย จนถึงได้รับมรดกเลยทีเดียว

ความรัก :   ก็ยังมีโอกาสที่มือที่สามจะเข้ามายุ่งวุ่นวายไม่เลิกรา แถมวันนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าคู่คุณจะถึงขั้นหนีตามกันไป จนคุณเริ่มไม่มั่นใจว่าจะอยู่กันต่อไปอย่างไร  คนโสด  เช่นกัน วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะยังวนเวียนอยู่กับการเป็นมือที่สาม หรือมีมือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคนรักของคุณ ซึ่งมีโอกาสเป็นได้ทั้ง LGBTQ+

สุขภาพ :  คาดว่าจะมีปัญหาทางระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ ยิ่งหากคุณเครียดและกดดันมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลให้อาหารไม่ย่อยมากเท่านั้น   

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :    หากคุณเป็นนักธุรกิจรายย่อย SMEs เปิดบ้านทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ  เช่น ขายอาหารตามสั่ง เครื่องดื่ม กาแฟ รับงานอิสระ ฯลฯ วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะได้ทำงานที่เกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศล มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ ยิ่งหากเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน ด้วยแล้ว นอกจากจะอิ่มบุญแล้ว ตอนเย็นมีโอกาสได้เฮเลยทีเดียว

การเงิน  :  เงินทองมีโอกาสไหลมาเทมา ไม่ว่าจะจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองได้หมด ก็อย่าเพลินกับการซื้อความสุขให้ตัวเองอยู่นะคะ วันนี้ควรแบ่งเงินไปทำบุญทำทานบ้าง  

ความรัก :  หากครอบครัวคุณอยู่กันอย่างราบเรียบและราบรื่นด้วยดีมาตลอด โดยที่คุณก็เป็นแม่บ้านแม่เรือน เป็นแม่และเมียที่ดีไม่มีที่ติ วันนี้วันแม่ คุณจึงคาดหวังที่จะได้รับการปฏิบัติที่ดีจนเสี่ยงที่จะเกิดการเหวี่ยงวีนได้ง่ายมาก    คนโสด  จริงๆ แล้วคุณรักเดียวใจเดียว และซื่อสัตย์กับความรักมาก แล้วเมื่อรักมากก็ยิ่งหวงมาก จนมีความเป็นไปได้สูงมากว่าคุณจะเรียกร้องความสนใจ เอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล   

สุขภาพ :   มีโอกาสที่คุณจะเอ็นจอยกับการรับประทานอาหารจนน้ำหนักขึ้นไม่รู้ตัว นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงกับโรคภัยต่างๆ ที่จะตามมา ซึ่งหากมีอาการเตือนควรรีบไปหาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ เลย   

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับผู้ที่คาดหวังที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และพร้อมจะทุ่มเททำงานหนักอย่างไม่คิดชีวิตแล้วล่ะก็ เป็นไปได้ว่าคุณมีโอกาสที่จะได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเขียน นักประพันธ์ นักแต่งเพลง หากอยู่กับการสร้างงานมาเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสจะได้หายเหนื่อยกันแล้ว ยกเว้นว่าหากคิดจะเสนองานหรือโครงการใหม่ๆ วันนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ผ่านการพิจารณา ทางที่ดีไม่ควรร้องเรียนหรือโวยวาย เพราะมีแนวโน้มว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง   

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าคุณกำลังถูกหลอก ด้วยการหลงช่วยเหลือคนผิดมาเป็นเวลานาน จนวันนี้เงินเริ่มไม่พอใช้ต้องดิ้นรนหาเงินจากทุกๆ ช่องทาง  รวมถึงจากแหล่งเงินที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก  :  มีโอกาสที่จากความสนิทสนมวันละเล็กละน้อย มีโอกาสที่จะทำให้คุณถึงกับหลงละเมอเพ้อหากับบางสิ่งบางอย่าง หรือบางคน จนเริ่มมีความคิดว่า อยู่คนเดียวดีกว่าไหม   คนโสด  จากความสนิทสนมไลน์คุยกันวันละนิดละหน่อย ใครจะเชื่อว่า จะมีอิทธิพลมากพอให้คุณหลงใหลเขาหรือเธออย่างรวดเร็วจนหมิ่นเหม่ที่จะกระทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามขึ้น

สุขภาพ  :   ก็ยังอยู่กับกลุ่มนักดื่ม ปาร์ตี้สายแข็ง วันนี้หากจะดื่มก็ไม่ควรขับขี่ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่สุขภาพจะทรุดโทรมและมีปัญหาเรื้อรังตามมา

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :   `หากคุณเป็นนักธุรกิจรายย่อย SMEs เปิดบ้านทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ  เช่น ขายอาหารตามสั่ง เครื่องดื่ม กาแฟ รับงานอิสระ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา จนถึงขยายกิจการหรือสาขายังต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ทางที่ดีควรเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การขัดแย้งแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น และฉกฉวยผลประโยชน์อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมีโอกาสที่งานจะสะดุดหยุดลงกลางคัน   

การเงิน  :   หากวันนี้คุณจะเดินทางไปติดต่อประสานงาน หรือเจรจาธุรกิจการลงทุน มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ เงินทองไหลมาเทมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรฝืนลงทุนอย่างบ้าระห่ำ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดตัวได้ง่ายๆ  

ความรัก :   มีโอกาสที่คุณจะได้เดินทางโยกย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศในช่วงเวลาอันใกล้นี้ แต่ก็เป็นแค่ความเห็นของคุณคนเดียว ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าคู่คุณจะไม่เห็นด้วย  คนโสด  วันนี้ว่าด้วยเรื่องของศักดิ์ศรี การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น และความอยากที่จะเข้าครอบครองคนที่รักให้ได้ แม้จะต้องเดินทางไกลก็ตาม

สุขภาพ  :   เป็นไปได้ว่าระบบย่อยอาหาร ลำไส้ และกระเพาะอาหารจะทำงานผิดปกติ ซึ่งคาดว่าจะเป็นสาเหตุมาจากความเครียดและปล่อยวางไม่ได้

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายบันเทิงเริงรมย์ ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ความสวยความงาม วันนี้มีโอกาสที่คุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ต้นไม้ อาคารสำนักงาน สิ่งก่อสร้าง  ซึ่งคุณมีสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ที่ดี โดยเฉพาะความฝันและความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จเป็นทุนอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่ยากที่จะไปถึงจุดนั้น  กระนั้นก็ตามการเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป จะทำให้การประกอบอาชีพมีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดได้ง่ายๆ

การเงิน  :  หากคุณจะซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ต้นไม้  ก็ควรรอบคอบ พิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกหลอกได้ง่ายๆ  

ความรัก :   วันนี้มีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจร่วมหุ้นซื้อบ้านเพื่อลงหลักปักฐานสร้างอนาคตด้วยกัน เพราะคุณอยากทำให้ถูกต้องของการสร้างครอบครัวที่ดี     คนโสด  มีโอกาสที่แฟนเก่าจะติดต่อกลับมา แต่มาคราวนี้คุณจะซีเรียสและจริงจังกับอนาคตแล้ว ห้ามไก่กา

สุขภาพ  :   หากคุณเครียดและเอาจริงเอาจังกับการทำงาน จนไม่ได้นอนหลับพักผ่อน วันนี้มีความเสี่ยงที่ระบบทางเดินหายใจจะมีปัญหา  รวมถึงหลอดเลือด และหัวใจ นอกจากนั้นยังมีปวดหลังและสายตาด้วย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายการเกษตร ตั้งแต่เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม โอท็อป ฯลฯ วันนี้คุณมีอารมณ์ศิลปินเต็มตัว จึงมีโอกาสที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆ และได้รับการตอบรับที่ดีด้วย ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง  

การเงิน    :   มีโอกาสที่คุณจะซื้อ-ขายที่ดินทางการเกษตร ต้นไม้ และทำราคาได้ดีด้วย ถึงอย่างไรก็ควรเก็บเงินไว้บ้าง เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะใช้เงินฉลองวันแม่อย่างสนุกสนานเพลิดเพลินเลยทีเดียว

ความรัก   :   นับเป็นวันแม่ที่อบอุ่นของคุณเลยทีเดียว เพราะคุณจะมีความสุขอยู่ท่ามกลางความรักและเอาใจใส่ของครอบครัว   คนโสด  จริงๆ แล้วคุณไม่เข็ดกับความรัก สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ นับว่าโชคดีที่วันนี้คุณจะได้พบกับความรักที่จริงจังและจริงใจเสียที  

สุขภาพ  :  มีโอกาสที่คุณจะไปฉลองวันแม่โต๊ะใหญ่เลยทีเดียว ก็ต้องระวังน้ำหนักขึ้นด้วยนะคะ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ไขมัน ความดัน เบาหวานจะตามมาชุดใหญ่เหมือนกัน  

Centara reserve samui

สัมผัสชายหาดแบบส่วนตัว Centara reserve Samui จุดหมายเพื่อการพักผ่อนสุด Exclusive

จากกรุงเทพฯ บินตรงถึงเกาะสมุยเพียงชั่วโมงนิดๆ ก็ได้สัมผัสกับการพักผ่อนแบบเต็มอิ่มในบรรยากาศส่วนตัวที่ Cantara Reserve Samui

ทุกตารางเมตรของที่นี่ออกแบบมาเพื่อรองรับนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยรีสอร์ทแห่งนี้ออกแบบในสไตล​์โคโลเนียลที่มาพร้อมกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยแวดล้อมด้วยสวนสวยสไตล์ทรอปิคอลริมหาดเฉวง มีห้องพักสุดหรู 184 ห้อง รวมทั้งพูลสวีท และพูลวิลล่าติดชายหาด พร้อม 6 ห้องอาหารและบาร์ที่มีความโดดเด่น  

Centara reserve samui
Centara reserve samui

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากมายเช่น รีเซิร์ฟ สปา เซ็นวารี แห่งแรกของโลกที่มาพร้อมสวนสปาสมุนไพรออร์แกนิค ฟิตเนสเซ็นเตอร์ สระว่ายน้ำวิวทะเล และสถานที่จัดงาน ห้องประชุมหลากหลายรูปแบบ

Centara reserve samui

ความพิเศษของรีสอร์ทแห่งนี้ในเรื่องอาหารเครื่องดื่มก็ไม่ธรรมดา ที่นี่มีทั้งห้องอาหารและบาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากถึง 6 ร้าน สนุกไปกับบรรยากาศหรูหราแต่เรียบง่ายที่บีชบาร์ริมชายหาดแห่งใหม่ล่าสุดบนเกาะสมุย ไปจนถึงอาหารสไตล์โมเดิร์นที่ยังคงรสชาติต้นตำรับ หรือจะเลือกจิบค็อกเทลผสมเหล้าจินที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษที่ จินบาร์

สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ห้องอาหาร Act 5  เป็นอีกพื้นที่ที่มีสไตล์อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ มีกิมมิกที่การตกแต่งจานด้วยสมุนไพรสดที่เก็บมาจากสวนของรีสอร์ท

 Salt Society ร้านอาหารและ บีชบาร์ บรรยากาศสุดฮิป ที่นี่เสิร์ฟอาหารประเภทซีฟู้ด มีเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์มาเป็นพิเศษเคล้าคลอไปกับจังหวะเพลงฟังสบาย ที่สำคัญพลาดไม่ได้เลยกับซันเดย์บรันช์ อิ่มอร่อยพร้อมวิวทะเลที่สวยไม่แพ้กัน 

Centara reserve samui

ห้องอาหารที่ Centara Reserve Samui ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ห้องอาหาร Sa-Ngaหรือ “สง่า” ในภาษาไทย เสิร์ฟอาหารแนวทาปาสสไตล์ไทยที่มาพร้อมรสชาติต้นตำรับที่แสนอร่อยปรุงแต่งสไตล์โมเดิร์นโดยมาสเตอร์เชฟที่รังสรรค์จานพิเศษจากครัวเปิด,ห้องอาหาร The Terrace ได้แรงบันดาลใจมาจาก Piazza ลานกว้างในประเทศอิตาลี มาพร้อมอาหารนานาชาติจากทั่วทุกมุมโลก

ในขณะที่ Pool Bar มุมยอดนิยมของรีสอร์ทก็เหมาะแก่การนอนแช่น้ำและชมวิวเกาะที่สวยราวภาพวาด หรือนั่งผ่อนคลายริมสระพร้อมจิบเครื่องดื่ม รวมถึงครีเอทีฟค็อกเทล และอาหารทานเล่น รวมถึงThe Gin Run ที่นำเสนอจินหลากหลายสูตรเฉพาะ และยังมีเมจิครีเซิร์ฟจิน ที่รังสรรค์โดยทีมมิกซ์โซโลจิสต์มากประสบการณ์ สร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มที่รับรองเลยว่าทุกคนที่มาเยือนจะต้องติดใจไปตามๆ กัน

Centara reserve samui
Centara reserve samui

Centara Reserve Samui อีกหนึ่งทางเลือกของการพักผ่อนสุด Exclusive ที่ได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและการพักผ่อนสุดหรูอย่างครบครัน สำหรับใครที่มีแพลนจะใช้วันหยุดยาวให้คุ้มค่า สามารถสำรองที่พักได้ที่ โทร. +66 (0) 77230500 อีเมล์ [email protected] 
เว็บไซต์ https://www.centarahotelsresorts.com/reserve/crs/promotion/

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย ได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/reserve/crs/ Facebook   Instagram                    

รักแท้ของแม่

มหัศจรรย์ รักแท้ของแม่ แม้ฉันไม่ได้อุ้มท้อง แต่ทุ่มรักลูกสุดตัวหมดหัวใจ

ใครที่กำลังคิดว่าตัวเองช่างไร้ค่าอยู่ตอนนี้ขอให้หยุดคิดกันสักนิด เพราะวันนี้ “แพรวดอทคอม” จะพาไปพบกับ รักแท้ของแม่ ที่แม้จะไม่มีโอกาสได้ให้กำเนิดลูกน้อยด้วยตัวเอง แต่ความรักที่มีต่อลูกกลับไม่น้อยเลย แล้วจะรู้ว่า แค่เราเกิดมาบนโลกใบนี้ ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากสำหรับแม่แล้ว

เกิดเป็นผู้หญิงใช่ว่าจะโชคดีมีลูกง่ายกันทุกคน เพราะบางคนพยายามให้มีลูกหลายวิธี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง ซึ่งโลกนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คิด ยังมีเทคโนโลยีสุดล้ำหรือเรื่องดีๆคอยช่วยอยู่ อย่างเรื่อง “การอุ้มบุญ” ที่เป็นตัวช่วยสำหรับคุณแม่ที่มีลูกยาก ที่จะหาคนที่รักและวางใจมาอุ้มท้องให้ตลอด 9 เดือน ซึ่งคนดังบ้านเราก็มีการใช้วิธีอุ้มบุญเช่นกัน จะมีใครบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลยค่ะ

7 มหัศจรรย์ รักแท้ของแม่ แม้ฉันไม่ได้อุ้มท้อง แต่ทุ่มรักลูกสุดตัวหมดหัวใจ

อุ๊ – มณฑ์ลัชชา สกุลไทย & พะเพื่อน – ชุติมณฑน์ สกุลไทย

รักแท้ของแม่

รักแท้ของแม่

รักแท้ของแม่

คุ้นตาตามหน้าสื่อเป็นอย่างดี สำหรับไฮโซชื่อดังแถวหน้า อุ๊ – มณฑ์ลัชชา สกุลไทย ที่มักจะมีลูกสาวคนสวย พะเพื่อน – ชุติมณฑน์อยู่เคียงกายตลอด ซึ่งพะเพื่อนก็ได้กระโดดชิมลางงานละครให้ได้เห็นกันไปบ้างแล้วอย่างสุดแค้นแสนรัก ที่รับบทเป็นลลนา คุณอุ๊เป็นคนหนึ่งที่ใช้วิธีอุ้มบุญเพื่อให้มีน้องพะเพื่อน โดยคนที่อาสาอุ้มบุญให้คือ อดีตคู่สะใภ้ หรือดารารุ่นใหญ่ อี๊ด-ดวงใจ หทัยกาญจน์ ที่เรารู้จักกันอย่างดี ถึงแม้ไม่ได้คลอดลูกด้วยตัวเอง แต่คุณอุ๊ก็รักลูกพะเพื่อนมาก ซึ่งแม่อี๊ดได้เล่าผ่านรายการสมาคมเมียจ๋าว่า ช่วงที่คลอด คุณอุ๊เห็นน้องพะเพื่อนถึงกับร้องไห้น้ำตาร่วงด้วยความยินดีเลย

ธัญญ่า – ธัญญาเรศ เองตระกูล & น้องลียาลลียา เองตระกูล

รักแท้ของแม่

รักแท้ของแม่

ธัญญาเรศ เองตระกูล

ขึ้นชื่อว่ามีลูกยากคนหนึ่ง สำหรับสาว ธัญญ่า-ธัญญาเรศ ที่หลังจากแต่งงานกับ สัณชัย เองตระกูล ก็ต้องผิดหวังสูญเสียน้องในครรภ์ไปถึง 3 ครั้ง ซึ่งเธอก็ได้ลูกพี่ลูกน้องที่มีรูปร่างสมบูรณ์สุขภาพแข็งแรงอาสามาอุ้มบุญให้ เพราะเห็นมาตลอดว่าธัญญ่าอยากมีลูกมาก แม้ตอนแรกจะตั้งใจให้เป็นลูกแฝดชาย – หญิง แต่ธัญญ่าได้น้องลียามาเพียงหนึ่งคน เธอก็มีความสุขมากๆแล้ว และแม้ไม่ได้ตั้งครรภ์เอง ธัญญ่าก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆในช่วงที่น้องลียาจะได้ลืมตาดูโลก ซึ่งตอนนี้น้องลียาก็เติบโตขึ้นเป็นเด็กน่ารัก และมีธัญญ่าคอยรักและดูแลอย่างใกล้ชิด

พิม – ซอนย่า คูลิ่ง & น้องภฌา โดมินิก

ก่อนจะมีน้องภฌา ลูกชายหน้าตาน่าเอ็นดู กับสามีลูกครึ่งไทย – ฝรั่งเศส วิน โปลโดมินิก วัชรสินธุ์ พิม – ซอนย่าก็เป็นอีกหนึ่งสาวที่พยายามมีลูก แต่ก็ต้องสูญเสียลูกในท้องไปก่อน ซึ่งน้องภฌา โดมินิก เกิดจากน้องที่ซอนย่ารักมาอุ้มบุญให้ และซอนย่าเองก็ทั้งรักทั้งห่วงลูกชายคนแรกนี้มากๆ

เกรซ มหาดำรงค์กุล – น้องจาติม

เกรซ มหาดำรงค์กุล

เกรซ มหาดำรงค์กุล

คู่รักภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เกรซ มหาดำรงค์กุล และโน้ต – จงเจต เกรซเป็นผู้หญิงอีกคนที่มีลูกยาก จนกระทั่งได้ใช้วิธีอุ้มบุญมาช่วย โดยสาวเกรซได้เผยต่อสื่อหลังจากมีน้องจาติม ลูกสาวที่หน้าตาน่ารักหลังครบ 1 ปีตามเคล็ดที่ถือว่า เธอไม่ได้ตั้งครรภ์เอง โดยให้น้องของเธออุ้มบุญให้ ซึ่งหน้าตาน้องจาติมก็ได้เค้าโครงคุณพ่อโน้ตสุดๆ ซึ่งสาวเกรซก็รักน้องจาติม และคอยดูแล หากิจกรรมทำร่วมกันตลอด

อ่านต่อหน้า 2

คุณศุภมาสอิศรภักดี Cover

ซูมชีวิตหลากหลายบทบาท “ผึ้ง-ศุภมาส อิศรภักดี” หญิงเก่งบวกแกร่งแม่ผู้ไม่รู้จักคำว่าท้อ

อีกหนึ่งต้นแบบผู้หญิงเก่งบวกแกร่ง “คุณผึ้ง – ศุภมาส อิศรภักดี” ชื่อของเธออาจเคยคุ้นหูกันบ้างในฐานะ ส.ส.หญิงหลายสมัย จนกระทั่งปัจจุบันนี้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทย แต่นอกเหนือจากบทบาททางการเมือง หมวกอีกใบของเธอซึ่งมีน้อยคนได้รับรู้คือการเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สามารถนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ในเวลาไม่กี่ปี ส่วนหมวกใบสุดท้ายที่เธอเลือกเฟ้น ออกแบบอย่างดี และไม่เคยถอดออกเลยนั่นคือบทบาทของความเป็น “แม่” ที่ยึดโยงตัวตนและจิตวิญญาณของเธอเอาไว้เป็นแกนกลางหมวกแต่ละใบกว่าจะได้มานั้นต้องทุ่มเทอย่างมาก แต่ไม่ว่าหมวกกี่ใบที่สวมอยู่จะหนักสักเท่าไหร่ ก็ไม่เคยมีคำว่า “ท้อ” อยู่ในพจนานุกรมของผู้หญิงนักสู้คนนี้เพราะเธอมีลูกเป็นดั่งดวงอาทิตย์คอยให้พลังงานแก่เธออยู่ตลอดเวลา

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณผึ้งสนใจการเมืองคืออะไรคะ

“พอผึ้งจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรรมจากมหาวิทยาลัยวอร์ริก ประเทศอังกฤษ (เกียรตินิยม และปริญญาโทอีกใบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) แล้วเข้าทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทในเครือ ปตท. ผึ้งถือเป็นเด็กจุฬาฯคนเดียวในรุ่นที่เลือกไปทำงานที่ระยอง อาจเพราะร้อนวิชา อยากไปทำงานในโรงงานที่ทาง ปตท.เปิดรับอยู่พอดี หลังจากทำได้ 4 – 5 ปีก็ขอลาออก เนื่องจากคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผึ้งอยากทำงานที่ไม่ต้องตอกบัตรทุกเช้า – เย็น เพราะต้องดูแลแม่และทำงานไปด้วย

“ตอนนั้นปี 2543 เป็นช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปี 2540 เพิ่งออกมาไม่นาน จึงมีคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมาทำงานการเมืองกันมาก ประกอบกับมีคนแนะนำว่านักการเมืองเป็นอาชีพอิสระ สอดคล้องกับความต้องการของผึ้งพอดี และได้ทำงานเพื่อสังคมไปด้วยพร้อมกัน จึงตัดสินใจไปสมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไทยรักไทย”

ไปสมัครทั้งที่ไม่มีฐานเสียงอะไรเลยหรือคะ

“ต้องบอกว่าผึ้งไม่รู้เรื่องอะไรเลยดีกว่า เป็นแค่ลูกคนธรรมดา ไม่ได้เติบโตในครอบครัวนักการเมือง พอดีว่าช่วงนั้นพรรคไทยรักไทยภาค กทม.กำลังมองหาผู้หญิงรุ่นใหม่และไม่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน แต่ผึ้งต้องผ่านด่านสัมภาษณ์แบบอรหันต์หลายรอบมาก โดยมีผู้ใหญ่ของพรรคอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ คุณเสนาะ เทียนทอง นำทีมสัมภาษณ์ ความที่ผึ้งเป็นเด็กก็คุยไปตามสไตล์ตัวเอง จึงไม่ค่อยได้รับความสนใจนัก แต่ผึ้งโชคดีที่มีรุ่นพี่คณะวิศวะที่จุฬาฯเป็น ส.ส.รุ่นพี่ช่วยผลักดัน จำได้ว่ามีคำถามหนึ่งตอนสัมภาษณ์ว่า ทำไมจึงอยากเป็น ส.ส. ผึ้งตอบว่า ถ้าผึ้งยังทำงานอยู่ที่ ปตท. จุดสูงสุดที่ทำได้ก็แค่เป็นผู้ว่าฯ ปตท. แต่ถ้าเรามาเป็น ส.ส. สูงสุดคือได้เป็นรัฐมนตรี ได้สร้างประโยชน์ให้สังคมมากกว่า ทีมสัมภาษณ์ในวันนั้นมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าประทับใจคำตอบนี้มาก เขารู้สึกว่าผึ้งมีจิตวิญญาณของนักการเมือง ไม่เฟค จึงช่วยกันเชียร์ให้ผึ้งผ่านเข้ารอบ

“แต่หลังจากสอบสัมภาษณ์ไปประมาณ 10 รอบ ทางพรรคก็ยังนัดไปคุยอีก นั่งรอตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงหนึ่งทุ่มก็ยังไม่เรียก คือคงไม่ได้รับความสนใจ เพราะผึ้งหน้าใหม่มากจริงๆ”

ตอนนั้นท้อบ้างไหมคะ

“ไม่เลย เพราะคิดว่าทำเต็มที่ และมุ่งมั่นเหมือนที่เคยทำกับทุกอย่างในชีวิตที่ผ่านมา มันย่อมสำเร็จ แค่รู้ว่าต้องสัมภาษณ์ก็ไปนั่งรอเป็นอย่างนั้นร่วมเดือนค่ะ จนวันหนึ่งผู้ใหญ่ในพรรคมาบอกว่าให้ผึ้งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคไทยรักไทย เขตหลักสี่ วินาทีนั้นรู้สึกว่า Mission Completed แล้ว”

คุณผึ้งมีกลยุทธ์หาเสียงอย่างไรคะ

“คนในพรรคแนะนำให้รู้จักกับ ส.ก. และ ส.ข.เขตหลักสี่ เขาช่วยแนะนำให้รู้จักพื้นที่ ความท้าทายคือเราเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ในพื้นที่ จะทำอย่างไรให้เป็นที่รู้จักของประชาชนได้เร็วที่สุด ผึ้งจึงคิดกลยุทธ์ว่าทุกวันประมาณตีห้าครึ่งจะไปยืนแนะนำตัวที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านใหญ่ๆ ประมาณ 8 แห่ง แล้วยกมือไหว้รถทุกคัน ที่ออกมา โดยมีทีมงานคอยถือป้ายหาเสียงเป็นระยะๆ ทำอย่างนั้นสลับไปวันละหมู่บ้านจนครบก็วนกลับมาใหม่”

เสียงตอบรับเป็นอย่างไรคะ

“ดีมากค่ะ เพราะเขาคงไม่เคยเจอว่าขับรถออกจากบ้านตอนเช้าแล้วเจอผู้สมัครยืนรอ สร้างความฮือฮาพอสมควร ผึ้งยืนไหว้จนถึงประมาณ 8 โมงเช้า จากนั้นไปตามตลาด เพื่อพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่อยู่แถวๆ นั้น ตอนสายเข้าไปในชุมชนตามแฟลต เที่ยงไปแจกบัตรแนะนำตัวผู้สมัครตามโรงอาหารของหน่วยงานต่างๆ ในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บ่ายเข้าชุมชนต่อจน 4 โมงเย็นก็เปลี่ยนไปเดินกดกริ่งตามบ้านในหมู่บ้าน พอคนในบ้านออกมา ผึ้งก็ยกมือไหว้ ‘สวัสดีค่ะ ผึ้งเป็นผู้สมัครเบอร์ 7 พรรคไทยรักไทย ขอโอกาสมารับใช้ที่นี่นะคะ’ ทำให้คนพูดปากต่อปากว่าผู้สมัครคนนี้ขยันมาก สุดท้ายผึ้งก็ได้รับเลือกเป็น ส.ส.เขตหลักสี่ในวัยเพียง 26 ปี ถือว่าอายุน้อยที่สุดในสภา” (ยิ้ม)

การเป็น ส.ส.หญิง แล้วยังอายุน้อยมาก ในสมัยนั้นคุณผึ้งต้องฝ่าฟันอะไรบ้างคะ

“ยุคนั้น ส.ส.มักทำงานต่อเนื่องมานานหลายสมัย เราเป็นเด็กรุ่นใหม่ ก็เป็นความชาลเลนจ์ที่ต้องพิสูจน์การทำงานของตัวเองให้ได้รับการยอมรับ ผู้สมัครเก่าๆ หรือหัวคะแนนจากพรรคอื่นคอยจับตาตลอด อย่างเวลาไปร่วมงานศพ เขากันไม่ให้ผึ้งเป็นประธานในงาน แต่ให้ผู้สมัครที่สอบตกเป็นแทน ผึ้งไม่ได้สนใจที่โดนดิสเครดิตแบบนี้ อาจเพราะเขาไม่คุ้นกับการที่มี ส.ส.เป็นผู้หญิง ผึ้งจึงต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน เช่น ประสานกับหน่วยงานราชการในการของบประมาณเข้าพื้นที่ มีงานอะไรในพื้นที่ ผึ้งไปหมด อย่างงานวันเด็กถือเป็นวันที่โหดที่สุด เพราะในพื้นที่มีการจัดงานถึง 93 งาน ผึ้งสามารถไปครบทุกงานนะคะ (หัวเราะ) เพราะเตรียมการไว้ก่อน โดยทีมงานจะนำของไปร่วมงานล่วงหน้าหนึ่งวัน แล้วบอกเจ้าภาพว่า ส.ส.ผึ้งจะมานะ พอไปถึงก็อยู่ร่วมงานครู่หนึ่งแล้วรีบไปต่ออีกงาน”

ชีวิตช่วงที่เป็น ส.ส.สนุกไหมคะ

“สนุกมากจนลืมทุกอย่างเลย ด้วยนิสัยของผึ้งเวลาตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ดี อย่างตอนเรียนก็ต้องให้ได้เกียรตินิยม ผึ้งจบจากโรงเรียนสตรีวิทยาด้วยคะแนนเฉลี่ยสูงสุด 1 ใน 5 ของรุ่น ตอนเรียนจุฬาฯก็ได้ทุนนักเรียนเรียนดีของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯทุกปี พอมาลงเล่นการเมืองก็ทุ่มเทอย่างหนัก จนได้รับเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องด้วยคะแนนท่วมท้น เพราะทำงานลงพื้นที่ตลอด ไม่ได้ไปเฉยๆ หรือแค่โชว์ตัว แต่ไปพัฒนาพื้นที่ เช่น ทำถนน ทำศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ ออกหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เปิดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาถูก ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ถือว่าผึ้งเป็นที่รักของชาวหลักสี่ก็ว่าได้ ผึ้งได้เป็นรองโฆษกพรรคไทยรักไทย และตำแหน่งสูงสุดคือรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัยคุณสมัคร สุนทรเวช

“จากนั้นมีการรัฐประหาร 2 ครั้ง เป็นช่วงที่เหมือนตกงาน แต่ยังต้องรับผิดชอบทีมอีกหลายสิบชีวิต บางคนจบปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ บางคนจบปริญญาโท ยอมทิ้งอนาคตมาอยู่กับผึ้งเป็น 10 ปี แล้วอยู่มาวันหนึ่งผึ้งจะบอกเขาว่าเธอกลับบ้านไปนะ ผึ้งทำไม่ได้จริงๆ จึงคิดทำอะไรที่จะช่วยให้ทีมมีรายได้เพื่อ ดำรงชีพอยู่ได้ ลองทำธุรกิจหลายอย่างมาก เช่น เปิดแผงขายหนังสือให้ลูกน้องได้มีงานทำ หารถผลไม้ดองให้พวกเขาไปขาย ทำร้านอาหาร ทำโรงงานรับซื้อของเก่า สุดท้ายมาลงตัวที่โรงงานผลิตอาหารเสริม”

ทำไมเลือกทำธุรกิจด้านนี้คะ

“ตอนนั้นปี 2555 ธุรกิจด้านนี้ยังไม่บูมเหมือนปัจจุบัน แต่ผึ้งมองว่าอาหารเสริมกำลังจะเป็นปัจจัยที่ห้าที่คนต้องการในอนาคต จึงเริ่มศึกษาเรื่องนี้ ทำรีเสิร์ช คุยกับผู้เชี่ยวชาญ นักโภชนาการ นักวิจัย และพัฒนาโปรดักต์ขึ้นมา โดยผึ้งเป็นคนแรกๆ ที่ใช้ยุทธศาสตร์ Star Marketing ให้ทีมติดต่อชวนดารามาเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม อย่างเนย – โชติกา วงศ์วิลาส โดยเรารับหน้าที่เป็นผู้ผลิตให้ ซึ่งโปรดักต์แต่ละตัวนั้นเราไม่ได้ทำตามใจ แต่มีการถามความต้องการของเจ้าของแบรนด์แต่ละคนด้วยว่าต้องการโปรดักต์แบบไหน เพราะมันต้องเป็นสิ่งที่เขาใช้จริง เพื่อให้มั่นใจที่จะบอกต่อ ประกอบกับตอนนั้นประเทศไทยเพิ่งเริ่มฮิต IG จึงทำให้สินค้าขายดีมาก ส่วนการเป็นนักการเมืองก็มีส่วนช่วยในการทำธุรกิจทางอ้อมด้วย เพราะทำให้มั่นใจว่าโรงงานนี้ผลิตจริงและมีมาตรฐาน ทำเพียงไม่กี่ปีก็สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้”

ทำงานมาหลายอย่าง ยังมีอะไรที่อยากทำและยังไม่ได้ทำไหมคะ

“ทำงานจนอายุประมาณ 41 ปี เริ่มรู้สึกอิ่มตัว เพราะงานการเมืองก็เพลาลง โรงงานก็รันไปด้วยดี จึงเป็นครั้งแรกที่มีเวลาอยู่นิ่งๆ ได้ใช้ความคิดกับอย่างอื่น นอกจากการทำงาน ผึ้งพบว่าตัวเองอยากมีลูก ส่วนหนึ่งมาจากการคิดถึงแม่ แม่เลี้ยงผึ้งมาอย่างดีมาก เป็นทุกอย่างในชีวิตจริงๆ พอคิดถึงสิ่งดีๆ ที่แม่เคยทำให้เรา รู้สึกว่าอยากเป็นแม่ที่มอบความรักให้กับลูกได้อย่างแม่ของเราเองบ้างสิ่งที่จุดประกายจริงๆ และทำให้ตัดสินใจทำคือเพื่อน (คุณแบม – จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์) เล่าให้ฟังว่าเพิ่งไปเก็บไข่มา เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ไข่จะน้อยลงเรื่อยๆ พร้อมกับเตือนผึ้งว่ารีบไปทำนะ เดี๋ยวไข่หมดจะมีลูกไม่ได้ และเพื่อนรุ่นน้องอีกคนแนะนำว่าคุณหมอที่เก่งด้านนี้ชื่อนายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ โรงพยาบาลเจตนิน ให้ลองไปคุยดูก่อน พอได้คุยกันครั้งแรกก็รู้สึกว่าคุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่ได้ทำให้ผึ้งรู้สึกว่าการทำกิฟต์เป็นภาระหรือเรื่องใหญ่อะไร แต่เป็นเรื่องธรรมดา และไม่ยากอย่างที่คิด จึงเริ่มเข้าสู่วงการ (ยิ้ม) ซึ่งยอมรับว่าเป็นความกล้าหาญ อย่างมากที่ตัดสินใจตั้งครรภ์ตอนอายุ 46 ปี เป็นวัยที่หลายคนมีหลานกันแล้ว แต่เราเพิ่งจะมีลูก แต่ผึ้งเชื่อว่าเราตั้งใจดีอย่างเต็มที่ การแพทย์สมัยนี้ก็ก้าวหน้า ทุกอย่างน่าจะเป็นไปได้ดี

“ขั้นตอนก็ไม่ต่างจากการทำกิฟต์ทั่วไป เริ่มจากฉีดยาที่เป็นฮอร์โมนกระตุ้นเข้ารอบสะดือวันละเข็มในเวลาเดิมทุกวัน ซึ่งพี่ล้ำ (คุณล้ำพันธุ์ – สามี) จะต้องกลับบ้านมาฉีดให้ทุกวันจนกว่าจะสำเร็จ เพื่อให้ไข่ตกเยอะขึ้น จากปกติไข่ตกเดือนละฟอง เป็นเดือนละ 10 – 20 ฟอง อาจต้องฉีดติดต่อกันสัก 1 – 2 สัปดาห์ เมื่อไข่ตกเยอะแล้ว คุณหมอจะให้ยาสลบประมาณ 20 นาทีเพื่อเจาะเก็บไข่ แค่ทำครั้งแรกผึ้งถึงกับอาเจียนเลย เพราะแพ้ยาสลบ ทรมานมาก ปวดท้อง แน่นไปหมด แต่ด้วยนิสัยนักสู้ พยายามอดทนเพื่อลูก ครั้งแรกได้มา 10 กว่าฟอง จากนั้นนำไข่ไปผสมกับอสุจิของสามีในห้องทดลองเพื่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน แล้วจึงใส่ตัวอ่อนเข้าไปที่โพรงมดลูก ซึ่งช่วงเวลานี้ผึ้งจะต้องนอนบนเตียงนิ่งๆ 10 วันค่อยไปพบหมอเพื่อรอฟังผล”

ผลเป็นอย่างไรคะ

“ติดค่ะ คุณหมอบอกว่าได้แฝดด้วย ผึ้งดีใจมาก ไม่คิดว่าครั้งแรกจะสำเร็จเลย แต่พอครบ 3 เดือนไปอัลตราซาวนด์ดู ปรากฏว่าฝาแฝดหัวใจหยุดเต้นทั้งคู่เท่ากับว่าผึ้งเสียลูกไป ก่อนหน้านั้นตอนผึ้งอายุ 37 ปีเคยท้องมาแล้วรอบหนึ่ง แต่แท้งไป ครั้งนี้ทำกิฟต์ไม่คิดว่าจะเป็นอีก เพราะเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว

“ตอนที่ฟังผลที่จริงผึ้งช็อกไปเลย แต่ประโยคแรกที่พูดกับหมอคือ ‘แล้วทำอย่างไรต่อคะ’ คุณหมอบอกว่าเดือนหน้าทำใหม่ แต่ก็ไม่ติด เดือนถัดมาก็ใส่ใหม่ เรียกว่าเข้าลูปเดิมแบบนี้อยู่ 3 ปีเต็มๆ ผึ้งไม่เคยหยุดแม้แต่เดือนเดียวจนคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นคนไข้ที่แฟ้มหนาที่สุดในโรงพยาบาล”

เคยคิดจะล้มเลิกความตั้งใจไหมคะ

“ไม่เคยค่ะ คุณหมอสมเจตน์มีส่วนช่วยมาก เคยมีบางคนแนะนำให้ผึ้งเปลี่ยนหมอ บอกว่าดวงอาจจะไม่สมพงษ์กัน แต่คำพูดของคุณหมอสมเจตน์ที่บอกว่า‘ผมจะต้องทำให้คุณผึ้งสมหวังให้ได้’ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัวผึ้งตลอด ทุกครั้งที่ไปฟังผล พอคุณหมอบอกว่าเดือนนี้ไม่ใช่เดือนของเรานะ ผึ้งก็ยอมรับและเดินหน้าต่อ ผึ้งเจอคุณหมอทุกสัปดาห์ตลอด 3 ปีจนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว ต่อให้ผิดหวังกี่ครั้ง ผึ้งก็ไม่ฟูมฟาย เชื่อมั่นในตัวหมอและเดินหน้าต่อไป”

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ช่วงไหนที่เจ็บปวดที่สุดคะ

“คงเป็นช่วงแรกๆ เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ตอนหลังเจ็บจนชินแล้วค่ะ แต่ที่เจ็บสุดคือตอนฉีดยาละลายลิ่มเลือด เพราะผึ้งมีอาการของเลือดแข็งตัว จึงต้องฉีดยาช่วยตั้งแต่วันแรกของการใส่ตัวอ่อน ซึ่งเจ็บมาก นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ใส่ตัวอ่อนต้องฉีดยาละลายลิ่มเลือดและฉีดทุกวันจนกว่า

จะคลอด โดยมีพี่ล้ำเป็นคนฉีดให้ทุกวันอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นกว่าจะได้ลูกตลอด 3 ปีผึ้งต้องฉีดยาเป็นพันๆ เข็มเลยค่ะ ชีวิตช่วงนั้นผึ้งไม่ได้ทำอะไรเลยออกกำลังกายก็ไม่ได้ ไปเที่ยวไหนนานๆ ก็ไม่ได้ อย่างมากแค่ 2 – 3 วันก็ต้องกระหืดกระหอบกลับมา ต่างประเทศยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

“จนครั้งล่าสุดที่ใส่ตัวอ่อนเข้าไปที่โพรงมดลูก วันที่ 15 กรกฎาคม 2561ขณะที่ผึ้งนั่งรอฟังผลหน้าห้องหมอ คุณหมอคงเปิดแฟ้มแล้วเห็นผล ถึงกับไลน์มาบอกทันทีว่า Congratulations, you are pregnant. แล้วส่งภาพถ่ายผลแล็บมาให้ คือไม่รอแจ้งผลในห้อง เพราะรู้ว่าข่าวดีอย่างนี้ผึ้งรอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว” (หัวเราะ)

จำความรู้สึกแรกเมื่อรู้ว่าจะได้เป็นคุณแม่ได้ไหมคะ

“ตอนนั้นกลัวค่ะ กับหวาดระแวง กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถแคร์รี่ลูกไปได้ถึง 9 เดือน เพราะเราไม่เคยได้ไปต่อจนครบกำหนด พี่ล้ำเองก็รู้สึกอย่างเดียวกันเพราะลุ้นด้วยกันกับเรามาตลอด”

คุณล้ำที่นั่งอยู่ข้างๆ ภรรยาบอกถึงเหตุผลว่า “ผมเคยไปเป็นเพื่อนผึ้งช่วงทำกิฟต์แรกๆ แล้วผลออกมา Fail ตลอด รู้สึกสงสารและคิดว่าเป็นเพราะดวงผมหรือเปล่าที่ทำให้ไม่มีลูกเสียที จึงบอกเขาว่าผมไม่ไปนะ เหมือนเป็นการแก้เคล็ดยิ่งตอนผึ้งเริ่มท้องลูก ถ้าผมเข้าไปเกี่ยวข้อง กลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาดเหมือนที่แล้วมาเลยขอเป็นหน่วยซัพพอร์ตดูแลให้ตอนเขากลับมาดีกว่า”

“ผึ้งก็ถือเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ขนาดผลอัลตราซาวนด์ผึ้งยังไม่หยิบกลับบ้านเลย อาจเพราะยังไม่เชื่อว่าตัวเองท้องจริงๆ อายุเราก็ไม่น้อย โรคประจำตัวก็เยอะจนถึงวันที่คลอดน้องเทพ (พันธนัฐ พรรธนประเทศ) ก็ยังไม่เชื่อว่าจะฝ่าฟันมาถึงจุดนี้ได้ ผึ้งจึงไม่เคยซื้อเสื้อหรือของเด็กเก็บไว้แม้แต่ชิ้นเดียว กลัวว่าถ้าซื้อไปแล้วจะเสียใจ ทำให้น้องเทพต้องใส่เสื้อของโรงพยาบาลกลับบ้านค่ะ (หัวเราะ)

“ผึ้งเชื่อว่าเขาเป็นอภิชาตบุตรมาเกิด เพราะตั้งแต่ท้องจนคลอด ผึ้งไม่เคยมีอาการแพ้ท้องหรืออาเจียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาการตะคริวหรือนอนหงายไม่ได้ก็ไม่เคยเป็น เรียกว่าเป็นปกติทุกอย่างจนวันคลอด ลูกก็ไม่เคยดิ้นเลย แต่หมอก็ไม่ได้บอกว่าลูกมีปัญหาอะไร จนช่วงสัปดาห์ที่ 36 หมอบอกว่าครรภ์เป็นพิษให้รีบไปแอดมิตที่โรงพยาบาลแล้วผ่าคลอด

“ผึ้งไปขอฤกษ์วันเวลาเกิดของน้องเทพจากพระที่ครอบครัวเรานับถือ พร้อมกับให้พระท่านตั้งชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว ผึ้งเลือกวันศุกร์ เพราะพระท่านบอกว่าเขาจะรักแม่มาก (ยิ้ม) ส่วนฤกษ์เวลาคลอดพระท่านให้ 3 ฤกษ์คือ ฤกษ์แรกเขาจะเติบโตยิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นถึงระดับนายกรัฐมนตรีหรือมหาเศรษฐี ฤกษ์ที่ 2 เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่มีความสุข และฤกษ์ที่ 3 เขาจะได้เป็นนักบวช”

คุณผึ้งเลือกฤกษ์ไหนคะ

“ฤกษ์ที่ 2 ค่ะ เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่มีความสุข เพราะผึ้งไม่คิดว่าลูกต้องรวย ต้องดัง ต้องยิ่งใหญ่ เพราะเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงการมีชื่อเสียงอาจเป็นความภูมิใจของครอบครัว แต่ไม่ใช่สำหรับตัวเขา เพราะเขาต้องลำบากกว่าจะไปยืนตรงจุดนั้นได้

“เมื่อถึงตอนคลอด น้องเทพไม่ร้องเลย จนผึ้งขอคุณหมอให้ช่วยดูหน่อยว่าเขาเป็นใบ้หรือเปล่า แล้วเขาลืมตาช้ามากด้วย ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์จึงลืมตา เราก็กลัวเขาตาบอดอีก อาจเป็นเพราะผิดหวังสะสมมาตลอด4 ปี จนทำให้ไม่เชื่อว่าตัวเองจะมีลูกได้ แม้จะคลอดออกมาแล้วก็ยังไม่เชื่อว่าเขาจะรอด ทำให้ผึ้งระแวงไปหมด ขนาดอุ้มลูกยังไม่กล้า กลัวเขาคอหัก โชคดีที่ผึ้งมีสามีที่ดีมาก เขาช่วยเลี้ยงลูกโดยไม่เคยเกี่ยง อาบน้ำให้ลูก เปลี่ยนแพมเพิร์สให้ ถ้าเทพร้องกลางดึกเขาจะเป็นคนลุกขึ้นไปดูว่าลูกเป็นอะไรโดยไม่เกี่ยงงอน พี่ล้ำไม่เคยบ่นว่าทำไมผึ้งนอยด์ขนาดนี้ เพราะเขาเข้าใจในความกังวลจากการผิดหวังมานานของเรา ดังนั้น

อะไรที่ทำได้ เขาเป็นธุระจัดการหมด รวมทั้งใส่ใจลูกทุกอย่าง คอยถ่ายวิดีโอถ่ายรูป ไปไหนไปกัน เขาก็เชื่อเหมือนผึ้ง คือทุกวันลูกโตขึ้น ลูกไม่ใช่เด็กคนเดิมของเมื่อวาน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ เราไม่อยากพลาดสักโมเมนต์ของลูก จึงบันทึกทุกอย่างที่ทำได้ อีกหน่อยเขาโตขึ้น เขาจะได้รู้ว่าพ่อแม่รักเขามากแค่ไหน”

อัพเดตพัฒนาการของน้องเทพสักนิดค่ะ

“ครอบครัวเราเป็นครอบครัวเล็ก ไม่ได้มีปู่ย่าตายายมาสอนว่าต้องเลี้ยงลูกแบบไหน และก็ไม่อยากเปิดตำรา ต้องบอกว่าเราเลี้ยงเขามาตามสัญชาตญาณเคยปรึกษากับพี่ล้ำว่าจะเอายังไงดี…งั้นเราเลี้ยงลูกในแบบของเรา คือให้เขาได้สัมผัสธรรมชาติเยอะๆ แล้วให้ธรรมชาติเป็นฝ่ายสอนเขาเอง ผึ้งพาเข้าโรงเรียนอินเตอร์ Purple Elephant ซอยทองหล่อ ตั้งแต่อายุขวบครึ่ง เพราะคิดว่าทั้งพ่อและแม่ออกไปทำงาน ไม่มีใครสามารถลาออกมาเป็นพ่อหรือแม่ฟูลไทม์ เวลาระหว่างนั้นให้ลูกได้มีพัฒนาการที่ถูกต้องที่โรงเรียนดีกว่าอยู่บ้านให้พี่เลี้ยงดูแลอยากให้เขาไปเจอครู มีสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน

“เราต้องไม่ลืมว่าจริงๆ แล้วพ่อแม่ทุกคนก่อนที่ลูกจะเกิดมานั้น สิ่งที่ขอคือขอให้มีอวัยวะครบ 32 ก็พอ ไม่ได้หวังอะไรไกลกว่านั้น ผึ้งกับพี่ล้ำก็เช่นกัน เมื่อลูกคลอดออกมา สิ่งอื่นๆ ที่เกินจากนี้คือโบนัสชีวิต เราไม่เคยเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น ไม่เคยกดดันลูกหรือกดดันตัวเอง แม้แรกๆ น้องเทพจะมีพัฒนาการช้าบ้างในบางเรื่อง แต่เชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็ทำได้ เพราะเด็กทุกคนมีความพิเศษของตัวเอง

“ยามว่างครอบครัวเราชอบไปทะเล ทริปใกล้ๆ ก็ไปหัวหิน เทพจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกครั้ง ได้รู้จักหอย อันนี้หอยเม่น อันตรายนะ ส่วนอันนี้ไม่อันตรายชื่อว่าอะไรบ้าง หรือการไปเที่ยวสวนสัตว์ ครั้งแรกเขาอาจจะยังไม่กล้าให้อาหารยีราฟ แต่พอครั้งถัดไปเขากล้ามากขึ้น ซึ่งการไปไหนแต่ละครั้งเราจะเห็นพัฒนาการของลูกอย่างชัดเจนว่าได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติ ล่าสุดพาไปเชียงใหม่เทพได้ลองตำข้าว ขี่ควาย ขี่ช้าง ทำนา น้องเทพจึงคุ้นเคยกับธรรมชาติมากกว่าการใช้ชีวิตในเมือง ถ้าไม่มีเวลา ง่ายที่สุดคือเราไปสวนลุมพินีด้วยกัน ไปเดินสัมผัสธรรมชาติ ผึ้งแทบไม่พาเขาไปเดินห้างเลย เพราะคิดว่าไปช็อปปิ้งก็มีแต่เราที่มีความสุข เขาไม่ได้สนุกด้วย เคยมีครั้งหนึ่งนัดพี่แหน (คุณนันทวัน แสงธรรมกิจกุล) ไปช็อปปิ้ง โดยพาน้องเทพไปด้วย ปรากฏว่าเขาขอกลับบ้านท่าเดียว (หัวเราะ) เพราะไม่คุ้นกับห้าง

“ถ้าถามว่าอยากให้ลูกโตขึ้นเป็นอะไร ทั้งผึ้งและพี่ล้ำอยากให้เขาเป็นครู เพราะเรารู้สึกว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีแต่คนยกมือไหว้ เป็นอาชีพของการเป็นผู้ให้ ไม่ต้องไปต่อสู้กับใคร ถ้าเป็นหมอ เขาต้องเรียนหนักและลำบาก จึงอยากให้ลูกมีอาชีพที่มีเกียรติ เป็นผู้ให้และมีความสุขด้วย

“การเป็นแม่ในอายุ 47 ปีนั้นไม่ง่ายเลย ผึ้งมีข้อจำกัดมากมาย เราไม่มีแรงวิ่งไล่ตามเขาให้ทัน อุ้มเขาไปไหนไกลก็ไม่ไหว ยิ่งมาคิดดู เราจะมีเวลาอยู่กับลูกได้นานที่สุดแค่ไหน ผึ้งก็ตอบตัวเองเลยว่าถึงเวลาเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองบ้างแล้ว กินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ออกกำลังกาย วิ่ง เล่นโยคะ พี่ล้ำก็สนับสนุนให้กำลังใจตลอด เพราะเขาเองก็ชอบออกกำลังกาย จากคนที่ไม่เคยตรวจสุขภาพเลย มาเป็นตรวจสุขภาพแบบละเอียดยิบที่โรงพยาบาลทุก 6 เดือน เพื่อให้ร่างกายเราแข็งแรงมากที่สุด ได้อยู่กับเขาให้นานที่สุด

“จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเจอก้อนเนื้อขนาด 3 เซนติเมตรที่เต้านม จึงทำการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ พบว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 1 ความคิดแรกคือคิดถึงลูก ตอนนั้นลูก 2 ขวบกว่า เราจะเป็นอะไรไม่ได้ แม่ต้องรอด ไม่ใช่เวลามานั่งฟูมฟาย คิดแค่ว่าต้องรักษาให้หายเท่านั้น เพราะลูกยังเล็ก จึงถามคุณหมอว่าต้องรักษาอย่างไร ได้คำตอบว่าต้องผ่าออกให้เร็วที่สุด”

แล้วคุณล้ำว่าอย่างไรคะ

“ตอนที่ทราบผลไม่กล้าโทร.หา กลัวเขาตกใจ รอเจอหน้าแล้วบอกว่าวันนี้ไปตรวจร่างกายมานะ เจอว่าเป็นมะเร็ง เขาก็บอกว่า เหรอ ก็ไปผ่าสิ ผ่าแล้วก็หาย คือเขาพยายามทำให้เราเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเขาดราม่า เราก็ยิ่งดราม่า เขาอยากให้เรารู้สึกว่านี่คืออีกหนึ่งความป่วยไข้ มันรักษาได้ อย่าไปตระหนกกับมัน ยิ่งกังวลยิ่งเครียด มะเร็งก็อาจจะยิ่งลาม”

เมื่อถึงเวลาผ่าตัด กังวลมากไหมคะ

“สิ่งที่ผึ้งกังวลมากคือหลังจากผ่าตัดเสร็จเราต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 3 คืน ห่วงว่าลูกจะนอนกับใคร เพราะตั้งแต่เขาเกิดมาก็ไม่เคยนอนแยกกันเลย จึงกลั้นใจถามคุณหมอว่าขอไม่นอนโรงพยาบาลได้ไหม เพราะกลัวลูกร้องหาตอนกลางคืน หมอบอกว่าโอเค ไม่เป็นไร กลับไปนอนดูอาการที่บ้าน ถ้ามีอะไรก็รีบมาโรงพยาบาลแล้วกัน วันนั้นเข้าผ่าตัดเสร็จตอนบ่าย พอฟื้นมาถึงจะเจ็บแค่ไหน ตกเย็นเราก็ยังยืนยันว่าจะกลับบ้านเลย

“จากนั้นก็เริ่มกระบวนการฉายแสง 50 ครั้ง ทุกวันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ติดกันเป็นเวลา 2 เดือน ผึ้งไม่มีอาการแพ้เลย ผมก็ไม่ร่วง อาจเพราะผึ้งเคยอดทนกับความเจ็บปวดมากๆ มาแล้วก็ได้ หลังจากผ่าตัดใหม่ๆ ผึ้งเดินไม่ไหว เพราะเจ็บแผลมาก แต่ยังต้องพาลูกไปเที่ยว ผึ้งใช้วิธีนั่งวีลแชร์ไป จะร้อน จะกระแทกกระเทือนแผลขนาดไหนก็ทนได้ เพราะไม่อยากหยุดทำหน้าที่แม่เลยแม้แต่วันเดียว

“เวลาลูกเล่น ผึ้งจะเล่นด้วยตลอด พี่เลี้ยงที่พาไปด้วยเพียงแค่ช่วยซัพพอร์ตเท่านั้น ผึ้งให้เวลากับเขามากที่สุด เวลานอนผึ้งจะพยายามพาเขาเข้านอนเองทุกครั้งที่อยู่บ้าน เพราะรู้สึกว่านี่เป็นหน้าที่ของเรา จะเรียกว่าผึ้งเป็นแม่หลงลูกก็ได้นะ (หัวเราะ) แม้จะไม่ได้อยู่กับลูกทุกวัน โชคดีที่นอกจากจะมีคุณพ่อแล้ว ผึ้งยังมีลูกบุญธรรมที่คอยเป็นอีกหนึ่งแรงในการช่วยดูแลน้องเทพ”

เล่าเรื่องลูกบุญธรรมให้ฟังหน่อยนะคะ

“เขาชื่อ ‘ซู่’ หรือ ‘อิซาน บานุชาลี’ เป็นเด็กชายชาวอินเดียที่แสดงเป็นหนุมานตอนเด็กในซีรี่ส์เรื่อง หนุมาน สงครามมหาเทพ ค่ะ ผึ้งได้ดูเขาแสดงแล้วรู้สึกผูกพันกับเขามาก พอดีรู้จักกับคุณแอน (คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์) เจ้าของ JKN ที่นำเข้าซีรี่ส์นี้มาออกอากาศในเมืองไทย ทราบว่าเขาจะต้องบินไปพบซู่ที่อินเดีย จึงขอร่วมทริปไปด้วย บินไปเจอเขาอย่างนี้อยู่ 4 – 5 ปีจนรู้สึกผูกพันกัน ยิ่งเห็นว่าครอบครัวเขาลำบาก ผึ้งจึงตัดสินใจรับเป็นลูกบุญธรรม แล้วพามาอยู่เมืองไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เขาเรียกเราว่าคุณพ่อคุณแม่ แล้วคอยดูแลน้องเทพอย่างดีมาก เหมือนเป็นน้องแท้ๆ”

ขออนุญาตถามถึงคุณล้ำบ้างนะคะ

“เป็นคนที่แม่เลือกให้ค่ะ ท่านบอกว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนเดียวที่ทนผึ้งได้ (หัวเราะ) เพราะผึ้งเอาแต่ใจตัวเอง เนื่องจากเป็นลูกคนเล็ก อายุห่างจากพี่สาว 8 ปี จึงมีแต่คนเอาใจ เมื่อแม่เลือกให้เราก็โอเค ก็คบกับเขามาตั้งแต่อายุ 19 คบกันมาเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่แม่พูดทุกอย่าง เขาใจดีและใจเย็น อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ตั้งแต่เป็นแฟนกันจนทุกวันนี้กว่า 30 ปี เขาไม่เคยว่าผึ้งแม้แต่ครั้งเดียว คำน้อยก็ไม่เคยบ่น แม้จะไม่ค่อยพูดคำหวาน แต่เขาทำทุกอย่างให้เรารู้ว่ารัก โดยที่ไม่ต้องพูดอะไร เคยมีคนบอกว่าทุกความสัมพันธ์ต้องมีใครสักคนเป็นคนล้างจาน หรือต้องมีใครสักคนที่เสียสละ พี่ล้ำคือคนที่ทำหน้าที่นั้น เขาไม่ใช่แค่ล้างจาน แต่ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ดูแลเมียและลูก คอยดูว่าผึ้งชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เก็บดีเทลเล็กๆ น้อยๆ แล้วหามาให้ กระเป๋าสีไหนผึ้งยังไม่มี เขาหาซื้อมาจนได้ เชฟมิชลินร้านไหนอร่อยต้องพาไปชิม ผึ้งมีหน้าที่แค่เดินตาม นี่ก็เพิ่งรู้จากตัวแทนประกันชีวิตว่าพี่ล้ำทำประกันชีวิตให้ผึ้งเป็นผู้รับผลประโยชน์ คือถ้าเขาเสียชีวิต ผึ้งจะได้เงินประกันจำนวนมหาศาล เรียกว่าเยอะจนน่าตกใจ พี่ล้ำบอกว่าเขาเป็นห่วงว่าถ้าไม่มีเขาแล้วผึ้งจะลำบาก เขาเป็นคนที่ทำอะไรแบบ Behind the Scene เป็นผู้ชายที่ไม่ได้มาหาเสียงกับเราไงคะ (ยิ้ม) ทำทุกอย่างจากใจจริงๆ เป็นสุภาพบุรุษ ไม่รู้จะหาใครที่ดีกว่านี้ได้อีกแล้ว

“ความที่เขาเป็นคนสนใจด้านการลงทุน จบปริญญาโทด้านไฟแนนซ์โดยเฉพาะ จึงชอบเล่นหุ้น เทรดหุ้น ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดทุนเข้าขั้นหลงใหลเลย รายได้จากการเล่นหุ้นจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ใช้ดูแลครอบครัว ถ้าเราออกปากอยากได้อะไร เขาให้หมดทุกอย่าง ผึ้งจะช็อปปิ้งหรือใช้เงินเท่าไรไม่เคยบ่นนะคะ (หัวเราะ) กลับส่งเสริมว่าถ้าจะซื้ออะไร ให้ซื้อแต่ของที่ดีที่สุด ถ้าเขามีเหตุต้องไปต่างประเทศคนเดียว ขากลับเขาก็จะมีของฝากติดมือมาให้ตลอด เหมือนมีเราไปด้วย เพราะถูกใจทุกชิ้น ล่าสุดเขาชวนไปดูเครื่องประดับไฮจิเวลรี่แบรนด์ Van Cleef&Arpelเขาตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ เลือกชิ้นที่มีเพียง ชิ้นเดียวในโลกให้ เพราะปีที่แล้วซื้อรถหรูให้เป็นของขวัญแล้ว พอมาปีนี้จึงเปลี่ยนมาให้จิเวลรี่แทน (แพรว แอบได้ยินว่าคุณล้ำสั่งรถหรูไว้ให้คุณผึ้งอีกคันแล้วด้วย)

“สำหรับเขา ลูกเมียต้องมาก่อน เขาใส่นาฬิกาอยู่เรือนเดียวคือ Garmin นาฬิกาสำหรับออกกำลังกาย แต่เขาซื้อนาฬิกาหรูให้ผึ้งใช้หลายเรือนมาก”

ถ้าให้ย้อนกลับไปมองชีวิตที่ผ่านมา อะไรที่ทำให้คุณผึ้งประสบความสำเร็จในทุกมุมของชีวิตในวันนี้

“ผึ้งเชื่อว่าคนเราอยู่ได้ด้วยความหวังและความฝัน ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเกิดคนอื่นทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน ขอให้มีความศรัทธาในตัวเอง สิ่งนั้นก็จะเกิดผลสำเร็จ

“วันที่แม่เสีย ผึ้งสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องเสียใจกับเรื่องอะไรมากอีกแล้ว ชีวิตที่เหลือต้องมีความสุข และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่าที่สุด ทั้งกับตัวเอง ครอบครัว ลูกน้อง และคนรอบข้าง

“ที่จริงจะบอกว่าทุกอย่างที่ทำมาเพราะเราแกร่ง เราอึด เราฮึดสู้ไม่ยอมแพ้อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเหนือสิ่งอื่นใดคือผึ้งได้รับการสนับสนุนจากสามี ตอนทำกิฟต์ผึ้งจะสู้ไม่ได้ขนาดนี้เลยถ้าขาดพี่ล้ำ แม้ทุกๆ เข็มที่จิ้มลงมา ทุกความเจ็บปวดที่เราเจอ เขาจะไม่ได้เจ็บเหมือนอย่างที่เราเจ็บ แต่ข้างในเขาเข้าใจเลยว่าความเจ็บปวดที่พุ่งเข้าหาเรารุนแรงขนาดไหน เราต้องอดทนแค่ไหน

“นอกจากหมอ คนที่อยู่ด้วยไม่เคยห่างก็คือสามีนี่แหละ เวลาเจ็บหนักมากๆหรือเจอเรื่องอะไรที่กดดันมากๆ มันจะไม่ใช่ ‘อดทนนะผึ้ง’ แต่มันคือ ‘อดทนไปด้วยกันนะผึ้ง’ เหมือนผึ้งเว่อร์นะ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เขายังช่วยซัพพอร์ตธุระต่างๆ รอบตัว จัดการทุกอย่างให้หมด เราอาจเป็นคนท้องที่เจ็บทางกายหนักกว่าคนอื่น แต่เรื่องใจเรามีแต่ความสุข ยิ่งพอน้องเทพเกิดมา เราคิดว่ามันคือโมเมนต์ที่สุขที่สุดแล้วที่เรามีครบพ่อแม่ลูก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลย ความสุขที่ว่าไม่มีขั้นสุด มีแต่ความสุขเพิ่มขึ้นทุกวันๆ

“ผึ้งคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่มีครอบครัวอบอุ่น แม้จะไม่ได้เป็นครอบครัวใหญ่ แต่เราเป็นครอบครัวตัวติดกัน เรามั่นใจได้ว่าวันที่เราเหนื่อย จะมีอีกคนที่พร้อมดูแลเรา ชีวิตเรามี Safty Net รองรับอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันเราก็พร้อมเป็น Safty Net ให้กับเขา

“หลายคนอาจบอกว่าชีวิตคือการเดินทางไล่ตามความฝัน แต่สำหรับผึ้ง ทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา บอกตัวเองเสมอว่าชีวิตนี้เราเดินทางมาไกลเกินกว่าที่ฝันไว้เสียอีก สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้จึงเปรียบเสมือนโบนัสจากความเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ของเรา

“ผึ้งอยากบอกทุกคนว่า การจะมีชีวิตที่มีความสุขได้นั้นคือการลงทุน และเมื่อถึงเวลาที่ใช่ เราจะได้เก็บเกี่ยวผลลัพธ์ที่หว่านไว้ ขอแค่เราไม่ยอมแพ้ หรือหมดศรัทธาในตัวเองไปก่อน”

จิเซล บุนเชน ดูแล ผิวใต้ตา 1

สยบปัญหาใต้ตาแพนด้า ‘จิเซล บุนเชน’ เผยทริคดูแลผิวรอบดวงตาให้สวยใส

นางแบบตัวแม่อย่าง จิเซล บุนเชน (Gisele Bündchen)’ แม้จะเป็นคุณแม่ลูกสองแต่รูปร่างก็ยังคงฟิตเฟิร์มเหมือนหยุดเวลาไว้สมัยเป็นเจ้าแม่รันเวย์ ซึ่งจิเซลเผยว่าสำหรับเธอการดูแลหุ่นยังไม่ยากเท่าดูแลผิวใต้ตาเลย

สยบปัญหาใต้ตาแพนด้า ‘จิเซล บุนเชน’ เผยทริคดูแลผิวรอบดวงตาให้สวยใส

“ฉันเป็นคนแอ๊คทีฟทำกิจกรรมตลอดเวลาจนเป็นนิสัย เรื่องน้ำหนักเลยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ที่ฉันห่วงมากกว่าคือผิวบริเวณใต้ตา เพราะริ้วรอยและความหย่อนคล้อยจะทำให้สื่อถึงความสดใสออกมาได้ไม่เหมือนเดิม และไม่อยากทำอะไรให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ฉันจึงพยายามที่จะอ่อนโยนมากกับผิวบริเวณนี้ โดยจะไม่สัมผัสรุนแรงหรือขยี้ 

“ที่สำคัญคือต้องให้เวลากับการทาอายครีมอย่างเคร่งครัด ตัวไหนที่มีแอพพลิเคชั่นพิเศษแถมมาด้วย ฉันจะศึกษาและใช้อย่างจริงจัง ไม่มองข้าม

“อีกข้อที่หลายคนอาจไม่ได้ระวังคือ การแต่งตาด้วยเมคอัพที่กันน้ำมากเกินไป ซึ่งทำให้ต้องออกแรงถูจึงจะหมดจด ส่วนตัวฉันพยายามเลี่ยงมาสคาราสูตร Waterproof เพราะบางตัวล้างออกยากจริงๆ มาสคาราสูตรธรรมดาแบบที่ใช้แล้วไม่แพนด้าก็มีค่ะ เวลาจัดการกับมันก็เท Eye Makeup Remover ที่มีคุณภาพลงบนสำลีให้ชุ่ม แปะทิ้งไว้บนเปลือกตาแล้วเช็ดออกด้านข้างเบาๆ ไม่ต้องถู จะช่วยเซฟผิวใต้ตาได้เยอะ”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 985
ภาพ : gisele

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

“ICONCRAFT Thai Textile Heroes” Cover

ไอคอนคราฟต์ ร่วมสืบสานมรดกแห่งภูมิปัญญา ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง จัดงานนิทรรศการผ้าครั้งยิ่งใหญ่ “ICONCRAFT Thai Textile Heroes”

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสานผ้าไทยจนเป็นที่ประจักษ์ กอปรกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันผ้าไทยแห่งชาติ” ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทยชั้น 4-5 ไอคอนสยาม จึงจัดงาน “ICONCRAFT Thai Textile Heroes” ประจำปี 2565  จัดนิทรรศการผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าศิลปินระดับประเทศผู้สร้างสรรรค์งานผ้าไทยมรดกแห่งภูมิปัญญา ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย พบการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟของกระเป๋าผ้าไทยประจำปีในคอลเล็กชั่น S’Craft: Craftsmanship 2022 จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ตื่นตาผลงานผ้าทออันประณีตจากครูศิลป์ของแผ่นดินผู้ปลุกชีวิตผ้าไทย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย แห่งบ้านจันทร์โสมา พร้อมสัมผัสผลงานการออกแบบของเหล่า Thai Textile Heroes อาทิ ASAVA, ISSUE, THEATRE, WISHARAWISH, และไทยดีไซเนอร์ชั้นนำระดับประเทศที่สร้างสรรค์ผลงานผ้าไทยได้อย่างน่าอัศจรรย์ ได้แก่  Ek Thongprasert, HOMEStudioSHOP, Indigoskin, KANAPOT, Termtem Studio, TIPA By Tipayaphong, Galerie de Himmapan และสินค้าผ้าไทยอื่นๆ อีกมากมาย โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม 

ไอคอนคราฟต์ ร่วมสืบสานมรดกแห่งภูมิปัญญา ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง จัดงานนิทรรศการผ้าครั้งยิ่งใหญ่ “ICONCRAFT Thai Textile Heroes“

สำหรับวันเปิดงานได้รับเกียรติจาก คุณศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธาน โดยมีผู้บริหารไอคอนคราฟต์ คุณอุสรา ยงปิยะกุล, คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์ พร้อมด้วยผู้บริหารไอคอนสยาม คุณสุมา วงษ์พันธุ์ ให้การต้อนรับ  โดยภายในงานได้รับเกียรติ ผู้มีเกียรติและเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้า อาทิ  คุณรติรส จุลชาต, คุณศิริชัย ทหรานนท์, คุณภูภวิศ กฤตพลนารา, คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ตลอดจนผู้หลงใหลผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.มะลิวรรณ​ ประยงค์​พันธุ์, ดร.มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตร, ดร.บังอร เบญจาธิกุล, คุณชลดา ธารีรัตนาวิบูลย์, คุณจิตรลดา ดิษย​นันทน์, รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, คุณวรารัตน์ นารังค์ และ คุณรออิส อัลนะดีห์  เป็นต้น 

คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์  ผู้บริหารไอคอนคราฟต์ กล่าวว่า “เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงอนุรักษ์มรดกแห่งภูมิปัญญาอันล้ำค่าไม่ให้สูญหายไป ไอคอนคราฟต์ ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและเป็นแหล่งรวมงานของช่างฝีมือไทยทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุดจาก 77 จังหวัด ได้จัดนิทรรศการ “ICONCRAFT Thai Textile Heroes” ประจำปี 2565 ขึ้น โดยนำผลงานผ้าทอมืออันวิจิตรงดงาม และหาชมได้ยากจากการรังสรรค์ของศิลปินชั้นครู รวมถึงผลงานการออกแบบไทยดีไซเนอร์ไทยชั้นนำมาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นการเผยแพร่งานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าให้คนไทยได้ภาคภูมิใจและมีส่วนร่วมในการสนับสนุน ส่งเสริมการใช้ผ้าไทยในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการรักษามรดกภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป”

  • SIRIVANNAVARI เปิดตัวคอลเล็กชั่นกระเป๋าแห่งปี S’Craft : Craftsmanship 2022

พบกับกระเป๋าผ้าไหมคอลเล็กชั่นเอ็กซ์คลูซีฟที่ทุกคนรอคอย S’Craft: Craftsmanship 2022 จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI จากพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย ด้วยการพระราชทานผ้าไหมไทยให้ช่างฝีมือยกระดับงาน ผสมผสานเทคนิคงานปักในระดับสากล โดยความพิเศษในปีนี้ คือ กระเป๋าผ้าไหม โดดเด่นในโทนสีฟ้า ผสานงานปักและขนนกสุดประณีต ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วางจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 190 ใบ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย มอบแด่ “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” โดยจะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟภายในงาน ICONCRAFT Thai Textile Heroes เท่านั้น   
สำหรับความพิเศษของกระเป๋าทรงออกแบบครั้งนี้ พระองค์ทรงพระราชทานผ้าไหมไทยส่วนพระองค์ ที่เป็นผ้าไหมพื้นเมืองจากกลุ่มผู้ทอผ้าต่างๆ ทั่วประเทศ เพิ่มความโดดเด่นด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยมจาก Sirivannavari Atelier and Academy ด้วยงานปักแบบฝรั่งเศส ตกแต่งด้วยขนนก, คริสตัล และลูกปัด สรรค์สร้างลวดลาย ล้อไปกับลายผ้าอย่างประณีตตระการตา อีกทั้งงานปักตัวอักษร “S” สัญลักษณ์ของแบรนด์ ถือเป็นการเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทอผ้าไหมพื้นเมืองของไทย
ที่ผสมผสานกับศิลปะงานปักแบบฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว โดยผ้าไหมส่วนพระองค์พระราชทานจากจังหวัดต่างๆ มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ ผ้าไหมแพรวาลายช่อดอกหมาก, ผ้าไหมมัดหมี่ลายหวี, ผ้าไหมมัดหมี่ลายนาคชูดวง, ผ้าไหมแพรวาลายล่วง, ผ้าลายกาบแบตขอ, ผ้าไหมมัดหมี่ลายขอพระราชทาน, ผ้าไหมมัดหมี่ลายกีบบักบก, ผ้ากาบบัว, ผ้ามัดหมี่ลายหมากจับสอดมับไม, ผ้าไหมมัดหมี่ลายโคมฟ้า, และผ้ายกดอกลายลูกแก้ว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผ้าไหมลวดลาย และสี ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ผ้าไหมของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย  

  • ผ้าทออันวิจิตรจากสองครูศิลป์ของแผ่นดิน

อีกไฮไลท์ของนิทรรศการที่หาชมได้ยากคือการจัดแสดงผ้าทอของเหล่าศิลปินผู้สืบสานงานหัตถศิลป์มรดกของวัฒนธรรมไทย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ก่อตั้งกลุ่มทอผ้ายกทอง ‘จันทร์โสมา’ หมู่บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์  ที่นำผ้าไทยอันทรงคุณค่า โดยใช้เทคนิคความชำนาญและขั้นตอนการผลิตอันประณีต ผสมผสานการทอผ้ายกทองชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณ มาจัดแสดงและเปิดโอกาสให้ผู้หลงใหลเสน่ห์ผ้าไทยได้ครอบครอง

  • ผลงานลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก Thai Textile Heroes

ภายในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีผลงานลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก Thai Textile Heroes ของ 4 แบรนด์ดัง ได้แก่

  • พลพัฒน์ อัศวะประภา จากแบรนด์ ASAVA (อาซาว่า) เปิดตัวคอลเล็กชั่นชุดผ้าไทยตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่
    กับ 10 ชุดพิเศษที่หยิบยกเอาซิกเนเจอร์ซิลูเอทในแบบฉบับอาซาว่า มาผสมผสานและร้อยเรียงเข้ากับอัตลักษณ์ความงดงามและประณีตของผ้าไหมไทย กับโครงชุดที่มีความเรียบง่ายคลาสสิคอันเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์
    ที่หลากหลาย ตั้งแต่ชุดเดย์แวร์สวมใส่ง่ายอย่าง เชิ้ตเดรส เคปเบลาส์และกระโปรง ไปจนถึงลุคที่มีความเรียบโก้อย่าง เทรนช์เบลาส์แขนกุดสวมใส่คู่กับกางเกงขายาวทรงตรงเข้าชุด เทรนช์เดรสแขนกุด และชุดราตรียาวแต่งเคป
  • ภูภวิศ กฤตพลนารา จากแบรนด์ ISSUE (อิชชู่) นำ “ผ้าลายขอพระราชทาน” จากชุมชนหมู่บ้านทางภาคใต้ มาตัดเย็บเป็นเสื้อ กางเกง เดรส และ เสื้อคลุม สร้างความภาคภูมิใจในการถ่ายทอดแนวคิด “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”
    เป็นการยกระดับศักยภาพของการพัฒนาลายผ้าทอให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงอัตลักษณ์ และเสน่ห์ของความเป็นไทยไว้ พร้อมด้วยแฝงด้วยความสนุกสนาน อีกทั้งยังพัฒนาต่อยอด สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนอีกด้วย
  • ศิริชัย ทหรานนท์ จากแบรนด์ THEATRE (เธียเตอร์) เป็นครั้งแรกที่ THEATRE ได้ทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากผ้าไหมไทย โดยผ้าที่นำมาออกแบบในคอลเล็กชั่น Theater Silk Resort Collection 2022 ทั้งหมดมาจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้แก่ ผ้ามัดหมี่ลายต่างๆ และผ้าไหมพื้นหลากสี นำมาตัดเย็บเป็น เสื้อผ้า ชุดลำลอง ชุดเดรส ที่มีการใช้ผ้ามา patch work แต่งให้มี
    คาแรกเตอร์ และความแตกต่างกันไป ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้ แต่ละชุดได้ออกแบบมาเพียงชุดเดียว และได้เพิ่มรายละเอียดในงานปักประดับที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
  • วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข จากแบรนด์ WISHARAWISH (วิชระวิชญ์) กับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าร่วมสมัย Fancy-free ผ่านการออกแบบที่ผสมผสาน “สี” และ “รูปทรง” ให้เกิดมิติ โดยไม่ลืมที่จะเติมเต็มด้วยดีเทล ซิลูเอตและวอลลุ่ม
    ที่น่าสนใจ กลายเป็นความ “เรียบโก้ไร้กาลเวลา” ที่สามารถสวมใส่ได้ง่ายหลากหลายโอกาส ให้สัมผัสที่เบาสบายเหมือนได้ไปพักผ่อนและรู้สึกถึงความผ่อนคลายในทุกๆ การสวมใส่
  • Thai Designer ชั้นนำระดับประเทศ

พร้อมกันนี้ภายในงานยังประกอบด้วยด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์จากไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ อาทิ 

Ek Thongprasert (เอก ทองประเสริฐ) นำความงามของผืนผ้า บาติกทางภาคใต้จากจังหวัดสงขลา และยะลามาพัฒนาให้ร่วมสมัยมากขึ้น

Galerie de Himmapan (แกลเลอรี่ เดอ หิมพานต์) นำเสนอผลงานพัดจีบเขียนลายไทย ผสมผสานจิตรกรรมตะวันตกเป็นรูปดอกไม้ที่ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธย  อันได้แก่ ดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์ คัทลียาควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ และบัวควีนสิริกิติ์ 

HOMEStudioSHOP (โฮม สตูดิโอ ช้อป) มาพร้อม Half and Half Collection ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเติมเต็มครึ่งด้วยอีกครึ่ง เพื่อให้ได้ชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ในมุมมองใหม่ นำมาขยายความต่อเป็นชิ้นงานผ้าทอมือที่ถูกนำมาคัดสรร เลือกมาแมทช์กับผ้าทอเนื้อที่แตกต่าง 

Indigoskin (อินดิโก้สกิน) กับลิมิเต็ดเอดิชั่น Indigoskin MA-1 Jacket “Kraam” (คราม) ที่นำผ้าลายไทยต่างๆ โดยเฉพาะผ้าย้อมครามของคนไทยมาใช้ เริ่มจากเสื้อแจ็คเก็ตสไตล์นักบิน (MA-1 Jacket) ที่ได้รับความนิยมมาผสานเอกลักษณ์การออกแบบของ Indigoskin ซึ่งใช้ผ้าย้อมครามริมแดง ที่สั่งทอพิเศษเสมือนผ้ายีนส์คุณภาพสูงมาใช้เป็นผ้าหลัก 

KANAPOT (คณาพจน์) ผลงานคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดนี้ ยังคงอัตลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างชัดเจนนั่นก็คือความสนุกในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีหรือการผสมผสานลายผ้าและวัสดุแปลกใหม่ เช่น ขนนก ผ้า tulle ผ้าทอแจ็คกาด หรือวัสดุอื่นๆที่ให้มิติหลากหลายมากขึ้น โดยวัสดุหลักยังคงเป็นผ้าไหมจากศูนย์ศิลปาชีพที่มีคุณภาพดี สีสันสดใสและลวดลายมัดหมี่โบราณ ถูกนำมาหลอมรวมกันเป็นคอลเล็กชั่นเรดี้ทูแวร์ที่พร้อมสวมใส่ได้ในทุกโอกาส

Termtem Studio (เติมเต็ม สตูดิโอ) กับคอลเล็กชั่น Mother’s Love ที่ถ่ายทอดความรักในรูปแบบหลากหลายของแม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งสีหลักอย่างสีขาวที่แทนความรักบริสุทธิ์ที่มอบให้ลูก ถูกผสมตัดต่อกับผ้าลายทางในสีสันที่ขัดแย้ง และเนื้อผ้าที่แตกต่างของผ้าฝ้ายที่ถูกนำมาเย็บตัดต่อรวมกับผ้าไหม

ปิดท้ายกับ TIPA By Tipayaphong (ทิพา บาย ทิพยพงษ์) แบรนด์ระดับโอต์กูตูร์ที่สร้างสรรค์ผลงานอันประณีตมาพร้อมคอลเล็กชั่น Distracted Positive ที่สะท้อนความรู้สึกแบบสวนทาง ทั้งความสดใส หนักแน่น และความล้ำสมัย ผสมผสานกลายเป็นความรู้สึกผ่อนคลายและโรแมนติก 

นอกจากนี้ไอคอนคราฟต์ ยังมอบความพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิก VIZ CARD ที่ช้อปสินค้าภายในไอคอนคราฟต์ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนดแลกรับ ICONCRAFT GIFT VOUCHER สูงสุดมูลค่า 8,000 บาท พิเศษ!! ซื้อสินค้าครบ 35,000 ขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับส่วนลดทันที 3,000 บาท (จำกัด 100 สิทธิ์ตลอดรายการ) นอกจากนี้ลูกค้าที่มียอดซื้อสูงสุดในงาน “ICONCRAFT Thai Textile Heroes” รับเพิ่มสูงสุด 10,000 VIZ Coins จำนวน 5 รางวัล (ตามเงื่อนไขกำหนด)

ร่วมสัมผัสความวิจิตรงดงามของมรดกแห่งภูมิปัญญาที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย และอุดหนุนผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ในงาน “ICONCRAFT Thai Textile Heroes” นิทรรศการผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 10-31 สิงหาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม โดยยังคงเน้นมาตรการในการเว้นระยะห่าง และการดูแลรักษาความสะอาด การฆ่าเชื้อโรคต่างๆ เป็นสำคัญ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

จากนางงาม สู่ผู้ประกาศข่าว “เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา” กับบทบาทใหม่ที่น่าจับตา

นอกจากจะได้เห็น  “เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล” มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015 ในบทบาท พิธีกรสาวคนสวย ที่พูดได้ถึง 3 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ แล้ว ล่าสุด เฟร้นช์ฟราย ล่าสุดกับเส้นทางผู้ประกาศข่าวของเธอที่ชัดเจนมากขึ้น ในการรับหน้าที่การดำเนินรายการ “เรื่องเด่นประเด็นดัง Top Talk Daily” ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง MONO29 (โมโน ทเวนตี้ไนน์) วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น

จากนางงาม สู่ผู้ประกาศข่าว “เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา” กับบทบาทใหม่ที่น่าจับตา

ที่มาของชื่อสุดเก๋ “เฟร้นช์ฟราย” ?

“เริ่มแรกจริง ๆ เลย ชื่อ Fineday (ฟรายเดย์) ค่ะ ที่แปลว่า วันดี ๆ ที่นี้ ชื่อ เฟร้นช์ฟราย มาจากความตั้งใจของเราเอง ที่อยากจะเปลี่ยนชื่อใหม่ เพราะอยู่ในช่วงที่จะย้ายโรงเรียนพอดีในช่วงเรียน มัธยมฯ ปลาย เป็นเด็กอยากมีเพื่อนค่ะ อยากให้เพื่อนจำเราได้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นชื่อ เฟร้นช์ฟราย ที่คล้ายกับชื่อเดิม ซึ่งเพื่อน ๆ ก็จำกันได้ เรียกติดปาก ซึ่งวัยเด็กของเฟร้นช์ฟราย เป็นคนที่ห้าว ๆ มากค่ะ ทะโมน ๆ ชอบเล่นอะไรแมน ๆ วิ่งแข่ง ปีนรั้ว ฯลฯ ทำทุก ๆ อย่าง ที่เด็กผู้ชายทำ เพราะเฟร้นช์ฟราย โตมาท่ามกลางพี่ชาย และน้องชาย ซึ่งอายุห่างกันหัวปีท้ายปี และยังมีลูกพี่ลูกน้องเป็นเด็กผู้ชายอีก ก็จะติดความห้าวมาค่ะ”

ความสามารถในเรื่องภาษาจีน

“ในช่วง ม.2 – ม.3 เฟร้นช์ฟราย เรียนภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาที่สาม มาก่อนค่ะ เรียนมาได้สามปี แต่เราจำภาษาญี่ปุ่นในหัวไม่ได้เลย จังหวะนั้นต้องเลือกเรียน ระหว่างสายวิทย์ กับสายศิลป์ เราก็อยากเรียนวิทย์นะ แต่คณิต-วิทย์ เราไม่ได้เลย ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ คุณแม่ก็เลยแนะนำให้ลองเรียนภาษาจีนดู พอเรียนภาษาจีนแล้วทำให้เรามีคำตอบ มีที่มาที่ไป เรียนและทำคะแนนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เฟร้นช์ฟรายเริ่มมีกำลังใจ และมีความสุขในการเรียนค่ะ ซึ่งพอเรียนได้สักพัก คุณแม่ก็ส่งเราไปอยู่กับโฮสแฟมิลี่  ทำให้เราสามารถพูดภาษาจีนได้มากยิ่งขึ้น จนพัฒนาเป็นความสามารถของเรา และพัฒนาต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ค่ะ”

การประกวดนางงามคือจุดเปลี่ยนของชีวิต…

 “ใช่ค่ะ เพราะถ้าตอนนี้ไม่ได้ประกวดฯ เราอาจจะเรียนด็อกเตอร์อยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งก็ได้ การประกวดทำให้เฟร้นช์ฟรายรู้ตัวเองว่าตัวเราชอบงานในวงการบันเทิง ชอบทำงานหน้ากล้อง เป็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว ซึ่งก่อนประกวดนางงาม เฟร้นช์ฟรายมองว่า ทั้งการประกวด การเข้าวงการบันเทิง ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรามาก ๆ ซึ่งการเดินทางเข้าสู่การประกวดในครั้งนั้น เป็นอะไรที่สนุกมาก เป็นสังคมใหม่ที่เราได้เรียนรู้ ไม่ใช่จะแต่เรื่องราวการรวมตัวของคนสวย ๆ อย่างเดียว มันเป็นแพลตฟอร์มใหม่ ที่มอบพลังดี ๆ การสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โครงการต่าง ๆ ที่เราได้โอกาสทำมันจริง ๆ”

จากนางงามสู่การเป็นผู้ประกาศ ?

“เฟร้นช์ฟรายได้ไปประกวด มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2015 ค่ะ และได้รับตำแหน่ง ก็มองว่าเราน่าจะต่อยอดงานอะไรได้ ซึ่งตอนนั้นก็ได้โอกาสจากทางต้นสังกัดฯ ในการทำงานพิธีกร และได้ทำรายการ โต๊ะจีน  Around The World ซึ่งเป็นรายการสอนภาษาจีน ของทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ซึ่งเป็นงานที่เราอยากทำ และได้ต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนเริ่มมีงานพิธีกรอีเวนท์ ที่ใช้ภาษาไทย-จีน-ภาษาอังกฤษ เริ่มเป็นที่รู้จัก โดยการเริ่มต้นงานข่าวอย่างจริงจังจริง ๆ ก็ ที่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง MONO29 (โมโน ทเวนตี้ไนน์) นี่แหล่ะค่ะ ที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส เมื่อปี 2564 ค่ะ”

ล่าสุดกับความรับผิดชอบ ในการเป็นผู้ประกาศข่าวที่เข้มข้นขึ้น ?

“ปกติจะทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวในช่วงเช้าค่ะ แต่ฟีลลิ่งข่าวเย็นจะแตกต่างออกไป การอ่านข่าวเย็นค่อนข้างจะฮาร์ดท็อปปิค (Hard Topics) มากยิ่งขึ้น ข่าวหนัก จริงจัง มีข่าวสีสันมาเบรกอารมณ์บ้าง ซึ่งตัวเรายค่อนข้างทำการบ้านเยอะขึ้นมาก ๆ เลยค่ะ ต้องตื่นเช้ามาอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านเสร็จมาวงกลมทำไฮไลท์ นสพ. จดสรุปประเด็นใหญ่ ที่สำคัญ ๆ ในวันนั้น หลังจากนั้นก็จะดูข่าวแต่ละช่องวนไป ดูเขาเพื่อเป็นครูของเรา เพื่อที่เราจะมาอะแด็ปอะไรอย่างไรได้บ้าง ดูสไตล์การเล่าของเขา มาปรับใช้กับตัวเรา ดูการตีความ วิเคราะห์ข่าวต่าง ๆ งานข่าวคือ งานที่ท้าทายความสามารถของเฟร้นช์ฟรายมาก ๆ  ค่ะ เพราะมีประเด็น มีมุมมองใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดีใจค่ะ ที่ได้โอกาสได้ทำงานกับทีมงานที่ดี เพื่อนร่วมงานที่น่ารัก มีอะไรก็จะแนะนำคุยกันอยู่ตลอด”

เคล็ดลับการเป็นผู้ประกาศข่าวในสไตล์ “เฟร้นช์ฟราย” ?

“สำหรับ เฟร้นช์ฟราย เรายังมองว่า ตัวเรายังใหม่มาก ๆ ในวงการข่าวค่ะ แม้เราจะอยู่ในวงการมาแล้วหลายปี ในการทำงานพิธีกร งานอาจารย์สอนภาษาจีน ฯลฯ ทักษะที่มีบางครั้งเราไม่สามารถอะแด๊ปใช้กับงานอ่านข่าว ตีความข่าวได้ ยังมองว่าเรายังต้องฝึกอีกเยอะเลยค่ะ ตอนนี้เฟร้นช์ฟรายก็พยายามอัปเดตข่าวอยู่เสมอค่ะ ฟังเยอะ ๆ อ่านเยอะ ๆ ฝึกเยอะ ๆ บางวันรู้สึกเราอย่างอื่น ๆ บ้าง เช่น การแบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเราเหมือนกัน ในการ

บันลานซ์ชีวิตของเรายังไงดี เพราะเราทุ่มเทงานเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ให้กับงานข่าวจริง ๆ เพราะรักงานให้ใจอย่างเต็มที่ ต้องสู้กันสักตั้งค่ะ”

หลาย ๆ คนให้การยอมรับในความสามารถในเรื่องการใช้ภาษาจีนที่โดดเด่น มีคลิป TikTok ต่าง ๆ ออกมามากมาย

“รู้สึกขอบคุณนะคะ ที่เห็นถึงความสามารถเห็นศักยภาพ  จนทำให้เฟร้นช์ฟรายมีงานพิธีกรจากหลาย ๆ ที่ค่ะ ที่ติดต่อเข้ามา  และให้โอกาสที่ดีกับเฟรนซ์ฟรายมากมาย เราเองก็มองว่า อันนี้แหล่ะ คือ ความประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว เรามาถูกทาง ดีใจที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชม มีงานพิธีกรเขาก็จะคิดถึงเรา เป้าหมายในอนาคต เฟร้นช์ฟรายยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่อยากจะทำค่ะ อย่างตอนนี้กับการเป็นผู้ประกาศกับทางช่อง MONO29 (โมโน ทเวนตี้ไนน์) เราก็อยากเติบโตไปในทุก ๆ วัน  อยากทำให้ความสามารถในการอ่านข่าวของเรา มันดีขึ้น ๆ อ่านข่าวแล้วมันแตกฉ่านมากขึ้น อยากเก่งจนสามารถที่จะเล่าข่าว-วิเคราะห์ข่าวได้ เฟร้นช์ฟรายต้องขอขอบคุณท่านผู้ชมทุกคนด้วยนะคะ ที่ช่วยกันสนับสนุน ติดตามข่าว และเข้ามาให้กำลังใจตลอด รวมถึงให้คำแนะนำที่ดีกับเราหลาย ๆ อย่างด้วย

เฟร้นช์ฟรายยังมีความฝันอีกหลายอย่างค่ะ ที่อยากจะทำ ตอนนี้ก็เริ่มทำงานใหม่แล้ว ในการเป็นเอเจนซี่ศัลยกรรม พาชาวต่างชาติ คนประเทศจีนเข้ามาทำศัลยกรรมในไทย ก็เป็นอีกพาร์ทหนึ่งของการทำงาน ที่เราสนใจและมีแพชชั่นตรงนี้มาก ๆ อยากให้ทุกคนติดตามเป็นกำลังใจให้เฟร้นช์ฟรายด้วยนะคะ”

‘มีดวงเลิกกับแฟน ไม่ว่าจะแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ หากเกิน 2 ครั้ง มีลุ้นพบคนที่ใช่’ ดวงรายวัน 11 สิงหาคม 2565

ดวงรายวัน  11  สิงหาคม 2565 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน แน่นๆ ทั้งการงาน  การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘มีดวงเลิกกับแฟน ไม่ว่าจะแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ หากเกิน 2 ครั้ง มีลุ้นพบคนที่ใช่ !’  

ดวงรายวัน 11 สิงหาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :    ไม่ควรประมาท หรือชะล่าใจกับงานที่กำลังดำเนินไปด้วยดี เป็นไปได้ว่าคุณจะอึดอัดกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องทำงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาปต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้กระทำ ซึ่งจะส่งผลให้จากที่ผู้ใหญ่เคยสนับสนุนส่งเสริมด้วยดีมาตลอด รวมถึงเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่เมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนท่าที จนคุณอยากลาออกให้จบๆ ไป  

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินเข้ามาให้ใช้จ่ายตลอดๆ แต่วันนี้เป็นไปได้ว่าญาติสนิทมิตรสหายจะเดือดร้อนเรื่องเงิน ซึ่งคุณก็มีโอกาสให้ความช่วยเหลือจนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก :  หากคู่คุณตามใจคุณด้วยดีมาตลอด เป็นไปได้ว่าวันนี้จะมีมือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคุณ แม้จะมีผู้ใหญ่มาช่วยไกล่เกลี่ยแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้  คนโสด  วันนี้คุณมีเสน่ห์นะเนี่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใหญ่ แต่ก็ระวังจะไปยุ่งกับสว.ที่มีเจ้าของแล้ว

สุขภาพ  :   เดินดีๆ นะคะ ฝนตกถนนลื่น วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะลื่นหรือพลัดตกจากที่สูง จนได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงขาและหลัง

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจรายย่อย SMEs เปิดบ้านค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขายอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ ร้านโชห่วย หรือทำงานอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการเกษตร ไม่ว่าจะทางด้านออกแบบตกแต่งสวน ต้นไม้ งานโอท็อป ฯลฯ หากธุรกิจของคุณกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี มีผลงานโดดเด่น วันนี้คงต้องระวังคู่แข่งที่จ้องจะแทงข้างหลัง หรือกลั่นแกล้ง เพื่อดิสเครดิตคุณ

การเงิน :   หากที่ผ่านมาคุณไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจ ตกลงเรื่องผลประโยชน์กันไม่ลงตัว  หรือหากทวงหนี้ก็ได้พบกับลูกหนี้ที่ไม่มีไม่หนีไม่จ่าย วันนี้ลองใหม่นะคะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด เงินทองไหลมาเทมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งซื้อ-ขายที่ดินทางการเกษตรจะได้ราคาที่ดี

ความรัก :   หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหามือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตคู่ของคุณ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้พิสูจน์ตัวเองว่ารักแท้ยังมีอยู่จริง โดยมีแนวโน้มว่าคุณจะกลับมารักกันเหมือนเดิมด้วย   คนโสด  เช่นกัน หากกำลังเป็นทุกข์กับการเป็นมือที่สาม หรือมีมือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคนรักของคุณ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะหลุดจากทุกข์ ได้พบรักแท้เสียที

สุขภาพ :   มีโอกาสที่คุณจะได้รับบาดเจ็บจากของมีคมบาดเป็นแผล ซึ่งวันนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตาม ควรรีบไปหาหมอตรวจดูอาการ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะจะยิ่งรักษาได้ยากขึ้น

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :    หากคุณเป็นพนักงานใหม่ นักธุรกิจมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้สติปัญญา ความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงทักษะความเชี่ยวชาญชำนาญงานเฉพาะด้านค่อนข้างสูง เช่น นักบริหาร นักการเมือง นักปกครอง แพทย์ ซินแส หมอดู และงานต่างประเทศ เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่น และฉกฉวยในเรื่องของผลประโยชน์ และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง จนมีโอกาสที่งานจะสะดุดหยุดลงกลางคัน ซึ่งหากคุณอดทนจนผ่านจุดนี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :   มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงโดยจะมาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินสินบนหรือการเสี่ยงโชค เพราะมีโอกาสที่คุณจะเสียชื่อเสียงโดยไม่รู้ตัว  

ความรัก :  หากคุณอยู่ในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับประเพณีและความเหมาะสมของสังคมมากกว่าความรักของสามีภรรยา วันนี้ต้องระวัง คุณอาจถูกตั้งโต๊ะเม้าว่าแอบมีความสัมพันธ์เชิงซ้อน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้คุณมีปากเสียงกันในเรื่องของเกียรติและศักดิ์ศรี  คนโสด   หากคุณกำลังแอบเล็งหนุ่มหน้าตี๋อยู่ วันนี้มีโอกาสที่จะเปิดศึกแย่งชิงเพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง

สุขภาพ :   เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะเครียดและจริงจังกับชีวิตมาก ซึ่งจะส่งผลให้คุณมีอาการครบตั้งแต่ปวดศีรษะต่อเนื่อง จนถึงท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ นอกจากนั้นยังมีโอกาสได้รับบาดเจ็บจากของแหลมของมีคมด้วย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม งานโอท็อป ฯลฯ วันนี้คุณไม่ควรไว้ใจเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิด เพราะมีโอกาสที่เขาจะแทงข้างหลังหวังดิสเครดิต เพื่อจะเสียบงานแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเสนองานหรือโครงการไปแล้ว หรือกำลังจะเสนอก็ตาม วันนี้มีโอกาสที่คุณจะถูกกลั่นแกล้งให้งานไม่ผ่านการพิจารณาหรืออนุมัติง่ายๆ  

การเงิน  :   หากคุณกำลังจะซื้อ-ขายที่ดินหรือผลผลิตทางการเกษตร วันนี้มีแนวโน้มว่าจะตกลงเรื่องผลประโยชน์กันไม่ลงตัว หรือถูกโกง ตลอดจนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินร้อนต้องเร่งจ่ายออกโดยเร็วที่สุด

ความรัก  :  หากชีวิตคู่ของคุณกำลังดำเนินอย่างมีความสุขก็ควรหนักแน่น เพราะเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะหลงกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือบางสิ่งบางอย่างจนไม่ให้ความสำคัญกับคู่คุณเหมือนเดิม หรือพูดง่ายๆ ว่ามีโอกาสสูงมากที่ใจคุณจะเป็นอื่น คนโสด  เช่นกัน หากคุณมีคนรักที่จริงใจและจริงจังกับคุณอยู่แล้วก็ควรรักษาใจตัวเองไว้ เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะหลงใหลกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งหากโอกาสและบรรยากาศเป็นใจ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาก็สามารถเลยเถิดได้ง่ายๆ

สุขภาพ  :   หากคุณเป็นนักดื่ม ปาร์ตี้สายแข็ง วันนี้หากจะดื่มก็ไม่ควรขับขี่ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังต้องระวังของมีคมหรือของแหลมที่จะบาดหรือทิ่มแทงจนเป็นแผลตามร่างกาย  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :   `ก็ยังมีโอกาสที่คุณจะได้พบกับผู้ร่วมงานที่ไม่จริงใจ ต่อหน้าและลับหลังพูดและทำไม่ตรงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากวันนี้คุณทำงานหรืออยู่ในธุรกิจเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง นักดนตรี พิธีกร ดีเจ สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เป็นไปได้ว่าคุณจะได้ทำงานที่ไม่อยากทำ แต่จำใจต้องทำ เพราะติดที่เอกสารสัญญา หรือเงื่อนไข ข้อตกลงทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงสัญญาใจที่ผูกติดกันไว้มายาวนาน

การเงิน  :   มีโอกาสที่คุณจะทำรายได้ได้สูงจากธุรกิจสีเทาจนถึงธุรกิจซ่อนเร้นไม่เปิดเผย ซึ่งคุณก็เพลิดเพลินกับการใช้เงิน ซึ่งวันนี้ควรระวังจะถูกหลอกถูกโกงจากมิจฉาชีพที่พยายามใช้สารพัดวิธี เพื่อที่จะหลอกหรือโกง ซึ่งจะส่งผลให้เงินหมดอย่างรวดเร็ว

ความรัก :   มีโอกาสที่ใจคุณจะออกนอกลู่นอกทางจากคู่คุณสูงมาก ซึ่งเท่ากับเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่หวังดีกับครอบครัวคุณเข้ามาหาผลประโยชน์ได้โดยไม่รู้ตัว แล้ววันนี้ใครจะห้ามหรือเตือนคุณก็ไม่ฟังด้วยนะ คนโสด  ก็ยังอยู่กับความรักในอุดมคติ แม้คุณจะมีอุดมการณ์รักในความถูกต้องก็ตาม แต่วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณก็ไม่สามารถจะตัดใจจากการรักคนมีเจ้าของได้

สุขภาพ  :   ควรระวังจะเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจึงไม่ควรดื่มแล้วขับขี่ นอกจากนั้นระบบย่อยอาหาร ลำไส้ กระเพาะก็จะมีปัญหา

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  มีโอกาสที่ความอดทนของคุณจะมาถึงจุดสิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือธุรกิจบันเทิงเริงรมย์ ศิลปินดารา นักร้อง ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยแล้ว แม้คุณจะอยู่ในระดับผู้บริหาร CEO หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังกายพลังใจที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จก็ตาม แต่วันนี้จากปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาที่จะส่งผลกระทบให้คุณเลือกจะไม่ไปต่อ   

การเงิน  :  `มีความเสี่ยงที่คุณจะถูกมิจฉาชีพทำสารพัดวิธีเพื่อจะหลอกหรือโกง จนงานหรือธุรกิจอยู่ในขั้นวิกฤติ แต่อย่างไรก็ตามหากคุณลงทุนในกองทุนหรือช่องทางอื่นๆ วันนี้จะทำงานสร้างรายได้ให้กับคุณ

ความรัก :   เป็นไปได้ว่าคุณจะตัดสินใจปิดฉากชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนาน โดยที่คุณจะมีโอกาสเริ่มต้นกับความรักครั้งใหม่ได้อีก มีแนวโน้มว่าจะผิดหวังไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง   คนโสด  วันนี้มีแนวโน้มว่าคุณจะเลิกกับแฟน ไม่ว่าจะแฟนใหม่หรือแฟนเก่า หากคุณอกหักไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง มีโอกาสที่จะได้พบกับคนที่ใช่เสียที   

สุขภาพ  :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและปัสสาวะจะติดเชื้อ หากในกรณีรุนแรงมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   หากวันนี้คุณจะรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงานที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูง หรือเกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์สูง ก็ต้องระวังคนใกล้ชิดให้ดี เพราะเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะถูกเซอร์ไพร์สจากคนที่วางใจที่สุด ที่มีโอกาสกลายเป็นคนที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ที่สุด จนคุณต้องเร่งหาทางออกให้กับตัวเองอย่างรีบด่วน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่คุณจะตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายๆ

การเงิน    :   จริงๆ แล้วคุณพยายามทำงานสร้างรายได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่เมื่อได้มาก็ออกไปอย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามวันนี้คุณก็สามารถเอาตัวรอดได้อย่างเฉียดฉิว

ความรัก   :  วันนี้มีโอกาสที่คุณจะหลงหรือยึดติดกับการหาเงินทองและสิ่งของนอกกาย จนลืมให้เวลากับครอบครัว คนโสด  วันนี้คุณอ่อนไหว หากหลงใครก็จะไม่มีสติยั้งคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้คุณจะใช้เงินเพื่อเสาะหารักแท้ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกหลอกง่ายมาก    

สุขภาพ  :  เดินดีๆ นะคะ มีโอกาสที่คุณจะพลัดตกจากขั้นบันได ขอบฟุตบาท ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลงจนมีผลกับการเดิน นอกจากนั้นยังรวมถึงเก๊า อัมพฤกษ์ หรือเส้นเอ็นผิดปกติจนเดินไม่ปกติ  

“นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์”ร่วมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส Cover

“นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์” ร่วมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส ชวนลูกค้าสนุกกับกิจกรรม “ดูใบเฟิร์นเพลินทุกขบวน”

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ จับมือ รถไฟฟ้าบีทีเอส จัดเต็มกับแคมเปญเร้าใจโปรโมทนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ชวนลูกค้าร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ “ดูใบเฟิร์นเพลินทุกขบวน” ตลอด 3 เดือนเต็มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2565 ถึง 2 พฤศจิกายน 2565 นี้

“นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์” ร่วมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส ชวนลูกค้าสนุกกับกิจกรรม “ดูใบเฟิร์นเพลินทุกขบวน”

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เปิดแคมเปญล่าสุด “ดูใบเฟิร์นเพลินทุกขบวน” นำภาพใบเฟิร์นจากภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดมาตกแต่งขบวนรถไฟฟ้า และยังมีโปสเตอร์โฆษณาภายในขบวน สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) และสายสีลม (สีเขียวเข้ม) โดยสแกน QR Code ภายในรถไฟฟ้าเพื่อเข้าชมความบันเทิงกับเรื่องราวต่างๆ ในภาพยนตร์โฆษณา

พร้อมติดตามกิจกรรม ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวที่สนุกสนานระลอกใหม่จากนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ทางสื่อโซเชียลมีเดียของนิสสันทุกช่องทาง

“นิสสันจัดแคมเปญนี้เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างการรับรู้ให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงขอบคุณลูกค้าที่ตอบรับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ใหม่เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เรายังต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยีของนิสสันมากยิ่งขึ้นผ่านแคมเปญนี้ ซึ่งให้ทั้งความสนุก ตื่นเต้น พร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจได้ง่าย ด้วยการสแกน QR Code ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และยังจะสร้างประสบการณ์ใหม่ New Excitement on the Road กับเราได้อย่างเต็มที่” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธานนิสสันประเทศไทย กล่าว

Miranda Kerr หน้าเด็ก 1

อยากเป็นคุณแม่หน้าเด็กแบบ Miranda Kerr เมคอัพช่วยได้

สาวสวยที่เป็นขวัญใจหนุ่มๆ มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งเปลี่ยนสถานะสู่การเป็นคุณแม่อย่างมิแรนด้า เคอร์ (MIRANDA KERR)’ เผยว่านอกจากการดูแลผิวแล้ว สไตล์การแต่งหน้าก็สำคัญ แต่งดีๆ เลือกเทคนิคให้เหมาะ จับไม่ได้เลยเชียวว่าเป็นคุณแม่เสียแล้ว

อยากเป็นคุณแม่หน้าเด็กแบบ Miranda Kerr เมคอัพช่วยได้

Miranda Kerr หน้าเด็ก 6

“การเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าสำคัญมากนะคะ ช่วยทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ฉันจะให้เวลากับการค่อยๆ ลงครีมทีละเลเยอร์ นวดกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนผิวจะเปล่งปลั่งดูเด็กลง

พยายามละเว้นสไตล์การแต่งหน้าที่คัดเบ้าตาชัดๆ กรีดอายไลเนอร์แน่นๆ ถ้าอยากได้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์ ลองเลี่ยงอายแชโดว์สีน้ำตาล สีดำ เปลี่ยนมาใช้สีเบาๆ อย่างพีช ชมพู น้ำตาลอ่อนแทน

“การเลือกรองพื้นยิ่งสำคัญมาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อวัยเพิ่มขึ้นเราต้องการรองพื้นที่ให้การปกปิด จึงต้องเลือกรองพื้นที่ปกปิดได้ดีด้วยเม็ดสีที่แน่น ไม่ใช่ความหนาหนัก ลงบางๆ ค่อยๆ เพิ่มเลเยอร์ถ้ารู้สึกว่ายังไม่เป๊ะ อย่าประโคมทีเดียว เพราะจะทำให้เกิดอาการตกร่อง เน้นริ้วรอยไปอีก”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 985
ภาพ : mirandakerr

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แอลลี่

ส่องลุคสวยตะโกน ณิชา-แอลลี่ จากคอลเล็คชั่น Valentino Promenade

จัดว่าเป็นนักแสดง และไอดอลสาวคนดังที่มีสไตล์สำหรับ ณิชา-ณัฏฐณิชา และ แอลลี่-อชิรญา เพราะไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ในลุคไหน ก็สวยตะโกน และส่งให้ไอเท็มนั้นดูโดดเด่นขึ้น

ส่องลุคสวยตะโกน ณิชา-แอลลี่ จากคอลเล็คชั่น Valentino Promenade

ล่าสุดสองสาว ณิชา-ณัฏฐณิชา และ แอลลี่-อชิรญา ปรากฏตัวในลุคเด่นจาก #ValentinoPromenade คอลเล็กชันใหม่ล่าสุดของเมซงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานกูตูร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Valentino และนำมาสร้างสรรค์ใหม่บนเสื้อผ้าลำลองที่ทันสมัยซึ่งโดดเด่นด้วยลายพิมพ์ซิกเนเจอร์ แพทเทิร์นและการปักอันประณีต

นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า #VALENTINOGARAVANI ที่พลาดไม่ได้เลยของซีซันนี้อย่าง กระเป๋าถือ One Stud กระเป๋าสะพายไหล่ Rockstud Spike ในโฉมใหม่ กระเป๋า Locò ในขนาดเล็กประดับประดาตกแต่งด้วยคริสตัลหลากสีและกระเป๋า VLogo Chain ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งโซ่โลหะทองและสัญลักษณ์ VLogo 


ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล นางเอกผู้ทุ่มเทเกิน 1,000 ให้กับการแสดง

เรียกว่าเป็นนักแสดงหญิงที่มีพัฒนาการด้านฝีมือการแสดงอย่างต่อเนื่องเลยสำหรับ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล ซึ่งก่อนหน้านี้เธอโด่งดังเป็นพลุแตกจากบท แม่หญิงจันทร์วาด ในละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส โดยหลังจากแจ้งเกิดในครั้งเธอปรางก็ขึ้นแท่นนางเอกของช่องและมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น นักสู้เทวดา,เมียอาชีพ, ดวงใจในมนตรา, Help me คุณผีช่วยด้วย ฯลฯ

ล่าสุดถือเป็นก้าวสำคัญเมื่อ ปราง-กัญญ์ณรัณ ตัดสินใจข้ามมาช่อง ONE31 เพื่อมารับบท สาริกา ในละครเรื่อง ฟ้าเพียงดิน ซึ่งนอกจากเป็นการทำงานต่างช่องแล้ว บทบาทที่เธอได้รับในครั้งนี้ก็ยังมีความแก่นแก้วแตกต่างจากที่ผ่านมา รวมถึงละครเรื่องนี้ยังมอบประสบการณ์ทางการแสดงใหม่ๆ ให้กับเธอไว้มากด้วย

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล 02

การร่วมงานกับช่อง one31 เป็นครั้งแรก ต้องปรับตัวยังไงกับระบบการทำงานบ้างคะ?

“ครั้งนี้เป็นการร่วมงานกับช่อง one เป็นครั้งแรกค่ะ แต่โชคดีมากเพราะทีมงานเป็นทีมงานที่เคยร่วมงานกันมานานอยู่แล้วตั้งแต่ บุพเพสันนิวาส ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ ใหม่-ภวัต พนังคศิริ ทีมโปรดิวเซอร์ ตากล้อง ช่างแต่งหน้า ช่างผม ที่เราเคยร่วมงานมาด้วยทั้งหมดแล้ว”

“ยอมรับว่าตอนแรกยอมรับว่าตื่นเต้น เพราะเราไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะว่ามันเป็นเหมือนการย้ายช่องมา แล้วก็เราอาจจะไม่เข้าใจในระบบงาน การทำงานที่มันเปลี่ยนไปแต่พอเป็นทีมนี้ก็เลยรีบตัดสินใจรับเลยด้วยค่ะ”

คาแรคเตอร์ในเรื่องนี้มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง?

“เป็นคาแรคเตอร์ที่ปรางไม่เคยรับมาก่อนในชีวิต ปรางกล้าพูดคำนี้เลย เพราะว่าส่วนใหญ่ละครที่เราได้รับจะเป็นโทนแบบเรียบร้อยหน่อย เดี๋ยวก็เป็นคุณหญิงเป็นแบบแม่หญิงค่ะ แต่เรื่องนี้ตัวสาริกามันค่อนข้างเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง ต่อปากต่อคำเก่ง คือได้ทำแบบจะทุกอย่างลุยๆเท่ๆ ซึ่งปรางไม่เคยได้รับบทแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ”

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล 01

เห็นว่าปรางต้องทำการบ้านกับบทนี้เยอะมาก?

“เยอะมากค่ะ เริ่มต้นเลยคือพี่ใหม่บอกกับปรางว่าเขาต้องเป็นปรางคนใหม่เลยนะ จะเป็นปรางที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ซึ่งเราก็ยอมรับว่าก็ต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าต้องใช้ความแก่นแก้วเบอร์ไหน แล้วปรางก็ต้องลดความเป็นเฟมินีในตัวลงเยอะมาก ความเป็นผู้หญิงของปราง ถึงแม้ว่าปรางจะไม่ใช่คนเรียบร้อย แต่เรื่องนี้ต้องไปไกลกว่า มีความใส่ความเป็นผู้ชายเข้าไปในตัวด้วย”

หลายคนคิดไม่ออกเพราะที่ผ่านมาปรางก็คือเลดี้ปราง จริงๆในชีวิตเราเคยมีมุมนี้บ้างไหม?

“จริงๆ ปรางเป็นคนลุยๆ ไม่ได้ผู้หญิงขนาดนั้น แต่คนคือติดภาพลักษณ์ปรางเป็นแบบนั้นไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจากในละครหรือจากภาพลักษณ์ต่างๆ แต่ความจริงบทนี้ขนาดฟิล์มที่เล่นด้วยกัน ฟิล์มยังบอกเลยว่า ผมว่าพี่ปรางเล่นเป็นตัวเองเลยเรื่องนี้ เพราะว่าเหมือนว่าเขาได้มารู้จักเราจริงๆ ปรางไม่ใช่คนหวานๆเรียบร้อยอะไรขนาดนั้น”

ถ้าพูดถึงนิยามปรางสั้นๆ ปรางเป็นคนอย่างไร?

“จริงๆปรางเป็นคนมองโลกในแง่ดี แล้วปรางก็เป็นคนตรงๆ หัวเราะเสียงดัง แล้วก็เป็นคนอารมณ์ดีค่ะ”

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล 03

พูดถึงการขี่ม้า ก็มีเรื่องราวเยอะเหมือนกันใช่ไหมคะ?

“ปรางต้องไปเรียนขี่ม้าด้วย ซึ่งเราไม่เคยขี่มาก่อนในชีวิต แถมต้องเรียนอย่างเข้มข้นเพราะในเรื่องต้องขี่ม้าเยอะเหมือนกัน ที่ผ่านมาปรางเล่นละครพีเรียดค่อนข้างเยอะแต่ไม่เคยขี่ม้าเลย ก็ต้องให้กำลังใจตัวเองเยอะมากๆ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองคือตอนที่ไปเรียนเรามีโอกาสได้ไปเรียนแค่ประมาณ 4 ครั้งค่ะ แล้วเราก็เปิดกล้องกันเลย”

เห็นว่าฝึกจนก้นแตกเลยใช่ไหมคะ?

“ตอนแรกปรางไม่เข้าใจว่าก้นแตกคืออะไร คือมันจะช้ำหรือเปล่า ไม่เข้าใจคำว่าแตก มันจะแตกได้ยังไง มันอาจจะช้ำหนูเข้าใจว่ามันเหมือนกระแทก แต่! มันแตกจริง ค่ะ ไม่น่าเชื่อก้นมันแตกแบบเป็นแผลเลือดไหล มันก็แสบทำให้อาบน้ำไม่ได้เลย ประมาณ 2 วัน หลังจากนั้นมันยังแสบอยู่แต่ก็คือต้องอดทน คือปรางไม่อยากจะเชื่อว่าการขี่ม้ามันจะทำให้คนเราเลือดออกได้จริงๆ”

“แล้วการขี่ม้าเป็นอะไรที่ท้าทายมากๆ เพราะว่ามันไม่ได้ขี่แค่เต๊าะแต๊ะๆสวยๆ คือมันขี่จริงๆมันขี่ควบ ขี่ยก มันเอาจริงเอาจังแบบคาวบอย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ถ้าเข้าฉากขี่ม้าจะเป็นพี่แสตนด์อินมาเล่น หรือไม่ก็ถ่ายเป็นภาพใกล้มากกว่า”

เรื่องนี้เป็นละครรีเมค ส่วนตัวกดดันไหมคะ?

“ไม่ได้รู้สึกกดดันกับจุดที่เขาบอกว่ามันถูกรีเมค หรือ เคยดังมาก อาจจะเป็นเพราะว่าเราได้มาคุยกันด้วยว่าเราจะทำ ฟ้าเพียงดิน ให้มันออกมาเป็น ฟ้าเพียงดินเวอร์ชันใหม่ ที่มันจะไม่เหมือนเดิมเลย เราจึงพยายามทำให้มันดูทันสมัย เข้าถึงคนในยุคใหม่ โดยที่ก็ยังมีกลิ่นอายความวินเทจให้คนยุคเก่าได้คิดถึง แล้วตัวปรางก็ไม่เคยดูเวอร์ชันเก่า เพราะว่าพอเราคุยกันแล้วว่าเราอยากทำอะไรออกมาให้มันใหม่ๆ ใส่อะไรเข้าไปใหม่ๆ เราก็เลยรู้สึกว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องไปดูเวอร์ชันเก่า แต่ว่ารับรู้มาตลอดค่ะว่ามีแบบคนชื่นชอบเรื่องนี้เยอะมาก จนพอเวลาเราพูดเราถ่ายทำเรื่องฟ้าเพียงดินอยู่ทุกคนก็จะพูดว่า โห เป็นคนละครที่ชอบมากตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รู้สึกกดดันแต่รู้สึกดีใจที่ได้มาเล่นเรื่องนี้ค่ะ”

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล 05

ร่วมงานกับ ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ ครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง?

“ไม่รู้ว่าเขารับน้องเรา หรือเรารับน้องเขาเหมือนกัน เพราะว่าปรางรู้สึกว่าถึงเขาจะเป็นเด็กช่อง One มานานแต่ว่ากับกองนี้คือเรารู้สึกว่าเราซี้กว่า เลยรู้สึกว่าไม่เกร็งแต่เป็นเขาที่เกร็งแทน แต่ว่าถ้าถามเรื่องรับน้อง ปรางว่าอย่างหนึ่งที่ฟิล์มสอนได้คือฉากเลิฟซีนค่ะ”

“คือปรางไม่ค่อยได้เล่นฉากเลิฟซีน เนื่องจากปกติละครที่เรารับแสดงจะเป็นแนวพีเรียด เรียบร้อย ฉะนั้นเลิฟซีนน้อยมาก แทบจะไม่เคยเล่นฉากจูบจริงเลย ส่วนใหญ่จะเป็นมุมกล้องการที่จะหอมแก้มหรือว่าปากเกือบจะชนแล้วก็จะคัต แต่ด้วยทางช่อง One เขาจะมีสไตล์เลิฟซีนของเขาที่ชัดเจนอยู่แล้วเป็น 1 เรื่องที่ปรางกังวลเหมือนกัน”

พอเข้าฉากเลิฟซีนจริงๆ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง?

“ตื่นเต้น ปรางยอมรับว่าตื่นเต้นมาก เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง คือเหมือนเราไม่เคยเล่น แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราต้องเล่นประมาณไหน มันจะต้องเป็นมุมกล้องนี้ช่วยไหม คือเราไม่รู้จริงๆ สิ่งที่เราต้องทำคือเราก็ต้องเล่นเลย 5 4 3 2 1 ก็คือเล่นเลย แต่คนที่ดูไม่ตื่นเต้นเลยคือฟิล์ม เพราะว่าเขาบอกว่าเขาเจอแบบมาเยอะมาก เจอยิ่งกว่านี้มาแล้ว เขาเลยแบบช่วยปลอบใจ ปลอบใจด้วยการบอกว่าพี่ปรางอันนี้น่ารักน่ารักแล้ว”

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล 06

แสดงว่ากังวลแต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดีถูกไหม?

“ใช่ โชคดีมากที่มันผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็เร็วมากคือส่วนใหญ่แทบจะทุกฉากเลิฟซีนจะเล่นแค่เทคเดียว หรือว่าสองเทคกับการเปลี่ยนมุมกล้องเฉยๆค่ะ”

ตอนแรกที่เจอกับฟิมล์ ปรางวาดภาพเขาไว้ยังไง พอได้สัมผัสจริงๆแล้วเหมือนกับที่คิดไว้ไหม?

“ปรางไม่เคยเจอฟิล์มมาก่อน แต่เห็นเขาจากอินสตาแกรมบ้าง และก็ได้ดูเรื่องเมีย 2018 ที่เขาแสดง เขาดูเป็นคนที่เกรี้ยวกราด แต่เท่าที่เห็นเขาดูเป็นคนน่ารัก เป็นคนยิ้มเก่ง เป็นคนค่อนข้างเปิดเผยแบบจริงใจมากคือปรางรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอเขาเลยว่าเขาเล่นบทนี้ได้ แล้วก็รู้สึกว่าต้องเข้ากับผู้ชายคนนี้ได้มากๆเพราะว่าเขาไม่มีกำแพงอะไรอยู่เลย แบบเป็นตัวของตัวเองสูงมาก แล้วก็ชัดเจนในความรู้สึกค่อนข้างมาก”

ได้มีโอกาสพบกับ “น้องมะลิ” บ้างไหมคะในกองถ่าย?

“ก็ได้เจอกันตามกองแต่ก็น้อย เพราะปรางเล่นเป็นน้องเขา

เห็นหลายฉากต้องปะฉะดะกับฟิล์มตลอดหลายคนไม่ค่อยเห็นปรางในโหมดนี้อยากให้แฟนๆได้เตรียมใจยังไงบ้าง?

“ปรางเชื่อว่าทุกคนจะสนุกกับละครเรื่องนี้ ที่ผ่านมาปรางไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเถียงพระเอก หรือว่าแบบกระชากคือเสื้อพระเอก เชื่อไหมมีฉากหนึ่งได้กระชากคอเสื้อฟิล์มอ่ะแล้วพอคัต ปรางบอกว่าปรางดีใจมากคือชีวิตนี้เกิดมาไม่เคยทำอย่างงี้กับใครเลย เพราะทำกับคนอื่นอาจจะโดนสวน (หัวเราะ)

คิดว่าละครเรื่องนี้จะให้อะไรกับผู้ชมบ้างคะ?

“หนึ่งเลยปรางเชื่อว่าจะเป็นละครที่สนุกมาก สองเลยคือคุ้มค่ามากกับทีมนักแสดงที่แบบมีทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ มีพี่กัปตัน พี่น้ำผึ้ง พี่เอ็ม พี่บิ๊ก คือทุกคนเป็นคนที่สุดยอดทางด้านการแสดงอยู่แล้ว คือมันคุ้มค่ากับการดูในทุกรุ่น รวมถึงโลเคชั่นที่เราถ่ายมาคือสวยมากๆ แล้วเราเชื่อว่าคนดูไม่ค่อยได้เห็นละครพีเรียดในยุคนี้สักเท่าไหร่ ปรางว่าคนดูแล้วคนรุ่นใหม่ก็ยังเข้าถึง ส่วนคนรุ่นเก่าดูเราก็จะคิดถึงอดีตคิดถึงวัยของตัวเองมากแน่นอน”

นอกจากละครฟ้าเพียงดินแล้วตอนนี้ปรางยังทำอะไรอยู่บ้างคะ?

“จริงๆ ก็ยังมีอีกหนึ่งผลงานคือสายลับลิปกลอสที่ยังค้างอยู่ ถ่ายเสร็จไปแล้วค่ะแต่ว่ารอออกอากาศ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงปิดกล้องหมดทุกอย่างค่ะ ยังไม่ได้ตัดสินใจยังละครเรื่องใหม่ค่ะ”

มีแววจะไปทำเพลงไหมเห็นหรือไปออกรายการร้องเพลงบ้างไหม?

“ปรางชอบร้องเพลงมาก ก็วันหนึ่งถ้ามีโอกาสอยากก้าวไปทำงานเพลงเหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ เพราะการทำเพลง การที่จะทำให้คนเชื่อเราในฐานะศิลปินนักร้องมันต้องมีอะไรอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงที่ชัดเจน ความชอบที่ชัดเจน คือทุกวันนี้ปรางรู้ว่าชอบร้องเพลง ร้องเพลงได้ แต่ปรางก็ยังต้องค้นหาตัวเองอยู่ค่ะว่า ถ้าเกิดจะมีซิงเกิลออกมา ก็อยากให้มันมีแนวทางที่ชัดเจน”

ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล 04

แล้วได้มีปรึกษาแฟนหนุ่ม “โต้ง”บ้างไหมคะ?

“มีคุยๆอะไรกันไว้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นกับโต้งหรือว่าคนอื่นด้วย ว่าอยากทำออกมาแบบนี้ ที่ แต่ว่ามันก็อยู่ที่ความพร้อมของเราแล้วก็ส่วนใหญ่นี้แหละค่ะ คำถามคือเราต้องรู้ก่อนว่าเราอยากทำเพลงแบบไหน”

แล้วคิดว่าถ้าเป็นนักร้องเราจะเป็นนักร้องแนวไหน?

“คงแบบอยากเป็นอาร์แอนด์บีมั้งคะเพราะปรางชอบเพลงอาร์แอนด์บีมาก แต่ก็ไม่ง่ายอาร์แอนด์บีคือยากมาก แต่เพลงป๊อปน่ารักๆก็ไม่ใช่แนว”

สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ละครบ้าง?

“ปรางขอฝากละครเรื่องแรกกับทางช่อง ONE31 ด้วยนะคะ แล้วก็เป็นครั้งแรกอีกหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นร่วมงานกับฟิล์ม หรือว่าครั้งแรกกับบทที่ทุกคนไม่เคยได้เห็น ปรางภูมิใจกับมันมากในทุกวันที่ไปทำงานที่กองถ่าย แล้วก็เชื่อว่าความสุขต่างๆ ที่พวกเรามีมันจะสามารถรวมกันแล้วส่งไปถึงคนดูได้แน่ๆ ฟ้าเพียงดินเป็นเวอร์ชันใหม่ที่พวกเราตั้งใจทำมาเพื่อให้เข้าถึงกับคนยุคใหม่ เพราะฉะนั้นอยากฝากให้เปิดใจแล้วก็ลองติดตามชมพวกเราด้วยนะคะ ทุกวันพุธ-พฤหัสค่ะ”

cover Modernform

โมเดอร์นฟอร์ม เปิดพื้นที่เติมเต็มแรงบันดาลใจ อวดโฉมบ้านหลังใหม่ Modernform Forty 9 สุขุมวิท 49 ชูไอเดียแปลงโฉมบ้านเก่าเป็นไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สุดเท่

บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แถวหน้าของไทย ชวนค้นหาแรงบันดาลใจ และเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต  ครั้งแรกที่จะได้เห็นโชว์รูมโมเดอร์นฟอร์มในลุคที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเนรมิตบ้านสไตล์คลาสสิคให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สุดเท่ใจกลางเมือง “Modernform Forty 9” ภายใต้คอนเซ็ปต์ House of Fulfilled Living พื้นที่สำหรับคนรักงานดีไซน์ งานคราฟต์ และใส่ใจในทุกรายละเอียดของการแต่งบ้าน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตลอดจนบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

โมเดอร์นฟอร์ม เปิดพื้นที่เติมเต็มแรงบันดาลใจ อวดโฉมบ้านหลังใหม่ Modernform Forty 9 สุขุมวิท 49 ชูไอเดียแปลงโฉมบ้านเก่าเป็นไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สุดเท่

ด้านเฟอร์นิเจอร์ระดับประเทศมากว่า 4 ทศวรรษ กล่าวถึงแนวคิดในการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ในรูปแบบไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ว่า “แม้ว่าเทรนด์การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่โมเดอร์นฟอร์มมีความตั้งใจที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่แวะเวียนมาได้มีประสบการณ์กับสินค้าโมเดอร์นฟอร์ม รวมทั้งเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และนำเสนอประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า จึงมีแนวคิดในการสร้างพื้นที่ไลฟ์สไตล์มากกว่าการเป็นเพียง ‘โชว์รูม’ ที่ให้ผู้คนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เปลี่ยนไปสู่การเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เน้นการเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้ผู้คนเข้าถึงง่ายขึ้น”

กิติพัฒก์ เล่าว่าจากแนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Modernform Forty 9 ซึ่งตั้งอยู่กลางซอยสุขุมวิท 49 ที่มีการเชื่อมต่อหลายเส้นทาง มีผู้อยู่อาศัยหลากหลายเชื้อชาติ และยังเป็นย่าน Business District เป็นโลเคชั่นที่เรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์การสร้างสเปซที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ง่าย ให้ความรู้สึกถึงความเป็นบ้าน รวมทั้งสร้างความแปลกใหม่ไปจากโชว์รูมในสาขาอื่น ๆ และทำให้รู้สึกว่าบ้านหลังนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ทั้งยังมีสินค้าที่มีความโดดเด่น และลิมิเต็ด อิดิชั่น พร้อมดีไซน์ สตูดิโอที่ให้บริการออกแบบร่วมกับลูกค้า

เพื่อเติมเต็มบรรยากาศให้เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ภายในพื้นที่ของ Modernform Forty 9 จึงประกอบไปด้วย Modernform & Friends นอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์แล้ว ยังจับมือกับพันธมิตรที่มาร่วมสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ เพื่อเติมเต็มความสุขในการใช้ชีวิตไปด้วยกัน อาทิ Kaizen Coffee (Lifestyle Specialty Coffee), K+ ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งส่งตรงมาจากโตเกียว, Karmakamet, Cotto, Mahajak, Minor Kitchenware, Thorr, Owls Wallpaper, Tumi, Amber Home & Living Store, D’Atelier Décor, Kustom Carpet, Wana Gallery, Lavenz และ Dotlife

นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้านหลังนี้คือ Wall Paint ผลงานของ “เหนือ” จักรกฤษณ์ อนันตกุล กราฟิกดีไซน์เนอร์ไทยและนักวาดภาพประกอบชื่อดัง ที่สร้างสรรค์ผลงานกับแบรนด์ระดับโลกต่าง ๆ มากมาย ร่วมฝากฝีมือผ่านแนวคิด Life at Forty9 ทำให้ผนังบ้านหลังนี้สนุก สร้างสีสัน มีชีวิตชีวา ด้วยการเลือกใช้โทนสีที่สะดุดตา และคาแรกเตอร์ของลายเส้นที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

สำหรับไอเดียในการออกแบบ Modernform Forty 9 พื้นที่ใหม่ของคนรักงานดีไซน์ที่ตั้งใจให้เป็น Modern – Form Experience ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ 5 Sense Collaboration ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน และสร้างแรงบันดาลใจในทุกครั้งที่แวะมาเยือน พร้อมจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่าง ๆ รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้บ้านหลังนี้รู้สึกถึงความมีชีวิตตลอดเวลา

เริ่มจาก Living Zone ตรงส่วน Foyer ซึ่งเป็น Main Entrance พบกับ Luxury Kitchen Pantry ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นสะท้อนความหรูหราประณีต

ห้อง Home Office Furniture กับโซน Ergonomic Selection ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์สำนักงานตัวท็อปมาให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์และเลือกสรร

โซน Condo Living ที่จำลองห้องพื้นที่ในคอนโด ด้วยการจัดวางโซฟา ห้องครัว โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมมุมทำงานส่วนตัว หรือปรับเป็นห้องนอนก็ลงตัว

Design Studio ที่ชั้นลอย ออกแบบเพื่อรองรับ Co-Working Area สำหรับลูกค้าที่มาเยี่ยมชม พร้อมใช้เป็นพื้นที่ในการให้คำปรึกษาลูกค้าเรื่องของงานดีไซน์ต่าง ๆ พร้อมมีวัสดุให้เลือกสรร ครบจบในที่เดียว

ส่วนชั้นสองจัดเป็น Penthouse Area นำเสนอ Home Luxury Living ที่มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหลากหลายรูปแบบ และสินค้าจาก Motif พร้อมกับ  Walk in Closet รุ่นพิเศษ ที่มีโชว์เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์ และแอคเซสซอรี่ทุกชิ้นที่ Modernform Forty 9 ยังคัดสรรมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ทั้งกระบวนการผลิตที่ละเอียดประณีต สมบูรณ์แบบด้วยคุณภาพ ความสวยงาม และฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมทั้งรูปแบบและการใช้วัสดุที่แตกต่าง พร้อมขนาดที่เหมาะสมกับ Urban Living ที่ลูกค้าสามารถเลือกสรรวัสดุให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ตามความต้องการ

รวมทั้งมีบริการ Design Studio ให้บริการด้าน Interior Design Service & Workplace Planning Solution ออกแบบทั้งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน ตั้งแต่การจัดวางเลย์เอ้าท์ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง ไปจนถึงการผลิตและติดตั้งจากทีมงานมากด้วยประสบการณ์

ค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ บนพื้นที่ของคนรักงานดีไซน์ตัวจริง Modernform Forty 9 สุขุมวิท 49 เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 – 18. 00 น. อัพเดตกิจกรรมน่าสนใจได้ทาง Instagram: modernform.forty9  หรือติดตามข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ที่ www.modernform.co.th, Facebook: Modernform Furniture, Line@: Modernform Furniture หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2094-9999        

Salvatore Ferragamo

ไฮไลท์ Pre-Fall 2022 ที่สุดของสนีกเกอร์รุ่นใหม่ จากเฟอร์รากาโม

ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม (Salvatore Ferragamo) เปิดตัวรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ล่าสุดจากคอลเล็กชั่น Pre-fall 2022  โดยงานนี้ยังเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกันสิ่งแวดล้อม  อีกทั้งยังนำไอเดียรองเท้ากีฬาแบบคลาสสิกกลับมาอีกครั้ง ในรูปแบบที่ร่วมสมัยกว่าเดิม

Salvatore Ferragamo

ไฮไลท์อย่างแรกก็คือ เฟอร์รากาโมได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์เข้ากับงานฝีมืออันประณีตแบบดั้งเดิมของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ ที่นอกจากจะมีดีไซน์ที่สะดุดตาด้วยรูปลักษณ์หรูหราสุดคลาสสิกแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้น ทำให้รองเท้ามีน้ำหนักเบาและโครงสร้างภายในที่ถูกออกแบบให้สวมใส่สบาย

ไฮไลท์ Pre-Fall 2022 ที่สุดของสนีกเกอร์รุ่นใหม่ จากเฟอร์รากาโม

Salvatore Ferragamo

การดีไซน์ภายนอกเฟอร์รากาโม ใช้การจับคู่โทนสีสดแบบวินเทจ และการผสมผสานวัสดุ ทั้งผ้าร่ม หนังกลับ (Suede) และหนัง รวมไปถึงพื้นรองเท้ายางแบบพิเศษที่ไล่จากบริเวณข้อเท้าไปจนถึงปลายเท้า

โดยเฉพาะรองเท้ารุ่น Rainbow Sneakers ซึ่งถือเป็นตัวเด่น ออกแบบส้นรองเท้าไล่สีรุ้ง เป็นดีเทลที่สะท้อนความเป็นไอคอนิคของแบรนด์ นอกจากนี้ยังนำเสนอรองเท้าสไตล์อื่นๆ ในลาย Gacini อันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

Salvatore Ferragamo

เฟอร์รากาโมยังตอกย้ำแนวคิดแบบรักษ์โลก ด้วยการนำผ้า ECONYL® ซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตจากการนำตาข่ายจับปลาและผ้าไนลอนเหลือใช้มารีไซเคิล อีกทั้งขั้นตอนการผลิตหนังกลับยังใช้ขั้นตอนที่ลดการปล่อยคาร์บอนในอากาศ รวมไปถึงหนังที่ใช้ในการทำรองเท้ายังได้รับการยืนยันว่าใช้กรรมวิธีแบบปลอดสารเคมีในการฟอกสี หรือแม้กระทั่งด้ายที่ใช้เย็บวัสดุก็ยังเป็นการรีไซเคิลทั้งหมดด้วย

Salvatore Ferragamo

สำหรับสนีกเกอร์คอลเล็กชั่น Pre-Fall 2022 ตัวนี้ ราคาก็ถือว่าไม่ได้แรงมากอย่างที่คิดสำหรับแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ คู่นึงอยู่ที่ประมาณ $850 หรือราวๆ สามหมื่นกว่าบาทไทย โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่บูติกเฟอรากาโมทั่วโลกในเดือนสิงหาคม 2565 รวมทั้งในเว็บไซต์ Ferragamo.com ใครสนใจก็ลองไปตามสอยกันดูนะ

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ต่อที่นี่