เปิด 2 คอสตูม NCT 127 สร้างตำนานบทใหม่ในอุตสาหกรรม K-POP

ความภูมิใจของ NCTzen! เปิด 2 คอสตูม NCT127 ตำนานเส้นทางแฟชั่นในอุตสาหกรรม K-POP

หากใครเป็นแฟน K-POP คงจำตำนาน ‘영웅’ (ยองอุง) หรือ ‘Kick It’ ได้เป็นอย่างดี เพราะกระแสที่ถล่มทลายในช่วงนั้น ไม่ว่าใครก็ต้องได้ยินท่อน New thangs, new thangs, Bass kick swingin’ like I’m Bruce Lee. แน่นอน และไม่ใช่แค่เพลงที่เป็นไวรัล แต่คอสตูมที่ปรากฏในมิวสิกวีดีโอก็ได้รับการถูกพูดถึงในวงกว้างเช่นกัน โดยเฉพาะชุดแรกที่มาในคอนเซ็ปต์ศิลปะการต่อสู้จีน ด้วยดีไซน์ที่มีความเท่ ปนเซ็กซี่เล็กๆ ตามคาแร็คเตอร์ของสมาชิก ทำให้คอสตูมเซ็ตนี้โดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

ล่าสุดคอสตูมดังกล่าวได้สร้างตำนานใหม่อีกครั้ง เมื่อทั้ง 9 ชุด ได้นำไปแสดงในนิทรรศการ Design Dream Land ณ Dongdaemun Design Plaza (ddp) ซึ่งสามารถเข้าชมได้ฟรีจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 หากใครเป็นแฟนคลับไม่ควรพลาดที่จะไปเก็บความทรงจำ

https://twitter.com/city_4_n/status/1772844347748397484?s=46&t=DnId2TDrnxmwccWaGWHUPw

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคอสตูมที่สร้างตำนานไม่แพ้กันกับคัมแบคครั้งล่าสุดอย่าง ‘Fact Check’ ที่นำชุดจากรันเวย์จาก SONGZIO มาสวมใส่ โดยดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดโบราณเกาหลี และเล่าผ่านความโมเดิร์นในฉบับของแบรนด์ โดยคอสตูมดังกล่าวสไตลิสต์มากความสามารถอย่าง ‘คิมยองจิน’ มาเสกลุคให้กับสมาชิกทั้ง 8 คน และสุดท้ายเขาสามารถคว้ารางวัล Artist of the year สาขา Stylist มาเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับ NCT และความภาคภูมิใจให้ชาว NCTzen ครั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับสไตลิสต์คนเก่งของเราจริงๆ ค่ะ

เอิร์ธ-นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน

หนุ่มเจ้าเล่ห์ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เอิร์ธ-นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน

ทำความรู้จัก หนุ่มเจ้าเล่ห์ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส นักแสดงน้องใหม่ เอิร์ธ-นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน จาก Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์

สาดความน่ารักสดใสออร่ามาเต็ม สำหรับ นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน ซึ่งรับบทบาท เอิร์ธ ใน ออริจินีลซีรีส์ จาก Viu(วิว) “Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์” ที่ออกอากาศแล้วทาง Viu Application เป็นอีกหนึ่งคนที่มีดาเมจออร่าแรงจนใจบางหนักมากจนหลายคนถามเขามาว่า นักแสดงน้องใหม่คนนี้คือใคร นอกจากบทบาทหนุ่มเจ้าเล่ห์ ผู้มาพร้อมรอยยิ้มสดใส เอิร์ธ นันทวัฒน์ ก็ถ่ายทอดเรื่องราวตัวละครที่ตัวเองได้รับออกมาได้อย่างเหมือนกับถอดตัวละครจากซีรีส์ออกมามีชีวิตอยู่จริง เพราะเล่นได้ดีเล่นได้อย่างพิถีพิถัน 

เอิร์ธ-นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน

งานนี้ต้องบอกเลยว่าโปรไฟล์ของ เอิร์ธ นันทวัฒน์ เขามาพร้อมกับความสามารถที่มากล้นจริงๆ

ประวัติ เอิร์ธ-นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน

ชื่อ : นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน

ชื่อเล่น : เอิร์ธ

เกิดวันที่ : วันที่ 29 กรกฎาคม 2003

ส่วนสูง : 175 cm

น้ำหนัก : 57 kg

ภูมิลำเนา: กรุงเทพมหานคร

การศึกษา : ปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์

กีฬาที่ชอบ  : เทนนิส

ความสามารถพิเศษ : เล่นลูบิด และ สนุกกับการเป็นคอนเท้นต์ครีเอเต้อร์ ผ่านทางช่องทางต่างๆเช่น Tiktok และ Instagram

ผลงานการแสดงล่าสุด : Close Friend โคตรแฟน 3 โซจู บอมบ์

“คุณหมอวิน Doctor Win Clinic” แนะทริคปรับรูปหน้าปัง! ด้วยศาสตร์ Emotional Attributes

อีกหนึ่งเทรนด์ความงามที่สาวกบิวตี้กำลังให้ความสนใจกันสุดๆ ในช่วงนี้ แน่นอนว่าคงต้องยกให้กับ “การปรับรูปหน้า” ที่ไม่ว่าใครๆ ก็พูดถึง และอยากลองอัพความปังด้วยการปรับรูปหน้ากันสักตั้ง ดังนั้น Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว จึงขอพาไปพูดคุยกับ “คุณหมอวิน – นายแพทย์เวชพิสิทธิ์ พนาวร” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแห่ง Doctor Win Clinic ซึ่งมากด้วยประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า โดยเฉพาะศาสตร์ Emotional Attributes หรือการวิเคราะห์รูปหน้าโดยใช้คุณลักษณะทางอารมณ์ โดยสถาบันอบรมของ Allergan Aesthetics เพื่อเจาะลึกทริคต่างๆ ที่จะทำให้การปรับรูปหน้ามอบผลลัพธ์ที่ตรงใจ

ปรับรูปหน้าตามเทรนด์

“เทรนด์การปรับรูปหน้าในปัจจุบันมีหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแบบฝรั่ง หรือแบบคนเอเชีย เช่น ไทย เกาหลี โดยจะมีทั้งการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็ก ปั้นคางให้ดูวีเชฟ ปรับลดแก้มลง รวมถึงการปรับรูปหน้าให้แลดูอ่อนวัย ซึ่งเทรนด์โดยรวมจะเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติ พูดง่ายๆ คือไม่ต้องการให้ดูออกว่าไปทำอะไรมา แต่ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ”

ปัจจัยเสี่ยงปรับรูปหน้าไม่ตรงปก

“ผู้รับบริการส่วนใหญ่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ตัดสินใจมาทำหัตถการปรับรูปหน้า เพราะอยากได้รูปหน้าเหมือนคนดังหรือไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งบางครั้งความต้องการนั้นๆ มาจากหลากหลายต้นแบบ เช่น อยากได้คางแบบคนนี้ แต่อยากได้จมูกแบบคนนั้น ซึ่งพอนำมารวมกันแล้วผลลัพธ์ออกมาไม่สวยอย่างที่คิดเอาไว้ ดูผิดธรรมชาติ ดูไม่สมส่วน นั่นเป็นเพราะความต้องการนั้นๆ อาจไม่ได้เหมาะกับโครงหน้าเดิมของตัวเองจริงๆ

“ยกตัวอย่างเคสที่เจอบ่อยๆ บางคนมีโหนกแก้มค่อนข้างสูง แต่อยากได้คางที่แหลม พอรวมกันก็ทำให้ใบหน้าด้านบนดูบานผิดปกติมากเกินไป นึกภาพตามง่ายๆ คือใบหน้าจะกลายเป็นเหมือนรูปสามเหลี่ยมคว่ำลง หรือที่บางคนเรียกว่า คางเช็คอิน เคสแบบนี้ก็จะต้องปรับแก้กันใหม่ โดยปรับแก้ทั้งรูปคางและรูปหน้าด้านข้าง เพื่อให้ใบหน้ารับกับคางแบบที่ต้องการ

“วิธีเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ตรงใจ สิ่งแรกหมอขอแนะนำให้ผู้รับบริการให้ความสำคัญกับขั้นตอนการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการให้มากๆ ครับ เพื่อให้แพทย์ช่วยวิเคราะห์โครงหน้าและวางแผนการปรับรูปหน้าอย่างถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

“สำหรับการวิเคราะห์โครงหน้าในปัจจุบันมีศาสตร์ Emotional Attributes หรือการวิเคราะห์รูปหน้าโดยใช้คุณลักษณะทางอารมณ์ โดยสถาบันอบรมของ Allergan Aesthetics ที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะเป็นศาสตร์ที่ทำให้เข้าใจโครงหน้าอย่างถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การปรับรูปหน้าได้อย่างเหมาะสมที่สุด”

ศาสตร์ Emotional Attributes ช่วยอัพหน้าเป๊ะ!

“หัวใจสำคัญของศาสตร์ Emotional Attributes คือการถอดรหัสบนใบหน้า Beauty Codes ผ่านการวิเคราะห์รูปหน้าโดยใช้คุณลักษณะทางอารมณ์ เพื่อค้นหาความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละคน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการทำหัตถการ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอย หรือการปรับรูปหน้า โดยผู้ที่คิดค้นศาสตร์นี้ขึ้นมาคือ ดร. เมาริซิโอ เดอ ไมโอ (MDM) ศัลยแพทย์ความงามชื่อดังระดับโลกชาวบราซิล ซึ่งเป็นผู้คิดค้นรหัสในการปรับรูปหน้าเพื่อชะลอวัยโดยไม่ต้องศัลยกรรม และถือเป็นต้นแบบการเรียนการสอนของแพทย์ทั่วโลก

“สำหรับคุณลักษณะทางอารมณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ด้วยศาสตร์ Emotional Attributes มีอยู่ 8 ประการ โดยแบ่งออกเป็นคุณลักษณะด้านลบ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง 4 ประการ ได้แก่ ความหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยล้า ดูเศร้า ดูดุ และคุณลักษณะด้านบวก หรือสิ่งที่ต้องการ 4 ประการ ได้แก่ ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้น ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น ดูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมากขึ้น โดยเมื่อเราวิเคราะห์และถอดรหัส Beauty Codes ที่ซ่อนอยู่บนใบหน้าได้แล้ว ก็จะเข้าใจลักษณะที่แท้จริงของใบหน้า และนำไปสู่ขั้นตอนการรักษาอย่างถูกต้อง โดยเริ่มจากการแก้ไขคุณลักษณะด้านลบก่อน จากนั้นจึงเป็นการปรับเปลี่ยนคุณลักษณะทางอารมณ์บนใบหน้าทั้งหมดให้เป็นด้านบวก

“จุดเด่นของศาสตร์ Emotional Attributes คือทำให้แพทย์เข้าใจความต้องการของผู้รับบริการยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีและตรงตามความต้องการของเขาจริงๆ อย่างตัวหมอเองก็มักได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากผู้รับบริการ เพราะการปรับรูปหน้าด้วยศาสตร์นี้ไม่ใช่แค่ช่วยแก้ไขเฉพาะจุด แต่ยังช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูลงตัวขึ้นอีกด้วยครับ”

ทริคต้องรู้! ก่อนอัพสวยด้วยหัตถการความงาม

“ก่อนตัดสินใจปรับรูปหน้า หรือทำหัตถการใดๆ ก็ตาม หมอขอแนะนำว่าควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์อย่างถูกต้อง รวมถึงตัวแพทย์เองก็ต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการให้กระจ่างที่สุด ไม่ใช่ทำตามความต้องการทั้งหมด เพราะบางครั้งความชอบหรือความต้องการนั้นๆ ก็อาจไม่เหมาะสมกับพื้นฐานของเขา ซึ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่คิดไว้ ต่อมาคือการได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่มีความรู้และความชำนาญ บวกกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง มีเทคโนโลยีตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ เช่น ปั้นขึ้นรูปได้อย่างแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งหรือดูย้วย และเหมาะกับแต่ละบริเวณของใบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและตรงตามความต้องการที่สุด

“สำหรับ Doctor Win Clinic หลักๆ จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Allergan Aesthetics ซึ่งนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาและมีความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนาน จึงสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการทั้งในเวลานี้และในอนาคต คือช่วยดูแลความสวยได้แบบระยะยาวนั่นเองครับ”

Doctor Win Clinic

เว็บไซต์ : www.doctorwinclinic.com

เฟซบุ๊ก : DoctorWin Clinic

โทร. 065-669-1695

ไลน์ : @doctorwin_clinic

นิปปอนเพนต์ จุดประกายไอเดียสีสะท้อนตัวตน ผ่านภาพยนตร์โฆษณา Inspired by you : สีที่คิดเพื่อคุณ

นิปปอนเพนต์พร้อมด้วย Brand Personality สุดทันสมัย ที่เข้าใจทุกความสำคัญของการเป็นตัวตน พร้อมสนับสนุนทุกคุณค่าของความต่างและเชิดชูความเป็นตัวของตัวเองในทุกรูปแบบ พร้อมโหมเดือดตลาดสีทาอาคารอีกครั้งด้วยแบรนด์คอนเซ็ปต์สดใหม่  “Inspired by you : สีที่คิดเพื่อคุณ”  เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์สีคุณภาพสูง จากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้าใจทุกกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อสะท้อนทุกบุคลิกเฉพาะตัวและเติมเต็มทุกแรงบันดาลใจ ด้วยการทุ่มเทพัฒนาสีให้มีคุณสมบัติดีที่สุด ซึ่งล้วนผ่านการคิดค้นและพัฒนามาจากความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม โดยล่าสุด นิปปอนเพนต์ ได้เปิดตัวภาพยนต์โฆษณาชุดใหม่ Inspired by you :            สีที่คิดเพื่อคุณ เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของกลุ่มคนที่มีความชัดเจนในตัวตนที่เชื่อว่าจะสร้างสีสันทรงคุณค่าให้กับโลกของเรา

นายณรงค์ฤทธิ์ มาลัยนวล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสี “นิปปอนเพนต์” ในประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตสีรายใหญ่อันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก จากประเทศญี่ปุ่น เล่าว่า “ภาพยนตร์โฆษณาชุด Inspired by you : สีที่คิดเพื่อคุณ มาพร้อม Brand Tagline ใหม่ “สีที่คิดเพื่อคุณ” เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่ม Gen X, Y และขยายไปยังกลุ่ม Gen Z ว่าเราเข้าใจความต้องการที่แตกต่างในการใช้สี เพราะเชื่อว่าความหลากหลายของบุคคลเมื่อรวมกันแล้วจะสร้างสรรค์และเติมเต็มซึ่งกันและกัน เฉกเช่นความหลากหลายของสีที่เมื่อรวมกันแล้วจะสร้างพลังบวก ส่งผลดีต่อจิตใจ สะท้อนความเป็นตัวตน รวมถึงบุคลิกของแต่ละคน และนิปปอนเพนต์ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตอบทุกสีสัน ที่จะสร้างสรรค์โลกใบนี้”

ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของกลุ่มคนที่มีความชัดเจนและเชื่อมั่นในตัวตน  เริ่มด้วย ชายหนุ่มสุดคูลกับสไตล์การแต่งตัวลุค Genderless ผู้ชัดเจนในความเป็นตัวเอง เปรียบเสมือน “สีที่ชัดในความต่าง” ตามด้วยเด็กหญิงวัยน่ารัก ในชุดเดรสเจ้าหญิงฟูฟ่อง ผู้กำลังสนุกกับการเล่นกีฬาสุดโปรดอย่างฟุตบอล โชว์ความแกร่งเกินตัว ราวกับ “สีที่แกร่งเกินตัว” และช่างสักสาวผู้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ลายสักทันสมัย ตามแนวที่ตนเองชื่นชอบ เปรียบได้กับ “สีที่เชื่อในตัวตน”  รวมถึงชายสูงวัย ผู้ที่ไม่เคยละทิ้งความฝันการเป็นศิลปินและยังรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้วาดภาพ เสมือน “สีที่ไม่จางหายตามกาลเวลา”

“โฆษณาชุด Inspired by you : สีที่คิดเพื่อคุณ ใช้งบประมาณในการทำโฆษณามากที่สุดในรอบ 10 ปี เป็นการปรับภาพลักษณ์ของนิปปอนเพนต์ให้ทันสมัย และสื่อว่าเราเป็นแบรนด์สีที่เข้าใจและสนับสนุนทุกคุณค่าของ  ความต่างในตัวคุณ นับเป็นการฉีกแนวการทำโฆษณาผลิตภัณฑ์สีที่มักมุ่งเน้นฟังก์ชันการใช้งาน และคุณสมบัติของสีเป็นหลัก แต่นิปปอนเพนต์อยากบอกว่านอกจากเราจะเชี่ยวชาญแล้ว เรายังนำความเชี่ยวชาญมาใช้ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ด้วย เราคาดหวังว่าโฆษณาชุดนี้จะทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์นิปปอนเพนต์ในฐานะแบรนด์สีคุณภาพสูงที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น”

ด้าน นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้เล่าถึงแนวคิดการพัฒนาสร้างสรรค์สีของนิปปอนเพนต์ว่า “เราได้นำวิสัยทัศน์ Inspired by you มาเป็นหลัก   ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีให้กับลูกค้า โดยนำวิสัยทัศน์ Inspired by you มาเป็นหลักในการทำงานตามแบบ   Think Global Act Local ที่มุ่งให้ความสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ Customer Centric คือ การมุ่งเน้นลูกค้าทุกกลุ่มเป็นศูนย์กลางและเข้าใจความต้องการอย่างถ่องแท้ Customized Solution คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน  ที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้ลูกค้า และ Concrete Innovation คือ คุณภาพและมาตรฐานจะต้องมีผลทดสอบที่  จับต้องได้ นับจากนี้ กระบวนการทำงานในทุกขั้นตอนของเราจะอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ Inspired by you ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ โลจิสติกส์ รวมไปถึงการทำตลาด การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารกับลูกค้า” นายวัชระ กล่าว

“ปีนี้เราจะได้เห็นนวัตกรรมสีแบบใหม่ ๆ จากนิปปอนเพนต์ที่คิดค้นขึ้นจากการเข้าใจอย่างถ่องแท้และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งแก้ปัญหาที่เป็น Pain Point ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น สีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดขั้นตอนการทา และทำให้การทาสีเป็นเรื่องง่าย สีที่ใช้ในการตกแต่งที่จะได้รับการพัฒนาให้มีราคาต่ำลง แต่ยังคงประสิทธิภาพและความสวยงามครบถ้วน เช่น สีเท็กซ์เจอร์ สีสร้างลาย ซึ่งทำให้พื้นผิวของบ้านแต่ละคนมีความสวยงามแตกต่างกันในราคาที่ย่อมเยา รวมทั้งสีที่เจ้าของบ้านสามารถ DIY ทาได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดความกังวลเรื่องการหาช่างที่ถูกใจ ขณะเดียวกัน เฉดสีที่มีให้เลือกถึง 2,338 เฉด ก็ยังเป็นจุดเด่นของนิปปอนเพนต์ที่จะทำให้คนรักบ้านสนุกกับการทาสีแต่งบ้านมากขึ้น”

สำหรับคนที่ชื่นชอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มอบความคุ้มค่า นิปปอนเพนต์จะพัฒนาต่อยอดสีนิปปอนเพนต์  เวเธอร์บอนด์ (Nippon Paint Weatherbond) ให้มีความทนทานสูงขึ้นอีก ซึ่งปัจจุบันสีนิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์ จัดเป็นสีเกรดอัลตร้าพรีเมียมที่ใช้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฟิล์มสี       มีความทนทานยาวนานกว่า 15 ปี ส่วนคนที่ห่วงใยสุขภาพโดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ๆ รวมถึง   สัตว์เลี้ยงแสนรัก นิปปอนเพนต์จะพัฒนาต่อยอดสีเพื่อสุขภาพนิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ (Nippon Paint AirCare)  ให้มีคุณสมบัติดียิ่งขึ้น ปัจจุบันสีนิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ จัดเป็นสีเกรดอัลตร้าพรีเมียม 15 ปี ที่มีมาตรฐานสูงมาก เป็นสีหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับตรารับรอง GREENGUARD GOLD CERTIFICATION มาตรฐานระดับโลก ขั้นสูงสุด จากสถาบัน UL สหรัฐอเมริกา ยืนยันความห่างไกลอันตรายจากสารระเหยเป็นพิษ และยังเป็น             สีที่ปราศจากสารระเหย (Zero VOCs) ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไร้กลิ่นฉุน ทาเสร็จเข้าอยู่ได้ทันที

นวัตกรรมสีทาภายใน นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ เกรดอัลตร้าพรีเมียม 15 ปี และ
สีทาภายนอก นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์ เกรดอัลตร้า พรีเมียม เกรด 15 ปี

ผู้สนใจสามารถชมภาพยนตร์โฆษณาชุด Inspired by you : สีที่คิดเพื่อคุณ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทางสื่อฟรีทีวี ดิจิทัลทีวี หรือคลิกชมได้ที่ https://fb.watch/qXXgjfU-08/  นอกจากนี้  นิปปอนเพนต์ยังได้ส่งแคมเปญ       Inspired by you : สีที่คิดเพื่อคุณ เป็นตัวแทนสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อทุกประเภทแบบ 360 องศา ทั้งสื่อวิทยุ สื่อ Out of Home รวมถึง KOL และโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ตาม Customer Journey ของลูกค้าด้วย  

โรช ไทยแลนด์ ร่วมสร้างอนาคตที่ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลในเดือนมีนาคมนี้ ทั่วโลกเฉลิมฉลองความสำเร็จและรำลึกถึงการต่อสู้ของผู้หญิง และร่วมกันสร้างอนาคตที่ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม โรช ไทยแลนด์ จัดงานเสวนาในหัวข้อ: “Lifting Women’s Voices to Inspire Inclusion: เพิ่มพลังเสียงของผู้หญิงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในความหลากหลายโดยไม่แบ่งแยก” ที่สนับสนุนให้ผู้หญิงหันมารักตัวเองมากขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก พญ. ราตรี เจะเอาะ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม ประธาน Cancer Warrior มะเร็งปากมดลูกจังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลปัตตานี เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ผู้หญิงชาวมุสลิมได้เข้าถึงการคัดกรองและรักษา และร่วมเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงอีกหลายคนได้ตระหนักและเข้าถึงการดูแลสุขภาพของตนเอง และ พญ. แทนชนก รัตนจารุศิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งในผู้หญิงประจำสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่มาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรคและให้คำแนะนำในการเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทยรักตัวเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพของผู้หญิงยังคงอยู่ ระบบการรักษาพยาบาลอ้างอิงจากข้อมูลของผู้ชายเป็นหลัก เพียง 5% ของทรัพยากรด้านสุขภาพใช้สำหรับผู้หญิง และผลจากการวิจัยในคนถึง 74% ไม่ได้ถูกรายงานตามเพศสภาพ จากผลสำรวจด้านสุขภาพของผู้หญิง ในปี 2567 เห็นได้ชัดว่า ปัจจุบันผู้หญิงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และสังคม ทำให้ผู้หญิงไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพตัวเองเท่าที่ควร โดยมากกว่า 61% ของโรคในผู้หญิงมักถูกประเมินค่าต่ำในระบบการบริการดูแลสุขภาพ  และมากถึง 71% ของผู้ชาย ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของโรคในผู้หญิง นอกจากนี้โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดกับผู้หญิง อาทิ โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก กลับยังมีอัตราการรับรู้ที่ต่ำอย่างมีนัยสำคัญ ผู้หญิงเกินกว่าครึ่งยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของการตรวจคัดกรองโรค รวมถึงผู้หญิงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ภาระหน้าที่ทางครอบครัว ความอับอายในการเข้าพบแพทย์ หรือแม้กระทั่งความเชื่อทางศาสนาที่มีผลต่อการเปิดใจรับการตรวจคัดกรองจากแพทย์ เป็นต้น

นายฟาริด บิดโกลิ ผู้จัดการทั่วไป โรช ไทยแลนด์ เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว กล่าวว่า “โรช ให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้หญิงเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันยังมีความท้าทายในการเข้าถึงการตรวจและการรักษาในโรคสำคัญของผู้หญิง โดยเฉพาะโรคมะเร็งอันดับต้นในผู้หญิง ทั้งมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2563 โรช ไทยแลนด์ ได้ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสร้างเครือข่ายและโครงการนำร่องให้แก่ประชาชน นำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการดูแลสุขภาพของผู้หญิงไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โครงการมิชชัน ลีปฟรอก ที่มุ่งเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพสำหรับผู้หญิงในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่เข้าถึงยากและเปราะบาง เช่น ชาวมุสลิมในจังหวัดปัตตานีผ่านการทำโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองได้ที่บ้านผ่านไปรษณีย์ เพื่อเป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้หญิงไทยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม” 

พญ. ราตรี เจะเอาะ หนึ่งในแพทย์ผู้ช่วยผลักดันและเป็นกระบอกเสียงในโครงการมิชชัน ลีปฟรอก เพื่อจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและให้ความรู้แก่ผู้หญิงในจังหวัดปัตตานี ได้ฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า “ผู้หญิง ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก ก็มีสัญชาตญาณปกป้องตัวเองและลูกน้อยของตน ผู้หญิงเราคือหลักยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนในครอบครัว การรักตัวเอง ดูแลสุขภาพของตนเอง เป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ ศาสนาไม่ใช่ข้อจำกัดที่เราจะปฏิเสธการตรวจคัดกรองโรคต่าง ๆ โรคร้ายในผู้หญิงอย่างมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงและไม่ควรถูกละเลย เราควรยึดร่างกายของตัวเองเป็นสำคัญ รักษาสิทธิ์ในร่างกายที่ทุกคนพึงมี และเปิดใจกับการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน”

พญ. แทนชนก รัตนจารุศิริ กล่าวเสริมว่า “โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก คือมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง โดยโรคมะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 1 และมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปอด แต่ความน่ากลัวของมะเร็งเต้านมจะลดลงตามความเร็วในการค้นพบ ดังนั้นการใส่ใจตรวจหามะเร็งเต้านมเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนควรให้ความสำคัญ หากตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และทำการรักษาอย่างถูกต้อง โรคมะเร็งเต้านมมีโอกาสสูงมากที่จะหายขาดได้ ผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเอง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และหลังจากอายุ 40 ปี ควรได้รับการตรวจทุก 1 ปี ควรทำแมมโมแกรม และ/หรือ อัลตราซาวน์ ปีละ 1-2 ครั้ง” 

โรคมะเร็งหรือโรคในผู้หญิงมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ดังนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่อาจละเลยในการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่งผลต่ออัตราการตรวจคัดกรองที่ต่ำอย่างน่าตกใจ โดยผู้หญิงเพียง 27% จะเข้าตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเมื่อมีอาการ และผู้หญิงเพียง 25% จะเข้าตรวจมะเร็งปากมดลูกเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติเท่านั้น ซึ่งเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวหมายความว่าผู้หญิงกว่าสองร้อยล้านคนทั่วโลกยังไม่เคยเข้าตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก และการยืดระยะเวลาการตรวจคัดกรองนั้นอาจทำให้โรคร้ายที่สามารถรักษาให้หายขาดได้กลายเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงไปอย่างน่าเสียดาย

“โรช ไม่เพียงส่งเสริมให้ผู้หญิงทั่วโลกเข้าถึงการตรวจและการรักษาในโรคต่าง ๆ เท่านั้น แต่เรายังส่งเสริมเรื่อง Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) แก่พนักงานภายในองค์กรอีกด้วย และเรายังคงสนับสนุนให้ผู้หญิงในประเทศไทยมีความรู้ความเข้าใจในโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง เพราะมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกไม่เพียงแค่ส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วย แต่กระทบกระเทือนถึงครอบครัวและคนที่เรารักด้วย ดังนั้นเราจึงยืนหยัดต่อความเสมอภาค และจะทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ที่มาพร้อมสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นของผู้หญิงไทยทุกคน” นายฟาริด บิดโกลิ กล่าวเสริม 

สุดท้ายนี้ โรช ไทยแลนด์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้หญิงไทยให้มองเห็นคุณค่าของตัวเอง ตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศ และช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเพื่อมาร่วมต่อสู้กับโรคมะเร็งไปพร้อม ๆ กัน

Universal Woman Asia

“เจนนี่ – เจนนิเฟอร์ พรลิตา” คว้ามงกุฎ Universal Woman Asia จากเวที Universal Woman 2024

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับเวทีการประกวด Universal Woman ประจำปี 2024 ซึ่งในปีนี้มีผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่า 44 ประเทศเข้าร่วมการประกวด โดยการประกวดในรอบสุดท้ายจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

โดยสาวมากความสามารถ “เจนนี่ – เจนนิเฟอร์ พรลิตา” ตัวแทนของประเทศไทย คว้ามงกุฎ Universal Woman Asia 2024 และติดอันดับรอบ 24 คนสุดท้ายบนเวทีการประกวดนางงามระดับสากลมาได้อย่างน่าประทับใจ

Universal Woman Asia

สาวไทยสวยเก่ง “เจนนี่ – เจนนิเฟอร์ พรลิตา” คว้ามงกุฎ Universal Woman Asia จากเวทีการประกวดนางงามระดับสากล Universal Woman 2024

สำหรับ “เจนนี่ – เจนนิเฟอร์ พรลิตา” วัย 31 ปี สูง 170 เซนติเมตร จบการศึกษาระดับ Major Economic จากมหาวิทยาลัยในประเทศสวีเดน เธอสร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการและผู้ชมด้วยความสวยสง่า บวกกับบุคลิกความมั่นใจที่โดดเด่น จนสามารถคว้าตำแหน่ง Universal Woman Asia ประจำปี 2024 ของเวที Universal Woman ในปีนี้มาครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งเธอได้เผยความรู้สึกหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญครั้งนี้เอาไว้ว่า 

Universal Woman Asia

“รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย และคว้าตำแหน่ง Universal Woman Asia 2024 มาครองได้สำเร็จ เจนนี่จะใช้ตำแหน่งนี้ในการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและมนต์เสน่ห์ความสวยงามของเมืองไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น พร้อมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลกไปพร้อมกันค่ะ”

Universal Woman Asia
Universal Woman Asia: Representing Thailand
Universal Woman America: Representing Argentina
Universal Woman Africa: Representing Kenya
Universal Woman Caribbean: Representing Puerto Rico
Universal Woman Europe: Representing Great Britain
Universal Woman Oceania: Representing Australia
Universal Woman Pacific: Representing Honduras
Universal Woman Asia

นอกจากนี้เธอยังได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุน และจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับภารกิจหลังรับตำแหน่งกับทาง Universal Woman ประจำปี 2024 ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ต่อไป

สำหรับตำแหน่ง Universal Woman ประจำปี 2024 อันดับ 1 ตกเป็นของ Maria Gigante จากประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ได้แก่ Maria Gigante (Philippines) , Chelsi Smith (Jamaica) , Alexandra Swayne (Canada) , Danica Felecia (Indonesia) และ Olga Avramenko (Ukraine)

Universal Woman

สำหรับการประกวด Universal Woman เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 25 – 45 ปี ได้แสดงพลังของผู้หญิงที่ต่างมีความงดงาม โดยไม่จำกัดเรื่องสถานภาพ ทั้งเรื่องการสมรสและการมีบุตร เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงทุกคนสามารถแสดงถึงพลังในการทำสิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ พร้อมทั้งยังสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลก เพราะหัวใจที่อยากทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม ถือเป็นความสวยจากภายในที่จะเปล่งประกายสู่ภายนอก

Universal Woman Asia
Universal Woman Asia
บี – วิภาพร สัตยาอภิธาน Universal Woman Thailand 2023 และ ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น

Follow: Universal Woman Thailand เวทีนางงามยุคใหม่แห่งความงามของผู้หญิงในทุกมิติ
Visit our linktr.ee/universalwoman.th
Universal Woman TH 2024 IG: @jennigustavson
National Director IG: @beesataya


สงบศึกกับ SPF ซัมเมอร์นี้ด้วยกองทัพกันแดดจาก ANESSA ควีนแห่งกันแดดที่เน้นการปกป้องพร้อมให้ผิวสวย ฉ่ำโกล์ว ออกแบบมาเพื่อวาสนาของสาวเมืองร้อนที่แท้จริง

เธอจ๋า เธอก็รู้ว่าประเทศไทยมี 3 ฤดู SUMMER/ SUMMERER/ SUMMEREST มันมีแต่ร้อนขั้นกว่ากับร้อนขั้นสุดค่ะสาว และจากการพยากรณ์ของกรมอุตุฯ ปีนี้ก็ไม่มีอะไรให้ใจฟู ทุกสำนักฟันธงตรงกันว่าอากาศจะร้อนแบบสิ้นหวังมาก ฉะนั้นเตรียมพร้อมเลยจ่ะ ศึกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเบาเพราะเราอยู่ในประเทศที่อากาศเหมือนซ้อมตกนรกตลอดเวลา

พัดชาเป็นคนหนึ่งที่เฟ้นหากันแดดที่ชอบและจะใช้ไปได้นานๆ มาตลอด เพราะกันแดดที่ไม่เห็นผลจะทำให้คนขี้เกียจอย่างเราเลิกทากันแดดไปในที่สุด แล้วผลลัพธ์เป็นไง มันไม่ใช่แค่หมองคล้ำแต่ฝ้ากระ ริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ ก็กลับมา SAY HI กันพรึบพรั่บ ซึ่งนั่นคือสัญญาณของผิวแก่ก่อนวัย

จังหวะดีที่ ANESSA แบรนด์กันแดดอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ดินแดนแห่งนวัตกรรมกันแดดที่น่าเชื่อถือที่สุด เขาอาสาส่งผลิตภัณฑ์ ANESSA GOLD SERIES แบบครบเซ็ตรวมถึง ANESSA NIGHT SUN CARE SERUM ไนท์เซรั่มกู้ปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดดมาให้พิสูจน์ ท้ามาแบบนี้จะรออะไร…ไปเริ่มกันเลย

ANESSA GOLD SERIES ยิ่งร้อนก็ยิ่งเริ่ด

เป็นคอลเลคชั่นกันแดดที่โด่งดังคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่ต้องขอมาเล่าความดีงามพร้อมกับรีแคปทีละตัวให้ฟังกันอีกที เพราะบางคนอาจยังไม่ทราบว่ากันแดดรุ่น GOLD SERIES สีทองนี้เขามีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความถนัดและสถานการณ์ที่จะเลือกใช้

ความเจ๋งที่ทำให้ผลลัพธ์การปกป้องผิวของ ANESSA GOLD SERIES ว้าวกว่ากันแดดทั่วไปคือนวัตกรรม AUTO REPAIR TECHNOLOGY เพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UV อย่างต่อเนื่อง ไม่หลุดทุกการเคลื่อนไหว และ AUTO BOOSTER TECHNOLOGY ที่ช่วยบูสประสิทธิภาพกันแดดเมื่อผิวต้องสัมผัสกับความร้อน เหงื่อ น้ำ และความชื้นในอากาศ เพราะฉะนั้นจากปัญหาทากันแดดแล้วปกป้องได้แป๊บเดียว ANESSA ใช้นวัตกรรมนี้ทำให้ยิ่งร้อน ยิ่งเหงื่อ ยิ่งโดนน้ำก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้อง ซึ่งมันเหมือนถูกสร้างมาสำหรับประเทศร้อนชื้น เปียกปอนอย่างบ้านเรา

ผลลัพธ์เกินเรื่องกับผิวฉ่ำโกล์วหลังใช้

ไม่ใช่เพียงปกป้องผิวจากแสงแดด แต่นวัตกรรมของเขาดูแลเลยไปถึงเรื่องความงดงามของผิวไม่ต่างจากสกินแคร์ดีๆ ชิ้นหนึ่ง

ANESSA GOLD SERIES มี SKIN BEAUTIFYING SUN ESSENCE ส่วนผสมของสารบำรุงผิวนานาชนิดที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอยเล็กๆ ปัญหากวนใจที่แสงแดดตัวร้ายทำทิ้งไว้ ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่พบบ่อย หลายครั้งที่รู้สึกว่าผิวดูหมองลงแต่เดาไม่ออกว่าเกิดจากปัญหาอะไร ที่แท้แล้วเกิดมาจากจุดด่างดำเล็กๆ ที่ฝังตัวอยู่ในผิวรวมถึงความแห้งกร้านที่กลายเป็นฟิลเตอร์ความหมองคล้ำทำให้สวยไม่สุด ซึ่ง SKIN BEAUTIFYING SUN ESSENCE นี้เองเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาจนผิวกลับมาดูฉ่ำโกล์ว เปล่งปลั่งสุขภาพดีได้อีกครั้ง

ANESSA GOLD SERIES 3 ชิ้นปิดจบสงบศึกกับยูวี

ANESSA PERFECT UV SUNSCREEN SKINCARE MILK (GOLD MILK)

ชิ้นนี้เป็นตัวที่พัดชาหยิบขึ้นมาใช้บ่อยมากโดยเฉพาะเวลารีบๆ เพราะน้องเขาบางเบาซึมซาบไวจริง ปกกันรังสียูวีได้แบบเต็มสูบ เนื้อสัมผัสพอบีบออกมาจะมีความไหลนิดๆ แบบน้ำนมซึ่งทาแล้วเข้าผิวไวมาก หายวับไปเลยโดยไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะ ทำให้มูฟออนไปสู่ขั้นตอนต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

เคยใช้ออกไปเจอความร้อนที่ต้องออกงานแบบเอ้าท์ดอร์อยู่ 3 วันติดบอกเลยว่าว้าวสุดๆ ที่กลับมาพร้อมกับผิวที่ไม่หมองคล้ำลง ไม่แห้งกร้านแถมยิ่งใช้ต่อเนื่องยิ่งรู้สึกว่าผิวฉ่ำชุ่มชื้นขึ้น ทำให้มั่นใจกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งขึ้นมาก แต่แม้จะไม่ออกแดดก็ยังคงใช้ตัวนี้ต่อเนื่องเพราะเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการป้องกันของเขาจริงๆ ตัวนี้มี 2 ขนาดให้เลือก ขนาด 60 ML ราคา 1,050 บาท และขนาด 20 ML ราคา 395 บาท

ANESSA PERFECT UV SUNSCREEN SKINCARE GEL (GOLD GEL)

ส่วนน้องคนนี้เนื้อสัมผัสจะเซ็ตตัวกว่าตัวแรกเป็นเนื้อแบบเจลครีม ซึ่งก็ยังอยู่ในหมวดที่เป็นเนื้อสัมผัสแบบเบาสบาย กันแดดแบรนด์นี้บอกเลยว่าไม่มีตัวไหนเหนอะหนะหรือมีกลิ่นประหลาดให้เอ๊ะเลย ทำให้รู้สึกสุนทรีย์กับการทากันแดดมากขึ้น

ตัวนี้พัดชามักจะใช้กับวันที่แน่ใจว่าร้อนมากๆ เปียกมากๆ เพราะเนื้อสัมผัสเขาจะหนากว่าตัวแรกเล็กน้อยทำให้มั่นใจว่าป้องกันแบบเอาอยู่จริงๆ ที่ชอบมากๆ ก็คือใช้ก่อนลงเมคอัพแต่งหน้าเพื่อถ่ายรูปแล้วไม่มีลอยไม่มีว่อก สวยเป๊ะเป็นธรรมชาติมากๆ ขนาด 90 กรัม ราคา 950 บาท

ANESSA PERFECT UV SUNSCREEN SKINCARE SPRAY (GOLD SPRAY)

ชิ้นนี้คือไม่มีไม่ได้จริงๆ สเปรย์กันแดดที่สามารถใช้ได้ทั้งหน้า ผิว และผม ฉีดได้ทั้งวัน ฉีดทับเมคอัพก็ได้   ที่ติดใจคือมันว่องไวช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นม๊าก หากวันไหนลืมทากันแดดจริงๆ ก็จะมีตัวนี้ช่วยปิดจบ และเป็นชิ้นที่ต้องพกติดรถไปสำหรับวันที่ตั้งใจว่าจะต้องมีกิจกรรมยาวนานตลอดวัน ใช้สูตรสเปรย์ฉีดซ้ำไปอีกรอบเพิ่มการปกป้องให้ยาวนานขึ้นไปอีก เขาออกแบบชิ้นนี้ให้ฉีดได้หมดทั้งผิวหน้า ผิวกายและเส้นผม ยอมรับว่าติดใจในความง่ายสะดวกจนทำให้รู้สึกว่าการใช้กันแดดไม่เป็นภาระอีกต่อไป ขนาด 60 กรัม ราคา 650 บาท

ANESSA NIGHT SUN CARE SERUM ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับไนท์ไทม์?? ไหนใครงงยกมือขึ้น!!

ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับไนท์ไทม์?? ยอมรับว่าไม่ได้ยินจากแบรนด์อื่น ครั้งแรกหลายคนคงงงว่าเราจะป้องกันรังสียูวีกันทำไมในเมื่อกำลังปิดไฟเข้านอน ไม่ใช่จ่ะสาว ตัวนี้เขาเป็นไนท์เซรั่มที่ช่วยกู้ชีพผิวคล้ำเสียและริ้วรอยจุดด่างดำจากที่เราสู้กับรังสียูวีมาตลอดทั้งวัน ANESSA เขาห่วงใยไปจนถึงเวลาค่ำคืนช่วงเวลาที่ผิวจะฟื้นตัวได้ดีที่สุด

ตกหลุมรักน้องเขามาตั้งแต่แพคเกจจิ้ง สวยจึ้งใจจริงและดูลักชัวรีมากๆ เวลาวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ถือเป็นชิ้นที่กู้ภัยผิวสงบศึกให้ผิวกลับมา Recovery ตัวเองได้เป็นอย่างดี หลายครั้งที่เผชิญกับแสงแดดมาทั้งวันจนรู้สึกว่าร้อนผ่าวผิวคล้ำ ก็จะได้เซรั่มตัวนี้ช่วยฟื้นฟูให้ผิวกลับมารู้สึกชุ่มชื่น ฉ่ำโกลว์และเรียบเนียนได้อย่างรวดเร็ว แถมยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำเก่าๆ ให้หายไปด้วย

ความดีงามอีกข้อคือใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย ฟื้นฟูทั้งเฟสและบอดี้ไปด้วยกัน ทำให้รู้สึกว่าการเกิดเป็นสาวเมืองร้อนมันก็ไม่ได้โหดอย่างที่คิด มีขายแค่ที่วัตสันเท่านั้น ขนาด 180 ML ราคา 990 บาท

สรุปได้เลยว่า ANESSA คือกันแดดที่ทำให้พัดชากลับมามีไฟในการทากันแดดอีกครั้ง นั่นก็เพราะใช้แล้วเห็นผล ใช้แล้วไม่รู้สึกว่าเสียเวลาเปล่า นอกจากจะไม่หมองไม่คล้ำแล้วความฉ่ำแบบผิวสุขภาพดีก็ตามมา ถือว่าเป็นกันแดดคุณภาพที่เวลาใครมาถามหรือขอคำแนะนำก็ต้องเป็นชื่อ ANESSA ทุกครั้ง

เขาทำให้เรากลับเข้าวงการกันแดดได้อีกครั้ง จะไม่รักคุณเขาได้ไง

ANESSA พร้อมให้คุณท้าแดดอย่างมั่นใจในทุกกิจกรรม วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Watsons, EVEANDBOY, Tops, Boots, Tsuruha, Matsukiyo, Beautrium, Donki, Sephora และช่องทางออนไลน์ Watsons Online, Lazada flagship store, Shopee flagship store และ Konvy

ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล

เปิดวาร์ปเพื่อนนางเอกงานดี ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล จากดวงใจเทวพรหม

ฮอตรองมาจากอากาศ ก็หนุ่ม “ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล วิวิธวรรธ์” นี่แหละ!! เพราะนอกจากตอนนี้งานละครจะรุมยาวหลายเรื่องรวด ผลพวงมาจากบทบาทของ พระองค์เจ้าพันพิชากร ในละครเรื่อง “หมอหลวง” สู่ “ซัน สุลิยา” ในละครชุดดวงใจเทวพรหม ตอน ลออจันทร์ ก็ฮอตไม่แพ้กัน ทะยานขึ้นแท่นหนุ่มฮอตไปแบบเก๋ๆ กับความหล่อประกบข้างกายนางเอกไม่ห่าง จนมีเปิดวาร์ปเพื่อนนางเอกหล่อบอกต่อด้วย ซึ่งผลงานละคร ลออจันทร์ ก็ทำให้ปีเตอร์แพนได้กลับมาร่วมงานกับ ครอบครัวของผู้กำกับรุ่นใหญ่ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ที่เคยร่วมงานด้วยมาตั้งแต่ยังเป็นนักแสดงเด็ก

ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล

ปีเตอร์แพน เผยว่า“ เพิ่งจะเห็นวาร์ปเหมือนกันครับ เห็นว่ามีเป็นทั้ง 4 หนุ่มจากละครลออจันทร์เลย ก็ต้องขอบคุณแฟนๆทุกคนที่เอ็นดูและซัพพอร์ตนักแสดงทุกคน คาแรคเตอร์ตัวละครทุกตัวด้วยนะครับ มันเป็นกำลังใจให้กับพวกเรานักแสดงทุกคนจริงๆ ได้เล่นเป็น ซัน สุลิยา เพื่อนสนิทที่สุดของลออ พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเค้าและไปกับเค้าทุกที่ครับ ละครเรื่องนี้ทำให้ผมต้องไปฝึกสกิลหลายๆอย่างมากครับ ทำให้เรารู้สึกเข้าถึงบทบาทเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง สกิลก็จะมีทั้ง ยิงปืน ขี่ม้า ขับมอเตอร์ไซค์ แล้วก็คิวบู๊ครับ ตอนซ้อนมอเตอร์ไซค์ไม่รู้ว่าผมหรือจีน่าเกร็งกว่ากันนะครับ (หัวเราะ) หยอกเล่นครับ

มอเตอร์ไซค์ที่นำมาเข้าฉากนั้นเป็นทรงวินเทจ ทำให้ต้องใช้เท้าสตาร์ท ต้องคัทหลายรอบแต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ ตอนเด็กหลายครั้งได้ร่วมงานกับลุงอ๊อฟ ไม่ว่าจะเป็นพระจันทร์สีรุ้ง วายุภัคมนตรา ล่าสุดรับเชิญรากนครา แล้วพอมาเรื่องนี้ ถึงแม้ลุงอ๊อฟจะไม่ได้กำกับ แต่ก็เรียกได้ว่ายังเป็นโปรเจกต์ในบ้านลุงของอ๊อฟอยู่ ก็รู้สึกดีใจมากๆเลยครับ ตอบตกลงทันที

ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล

เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับพี่บีบี รู้สึกโชคดีมากครับ พี่บีบีเหมือนกับพี่สาวที่คอยดูแลแก๊งค์เด็ก ๆ น้อง ๆ ในกอง เป็นผู้จัดที่เราพูดคุยด้วยได้ทุกเรื่อง เป็นคนที่เทคแคร์ใส่ใจทุกคนดีมาก ต้องขอบคุณ พี่อู๋ผู้กำกับ พี่บีบีผู้จัด ทีมงานทุกฝ่ายครับ ขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่ให้โอกาสผมมาตลอด ขอฝากละครลออจันทร์ไว้ด้วยครับ แล้วเมษานี้จะมีการรีรันละคร พรหมลิขิต ภายในปลายปีนี้คาดว่าน่าจะได้ดูเรื่อง เงินงานความรัก ของทางค่าย Master One ครับ

ส่วนที่ถ่ายทำอยู่ก็มีเรื่อง หนึ่งในร้อย ของพี่แอนทอง และ เหนือพรหมลิขิต ของกันตนา ซึ่งน่าจะได้ดูกันภายในภายในปีหน้าครับผม ระหว่างนี้ถ้าคิดถึงกันก็สามารถมาพูดคุยติดตาม กันได้ผ่านช่องทาง IG, TikTok, X(Twitter) @peterpanzz_w ครับผม ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่คอยซัพพอร์ตมาเสมอเช่นกัน แล้วก็ต้องขอบคุณตนเองที่ยังไม่ยอมแพ้ครับ“

แผนออกกำลังกายที่สมดุล

แผนออกกำลังกายที่สมดุล คืออะไร? เพื่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่เร็ว และเริ่ดกว่าเดิม

ปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายใหม่ด้วย แผนออกกำลังกายที่สมดุล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเร็วขึ้น เริ่มต้นด้วยการค้นหาสิ่งที่ยังขาดหายไปจากตารางการออกกำลังกายของตัวเอง โดยแนวทางที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงมีสุขภาพดี คือการเลือกใช้แนวทางที่สมดุล เพราะการฝึกที่สมดุลและมีระเบียบแบบแผนจะช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการบาดเจ็บ และอาจพัฒนาผลการฝึกโดยรวมให้ดีขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองได้เร็วกว่าเดิม 

ส่วนที่อยากแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายไว้คือ เราทุกคนต่างก็มีการออกกำลังกายแบบที่ชอบและไม่ชอบ ให้เราปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายโดยยึดตามสิ่งที่เรารัก ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจและยอมทุ่มเทเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยองค์ประกอบสำคัญที่ทุกแผนการออกกำลังกายที่ดีควรมี ได้แก่ 

การยืดกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำช่วยให้เรามีความมั่นใจและทำให้เราคุ้นเคยกับรูปแบบการเคลื่อนไหวของร่างกายในท่าต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งยังช่วยพัฒนาให้ข้อต่อมีความมั่นคง กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และลดความตึงของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย การวอร์มอัพโดยการยืดกล้ามเนื้อด้วยท่าที่เน้นการเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) และการยืดกล้ามเนื้อแบบยืดเหยียดค้างไว้หลังการออกกำลังกาย (Static Stretching) อาจจะกินเวลาเพียง 10 นาที แต่สามารถสร้างความรู้สึกที่แตกต่างได้มาก ดังนั้นอย่าลืมวอร์มร่างกายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง และปิดท้ายด้วยคูลดาวน์

คาร์ดิโอ เป็นกิจกรรมที่ดีต่อหัวใจ หลอดเลือด และเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน เพราะว่าหัวใจของเราคือกล้ามเนื้อ ดังนั้นการกระตุ้นให้หัวใจได้ทำงานหนัก 2-3 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น หากคุณทำกิจกรรมที่กระตุ้นสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็อาจช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักช้าลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว มีกิจกรรมมากมายให้เลือก การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ ทุกกีฬาล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยม แต่ไม่ว่าจะเลือกออกกำลังกายแบบไหน หากเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นถือว่าได้ผลดีทั้งนั้น การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบหนัก 75 นาทีต่อสัปดาห์ หรือทั้งสองอย่างผสมผสานกัน ถือเป็นความถี่ที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ฝึกความแข็งแกร่ง เมื่อเราเพิ่มการฝึกแบบใช้แรงต้านในตารางการออกกำลังกายประจำวัน เราจะเริ่มรับรู้ถึงรูปร่างและความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ไขมันส่วนเกินในร่างกายจะหายไป ส่วนมวลกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่างกายที่มีมวลกล้ามเนื้อในปริมาณมากจะใช้แคลอรี่ในการรักษากล้ามเนื้อมากกว่าคนที่มีน้ำหนักเท่ากันแต่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายสูงกว่า ซึ่งเราสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เพิ่มขึ้นได้จากการออกกำลังกายโดยใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้าน หรือการยกน้ำหนักเป็นประจำ การออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับการกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

ฝึกความทนทาน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและยาวนานมากพอ สามารถช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเพิ่มระดับความทนทานได้ รวมทั้งเมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายจะต้องส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อหัวใจและปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจะมีพลังงานในการทำงานหรือกิจวัตรประจำวันเพิ่มมากขึ้น เราสามารถเพิ่มความทนทานให้หัวใจและหลอดเลือดได้โดยการเพิ่มระยะเวลาที่ออกกำลังกาย ส่วนกล้ามเนื้อสามารถเพิ่มความทนทานได้โดยการเพิ่มน้ำหนักที่เล่นและทำซ้ำ แนะนำให้มีอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ที่ควรโฟกัสที่ระดับการออกกำลังกายเพื่อสร้างความทนทาน

เราทุกคนต่างมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวางแผนเฉพาะของเราเองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการมุ่งมั่นเพื่อเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด เราต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกเองว่าจะฝึกแบบไหนและฝึกมากน้อยเท่าไรในแต่ละสัปดาห์ รวมทั้งควรจดบันทึกการออกกำลังกายไว้ตอนที่ทดลองทำตามแผน เผื่อว่าพบการออกกำลังกายที่เหมาะกับร่างกาย จะได้นำไปใช้ต่อในอนาคต

ข้อมูล: ซาแมนธา เคลย์ตัน รองประธานฝ่ายสมรรถภาพการกีฬาและฟิตเนสระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์
ภาพ: Pexels


คุณหนูสายเท่! เปิดรถหรู ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ราคากว่า 17 ล้านบาท

สวย เก่ง และรวยมาก สามคำนี้ต้องยกให้ ‘ลิซ่า BLACKPINK‘ ล่าสุดถอยรถหรู Mercedes – AMG G 63 ราคากว่า 17 ล้าน

เมื่อเป็นถึง CEO แห่ง LLOUD รถประจำตำแหน่งก็ต้องให้สมฐานะกันสักหน่อย ในวันเกิดครบรอบ 27 ปีบริบูรณ์ ช่อง Youtube: LLOUD Official ได้ลงคลิปพิเศษเป็นของขวัญให้เหล่าแฟนคลับนั่นคือ ‘Special Birthday Q&A with Lisa | 27 years around the sun | Exclusive Merch Drop‘ ซึ่งเป็นวีดีโอ Q&A เกี่ยวกับชีวิตของลิซ่า พร้อมฉลองปาร์ตี้วันเกิดเล็กๆ ในบ้านของตัวเอง โดยท้ายคลิปจบด้วยซีนที่เจ้าลิซก้าวขึ้นรถของตัวเอง แต่ใครจะไปคิดว่าซีนไม่กี่วินาทีก็ทำให้แฟนคลับและชาวเน็ตแตกตื่นไปตามๆ กัน เพราะรถรุ่นที่ลิซ่าขับนั่นเอง

โดยรถรุ่นดังกล่าวคือ Mercedes – AMG G 63 ออกแบบมาในดีไซน์สปอร์ตเหมาะกับสายเท่ มาพร้อมกับกระจังหน้าหม้อน้ำสุดพิเศษที่มีเฉพาะในรุ่นนี้เท่านั้น อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ส่วนภายใน พวงมาลัย AMG Performance ตรงบริเวณที่จับตกแต่งด้วย DINAMICA microfibre แป้นเปลี่ยนเกียร์อลูมิเนียมและเครื่องหมาย 12 นาฬิกา จึงทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสนามแข่งรถ

สำหรับระบบการปรับโหมดขับขี่ ‘AMG DYNAMIC SELECT’ สามารถเปลี่ยนลักษณะการขับขี่ได้เพียงใช้ปลายนิ้วสัมผัส เลือกโปรแกรมการขับขี่รูปแบบต่างๆ เพื่อปรับเปลี่ยนการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ ระบบช่วงล่าง และการบังคับเลี้ยว สามารถเลือกได้ไม่ว่าจะเป็นโหมด “Sport+” เพื่อการขับขี่แบบเร้าใจ หรือจะเป็นโหมด “Comfort” เพื่อการเดินทางแบบสะดวกสบาย

โดยราคาเริ่มต้นของ Mercedes – AMG G 63 ตอนนี้อยู่ที่ 17,920,000.00 บาท แต่แอบเห็นว่าภายในตัวรถของลิซ่ามีการ Customize เบาะต่างๆ เป็นสีเหลือง จึงคาดว่าราคารถของเจ้าลิซอาจมีมูลค่าที่สูงกว่านั้น


ภาพ: www.mercedes-benz.co.th และ Youtube: LLOUD Official
ข้อมูล: www.mercedes-benz.co.th

หลุยส์ วิตตอง เผยโฉมทรังก์ใส่คบเพลิง และเหรียญ โอลิมปิก ปารีส 2024

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับกีฬาโอลิมปิก 2024 ซึ่งปีนี้เจ้าภาพคือ ประเทศฝรั่งเศส โดยจะจัดขึ้นที่กรุงปารีส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 11 สิงหาคม ต่อด้วยกีฬาพาราลิมปิกในวันที่ 28 สิงหาคม – 8 กันยายนนี้

และเนื่องจากจัดที่เมืองแฟชั่น งานนี้ LVMH อาณาจักร Luxury Brand ที่มีแบรนด์ดังกว่า 75 แบรนด์ อาทิ Louis Vuitton, Dior, Celine, Fendi และ Loro Piana จึงเข้ามามีบทบาทในมหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งนี้ด้วย

ล่าสุด หลุยส์ วิตตองได้เปิดตัวทรังก์สำหรับใส่คบเพลิง และเหรียญรางวัลที่จะมอบให้กับนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ ซึ่ง Pietro Beccari ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ หลุยส์ วิตตอง กล่าวว่า

“เรารู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2024 ที่ปารีส ด้วยภารกิจในการทำบรรจุภัณฑ์ และการนำเสนอสัญลักษณ์ที่นิยามถึงโอลิมปิกและพาราลิมปิก”

สำหรับ ทรังก์ ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อปกป้อง และโชว์ตัวคบเพลิง ด้านนอกของทรังก์โดดเด่นด้วยลวดลาย Damier มุมต่างๆ ของทรังก์ถูกป้องกันด้วยโลหะทองเหลือง ด้านในตกแต่งด้วยหนังสีดำป้องกันรอยขีดข่วนบนพื้นผิวคบเพลิง พร้อมกับฝาปิดแบบบานพับที่มีโลโก้ โอลิมปิก ปารีส 2024 แบบนูน เป็นทรังก์ที่ออกมาแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบรับกับคบเพลิงสีแชมเปญที่สร้างสรรค์โดย แมธทิว เลฮานเนอร์ นักออกแบบชาวฝรั่งเศส

นอกจากทรังก์ใส่คบเพลิงแล้ว หลุยส์ วิตตองยังออกแบบ ทรังก์สำหรับใส่เหรียญกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิก จำนวน 468 เหรียญ ซึ่งออกแบบโดยแบรนด์จิวเวลรี่ Chaumet ซึ่งทรังก์สำหรับใส่เหรียญรางวัลนั้นได้รับแรงบันดาลใจจาก “malle coiffeuse” ซึ่งแต่เดิมสร้างขึ้นสำหรับช่างทำผม

ตัวทรังก์นั้นยังคงโดดเด่นด้วยลวดลาย Damier ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนกลางของทรังก์มีส่วนที่ไว้สำหรับโชว์เหรียญ และมีลิ้นชักตรงกลางยาวลงมา ขณะที่ด้านข้างเป็นบานพับสองบาน เมื่อเปิดออกเผยให้เห็นลิ้นชักที่ออกแบบเป็นพิเศษ มีระบบแม่เหล็กเพื่อยึดเหรียญให้เข้าที่อย่างปลอดภัยระหว่างการขนส่ง ที่จับลิ้นชักทำจากหนังสีดำด้าน โดยทรังก์ทั้งสองแบบนี้จะถูกเปิดตัวในคืนวันพุธนี้ที่ Ateliers Louis Vuitton

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ หลุยส์ วิตตอง รังสรรค์ทรังก์สำหรับแวดวงกีฬา โดยแบรนด์หรูสร้างทรังก์สำหรับถ้วยรางวัลมาตั้งแต่ปี 1988 โดยให้ความสำคัญกับการแข่งขันกีฬาที่โดดเด่นที่สุดของโลกหลายรายการ รวมถึง America’s Cup, Australian Open, Ballon d’Or, Davis Cup, FIFA World Cup, Grand Prix de Monaco, NBA Championship, Roland Garros และ Rugby World Cup เป็นต้น

แบรนด์ในเครือบ้าน LVMH จะมีบทบาทพิเศษในระหว่างการแข่งขัน โดยสตาฟของทีมฝรั่งเศสจะใส่เสื้อผ้าของ Berluti ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ในเครือ อาทิ Chaumet, Dior, Sephora และแผนกไวน์และสุราของ Moët Hennessy ก็เข้าร่วมด้วย


จูเนียร์-กาจบัณฑิต

จูเนียร์-กาจบัณฑิต จากชีวิตไม่มีเป้าหมาย สู่อาชีพนักแสดงที่อยากทำให้ดีที่สุด

จูเนียร์-กาจบัณฑิต ใจดี เขาเกิดวันที่ 12 กรกฎาคม 2539 อายุ 27 ปี สีที่ชอบคือ สีน้ำเงิน จบการศึกษาด้าน สถิติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หนุ่ม “จูเนียร์” ได้เล่าถึงการเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงของเขาว่า “เริ่มจากที่พี่แป๊ะผู้จัดการ มาเห็นผมในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ผมยืนถือธงหลัง ริว วชิรวิชญ์ และ พี่แป๊ะ (ทศพล แปงแก้ว) ได้เห็นผม เขาเลยติดต่อมาครับ”

จูเนียร์-กาจบัณฑิต

“จูเนียร์” เผยมาว่า “ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยในการจะมาเป็นนักแสดง คือผมก็มีแพลนชีวิตของตัวเองอยู่แล้วว่าจะต้องเรียนตรงนี้เพื่อไปทำงานตรงนี้ แต่มันเริ่มเข้ามาในวงการ เพราะผมตั้งใจจะถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา หรือถ่ายเอ็มวี เพื่อนำเงินไปเรียนต่อปริญญาโท จะได้ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ ก็เริ่มจากตรงนั้นมาเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้ และพอได้มาเล่นละครเรื่องแรก มันไม่เหมือนที่คิดไว้ตอนเด็ก ๆ คิดว่ามันน่าจะง่ายแค่จำบทอะไรแบบนี้ แต่พอได้มาทำจริงมันยากกว่านั้น ต้องสื่ออารมณ์ ซึ่งตรงข้ามกับเราเลย เราเรียนมากับคอมพิวเตอร์นั่งอยู่คนเดียวแทบจะไม่ได้พูดอะไรกับใครเลยครับ”

ส่วนเรื่องนิสัยของหนุ่ม “จูเนียร์” เขาได้เผยมาว่า “จริง ๆ ผมเป็นคนขี้เล่น กวน ๆ ถ้าอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่สนิทด้วย แต่ว่าถ้าอยู่กับคนแปลกหน้าหรือว่าคนที่ยังไม่ทันได้เริ่มสนิทก็จะนิ่ง ไม่ค่อยพูด เริ่มบทสนทนาก่อนไม่เป็น แต่ถ้าได้สนิทก็คือรั่วเลยครับ”

จากนั้นหนุ่ม “จูเนียร์” ยังพูดถึงสิ่งที่เขาชอบทำในเวลาว่างว่า “ผมชอบดูหนัง ออกกำลังกายเตะบอล มีชกมวยบ้าง” ส่วนในเรื่องอาหารที่เขาชอบก็คือ “แทบจะทุกเมนูที่เกี่ยวกับเนื้อและอาหารทะเล”

และเมื่อ “จูเนียร์” มาสายอาหารทะเลขนาดนี้สถานที่ที่เขาชอบไปเที่ยวที่สุดทุกคนคงเดาว่าเป็นทะเลใช่ไหม แต่ผิดคาดจ้า หนุ่มคนนี้ชอบไปเที่ยว บนภูเขาธรรมชาติสวย ๆ เขาเผยว่า “ผมชอบไปเที่ยวภูเขาครับ มันดูย้อนแย้งกับสิ่งที่ผมชอบกินมาก (หัวเราะ) แต่มันคือคนละอย่างกัน ถ้าถามถึงสถานที่ที่ผมอยากไปเที่ยวจริง ๆ ก็คือ ภูเขา ป่าธรรมชาติ สบาย ๆ แต่ไม่ถึงขั้นแบกเป้ลุยป่าครับ”

มาถึงเรื่องที่สาว ๆ อยากรู้ว่าหนุ่มหล่อคนนี้ เขามีสเปคผู้หญิงแบบ “จูเนียร์” เผยว่า “ชอบคนร่าเริง น่ารัก ขี้อ้อน แพ้ทางแบบนี้ครับ”

และเมื่อเรื่องการวางเป้าหมายในวงการบันเทิงของ “จูเนียร์” เขาได้ให้คำตอบว่า “ผมเคยมีปัญหานี้ คือไม่รู้ว่าจะตั้งเป้าหมายในวงการบันเทิงยังไง จนผมไปถามกับพี่ซีน ภัสธรากรณ์ เพราะว่าตอนนี้กำลังถ่ายละครด้วยกัน ไปคุยกับเขาว่าไม่รู้จะตั้งเป้าหมายยังไง จนได้ขอสรุปว่าทำไมเราไม่ตั้งเป้าหมายแค่ว่าเราเป็นนักแสดง เราก็แสดงเรื่องที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ทำการบ้านให้มันละเอียดที่สุด ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้วครับ”

ทั้งนี้ “จูเนียร์” ยังหลุดปากถึงเป้าหมายอื่น ๆ ที่อยากทำว่า “ผมอยากทำสตาร์ทอัพเป็นของตัวเอง จริง ๆ ก็แอบเริ่มทำแล้ว อยากทำเกี่ยวกับ Data Science เพราะว่าเราเรียนมาเลยไม่อยากทิ้งมันไป แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ และตอนนี้ก็มีเป้าหมายอยากฟิตหุ่นเพิ่มด้วย ผมได้ปรึกษา ออกัส เรื่องนี้อยู่ เพราะว่าหุ่นเขาดีมากครับ”

“JASPAL Tropicana” แรงบันดาลใจจากสีสันของดอกไม้เมืองร้อน

ต้อนรับซัมเมอร์ JASPAL Tropicana” แรงบันดาลใจจากสีสันของดอกไม้เมืองร้อน ลวดลายแอนนิมอลพริ้นท์ของนกแก้วและนกเงือก รวมถึงเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นและสีสันสวยงามอย่างค็อกเทล ที่ทางแบรนด์นำมาร้อยเรียงเรื่องราวถ่ายทอดลงเสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์ กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงของตกแต่งบ้านเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สำหรับฤดูร้อนนี้

ไฮไลท์ไอเทมที่ห้ามพลาด! สำหรับคอลเล็คชั่นผู้หญิง ได้แก่ ชุดเดรสและชุดเข้าเซ็ตลวดลายนกแก้ว นกเงือก และพืชพรรณดอกไม้ในสไตล์ทรอปิคอล พิเศษสุดกับชุดว่ายน้ำหลากหลายสไตล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเฉพาะช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้น และคอมพลีทลุครับซัมเมอร์กับ IT Bag ใบใหม่อย่าง Raffia Bag ที่มีให้เลือกแมตซ์ถึง 5 สี ได้แก่ เบจ ส้ม เขียว ชมพู และ น้ำเงิน

ในส่วนคอลเล็คชั่นผู้ชายจะเน้นไปที่สไตล์แคชชวล เน้นการสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกสบายแต่ยังแฝงความสมาร์ท อาทิ เสื้อฮาวาย รีสอร์ทที่มาพร้อมดีเทลพิมพ์ลายนกแก้วบริเวณด้านหลัง หรือจะเป็นชุดเข้าเซ็ตลายพริ้นท์ที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับไอเทมชิ้นอื่นๆ ในตู้เสื้อผ้าของคุณได้อย่างสนุกสนานตลอดทั้งปี

นอกจากเสื้อผ้าแล้วในโซนของ JASPAL Home & Lifestyle เอาใจคนชื่นชอบการแต่งบ้านให้คอมพลีท Mood รับซัมเมอร์ด้วยผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน อาทิ เซ็ตจานชามสีสันสดใสในโทนสีแดง เหลือง น้ำเงินสไตล์ทรอปิคอล และหมอนอิงดีไซน์ใหม่ลายโมโนแกรมตัวอักษร “J” มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดงและสีน้ำเงิน


เผยมุมมองความรักของ 5 คนดังผ่านแคมเปญ คาร์เทียร์ “TRINITY CENTENARY”

คาร์เทียร์ Trinity ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1924 และในปีนี้ก็ได้เดินทางมาครบ 100 ปี คาร์เทียร์เฉลิมฉลองการครบรอบของเครื่องประดับที่เป็นไอคอนิคนี้ด้วยภาพยนตร์แคมเปญใหม่ ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นอย่างงดงาม แสดงให้เห็นว่า Trinity ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความหลากหลาย

เผยมุมมองความรักของ 5 คนดังผ่านแคมเปญ คาร์เทียร์ “TRINITY CENTENARY”

Paul Mescal นักแสดงหนุ่มชาวไอร์แลนด์ มีชื่อเสียงในด้านฝีมือการแสดงที่ละเอียดอ่อนและทรงพลัง ไม่ว่าบนเวทีหรือหน้ากล้อง เขาแจ้งเกิดจากบทบาทอันโดดเด่นในซีรีส์ Normal People และหลังจากนั้นก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Actor ของเวทีออสการ์ รวมถึงรางวัลเกียรติยศอื่นๆ อีกมากมาย

“Trinity สำหรับผมแสดงถึงมิตรภาพ ความรัก และอ่อนโยน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้” – Paul Mescal

JISOO ศิลปินระดับโลก ตั้งแต่การเดบิวต์ JISOO ได้สร้างชื่อเสียงมากมาย ทั้งในฐานะนักร้อง นักแสดง และผู้ทรงอิทธิพลโลกโซเชียล ซึ่งมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 77.6 ล้านคน เธอสร้างประวัติศาสตร์และรวบรวมผู้คนทุกเจเนอเรชั่นจากทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในฐานะนักร้องของวง BLACKPINK ที่ประสบความสำเร็จ ไปจนถึงการเป็นนักแสดงมากความสามารถ

“สำหรับฉัน Trinity คือส่วนหนึ่งของชีวิต มันเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความหลากหลาย และช่วยให้ฉันยอมรับทุกแง่มุมของตัวเอง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะเป็นตัวเองเช่นกัน” – JISOO

YARA SHAHIDI นักแสดงมากความสามารถ โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน และดาวเด่นจากซีรีส์ black-ish ทางช่อง ABC ที่เคยเข้าชิงรางวัล Emmy และ Golden Globe เธอสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในฐานะศิลปินมากความสามารถ และเป็นที่จับตามองในวงการฮอลลีวูด นอกจากนี้บัณฑิตสาวจากฮาร์วาร์ดคนนี้ยังเป็นที่รู้จักจากการมีส่วนร่วมทางสังคมและการขับเคลื่อนเพื่อสิทธิความเท่าเทียม โดยเฉพาะการสนับสนุนความหลากหลายบนหน้าจอภาพยนตร์ เมื่อปี 2023 เธอรับบทเป็น Tinkerbell ในภาพยนตร์ Peter Pan and Wendy และยังรับบทนำในเรื่อง Sitting in Bars with Cake   ซึ่งเธอยังเป็นผู้อำนวยการผลิตอีกด้วย

“สำหรับฉัน Trinity คือสัญลักษณ์ของสายสัมพันธ์และความรัก ซึ่งสอดคล้องกับชีวิตของฉันที่เกิดขึ้นจากความรัก อันเต็มเปี่ยมที่ได้รับจากคอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุน” – YARA SHAHIDI

Jackson Wang ศิลปิน นักแสดง แฟชั่นดีไซเนอร์ และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ผู้มีผู้ติดตามรวมกว่า 97 ล้านคนบนโซเชียลมีเดียต่างๆ เขาคือผู้ก่อตั้ง TEAM WANG และเป็นศิลปินชาวจีนคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนเวที Coachella ติดต่อกันถึงสองปี

“ผมหวังว่าทุกคนจะค้นพบมาตรฐานของความสุขและความพึงพอใจในแบบของตัวเอง ผมกำลังสร้างความเชื่อมโยงทางความรู้สึกที่สะท้อนถึงคุณค่าของ Trinity” – Jackson Wang

LABRINTH นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หนึ่งในนักดนตรีอังกฤษที่สำคัญที่สุดของยุค” เขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับผลงานอัลบั้มเดี่ยว 3 ชุด (Electronic Earth, Imagination & the Misfit Kid, Ends & Begins) นอกจากนี้ Labrinth ได้รับบทบาทเป็นนักแต่งเพลงประจำซีรีส์ยอดนิยม Euphoria ของช่อง HBO ทั้งซีซั่น 1 และ 2 ฝีมือของเขาการันตีด้วยรางวัลจากเวที EMMYs, Ivor Novellos, และ Brits รวมถึงการเข้าชิงรางวัล GRAMMY หลายครั้ง ในฐานะโปรดิวเซอร์ Labrinth เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมากมาย อาทิ Beyoncé, Rihanna, The Weeknd, Ed Sheeran, Billie Eilish และอีกมากมาย นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกของกลุ่ม LSD ร่วมกับ Sia และ Diplo

“การได้รู้สึก ได้รัก และได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษ การคอลลาบอเรชันได้เชื่อมโยงโลกที่แตกต่าง และรังสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน นี่แหละคือสัญลักษณ์ความเป็นสากลอันแท้จริงของ Trinity” – LABRINTH


แอนน์ แฮทธาเวย์

ในจอฟาดหลังจอซี้ปึกคุยกับเพื่อนรัก แอนน์ แฮทธาเวย์ & เจสสิกา แชสเทน

ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าจับตาสำหรับ “Mothers’ Instinct สันดานแม่” ภาพยนตร์เขย่าขวัญจิตวิทยาเรื่องใหม่ที่ดัดแปลงมาจากนิยาย “Derrière La Haine” ของ “บาร์บารา อาเบล” นำแสดงโดยสองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง “เจสสิกา แชสเทน” (The Eyes of Tammy Faye) และ “ แอนน์ แฮทธาเวย์” (Les Misérables) กับบทบาทเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่พร้อมเล่นสงครามประสาทเขย่าขวัญผู้ชมกันแบบไม่ปรานี และถือเป็นการร่วมงานแบบจริงจังเป็นครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองเคยอยู่ในภาพยนตร์เดียวกันมาแล้วใน Interstellar เมื่อปี 2014

สำหรับ “Mothers’ Instinct” บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุค 60 เมื่อ อลิส (เจสสิกา แชสเทน) และ เซลีน (แอนน์ แฮทธาเวย์) สองสาวเพื่อนซี้ที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านกัน และทั้งคู่ยังมีลูกชายที่มีอายุใกล้เคียงกัน พวกเธอมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่ทุกอย่างพังทลายลงเมื่อเจอกับอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ทำให้สูญเสียลูกชายคนหนึ่งในพวกเธอไป ความเคลือบแคลงค่อยๆกัดกินจิตใจของทั้งคู่ และทำลายความผูกพันของสองสาว เมื่อสัญชาตญาณความเป็นแม่เข้าครอบงำ ต่างคนต่างเผยสันดานแม่ออกมาเกิดเป็นสงครามสั่นประสาทสุดกดดันที่ระทึกจนเกินคาดเดา คอหนังและแฟนๆเตรียมปักหมุดพบกับการฟาดฟันกันของ 2 ตัวแม่ได้ใน “Mothers’ Instinct สันดานแม่” 4 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

แอนน์ แฮทธาเวย์

บทสัมภาษณ์ แอนน์ แฮทธาเวย์ & เจสสิกา แชสเทน

คุณมานำแสดงในหนังเรื่องนี้ได้อย่างไร?

แฮทธาเวย์: เจสสิกากับฉันได้พบกันในภาพยนตร์เรื่อง Interstellar แต่เราเจอกันตอนเดินสายสื่อมากกว่าตอนถ่ายทำ เพราะตัวละครของเราไม่มีฉากร่วมกันและฉันก็ไม่รู้สิ เราเริ่มใช้เวลาด้วยกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเรากลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อเจสสิกาส่งภาพยนตร์ต้นฉบับเรื่องนี้มาให้ บอกว่าเธออยากนำมาดัดแปลงเป็นภาษาอังกฤษ ฉันตกลงทันที ฉันอยากร่วมผจญภัยและสร้างสรรค์พร้อมกับเธอ ดูว่ามันเป็นยังไงและได้เรียนรู้วิธีการทำงานของเธอ แล้วในเดือนมิถุนายนที่สุดหม่นในนิวเจอร์ซีย์ เราก็ได้ถ่ายทำภาพยนตร์ที่หม่นไม่แพ้อากาศเรื่องนี้ และตอนนี้เรากลับมาสนุกกันอีกครั้ง

แชสเทน: ขอบคุณพระเจ้า

Day 19_06232022-31.JPG

เบอนัวต์ เดลออมม์ บอกกับเราว่าเขาไม่มีทางทำหนังเรื่องนี้ได้ ถ้าไม่เคยเป็นพ่อ คุณเองในฐานะแม่ ได้ใช้ประโยชน์จากมันในการเข้าถึงบทบาท อลิซ บ้างไหม?

แชสเทน: ฉันไม่ได้คิดถึงชีวิตส่วนตัวหรือในแง่ของการเป็นแม่ ฉันคิดว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าอยู่ในสังคม ทุ่มหัวใจให้ชายคนหนึ่ง ใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายที่มีอำนาจจะส่งคุณเข้าโรงพยาบาลบ้าหากคุณไม่เดินตามกรอบบางอย่าง และบทบาทเดียวที่ทำให้อลิซมีค่า และถูกมองเห็นในสังคมคือการเป็นแม่ ประเด็นนี้สำคัญมากแค่ไหน? ใช่ มันสำคัญ แน่นอนว่ามีความผูกพันทางอารมณ์ ความรักและความปรารถนาที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโต แต่มันก็เป็นเรื่องค่านิยมในยุคนั้นด้วย เพราะคุณจะทำอย่างอื่นไม่ได้เลย การเป็นแม่ในยุค 60 มันเป็นแบบนั้น ฉันมองที่ประเด็นนี้เป็นหลักในการเข้าถึงตัวละครนี้

Day 18_06222022-194.JPG

คุณเตรียมตัวอย่างไรเมื่อเริ่มถ่ายทำ และคุณฟื้นตัวเมื่อหมดวันอย่างไร?

แฮทธาเวย์: ฉันพูดตามตรง ฉันบล็อกทุกอย่างเลย ฉันจำได้ว่าฉันปรึกษาคือเจสสิกาและเบอนัวต์ ซึ่งฉันโชคดีที่ได้ทำงานกับเขามาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง One Day ฉันรู้ว่าเจสสิกาเคยทำงานกับเขามาก่อนด้วย ฉันบอกพวกเขาว่า ‘ฉันรู้ว่าเราคุ้นเคยกันดี แต่ช่วยเรียกฉันด้วยชื่อตัวละครเท่านั้น อย่าถามเรื่องส่วนตัวของฉัน อย่าถามเรื่องลูกๆของฉัน ฉันรู้ว่าคุณรักรักฉัน ฉันก็รักคุณเช่นกัน แต่ฉันทำตามขั้นตอนนี้ทุกวันเพื่อให้เข้าถึงตัวละคร’ แล้วเมื่อถึงวันสิ้นสุดวันฉันก็ต้องทิ้งเซลีนไว้ตรงนั้น ฉันพยายามทิ้งช่องว่างระหว่างตัวเองกับตัวละครไว้ ไม่รู้สิ ฉันจำไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร เราถ่ายกันแค่ 24 วัน ฉันแค่จำได้มันมีช่วงที่ฉันรู้สึกกลับมาเป็นตัวเอง ฉันเงยหน้าเจสสิกากำลังจะสติแตก แล้วฉันก็กังวลมาก ได้แต่คิดว่า ‘โอ้ไม่มันไม่ใช่เจสนะ มันคืออลิซ’ มันเป็นช่วงเวลาที่ประหลาดจริงๆ

แชสแทน: แปลกจริงๆ เป็น 24 วันที่ยาวนานและสั้นที่สุดในชีวิตฉันเลย และตอนนี้มันดีขึ้นเยอะ

Day 20_06242022-23.JPG

การทำงานของคุณทั้งคู่เป็นยังไงบ้าง สนุกสนาน เฮฮา ไหม?

แชสแทน: ไม่เลย ด้วยความที่เราทั้งคู่เป็นโปรดิวเซอร์ นี่เป็นหนังพีเรียดที่งบจำกัดมากถ้าเทียบกับสเกล มันมีบางวันที่เราไม่รู้ว่าซีนที่เราเตรียมกันอยู่จะอยู่ในหนังจริงหรือไม่ คือถ้าเราถ่ายไม่ทันวันนี้ก็ต้องตัดทิ้งไปเลย ไม่มีเวลามาย้อนถ่ายใหม่ มันเครียดพอสมควร…

แฮทธาเวย์: ใช่

แชสแทน: …การทำงานแข่งกับเวลาแบบนี้ อย่างที่แอนน์เล่าไป บางครั้งเรามีโอกาสถ่ายได้แค่ช็อตละ 2 เทกเท่านั้น มันช่าง…เอาเป็นว่ามันทำฉันเครียดเลยทีเดียว

แฮทธาเวย์: เจสสิกาเทกเดียวผ่านตลอด ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน จะทำแบบเธอได้ต้องมีทักษะการแสดงสูงมาก แต่มันช่วยให้ฉันรีดศักยภาพของฉันออกมา เพราะฉันจะทำให้เธอผิดหวังไม่ได้ เหมือนที่เจสสิกาพูดไว้เป๊ะ มันเป็น 24 วันที่ยาวนานและสั้นที่สุดในชีวิต คุณไม่สามารถละสายตาไปไหนได้ แม้จะมีเวลาพัก แต่คุณพักไม่ลงหรอก เราอินกับบทตลอดเวลา สำรวจถึงเบื้องลึก

แชสเทน: ใช่

แฮทธาเวย์: พอเราหลุดออกมาแล้ว เราไม่เคยกลับไปพูดถึงมันอีกเลย

BEAUTRIUM เปิดตัว KIKO Milano แบรนด์เครื่องสำอางจากอิตาลี คัดสรรบิวตี้ไอเท็มสุดปังกว่า 500 รายการ

BEAUTRIUM เปิดตัว KIKO Milano แบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 จากอิตาลี พร้อมคัดสรรเมคอัพไอเท็มสุดปังกว่า 500 รายการ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สาวไทย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ KIKO Milano เลือกจับมือกับร้านบิวตี้มัลติแบรนด์ พร้อมขนทัพผลิตภัณฑ์และของขวัญสุด Exclusive ที่ BEAUTRIUM สาขา Siam Square Flagship Store

สำหรับแบรนด์ KIKO Milano เป็นเเบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ที่เมืองมิลาน ตั้งแต่นั้น KIKO Milano ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำ และบุกเบิกแนวคิดไปจนถึงเมคอัพใหม่ๆ ให้กับหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งยังสร้างกระแสความงามต่างๆ ทำให้เครื่องสำอางเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ มีการผสมผสานทั้งคุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับ ART BEAUTY JOY คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ KIKO Milano

KIKO Milano ได้ก้าวข้ามกรอบแนวคิดเกี่ยวกับความงามแบบเดิมๆ และเล็งเห็นถึงความสวย ที่ไร้รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเฉดสี และเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย สามารถใช้ได้ทั้งกับช่างแต่งหน้ามืออาชีพไปจนถึงผู้บริโภคที่หลงใหลในการแต่งหน้า ซึ่งสอดคล้องกับทาง BEAUTRIUM ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายทั้งในเรื่องไลฟ์สไตล์เเละความงาม ตอบสนองเทรนด์ของกลุ่มลูกค้าหลักในทุกเจนเนอเรชัน (Generation) เเละคงคอนเซ็ปต์การนำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ BEAUTRIUM เเละ KIKO Milano จึงถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของผู้นำเทรนด์ในวงการความงามระดับสากล อีกทั้ง KIKO Milano ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์การช้อปแบบใหม่ๆ ให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และยังคงได้รับคำแนะนำจาก Beauty Advisor ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของ การแต่งหน้า สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเชื่อว่า BEAUTRIUM สามารถตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของ Customer Centric ที่ทั้ง KIKO Milano และBEAUTRIUM เองต่างให้ความสำคัญในเรื่องนี้


เปลี่ยนลุคให้สดใส! อัพเดท 6 ไอเท็มรับซัมเมอร์ในธีม ‘HAWAII CALLING’

ถึงเวลาอัพเดทตู้เสื้อผ้า ส่องไอเท็มซัมเมอร์ในธีม ‘HAWAII CALLING’ จาก CC DOUBLE O

CC DOUBLE O ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสจากคอลเล็คชั่นล่าสุด ที่มาในธีม “HAWAII CALLING” โดดเด่่นด้วยลวดลายพริ้นท์และสีสันแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ถ่ายทอดออกมาผ่านเสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์ที่ยังคงให้ความสำคัญกับการสวมใส่ที่มอบความรู้สึกสบาย

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ คุณจะได้สนุกไปกับกลิ่นอายของสถานที่ท่องเที่ยวภาคพื้นทะเลสุดฮิตของโลกที่ถูกถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า อาทิ เสื้อยืดพิมพ์ลายทะเลฮาวายและสาวฮูล่าแดนซ์ เสื้อทรงฮาวายเชิ้ต เสื้อเชิ้ต และกางเกงขาสั้นผ้า Seersucker เสื้อยืดแบบ Knit เข้าเซ็ตแบบ Co-ordinate ทรง Oversize ขนาดวงแขนที่กว้างทำให้สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายสไตล์ที่เป็นตัวเอง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาด! คือ “OMBRE BEACH” โดดเด่นด้วยโทนสีเขียวมะนาว สีฟ้าโอเชียนบลู ที่สีสันสดใสเหมาะกับฤดูกาลนี้ที่สุด เพิ่มความสนุกให้เสื้อผ้าด้วยเทคนิกการไล่เฉดสี การมัดย้อมแบบ Dip Dye และ Tie Dye และดีไซน์ลวดลายโมโนแกรมพร้อมคาแรกเตอร์ Raccool ที่มาในกราฟฟิก Activity สุดเท่ในฤดูร้อนที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์หรือจะใส่เป็นชุดเซ็ตแบบ Co-ordinate ก็ลงตัว


การเดินทางของ Ayan สาวช่างฝัน สู่การเป็นศิลปินระดับโลก ผู้สร้างสรรค์ DIMOO

การเดินทางของ Ayan สาวช่างฝัน สู่การเป็นศิลปินระดับโลก ผู้สร้างสรรค์ DIMOO หนุ่มน้อยตากลมโต ที่พร้อมขโมยหัวใจคนทั่วโลกตั้งแต่แรกพบ

อาร์ตทอยส์ (Art Toys) หรือ ‘ดีไซน์เนอร์ทอยส์’ (Designer Toys) ถือเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า ของเล่นที่เปี่ยมล้นไปด้วยแรงบันดาลใจ จากศิลปินที่ส่งออกให้ผู้ที่ชื่นชอบผลงานได้เสพงานศิลปะ มอบความสุข สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงยังช่วยเยียวยา อีกทั้งยังเติมเต็มความฝันวัยเด็กของใครอีกหลายคนได้อีกด้วย

หากพูดถึงคาแรคเตอร์สุดน่ารักที่จะทำให้คุณยิ้มตามได้ง่ายๆและกำลังเป็นกระแสในตอนนี้คงหนีไม่พ้น ‘Dimoo’ (ดีมู่) เด็กชายตากลมโตสุดน่ารัก ที่มีสัญลักษณ์รูปก้อนเมฆอยู่บนหัวที่ทุกคนคุ้นตา ที่ถือเป็นผลงานสร้างชื่อของศิลปินชื่อดัง Ayan Deng ที่วันนี้เราจะขอพาทุกคนมาร่วมเดินทางเข้าสู่เรื่องราวการเดินทางตามความฝันของเธอกัน

อาเยียน เติ้ง (Ayan Deng) เป็นศิลปินชาวจีน นักวาดภาพประกอบ จบการศึกษาจากสถาบันศึกษาวิจิตรศิลป์กวางโจว หลังจากเรียนจบเธอก็เริ่มต้นเดินทางตามความฝันของเธอทันที โดยเธอนั้นเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโอชื่อว่า MOUNTAIN STUDIO และหลังจากนั้นเธอก็ได้เริ่มสร้างสตูดิโอเป็นของตนเองชื่อว่า YAN STUDIO และใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์กว่า 2 ปีในการสร้างอาณาจักร Dimoo World ขึ้นมา โดยในอาณาจักรนี้ยังมีเหล่าคาแรคเตอร์ที่เธอเคยสร้างไว้อย่าง Candy, Snooks, Niko และ Mr.Worm แต่ปัจจุบัน น้องๆเหล่านี้ก็ยังไม่หายไปไหน เพราะยังปรากฏอยู่ในจักรวาลของ Dimoo อีกด้วย โดยอาณาจักรนี้ถือเป็นศูนย์รวมให้ทุกคนได้ใจฟูกับความน่ารักจากผลงานสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยจินตนาการของอาเยียน ที่ใส่ความเป็นตัวเองถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเด็กชายตากลมโต Dimoo ที่ทุกคนกำลังหลงรักอยู่นั่นเอง

Dimoo เด็กชายที่มาพร้อมดวงตากลมโตอันใสซื่อ ปัจจุบันอายุ 6 ขวบ ย่าง 7 ขวบแล้ว เป็นวัยที่กำลังน่ารัก มีความเป็นมิตร และเข้าถึงง่าย Dimoo ถูกออกแบบให้เป็นเด็กชายนักผจญภัยที่มีความพิเศษ สามารถบินได้อย่างอิสระ และมีหัวเป็นก้อนเมฆ ซึ่งน้อง Dimoo เป็นเด็กขี้อาย หวาดกลัวอนาคต แต่ทว่าหากอยู่ในโลกแห่งความฝัน เด็กน้อยจะมีความกล้าหาญในการสำรวจโลกใบใหม่ โดยในระหว่างการผจญภัย Dimoo ได้พบเหล่าเพื่อนใหม่มากมาย และหนึ่งในนั้นมี Mother Cloud ที่ได้นำ Baby Cloud วางไว้บนหัวของ Dimoo จนกระทั่ง Baby Cloud ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของน้อง Dimoo ที่คอยปกป้องและเปลี่ยนอารมณ์ไปตามน้อง Dimoo ได้อีกด้วย

เรื่องราวน่ารู้ของ Dimoo หนูน้อยนักผจญภัย

  • Dimoo มีใบหน้าที่อ่อนหวาน ดวงตากลมโต และถูกออกแบบให้ดูสดใสแม้ว่าจะใช้เพียงสี monotone อย่างสีขาวหรือสีดำ เพื่อสื่อถึงความฝันในรูปแบบที่ อาเยียน จินตนาการ
  • อาเยียน ได้ใส่เทคนิคพิเศษ ที่ทำให้คอลเล็คชันแต่ละคอลเล็คชันนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างการเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนน้ำ ทำให้นักสะสมต่างสนใจและตามหา

“ตอนเด็กๆ ฉันเป็นคนชอบนอนมาก เพราะเวลานอนจะได้ฝัน ฉันชอบความรู้สึกที่ได้อยู่ในความฝัน ในนั้นมีท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีสัน ฉันคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นฉันจึงออกแบบคาแรคเตอร์มากมายที่เกี่ยวกับความประทับใจในวัยเด็กของฉัน และฉันคิดว่า Dimoo เป็นตัวแทนที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและความฝันวัยเด็กของฉันออกมาได้อย่างดีที่สุด และฉันหวังว่า Dimoo จะสามารถเยียวยาจิตใจ สร้างความสุข และสร้างความกล้าหาญให้กับผู้คนแทนฉันที่ไม่สามารถทำได้จริง” อาเยียน เล่าอย่างมีความสุข

สรุปได้ว่า แรงบันดาลใจในการสร้าง Dimoo นั้นมาจากการที่คุณอาเยียน ชื่นชอบโลกแห่งความฝัน จึงต้องการถ่ายทอดออกมา โดยมีน้อง Dimoo ในการพาทุกคนผจญภัยไปด้วยกันนั่นเอง

Dimoo เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 กับ POP MART และต่อมาในปี 2019 เธอได้เริ่มสร้าง Dimoo World Series ซึ่งเต็มไปด้วยคอลเล็คชันที่น่าสนใจมากมาย โดยปัจจุบัน Dimoo กลายเป็นหนึ่งในอาร์ตทอยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีการผลิตคาแรคเตอร์ Dimoo ออกมาหลายร้อยแบบ แบ่งเป็นคอลเลคชั่นต่างๆ มากมายให้เหล่าแฟนคลับได้เก็บสะสมกันอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้ Dimoo ได้รับความรักจากผู้คนอย่างท่วมท้นและกระแสตอบรับก็ดีมากๆตอนแรกที่รู้ก็แอบงงเหมือนกัน ฉันรู้สึกว่าความสามารถของฉันคู่ควรที่จะได้รับความรักจากผู้คนมากมายจริงๆเหรอ? บางทีฉันก็แอบคิดสงสัยขึ้นมาแต่อย่างน้อยแค่มีคนชอบเขา (Dimoo) แค่นี้ก็ทำให้ฉันมีความสุขมากแล้ว”

นอกจากนี้ Dimoo ยังมีคอลเล็คชันมากมายที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้แก่

  • DIMOO Retro Series Figures คอลเล็คชันนี้เผยตัวตน DIMOO ที่กล้าหาญในรูปแบบต่างๆ ทั้งในจินตนาการสุดอัศจรรย์ และอาชีพในฝันที่หลายคนอยากเป็น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ Dimoo อีกหลายๆ เวอร์ชัน โดย AYAN นำสิ่งที่ปรารถนาในวัยเด็กมาเป็นแรงบันดาลใจในการ สร้างสรรค์เด็กน้อยช่างฝันชอบท่องเที่ยวผจญภัย ซึ่งในความฝันเธอได้พบกับสิ่งต่างๆ และผองเพื่อนมากมาย ที่เป็นกระจกเงาที่คอยสะท้อนความทรงจำในอดีต
  • DIMOO Jurassic World Series คอลเล็คชันนี้ Dimoo ผจญภัยในโลกล้านปีกับบรรดาไดโนเสาร์ยุค จูราสสิก ในสวนสนุกไดโนเสาร์ Jurassic World บนเกาะอิสลานูบลาร์ ซึ่งถอดแบบภาพจากทางเข้า Jurassic Park
  • DIMOO Dating Series เรื่องราวความรักของ DIMOO ที่จะมาทำให้นึกถึงความรู้สึกความตื่นเต้น ของโมเม้นท์ไปเดทที่มีแต่ภาพทรงจำอันน่าประทับใจ
  • DIMOO: No One’s Gonna Sleep Tonight Series Figures คอลเล็คชั่นนี้ Dimoo เผยความกล้าหาญด้วยการออกตามล่าผีแบบต่างๆ ในปราสาทร้างแห่งหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้ Dimoo ได้เปลี่ยนความน่ากลัวให้กลายเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น และสนุกสนาน
  • DIMOO Letters from Snowman Series Figures คอลเลคชั่นเทศกาลแห่งความสุขที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น กับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเวทย์มนตร์และความมหัศจรรย์ โดยคอลเล็คชั่นนี้เป็นอีกหนึ่งคอลเล็คชั่นที่ถูกตามหามากที่สุด

Dimoo ยังมีไซส์พิเศษที่ผลิตมาในจำนวนจำกัดมากๆ โดยมีเพียงไม่กี่ตัวในโลก รวมถึงคอลเล็คชันพิเศษที่คอลแลปกับศิลปินในสาขาต่างๆ มากมายอีกด้วย

  • Just Dimoo Maple Syrup Cocoa 400% “บางคนไม่ชอบช็อกโกแลต และเมเปิ้ลไซรัป“ แต่เราทุกคนไม่สามารถที่จะต้านทานความหวานของช็อกโกแลต และเมเปิ้ลไซรัปได้เลย เพราะของหวานจะช่วยเข้ามาเติมเต็มความสุขนั้นเอง นี่คือ Dimoo ที่มีผิวสีช็อกโกแลต แค่มองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นและรสชาติของไซรัปที่หอมหวาน
  • Just Dimoo Mika Ninagawa 1000% การ Collaboration ระหว่าง DIMOO X Mika Ninagawa ช่างภาพชื่อดังของญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นำความวิจิตรงดงามของมวลดอกไม้ ที่ถ่ายทอดศิลปะเกี่ยวกับดอกไม้ และ ความสวยงามไว้บนตัว
  • Mega Collection 1000% Just Dimoo Snowman เรื่องราวการผจญภัยในดินแดนหิมะที่อากาศหนาวเย็น จนทำให้ผมของ Dimoo เต็มไปด้วยหิมะที่ตกมาจากท้องฟ้า

และล่าสุดกับคอลเล็คชันล่าสุด Dimoo Animal Kingdom Series Figures พบกับจินตนาการสุดล้ำในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่มากมาย และครั้งนี้ Dimoo ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงลูกๆของสัตว์เหล่านั้น พร้อมคอลเล็คชัน new launch ต้อนรับฤดูกาลสดใส เฉพาะที่นี่อีก 2 คอลเล็คชัน อย่าง DIMOO We are all performers figures และ DIMOO vacation rabbit action figure

โดยคอลเล็คชั่นล่าสุดนี้ วางจำหน่ายที่POP MART ทุกสาขา ตั้งแต่ 22 มีนาคม 2567 สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนได้สำเร็จเท่านั้น และเตรียมพบกับ Dimoo Exclusive EVENT วันที่ 28-31 มีนาคม นี้ ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลลาดพร้าวบริเวณชั้น

ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ที่แฟนคลับชาวไทยห้ามพลาด! ครั้งแรกกับ POP MART ประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลกอาเยียน เติ้งเดินทางมาพบปะแฟนๆชาวไทยที่มีใจรักในงานศิลปะ Art Toys หรือหลงรักน้อง Dimoo อย่างเต็มตัว ต้องห้ามพลาดงานนี้ เพราะครั้งนี้ อาเยียน บินตรงมาเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดผลงานศิลปะ และบอกเล่าการเดินทางตามความฝันของเธอโดยเฉพาะ กว่าจะมาเป็นศิลปินระดับโลกที่ได้รับความรักจากแฟนคลับอย่างท่วมท้น ด้วยการเป็นเจ้าของผลงานน้อง Dimoo คาแรคเตอร์ที่สะท้อนตัวตนของเธอออกมาได้ดีที่สุด พร้อมกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Fansign with Ayan Deng’ที่เธอจะมาพบปะแฟนๆอย่างใกล้ชิด ในวันที่30 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว บริเวณชั้น1