เคลียร์ไปเลยม้วนเดียวจบ! 10 ข้อเกี่ยวกับ “ซงซงคัพเพิล” คู่รักซูเปอร์สตาร์แดนกิมจิ

เรียกว่าเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว เมื่อพระเอกเจ้าของฉายา “สามีแห่งชาติ” “ซงจุงกิ” วัย 32 ปี ประกาศเตรียมลั่นระฆังวิวาห์ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ กับนางเอกรุ่นพี่ “ซงฮเยคโย” วัย 35 ปี หลังร่วมงานกันในซีรีส์เรื่อง Descendants of the Sun ล่าสุดจากคู่จิ้นกลายมาเป็นคู่รักในชีวิตจริงแล้ว

ทั้งนี้ตลอดวันที่ผ่านมา สื่อแดนกิมจิมีการอัพเดตข่าวสารของคู่รักทุกชั่วโมง งานนี้เลยขอบรวบแบบสั้นๆ เข้าใจง่าย มาอัพเดตให้แฟนๆ “ซงซงคัพเพิล” ได้ร่วมชื่นชมในข่าวดีของทั้งคู่ด้วย

1. ”จุงกิ” พยายามอย่างมากในการจีบ “ฮเยคโย” : แหล่งข่าววงในรายนี้ที่ใกล้ชิดกับทั้ง “ซงจุงกิ” และ “ซงฮเยคโย” ได้เปิดเผยเรื่องราวผ่านทาง OSEN ว่า ซงจุงกิแอบส่งของว่างมาให้ซงฮเยคโย นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า “ซงฮเยคโย” รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับการคบหากับคนในวงการสักเท่าใด และแม้ฝ่ายหญิงจะมีความรู้สึกอึดอัด ทางซงจุงกิเองก็ยังคงไม่ละความพยายาม เดินหน้าจีบฝ่ายหญิงต่อไป จนทำให้นักแสดงสาวต้องยอมเปิดใจในที่สุด

2. สาเหตุของการประกาศแต่งงาน : หลังจากที่ถูกจับตามองว่ามีความสัมพันธ์นอกจอ ทั้งคู่ถูกปาปารัซซี่ตามถ่ายภาพอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็ออกมาปฏิเสธ ล่าสุดมีการเปิดเผยจากทีมงานว่า หลังจากข่าวไปบาหลีในช่วงเวลาเดียวกัน “ซงจุงกิ” กลัวว่า “ซงฮเยคโย” จะถูกพูดถึงในทางเสียหาย และได้เข้าไปคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาว่า ถ้าเขาเผยข่าวแต่งงานออกไปในตอนนี้ จะมีผลกระทบต่อหนังหรือไม่ และเมื่อไดเร็คเตอร์ยืนยันว่าไม่มี เขาจึงตัดสินใจประกาศข่าวดีออกไป โดยทีมงานบอกว่า “จุงกิ” มักคิดถึง “ฮเยคโย” ก่อนตัวเองเสมอ

3. เตรียมงานแต่งงาน : มีรายงานว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป “ซงฮเยคโย” จะพักงาน เพื่อใช้เวลาใน 4 เดือนนี้เตรียมตัวสำหรับงานวิวาห์ในวันที่ 31 ต.ค. นี้

4. พูดจริงทำจริง : “ซงจุงกิ” เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรักไว้ว่า “หากผมมีแฟนสาว ผมจะไม่เปิดเผยความลับออกมาเลยครับ แต่หากถูกจับได้ ผมจะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ครับ” และเมื่อเวลาผ่านไป วันนี้เขาได้ทำตามคำพูดของตัวเอง ด้วยการเซอร์ไพร้ส์! ประกาศแต่งงานในอีก 4 เดือนข้างหน้านี้

5. ฉายแววประธานชมรมสมาคมคนกลัวเมีย : ดูท่าว่าหลังลงจากตำแหน่งสามีแห่งชาติแล้ว “ซงจุงกิ” มีแววว่าจะรับตำแหน่งใหม่ ประธานชมรมสมาคมคนกลัวเมียทันที เพราะภาพปาปารัซซี่ที่สื่อกิมจิปล่อยออกมาล่าสุดนั้น “ซงฮเยคโย” ค่อนข้างมีภาพการเป็นผู้นำ ขณะที่พระเอกคนดังนั้น ทันทีที่เจอคนรักสาว วิญญาณ “กัปตันยู” เข้าสิง ทำท่าตะเบ๊ะ ทำความเคารพทันที

6. เรือนหอ 300 ล้านบาท : ตามธรรมเนียมการแต่งงานของเกาหลี ฝ่ายหญิงจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ และฝ่ายชายจะเป็นคนซื้อบ้าน ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้มีรายงานว่าไอจีลับของ “ซงฮเยคโย” ได้ฟอลโลว์เวดดิ้งแพลนเนอร์และแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรู ขณะที่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “ซงจุงกิ” ซื้อบ้านหลังใหญ่สามชั้น ขนาด 371.7 ตารางเมตร บนที่ดิน 602 ตารางเมตร ซึ่งหลายคนคาดว่าบ้านหลังนี้แหละคือเรือนหอของคู่รักซูเปอร์สตาร์แน่นอน

7. คู่รักคู่รวย : “ซงจุงกิ” มีรายได้จากละครต่อตอนอยู่ที่ 60 ล้านวอน หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท ส่วน “ซงฮเยคโย” 50 ล้านวอน หรือประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อตอน ในส่วนของงานโฆษณานั้น ต่อชิ้นอยู่ที่ 2.8 พันล้านวอน ประมาณ 96.88 ล้านบาท แซงหน้า 2 พระเอกเกาหลี  “คิมซูฮยอน” และ ”อีมินโฮ” โดยสำนักข่าวเกาหลียังรายงานอีกว่า หลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน มูลค่าทรัพย์สินรวมจะอยู่ที่ 5 หมื่นล้านวอน หรือ 1,479,421,240 บาท

8. เพื่อนเจ้าบ่าวพรีเมียม : แม้วันนี้ “สามีแห่งชาติ” จะถูกตีตราจองไปแล้ว แต่ชีวิตก็ต้องมีหวัง โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนสนิทที่กำลังกลายเป็นว่าที่ “เพื่อนเจ้าบ่าว” ซึ่งขอบอกเลยว่าแต่ละคนเป็นพระเอกเอลิสต์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น “โจอินซอง” “พัคโบกอม” “ยูอาอิน” “คิมอูบิน” “จางกึนซอก” รวมถึงหนุ่มฮ็อตขวัญใจสาวๆ “โดคยองซู” (EXO) “อีกวางซู” “อิมจูฮวาน” ฯลฯ  เรียกว่าเป็นการรรวมตัวคนหล่อระดับประเทศเลยทีเดียว

9. ประกาศรักหวานผ่านแถลงการณ์ : “ซงจุงกิ” ได้มีข้อความถึงแฟนคลับผ่านต้นสังกัด ระบุว่า เริ่มต้นความสัมพันธ์ตั้งแต่ปี 2016 และได้ให้คำมั่นสัญญากันว่าจะเข้าใจซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก ขณะที่ “ซงฮเยคโย” ก็มีจดหมายออกมาเช่นเดียวกัน ระบุว่า เราเป็นเพื่อนร่วมงานที่เข้าขากันดี และได้รู้ว่าเรามีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน ทำให้อยากที่จะแบ่งปันทุกอย่างร่วมกับเขา และอยากให้ทุกคนส่งคำอวยพรให้เราด้วย

10. เฉลิมฉลองความรัก : สถานีโทรทัศน์ KBS ได้ประกาศว่าจะนำซีรี่ส์สุดฮิต “Descendants of the Sun” กลับมาฉายอีกครั้งในวันที่ 5 – 6 กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นการฉลองให้ “ซงจุงกิ” และ “ซงฮเยคโย” ที่กำลังจะแต่งงานกัน

 

 

 

 

ก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก กับเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่ (BAB 2018)”

ข่าวดีสุดๆ สำหรับคนรักศิลปะเมื่อผู้ใหญ่ใจดีทั้งภาครัฐและเอกชนจับมือกันจัดงาน “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่” (Bangkok Art Biennale 2018 : BAB 2018) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างเดือน พ.ย. 61 – ก.พ. 62 เพื่อมุ่งหวังให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางสำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ โดยมีคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale 2018 : BAB 2018) ได้รับแรงบันดาลใจจากการจัดงานเบียนนาเล่ต่างๆ ทั่วโลก โดยมีแผนการจัดงานทุกๆ 2 ปี ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทยและศิลปินจากทั่วโลก โดยการนำมารวมไว้ ณ สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นอาคารโบราณ สวน วัด เส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แหล่งชุมชนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย

การจัดงานดังกล่าวจะเป็นต้นทุนทางด้านวัฒนธรรมที่เชื่องโยงกับงานศิลปะและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้แก่ประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก รวมถึงยังเป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้สร้างเครือข่ายกับศิลปินระดับนานาชาติ และได้แสดงศักยภาพให้ปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้จดจำว่า  “กรุงเทพมหานครคือเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก”

โดยศิลปินทั่วไปสามารถส่งผลงานมาได้ที่ www.bkkartbiennale.com ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2560

เจนนี่ ปาหนัน

กตัญญูพ่อแม่จนได้ดี…ไขชีวิตสุดฮา “เจนนี่ ปาหนัน” สาวดอกหญ้าในป่าสะตอ!

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในสายปาร์ตี้ สายครีเอทีฟ คงไม่พลาดที่จะรู้จักกลุ่มปาร์ตี้ Trasher ที่มีหนึ่งในสมาชิกหัวเรือเป็นสาวสะตอพลัดถิ่นนามว่า เจนนี่ ปาหนัน หรือ วัชระ สุขชุม 

จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเด็กชอบทำกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียน ทำให้ค้นพบว่าตัวเองสนใจและชอบทำงานสายสื่อสารมวลชน แม้ไม่ได้เรียนจบตรงสายที่ตั้งมั่นสำหรับทำงานไว้แต่แรก แต่ด้วยความพยายาม ความรัก รวมถึงความที่เป็นคนเตรียมพร้อม คว้าโอกาสที่เข้ามาอยู่ตลอด ก็ทำให้ชื่อของ “เจนนี่ ปาหนัน” กลายเป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คนในฐานะผู้มอบความสุข ผู้สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้อื่น แต่เมื่อมองลึกลงไปแล้ว เจนนี่มีหลายบทบาทในชีวิตเลยทีเดียว ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาทำงานในวงการบันเทิงในฐานะครีเอทีฟ หนึ่งในกลุ่ม Trasher ที่ทั้งทำคลิปวิดีโอล้อเลียนและเป็นหัวเรือจัดปาร์ตี้ใหญ่ จนกระทั่งชื่อเสียงโด่งดังขยายกว้างยิ่งขึ้นในบทบาทพิธีกรรายการเทยเที่ยวไทย

ภาพลักษณ์ภายนอกที่หลายคนคิดจะตรงกับตัวตนแท้จริงของ เจนนี่ ปาหนัน อย่างที่คิดเอาไว้หรือเปล่า วันนี้ Exclusive Talk ได้พาเธอมานั่งคุยและทำความรู้จักเจาะลึกทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เรื่องการทำงาน ชีวิต ครอบครัว แอบกระซิบบอกนิดๆ ว่า ในมุมของการเป็นลูกคนโตของบ้าน เจนนี่เป็นคนที่น่ารักและมีความคิดดีเลยละ

เจนนี่ ปาหนัน

อัพเดตผลงานปัจจุบันกันก่อนเลยค่ะ ตอนนี้มีผลงานอะไรให้แฟนๆ ได้ติดตามกันบ้าง

เจนนี่ : สวัสดีค่ะ เจนนี่ ปาหนัน นะคะ ตอนนี้ก็ทำรายการของ GMM TV มีรายการเทยเที่ยวไทย ออกอากาศทุกวันเสาร์  5 ทุ่ม ทางช่อง ONE 31 รายการชวนเล่น Challenge อันนี้เป็นรายการออนไลน์ของทาง GMM TV รายการ Team Girl ออกอากาศทุกวันเสาร์ บ่ายโมง ทางช่อง GMM 25 และมีละครที่เพิ่งอวสานไปคือเรื่องนางแค้น

ที่ผ่านมาคนมักจะมองเจนนี่ ปาหนัน เป็นคนสนุกสนาน ชอบปาร์ตี้ ตัวตนจริงๆ เป็นคนอย่างไร

เจนนี่ : อุ้ย…ตัวตนเจนนี่เป็นคนอ่อนหวาน เรียบร้อย (หัวเราะ) จริงๆ เราเป็นคนหลายบุคลิก นอกจากจะเป็นคนสนุกสนานร่าเริงแล้ว จริงๆ มีมุมที่เป็นคนเครียดๆ เป็นคนขี้เหงา เป็นกะเทยขี้เหงา ฟีลแบบดอกหญ้าในป่าปูน สาวสะตอพลัดถิ่น ฟีลแบบเป็นคนต่างจังหวัดในกรุงเทพฯ ก็จะมีฟีลที่เราไม่ได้อยู่กับครอบครัว ก็จะมีด้านเหงา มุมเหงาของเรา ซึ่งหลายๆ คนจะคิดว่าเราเป็นคนตลก บางทีเข้าหาเราในตอนที่เรากำลังเครียดๆ หลายคนจะไม่ค่อยรู้ เจอเราปุ๊บก็จะเข้ามาตลกกับเราเลย แต่จริงๆ มีมุมซีเรียสเยอะเหมือนกันนะ

เทยเที่ยวไทย
ป๋อมแป๋ม – กอล์ฟ – เจนนี่ – ก๊อตจิ

เทยเที่ยวไทย

หลายคนรู้จักชื่อของเจนนี่มากขึ้นจากบทบาทพิธีกรรายการเทยเที่ยวไทย ถามถึงความรู้สึกวันแรกที่ได้เข้ามารับหน้าที่ตรงนี้หน่อยว่า จากวันแรกจนถึงปัจจุบันรู้สึกอย่างไรบ้าง เพราะช่วงแรกทราบว่าเครียดและกดดันมากเหมือนกัน

เจนนี่ : (ยิ้ม) คือ…เอาจริงๆ เทยเที่ยวไทย หน้าที่การเป็นพิธีกรคนที่ 4 ของรายการเทยเที่ยวไทย ตอนแรกเรามีความรู้สึกว่าไม่ได้อยากจะรับหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ เพราะมีความรู้สึกว่าเทยเที่ยวไทยเป็นรายการที่ประสบความสำเร็จแล้ว และมีภาพจำที่หลายๆ คนจำว่ามีพิธีกร 3 คน จำเทยเที่ยวไทย 3 เทยได้แล้ว เราก็เลยมีความรู้สึกว่าถ้าฉันเข้ามา ฉันจะทำได้เหรอ ฉันจะมีความสามารถเท่าพี่ๆ เขาเหรอ พี่ๆ 3 คนเขาเก่งมากเลย

ความรู้สึกแรกคือเรากดดันมาก แม้กระทั่งตั้งแต่ตอนเริ่มคุยกันว่าอยากให้เราเป็นพิธีกร จนถึงกระทั่งทำหน้าที่เป็นพิธีกรแล้ว ในช่วงแรกๆ ยังมีความรู้สึกกดดัน ไม่มั่นใจในตัวเอง เรายังติดกับภาพการเป็นครีเอทีฟรายการเทยเที่ยวไทยอยู่ ซึ่งหลายๆ คนที่เป็นแฟนรายการก็น่าจะรู้ คือเราทำหน้าที่ครีเอทีฟมาก่อน

จากตรงนั้นที่กดดันมาก จนเรามีความรู้สึกว่า เออ มันเป็นหน้าที่ที่เราได้รับมาแล้ว ถ้าเราทำให้มันเต็มที่ อย่างน้อยผลดีมันเกิดขึ้นที่ตัวเรา เราก็เลยเอาวะ แหม่! (ตบฉาดที่เข่าตัวเอง) งานคือเงิน เงินคืองานเนอะ ถ้าเธอทำได้ดีนะเจนนี่ เดี๋ยวเงินก็จะเข้ามาหาเธออีกเยอะแยะมากมาย เราก็เลยพยายามทำไปเรื่อยๆ จนวันนี้ก็มีคนหลายคนที่ยอมรับเราในหน้าที่ของการเป็นพิธีกรแล้วเหมือนกัน

เจนนี่ ปาหนัน

ผลลัพธ์ที่ออกมาเห็นได้ชัดเลยว่ามีคนรักเจนนี่มากจริงๆ ทั้งมีฉายาสมิหลา J มีคนร้องแร็พภาษาใต้ตามด้วย เกินคาดจากที่เราคิดไว้มากไหมคะ

เจนนี่ : (ยิ้ม) เราเกินคาด จริงๆ แล้วเราเข้ามาเป็นพิธีกรเทยเที่ยวไทย เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคาแร็คเตอร์ใหม่หรือมีชื่อเรียกใหม่อีกชื่อหนึ่ง แค่รู้สึกว่าเราทำหน้าที่ให้ได้ดีเท่ากับพี่ๆ เขาทำ เราไม่คิดที่จะ เออ…ฉันต้องดีกว่า ความคาดหวังคือถ้าทำแล้วต้องดีในระดับเขา ดีขึ้นไปอีกมันเป็นผลพลอยได้ แต่อย่างน้อยเราต้องให้ได้ในระดับเขา

จนเราทำไปเรื่อยๆ มันก็เป็นช่วงระยะเวลาหรือเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในตอนนั้น ที่อยู่ๆ เราได้เป็นสมิหลา J อันนี้เราดีใจที่เรามีคาแร็คเตอร์ใหม่ เหมือนคล้ายๆ ว่าสมความตั้งใจของพี่ป๋อมแป๋ม (นิติ ชัยชิตาทร) ที่เขาอยากให้เรามาเป็นพิธีกรรายการเทยเที่ยวไทย แล้วอยากให้รายการเทยเที่ยวไทยมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นจากการที่เราเข้ามา พอเราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ เกิดสมิหลา J เป็นแร็พเปอร์จากแดนใต้อย่างนี้ ก็รู้สึกค่อนข้างจะภูมิใจที่เราสามารถทำให้หลายคนสมหวังได้

เจนนี่ ปาหนัน

อีกบทบาทสำคัญที่เหมือนเปิดตัวให้คนเห็นหน้าเจนนี่ ปาหนัน ก็คือการทำคลิปวิดีโอล้อเลียนแนวสร้างสรรค์ และเป็นหนึ่งในผู้จัดปาร์ตี้ Trasher ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำอยู่ ตอนนี้ทำมากี่ปีแล้ว ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเริ่มต้นกันมาได้อย่างไร

เจนนี่ : จริงๆ จุดเริ่มต้นแทรชเชอร์เริ่มตั้งแต่ประมาณปี 2007 – 2008 แล้ว ซึ่งเป็นพี่ๆ ที่คณะโบราณคดี ศิลปากร เขาเริ่มทำปาร์ตี้ก่อน คือเขามีความรู้สึกว่าเวลาไปสังสรรค์ไปเที่ยวกันอย่างนี้ เพลงในแต่ละที่มันมีหลายแนวหลายแบบ แต่มันไม่ค่อยมีเพลงในแบบที่พวกเราชื่นชอบ คือพวกพี่ๆ เขาจะโตมากับเพลงยุค 90 เพลงป็อปสากล บริทนีย์ สเปียร์ส, *NSYNC, Backstreet Boys อะไรอย่างนี้ ซึ่งมันไม่มีในผับ เวลาไปข้าวสารเราก็จะเร็กเก้ ไปทองหล่อเราก็จะ EDM ก็กลายเป็นว่าพี่เขาก็เลยจัดปาร์ตี้ขึ้นมาเพื่อให้มีพื้นที่ให้คนที่ชื่นชอบเพลงคล้ายๆ กัน เลยเกิดเป็นปาร์ตี้แทรชเชอร์

จัดไปสักพักหนึ่งเริ่มมีความรู้สึกว่าอิ่มตัวแล้ว จะทำยังไงให้คนรู้จักปาร์ตี้เรามากขึ้น ประจวบเหมาะกับตอนนั้นในปีประมาณ 2011 – 2012 อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ยูทูบเพิ่งเกิด มีคนต่างชาติเขาทำเอ็มวีล้อเลียนกัน ซึ่งเขาเห็นกะเทยฟิลิปปินส์ทำคลิปล้อเลียน เราก็เลยมานั่งคิดและมีความรู้สึกว่ากะเทยไทยเราก็ทำได้นี่ ไม่น่ายากเกินความสามารถกะเทยไทยนะ ก็เลยทำคลิปวิดีโอล้อเลียนขึ้นมา แล้วเอาเจนนี่มาเล่นเป็นนางเอก (ยิ้ม) เอ้อ…เป็นอั้ม – พัชราภา เป็นแอมบาสเดอร์ของสังกัดไรงี้ จนเราก็ได้เข้ามาทำวิดีโอกัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ทำวิดีโอมาก็เป็นระยะเวลาประมาณ 5 – 6 ปี แต่ไม่ได้ทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ตอนทำคิดแค่ว่าเราน่าจะทำได้นะ ก็เลยทำกันขึ้นมา พอทำปุ๊บมีผลตอบรับที่ดี มีคนดู มียอดวิวที่บางตัวก็เกินล้านวิว เราก็เลยตกใจ กลายเป็นว่าก็ทำมาเรื่อยๆ คนก็จะจำได้ว่า เออ คนนี้ ไปโรงเกลือก็ เออ…ไอ้ตัวดำๆ คนนี้ใช่ริฮานน่าเมืองไทยเปล่านะ เอ๊ะ นี่ทำคลิปริฮานน่าหรือเปล่า มันก็เลยกลายเป็นว่าตัวผลงานวิดีโอของเจนนี่เป็นจุดเริ่มต้นให้คนรู้จักเราขึ้นมา

เจนนี่ ปาหนัน

ทำมาหลายบทบาท ล่าสุดคือนักแสดง แตกต่างจากบทบาทอื่นๆ อย่างพิธีกรมากน้อยอย่างไร แล้วเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

เจนนี่ : (หัวเราะ) คือก็ไม่ได้คิดว่ากะเทยตัวดำๆ จะมาเป็นนักแสดง คือจริงๆ มันเป็นบทบาทหนึ่งที่อาจจะไม่ได้แตกต่างจากที่เราทำอยู่มากนัก เวลาเจอเพื่อนเราก็ตอแหลใส่กันอยู่ (หัวเราะ) เราก็เป็นกะเทยที่โอเวอร์แอ๊คติ้งกว่าคนอื่นอะไรอย่างนี้ เราก็เลยมีความรู้สึกว่ามันไม่ได้แตกต่าง แต่พอได้ไปแสดง มันจะมีความใส่ใจดีเทล การลงรายละเอียดของการแสดงมากขึ้น

ซึ่งเราเคยทำ MV Parody (คลิปวิดีโอล้อเลียน) เราก็เลยมีความรู้สึกว่าจริงๆ มันยาก หลายคนจะบอกว่า เนี่ย เจนนี่ไปเล่นเป็นตัวเองนั่นแหละ เรามีความรู้สึกว่าจริงๆ มันไม่ใช่ หลายอย่างเราไม่ได้ทำในชีวิตประจำวัน มันก็เลยมีความยากขึ้นมา แต่ถ้าถามว่ามันแตกต่างไหม มันไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยทำ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เราพยายามขึ้นมาอีกหน่อยก็สามารถทำได้

เจนนี่ ปาหนัน

บทบาทเจ๊มดแดงในละครนางแค้นที่ผ่านมา ไม่ได้เหมือนตัวตนเจนนี่ ปาหนัน ซะทีเดียว

เจนนี่ : ในนางแค้นรับบทเป็นเจ๊มดแดง ซึ่งเป็นตัวละครที่จะคล้ายๆ สร้างสีสันให้ตัวละคร จะโผล่ไปอยู่ทุกที่ที่มีเหตุการณ์ จะไม่ใช่ฟีลตัวประกอบทั่วไป คือทางผู้กำกับเขาพยายามใส่เนื้อเรื่องให้ตัวเจ๊มดแดงด้วย คาแร็คเตอร์จะค่อนข้างเป็นกะเทยที่มีความเป็นกะเทยเลย กะเทยนางโชว์ กะเทยที่พยายามแสดงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายคนคิดว่าตัวเราเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ เราไม่ใช่กะเทยอย่างนั้น เราจะเป็นฟีลถ้าเห็นในรายการหรือเห็นในสื่อต่างๆ จะเป็นกะเทยที่ค่อนข้างแมน หลายคนจะคิดว่า เอ้อ อีนี่เป็นกะเทยได้ไงวะ นั่งอ้าขาโน่นนี่ ไม่ได้แว้ดๆๆ ไรงี้ เราก็เลยค่อนข้างจะต้องใช้ความพยายามในการแสดงเยอะอยู่เหมือนกัน

เจนนี่ ปาหนัน

ทำงานทุกวันแบบนี้ มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

เจนนี่ : หูย…ก็นอนให้เต็มที่อย่างเดียวเลยอะ มีความรู้สึกว่านอน นอน นอน มีเวลาว่างเราก็นอน หลายๆ คนมีวิธีการดูแลตัวเองไม่เหมือนกัน เราพยายามสอบถามคนอื่นอยู่ว่า แกๆ ดูแลตัวเองยังไงวะ ก็มีคนแนะนำว่ากินวิตามินสิ เธอๆ  กินอยู่เท่าไหร่ ฉันกินอยู่ 10 กระปุก (ทำหน้าตกใจ) บ้าหรือเปล่า กินแทนข้าวเหรอ หลายคนก็บอกออกกำลังกายสิ ซึ่งด้วยข้อจำกัดของเราคือ เราพยายามลองกินวิตามิน แต่เราเป็นคนขี้ลืม แล้วเวลาเราทานอาหารจะไม่เป็นเวลา ก็เลยทำให้ขาดๆ หายๆ ในการทาน มาออกกำลังกายก็มีเวลาออกกำลังกายอยู่ อย่างเริ่มออกวันนี้ แล้วจะว่างออกอีกทีประมาณ 3 สัปดาห์กว่าอย่างนี้ มันก็เลยกลายเป็นไม่ต่อเนื่อง ทุกวันนี้ที่เราทำได้คือนอนให้เต็มที่

นอนประมาณกี่ชั่วโมงต่อวัน

เจนนี่ : วันหนึ่งนอนไม่เท่ากันเลย ซึ่งเฉลี่ยแล้วถ้าปกติจะนอนประมาณ 6 ชั่วโมงมั้ง ถ้าเวลาปกตินะ ถ้ามีเวลาเราจะพยายามบังคับตัวเองนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงให้ได้ เป็นมั้ย ที่แบบตอนเย็นปุ๊บ เราก็นับเวลาละว่านอนตอนนี้ฉันจะได้นอนกี่ชั่วโมง อุ้ย 7 ชั่วโมง อะ นอนๆๆ (หัวเราะ) ต้องนับเวลานอน (ทำท่านับนิ้วสุดฤทธิ์) แบบ 5 ชั่วโมงเองอะไรอย่างนี้

เจนนี่ ปาหนัน

ถามถึงสไตล์การแต่งตัวกันบ้าง ถ้าติดตามผ่านอินสตาแกรมจะรู้ว่าเจนนี่เป็นคนแต่งตัวเก่งทีเดียว

เจนนี่ : จริงๆ เราไม่ได้มีสไตล์การแต่งตัวที่ชัดเจนหรือสามารถเรียกได้ว่าเจนนี่สไตล์ คือเรารู้สึกว่าเราเป็นคนหน้าตาไม่ดีอะ เวลาจะไปไหนก็ควรทำตัวเองให้ดูดี จะให้แบบศัลยกรรมก็ไม่เอาอะ เรากลัวเจ็บ มีความรู้สึกว่าเราก็คงไม่สวยขึ้นมากหรอกมั้ง เน้นขายแปลกๆ ดีกว่า แต่ก็พยายามทำตัวเราให้ดูดี อย่างหนึ่งเลยก็คือการแต่งตัวมันช่วยได้ ก็เลยมีความรู้สึกว่าเราควรแต่งตัวให้ดี พยายามมองหาอะไรที่ใส่แล้วสวย ก็นำมาแมตช์ใส่ แต่สไตล์ก็จะไม่ได้ต่างกันนัก บางทีฉันก็เป็นสาวหวานเหมือนวันนี้ (ที่กำลังนั่งสัมภาษณ์) บางวันก็เป็นแม่ทุมใส่ชุดยาว บางวันก็ห้าวๆ โน่นนี่ ไม่ได้มีสไตล์ที่ชัดเจน

กิจกรรมโปรดสำหรับการพักผ่อนต้องยกให้นวดไทย 

เจนนี่ : สิ่งหนึ่งที่ชอบทำแล้วมีความรู้สึกว่าอันนี้คือพักผ่อนสำหรับฉัน เป็นรีแล็กซ์ไทม์เลยก็คือการนวด นวดไทยอะ กดจุดไปเลย แบบพี่คะ เอาแรงๆ (เน้นเสียง) พี่คะ ใช้ศอก พี่คะ ขึ้นเหยียบ ทุกครั้งที่เราได้นวดจะเหมือนกับฟื้นฟูร่างกายของเราว่า อ๊า (ทำหน้าฟิน) พอละ ไปข้าวสารกัน (หัวเราะ) แล้วก็เต้น แล้วก็เมื่อยอีก วันรุ่งขึ้น เอ๊…ฉันไปนวดมาทำไม

เจนนี่ ปาหนัน

ช่วงที่เริ่มเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงในตำแหน่งครีเอทีฟ เจนนี่มีวิธีผลักดันตัวเองหรือข้ามอุปสรรคมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เพราะก็ไม่ได้เรียนจบทางสายนี้มาโดยตรง

เจนนี่ : จริงๆ พูดถึงงานในสายสื่อ นี่เป็นงานในความฝันของเราตั้งแต่เด็ก นอกจากฝันว่าอยากเป็นแอร์โฮสเตสแล้ว ก็จะเป็นครีเอทีฟเนี่ยแหละ แต่ว่าโอเค แอร์โฮสเตสยังไม่รับกะเทยเนอะ เราก็เลยทำงานสายสื่อ มันเป็นความฝัน อย่างน้อยคือเรามีความรู้สึกว่าถ้าเราฝัน เราอยากทำให้ได้ ในช่วงแรกๆ เราพยายามสมัครงานเกี่ยวกับการทำงานสายสื่อ สายครีเอทีฟหลายๆ อย่าง หลายๆ ตำแหน่งนะ แต่พอเราไม่ได้จบมาตรงสาย ก็เลยทำให้เป็นปัญหาอยู่หลายปีมาก

คือเราว่างงานอยู่ประมาณ 3 ปี อายุ 22 – 23 – 24 ประมาณนี้ที่ว่างงานอยู่ จนโชคดีได้มาเจอพี่ๆ แทรชเชอร์เรียกมาถ่าย MV Parody ต้องบอกว่าจริงๆ เราเป็นคนที่โชคดีกว่าใครหลายๆ คนเยอะมาก คือเราเป็นคนที่มีโอกาสดีๆ เข้ามาเยอะมาก แล้วเป็นคนหนึ่งที่ชอบคว้าโอกาสไว้ พอโอกาสการทำแทรชเชอร์เข้ามาเราก็ทำ ทำให้การทำ MV Parody ตรงนั้นกลายเป็นใบเบิกทางให้เราเข้ามาทำงานในสายสื่อได้ มันกลายเป็นผลงาน เป็นพอร์ตโฟลิโอว่าเราทำงานในสายสื่อได้นะ จนได้มาทำงานใน Chanel V Thailand เพราะเขาเห็นเราจากตรงนั้น

เจนนี่ ปาหนัน

เพราะช่วงวัยเด็กชอบทำกิจกรรม เลยทำให้เริ่มรู้ว่าตัวเองชอบอะไร 

เจนนี่ : (หัวเราะ) ช่วงวัยเด็ก (ทำท่านึก) เราเป็นคนที่ทำกิจกรรมตั้งแต่วัยเด็กมัธยมจนมหาวิทยาลัย ร่วมทำกิจกรรมกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกอย่างเลย ก็เลยมีความรู้สึกว่าตรงนี้ทำให้เรากล้าแสดงออก ทำให้เราสามารถโชว์ความสามารถของเราให้คนอื่นเห็นได้ ก็เลยกลายเป็นว่าพอเราโชว์ออกมาแล้วคนเห็น มันก็เลยทำให้คนยอมรับเรา เหมือนอย่างงานสายครีเอทีฟที่ Chanel V Thailand เห็นเรา เพราะเรามีความสามารถ เราก็เอาออกมาโชว์ เขาก็เลยเห็นว่า เออ กะเทยคนนี้มันก็สร้างสรรค์ดีนะ ก็เลยเรียกตัวเข้ามาทำครีเอทีฟของ Chanel V Thailand

เจนนี่ ปาหนัน

บทบาทในการทำงานเห็นแล้วละว่าเป็นคนตั้งใจทำงานมากคนหนึ่ง ในบทบาทลูก เจนนี่ก็เป็นลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่เหมือนกัน เพราะทำงานเก็บเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ด้วย

เจนนี่ : (เขิน) จริงๆ สร้างเสร็จไปแล้วเรียบร้อย ด้วยความที่เราเป็นลูกคนโตด้วย แล้วเราโตขึ้นมากับครอบครัวในขณะที่กำลังสร้างฐานะ เราก็เลยรู้สึกว่าตรงนี้โชคดีด้วยที่ทำให้เราเรียนรู้ชีวิตตั้งแต่เด็ก เราก็มาช่วยแม่ขายของตั้งแต่เด็ก เดินกลับบ้านคนเดียวจากโรงเรียนตั้งแต่ ป.3 – ป.4 เราคิดว่าอะไรที่ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้เยอะที่สุด เราก็ทำ (ยิ้ม) มันเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของลูก ที่อยากช่วยเหลือพ่อแม่ทุกอย่างได้ มันก็เลยทำให้สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังเราให้กลายเป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตได้

เข้ามาใช้ชีวิตเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ มันก็ไม่ยากมาก จริงๆ หลายๆ คนใช้ชีวิตได้แหละ แต่การที่เราได้ทำงานกับครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก มันช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นด้วยจนถึงปัจจุบัน ก็เลยกลายเป็นว่าพอเราเป็นลูกคนโต เราก็อยากจะทำอะไรให้ครอบครัวให้มากที่สุด ประจวบเหมาะกับคุณพ่อเกษียณ แล้วเราพร้อมที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสามคน เราก็เลยโอเค เดี๋ยวเป็นหน้าที่เราเองที่จะหาเงินมาสร้างบ้านให้

เจนนี่ ปาหนัน

พ่อแม่รู้สึกอย่างไรบ้าง ได้คุยหรือบอกอะไรกับเจนนี่บ้างหรือเปล่า

เจนนี่ : เขาก็ภูมิใจ (ยิ้ม) เขาก็บอกแหละ จริงๆ เราไม่เคยไปถามหรอกว่าภูมิใจในตัวหนูไหม หนูสร้างบ้านให้นะ แต่เขาก็พยายามพูดให้กำลังใจเรา พยายามชื่นชมเรา เหมือนเขาจะรู้ว่าอะไรที่ทำและสร้างกำลังใจให้เรา หรืออะไรที่ทำให้เรารู้สึกดี เขาก็จะพยายามพูด ให้กำลังใจว่า เออ…ดีนะ อะไรอย่างนี้ สร้างบ้านให้ อะไรโน่นนี่ พ่อภูมิใจนะ ทำงานก็ดูแลตัวเองด้วย อย่าเหน็ดเหนื่อยนะ เขาก็พยายามชื่นชมเรา

สร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีแพลนทำอย่างอื่นต่อให้พ่อแม่หรือให้อะไรตัวเองบ้างหรือเปล่า

เจนนี่ : มีแพลนจะทำอะไรเหรอ (คิด) จริงๆ กับพ่อแม่ ถ้าเขาอยากได้อะไร เราก็จะพยายามช่วยเหลือให้ได้เยอะที่สุด คือก็หาให้ได้เยอะที่สุด คือตอนนี้เขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว เขามีบ้าน เรามีงาน น้องๆ มีงานกันหมดแล้ว เราก็โอเคแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงวัยที่เราพยายามสร้างสมบัติให้ตัวเอง (หัวเราะ) คือเรามีความรู้สึกว่า เฮ้ย! แก ฉันมีความรู้สึกว่าโตไปฉันต้องอยู่คนเดียวแน่เลยว่ะ เป็นกะเทยคนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียวแน่เลย ตอนนี้ก็เลยพยายามซื้ออะไรที่เป็นสมบัติส่วนตัว เหมือนตอนที่ซื้อเครื่องซักผ้ามา เราก็รู้สึกว่า อุ้ย! ดีจัง รู้สึกภูมิใจว่าเนี่ย เครื่องซักผ้าฉัน ฉันมีเครื่องซักผ้าแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้ก็เลยอยากได้บ้านและอยากได้รถ เหมือนเราก็อยากมั่นคง อยากมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีปัจจัย 4 ตอนนี้ก็เลยพยายามสร้างให้ได้ครบที่สุด

เจนนี่ ปาหนัน

เวลาอยู่กับเพื่อนจะเฮฮา แล้วเวลาอยู่กับพ่อแม่แสดงความรักกับท่านอย่างไรบ้าง

เจนนี่ : จริงๆ ตัวเรากับพ่อแม่ไม่ค่อยได้พูดบอกรักกันมากมาย แต่เราจะแสดงให้เห็นกันอยู่แล้ว ด้วยความที่เรากับพ่อแม่ช่วยสร้างครอบครัวด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เราก็จะเห็นอะไรหลายๆ อย่างของเขา เราก็รู้ว่าอันไหนที่เราทำแล้วเขาจะรู้ว่าอันนี้เป็นการแสดงความรักของเรานะ เราก็จะทำ แต่ไม่ได้เป็นฟีลมานั่งบอกว่ารักนะ จริงๆ การแสดงความรักมันมีเยอะกว่าการบอกรักอีก

ทุกวันนี้ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะพาเขาไปทำอะไรที่เป็นการสร้างความสุข พาเขาไปเที่ยว หรือกลับไปหาช่วงเทศกาล เราก็พยายามกลับไปหาเขา ซึ่งมีอย่างหนึ่งที่เพิ่งได้ลองทำแล้วมีความสุข มันดีมาก คือมีคนแนะนำมาแล้วเราลองไปทำดูแล้วมีความสุขทางใจมากก็คือ การล้างเท้าและขอขมาพ่อแม่ ลองทำดู จริงๆ ฝากหลายๆ คน มันอาจจะเป็นเรื่องยากในตอนเริ่มนะ มันอาจจะอายที่จะทำ แต่พอทำแล้ว ผ่านมันไปให้ได้นิดเดียว ผ่านข้ามจุดอายไปนิดเดียว จะพบว่ามันมีความสุขมาก ก็พยายามกลับไปหาเขา ไปไหว้ ไปขอขมาเขาให้ได้บ่อยที่สุด

เจนนี่ ปาหนัน

แล้วความรักของเจนนี่ล่ะ มีคนสนิทหรือคนรู้ใจหรือยัง

เจนนี่ : หูย…ดูหน้าสิ ไม่มีใครเลยอะ ไม่ใช่ไทยนิยมอะ

สเป็คจริงๆ ชอบคนแบบไหน

เจนนี่ : สเป็คเราจริงๆ (หัวเราะ) เราชอบคนดี ชอบคนที่ดูดี หน้าตาดีก็โอเค แต่ว่าขอให้ดูดี เราเป็นคนที่ชอบแต่งตัว พอเวลาเจอใครที่แต่งตัวดี เราจะมีความรู้สึกว่าเราประทับใจเป็นพิเศษ ซึ่งไม่จำเป็นต้องหน้าตาดีหรอก คือจริงๆ มันก็มีหลายวิธีที่ทำให้คนดูดี มันทำได้หลายอย่าง ใครที่ดูดีเข้ามาก็สเป็คเราแล้วแหละ

เจนนี่ ปาหนัน

เรียนรู้จากข้อผิดพลาด ถ้าให้ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรในอดีต เจนนี่บอกว่าไม่มี

เจนนี่ : ไม่มีอะ เออๆ เจอคำถามนี้บ่อยเหมือนกันนะว่าถ้าย้อนไปอดีตได้อยากแก้ไขอะไร เราไม่มีอะไรอยากแก้ไขเลยเพราะเรามีความรู้สึกว่าหลายอย่างหลายคนชอบกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาด แต่เรารู้สึกว่าถ้ามีข้อผิดพลาดจะทำให้เรารู้ว่าไม่ควรพลาดมันอีก เราได้รู้วิธีจากการพลาดในตอนนั้น ก็เลยไม่มีอะไรอยากย้อนไป แต่อยากได้มากที่สุดคือ อยากได้เครื่องข้ามเวลาไปข้างหน้า ไปดูว่าตอนนั้นเราเป็นอะไรวะ เรากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเรากำลังตกต่ำหรือกำลังแย่อยู่ เราจะได้รู้ว่าในตอนนี้เราควรทำอะไร

สร้างความสุขให้คนอื่นมาก็เยอะ แล้ววิธีสร้างความสุขให้ตัวเองเป็นแบบไหน

เจนนี่ : เหมือนอย่างที่บอก คล้ายๆ ตอนแรกคือพักผ่อน เรารู้สึกว่าถ้าทำได้นั่นคือความสุขอย่างหนึ่งเลย คือกินอิ่ม นอนหลับ เมื่อก่อนด้วยความที่เราอาจจะไม่ใช่คนที่มีฐานะอะไรมากมาย เมื่อก่อนพออยากจะกินอะไรมากมายก็ไม่ได้กิน ณ ตอนนี้เราพอมีบ้างแล้ว ถ้าเราอยากกินอะไรก็กินเลย มันเป็นความสุขของเราอะ มันเป็นการสร้างความสุข สร้างอะไรให้ตัวเองก็ทำเถอะ ทุกวันนี้เลยกินให้อิ่ม นอนให้หลับ นี่คือความสุขที่สุดแล้ว วันไหนนอนไม่หลับนี่จะแบบเมื่อคืนนอนไปได้แค่สี่ชั่วโมงเอง มันก็เป็นทุกข์แล้วอะ

เจนนี่ ปาหนัน

กระแสตอบรัก อุ้ย ตอบรับจากแฟนๆ ส่งมาให้เจนนี่มากขนาดนี้ อยากพูดอะไรถึงแฟนๆ บ้างไหมเอ่ย

เจนนี่ : ฝากขอบคุณทุกๆ คนที่ติตตามเราในแต่ละผลงานนะคะ ขอบคุณหลายๆ คนที่เห็นเราเป็นต้นแบบ หลายคนเห็นเราเป็นคนสร้างความสุข เห็นเราเป็นนักแสดงที่น่าชื่นชอบคนหนึ่ง อยากจะบอกว่า ขอบคุณทุกๆ คนที่มอบกำลังใจและมอบความรู้สึกดีให้เรา เราก็พยายามจะสร้างผลงานที่โดนใจให้ทุกคนให้ได้เยอะที่สุดเนอะ ไม่รู้ว่าจะโดนใจทุกคนหรือเปล่า แต่ก็จะพยายามทำออกมาให้ดี ให้โดนใจทุกคนได้เยอะที่สุด ยังไงก็ติดตามผลงานของเจนนี่ด้วย มีแรงก็จะทำออกมาเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงหมดไฟจริงๆ ก็ขอบคุณทุกคนอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่า-า-า-า

ก่อนจะจากลากันไปครั้งนี้ แพรวดอทคอมเลยขอสะกิดถามเจนนี่ ปาหนัน ถึงห้องพักที่เป็นตำนานพูดถึงกันในโซเชียลเสียหน่อยว่า ตอนนี้ทำความสะอาดห้องพักเรียบร้อยแล้วหรือยัง ซึ่งเจนนี่ก็หัวเราะนำ ก่อนจะบอกว่า

“ยังเลย ค่อยๆ เก็บอยู่ แต่ก็ยังไม่เสร็จ เพราะทำงานทุกวัน” 

ทำงานเก่ง ดูแลตัวเองและครอบครัวได้แบบนี้ มีใครอยากจะอาสามาช่วยงานบ้านให้เจนนี่บ้างหรือเปล่าน้า…

 


เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ : Captain, IG @jennie_panhan

หลงรักนูน่า! เปิด 4 หนุ่มเกาหลี แพ้เสน่ห์สาวอายุมากกว่า ปลูกต้นรักหวานจนน่าอิจฉา

เช้านี้เล่นเอาสาวๆหัวใจรักโอปป้าอกหักน้ำตานองหน้ากันเป็นแถว เมื่อพระเอกดัง ซงจุงกิ ประกาศแต่งงานกับ ซงฮเยคโย ตู้มเดียว หลังจากทั้งคู่มีกระแสข่าวแอบเดทออกมาเป็นพักๆ หลังจากที่ทั้งคู่เป็นพระ-นางร่วมกันในซีรี่ส์ Descendants of the Sun โดยทั้งคู่จะเข้าพิธีวิวาห์ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

อกหักแม้ไม่ได้เป็นเจ้าของหัวใจ หรือแทบอยากจะร้องเพลงคำยินดี ของวง Klear ให้เป็นล้านๆรอบ เมื่อชายในฝันของสาวๆ ซงจุงกิ ประกาศแต่งงานกับซงฮเยคโย โดยคาดว่าทั้งคู่ปิ๊งรักกันหลังจากร่วมงานกันในซีรี่ส์โด่งดังอย่าง Descendants of the Sun ซึ่งหนุ่มจุงกิเคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเกาหลีว่า ถ้าตนมีแฟนจะไม่บอกว่าเดท แต่จะประกาศทีเดียวไปเลยว่าจะแต่งงาน ซึ่งก็ตรงตามที่เขาเคยพูดเอาไว้ และถึงแม้หัวใจสาวๆจะอยากกรีดร้องร่ำไห้แค่ไหนก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนต่างก็ยินดีกับความรักของคนทั้งคู่ เพราะคู่นี้เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกสุดๆ

และเมื่อดูอายุระหว่างซงจุงกิและซงฮเยคโย คู่นี้อายุห่างกัน 4 ปี โดยฝ่ายชายอายุน้อยกว่าฝ่ายหญิง เห็นแบบนี้แล้ว สาวๆที่อายุมากกว่า หรือชื่นชอบผู้ชายอายุน้อยกว่า ยิ้มร่ากันได้เลย เพราะอายุไม่เป็นอุปสรรคต่อความรักจริงๆ อีกทั้งยังได้เจอคนรักดีๆอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่มีเพียงซงจุงกิที่หลงรักนูน่า หรือสาวอายุมากกว่านะ แต่โอปป้าคนดังอื่นๆ ขวัญใจสาวๆ ก็ต่างหลงรักนูน่าหลายคู่เหมือนกัน วันนี้แพรวดอทคอมเลยรวมมาให้ดูกัน 3 คู่ตามด้านล่างนี้เลย

ชองจีฮุน (เรน) – คิมแตฮี 

เป็นโอปป้าคนแรกๆที่มากวาดหัวใจสาวไทยไปค่อนประเทศ สำหรับหนุ่มเรน ที่เพิ่งแต่งงานอย่างเรียบง่ายไปกับนางฟ้าเกาหลี คิมแตฮี ที่โบสถ์คาทอลิกเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 หลังจากทั้งคู่คบหากันมานานถึง 4 ปี โดยหนุ่มเรนได้โพสต์ข้อความเขียนด้วยลายมือตัวเอง ประกาศที่จะแต่งงานและเตรียมตัวเป็นสามีมีครอบครัวลงในอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งคู่นี้อายุห่างกัน 2 ปี หนุ่มเรนอายุ 35 ปี และคิมแตฮีอายุ 37 ปี สำหรับหนุ่มเรนนั้นเป็นผู้ชายที่มีความสามารถหลายด้านทีเดียว ทั้งร้อง เต้น เล่นคอนเสิร์ต และผลงานซีรี่ส์ในตำนานที่ทำให้สาวไทยหลงรักมากและจำมาได้ถึงทุกวันนี้ก็คือเรื่อง Full House

อันแจฮยอน – คูฮเยซอน

จากคู่จิ้นแปรเปลี่ยนเป็นคู่จริง เมื่อทั้งคู่ร่วมงานด้วยกันในซีรี่ส์เรื่อง Blood จนกระทั่งความรักก่อตัว จนฝ่ายชาย อันแจฮยอนขอคูฮเยซอน ที่แฟนๆต่างรู้จักเธอเริ่มแรกในซีรี่ส์ F4 แต่งงาน ซึ่งโมเมนต์ตอนขอแต่งงานก็น่ารักทีเดียว เพราะฝ่ายชายเซอร์ไพร้ส์วางดอกไม้และกล่องแหวนไว้หลังรถให้สาวคูฮเยซอนเปิด โดยทั้งคู่ได้เข้าพิธีวิวาห์อย่างเรียบง่ายไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2559 ซึ่งทางต้นสังกัดเป็นฝ่ายปล่อยภาพวิวาห์ของทั้งคู่ออกมาให้แฟนๆได้ร่วมชมและแสดงความยินดี สำหรับคู่นี้อายุห่างกัน 2 ปี อันแจฮยอนอายุ 30 ปี และคูฮเยซอนอายุ 32 ปี แต่ต้องยอมรับว่าทั้งคู่หน้าเด็กมากๆ ถ้าไม่บอกอายุ นึกว่าอายุ 20 กว่าๆเองนะเนี่ย

นัมจูฮยอก – อีซองคยอง 

เป็นคู่รักวัยรุ่นคนดังอีกคู่ ที่เล่นเอาสาวๆอกหักมากเหมือนกัน หลังจากทั้งคู่ปิ๊งรักกลางกองถ่าย หลังจากร่วมงานกันในซีรี่ส์ Weightlifting Fairy Kim Bok Joo ซึ่งหลังจากซีรี่ส์จบก็มีข่าวออกมาโดยสังกัด YG Entertainment ของทั้งคู่ยืนยันเองด้วยว่า ทั้งคู่เดทกันมาได้นานกว่า 5 เดือนแล้ว โดยคู่นี้อายุห่างกัน 3 ปี นัมจูฮยอกอายุ 23 ปี อีซองคยองอายุ 26 ปี แม้จะอินออกมาถึงนอกจอ ทำให้สาวๆเสียใจไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าคู่นี้เขาสวยหล่อและเป็นคู่ที่น่ารักอีกคู่

ซงจุงกิ – ซงฮเยคโย

ปิดท้ายด้วยข่าวล่ามาแรงจนเกิดแฮชแท็ก #songsongcouple ที่ไม่พูดถึงเลยคงไม่ได้ นั่นก็คือคู่รัก ซงจุงกิและซงฮเยคโย คู่นี้นี่เอง โดยทั้งคู่อายุห่างกัน 4 ปี ซงจุงกิอายุ 31 ปี และซงฮเยคโยอายุ 35 ปี แม้ฝ่ายหญิงจะอายุมากกว่า แต่ความสวยฉบับหน้าเด็กของซงฮเยคโยก็กินขาดจริงๆ และเป็นอีกคู่ที่ปิ๊งรักกันหลังจากได้มาร่วมงานเล่นซีรี่ส์ด้วยกัน คาดว่าซีรี่ส์ Descendants of the Sun คงต้องถือเป็นตำนานเรื่องหนึ่งเลย เพราะนอกจากจะถ่ายทอดความรักหนุ่มสาว ความรักชาติของเกาหลีแล้ว รักนี้ยังทะลุออกมานอกจอให้คู่พระ-นางรักกันจนจะแต่งงานกันอีกด้วย ส่วนบรรยากาศพิธีวิวาห์ของทั้งคู่ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้จะเป็นอย่างไร หรือมีเพื่อนเจ้าบ่าว-เจ้าสาวคนไหนบ้าง ก็คงต้องรอลุ้นติดตามกันอย่างใกล้ชิดแล้วละ

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: Weibo, IG @rain_oppa @skawngur @heybiblee @songjoongkionly #อีซองคยอง, http://mwave.interest.me/en/kpop-news/article/105739/ahn-jae-hyeon-and-ku-hye-sun-share-wedding-photos-korean-actors-news

พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงพระสิริโฉมเฉิดฉายด้วยแฟชั่นฉลองพระองค์ ณ กรุงปารีส

ได้เห็นเป็นบุญตากันอีกแล้ว สำหรับพระสิริโฉมอันงดงามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่เสด็จไปทรงร่วมงานในประเทศฝรั่งเศส ทั้งงานแฟชั่นโชว์และงานการกุศล ทุกลุคมีความเรียบโก้ ซึ่งเกิดจากการที่พระองค์ทรงใส่พระทัยกับฉลองพระองค์ครั้งนี้มากๆ เพราะงานมีความสวย ประณีต สื่อต่างชาติก็ให้ความสนใจและชื่นชมไม่น้อย

พระองค์หญิงทรงโดดเด่น ส่องออร่าความเป็นเจ้าหญิงแห่งสยามได้อย่างเด่นชัด เพราะในขณะที่มีความคลาสสิกสไตล์ยุโรป แต่ก็แฝงไปด้วยความงามแบบไทย ด้วยพระพักตร์ที่เลอโฉม บ่งบอกความเป็นเอเชีย

วันนี้แพรวดอทคอมได้รวบรวม 3 ลุค ของพระองค์หญิงนักดีไซน์มาให้ดูกันแล้ว 

 

ลุคแรก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในฉลองพระองค์จากแบรนด์ Dolce & Gabbana​

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จไปทรงเข้าร่วมงานการกุศล amfAR Gala ที่ประเทศฝรั่งเศส พระองค์ทรงเลือกเดรสสีดำพอดีตัว เป็นผ้าลูกไม้ งานละเอียด เครื่องประดับมีความเข้ากับลุค พระเกศาที่ดูหลวมๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลุคดูผ่อนคลายขึ้น และให้ความรู้สึกโก้หรูโกอินเตอร์ด้วย บอกเลยว่าลุคนี้พระองค์ทรงพระสิริโฉมมากๆ


 

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงฉลองพระองค์จากแบรนด์ Ashi Studio

พระองค์หญิงขณะเสด็จไปทอดพระเนตรโชว์ Giambattista Valli Haute Couture ที่ประเทศฝรั่งเศส  ทรงเลือกเดรสขาวทรงสุ่มไก่เล็กๆ ลายของผ้ามีความเล่นกับเส้นโครงต่างๆ อย่างเส้นโค้งที่วาดให้เป็นลวดลาย เป็นเดรสที่ให้ความสุภาพ แต่ก็ดูเด่น มีความหวานละมุน และเครื่องประดับเพชรส่งให้ดูแกลมยิ่งขึ้น ส่วนฉลองพระบาทก็ไปในทางเดียวกันกับชุด เหมือนว่าถูกออกแบบมาให้คู่กัน และพระเกศาลุคนี้ปล่อยตรง แสกกลาง เน้นโชว์เมคอัพที่สวยงดงามกำลังดี


 

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงฉลองพระองค์จากแบรนด์ CHANEL

ลุคล่าสุดกับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ขณะเสด็จไปทอดพระเนตรโชว์ Chanel Haute Couture ที่ประเทศฝรั่งเศส ลุคนี้จะเท่กว่าสองลุคก่อน ให้ความรู้สึกโมเดิร์นขึ้น โททัลลุคเป็นสีดำ แต่ก็ทรงเลือกดีไซน์ได้อย่างลงตัว ระหว่างเสื้อลูกไม้กับกระโปรงหนัง ส่วนฉลองพระบาทเป็นแบบใสมีสายเป็นสีดำคาดสลับไปมา


 

ไม่ว่าพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จะทรงเลือกฉลองพระองค์ไหนก็ดูสมสง่าราศีทุกองค์ สมกับเป็นเจ้าหญิงนักดีไซน์ของคนไทยจริงๆ

 

 

 

 

 

ภาพ : IG@celebs_spectator

 

61 ปีในวงการบันเทิงของคุณยายสี่แผ่นดิน “สินีนาฎ โพธิเวส” นักแสดงรุ่นบุกเบิกทีวีไทย

ถือเป็นข่าวเศร้าของวงการโทรทัศน์ไทยที่ต้องสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญ “คุณยายอี๊ด – สินีนาฎ โพธิเวส” นักแสดงรุ่นบุกเบิกตั้งแต่สมัยสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 บางขุนพรหม หรือที่หลายคนเรียกว่าเป็นนักแสดงสี่แผ่นดิน ซึ่งเป็นที่รู้จักของแฟนๆเป็นอย่างดีจากการรับบท “อาม่า” ในซิตคอม “เฮง เฮง เฮง” เสียชีวิตลงแล้วในวัย 89 ปี ที่โรงพยาบาลพญาไท 1 เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเบื้องต้นทางครอบครัวเตรียมทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดตรีทศเทพวรวิหาร

คุณยายสมัยยังสาว

สำหรับ “คุณยายอี๊ด – สินีนาฎ โพธิเวส” เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2472 สมรสกับ “หม่อมหลวงขาบ กุญชร” อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีบุตรสาว 3 คน คือ “เตือนใจ ดีเทศน์”, “เพ็ญแข กุญชร ณ อยุธยา” และ “พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา” นอกจากนี้ยังมีหลานที่อยู่ในวงการบันเทิง “ดีเจแมน – พัฒนพล มินทะขิน” ซึ่งเป็นบุตรชายของ “พิมพ์แข”

“คุณยายอี๊ด” กับ “ดีเจแมน” หลานชายแท้ๆ

โดยแต่เดิมนั้น “คุณยายอี๊ด” เป็นผู้จัดการและคุณครูอยู่ที่กรมศิลปากร ต่อมาหลังจากที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 บางขุนพรหมเปิดได้ 7 เดือน คุณยายได้รับการทาบทามจาก “จำนง รังสิกุล” ผู้ร่วมก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 ให้มาร่วมงานในแผนกละคร โดยเรื่องแรกที่ได้เล่นคือ “ดึกเสียแล้ว” ละครเรื่องแรกของทีวีไทย นำแสดงโดย “สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์” และ “เย็นจิตต์ สัมมาพันธ์” ส่วนคุณยายรับบทนางรอง ซึ่งคุณยายได้บอกว่า นับตั้งแต่เล่นละครมา เคยได้เล่นแล้วเกือบทุกบทบาท ยกเว้นบทนางเอก ซึ่งผลงานตลอดระยะเวลา 61 ปีในวงการบันเทิงที่ผ่านมา มีผลงานละคร 70 เรื่อง ซิตคอม 3 เรื่อง และภาพยนตร์อีก 3 เรื่อง

กว่าที่จะมีวันนี้ได้ “คุณยายอี๊ด” เคยเปิดเผยว่าในช่วงแรกที่เข้ามาแสดงละครนั้น ต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง เพราะมีผู้ใหญ่ที่เป็นครูอยู่ไม่กี่ท่าน ไม่มีผู้กำกับมาคอยดูหรือสอน การเดินทางในวงการบันเทิงของเราสอนตัวเราเองมาตลอด ทั้งนี้ยังได้ให้คำจำกัดความนักแสดงที่ดีกับนักแสดงรุ่นใหม่ว่า ต้องรักษาเวลา ขยันท่องบท และอดทน

ครอบครัว “เฮง เฮง เฮง”

ทั้งนี้ในรายการ “ตามติดชีวิตดาว” คุณยายยังได้เปิดเผยอีกว่าการมารับบท “อาม่า” ในซิตคอม “เฮง เฮง เฮง” เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้น เวลาเจอแฟนคลับจะให้กำลังใจตลอด ทั้งยังเปิดเผยว่าการมารับบท “อาม่า” ทำให้คนเข้าใจว่าคุณยายมีเชื้อสายจีน แต่จริงๆเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตามในช่วงบั้นปลายชีวิต คุณยายยังได้รับรางวัลเกียรติยศคนทีวีจาก “โทรทัศน์ทองคำ” ปี 2548 และบุคคลเกียรติยศทางด้านวิทยุโทรทัศน์จาก “นาฏราช” ปี 2553 ด้วย

“คุณยายอี๊ด – สินีนาฎ โพธิเวส”

ผลงานละคร

ปี พ.ศ. 2498 ละคร ดึกเสียแล้ว (ช่อง 4) (ละครเรื่องแรก)

ปี พ.ศ. 2516 ละคร หลานสาวคุณหญิง (ช่อง 4)

ปี พ.ศ. 2524 ละคร มายา (ช่อง 9)

ปี พ.ศ. 2524 ละคร ดอกโศก (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2526 ละคร สี่ยอดกุมาร (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2531 ละคร เจ้าสาวของอานนท์ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2532 ละคร บ้านไม่รู้โรย (ช่อง 9)

ปี พ.ศ. 2534 ละคร ด้วยเนื้อนาบุญ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2535 ละคร บ่วง (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2535 ละคร จะไม่มีช่องว่างระหว่างเรา (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2535 ละคร ทางโค้ง (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2536 ละคร บ้านไร่ริมธาร (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2536 ละคร หวานมันส์…ฉันคือเธอ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2538 ละคร ร่มฉัตร (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2538 ละคร พิษพยาบาท (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2539 ละคร แอบเก็บใจไว้ใกล้เธอ (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2539 ละคร ทรายสีเพลิง (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2540 ละคร ทายาทคุณหญิง (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2541 ละคร สวรรค์บ้านทุ่ง (ช่อง 9)

ปี พ.ศ. 2541 ละคร จากฝันสู่นิรันดร (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2541 ละคร ผีพยาบาท (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2542 ละคร ดอกรักบานหลังฝน (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2542 ละคร ตามรอยรัก (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2542 ละคร ท่านชายในสายหมอก (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2542 ละคร โดดเดี่ยวไม่เดียวดาย (ช่อง 5 )

ปี พ.ศ. 2542 ละคร เกิดแต่ชาติปางไหน (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2542 ละคร เงาอโศก (รับเชิญ) (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2543 ละคร น้ำผึ้งขม (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2543 ละคร ทิพยดุริยางค์ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2543 ละคร แสนพยศ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2543 ละคร บ้านทรายทอง (รับเชิญ) (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2543 ละคร พิษกุหลาบ (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร เงาปริศนา (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร คมพยาบาท (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร อุบัติที่หัวใจ (รับเชิญ) (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร บ้านสาวโสด (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร น้ำเซาะทราย (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร เงาปริศนา (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2544 ละคร โนห์รา (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2545 ละคร ยอดรักร้อยล้าน (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2545 ละคร แผลหัวใจ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2546 ละคร บ่วงเล่ห์…เสน่หา (รับเชิญ) (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2546 ละคร มือปืนพ่อลูกติด (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2546 ละคร คุณแจ๋วกะเพราไก่ คุณชายไข่ดาว (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2546 ละคร เดิมพันวันวิวาห์ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2546 ละคร กุหลาบเล่นไฟ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2546 ละคร สัญญาเมื่อสายัณห์ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2547 ละคร แม่ครัวหัวเห็ด (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2547 ละคร เรือนไม้สีเบจ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2547 ละคร รัตตมณี ร.ศ.220 (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2547 ละคร มัจจุรีพักร้อน (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2548 ละคร นางฟ้าไซเบอร์ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2548 ละคร วีรบุรุษกองขยะ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2549 ละคร รักหรรษาคาราโอเกะ (ไอทีวี)

ปี พ.ศ. 2549 ละคร ผู้ใหญ่เห็ด กำนันหอย (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2549 ละคร เหมือนเราจะรักกันไม่ได้ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2550 ละคร ผู้พิทักษ์สี่แยก (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2550 ละคร แม่ครัวคนใหม่ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2552 ละคร ไฟโชนแสง (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2553 ละคร ตราบาปสีขาว (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2555 ละคร น้ำขึ้นให้รีบรัก (ช่อง 5)

ปี พ.ศ. 2555 ละคร เกิดเป็นหงส์ (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2555 ละคร The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ภาคแรก (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2556 ละคร บ้านนอกเข้ากรุง (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2555 ละคร The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ภาค 2 (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2556 ละคร แม่ค้า (ช่อง 7)

ปี พ.ศ. 2557 ละคร อย่าลืมฉัน (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2558 ละคร แอบรักออนไลน์ (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2558 ละคร บุษบาหน้าตลาด (ช่อง 3)

ปี พ.ศ. 2559 ละคร หน้ากากนางเอก รับบทเป็น ยายของเขมปัญฑา (รับเชิญ) (ช่องเวิร์คพอยท์)

ซิตคอม

ละครซิตคอม เฮง เฮง เฮง (ช่อง 7 : 2545 – 2549 / ช่อง 3 : 2549 – 2558 / ช่องวัน : 2558 – ปัจจุบัน)

ละครซิตคอม บุญดีผีคุ้ม รับเชิญ ตอน ยายสำอางค์ (ช่อง 9) ออกอากาศวันที่ 14 สิงหาคม 2548

ละครซิตคอม เป็นต่อ รับเชิญ ตอน อาม่าพาเพลิน (ช่อง 3) ออกอากาศ 12 พฤศจิกายน 2552

ซีรีส์

ละครซีรีส์ เซน…สื่อรักสื่อวิญญาณ รับเชิญ ตอน คำสั่งเสีย (ช่อง 5) ออกอากาศ 16 พฤษภาคม 2557

ละครซีรีส์ มาลี เพื่อนรัก…พลังพิสดาร (ช่องจีทีเอชออนแอร์, จีเอ็มเอ็ม 25)

ภาพยนตร์

ปี พ.ศ. 2514 ภาพยนตร์ ในสวนรัก

ปี พ.ศ. 2518 ภาพยนตร์ ข้าวนอกนา

ปี พ.ศ. 2550 ภาพยนตร์ ยังไงก็รัก

 

โมเม้นหวานๆ ในวันอินเลิฟของว่าที่บ่าวสาวป้ายแดง “ซองเฮคโย- ซงจุงกิ”

ทำเอาสาวแท้สาวเทียมหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ใจสลายกันไปตามๆ เมื่อ “ซองเฮคโย – ซงจุงกิ” คู่จิ้นในจอจาก Descendants of The Sun ที่กลายมาเป็นคู่รักนอกจอประกาศเสียงดังอย่างเป็นทางการโดยมีต้นสังกัดช่วยยืนยันว่า คู่เลิฟคู่นี้จะแต่งงานกัน!!

Blossom Entertainment & UAA ต้นสังกัดของทั้งคู่ได้ออกมายืนยันแถลงข่าวว่า ทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันในวันที่ 31 ตุลาคมที่จะถึงนี้  ซึ่งแน่นอนว่าสถานที่จัดพิธียังไม่มีการยืนยันออกมาชัดๆ แต่ที่แน่ๆ คือ สองครอบครัวร่วมยินดี รวมถึงแฟนคลับของทั้งคู่ที่แม้จะแอบใจสบายก็พร้อมใจกันเข้าไปแสดงความยินดีกับทั้งคู่ในทุกช่องทาง

ติ่งไทยอย่างแพรว Wedding ขอแสดงความยินดีด้วยอีกคน งานแต่งจัดขึ้นที่ไหนอย่างไรจะรีบมาบอกกันเลยค่ะ แต่ตอนนี้ ย้อนดูภาพน่ารักๆ ขอทั้งคู่ตั้งแต่ช่วงที่แสดงละครรวมกันรวมถึงโมเม้นหวานๆ น่าอิจมากๆ กันดีกว่า

แถมให้อีกนิดกับภาพจาก Dispatch ปาปารัชซี่เบอร์หนึ่งของเกาหลีที่ตามเก็บโมเม้นลับๆ ของคู่นี้อย่างเงียบๆ มาตลอด และตัดสินใจปล่อยภาพชุดนี้มาให้แฟนคลับได้มั่นใจว่ารักที่ค้างคาได้คำตอบแล้วว่า คู่นี้รักกันจริงๆ และกำลังจะสร้างครอบครัวสุขสันต์ด้วยกันค่ะ

ภาพ : IG @kyo1122, @songjoongkionly และ www.bestchinanews.com

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ จากตำหนักใหญ่สู่ตำหนักเล็ก (ตอนที่12)

หม่อมเจ้าการวิก กับช่วงสงครามโลกครั้งที่2 และความฝืดเคือง

หม่อมเจ้าการวิก ทรงเล่าถึงช่วงเวลาที่ในหลวงรัชกาลที่ 7 ประทับในต่างประเทศนั้น เป็นช่วงที่ใกล้จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องทรงผจญกับความฝืดเคือง และทรงพยายามลดทอนค่าใช้จ่ายลงในทุกๆทาง

พระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่แสดงถึงความเป็นผู้รอบรู้ประการหนึ่งคือ การที่พระองค์ท่านเสด็จประพาสสถานที่ต่างๆที่มีความสำคัญและประวัติความเป็นมา ทรงมีความรู้ และสามารถรับสั่งให้เข้าใจได้โดยง่าย

ในบั้นปลายของพระชนม์ชีพ พระองค์ท่านได้เสด็จประพาสต่างประเทศอยู่หลายคราวเพื่อประทับรักษาพระองค์ ด้วยพระพลานามัยระยะหลังไม่ใคร่ดีนักเมื่อพระอาการบรรเทาก็ทรงถือเป็นวโรกาสพิเศษที่จะเสด็จฯเยือนที่ต่างๆ เพื่อทรงพระสำราญ และมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานความรู้แก่ผู้ตามเสด็จด้วยการพาไปให้เห็นของจริง ซึ่งผมได้รับพระราชทานโอกาสพิเศษนี้ด้วยในฐานะผู้ตามเสด็จอยู่บ่อยครั้ง

จำได้ว่า ช่วงเวลานั้นราวพ.ศ.2480-2482 สถานการณ์ในยุโรปเริ่มไม่สงบ เพราะผู้นำเผด็จการนาซี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งเยอรมนี ได้รุกรานเข้ารวบรวมดินแดนต่างๆที่อ้างว่ามีคนเชื้อสายเยอรมันอยู่เป็นของตน และมีการสะสมกำลังและอาวุธเพื่อเตรียมการทำสงคราม แต่ผู้นำประเทศต่างๆต่างประมาท ไม่คิดว่าเยอรมันจะมีกำลังลุกขึ้นมาก่อสงครามได้ เพราะผลจากการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ.2457-2461) ที่สร้างความบอบช้ำแก่ทั้งฝ่ายผู้ชนะและผู้พ่ายแพ้อย่างมากมาย ทำให้นานาประเทศไม่พร้อมที่จะทำสงครามกับใครอีก

อดลอ์ฟ ฮิตเลอร์

แล้วในช่วงพ.ศ.2480 และ 2481 สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระภคินีร่วมพระชนกและพระชนนีในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ได้เสด็จประพาสอังกฤษเพื่อประทับรักษาพระองค์ถึงสองครั้ง และได้เสด็จเยี่ยมพระเจ้าอยู่หัวด้วย ในระหว่างที่ประทับ ณ โรงแรมเมย์แฟร์ กรุงลอนดอนนั้น พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้ผมไปเป็นสารถีขับรถยนต์พระที่นั่งถวาย หากมีพระประสงค์จะเสด็จยังที่ต่างๆอยู่คราวละเดือนหนึ่ง บ่อยครั้งที่จะมีหม่อมราชวงศ์มรุต เทวกุล ตามเสด็จด้วย และครั้งสุดท้ายก่อนจะเสด็จกลับเมืองไทยทรงมีรับสั่งว่า

“ตาหวาน ฉันคงจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีกแล้ว” และวันที่เสด็จกลับ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปส่งยังสถานีรถไฟ ผมยังจำภาพที่ต่างทรงล่ำลากันด้วยความอาลัย และมีน้ำพระเนตรคลอเบ้าทั้งสองพระองค์ พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2482 ก็ได้รับข่าวว่า สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯสิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยพระโรควักกะ (ไต) พิการ

สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร

ในช่วงต่อมา พระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯที่จะเสด็จประพาสประเทศกรีซและตุรกี ผมเป็นคนรับหน้าที่ติดต่อจองตั๋วและวางหมายกำหนดการเสด็จฯ โดยทางเรือสำราญของบริษัทเฮเลนิกครูซ (HELENIC CRUISE) ของเซอร์เฮนรี่ ลัน (SIR HENRY LUNN) บังเอิญว่าผมได้รู้จักกับบุตรชายของท่านเซอร์คนหนึ่งเมื่อครั้งที่ผมได้ตามเสด็จไปเล่นสกีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อพ.ศ.2480 ทางบริษัทจึงถวายความดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ซึ่งการเสด็จฯครั้งนั้นมีพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินี หม่อมเจ้าหญิงผ่องผัสมณี หรือ ‘ท่านหญิงผ่อง’ และผมเท่านั้น

หมายกำหนดการเสด็จฯ เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นเรื่องเป็นราวมาก เพราะมีจุดประสงค์ที่จะไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆในประวัติศาสตร์ของอารยธรรมกรีกโบราณในประเทศกรีซ ทางบริษัทจะจัดแบ่งผู้โดยสารออกเป็นกลุ่ม และมีมัคคุเทศก์ประจำกลุ่มคอยอำนวยความสะดวกให้ จำได้ว่าขับรถไปลงเรือ ‘เลทิเทีย’(LETITIA)ที่ประเทศอิตาลี พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า

“จะไปดูพวกอารยธรรม ต้องไปดูที่กรีซก่อน ความจริงอารยธรรมอียิปต์นั้นมีความเจริญมาก่อนหน้านับพันปี แต่ถ้าไปดูอียิปต์ก่อน แล้วจะเห็นที่กรีซนี้เล็กน้อยมาก” ซึ่งก็เป็นความจริงดังพระราชกระแสรับสั่ง ถึงกระนั้นสิ่งที่ผมเห็นในประเทศกรีซก็ยิ่งใหญ่มโหฬารนัก

หมายกำหนดการที่เสด็จฯกรีซนั้น ประมาณ 10 วัน ผมได้ตามเสด็จไปชมเมืองต่างๆในประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนและรู้จักจากหนังสือ ซึ่งแต่ละเมืองนั้นมีประวัติ ตำนานเล่าขานกันมากมาย เช่น เมืองอิทากา กิเตออน (ITHACA GITHEON) เมืองสปาร์ตา (SPARTA) เมืองมิสตรา (MISTRA) เมืองมาราธอน (MARATHON) ฯลฯ ในแต่ละเมืองที่ไปนั้น มัคคุเทศก์นำทางสามารถท่องจำเล่าอธิบายได้ราวกับเป็นหนังสือเดินได้ ส่วนความรู้เพิ่มเติมนอกตำรา พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเล่าได้มาก เพราะทรงเคยอ่านจากหนังสือมาก่อน แล้วในระหว่างที่อยู่ในเรือจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยบรรยายตามกำหนดการให้ว่า วันไหนจะไปที่ใดและที่นั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้างพอสังเขป

หลังจากนั้นจึงเสด็จฯยังอิสตันบูล ประเทศตุรกี ในฝั่งทวีปยุโรปต่ออีกเป็นเวลา 3 วัน โดยท่องเรือในช่องแคบบอสโพรัส ชมแผ่นดินของสองฟากทวีป คือ เอเชียและยุโรป และเสด็จฯขึ้นชมมัสยิดอันมีชื่อ เช่น มัสยิดสีฟ้า (บลูมอส์ค) วิหารเซนต์โซเฟีย ฯลฯ แต่ไม่ได้เข้าไปยังตอนเหนือของตุรกีที่อยู่ในแผ่นดินทวีปเอเชีย เพราะสถานการณ์ทั่วไปไม่ค่อยดีนักจากการรุกรานของพวกเยอรมัน จากนั้นเสด็จฯลงเรือกลับมาขึ้นฝั่งที่อิตาลี และขับรถกลับกรุงลอนดอน น่าเสียดายภาพถ่ายสวยๆที่ผมได้ถ่ายในการตามเสด็จครั้งนั้นสูญหายไปเสียมาก เพราะว่าส่งไปล้างที่ร้านแล้วไม่ค่อยได้กลับคืน ซึ่งในการตามเสด็จในที่ต่างๆ ครั้งหลังๆมักมีเรื่องภาพถ่ายหายบ่อยๆเช่นกัน

ในราวพ.ศ.2482 สถานการณ์ในยุโรปถูกปกคลุมด้วยกระแสของสงครามที่หนาขึ้นทุกที แม้เซอร์เนวิล แชมเบอร์เลน (SIR NEVILLE CHAMBERLAIN) นายกรัฐมนตรีอังกฤษขณะนั้นพยายามที่จะเจรจาด้วยสันติกับฮิตเลอร์ทุกอย่างจนได้สัญญาสันติภาพระหว่างเยอรมันกับอังกฤษที่ฮิตเลอร์ลงนามประกาศว่าไม่จอรุกรานประเทศใดอีก และจะรักษาสันติภาพของโลกตลอดไป แต่พระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเล็งเห็นการณ์ไกล และแน่พระราชหฤทัยว่าสงครามต้องมีขึ้นแน่นอน เพราะทรงติดตามเหตุการณ์ต่างๆมาโดยตลอด (ในที่สุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดขึ้นจริงๆ สร้างความเสียใจแก่เซอร์แชมเบอร์เลนเป็นอันมาก จนล้มป่วยและถึงแก่อสัญกรรมในเวลาต่อมา)

พระองค์เจ้าจิรศักดิ์กับหม่อมมณี
ในหลวงรัชกาลที่ 7 หม่อมมณี และโอรสคนแรกของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ

พระองค์ท่านได้ทรงเตรียมการที่จะปกป้องดูแลรักษาผลประโยชน์ของบุคคลที่อยู่ภายใต้พระบรมราชานุเคราะห์ อาทิ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ ซึ่งทรงเสกสมรสกับหม่อมมณี บุนนาค หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯ กับหม่อมเสมอ หม่อมเจ้าหญิงผ่องผัสมณีกับผม และนายบวย นิลวงศ์กับนางสำเภา ซึ่งเดินทางมาถวายการรับใช้แทน คุณรองสนิท โชติกเสถียร และภรรยาที่รับสั่งให้กลับเมืองไทยพร้อมกับพี่ต๊ะ- อัชฌา ด้วยทรงเห็นว่า หากกลับเมืองไทยแล้วย่อมมีความปลอดภัยและอนาคตที่ดีกว่า ซึ่งนายบวยผู้นี้เคยทำงานถวายการรับใช้พระองค์เจ้าจุมภฏฯมาก่อน และไม่ยอมกลับเมืองไทย ขอมาถวายการรับใช้พระเจ้าอยู่หัวต่อ และทรงส่งเขาไปเรียนการทำอาหารที่ฝรั่งเศสด้วยทำให้เขามีฝีมือในการปรุงอาหารมาก

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้เริ่มประหยัดรายจ่ายทุกทาง โดยให้เลิกเช่าแฟลตอีตันเฮ้าส์ และตัดสินพระราชหฤทัยที่จะหาตำหนักใหม่ ด้วยมีพระราชดำริว่า พระตำหนักเวนคอร์ตนั้นอยู่ใกล้ช่องแคบอังกฤษ หากอังกฤษประกาศสงครามเมื่อใด เขตที่ประทับจะต้องกลายเป็นเขตทหารที่หวงห้ามทันที โดยมีรับสั่งกับมิสเตอร์อาร์.ดี. เครก (MR. R.D. GRAIG) ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายในเมืองไทยและเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระองค์ที่ยังทรงมีอยู่ในขณะนั้นและไม่ถูกรัฐบาลไทยยึดไป ให้หาบ้านเช่าสักหลังหนึ่งในย่านเวอร์จิเนียวอเตอร์ โดยไม่มีพระราชประสงค์จะซื้อตำหนักใหม่ เพราะราคาแพงมาก

ต่อมาก็ได้บ้านเช่าขนาดย่อม เล็กกว่าพระตำหนักเวนคอร์ตหลายเท่า ชื่อว่าคอมพ์ตันเฮ้าส์(COMPTON HOUSE) แต่ต้องมีการซ่อมแซมบ้าง…

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ รับใช้ใต้เบื้องบาทบงสุ์ (ตอนที่ 10)

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ชีวิตที่แปรเปลี่ยน (ตอนที่ 9)

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ความผันผวนของบ้านเมืองและชีวิต (ตอนที่ 8)

 

 

 

 

สะเทือนวงการ แต่งฟ้าแลบ! “ซงจุงกิ-ซงฮเยคโย” เข้าประตูวิวาห์ 31 ตุลาคมนี้

เรียกว่าเป็นข่าวดีรับอรุณเลยทีเดียว เพราะเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.ค. 60) สื่อเกาหลีใต้ได้รายงานว่า “ซงจุงกิ” วัย 32 ปี และ “ซงฮเยคโย” วัย 35 ปี คู่จิ้นซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังอย่างสุดขีดจากซีรีส์เรื่อง Descendants of the Sun กำลังจะกลายมาเป็นคู่ชีวิตกันจริงๆแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธข่าวลือออกเดทมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งคู่ถูกจับภาพได้ขณะไปบาหลีในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเมื่อสอบถามไปยังต้นสังกัดฝ่ายชายก็ได้รับคำตอบว่า พระเอกหนุ่มเที่ยวบาหลีพร้อมกับเพื่อนๆของเขา และเขาไม่รู้เกี่ยวกับแพลนมาบาหลีของ “ซงฮเยคโย” เลย

คู่จิ้นซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังอย่างสุดขีดจากซีรีส์เรื่อง Descendants of the Sun
ฉากจูบพาฟิน

ล่าสุด Blossom Entertainment ต้นสังกัดของ “ซงจุงกิ” และ UAA Entertainment ของ “ซงฮเยคโย” ได้ออกมาเปิดเผยว่า “อยากแสดงความจริงใจต่อแฟนๆชาวเกาหลีและแฟนๆชาวต่างประเทศที่รักและให้ความสนใจในตัว ‘ซงจุงกิ’ และ ‘ซงฮเยคโย’ มาโดยตลอด เราอยากขอร้องให้ทุกคนได้เข้าใจข่าวที่จะประกาศกะทันหันนี้ด้วย เกี่ยวกับเรื่องที่ทั้งคู่วางแผนที่จะเข้าพิธีแต่งงานกันในวันที่ 31 ต.ค. นี้ โดยพิธีแต่งงานไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน แต่จะมีครอบครัวของพวกเขาเกี่ยวข้องด้วย เราจึงต้องระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น มันเป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวและสำคัญในชีวิตของทุกๆคน จนกว่าจะมีการยืนยันเกี่ยวกับงานแต่งงาน ทางเราจึงต้องระวังสถานการณ์ต่างๆต่อไป และตอนนี้สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการประกาศอย่างเป็นทางการ สุดท้ายขอให้ทุกๆคนเข้าใจ และร่วมอวยพรให้นักแสดงทั้งสองคนมีอนาคตที่สวยงาม โดยทั้งคู่จะแจ้งข่าวของตนเองให้ทุกๆคนได้ทราบอีกครั้ง”

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการประกาศแต่งงานกะทันหัน ก็มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดว่านางเอกสาวกำลังตั้งท้องก่อนแต่ง ซึ่งตัวแทนของทั้งคู่ได้ออกมาปฏิเสธทันควันว่าไม่เป็นความจริง

แฟนมีตติ้ง “ซงจุงกิ” ที่เฉิงตู “ซงฮเยคโย” ลัดฟ้าจากเกาหลีไปเป็นแขกรับเชิญ

รู้แล้ว…ทำไม “เดย์ครีมกับไนท์ครีม” ถึงใช้บำรุงแทนกันไม่ได้!! พร้อมชี้เป้า 9 แบรนด์สกินแคร์น่าลอง

แพรวดอทคอมมาแล้วค่า รอบนี้ไปเซอร์เวย์บิวตี้ไอเท็มมาอัพเดตด้วย รับรองต้องเป็นของที่สาวๆทุกคนมีติดโต๊ะเครื่องแป้งอย่างแน่นอน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง นั่นคือ Day Cream & Night Cream ครีมบำรุงผิวสูตรเฉพาะแบบสำหรับกลางวันและกลางคืน

เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแยกกันใช้แบบกลางวันและกลางคืนด้วย ก็ครีมบำรุงเหมือนๆกันนั่นแหละ เมื่อก่อนตอนเด็กๆมีครีมแค่กระปุกเดียวก็ทาเช้าทาเย็นได้แล้ว จะบอกให้ว่านั่นคือความเหมือนที่แตกต่าง เพราะประสิทธิภาพและส่วนผสมต่างกัน

  • Day Cream
    ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมเพื่อการปกป้องผิวจากแสงแดด และไม่ให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ผิวมักจะเสี่ยงต่อการขาดน้ำในช่วงกลางวัน ซึ่งเดย์ครีมจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอวบอิ่มเปล่งประกาย จึงมีส่วนผสมที่เข้มข้นกว่าไนท์ครีม

  • Night Cream
    จะเน้นการบำรุง ซ่อมแซมระหว่างนอน มักจะมีส่วนผสมพวกวิตามินต่างๆ เพื่อช่วยในการฟื้นฟู บำรุงผิวขณะที่ร่างกายได้พัก ไนท์ครีมจะทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระจากส่วนผสมในเนื้อครีม อย่างวิตามินซีที่ช่วยไม่ให้เซลส์ผิวต้องเสื่อมสลายเพราะอนุมูลอิสระ เรตินอลช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ซึ่งการใช้เรตินอลในปริมาณที่พอดี นอกจากจะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวอีกด้วย แต่หากมีส่วนผสมของเรตินอลมากเกิน 1% จะเสี่ยงต่อผิวหลุดลอกได้ เพราะกรดประเภทนี้จะไวต่อแสงมาก ถ้านำไปทาตอนกลางวันอาจทำให้เกิดอาการแพ้ คัน ผิวหน้าลอก
และวันนี้ แพรวดอทคอม มีเดย์ครีมและไนท์ครีม 9 แบรนด์ มาแนะนำสาวๆด้วย จะดียังไงไปดูกันเอง…

WORRA BY WORANUCH Brightening Day & Overnight Cream
(35 มิลลิลิตร / 1,480 บาท)

ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นสำหรับกลางวันและกลางคืน อุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ดอกไม้ และพืช 7 ชนิดจากเทือกเขาแอลป์ อัลฟ่าอาร์บูติน รังนก โสม ทับทิม ไข่มุก ช่วยลดและป้องกันการสร้างเม็ดสี ฝ้า กระ จุดด่างดำ ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์ผิวเพื่อผิวสวยอ่อนเยาว์


TO’US BEAUX Rejuvenate Cream EX
(30 กรัม / 12,500 บาท)

ครีมกลางคืนเนื้อเข้มข้นที่คืนความอ่อนเยาว์สู่ผิว มีประสิทธิภาพสูง ให้ความกระจ่างใส และความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี ช่วยปรับสภาพผิวให้ไม่อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


INNISFREE Whitening Pore Day Cream SPF 16 PA+
(1,100 บาท)

เดย์ครีมที่มีส่วนผสมของสารกันแดด SPF16 ปกป้องผิวจากแสงแดด เนื้อครีมชุ่มฉ่ำมอบความชุ่มชื้นให้ผิวเปล่งปลั่งตลอดวัน พร้อมลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำต่างๆ ให้จางลง สารฟลาโวนอยด์จากเปลือกส้มสกัดช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ แลดูสุขภาพดี


CLRAINS Multi-Active Day & Night Creams

คู่ Duo ที่ร่วมกันดูแลริ้วรอยแรกก่อนวัยอันเป็นสัญญาณของความเคร่งเครียดและวัยที่เพิ่มขึ้นให้ดูลดเลือนลง คืนความสดใสให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้า พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิวกลับเนียนนุ่ม เปล่งประกายผิวสวยสมวัย ด้วยสารสกัด Teasel extract ที่เปี่ยมด้วยสารแอนตี้อ็อกซิแดนท์และคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงผิว นับเป็นนวัตกรรมที่ผสานวิทยาศาสตร์และธรรมชาติร่วมกันไว้ได้อย่างลงตัว



DERMASENSA HYDRO BF Intense Hydration + Barrier Function
(50 มิลลิลิตร / 1,800 บาท)

ให้ความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่มพร้อมเก็บกักความชุ่มชื้น และสร้างเกราะป้องกันผิวจากสภาพอากาศต่างๆ ด้วย Vitamin A, E, C และเปปไทด์ เพื่อลดริ้วรอย ช่วยสร้างคอลลาเจน คืนความยืดหยุ่นให้กับผิว เหมาะสำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง อีกทั้งยังสามารถเป็นเบสก่อนการแต่งหน้าได้ดีอีกด้วย


KANEBO Fresh Day Cream Light SPF30
(40 มิลลิลิตร / 2,000 บาท)

ปลุกผิวให้ตื่นอย่างสดใสด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มบางเบา มอบความรู้สึกสบายผิว ซึมซาบได้ดี มีกลิ่นหอมสดชื่น และช่วยปกป้องผิวจากความแห้งอันเนื่องมาจากมลภาวะภายนอก ทั้งจากแสงแดดและจากสภาพอากาศที่แห้ง อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน จึงสามารถใช้เป็นเมคอัพเบสได้


No7 Lift & Luminate TRIPLE ACTION Day Cream
(50 มิลลิลิตร / 1,350 บาท)

เดย์ครีมที่ช่วยปกป้องการเสื่อมสภาพของผิวได้เป็นอย่างดี เพิ่มพลังการปกป้องผิวเป็นสองเท่า ด้วยเอสพีเอฟ 15 และ 5 สตาร์ยูวีเออันเหนือชั้น

No7 Lift & Luminate TRIPLE ACTION Night Cream
(50 มิลลิลิตร / 1,350 บาท)

ไนท์ครีมช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวในยามหลับได้อย่างล้ำลึก พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว พร้อมช่วยให้จุดด่างดำที่ฝังลึกแลดูจางลง และผิวดูเรียบเนียนขึ้น ด้วยคุณค่าของสารบำรุงเพื่อความกระจ่างใส สุขภาพดี


ENCHARIS Advanced Blemish Repair Cream
(50 มิลลิลิตร / 2,290 บาท)

ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรพิเศษจากสารสกัดน้ำมันจระเข้เข้มข้น ผสานกับทองคำบริสุทธิ์ ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอย ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน นุ่ม ชุ่มชื่น เพียงทาและนวดเบาๆหลังการล้างหน้า สัมผัสได้เลยว่าผิวมีสุขภาพดีขึ้น พร้อมลาขาดทุกปัญหาผิวในขั้นตอนเดียว


PANPURI Night Recovery Cream
(50 มิลลิลิตร / 
3,500 บาท)

ครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืน เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและเติมสารอาหารให้กับผิวอย่างล้ำลึกยามนอน มีความเป็นธรรมชาติและออร์แกนิก 98.3% เสริมความแข็งแรงให้ผิวด้วยสารสกัดจากดอกแดนดิไลออนและดอกบัว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ยืดหยุ่น และกระจ่างใสมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากดอกมะลิ ช่วยให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : ลิขสิทธิ์แบรนด์

ดูดวงรายวัน ประจำวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :   หากท่านมีความมานะพยายาม และขยันขันแข็ง จะต้องมีการพลิกแพลง หรือใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการทำงาน ท่านมีโอกาสประสบความสำเร็จขอให้เชื่อในเซ้นส์ตัวเอง

การเงิน :  เก็บเงินไว้บ้าง

ความรัก : วันนี้ต่อมหึงหวงทำงานอย่างหนัก ท่านจะแสดงความเป็นเจ้าของสูง จนไม่มีความสุข คนโสด ทุ่มเทความรักอย่างมาก ระวังอกหักแล้วจะเข็ดไปนาน

สุขภาพ : ระวังทานข้าวไม่เป็นเวลา หรือดื่มสุรา จะนำพาโรคมาได้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : มีโอกาสโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลง ท่านจะได้ริเริ่ม หรือลงมือกระทำอะไรใหม่ๆ ที่ต้องใช้ทักษะ ความรู้ ความสามารถในด้านต่างๆ ค่อนข้างสูง

การเงิน : ระวังถูกญาติยืมเงิน หรือทำธุรกิจผิดพลาด

ความรัก :  วันนี้ท่านเซ็กซี่มากๆ เลิกงานอยากกลับบ้าน ไปอยู่กับบนเตียงกับแฟน คนโสด เสน่ห์ของท่านอยู่ที่การเอาใจ มัดใจคนไปเรื่อย

สุขภาพ : ระวังเรื่องระบบย่อยอาหาร ต่อมทอนซิล หรือหลอดลมอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ขอกากบาทนะคะ ท่านจะประสบปัญหายากเกินกว่าจะแก้ไข ระวังเพื่อนร่วมงานเลื่อยขาเก้าอี้ การติดต่อธุรกิจมีโอกาสถูกหลอก หรือถูกโกงจนทำให้หมดตัวได้

การเงิน :  ระวังทะเลาะเรื่องการยืมเงิน หรืออาจถูกโจรกรรมทรัพย์สิน

ความรัก :  วันนี้มีเกณฑ์ถูกคนรักหลอก อาจมีเรื่องมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำใจหนักๆ อย่าคิดมาก เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป คนโสด ให้ระวังเพศตรงข้ามจะนำพาความทุกข์มาให้

สุขภาพ : วันนี้ระวังจะเกิดบาดแผลจากของมีคม หรือเกิดอุบัติเหตุ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านรับอาสาไปปฏิบัติงานแล้วสามารถทำได้บรรลุจุดประสงค์ แต่ให้ระวังความมั่นใจในตัวเองมากจนไม่ฟังความเห็นจากเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง จะเกิดการใส่ร้าย จนอาจเกิดผลกระทบในหน้าที่การงาน

การเงิน   :  ให้เวลากับการทำงานมาก จนไม่มีเวลาได้ไปใช้จ่าย

ความรัก : คู่ครองจะทำหน้าที่บริหารเงิน และเรื่องส่วนตัวแทนท่านได้อย่างมีประสิทธภาพ คนโสด วันนี้เรื่องงานเป็นหลัก ความรักเป็นรองนะคะ

สุขภาพ : ระวังตัวนะคะ ท่านมีโอกาสได้รับบาดเจ็บและเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : มีภาวะความเป็นผู้นำสูง ท่านจะถูกกดดันอย่างหนัก เพราะได้รับงานที่เสี่ยงและมีโอกาสผิดพลาดสูง อาจประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจหรือทุกข์ใจกระทันหัน

การเงิน : หลีกเลี่ยงเงินที่ไม่สะอาดและได้มาจากการทุจริต ผิดกฎหมาย

ความรัก :  ได้คู่ดี ให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนในการดำเนินชีวิตตามแนวทางที่ถูกต้อง คนโสด เจ้าชู้ อย่าเพิ่งรีบตกลงปลงใจกับใคร แต่งงานช้าจะดี

สุขภาพ : ระวังจะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : พร้อมแล้วที่จะริเริ่มงานใหม่ วันนี้ท่านอยู่ไม่ติดที่ ต้องไปติดต่องานที่โน้นนี่ตลอดเวลา อาจได้ไปถึงต่างประเทศด้วย

การเงิน :  วาจาเป็นทรัพย์ จะได้เงินจากการติดต่องาน

ความรัก : วันนี้ท่านจะขี้หงุดหงิด โมโหง่ายกับเรื่องราวไร้สาระ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคู่วุ่นวาย คนโสด มีเสน่ห์ แต่หากใครมาจำกัดอิสรภาพ เลิกเลย

สุขภาพ  :  จะเจ็บป่วยด้วยโรคลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และกระเพาะอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านควรรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง และลดทิฐิมานะลง มองคนในแง่ดี จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จได้อีกเยอะเลย

การเงิน : ประหยัดค่ะวันนี้

ความรัก : วันนี้ความรักท่านอาจติดอยู่ในกรอบมากไป ท่านก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมา จึงทำให้บรรยากาศตึงเครียด คนโสด ไม่รักใครักจริง ก็อยู่เป็นโสดไปเลย

สุขภาพ : จริงจังกับชีวิต จึงปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง

สวยโลกไม่ลืมกับ 15 ชุดแต่งงานในราชวงศ์

แทบจะทุกครั้งที่มีข่าวงานแต่งงานจากราชวงศ์ต่างๆ ทั่วโลกหลุดออกมา สิ่งหนึ่งที่เหล่าบรรดาแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์เฝ้าจับตาดูคือ ชุดแต่งงานในราชวงศ์ ของเจ้าหญิงหรือว่าที่เจ้าหญิงคนใหม่ แต่ถ้าจะพูดถึงชุดแต่งงานที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งความสวยงามและไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังอยู่ในใจของทุกคน แพรว Wedding ขอบอกว่า ต้องเป็น 15 ชุดแต่งงานต่อไปนี้ค่ะ

เคท มิดเดิลตัน
ชุดแต่งงานของเคท มิดเดิลตัน

เคท มิดเดิลตัน : ชุดเจ้าสาวคอวีแขนยาวของเคทประดับประดาด้วยดอกไม้เล็กๆ จำนวนมากที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างบรรจงจากผ้าลูกไม้ และนำไปปักเย็บอย่างวิจิตรบรรจงบนผืนผ้าไหมซาตินสีงาช้างชั้นเยี่ยม โดยห้องเสื้ออเล็กซานเดอร์ แม็คควีน ที่ออกแบบโดยซาราห์ เบอร์ตัน

เจ้าหญิงโซเฟีย แห่งสวีเดน
ชุดแต่งงานของเจ้าหญิงโซเฟีย แห่งสวีเดน

เจ้าหญิงโซเฟีย แห่งสวีเดน : ดาราสาวชาวสวีเดนที่กลายเป็นดัชเชสแห่งแวร์มลันด์ เดินอย่างสง่างามเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายคาร์ล ฟิลิป ด้วยชุดเจ้าสาวที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวสวีเดน ไอด้า สโยสเต็ท เป็นชุดสีขาวงาช้างทรงเอไลน์ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและไหมออแกนซ่าอิตาลี พร้อมช่วงแขนผ้าลูกไม้ของโฮเซ่ มาเรีย ลูอิซ ซีทรูแบบเรียบหรู

เจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ แห่งโมนาโก
ชุดแต่งงานของเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ แห่งโมนาโก

เจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ แห่งโมนาโก : ชุดแต่งงานของเกรซ เคลลี่ในปี 1956 ออกแบบโดยเฮเลน โรส นักออกแบบชุดของเอ็มจีเอ็ม ใช้เทคนิคการทำชุดให้เป็นหลายๆ ชิ้น ก่อนนำมาประกอบกันจนเป็นชุดแต่งงานอลังการเช่นนี้ ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ของเก่าประดับไข่มุก และผ้าลูกไม้วาเลเซียสวยงามด้วยลายปักลูกไม้ แต่งด้วยโบว์เล็กๆ สีฟ้าที่ชั้นในสุด ถือเป็นหนึ่งในชุดเจ้าสาวของพระราชวงศ์ที่งดงามและอยู่ในความทรงจำของคนทั้งโลก

เจ้าหญิงไดอาน่า
ชุดแต่งงานของเจ้าหญิงไดอาน่า

เจ้าหญิงไดอาน่า :  ชุดเจ้าสาวของเลดี้ไดอาน่าที่ทั้งโลกตกหลุมรัก เป็นเดรสสีขาวงาช้าง ผลงานการออกแบบของสองดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ เอลิซาเบธและเดวิด เอมมานูเอล ตัดเย็บด้วยผ้าไหมทาเฟตต้า กับลูกไม้ของเก่า แขนพองหลายชั้นประดับด้วยโบว์  เลื่อมและไข่มุกหมื่นเม็ด และชายกระโปรงริมลูกไม้ยาว 25 ฟุต ซึ่งถือว่ายาวที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งงานพระราชวงศ์

ควีนราเนีย แห่งจอร์แดน
ชุดแต่งงานของควีนราเนีย แห่งจอร์แดน

ควีนราเนีย แห่งจอร์แดน : ควีนราเนีย แห่งจอร์แดน ในชุดเจ้าสาวสีขาวแขนสั้นมีปก ปักดิ้นสีทอง พร้อมผ้าพันผมทรงสูงแทนเทียร่า ถุงมือ และเข็มขัดประดับลวดลายจากแบรนด์ดังสัญชาติเลบานอนอย่าง เอลี ซาบ โดยฝีมือการออกแบบของบรูซ โอลด์ฟีลด์ ดีไซเนอร์กูตูร์ชาวอังกฤษ ที่ดูสวยสง่าตามแบบฉบับวัฒนธรรมอาหรับ

เปิดลึกเบื้องหลัง “ตั๊ก-มยุรา” แยกทางพิธีกรคู่ขวัญ 25 ปี “ปัญญา นิรันดร์กุล”

 

ชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับ “ตั๊ก – มยุรา เศวตศิลา” อดีตพิธีกรคิวทองที่มีงานแน่นกว่า 40 งานต่อหนึ่งเดือน แต่วันนี้ในรายการ “ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ” ซึ่งออกอากาศทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ พิธีกรสาวได้เปิดเผยเรื่องที่น่าตกใจให้ฟังว่า ณ วันนี้เธอมีเพียงหนึ่งงานเท่านั้น คือรายการสบาย..สไตล์มยุรา โดยยอมรับว่าเป็นช่วงที่งานน้อยที่สุดในชีวิต แต่ไม่ใช่ขาลง แต่เป็นขาขึ้นของคนอื่นๆมากกว่า เนื่องจากเธอยังยืนอยู่ในจุดเดิมและรับงานในมาตรฐานเดิม แต่ที่น่าตกใจคือ “ตั๊ก – มยุรา” ได้ยอมให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังในการแยกทางกับพิธีกรคู่ขวัญที่ร่วมงานกันมานานกว่า 25 ปี “เสี่ยตา – ปัญญา นิรันดร์กุล” ซึ่งเธอได้บอกว่าการแตกกันครั้งนี้รู้สึกไม่แตกต่างจากการเลิกกับสามีเลยทีเดียว

“ตั๊ก – มยุรา” และ “เสี่ยตา” เมื่อครั้งยังเป็นพิธีกรคู่ขวัญ

จำได้ไหม ระยะเวลาการทำงานที่รายการชิงร้อยชิงล้านนานแค่ไหน?

“ทำรายการนี้มาประมาณ 25 ปี เพราะออกมา ไม่ได้ทำประมาณ 5 – 6 ปีแล้ว ถ้าจำไม่ผิดนะ เพราะ ‘ตั๊ก’ ไม่ค่อยจำอดีตเท่าไหร่”

ความรู้สึกในวันเก่าๆที่ได้ทำงานที่นั่น ก่อนจะออกมา?

จริงๆไม่ได้มีอะไร เพียงแต่ว่าเราเรื่องมากในการทำงานเลิกดึก ในฐานะที่เป็นพิธีกร เราไม่ได้มีหน้าที่ คือเวลาเราทำงาน เราได้ตังค์จากเขา เราก็ต้องทำงานให้เต็มที่ ไม่ใช่ว่าวันนี้ฉันได้ตังค์ 10 บาท แล้วฉันไม่สนุก แล้วจะทำแค่ 8 บาท มันไม่ใช่ เราก็ต้องทำเต็มที่ แต่ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเราไง พอมันเริ่มเหนื่อย เพราะทำงานดึก เราก็ต้องพิจารณาตัวเอง

เคยขอปรับเวลาเขาไหมว่าตี 1 มันช้าไป?

“ไม่ได้ เพราะโปรดักชั่นเขาใหญ่ เขาต้องซ้อม ต้องอะไรมากมาย หลักในชีวิตของ ‘ตั๊ก’ แก้ที่คนอื่นไม่ได้ ก็แก้ที่ตัวเรา เหมือนชีวิตคู่เด๊ะเลย”

คนอื่นมองว่างอนกัน เหวี่ยงกัน จนต้องแยกทาง?

“แก่ขนาดนี้ไม่ทะเลาะแล้ว”

ก่อนที่จะแยกทางกันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

ได้เจอกับ “คุณปัญญา” ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?

“อ้อ สวัสดีกัน ใครจะไปทำเชิดใส่ มันทุเรศ แก่แล้ว เคยบอกว่าถ้า ‘ตั๊ก’ เฉยๆกับใคร คนนั้นก็เตรียมตัวตาย เพราะถ้า ‘ตั๊ก’ ไม่ชอบ ก็จะไม่พูดเลย แต่วันนี้ก็ยังมีทักทายและสวัสดีกัน”

เห็นว่าถ้า “พี่ตั๊ก” รู้สึกไม่สบายใจ จะดับอารมณ์ด้วยการใช้ธรรมะหรือคะ?

“แผ่เมตตาใช่ไหม (หัวเราะ) เรารักตัวเองอย่างหนึ่งคือ เราเป็นคนโกรธง่าย หายเร็ว ไม่เกลียดใคร แต่บางทีโกรธแบบโมโหๆ พอตกกลางคืนก็ใส่ชื่อแผ่เมตตาเลย ไม่ได้แช่งชักหักกระดูกนะ เป็นการขออโหสิกรรม แล้วมันก็ช่วยได้ แต่เดี๋ยวปีนึงมันกลับมาเป็นอีก ก็ต้องแผ่ใหม่”

ความรู้สึกของคนที่รักงาน และอยู่ๆมีความรู้สึกผิดหวังกับระบบงานที่ไม่ได้ดั่งใจ?

“’ตั๊ก’ เป็นคนที่ค่อนข้างมีความอดทนมาก แต่ตอนนั้นมันรู้สึกว่าทำแล้วได้อะไร ทำแล้วเสียอะไร คนอื่นยังไงไม่รู้ แต่ที่เราทำอยู่เพราะเรตติ้งมันดีไง แต่พอวันนึงไอ้คำว่าเรตติ้งก็ดึงไว้ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นต้องดูว่าทำแล้วมันได้อันนี้ แต่ทำแล้วมันไม่ได้อันนี้”

อดีตพิธีกรเปิดใจในรายการ “ยิงศักดิ์ ยิ่งแซ่บ”

ถ้าวันนี้ต้องมาเจอและร่วมงานกันอีกจะโอเคไหม?

“ไม่หรอก ไม่มีทาง”

ถ้าเขาชวน “พี่ตั๊ก” สวมหน้ากากและร้องเพลง จะไปร่วมไหม?

“เอาจริงๆไหม ไม่มีทาง เขาไม่มีทาง เพราะมีอยู่วันนึงนะ จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ออกไปแล้ว มีรายการค้างอยู่รายการนึงที่เราต้องไปเป็นแขกรับเชิญ เขายังโทร.กลับมาแคลเซิลเราเลย เพราะงั้นลืมเรื่องนี้ไปได้ ซึ่งไม่มีอยู่ในหัว ‘ตั๊ก’ เลยว่าวันนึงเขาจะกลับมาช่วย ถ้าฝรั่งเขาเรียกว่า forget it! (ลืมมันไปเถอะ) ความรู้สึกเราตอนนั้นมันเป็นเรื่องปกติ เพราะเราไม่ได้ทำงานแล้ว”

หรือไปทำอะไรให้เขาเกลียดหรือเปล่า?

“ไม่ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะเราออกไป เด็กเองเขาก็ต้องสนองนโยบาย ไม่เกลียดหรอก ไม่มีอะไร ตอนนั้นมันเทียบกันไม่ได้หรอก เรามันตัวเล็กๆ เรามันเป็นคนเล็กๆที่มันขี้หมามาก ไม่รู้สิ พอวันนึงมันเหมือนคนแต่งงานกันนะ ถ้าวันนึงที่มันเบื่อ ยังไงก็ไม่เอา มันต้องแยกจากกันไป ถ้าถามว่าจะกลับไปทำไหม คือมันเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้”

“คาร่า เดเลวีน” แท็กทีม “เบลล่า ฮาดิด” โปรยเสน่ห์ ขยี้ทุกสายตา ในงาน 70 ปี Christian Dior

สองนางแบบสาวสุดฮ็อต คาร่า เดเลวีน และเบลล่า ฮาดิด ระเบิดความฮ็อตแบบแพ็คคู่เข้าร่วมงาน Christian Dior 70th Anniversary ซึ่งจัดขึ้นที่ Musée des Arts Décoratifs ในปารีส ทั้งสองสาวสวยโดดเด่นตั้งแต่ลงมาจากรถ ปาปารัซซี่ต่างให้ความสนใจ เพราะด้วยความเป็นโมเดลแถวหน้าที่ใครก็รู้จัก ปกติจะขยับตัวไปไหนหรือทำอะไรก็เป็นที่จับตามองอยู่แล้ว พอแต่งองค์เต็มออกงานก็ยิ่งทำให้โททัลลุคเป็นที่น่าสนใจเข้าไปอีก

ใครเป็นแฟนของสองสาวก็มาอัพเดตลุคออกงานล่าสุดของทั้งคู่กันเลย รับรองแซ่บสมชื่อท็อปซูเปอร์โมเดลแน่นอน

 

สาวสวยแห่งตระกูลฮาดิดอย่างเบลล่า เธอเลือกสวมเดรสที่เป็นซิกเนเจอร์อีกชุดหนึ่งของดิออร์ ซึ่งโชว์ให้เห็นชั้นในแบบเซ็กซี่ โดยตัวเดรสช่างดูเข้ากับเบลล่าสุดๆ เพราะเจ้าตัวกับความเผ็ดเป็นเหมือนเงาตามตัวที่ยากจะพรากออกจากกันซะแล้ว

สำหรับเดรสบางนี้มีประกายส่องระยิบระยับ เพื่อไม่ให้เดรสสีดำดูทึบและธรรมดาจนเกินไป แม้โททัลลุคจะเซ็กซี่ แต่ถ้ามองอีกมุมก็มีความคลาสซี่ไม่น้อย เพราะทรงผมที่เธอรวบขึ้นแบบไม่เนี้ยบมาก โดยเหลือด้านหน้าไว้และปาดผมไปทางขวา ช่วยเบรกความแซ่บให้เบาลง จนทำให้ลุคออกมาน่ามอง ยากที่จะละสายตา


 

นางฟ้าวิกตอเรียส์ซีเคร็ต คาร่า เดเลวีน หลังจากหั่นผมสั้นไป ตอนนี้ดูเหมือนผมของเธอจะเริ่มกลับมาแล้ว ซึ่งลุคนี้สาวคาร่ามาในชุดเดรสสั้นสีขาวมีจีบ ปลายพลิ้ว ใส่เข็มขัดสีดำเล็กๆ พร้อมกับโช้กเกอร์และสร้อยคอที่เข้ากับชุด คาร่าเลือกสวมรองเท้าแบบ Skimming สีดำ เพื่อให้ลุคดูเต็มขึ้น

ลุคนี้ให้ความแซ่บแต่เรียบโก้ ด้วยการจับคู่สีต่างอย่างสีขาวและสีดำมาไว้ด้วยกัน บอกเลยว่าคาร่าเลือกได้ลงตัว เดรสขาวทำให้ดูสวยเด่น ส่วนองค์ประกอบอื่น ทั้งรองเท้าและเครื่องประดับ ก็เสริมให้ลุคคอมพลีต กลมกล่อม ส่วนผมและหน้ามีความเข้ากับชุดไปอีก ถือว่าเลือกสไตล์ได้ดี และยังคงบ่งบอกความเป็นคาร่า เดเลวีน ได้ชัดแจ๋วเลย


 

เชื่อแล้วว่าสองสาวสุดเริดจัดการกับลุคของตัวเองได้ผ่านตลอด ไม่ว่าจะออกงานไหน พรมแดงใหญ่น้อยก็เอาอยู่ ด้วยความเป็นนางแบบดัง จะปล่อยให้ลุคที่ต้องพบปะสื่อไม่เป๊ะได้ไง เราเลยได้เห็นที่ลุคเกิดๆ ของทั้งคู่และเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่บ่อยๆ อย่างคาร่า แม้ผมสั้นก็ยังรอด เพราะเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างลงตัว ในขณะที่เบลล่าก็เซ็กซี่ตลอดเว จนกลายเป็นภาพลักษณ์ของเธอไปแล้ว แต่ยังไงก็ยังดูแพงตลอดนะ

เอาเป็นว่าต่อไปสองโมเดลจะเดินพรมแดงไหนอีก แฟนๆ รอติดตามชมได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ

 

 

 

 

ภาพและที่มา : www.mirror.co.uk

พระเอกไทยแถวหน้า

ดูรวมๆ มีเสน่ห์เหลือเกิน 6 พระเอกไทยแถวหน้า หล่อคมเข้ม คิวงานแน่น ยิ่งมองยิ่งใจละลาย

แม้ไม่หล่อขาวตี๋สไตล์โอปป้า แต่หล่อแบบผู้ชายไทย ผิวคมเข้ม ดั่งเช่น 6 พระเอกไทยแถวหน้าแบบนี้ ก็สร้างความปั่นป่วนให้แก่หัวใจของสาวๆได้เหมือนกันนะ เพราะนอกจากผู้ชายสไตล์นี้จะให้ความรู้สึกเป็นชายแข็งแรง ปกป้องเราได้แล้ว เมื่อยิ่งมองรวมๆแล้วบอกเลยว่า ยิ่งมีเสน่ห์เหลือเกิน…

เปลี่ยนอารมณ์มาพูดถึงพระเอกไทยในวงการบันเทิงบ้านเราเสียหน่อย จริงๆแล้วผู้ชายก็ไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงมากนัก เพราะทุกคนต่างก็มีดีมีสไตล์คาแร็คเตอร์ที่โดดเด่นตามแบบฉบับตัวเอง ด้วยกระแสช่วงนี้เห็นพระเอกหล่อคมเข้มมาโฉบเฉี่ยวผ่านหน้าจอให้สาวๆรู้สึกปั่นป่วนหัวใจเหลือเกิน วันนี้ แพรวดอทคอมเลยรวม 6 พระเอกไทยแถวหน้าที่มีผลงานออนแอร์อยู่หรือที่จะได้เห็นกันในปีนี้มาให้ได้ชมกัน

เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ

หล่อคมเข้มยิ่งสวมชุดเครื่องแบบทหารบกยิ่งน่าหลงใหลเข้าไปใหญ่ สำหรับเวียร์-ศุกลวัฒน์ ที่ตอนนี้กำลังมีละครซีรี่ส์ ภารกิจรัก ออนแอร์อยู่ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ โดยหนุ่มเวียร์ประเดิมตอนแรกคือตอนเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน รับบทเป็นร้อยเอกภูริช สัตตกมลพันธุ์ คู่กับสาวพีค-ภัทรศยา แม้จะห่างหายจากหน้าจอในบทบาทนักแสดงไปใช้ชีวิตเรียนรู้โลกภายนอก ขับบิ๊กไบค์ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ แต่ด้วยความหล่อคมเข้ม ผสมกับนิสัยแมนๆของหนุ่มเวียร์ ก็ทำให้แฟนคลับสาวๆเหนียวแน่นอยู่ไม่เปลี่ยน

อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ 

ปีนี้มีผลงานละครดีๆที่จะได้มาโชว์ความสามารถให้แฟนๆได้ชมเพียบทีเดียว สำหรับพระเอกหล่อคม อ๋อม-อรรคพันธ์ ที่โดดมารับบทพระเอกในแม่อายสะอื้น ประกบคู่ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ เรื่องนี้ถือเป็นละครตำนานที่อยู่ในใจของใครหลายคน ซึ่งจะได้เห็นหนุ่มอ๋อมกับบททรงพล ภายในปลายปีนี้กันแน่นอน ยังไม่หมด เพราะตอนนี้ละครชุดซีรี่ส์ ภารกิจรัก ที่หนุ่มอ๋อมเป็นหนึ่งในพระเอกได้เริ่มออนแอร์แล้ว โดยหนุ่มอ๋อมรับบทเป็น เรือเอก จิรวัติ สุกปลั่ง หรือต้นกล้า แสดงคู่กับแซมมี่-เคาวเวลล์ ในตอนราชนาวีที่รัก โดยเรื่องนี้สาวๆจะได้เห็นใบหน้าหล่อคมในชุดเครื่องแบบทหารเรือให้มีหวั่นไหวกันบ้างละ ยิ่งผสมกับบทบาทที่ต้องมาปราบการค้ามนุษย์ด้วยแล้ว จะมีลุคมาดเท่ขนาดไหนก็ต้องลุ้นกันติดขอบจอ นอกจากนี้ยังมีเรื่องละอองดาว ที่เตรียมรอออกอากาศ ซึ่งจะได้เห็นพระเอกคนนี้ในหลายๆโมเมนต์ไม่น่าเบื่อแน่นอน

ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย

ถือว่าเป็นหนุ่มฮ็อตที่แจ้งเกิดในวงการบันเทิงมาในฐานะศิลปินบอยแบนด์ และกลับมาดังเปรี้ยงแบบฉุดไม่อยู่อีกครั้งในปีนี้กับบทบาทนักแสดง สำหรับปั้นจั่น-ปรมะ ที่มารับบทคนขับแท็กซี่ หรือปีมงคล ประกบคริส หอวัง ในละครซีรี่ส์ The Cupid บริษัทรักอุตลุด ตอนกามเทพออกศึก เรียกว่าสาวๆอยากมีแฟนเป็นคนขับแท็กซี่แบบปั้นจั่นกันเป็นขบวน โดยเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าฉายเสน่ห์ความหล่อเข้มแบบไทยๆ ทั้งมีมุมทะเล้น มาดกวนออกมากุมหัวใจสาวๆได้อย่างมาก และอีกเสน่ห์อย่างหนึ่งของปั้นจั่นเลยก็คือ แม้จะมีความหล่อเข้มแบบชายไทย แต่ก็สามารถแปลงลุคของตัวเองได้หลายลุค จะไปทางหล่ออปป้าก็ได้ หล่อใสก็ได้ หรือหล่อร้ายก็ได้ และในปีนี้ปั้นจั่นยังมีผลงานละครแนวย้อนยุคให้แฟนๆได้ชมกัน นั่นคือ บ่วงบรรจถรณ์ และบุพเพสันนิวาส แค่ฟังชื่อละครบวกชื่อนักแสดงก็ไม่น่าพลาดแล้ว

เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์

ตอนนี้กลายเป็นพ่อหมี แม่หมี คู่กับนางเอกคู่จิ้น เชียร์-ทิฑัมพร ไปแล้วเรียบร้อย หลังจากตอนซ่อนรักกามเทพ ในละครซีรี่ส์ The Cupid บริษัทรักอุตลุด ที่หนุ่มเต้ยเล่นคู่กับสาวเชียร์ออนแอร์และจบลงไปแล้ว และด้วยการตีบทแตก แสดงได้อินสุดๆ ประจวบกับเคมีที่ดูเข้ากั๊นเข้ากันกับนางเอกหมวย ก็ทำให้ฐานแฟนคลับหนุ่มเต้ยขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหนุ่มเต้ยนั้นต้องยอมรับด้วยว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง ทั้งความหล่อคมแบบชายไทย ยิ่งได้รอยยิ้มกว้างเข้ามาด้วยแล้ว หนุ่มเต้ยกลายเป็นผู้ชายลุคเท่คมเข้มที่มีความหวานละมุนกลมกล่อมดีต่อใจเลยจริงๆ

ฌอห์ณ จินดาโชติ

ถ้าให้นึกพระเอกหล่อเข้มแถวหน้าในวงการจะขาดชื่อฌอห์ณ จินดาโชติ ไปก็คงไม่ได้ เพราะด้วยใบหน้าหล่อคม ผสมกับความคิดเท่ๆ ที่ส่งต่อเรื่องราวดีๆใต้รูปถ่ายของเขาผ่านอินสตาแกรม รวมถึงหนังสือที่เขาเคยฝากผลงานในชื่อ Present Perfect เพราะวันนี้…ดีที่สุดแล้ว ก็ทำให้สาวๆต่างยกให้หนุ่มฌอห์ณเป็นนักแสดงชายในดวงใจคนหนึ่งเลย และแม้จะมีลุคเท่ๆ เป็นแฟมิลี่แมนรักแม่ พี่สาว และหลานสาวนอกจอ แต่นอกจอหนุ่มฌอห์นก็ฉีกมาเล่นเป็นพระเอกขี้เล่นที่เตรียมหักอกสาวๆได้เหมือนกันในซีรี่ส์ โสด Stories 2 รับบทเป็นอาร์ค เช่นเดิม นอกจากนี้ปีนี้ยังมีละครเรื่องภารกิจลิขิตหัวใจ ซึ่งทั้งสองเรื่องฉายทางช่อง ONE 31

เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์

ปิดท้ายกันที่เกรท-วรินทร หรือตอนนี้คงต้องเรียกหลวงพี่เกรท เพราะหนุ่มเกรทอยู่ในช่วงบวชทดแทนคุณพ่อแม่ โดยหลังจากจำวัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร ตอนนี้หลวงพี่เกรทได้ย้ายไปจำวัดที่วัดป่าบ้านเกิด อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แล้ว เมื่อมาพูดถึงบทบาทนักแสดงของหนุ่มเกรท พระเอกคมเข้มคนนี้ก็ทำได้ดีไม่น้อย ไม่ว่าจะบทผู้ชายมาดขรึมเป็นคุณชาย หรือบททะเล้น ซึ่งด้วยบุคลิกตัวตนของเกรทเองที่เป็นผู้ชายนิสัยดี ยิ้มง่าย เข้าถึงง่าย ก็ยิ่งขับให้เกรทเป็นพระเอกหล่อคมเข้มที่มีเสน่ห์และมีคนติดตามมาอันดับต้นๆ ซึ่งแฟนๆที่รอชมผลงานของเขาก็จะได้ชมกันแน่นอนในละครซีรี่ส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ตอนมนตราลายหงส์

เรียกว่าแต่ละคนมีดีมีเสน่ห์แบบชายไทย แถมผลงานยังแน่นเอี๊ยดกันอีกด้วย


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @weir19 @omakapan @punjanprama @toey_pongsakorn @seanjindachot @great_rider10

Bag Focus!!!! this week is DIOR หมวยเต้ย! มีกระเป๋าใหม่มาอวดแหละ ^_^ 

นี่ๆ วันก่อนไปป๊ะหน้ากับสาวหมวยที่ฮ็อตที่สุดในวินาทีนี้มาจ้า นางโตเป็นสาวแล้วนะ แถมแซ่บๆ เลิศๆขึ้นเยอะะะะะ (ลากเสียงยาวจากสยามฯไป รังสิต)

เรื่องสไตล์การแต่งตัวไม่จัดอยู่เลเวลที่แจ่ม ซึ่งเธอเข้าขั้นกึ๋นเทพเลยละ ในการหยิบชิ้นเด่นๆจากรันเวย์ดังมาแมตช์ให้เป็นตัวเอง จะมาไม้ไหนก็เจิด ลุคเซอร์ก็ดูซน ลุคสวยก็พิฆาตมาก แต่เดี๋ยว เราไม่ได้จะมาเมาท์เรื่องการแต่งตัวของนางนะจ๊ะ เพราะเจอน้องสาวคนสวยรอบนี้ แอบเห็นว่าหนีบกระเป๋าใบใหม่!!!! คือเจ้าตระกูล J’ADIOR ของ DIOR จ้าาาา

ว่าแล้วก็ ไปคะ ไปค้นกระเป๋าชีเต้ยกัน ^_^

กระเป๋าใบที่พี่เต้ยถือ คือหนึ่งในตระกูล J’ADIOR ซึ่งเป็นกระเป๋าใบใหม่ของไดเร็คเตอร์หญิงคนแรกของเฮ้าส์แฟชั่นนี้ นั่นก็คือ Maria Grazia Chiuri จ้า เธอเข้ามารับตำแหน่งนี้ก็ปล่อยหมัดฮุกทันที ทั้งเสื้อยืดสโลแกน We Should All Be Feminists ที่ขายดีเว่อร์ดีมาก จนถึงขั้นต้องออกกฎว่า จะมาซื้อเสื้อยืดเปล่าๆไม่ได้นะจ๊ะ ลูกค้าที่น่ารักต้องสอยสินค้าชิ้นอื่นในร้านก่อน 1 ชิ้น ต่อ 1 สิทธิ์การซื้อเสื้อยืด แต่แล้วไงใครแเคร์ แม้จะมีกฎเพิ่มความยาก แต่เสื้อก็ขายหมดเกลี้ยงในเวลารวดเร็วจ้า

กลับมาที่เรื่องกระเป๋า คือเจ้าตระกูล J’ADIOR นี้ ตอนนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ดีไซน์ (ตามที่ขายในเว็บนะคะ) ซึ่งรุ่นที่เต้ยฟาดมาคือ รุ่น ‘FLAP BAG WITH SHOULDER STRAP IN BK CALFSKIN’ ซึ่งมันเก๋มาก ตรงที่สายกระเป๋าถือเป็นคลัตช์แล้วมันพับลงมาตรงหลังมือพอดีไปอีก แถมสามารถซื้อสาย Strap เพิ่มได้อีก มันดีจนถึงขั้นที่ว่า คือไม่ต้องใส่เครื่องประดับอะไรเพิ่มละ กระเป๋าใบเดียวจบ เพราะดีเทลนางแน่นแบบสวยสลบมาก ราคาตอนนี้อยู่ที่ 115,000 บาท ซึ่งมีเสริฟทั้งสีขาว สีเทา สีดำ นอกจากรุ่นที่เต้ยใช้แล้ว ยังมีแบบอื่นๆด้วยนะ

#ชอบก็จัดไปนะครับ เรามาสวย เราเลยอยากเอามาเมาท์

แล้วมาพบกันใหม่รอบหน้า ว่า Pound_Praewnista จะเอา ‘เป๋าใบไหน’ มาพลิกตะเข็บให้ดู!!!

ผมเชียร์คุณอยู่ คุณก็รู้

by Pound_Praewnista

ธนฤทธิ์ แสงสิน

ชื่ออะไรพ่อแม่ตั้งให้ดีแล้ว“ชมพู่”เสียงสูง!ไม่ตอบ“ธันเดอร์-สตรอม”นิคเนมลูกแฝด

แฟนคลับแม่ “ชม”คงคิดถึงกันแย่เพราะอีก2เดือนข้างหน้านักแสดงสาวต้องเตรียมผ่าคลอดลูกแฝดแล้ว โดยเมื่อวันที่  4 ก.ค.ที่ผ่านมา ในงาน“เมนส์ ฟิตเนส คูลกายเสิร์ช 2017 โดย อเมริกันอีเกิ้ล เอ้าท์ฟิตเตอร์” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ ถือเป็นการออกอีเว้นท์ครั้งสุดท้ายทิ้งทวนก่อนไปคลอดลูก ซึ่งวันนี้ “ชมพู่ อารยา”เลยเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้ซักถามอย่างเต็มที่ งานนี้ซึ่งไม่พลาดถูกสัมภาษณ์ทันทีเกี่ยวกับแฮชแท็ก #thunderandstorm ที่ “คุณพ่อน็อต”โพสต์ และถูกนำไปโยงว่าคำว่า“ธันเดอร์-สตรอม”ในแฮชแท็กนี้อาจจะเป็นชื่อลูกแฝดของสาว “ชมพู่”ก็ได้

และเกี่ยวกับเรื่องนี้“ชมพู่ อารยา”เลยชี้แจงว่า “ก็ต้องลุ้นกันต่อไปนะคะอีกแค่ 2 เดือนเอง เดี๋ยวได้รู้กันแล้ว จริงๆ “มี”มีชื่ออยู่ในใจแล้ว แต่จะใช่ชื่อลูกหรือเปล่านะแล้วแต่จะคิด(ยิ้ม) จริงๆ ไม่ได้ปิดเพราะต้องการจะให้เป็นเซอร์ไพรส์หรือถือเคล็ดอะไรหรอก  เหมือนเราเองก็ไม่อยากโลเลด้วย เพราะถ้าบอกตอนนี้ไปเดี๋ยวจะมีความเห็นออกมาต่างๆ นานา เราอยากให้ชื่อเป็นความประสงค์ของพ่อแม่จริงๆ ไม่อยากให้วิจารณ์หรือคอมเม้นท์ของคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง คือถ้าชมบอกไปตั้งแต่ตอนนี้เดี๋ยวจะมีคนเข้ามาคอมเม้นท์ว่าจะดีเหรอ อันนี้ดีกว่าไหม?เอาเป้นว่า “ชม”ขี้เกียจคิดแล้ว มันผ่านการถกเถียงกันมาเยอะ พอเป็นชื่อนี้เราก็แฮปปี้กันทั้งสองคน ชื่อที่ชมคิดไม่ได้ให้พระตั้งให้เลยค่ะ ส่วนชื่อจริงก็มีแล้วค่ะ แต่เอาจริงๆ ก็ยังไม่ได้เช็คอะไร เป็นชื่อภาษาไทยค่ะ”

“ชมพู่-อารยา”

เมื่อถามถึงกำหนดฤกษ์คลอดนั้น สาว “ชม”กล่าวว่า “กำหนดคลอดหรือฤกษ์ ก็มีบ้างค่ะ เพื่อความสบายใจของทุกๆ ฝ่าย ก็มีไปดูฤกษ์และพยายามเลือกวันให้ตรงกับอายุครรภ์ที่คุณหมออยากได้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เป็นวันที่เราเลือกช่วงเดือน ก.ย. แต่ด้วยความที่เราเป็นแฝด เราเลยไม่รู้ว่าเราจะประคองอายุครรภ์ได้ถึงวันนั้นไหม หวังว่าจะได้ เพราะเราก็ดูแลตัวเองเต็มที่”

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 36 ปีของ “ชมพู่” ซึ่งเธอได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า “วันเกิดที่ผ่านมา ก็แก่ขึ้นอีก 1 ปี มีกินข้าวกับครอบครัวธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นอีกเวอร์ชั่นนึงค่ะ เป็นแนวช้าๆ เนือยๆ ไป งดกิจกรรมกระโดดโลดเต้น ไม่ได้เป็นปาร์ตี้ดึกๆ เพราะชมเหนื่อย แต่ก่อนหน้านี้มีแอบคุยกับเพื่อนอยู่เหมือนกันว่าอยากจะจัดแบบนั้นแบบนี้ แต่ตัวชมเองที่ไม่ไหวเลยตัดสินใจเดี๋ยวค่อยนัดไปกินข้าวกันแบบง่ายๆ อาจจะรวมเป็นการจัดเบิร์ธเดย์ของหลายๆ คนเลย”

ในส่วนของขวัญจากสามี“น็อต-วิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์”นั้นดาราสาวกล่าวว่า “ขอให้รู้กันแต่เรา(ยิ้ม) ก็ถูกใจค่ะ คือเรารู้จักกันมาเป็น 10 ปีแล้ว มันข้ามเรื่องแบบนั้นไปแล้ว เขาให้อะไรเราก็โอเค แต่ไม่ใช่เพชรที่ขอตอนไปเดินพรมแดงเมืองคานส์นะอันนั้นยากไป”

เจ้าหญิงเคทแห่งเคมบริดจ์งดงามในฉลองพระองค์สุดเด่นลาย Polka-dot จากแบรนด์หรู D&G

เจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทำให้แฟนๆ ตกตะลึงกันอีกแล้ว เมื่อปรากฏตัวในการแข่งขันเทนนิส Wimbledon championships วันแรก

นับว่าเป็นอีกหนึ่งลุคที่ทรงพระสิริโฉมอย่างยิ่ง ด้วยฉลองพระองค์ลายพริ้นท์โพกาดอท พื้นสีขาว ดอทสีดำ จากแบรนด์ Dolce & Gabbana ในราคา £930 หรือราคาประมาณ 41,021 บาท พร้อมพระเกศาใหม่ที่ดูสั้นลง มีการดัดปลายเบาๆ กำลังสวย เป็นลุคที่ไม่ได้ดูอลังการหรือหวือหวาอะไรมากมาย แต่พอเจ้าหญิงเคททรงสวมใส่ทุกอย่างก็สง่างาม เด่นดึงดูดสายตาให้ผู้คนมองตามได้ไม่ยาก และแอบน่ารักไม่เบาเลย

ทรงสดใสทุกครั้งที่เสด็จออกงาน แฟนๆ ของดัชเชสก็ได้เห็นพระองค์แย้มพระโอษฐ์อยู่ตลอด น่าอิจฉาจริงๆ

#katemiddleton #duchessofcambridge #catherinemiddleton #duchesskate #catherine #kate #britishroyalfamily #britishroyals

A post shared by Kate Middleton (@katemiddleton_duchess) on

หลังจากการประชุมร่วมกับอาสาสมัครอดีตผู้เล่นและบุคลากรทางการแพทย์ ดัชเชสก็เสด็จออกมาประทับในที่นั่งสำหรับเชื้อพระวงศ์ เจ้าหญิงได้รับการต้อนรับด้วยการจูบจากดยุคแห่งเคนท์ญาติของสมเด็จพระราชินีฯ ผู้เป็นประธานวิมเบิลดันตั้งแต่ปี 1969 ซึ่งเขาและภรรยาอาศัยอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตัน

นอกจากนี้เจ้าหญิงเคทยังได้รับบทบาทใหม่ซึ่งสามารถทรงเลือกองค์กรการกุศลที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันได้ โดยดัชเชสทรงเลือก Place2Be องค์กรการกุศลชั้นนำด้านสุขภาพจิตที่มีส่วนร่วมอย่างมากในปีที่ผ่านมา สำหรับการสนับสนุนโรงเรียนเพื่อปรับปรุงอารมณ์ของนักเรียนทั่วสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้แอนดี เมอร์รีย์ (Andy Murray) นักเทนนิสชาวสก็อต ก็ยังเห็นอเล็กซานเดอร์ บับลิก (Alexander Bublik) นักเทนนิสชาวรัสเซีย ถามเจ้าหญิงเคทว่า “เล่นเทนนิสหรือเปล่า” และพระองค์ทรงตรัสตอบว่า “เล่น แต่ไม่ได้มาตรฐานอะไรมากมาย”

The Duchess of Cambridge has arrived at Wimbledon today in a new Dolce & Gabbana dress with a new haircut! Loving the whole look! 👌🏻

A post shared by Catherine Duchess Of Cambridge (@katemidleton) on

ส่วนฉลองพระองค์ที่ทรงสวมใส่ เป็นเดรสที่ส่งให้ลุคดูเด่นและน่ารักได้ในเวลาเดียวกัน ประดับความงามเพิ่มด้วยพระกุณฑล (ต่างหู) และพระเกศาใหม่ของพระองค์ยิ่งทำให้ลุคลงตัวเข้าไปอีก รองพระบาทสีดำแบบเปลือยหน้าเท้า กระเป๋าสีขาวใบขนาดกลางที่สามารถจุของได้มากพอสมควร และไอเท็มทุกชิ้นก็ดูไปด้วยกันได้อย่างไม่ขัดเขิน

ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เป็นเจ้าหญิงของอังกฤษที่สาวๆ ทั่วโลกยอมรับในสไตล์การแต่งตัว รสนิยมและความงามอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะแต่ละลุคที่พระองค์ทรงแต่งออกมานั้นงดงาม และกลายเป็นท็อปปิคให้สื่อได้พูดถึงอยู่บ่อยๆ จนสาวๆ พากันแต่งตามกันเป็นแถว

 

 

 

 

 

 

ภาพ : IG@katemiddleton_duchess , @katemidleton