การเดินทางของ Ayan สาวช่างฝัน สู่การเป็นศิลปินระดับโลก ผู้สร้างสรรค์ DIMOO

การเดินทางของ Ayan สาวช่างฝัน สู่การเป็นศิลปินระดับโลก ผู้สร้างสรรค์ DIMOO หนุ่มน้อยตากลมโต ที่พร้อมขโมยหัวใจคนทั่วโลกตั้งแต่แรกพบ

อาร์ตทอยส์ (Art Toys) หรือ ‘ดีไซน์เนอร์ทอยส์’ (Designer Toys) ถือเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า ของเล่นที่เปี่ยมล้นไปด้วยแรงบันดาลใจ จากศิลปินที่ส่งออกให้ผู้ที่ชื่นชอบผลงานได้เสพงานศิลปะ มอบความสุข สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงยังช่วยเยียวยา อีกทั้งยังเติมเต็มความฝันวัยเด็กของใครอีกหลายคนได้อีกด้วย

หากพูดถึงคาแรคเตอร์สุดน่ารักที่จะทำให้คุณยิ้มตามได้ง่ายๆและกำลังเป็นกระแสในตอนนี้คงหนีไม่พ้น ‘Dimoo’ (ดีมู่) เด็กชายตากลมโตสุดน่ารัก ที่มีสัญลักษณ์รูปก้อนเมฆอยู่บนหัวที่ทุกคนคุ้นตา ที่ถือเป็นผลงานสร้างชื่อของศิลปินชื่อดัง Ayan Deng ที่วันนี้เราจะขอพาทุกคนมาร่วมเดินทางเข้าสู่เรื่องราวการเดินทางตามความฝันของเธอกัน

อาเยียน เติ้ง (Ayan Deng) เป็นศิลปินชาวจีน นักวาดภาพประกอบ จบการศึกษาจากสถาบันศึกษาวิจิตรศิลป์กวางโจว หลังจากเรียนจบเธอก็เริ่มต้นเดินทางตามความฝันของเธอทันที โดยเธอนั้นเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโอชื่อว่า MOUNTAIN STUDIO และหลังจากนั้นเธอก็ได้เริ่มสร้างสตูดิโอเป็นของตนเองชื่อว่า YAN STUDIO และใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์กว่า 2 ปีในการสร้างอาณาจักร Dimoo World ขึ้นมา โดยในอาณาจักรนี้ยังมีเหล่าคาแรคเตอร์ที่เธอเคยสร้างไว้อย่าง Candy, Snooks, Niko และ Mr.Worm แต่ปัจจุบัน น้องๆเหล่านี้ก็ยังไม่หายไปไหน เพราะยังปรากฏอยู่ในจักรวาลของ Dimoo อีกด้วย โดยอาณาจักรนี้ถือเป็นศูนย์รวมให้ทุกคนได้ใจฟูกับความน่ารักจากผลงานสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยจินตนาการของอาเยียน ที่ใส่ความเป็นตัวเองถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเด็กชายตากลมโต Dimoo ที่ทุกคนกำลังหลงรักอยู่นั่นเอง

Dimoo เด็กชายที่มาพร้อมดวงตากลมโตอันใสซื่อ ปัจจุบันอายุ 6 ขวบ ย่าง 7 ขวบแล้ว เป็นวัยที่กำลังน่ารัก มีความเป็นมิตร และเข้าถึงง่าย Dimoo ถูกออกแบบให้เป็นเด็กชายนักผจญภัยที่มีความพิเศษ สามารถบินได้อย่างอิสระ และมีหัวเป็นก้อนเมฆ ซึ่งน้อง Dimoo เป็นเด็กขี้อาย หวาดกลัวอนาคต แต่ทว่าหากอยู่ในโลกแห่งความฝัน เด็กน้อยจะมีความกล้าหาญในการสำรวจโลกใบใหม่ โดยในระหว่างการผจญภัย Dimoo ได้พบเหล่าเพื่อนใหม่มากมาย และหนึ่งในนั้นมี Mother Cloud ที่ได้นำ Baby Cloud วางไว้บนหัวของ Dimoo จนกระทั่ง Baby Cloud ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของน้อง Dimoo ที่คอยปกป้องและเปลี่ยนอารมณ์ไปตามน้อง Dimoo ได้อีกด้วย

เรื่องราวน่ารู้ของ Dimoo หนูน้อยนักผจญภัย

  • Dimoo มีใบหน้าที่อ่อนหวาน ดวงตากลมโต และถูกออกแบบให้ดูสดใสแม้ว่าจะใช้เพียงสี monotone อย่างสีขาวหรือสีดำ เพื่อสื่อถึงความฝันในรูปแบบที่ อาเยียน จินตนาการ
  • อาเยียน ได้ใส่เทคนิคพิเศษ ที่ทำให้คอลเล็คชันแต่ละคอลเล็คชันนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างการเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนน้ำ ทำให้นักสะสมต่างสนใจและตามหา

“ตอนเด็กๆ ฉันเป็นคนชอบนอนมาก เพราะเวลานอนจะได้ฝัน ฉันชอบความรู้สึกที่ได้อยู่ในความฝัน ในนั้นมีท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีสัน ฉันคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นฉันจึงออกแบบคาแรคเตอร์มากมายที่เกี่ยวกับความประทับใจในวัยเด็กของฉัน และฉันคิดว่า Dimoo เป็นตัวแทนที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและความฝันวัยเด็กของฉันออกมาได้อย่างดีที่สุด และฉันหวังว่า Dimoo จะสามารถเยียวยาจิตใจ สร้างความสุข และสร้างความกล้าหาญให้กับผู้คนแทนฉันที่ไม่สามารถทำได้จริง” อาเยียน เล่าอย่างมีความสุข

สรุปได้ว่า แรงบันดาลใจในการสร้าง Dimoo นั้นมาจากการที่คุณอาเยียน ชื่นชอบโลกแห่งความฝัน จึงต้องการถ่ายทอดออกมา โดยมีน้อง Dimoo ในการพาทุกคนผจญภัยไปด้วยกันนั่นเอง

Dimoo เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 กับ POP MART และต่อมาในปี 2019 เธอได้เริ่มสร้าง Dimoo World Series ซึ่งเต็มไปด้วยคอลเล็คชันที่น่าสนใจมากมาย โดยปัจจุบัน Dimoo กลายเป็นหนึ่งในอาร์ตทอยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีการผลิตคาแรคเตอร์ Dimoo ออกมาหลายร้อยแบบ แบ่งเป็นคอลเลคชั่นต่างๆ มากมายให้เหล่าแฟนคลับได้เก็บสะสมกันอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้ Dimoo ได้รับความรักจากผู้คนอย่างท่วมท้นและกระแสตอบรับก็ดีมากๆตอนแรกที่รู้ก็แอบงงเหมือนกัน ฉันรู้สึกว่าความสามารถของฉันคู่ควรที่จะได้รับความรักจากผู้คนมากมายจริงๆเหรอ? บางทีฉันก็แอบคิดสงสัยขึ้นมาแต่อย่างน้อยแค่มีคนชอบเขา (Dimoo) แค่นี้ก็ทำให้ฉันมีความสุขมากแล้ว”

นอกจากนี้ Dimoo ยังมีคอลเล็คชันมากมายที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้แก่

  • DIMOO Retro Series Figures คอลเล็คชันนี้เผยตัวตน DIMOO ที่กล้าหาญในรูปแบบต่างๆ ทั้งในจินตนาการสุดอัศจรรย์ และอาชีพในฝันที่หลายคนอยากเป็น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ Dimoo อีกหลายๆ เวอร์ชัน โดย AYAN นำสิ่งที่ปรารถนาในวัยเด็กมาเป็นแรงบันดาลใจในการ สร้างสรรค์เด็กน้อยช่างฝันชอบท่องเที่ยวผจญภัย ซึ่งในความฝันเธอได้พบกับสิ่งต่างๆ และผองเพื่อนมากมาย ที่เป็นกระจกเงาที่คอยสะท้อนความทรงจำในอดีต
  • DIMOO Jurassic World Series คอลเล็คชันนี้ Dimoo ผจญภัยในโลกล้านปีกับบรรดาไดโนเสาร์ยุค จูราสสิก ในสวนสนุกไดโนเสาร์ Jurassic World บนเกาะอิสลานูบลาร์ ซึ่งถอดแบบภาพจากทางเข้า Jurassic Park
  • DIMOO Dating Series เรื่องราวความรักของ DIMOO ที่จะมาทำให้นึกถึงความรู้สึกความตื่นเต้น ของโมเม้นท์ไปเดทที่มีแต่ภาพทรงจำอันน่าประทับใจ
  • DIMOO: No One’s Gonna Sleep Tonight Series Figures คอลเล็คชั่นนี้ Dimoo เผยความกล้าหาญด้วยการออกตามล่าผีแบบต่างๆ ในปราสาทร้างแห่งหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้ Dimoo ได้เปลี่ยนความน่ากลัวให้กลายเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น และสนุกสนาน
  • DIMOO Letters from Snowman Series Figures คอลเลคชั่นเทศกาลแห่งความสุขที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น กับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเวทย์มนตร์และความมหัศจรรย์ โดยคอลเล็คชั่นนี้เป็นอีกหนึ่งคอลเล็คชั่นที่ถูกตามหามากที่สุด

Dimoo ยังมีไซส์พิเศษที่ผลิตมาในจำนวนจำกัดมากๆ โดยมีเพียงไม่กี่ตัวในโลก รวมถึงคอลเล็คชันพิเศษที่คอลแลปกับศิลปินในสาขาต่างๆ มากมายอีกด้วย

  • Just Dimoo Maple Syrup Cocoa 400% “บางคนไม่ชอบช็อกโกแลต และเมเปิ้ลไซรัป“ แต่เราทุกคนไม่สามารถที่จะต้านทานความหวานของช็อกโกแลต และเมเปิ้ลไซรัปได้เลย เพราะของหวานจะช่วยเข้ามาเติมเต็มความสุขนั้นเอง นี่คือ Dimoo ที่มีผิวสีช็อกโกแลต แค่มองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นและรสชาติของไซรัปที่หอมหวาน
  • Just Dimoo Mika Ninagawa 1000% การ Collaboration ระหว่าง DIMOO X Mika Ninagawa ช่างภาพชื่อดังของญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นำความวิจิตรงดงามของมวลดอกไม้ ที่ถ่ายทอดศิลปะเกี่ยวกับดอกไม้ และ ความสวยงามไว้บนตัว
  • Mega Collection 1000% Just Dimoo Snowman เรื่องราวการผจญภัยในดินแดนหิมะที่อากาศหนาวเย็น จนทำให้ผมของ Dimoo เต็มไปด้วยหิมะที่ตกมาจากท้องฟ้า

และล่าสุดกับคอลเล็คชันล่าสุด Dimoo Animal Kingdom Series Figures พบกับจินตนาการสุดล้ำในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่มากมาย และครั้งนี้ Dimoo ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงลูกๆของสัตว์เหล่านั้น พร้อมคอลเล็คชัน new launch ต้อนรับฤดูกาลสดใส เฉพาะที่นี่อีก 2 คอลเล็คชัน อย่าง DIMOO We are all performers figures และ DIMOO vacation rabbit action figure

โดยคอลเล็คชั่นล่าสุดนี้ วางจำหน่ายที่POP MART ทุกสาขา ตั้งแต่ 22 มีนาคม 2567 สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนได้สำเร็จเท่านั้น และเตรียมพบกับ Dimoo Exclusive EVENT วันที่ 28-31 มีนาคม นี้ ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลลาดพร้าวบริเวณชั้น

ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ที่แฟนคลับชาวไทยห้ามพลาด! ครั้งแรกกับ POP MART ประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติจากศิลปินระดับโลกอาเยียน เติ้งเดินทางมาพบปะแฟนๆชาวไทยที่มีใจรักในงานศิลปะ Art Toys หรือหลงรักน้อง Dimoo อย่างเต็มตัว ต้องห้ามพลาดงานนี้ เพราะครั้งนี้ อาเยียน บินตรงมาเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดผลงานศิลปะ และบอกเล่าการเดินทางตามความฝันของเธอโดยเฉพาะ กว่าจะมาเป็นศิลปินระดับโลกที่ได้รับความรักจากแฟนคลับอย่างท่วมท้น ด้วยการเป็นเจ้าของผลงานน้อง Dimoo คาแรคเตอร์ที่สะท้อนตัวตนของเธอออกมาได้ดีที่สุด พร้อมกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Fansign with Ayan Deng’ที่เธอจะมาพบปะแฟนๆอย่างใกล้ชิด ในวันที่30 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว บริเวณชั้น1 


5 วิตามิน ช่วยบำรุงผิวพรรณ

5 วิตามินธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวสวยจากภายในด้วยอาหารที่กินเป็นประจำ

อาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ต่างๆ นั้น เป็นแหล่งวิตามินที่สามารถช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นได้ ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม และถูกต้อง

วิตามินเป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นสัตว์ และพืชต่างๆ เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผักใบเขียว และผลไม้ต่างๆ นั้น วิตามินนอกจากจะให้สารอาหารเพื่อเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว วิตามินบางตัวที่อยู่ในอาหารยังสามารถทำให้ผิวพรรณของเราดีขึ้นอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี วิตามินบีต่างๆ แอสตาแซนธิน และโคเอนไซม์ Q10 เป็นต้น

วิตามินเอ ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝ้า กระ รอยดำ และริ้วรอย ซึ่งพบได้ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นมวัว ปลา ผักมีสีต่างๆ จำพวกฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอ หรือผักใบเขียวเข้ม วิตามินซี สำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังช่วยต้านอนุมูลอิสระ พบได้ในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะขามป้อม เบอรี่ชนิดต่างๆ

วิตามินดี ช่วยปรับสมดุลแคลเซียมในระดับเซลล์ ซึ่งทำให้กระบวนการทำงานของเซลล์เป็นไปอย่างปกติ พบมากในอาหารจำพวกน้ำมันตับปลาและน้ำมันปลา ปลาแซลมอน นม ไข่แดง วิตามินอี ป้องกันริ้วรอยจากความชรา ปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด ลดการเกิดฝ้า พบได้ในน้ำมันมะกอก น้ำมันทานตะวัน ข้าวโพด ถั่วเหลือง และผักใบเขียว

วิตามินบี 3 มีฤทธิ์ลดการอักเสบและเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวหนัง ช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอวัย เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว พบในเนื้อแดง เนื้อไก่ ตับ ปลาทูน่า ถั่วลิสง ข้าวที่ไม่ขัดสี และอะโวคาโด

วิตามินบี 7 นำมาใช้เสริมการรักษาโรคผิวร่วงและเสริมสร้างความแข็งแรงของเล็บ พบได้ในเนื้อสัตว์ ปลาแซลมอน หอยนางรม ธัญพืช นม ไข่ กะหล่ำปลี แอสตาแซนธิน มีความสามารถในการต้านการอักเสบได้ดีสามารถซ่อมแซมผิวหนังที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด ลดริ้วรอย ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว ซึ่งสกัดได้จากสาหร่ายสีแดง และโคเอนไซม์ Q10 ช่วยลดการถูกทำร้ายของผิวจากความเครียดซึ่งมาจากปัจจัยภายนอกและภายใน พบมากในน้ำมันปลา ปลาทะเลน้ำลึก ถั่วเหลือง บร็อคโคลี และรำข้าว

ข้อมูล: สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์
ภาพ: Pexels


U Sathorn

“Make Your Wedding Unforgettable”Wedding Showcase ณ โรงแรม U Sathorn Bangkok

รังสรรค์งานวิวาห์ท่ามกลางธรรมชาติ  กับโรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนว่าที่บ่าวสาวทุกท่านร่วมงาน เวดดิ้ง โชว์เคส 2567 ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Make your wedding unforgettable” ในวันเสาร์ที่ 30 และ วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 นี้ 10.00 ถึง 20.00 น.

ความโรเมนติกสุดพิเศษที่เปิดรับว่าที่บ่าวสาวเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงสำหรับการจัดงานวิวาห์ พร้อมพบปะพูดคุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์มืออาชีพ ที่จะช่วยรังสรรค์งานวิวาห์สานฝันของคุณในท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น ใจกลางสาทร กรุงเทพฯ

นอกจากนี้โรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ เตรียมแพ็คเกจงานวิวาห์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 190,000 บาท

พิเศษกว่านั้นสำหรับการจองและการมัดจำภายในงาน  Wedding Shoecase 2567   รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรับของขวัญแสนพิเศษจาก โรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ และของขวัญอื่นๆ อีกมากมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร 02 119 4888 และเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ https://www.uhotelsresorts.com/usathornbangkok

“สบายอารมณ์” ชวนมาฮีลใจในงาน We’re Being Mental Health : เป็น อยู่ คือ (เรา)

“สบายอารมณ์ (Sabai arom)” แบรนด์ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Thai Home Spa และ Aromatherapy ที่มุ่งเน้นศาสตร์ธรรมชาติ
ช่วยบำบัดอารมณ์ด้วยพลังจากกลิ่นน้ามันหอมระเหย (Essential Oil) บริสุทธิ์ ภายใต้ Concept “Pamper your Mood,
Soothe Your day” ชวนทุกคนมาสำรวจสุขภาพใจ เชื่อมต่อและเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ในงาน We’re Being
Mental Health : เป็น อยู่ คือ (เรา) เทศกาลเพื่อสุขภาพใจ โดย “สบายอารมณ์ (Sabai arom)” ได้จัด Zone พิเศษ
Interactive Exhibition พลังบำบัดอารมณ์ผ่านกลิ่นหอม ออกเป็น 2 ห้อง คือ 1. “NO-OK Room สำรวจความรู้สึกตัว
เองผ่านกลิ่นหอมของ Essential Oil และ 2. “Insomnia Room สัมผัสกลิ่นเพื่อประสบการณ์นอนหลับที่มีประสิทธิภาพ
ด้วยพลังบำบัดจากธรรมชาติ Sabai arom Sleep Well” พร้อมด้วย Workshop คลาส Essential Oil for Mental Well-
Being & Self-Care มาเรียนรู้วิธีใช้ Essential Oil เพื่อดูแลสุขภาพจิตใจและช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น (Workshop
วันที่ 31 มี.ค. 67 เวลา 16.30 – 18.00 น. ห้อง Energy Space ชั้น 2) พบกันที่งานช่วงวันที่ 23-24 และ 30-31 มี.ค. 67
เวลา 10.00-20.00 น. ณ Slowcombo สามย่าน ซอยจุฬาลงกรณ์ 50

We’re being Mental Health Festival : เป็น อยู่ คือ (เรา) จัดโดย The NOOK by Love Frankie เป็นเทศกาลเพื่อ
สุขภาพใจที่เปิดพื้นที่ให้กำลังใจสำหรับคนที่อยากเข้าใจตัวเอง ภายในงานพบกับนิทรรศการด้านสุขภาพใจ นำโดยผู้
เชี่ยวชาญที่มาให้ความรู้มาร่วมพูดคุยผ่าน Workshop และ Main Stage รวมถึง Panel ต่างๆ ที่จะเปิดมุมมองใหม่เกี่ยว
กับความเข้าใจ ของคำว่า ‘SELF’ ‘SENSE’ ‘SOUL’ และ ‘SOCIAL’ สุขภาพจิต โดยจะมี 4 โซน ไฮไลท์ คือ Wellness
Workshop, Interactive Exhibition, Marketplace และ Talks & Panels ซึ่งพบกับ “สบายอารมณ์ (Sabai arom)”
ได้ที่โซน Interactive Exhibition และ Marketplace และสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษพลังบำบัดผ่านกลิ่นหอมได้
ตลอดทั้ง 4 วัน ที่ห้อง “No-OK Room” ห้องที่จะพาคุณเข้าสู่โลกของน้ำมันหอมระเหย รู้จักศาสตร์ของ
Aromatherapy บำบัดอารมณ์และจิตใจผ่านกลิ่นจากธรรมชาติ อาทิ กลิ่น Calm down, Free heart, Cheer up, Stress
away, Clear mind , Charge up เป็นต้น และ “Insomnia Room” ห้องที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การนอนหลับ
ที่ประสิทธิภาพ ด้วยพลังบำบัดจากพืชพรรณธรรมชาติของ Sabai arom Sleep Well Collection นอกจากนี้ยังมี
Workshop พิเศษ จาก “สบายอารมณ์ (Sabai arom)” กับคลาส Essential Oil for Mental Well-Being & Self-Care
นำโดย Karma Break ที่จะชวนคุณไปสัมผัสประสบการณ์ของศาสตร์ Aromatherapy เรียนรู้วิธีใช้ Essential Oil เพื่อ
ดูแลสุขภาพจิตใจ บำบัดอารมณ์ ลดความเครียด และช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น โดย Workshop จะจัดวันที่ 31 มี.ค.
67 เวลา 16.30 – 18.00 น. ห้อง Energy Space ชั้น 2 (พิเศษ!!เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วม 15 คน เท่านั้น) นอกจากนี้
ยังมี NGO Market ตลาดสำหรับสินค้าและบริการที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพดีให้ผู้มาเข้าร่วมได้มาเลือกช้อปฮีลใจกัน โดย
“สบายอารมณ์ (Sabai arom) ได้ออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาทิ Essential Oil , Essential Oil Roller, Essential Oil
Mist รวมถึง Sabai Arom Sleep Well Collection ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องการนอนหลับ เป็นต้น สามารถ
เจอกันได้ที่บูธ No. 3 บริเวณชั้น 1
คุณมีนา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้ช่วยประธานบริหารด้านการตลาด บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย
ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “สบายอารมณ์ (Sabai arom)” กล่าวว่า “ด้วยสบายอารมณ์ให้ความสาคัญเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ
จิตผ่านศาสตร์แห่งธรรมชาติบำบัดมาโดยตลอด เราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Essential Oil ที่เป็นสารสกัดจากพืชพรรณ
ธรรมชาติ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมที่ช่วยในการปรับอารมณ์ ช่วยให้ผ่อนคลาย และช่วยการนอนหลับ เพราะเราอยากให้ทุก
คนมีสุขภาพจิตที่ดี โดยการได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน We’re being Mental Health Festival ที่เป็นเฟสติวัล
เพื่อสุขภาพจิต จึงเป็นพื้นที่ที่ตรงกับตัวตนของสบายอารมณ์ที่จะนำกลิ่นของ Essential oil ที่มีหลากหลายกลิ่นมาช่วย
ฮีลใจและใช้กลิ่นหอมในการช่วยบำบัดอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งสบายอารมณ์ได้นำ Essential Oil เข้าไปอยู่ใน
นิทรรศการที่เลือกใช้กลิ่นหอมในการบำบัดที่ห้อง Insomnia เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในกลิ่นที่ช่วยในการนอนหลับได้ดีขึ้น
ด้วยผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่น Sabai arom Sleep Well ซึ่งได้รับรางวัลน้ำมันหอมระเหยเพื่อความผ่อนคลายที่ดีที่สุด
แห่งปีจาก Good Life Award 2023 และสำหรับห้อง NO-OK จะเป็นได้เรียนรู้ศาสตร์ของกลิ่นบำบัดจาก Essential Oil
ด้วยกลิ่นที่เป็นสารสกัดจากพืชพรรณและดอกไม้ธรรมชาติโดยเฉพาะ อาทิ Stress Away กลิ่นหอมอโรมาและมีความ
สดชื่นของพืชตระกูลมิ้นท์ ช่วยลดความตึงเครียดแบบฉับพลัน , Sleep Well กลิ่นหอมของดอกไม้ 3 ชนิด ลาเวนเดอร์
กระดังงา และคาโมมายด์ ช่วยคลายกังวล พร้อมเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลับลึก ตื่นมาสดชื่น โดยการทำงานของ
Essential Oil นั้น เมื่อเราสูดดมเข้าไปกลิ่นจะซึมผ่านเข้าสู่สมองส่วน Limbic ที่ควบคุมอารมณ์ จิตใจ และการนอนหลับ
ก่อนออกฤทธิ์ไปยังทุกระบบทั่วร่างกาย จึงสามารถช่วยให้เรานอนหลับได้สบายมากขึ้น ซึ่งเราหวังว่าสบายอารมณ์จะ
เป็นตัวช่วยฮีลใจ เป็น Emotional Pamper ที่จะคอยดูแลและคอยใส่ใจให้ทุกคนมีอารมณ์ดีๆ ในทุกๆวัน”

แล้วพบกันที่งาน We’re being Mental Health Festival : เป็น อยู่ คือ (เรา) วันที่ 23-24 และ 30-31 มี.ค. 67 เวลา 10.00-20.00 น. สถานที่ Slowcombo สามย่าน ซอยจุฬาลงกรณ์ 50

การกลับมาของชุดข้าวแช่จากห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส

โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ เชิญคุณมาคลายร้อนในเดือนเมษายนด้วยชุดข้าวแช่จากห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส ที่จะมาเติมเต็มหน้าร้อนนี้ของคุณให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ต้อนรับเดือนที่ร้อนที่สุดของปีกับเมนูที่ใครต่างเฝ้ารอ ด้วยวิธีการทำที่ละเอียดลออ และซับซ้อนทำให้หารับประทานได้ยาก มีเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และในปีนี้เชฟนุช วรนุช ยาสุขแสง Sous Chef จากห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส ได้รังสรรค์ชุดข้าวแช่อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาให้คุณได้ลิ้มลอง

ข้าวหอมมะลิอบควันเทียนนำไปลอยน้ำดอกมะลิ และกุหลาบให้กลิ่นที่หอมกรุ่น รับประทานพร้อมเครื่องเคียง 6 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นลูกกะปิไข่เค็มทอด พริกหยวกยัดไส้กุ้งและไก่ห่อด้วยไข่ตาข่าย หอมแดงยัดไส้ปลาทอด ปลาหวาน ไชโป๊วหวาน และหมูฝอย แกล้มด้วยผัก-ผลไม้สดนานาชนิดแกะสลักอย่างวิจิตรช่วยตัดรสอย่าง มะม่วงมัน แตงกวา ต้นหอม พริก และกระชาย ปิดท้ายด้วยเมนูแตงโมปลาแห้ง รสชาติหวานเค็มเพิ่มความสดชื่นยามบ่ายในซัมเมอร์นี้

เติมเต็มหน้าร้อนนี้ด้วยชุดข้าวแช่จากห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส ชั้น 2 โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึง วันที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 12:00 น. – 16:00 น.  ในราคาชุดละ 790++ บาทสำหรับสองท่าน

สำรองโต๊ะล่วงหน้าผ่านทางอีเมล [email protected] หรือติดต่อเราทาง LINE Official Account  @hotelindigobkk (https://lin.ee/F4S40Py) และโทร  02 207 4999

คิมซูฮยอน

ยืน 1 ระดับประเทศ เปิดค่าตัว คิมซูฮยอน ต่อหนึ่งตอนของ “Queen Of Tears”

อย่างที่รู้กันว่า คิมซูฮยอน เป็นนักแสดงเกาหลีที่มีค่าตัวสูงสุดในประเทศ โดยในปี 2566 พระเอกหนุ่มได้รับค่าตัวต่อตอนเป็นจำนวน 15,139,170 บาท แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดในซีรีส์เรื่อง “Queen Of Tears” จำนวนเงินที่เขาได้รับต่อตอนนั้นมากขึ้นกว่าเดิม กระแสที่เข้ามาไม่สามารถต้านความปังของเขาได้เลย

ทั้งนี้ มีรายงานจากสื่อเกาหลีใต้เปิดเผยค่าตัวต่อตอนของ คิมซูฮยอน ซึ่งปัจจุบันเขาได้รับเงิน 800 ล้านวอน (ประมาณ 21,677,440 บาท) ต่อตอน และด้วยจำนวนตอนทั้งหมด 16 ตอน เขาจะได้รับเงินจำนวน 12.8 พันล้านวอน (ประมาณ 346,839,040 บาท)

เรียกได้ว่าเงินจำนวนสร้างความน่าตกใจให้กับผู้คน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า งบประมาณการผลิตสำหรับซีรีส์เรื่องนี้อยู่ที่ ₩40.0 พันล้านวอน (ประมาณ 1,083,872,000 บาท) ซึ่งเงินค่าตัวของคิมซูฮยอนเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ประมาณ 1/3 ของงบประมาณ ส่วนที่เหลืออีก 2/3 พวกเขาจะต้องจ่ายให้กับทีมงาน, นักแสดงนำหญิง คิมจีวอน, นักแสดงสมทบ และอื่นๆ อีกมากมาย

เดิมทีนั้นค่าตัวของ คิมซูฮยอนได้รับอยู่ที่ 500 ล้านวอน (13,548,400 บาท) ต่อตอนสำหรับซีรีส์ One Ordinary Day ในปี 2021 หลังจากนั้นค่าตัวของเขาได้เพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีเป็นจำนวน 300 ล้านวอน (ประมาณ 8,129,040 บาท) ต่อตอน ซึ่งเพิ่มขึ้น 60% เมื่อดูค่าจ้างสำหรับนักแสดงคนอื่นๆ สื่อวงในระบุว่าค่าจ้างของคิมซูฮยอนนั้นสูงกว่าสำหรับผลงานในระดับประเทศ

ด้านนักแสดงหนุ่ม ลีจองแจ พบว่าเขาได้รับค่าตัวต่อตอนในซีรีส์ “Squid Game 2″ 1.30 พันล้านวอน (ประมาณ 35,225,840 บาท) ถึง 1.50 พันล้านวอน (ประมาณ 40,645,200 บาท) เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตระดับโลกอย่าง Netflix และเขายังเป็นตัวละครสำคัญในซีรีส์นี้ด้วย ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีเขาแสดงในซีซันที่ 2  ในทางกลับกัน ปัจจุบันค่าตอบตัวของคิมซูฮยอนอยู่ในระดับของนักแสดงระดับสูงที่มีชื่อเสียง เช่น ซงฮเยคโย และจอนจีฮยอน


สาวฮวีอินทุ่มสุดใจ เพิ่ม FAN BENEFITS ให้มูมู่ไทยได้ฟินฉ่ำใจ

นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับมูมู่ไทยที่ล่าสุดผู้จัด O.N worldwide ใจดี ประกาศเพิ่ม FAN BENEFITS สำหรับคอนเสิร์ต 2024 Whee In 1ST WORLD TOUR: WHEE IN THE MOOD [BEYOND] IN Bangkok ของสาวเสียงหวานฮวีอิน (Whee In) เพื่อให้แฟนๆ ได้ฟิน ได้อิ่มความสุขกันอย่างเต็มที่มากที่สุด

โดยการเพิ่มสิทธิ์ BENEFITS ครั้งนี้เป็นการเพิ่ม BENEFITS ในส่วนของ GOODBYE SESSION บัตร 6,300 บาท เพิ่มเป็นรับสิทธิ์ ‘ทุกที่นั่ง’ / บัตร 5,300 บาท เพิ่มเป็น 300 ผู้โชคดี / บัตร 4,500 บาท เพิ่มเป็น 100 ผู้โชคดี ทั้งนี้ผู้ได้รับสิทธิ์ Goodbye Session ยังสามารถรับสิทธิพิเศษอื่นร่วมได้อีกด้วย จัดเต็มขนาดนี้มูมู่ไปก็ต้องไปแล้วดิ๊!!

ล่าสุดระดับความฮอตของสาวฮวีอินพุ่งสู่ Worldwide ขึ้นไปอีก เพราะทางต้นสังกัด THE L1VE LABEL เพิ่งประกาศว่าสาวฮวีอินมีคิวจะไปทัวร์คอนเสิร์ต “WHEE IN THE MOOD [BEYOND] ที่ประเทศในฝั่งยุโรปและอเมริกาเพิ่มเติมอีกหลายเมือง ซึ่งประกอบไปด้วย Warsaw, Helsinki, Tilburg, San Francisco, Los Angeles, Dallas, Houston, Orlando, Fort Lauderdale, Washington D.C. และ Brooklyn นับว่าเป็นการก้าวครั้งสำคัญของเธอคนนี้เลยก็ว่าได้

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตที่ไทยในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำครั้งยิ่งใหญ่ของสาวฮวีอินแน่นอน แถมผู้จัดยังเพิ่ม FAN BENEFITS ให้แน่นขนาดนี้ ใครที่ยังไม่จับจองบัตรจะไม่ไปดูจริงๆ หรอคุณน้า!! อย่ารอช้าเพราะเวลาวารีไม่เคยรอใคร และบัตร คอนเสิร์ต 2024 Whee In 1ST WORLD TOUR :WHEE IN THE MOOD [BEYOND] IN Bangkok ก็เช่นกัน สามารถซื้อบัตรได้แล้วทาง www.beyondinbkk.com บัตรมีหลากหลายราคา เลือกสรรกันได้ ราคาบัตร 6,300 (VIP), 5,300, 4,500 และ 2,500 บาท ใครมีบัตรแล้วก็เก็บรักษาบัตรและเตรียมร้องเพลงของสาวฮวีอินกันให้เป๊ะๆ แล้วไปร้องเพลงกับเธอในวันที่ 6 เมษายน 2024 ณ BHIRAJ HALL ไบเทค บางนา

เอ็นซีที ดรีม ส่งผลงานใหม่ ‘DREAM( )SCAPE’ ครองอันดับ 1 ทั่วโลก

NCT DREAM ส่งข้อความถึงวัยรุ่นทุกคน ผ่านผลงานใหม่ ‘DREAM( )SCAPE’ อัลบั้มที่พูดถึงการเดินทางครั้งแรกของ ‘วัยรุ่น’ NCT DREAM ( ที่หลีกหนีจากความจริงที่ไร้ความรู้สึก เนื่องจากสถานการณ์อันมืดมนและยากลำบาก และออกตามหาพื้นที่แห่งความฝันในอุดมคติ โดยหลากหลายความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการหลบหนีจะถูกนำเสนอผ่านบทเพลงและเรื่องราวที่มีความสร้างสรรค์ตามสไตล์ของ NCT DREAM รวมถึงหวังว่าจะสามารถถ่ายทอดข้อความแห่งความเข้าใจ การปลอบโยน และกำลังใจอันอบอุ่นได้ ในฐานะวัยรุ่นที่เข้าใจถึงความกังวล ความเจ็บปวด และความไร้จุดมุ่งหมายของวัยรุ่นในยุคเดียวกัน

อัลบั้มใหม่ ‘DREAM( )SCAPE’ ประกอบด้วยทั้งหมด 6 เพลง ซึ่งทั้ง 7 สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนอัลบั้ม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวัยรุ่นและการเติบโตอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเพลงไตเติล ‘Smoothie’ เป็นเพลงฮิปฮอป แดนซ์ ที่มีไลน์เบส 808 จังหวะกลองสแนร์ และการร้องเพลงแบบซ้ำไปซ้ำมา เนื้อเพลงเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจว่า สายตาที่เย็นชาของโลกและความรู้สึกด้านลบต่าง ๆ ที่มีต่อตนเอง ทั้งหมดจะถูกบดขยี้และดื่มเข้าไปเหมือน ‘Smoothie’

สำหรับเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มที่จะได้พบกับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของ NCT DREAM ได้แก่ ‘icantfeelanything’ เพลงป๊อปที่มีจังหวะแนว Jersey Club เผยความรู้สึกกลัวขณะหลบหนีออกจากความจริงที่ไร้ความรู้สึกไปสู่ความฝันในอุดมคติ, ‘BOX’ เพลงแนวฮิปฮอป แดนซ์ ถ่ายทอดความตั้งใจที่จะทำลายกล่องของโลกที่กักขังตัวเอง ก้าวข้ามข้อจำกัด และมุ่งไปข้างหน้า ซึ่ง MARK ได้ร่วมแต่งท่อนแร็ป, เพลงที่มีชีวิตชีวา ‘Carat Cake’ อธิบายถึงสิ่งดึงดูดใจต่าง ๆ ที่พบในโลกที่ไม่คุ้นเคย, เพลงที่ให้กำลังใจตัวเองอย่าง ‘UNKNOWN’ แนวอาร์แอนด์บี ป๊อป จังหวะปานกลาง มาพร้อมความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะกระโดดเข้าสู่โลกที่ไม่รู้จักด้วยความยินดี เพื่อไม่ให้สูญเสียตัวเองในช่วงเวลาแห่งความไร้จุดหมาย ซึ่ง MARK กับ JENO ได้ร่วมแต่งท่อนแร็ป และลำดับสุดท้าย ‘숨 (Breathing)’ เพลงบัลลาด จังหวะปานกลาง เนื้อเพลงมีคำสารภาพอันจริงใจถึงคนที่ทำให้มีแรงก้าวเดินต่อไปอย่างกล้าหาญอีกครั้ง ท่ามกลางช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยและยากลำบากจนหายใจไม่ออก ซึ่ง MARK JENO JAEMIN และ JISUNG ได้ร่วมแต่งท่อนแร็ป

นอกจากนี้ แฟนเพลงทั่วโลกยังให้การตอบรับร้อนแรงต่ออัลบั้มใหม่ ‘DREAM( )SCAPE’ ของ NCT DREAM ที่ปล่อยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 จนกวาดอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงและอัลบั้มมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอันดับ 1 รายวันบนชาร์ตอัลบั้มหลักในประเทศเกาหลีใต้อย่าง Hanteo Chart, YES24, CIRCLE CHART Retail Album รวมถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Real-time rising ของ AWA แพลตฟอร์มท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น และอันดับ 1 บนชาร์ต RecoChoku Daily Album ในประเทศญี่ปุ่น

ไม่เพียงเท่านี้ อัลบั้มนี้ยังติดอันดับ 1 บนชาร์ต K-pop ซึ่งรวมยอดสตรีมมิง ยอดขายอัลบั้ม และดัชนีความนิยมจาก 5 แพลตฟอร์มภายใต้ Tencent Music ของประเทศจีน ได้แก่ QQ Music, KuGou Music, Kuwo Music, Bodian Music และ JOOX ตลอดจนอันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music และ KuGou Music ยิ่งไปกว่านั้น เพลงไตเติล ‘Smoothie’ สามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Melon HOT 100 และ Bugs ส่วนเพลงประกอบอัลบั้มก็ติดอันดับเรียงกัน

ทั้งนี้ NCT DREAM ประกาศจัดเวิลด์ทัวร์ครั้งที่สาม เริ่มต้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2567 จากนั้นทัวร์ในทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือและใต้ ยุโรป ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟนคลับชาวไทยเตรียมพบกับพวกเขาได้ในคอนเสิร์ต 2024 NCT DREAM WORLD TOUR in BANGKOK วันที่ 22-23 มิถุนายน 2567 ณ สเตเดียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ราชมังคลากีฬาสถาน นับเป็นการจัดคอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมครั้งแรกในประเทศไทยของพวกเขา

ไอคอนสยาม ตอกย้ำผู้นำการสร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความเป็นเลิศในการรังสรรค์ความเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้า เดินหน้าสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นหมุดหมายที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกยกให้เป็น Global Destination สัญลักษณ์ประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ล่าสุดไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมสุดพิเศษแบบที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินให้แก่ลูกค้าทุกท่าน  ในกิจกรรม ICONSIAM Experience กับความเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับที่หาที่ไหนไม่ได้  เพื่อตอบแทนลูกค้า ล่าสุดจัดทริปประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟมอบความสุขแบบเต็มพิกัดให้กับผู้โชคดีจากแคมเปญ The Great Dragon Journey 2024 ฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา  ด้วยการพาบินลัดฟ้าไป “รับพลังมังกรที่ฮ่องกง” นำโดย อ.คฑา ชินบัญชร  กับการไหว้ให้ถูกที่ ด้วยพิธีที่ถูกต้อง เพื่อสักการะขอพรจากเทพเจ้า 6 วัดดังในฮ่องกง  พร้อมเคล็ดลับที่จะทำให้ปีนี้เป็นปีที่เฮงแบบไม่สิ้นสุด  พร้อมด้วยการลิ้มรสสุดยอดของอาหารระดับ Michelin Star และร้านอาหารชื่อดังในทุกวันตลอดการเดินทางที่ผ่านมา  

เริ่มความเอ็กซ์คลูซีฟสุดพิเศษกับกิจกรรม ICONSIAM Experience  “รับพลังมังกรที่ฮ่องกง” กับ           อ.คฑา ชินบัญชร  ปักหมุดเช็คอินวัดแรกด้วยการรับความร่ำรวยจากการสักการะขอพรในวันเปิดทรัพย์กับเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ(Hung Hom) ที่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  วัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ที่ตั้งอยู่ในย่านฮ่องฮำ (Hung Hom) ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1873 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบวัดจีนดั้งเดิม โดยเชื่อกันว่าหากใครได้มาไหว้ที่นี่จะช่วยเสริมเรื่องดวงการเงิน ให้มีโชคลาภเงินทอง ซึ่งควรมาให้ตรงกับ วันเปิดทรัพย์ หรือเรียกกันว่า “พิธียืมเงิน” พิธีศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงปีละครั้ง ควรมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมดวงการเงินให้ตัวเอง

วันที่สอง พาไปมูกันต่อกับสถานที่อันซีนที่ต่อไปกับ ศาลเจ้าแม่ทับทิม Tin Hau Temple หรือเจ้าแม่ทับทิม 700 ปี ที่ Joss House Bay ก่อตั้งตั้งแต่ราชวงศ์ซ่ง ทางเดินธรรมชาติสองข้างทางเต็มไปด้วยความงดงามของวิวทิวทัศน์  ที่ด้านหน้าติดทะเลและด้านหลังเป็นภูเขา ซึ่งทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์และพลังชี่จากธรรมชาติที่โอบล้อม ลมพัดเย็น ไม่ร้อนและไม่หนาว ก่อนเข้าศาลเจ้าต้องไหว้ฟ้าดินเสียก่อน ไหว้องค์หม่าโจ้ว ผู้เป็นประธาน   นอกจากนี้ อ.คฑา ยังแนะนำเคล็ดลับเด็ดที่เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กับ “การลูบเตียงห้องลับ เจ้าแม่ทับทิม”  ซึ่งไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชม เรียกว่าทริปนี้ลูกค้าของไอคอนสยามได้ขอพรทั้งการเงิน การงาน ความรัก และสุขภาพ กันอย่างจุใจ

ถัดมากับเคล็ดลับการไหว้เสริมดวงชะตา และให้กังหันพัดพาสิ่งไม่ดีออกจากตัว พร้อมพัดเอาสิ่งดีเข้ามาในชีวิต  ที่วัดแชกงหมิว หมุนกังหันเปลี่ยนชีวิตนำพาอำนาจและความโชคดีให้มาสู่ชีวิต และได้โชคลาภ เงินทอง พร้อมนำพาสิ่งดีๆ เข้าหาตัว ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต  วัดนี้เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนฮ่องกง เคารพนับถือมาอย่างเนิ่นนาน โดยรูปปั้นองค์แชกงถูกสร้างเพื่อระลึกถึง นักรบแชกง นักรบฝีมือดีในราชวงศ์ซ่ง ที่คอยปราบศึกศัตรูที่เข้ามารุกรานดินแดนทางเกาะฮ่องกงให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน

สถานที่อันซีนอีกแห่งที่ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย  คือวัดนัมชุง ทินหัว หรือวัด 5 มังกร ความพิเศษของวัด 5 มังกรนี้ คือฮวงจุ้ยการตั้งศาล ด้านหน้าของศาลหันทางทิศตะวันออก มองเห็นทะเลกว้างใหญ่ ด้านซ้ายจะเห็นช่องเขาเป็นมังกรเขียวโอบล้อม ด้านขวาเป็นภูเขาขนาดย่อมเสมือนเสือขาว และมีเกาะตรงกลาง ทำให้กระแสน้ำหมุนวน ยิ่งส่งพลังธรรมชาติให้แก่ผู้มาสักการะเทพเจ้า 5 มังกร  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความสุข และอายุยืนยาวในปีแห่งมหามังกร 

วันสุดท้ายมาขอพรด้านความรักกันต่อที่ วัดหวังต้าเซียน หรือที่เราเรียกกันว่า วัดด้ายแดง  เป็นวัดดังโดดเด่นในเรื่องของการไหว้ขอพรองค์เทพเจ้า อีกทั้งอาคารของวัดก็มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ได้รับอิทธิพลมาจาก ลัทธิเต๋า ศาสนาพุทธ และขงจื้อ ในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์นั้น คนส่วนใหญ่จะนิยมมาไหว้ขอพรในทุกๆ เรื่อง เพราะมีองค์พระมากมาย และที่สำคัญคือการมาขอพรด้านความรัก ผูกด้ายแดงขอเนื้อคู่ พร้อมเสริมรักให้ดียิ่งกว่าเดิม  นอกจากนี้ ที่วัดยังมีอีกหนึ่งจุดที่อันซีน ซ่อนตัวอยู่ในชั้นใต้ดิน ได้แก่ ห้องลับใต้ดิน (Taisui Yuenchen Hall) อันเป็นที่ประดิษฐานของ พระแม่เต้าบ้อ มารดาแห่งดวงดาว (Goddess of the Great Dipper) ผู้ให้กำเนิดจักรวาล และรูปปั้นเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย เทพผู้คุ้มครองดวงชะตาของมนุษย์ตลอดทั้งปี ช่วยขจัดปัดเป่าเคราะห์กรรมให้เบาบางลง มีทั้งหมด 60 องค์ แต่ละองค์มีรูปลักษณ์แตกต่างกัน มีทั้งบุคลิกเชิงบุ๋น บู๊ และดูสำราญ ซึ่งลูกค้าไอคอนสยามทุกคนได้ร่วมไหว้ขอพรสักการะองค์ไท้ส่วยเอี๊ยประจำปีเกิดแบบถูกต้องครบถ้วนอีกด้วย

ปิดท้ายทริป ICONSIAM Experience เสริมดวงให้ปังตลอดทั้งปีกับ วัดหมั่นโหมว  โดยวัดนี้ทุกคนจะได้กราบสักการะบูชาเทพเจ้าหมั่นไตกวั้น (Man) เทพด้านบุ๋น ซึ่งเป็นเทพแห่งตัวอักษร และเทพเจ้าโหมวไตกวั้น (Mo) หรือเทพเจ้ากวนอู เทพด้านบู๊ซึ่งเป็นเทพแห่งสงคราม  วัดนี้เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ด้านการศึกษา อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในฮ่องกง มีเอกลักษณ์ที่งดงามไม่เหมือนใคร  นอกจากจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ภายในวัดยังมีความงดงาม และมี ไฮไลต์เป็น ธูปวงสีแดง และกระดิ่งด้านในแขวนประดับทั่วเพดาน ดูสวยงามแปลกตาเป็นอย่างมาก

นอกจากการพาผู้โชคดีไปไหว้พระขอพร รับปีมังกรแล้ว  ทุกท่านยังได้ลิ้มรสความอร่อยระดับ Michelin Star กับทุกวันตลอดการเดิน อาทิ ภัตตาคาร One Dim Sum ร้านติ่มซำชื่อดังที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว 2 ปีซ้อนและยังได้ Michelin Bib Gourmand ของหวานจาก Kai Kai Dessert ที่ได้รับรางวัลมิชลิน 8 ปีซ้อนกับเมนูเด่นอย่างบัวลอยน้ำขิง และซอสงาดำ ความสุขเต็มพิกัดยังไม่หมด เพราะยังจัดเต็มด้วยภัตตาคารลุร้านอาหารชื่อดังในฮ่องกง อาทิ ภัตตาคาร Yung Kee Restaurant ห่านย่างชื่อดังการันตีความอร่อยด้วยรางวัลมากมาย, Deluxe Cuisine ภัตตาคารอาหารจีนกวางตุ้ง, Lei Yue Mun สวรรค์ของคนรักซีฟู้ดกับเมนูพิเศษซาชิมิหอยงวงช้าง, ภัตตาคาร Jasmine Garden หนึ่งได้ร้านดังของเกาะฮ่องกง และภัตตาคาร Under Bridge Spicy Crab กับเมนูซิกเนเจอร์ปูผัดพริกแห้งกระเทียม  เพื่อให้ทุกนาทีของลูกค้าไอคอนสยามสัมผัสความเอ็กซ์คลูซีฟที่เต็มไปด้วยความสุขที่สุด

ตลอดทั้งทริปของการเดินทางไปกับ “ICONSIAM Experience” ที่ไอคอนสยามจัดขึ้นครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นแบบฉบับของสุดยอดประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ  ที่สร้างให้ผูกพันและมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้ารายการโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่โดนใจ และการบริการลูกค้าที่ให้มากกว่าความคาดหวัง ซึ่งจะยังคงมีแคมเปญสุดพิเศษและไม่เหมือนใครแบบหาที่ไหนไม่ได้มาให้ลูกค้านักช้อปทุกคนได้ร่วมกิจกรรมอีกมากมาย คอยติดตามได้ที่ Facebook: ICONSIAM และ www.iconsiam.com  

สมฉายาราชินีห้างดัง เปิด 5 นาฬิกาหรู ‘ฮงแฮอิน’ จากซีรีส์ Queen of Tears

มาครบทุกแบรนด์ดัง เปิด5 นาฬิกาหรู ‘ฮงแฮอิน’ ราชินีห้างชื่อดังแห่งซีรีส์ Queen of Tears

กลับมาอีกครั้งกับบทความซูมอินไอเท็มจากซีรีส์ที่กำลังเป็นกระแส หนึ่งในช่วงนี้คงต้องยกให้ Queen of Tears ซีรีส์ โรแมนติก-ดราม่า ที่ฉายเพียงไม่กี่ตอนก็สามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมไปมากมาย แต่พาร์ทแฟชั่นคงไม่ได้พาทุกคนดำดิ่งในห้วงความรู้สึก แต่จะพาไปเพลิดเพลินกับนาฬิกาแสนหรูหราของ ‘ฮงแฮอิน’ ราชินีแห่งห้างสรรพสินค้า Queens Group

ขอไต่ระดับไปตามมูลค่าของนาฬิกา เริ่มต้นด้วย BVLGARI แค่ปิดชื่อแบรนด์มาก็ถึงกับสะดุ้ง สำหรับเรือนที่ฮงแฮอินสวมใส่ใน Episode 1 มีชื่อรุ่นว่า ‘Serpenti Seduttori Watch’ ตัวเรือนสีเงินที่มีดีไซน์หน้าปัดเป็นทรงหยดน้ำ มาพร้อมสายนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเกล็ดงู สัตว์อันเป็นสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ สำหรับราคาอยู่ที่ 180,000 บาท

เรือนต่อมายังอยู่ในตอนที่ 1 กับนาฬิกาสายหนังสีน้ำเงินจาก PIAGET ในชื่อรุ่น Possession Watch โดยความหรูหราอยู่ที่กรอบหน้าปัดประดับเพชร 0.05 กะรัต อีกทั้งตำแหน่งของตัวเลยังฝังด้วยเพชรอีกจำนวน 11 เม็ด ประมาณ 0.07 กะรัต มูลค่าของนาฬิกาจึงสูงถึง 570,000 บาทเลยทีเดียว

นาฬิกาเรือนที่ 3 ขอเปลี่ยนไปที่ Cartier ในชื่อรุ่น ‘Ballon Bleu de Cartier watch’ ที่มาพร้อมกลไกจักรกลแบบไขลานอัตโนมัติ ตัวเรือนโรสโกลด์ และมีเม็ดมะยมแบบหยักรังสรรค์จากโรสโกลด์ประดับแซฟไฟร์คาโบชง หน้าปัดสีเงินประทับลายผิวสัมผัสด้านประดับเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนท์ทั้งหมด 21 เม็ด น้ำหนักรวม 0.10 กะรัต เข็มนาฬิกาทรงดาบทำจากสตีลสีน้ำเงิน คริสตัล แซฟไฟร์ สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน บัคเคิลโรสโกลด์ ราคา 570,000 บาทเช่นกัน

เรือนต่อมาคล้ายกับเรือนก่อนหน้า ‘Ballon Bleu de Cartier watch’ แต่เปลี่ยนเป็นสีโรสโกลด์ทั้งตัวเรือน แต่ดีเทลต่างๆ ยังเหมือนเดิม ขยับราคาไปที่ 1,030,000 บาท

และปิดท้ายด้วยนาฬิกาที่มีมูลค่าสูงที่สุดจาก PIAGET ในรุ่น ‘Limelight Gala Watch’ โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมที่รายล้อมด้วยเพชนทั้งหมด 60 เม็ด เรียกได้ว่าอลังการสมกับชื่อทีเดียว โดยมูลค่าของเรือนนี้อยู่ที่ประมาณ 1,650,000 บาท

รู้ราคาของแต่ละเรือนแล้วขนลุกซู่ไม่เบา สมกับที่เป็นแฟชั่นของ ราชินีแห่งห้างสรรพสินค้า Queens Group จริงๆ ตอนต่อจะไปมีแฟชั่นไอเท็มไหนน่าสนใจอีก ไว้มาอัพเดทให้อ่านไปพร้อมกันนะคะ


Grey Goose ยกระดับยามราตรี สร้างประสบการณ์เฉลิมฉลองอันหรูหรา

ในช่วงเวลายามเย็นที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ท้องฟ้าและค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้น Grey goose แบรนด์วอดก้าลักซ์ชัวรีในเครือบริษัท Bacardi Thailand จำกัด เปิดเวทีแห่งการเฉลิมฉลองที่ไม่รู้จบ ณ Akara Sky Hanuman ภายใต้การจัดการของ Akara Hospitality เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 งานเปิดตัวได้รวบรวมสื่อไลฟ์สไตล์ชั้นนำของเมืองไทย อินฟลูเอนเซอร์ลักซ์ชัวรี เจ้าของธุรกิจ ชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยและนักท่องเที่ยวมาในที่เดียวกัน สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับแขกที่มาร่วมงาน พร้อมยกระดับการพบปะสังสรรค์ในสังคมไทย ด้วยแสง สี เสียง และประกายของ Grey Goose ที่เติมเต็มสีสันแห่งชีวิตให้กับบรรยากาศบนชั้น 61 ของอาคาร One City Centerใจกลางย่านเพลินจิต

Grey Goose ชูโรงราตรี การเปิดตัวครั้งนี้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าประทับใจ ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างศิลปะไทยร่วมสมัยกับเสน่ห์ระดับนานาชาติของกรุงเทพฯ โดย Grey Goose ยังได้นำเสนอไฮไลท์สำคัญที่เน้นรสชาติฝรั่งเศสและคุณภาพระดับฝรั่งเศสผ่านค็อกเทลเอกลักษณ์ที่ถูกสร้างสรรค์อย่างมีนวัตกรรม นำเสนอประสบการณ์ทางรสชาติที่ยอดเยี่ยม ในขณะเดียวกัน ณ บริเวณ Sky Dome จุดศูนย์กลางของค่ำคืน ได้รับเกียรติจากดีเจชื่อดังของเมืองไทยอย่าง Wildealer, Giorgio Nola และ Gaius ที่มาร่วมสร้างสีสันและยกระดับบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีที่กลมกลืนไปกับค่ำคืนอันมีเสน่ห์บนรูฟท็อปใจกลางมหานคร ขณะแขกลิ้มรสคานาเป้จาก Vaso Spanish Tapas Bar ร้านอาหารชื่อดังในเครือ Akara Hospitality พร้อมจิบเครื่องดื่ม Grey Goose สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำในทุกสัมผัส

Grey Goose และความเป็นเลิศของการประกอบอาหาร ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ไม่อยู่ที่อื่นใด แต่คือการจับคู่ค็อกเทล Grey Goose สุดพิเศษกับอาหารกูร์เมต์ สร้างสรรค์เป็นคู่ความสมบูรณ์แบบที่เลือกสรรมาอย่างประณีต ได้แก่:

  • Goosebump: ความหรูหราในการจับคู่เพื่อนำเสนอความนุ่มนวลของ Grey Goose ประสานความเค็มละเอียดอ่อนของคาเวียร์ กลมกล่อมในทุกคำ
  • Grey Goose Oyster Soirée: การรวมกันอย่างลงตัวของความหอมสดชื่นของ Grey Goose กับกลิ่นอายของท้องทะเลจากหอยนางรม นำเสนอประสบการณ์รสชาติที่ยอดเยี่ยม
  • Grey Goose Espresso Martini: ค็อกเทลที่ผสานความเข้มข้นของเอสเปรสโซกับความนุ่มละมุนของ Grey Goose ให้บรรยากาศการพบปะเย็นวันเปลี่ยนเป็นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองอย่างลงตัว
  • Grey Goose Le Fizz: ค็อกเทลสุดคลาสสิกที่ปลุกความรู้สึกชุ่มชื่นและมีชีวิตชีวา หนึ่งในซิกเนเจอร์ของค่ำคืนที่มาพร้อมส่วนผสมที่สร้างสรรค์มาเพื่อการเฉลิมฉลอง พร้อมการต้อนรับที่อบอุ่น
คุณนากูล รอย ผู้จัดการทั่วไป Bacardi Thailand และ อัครวิน เตชะอุบล ผู้ก่อตั้ง Akara Hospitality

“การเปิดตัว Akara Sky Hanuman ถือเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างพื้นที่ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับวัฒนธรรมไทย ค่ำคืนนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฉลองเท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ Akara Hospitalityมุ่งเน้นสู่การนำเสนอประสบการณ์ชีวิตยามค่ำคืนและวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมือน ซึ่งความร่วมมือกับ Bacardi Thailand เป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนเราไปสู่วิสัยทัศน์นั้น ขณะที่แบรนด์ Grey Gooseก็สะท้อนถึงความมั่งหวังในคุณภาพและความเป็นเลิศที่ตรงกับหลักการของเรา เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ความหรูหราระดับนานาชาติพร้อมเสน่ห์แห่งการต้อนรับแบบไทย สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมประเทศไทย” กล่าวโดย คุณอัครวิน เตชะอุบล ผู้ก่อตั้ง Akara Hospitality

คุณนากูล รอย ผู้จัดการทั่วไป Bacardi Thailand

คุณนากูล รอย ผู้จัดการทั่วไป Bacardi Thailand กล่าวว่า  “การเปิดตัว Akara Sky Hanuman เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับ Grey Gooseที่ทำให้เราได้เน้นย้ำถึงคุณภาพ รสชาติ และการยกระดับประสบการณ์หรูหรา เมื่อมองไปสู่อนาคต Grey Goose ยังคงเป็นแบรนด์ที่ทรงคุณค่าในคอลเลกชันของเราที่แสดงออกถึงแก่นแท้ของความเป็นเลิศ และยังเป็นเวทีของ Akara Sky Hanuman ของการปักหมุดเป็นจุดหมายที่รวบรวมสุนทรีความบันเทิงยามค่ำคืน วิสัยทัศน์ของเราขยายไปถึงการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนถึงวัฒนธรรมเมืองและผู้คน เราตั้งตารอที่จะให้ทุกท่านได้สัมผัสกับเครื่องดื่มชั้นเลิศและช่วงเวลาอันน่าจดจำที่ Akara Sky Hanuman”

ด้วยกลยุทธ์ที่แน่วแน่และความมุ่งมั่นในคุณภาพ Bacardi Thailand พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมและวงการความบันเทิงของกรุงเทพฯ โดยเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสกับเรื่องราวของความหรูหรา นวัตกรรม และช่วงเวลาที่น่าจดจำ ความสำเร็จของค่ำคืนเปิดตัว Akara Sky Hanuman ยืนยันว่าทุกครั้งที่คุณมาเยือนจะเป็นการเฉลิมฉลองชีวิต สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพมหานคร

สยามพารากอน ตอกย้ำ Luxury Destination ที่ดีที่สุดในเอเชีย

สยามพารากอน จุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลก และเป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและคนทั่วโลก ตอกย้ำความเป็น Luxury Destination เป็นผู้นำครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย และเป็น Destination ของ Luxury Brand ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทุกประเภทสมบูรณ์แบบที่สุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการและมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษระดับ World Class Experience ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจสยามพารากอน กล่าวว่า “สยามพารากอนยังคงได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ยอดขายสินค้ากลุ่มลักซ์ซูรี่แบรนด์ยังคงติดอันดับสูงสุดในเอเชียมาอย่างต่อเนื่อง บางแบรนด์ติดอันดับระดับท็อปของโลก และยังเป็นศูนย์การค้าที่เป็น Preferred choice สำหรับแบรนด์ดังต่างๆ ที่ต้องการจะเปิดร้านค้าแห่งแรก หรือการขยายธุรกิจเพื่อสร้างแฟล็กชิพสโตร์ระดับโลก ทำให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษและแตกต่างก่อนใคร โดยเฉพาะการเปิด Luxe Hall เมื่อเดือนตุลาคม 2566 เพื่อขยายพื้นที่สำหรับสินค้ากลุ่มลักซ์ซูรี่แบรนด์เพิ่มขึ้นอีกกว่าเท่าตัวจากเดิมประมาณ 10,000 ตารางเมตร รวมเป็น 20,000 ตารางเมตร ส่งผลให้แบรนด์ดังระดับโลกร่วมเปิดแฟล็กชิฟสโตร์หรือบูติกช็อปแห่งใหม่มากมายตลอดในปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง”
สยามพารากอน ยืนหยัดเป็น ‘Luxury Destination’ ที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษระดับ World Class Experience ให้กับลูกค้ามาโดยตลอด ด้วยสุดยอดแห่งลักซ์ชูรี่แฟชั่นระดับโลกที่ครบครันที่สุดมากที่สุดกว่า 70 แบรนด์ อาทิ Alexander Mcqueen, Balenciaga, Bottega Veneta, Boyy ,Burberry, Bvlgari, Cartier, Celine, Chanel, Coach, Dior, Dolce & Gabbana, Ermenegildo Zegna, Fendi, Ferragamo, Fred, Furla, Gucci, Hermes, Hugo Boss, Jimmy Choo, Kwanpen, Loewe, Longchamp, Louis Vuitton, Max Mara, MCM, Michael Kors, Mikimoto, MIU MIU, Montblanc Mulberry, Off-White, Prada, Rimowa, Roger Vivier, Saint Laurent, Scintilla Gioielli, Tiffany & Co, Tory Burch, Van Cleef & Arpels , Valentino และ Versace
พร้อมกันนี้ ยังได้รับเลือกจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกพาเหรดแบรนด์หรูที่เปิดแฟล็กชิปสโตร์และคอนเซ็ปท์สโตร์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย อาทิ Louis Vuitton Men Boutique , Fendi Men Boutique , Prada Men Boutique, Casablanca และ Loro Piana รวมถึง Berluti แบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังสำหรับผู้ชายระดับโลกจากฝรั่งเศส แห่งเดียวในไทย และยังได้รับเลือกจากแบรนด์ลักซ์ชูรี่ให้เป็นพื้นที่สำหรับการเปิด pop-up stores เพื่อนำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษ และคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ โดยล่าสุดในเดือนมีนาคม 2567 ได้รับเกียรติจาก GUCCI เผยโฉม GUCCI ANCORA SPRING SUMMER 2024 เป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร ทำให้สยามพารากอนครองความเป็นหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษและแตกต่างอย่างเหนือระดับ และเป็นที่หนึ่งในใจหรือ Top of Mind ของนักช้อปทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ สำหรับคนรักเรือนเวลา สยามพารากอน ยังเป็นศูนย์รวมนาฬิกาแบรนด์ดังชั้นนำระดับโลกไว้อย่างครบครัน อาทิ A.Lange & Söhne, Breitling, Chopard, Franck Muller, Hublot, IWC, Jaeger- -Lecoultre, Omega, Panerai, Patek Philippe, Piaget, PMT the hour glass, Rolex, Tag Heuer, Tudor, SHH Pendulum, Vacheron Constantin และ Zenith เป็นต้น ตอกย้ำ “Luxury Watch Destination” ของสยามพารากอน ที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบเวิลด์คลาสในทุกมิติ

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ Luxury Fashion กับลักซ์ซูรี่แบรนด์ระดับโลกที่ครบครันมากที่สุด รวมถึงเยี่ยมชมแฟล็กชิปสโตร์ คอนเซ็ปต์สโตร์ และพื้นที่ Pop-up ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ลักซ์ซูรี่ได้หมุนเวียนมานำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด หรือคอลเลคชั่นพิเศษสร้างความตื่นตาตื่นใจตอบโจทย์ประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า ได้ที่ชั้น M และชั้น 1 สยามพารากอน หรือติดตามรายละเอียดและอัพเดทคอลเลคชั่น ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook : Siam Paragon

เนสท์เล่ คอลแลปส์ PIPATCHARA ดีไซน์พิเศษเอาใจสายช้อปรักษ์โลก

อีกขั้นของวงการแฟชั่นเมืองไทย เมื่อแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชั้นนำอย่าง เนสท์เล่ จับมือกับ PIPATCHARA
(ภิพัชรา) แบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์สัญชาติไทย ที่เป็นที่รู้จักในด้านความยั่งยืนและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เปิดตัวคอลเล็คชันพิเศษ เนสท์เล่ x PIPATCHARA ในแคมเปญโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของเนสท์เล่ รังสรรค์กระเป๋าช้อปปิ้งและสร้อยข้อมือดีไซน์สุดเอ็กคลูซีฟที่ผลิตจากฝาและขวดพลาสติก PET ใช้แล้ว 100% โดดเด่นด้วยความน่ารักและสดใสจากลวดลายที่ตั้งใจออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้คนในปัจจุบัน พร้อมให้สายช้อปสะสมพรีเมียมหลากหลายดีไซน์ เมื่อช้อปผลิตภัณฑ์เนสท์เล่กับโปรโมชั่นสุดคุ้มแห่งปี “ดีต่อใจดีต่อโลก” ที่ร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ


AquaPlus คว้ารางวัลสินค้าขายดี 4 ปีซ้อนจาก WATSONS HWB Awards

ด้วยความมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาสูตรที่ไม่หยุดยั้งส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าบำรุงตอบโจทย์ปัญหาผิวของสาวไทย ล่าสุดผลิตภัณฑ์แบรนด์อควาพลัส ซีรี่ส์ (AquaPlus) ภายใต้การดูแลของกลุ่มบริษัท Optimo Thailand ผู้นำนวัตกรรมสกินแคร์ดูแลผิวหน้า ตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพและความนิยมสูงสุดของผลิตภัณฑ์ ด้วยการคว้ารางวัลสุดยอดสินค้าขายดี 4 ปีซ้อน จาก WATSONS Health Wellness & Beauty Awards (HWB) ซึ่งจัดขึ้นโดย วัตสัน ผู้นำอันดับหนึ่งธุรกิจร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงามของประเทศไทย โดยรางวัล WATSONS HWB 2024 ปีนี้นั้น   ผลิตภัณฑ์ HYA 8D Plus Revitalizing

Skindrops สามารถคว้ารางวัล “สุดยอดสินค้าขายดีประเภทเซรั่มฟื้นฟูผิวหน้า” – BEST SELLING REVITALISING SERUM

AquaPlus HYA 8D PLUS Revitalizing Skindrops  เซรั่มไฮยาลูรอนเข้มข้นสูตรผิวอิ่มฟู 8 มิติ ขั้นสุดแห่งการล็อคความชุ่มชื้นเติมน้ำให้ผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกและยาวนาน ให้ผิวยืดหยุ่นและดูอ่อนเยาว์  ผสานสารบำรุงผิวเข้มข้นจาก MoistShield™ HA  โมเลกุลสารไฮยาลูรอนใหญ่เล็กมากถึง 8 ชนิด รวมกับโพรไบโอติกส์ และวิตามิน B5  ช่วยบูสต์ผิวหน้าให้เต่งตึงอิ่มน้ำ กระจ่างใสมีออร่า ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน ชะลอการเกิดริ้วรอย สร้างเกราะภูมิต้านทานให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น ขจัดปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ 

Lee Sang Yeob

งานวิวาห์อันแสนอบอุ่น ของนักแสดงหนุ่ม อีซังฮยอบ ( Lee Sang Yeob )

ขอแสดงความยินดีกับ นักแสดงหนุ่ม อีซังฮยอบ ( Lee Sang Yeob ) ผู้เป็นที่รักของแฟนๆ เข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาวนอกวงการ

อีซังฮยอบ ( Lee Sang Yeob ) เป็นที่รู้จักของแฟนๆ และเป็นที่รักด้วยภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์และอบอุ่นจากซีรีส์ โดยผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขา อาทิ  A Happy Woman , The Innocent Man , Living Among the Ric, A Little Love Never Hurts,While You Were Sleeping,  Eve ฯลฯ

Lee Sang Yeob

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 อีซังฮยอบ ได้ควงแฟนสาวนอกวงการ จัดงานวิวาห์อันแสนอบอุ่น ที่จัมซิล กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางเพื่อนๆ คนบันเทิงมาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

ทั้งนิ้ UB Management ต้นสังกัดของนักสดงหนุ่ม ได้เคยเปิดเผยว่า “อีซังยอบได้พบกับคนพิเศษซึ่งเขาได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตที่เหลือด้วย นั่นคือทั้งหมดที่มีความสำคัญ”

Lee Sang Yeob

‘อยากเก็บเธอไว้ทั้ง 2 คน ทำอย่างไรดี ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ดวงรายสัปดาห์ 25-31 มีนาคม 2567

‘อยากเก็บเธอไว้ทั้ง 2 คน ทำอย่างไรดี ใช่คุณไหม??

ดวงรายสัปดาห์ 25-31 มีนาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์ปลายเดือนนี้ ก็ยังอยู่กับงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้ความสามารถในการพูดเพื่อติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานขาย ฯลฯ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานบันเทิง งานเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง แอลกอฮอล์ จนไปถึงงานหรือธุรกิจสีเทาถึงดำ ก็ยังต้องระวังความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูงอยู่ เพราะเป็นไปได้ว่าจะส่งผลให้คุณร่วมงานกับคนอื่นลำบากมากถึงมากที่สุด หากจะให้ดีควรทำธุรกิจของตัวเองดีกว่าค่ะ

การเงิน  :   จะว่าไปก็ยังคงสดใสอยู่นะ แต่จะมาในรูปของเงินเทาที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้คุณจะใจดีเป็นพิเศษ จนไม่สามารถเก็บเงินอยู่กับตัวได้นาน เรียกว่าทำมาให้คนอื่นใช้เลยทีเดียว

ความรัก  :   ความมั่นใจในตัวเองก็ยังคงสูงอยู่ ไม่พร้อมที่จะยอมใคร เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้โปรดระวังใจตัวเอง เพราะมีโอกาสที่คุณจะใจอ่อนกับคนข้างๆ มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาชู้สาวขึ้นได้ง่ายๆ  คนโสด ก็ยังคงเจ้าชู้อยู่นะคะ โดยสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่จะเป็นคุณที่เข้าหาคนอื่น แต่ถามว่าคบจริงไหม ก็ไม่ น่าจะเป็นแบบไม่รู้จักเธอ ไม่รู้จักฉันมากกว่า เพราะคำว่า ‘แฟน’ สำหรับคุณจะต้องมีเวลาในการศึกษานิสัยกันค่อนข้างเยอะ  

สุขภาพ  :   ต้องระวังเรื่องฟันที่จะเป็นปัญหากวนใจ ปวดจี๊ดๆๆ ทางที่ดีควรไปพบหมอฟัน เพื่อตรวจเช็กให้เรียบร้อย นอกจากนั้นยังต้องระวังจิตตก ซึมเศร้า ความเครียดที่จะมาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็มีผลให้คุณอารมณ์เสีย ไม่มีความสุข

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน จนถึงงานส่งเสริมการขายทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านศาสนา งานบุญ เช่น ขายวัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้ในการสร้างโบสถ์ วิหาร ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่คุณชอบ มีความสุขที่ได้ทำ เพราะได้บุญด้วย แต่ควรทำด้วยความรอบคอบ พิจารณาให้ดี เพราะมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณยังคงหารายได้ได้จากหลากหลายช่องทาง จนถึงอยู่เฉยๆ ก็มีเงินเข้ามา ซึ่งคุณก็พอใจ มีความสุข แม้ว่าจะไม่ได้มากเท่าเดิมก็ตาม

ความรัก  :  มีความเป็นไปได้ว่า หากคุณได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานบุญ งานศาสนา เข้าวัดบ่อยๆ จะมีโอกาสที่คุณจะพิจารณาอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น จากที่เคยเหวี่ยงวีน หึงหวง โดยไม่มีเหตุผล อารมณ์จะเย็นลงจนถึงกับปลง สุดท้ายแล้วก็จะนำความร่มเย็นมาให้กับครอบครัว คนโสด  มีเสน่ห์ ซึ่งจะมาคู่กับความเจ้าชู้ บางคนจะบวกความหึงหวงเข้ามาด้วย ไม่อยากให้แฟนไปสนใจคนอื่นมากกว่าตัวเอง ขอบอกว่าสัปดาห์นี้ เป็นไปได้ว่าคุณจะเริ่มปลงได้บ้างแล้ว  

สุขภาพ  :  โรคผู้สูงอายุถามหาแล้วน้า เช่น วัยทอง กระดูกเสื่อม กระดูกพรุน ฮอร์โมนตก อัลไซเมอร์ รวมถึงโรคประจำตัวจะยิ่งรักษายากขึ้น กลายเป็นโรคเรื้อรัง

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายงานบริการ เช่น เปิดร้านอาหาร กาแฟ ท่องเที่ยว โรงแรม สปา แอร์โฮสเตส จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก เป็นไปได้ว่าในช่วงสัปดาห์นี้คุณจะได้รับการชักชวนจากเพื่อนผู้หญิงให้เข้าไปทำงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับวงการบันเทิง นักร้อง นักแต่งเพลง โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน ดีไซเนอร์ ฯลฯ เป็นไปได้ว่าจะมีทิศทางที่สดใส ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากผู้ใหญ่ผู้หญิง จนถึงขั้นเลื่อนตำแหน่งให้เลย  

การเงิน  :   มีโอกาสได้เงินจากผู้ใหญ่ผู้หญิง แม้จะเป็นช่วงสัปดาห์ปลายเดือน แต่คุณจะใช้เงินอย่างสุขีสโมสรเลยทีเดียว นัดเพื่อนขาช็อป ออกไปกิน ดื่ม ไม่เว้นวัน  

ความรัก  :   เรียกได้ว่า เป็นสัปดาห์ของครอบครัวคุณเลยทีเดียว เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีญาติมิตรพี่น้อง มาเยี่ยมคุณ เรียกว่าหัวบันไดบ้านไม่แห้งเลยทีเดียว แต่น่าแปลกที่จะมีเฉพาะผู้หญิง นอกจากนั้นหากใครกำลังรอเบบี๋ตัวน้อยอยู่ สัปดาห์นี้มีโอกาสได้รับข่าวดี คนโสด  เป็นไปได้ว่าคุณจะเนื้อหอมกับเด็ก ผู้หญิง และผู้ใหญ่นะคะ มีโอกาสที่คุณจะรับอุปถัมภ์เด็กผู้หญิง หรือไม่ก็มีเด็กมาชอบคุณแบบ…ติดแจเลย

สุขภาพ  :   สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งผ่าคลอด ต้องระวังอย่ายกของหนัก เพราะแผลมีความเสี่ยงที่จะอักเสบได้ ส่วนทั่วๆ ไปมีโอกาสที่ระบบน้ำในร่างกายจะทำงานผิดปกติ เช่น น้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน จนถึงป่วยไข้ไม่สบาย  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   หากใครที่กำลังจะเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง CEO ที่เกี่ยวกับความบันเทิงเริงรมย์ เช่น ดนตรี กวี ศิลปะ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย จนถึงเจ้าของธุรกิจ ต้องบอกว่า ไม่บันเทิงเริงรมย์ โรยด้วยกลีบกุหลาบสมกับลักษณะงาน เพราะในช่วงทดลองงานนี้มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับปัญหาและอุปสรรค เรียกว่าต้องใช้ความอดทน ขยัน ความพยายามค่อนข้างสูง แต่หากคุณผ่านจุดนี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า  

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณสามารถสร้างรายได้สูงให้กับตัวเอง วางแผนการใช้เงินอย่างเป็นระบบ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ในช่วงสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เงินเทา ซึ่งนอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังมีโอกาสเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก

ความรัก  :   สำหรับคู่ครองที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมานาน เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก ในช่วงสัปดาห์นี้ต้องหนักแน่นหน่อยนะคะ ยิ่งหากคู่คุณเป็นคนดังในสังคม โดดเด่นในตำแหน่งหน้าที่การงานด้วยแล้ว จะมีพวกปากหอยปากปูนินทาลอยลมมาว่า คู่คุณแอบมีกิ๊ก จะข่าวเม้าหรือข่าวจริงก็ต้องเช็กก่อน อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ   คนโสด  ในช่วงสัปดาห์นี้หัวใจคุณจะโรแมนติก ฟรุ้งฟริ้ง จนกระทั่งตัวคุณอดไม่ได้ที่จะกลับไปติดต่อกับแฟนเก่า หรือหากแฟนเก่าติดต่อมา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คราวนี้คุณจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เขากลับมา

 สุขภาพ  :  ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา หากในกรณีรุนแรงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ จึงไม่ควรกลั้นปัสสาวะ นอกจากนั้นสัปดาห์นี้ยังคงต้องระวังเรื่องอาหารรสจัด สุกๆ ดิบๆ ดองๆ ไม่สดสะอาด ยิ่งหน้าร้อนด้วยแล้ว มีความเสี่ยงที่จะอาหารเป็นพิษ ท้องเสียได้ง่ายๆ  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สำหรับผู้ที่รอลุ้นว่า จะทำงานหรือดำเนินธุรกิจนี้ได้นานหรือเปล่า สัปดาห์นี้ต้องบอกว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานหรือดำเนินธุรกิจอะไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดและจินตนาการกว้างไกล รวมถึงคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จสูงมากเช่นกัน จนเรียกว่าแทบจะพลีชีพให้กับการทำงานหรือธุรกิจนั้นๆ ได้เลย ‘แต่’ ต้องบอกว่า สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้เลือกตั้งแต่ต้น มีโอกาสที่จะเป็นงานหรือธุรกิจที่ไม่รัก หรือไม่ถนัด แต่ที่ต้องทำ เพราะติดที่เงื่อนไขสัญญา หรือข้อตกลงที่เคยเจรจากันไว้   

การเงิน  :  มุ่งมั่นทำงานหาเงินสร้างรายได้สูงๆ  แต่สัปดาห์นี้ความใจดีก็จะนำภัยมาให้คุณ ทั้งมิจฉาชีพ และคนใกล้ชิดที่จะมาในรูปแบบของการหลอกลวง และใจดีให้ไปเองเลย

ความรัก  :   เป็นสัปดาห์ที่คุณมีความเป็นตัวเองสูง อยากตัดสินใจคนเดียว ไม่อยากให้คนข้างๆ รับรู้ แต่ก็ต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะถูกเพื่อนสนิทเข้ามาทำดีด้วย แต่ลึกๆ แล้วเธอแอบไม่หวังดีในทรัพย์สิน จนถึงคนของคุณ คนโสด  ตัดใจไม่ขาดจริงๆ อยากเก็บเธอไว้ทั้ง 2 คน ทำอย่างไรดี

สุขภาพ   :   โหมทำงานก็ต้องระวังสุขภาพด้วยนะ มีโอกาสล้มป่วยได้ง่ายๆ โดยมีสาเหตุปัจจัยมาจากสภาพอากาศด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเลือดจาง ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ รวมถึงภูมิแพ้

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สัปดาห์ปลายเดือนนี้คุณจะซอฟท์ลง ใช้ความรู้ ความสามารถ ความใจเย็น สติ รวมถึงบารมีมากกว่าอารมณ์เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นไปได้ว่าคุณจะปรับเปลี่ยนเทคนิคหรือแทกติก พลิกแพลงกลยุทธ์ต่างๆ มาใช้กับการทำงานหรือธุรกิจมากขึ้น เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้ทำงานหรือธุรกิจที่ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ หรือไม่ถนัด แต่ที่ต้องทำ เพราะติดที่สัญญา หรือเงื่อนไขข้อตกลงที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้   

การเงิน  :  คุณมีความสามารถที่จะหาเงินสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างไม่เดือดร้อน แต่ก็ต้องระวังมิจฉาชีพที่จะเข้ามาหาคุณทุกรูปแบบ ทั้งฉ้อโกง หลอกลวง ทั้งที่เป็นคนรู้จักและไม่รู้จัก

ความรัก :   สัปดาห์นี้คุณจะรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นตัวเองมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านตำแหน่งหน้าที่การงาน และครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามยิ่งเด่นมากก็ยิ่งมีคนจับจ้อง ดังนั้น อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ เพราะมีโอกาสที่คนใกล้ชิดจะเข้ามาทำดีกับคุณ แต่ลึกๆ แล้วเขาไม่หวังดีกับทรัพย์สิน และคนของคุณ  คนโสด  คุณเป็นผู้หญิงเก่ง มีความพร้อมทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน และรายได้ จึงไม่แปลกที่คุณจะภูมิใจในตัวเองมาก ดังนั้น จึงห้ามไม่ได้ หากคนข้างเคียงจะรู้สึกภูมิใจในตัวคุณ จนไม่อยากทิ้งคุณไปไหน จึงเป็นไปได้ที่จะออกอาการหึงหวงอย่างออกนอกหน้าเลยทีเดียว

สุขภาพ  :   ก็ยังคงแข็งแรงพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยกับใครง่ายๆ แต่หากยังคงฝืนทำงานหนัก ไม่พักผ่อนให้เต็มที่ หรือรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ก็เป็นไปได้ที่จะล้มป่วยหรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเลือดจาง ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :   ในช่วงสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้เริ่มต้นงานหรือธรุกิจใหม่ๆ หรือนำโครงการเดิมๆ ที่มีอยู่ขึ้นมาปัดฝุ่นทำใหม่ เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับงานสารพัดช่าง นักวิเคราะห์ วิจัย ทดลอง นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม หากคุณกำลังคิดถึงเงินทอง ชื่อเสียง และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ก็ต้องบอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะได้เป็นกล่องมากกว่าค่ะ  

การเงิน  :   หากคุณกำลังจะตกลงรับปากหรือเซ็นเอกสารทำงานหรือดำเนินธุรกิจ ควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบว่า สามารถทำได้ทันไหม เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะถูกปรับ เพราะทำไม่ทัน

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าสภาพเศรษฐกิจภายในครอบครัวจะค่อนข้างตึง มีโอกาสที่จะเกิดจากอารมณ์ของคุณที่ไม่แน่นอน เดี๋ยวก็ขยัน แต่เดี๋ยวก็ไม่อยากทำแล้ว  คนโสด หากคุณกำลังมีความรัก สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะทำงานหนักเพื่อหาเงินลงหลักปักฐานให้ครอบครัว เป็นไปได้ว่าจะมองหาบ้าน หรือคอนโด เตรียมความพร้อมกันแล้ว

สุขภาพ   :   ต้องระวังภูมิแพ้จากฝุ่น PM 2.5 ที่จะทำให้คุณหายใจไม่สะดวก จามบ่อย จนระบบหายใจมีปัญหา นอกจากนั้นหากคุณนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ ในช่วงสัปดาห์นี้มีโอกาสที่ออฟฟิศซินโดรมจะถามหา ทางที่ดีควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือหาหมอนวดนวดคลายเส้นบ้างนะ  

เหตุผลที่ SUQQU เป็นแบรนด์เมคอัพที่โดดเด่นเรื่องงานผิวแบบ INNER GLOW จากภายในสู่ภายนอก

เหตุผลที่ SUQQU เป็นแบรนด์เมคอัพที่โดดเด่นเรื่องงานผิวแบบ INNER GLOW จากภายในสู่ภายนอก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์แต่งหน้าเน้นงานผิวฉ่ำโกลว์ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง SUQQU (ซุคกุ) แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ระดับลักชูรีจากญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในแบรนด์เมคอัพที่โดดเด่นเรื่องงานผิวแบบ INNER GLOW ผิวโกลว์จากภายในสู่ภายนอก ซึ่งล่าสุด นิตยสารแพรว มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับผู้บริหารของแบรนด์ SUQQU ถึงแก่นแท้แห่งความงามของแบรนด์ ในงาน “SUQQU THE 4EVER GLOW CELEBRATION” ฉลองความสำเร็จ “SUQQU FOUNDATION” ผลิตภัณฑ์กลุ่มรองพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับและมียอดจำหน่ายสูงสุดของแบรนด์ ได้แก่ THE LIQUID FOUNDATION รองพื้นชนิดลิควิดรูปแบบใหม่ ที่มอบความเปล่งประกายให้ผิวด้วยนวัตกรรมที่ทำให้ผงพิกเมนต์เป็นของเหลวและผสมให้เป็นรองพื้นชนิดน้ำแบบอิมัลซิไฟเออร์ และ THE FOUNDATION รองพื้นเนื้อครีมที่มอบความสมบูรณ์แบบแห่งผิว มาพร้อมกับแพ็กเกจใหม่ที่สะท้อนถึงความเรียบเนียนและผิวโกลว์

ท่วงท่าการยืนตรงอย่างสง่างาม”
การยืนหลังตรงอย่างสง่างามของผู้หญิง สะท้อนถึงความมั่นใจ ความเป็นอิสระ ซึ่งคือความหมายของ SUQQU (ซุคกุ) ที่มาจากคำภาษาญี่ปุ่น “sukutto’” แปลว่าการยืนตรงอย่างสง่างาม จากปรัชญานี้สู่การรังสรรค์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ผสานศาสตร์และศิลป์แห่งความงดงามของผิว นำไปสู่ Living beauty ความงามที่แสดงความรู้สึกอยู่บนใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งหมายถึง ความเปล่งประกายของผิวเมื่อกระทบแสงในทุกช่วงเวลา

จุนโกะ ทะคิไร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด แบรนด์ SUQQU ประเทศญี่ปุ่น เผยว่า “ผู้ก่อตั้งแบรนด์เดิมเป็นครีเอเตอร์ที่ทำงานในวงการภาพยนตร์ จึงเข้าใจถึงมิติความงามของใบหน้าเมื่อกระทบแสง จึงเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มอบความโกลว์ หรือ INNER GLOW ในแบบฉบับของซุคกุ

ความงามแห่งการเคลื่อนไหว” การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของ ซุคกุ จะคำนึงถึงความสวยงามเมื่อเคลื่อนไหว เราเชื่อว่ามีความสวยงามเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ในช่วงเวลาคงที่ เช่น ภาพนิ่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเวลาที่การเคลื่อนไหวอีกด้วย ผลิตภัณฑ์รองพื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โดดเด่นด้วยความเปล่งประกายสวยงามที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา “เงา” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเป็นพิเศษ คือการดึงความงามที่ดีที่สุดออกมาด้วยการผสมผสานความเปล่งประกายจากการดูแลผิว และความเปล่งประกายที่จากการแต่งหน้า” – จุนโกะ ทะคิไร กล่าว

FOUNDATION จุดเริ่มต้นของผิว INNER GLOW ความน่าสนใจของ SUQQU FOUNDATION คือ การมอบความโกลว์ใน 3 ระดับ 3 ห่วงเวลา

เมื่อลง SUQQU THE FOUNDATION บนผิวหน้าจะมอบความเปล่งประกายโกลว์แบบผิวชุ่มน้ำ ที่ไม่รู้สึกเหนอะหรือหนักผิว จากสารสกัดออยหลายชนิดจากญี่ปุ่น และเนื้อรองพื้นซึมเข้าสู่ผิว จะมอบความสว่างเมื่อผิวกระทบแสง ซึ่งมาจากส่วนผสมไข่มุก และปิดท้ายความโกลว์แบบผิวเนียนสวยระหว่างวัน ซึ่งเกิดจากความมันบนใบหน้าเข้ากันกับเนื้อรองพื้น เกิดเป็นความโกลว์แบบธรรมชาติ

สำหรับ THE LIQUID FOUNDATION รองพื้นชนิดลิควิดรูปแบบใหม่ ที่มอบความเปล่งประกายให้ผิวแลดูเรียบลื่น ด้วยนวัตกรรมที่ทำให้ผงพิกเมนต์เป็นของเหลวและผสมให้เป็นรองพื้นชนิดน้ำแบบอิมัลซิไฟเออร์ ซึ่งจะต่างจากรองพื้นปกติที่นิยมใช้พาวเดอร์พิกเมนต์

เทรนด์ความงามของสาวญี่ปุ่น โดย จุนโกะ ทะคิไร กล่าวว่า “เทรนด์แต่งหน้าในญี่ปุ่นมีการแต่งหน้าหลากหลายโทน แต่จะเน้นแต่งให้บาลานซ์ทั่วใบหน้า คือ ไม่เน้นทาสีปาก หรือ ดวงตาเด่น แต่จะใช้สีที่กลืนไปกับผิว ซึ่งเมกอัพของ SUQQU จะออกสีตุ่นๆ ผลิตภัณฑ์ของเราในกลุ่ม colour จะผสมสีดำลงไป ทำให้เกิดสีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์”

ลองสัมผัสผิวหน้าเรียบเนียน มีความโกลว์ สไตล์หนุ่มสาว SUQQU (ซุคกุ) แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ระดับลักชูรีจากญี่ปุ่น ได้ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน, เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลป่าตองภูเก็ต, เซ็นทรัลภูเก็ตฟลอเรสต้า หรือ Central Online ติดตามได้ที่ www.suqqu.com และ www.facebook.com/suqquthailand


หลิวอวี่หนิง

หลิวอวี่หนิง ( Liu Yu Ning ) พระเอกหน้าหวาน ยิ้มโลกละลาย

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคลลากรคุณภาพของวงการบันเทิงแดนมังกร สำหรับ หลิวอวี่หนิง (Liu Yu Ning) ดาราหนุ่มที่โดดเด่นทั้งในวงการเพลง จนได้ฉายาว่า เจ้าพ่อเพลงประกอบซีรีส์ ขณะที่งานแสดงก็ฉายแสดงจากบทบท หนิงหย่วนโจว องครักษ์วังหลวง ในซีรีส์ฮิตอย่าง A Journey to Love ภูผาหาญท้าลิขิตรัก

สำหรับ หลิวอวี่หนิง  เกิดวันที่ 8 มกราคม 1990 ที่เมืองตานตง มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ในวัยเด็กเขาอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย เนื่องจากพ่อเสียชีวิตตั้งแต่อายุได้เพียง 4 ปี มีพรสวรรค์และมมีความรักในดนตรีมาตั้งแต่เด็กแต่ด้วยครอบครัวที่ไม่ได้ดีฐานะนัก ทำให้เขาไม่สามารถเรียนด้านดนตรีอย่างจริงจังได้

 Liu Yu Ning

ทั้งนี้เมื่อเติบโตขึ้นเขาก็ไม่ทิ้งความฝันในการเป็นนักดนตรี เขาเริ่มเก็บเงินซื้อกีตาร์และทำงานเป็นนักร้องในบาร์ท้องถิ่น จนกระทั่งในปี 2014 เขาได้ตั้งวงดนตรีร็อก Modern Brothers ซึ่งพวกเขาคัฟเวอร์เพลงหลายสิบเพลงจนเริ่มเป็นที่รู้จัก ส่งผลให้เขามีแฟน ๆ ติดตามมากขึ้น หลังจากนั้นได้มุุ่งหน้าสู่เส้นทางแห่งความฝันการเป็นนักร้อง เขาได้รับการโหวตเป็นนักร้องแนะนำระดับชาติ รางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และรางวัล Internet Influence Honor จากงาน Chinese Top Ten Music Awards

อย่างไรก็ตามตวบคู่กับงานร้องเพลงคืองานแสดง หลิวอวี่หนิง เริ่มต้นจากงานภาพยนตร์ในปี 2016 กับเรื่อง ภาพยนตร์เรื่อง Class 592 ปี 2018 กับเรื่อง Hot-Blooded Youth จนมาประสบความสำเร็จจากเรื่อง The Long Ballad เมื่อปี 2021

 Liu Yu Ning

ข้ามภูผาหาญท้าลิขิตรัก (A Journey to Love)

เปิดด้วยซีรีส์จีนยอดฮิตกระแสแรง ข้ามภูผาหาญท้าลิขิตรัก (A Journey to Love) ที่บอกเล่าเรื่องราวของ เหรินหรูอี้ (รับบทโดย หลิวซือซือ) จอมยุทธหญิง และ หนิงหย่วนโจว (รับบทโดย หลิวอวี่หนิง) องครักษ์วังหลวง ที่ทั้งสองได้มาพบเจอกันเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ทว่าการพบกันในครั้งนี้กลับทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแปรเปลี่ยนไปจนก่อเกิดกลายเป็นความรักในที่สุด เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม

A Journey to Love

ดาบเสียดฟ้า (Heroes)

ต่อด้วย ดาบเสียดฟ้า (Heroes) ซีรีส์จีนพีเรียด ท่องยุทธภพ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ หนุ่มน้อยจิตใจงดงามนามหวังเสี่ยวสือ (รับบทโดย เจิงซุ่นซี) ที่ได้รับภารกิจบางอย่างไปพบกับ ซูเมิ่งเจิ่น (รับบทโดย เฉินฉู่เหอ) นายน้อยแห่งหอสุวรรณวาตพิรุณพรำ ระหว่างทางเขาได้พบกับ เวินโหรว (รับบทโดย หยางเชาเยว่) กับ ไป๋โฉวเฟย (รับบทโดย หลิวอวี่หนิง) จนได้ก่อเกิดเป็นมิตรภาพ ทั้งสามร่วมเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อตามหาซูเมิ่งเจิ่น ทำให้หนุ่มน้อยที่ใสซื่อได้ค่อยๆ เติบโตจนแกร่งกล้ากลายเป็นวีรบุรุษ นำแสดงโดย เจิงซุ่นซี , หลิวอวี่หนิง , หยางเชาเยว่ และ เฉินฉู่เหอ

ปริศนาลับ “ขั้วสุดท้าย” (Ultimate Note)

ปริศนาลับ “ขั้วสุดท้าย” (Ultimate Note) ซีรีส์แนวระทึกขวัญ ที่บอกเล่าเรื่องราว เมื่อวันหนึ่งมีพัสดุปริศนาส่งมาถึงอู๋เสีย (รับบทโดย เจิงซุ่นซี) ที่พัสดุนั้นได้บ่งชี้ถึงคนในอดีตที่หายสาบสูญไปเมื่อ 19 ปีก่อน โดยพัสดุนี้ถูกส่งมาจากสถานที่ปริศนาแห่งหนึ่ง เขาเริ่มแกะรอยและไขเรื่องราวสุดซับซ้อนนี้ขึ้นตามเบาะแสที่ได้รับ ทำให้เขาตัดสินใจออกเดินทางเพื่อหาว่าใครที่เป็นคนส่งพัสดุชิ้นนี้ แต่การเดินทางในครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล นำแสดงโดย เจิงซุ่นซี , หลิวอวี่หนิง, เซียวอวี่เหลียง และ หลิวยวี่หาน

คนเดือดเลือดร้อน (Hot-blooded Youth)

ปิดท้ายด้วยซีรีส์กระแสแรง คนเดือดเลือดร้อน (Hot-blooded Youth) เมื่อเซี่ยงไฮ้ในศตวรรษที่ 20 ถูกนานาประเทศตั้งตนเป็นใหญ่ ใช้กำลังยึดครองดินแดนจนประเทศเกิดความแตกแยก กองกำลังจากฝ่ายต่างๆ แก่งแย่งชิงดีกัน ทำให้ประชาชนชาวเซี่ยงไฮ้ต้องใช้ชีวิตที่ถูกกดขี่ข่มเหงอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความกดดันนี้ อู๋เฉียน (รับบทโดย หวงจื่อเทา) เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ข้างถนน ต่อมาถูกอุปการะโดยอู๋ฝ่าเทียน (รับบทโดย จางฟาน) พ่อบุญธรรม เขาเติบโตมาพร้อมกับ เว่ยเฉิงเฟิง (รับบทโดย หลิวอวี่หนิง) ตำรวจลาดตระเวน พวกเขาต้องอยู่ในสถานการณ์อันน่าเลวร้ายนี้ จนกลายเป็นผู้มีอำนาจในเซี่ยงไฮ้ นำแสดงโดย หวงจื่อเทา , หลิวอวี่หนิง และ จางเสวี่ยอิ๋ง

ข้อมูลจาก iQIYI (อ้ายฉีอี้)